﻿1
00:02:07,789 --> 00:02:11,430
(อาจารย์เชาวนี) ค่าแรกค่ามัธยฐาน

2
00:02:11,430 --> 00:02:14,579
ค่ามัธยฐานคืออะไร

3
00:02:14,579 --> 00:02:18,306
ค่านี้ค่ามัธยฐานนะคะ

4
00:02:18,306 --> 00:02:22,306
คำนี้นักเรียนเคยเห็นไหม

5
00:02:25,820 --> 00:02:29,820
เคยผ่านตามาหรือยังจริง ๆ ตอนม.ต้นน่ะ ก็มีนะลูกตอนม. ต้นก็ได้เรียนแล้วนะคะ

6
00:02:31,032 --> 00:02:35,032
ความหมายของค่ามัธยฐานคืออะไร

7
00:02:39,288 --> 00:02:43,288
เราจะนำข้อมูลนะคะ เป็นชุดข้อมูลมาจัดเรียงตั้งแต่ค่าน้อยที่สุดไปหาค่าที่มากที่สุด

8
00:02:47,507 --> 00:02:51,507
เอามาเรียงกันนะคะ เสร็จแล้วแล้วไปหาว่าค่าไหนที่มันอยู่ตรงกลางของข้อมูลชุดนั้น

9
00:02:55,449 --> 00:02:59,449
ดูเลยเอามาเรียงเสร็จปุ๊บไปดูว่าตรงกลางนั้นน่ะมันคือค่าไหนนะคะ คำตอบก็คือการอันนนเอง

10
00:03:04,404 --> 00:03:08,404
ใช่ไหมอย่างเช่นอะไรเดี๋ยวมันจะมีตัวอย่างนะคะ ให้ดู

11
00:03:12,054 --> 00:03:13,825
มันมีอยู่ 2 กรณีนะคะ การหาค่ามัธยฐานมีอยู่ 2 กรณี กรณีที่ 1

12
00:03:13,825 --> 00:03:16,054
ตัวอย่างนี้นะคะ

13
00:03:16,054 --> 00:03:20,054
ข้อมูลมีอะไรบ้าง

14
00:03:21,232 --> 00:03:22,584
2 6 4 8 12 14

15
00:03:22,584 --> 00:03:23,674
ข้อมูลชุดนี้

16
00:03:23,674 --> 00:03:26,451
ครู

17
00:03:26,451 --> 00:03:28,694
ยังไม่ได้จัด เห็นไหมคะ

18
00:03:28,694 --> 00:03:32,694
ครูยังไม่ได้จัดระเบียบเลย

19
00:03:37,188 --> 00:03:41,188
หาค่ามัธยฐานจะต้องเอาข้อมูลนักเรียนก่อน  เรียงจากค่าน้อยไปหาค่ามาก

20
00:03:41,868 --> 00:03:45,868
ทันไหมคะ

21
00:03:46,564 --> 00:03:46,819
เรียงมานะคะ

22
00:03:46,819 --> 00:03:50,819
ไหน

23
00:03:52,815 --> 00:03:53,326
แล้วก็มี 6 8 10 12 14

24
00:03:53,326 --> 00:03:55,184
เอาข้อมูล

25
00:03:55,184 --> 00:03:57,375
เอามาเรียงลำดับจากค่าน้อยที่สุด

26
00:03:57,375 --> 00:04:01,375
ไปหาค่าที่มากที่สุดนะคะ เมื่อเราเรียงเสร็จแล้ว

27
00:04:05,206 --> 00:04:06,975
เราก็จะมาหาตำแหน่งตำแหน่งของมัธยฐานคืออะไร

28
00:04:06,975 --> 00:04:10,200
อันนี้เขาให้ใช้สูตรลูก

29
00:04:10,200 --> 00:04:12,828
n ตัวนี้คือจำนวนข้อมูล

30
00:04:12,828 --> 00:04:15,820
ในชุดนี้มีจำนวนทั้งหมดเท่าไร

31
00:04:15,820 --> 00:04:19,820
นับ

32
00:04:24,050 --> 00:04:27,522
1 2 3 4 5 6 7 มันมีข้อมูลทั้งหมดอยู่ 7 ตัว

33
00:04:27,522 --> 00:04:31,493
เพราะฉะนั้น n ตัวนี้ก็คือ 7 นะคะ

34
00:04:31,493 --> 00:04:35,493
2 ขึ้นมานับตรงนี้ดีกว่า

35
00:04:42,046 --> 00:04:44,225
อันนี้คือ 1 2

36
00:04:44,225 --> 00:04:47,466
3 4

37
00:04:47,466 --> 00:04:51,466
5 6 และ 7 เห็นไหมคะ

38
00:04:53,549 --> 00:04:55,252
7 มันคือตัวนี้ m ก็คือจำนวนข้อมูลทั้งหมดในชุดนี้ก็คือเอา 7 ลงมา

39
00:04:55,252 --> 00:04:59,252
เสร็จแล้วไปบวกด้วย 1

40
00:05:01,039 --> 00:05:05,039
อันนี้เป็นสูตรของเขานะคะ อันนี้คือสูตรของเขา n + 1 หารด้วย 2

41
00:05:06,512 --> 00:05:10,512
N = 7 ใช่ไหมคะ เอามา + 1 เป็นเท่าไหร่ลูก

42
00:05:10,622 --> 00:05:13,640
7 + 1 = 8 ถูกไหมคะ

43
00:05:13,640 --> 00:05:15,978
8 เอามาหาร 2

44
00:05:15,978 --> 00:05:18,991
= 4

45
00:05:18,991 --> 00:05:22,991
8 หาร 2 = 4

46
00:05:24,806 --> 00:05:28,806
เพราะฉะนั้น มัธยฐานค่าที่อยู่ในตำแหน่งที่ 4

47
00:05:31,232 --> 00:05:35,232
ในตำแหน่งที่ 4 นะคะ คืออะไร เห็นไหมนี่ ตำแหน่งที่ 4 ก็คือเลขอะไรคะ

48
00:05:38,984 --> 00:05:42,984
คือเลข 8 นั่นเอง อันนี้คือใช้สูตรนะ อันนี้คือใช้สูตร

49
00:05:44,009 --> 00:05:46,587
แต่ถ้าง่ายจำนวนข้อมูลนี่นะ มันมีน้อยนะลูก

50
00:05:46,587 --> 00:05:47,568
แล้วก็หาค่าที่อยู่ตรงกลาง

51
00:05:47,568 --> 00:05:50,571
คืออะไร

52
00:05:50,571 --> 00:05:54,571
โดยขีดฆ่าไปเลยนะคะ

53
00:05:57,302 --> 00:06:01,302
แป๊บหนึ่ง

54
00:06:06,372 --> 00:06:10,372
นักเรียนจะต้องจำว่าเราจะต้องเอาข้อมูลมาเรียงก่อนนะคะ ตัวนี้

55
00:06:19,728 --> 00:06:22,117
สูตรตัดไปเลยกับมากที่สุดละคู่ทีละคู่ จนเหลือข้อมูลที่อยู่ตรงกลาง อันนี้คือคำตอบอันนี้คือวิธีที่ง่าย

56
00:06:22,117 --> 00:06:26,117
ไม่ต้องมาใช้สูตรคำนวณแบบนี้

57
00:06:27,522 --> 00:06:29,666
แล้ว ฃถ้าเราตัดจากน้อยสุดล่าสุดตัดเข้าไปทีละคู่ทีละคู่

58
00:06:29,666 --> 00:06:31,728
เหลือข้อมูลที่อยู่ตรงกลาง

59
00:06:31,728 --> 00:06:33,042
ข้อมูลหนังสือคำตอบ

60
00:06:33,042 --> 00:06:37,042
โอเคไหม

61
00:06:43,154 --> 00:06:44,417
ถ้าใครไม่อยากทำแบบครูไม่อยากตัดนักเรียนใช้สูตรก็ได้ N + 1 ส่วน 2 นะคะ N คือจำนวนของข้อมูลในชุดนี้มีเท่าไร

62
00:06:44,417 --> 00:06:48,417
มันมีอยู่ 7

63
00:06:50,595 --> 00:06:54,595
ใช่ค่ะ มี 7 ก็มาบวก 1 ส่วน 2 ตำแหน่งที่ 4

64
00:06:55,408 --> 00:06:59,408
1 2 3 4 ที่เราเรียนคำตอบ ก็คือเหมือนกัน ก็คือ 8เอง

65
00:07:01,121 --> 00:07:05,121
อันนี้คือค่ามัธยฐานของข้อมูลมีการแจกแจง

66
00:07:09,771 --> 00:07:13,678
นะคะ แล้วก็น้อยด้วยไม่ได้เยอะอันนี้ทำได้ง่ายทีนี้มาดูตัวอย่างที่ 2

67
00:07:13,678 --> 00:07:16,943
ตัวอย่างที่ 2 เรียงเหมือนเดิม

68
00:07:16,943 --> 00:07:19,301
จากค่าน้อยที่สุดไปหาค่ามากที่สุด

69
00:07:19,301 --> 00:07:22,808
มันมีกี่ตัวคะ

70
00:07:22,808 --> 00:07:26,808
นักเรียนมันมีกี่ตัวนี่ ข้อมูลชุดนี้ นับส

71
00:07:27,577 --> 00:07:30,453
ิมีอยู่ 8 ตัวนะคะ 1 2

72
00:07:30,453 --> 00:07:33,223
3 4 5 6

73
00:07:33,223 --> 00:07:34,935
7 และ 8 ตัวนี้คือ 8

74
00:07:34,935 --> 00:07:38,935
เพราะฉะนั้น ตามสูตร

75
00:07:39,365 --> 00:07:42,370
8 เอามาบวก 1 นะคะ แล้วไปหารด้วย 2

76
00:07:42,370 --> 00:07:46,370
มันได้เท่ากับ 4.5

77
00:07:47,771 --> 00:07:50,367
มันเป็นจุดทศนิยมมันไม่เป็นจำนวนเต็ม ตำแหน่งมันจะอยู่ตรงไหนล่ะ

78
00:07:50,367 --> 00:07:51,385
ดูนะคะ 4.5

79
00:07:51,385 --> 00:07:55,385
ตำแหน่ง

80
00:07:58,024 --> 00:07:59,537
1 2 3 4 ตำแหน่งที่ 4 คือเลข 9 ตำแหน่งที่ 5 คือ

81
00:07:59,537 --> 00:08:03,445
เลข 11

82
00:08:03,445 --> 00:08:06,336
เพราะฉะนั้น เขาก็เลยเอา 2 ตัวนี้

83
00:08:06,336 --> 00:08:10,336
เอามารวมกันก่อนแล้วไปหารด้วย 2

84
00:08:11,381 --> 00:08:14,341
เอามารวมกันนะคะ 9 กับ 11 ตำแหน่งนี้นะ 4 กับที่ 5

85
00:08:14,341 --> 00:08:18,341
เอามารวมกันเป็นเท่าไรลูก

86
00:08:18,497 --> 00:08:21,953
9+ 11 + 5 = 20

87
00:08:21,953 --> 00:08:23,882
เอามาหาร 2 คำตอบก็คือ

88
00:08:23,882 --> 00:08:26,216
10 นั่นเอง

89
00:08:26,216 --> 00:08:29,113
นะคะ คำตอบคือ 10

90
00:08:29,113 --> 00:08:33,113
โอเคนะ

91
00:08:40,499 --> 00:08:44,499
เข้าใจนะคะ มีใครถามไหม สงสัยไหมค่ามัธยฐานดูว่าจำนวนชุดข้อมูลจะมาจะแตกต่างกันเฉพาะที่ 1 มันเป็นที่ถูกไหมลูก

92
00:08:44,799 --> 00:08:48,799
มันเป็น 7 นี่ มันมี 7 ตัว เพราะฉะนั้น ต

93
00:08:49,801 --> 00:08:53,801
ัดน้อยสุดกับมากสุดมันง่ายจะตัดก็มาเหลือค่าที่อยู่ตรงกลาง

94
00:08:57,155 --> 00:08:59,037
แต่ถ้าเมื่อไรที่ข้อมูลมันเป็นจำนวนคู่นะคะ จำนวนข้อมูลเป็นจำนวนคู่อย่างนี้มันมี 8 เพราะฉะนั้น

95
00:08:59,037 --> 00:09:02,014
เวลาเราตัดเข้ามา

96
00:09:02,014 --> 00:09:06,014
ถ้าตรงกลางมันจะเหลืออยู่ 2 ตัว

97
00:09:08,124 --> 00:09:12,124
มันจะมันจะอยู่ตรงกลางอยู่ 2 ตัวเพราะฉะนั้น ก็เอาค่าที่อยู่ตรงกลางได้นำมารวมกันแล้วหารด้วย 2

98
00:09:12,869 --> 00:09:15,030
นะคะ อันนี้ 9 + 11 แล้วหารด้วย 2 เท่ากับ 10

99
00:09:15,030 --> 00:09:16,735
โอเคไหม ผ่านนะ

100
00:09:16,735 --> 00:09:18,829
ผ่านไหมคะ

101
00:09:18,829 --> 00:09:22,829
มีใครสงสัยในตัวนี้

102
00:09:23,326 --> 00:09:26,017
ไม่มีใครสงสัยใช่ไหม จะผ่านแล้วนะ

103
00:09:26,017 --> 00:09:30,017
โอเคนะ ผ่านนะ

104
00:09:31,551 --> 00:09:35,551
ต่อไปตัวอย่างที่ 3 โอเค ตัวนี้เริ่มจะมา

105
00:09:44,643 --> 00:09:46,145
แตกต่างจากเมื่อกี้แล้วใช่ไหมคะ เมื่อกี้นี้ข้อมูลมันมีน้อยนะลูกข้อมูลมีกี่คนเอง มี 7 คนมี 8 คนน่ะ มันก็น้อยใช่ไหมคะ เอามาจัดเรียงนี่มัน

106
00:09:46,145 --> 00:09:50,145
ง่าย ตัวนี้

107
00:09:51,078 --> 00:09:55,078
เขาให้มาเป็นแผนภาพต้นไม้

108
00:09:56,478 --> 00:10:00,478
แผนภาพต้นแล้วก็ใบอันนี้คือต้นฝั่งด้านนี้คือต้น

109
00:10:07,397 --> 00:10:08,664
ต้นของอะไรต้นของความสูงนะคะ หน่วยเป็นเซนติเมตรของนักเรียน ม. 6/5 เขาให้หาค่ามัธยฐาน

110
00:10:08,664 --> 00:10:12,664
ข้อมูล

111
00:10:13,124 --> 00:10:17,124
นักเรียนหาจำนวนคนได้ไหมคะ ว่ามีกี่คนใน ม. 5/6

112
00:10:23,292 --> 00:10:26,225
จำนวนคนคืออะไร คือให้มันดูตรงใบมันนี่ มีกี่ใบนะคะ มีกี่ใบ

113
00:10:26,225 --> 00:10:30,225
อันนี้

114
00:10:31,947 --> 00:10:35,720
ความหมายคนแรกแถวนี้นะคะ

115
00:10:35,720 --> 00:10:39,293
คนแรก ก็คือ 138

116
00:10:39,293 --> 00:10:43,293
คือคนนี้นะ

117
00:10:44,368 --> 00:10:48,368
คนที่ 2 คือ 139

118
00:10:51,379 --> 00:10:52,764
แค่เอาเลข 8 กับเลข 9 มาต่อท้าย 13

119
00:10:52,764 --> 00:10:54,990
นะลูกนะ

120
00:10:54,990 --> 00:10:57,248
อันนี้คือความหมายมัน

121
00:10:57,248 --> 00:11:00,497
7 กับ 7

122
00:11:00,497 --> 00:11:03,899
137

123
00:11:03,899 --> 00:11:07,285
อันนี้ก็ 137

124
00:11:07,285 --> 00:11:11,285
ตัวนี้มีกี่คน 1 2 3 4

125
00:11:14,865 --> 00:11:18,865
มีอยู่ 4 คนนะคะ นับตัวนี้ต่อเลย

126
00:11:19,820 --> 00:11:20,744
4 แล้วก็ 5 6 7 8 9

127
00:11:20,744 --> 00:11:24,017
10

128
00:11:24,017 --> 00:11:28,017
11 12 13 14

129
00:11:29,202 --> 00:11:31,182
15 16 17 18 19 20 คน

130
00:11:31,182 --> 00:11:33,462
20 คน

131
00:11:33,462 --> 00:11:37,462
อันนี้คือ N นะ

132
00:11:40,887 --> 00:11:44,887
N  ก็คือจำนวนของนักเรียนทั้งหมดใน ม. 6/5 ที่เขาไปหาความสูง

133
00:11:45,166 --> 00:11:49,166
หน่วยเป็นเซนติเมตร  เซนติเมตร ถ้าเขียนอย่างนี้นะลูก

134
00:11:50,791 --> 00:11:54,791
138 มันดูมันดูยากข้อมูลตั้ง 20 คน

135
00:11:58,335 --> 00:11:59,949
มันจะเขียนแล้วมันจะเวลาเอามาเรียงจากน้อยไปหามากเลยมันจะยากเขาก็เลยมาทำเป็นแผนภาพต้นใบ

136
00:11:59,949 --> 00:12:02,586
ต้นก็คืออะไร

137
00:12:02,586 --> 00:12:05,473
เลขที่มันเหมือนกันข้างหน้าเอามาเขียน

138
00:12:05,473 --> 00:12:08,275
อยู่ข้างหน้าอย่างนี้นะคะ 13 อย่างนี้

139
00:12:08,275 --> 00:12:08,916
แล้วเลขที่มันต่างกัน ก็คือตัวที่อยู่

140
00:12:08,916 --> 00:12:12,696

141
00:12:12,696 --> 00:12:14,362
8 9 7 7 นี่ก็เอามาส่วนตรงไป

142
00:12:14,362 --> 00:12:18,362
โอเคนะ

143
00:12:22,111 --> 00:12:26,111
ทีนี้ถามว่า

144
00:12:29,755 --> 00:12:32,175
ต้นมันเป็น 14 ใบ มันเป็น 3 4 5 5 9

145
00:12:32,175 --> 00:12:35,894
ตัวนี้นะคะ เวลาเขียน

146
00:12:35,894 --> 00:12:38,738
ข้อมูลของนักเรียนคนที่ 5

147
00:12:38,738 --> 00:12:39,855
เด็กคนที่ 5 นี่ สูงเท่าไร

148
00:12:39,855 --> 00:12:42,624
พี่เบนซ์

149
00:12:42,624 --> 00:12:46,624
เด็กคนที่ 5 สูงเท่าไรคะ

150
00:12:51,439 --> 00:12:55,439
คนนี้นะคือคนที่ 5 คนนี้จะสูงเท่าไร

151
00:13:02,287 --> 00:13:05,233
ถามเบนซ์เริ่มนะคะ ครูจะเรียนจะเป็นคนเลยนะ

152
00:13:05,233 --> 00:13:08,736
ข้อมูลชุดนี้

153
00:13:08,736 --> 00:13:10,954
คือคนที่ 5 นักเรียนคนที่ 5

154
00:13:10,954 --> 00:13:13,711
คนที่ 5 สูงเท่าไร

155
00:13:13,711 --> 00:13:15,224
จากแผนภาพตรงนี้นะ

156
00:13:15,224 --> 00:13:18,674
สูงเท่าไรลูก

157
00:13:18,674 --> 00:13:22,674
33 เหรอ

158
00:13:26,116 --> 00:13:30,116
อันนี้คือคนที่ 5

159
00:13:30,607 --> 00:13:33,867
เรดาร์ตอบถูก

160
00:13:33,867 --> 00:13:35,583
คำตอบที่ครูพาทำอันแรกนะคะ

161
00:13:35,583 --> 00:13:38,352
อันนี้

162
00:13:38,352 --> 00:13:42,352
คนนี้สูงเท่าไร

163
00:13:43,879 --> 00:13:45,003
สูงเท่าไร ก็คือเอา 14 ที่อยู่ข้างหน้านี่มาใส่ข้างหน้า

164
00:13:45,003 --> 00:13:47,239
14

165
00:13:47,239 --> 00:13:51,239
เสร็จแล้วเอาเลข 3 มาต่อ

166
00:13:51,835 --> 00:13:55,835
แสดงว่านักเรียนคนที่ 5 มีความสูง 143

167
00:13:56,334 --> 00:14:00,334
โอเคไหม

168
00:14:12,100 --> 00:14:14,697
เข้าใจแล้วนะคะ

169
00:14:14,697 --> 00:14:18,697
ทีนี้ถามเบนซ์ใหม่

170
00:14:31,076 --> 00:14:35,076
ถามเบนซ์ใหม่นะ ดูตรงนี้นักเรียนคนนี้

171
00:14:37,322 --> 00:14:41,322
สูงเท่าไรคะ คนนี้นะที่  ครูเขียนเนี่ยสูงเท่าไหร่

172
00:14:45,023 --> 00:14:46,680
100 เท่าไร นะลูก

173
00:14:46,680 --> 00:14:50,680

174
00:14:54,656 --> 00:14:55,879
153 ถูกต้อง 15

175
00:14:55,879 --> 00:14:59,879
3

176
00:15:02,718 --> 00:15:06,718
อรวรรณ อรวรรณคนนี้สูงเท่าไรคะ

177
00:15:07,447 --> 00:15:11,447
คนนี้ 163

178
00:15:16,354 --> 00:15:20,354
เหรอ  ดูดี ๆ ถูกต้อง 161 นะคะ

179
00:15:23,808 --> 00:15:27,808
คนนี้สูงเท่าไรคะ

180
00:15:30,401 --> 00:15:34,401
นักเรียนคนนี้สูงเท่าไรลูก

181
00:15:39,571 --> 00:15:43,571
137 ถูกนะคะ ต่อไป

182
00:15:46,976 --> 00:15:50,976
ถามว่านักเรียนคนนี้เลข 5 ตรงนี้สูงเท่าไรลูก

183
00:16:03,862 --> 00:16:07,862
อธิบายใหม่นะทีนี้ดูดี ๆ นะคะ ตั้งใจดูนะ

184
00:16:08,266 --> 00:16:11,524
มันง่ายอยู่ตรงนี้อันนี้คือต้นมัน

185
00:16:11,524 --> 00:16:13,233
ครูถามว่าคนนี้น่ะสูง

186
00:16:13,233 --> 00:16:17,233
เท่าไร ก็แค่

187
00:16:17,356 --> 00:16:20,943
15 เอามาใส่ข้างหน้า

188
00:16:20,943 --> 00:16:24,592
เอาตรงใบมันนี่ลูกมาต่อข้างหลัง

189
00:16:24,592 --> 00:16:27,534
คำตอบก็คือ 155

190
00:16:27,534 --> 00:16:31,534
คำตอบก็คือ 155

191
00:16:32,102 --> 00:16:36,102
ในขณะเดียวกันถ้าต้นมันเป็น 13  ถ้า

192
00:16:37,145 --> 00:16:41,145
ครูถามว่านักเรียนคนนี้นะคะ คนที่ 1 นี่สูงเท่าไร

193
00:16:45,166 --> 00:16:48,753
แล้วก็มาดูต้นมันต้นมันคือ 13 ใช่ไหมก็เอา 13 มาแล้วเอาเลข 8 นะคะ มาเขียนต่อท้าย

194
00:16:48,753 --> 00:16:52,221
แสดงว่านักเรียนคนแรกสูง 138

195
00:16:52,221 --> 00:16:56,221
ออมสินเข้าใจหรือยัง

196
00:16:57,490 --> 00:17:00,642
เข้าใจยังลูก ทีนี้ครูถามครูถามว่าหาคนนี้นะ

197
00:17:00,642 --> 00:17:02,779
วันนี้

198
00:17:02,779 --> 00:17:05,131
วันนี้นะคะ

199
00:17:05,131 --> 00:17:09,131
สูงเท่าไร

200
00:17:14,215 --> 00:17:18,215
คนนี้สูงเท่าไหร่คะ

201
00:17:19,212 --> 00:17:23,212
คนที่ครูสีเหลือง ๆ นี่

202
00:17:24,562 --> 00:17:27,049
พี่ออมสินดู

203
00:17:27,049 --> 00:17:30,853
15 15

204
00:17:30,853 --> 00:17:34,853
ตรงนี้ ก็คือ 15 เพราะฉะนั้น

205
00:17:36,026 --> 00:17:37,671
ถ้าเป็นตัวนี้นะลูก ก็คือเอา

206
00:17:37,671 --> 00:17:41,671
15

207
00:17:45,036 --> 00:17:49,036
มาจากตรงไหนมองมาแถวเดียวกันนะคะ ก็คือตัวนี้ก็เอา 15 มาเสร็จแล้วเอาเลข 4

208
00:17:49,992 --> 00:17:53,992
มาต่อข้างหลังคำตอบที่ถูก ก็คือ 154

209
00:17:56,682 --> 00:17:58,955
โอเคนะ  เข้าใจหรือยัง 2 คนนี้เข้าใจนะ เอาใหม่ออมสินใหม่นะ

210
00:17:58,955 --> 00:18:00,804
ข้อนี้

211
00:18:00,804 --> 00:18:03,242
นักเรียนคนนี้

212
00:18:03,242 --> 00:18:07,242
สูงเท่าไร

213
00:18:13,915 --> 00:18:17,148
ตัวเลขข้างหน้าคืออะไรคะ ตัวเลขข้างหน้า ตัวเลขข้างหน้าคืออะไร

214
00:18:17,148 --> 00:18:21,148
ตัวเลขข้างหน้าต้นของ 2 นี่ 16 ถูกต้อง 16 ตั

215
00:18:28,723 --> 00:18:30,398
วนี้ใช่ไหมคะ เราก็แค่เอา 16 มา บางครั้งหน้าเลข 2 มาต่อข้างหลัง

216
00:18:30,398 --> 00:18:33,624
เพราะฉะนั้น เด็กคนนี้

217
00:18:33,624 --> 00:18:37,384
สูงเท่าไร

218
00:18:37,384 --> 00:18:41,384
162 นะคะ

219
00:18:42,017 --> 00:18:46,017
โอเคนะอันนี้คือวิธีการ วิธีการ

220
00:18:47,459 --> 00:18:51,459
ข้อมูลตัวนี้เวลาเราไปวัดความสูงของเด็ก

221
00:18:57,467 --> 00:18:59,219
เวลาเราไปวัดความสูงของเพื่อนเรา คนมีทั้งหมดอยู่ 20 คน แล้วก็มาจดใช่ไหมคะ เราไม่รู้หรอกว่าคนที่ 1 เดินเข้ามาสูงเท่าไร

222
00:18:59,219 --> 00:19:00,945
ถ้ามันก็คือ

223
00:19:00,945 --> 00:19:04,945
มันเยอะ

224
00:19:09,681 --> 00:19:11,152
20 คนเขาก็เลยเอามาเขียนว่ามาจับกลุ่มเรามาจับกลุ่มว่าไอ้ตัวที่สูงข้างหน้านี

225
00:19:11,152 --> 00:19:13,790
่ 130

226
00:19:13,790 --> 00:19:17,790
ใครนะที่สูง 130

227
00:19:18,153 --> 00:19:20,119
ขึ้นไป มันมีกี่คนแบบนี้นะมันนับง่าย

228
00:19:20,119 --> 00:19:24,119
เวลาเอามาทำแผนภาพ

229
00:19:25,432 --> 00:19:29,432
ต้น-ใบนะคะ มันก็ดูง่าย ครูถามหน่อย

230
00:19:30,299 --> 00:19:32,977
นักเรียนที่มีความสูง

231
00:19:32,977 --> 00:19:36,977
130

232
00:19:38,752 --> 00:19:42,752
เซนติเมตร อยู่ในช่วง 130 เซนติเมตรนี่ มีกี่คน

233
00:19:45,423 --> 00:19:47,521
จำนวนคนที่สูง 1

234
00:19:47,521 --> 00:19:49,700
30 ขึ้นไป

235
00:19:49,700 --> 00:19:52,539
ยังไม่ถึง 140 นะ

236
00:19:52,539 --> 00:19:56,539
มีกี่คนลูก ข้อมูลชุดนี้มีกี่คน ดูตรง

237
00:20:01,600 --> 00:20:04,261
ไหน ดูตรงใบมันมีกี่ใบ ต้นมันมีกี่ใบ ก็คือตรงนี้อันนี้คือต้น

238
00:20:04,261 --> 00:20:08,214
โอเคนะนี่ตอนนี้

239
00:20:08,214 --> 00:20:12,214
อันนี้คือใบ

240
00:20:17,418 --> 00:20:21,418
ใบมันมีกี่ใบ เพราะฉะนั้น คนที่สูง 130 ขึ้นไปยังไม่ถึง 140 นี่ มีกี่คน

241
00:20:23,167 --> 00:20:24,956
มี 1 คน 2 คน 3 คน 4 คน เพราะฉะนั้น

242
00:20:24,956 --> 00:20:26,922
เท่ากับ 4

243
00:20:26,922 --> 00:20:30,273
4 คนนะคะ

244
00:20:30,273 --> 00:20:34,273
4 คน ก็คือความถี่

245
00:20:34,943 --> 00:20:38,943
ตัวนี้ก็คือความถี่

246
00:20:39,219 --> 00:20:43,219
ความถี่นะคะ

247
00:20:43,841 --> 00:20:47,841
หรือว่าสัญลักษณ์ตัว F

248
00:20:49,272 --> 00:20:50,701
ชุดนี้ล่ะคะ

249
00:20:50,701 --> 00:20:54,353
มีกี่คน

250
00:20:54,353 --> 00:20:56,869
มีกี่คนลูก

251
00:20:56,869 --> 00:21:00,869
ตอนนี้มีกี่คน

252
00:21:02,236 --> 00:21:06,236
ถามว่ามีจำนวนกี่คน มีกี่ใบอันนี้มีกี่ใบ

253
00:21:10,579 --> 00:21:14,579
มีกี่ใบถามว่ามีกี่ใบ มี 5 ใบ

254
00:21:15,768 --> 00:21:19,768
ไม่ใช่ 45 ไม่ได้บอกไม่ได้ถามว่าคนนี้สูงเท่าไร

255
00:21:21,518 --> 00:21:25,518
ครูถามว่าคนที่สูงอยู่ในช่วง 140 นี่ มีทั้งหมดกี่คน

256
00:21:26,564 --> 00:21:27,600
เราจะต้องมาดูตรงที่ใบมันมีกี่ใบค่าที่เอามาลงตรงนี้

257
00:21:27,600 --> 00:21:31,600
เห็นไหมคะ

258
00:21:36,347 --> 00:21:38,705
1 3 3 นี่นับเป็น 1 4 นะเป็น 2 นะ นะไป 3 4 มันมีอยู่ 5 คน

259
00:21:38,705 --> 00:21:42,705
คำตอบตรงนี้คือ 5 คน

260
00:21:43,816 --> 00:21:47,657
แล้วแถวนี้ล่ะลูกแถวนี้มีกี่คนคะ

261
00:21:47,657 --> 00:21:51,193
มีเท่าไรมีกี่คน

262
00:21:51,193 --> 00:21:53,943
นับมีกี่คน

263
00:21:53,943 --> 00:21:57,943
นับสินับดี ๆ

264
00:22:00,208 --> 00:22:03,224
1 2 3 4 5

265
00:22:03,224 --> 00:22:07,224
6 7 และ

266
00:22:07,455 --> 00:22:11,455
8 ถูกต้อง

267
00:22:14,832 --> 00:22:16,532
8 คนนะคะ อันนี้คือความถี่คือ 8 คน อันนี้ล่ะสุดท้ายมีอยู่ 3 คน

268
00:22:16,532 --> 00:22:19,963
มีอยู่ 3 คน

269
00:22:19,963 --> 00:22:22,817
เวลารวมกันมีเท่ากับ 20 ไหมลูก

270
00:22:22,817 --> 00:22:25,381
4 + 5 เป็นเท่าไรคะ

271
00:22:25,381 --> 00:22:26,522
4 + 5 เป็น

272
00:22:26,522 --> 00:22:29,956
เท่าไร

273
00:22:29,956 --> 00:22:33,956
พี่เบนซ์ 4 + 5 เป็นเท่าไร่

274
00:22:39,984 --> 00:22:43,984
ใช่ เอามารวมกันทั้งหมดนะคะ 4 + 5 + 8 + 3 คำตอบของเขา ก็คือ

275
00:22:47,207 --> 00:22:51,207
20 นะคะ 4 + 5 + 8 + 3 มันจะเท่ากับ 20 คือตัวนี้เลย

276
00:22:53,247 --> 00:22:57,247
นะคะ แต่ทีนี้เรามาดูเมื่อเขาให้หาค่ามัธยฐานโดย

277
00:23:00,247 --> 00:23:04,247
มีแผนภาพต้น-ใบมาให้เรานะลูก สิ่งที่เรารู้คืออะไร เรารู้แล้วว่า N เท่ากับ

278
00:23:05,898 --> 00:23:07,865
อะไรคะ N = 20 ใช่ไหมค่ามัธยฐานหาอย่างไร

279
00:23:07,865 --> 00:23:10,357
หาจากใช้สูตรคือ

280
00:23:10,357 --> 00:23:14,357
N + 1

281
00:23:15,087 --> 00:23:18,214
ส่วนด้วย 2 ถูกไหมคะ อันนี้คือตำแหน่ง

282
00:23:18,214 --> 00:23:21,882
ตำแหน่งที่มันอยู่ตรงกลางของข้อมูลชุดนี้

283
00:23:21,882 --> 00:23:24,325
มันจะเท่ากับเท่าไหร่คะ N คือ 20

284
00:23:24,325 --> 00:23:25,853
20 + 1 เป็นเท่าไรลูก

285
00:23:25,853 --> 00:23:29,693
21

286
00:23:29,693 --> 00:23:33,693
21 ส่วน 2

287
00:23:33,843 --> 00:23:36,171
หารแล้ว ก็คือ 1

288
00:23:36,171 --> 00:23:38,464

289
00:23:38,464 --> 00:23:41,041
0.5 อันนี้คือตำแหน่ง

290
00:23:41,041 --> 00:23:45,041
ตำแหน่งที่ 10.5

291
00:23:45,139 --> 00:23:46,650
ทีนี้เรามาดูนะ

292
00:23:46,650 --> 00:23:50,074
ต่อมา

293
00:23:50,074 --> 00:23:54,074
ตัวนี้คือ 10.5 แต่

294
00:23:56,586 --> 00:24:00,586
สิ่งที่เราจะต้องรู้ อันนี้คือความถี่คือจำนวนคนที่ครูปิ๊กพาหามา

295
00:24:02,838 --> 00:24:06,838
เห็นไหมคะ ช่วงนี้มีกี่คนก็คือใบมีอยู่ 4 คนนะ

296
00:24:07,190 --> 00:24:10,691
อันนี้มีอยู่ 5 อันนี้มีอยู่ 8 คนอันนี้มีอยู่ 3 คน

297
00:24:10,691 --> 00:24:14,691
ช่วงนี้เพิ่มขึ้นมาคือความถี่สะสม

298
00:24:16,026 --> 00:24:18,779
ความถี่สะสมหมายถึงอะไร เอาความถี่ช่องแรกมา

299
00:24:18,779 --> 00:24:21,286
บวกกับความถี่ช่องถัดมา

300
00:24:21,286 --> 00:24:23,245
แถวถัดมาอันนี้คือ 4

301
00:24:23,245 --> 00:24:25,233
เอามาบวกกัน

302
00:24:25,233 --> 00:24:29,233
4 + 5

303
00:24:29,366 --> 00:24:31,853
= 9 คือคำตอบตรงนี้

304
00:24:31,853 --> 00:24:33,236
9 + 8

305
00:24:33,236 --> 00:24:37,236
คำตอบ

306
00:24:38,290 --> 00:24:39,960
คือ 17 17 + 3

307
00:24:39,960 --> 00:24:43,298
เอามาบวกกัน

308
00:24:43,298 --> 00:24:47,298
คำตอบ ก็คือ 20 นะคะ

309
00:24:48,976 --> 00:24:52,976
ความถี่สะสม หมายถึง เอาความถี่แต่ละชั้นนี่ มารวมกัน

310
00:24:53,671 --> 00:24:55,531
นะคะ

311
00:24:55,531 --> 00:24:59,531
แต่พอมา

312
00:25:00,329 --> 00:25:04,329
แถวที่ 2 ปุ๊บ นี่มันมี 4 สะสมผสมมาแล้ว 4

313
00:25:06,610 --> 00:25:08,535
แถวนี้มีอยู่ 5 เพราะฉะนั้น ความถี่สะสม ก็คือเอา 4 มาบวก 5 คำตอบคือ 9

314
00:25:08,535 --> 00:25:10,213
อันนี้เข้าใจนะ

315
00:25:10,213 --> 00:25:13,880
ผ่านนะคะ

316
00:25:13,880 --> 00:25:17,880
มีใครสงสัยไหม ก็คือบวกไปเรื่อย ๆ

317
00:25:18,030 --> 00:25:21,634
จนสุดท้ายความถี่ของ

318
00:25:21,634 --> 00:25:22,749
ตัวสุดท้ายเลยแถวสุดท้ายมันจะเท่ากับ 20

319
00:25:22,749 --> 00:25:26,749
เพราะอะไร

320
00:25:27,210 --> 00:25:29,754
เพราะว่าจำนวนคนมันเท่ากับ 20 N = 20 นั่นเอง

321
00:25:29,754 --> 00:25:32,081
โอเคไหม

322
00:25:32,081 --> 00:25:36,081
ทีนี้ดู

323
00:25:39,886 --> 00:25:43,546
แล้วหาช่องเรียบร้อยแล้วความถี่สะสมแล้วหาตำแหน่งได้แล้วหาตำแหน่งมัธยฐานได้แล้วก็คือ 15

324
00:25:43,546 --> 00:25:45,047
ค่าเฉลี่ยของค่าที่อยู่ในตำแหน่งที่ 10

325
00:25:45,047 --> 00:25:49,047
และ 11

326
00:25:50,224 --> 00:25:51,589
10.5 มันจะอยู่ในช่วงนี้ลูก 1

327
00:25:51,589 --> 00:25:54,056
0 11 ตำแหน่งนะ

328
00:25:54,056 --> 00:25:58,056
10.5 มันจะอยู่ตรงนี้

329
00:26:04,582 --> 00:26:08,582
โองเคนะ รู้ทีนี้มาดูตำแหน่งนี้มันอยู่ตรงไหนล่ะ

330
00:26:11,965 --> 00:26:15,574
ทำไมเขาได้ให้ค่าตรงนี้มา 10.5

331
00:26:15,574 --> 00:26:19,574
เพราะว่ามันอยู่ตำแหน่งที่ 10 กับ 11 ใช่ไหมลูก

332
00:26:22,237 --> 00:26:26,016
ตำแหน่งที่ 10 มันอยู่ตรงไหน 9 มันอยู่ตรงนี้แล้วมันอยู่ตรงนี้

333
00:26:26,016 --> 00:26:28,168
คนสุดท้ายนี่คนสุดท้ายคือคนที่ 9

334
00:26:28,168 --> 00:26:29,897
ที่สูง

335
00:26:29,897 --> 00:26:31,833
146

336
00:26:31,833 --> 00:26:35,833
อันนี้คือคนที่ 9

337
00:26:36,839 --> 00:26:39,723
เพราะฉะนั้น คนที่ 10 ก็คืออยู่ในชั้นถัดไปไหมคะ

338
00:26:39,723 --> 00:26:43,723
อันนี้คือคนที่ 10 คนที่ 11 นี่

339
00:26:49,475 --> 00:26:51,320
10 คนที่ 10 กับคนที่ 11 นะ คนที่ 10 สูงเท่าไรตัวนี้

340
00:26:51,320 --> 00:26:55,320
100 เท่าไรคะ

341
00:26:56,741 --> 00:27:00,525
101

342
00:27:00,525 --> 00:27:04,525
เห็นไหม อันนี้ก็คือ 101 นะคะ

343
00:27:07,895 --> 00:27:11,367
คนนี้คือสูง 100

344
00:27:11,367 --> 00:27:13,007
151

345
00:27:13,007 --> 00:27:15,964
เพราะว่า

346
00:27:15,964 --> 00:27:17,490
ต้นมัน 15 ใช่ไหม คนนี้ก็คือ

347
00:27:17,490 --> 00:27:21,490
151 ก็คือคนที่ 1

348
00:27:27,611 --> 00:27:31,611
0 นะคะ  ทำไมเพราะว่าความถี่สะสมตรงนี้คือตำแหน่งที่ของข้อมูลเพราะชั้นที่ 2 และมันรวมได้ถึง 9 และคือคนที่ 9

349
00:27:35,786 --> 00:27:37,883
ว่าจะให้คนที่ 10 คนที่ 11 จะต้องอยู่ในชั้นถัดมาพอ พอชั้นถัดมามันก็เริ่มเลยคนที่ 11 วันที่ 12 ใช่ไหมคะ

350
00:27:37,883 --> 00:27:41,112
อันนี้ก็เป็นเท่ากัน

351
00:27:41,112 --> 00:27:43,802
151 นะคะ

352
00:27:43,802 --> 00:27:45,479
ตำแหน่งอันนี้คือตำแหน่งที่ 10

353
00:27:45,479 --> 00:27:48,728
ตำแหน่งที่ 11

354
00:27:48,728 --> 00:27:50,412
มันอยู่ตรงกลางคืออยู่ตรงนี้

355
00:27:50,412 --> 00:27:53,052
เขาก็เลย

356
00:27:53,052 --> 00:27:57,052
เอา 151 ตัวนี้นะ

357
00:28:01,734 --> 00:28:05,734
ของคนที่ 10 กับคนที่ 11 ที่เอามารวมกัน เสร็จแล้วหารด้วย 2 ในเมื่อค่ามันเหมือนกัน

358
00:28:05,896 --> 00:28:08,332
เอามารวมกันแล้วหารด้วย 2 และมันก็เลยได้คำตอบค่าเดิม

359
00:28:08,332 --> 00:28:11,323
ก็คือ 151 นั่นเอง

360
00:28:11,323 --> 00:28:13,348
โอเคไหมคะ เข้าใจหรือยัง

361
00:28:13,348 --> 00:28:17,032
พอดี

362
00:28:17,032 --> 00:28:19,400
ๆ ง่วงนอนใช่ไหมเดี๋ยวครูจะให้ออกมาทำข้างหน้านะคะ

363
00:28:19,400 --> 00:28:23,400
เดี๋ยวจะให้ออกมาให้ทำข้างหน้านะลูก

364
00:28:24,979 --> 00:28:28,979
ทีนี้มาดู

365
00:28:31,221 --> 00:28:32,561
ครูจะให้ข้อมูลเดี๋ยวครูจะเขียนบนกระดานนะคะ ข้อมูลอีกชุดหนึ่ง

366
00:28:32,561 --> 00:28:35,325
ให้นักเรียน

367
00:28:35,325 --> 00:28:36,987
เดี๋ยวให้นักเรียนนะคะ

368
00:28:36,987 --> 00:28:40,987
แผนภาพ

369
00:28:41,537 --> 00:28:44,710
มีข้อมูลให้มีอยู่ 20

370
00:28:44,710 --> 00:28:48,710
ชุดนะคะ ข้อมูลนี้

371
00:28:52,860 --> 00:28:56,860
เสร็จแล้วให้หามัธยฐานโดยใช้วิธีนี้วิธีนี้เลยนะคะ ให้ไปหาความถี่

372
00:28:59,572 --> 00:29:03,572
ไปหาความถี่สะสมแล้วก็ให้หาค่ามัธยฐานตามตัวอย่างแบบนี้

373
00:29:04,105 --> 00:29:06,083
เดี๋ยวครูจะมีโจทย์ให้อยู่ข้างบน

374
00:29:06,083 --> 00:29:09,430
หน้ากระดานน

375
00:29:09,430 --> 00:29:13,430
ะคะ ลักษณะเหมือนกันกับข้อนี้เลย

376
00:29:13,707 --> 00:29:17,707
แต่ครูจะเอาข้อมูล ก็คือจำนวน

377
00:29:18,976 --> 00:29:21,431
นักเรียนทั้งหมดของ ม. 6 นะคะ เดี๋ยวนักเรียน ม. 6

378
00:29:21,431 --> 00:29:22,468
บอกครไว้ว่าสูง

379
00:29:22,468 --> 00:29:26,468
เท่าไร

380
00:29:32,697 --> 00:29:36,697
คนแรกเบนซ์นะคะ นักเรียน ม. 6 ที่มาวันนี้มีอยู่ 8 คนถูกไหมเบนซ์สูงเท่าไรคะ

381
00:29:46,411 --> 00:29:50,411
161 161 คนที่ 2 ต้น

382
00:29:50,797 --> 00:29:52,863
173

383
00:29:52,863 --> 00:29:56,863
เรดาร์สูงเท่าไรลูก

384
00:30:00,153 --> 00:30:04,153
180 สูงมากเลย

385
00:30:07,604 --> 00:30:09,184
อรวรรณ  1

386
00:30:09,184 --> 00:30:13,184
53

387
00:30:14,418 --> 00:30:18,418
155

388
00:30:20,456 --> 00:30:24,456
163

389
00:30:29,861 --> 00:30:33,861
165

390
00:30:37,242 --> 00:30:41,242
162 162

391
00:30:43,511 --> 00:30:47,511
ข้อมูลชุดนี้ถ้ามาทำนะคะ อีกคนหนึ่งไปไหนนะไปเข้าห้องน้ำใช่ไหม

392
00:30:49,270 --> 00:30:51,196
ไม่เป็นไรเอาแค่นี้นะคะ ข้อมูลมีทั้งหมดอยู่

393
00:30:51,196 --> 00:30:55,196
7

394
00:30:56,572 --> 00:31:00,572
จำนวน 7 คนนะคะ ตอนนี้ข้อมูลที่ครูได้มา N เท่ากับเท่าไรคะ

395
00:31:02,296 --> 00:31:05,796
เมื่อตรงนี้มีอยู่ 7 คน เพราะฉะนั้น ค่า N ก็คือ 7 นั้นเอง

396
00:31:05,796 --> 00:31:07,860
พอแล้วได้ข้อมูลชุดนี้มาแล้ว

397
00:31:07,860 --> 00:31:11,860
วันนี้

398
00:31:12,691 --> 00:31:15,917
ตัวเลขมันเยอะใช่ไหมลูกแล้วเอามาเขียนเป็นแผนภาพต้น-ใบ

399
00:31:15,917 --> 00:31:17,464
ต้น ก็คือตัวเลขหลักร้อย หลักสิบ

400
00:31:17,464 --> 00:31:20,973
ที่อยู่ข้างหน้า

401
00:31:20,973 --> 00:31:23,371
ดูนะมันยังไงเวลาเอามาเรียงลำดับ

402
00:31:23,371 --> 00:31:27,371
นะคะ R16

403
00:31:28,764 --> 00:31:32,764
มีนะเหมือนกันก็คือ 16 ใช่ไหม

404
00:31:37,542 --> 00:31:39,249
มี 15 มี 17 และ 18 เอามาเรียงจำนวนที่น้อยที่สุด ก็คือ 15 ถูกไหมคะ

405
00:31:39,249 --> 00:31:41,545
15

406
00:31:41,545 --> 00:31:44,059
ต่อมาคืออะไร

407
00:31:44,059 --> 00:31:48,059
16

408
00:31:49,231 --> 00:31:52,257
แล้วก็ 17

409
00:31:52,257 --> 00:31:55,073
มากที่สุด ก็คือ 18

410
00:31:55,073 --> 00:31:59,073
อันนี้คือต้นมัน

411
00:32:01,048 --> 00:32:05,048
เบนซ์ เบนซ์ออกมาเขียน

412
00:32:08,498 --> 00:32:09,746
ใบของ 150 มีกี่ใบนะคะ มีกี่คน

413
00:32:09,746 --> 00:32:13,746
ออกมาเขียนเลยค่ะ

414
00:32:37,135 --> 00:32:41,135
เดี๋ยวดูเพื่อนนะ เขียนเลยลูกเขียนเลย

415
00:32:41,261 --> 00:32:45,261
ให้ดูข้อมูลที่อยู่ในชุดนี้

416
00:32:49,411 --> 00:32:52,831
พี่เบนซ์ดูพี่ล่ามนะลูก

417
00:32:52,831 --> 00:32:55,352
ข้อมูลง่วงนอน

418
00:32:55,352 --> 00:32:59,352
ใช่ไหมนี่ เมื่อคืนไปทำอะไรมา

419
00:33:00,367 --> 00:33:01,827
เมื่อวานกิจกรรมวิทยาศาสตร์แล้วพากันทำชุดรีไซเคิลใช่ไหม

420
00:33:01,827 --> 00:33:05,827
นอนน้อย

421
00:33:09,104 --> 00:33:13,104
พอตัดต่อวิดีโอต่ออีก

422
00:33:13,818 --> 00:33:17,818
ดูสิอดทนลูกอดทน ตอนนี้ยังเช้าอยู่นะ

423
00:33:18,153 --> 00:33:22,153
อันนี้คือตน

424
00:33:23,319 --> 00:33:27,319
15 มันมาจากตรงนี้ ข้อมูลเราจะไม่เอามาจากที่อื่น

425
00:33:29,107 --> 00:33:31,435
ข้อมูลเราจะไม่เอามาจากที่อื่นนะลูก เราจะเอามาจากที่เราเก็บข้อมูลเมื่อกี้ที่เราถาม

426
00:33:31,435 --> 00:33:33,467
อันนี้คือ 1

427
00:33:33,467 --> 00:33:37,467
55

428
00:33:39,255 --> 00:33:43,255
ในเมื่อเลข 15 เราเอามาแล้วนี่ เพราะฉะนั้น มันมีอยู่อันเดียว ก็คือ

429
00:33:44,771 --> 00:33:46,916
155 ไอ้เลขสุดท้ายหลักหน่วยนี่ ให้มาเขียนตรงที่ใบ

430
00:33:46,916 --> 00:33:49,480
นะคะ ให้แม่เขียนตรงที่ใ

431
00:33:49,480 --> 00:33:53,480
บ มันก็จะได้แบบนี้

432
00:33:55,188 --> 00:33:58,279
ก็คือ 155 ข้อมูลชุดนี้

433
00:33:58,279 --> 00:34:02,279
แต่เวลาเราเอามาเขียนแผนภาพต้น-ใบ

434
00:34:03,393 --> 00:34:06,139
155 นี่ไอ้ตัว 1

435
00:34:06,139 --> 00:34:10,013
55 ก็คือเลข 15 นะลูก

436
00:34:10,013 --> 00:34:11,966
เลข 15 นี่เอามาเขียนตรงต้น ๆ

437
00:34:11,966 --> 00:34:15,757
มันมีอยู่หลัก

438
00:34:15,757 --> 00:34:17,596
หลักหน่วย หลักสิบ หลักร้อยใช่ไหม

439
00:34:17,596 --> 00:34:21,596
หน่วยสิบ

440
00:34:22,525 --> 00:34:26,525
ร้อยให้เอาหลักร้อยกับหลักสิบมาเขียนที่ต้น

441
00:34:31,330 --> 00:34:35,330
มาเขียนฝั่งของต้น ก็คือ 15 ตรงนี้เหลืออะไรเหลือ 5 หลักหน่วยคือเป็นใบ

442
00:34:35,501 --> 00:34:36,703
ก็เอาใบมาเขียนหมดหรือยังข้อมูล

443
00:34:36,703 --> 00:34:40,703
ที่มี

444
00:34:42,696 --> 00:34:44,318
ต้นเท่ากับ 15 นี่หมดแล้ว มันไม่มีแล้ว เราก็ไปเรียงต่อ

445
00:34:44,318 --> 00:34:46,508
ก็คือ

446
00:34:46,508 --> 00:34:49,935
ไม่ใช่

447
00:34:49,935 --> 00:34:53,935
มันมีตัวเดียว

448
00:34:55,909 --> 00:34:59,909
เห็นไหมคะ 155 มันมีแค่ตัวเดียวคือคนเดียวที่

449
00:34:59,955 --> 00:35:03,955
สูง 155 เพราะฉะนั้น แถวนี้

450
00:35:06,623 --> 00:35:08,277
แถวของต้น 15 นี่มันจะมีแค่ใบเดียวออกมา ก็คือใบ 5

451
00:35:08,277 --> 00:35:11,907
ใช่ไหม

452
00:35:11,907 --> 00:35:15,507
ทีนี้หมดแล้วมันมี 16   ทีนี้

453
00:35:15,507 --> 00:35:19,507
ต้นออกมา

454
00:35:21,162 --> 00:35:24,823
เลข 16 นะคะ มันมีกี่คน

455
00:35:24,823 --> 00:35:28,823
มันมีกี่คน 16 ที่เป็นต้นมันมีกี่คน

456
00:35:33,798 --> 00:35:37,798
นับได้กี่คน

457
00:35:40,131 --> 00:35:44,131
ต้น 16 นะคะ มันมีกี่คน คนที่ 1

458
00:35:44,791 --> 00:35:48,791
เท่าไร มีกี่คน

459
00:35:54,564 --> 00:35:58,564
นับนะต้นนับนะ 1 มี 4 คนนะคะ

460
00:36:10,728 --> 00:36:14,728
ที่นับได้ ก็คือมี 4 คน ทีนี้เวลาเราจะเรียงใบนะคะ เราจะเรียงจำนวนที่มีค่าน้อย

461
00:36:16,345 --> 00:36:17,148
ใช่เราจะเรียงจำนวนที่มีค่าน้อยไปหาค่ามาก 16 แล้วเดินลงมาแล้วลูก

462
00:36:17,148 --> 00:36:21,148
16

463
00:36:22,745 --> 00:36:25,613
16  นี่ดึงลงมาแล้วไม่ต้องไปดูซ้ำให้ 16 นี้เป็นต้นไปแล้ว

464
00:36:25,613 --> 00:36:27,013
ต้นไปแล้วดูแค่ใบตัวเลข

465
00:36:27,013 --> 00:36:29,433
4 คน

466
00:36:29,433 --> 00:36:33,433
4 คนนี่

467
00:36:34,018 --> 00:36:38,018
ให้ดูว่าตัวเลขอันไหนที่มันมีค่าน้อยที่สุดหลักหน่วยน่ะ

468
00:36:40,852 --> 00:36:44,852
หลักหน่วยที่มีค่าน้อยที่สุดคืออะไรคะ ดูนะหน่วยของคนแรก ก็คือ 1

469
00:36:47,914 --> 00:36:51,812
คนที่ 2 3 คนที่ 3-5 คนที่ 4 คือ 2 เอามาเรียงใหม่

470
00:36:51,812 --> 00:36:53,659
เอามาเรียงใหม่จากตัวที่น้อยที่สุดคือเท่าไร่

471
00:36:53,659 --> 00:36:57,659

472
00:36:57,749 --> 00:37:01,749
เรียงใหม่ 1 3 5 2 เรียงใหม่ได้อะไร

473
00:37:02,479 --> 00:37:06,479
เรียงใหม่เรียงตัวเลขใบ

474
00:37:08,417 --> 00:37:12,417
อันนี้คือ เรียงใหม่จากน้อยไปหามาก

475
00:37:22,294 --> 00:37:24,095
เรดาร์อธิบายให้เพื่อนฟังสิหันไปมอง เรดาร์ตอบนะคะ เรดาร์ตอบถูก

476
00:37:24,095 --> 00:37:28,095
อธิบายให้ต้นฟังซิ

477
00:37:53,703 --> 00:37:57,163
ต้นบอกรู้แล้วก็ลองดูสิมาเขียนส

478
00:37:57,163 --> 00:38:01,163
ิใบของ 16 นะคะ มันมีอะไรบ้าง

479
00:38:01,270 --> 00:38:05,270
ดูนะว่าต้นจะทำถูกไหม

480
00:38:26,041 --> 00:38:29,116
ถูก

481
00:38:29,116 --> 00:38:31,451
เบนซ์เข้าใจถูก เรดาร์เข้าใจแล้วนะคะ

482
00:38:31,451 --> 00:38:35,451
เพื่อนเข้าใจหรือยัง

483
00:38:36,033 --> 00:38:40,033

484
00:38:40,629 --> 00:38:44,629
โอเคเวลามาเขียนให้มันตรงให้มันตรงให้มันตรงแถว

485
00:38:45,532 --> 00:38:46,978
เพราะตอนนี้เราดูต้นคือที่ 16 นะคะ ใบมันจะต้องมาอยู่ที่ 16

486
00:38:46,978 --> 00:38:50,978
เขียนเรียงเลย

487
00:39:00,735 --> 00:39:03,928
ถูกไหมถูกแล้วนะคะ เก่งมาก

488
00:39:03,928 --> 00:39:07,928
เข้าใจแล้วนะ

489
00:39:13,185 --> 00:39:17,185
เรดาร์ผ่านไม่เอา เอาอีกคนหนึ่งมา เรดาร์เข้

490
00:39:21,131 --> 00:39:23,773
าใจแล้วนะคะ  ทีนี้ครูถามต้น 16 17

491
00:39:23,773 --> 00:39:26,658
16 ผ่านไปแล้วต่อไปต้น 17

492
00:39:26,658 --> 00:39:30,658
17 มีกี่คนลูก

493
00:39:32,155 --> 00:39:33,547
มีกี่คน 17 ใช่

494
00:39:33,547 --> 00:39:36,434
มาเขียนลง

495
00:39:36,434 --> 00:39:38,669
เบนซ์ไม่ต้องบอกง่ายแล้วเหรอ

496
00:39:38,669 --> 00:39:41,055
ง่ายหรือยัง

497
00:39:41,055 --> 00:39:45,055
โอเคนะคะ

498
00:39:47,286 --> 00:39:51,286
เหลือ 18 ต้น 18 ใบเท่าไร

499
00:39:57,317 --> 00:40:01,317
เก่งมากนะคะ

500
00:40:05,522 --> 00:40:09,522
0 นั้นเองเพราะว่าต้นมันคือ 180 ต้นมันเป็น 18 แล้วใบมัน ก็คือเลข 0

501
00:40:10,034 --> 00:40:14,034
หมดหรือยังลูกมันหมดแล้วนะคะ เวลาเราเอามารวมกัน

502
00:40:16,931 --> 00:40:20,931
อันนี้คือข้อมูลแล้วนะแป๊บหน่ึเดี๋ยวครูลบก่อน

503
00:40:31,038 --> 00:40:35,038
จากแผนภาพต้นใบตัวนี้เวลาเราเอามาเขียนอันนี้คือเป็นการวิธีการเรียงข้อมูลนะลูก เรียงจากน้อยไปหามาก

504
00:40:37,933 --> 00:40:39,357
ตัวที่น้อยที่สุดคืออะไร ก็คือ 155 อันนี้คือคนที่เตี้ยที่สุด

505
00:40:39,357 --> 00:40:40,757
คนที่เตี้ยที่สุด

506
00:40:40,757 --> 00:40:42,159
คนที่ 1

507
00:40:42,159 --> 00:40:46,159
ความถี่

508
00:40:47,310 --> 00:40:51,310
ความถี่นะคะ ช่องความถี่คือ

509
00:40:52,568 --> 00:40:56,166
แถวนี้คนที่สูงมีกี่คนมีกี่ใบแถวนี้มีกี่ใบ

510
00:40:56,166 --> 00:41:00,166
มีใบเดียว เพราะฉะนั้น ความถี่ ก็คือ 1

511
00:41:00,907 --> 00:41:03,760
แล้ว 16 ล่ะ มีความถี่เท่าไรมีกี่ใบ

512
00:41:03,760 --> 00:41:07,760
มีกี่ใบ 16

513
00:41:09,138 --> 00:41:13,138
ลูก มี 4 มี 4 ดูตรงไหนดูตรงไหนดูตรงนี้ลูก

514
00:41:14,617 --> 00:41:17,789
1 2 3 4 เพราะมันมี 4 คน แล้วมันเรียงหรือยัง

515
00:41:17,789 --> 00:41:21,789
มันเรียงจากน้อยไปหามากแล้ว ดูนะ คนที่สูง 161

516
00:41:25,567 --> 00:41:29,567
อันนี้คือเตี้ยสุดสูงกว่า 155 ก็คือคนที่ 2

517
00:41:39,771 --> 00:41:40,973
ไปแล้ว 161 ต่อมา 162 เพิ่มขึ้น 163 เพิ่มขึ้นและ 165 เพิ่มขึ้นอันนี้คือแถวนี้คือเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก

518
00:41:40,973 --> 00:41:44,973
เรียบร้อยแล้ว

519
00:41:52,135 --> 00:41:56,135
ทีนี้มา 170 บ้างมีเท่าไหร่ลูกมี 1 นะคะ ความถี่

520
00:41:58,064 --> 00:42:00,670
180 ก็คนที่ 1 เพราะว่าใบมันมีแค่ใบเดียวนะคะ

521
00:42:00,670 --> 00:42:04,670
ทีนี้มาดูช่องความถี่สะสม

522
00:42:12,331 --> 00:42:16,331
ความถี่สะสม หมายถึง เอาความถี่เอามารวมกันในช่องถัดมา

523
00:42:17,266 --> 00:42:18,915
ดูนะอันแรกมันยังไม่มีสะสมเลยใช่ไหมคะ มันเริ่ม

524
00:42:18,915 --> 00:42:21,286
ตัวแรก ก็คือ 1

525
00:42:21,286 --> 00:42:25,286
ช่องที่ 2

526
00:42:27,669 --> 00:42:31,669
นะคะ เท่าไรคะต้องเอา 1 ที่เรามีอยู่แล้วที่เราเก็บเอามาให้น ี่เอามาบวกกับ

527
00:42:32,031 --> 00:42:33,692
ถ้าความถี่ของแถวต่อมา ก็คือ 4 1 + 4 =

528
00:42:33,692 --> 00:42:37,692
5

529
00:42:40,500 --> 00:42:42,290
1 + 4 = 5 เสร็จแล้วมีสะสมอยู่แล้ว 5 เอามารวมกับ 1

530
00:42:42,290 --> 00:42:43,516
เท่าไรคะ ตัวนี้

531
00:42:43,516 --> 00:42:45,543
ได้

532
00:42:45,543 --> 00:42:49,543
6 สุดท้าย

533
00:42:52,825 --> 00:42:56,825
ใช่คือ 7 เพราะว่า 6 มันมีความถี่สะสมอยู่แล้วในชั้นนี้ แล้วเอามารวมกับอีก 1 ก็คือ 7

534
00:42:59,907 --> 00:43:01,824
ตัวสุดท้าย ตัวสุดท้ายตัวนี้ความถี่สะสมค่าที่ได้จะเท่ากับ N

535
00:43:01,824 --> 00:43:05,824
มันจะเป็นตัวเดียวกันนะลูก

536
00:43:06,255 --> 00:43:10,255
ตัวสุดท้ายในความถี่สะสมของตัวสุดท้ายมันก็คือค่า N นั่นเอง

537
00:43:13,567 --> 00:43:17,567
เสร็จแล้วทีนี้ให้หามัธยฐาน

538
00:43:20,857 --> 00:43:23,420
มัธยฐานคืออะไร จากสูตรคืออะไรลูก

539
00:43:23,420 --> 00:43:26,610
N + 1

540
00:43:26,610 --> 00:43:30,610
ส่วนด้วย 2 N คือเท่า

541
00:43:32,098 --> 00:43:36,098
ไร N คือ 7 7 + 1

542
00:43:39,798 --> 00:43:41,106
เป็นเท่าไหร่ 7 + 1 = 8 ส่วน 2  8 หาร 2 เป็นเท่าไร

543
00:43:41,106 --> 00:43:43,028
เป็น 4

544
00:43:43,028 --> 00:43:46,722
เป็น 4 เ

545
00:43:46,722 --> 00:43:50,722
ป็ 4  ดี ๆ ลูกหายไม่ใช่มัว

546
00:43:50,940 --> 00:43:52,047
เป็น 4 แสดงว่าตำแหน่งที่มันอยู่คือคนที่ 4

547
00:43:52,047 --> 00:43:56,047
ใช่

548
00:43:58,425 --> 00:44:02,425
ความถี่สะสมนะ แถวแรกมีคือคนที่ 1 คนที่ 4 อยู่ตรงไหน

549
00:44:04,761 --> 00:44:07,941
คนที่ 1 อยู่ตรงนี้คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ 4 ถูกไหม

550
00:44:07,941 --> 00:44:11,941
คือตัวนี้คำตอบคือเท่าไร

551
00:44:11,984 --> 00:44:15,984
มัธยฐาน

552
00:44:20,574 --> 00:44:24,574
คือคนนี้ ตำแหน่งที่ 4

553
00:44:26,698 --> 00:44:30,698
มีใบก็คือ 3 อยู่ต้นที่ 16 คนนี้่จะสูงเท่าไหร่

554
00:44:33,214 --> 00:44:37,214
เบนซ์สูงเท่าไรลูกคนนี้สูงเท่าไร

555
00:44:43,076 --> 00:44:47,076
ไม่ใช่ 3 ถูกต้องกูถามความสูง เพราะฉะนั้น ค่ามัธยฐานของเขาก็คือ 163

556
00:44:49,404 --> 00:44:53,404
เข้าใจนะ คือวิธีการหาค่ามัธยฐาน

557
00:44:54,071 --> 00:44:57,653
ที่อยู่ตรงกลางของข้อมูลนะคะ อันนี้คือวิธีการหา

558
00:44:57,653 --> 00:45:01,653
ขั้นตอนแรกทวน ทวนนะคะ

559
00:45:01,849 --> 00:45:04,645
เมื่อเราไปเก็บข้อมูลมาแล้ว เมื่อเราไปเก็บข้อมูลมาแล้ว

560
00:45:04,645 --> 00:45:07,983
ถ้าข้อมูลมันมีจำนวนเยอะ

561
00:45:07,983 --> 00:45:09,709
ตัวเลขมันหนักมันเยอะหลักร้อยนะคะ

562
00:45:09,709 --> 00:45:13,709
หลักร้อยหลักพัน

563
00:45:16,592 --> 00:45:20,592
วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก เราจะต้องมาทำแผนภาพต้น-ใบ

564
00:45:21,576 --> 00:45:25,576
เพื่ออะไร มันจะดูง่ายเรียงจากน้อยไปหามาก  ต้น

565
00:45:26,217 --> 00:45:28,532
อยู่ข้างบนน้อยสุดแล้วก็เรียงลงมาข้างล่างมากสุด

566
00:45:28,532 --> 00:45:32,532
แล้วก็ในแถวเดียวกัน

567
00:45:36,181 --> 00:45:39,797
ในต้นตรงนี้ในช่องตรงนี้มีกี่ใบใบที่น้อยที่สุดก็เรียงไปอันนี้ก็คือมันจะเรียงลำดับ

568
00:45:39,797 --> 00:45:43,738
เป็นวิธีการเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก

569
00:45:43,738 --> 00:45:46,689
ในข้อมูลที่มีหลักเยอะ ๆ หลัก

570
00:45:46,689 --> 00:45:50,689
อาจจะเป็นร้อยเป็นพันแล้วก็ข้อมูลมัน

571
00:45:51,580 --> 00:45:55,580
ชุดมันเยอะนะคะ N อาจจะเป็น 20 30 40

572
00:45:57,324 --> 00:46:00,528
วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการหาค่ามัธยฐาน หลักการ

573
00:46:00,528 --> 00:46:02,551
ง่าย ๆ เอามาเขียนอันนี้เข้าใจหรือยัง

574
00:46:02,551 --> 00:46:06,551
อันนี้เข้าใจหรือยังลูก นิดหนึ่ง เรดาร์บอกนิดหนึ่ง

575
00:46:11,455 --> 00:46:13,843
เรดาร์บอกพอดีพอดีจะให้แบบฝึกนะคะ แล้วให้นักเรียนได้ลองทำ

576
00:46:13,843 --> 00:46:17,843
อย่าพากันทำว่ามันจะได้หรือเปล่า

577
00:46:50,555 --> 00:46:52,958
นักเรียนเอาสมุดขึ้นมานะคะ แล้วก็ให้นักเรียนหาความถี่

578
00:46:52,958 --> 00:46:56,821
จากตัวอย่างตรงนี้

579
00:46:56,821 --> 00:47:00,821
เอาสมุดขึ้นมา

580
00:47:42,122 --> 00:47:44,583
ได้หรือยังคะ

581
00:47:44,583 --> 00:47:48,583
สมุดพร้อมหรือยัง

582
00:48:01,806 --> 00:48:03,661
นักเรียนเขียนโจทย์นะคะ

583
00:48:03,661 --> 00:48:07,661
ตัวอย่างที่ 3

584
00:48:18,195 --> 00:48:22,195
อันนี้ครูอธิบายไปแล้วนะคะ ใน

585
00:48:22,330 --> 00:48:23,486
Point ทีนี้ให้นักเรียนทำเองให้หาค่ามัธยฐาน

586
00:48:23,486 --> 00:48:27,486
ของ

587
00:48:27,725 --> 00:48:30,338
ความสูงนะคะ ของนักเรียนม. 6/5 นี่

588
00:48:30,338 --> 00:48:34,338
ค่ามัธยฐานคืออะไร

589
00:48:36,721 --> 00:48:40,252
เอาตรงนี้ลงไปก่อนนะคะ เดี๋ยวแสดงวิธีทำเหมือนกันเลย

590
00:48:40,252 --> 00:48:42,575
ตัวนี้ที่เราออกมาฝึกนะคะ

591
00:48:42,575 --> 00:48:46,575
ที่เป็นข้อมูลของนักเรียน

592
00:49:42,955 --> 00:49:46,955

593
01:14:36,488 --> 01:14:40,488
ลูก ๆ ดูนะคะ ตัวนี้แบบฝึกตรงนี้

594
01:14:41,565 --> 01:14:45,565
Concept มันง่ายมากถ้านักเรียนดูนะคะ ดูภาพนะลูก

595
01:14:46,363 --> 01:14:50,363
อันนี้อันแรกที่ให้ตัวอย่างมาข้อมูลมีทั้งหมด 20 คน

596
01:14:50,529 --> 01:14:53,030
ไปนับใบว่ามีกี่ใบนะคะ พอจะไปนับใบเสร็จปุ๊บ

597
01:14:53,030 --> 01:14:57,030
ลำดับประมาณวิธีทำ

598
01:15:00,494 --> 01:15:04,494
คืออะไร นักเรียนเห็นไหมคะ เขาจะเอาใบมาเรียงเอาใบมาเลี้ยงใหม่นะ

599
01:15:05,203 --> 01:15:07,966
ไปเอามาเรียงใหม่เรียงจากค่าที่น้อยไปหาค่าที่มาก

600
01:15:07,966 --> 01:15:11,966
มีข้อมูลมันยังสลับอยู่ใช่ไหมคะ

601
01:15:14,196 --> 01:15:18,146
มันไม่ได้เรียงแบบนี้ในตรวจให้มาใบมันจะมีทั้งค่ามากค่าน้อยในสลับตำแหน่งกันอยู่

602
01:15:18,146 --> 01:15:20,507
วิธีทำอันแรกเราก็ต้องเอาใบนี่ มาเรียง

603
01:15:20,507 --> 01:15:24,507
เรียงจากน้อยไปหามาก

604
01:15:25,844 --> 01:15:27,608
เรียงจากน้อยไปหามากเสร็จแล้วไปหาความถี่

605
01:15:27,608 --> 01:15:31,207
ความถี่นะคะ

606
01:15:31,207 --> 01:15:34,716
ความถี่ ก็คือไปนับว่ามีใบกี่ใบในแต่ละแถว

607
01:15:34,716 --> 01:15:36,665
ตัวนี้มีใบอยู่ 4 ใบนะ ว่าเลข 4 เขียนมา

608
01:15:36,665 --> 01:15:40,665
วันนี้มีอยู่ 5 ใบ

609
01:15:45,131 --> 01:15:48,557
ใบแล้วก็ 3 ใบก็คือความถี่นั่นเองนะคะ ทีนี้มาดูอีกช่องหนึ่งที่นักเรียนจะต้องทำก็คือความถี่สะสม

610
01:15:48,557 --> 01:15:50,922
ความถี่ 32 อะไร Concept ง่ายมาก

611
01:15:50,922 --> 01:15:54,922
เมื่อมีความถี่ของแต่ละช่องแล้ว

612
01:15:55,709 --> 01:15:57,035
เอาความถี่ของแต่ละช่องมารวมกันในแถวนั้นนะคะ

613
01:15:57,035 --> 01:16:01,035
แถวแรก

614
01:16:01,871 --> 01:16:05,871
ความถี่สะสมมันยังไม่มีมาเลยมัน ก็คือเท่ากับตัวมันเอง ก็คือเท่ากับ 4

615
01:16:07,832 --> 01:16:11,832
แต่พอมาแถวที่ 2 ปุ๊บไม่มีสะสมมาแล้ว 4 มันก็เลยเอามาบวกกับ

616
01:16:12,325 --> 01:16:15,312
แถวนี้มีความถี่อยู่ 5 ใช่ไหมคะ 4 + 5 = 4

617
01:16:15,312 --> 01:16:18,187
เท่ากับ 9 9 อันนี้

618
01:16:18,187 --> 01:16:22,187
พวกมาเรื่อย ๆ เป็นช่องความถี่สะสม

619
01:16:26,375 --> 01:16:30,375
แค่นี้เองคำตอบ ก็คือ 20 ก็คือจำนวนคนทั้งหมดนะคะ เสร็จแล้วเราจะไปหาตำแหน่ง

620
01:16:32,603 --> 01:16:33,949
ตำแหน่งของมัธยฐาน ตำแหน่งมาจากไหนจากสูตรเลย N + 1

621
01:16:33,949 --> 01:16:37,474

622
01:16:37,474 --> 01:16:38,664
20 ใช่ไหมคะ N คือตัวนี้

623
01:16:38,664 --> 01:16:42,664
20

624
01:16:42,965 --> 01:16:46,965
20 + 1 = 21 21 หาร 2 =

625
01:16:50,028 --> 01:16:54,028
10.5 ตำแหน่ง 10.5 ตรงกลางมันจะอยู่ตรงกลางของ

626
01:16:54,339 --> 01:16:56,100
11 นะคะ ตำแหน่ง

627
01:16:56,100 --> 01:16:57,709
อันนี้คือตำแหน่งที่ 10

628
01:16:57,709 --> 01:17:01,709
ตำแหน่งที่ 11

629
01:17:05,588 --> 01:17:09,588
มันจะอยู่ตรงกลาง เพราะฉะนั้น จะต้องเอาค่าความสูงของคน 20 กับคนที่ 11 เอามารวมกันแล้วหาร 2

630
01:17:09,949 --> 01:17:12,041
เมื่อเราได้ตรงนี้แล้วรอได้ตำแหน่งของมัธยฐานเสร็จปุ๊บนี่

631
01:17:12,041 --> 01:17:16,041
เราก็จะมาดูตรงที่

632
01:17:16,560 --> 01:17:20,560
อันนี้นะคะ แผนภาพต้น-ใบที่เราเรียงไปเรียบร้อยแล้ว

633
01:17:25,894 --> 01:17:27,532
ให้มาไม่ได้เรียงใบแต่เราจะต้องเอาใบมาเรียงเมื่อกี้ตำแหน่งที่เท่าไรนะคะ ที่เราหาได้ ก็คือ 10.5

634
01:17:27,532 --> 01:17:31,261
10.5

635
01:17:31,261 --> 01:17:34,934
เรามาดูความถี่สะสม

636
01:17:34,934 --> 01:17:38,934
แถวนี้คือ 9 เพราะฉะนั้น 10

637
01:17:39,930 --> 01:17:43,644
จะต้องอยู่ตรงนี้ และจะอยู่แถวแถวนี้นะคะ

638
01:17:43,644 --> 01:17:47,644
คนนี้คือคนที่ 10

639
01:17:49,497 --> 01:17:52,211
เริ่มนะคะ เพราะว่าแถวข้างบนนี่คนที่ 9 เสร็จแล้ว

640
01:17:52,211 --> 01:17:54,450
วันนี้คือคนที่ 10 อันนี้คือคนที่ 11

641
01:17:54,450 --> 01:17:57,684
ค่าของเขาคืออะไร

642
01:17:57,684 --> 01:18:01,369
ค่าของความสูงของคนที่ 10 ก็คือ

643
01:18:01,369 --> 01:18:03,675
105 นะคะ

644
01:18:03,675 --> 01:18:07,675
คนนี้ก็คือ 105

645
01:18:12,195 --> 01:18:13,998
คนที่ 11 ก็สูงเท่ากันเพราะว่ามันเท่ากับ 1 ใช่ไหมคะ ข้างหน้าต้นมันเท่ากับ 15 ก็จะเท่ากับ  1

646
01:18:13,998 --> 01:18:17,998
51 เท่ากัน

647
01:18:24,186 --> 01:18:28,026
ในเมื่อมันเป็นค่าที่เท่ากันเอามารวมกันหาร 2 คำตอบมันก็คือเท่าเดิมค่ามัธยฐานก็เลยเท่ากับ 151 นั่นเอง

648
01:18:28,026 --> 01:18:32,026
อันนี้คือ Concept ของการหาค่ามัธยฐาน

649
01:18:34,771 --> 01:18:38,771
โดยใช้แผนภาพต้น-ใบเข้ามาช่วยนะคะ ทำให้ง่ายขึ้นในกรณีที่มี

650
01:18:40,065 --> 01:18:44,065
ตัวเลขมีหน่วยเยอะ ๆ แล้วก็มีจำนวนข้อมูลเยอะ ๆ นะคะ

651
01:18:47,298 --> 01:18:51,298
เราจะไม่สามารถที่จะเอาข้อมูลนำมาเรียงแล้วก็มาตัดทีละเราจะสับสนแล้วจะทำให้ได้ข้อมูลที่ผิด

652
01:18:51,737 --> 01:18:55,737
อันนี้เป็นวิธีการที่ทำให้เช็กความถูกต้องได้ง่ายนะคะ

653
01:18:57,316 --> 01:18:59,736
ทีนี้มาดูอีก

654
01:18:59,736 --> 01:19:03,736
แบหนึ่งเมื่อกี้

655
01:19:08,141 --> 01:19:09,450
เมื่อกี้เป็นความถี่ใช่ไหมคะ โดยใช้แผนภาพต้นใบ ทีนี้หาค่ามัธยฐานของข้อมูล

656
01:19:09,450 --> 01:19:13,450
เราไม่ได้จัด

657
01:19:15,027 --> 01:19:19,027
เป็นอันตภาคชั้น แต่เราแจกแจงความถี่ไว้ให้เป็นตารางแบบนี้

658
01:19:20,094 --> 01:19:23,251
ข้อมูลตรงนี้เป็นคะแนน แถวนี้แหละเป็นคะแนน คะแนน

659
01:19:23,251 --> 01:19:25,798
11 13 15 17 19

660
01:19:25,798 --> 01:19:28,890
คนที่ได้คะแนน 10

661
01:19:28,890 --> 01:19:32,890
มีกี่คน อันนี้คือจำนวนคน ความ

662
01:19:37,995 --> 01:19:41,995
ถี่ คือจำนวนคน คนที่ได้คะแนน 10 คะแนน มีทั้งหมดกี่คนคะ

663
01:19:43,100 --> 01:19:44,557
12 คนดูตามช่องเลยนะมันจะคู่กันมันจะคู่กัน

664
01:19:44,557 --> 01:19:48,557
คนที่ได้

665
01:19:48,688 --> 01:19:50,737
คะแนน 13 คะแนนมีทั้งหมด 14 คน

666
01:19:50,737 --> 01:19:54,737
14 คนนะ

667
01:19:54,959 --> 01:19:56,802
นี่คือความถี่เขาก็เลยเอาที่ตารางตัวนี้

668
01:19:56,802 --> 01:20:00,272
ที่เขาให้ตาราง

669
01:20:00,272 --> 01:20:04,272
อะไรคะ ตารางแจกแจงความถี่มา เราก็เล

670
01:20:07,710 --> 01:20:11,710
ยเอามาทำเป็นช่องแบบนี้ 1 คือช่องของคะแนน คะแนนมีอะไรบ้าง

671
01:20:13,142 --> 01:20:14,754
13 15 17 19 เอามาเรียงใหม่ทำเป็นช่องใหม่

672
01:20:14,754 --> 01:20:16,357
อันนี้คือช่องความถี่

673
01:20:16,357 --> 01:20:19,620
อันนี้แล้วนะคะ

674
01:20:19,620 --> 01:20:23,271
ที่เราขาดหายไป ก็คือความถี่สะสม

675
01:20:23,271 --> 01:20:26,414
ความถี่สะสมสำคัญมากในการแจกแจงความถี่

676
01:20:26,414 --> 01:20:29,667
การหาตำแหน่งของมัธยฐานนะคะ

677
01:20:29,667 --> 01:20:31,717
นักเรียนจะต้องทำความเข้าใจกับตรงนี้ว่า

678
01:20:31,717 --> 01:20:35,717
ความถี่สะสมคืออะไร

679
01:20:38,060 --> 01:20:42,060
วิธีการหามาคืออย่างไรนะคะ แล้วคำตอบของความถี่สะสมก็คือจำนวน

680
01:20:43,380 --> 01:20:45,870
ชุดของข้อมูลนั้นว่ามีเท่าไรตัวนี้มันเท่ากับ 50

681
01:20:45,870 --> 01:20:49,870
นะคะ เห็นมันเท่ากับ 50

682
01:20:50,814 --> 01:20:54,814
เพราะว่าเวลามารวมความถี่สะสมสุดท้ายแล้วมันเท่ากับ 50

683
01:20:57,893 --> 01:21:01,893
แปลว่าจำนวนคนจำนวนคนของข้อมูลมีทั้งหมด 50 คนด้วยกัน

684
01:21:02,536 --> 01:21:05,551
เวลาเราไปถามคนที่ 1 ทำข้อสอบได้ 10 คะแนน

685
01:21:05,551 --> 01:21:07,321
คนที่ 2 อาจจะทำข้อสอบได้ 15 คะแนน

686
01:21:07,321 --> 01:21:09,562
แต่เขาจะมา

687
01:21:09,562 --> 01:21:12,136
Carry Carry หาความถี่

688
01:21:12,136 --> 01:21:15,618
ครั้งที่แล้วที่ครูพาทำ

689
01:21:15,618 --> 01:21:19,618
การสร้างตารางแจกแจงความถี่จำได้ไหมคะ

690
01:21:22,132 --> 01:21:26,132
ชุดข้อมูลใช่ไหมเสร็จแล้ว แล้วก็มา Carry เป็นความถี่ แล้วหาความถี่นะคะ

691
01:21:30,155 --> 01:21:34,155
มันก็จะเชื่อมโยงกันมาใส่ตรงนี้แต่ตัวนี้เขาไม่ได้เอาข้อมูลแบบนั้นมาให้เราเพราะเอาตารางแจกแจงความถี่มาเลยนะคะ

692
01:21:34,408 --> 01:21:38,408
พอเราได้ตารางแจกแจงความถี่แล้วให้หาค่ากลางของตารางนี้

693
01:21:41,187 --> 01:21:42,685
นักเรียนมีทั้งหมดอยู่ 50 คน หาค่าที่อยู่ตรงกลางโดยใช้ค่ามัธยฐาน

694
01:21:42,685 --> 01:21:45,059
วิธีการ

695
01:21:45,059 --> 01:21:49,059
ก็คือต้องหาความถี่สะสม นี่คะแนน 10 คะแนน

696
01:21:54,226 --> 01:21:58,226
มีทั้งหมด 12 คนเริ่มแรกมันยังไม่มีสะสมก็เอาช่องนี้มาเลยนะคะ 12

697
01:21:58,485 --> 01:22:02,485
ช่องที่ 2 นี่คะแนนเท่ากับ 13  13 สะสมคือ

698
01:22:03,796 --> 01:22:06,177
เอา 12 ที่เราเก็บเอาไว้แล้วมารวมกันกับ 14 นะคะ

699
01:22:06,177 --> 01:22:08,596
12 กับ 14 มาบวกกัน

700
01:22:08,596 --> 01:22:12,596
เท่ากับ 26

701
01:22:13,793 --> 01:22:15,129
นะคะ 12 กับ 14 มาบวกกันเท่ากับ 26 นะ

702
01:22:15,129 --> 01:22:19,129
อันนี้ก็เหมือนกัน

703
01:22:24,858 --> 01:22:27,932
เอาตัวข้างบนมารวมกับแถวของตัวเองนะคะ ที่สะสมเอาไว้ก็คือความถี่สะสมของชั้นต่าง ๆ

704
01:22:27,932 --> 01:22:30,184
วิธีการหาความถี่สะสมนะคะ

705
01:22:30,184 --> 01:22:34,184
จนตัวสุดท้ายเลย

706
01:22:34,806 --> 01:22:37,023
ตัวนี้นะ

707
01:22:37,023 --> 01:22:41,023
44 บวกกับอีก 6 นะคะ

708
01:22:43,952 --> 01:22:45,469
เท่ากับ 50 ตัวคำตอบสุดท้าย หน้าสุดท้ายของความถี่สะสมคือจำนวน

709
01:22:45,469 --> 01:22:48,749

710
01:22:48,749 --> 01:22:52,749
N จำเอาไว้นะคะ เวลาเราเอามารวมกัน

711
01:22:52,937 --> 01:22:54,268
จะเท่ากับ N เวลาเราไปหาตำแหน่งของมัธยฐาน

712
01:22:54,268 --> 01:22:58,268
ตรงนี้ปุ๊บ

713
01:22:59,477 --> 01:23:03,477
เราได้และเราได้ตารางแจกแจงความถี่และความถี่สะสมมาเรียบร้อย

714
01:23:04,586 --> 01:23:08,168
สูตรของหาตำแหน่งของมัธยฐานตำแหน่งที่มันอยู่ตรงไหน

715
01:23:08,168 --> 01:23:10,150
เราก็เอา 50 มาบวก 1 ใช่ไหมคะ ตามสูตรเลย

716
01:23:10,150 --> 01:23:14,150
N  + 1 ส่วน

717
01:23:16,299 --> 01:23:17,427
2  N คือตรงนี้คือค่าก็คือ 50 ที่เขาหามาได้แล้วจ

718
01:23:17,427 --> 01:23:18,466
ากความถี่สะสม

719
01:23:18,466 --> 01:23:22,466
บวก 1

720
01:23:23,661 --> 01:23:27,153
คำตอบตำแหน่ง ก็คือตำแหน่งที่ 25.5

721
01:23:27,153 --> 01:23:29,750
นักเรียนสังเกตเห็นไหม 25.5 มันอยู่ตรงกลาง

722
01:23:29,750 --> 01:23:32,761
มันอยู่ตรงกลางระหว่างตำแหน่งที

723
01:23:32,761 --> 01:23:36,761
25 กับ 26 ใช่ไหมคะ

724
01:23:37,644 --> 01:23:40,660
25-26 เดี๋ยวมันอยู่ตรงกลาง

725
01:23:40,660 --> 01:23:44,174
ตัวนี้ก็คือ 25

726
01:23:44,174 --> 01:23:48,174
ลำดับต่อไปก็คือตำแหน่งที่ 26

727
01:23:48,585 --> 01:23:50,960
ตัวนี้มันจะอยู่ตรงนี้มันจะอยู่ตรงกลาง

728
01:23:50,960 --> 01:23:54,960
ค่าที่อยู่ตรงกลางคือเท่าไร

729
01:23:55,582 --> 01:23:58,051
เรามาดูนะดูที่ช่องความถี่สะสมลูก

730
01:23:58,051 --> 01:24:02,051
ความถี่สะสม

731
01:24:02,497 --> 01:24:04,073
25 คนที่ 25 กับคนที่ 26

732
01:24:04,073 --> 01:24:08,073
อยู่ตรงไหน

733
01:24:09,122 --> 01:24:13,122
คนที่ 25 กับ 26 อยู่ตรงนี้พอดี

734
01:24:17,641 --> 01:24:21,641
อันนี้คือ 26 แถวนี้ก็คือคนที่ 1 จนถึงคนที่ 12

735
01:24:22,251 --> 01:24:26,251
คนที่ 13 จนถึงคนที่ 26 จะอยู่ตรงนี้

736
01:24:28,450 --> 01:24:32,450
อันนี้คือคนนะคะ เพราะฉะนั้น เขาถามว่า

737
01:24:34,850 --> 01:24:38,850
25 กับ 26 คนที่ 25 กับคนที่ 26 ก็คืออยู่ตรงแถวนี้

738
01:24:39,707 --> 01:24:43,707
อยู่ตรงนี้อยู่ช่องนี้

739
01:24:44,216 --> 01:24:47,198
ทีนี้นักเรียนดูนะคะ ความถี่ของคะแนน

740
01:24:47,198 --> 01:24:51,198
คนที่ 25 กับ 26 อยู่ตรงนี้

741
01:24:51,374 --> 01:24:54,764
คะแนนก็คือเท่าไร 13

742
01:24:54,764 --> 01:24:58,764
คะแนนคือ 13 นะคะ เพราะฉะนั้น

743
01:25:02,133 --> 01:25:06,133
25-26 อยู่ตรงนี้ ก็คือได้ 13 กับ 13 เอา 13 ตรงนี้มารวมกันแล้วหารด้วย 2

744
01:25:08,099 --> 01:25:10,245
คำตอบก็คือ 13 อันนี้คือวิธีการคิดนะคะ ถ้าเมื่อไรที่เขาให้

745
01:25:10,245 --> 01:25:14,245
ตารางแจกแจงความถี่มา

746
01:25:14,930 --> 01:25:18,479
อันนี้คือวิธีการหลักการเหมือนกันกับแผนภาพต้นไม้

747
01:25:18,479 --> 01:25:20,055
ไม่ใช่แผนภาพต้นใบ

748
01:25:20,055 --> 01:25:24,055
แผนภาพต้นใบ

749
01:25:25,977 --> 01:25:28,315
วิธีการหาความถี่ก่อนนะคะ เพราะได้ความถี่เสร็จปุ๊บหาความถี่สะสม

750
01:25:28,315 --> 01:25:32,315
เสร็จแล้วไปหาตำแหน่ง

751
01:25:32,643 --> 01:25:34,203
ตำแหน่งของมัธยฐานตำแหน่งที่อยู่ตรงกลางนี่ มันคืออะไรนะคะ

752
01:25:34,203 --> 01:25:38,203
โดยเอาจำนวน

753
01:25:39,683 --> 01:25:40,616
จำนวนของข้อมูลนะคะ เอา N มาบวก 1 และส่วนที่ 2 มันก็จะได้ตำแหน่ง

754
01:25:40,616 --> 01:25:44,616
ตรงนั้น

755
01:25:45,996 --> 01:25:49,144
ทีนี้ถ้าเมื่อไรที่ตำแหน่งที่เราหาได้มีค่าเป็นจุดทศนิยมจุด 5 เนี่ย

756
01:25:49,144 --> 01:25:53,144
มันหมายถึงมันอยู่ตรงกลางระหว่างค่าตำแหน่งนั้น

757
01:25:58,331 --> 01:26:01,296
น่ะ 10.5 มันจะอยู่ตรงกลางระหว่าง 10 กับ 11 ถ้าได้ 20.5 ตำแหน่งนั้นก็คือ 20 กับ 21

758
01:26:01,296 --> 01:26:03,811
นะคะ มันจะอยู่ตรงกลาง เพราะฉะนั้น

759
01:26:03,811 --> 01:26:07,811
ข้อมูลที่อยู่ใน

760
01:26:09,352 --> 01:26:11,359
ตำแหน่งนั้นน่ะมันจะมี 2 ตัวให้เอาข้อมูลนั้นมารวมกันแล้วหาร 2

761
01:26:11,359 --> 01:26:13,744
ก็จะได้ค่ามัธยฐาน

762
01:26:13,744 --> 01:26:17,744
โอเคไหม

763
01:26:23,215 --> 01:26:27,215
คราวนี้แบบฝึกตรงนี้ให้นักเรียนทำลงไปในสมุดนะคะ

764
01:26:28,975 --> 01:26:32,532
ให้หาคำตอบของค่ามัธยฐานจากภาพจากข้อมูลที่กำหนดให้ตัวนี้นะคะ

765
01:26:32,532 --> 01:26:34,061
เขียนคำตอบลงมาเลย วิธีการ

766
01:26:34,061 --> 01:26:38,061
ใส่ในกระดาษทด

767
01:26:40,167 --> 01:26:42,963
ตัวนี้ทำอย่างไรคะ ข้อมูลก็ให้ข้อมูลมามีน้อยมากเลย

768
01:26:42,963 --> 01:26:44,160
เพราะฉะนั้น เราสามารถเอามาเลี้ยงได้

769
01:26:44,160 --> 01:26:46,967
ตรงนี้

770
01:26:46,967 --> 01:26:50,967
มันมีน้อยเอามาเรียงเรื่องจากไหน

771
01:26:53,362 --> 01:26:57,362
มัธยฐานจำเอาไว้ว่าข้อแรกเลยก็คือเรียงข้อมูลจากน้อยที่สุดไปหามากที่สุด

772
01:27:04,527 --> 01:27:06,138
จากน้อยไปมากนะลูกอันนี้ข้อมูลก็ให้มามันสับสนอยู่เพราะมันสลับตำแหน่งกันได้ เพราะฉะนั้น ตัวนี้จะต้องเอามาเรียงก่อนอันนี้ทำในกระดาษนะคะ ทำในกระดาษท

773
01:27:06,138 --> 01:27:07,421
ด ก็คือ 12

774
01:27:07,421 --> 01:27:11,421
เสร็จแล้ว

775
01:27:15,557 --> 01:27:19,557
ฝากไปแล้วนะ 12 10 ใช่ไหมคะ 10 น้อยกว่า 12 เพราะฉะนั้น จะต้องมาตอบ 12

776
01:27:20,973 --> 01:27:24,973
แล้วต่อไปคืออะไร ต่อไปคือเลขอะไรลูก 14

777
01:27:26,145 --> 01:27:28,354
14 ก็ตัดถ้าเราเขียนไปแล้วต่อมาก็คือ 16

778
01:27:28,354 --> 01:27:30,940
16

779
01:27:30,940 --> 01:27:33,371
ประมาณคือ 18

780
01:27:33,371 --> 01:27:37,371
และ 20

781
01:27:42,207 --> 01:27:44,181
คำตอบของค่ามัธยฐานตัวนี้ในเมื่อตัวเลขมันมีน้อยนะลูก เพราะฉะนั้น เราตัดไปเลยตัดค่าที่อยู่น้อยสุดและมากสุด

782
01:27:44,181 --> 01:27:48,181
ขีดทับไปเลยนะคะ

783
01:27:49,159 --> 01:27:50,915
พวกนี้ถ้าตัดไป

784
01:27:50,915 --> 01:27:54,915
หาค่าที่อยู่ตรงกลาง

785
01:27:58,342 --> 01:28:02,008
หาค่าที่อยู่ตรงกลางอยู่ตรงนี้นะลูกแต่มันมี 2 ตัวมันมีอยู่ 2 ตัว เพราะฉะนั้น อันนี้คืออะไร คะ

786
01:28:02,008 --> 01:28:04,375
เราจะต้องเอา 14 กับ 16 มารวมกัน

787
01:28:04,375 --> 01:28:08,375
บวกกัน

788
01:28:10,733 --> 01:28:13,413
แล้วหารด้วย 2 คำตอบคืออะไร เอามาใส่ตรงนี้คือคำตอบ

789
01:28:13,413 --> 01:28:17,413
14 + 16 เป็นเท่าไรลูก 14

790
01:28:22,917 --> 01:28:26,917
+ 16  = 30 นะคะ 30 หาร 2 ได้เท่าไรคะ

791
01:28:30,485 --> 01:28:34,485
30 เอามาหาร 2 โอเค  เรดาร์ตอบมาแล้วคือ

792
01:28:41,477 --> 01:28:45,477
30 หารด้วย 2 คำตอบคือ 15 วิธีการหาคำตอบให้นักเรียนทำในกระดาษทดนะคะ

793
01:28:46,755 --> 01:28:50,227
เขียนมาแล้วก็เรียงลำดับใหม่ยังข้อมูลชุดนี้ลูกจะต้องเอามาเรียง

794
01:28:50,227 --> 01:28:53,737
ข้อมูลใหม่จากน้อยไปหามากเลยแล้วตัด

795
01:28:53,737 --> 01:28:57,737
ค่าที่น้อยกับค่าที่มากตัดไปทีละค

796
01:28:58,188 --> 01:29:02,188
่าทีละค่า แล้วค่าที่อยู่ตรงกลางถ้าข้อมูลมัน N = จำนวนที่

797
01:29:02,807 --> 01:29:06,807
หาที่อยู่ตรงกลางมันจะมีค่าเดียวเอาค่านั้นมาเป็นคำตอบได้เลย

798
01:29:07,505 --> 01:29:11,505
แต่ถ้าเมื่อไรที่ข้อมูลมันเป็นจำนวนคู่นะคะ เป็นจำนวนคู่

799
01:29:15,843 --> 01:29:19,843
ถ้าตรงกลางเวลาเราตัดไปแล้วนี่มันจะเหลืออยู่ 2 คันด้วยกัน เพราะฉะนั้น ลูกจะต้องเอา 2 อันนี้มาบวกกันแล้วหารด้วย 2

800
01:29:20,079 --> 01:29:21,308
มันก็จะได้ค่าคำตอบของค่ามัธยฐานนั่นเอง

801
01:29:21,308 --> 01:29:24,850
โอเคนะ

802
01:29:24,850 --> 01:29:28,577
เดี๋ยวนักเรียนเขียนลงไปในสมุดนะคะ ตัวนี้ทำ

803
01:29:28,577 --> 01:29:32,577
เอาโจทย์ไปก่อนนะคะ  ทำจะไปก่อน

804
01:29:32,705 --> 01:29:36,705
จะเอาไปทำเป็นการบ้านข้อที่ 8 วิธีการเหมือนกัน

805
01:29:38,856 --> 01:29:42,856
หลักการเหมือนกันไปทำในกระดาษทดไปก่อนนะคะ อันนี้คือเขาให้ตัวอย่างมาแต่

806
01:29:43,097 --> 01:29:47,097
เป็นแผนภาพต้น-ใบ เพราะฉะนั้น ลูกจะต้อง

807
01:29:47,366 --> 01:29:49,039
หนูจะต้องไปเรียงใหม่นะคะ วิธีการเรียงใบอ่ะ

808
01:29:49,039 --> 01:29:50,744
จากน้อยไปหามาก

809
01:29:50,744 --> 01:29:53,825
อันนี้ก็ต้องเรียงใหม่

810
01:29:53,825 --> 01:29:57,005
เรียงใหม่จากน้อยไปหามาก ตัวนี้ก็คือ 0

811
01:29:57,005 --> 01:29:59,373
ที่น้อยที่สุดใช่ไหมเป็น 1 เป็น 3

812
01:29:59,373 --> 01:30:03,373
4 เป็น 35

813
01:30:06,140 --> 01:30:07,710
ตัวนี้ก็เหมือนกันลูกจะต้องไปเรียงใหม่เรียงใหม่เรียงใหม่เสร็จแล้วไปหาค่าความถี่

814
01:30:07,710 --> 01:30:08,923
หา F นะคะ

815
01:30:08,923 --> 01:30:12,371
F ของ

816
01:30:12,371 --> 01:30:14,941
พวกนี้มีเท่าไรแล้วก็

817
01:30:14,941 --> 01:30:16,680
ความถี่สะสมมีเท่าไร

818
01:30:16,680 --> 01:30:20,680
แล้วหาคำตอบออกมา

819
01:30:22,553 --> 01:30:25,249
เอาเฉพาะคำตอบมาใส่ช่องนี้นะคะ ส่วนวิธีการคิดนักเรียนไปเขียนลงไปในกระดาษ

820
01:30:25,249 --> 01:30:28,845
ทดนะคะ กระดาษเศษที่ลูก ๆ มี

821
01:30:28,845 --> 01:30:31,205
โอเคนะ อันนี้คือการบ้าน

822
01:30:31,205 --> 01:30:33,126
เดี๋ยวตอนนี้เดี๋ยวเขียนเลยนะคะ

823
01:30:33,126 --> 01:30:37,126
เขียนลงไปในสมุดเลย

824
01:30:45,599 --> 01:30:47,541
เดี๋ยวเราเขียนอันนี้ลงไปในสมุดก่อนแล้วค่อย

825
01:30:47,541 --> 01:30:51,541
ไปทานข้าวนะคะ วันนี้

826
01:31:03,305 --> 01:31:07,305
มันเล็กใช่ไหม

827
01:34:19,114 --> 01:34:23,114
ลูก ๆ คะ เดี๋ยวเวลามันจะหมดแล้วเดี๋ยวไปทานข้าวไม่ทันนะคะ เดี๋ยวน้องจะ

828
01:34:23,603 --> 01:34:27,515
ไฟล์นี้นะคะ เข้าไปในโทรศัพท์ใน Line กลุ่มนะคะ

829
01:34:27,515 --> 01:34:28,668
วันเสาร์ วันอาทิตย์ให้นักเรียนหาคำตอบ

830
01:34:28,668 --> 01:34:32,332
ให้เสร็จ

831
01:34:32,332 --> 01:34:36,332
วันจันทร์เอาสมุดนะไปวางไว้บนโต๊ะครูนะคะ

832
01:34:37,969 --> 01:34:39,056
สัปดาห์หน้าครูปิ๊กไม่อยู่ไปราชการตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันพฤหัสบดี

833
01:34:39,056 --> 01:34:43,056
เพราะฉะนั้น

834
01:34:50,567 --> 01:34:54,567
อันนี้ต้องต้องทำให้เสร็จนะคะ คำตอบมันมีอยู่ค่าเดียวแล้วก็ไปใส่ในตารางแต่ว่าวิธีการในการหาคำตอบมานั้น

835
01:34:58,100 --> 01:35:00,195
นักเรียนไปคิดนะคะ ไปคุยกันเพราะว่าโตแล้วนะลูก นักเรียนโตแล้ว เพราะฉะนั้น เวลาว่างของลูก ๆ น่ะให้ไปนั่ง

836
01:35:00,195 --> 01:35:04,195
คุยกันแล้วก็ถามว่า

837
01:35:04,702 --> 01:35:07,814
วันไหนที่ยังไม่เข้าใจขั้นตอนของการหามัธยฐาน

838
01:35:07,814 --> 01:35:11,360
โดยข้อมูลที่มาเป็นชุดแผ่นภาพ

839
01:35:11,360 --> 01:35:15,360
ต้น-ใบ นะคะ หรือว่ามาเป็นตารางแจกแจงความถี่ใ

840
01:35:18,324 --> 01:35:19,872
ห้คุยกันแล้วคนที่เข้าใจแล้วอย่างนี้ได้อย่างพี่เบนซ์นี่ อย่างต้นน่ะจะต้องไปอธิบายให้เพื่อน

841
01:35:19,872 --> 01:35:21,951
อธิบายให้เพื่อน ๆ

842
01:35:21,951 --> 01:35:25,951
เข้าใจไปด้วยนะคะ

843
01:35:28,436 --> 01:35:31,422
โอเคนะเดี๋ยวพี่จะส่งเข้าไปใน Line กลุ่มนะคะ ในใบงานนี้แบบฝึกหัดชุดนี้

844
01:35:31,422 --> 01:35:35,422
เดี๋ยววันหยุดเสาร์อาทิตย์นักเรียนช่วยกันทำ

845
01:35:36,564 --> 01:35:40,564
เยอะนะ สำหรับวันนี้เดี๋ยวพอแค่นี้นะคะ

846
01:35:40,710 --> 01:35:43,731
เที่ยงแล้วโอเคไหมหนูอยากเรียนต่อก็อยากเรียนต่อ

847
01:35:43,731 --> 01:35:47,731
อยาก

848
01:35:49,550 --> 01:35:53,550
ไหมเบนซ์บอกหิวข้าวแล้ว สวัสดีนะคะ

849
01:36:00,667 --> 01:36:04,667
ขอบคุณนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]

