--- title: วิชาการพัฒนาหลักสูตร (เช้า) 290866 subtitle: date: วันอังคารที่ 29 สิงหาคม 2566 เวลา 08.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (เจ้าหน้าที่ชาย) สวัสดีครับ สวัสดีครับ ล่ามได้ยินไหมครับ สวัสดีครับ ทางล่ามได้ยินนะครับ โอเคครับ เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ พอดีอาจารย์ยังไม่เข้ามานะครับ เปิดระบบไว้ก่อนนะครับ (อาจารย์จุลมณี) สวัสดีค่ะ ตอนนี้ทางล่ามได้ยินไหมคะ โอเคค่ะ เห็นล่ามแล้วค่ะ เดี๋ยววันนี้นะคะ อาจารย์ได้ติดภารกิจแล้วได้ฝากวิดีโอมาให้นักศึกษาได้เรียนรู้นะคะ ซึ่งถ้าดูวิดีโอเสร็จแล้วน่ะค่ะ ก็จะมีให้นักศึกษาสามารถเดินทางกลับได้เลยค่ะ ซึ่งตอนนี้นักศึกษาก็พร้อมแล้วนะคะ ทางล่ามได้ยินเสียงนะคะ เสียงของวิดีโอ [เสียงวีดิทัศน์] โอเคค่ะ (เจ้าหน้าที่ชาย) อาจารย์ครับ (อาจารย์จุลมณี) สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคน วันนี้ครูจะไปเรียนรู้ในประเด็นการเรียนรู้ ในหัวข้อจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียน สังเกตว่าจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียนนี่มันเป็นการนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัตินะคะ ก็คือจากหลักสูตรเดิม (เจ้าหน้าที่หญิง) ทางล่ามไม่ได้ยินเสียงวิดีโอใช่ไหมคะ (เจ้าหน้าที่ชาย) ใช่ครับ ไม่ได้ยินครับ (เจ้าหน้าที่หญิง) เดี๋ยวสักครูนะคะ [เสียงวีดิทัศน์] (อาจารย์จุลมณี) เป็นหลักสูตรที่มันเป็นนามธรรม ถ้าเปรียบเสมือนกับอาหารนะ ก็จะเป็นวัตถุดิบกินไม่ได้ (เจ้าหน้าที่หญิง) แบบนี้ได้ยินเสียงไหมคะ พอได้ยินเสียงชัดเจนไหมคะ ทางล่ามได้ยินเสียงชัดเจนไหมคะ ที่เมื่อกี้ที่เปิดวิดีโอ เปิดไมค์ เดี๋ยวลองทดสอบอีกครั้งนะคะ [เสียงวีดิทัศน์] (อาจารย์จุลมณี) สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคน วันนี้ครูก็จะพาไปเรียนรู้ในประเด็นการเรียนรู้จากหัวข้อจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียน สังเกตว่าจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียนมันเป็นการนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัตินะคะ ก็คือจากหลักสูตรเดิม เป็นหลักสูตรที่มันเป็นนามธรรม ถ้าเปรียบเสมือนกับอาหารนะ ก็จะเป็นวัตถุดิบที่ยังกินไม่ได้นะคะ แต่ถ้าเมื่อไหร่มันลงสู่ชั้นเรียน แสดงว่ามันถูกปรุงมาแล้วนะคะ ครูก็เลยใช้ชื่อว่าจากหลักสูตรมาปรุงเป็นเมนูเด็ด เพราะฉะนั้น ที่ครูเคยบอกไปนะ ว่าครูจะต้องทำหน้าที่อยู่ 3 อย่าง หน้าที่อันแรกเลย ก็คือหน้าที่ของการเป็นนัก Designer นัก Disigner ทำอะไร ก็จะเป็นนักออกแบบการจัดกิจกรรม กิจกรรมทุกอย่าง การจัดการเรียนรู้ทุกอย่างเลย Design ทำไม Design ให้มันน่าเรียน มัน... มันมีความสุขสนุกสนานในการเรียนรู้เพราะเราไม่ใช่เป็นครูสอนหนังสือที่จะถ่ายทอดวิชาการ ถ้าถ่ายทอดทางวิชาการตอนนี้เข้าไปสู่ผู้เรียนโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้น คือ หน้าที่ของเราคือต้อง Design Design ให้มันน่าเรียน เรียนแล้วเข้าเรียนอย่างมีความสุข เรียนด้วยความสนอกสนใจ อันนั้นแหละ คือ หน้าของครู และอันที่ 2 หลักสูตรมันต้องกินได้ การที่จะกินได้ มันก็ต้องน่ากิน กินได้ แล้วก็ต้องอร่อยด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน นอกจากเป็นนัก Designer ต้องเป็นเชฟ เชฟต้องปรุงให้อร่อยนะคะ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนก็ต้องปรุงหลักสูตรเขากำหนดวัตถุดิบมา 1 2 3 4 เราก็ต้องจินตนาการแหละ จิตนาการ ใช้ความ Create เป็นครูนี่ล่ะ ของครูยุค 5G นี่ล่ะ จะต้อง Design (เจ้าหน้าที่หญิง) เดี๋ยวกลับไปอีกนิดหนึ่ง (อาจารย์จุลมณี) ก็ทางวิชาการตอนนี้ คือ Content ต่าง ๆ มันไปสู่ผู้เรียนอัตโนมัติ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของเราคือต้อง Design ค่ะ เรียนแล้วเขาเรียนอย่างมีความสุข เรียนแล้วเขาสนอกสนใจ อันนั้นแหละ คือ หน้าที่ของครู อันที่ 2 หลักสูตรมันต้องกินได้ การที่จะต้องกินได้ มันก็ต้องน่ากิน กินได้แล้วก็ต้องอร่อยด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนนอกจากเป็นนัก Designer แล้วก็จะต้องเป็น Chef Chef ต้องปรุงให้อร่อยนะคะ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนก็จะต้องปรุง หลักสูตรเขากำหนดวัตถุดิบมา 1 2 3 4 เราก็ต้องจินตนาการล่ะ ใช้ความ Create ของความเป็นครูนี่แหละ จะต้อง Design หลักสูตร ทำอย่างไรให้เป็นเมนูจานเด็ดให้ได้ ปกติเชฟไม่ใช่แค่ปรุงอาหารสุกแล้วก็กินได้เลยนะ มันต้องมีศิลปะในการจัดจาน ในการคัดเลือกวัตถุดิบ ในการที่แบบความกลมกล่อม คือ ต้องการเทสต์ลักษณะไหนก็ต้องการ Design เหมือนกันนะคะ ก็รับรูปต่อมาจากของการเป็นนัก Designer นั่นเอง สุดท้ายแล้วพอหลังจากที่กินได้อร่อยด้วย มีความสุข ทั้งอาหารตา อาหารใจ ก็จะต้องเข้าเป้าด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของผู้เรียน หน้าที่ของครูผู้สอน จะต้องทำหน้าที่เป็นกัปตัน พาผู้เรียนไปสู่จุดหมายปลายทางตามที่ตั้งไว้นะคะ เป้าหมายปลายทางอยู่ตรงไหน ก็อยู่ที่จุดประสงค์นั่นแหละค่ะ ที่ครูผู้สอนได้กำหนดไว้นะคะ เริ่มจากตัวหลักสูตรในระดับชั้นเรียนที่เป็นคำอธิบายรายวิชาที่ได้กำหนดไว้ ครูก็ต้องทำหน้าที่ถอดคำอธิบายรายวิชา ที่เขากำหนดไว้มีอะไรบ้าง KPA นั่นก็คือจะต้องพัฒนาผู้เรียนทั้งทางด้านสมอง ทั้งทางด้านทักษะ ทั้งทางด้านจิตใจ คุณลักษณะนิสัยต้องไปตามให้เป็นแบบองคาพยพเลย เราไม่ได้สอนหนังสือให้เด็กหัวโต แต่เราต้องสอนให้มีความเติบโตในทุก ๆ ด้านนะคะ เพราะฉะนั้น ในหลักสูตรก็เปรียบเสมือนกับเป็นวัตถุดิบนะ เริ่มต้นตั้งแต่หลักสูตรชาติก่อน หลักสูตรชาติผนวกกับหลักสูตรท้องถิ่น ถามว่าหลักสูตรท้องถิ่นมันมีมาอย่างไร ก็คือในแต่ละท้องถิ่น สิ่งไหนที่เขาต้องการจะอนุรักษ์รักษา ต้องการที่จะพัฒนา ก็เลยมีหลักสูตรอันนี้เกิดขึ้น เอามาช่วย Support สนับสนุนท้องถิ่นนะคะ ซึ่งหลักสูตรท้องถิ่นทำงานคู่ไปกับหลักสูตรสถานศึกษานะคะ หลักสูตรสถานศึกษา นอกจากการสร้างให้เด็กเป็นอย่างไร จุดเน้นของโรงเรียนเป็นอย่างไร อาจจะเอามาบูรณาการกับหลักสูตรท้องถิ่นเข้าไปด้วยนะคะ ถามว่ายังกินได้หรือยัง หลักสูตรสถานศึกษา เมื่อเปิดดูปุ๊บ มันก็จะมีโครงสร้างใช่ไหมคะ โครงสร้างของหลักสูตร ซึ่งในโครงสร้างหลักสูตรก็จะมีรายวิชาต่าง ๆ ซึ่งในรายวิชาต่าง ๆ นั่นแหละ จะมีคำอธิบายรายวิชาเป็นตัวกำหนด จะมีการกำหนดว่า K เรียนอะไรบ้าง P จะใช้อะไรบ้าง ในการ Catalyze เด็ก แล้วก็ A จะช่วยส่งเสริมคุณลักษณะวิสัยให้เด็กได้อย่างไร โดยที่เป้าหมายหลายทางได้กำหนดเอาไว้ เพราะฉะนั้น ครูใหม่หรือครูเก่าก็ตาม ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายให้สอนวิชาอะไรต้องกลับไปดูคำอธิบายรายวิชาก่อนนะคะ คำอธิบายรายวิชานี่แหละ ที่จะเป็นเข็มทิศนะคะ ที่จะให้ครูได้เอาไปเขียนแผนต่อไปนะคะ จากคำอธิบายรายวิชา ครูจะต้องทำหน้าที่ของนัก Designer แล้วค่ะ จัดทำให้เป็นหน่วยการเรียนรู้ ให้มันเป็น Story ให้มันมีชีวิตชีวาให้ได้นะคะ มีการจัดกลุ่มก้อน เนื้อหาทั้งหลายแหล่ที่ปรากฏในคำอธิบายรายวิชา เอามาสร้างเป็น Story หลังจากนั้นเห็นไหมคะ เห็นไหมคะ จากสถานศึกษาไปสู่ชั้นเรียน ขั้นตอนแบบนี้ ถามว่าหน่วยการเรียนรู้ใช้ได้หรือยัง ยังใช้ไม่ได้ เพราะมันบอกแค่โครงเฉย ๆ เห็นแค่โครงว่าจะเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง กิจกรรมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เนื้อหาจะเรียนอะไรบ้าง คือ จะบอกแค่คร่าว ๆ เป็นโครงเฉย ๆ นะคะ เพราะฉะนั้น ก็จะมีโครงสร้างรายวิชาเกิดขึ้นนะคะ หน่วยการเรียนรู้ ก็คือจะเป็นหน่วยใหญ่นะคะ ถึงจะถอดไปเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ตรงนี้ถือเป็นอาวุธของครู ที่ครูทุกคนจะต้องมีแผนการสอน ถ้าเรียกสั้น ๆ นะ ว่าแผนการสอน แต่ถ้าเรียกเต็ม รูปเป็นแผนการสอน ถ้าแผนการสอนเขาก็กลัวว่าเขาจะติดนะ ว่าสอนหนังสือนะคะ แต่ถ้าเป็นการจัดการเรียนรู้ มันก็จะเกี่ยวเนื่องกับการ Design หรือเรื่องของการออกแบบ ทีนี้ พอรายวิชามันมีการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ กำหนดเป้าหมาย นี่แหละมันเป็นเป้าหมายนะคะ เมื่อมีตัวชี้วัดแล้วหน้าที่ของครูผู้สอน ก็จะต้อง Recheck ค่ะ ว่าแต่ละตัวชี้วัดนี่มันมีรายละเอียดอะไร หาคีย์เวิร์ดให้เจอ Action Verb ต้องนี้ค่ะ อ่านออกเสียงร้อยแก้ววิชาภาษาไทยนะ อ่านออกเสียงร้อยแก้วได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สมมติว่าตอนนี้เราให้ดูแล 2 ตัวชี้วัดนี้ จะสร้างอย่างไร Story ได้ ตัวชี้วัดแรกเป็นเรื่องของการอ่านออกเสียง ตัวชี้วัดตัวที่ 2 เป็นเรื่องของการจับใจความ เราต้องเอามาหล่อหลอมให้เป็นสาระสำคัญเดียว คำว่า "สาระสำคัญ" มันก็คือเรื่องสำคัญ มันเป็น Concept เดียวนะคะ เพราะฉะนั้น สาระสำคัญจะคนละอย่างกับสาระการเรียนรู้นะคะ แยกให้ออกนะ อันนี้เป็นตัวอย่างสาระสำคัญที่ถอดมา 2 ตัวชี้วัด ก็จะมีการระบุเลยว่าการอ่านออกเสียง การจับใจความมันคืออะไร แล้วการศึกษาเรื่อง ก็คือสาระที่จะสอนนี่มีอะไรบ้าง อ๋อ เนื้อหาสาระเกี่ยวกับเรื่องการอ่าน กับเรื่องของการจับใจความ แล้วสุดท้ายมันจะทำให้ผู้อ่านได้อะไร เราก็ต้องเขียนตรงนี้ด้วย สรุปว่าสาระสำคัญมันจะประกอบไปด้วย 3 ประเด็นสำคัญด้วยกัน ประเด็นแรกเป็นนิยาม หรือเขียนเป็นหลักการก็ได้นะคะ อันที่ 2 เป็นเนื้อหาที่จะสอน สุดท้าย คือ เป็นประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับ หรือเนื้อหาที่ผู้เรียนจะได้รับ ถ้าครูเขียนสาระสำคัญได้ชัดเจน มันจะช่วยให้ตัวเองมีความเข้าใจ ว่าสิ่งที่เรากำลังสอนคืออะไร แล้วเนื้อหาสาระที่จะสอนมีอะไรบ้าง จะได้หามาถูก จะได้เอามาสอนถูก และสุดท้ายคือเรียนแล้วมันได้ประโยชน์อะไร 3 อย่างนี้ต้องไปด้วยกัน เวลาเขียนสาระสำคัญต้องเขียนแบบนี้นะ ถอดออกมาให้ได้อยู่ 3 ประเด็นนะคะ ไม่ใช่เขียนสาระการเรียนรู้ เนื้อหาที่เอามาสอนนะคะ ส่วนใหญ่ที่เห็นในอินเทอร์เน็ตกลายเป็นเขียนสาระการเรียนรู้เสียส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ถูกนะคะ ทีนี้ ในหน่วยการเรียนรู้นี่ มันก็เหมือนกับเป็นโครงนะ เป็นโครง ยังไม่ใช่ลงรายละเอียดว่ามันมีกิจกรรมอะไร แต่แค่เห็นแค่โครงนี่ อย่างน้อย ๆ ก็จะเห็นเป้าหมายปลายทางได้ ว่าภาพสุดท้ายเราต้องการให้เด็กได้อะไร ภาพสุดท้ายมันจะออกหน้าตากิจกรรมเป็นแบบไหน เพราะฉะนั้น คือ หน่วยการเรียนรู้มันจะกำหนดโครงสร้างรายวิชาด้วย เหมือนบ้างหลังนี้ เห็นไหมคะ มีโครงซึ่งเป็นโครงเหล็ก ที่ต่อกันมานี่ ต่อกันเป็นโครงหน้าต่าง ประตู เป็นโครงทุกอย่าง แต่เราเดาได้ใช่ไหมคะ ว่าหน้าตาหลังจากที่บ้านหลังนี้สร้างเสร็จแล้วมันจะเป็นแบบไหน เราก็เดาได้เลย มันต้องเป็นบ้าน 2 ชั้น ทรงโมเดิร์น มีโรงจอดรถที่มากกว่า 1 คันแน่ ๆ นะคะ หลังคาก็จะเป็นหลังคากระเบื้องอะไรอย่างนี้ ภาพสุดท้ายจะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ เห็นไหมคะ ก็โมเดิร์นจริง ๆ เราก็จะคาดเดาออกว่าโครงสร้างของรายวิชามันจะมีหน้าตาเป็นแบบไหนนะคะ ทีนี้ จากโครงสร้างรายวิชามันจะเห็นอะไรบ้างนะคะ โครงสร้างรายวิชาเห็นไหมคะ มันจะเห็นหน่วย มันจะเห็นตัวชี้วัดว่าใช้ตัวไหน แล้วก็ถอดออกไปเป็นสาระสำคัญ จะเห็นเวลาเรียน ก็จะเป็น 100 คะแนน ส่วนเวลาเรียนมันก็ตามที่หน่วยกิตมันล็อกเอาไว้กำหนด อย่างวิชาวิทยาศาสตร์นี่ 1 หน่วยกิต เห็นไหมคะ 1 หน่วยกิต ก็เท่ากับ 40 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น จะต้องบริหารจัดการให้มันลงตัว 40 ชั่วโมง แต่สอนจริงต้องยืดหยุ่นนะ อาจจะไม่ถึง 40 หรอกนะคะ แล้วก็คะแนนสัดส่วนก็ต้องพอเหมาะ เหมาะสม วิชาไหนเป็นวิชาปฏิบัติก็ให้คะแนนเยอะ ๆ หน่อย ทฤษฎีไม่ต้องเยอะนะคะ ไม่ใช่วิชาปฏิบัติแต่ว่าไปให้เด็กวุ่นวายเกี่ยวกับการทดสอบความรู้ความจำ อันนี้คือเด็กได้ประโยชน์น้อยนะคะ แล้วก็อันนี้หน่วยการเรียนรู้ 40 ชั่วโมง 5 หน่วย มันเยอะเกินไป อันนี้เป็นตัวอย่างที่ยังไม่ค่อยดีนะ แต่ว่าเดี๋ยวเราไปฝึกการเขียนหน่วยการเรียนรู้ เดี๋ยวครูอู๋จะอธิบายให้ฟังอีกทีหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้น จากโครงสร้างปุ๊บ มันจะถอดไปเป็น เห็นไหมคะ เราก็ต้องเอาไปออกแบบเป็นหน่วยย่อย พอได้หน่วยย่อย 1 หน่วยเสร็จปุ๊บ ก็ค่อยไปเป็นแผนการจัดการการเรียนรู้ ถามว่าหน่วยการเรียนรู้คืออะไร หน่วยการเรียนรู้มันก็คือเนื้อหาสาระที่มีการจุดเป็นชุด ๆ โยงใยความสัมพันธ์ของเนื้อหาจัดเป็นกลุ่มเป็นก้อนนะคะ เพราะว่าเราจะได้ไป Design กิจกรรมต่อ อันนี้เป็นตัวอย่างเห็นไหมคะ ในเรื่องเรื่องหนึ่งหน่วยการเรียนรู้อาจจะมีการรวมเนื้อหาที่มันคล้ายจัด จัดเป็นกลุ่มเดียวกันอย่างนี้ จัดเป็นกลุ่มเดียวกันนะคะ ใน 1 หน่วย ไม่ควรต่ำกว่า 8 ชั่วโมง เพราะว่าถ้าน้อยกว่านั้น เช่น บอกว่าหน่วยการเรียนรู้นี้มี 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง มันก็ไม่เพียงพอที่จะเป็น Story นะคะ เพราะฉะนั้น จะต้องให้มันเกิน 8 8 ชั่วโมงเป็นต้นไป หน่วยการเรียนรู้มีไว้ทำไม มีไว้ตรงนี้ ป้องกันไม่ให้ครูสอนตามหนังสือ ถ้าครูสอนตามหนังสือ แล้วปกติครูคนนั้นจะไม่ค่อยเขียน จะไม่ค่อยออกแบบหน่วยการเรียนรู้หรอกค่ะ เพราะว่ามันเป็นภาระ มันเหนื่อย มันอะไรนี่ แต่จริง ๆ น่ะ ถ้าครู Design หน่วยการเรียนรู้ดี ๆ นี่ การเรียนจะสนุนะคะ เด็กก็จะมีชีวิตชีวา เขาเรียกว่ามันเป็นแผนที่มีชีวิตนะคะ เพราะฉะนั้น การสร้างหน่วยการเรียนรู้นี่สามารถทำได้ 2 วิธี วิธีแรกนะคะ สร้างหน่วยจากประเด็น หรือหัวเรื่อง อันที่ 2 คือสร้างจากผลการเรียนรู้ เราลองดูนะ ว่าเราจะสร้างแบบไหน อย่างแบบแรกนี่ สร้างจากประเด็น คือ สร้างจากไอเดียนะคะ แล้วก็ค่อยมาหาว่าเนื้อหาสาระไหน ที่มันจะ Match นะคะ อาจจะมา Shopping จากการเรียนรู้ตัวชี้วัดนะคะ แล้วก็มาเรียนเป็นสาระสำคัญ สุดท้ายก็มาออกเป็นกิจกรรม ก็เลยได้หน่วยการเรียนรู้ขึ้นมา อันนี้คือสร้างจากประเด็นก่อน แล้วค่อยไปคิดหาเนื้อหาที่จะเอามาบูรณาการภายหลัง อันนี้วิธีแรก วิธีที่ 2 นะคะ วิธีที่ 2 คือ สร้างจากเป้าหมาย ปักธงไว้เลย ว่าอยากให้ผู้เรียนได้อะไร ได้ความรู้อะไร ได้ทักษะอะไร พอตั้งธงเสร็จปุ๊บ ก็มาคิดหน่วยการเรียนรู้ให้มันสอดคล้องกับเป้าหมายที่เราต้องเอาไว้ วิธีการนี้เรียกว่า "Backward Design" นะคะ ก็เอาเป้าหมายเป็นที่ตั้งนะคะ แล้วค่อยไปกำหนดภาระชิ้นงาน จริง ๆ ต้องมาที่ภาระชิ้นงานก่อนนะ จากนั้นค่อยไปที่การวัดการประเมินผลนะคะ และสุดท้ายท้ายสุดเลย ก็ไปออกแบบกิจกรรมที่หลังนะคะ วิธี... เขาเรียกว่า "Backward Design" เอาเป้าหมายเป็นหลัก เนื้อหาทีหลังนะ ทีนี้ หลักสูตรสถานศึกษา เห็นไหมคะ ในหลักสูตรสถานศึกษา มันก็จะบรรจุรายวิชาที่ครูผู้สอนจะต้องสอนนะคะ ก็แยกขาดกันวิชาวิชาเลยนะคะ ในแต่ละวิชาก็มีการกำหนดเป้าหมายอีกว่าเนื้อหาจะสอนอะไร จะมีอะไรบ้าง แล้วเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง คือ ตามตัวชี้วัดที่ระบุนั่นแหละ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูต้องในความเป็นนัก Designer นี่ล่ะ ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ให้มันน่าเรียนนะคะ ทำได้อยู่ 2 วิธีนะคะ ก็คือมีอยู่รายวิชาอยู่แล้ว ก็ไปสร้างหน่วยได้เลยนะคะ อีกวิธี ก็คือไม่มีหน่วย ก็คือไม่มีคำอธิบายรายวิชา เราต้องเขียนขึ้นมาเองนะคะ ซึ่งในรายวิชาพัฒนาหลักสูตรพวกเราจะได้เขียนขึ้นมาเอง เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มันโดนใจเด็ก ๆ เป็นหลักสูตรที่มาจากฐานความสนใจของเด็ก ๆ นะคะ แล้วในคำอธิบายรายวิชา มันจะปรากฏอะไรอยู่บ้าง มันก็จะปรากฏอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนหัว ส่วนตัว ส่วนตัวที่เป็นเนื้อหานะ เนื้อหาที่ใช้เรียน มันก็จะบอกทั้ง K P A เป็น Paragraph Paragraph แรกจะเป็น Pharagraph ที่ 2 จะเป็นพวก Paragraph สุดท้ายเลยก็จะเป็น A แล้วก็กำกับด้วยตัวชี้วัดที่จะให้เด็กไปถึงนะคะ ก็จะมีอยู่ 3 ส่วนตรงนี้นะคะ ที่เราจะต้องมาดูกัน แล้วก็มาออกแบบกันนะคะ จริง ๆ การออกแบบไม่ยากนะ หน้าที่ของครูผู้สอนก็คืออย่างไร แล้วก็ต้องหาข้อมูลว่าจะสอนทั้งทีจะสอนแบบ Change นะ ไม่ใช่ถือหนังสือเข้าไปในห้องเรียน ถ้าสอนแบบนั้นน่ะ มันไม่ใช่ครูมืออาชีพ หน้าที่ของเราต้องเป็นครูยุค 5G ต้องเป็นครูมืออาชีพ วิชาอะไรก็ตามที่ผ่านมือเรา เด็กที่เรียนกับเราแล้วต้องมีความเจริญเติบโตในทุก ๆ ด้านนะคะ ไม่ใช่สอนให้หัวโตอย่างเดียวนะคะ ถ้าสอนให้หัวโตอย่างเดียวนี่ มันก็จะเป็นฝั่งขวามือนี่แหละค่ะ สอนหนังสือเข้าไป สอนให้ท่องจำ แล้วเอาไปสอบไป สุดท้าย คือ เด็กกินความรู้นั้นไม่ได้ เอาไปประยุกต์ใช้ไม่เป็น ก็ไม่มี นิสัยที่ดี ๆ ก็ไม่เกิดในรายวิชา สอนแต่บวก ลบ คูณ หาร ไม่ได้สอนให้อ่านออกเขียนได้ ไม่ได้สอนนิสัย ถ้าสอนแบบนี้ยิ่งเรียนยิ่งแห้งเหี่ยว แต่ถ้าสอนมีการ Design ดี ๆ นะ เนื้อหาทุกอย่างมันมีการ Design หมดเลย การเรียนแบบนี้จะเป็นการเรียนแบบชีวิตชีวามันจะอุดมสมบูรณ์มากแบบฝั่งซ้ายมือนี่ล่ะ เรามาเป็ครูยุค 5G สอนให้เด็กเติบโตในด้านฝั่งซ้ายดีกว่านะ เพราะฉะนั้น มันก็จะต้องมีการเปลี่ยนระบบในการเรียนการสอนนะคะ เพราะฉะนั้น หนวยการเรียนรู้จะต้อง Design ดี ๆ นะคะ ของมันก็คือจะต้องมีความสมบูรณ์และจบในตัว เหมือนหนังสั้นน่ะ มันต้องจบในตัวไม่ใช่มีตอน 1 ตอน 2 ตอน 3 จบภายในตัว ภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมงนี่ ภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง มันจะต้องประกอบไปด้วยเนื้อหา มีจุดประสงค์ มีเนื้อหา มีกิจกรรม มีการวัดการประเมิน อย่างน้อย ๆ จะต้องมี 4 อย่าง ส่วนปัจจัย ส่วนองค์ประกอบที่เหลือการสอน เช่น เทคนิคการสอนอะไรต่าง ๆ มันก็จะรวมอยู่ในนี้ แต่มันเป็นเรื่องย่อย ๆ ที่เอามาเสริมเฉย ๆ นะคะ เพราะฉะนั้น การสร้างหน่วยการเรียนรู้ที่ดีนี่ คือ นอกจากเป็นหน่วยที่มีชีวิตชีวาแล้วนี่ เนื้อหาที่เอามาสอนมันควรจะมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันนะคะ แล้วก็ไม่ควรใหญ่ หรือว่าเล็กเกินไปอย่างที่ครูอู๋บอกเมื่อครู่นี่ บอกว่าหน่วยการเรียนรู้นี้เนื้อหา 3 ชั่วโมงนี่ ไม่ได้อะไรเลยนะคะ เพราะสอนจริงนี่ 50 นาที คาบหนึ่ง 50 นาทีนะคะ กว่าจะได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมนี่มันก็ไม่ทันเวลา เพราะฉะนั้น คือ หน่วยหนึ่งน่ะ สัก 10 ชั่วโมงกำลังดีนะคะ เราจะได้ Design กิจกรรมได้นะคะ แล้วในหน่วยนั้นจะต้องพาผู้เรียนไปสู่มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ด้วย แล้วหน่วยการเรียนรู้สร้างขึ้นมาปุ๊บ เด็กต้องมีส่วนร่วมด้วยนะ ไม่ใช่ 10 ชั่วโมงให้เด็กมานั่งฟังอย่างเดียว มันก็ไม่ใช่ แล้วในหน่วยนั้นจะต้องมีชิ้นงานที่สะท้อนตามเป้าหมายด้วยนะคะ สมมติเราสอนให้เด็กว่ายน้ำนี่ ชิ้นงาน คือ ให้เด็กทำแบบทดสอบ มันก็ไม่ Match กันนะ เพราะฉะนั้น ภาระงานที่เราให้นั่นก็คือให้ฝึกซ้อมว่ายน้ำ ให้ว่ายน้ำให้เป็นอย่างนี้ ถึงจะเป็นภาระงานที่มัน Match กับเป้าหมาย เวลา Design หน่วยนี่ เวลากับน้ำหนักคะแนน ต้องให้มันพอเหมาะพอสม บางวิชาครูเห็น ถ้าเป็นปฏิบัติต้องเทคะแนนให้เยอะ ๆ หน่อย บางวิชาที่ครูเห็นนะ เทคะแนนให้กับการสอนนี่ 30-40 นี่มันเยอะเกินไปนะ ไปท่องจำแบบนั้น คือ เด็กไม่ได้อะไรเลย ไปสอนแบบนกแก้วนกขุนทองนะคะ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน คือ ต้อง Design ค่ะ Design ตรงไหน ทำให้มันเป็นหน่วยบูรณาการไม่ใช่เป็นหน่วยปกติ หน่วยบูรณาการกับหน่วยปกติมันต่างกันอย่างไร หน่วยการเรียนรู้โดยทั่วไปปกติคือสอน แล้วก็สอบ จบแล้ว แต่ถ้าเป็นหน่วยบูรณาการล่ะ หน่วยบูรณาการนี่ พวกนี้ผู้เรียนจะได้ลงมือปฏิบัติด้วย เวลาเด็กเอาความรู้ไปใช้นี่ การใช้คววามรู้ ได้ใช้ทั้งความรู้ ความคิด ประสบการณ์มันไม่แยกจากกันนะคะ Design กิจกรรม อย่างเช่น การเรียนแบบ Project Base นี่ การจัดการเรียนรู้ที่ให้เด็กนี่ได้คิดขั้นสูง ได้ลงมือทำ ได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองนะคะ ในห้องสี่เหลี่ยมนะคะ แล้วถ้ามันบูรณาการก็จะต้องมีการ PLC กับเพื่อนครูด้วย เราจะได้ลดความซ้ำซ้อนของภาระงาน สมมติถ้าเราไปสอนภาษาไทยอย่างนี้ เราต้องมองหาดู เอ๊ะ เราจะดีลกับครูคนไหนได้บ้างนี่ สมมติไปดีลกับครูวิทยาศาสตร์อย่างนี้ ดีลกับครูภาษาอังกฤษ ชิ้นงานสร้างขึ้นมาชิ้นงานเดียวนะคะ แต่ว่าคิดคะแนนอย่างนี้ก็แยกเป็นรายวิชาไป เห็นไหมคะ เด็กทำชิ้นเดียว แต่ออกคะแนนไป 2 ทางอย่างนี้ จะได้ช่วยลดภาระงานของเด็กด้วยนะคะ นี่แหละ ก็คือในลักลักษณะของการบูรณาการ การบูรณาการมีหลายแบบด้วยกันนะคะ อย่างเช่น การเรียงลำดับ การมีส่วนร่วม แบบใยแมงมุม เดี๋ยวครูจะอธิบายแต่ละแบบนะคะ อันนี้เป็นการแยกประเภท ที่เป็นนักวิชาการ เขาแยกออกมา ซึ่งหลัก ๆ นะ อันนี้เป็นกล่มเดียวกันนะคะ เดี๋ยวครูอธิบายอีกทีหนึ่ง การบูรณาการแบบเรียงลำดับมันเป็นอย่างไร ก็คือเป็นการบูรณาการ 2 เนื้อหาสาระ เอามาสอนให้มันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน สมมติครูอู๋จะสอนวิชาภาษาอังกฤษ กับสอนวิชาท้องถิ่นอย่างนี้ khorat geopark ช่วงนี้ครูก็สอน Geopath ช่วยสอน Geopark ไปด้วย ในขณะเดียวกันก็สอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Geopark ไปด้วย ในส่วนของ อย่างเช่นคำศัพท์ การแต่งประโยคเกี่ยวกับ Geopark อะไรอย่างนี้ คือ สอนแยก 2 วิชา สอนแยกเนื้อหาสาระ แต่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ไปอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เราก็ไปดูสมมติเราสอนภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ เราก็ไปดู เอ๊ะ มันเข้าค่ายกับรายวิชาไหน สมมติเราดูแล้วเราจะให้มันเกี่ยวกับ Geopark ให้ได้ใน Gopark มันก็จะมีบางส่วนที่สอดคล้องกับภาษาอังกฤษที่ครูอู๋สอนก็ได้ ลองกับภาษาอังกฤษที่ครูอู๋สอนก็ได้ มีเนื้อหาที่คาบเกี่ยวกัน เพราะฉะนั้น ครูอู๋ก็จะเอามาสอนที่มันคาบเกี่ยวกันเอามาสอนเป็นแบบ Share หรือแบบมีส่วนร่วมนะคะ สอนควบคู่กันได้เลยนะคะ ประเภทต่อมาใยแมงมุง ครูอู๋คิดธีม สมมติครูอู๋สอนเรื่อง Geopark มันเกี่ยวกับวิชาอะไรได้บ้าง ปรากฏว่า โอเค มันเกี่ยวข้องกับวิชาคณิตศาสตร์ได้ด้วยนะ มีการคำนวณพื้นที่อะไรต่าง ๆ นี่ เช็กสะสารของพื้นดิน เขตพื้นที่อะไรก็แล้วแต่ มีการสร้างผลงานขึ้นมาก็ได้วิชาศิลปะขึ้นมาอย่างนี้ วาดเกี่ยวกับ Geopark นี่ เกี่ยวกับไดโนเสาร์ เกี่ยวกับพื้นที่อย่างนี้นะคะ อันนี้เขาเรียกว่าเป็นการบูรณาการแบบใยแมงมุม คือ บูรณาการหลาย ๆ วิชาภายใต้เรื่องหรือธีมนะคะ อีกอันหนึ่งเป็นแบบร้อยด้ายนะ ก็คือเอาทักษะอะไรก็ได้เอามาเป็นแกนนะคะ เอามาผูกกับรายวิชาต่าง ๆ นะคะ แล้วก็สอนไปด้วยกัน ให้มันเชื่อมโยงกัน ช่วงแรกอาจจะวิทยาศาสตร์ แล้วก็โยงไปที่ Khorat Geopark แล้วโยงไปที่ภาษาญี่ปุ่นก็ได้ ภาษาอังกฤษก็ได้ ทั้ง 3 ตัวจะถูกร้อยด้วย ครูอู๋ทักษะความคิดสร้างสรรค์อย่างนี้ เอามาใส่ในทุกกิจกรรมทุกเนื้อหาเลยร้อยให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นแกนหลักนะคะ แล้วอันสุดท้ายแบบบูรณาการ เป็นการจัดการเรียนการสอนที่เป็นสหวิทยาการ ผสมผสานทั้งเนื้อหาสาระทักษะให้มันรวบยอดไปด้วยกันหมดเลย เอาแทรกในแต่ละส่วน แทรกในแต่ละส่วน อันนี้เขาเรียกว่าเป็นการสอนแบบบูรณาการนะคะ เพราะฉะนั้น การออกแบบหน่วยการเรียนรู้นี่ จริง ๆ เป็นเรื่องที่สนุกมากนะคะ ออกแบบทำอย่างไร ออกแบบก็จะต้องทำให้มันเป็น Story นะ เหมือนกับเป็นหนังสั้นอย่างนี้ ซึ่งเราก็จะต้องมีการเขียน Plot ก่อนนะคะ ก็เลยเข้ามาสู่ Workshop ที่ 2 ที่เราจะได้ฝึกทำกันเป็นกลุ่ม ครูอู๋จะส่งที่เป็นใบกิจกรรมใบงานต่าง ๆ คำชี้แจงต่าง ๆ ให้พวกเราทำกันเป็นกลุ่ม แบ่งกลุ่มละ 4-5 คนนะ เลือกคำอธิบายรายวิชาที่เราสนใจนี่ มา 1 รายวิชา แล้วก็มาลองออกแบบหน่วยการเรียนรู้ แล้วก็ลองทำโครงสร้างรายวิชานะคะ เดี๋ยวครูจะส่งใบกิจกรรมให้ หลังจากนั้นเราก็ศึกษาตัวชี้วัดทุกตัวที่ปรากฏในคำอธิบายรายวิชา แล้วก็ถอดออกมาเป็น Concept นะคะ แล้วก็หลอมจัดกลุ่มนะคะ เหมือนที่ครูอู๋เชิญชวนให้พวกเราดูก่อนหน้านี้นะ ว่าเรามีวิธีการหลอมตัวชี้วัดอย่างไร สุดท้ายก็มาสร้างเป็น Concept หรือไอเดีย แล้วก็ตั้งชื่อหน่วยตอนสุดท้าย ถามว่าทำไมตั้งชื่อหน่วยตอนสุดท้าย ตอนนั้นเราเห็นแล้วว่ามันเป็นไปในทิศทางไหนนะคะ เราก็จะพอคาดเดาได้ว่าสาระสำคัญแบบนี้มันจะนำไปสู่การออกแบบกิจกรรมอะไรได้อย่างนี้นะคะ ซึ่งใบกิจกรรมที่ 2 ครูอู๋จะมีใบความรู้ให้ มีคำชี้แจง จะมีใบงานให้นะคะ มีอยู่ 2 ฉบับ เราทำร่วมกันเป็นกลุ่มนะ อันนี้เป็นตัวอย่าง สร้าง 1 หน่วยการเรียนรู้นะ หน่วยการเรียนรู้ สร้างหน่วยการเรียนรู้นะ หน่วยการเรียนรู้ ครูอู๋สมมติว่าตอนนี้ยังไม่ปรากฎชื่อ ชื่อควรจะมาเขียนตอนสุดท้ายนะ ชื่อตัวชี้วัดคำอธิบายรายวิชา สมมติมีอยู่ 10 ตัวนะ อันนี้หน่วยแรก หลังจากที่ไปดูคำอธิบายรายละเอียดแล้ว ในแต่ละรหัสนะคะ ตัวชี้วัดนี่ สรุปได้แล้วเรียบร้อยนะคะ เอามาตั้งเป็นเป้าหมายการเรียนรู้นะคะ หลักจากนั้น อันนี้คือครูอู๋จะพาทำหน่วยการเรียนรู้เป็นแบบ Backword Design นะคะ ว่า เอ๊ะ ชิ้นงานแบบไหน ที่จะมาตอบตัดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องได้นะคะ เป็นหลักฐานนะคะ ว่าเด็กได้บรรลุเป้าหมายตามกำหนดแล้วนะคะ ครูอู๋ก็ว่าโอเค ให้เด็กสร้างผลงานถ่ายภาพนะคะ แล้วก็ผลงานการถ่ายภาพเป็นอย่างไรปุ๊บ ก็ใช้เกณฑ์การให้คะแนนหรือ Rubrics อันนี้เป็นหลักฐานผลการเรียนรู้ วัดการประเมิน แล้วแนวการจัดกิจกรรมล่ะ จัดเป็นแบบโครงงาน แล้วก็ให้มานำเสนอ หน่วยการเรียนรู้นี้มีอยู่ทั้งหมด 10 ชั่วโมง ก็ต้องไป Design ว่าทำอย่างไรเด็กจะมีส่วนร่วม ให้เด็กนี่ เป็น Center นะคะ เพราะฉะนั้น เราก็เขียนออกมาคร่าว ๆ ไม่ต้องเขียนเยอะค่ะ ว่าเราจะมีแนวการจัดกิจกรรมแบบไหน อันนี้ก็คือตัวอย่างกิจกรรม 1 หน่วย ซึ่งในรายวิชาหนึ่งก็จะมี 2 หน่วย 3 หน่วยก็แล้วแต่เรานะคะ อันนี้ก็เป็นหน้าตาของโครงสร้างรายวิชา เอาตัวชี้วัดนี่เขียนมาก่อน ตัวชี้วัดก็มาหลอมเป็นสาระสำคัญนะคะ แล้วก็รองลงมา พอจากมันครบแล้ว เราก็มาดูว่าในแต่ละหน่วยเราจะใช้เวลาเท่าไร กำหนดน้ำหนักคะแนนเท่าไร รวมคะแนนแล้วต้องได้ 100 รวมคะแนน แล้วก็ตามให้มันสอดคล้องกับหน่วยกิตนะ อันนี้แนะนำไปแล้วนะ การเขียนสาระสำคัญนะคะ ทีนี้เทคนิคการเขียนสาระสำคัญ ทบมวนอีกรอบหนึ่งนะคะ ตัวนี้สังเกตว่ามันเป็นหลักการนิยามนะ สังเกตเอาคีย์เวิร์ดในเนื้อหาหลักนะคะ การตั้งต้น สังเกตว่าจะขึ้นด้วยว่า การ หรือ ความ นะคะ แล้วก็การศึกษาเรื่องนะคะ เนื้อหาที่จะสอนนั่นแหละนะคะ แล้วก็สุดท้ายคุณค่าที่เด็กจะได้นะคะ วิธีการเขียนก็สำคัญ แล้วก็มาตั้งชื่อหน่วย ตอนสุดท้ายเลย วิธีการต้องชื่อหน่วย เหมือนกับเราตั้งชื่อหนังน่ะค่ะ มันต้องตื่นตาตื่นใจ มันต้องสะท้อน Concept ของหนัง เห็น พอเดาได้ว่าหนังมันจะเป็นธีมแนวไหนนะคะ ชื่อมันก็ต้องเป็นชื่อที่ชวนคิดติดตาม สอดคล้องกับจุดเน้นด้วยนะคะ อย่าง Poster หนัง AVATAR อย่างนี้ เราพอจะคาดเดาได้ว่ามันเป็นเรื่องเดียวกับความลึกลับ ความเป็นตัวตนอะไรต่าง ๆ หรือหนังเรื่อง The City of Gold น่ะ กับภาพประกอบอย่างนี้ มันเป็นสื่อได้ว่ามันเป็นเรื่องของการตามล่าหาสมบัติอย่างนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการผจยภัย นี่เห็นไหมคะ คนดูสามารถที่จะเดาได้เลยว่าเป็นเรื่องที่ชอบแนวนี้หรือเปล่าอย่างนี้ เรื่องนี้น่ะค่ะ นเรศวรมหาราช ยุตถหัตถี มันน่าจะเป็นเรื่องของการทำสงครามอย่างนี้นะคะ วัยรุ่นพันล้าน วัยรุ่นพันล้าน ว่า เอ๊ะ มันจะเป็นเรื่องที่น่าเกี่ยวกับวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่สร้างเนื้อสร้างตัว จนกระทั่งได้เป็นวัยรุ่นพันล้านอย่างนี้ Top Secrect ก็เป็นหน้าที่เราแล้วล่ะ ว่าจะต้องสร้าง Story ทำอย่างไรให้หน่วยการเรียนรู้ของเรามีชีวิตชีวาให้ได้นะคะ หนังเขายังสร้างให้มีชีวิตชีวาได้... (เจ้าหน้าที่หญิง) ค่ะ ตอนนี้ก็วิดีโอจบไปแล้วนะคะ แต่นักศึกษาบอกว่าขออีกรอบหนึ่ง เพราะว่าเนื้อหาค่อนข้างยากค่ะ เดี๋ยวเปิดอีกรอบหนึ่งนะคะ วิดีโอประมาณ 30 กว่านาทีค่ะ ตอนนี้ได้ยินเสียงไหมคะ ทางล่ามได้ยินเสียงไหมเอ่ย ค่ะ ตอนนี้วิดีโอจบไปแล้ว เดี๋ยวจะขอเปิดใหม่อีกครั้งหนึ่งนะคะ [เสียงวีดิทัศน์] (อาจารย์จุลมณี) สวัสดีค่ะนักศึกษาทุกคน วันนี้ครูก็จะพาพวกเราไปเรียนรู้ในประเด็นการเรียนรู้ ในหัวข้อจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียน สังเกตว่าจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียนนี่ คือ การนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัตินะคะ ก็คือหลักสูตรเดิม เป็นหลักสูตรที่มันเป็นนามธรรม ถ้าเปรียบเสมือนกับอาหารนะ ก็จะเป็นวัตถุดิบ แต่ยังกินไม่ได้นะคะ แต่ถ้าเมื่อไรที่มันลงสู่ชั้นเรียนแสดงว่ามันถูกปรุงมาแล้ว ครูก็เลยใช้ชื่อว่า "จับหลักสูตรมาปรุงเป็นเมนูเด็ด" เพราะฉะนั้น ที่ครูเคยบอกไปนะ ว่าครูจะต้องทำหน้าที่อยู่ 3 อย่าง หน้าที่อันแรกเลย ก็คือหน้าที่ของการเป็นนัก Designer นัก Designer ทำอะไร นัก Designer ก็เป็นนักออกแบบการจัดกิจกรรม กิจกรรมทุกอย่าง การจัดการเรียนรู้ทุกอย่างเลย ต้อง Design Design ทำไม Design ก็ให้มันน่าเรียน มันมีความสุขสนุกสนานในการเรียนรู้ เพราะเราไม่ใช่เป็นครูสอนหนังสือที่ถ่ายทอดวิชาการ ตอนนี้คือมันเข้าไปสู่ผู้เรียนโดยอัติโนมัติ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของเราคือต้อง Design ให้มันน่าเรียน เรียนอย่างมีความสุข เรียนด้วยความสนอกสนใจ อันนี้ล่ะคือหน้าที่ของครู อันที่ 2 หลักสูตรมันต้องกินได้ การที่จะกินได้มันก็ต้องน่ากิน กินได้แล้วก็ต้องอร่อยด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนนอกจากเป็นนัก Designer แล้ว จะต้องเป็นเชฟ เชฟต้องปรุงให้อร่อยนะคะ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน ก็คือต้องปรุง เขากำหนดวัตถุดิบมา 1 2 3 4 เราก็ต้องจินตนาการล่ะ จินตนาการใช้ความ Create ของความเป็นครูนี่ล่ะ ของครูยุค 5G หลักสูตรทำอย่างไรให้เป็นเมนูจานเด็ดให้ได้ ปกติเชฟไม่ใช่แค่ปรุงอาหารสุกแล้วก็กินได้เลยนะ มันต้องมีศิลปะในการจัดจาน ในการคัดเลือกวัตถุดิบในการที่แบบ... ความกลมกล่อม คือ ต้องการเชฟ ลักษณะไหน ต้องมีการ Design เหมือนกันนะคะ ก็รับลูกต่อมาจากการเป็นนัก Designer นั่นเอง สุดท้ายแล้ว กินได้ อร่อยด้วย มีความสุข มีทั้งอาหารตา และอาหารใจ ก็จะต้องเข้าเป้าด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของผู้เรียน หน้าที่ของครูผู้สอนก็จะต้องทำหน้าที่เป็นกัปตัน พาผู้เรียนไปสู่จุดหมายปลายทาง ตามที่ตั้งไว้นะคะ เป้าหมายปลายทางอยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงที่จุดประสงค์นั่นล่ะค่ะ ที่ครูได้สอนไว้นะคะ เริ่มจากตัวหลักสูตรในระดับชั้นเรียนที่เป็นคำอธิบายรายวิชาที่กำหนดไว้ ครูก็ต้องทำหน้าที่ถอดคำอธิบายรายวิชาที่เขากำหนดไว้น่ะ มีอะไรบ้าง K P A นั่นก็คือต้องพัฒนาผู้เรียนทางด้านสมอง ทั้งทางด้านทักษะ ทั้งทางด้านจิตใจ คุณลักษณะนิสัยต้องไปพร้อมกัน ให้เป็นแบบองคาพยพเลยนะคะ เราไม่ได้สอนหนังสือให้เด็กหัวโต แต่เราต้องสอนให้มีความเติบโตในทุก ๆ ด้านนะคะ เพราะฉะนั้น ในหลักสูตรก็จะเป็นเหมือนวัตถุดิบนะ เริ่มต้นตั้งแต่หลักสูตรชาติก่อน หลักสูตรชาติ ผนวกกับหลักสูตรท้องถิ่น ถามว่าหลักสูตรท้องถิ่นมันมีมาอย่างไร ก็คือหลักสูตรในแต่ละท้องถิ่น สิ่งไหนที่เขาจะต้องการอนุรักษ์ รักษา ต้องการพัฒนา ก็เลยมีหลักสูตรอันนี้เกิดขึ้น เอามาช่วย Support สนับสนุนท้องถิ่น ซึ่งหลักสูตรท้องถิ่น ก็จะทำงานคู่ไปกับหลักสูตรสถานศึกษานะคะ หลักสูตรสถานศึกษา นอกจากต้องการจะสร้างให้เด็กเป็นอย่างไร จุดเน้นของโรงเรียนเป็นอย่างไร อาจจะบูรณาการกับหลักสูตรท้องถิ่นเข้าไปด้วยนะคะ ถามว่ากินได้หรือยัง หลักสูตรสถานศึกษา เมื่อเปิดดูปุ๊บ มันก็จะมีโครงสร้างใช่ไหมคะ โครงสร้างของหลักสูตร ในโครงสร้างของหลักสูตรก็จะมีรายวิชาต่าง ๆ ซึ่งในรายวิชาต่าง ๆ นั่นแหละ จะมีคำอธิบายรายวิชาเป็นตัวกำหนด จะมีการกำหนดว่า K เรียนอะไรบ้าง P จะใช้ทักษะกระบวนการอะไร เป็นตัว catalyze เด็ก แล้วก็ A จะช่วยส่งเสริมคุณลักษณะนิสัยให้กับเด็กอย่างไร โดยที่เป้าหมายปลายทางก็มีการกำหนดเอาไว้ เพราะครูใหม่ หรือครูเก่าก็ตาม ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายให้สอนวิชาอะไร ให้กลับไปดูเป้าหมายรายวิชาก่อนนะคะ คำอธิบายรายวิชานี่แหละ ที่จะเป็นเข็มทิศให้ครูได้เขียนต่อไปนะคะ จากคำอธิบายรายวิชา ครูก็จะต้องทำหน้าที่ของการเป็นนัก Designer ล่ะค่ะ จัดทำให้เป็นหน่วยการเรียนรู้ให้เป็น Story มีชีวิตชีวาให้ได้นะคะ มีการจับกลุ่มก้อนเนื้อหาทั้งหลายแหล่ในคำอธิบายรายวิชา เอามาสร้างเป็น Story แล้วหลังจากนั้นเห็นไหมคะ จากสถานศึกษาไปสู่ชั้นเรียน มันเป็นขั้นตอนแบบนี้ ถามว่าหน่วยการเรียนรู้ใช้ได้หรือยัง ยังใช้ไม่ได้ เพราะมันยังบอกแค่โครงเฉย ๆ เห็นแค่โครงว่าจะเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง กิจกรรมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เนื้อหาจะเกิดอะไรบ้าง กิจกรรมอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง คือ จะบอกแค่คร่าว ๆ เป็นโครงเฉย ๆ นะคะ เพราะฉะนั้น ก็จะมีโครงสร้างรายวิชาเกิดขึ้นนะคะ หน่วยการเรียนรู้คือจะเป็นหน่วยใหญ่นะคะ จากโครงสร้างรายวิชานั่นแหละ ถึงจะถอดเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ตรงนี้ถือว่าเป็นอาวุธของครู ที่ครูทุกคนจะต้องมีแผนการสอน ถ้าเรียกสั้น ๆ นะ ว่า "แผนการสอน" ถ้าเต็มรูปก็คือเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ เขาก็กลัวครูจะติดนะ ว่าสอนหนังสือนะคะ แต่ถ้าเป็นการจัดการเรียนรู้ มันก็จะเกี่ยวเนื่องในเรื่องของการ Design ในเรื่องของการออกแบบ ทีนี้พอรายวิชามันมีการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ มีการกำหนดเป้าหมาย ไอ้ตัวชี้วัดนี่แหละเป็นเป้าหมายนะคะ เมื่อมีตัวชี้วัดแล้ว หน้าที่ของครูผู้สอนก็จะต้อง Recheck ค่ะ ว่าแต่ละตัวชี้วัดนี่มันมีรายละเอียดอะไร หาคีย์เวิร์ดให้เจอ Action Verb ตรงนี้ค่ะ อ่านออกเสียงร้อยแก้ว อันนี้เป็นสมมติ อันนี้เป็นวิชาภาษาไทยนะ อ่านออกเสียงร้อยแก้วได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สมมติว่าตอนนี้เราได้รับผิดชอบให้ดูแล 2 ตัวชี้วัดนี้ควรทำอย่างไร จะสร้างมันเป็น Story ได้ ตัวชี้วัดแรกเป็นเรื่องของการอ่านออกเสียง ตัวชี้วัดตัวที่ 2 เป็นเรื่องจับใจความ เราจะต้องเอามาหลอมรวมกันให้เป็นสาระสำคัญเดียว คำว่า "สาระสำคัญ" มันก็คือเรื่องสำคัญ มันเป็น Concept เดียวนะคะ เพราะฉะนั้น สาระสำคัญจะคนละอย่างกับสาระการเรียนรู้นะคะ แยกให้ออกนะ อันนี้เป็นตัวอย่างหน้าตาสาระสำคัญที่ถอดออกมา 2 ตัวชี้วัด ก็จะมีการระบุเลยว่าการอ่านออกเสียง การอ่านจับใจความมันคืออะไร และการศึกษาเรื่อง ก็คือสาระที่จะสอนนี่มีอะไรบ้าง อ๋อ เนื้อหาสาระเกี่ยวกับเรื่องการอ่าน กับเรื่องที่เราจับใจความ และสุดท้ายแล้วมันจะช่วยให้ผู้เรียนได้อะไร เขียนตรงนี้ด้วย สรุปว่าสาระสำคัญจะประกอบไปด้วย 3 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก ก็คือนิยาม หรือเขียนเป็นหลักการก็ได้นะคะ อันที่ 2 เป็นเนื้อหาที่จะสอน สุดท้าย คือ เป็นประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับ หรือคุณค่าที่ได้รับ ถ้าครูเขียนสาระสำคัญได้ชัดเจน มันจะช่วยให้ตัวเองนี่ มีความเข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังสอนนี่คืออะไร แล้วเนื้อหาสาระที่จะสอนมีอะไรบ้าง จะได้ไปหามาถูก เอามาสอนถูก แล้วสุดท้ายคือเรียนแล้วมันได้ประโยชน์อะไร 3 อย่างนี้ต้องไปด้วยกัน เวลาเขียนสาระสำคัญต้องเขียนแบบนี้นะ ถอดออกมาให้ได้อยู่ 3 ประเด็นนะคะ ไม่ใช่เขียนเนื้อหาสาระการเรียนรู้ที่เอามาสอนนะคะ ส่วนใหญ่ในอินเทอร์เน็ตเป็นเขียนสาระการเรียนรู้เสียส่วนใหญ่นะคะ ซึ่งไม่ค่อย... ไม่ถูกนะ ทีนี้ ในหน่วยการเรียนรู้นี่ มันก็เหมือนกับเป็นโครงนะ เป็นโครง ยังไม่ใช่ลงรายละเอียดอะไร มีสื่ออะไร จะเห็นแค่โครง แต่แค่เห็นแค่โครง อย่างน้อย ๆ ก็พอจะเห็นเป้าหมายปลายทางได้ว่าภาพสุดท้ายเราต้องการให้เด็กได้อะไร ภาพสุดท้ายมันจะออกหน้าตากิจกรรมเป็นแบบไหน เพราะฉะนั้น คือ ในหน่วยการเรียนรู้ มันจะปรากฏโครงสร้างรายวิชาด้วย เหมือนบ้านหลังนี้เห็นไหมคะ มีโครง ซึ่งเป็นโครงเหล็กที่ต่อกันมานี่ ต่อกันเป็นโครงหน้าต่าง ประตู เป็นหลังคา ทุกอย่าง แต่เราเดาได้ใช่ไหมคะ ว่าหน้าตาหลังจากที่บ้านหลังนี้สร้างเสร็จแล้ว มันจะเป็นแบบไหน เราก็เดาได้เลย เป็นบ้าน 2 ชั้น ทรงโมเดิร์น มีโรงจอดรถที่มากกว่า 1 คันแน่ ๆ นะคะ หลังคาก็จะเป็นหลังคากระเบื้องอะไรอย่างนี้ ภาพสุดท้ายก็จะออกมาแบบนี้ เห็นไหมคะ ก็โมเดิร์นจริง ๆ เราก็จะคาดเดาออกว่าโครงสร้างของรายวิชามันจะมีหน้าตาเป็นแบบไหนนะคะ ทีนี้ จากโครงสร้างรายวิชามันจะเห็นอะไรบ้างนะคะ โครงสร้างรายวิชาเห็นไหมคะ มันจะเห็นหน่วย มันจะเห็นมาตรฐานตัวชี้วัด ว่าใช้ตัวไหน แล้วก็ถอดออกไปเป็นสาระสำคัญ เวลาเรียน เห็นคะแนนทั้งหมดเลย คะแนนก็จะเป็น 100 คะแนน ส่วนเวลาเรียนก็ตามที่หน่วยกิตมันล็อกเอาไว้ กำหนด อย่างวิชานี้ สมมติวิชาวิทยาศาสตร์นี้ 1 หน่วยกิตเห็นไหมคะ 1 หน่วยกิต ก็เท่ากับ 40 ชั่วโมง เราก็ต้องจัดการให้มันลงตัวที่ 40 ชั่วโมง แต่สอนจริงต้องยืดหยุ่นนะ อาจจะไม่ถึง 40 นะคะ แล้วก็คะแนนสัดส่วนก็ให้มันพอเหมาะ พอสม ถ้าวิชาไหนเป็นวิชาปฏิบัติต้องให้เยอะหน่อย ก็ไม่ต้องเยอะนะคะ ไม่ใช่วิชาปฏิบัติแต่ว่าไปให้เด็กวุ่นวายอยู่กับการทดสอบความรู้ความจำ อันนั้นคือเด็กได้ประโยชน์น้อยนะคะ แล้วก็หน่วยการเรียนรู้ อันนี้หน่วยการเรียนรู้ 40 ชั่วโมงนี่ 5 หน่วยมันเยอะเกินไป อันนี้เป็นตัวอย่างที่ยังไม่ค่อยดีนะ แต่พอเราไปฝึกเขียนหน่วยการเรียนรู้นี่ เดี๋ยวครูอู๋จะอธิบายให้ฟังอีกที่หนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้น จากโครงสร้างปุ๊บ เห็นไหมคะ มันจะปรากฏเป็นหน่วย ออกเป็นหน่วยย่อย พอได้หน่วยย่อย 1 หน่วยเสร็จปุ๊บ เห็นไหมคะ ก็ค่อยไปเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ถามว่าหน่วยการเรียนรู้คืออะไร หน่วยการเรียนรู้ คือ เนื้อหาสาระที่จัดไว้เป็นชุด ๆ มีการโยงใยความสัมพันธ์กับเนื้อหา จัดเป็นกลุ่มเป็นก้อนนะคะ เพราะว่าเราจะได้ไป Design กิจกรรมต่อ อันนี้เป็นตัวอย่างเห็นไหมคะ ในเรื่องเรื่องหนึ่ง หน่วยการเรียนรู้อาจจะมีการรวมเนื้อหาที่มันคล้ายกัน จัดเป็นกลุ่มเดียวกันอย่างนี้ จัดเป็นกลุ่มเดียวกันนะคะ ใน 1 หน่วย ไม่ควรต่ำกว่า 8 ชั่วโมง เพราะว่าถ้าน้อยกว่านั้น หรือบอกว่าหน่วยนี้มี 2 ชั่วโมง หรือว่ามี 4 ชั่วโมง มันก็ไม่เพียงพอที่จะเป็น Story นะคะ ฉะนั้น จะต้องให้มันเกิน 8 8 ชั่วโมงเป็นต้นไป หน่วยการเรียนรู้มีไว้ทำไม มีไว้ตรงนี้ มีไว้ป้องกันไม่ให้ครูสอนตามหนังสือ ถ้าครูสอนตามหนังสือแล้วปกติแล้วครูคนนั้นจะไม่ค่อยเขียน จะไม่ออกแบบหน่วยการเรียนรู้หรอกค่ะ เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นภาระ แต่จริง ๆ นี่ ถ้าครูออกแบบครู Design หน่วยการเรียนรู้ดี ๆ นี่ การเรียนมันจะน่าสนุกมากเลยนะคะ เด็กก็จะมีชีวิตชีวา เขาเรียกว่ามันเป็น "แผนที่มีชีวิต" นะคะ การสร้างหน่วยการเรียนสามารถทำได้ 2 วิธี วิธีแรกก็คือสร้างจากประเด็นหรือว่าหัวเรื่อง อันที่ 2 คือ สร้างจากผลการเรียนรู้เราลองดูนะ ว่าเราจะสร้างแบบไหน อย่างแบบแรกสร้างจากประเด็น ไอเดียนะคะ แล้วก็ค่อยมาหาว่าเนื้อหาสาระไหนที่มันจะ Match นะคะ อาจจะมา Shopping จากสาระการเรียนรู้ แล้วก็ค่อยเอาไปเขียนสาระสำคัญสุดท้าย เป็นกิจกรรม ก็เลยได้หน่วยการเรียนรู้ขึ้นมา อันนี้คือสร้างจากประเด็นก่อน แล้วค่อยไปคิดหาเนื้อหาที่จะเอามาบูรณาการภายหลัง อันนี้คือวิธีแรก วิธีที่ 2 นะคะ วิธีที่ 2 คือ สร้างจากเป้าหมาย ปักธงไว้เลยว่าต้องการให้ผู้เรียนได้ความรู้อะไร ได้ทักษะอะไร ได้ความรู้อะไร พอตั้งธงเสร็จปุ๊บ ก็มาคิดหน่วยการเรียนรู้ให้มันสอดคล้องกับเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ วิธีการนี้ เขาเรียกว่า "Backward Design" เอาเป้าหมายเป็นที่ตั้งนะคะ แล้วค่อยไปกำหนดภาระชิ้นงาน จริง ๆ ต้องมาภาระชิ้นงานก่อนนะ จากนั้นค่อยไปกำหนดการวัด การประเมินผลนะคะ และสุดท้ายท้ายสุดเลย ก็คือค่อยไปออกแบบกิจกรรมทีหลังนะคะ วิธีนี้เรียกว่า "Backward Design" เป็นหลักเนื้อหาทีหลังนะคะ ทีนี้หลักสูตรสถานศึกษา เห็นไหมคะ หลักสูตรสถานศึกษามันก็จะบรรจุรายวิชาต่าง ๆ ที่ครูผู้สอนจะต้องสอนนะคะ ก็แยกขาดกันเป็นวิชา ๆ เลยนะคะ ในแต่ละวิชาก็การกำหนดเป้าหมายอีกว่าเนื้อหาจะสอนอะไร ทักษะ กระบวนการมีอะไรบ้าง แล้วเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง ก็คือตัวชี้วัดที่ระบุนี่แหละ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูก็จะต้องใช้จิตนาการในความเป็นนัก Designer นั่นแหละ ในการออกแบบให้มันน่าเรียนนะคะ ซึ่งสามารถทำได้อยู่ 2 วิธีนะคะ วิธีแรก ก็คือมีคำอธิบายรายวิชาอยู่แล้ว ก็ไปสร้างหน่วยได้เลยนะคะ กับอีกวิธี ก็คือไม่มีหน่วย ก็คือไม่มีคำอธิบายรายวิชา เราจะต้องเขียนขึ้นมาเองนะคะ ซึ่งในรายวิชาพัฒนาหลักสูตร พวกเราจะได้เขียนขึ้นมาเอง เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มันโดนใจเด็ก เป็นหลักสูตรที่มาจากฐานความสนใจของเด็ก ๆ นะคะ แล้วในคำอธิบายรายวิชามันปรากฏอะไรบ้าง มันก็จะปรากฏอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนหัว ส่วนตัวที่เป็นเนื้อหานะ เนื้อหาที่ใช้เรียน มันก็จะบอกทั้ง K ทั้ง P ทั้ง A ส่วนใหญ่นะ เวลาเขาเขียนเขาจะแยกเป็น Paragraph Paragraph แรกนี่เป็นพวก K Paragraph เป็น P Paragraph ที่ 3 ก็จะเป็น A แล้วก็กำกับด้วยตัวชี้วัดที่ต้องการจะให้เด็กไปถึงนะคะ ก็จะมีอยู่ 3 ส่วนตรงนี้นะคะ ที่เราจะต้องมาดูกันแล้วก็ออกแบบกันนะคะ จริง ๆ การออกแบบไม่ยากนะ หน้าที่ของครูผู้สอนจะต้อง Design อย่างไรนะคะ เราจะต้องคิดแหละ และก็ต้องหาข้อมูลว่าจะต้องหาทั้งทีจะต้องหาแบบ Change นะ ไม่ใช่สอนแบบเดิม ๆ ถ้าสอนแบบนั้นน่ะ มันไม่ใช้ครูมืออาชีพนะคะ หน้าที่ของเราต้องเป็นครูยุค 5G ต้องมีความเป็นมืออาชีพ วิชาอะไรก็ตามที่ผ่านมือเรา เด็กที่เรียนกับเราต้องมีความเจริญเติบโตในทุก ๆ ด้านนะคะ ไม่ใช่สอนให้หัวโตอย่างเดียวนะคะ ถ้าสอนให้หัวโตอย่างเดียวนี่ มันก็จะเป็นอย่างฝั่งขวามือนี่ล่ะค่ะ สอนหนังสือไป สอนให้จำแล้วเอาไปสอบไป สุดท้ายเด็กกินความรู้นั้นไม่ได้ เอาไปประยุกต์ใช้ไม่เป็น ทักษะก็ไม่มี ไม่มีความรู้ในรายวิชาก็ไม่สอนอะไรเลย สอนให้แต่สอนบวก ลบ คูณ หาร สอนให้แต่การอ่านออกเขียนได้ ไม่ได้สอนคุณธรรม สอนนิสัย ถ้าสอนแบบนี้ ยิ่งเรียนยิ่งแห้งเหี่ยว แต่ถ้าสอนแบบมีการ Design นะ เนื้อหาการเรียนกิจกรรมทุกอย่างมันมีการ Design หมดเลย การเรียนแบบนี้มันจะมีชีวิตชีวา อุดมสมบูรณ์มากนะคะ จะเป็นแบบฝั่งซ้ายมือนี่แหละ เรามาเป็นครูยุค 5G ที่สอนให้เติบโตแบบฝั่งซ้ายดีกว่านะ เพราะฉะนั้น มันก็จะต้องมีการเปลี่ยนระบบในการเรียนการสอนนะคะ เพราะฉะนั้น ในหน่วยการเรียนรู้จะต้อง Design ดี ๆ นะคะ ในหน่วยการเรียนรู้นี่ ลักษณะในหน่วยจะต้องมีความสมบูรณ์และจบในตัว เหมือนหนังสั้นน่ะ จะต้องจบในตัว ไม่ใช่มีตอน 1 ตอน 2 ตอน 3 ภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วคราว ภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง มันจะต้องประกอบไปด้วยเนื้อหา มีจุดประสงค์ มีเนื้อหา มีกิจกรรม การวัดการประเมิน อย่างน้อย ๆ ต้องมี 4 อย่าง ส่วนปัจจัย ส่วนองค์ประกอบที่เหลือ ส่วนสื่อการสอน เทคนิคการสอนอะไรต่าง ๆ นี่ มันก็จะรวมอยู่ในนี้นี่แหละ ที่เอามาเสริมเฉย ๆ นะคะ เพราะฉะนั้น การสร้างหน่วยการเรียนรู้ที่ดีนี่ นอกจากเป็นหน่วยที่มีชีวิตชีวาแล้วนี่ เนื้อหาที่เอามาสอนนี่ มันควรจะมีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กันนะคะ แล้วก็ไม่ควรใหญ่หรือว่าเล็กเกินไป อย่างเช่น ที่ครูอู๋บอกเมื่อสักครูนี่ บอกว่าหน่วยการเรียนรู้นี้ เนื้อหา 3 ชั่วโมงอย่างนี้มันยังไม่ได้อะไรเลยนะ พอสอนจริงนี่ 50 นาทีนะคะ กว่าจะได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมนี่มันก็ไม่ทันเวลา เพราะฉะนั้น หน่วยหนึ่งน่ะ ประมาณสัก 10 ชั่วโมงนี่ กำลังดีนะคะ เราจะ Design กิจกรรมได้นะคะ แล้วในหน่วยนั้นจะต้องพาผู้เรียนไปสู่มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ด้วย แล้วหน่วยการเรียนรู้สร้างขึ้นมาปุ๊บ เด็กต้องมีส่วนร่วมด้วยนะ ไม่ใช่ตลอดทั้งหน่วยนี่ 10 ชั่วโมง นี่ ให้เด็กมานั่งฟังอย่างเดียวมันก็ไม่ใช่ แล้วก็ในหน่วยนั้นมันก็จะต้องมีชิ้นงาน ที่สะท้อนตามเป้าหมายด้วยนะคะ สมมติเราสอนให้เด็กว่ายน้ำนี่ ชิ้นงาน คือ ให้เด็กทำแบบทดสอบ มันก็ไม่ Match กันนะ เพราะฉะนั้น ภาระงานที่เราให้ นั่นก็คือให้ฝึกซ้อมว่ายน้ำ ให้ว่ายน้ำให้เป็น อย่างนี้ถึงเป็นภาระงานที่มัน Match กับเป้าหมายนะคะ แล้วก็เวลาที่ Design หน่วยนี่ เวลากับน้ำหนักคะแนนจะต้องพอเหมาะพอสม ถ้าเป็นปฏิบัติต้องเทคะแนนให้เยอะหน่อย มีบางวิชาที่ครูเห็นนะ โอ้โห เทคะแนนให้กับการสอบนี่ 30-40 นี่มันเยอะเกินไปนะ ไปท่องจำแบบนั้น คือ เด็กไม่ได้อะไรเลย มันก็ไม่ต่างจากการสอนนกแก้วนกขุนทองนะคะ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนต้อง Design ค่ะ Design ตรงไหน เริ่มจาก Design ตรงหน่วยนี่แหละ หน่วยบูรณาการ ไม่ใช่เป็นหน่วยปกติ หน่วยบูรณาการกับหน่วยปกติ มันต่างกันอย่างไรหน่วยการเรียนรู้โดยทั่วไป เป็นหน่วยปกติ แล้วก็สอบจบแล้ว แต่ถ้าเป็นหน่วยบูรณาการล่ะ หน่วยบูรณาการนี่ ก็คือผู้เรียนก็ได้ลงมือปฏิบัติด้วย เวลาเด็กเอาความรู้ไปใช้นี่ เขาใช้ความรู้ในลักษณะของได้ใช้ทั้งความรู้ ความคิด ทักษะและประสบการณ์มันไม่แยกจากนะคะ นั่นแสดงว่าครูก็จะต้องมีการ Design กิจกรรมอย่างการให้เรียนแบบ Projetc Base พวกนี้มันจะเป็นรูปแบบจัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้เด็กนี่มีส่วนร่วมในกิจกรรม ได้คิด ได้ลงมือทำ ได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองนะคะ การเรียนไม่ใช่การเรียนในห้องสี่เหลี่ยม แล้วก็ถ้ามันบูรณาการมันจะต้องมีการ PLC กับเพื่อนครูด้วยนะ เราจะได้ลดความซ้ำซ้อนภาระงาน อย่างเช่น สมมติเราไปสอนภาษาไทยนะ เราก็ต้องมองหาดู เราจะดีลกับครูคนไหนได้บ้าง สมมติไปดีลกับครูวิทยาศาสตร์อย่างนี้ ดีลกับครูภาษาอังกฤษอย่างนี้ ชิ้นงานสร้างขึ้นมาชิ้นงานเดียวนะคะ แต่เวลาคิดคะแนนอย่างนี้ก็แยกเป็นรายวิชาไป ก็แยกเป็นรายวิชาไป เห็มไหมคะ แต่ออกคะแนนไป 2 ทางอย่างนี้ จะได้ช่วยลดภาระงานของเด็กด้วยนะ นี่แหละคือในลักษณะของการบูรณาการ การบูรณาการก็แยกเป็น 2 อย่างเช่น แบบเรียงลำดับ แบบมีส่วนร่วม แบบใยแมงมุม ในแต่ละแบบนะคะ อันนี้เป็นการแยกประเภทของ Fogarty นะคะ เป็นนักวิชาการ เขาแยกออกมา ซึ่งหลัก ๆ นะ เดียวกันนะคะ เดี๋ยวครูอธิบายอีกทีหนึ่ง การบูรณาการแบบเรียงลำดับมันเป็นอย่างไร ก็คือเป็นการบูรณาการ 2 เนื้อหาสาระ เอามาสอนให้มาอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน สมมติครูอู๋จะสอนวิชาภาษาอังกฤษ กับสอนวิชาหลักสูตรท้องถิ่นอย่างนี้ โคราช Geopark อย่างนี้ ช่วงนี้ครูอู๋ก็สอน Geopark ไปด้วย หาคนมาช่วยสอน ในขณะเดียวกันก็สอนภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับ Geopark ได้ด้วย การสอน อย่างเช่น คำศัพท์ การแต่งประโยคเกี่ยวกับ Geopark นะคะ คือ บูรณาการ 2 วิชา สอนแยกเนื้อหาสาระ แต่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน อันที่ 2 เราก็ไปดู สมมติตอนนี้เราสอนภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษนี่ เราก็ไปดู เอ๊ะ มันเข้าข่ายกับรายวิชาไหน สมมติเราดูเราจะให้มันเกี่ยวกับ Geopark ให้ได้ มันก็อาจจะมีเนื้อหาสาระบางส่วนที่สอดคล้องกับภาษาอังกฤษที่ครูอู๋สอนก็ได้ เพราะฉะนั้น ครูอู๋ก็จะเอาตรงนี้แหละ ที่มันเอามาสอนเป็นแบบแชร์ หรือแบบมีส่วนร่วมนะคะ สอนควบคู่กันไปได้เลยนะคะ ประเภทต่อมาใยแมงมุม ครูอู๋คิดธีม คิดอะไรไว้ก่อน สมมติครูสอน Geopark ก็คิดเลยมันจะเกี่ยวกับวิชาอะไรได้บ้าง ปรากฏว่าพอหลังจากที่เช็กแล้ว โอเค มันเกี่ยวข้องกับวิชาคณิตศาสตร์ได้ด้วยนะ มีการคำนวณพื้นที่อะไรต่าง ๆ มีการเช็กสสารอย่างนี้ ของพื้นดินเขตพื้นที่อะไรก็แล้วแต่ แล้วก็มีการสร้างผลงานขึ้นมา ก็ได้วิชาศิลปะอย่างนี้ วาดเกี่ยวกับ Geopark นี่ วาดเกี่ยวไดโนเสาร์ เกี่ยวกับพื้นที่อย่างนี้นะคะ อันนี้เขาเรียกว่าเป็นการบูรณาการแบบใยแมงมุม คือ บูรณาการได้หลายวิชา ภายใต้เรื่อง หรือธีมนะคะ เป็นตัวดำเนินเรื่อง อีกอันหนึ่งเป็นแบบร้อยด้ายนะ ก็คือเอาทักษะอะไรก็ได้ เอามาเป็นแกนนะคะ เอามาผูกกับรายวิชาต่าง ๆ นะคะ แล้วก็สอนไปด้วยกัน ให้มันเชื่อมโยงกันนะคะ ช่วงแรกอาจจะเป็นการสอนวิทยาศาสตร์ แล้วก็โยงไปที่ Khorat Geopark โยงไปกับภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษก็ได้ โดยที่ทั้ง 3 ตัว จะถูกร้อยด้วย สมมติครูอู๋ใช้ทักษะความคิดสร้างสรรค์อย่างนี้ เอาไปใส่ในทุก ๆ กิจกรรม ทุกเนื้อหาเลย ร้อยให้เป็นหนึ่งเดียวเป็นแกนหลักนะคะ และอันสุดท้ายแบบบูรณาการ ก็คือเป็นการจัดการเรียนการสอน ก็คือแบบสหวิทยาการ ผสมผสานทั้งเนื้อหาสาระทักษะความคิดรวบยอดให้มันไปด้วยกันหมดเลย เอาแทรกในแต่ละส่วนนะคะ เอาแทรกในแต่ละส่วน การสอนแบบบูรณาการ Integrated นะคะ เพราะฉะนั้น การออกแบบหน่วยการเรียนรู้จริง ๆ เป็นเรื่องที่สนุกมากนะคะ ทำอย่างไร ออกแบบก็จะต้องทำให้มันเป็น Story นะ เหมือนกับเป็นหนังสั้นอย่างนี้ ซึ่งเราก็จะต้องมีการเขียนพล็อตก่อนใช่ไหมคะ มันก็เลยเข้ามาสู่ Workshop ที่ 2 ซึ่งเราจะได้ฝึกทำกันเป็นกลุ่มครูอู๋จะส่งที่เป็นกิจกรรมใบงานต่าง ๆ นะคะ คำชี้แจงต่าง ๆ ให้โดยให้เราทำกันเป็นกลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 4-5 คน เลือกคำอธิบายรายวิชาที่เราสนใจนี่ มา 1 รายวิชา แล้วก็มาลองออกแบบหน่วยการเรียนรู้ แล้วก็ลองจัดทำโครงสร้างรายวิชานะคะ เดี๋ยวครูจะส่งใบกิจกรรมให้ หลังจากนั้น เราก็ศึกษาตัวชี้วัดในทุกตัวที่ปรากฎในทุกคำอธิบายรายวิชา แล้วก็ถอดออกมาเป็น Concept นะคะ แล้วก็หลอมจัดกลุ่มนะคะ เหมือนที่ครูอู๋เชิญชวนให้พวกเราดูก่อนหน้านี่นะ ว่ามีวิธีการหลอมตัวชี้วัดอย่างไร สุดท้ายก็มาสร้างเป็น Concept หรือไอเดีย แล้วก็มาเขียนเป็นสาระสำคัญ แล้วก็มาตั้งชื่อหน่วยตอนสุดท้าย ถามว่าทำไมตั้งชื่อหน่วยตอนสุดท้าย คือ เราเห็นแล้วไงคะ ว่าสาระสำคัญมันไปในทิศทางไหนทิศทางไหนนะคะ เราก็พอจะคาดเดาได้ว่าสาระสำคัญแบบนี้มันจะนำไปสู่การออกแบบกิจกรรมอะไรได้อย่างนี้นะคะ ซึ่งใบกิจกรรมที่ 2 ครูอู๋จะมีใบความรู้ให้นะคะ มีคำชี้แจง จะมีใบงานให้นะคะ มีอยู่ 2 ฉบับ เราทำร่วมกันเป็นกลุ่มนะ อันนี้เป็นตัวอย่าง สร้าง 1 หน่วยการเรียนรู้นะ หน่วยการเรียนรู้ สมมติครูอู๋สร้างหน่วยการเรียนรู้ ยังไม่ปรากฏชื่อ ชื่อควรจะมาเขียนตอนสุดท้ายนะคะ ตัวชี้วัดที่ครูอู๋ดึงมาจากตัวชี้วัดรายวิชา พบว่ามีอยู่ สมมติว่ามีอยู่ 10 ตัวนะ อันนี้เป็นหน่วยแรก หลังจากที่ไปดูคำอธิบายรายละเอียดแล้วในแต่ละรหัสนะคะ ตัวชี้วัดนี่ ก็ปรากฏว่า อ๋อ สรุปได้แล้วเรียบร้อยนะคะ เอามาตั้งเป็นเป้าหมายการเรียนรู้นะคะ แล้วหลังจากนั้น อันนี้ครูอู๋กำลังจะพาทำหน่วยการเรียนรู้แบบ Backward Design นะคะ แล้วก็มาคิดชิ้นงาน ชิ้นงานแบบไหนที่มันจะตอบตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องได้นะคะ เป็นหลักฐานว่าเด็กได้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดแล้วนะคะ ครูอู๋ก็ โอเค ให้เด็กสร้างผลงานถ่ายภาพนะคะ แล้วก็ผลงานถ่ายภาพเป็นอย่างไร ก็ให้ใช้เกณฑ์ให้คะแนน หรือ Rubrics นะคะ อันนี้เป็นหลักฐานผลการเรียนรู้นะคะ แล้วก็แนวการวัด การประเมิน แล้วแนวการจัดกิจกรรมล่ะ ก็จัดเป็นแบบโครงงานแล้วก็ให้เด็กไปถ่ายภาพแล้วก็มานำเสนอ หน่วยการเรียนรู้นี้มี 10 ชั่วโมงนะคะ ก็ต้องไป Design ว่าทำอย่างไร เด็กจะมีส่วนร่วม แล้วก็ให้เด็กนี่ เป็น Child Center เขียนออกมาคร่าว ๆ ไม่ต้องเขียนเยอะค่ะ แบบไหน ก็คือตัวอย่างในรายวิชาหนึ่งก็อาจจะมี 1 หน่วย 2 หน่วย 3 หน่วย ก็แล้วแต่เรานะคะ อันนี้เป็นหน้าตาของโครงสร้างรายวิชา เอาตัวชี้วัดนี่เขียนมาก่อน ตัวชี้วัดก็ไปหลอมเป็นสาระสำคัญนะคะ พอหลังจากมันครบแล้ว กำหนดในแต่ละหน่วยจะใช้เวลาเท่าไร กำหนดน้ำหนักคะแนนเท่าไร ส่วนเวลาลงคะแนนแล้ว ก็ให้มันสอดคล้องกับหน่วยกิตนะ อันนี้แนะนำไปแล้วนะ การเขียนสาระสำคัญนะคะ ทีนี้ เทคนิคการเขียนสาระสำคัญ ทบทวนอีกรอบหนึ่งนะคะ ตัวนี้สังเกตว่ามันจะเป็นหลักการเป็นนิยามนะ ให้สังเกตคีย์เวิร์ดในคีย์หลักนะค เนื้อหาหลักนะคะ ก็คือการตั้งต้น มักจะขึ้นต้องด้วย การ หรือ ความ นะคะ แล้วก็การศึกษาเรื่องนะคะ เนื้อหาที่จะสอนนั่นแหละนะคะ และสุดท้ายมาตั้งชื่อหน่วย รองสุดท้ายเลย วิธีการตั้งชื่อหน่วย เหมือนกับเราตั้งชื่อหนังค่ะ ชื่อมันตื่นตาตื่นใจ มันต้องสะท้อน Concept ของหนัง พอเดาได้ว่าหนังมันจะเป็นธีมแนวไหนนะคะ ชื่อมันก็จะต้องเป็นชื่อ... สอดคล้อง สมมตินี่ เห็นไหมคะ เราพอจะคาดเดาได้ว่า อ๋อ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความลึกลับ ความเป็นตัวตนอะไรต่าง ๆ นี่ หรือหนังเรื่อง The City of Gold นี่ มันเป็นสื่อได้ว่ามันน่าจะเป็นการตามล่าหาสมบัติอย่างนี้ เป็นเรื่องของการผจญภัย เห็นไหมคะ คนดูสามารถที่จะเดาได้เลยว่าเป็นหนังที่ชอบแนวนี้หรือเปล่าอย่างนี้ เรื่องนี้ค่ะ นเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี มันน่าจะเป็นเรื่องของการทำสงครามอย่างนี้นะคะ วัยรุ่นพันล้าน เห็นไหมคะ ว่า เอ๊ะ น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่นคนหนึ่งที่สร้างเนื้อสร้างตัวจนกระทั่งได้เป็นวัยรุ่นพันล้าน Top Secret เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น ก็เป็นหน้าที่เราแล้วล่ะว่าจะต้องสร้าง Story ทำอย่างไรให้หน่วยการเรียนรู้ของเรามีชีวิตชีวาให้ได้นะคะ หนังเขายังสร้างให้มีชีวิตชีวาได้ ทำไมครูผู้สอนจะสร้างการเรียนการสอนให้มีชีวิตชีวา... (เจ้าหน้าที่หญิง) ค่ะ ตอนนี้เนื้อหาก็เสร็จหมดเรียบร้อยแล้วนะคะ ค่ะ วันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ล่ามภาษามือ แล้วก็เจ้าหน้าที่ถอดคำบรรยายแทนเสียงด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]