พอท่านประธานมาถึงนะคะ จะขอเรียนเชิญท่านประธาน ใครเป็นผู้เชิญ ขอซ้อมเลยค่ะ เชิญท่านแรก ของเราจะอยู่... กสทช. จะอยู่ฝั่งโน่นนะคะ ขึ้นบนเวที ท่านจะได้รู้คิวไม่ได้ เอาอันนี้ อันนี้อยู่นี่แล้ว สวย ๆ อยู่นี่แล้ว ด้านนี้ งั้นหนุ่มหล่อก็ได้ โอเคนะคะ ท่านแรกนะคะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านประธาน กสทช. ก็ หนูก็จะมาเชิญท่านประธาน ท่านขึ้นด้านนู้นเลย ท่านที่ 2 ท่าน กสทช. ต่อพงศ์ หนูก็ลงมาเชิญท่านนะคะ ท่านที่ 3 ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ นะคะ เชิญค่ะ เดี๋ยวต้องลงมาตำแหน่งท่าน ท่านผู้อำนวยการศูนย์ A-MED ท่าน ดร. กิตติ ท่านผู้เชี่ยวชาญ ท่านวันทนีย์ ก็จะข้ามไปฝั่งโน่นนะคะ ท่านที่ 6 ท่านรองเลขาฯ กสทช. นะคะ ท่านไตรรัตน์นะคะ ท่านสุดท้ายนะคะ นะคะ อันนี้จะขอกราบเรียนเชิญขึ้นบนเวทีนะคะ พอต่อจากนั้น ก็จะเป็นช่วงของเชิญ ขอเรียนเชิญท่านประธาน กสทช. กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้นะคะ ดันอับต่อไป จะขอเรียนเชิญผู้อำนวยการนะคะ ดร.ชูกิจ กล่าวแสดงความยินดี และกล่าวถึงแนวทางในการดำเนินร่วมกันนะคะ หลังจากนั้นก็จะเป็นช่วงเวลาที่จะบอกว่า ณ เวลานี้จะเป็นช่วงพิธีการสำคัญแล้วนะคะ ขอเรียนเชิญท่านดร.ชูกิจ พูดจบ พี่จะบอกว่าขอขอบคุณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นอย่างสู่งค่ะ ณ เวลานี้ 2 คนที่เชิญขึ้น MOU ขึ้นบนเวทีได้เลยนะคะ แล้วก็ไปยืนอยู่ตรงข้างหลัง ตำแหน่งเก้าอี้ ตัวที่ 2 ก่อนสุดท้าย เข้าทางขวาก่อนท่าน ใช่ เข้าทางขวา หนูต้องมาอีกตัวหนึ่ง ต้องขวามือของท่านอยู่แล้ว อ๋อ ไม่ต้อง โอเค นะคะ ณ เวลานี้ ถึงช่วงพิธีการสำคัญแล้วนะคะ ขอเรียนเชิญท่านผู้บริการลงนาม อันนี้ก็เปิดให้ท่านได้เลยนะคะ เปิดให้ท่านได้เลย แล้วก็ท่านเซ็นเสร็จแล้วออกมายืนรอด้านนี้ค่ะ เพราะจะมีพยานเซ็น ใช่ ริมสุด ท่านวันทนีย์ เป็นคนเซ็น หนูต้องไปอีกตัวหนึ่งหรือเปล่า ต้องไปอีกตัวหนึ่ง ท่านชูกิจอยู่ตรงนู้น แล้วก็จะมาที่พยานคนที่ 2 ฝั่งนี้ค่ะ แล้วก็ 2 คน พอรับจากพยานเซ็นเรียบร้อย แล้วก็ไปแลกข้างหลัง เอาแฟ้มไปแลกกัน ของจากฝั่งเราจะรับจากรองต็อบ รับจากทางรองต็อบค่ะ รับจากท่านรองต๊อก แล้วก็แลกข้างหลังค่ะ แล้วก็มาเปิด ให้ท่านเหมือนเดิม ใช่ค่ะ แล้วก็มารอรับ ท่านที่เป็นพยาน ท่านที่ลงนามเป็นพยานนะคะ ระหว่างนี้พี่ก็จะเล่าในส่วนของวัตถุประสงค์อะไรไป เรียบร้อยนะคะ แล้วก็พอเสร็จแล้ว พอเซ็นแล้วฝากเอาถือไว้ก่อน ก็คือเหมือนเซ็นทั้ง 2 ท่าน ก็คือรับจากทางพยานแล้ว ก็เดินลงมาข้าง ๆ เพราะจะเป็นช่วงต่อไปพอสุดท้าย ก็จะขอกราบท่านผู้บริหารประชุม ก็คือจัดงานแล้วก็จะเชิญท่านต่อพงศ์นะคะ เป็น Speaker ต่อ ท่านต่อพงศ์ก็จะกล่าวเป็นความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้ในครั้งนี้นะคะ แล้วก็เปิดให้พี่ ๆ สื่อมวลชนมีข้อซักถามอะไรสามารถสอบถามได้นะคะ พอสอบถามเสร็จแล้วจะมีการถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน จะเป็นยืนบนเวที ถูกไหม ยืนบนเวที ถ่ายรูป แล้วเอา MOU กลับขึ้นไป เอา MOU กลับขึ้นไป เพื่อให้ท่านเปิด อันนี้ท่าน ต้องเป็นท่าน ท่านไตรรัตน์เปิดหรือเปล่า ท่านไตรรัตน์เปิด ก็คือเอา MOU เอาไปให้ท่านถือเพื่อถ่ายรูป คือ ท่านจะยืนแล้ว เพื่อท่านจะถ่ายรูป แล้วก็เอา MOU ให้ท่าน แล้วก็ภาพที่ 2 พี่จะเชิญลง ที่จะเชิญผู้บริหาร เชิญผู้บริหารลงข้างล่าง เหมือนแบบประมาณว่าเชิญผู้บริหารลง 2 ฝั่ง เพื่อมาถ่ายรูปด้านหน้าก็จะมีท่านผู้บริการ ท่านวิทยากร ที่จะมาถ่ายรูปพร้อม ถ่ายรูปพร้อมกันด้านหน้าเวทีอีกครั้งหนึ่งนะคะ แล้วก็หลังจากนั้นพิธีลงนามก็เสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะขอเชิญรับประทานอาหารว่างหน้าห้องประชุมนะคะ รับประทานอาหารว่างหน้าห้องประชุมแล้วก็จะกลับมา เซ็น MOU เสร็จเรียบร้อย ฝากเชิญท่านลงมาตอนถ่ายรูปข้างล่าง ใช่ ๆ ทั้งหมดลงมาถ่ายรูปครั้งที่ 2 ข้างหน้าด้วย แล้ว MOU ก็เอาถือตามมาด้วยนะ ก็คือถือเอามาให้ท่านเอามาถ่ายรูปด้านล่างนะคะ รอบ 2 รอบ 2 ถ่ายข้างล่างนะ อ๋อ ก็คือเซ็นแล้วหนูก็ลง ใช่ เพราะว่า เซ็น MOU เสร็จแล้วก็จะลงมาก่อนเพื่อที่จะข้างบนแถลงข่าวก่อน แต่พอแถลงข่าวเสร็จแล้ว เขาจะเป็นถ่ายรูป ถ่ายรูปก็ค่อยเอา MOU เข้าไปให้ท่านโอเคนะคะ แล้วก็ช่วงที่ 2 จะเป็นช่วงของสัมมนานะคะ หัวข้อแรกก็จะเป็นอาจารย์มณเฑียรนะคะ แล้วก็ช่วงที่ 2 จะต่อเนื่องกันเลยนะคะ กับ หัวข้อของ Easy จะเป็น 3 ท่าน ท่านชูศักดิ์ จันทยานนท์ นะคะ ท่านอาจารย์ วันทนีย์ พันธชาติ แล้วก็ท่านขุนธรณ์ ขุนสะอาด โดยผู้ดำเนินรายการเสวนาจะเป็นพี่ช่วงที่จัดโซฟา จัดเก้าอี้นะคะ แล้วก็เสวนาจบ ก็เป็นการจบงาน ค่ะ ลำดับก็จะประมาณนี้ ค่ะ ขอบคุณค่ะ ดด(พิธีกรหญิง) เรียนท่านประธานในพิธี ท่านประธาน กสทช. ท่านศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ท่านผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เทคโนโลยีแห่งชาติ ท่านศาสตราจารย์ ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ท่าน กสทช. ท่านรองเลขาธิการ กสทช. ท่านผู้บริหาร ท่านแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนทุกท่านค่ะ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ที่ออกแบบสำหรับทุกคนและสิ่งอำนวยความสะดวก ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติค่ะ เดี่ยวพานิชย์ รับหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้ค่ะ ดิฉันขอเรียนเชิญบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารและสักขีพยาน ในการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ขึ้นบนเวทีนะคะ ลำดับแรกนะคะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านประธาน กสทช. ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขอกราบเรียนเชิญบนเวทีค่ะ และท่านต่อไปนะคะ ท่านผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ค่ะ ท่านที่ 3 ท่านผู้อำนวยการศูนย์ A-MED ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ค่ะ ท่านที่ 4 ท่านผู้เชี่ยวชาญศูนย์ A-MED ท่านวันทนีย์ พันธชาติค่ะ ท่านที่ 5 ท่านรองเลขาธิการ รักษาการแทนท่านไตรรัตน์ค่ะ และท่านสุดท้ายนะคะ ท่านรองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคมค่ะ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ และก่อนจะเข้าสู่พิธีการสำคัญวันนี้ค่ะ ขอเรียนเชิญท่านประธาน กสทช. ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการลงนามในบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ เรียนท่าน กสทช. ท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ผู้อำนวยการ สวทช. เลขาธิการ กสทช. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ 2 หน่วยงานและสื่อมวลชนทุกท่าน กระผมยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่พิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างสำนักงาน กสทช. กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ในวันนี้ กสทช. และสำนักงานกสทช. มีนโยบายและภารกิจที่มุ่งเน้นที่ประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันมาเสมอ ในโอกาสนี้จึงมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะสร้างกระบวนการให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในกิจการดังกล่าว เพื่อสร้างโอกาสทางสังคม ในการเข้าถึงบริการสื่อสารคุณภาพสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสผู้ด้อยโอกาสหรือกลุ่มคนทั่วไป ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ การส่งเสริม การเรียนรู้ในวันนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งสร้างโอกาสทางสังคมและการเข้าถึงเทคเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม อีกทั้ง ยังเป็นโอกาสอันดี ให้สำนักงานกสทช. กับสำงานงานสวทช. พูนขีดความสามารถในการดำเนินการร่วมกัน ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ผมเชื่อว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะสามารถดำเนินกิจกรรมภายใต้ข้อบันทึกความร่วมมือได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำนักงาน กสทช. พร้อมทำงาน และขยายความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนนวัติกรรมและเทคโนโลยีสำหรับทุกคน ร่วมกับสวทช. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของประเทศ ให้มีความก้าวหน้าและก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กระผม ในนาม กสทช. ว่า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ มุ่งมั่นในความร่วมมือ และสนับสนุนกันและกัน และนำความไปสู่ความเจริญก้าวหน้าของประชาชนโดยรวม ซึ่งความร่วมมืออันใกล้ชิด ของหน่วยงานทั้ง 2 จะกระชับแน้่นแฟ้นยิ่งขึ้นในภายหน้า ผมขอให้ความร่วมมือระหว่างกันนี้ ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์แห่งความร่วมมือทุกประการ ขอบคุณครับ // ค่ะ ขอขอบพระคุณท่านประธาน กสทช. เป็นอย่างสูง ท่านผู้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ แสดงความยินดีและกล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน เรียนเชิญค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ) ท่านศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ท่านประธาน กสทช. ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ กสทช. ท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ท่านสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในนามของ สวทช. อยากที่จะเริ่มขอบคุณและแสดงความยินดีของความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในวันนี้นะครับ ในส่วนของ สวทช. ท่านเองจะทราบว่าเป็นหน่วยวิจัย ที่ทำหน้าที่ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ภาคประชาสังคม และเกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ว่าในส่วนของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ทาง สวทช. เป็นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญของประเทศนี่ ได้มากระทบกับสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในหลายมิติ เรื่องของการที่สร้างความเท่าเทียมในการเรียนรู้ ขณะเดียวกันก็สร้างความขัดแย้งในการเสพสื่อนะครับ ซึ่งการดูแลเรื่องของข้อมูลข่าวสาร และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนโดยเข้าถึงและทั่วเทียม โดยให้ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นความจริง ไม่ถูกบิดเบือนด้วยโซเชียลมีเดียเป็นที่สำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนั้น การเข้าถึงโดยคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เป็นผู้ที่พิการหรือว่าผู้ที่ด้อยโอกาสหรือเศรษฐานะที่ต่ำกว่าเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น ดีใจอย่างยิ่งครับ ที่ สวทช. วันนี้ จะได้มีโอกาสร่วมกับ กสทช.ในการที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้ดีขึ้น แล้วก็เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งประเทศนะครับ ในหน้าที่ของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าสู่สังคมนี่ ถ้าเกิดว่าเราสามารถนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกลุ่มที่ด้อยโอกาสได้มากเท่าไร ก็จะลดความเหลื่อมล่ำของประเทศได้มากเท่านั้นนะครับ กลไกของ BCG ที่ทุกท่านทราบดีนี่ เราอาจจะมองว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นส่วนเกี่ยวข้องน้อย แต่เทคโนโลยีดิจิตอลเป็นหัวใจเลยครับ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น จะทำให้เรามีโอกาสที่จะนำรากหญ้า หรือว่าผู้ที่ด้อยโอกาส เข้าสู่เศรษฐานะที่ดีขึ้นด้วย ดิจิตอลมีเดีย หรือเครื่องมือทางดิจิทัลที่ถูกลง เป็นการนำ Bioeconomy เข้าสู่การใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ดังนั้น สวทช. เอง หวังว่าสวทช.เองที่ในฐานะที่งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะมีนำองค์ความรู้มาร่วมกันกับ กสทช. ในการทำสิ่งเหล่านี้นนะครับ ในการทำสิ่งเหล่านี้นะครับ ในช่วงที่ผ่านมา กสทช.ได่สนับสนุนสวทช.ในเรื่งของด้านเครื่องมือแพทย์นะครับ และก็การใช้ประโยชน์จากดิจิทัลมีเดียสำหรับผู้พิการ ซึ่งเราทราบดีว่าที่ผ่านมานี้ การที่จะเข้าสู่โลกโซเชียล มักจะต้องอาศัยการดูที่จอนะครับ แต่ว่าบางครั้งผู้พิการทางสายตาก็ต้องการที่จะเข้าถึงโลกดิจิทัลด้วยเช่นกัน ด้วยลักษณะนี้การที่มีเครื่องมือหรือเรียกว่า Assistive Technology ในส่วนของ อาจจะเข้าถึงไม่ได้เลย เพราะขยับไม่ได้ ก็จะมี Assistive Technology ที่เกี่ยวข้อง โดยการสั่งการด้วยเสียงนะครับ ซึ่งทางสวทช. ก็พยายามวิจัยในส่วนเหล่านี้ แต่งานวิจัยจะขึ้นอยู่บนหึ่งเท่านั้น ถ้าไม่ได้การร่วมมือของ กสทช. ในการสนับสนุนในการนำไปใช้ประโยชน์นะครับ นอกจากนั้นนะครับ ตั้งแต่ปี 2544 สวทช. ได้ร่วมกับมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการในการสนับสนุนงบประมาณจาก กสทช. จัดให้มีศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทยนะครับ หรือ TTRS ภายใต้ภารกิจ ให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อสังคมนะครับ ตรงนี้เป็นอะไรที่เราเห็นมาระยะหนึ่งแล้ว ในต่างประเทศ คือเพื่อสังคมนะครับ ตรงนี้เป็นอะไรที่เราเห็นมาระยะหนึ่งแล้ว ในต่างประเทศ คือ คนพิการทางการได้ยินและคนพิการทางการพูด สื่อสารกับคนทั่วไป ผ่านโทรคมนาคม พื้นฐาน ปัจจุบันประเทศไทยก็กำลังทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น แล้วก็เข้าถึงได้ โดยคนพิการทั่วไป ต้องขอบคุณ กสทช.อย่างยิ่งนะครับ นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของ Closed Caption คำบรรยายแทนเสียงนะครับ ซึ่งจะช่วยให้คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้พิการทางการได้ยินนะครับ ผมเองในฐานะที่เคยเป็นผู้อำนวยการ กสทช. มาก่อนก็ทราบว่ากสทช.ก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนให้ผู้พิการได้เข้าถึงบทเรียนต่าง ๆ ที่เด็กทั่วไปที่จะสามารถเข้าถึงได้นะครับ สำหรับกิจกรรมในปีแรก หรือปี 2566 จะเป็นการจัดงานประชุมทางวิชาการนานาชาติเรื่องนวัตกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกนะครับ หรือว่าตัวย่อภาษาอังกฤษ คือ "i-CREATe 2023" นะครับ ซึ่ง สวทช. และ กสทช. ร่วมกับกลุ่มความร่วมมือด้านนวัตกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกแห่งเอเชีย จะจัดขึ้นระหว่าง 8-11 สิงหาคม นี้นะครับ ที่ สวทช. นะครับ โดยจะมีผู้เข้าร่วมงาน 300 จาก 10 ประเทศครับ ในส่วนนี้นะครับ จะเป็นการเปิดกิจกรรมแรกของ MOU นี้นะครับ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากกรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ เสด็จองค์เป็นประธานเปิดนะครับ พระองค์ให้ความสำคัญของการจัดกิจกรรมนี้เป็นอย่างยิ่ง พระองค์เสด็จทุกปีนะครับ ที่ประเทศไทยได้จัดกิจกรรมนี้ แล้วก็โอกาสต่อ ๆ ไปก็จะขยายความร่วมมือในการเข้าถึงนะครับ เทคโนโลยีมากขึ้นนะครับ จากความร่วมมือได้ดีทั้ง 2 หน่วยงาน โดยทั้งวันนี้ได้ลงนามความร่วมมือในการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่ออกแบบสำหรับทุกคนนะครับ แล้วก็เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราจะลงนามกันในวันนี้นะครับ ท้ายที่สุดในนามของ สวทช. และคณะกรรมการจัดการประชุมนะครับ i-CREATe 2023 ขอขอบคุณท่านประธาน กสทช. ท่านกรรมการ กสทช. นะครับ และสำนักงาน กสทช. อีกครั้ง ที่ร่วมสนับสนุนสวทช. ได้ดีเสมอมาครับ และอีกครั้งครับ ขอเชิญชวนทุกท่านนะครับ เข้าร่วมกิจกรรม i-CREATe 2023 นะครับ แล้วก็ช่วยกันเผยแผ่ให้ประชาชนได้รับทราบครับ ตลอดจนได้รับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าด้วยครับ (พิธีกรหญิง) ค่ะ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาวิทยาศาสตร์ฯณ เวลานี้ค่ะ ถึงช่วงพิธีการที่สำคัญแล้วนะคะ ขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารลงนามในข้อตกลงความร่วมมือการเรียนรู้ ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ที่ออกแบบสำหรับทุกคน นะคะ และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างสำนักงาน กสทช. และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ขอเชิญผู้บริหารลงนามค่ะ สำหรับพิธีการลงนามฉบับนี้นะคะ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันอย่างเป็นทางการนะคะ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา นวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจกรรมโทรคมนาคมที่ออกแบบสำหรับทุกคนในยุคดิจิทัลนะคะ ทำให้เกิดการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องต่าง ๆ ร่วมถึงการพัฒนานวัตกรรมด้านต่าง ๆ เพื่อให้มีบริการที่ส่งเสริมการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ผ่านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกนะคะ ที่ส่งผลให้มีการดำเนินชีวิตได้สะดวกขึ้นค่ะ และมีเครื่องมือในการพัฒนาความสามารถของคนพิการ ผู้สูงอายุ คนด้อยโอกาส และผู้บริโภคค่ะ อีกทั้งข้อตกลงฉบับนี้นะคะ ยังเป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ การมีส่วนร่วมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอีกด้วยค่ะ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านผู้บริหารทุกท่านเป็นอย่างสูงนะคะ ขอเสียงปรบมือให้ทุกท่านบนเวทีค่ะ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรหญิง) สำหรับช่วงต่อไป เป็นการแถลงข่าวเรื่องร่วมจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ ขอเรียนเชิญผู้บริหารอยู่บนเวทีก่อนนะคะ และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกครั้งที่ 16 นะคะ หรือ i-CREATe 2023 โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 8-11 สิงหาคมนี้ นะคะ ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย สวทช. จังหวัดปทุมธานีค่ะ ในโอกาสนี้ค่ะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ กล่าวถึงความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้ในครั้งนี้ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (คุณต่อพงศ์) ครับ กราบเรียนท่านประธาน กสทช. นะครับ ท่านศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์นะครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านมณเฑียร บุญตัน นะครับ และก็ท่านผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาตินะครับ แล้วก็รวมไปถึงผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนทุกท่านนะครับ ต้องกราบเรียนนะครับ ว่าการทำบันทึกข้อตกลงส่งเสริมการเรียนรู้ในด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม เพื่อการใช้ได้สำหรับทุกคน และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกในวันนี้นี่ ถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์วันหนึ่งนะครับ หลาย ๆ ปีที่ผ่านมานี่ สวทช.เองก็ดี กสทช.เองก็ดีนี่ จะมีบางกิจกรรมนี่ ได้ดำเนินร่วมกันอย่างที่ผู้อำนวยการได้กล่าวมา แต่การทำบันทึกข้อตกลงในวันนี้นี่ ก็เสมือนเป็นเครื่องยืนยันนะครับ ว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการร่วมกันมาในอดีตนี่ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวาง อย่างเช่น กรณีโครงการที่ท่านผู้อำนวยการได้ยกมานะครับ โครงการศูนย์ถ่ายทอดโทรคมนาคม ให้สำหรับคนหูหนวก TTRS นี่ เป็นตัวอย่างอันดีที่ทำให้เห็นถึงกิจกรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงเทคโนโลยี แล้วก็ทำให้ชีวิตของประชาชนนี่ มีสิ่งที่สะดวกแล้วก็ได้รับโอกาสเพิ่มมากขึ้น ต้องเรียนครับ ว่าในบทบาทหน้าที่ของ กสทช. เองนี่นะครับ ไม่ว่าจะอยู่ในข้อกฎหมายก็ดี หรือว่าในเชิงนโยบายที่ถูกแปลมาเป็นแผนแม่บท ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บทด้านกิจการโทรคมนาคม กิจการโทรทัศน์ ทุกฉบับที่ผ่านมาจนถึงฉบับปัจจุบันนี่ ว่าด้วยการเรื่องเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก และการใช้ประโยชน์ของทุกคนนี่ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในแผนแม่บทนะครับ ใน... องค์กรนี่ ต้องเรียนว่า... นอกจากการที่จะทำให้ผู้พิการเข้าถึงสิ่งที่ต้องคำนึกถึง เป็นสาระสำคัญการที่เขา... ในเชิงว่า ว่า ไม่ว่าจะเป็นหรือคนพิการอีกหลายคนนี่นะครับ ที่เราสามารถดำเนินชีวิตโดยเฉพาะการทำงานนี่ได้เฉกเช่นเดียวกับคนทั่วไปนี่ ล้วนแล้วแต่ได้ใช้เครื่องมือ หรือใช้ประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งสิ้น ซึ่งในโอกาสต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกจำนวนมากนี่ก็ยังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งการทำบันทึกข้อตกลงวันนี้นี่ ผมเชื่อว่า ก็จะทำให้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นี่ ได้มีการออกแบบมีการถูกเผยแพร่แล้วก็ทำให้โอกาสต่าง ๆ นี่มันถูกกระจายเพิ่มมากขึ้นนะครับ นอกจากนี้นะครับ ในปีนี้นี่ ทางสำนักงาน กสทช. ก็ได้ร่วมมือกับทาง สวทช. ในการจัดเป็นเจ้าภาพในการจัดงานวิศวกรรมพื้นฟูสมรรถภาพ แล้วก็เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก นะครับ i-CREATe ครั้งที่ 16 ซึ่งในนาม กสทช. นี้นี่ทางสำนักงาน กสทช. นี่ได้ไปร่วมจัดนิทรรศการ แล้วก็ได้ร่วม...ร่วมการจัดการสัมมนาในระหว่างงาน ก็คือ Digital Inclusion Digital Inclusion ซึ่งในพื้นที่โฟกัสลงมานี่ เรื่อง โเยอะแยะมากมายนะครับ แล้วก็กรณีที่เป็นสาระสำคัญ ก็คือปัจจุบันนี่มีหลายแพลตฟอร์ม หรือว่ามีหลายตัวแนวคิดเกี่ยวกับการทำ Digital ID ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่า ถ้าเป็นคนพิการนี่นะครับ ในฐานะที่ต้องใช้สิทธิ์ หรือได้มีสิทธิ์ที่จะได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายนะครับ ที่ผ่านมา จากประสงการณ์ทำงานของผมนี่ ได้ร่วมกับท่าน สว. มณเฑียร นี่ ประชาชนนี่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนพิการนี่ เข้าไม่ถึงสิทธิ์การมีทะเบียนบ้านหรือว่าการมีบัตรประชาชนนี่ ก็พบว่าชีวิตของเขานี่นะครับ เมื่อเปรียบเทียบกับคนพิการอื่น ๆ ที่ได้รับการเข้าถึง หรือมีบัตรประชาชนต่าง ๆ นี่ก็แตกต่างกันค่อนข้างมากนะครับ ดังนั้นแล้วนี่ ถ้าสังคมเรานี่ จะก้าวไปสู่สังคมที่เป็นสังคมดิจิทัลนะครับ ดังนั้นแล้วนี่เรื่อง Digital ID นี่ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวง จึงเป็นสาระสำคัญ หรือเป็นประเด็นสำคัญพื้นฐานที่ต้องพึงหยิบยกขึ้นมา เพื่อทำให้โอกาสทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นนี่ได้หลายหลาก แล้วก็รวมถึงจะมีการสัมมนาในหัวข้อ Who Benefits from Digital Assistive Technology หรือว่าใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จาก Assistive Technology ต้องเรียนครับว่า ในมุมมองหนึ่งนี่นะครับ ก็อาจจะมองได้ว่า Assistive Technology หรือเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกนี่ เป็นเครื่องมือสำหรับคนบางกลุ่ม อย่างเช่น คนพิการ อย่างนี้เป็นต้น แต่ต้องเรียนด้วยความเป็นจริงนะครับ ว่า Assistive Technology มีความเป็นกลาง ความหมายคือ เมื่อใครก็แล้วแต่ในสังคม มีความจำเป็น ก็มีสิทธิ์หรือมีโอกาสที่จะได้ใช้ ดังนั้นนี่ ในกลุ่มเป้าหมายที่เราได้พูดถึงในการขับเคลื่อนการทำ MOU ในครั้งนี้นี่ จึงมีทั้งคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และรวมถึงผู้สูงอายุ ซึ่งผู้สูงอายุก็จะทราบนะครับ ว่าในความเป็นจริงนี่ ก็จะมีผู้สูงอายุจำนวนมากโดยเฉพาะระบบการสาธารณสุขที่ดีขึ้นในปัจจุบัน ให้... ของประชาชนเพิ่มมากขึ้น แต่ว่าในขณะเดียวกับนี่ ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นจากการ ไม่ว่าจะเป็นการเห็น การได้ยิน หรือว่าระบบสมองความคิดต่าง ๆ นี่ก็จะมีปัญหาที่เฉกเช่นเดียวกับคนพิการ ดังนั้นแล้วนี่ การที่เรามุ่งที่จะสร้างการออกแบบเพื่อทุกคน หรือว่าการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกในวันนี้ แน่นอนว่ากลุ่มที่ได้รับประโยชน์ทันที่ ก็คือกลุ่มคนพิการ แต่ว่าเชื่อว่าในที่สุดแล้วนี่ ด้วยสิ่งที่เราทำในวันนี้นี่ อนาคตนะครับ เมื่อเรานี่ เดินไปสู่การที่เป็นผู้สูงวัย หรือมีการเสื่อมในอวัยวะตามที่ผมได้กล่าวมานี่ จะได้รับประโยชน์จากการออกแบบสำหรับทุกคน และก็เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างแน่นอนนะครับ ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธาน ท่านผู้มีเกียรติแล้วก็ทุก ๆ ท่านในการบันทึกข้อตกลงในวันนี้ครับ (พิธีกรหญิง) กราบขอบพระคุณ ท่าน กสทช. ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ ไม่ทราบว่าพี่สื่อมวลชนมีข้อซักถามไหมคะ ขอเชิญพี่ ๆ สื่อมวลชน การจัดงานที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8-11 สิงหาคมนี้ด้วยนะคะ มีท่านใดมีข้อสอบถามไหมคะ หากไม่มีข้อสอบถามนะคะ ดิฉันลำดับต่อไปค่ะ ขอเรียนเชิญท่านผู้บริการทุกท่านค่ะ ถ่ายภาพที่ระลึกบนเวทีนะคะ ขออนุญาต ด้านบนเวทีนะคะ ภาพแรกนะคะ แล้วภาพที่ 2 จะเรียนเชิญทุกท่านถ่ายภาพด้านล่างเวทีนะคะ ขอเรียนเชิญถ่ายภาพหน้าเวทีค่ะ และภาพที่ 2 นะคะ ขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารทุกท่านด้านหน้าเวที เพื่อร่วมกับท่านผู้บริหาร และท่านวิทยากร ขอเรียนเชิญท่าน ผู้และท่านวิทยากรทุกท่านนะคะ ถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกันหน้าเวทีค่ะ ขอเรียนเชิญท่านมณเฑียร บุญตันด้วยนะคะ ขอเรียนเชิญค่ะ ด้านล่างค่ะ ด้านล่างเวทีเลยค่ะ ค่ะ เชิญท่านผู้บริหารด้านล่างนะคะ เชิญค่ะ ขอเรียนเชิญด้านหน้าเวทีเลยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงค่ะ สำหรับพิธีลงนามและบันทึกข้อตกลงได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ สุดท้าย ในนาม กสทช. ต้องขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ และขอเรียนเชิญทุกท่านรับประทานอาหารว่างหน้าห้องประชุม และเราจะกลับมาพบกับช่วงการสัมมนาที่น่าสนใจอีก 2 หัวข้อเรื่องนะคะ แล้วเรากลับมาพบกันในห้องประชุมนี้ เวลา 10.15 น. ขอเรียนเชิญทุกท่านรับประทานอาหารว่าง บริเวณหน้าห้องประชุมได้เลยค่ะ ฮัลโหลเทสต์ 1 2 3 4 5 ได้ยินใช่ไหมครับ (ดร.ณัฐนันท์) ก็ตัวชิ้นแรกน่ะครับ ที่เอามาโชว์น่ะครับ ก็จะเป็นเรื่องของ Closed Caption ครับ วันนี้เราเอามาขึ้นขอบริการด้วยครับ ประกอบกับล่ามภาษามือน่ะครับ วันนี้ก็เลยมีโชว์ แล้วก็สมาคมคนหูหนวก ก็นี่ครับ ก็จะอ่านข้อความไปได้ด้วยครับ อันนี้ก็ทำสด เดี๋ยวช่วงถัดไปอาจารย์มณเฑียร พูด ก็จะขึ้นด้วยใช่ครับ วันนี้โชว์ Real Time Captioning ครับ Speech to Text อันนี้ใช้คนครับ ของแบ่งพิมพ์ครับ อยู่ประมาณ 5-10 วินาที // ใช้จรวดพิมพ์หรือนั่น ต่อไป AI ก็แทนได้ (อาจารย์วันทนีย์) เดี๋ยวนี้ ถ้า... ในต่างประเทศนี่ เขาใช้ AI แล้วก็ใช้คน Edit (ดร.อนันต์ลดา) จริง ๆ เราใช้ เดี๋ยวขออธิบานิดหนึ่งนะคะ ตอนนี้เรามี 3 เทคนิคที่ใช้ อย่างเมื่อเช้านี่เป็นเรื่องของการแบ่งพิมพ์ ใช้คนเจ้าหน้าที่ 4 คนนะคะ สลับกันพิมพ์ มันก็จะใช้อย่างเมื่อเช้าจะมีเสียงรบกวนในห้องค่อนข้างเยอะ ก็เลยเลือกใช้แบบนี้ วิธีที่ 2 คือใช้คนพูดทวน อย่างเช่น เวลานักข่าวไปออกภาคสนาม ก็จะปรับคุณภาพเสียง แล้วก็ค่อยเอาไปผ่านระบบรู้จำเสียงพูดอีกครั้งหนึ่งค่ะ สุดท้ายก็คือใช่รู้จำเสียงพูดไปเลย ซึ่งแบบหลังเราเริ่มนำต่าง ๆ ซึ่งเราเอามาใช้ในห้องเรียนอาจารย์ค่อนข้างพูดช้าพูดชัด ก็จะใช้ AI รู้จำเสียงพูดได้น่ะค่ะ แต่ว่าระบบเราออกแบบให้ใช้ได้หลายวิธีบนระบบเดียวกันเพื่อใช้กับสถานการณ์ที่เหมาะสม ตอนนี้ยังทำก็แล้วแต่ว่าเป็นกิจกรรมไหน เช่น มีกิจกรรมพิเศษ เช่น วันเฉลิมฯ หรือวันอะไรอย่างนี้ // มาจิ้มกับเรา (อาจารย์วันทนีย์) การทำเฉพาะกิจก็มาร่วมกับเรา คือรายการที่เป็น Commercial (ดร.ณัฐนันท์) ครับ ครับ // รับนโยบายไว้นะครับ (ดร.ณัฐนันท์) มี 3 Mux ที่ทำไว้แล้ว คือ Mux TTRS ทำไปแล้วทุก Mux ทุก Mux ครับ เพราะ ศบค. ประสานมา สวทช. ก็เอาไปช่วยครับ ไม่ครับ ค่า ครับแล้วก็บริการ ครับ ชิ้นที่ 2 ครับ จะอยู่ตรงหน้าเลยครับ อันนี้ก็จะเป็นกลุ่มเด็กที่เป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงครับ กลุ่มนี้นอกจากมือไม้ก็จะอ่อนแล้ว กล้ามเนื้อเรื่องของมัดในการพูดคุยนี่ก็จะมีปัญหาด้วย เราก็จะออกแบบ Tablet ครับ ให้มันพิมพ์แล้วพูดแทนได้ // เหรอ (ดร.ณัฐนันท์) คือ ต้องบอก... ผู้สื่อสาร ใช่ครับ พูดอ่อนแรงใช่ครับ ที่พูดไม่ชัด ใช่ครับ ใช้คีย์บอร์ดพิเศษครับ เพราะจะ... // ขอจับได้ไหม (ดร.ณัฐนันท์) ได้ครับ ก็เป็น Tablet ครับ ก็เป็นหน้าจอ แต่ว่าเราออกแบบคีย์บอร์ดให้เป็น Adaptive นะครับ ถ้าเราพิมพ์ตามคีย์บอร์ดตามปกติจะใช้เวลานาน แต่ว่าตัวนี้เวลาเราพิมพ์ไปนี่มันจะ Select Word เดาคำ แล้วมันก็จะเร็วขึ้นครับ อันนี้จดสิทธิบัตรไว้ ให้มีการเผ่ยแพร่ แล้วก็มีการ... จริง ๆ ก็ต้องฝึกนะ (ดร.ณัฐนันท์) ก็ฝึกครับ ก็... // เหมือนต้องไปอยู่ในระบบสถานศึกษา (อาจารย์วันทนีย์) ที่ทดลองที่โรงเรียน... ทดลองใช้อยู่ครับ ทดลองใช้อยู่ที่โรงเรียนสื่อสังวาล กล้ามเนื้อต่าง ๆ แล้วบางคนก็มีการพูด โดยพื้นฐานของตัวนี้ ก็คือจะเป็น... กลุ่มปัจจุบันเกิดจากอะไร เพราะกลุ่มปัจจุบันกดอะไร อ๋อ ยังครับ ตัวนี้ปัจจุบันยังครับ ตอนนี้ครับ เป็นตัวเวอร์ชันแรก มันจะช่วยลดการเคลื่อนไหวของพูดช้า ให้มาอยู่ใกล้ ๆ กันมาที่สุด ใช่ครับ ทันสมัย (อาจารย์วันทนีย์) แต่จริง ๆ มันเป็น Icon Base ที่ไปต่อเชื่อมได้ ครับ (อาจารย์วันทนีย์) ที่กด กดรูปแล้วก็ทำอะไรอย่างนี้ค่ะ // จริง ๆ ต้องเป็น Agenda ด้วย (ดร.ณัฐนันท์) ครับ // คือ แขน ตอนหลัง แขนก็จะเริ่มขยับไม่ได้ ใช้วิธีกรอกตาเอา ครับ ใช่ครับ // มันเชื่อมพวกอุปกรณ์มันมีอีกโหมดหนึ่ง โหมดสแกนครับ กด... อย่างนี้ครับ หรือใช้ Retina Detection มองตรงไหน ก็บันทึก ครับ ก็เชื่อมต่อครับ มีอะไรเอ่ย เอาอันนี้เป็นหลักนะ 2 อันนี้ เดี๋ยวต้องขอตัวแล้วนะอาจารย์ ขอบคุณอาจารย์มากนะครับ ดร.โป้ง ครับ ขอบคุณครับ ค่ะ น้อง ๆ น้อง ๆ ค่ะ อาจารย์ ครับ ก็อันนี้ก็จะเป็นกลุ่มด้านการเรียนรู้น่ะครับ ก็จะมีด้วยกัน 2 ระบบ ก็จะมีเรื่องของ Web Accessibility นะครับ ในเรื่องของการตรวจสอบการเข้าถึงครับ อีกอันหนึ่งก็จะเป็น online lernning ที่ได้จากทาง สสวท. ด้วยส่วนหนึ่งในการผลิต เรามีนักวิจัยครับ น้องพีท พนักงานสวทช. ครับ เป็นผู้ออกแบบระบบ เดี๋ยวให้พีทแนะนำส่วนแรกก่อนครับเรื่อง Accessibility นี่ครับ ตัวที่แก้ไปนี่ แก้เพื่ออะไรควรจะเติมที่ attribute เว็บไซต์ของท่านสามารถเข้าถึงได้เท่าไร ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ระบบมันทำอะไรบ้าง // คือ วิธีของระบบที่ไปวิเคราะห์นี่ ไปจำลอง ตัว Engine ของเว็บไซต์นี้เป็นอะไร หรือว่ามันขึ้นอยู่กับ Engine ด้วย // ว่ากลุ่มนี้ ก็คือว่าเหมือนกับการวิเคราะห์ เราจำลองตัวเองเป็น Robot แล้วก็ลองคลิกดูใช่ไหมตัวนี่ครับ เราอ้างอิงตามมาตรฐานของต่างประเทศนะครับ แล้วก็ พ.ร.บ. ครับ ก็มีการเข้าถึงสื่อ ตอนนี้ครับ เราคุยกับ ของการบังคับใช้ ส่วนของทาง DE ถัดไปน่ะครับ พวกการจัดทำ TOR ภาครัฐต้องทำมาตรฐานการเข้าถึงด้วย ตอนนี้ต้องมีความร่วมมือครับ ที่ขอเซ็น MOU กับทาง สวทช. นะครับ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการจัดซื้อภาครัฐถ้ากรณีที่มีการทำเรื่องของ Temp ครับ ให้คนพิการเข้าถึงนี่ อย่างนี้ต้องให้คนพิการเข้ามาตรวจสอบ เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะเข้าไปสนับสนุน การที่เว็บไซต์ทั่วไปได้ก็มีสิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มเติมจากการที่เป็นเว็บ บางครั้งกลุ่มคนพิการอาจจะไม่ใช่เป้าหมาย เข้าใจความหมายใช่ไหม (ดร.ณัฐนันท์) ก็คือตัวเว็บ ตัว Accessibility หรือว่าเป็น A AA AAA มี 3 ระดับ ก็คือขอให้ผ่านอย่างน้อยแค่ A เดียว อันนี้เราก็จะการันตีด้วยว่าคนพิการทางสายตาเข้าได้ กลุ่มอื่นสามารถเข้าถึงได้ครับ // แล้วอย่างไรต่อ (ดร.ณัฐนันท์) ตอนนี้นะครับ ในเรื่องของการเข้าถึงตอนนี้นะครับ เป็นเรื่องของการขอความร่วมมือยังไม่มีโทษอะไรน่ะครับ แต่ถ้าเป็นนโยบายของเกาหลีเขาตั้งหน่วยงานมา แล้วก็บอกว่าถ้าใครไม่ทำนี่ มีบทลงโทษ มีข้อปรับ ครับ (พิธีกรหญิง) จะเป็นการเสวนาในเรื่องของด้าน Easy Read นะคะ การเข้าถึงข้อมูลที่อ่านเข้าใจง่ายและภาษาที่เข้าใจได้สำหรับคนทุกนะคะ ขอเรียนเชิญทุกท่าน ที่อยู่บริเวณด้านหน้าหอประชุม ด้านหน้าห้องประชุมเรียนเชิญด้านในได้เลยค่ะ ขอเรียนเชิญทุกท่านด้านในได้เลยค่ะ สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันกับช่วงที่ 2 นะคะ ในหัวข้อการสัมมนาที่สำคัญในวันนี้ค่ะ ในช่วงแรกในหัวข้อหัวคิดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ผ่านกิจการโทรคมนาคมนะคะ ซึ่งวันนี้เราได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิค่ะ ท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน แต่ก่อนที่จะพบกับท่านวิทยากรค่ะ นะคะ ดิฉันขออนุญาตอ่านประวัติโดยย่อของท่านค่ะ ท่านได้รับ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พุทธศักราช 2558 นะคะ ปัจจุบันค่ะ ท่านดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ประธานมูลนิธีสถาบันวิจัยคุณภาพชีวิตคนพิการประเทศไทย ประธานมูลนิธิคนตาบอดไทยนะคะ กรรมการมูลนิธิพัฒนาและฝึกอบรมคนพิการเอเชียแปซิฟิก ในพระบรมราชูปถัมภ์นะคะ และท่านยังดำรงตำแหน่งสำคัญอีกมากมายค่ะ พร้อมแล้วนะคะ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านวิทยากรท่านอาจารย์มณเฑียรและข้อเสียงปรบมือต้อนรับท่านวิทยากรด้วยค่ะ ขอเรียนเชิญท่านวิทยากรบนเวทีค่ะ (อาจารย์มณเฑียร) ผมน่าจะนั่งอยู่ข้างบนนี้คนเดียวนะ ไม่ต้องกลัวนะ ผมติดโควิดเมื่อตอนเดือนพฤษภาคม เพราะฉะนั้นก็ไม่ใช้เป็นตัวแพร่เชื้ออะไรตอนนี้นะครับ ก็กราบเรียนผู้แทนจากสำนักงาน กสทช. นะครับ ผู้แทนจาก สวทช. ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ วันนี้ผมตั้งใจจะไม่ใช้ Presentation จะพูดแบบ Free From มันเป็นความเกียจคร้านส่วนตนด้วย และก็อาจจะเป็นเพราะว่าต้องการจะสื่อสารว่า บางอย่างนี่ มันอยู่ที่ว่าเราสื่อสารอย่างไรนะครับ แล้วทำให้ผู้ฟังนี่เข้าถึงได้ เข้าใจได้ ขนาดไหนนะครับ เป็นหัวข้อในการลงนามความร่วมมือในวันนี้นี่ มันเป็นเรื่องของการเข้าถึงนะครับ ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ผ่านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แต่เนื่องจากว่า เราอยู่ในยุคที่เรียกว่าเป็นดิจิทัล เป็นยุคดิจิทัลนะครับ ผมก็เคยเรียนในหลายเวที ทั้งที่นี่แล้วที่อื่นนะครับ ว่าในสังคมและเศรษฐกิจปฏิเสธเรื่องของเป้าหมายใหญ่สูงสุดที่เราอยากจะได้ยิน ได้ฟังกัน ก็คือ Digital Inclusion ก็คือดิจิทัลสำหรับทุกคน ไอ้ดิจิทัลสำหรับทุกคนนี่ ผมมักจะคุยถึง 3 องค์ประกอบ วันนี้ไม่ได้เอาสไลด์ขึ้น เพราะเดี๋ยวท่านจะเบื่อ เพราะผมพูดทีไรเอาสไลด์เดิมทุกทีนะครับ องค์ประกอบที่ 1 ที่ผมพูดถึงประจำ ก็คือเรื่องของการมีส่วนร่วมเราจะมี Digital inclusion การมีส่วนร่วม ตั้งแต่เริ่มออกแบบ ตั้งแต่เรื่องการคิดนะครับ จนถึงการพัฒนาร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ ทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การมีส่วนร่วมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ในกระบวนการสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า ในกระบวนการสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า Digital Inclusion อันที่ 2 ที่ผมว่าเป็นหัวใจสำคัญที่มาพูดในวันนี้นะครับ Accessability นี่ คนทั่วไปเวลาพูดนี่เวลาพูดนี่ มันจะไม่อธิบาย ว่าเราหมายถึงมิติมิติใดบ้าง ผมแบ่งเป็น 3 มิติด้วยกันนะ จริง ๆ มันอาจจะมีมากกว่า แต่ผมเป็น Minimalist ที่ชอบพูดน้อยไว้ก่อนนะครับ แล้วค่อย ๆ ขยายขึ้น 3 มิติ อย่างต่ำสุดนี่ ก็คือ 1. Accessibility โดยทำให้มันมีนะ ทำให้มันเกิดขึ้น หรือทำให้มันมี หรือ Avalibility นะครับ นะครับ มีอยู่ อันที่ 2 ก็คือ ในมิติของราคาในมิติของเศรษฐกิจนะ อันแรก Avalability อันที่ 2 Affordability อันนี้แหละเป็นข้าวต้มมัด อันที่ 3 นี่ มันเป็นการแต่งงานกันระหว่างการออกแบบ บางก็เรียกว่าการออกแบบที่เป็นสากล บ้างก็เรียกว่าการออกแบบสำหรับทุกคน บ้างก็เรียกว่าการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล คุณกฤษณะ ใช้คำว่า อารยสถาปัตย์ แล้วแต่ใครจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ UD Universal Design นี่ หรือการออกแบบเพื่อให้มันอยู่ดีก็ได้ UD กับอยู่ดี น่าจะเป็นคำเดียวกัน แล้วก็เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่ง 2 อย่างนี้ขาดกันไม่ได้นะครับ เป็นยิ่งกว่าข้าวต้มมัดอีก เป็นเนื้อคู่กัน เพราะว่า Universal Design เป็นอุดมคติ มองอะไรแบบภาพรวม ๆ คลอบครุม ครอบจักรวาล แต่ในเมื่อมันไปไม่ถึงน่ะ มันเป็นอุดมคติ มันเป็นความคาดหวัง มันเป็นความฝันอันสูงสุด แต่มันต้องเป็นบางอย่างที่มันเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง เพื่อไปเติมเต็มอยู่เสมอ เมื่อใดที่เราออกแบบเพื่อคนทั้งมวล เพื่อทุกคน เพื่อเป็นธรรมแล้วนี่ เป็นสากลแล้วนี่ แต่เผอิญมันไปไม่ถึง มันเลยต้องเติมเต็มด้วยอะไรที่มันเกิดขึ้น ปัจจุบันทันด่วน เฉพาะจงจง เฉพาะกิจ เฉพาะกลุ่ม อันนั้นแหละ สิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเติมเต็มไงครับ เพื่อเติมเต็ม นี่ครับ คือ Accessibility ในมิติที่ 3 นะครับ ก็คือทำอย่างไรให้มันครอบคลุมถึงทุกคนโดยการออกแบบ แต่เมื่อการออกแบบมันไม่ครอบคลุม มันก็ต้องเติมเต็มด้วยการมีอยู่ของเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกกับ AT กับ UD AT แต่งงานกันเป็นเนื้อคู่กันตลอดชาติ แม้ว่าพรรคการเมือง 2 พรรค จะไม่อยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม อันที่ 3 คือเรื่องของ Empowerment ก็คือการเสริมพลัง การเสริมพลังอำนาจนะครับ เข้าถึง แล้วก็เสริมพลัง ผมว่า 3 อย่างนี่ เป็นขั้นต่ำสุดของการสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า Digital Inclusion เราจะทำอย่างไรให้เกิด Empowerment มันก็ต้องมีการเติมความรู้เข้าไป เพิ่มทักษะเข้าไป ให้มันรู้เท่าทัน ให้มีนมีความรู้ มีทักษะ มีประสบการณ์ พวก Training ทั้งหลาย พวกเพิ่มทักษะทั้งหลาย การเรียน การสอน การอบรมทั้งหลาย หรือแม้กระทั่ง มาสัมมนา มาแลกเปลี่ยนกัน อันนี้คือการ Empower คือการเติมเสริมพลังให้ ทั้ง 3 อย่างนี่ เป็นปฐมบทที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิด Inclusion ขึ้นมา ทุกเรื่องเลยนะครับ แต่เราคุยกันใหม่ก็จะทำ Digital Inclusion ก็จะมี 3 อย่าง 2. เข้าถึงได้ 3. ต้องเกิดการเสริมพลัง ใช้เวลาปูพื้นไปตั้งนานคราวนี้ทำไมต้องพูดถึง 2 เรื่องก็คือ Easy to read หรือ Easy Read กับ Plain language 2 อย่างนี่ มันเป็นเนื้อคู่กันเลย หรือมันใกล้ ๆ ความเป็นเนื้อคู่กัน มันจับคู่กันนะครับ Easy to read หรือ easy to read หรือ easy to understand นี่ มันเป็นการกำหนดแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อการแก้ปัญหาสำหรับกลุ่มคนที่เสียเปรียบในการสื่อสารทั้งหลาย ก่อนอื่นเราต้องเชื่อก่อนว่าการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหรือการเข้าถึงใด ๆ นี่ เป็นสิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนก่อน ในปฏิญญาสากล ในเรื่องของสิทธิเขาพูดถึง Access to information เขาพูดถึง Freedom of ... เสรีภาพในการแสดงออก กับการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารนี่ มันอยู่ในปฐิญญา เขาเรียกว่า มันก็ ว่า มัน ว่า แสดงให้เห็นว่ามันเป็นสิทธินะครับ ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนเลยนะครับ แต่ในทางปฏิบัตินี่ มันจะทำอย่างไร เพื่อสร้างหลักประกันการเข้าถึงข่าวสารในโลกดิจิทัลเราก็บอกว่าเราจะใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เราจะทำ Digital Content เราจะทำให้มี Digitalเพื่อเอามาเป็นกลไกให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารนะครับ เข้าถึงอย่างไร เข้าถึงอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรมถ้วนหน้า อันนี้อยู่ในปฏิญญา มนุษยชน แล้วก็ยังอยู่ในกฎหมายระหว่างประเทศแทบจะทุกฉบับด้านสิทธิมนุษยชนนะครับ รวมถึงในอนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิคนพิการด้วยนะครับ เราต้องยอมรับเข้าด้วยกันด้วยว่า ข้อมูลข่าวสารรวมตลอดถึงการสื่อสารนี่เป็นสิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิที่มนุษย์ทุกคนพึงได้รับการยอมรับ คุ้มครอง แล้วก็ส่งเสริมด้วย เผอิญในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการนี่ เขาพูดถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารนี่ไว้ในหลายที่ ผมจะยกมาอยู่ 2 ที่ คือในข้อบทที่ 2 ว่าด้วยบทนิยามนะครับ มันมีคำว่า "Communication" นะครับ มันมีคำว่า Communication Communication ในที่นี้นี่ มันรวมถึงการสื่อสารโดยผ่านนะครับ กระบวนการที่เราเรียกว่า "ภาษา" นะครับ แล้วก็รวมถึงสิ่งที่ใช้สื่อนะครับ ที่เข้าถึงได้โดยสะดวกนะครับ ผ่านช่องทาง วิธีการ และรูปแบบที่เข้าถึงได้นะ Communication นี่ ช่องทาง วิธีการ และรูปแบบที่เข้าถึงได้นี่ เขาก็ไม่ได้บอกว่ามีอะไรบ้าง นะ เราก็บอกว่านี่ การสื่อสารผ่านช่องทางวิธีการ และรูปแบบ Mode Means and Format Communication ที่ Accessible เข้าถึงได้ครับ กฎหมายว่าไว้แบบนั้น รวมถึงภาษาด้วยนะครับ คือ พูดถึงภาษา ทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษามือนะครับ เราพูดต่อไปไม่ไหว มันเยอะเหลือเกิน ก็เลยบอกว่า รวมถึงช่องทาง วิธีการ รูปแบบการสื่อสารที่สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก เห็นไหมครับ อันนี้ตบท้ายเลย ครอบจักรวาล อันนั้นคือข้อบทที่ 2 ของ... พอไปดูในข้อบทที่ 9 เขาพูดถึง Public Service บริการสาธารณะนี่ จะต้องจัดให้มีบริการ ซึ่งมันมีคำที่เติมเข้าว่าไอ้สิ่งที่เราจะบอกว่ามันคือช่องทางวิธีการ หรือรูปแบบที่เขาถึงได้โดยสะดวกนี่ มันหมายถึง 2 ถึงเรื่อง ขึ้นมานะครับ เราเรียกว่า "Easy to read and understand form" Easy to read and understand form of อะไรครับ ก็เป็น form of communication ก็คือเป็นรูปแบบของการสื่อสารที่อ่านง่าย เข้าใจง่ายนะครับ อันนั้นคือในเอกสารที่เป็นตัวบทของอนุสัญญา ว่าด้วยตัวบทของสิทธิคนพิการ ทีนี้พอมาถึง General Comment หรือเป็น... เป็นข้อ ข้อแนะทั่วไป นี่นะครับ มันมีเพิ่มเติมเข้ามาอีกคำหนึ่งนะครับ โดยอาศัยนิยามในบทที่ 2 นั่นแหละ ว่า Communication Language มีทั้งภาษาเขียน ภาษาพูด และภาษาที่ไม่พูด Non verbal communication ด้วย แล้วมันก็มีคำขึ้นมาอีกคำหนึ่งก็คือคำว่า Plain language คำว่า Language วันนั้นเรานั่งคิดกันแทบตาย ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร Plain แปลว่า เรียบ ใช่ไหม ราบ เรียบ Plain เราจะใช้คำว่า "เรียบง่าย" เราจะใช้คำว่า "พื้น ๆ " เราจะใช้คำว่า "บ้าน ๆ" ไม่รู้นะครับ ตอนนี้ก็ขอให้ลองคิดกันอยู่ก่อนนะครับ Plain Language ก็คือภาษาเรียบง่าย ภาษาบ้าน ๆ ภาษาที่ใครได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน ก็เข้าใจได้ง่าย ๆ วันนี้เราจะคุยกันแค่ 2 คำนี่ล่ะครับ Easy to read and understand ซึ่งอันนี้หมายถึงการสื่อสารที่ทั้งอ่านและเข้าใจง่าย ดูแล้วนี่ ผมขอตีความว่ามันใกล้เคียงกับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก มันมีความเฉพาะเจาะจง มันมีเป้าหมายเฉพาะ มันมีจุดมุ่งหมายเฉพาะ มันมีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะนะครับ ใน... วันนั้นผมลองถาม ChatGPT ดูนะครับ เขาก็อธิบายมาเลย เขาพูดถึงไอ้รูปแบบการสื่อสารนี่ ที่มันมุ่งที่จะตอบโจทย์การเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายนี่ คนที่มีข้อจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการ อันนี้หมายรวมทั้งการเรียนรู้ สติปัญญา หรือคนที่มีออทิสติก หรือ Autism spectrum นะครับ หรือเราอาจจะหมายถึงคนพิการทางจิตสังคมด้วยที่มีผลกระทบต่อการเรียนรู้นะ เพราะฉะนั้น Audience ของคนเหล่านี้เป็นความหมายเล็ก ๆ มีความกว้างพอสมควรเลย ที่มีความเสียเปรียบ หรือมีข้อจำกัดในการสื่อสารนี่จะต้องอาศัยรูปแบบการสื่อสารที่เข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย ๆ ถ้าเป็นเอกสารที่เขียนขึ้นก็ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายอย่างเดียวยังไม่ได้ ต้องเข้าใจง่ายด้วย คนเหล่านี้ในประเทศไทยมีประมาณกี่คนครับ ก็น่าจะเป็นหลักล้านนะครับ เอาคนพิการทางการเรียนรู้ คนพิการด้านสติปัญญา บุคคลออทิสติก คนพิการทางจิตสังคมมารวมกันนี่ อาจารย์ชูศักดิ์ คิดว่าถ้าไมหลอกตัวเองนี่ มันผมว่ามันเป็นหลักล้านใช่ไหมครับ ยังหาวิธีที่จะเก็บสถิติที่ไม่มีอคติทางสังคมและวัฒนธรรมเข้าไปขวางกั้นนี่ ยังยากอยู่ ใช่ไหมครับ เราเอาเป็นว่าเป็นหลักล้านนะครับ วิธีการที่จะทำให้เกิด Easy to Read and Understand นี่ อ่าน่งายเข้าใจง่ายนี่ มันหมายถึงการใช้ทั้งถ้อยคำ สั้น ๆ กระชับ ซ้ำ เขาบอกว่าอย่างนั้นน่ะ อันนั้น Chat GPT บอกผมอย่างนั้นนะ มันทั้งกระชับ สั้น ซ้ำไปซ้ำมานะครับ ตอกย้ำอยู่นั่นล่ะ ประโยคสั้น ๆ กระชับ แล้วก็ซ้ำ ๆ มีภาพประกอบเยอะ ๆ นะครับ นี่ มันเรียกร้องความสนใจ มันทำให้เขาฉุกคิด เข้าใจ เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย อ่านก็ง่าย มีการใช้สื่อผสมเข้ามาช่วยด้วย คำก็ต้องเป็นคำง่าย ๆ ประโยคก็เป็นประโยคสั้น ๆ กระชับ ใช้คำซ้ำไปซ้ำมา ซ้ำไปซ้ำมา ซ้ำมา มีรูปเยอะ ๆ มีการโยงทั้งรูปทั้งคำเข้าด้วยกัน อันนี้แหละ Easy to Read and Understand Target audience กลุ่มเป้าหมายมีข้อเสียเปรียบในการเรียนรู้ ในการสื่อสารนะครับ จะด้วยจะได้เหตุของการพิการ จะด้วยเหตุของอะไรก็แล้วแต่นะ เป็นกลุ่มเฉพาะนะครับ อันนี้น่าจะตรงกับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก นะ ภายใต้คำว่า Accessibility นี่ Assistive Technology เมืองไทยเรา กำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นที่มาคิดเรื่องนี้กัน สมัยก่อน หนังสือไม่ได้ ใครสื่อสารไม่ได้ เราก็บอกกรรมของเอง เป็นข้อจำกัดของคนเหล่านั้นก็ช่วยไม่ได้นะครับ ดันไม่มีแหวนพระธรรมรงค์ท่านฤาษี ก็ตกกระป๋องไป อันนั้นคือผู้เรียนจะต้องทะยานไปหาความยาก ตามบุญพาวาสนาส่งของเขาเอง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว คิดใหม่ ก็คือต้องทำอย่างไรให้สารที่จะสื่อออกไปมันง่ายนะ ไม่ว่าคุณจะมีข้อจำกัดระดับใดนี่ มันจะต้อง Read Out มันจะต้อง reach out ไปหาคนเหล่านั้น ให้มากที่สุดนะครับ ให้มากที่สุด ทีนี้พอมาถึง Plain Language ปรัชญาการมี Plain Language ภาษาเรียบง่าย ภาษาพื้นบ้าน แต่พื้นบ้านอาจจะไม่ใช่ มันพื้น ๆ มันเรียบ ๆ มันง่าย ๆ มันแชร์ปรัชญาร่วมกันกับ Easy to Read แต่ในการดำเนินการในกลุ่มเป้าหมายก็ดี วิธีการก็ดี มันอาจจะต่างกัน ไอ้ Plain language นี่ มันตั้งอยู่บนพื้นฐานของภาษาที่สื่อสารกันเป็นการทั่วไปนะครับ มันก็เป็นภาษาพูด ภาษาเขียน เป็นภาษาที่เราสื่อกันในทั่วไปนี่แหละกับคนหมู่มาก คนกลุ่มใหญ่ นี่แหละ ไม่ใช่เป็นกลุ่มเฉพาะที่ผมยกตัวอย่าง Easy to read หรือ easy to understand เมื่อสักครู่นี้ มันต่างกันตรงที่ว่าแต่ปรัชญามันอันเดียวกัน สิทธิการเข้าถึง รับรู้ ใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ของมนุษย์ทุกคน แต่ Implication หรือ Application ของ Plain Language นี่ มันตอบโจทย์คนกลุ่มใหญ่ คือ คนกลุ่มคนทั่วไป มันอยู่ตรงข้ามกับอะไรครับ Plain Language มันอยู่ตรงข้ามกับภาษาที่มันวิจิตร ภาษาที่มันสูงส่ง ภาษาที่มันประณีต Plain มันตรงข้ามกับ Suffiticated มันตรงข้ามกับ Complicated กับอะไร มันตรงข้ามอะไร มันตรงข้ามกับ Elite มันตรงข้ามกับ HI-SO เพราะฉะนั้นภาษาที่เราเรียกว่า Plain language ภาษาของคนสามัญ ของสามัญชน ของลูกชาวบ้าน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นภาษาที่ทุกคนเข้าใจง่ายเช่นกันนะ มันไม่ได้มุ่งเน้นตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มนะ เพราะมันเป็นภาษาที่สามัญชนใช้ได้ เข้าถึงได้ มันจึงเป็น Plain Plain ไง ในประเทศสหรัฐอเมริกา Plain Language เลยนะ แปลกดี ผมจำชื่อไม่ได้น่ะ ว่ามันชื่อกฎหมายว่าอะไร มันเรียกว่า "Plain Language" เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ภาษาพื้น ๆ ในการสื่อสารของทางราชการ เวลาราชการออกหนังสือเวียน ออกตำรา ออกคู่มือ ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายเข้าใจยากหรือเข้าใจง่ายครับ ภาษาราชการ ภาษาราชการ ในความเห็นผม ผมว่ามันเข้าใจยากน่ะ ผมไม่รู้เป็นเพราะอะไร มีพื้นฐานมาจากอะไรไม่รู้มันเข้าใจยากเหลือเกิน อ่านแล้วส่ายหัวนะ เพราะฉะนั้น Plain Language มันจึงต้องเกิดขึ้น เพื่อทำให้ภาษาที่รัฐสื่อสารกับประชาชนเพื่ออะไรก็แล้วแต่นะครับ ในเรื่องอะไรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ในเรื่องที่มันจำเป็นต่อการศึกษา ต่อการสื่อสารเพื่อความเข้าใจอันดี เพื่อสังคมอยู่เย็นเป็นสุขนี่ มันจะต้องเป็นภาษาที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย เข้าถึงง่าย เป็นภาษาทั่วไปนะครับ ใช้อักษรทั่วไป ใช้ประโยคทั่วไป แต่ทำอย่างไรให้มันเคลียร์ เขาบอกมันต้องเคลียร์ มันต้องชัดเจน เขาบอก Clear and Precise Clear and Precise กระชับ เข้าใจง่าย ชัดเจน ไม่ยอกย้อน ภาษาในรัฐธรรมนูญยอกย้อนซ่อนกลเหมือนค่ายกล ยิ่งกว่าค่ายกล 8 ทวารของขงเบ้งอีกนะครับ แต่ภาษา Plain Language นี่ Clear and Precise ใช้คำง่าย ๆ กระชับ สั้น แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องซ้ำ ไม่จำเป็นต้องใช้คำน้อย ๆ แต่ไม่จำเป็นต้องกระชับ สั้น คำน้อย ๆ จะเป็นคำปกตินี่ก็ได้ แต่อย่าหาเรื่องทำให้เป็นคำช. เป็นคำวิจิตรพิสดาร ไม่ต้อง ไม่จำเป็นครับ นี่ 2 คำนี่ ไม่ว่าจะเป็น Easy to read and understand Plain Language ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่มีพื้นฐานมาจากหลักปรัชญาเดียวกัน ก็คือสิทธิการเข้าถึงข้อมูลในการเข้าถึงการสื่อสารนี่ ซึ่งเป็นของมนุษย์ทุกคน ซึ่งเป็นปรัชญาร่วมกันแต่มีความแตกต่างกันตรงที่ว่า Easy to read and undrstand นี่ เป็นข้อเฉพาะของคนกลุ่มหนึ่งที่มีความเสียเปรียบ มีความพิการ มีข้อจำกัด มีความพิการ มีข้อบกพร่อง เป็นการเฉพาะ จึงต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดนะครับ ใช้ประโยคสั้น ๆ ใช้คำสั้น ๆ ซ้ำ ๆ ง่าย ๆ มีรูปเยอะ ๆ มีวิดีโอด้วยยิ่งดีนะ ส่วน Plain Language นั้น เป็นการสื่อสารสามัญ กับคนทั่วไป กลุ่มใหญ่ที่สุด ซึ่งอาจจะหมายรวมถึงคนพิการ คนที่มีความพกพร่อง คนที่มีความเสียเปรียบด้วยแต่ก็จะหมายถึงชาวบ้านที่จบ ป. 4 ม. 6 ม. 3 จนถึงปริญญาเอก ให้มันอ่านฉบับเดียวกันได้ ไม่ต้องแบ่งชนชั้นได้ด้วยนะครับ ไม่ต้องไปเขียนอวดฝีมือว่าจบปริญญาเอกก็ได้ แต่อย่างนี้เป็นต้น มันก็อีหรอบเดียวกันกับ Universal Design นั่นล่ะ UD กับ Plain Language คือตัวเดียวกัน Plain Language เป็นการประยุกต์ใช้หลักการ Universal Design นั่นเองนะครับ คุณจะเขียนเอกสาร คุณจะแต่งหนังสือ คุณจะเขียนคู่มือ แล้วให้ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจง่าย ๆ เข้าถึงง่าย ๆ ไม่สับสน ไม่ยอกย้อน ก็เอาหลัก UD มาใช้ไง Universal Design เพื่อทุกคนไง Plain Language ก็คือการทำเอกสาร ทำสื่อเพื่อทุกคนให้เข้าใจได้ง่าย ๆ แต่ Easy to understand ทำเพื่อคนเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความพยายามอย่างยิ่งยวด กำหนดเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะมี Plain Language อย่างเดียว ไม่ต้องมี Easy to read ไม่ต้องมี Easy to understand ได้ไหม มันอาจจะไม่พอนะมันอาจจะไม่พอนะครับ เพราะฉะนั้น มันต้องมีทั้ง 2 อย่างนะ เพื่อตอบโจทย์ ก็เหมือนมีทั้ง UD และ AT 2 อย่างนี้ขาดกันไม่ได้อย่างนี้นี่เอง ถ้าต้องการผลิตชิ้นงาน ผลิตผลงาน ผลิตเอกสาร ผลิตหนังสือ ผลิตคู่มือ ที่มุ่งหมายใจให้คนเข้าถึงมากที่สุด ไม่ว่าเขาจะมีข้อจัดกัดหรือไม่ก็ตาม อันนี้ใช้ Plain Language แต่ถ้าจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดใช้ความพยายามโดยการมุ่งเน้นทุ่มเทไปที่กลุ่มคนเฉพาะด้านเลย ไม่ว่าจะเป็นคนพิการทางการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นคนพิการทางสติปัญญา บุคคลออทิสติก คนพิการทางจิตสังคมบางพวก บางประเภท อันนี้ใช้ Easy to Read and Understand นะ ทุ่มเทลงไปเฉพาะจุดเลย มันก็อีหรอบเดียวกับ Assistive Technology อีหรอบเดียวกันกับเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก ความเป็นเฉพาะ มีความเป็นวิสามัญ มีความเป็นเฉพาะ บางคนชอบคำว่าพิเศษ ใช้คำว่าพิเศษก็ได้ ผมไม่ว่ากัน แต่ผมชอบคำว่า "เฉพาะ" เพราะคำว่า ไม่จำเป็นต้องพิเศษ เพราะฉะนั้น Easy to Read Easy to understand มันมีความเป็นเฉพาะ ส่วน Plain Language มันมีความเป็นทั่วไป มันมีความเป็นสามัญ อันหนึ่งเป็นวิสามัญ อันหนึ่งเป็นสามัญ ตอบโจทย์ใหญ่ร่วมกันก็คือตอบโจทย์ ว่าการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุคนนะครับ เป็นส่วนหนึ่งในการใช้มันเกี่ยวอะไรกับ Digital Inclusion กับ Digital Accessibility ก็เพราะว่ามันทำให้เป้าหมายการสร้างที่ทุกคนเข้าถึงได้ ที่ทุกคนเป็นผู้มีส่วนร่วม ที่ทุกคนได้รับการเสริมพลังอำนาจนี่ มันเร็วขึ้น มันง่ายขึ้น แต่... ช่องว่าง ยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำ มันมากขึ้น เพราะฉะนั้นดิจิทัลมันจึงเป็นดาบ 2 คมนั่นเอง ถ้าเรายึดหลัก Digital Inclusion Digital Accessibility เราก็จะ ใช้ทั้ง Easy to Read and Understand เราจะใช้ Plain Language ได้ง่ายขึ้นนะครับ 2 อย่างนี่ จะมาเสริมกัน ถ้าเป็นยุนแอนนาลอก เราจะผลิตเอกสารที่มันอ่านง่าย เข้าใจง่าย หรือเราจะผลิตเอกสารที่เป็น Plain Language มันก็จะผลิตยาก เก็บยาก ขนย้ายยาก รักษายาก แต่สมัยใหม่ มันผลิตง่าย รักษาง่าย เก็บง่าย ขนย้ายง่าย ถ่ายทอดง่าย ดัดแปลงก็ยังง่ายนะครับ ขอให้มีหลักการที่ดี ขอให้อยู่ในหลักการuniversal design and accessitive tecเมื่อประยุกต์แล้วเอามาใช้ Plain language ได้กำหนดเป้าหมายให้กว้างที่สุด ส่วน Assistive Technology เมื่อประยุกต์เอามาใช้ ก็คือ Easy to read Easy to Understand ก็มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกิจ เฉพาะการนั่นเอง จะเป็นการปูพื้นเพื่อให้งานวิจัย พัฒนาตาม MOU ของทั้ง 2 หน่วยงานนี่ไปได้ถูกทางตั้งแต่เริ่มต้น ผมตั้งใจไม่มี Presentation นะครับ เพราะต้องการพูดวนไปวนมานี่แหละ ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อทำให้เกิดข้อคิดคำถาม ข้อท้าทายให้เกิดขึ้นให้ได้ว่า 2 อย่างนี่ มันคืออะไร กันแน่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Accessibility คือการเข้าถึงได้โดยสะดวก แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ UD กับ AT แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Digital Inclusion ทำไมต้องดิจิทัลนะครับ ตั้งคำถามวนไปวนมาอยู่นี่แหละนะครับ เพื่อให้เกิดความท้าทาย แล้วก็การตั้งต้นในการทำงานวิจัย และก็พัฒนาระบบบริการที่จะเกิดขึ้นนะครับ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ มีอะไรก็ลองทักทาย ลองท้าทาย ลองแลกเปลี่ยนกันได้ครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรหญิง) ท่านอาจารย์ให้คำสำคัญไว้นะคะ มีส่วนร่วม เข้าถึง และเสริมพลังนะคะ ซึ่ง 3 คำนี้ เราจะเรียกได้ว่าวันนี้เรามีส่วนร่วมกันแล้ว แล้วเราจะทำให้ประชาชนได้สามารถเข้าถึงการบริการต่าง ๆ แล้วรวมถึงเราจะช่วยเสริมพลังให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสทุก ๆ ท่านด้วยนะคะ ไม่ทราบว่ามีท่านอาจารย์ไหมคะ หากไม่มีข้อสักถาม ดิฉันขอเสียงปรบมือแทนการขอบคุณอีกครั้ง ท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ด้วยค่ะ ขอบคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ (อาจารย์มณเฑียร) ขอบคุณมากครับ (พิธีกรหญิง) และช่วงเวลาต่อไปนี้นะคะ ขอเชิญทุกท่าน ฟังเสวนา Easy Read and Plain Language การเข้าถึงข้อมูลที่อ่านเข้าใจง่าย และภาษาที่เข้าใจได้สำหรับทุกคนนะคะ ซึ่งในวันนี้ค่ะ เราได้รับเกียรติกับผู้เข้าร่วม ทั้ง 3 ท่านนะคะ แต่ก่อนที่จะไปพบกับท่านวิทยากรนะคะ เรามาทำความรู้จักกัท่านวิทยากรทั้ง 3 ท่านก่อนนะคะ ท่านแรกท่านชูศักดิ์ จันทยานนท์ นะคะ ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง เกียรตินิยมอันดับ 1 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชนะคะ และลำดับปริญญาโทศึกษาศาสตรบันฑิต ประวัติการทำงานนนะคะ ที่ผ่านมา ท่านเคยดำรงตำแหน่ง หลักการสุขภาพแห่งชาติ และกรรมการส่งเสริมกระทรวงศึกษาธิการนะคะ ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งและอนุกรรมการที่สำคัญอีกมายมาย โดยตำแหน่งที่สำคัญค่ะ บุคคลออทิสซึมไทยนะคะ สมาคมพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยนะคะ สำหรับวิทยากรท่านที่ 2 นะคะ ท่านอาจารย์วันทนีย์ พันธชาติ นะคะ ท่านจบการศึกษา ปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประวัติการทำงานที่ผ่านมา ท่านเคยดำรงตำแหน่งเทคโนโลยีสิ่งอานวยความสะดวก หรือ A-MED สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมค่ะ ท่านดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญของศูนย์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์นะคะ และเป็นผู้อำนวยการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ และวิทยากรท่านสุดท้ายนะคะ ท่านพลธร ขุนสะอาด ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งสมาคมผู้ปกครองผู้พิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทยนะคะ อนุกรรมการและส่งเสริม คุณภาพชีวิตคนพิการ ประธานชมรมผู้ปกครองคนพิการจังหวัดนนทบุรีนะคะ โดยเวทีเสวนาในวันนี้ค่ะ เราได้รับเกียรติจากผู้ดำเนินรายการเสวนา รับเรื่องร้องเรียนและผู้บริโภคนะคะ คุณตรี บุญเจือ ค่ะ ขอเสียงปรบมือท่านวิทยากรทั้ง 4 ท่านค่ะ (คุณตรี) ขอบคุณท่านพิธีกรนะครับ ก็วันนี้เราคุยกันมาตั้งแต่ในเรื่องของการทำ MOU นะครับ แล้วก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราจะพูดกันเรื่อง Easy Read กับ Plain Language นะครับ ซึ่งท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน ก็ได้ปูพื้นให้เราแล้วนะครับ ว่า Easy Read หรือ Easy to read กับ Plain Language มีลักษณะอะไรอย่างไรนะครับ แล้วก็มีคำสำคัญหลาย ๆ คำเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคำว่า Universal Design นะครับ เป็นเรื่องของการออกแบบสำหรับคนทุกคน หรือว่า Assistive Technology เทคโนโลยีที่หลาย ๆ คนรวมถึงคนพิการด้วยได้เขาถึงข่าวสารเหล่านั้น ก็จะเป็นเรื่องของการพูดถึงของสิทธิของคนพิการ แล้วก็ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส หลาย ๆ คนได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ ที่ผ่าน ไม่ว่าจะเป็นกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ แล้วก็กิจการโทรคมนาคมนะครับ ซึ่ง กสทช. จัดการดูแลอยู่นี่ จะเป็นข้อมูลข่าวสารกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะช่วยให้คนทุกคนที่สามารถที่จะเข้าถึงได้ให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ นะครับ เนื่องจากว่า กสทช. นี่ ทำให้มิติของคนพิการทางด้านการได้ยิน หรือการสื่อความหมายกับคนพิการด้านการเห็นในเรื่องของ Assistive Technology ที่พูดถึงเรื่องของเสียงบรรยายภาพ คำบรรยายแทนเสียงอะไรต่าง ๆ เหล่านี่นะครับ ในสื่อที่เรียกว่ากิจการโทรทัศน์มาสมควรแล้ว ตั้งแต่ปี 2559 นะครับ เรื่อง Easy Read กับเรื่องของ Plain Language ก็อาจจะเป็นเรื่องของค่อนข้างยังไม่ได้มีการพูดถึงมากนัก ในประเทศไทยเรานะครับ แล้วก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราส่งเสริมในเรื่องของการเข้าถึง สิทธิคนพิการในการเข้าถึงจากกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมนะครับ ฉะนั้น วันนี้ก็ได้รับเกียรติจากวิทยากรทั้ง 3 ท่านนะครับ พิธีกรก็ได้แนะนำไปแล้ว ผมไม่แนะนำซ้ำแล้วกันนะครับ ก็มีประเด็นอยู่ประมาณ 3 ประเด็นด้วยกันที่จะถามท่านวิทยากรทั้ง 3 ท่านนะครับ กับเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิด ๆ นะครับ ขออนุญาตอาจารย์ทั้ง 3 ท่านด้วยนะครับ คำถามแรก ผมจากท่านอาจารย์มณเฑียรจากที่ได้คุยเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องของ Easy Read แล้ว Plain Language แล้วนะครับ แต่ละท่านมีอะไรจะเสริมในเรื่องความหมาย ในเรื่องความเข้าใจเรื่อง Easy Read กับ Plain Language บ้างไหมครับ มีอะไรเพิ่มเติม หรืออาจารย์ชูศักดิ์เชิญตรงนี้ครับ เชิญครับ (อาจารย์วันทนีย์) ก็สวัสดีทุกท่านนะคะ อาจารย์มณเฑียร ก็เริ่มเลย ตั้งแต่คำนะคะ ว่า จริง ๆ มันมีคำใช้อยู่ 2 คำนะคะ Easy Read นะคะ กับ Easy to Read นะคะ มันก็อยู่ที่มันอาจจะเป็นเรื่องวิวัฒนาการของภาษา ทำให้มันง่ายยิ่งขึ้นนะคะ เดิมการใช้ ก็จะใช้ Easy to read แต่บางประเทศนะคะ เช่น นิวซีแลนด์ก็จะใช้ ตอนนี้อังกฤษก็จะใช้เหมือนกันนะคะ ก็จะใช้ Easy Read นะคะ อาจารย์ เราฟังอาจารย์มณเฑียร แล้ว จริง ๆ แล้วน่ะ คือข้อมูลหมายถึงสารที่สื่อออกมา ในภาษาอังกฤษเขาจะใช้ Information นะคะ Infoamation นี่นะคะ ที่อ่านได้ง่าย เข้าใจง่าย อันนี้เป็นหลักการเลยนะคะ สำหรับความหมายของ Easy Read หรือ Easy to Read ซึ่งเรายังคุยกันอยู่นะคะ ว่าภาษาไทยเราจะใช้คำอะไรดีนะคะ อันนี้ต้องขอเวลาตกผลึกกันสักนิดหนึ่งนะคะ แม้กระทั่งคำว่า Plain Language ซึ่งคำว่า Easy to Read หรือ Easy Read นี่ มันก็พอมาแล้วนี่ มันคือเรื่องของการใช้ภาษาที่ง่ายนี่ มันก็เลยมี 2 ระดับ ระดับที่เป็น Plain Language คือทั่วไปกับ Easy Read หรือ Easy to Read นี่ ก็จะเป็นที่ท่านอาจารย์มณเฑียรพูด ก็คือเป็นการสร้างนะคะ เรื่องของการข้อมูลที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย อันนี้้เป็นหลักการนะคะ ค่ะ (คุณพลธร) ผมเติมนิดหนึ่งนะครับ ตอนนี้อาจารย์มณเฑียร พูดนี่ มีคีย์เวิร์ดเรื่อง Easy Read หรือ Easy to Read กะทัดรัดแล้วก็ชัดเจน ในฐานะที่ผมเองก็อยู่ในครอบครัว ที่มีลูกที่มีภาวะออทิสติก ฉะนั้นคำ 3 คำนี้ เป็นหลักที่ผมใช้มาตลอดในการสื่อสารกับลูก ๆ แล้วมันก็ใช้ได้ผลนะครับ เพราะว่าถ้าเราไม่พูดอะไรที่มันสั้น ชัดเจน เขาก็จะคิดไปอีกแบบหนึ่ง หรือเขาอาจจะไม่เข้าใจ เพราะว่าข้อจำกัดของเด็ก ๆ ที่มีข้อจำกัด... การแปลงสื่อมาเป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้น อะไรที่เราพูด ไม่เข้าใจ เขาก็จะทำตามที่เราสื่อสารไม่ได้ แล้วมันก็กลับมาย้อนที่ตัวเขาเองว่าเขาไม่สามารถบอกความต้องการของตัวเองได้ มันถึงไปส่งผลพฤติกรรมการเรียนรู้อะไรต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้น Easy to read มันมีนานแล้วครับ มันคู่กับความ ข้อจำกัดในเรื่องของภาษาและข้อสื่อสาร แต่ว่าผมมองอีกมุมหนึ่งว่า คำว่า Easy to Readนี่เป็นคอนเทนต์นี่มันเป็น Process ด้วย หรือว่าเป็นกระบวนการด้วย บางทีพ่อแม่นี่ ใช้ Easy to read กับลูกทุกวัน แต่ไม่รู้ว่านั่นล่ะคือ Easy to read ผมก็คิดว่ามุมมองว่าเราจะพัฒนาระบบนี้ เราต้องสร้างเรื่องความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการใช้ Easy Read หรือ Easy to read การสื่อสารของเด็ก อันนี้คือประเด็นที่ 1 วันนี้ผมจะนำเสนอกลไก จริง ๆ มูลนิธิออทิสติกเราทำเรื่องนี้มานานพอสมควร ปีนี้ก็ 20 กว่าปีแล้ว แรกเริ่ม ก็เป็นการสื่อสารทางเลือก อาจารย์วัทนีย์นี่ล่ะเป็นคนชวนเรามาทำ เราก็ของเรา มาพัฒนาเป็น Application เราได้พัฒนาเรื่องนี้ไปเชิงลึก แต่ว่าเราไม่ได้เอามาบูรณาการกับการร่วมกันนี่ มันก็เลยไปได้ไม่ถึงฝั่ง อีกประเด็นหนึ่งนี่ อาจารย์มณเฑียร พูดถึง LDPDFการสื่อสารเป็นสิทธิของคนพิการ ปัญหาก็คือคนพิการที่ไม่ได้อยู่ในระบบบริการนะครับเมื่อกี้อาจารย์ถามว่าถึง 1,000,000 ไหม น่าจะเกิด 1,000,000ทั้งข้อจำกัดเรื่องการจำกัดเรื่องมีบัตร ไม่มีบัตร ทั้งข้อจำกัดเรื่องของการเรียนรู้ วันนี้เรามีเรื่องของการส่งเสริมการเรียนรู้นะ เรามี พ.ร.ก. ส่งเสริมการเรียนรู้ แต่พอเวลาเราพูดถึงการเรียนรู้รูปแบบ AT เลยเพราะเขายังไม่เข้าใจ เขายังเข้าใจว่า การส่งเสริมการเรียนรู้นี่ มันเป็น Normalize นะ เฉพาะด้าน หรือเฉพาะเจาะจงนี่มันต้องมีการพัฒนา เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า 2 มิตินี้ เดี๋ยวเราจะมาคุยกันด้วยกันนะครับ // มีอะไรเสริมไหมครับ สำหรับผมนะครับ อาจารย์มณเฑียรพูดถึง Easy to Read Easy Read to Understand แต่ในมุมของผมนี่จะในมุมของผู้สูงอายุ และผู้พิการทางสติปัญญา ผมอยู่ปั๊มน้ำมันต่างประเทศ ผมว่าปั้มน้ำมัน ปตท. นี่ชัดเจนดีมาก ตัวหนังสือชัดเจน สัญลักษณ์ก็ชัดเจน ที่จอดรถคนพิการก็ชัดเจน แต่บางครั้ง คนพิการเป็นผู้ด้วยโอกาสนะ ร่างกายแข็งแรง ขับรถนี่ มาแย่งโอกาส ผมอยากจะให้มีสื่อที่ชัดเจนแล้วมีกฎหมายรองรับ หรือว่าเขียนชัด ๆ เลย ที่จอดรถคนพิการ ฝ่าฝืน ปรับ 2,000 เอาให้เข็ด อยากจะลงไปฉี่ เสีย 2,000 เขาบอกว่าต่างประเทศนี่ ค่าจอดรถคนพิการนะ ปรับเป็นร้อยเหรียญนะ ผมไม่เคยไปหรอก แต่ในเมืองไทยเอาแค่ 2,000 ก็พอครับ แล้วอีกอย่างหนึ่ง คนพิการทางสายตา เรื่องอ่านนี่อาจจะใช้ภาพสื่อมากกว่า ผมมีโอกาสได้ขึ้นเครื่องไปเชียงรายก็เลยลงปุ๊บ เริ่มปวดฉี่บนเครื่องบินปุ๊บ ไม่ชอบฉี่บนเครื่องบิน เพราะมันโยกเยก ฉี่ไม่ออก ไม่ชอบฉี่บนเครื่องบิน เพราะมันโยกเยก ฉี่ไม่ออก พอถึงเชียงรายปั๊บ ด้วยความปวดฉี่ ผมรีบไปเข้าห้องน้ำ เห็นหัวกลม กระโปรงบาน นึกว่าเป็นห้องน้ำผู้หญิง ห้องน้ำผู้ชายคงจะอยู่ใกล้ ๆ กัน ผมรีบเดินไป มีเด็กพิการทางสติปัญญาบอกอยู่นี่ ๆ เขาชี้ไปทางหัวกลม อันนั้นคือสัญญาลักษณ์ของห้องน้ำผู้ชาย เห็นไหมครับ เด็กพิการนี่ ไม่มีตัวหนังสือบอกก็แล้วแต่ แต่เห็นสัญลักษณ์เข้าใจได้ง่าย เข้าถึงง่าย เข้าใจได้ง่ายครับ (ดร.ตรี) แล้วสิ่งที่ น่าจะตรงกันของความเป็น Easy Read คือรูปแบบของการสื่อสารที่เข้าใจง่าย ใช่ไหมครับ คือหมายถึงช่องการวิธีการ รูปแบบ แล้วก็ Plain Language เป็นลักษณะที่เป็นภาษาที่เรียบง่าย ที่จะเข้าใจได้ครับ เมื่อกี้ท่านอาจารย์มณเฑียร ได้พูดถึงกฎหมายของอเมริกาใช่ไหมครับ ผม ผมเลย Search หา ก็คือเขาบอกว่าใน... ใช่ไหมครับ ใน Fedaral agency ก็คือหมายความว่าหน่วยงานภาครัฐของทางอเมริกานี่ ของทางอเมริกาจะต้องสื่อสารของมูลของทางรัฐฯ ที่มีความชัดเจนนะครับ ใช้คำว่า Clear นะครับ คือ หมายถึงว่า Public นี่ คือ เข้าใจแล้วใช้ง่ายได้ ก็...นะครับ แล้วก็มี Federal Plain Language Guideline แนวทาง วิธีการปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนั้น วันนี้เดี๋ยวจะเป็นถัดไปนะครับ ว่า ภาครัฐไทยควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง ขอเป็นคำถามที่ 3 แต่คำถามที่ 2 แล้ววิทยากรแต่ละท่านมองว่า Easy Read Easy to read อะไรก็ตามที่จะใช้คำนะครับ แล้วก็ Plain language จะเกิดประโยชน์กับใคร แล้วก็ใครจะใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ บ้างนะครับ คือ ผมลองนึกถึง คือ ผมจะคุ้นเคยทางสายคนตาบอด คนหูหนวก แล้วผมก็เคยใช้คำบางคำ แบบว่าคำเฉพาะ หรือว่าคำแสลงอะไรบางอย่าง บางทีผมก็พูดกับพี่ ๆ หูหนวกว่า กิน เวลา อย่างนี้ครับ แล้วถามว่าพี่รู้จัก เข้าใจไหม เขาก็บอกว่า ถ้าแปลตรงไปตางมา ก็คือกินก็คือกิน เวลาก็คือเวลา พอเอามารวมกันมันหมายถึงอะไรประมาณอย่างนี้นะครับ ก็ต้องอธิบายกัน อะไรประมาณอย่างนี้ อันนี้จะเป็นส่วนหนึ่ง ที่เราต้องพูดว่าภาษาที่เป็น Plain Language จำเป็นที่จะต้องเป็นภาษาที่สามัญทั่วไปที่ไม่ใช้คำแสลงอะไรต่าง ๆ เหล่านี้หรือเปล่านะครับ แล้วใครจะได้ประโยชน์บ้างครับ ขอเรียนเชิญอาจารย์วันทนีย์ ก่อนนะครับ (อาจารย์วันทนีย์) ค่ะ ในส่วนของ Easy Read Easy to Read หรือ Plain Language นะคะ ก็คือเราก็จะเป็นกลุ่ม ถ้า Plain Language นี่น่าจะเป็นเรื่องของทั่วไปนะคะ ก็คือว่าเราอยากให้คนทั่ว ๆ ไปนะคะ ที่อาจจะไม่รู้ศัพท์วิชาการ ไม่รู้ในเรื่องคำศัพท์ที่บอกราชการใช้อะไรอย่างนี้นะคะ ได้เข้าใจนะคะ เท่าที่เคยเห็นมานี่ ในประเทศไทยเรานะคะ ที่มองเลยนะคะว่ามีเรื่องของ Plain Language หรือว่า Easy to read นี่ ก็คือสารานุกรมไทยนะคะ ถ้าทุกคนได้ไปดูนะคะ สารานุกรมไทยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช่ไหมคะ ท่านคิดมานานได้ ถ้าคนไปดูนะคะ ท่านก็จะเป็นผู้เขียนหนึ่งในนั้น มีข้อกำหนดมาเลยนะคะ ว่า 1. ให้เขียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะคะ ที่เขาติดต่อมา 2. เรื่องนั้นนะคะ จะต้องมีการเขียนสำหรับเด็กประถม สำหรับเด็กมัธยม ซึ่งสารานุกรมไทย 1 เล่มนะคะ มีทั้งระดับต่าง ๆ จนถึงเฉพาะคนทั้งประเทศ แต่ถ้าท่านคำนึงถึงเด็กมัธยมที่ต้องใช้ภาษาอีกรูปแบบหนึ่งให้เราได้เข้าใจ เรามีเด็กประถมที่จะอธิบาย อันนี้ล่ะค่ะ เป็นตัวอย่าง Plain Language ที่เราทุกคนนี่นะคะ อาจจะไม่เคยนึกนะคะ แต่บอกว่าประเทศไทยเรามีมานานนะคะ อันนี้ก็ขอฝากไว้นะคะ ค่ะ นอกจากนั้นอาจจะต้องให้ทางอาจารย์ชูศักดิ์นะคะ ว่าใครอีกที่ได้ประโยชน์ (คุณพลธร) ครับ ขออนุญาตท่าน ผอ. ตรี นะครับ แล้วก็เครื่องติดแล้วนะครับ เครื่องติดแล้ว จริง ๆ แล้วนี่ ผมคิดว่า Easy Read หรือว่า Plain Language มันคือการสื่อสารสำหรับทุกคน เพราะฉะนั้น ถามว่า แล้วใครจะได้ประโยชน์ ก็คือทุกคนจะได้ประโยชน์ ทีนี้ถ้าเจาะลึก ว่าทุกคนนี่ หมายถึงใคร คือกลุ่มคนพิการ กลุ่มเด็กออทิสติก กลุ่มเด็กที่บกพร่องทางสติปัญญานะครับ เราอย่าลืมว่ากลุ่มพัฒนาการหรือว่ากลุ่มออทิสติกนี่ มันมีความสัมพันธ์ ระหว่างพัฒนาการกับตัวอายุ จริง เด็กบางคนนี่ โตแล้ว แต่สื่อสารไม่ได้ เพราะพัฒนาการสื่อสารทางภาษาเขาไปไม่ถึง ทีนี้ถามว่า Easy to read มันเป็นการอ่านใช่ไหม จริง ๆ มันไม่ใช่ มันเป็นเนื้อหาที่ทำให้เขาเกิดความเข้าใจ เพราะฉะนั้นกลุ่มคนพิการที่... ทางการแพทย์นะ ขออนุญาตเป็นทางการแพทย์ เป็นระดับ ก็จะ Tier 1 Tier 2 Tier 3ผมแปลของผมเอง ก็คือต้องการความช่วยเหลือน้อย ความช่วยเหลือปานกลาง แล้วก็ต้องการความช่วยเหลือมาก อาจารย์มณเฑียรก็พูดสิทธิไปแล้ว ทีนี้ถามว่า แล้วทั้ง 3 กลุ่มนี้ ไอ้ตัว Easy Read ไอ้ตัว Plain Language มันจะต่างกันไหม ต้องถามก่อนว่าสิ่งเหล่านี้มันจะออกมาเป็นตัว Text มันจะออกมาเป็นภาพ มันจะออกมาเป็นเสียง มันจะออกมาเป็น Format อะไร เพราะฉะนั้น ไอ้การสร้าง Format ที่เหมาะสมนั่นล่ะ จะเป็นการที่ทำให้เขาเพราะฉะนั้นที่เราอาจจะวนไปวนมาหลายปีนี่ เพราะเราไปเข้าใจว่ามันคือการเรียนรู้ด้วยการเขียน ด้วยการอ่าน เพราะมันอาจจะมีครู หรือคนที่เขาสนใจ เขา Research เฉพาะเรื่อง เขาก็วนจุดนั้น แต่จริง ๆ ในชีวิตประจำวันนี่ มันใช้ได้หมดเมื่อกี้คุณพลธรพูดว่าเวลาไปต่างประเทศนี่ มันจะเห็นป้ายน่ะ มันดูง่ายน่ะ เราก็พยายามบอกว่าสิ่งที่อำนวยความสะดวกในประเทศไทยนี่ ต้องเป็นสิ่งที่คนพิการเห็นแล้วเข้าใจนะ แล้วคนพิการไม่ได้มีกลุ่มเดียว มีตั้งหลายกลุ่ม เขารู้แล้วว่าตรงนี้ต้องไปอย่างนี้ อันนั้นน่ะ Understanding ไม่ใช่แต่คนพิการหรอก คนทุกคนก็ต้องการแบบเดียวกัน ไอ้สิ่งนี้มันจะเป็นประโยชน์ ถ้าเราสามารถออกแบบรูปแบบการทำงานให้มันเหมาะกับฟังก์ชันของแต่ละคน อันนี้คือในส่วนที่ผมทำ หรือในส่วนที่ผมเห็นมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่า Easy Read มันอาจจะมีหลายรูปแบบเช่น สื่อ เสียง แม้กระทั่งแอปพลิเคชัน แม้กระทั่งเกมนะครับ ที่จะเป็น Interactive Interactive หรือ VR เร็ว ๆ นี้ ผมกำลังจะจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้สำหรับคนออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ที่ผมใช้คำนี้ มันจะตรงกับที่หลายท่านพูดว่า เอ๊ะ บ้านท่าน คือไม่มีบัตรคนพิการ ไม่มีสิทธิ์ เพราะฉะนั้นคนที่เขาไม่มีบัตร แต่คนที่ต้องการพิเศษ มี Special Need เราจะดูเขาไหม เพราะฉะนั้น วันนี้มูลนิธิออทิสติกไทยประกาศแล้วว่า ปีนี้ เราจะทำ 2 Center นำร่อง อีก 18 centre ผมพึ่งกลับมาจากเชียงราย จากป่าซาง ของการของสมเด็จพระเทพฯ ประทับใจมาก แล้วเราจับ Zoom กับเด็ก ๆ ของเราที่กรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด เราจะ Inclusion หรือ inclusive Application เลยครับ คนที่นั่นเขาไม่ได้แยกคนพิการออกมาจากสังคม แล้วก็ยอมรับ มีเด็กอยู่ 4 คน เป็นน้องกลุ่มออทิสติก 2 คน กลุ่มดาวน์ซินโดรม 2 คนกับเพื่อน แล้วคนในชุมชนก็ไม่ได้แยก เลือกปฏิบัติด้วยกัน แต่เขาก็ใช้สื่อทางเลือกนี่เข้ามาช่วยนะครับ เขาจะมีการใช้ PTL เขามีการใช้กระบวนการเรียนรู้ มีการใช้ Virtual ที่เป็นรูปภาพ เราใช้ภาพในการสื่อสารกัน เราทำ Text เราทำ AAC นะ คลิปการเรียนรู้ส่งไป ผมว่าการเรียนรู้แบบนี้สำคัญ ก็คือมันจะเกิดประโยชน์ต่อเมื่อรูปแบบมันเหมาะสมกับเลเวลของการเข้าใจและการรับรู้ของเขา ขณะเดียวกันนี่ สื่อที่เขาต้องใช้นี่ มันต้องทำให้เขาเรียนรู้ได้อย่างสนุก แล้วก็เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นกระบวนการเหล่านี้มันจะต้องมีระบบที่จะ Training นะครับ นักวิจัยนะ ว่า เอ๊ะ ทำไมไม่มาใช้ทรัพยากรที่ผมมี ผมไม่ได้ขอทุนใครเลยนะ แต่ผมทำ Learning Center ทั่วประเท40 แห่งทั่วประเทศกำลังจะขยายเป็น 60 ผมจะทำเรื่องดิจิทัลนี่แหละ ตอนนี้ก็เริ่มแล้ว เราจะใส่ 3D Animation ตั้งแต่ตัว 3D Animation เลยนะ ที่ใส่เรื่อง VR แล้วเด็กเรียนรู้ได้นี่ ถามว่าในรูปแบบนั้นได้ไหม ในต่างประเทศเขามีหมดแล้วครับ แต่มันไม่เป็นภาษาไทยเราเท่านั้นเอง มันก็ไป Adjust ปรับให้เหมาะกับการเรียนรู้ของนักเรียน ผมมองไปถึงขั้น... ต่อไป อีกทีน้อง ๆ ที่เป็น Create Content เมื่อวันก่อนไปจับมือกับ LINE แล้วทำงานกับเด็กผมนี่ เขาบอกว่าเขาเห็นไอเดียเยอะแยะเลย Content Creator ที่เป็นคนทั่วไป เขาเห็นแล้วเขาอยากสนับสนุน เขาบอกเขาไม่คิดว่าเด็กเหล่านี้จะไป... เพราะฉะนั้น ใน Tier 1 Unlimited แน่นอน ถ้าเราสามารถออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถผลักดันความสามารถของแต่ละคนให้ไปถึงที่สุดได้นี่ มันเกิดประโยชน์สูงสุด เอาล่ะในกลุ่ม Tier 2 กับ Tier 3 นี่ ใช้ชีวิตประจำวัน สื่อสารอย่างปลอดภัย Easy Read มันได้ตั้งแต่สุขภาพเลยนะ สุขภาพ เขาจะไปหาหมอ เขาจะทานยา เขาจะสื่อสารอย่างไรบอกการเจ็บป่วยของตัวเองอย่างไร ทำได้เลย ไปเรื่องของการเรียน การเรียนมานี่ อนาคตการเรียนล่มสลาย การศึกษาในระบบจะน้อยลง คนเรียนนอกระบบมากขึ้น และผมเชียร์นะ คนเรานี่วันนี้นอกระบบพัฒนามากกว่าในระบบนี่ เพราะฉะนั้น แพลตฟอร์มถ้าเอาจริงอาจารย์ เพราะฉะนั้น ในเรื่องแพลตฟอร์มนี่มันต้องไดนามิกแล้วก็ตอบโจทย์การเรียนรู้ทุกแหล่งให้ได้แล้วเดี๋ยวนี้มันไม่ต้องมาเจอกันแล้วนะ ผมพาเด็กที่อยู่ไป... แล้วน้อง ๆ ที่เป็นเด็กทั่วไป เขาแฮปปี้มากเลย ก็แค่กล้องตัวเดียวนึกออกไหมครับ มันอยู่ที่ชุดภาษา กับชุดความคิดที่เราจะสื่อสารนี่มันจะไปด้วยกันได้อย่างไร เพราะฉะนั้น อันนี้คือประเด็นงานวิจัยที่มูลนิธิพร้อมนะครับ ที่จะทำงานเรื่องนี้ เราคิดว่าเรามีตัวกลุ่มเป้าหมายทดลอง ถ้าเราทำแบบแผ่กระจายนะ แล้วไปถึงถามว่าใครได้ประโยชน์ วันนี้ลองจับกลุ่มเป้าหมายที่เขาต้องการใช้อย่างจริง ๆ จัง ๆ ไหม ผมมีอยู่ประมาณสัก 1,500-2,000 ครอบครัว ทั้ง Process นะ ตั้งแต่ 3 ขวบ จนถึง 45 ปี บางคน 45 ปี ยังสื่อสารไม่ได้นะครับ อนาคตไม่รู้เขาจะอยู่อย่างไรนะ ไปอยู่บ้าน ผู้สูงอายุก็ไม่มี บ้านบางแคก็ยิ่งไม่มีเข้าไปใหญ่เอ๊ะ มันจะทำอย่างไรให้กลุ่มนี้ใช้ได้ Easy Read หรือว่า Plain Language ที่มันเป็นระบบที่มันใช้ง่าย ใช้ได้จริงอันนี้คือความตั้งใจ ที่มาวันนี้เพราะต้องการพูดเรื่องนี้ วันนี้ผม องค์กรผมประเมินมาตรฐานของ พก. นะ นี่นายกสมาคมไม่อยู่เขาจะหักคะแนนหรือเปล่า แต่กรรมการอยู่ เดี๋ยวจะกลับไปบอกผู้ประเมินว่าจะกลับไปอธิบายเพิ่มเติมให้ แต่ใจ อาจารย์ชวนตั้งแต่ต้นแล้วล่ะ แล้วก็ได้ทดลองทำไปบ้างแล้ว ผมคิดว่า Mindset บางอย่างนี่เราต้อง Adapt เพราะถ้าเราไปตามทฤษฎีอย่างเดียว จะได้ชุดภาษามาชุดหนึ่ง ตอนผมทำบัตรภาพ EAC ที่แจกโควิดนี่ ผมขอบัญชีคำจากต่างประเทศนะครับ เป็นบัญชีคำที่อเมริกานี่เขาใช้ฝึกพูดเด็กออทิสติกของประเทศเขาน่ะ ขอโทษนะผมขอที่เมืองไทยไม่ได้ ผมไปขอบัญชีคำต่างประเทศแล้ว วาดคำนาม คำกริยา แล้วก็กรรมต่าง ๆ ออกมาเป็นภาพ ลายเส้นสไตล์เขา เชื่อไหมครับว่า ที่ทดลองใช้สื่อสารการ Adapt ฉะนั้น... ทำแค่เอาความรู้ที่... เขามีอยู่แล้วนี่มาผ่านสื่อที่มันเห็นภาพ เข้าใจง่าย แล้วก็... อยากให้... ทาง กสทช. นี่เข้ามา Resource กลุ่มเป้าหมายจะเกิดประโยชน์สูงสุดเลยครับ มาไกลเลยครับ ขอบคุณครับ Easy Read Plain Language นี่ครับ พวกผมนะ ใช้พวกผม เด็ก ๆ สติ... นะครับ จบ ป.6 นะ ยังอ่านหนังสือไม่ออกสักตัวหนึ่ง Easy Read ได้อย่างไร เด็กชมรมผมนะไปเรียนนะ ไปเรียนมาตั้งหลายปี จบ ป. 6 เรียบร้อย อ่านหนังสือไม่ออกสักตัวหนึ่ง ลูกผมนี่เรียนที่จังหวัดอุดรฯ มา 4 ปี ตอนนี้เขียนได้ 4 ตัวแล้ว อยู่ ป.4 แต่ถ้าจบ ป.6 มันคงจะได้ 10 ตัวแน่ นี่ครับ Easy to read สติปัญญา จะเอาปัญญาที่ไหนไปอ่าน ไปเข้าใจ มันไม่ได้ มันไม่ตรงกับความต้องการ แต่ถ้าจะไปข้างหน้าหรือเหลียวหลัง ผู้พิการทางสติปัญญานี่ แบบที่อาจารย์ท่านว่า อะไร Plain Language แปลงมาเป็นสัญญลักษณ์ แปลงมาเป็นรูปภาพได้ไหม เช่น 2 ขา หัวกลม รู้เลย อันนี้ฝากไว้นะครับ นี่ผมฝากไว้แค่นี้ครับ (ดร.ตรี) เรากำลังจะคุยกันว่า Easy Read อาจจะไม่ได้มีรูปแบบของการเป็นตัวอักษรอย่างเดียว ถ้าคำภาษาอังกฤษ ก็คือเป็น Document ใช่ไหมครับ ไม่ใช่เป็นเอกสารที่เป็นการพิมพ์อย่างเดียว สามารถที่จะแปลงเป็นรูปแบบที่ภาพมีอะไรด้วย ย้อนกลับไปที่อาจารย์มณเฑียร พูดตั้งแต่แรกว่า Easy Read เป็นลักษณะของ Technology มันอาจจะมีความเฉพาะ มีความ... อยู่บ้าง เพราะถ้าผมมองย้อนกลับไป ถ้าแล้วถ้าเป็นรูปใน... เอกสารที่เป็น Easy Read ที่เป็นสัญลักษณ์แบบนี้ แล้วถ้าทางคนตาบอด จะมีข้อจำกัด สิ่งที่ผมสรุปรวมจากทุกท่าน ก็คือคนที่จะใช้ ...ไม่ใช่แค่แบบว่าคนพิการกลุ่มออทิสติกก็ตาม กลุ่มสติปัญญาก็ตาม แต่อาจจะเป็นเด็กก็ได้ แล้วการใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ นะครับอาจะทำให้... บางทีก็อาจทำให้คนหลาย ๆ คน คนบางกลุ่มได้ อย่างนี้ครับ โอเค ใช้กับได้ไหม ได้บ้าง แล้วเขาจะรู้เลยแล้วเขาสามารถเดาต่อได้อีกว่าคืออะไร เพราะว่าถ้าเราให้เขาเรียนไปตามธรรมชาติเหมือนกับคนอื่น เขาได้แค่นั้นนะ แต่ถ้ามันมีได้ง่ายขึ้น อันนี้อาจจะทดลองออกมาถ้าเป็น Easy Read มันจะเป็นบัตรภาพ เป็นหนังสือภาพ เป็นหนังสืออ่านง่าย จะเป็นคำอ่านง่าย จะเป็นแพลตฟอร์ม มันต้องมีสเต็ป สเต็ป อันนี้ฝากไว้ครับ เพิ่มนะคะ วันนี้เรามาเห็นแล้วความต้องการนะคะ ไม่ใช่แต่เป็นเรื่องของสื่อที่เป็น ที่เมื่อกี้เราพูดเรื่อง Document เรากำลังพูดถึงสื่อทุก ๆ อย่างนะคะ ทีนี้สิ่งสำคัญนะคะ ที่บอกว่าการที่บอก... อาจารย์มณเฑียร เรียกว่ามันอาจจะเป็นภาษาเฉพาะนะคะ อันนี้ต้อง Train ในการคนที่จะสร้าง ที่สร้าง Easy Read แล้วเราก็ สิ่งที่ Easy Read ต้องการนะคะ ก็คือภาพประกอบ ภาพประกอบต้องเข้าใจได้ง่ายนะคะ ก็ทำงานกับอาจารย์ชูศักดิ์มานานนะคะ จริง ๆ แล้วนี่คะ ตัวที่เป็น ภาพที่เป็นตัวแทนของคำในภาษานี่ จริง ๆ แล้วน่ะ เราพยายามสร้างกันมานะคะ แล้วจริง ๆ ในต่างประเทศนี่ เขาก็จะมีนะคะ ตัวเขาเรียกว่าตัว Symbol เราเรียกว่าเป็น Picture Sybol ตัวนี้นี่ จะไปคู่กับคำนะคะ เพราะฉะนั้นนี่วิธีการสร้าง Easy Read นี่ก็ต้องดูความต้องการของทางคนใช้ด้วยนะคะ ว่าเขาต้องการประเภทไหนนะคะ 1 ภาพ 1 คำ 1 ประโยค 1 ภาพ หรือ 1 Paragraph 1 ภาพ ระดับความเข้าใจนะคะ ในการที่จะเข้าใจเนื่อหานะคะ ขณะนี้เราพูดกัน Beyond เรื่องเรา Beyond ไปจนถึงป้าย ใช่ไหมคะ ป้ายทาง ป้ายประกาศ สัญลักษณ์ต่าง ๆ นะคะ ต้องเป็นที่เข้าใจง่ายนะคะ ใน ISOหรือ IEC ก็มีการพูดถึง ว่าทำอย่างไรถึงจะมีสัญลักษณ์ที่เป็นสากล และเป็นที่เข้าใจกันในทุกกลุ่ม อันนี้ก็อยู่เป็น ISO เหมือนกันนะคะ ก็ต้องเรียนว่าถ้าเวทีนี้เป็นเวทีแรกเลยนะคะ ที่เราเริ่มพูดเรื่อง Easy Read แล้วเราจะมีความเข้าใจตรงกันนะคะ ถ้าเราคุยกันไปเรื่อย ๆ คุยกันไปอีกหลาย ๆ ง่าย เราจะเข้าใจเลย ว่าความต้องการของกลุ่มผู้ใช้นี่ มีความต้องการและคาดหวังการทำ Easy Read ในเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องขอบคุณเวทีนี้มากเลยนะคะ ที่มาเปิดประเด็นนะคะ แล้วเราจะมีการนัด Focus Group อะไรต่าง ๆ มีความเข้าใจจริง ๆ ว่าในประเทศไทยนี่ สถานการณ์อาจจะไม่เหมือนในต่างประเทศนะคะ ในต่างประเทศนี่ เด็ก ๆ เขาได้เรียนมาแล้ว เรียนหนังสือมาแต่ข้อจำกัดของการเข้าถึงเนื้อหาที่มันเผยแพร่โดยทั่วไปนี่ เขาเข้าไม่ได้ อ่านยาก ดังนั้นมันเลยเกิดหนังสือที่เป็น Easy Read เกิดขึ้นนะคะ แต่ในส่วนของเรา เรามองเห็นแล้วว่าประสบการณ์เรานี่ ที่เราประสบมานี่ มันจะทำเอา Easy Read นี่ เป็นกระบวนการสร้างนะคะ เป็นกระบวนการสร้างสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้นี่ เข้าใจง่าย อ่านง่าย เห็นแล้วรู้ปั๊บเลยว่า Meaning คืออะไร อันนี้ก็คิดว่าเป็นจุดประกายที่สำคัญทำให้นักวิจัยหรือว่าผู้สนใจที่จะทำงานในด้านนี้ร่วมกันต่อไปนี่ ได้ทำงานกัน กำหนดทิศทางกันได้นะคะ ค่ะ ต้องขอบคุณนะคะ ค่ะ (คุณพลธร) เดี๋ยวนิดเดียวเลย วันนี้ผมขอบคุณเวทีนี้มากเลย ฟังอาจารย์ชูศักดิ์ ฟังอาจารย์วันทนีย์สรุปนี่นะ ทำให้ผมมีความหวัง ลูกได้มากขึ้นแน่นอนแล้วก็สัญญาที่จะนำเสนอมันอาจจะไม่เหมือนกันอะไรประมาณนี้ครับ ก็อาจจำเป็นจะต้องใช้... ท่านอาจารย์มณเฑียรครับ เชิญครับ (อาจารย์มณเฑียร) เผอิญผมนั่งอยู่ที่นี่ด้วย ก็เลยคันปากนะครับ ขอบคุณท่านผู้ดำเนินรายการ จริง ๆ แล้ว เมื่อสักครู่ผมพูดไว้ในฐานที่เข้าใจ ไม่ได้นัดแนะกับผู้ร่วมเสวนาเลยนะครับ แต่ว่าผมคิดว่าท่านอภิปรายมาถึงจุดที่ผม แล้วก็มันเข้ากันได้อย่างดียิ่งนะครับ คือเดิมทีนี่ มันมีคำว่า Easy to read and understand form อยู่ใน CRPD นะครับ ข้อบทที่ 9 Form นี่คือ Form อะไร Form of Communication Communication มีอยู่ 3 เรื่อง คือ Mode Means and Format Form ก็คือ Format นะครับ ช่องทาง วิธีการ แล้วก็รูปแบบ คือถ้าเราไปติดยึดอยู่กับถ้อยคำในข้อบทที่ 9 นี่ เราก็จะคิดแค่ว่า Easy to read หรือออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็น Short form Easy read สำนวน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เราหมายถึงแค่ Form ไม่ใช่ พอเราพูดถึงคำว่า Easy to read พอตอนหลัง เราต้องเติมคำว่า Understand and understand เพราะว่าเราไม่ได้พูดถึงเฉพาะการอ่าน เราพูดถึงความเข้าใจด้วย นั่นหมายความว่ามันคือการสื่อสารที่ทั้งอ่านและเข้าใจง่าย พอมันเป็นการสื่อสารปุ๊บ มันไม่ใช่ Document Format อย่างเดียวแล้ว มันเป็นทั้ง Means ทั้ง Mode มันเป็นทั้ง Means ทั้ง Mode ทั้ง Format แล้ว นิ่ง ๆ มันคือการเคลื่อนไหว มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำแล้วจบ แต่มันเป็นกระบวนการ อย่างที่อาจารย์ชูศักดิ์ว่ากันเติมเต็มนะครับ มันคือ... ถ้าพูดแบบเต็ม ๆ แบบยุโรป หรือในเอกสารที่เป็นข้อมติของ UN เมื่อไม่นานมานี้นี่ มันคือ Easy to read and understand communication Easy to read and understand communication ซึ่ง Communication ต้องหมายถึง Means Mode และ Format เป็นทั้งเรื่องนิ่ง และการเคลื่อนไหว เป็นทั้งการใช้ภาษาใน Document ในเอกสาร ซึ่งเป็นกระบวนการ เป็น Step นะครับ เป็น flow นะครับ แม้ว่าจะเกิดขึ้น จะเกิดขึ้นและมีวิวัฒนาการเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะกลุ่ม เฉพาะด้าน เฉพาะกิจก็ตามนี่ แต่การใช้ร่วมกันมันกลับกลายเป็นการเติมเต็มให้คนทั้งมวลได้ ถ้ามองกลับกันนะ มันกลายเป็นการเติมเต็มนะเพราะว่าลำพังแต่ Plain Language ที่มี Target Audience ที่ครอบคลุม อาจจะไม่พอกับคนบางคน มันต้องเติมเข้าไป มันต้องเติม Easy to read and understand communication เข้าไป แต่สำหรับคนทั่วไปนี่ แค่ Plain Language ก็พอแล้ว ใช่ไหมครับ Plain Language พอแล้ว แต่คนบางคนต้องเติมเต็มเข้าไป เอา Easy to read and understand communication เข้าไป ครบถ้วน Hopefully (ดร.ตรี) ขอบคุณท่านอาจารย์มณเฑียร ทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ผมเลย คือผมอยากจะเป็นเรื่องเป็นราวเป็นระบบจริง ๆ ท่านอาจารย์มณเฑียรจำได้ไหมครับ ที่อาจารย์ไปทำ พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรูพระราชบัญญัติ แล้วผมเองก็ตามต่อในมาตรา 16 อะไรก็แล้วแต่นี่ มันมีอยู่ 2 คำ เขาเรียกว่าการเพิ่มสมรรถนะทางการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ วันนี้เราไปเสนอให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างหน่วยงานที่เฉพาะกลุ่มดูแลกลุ่มเฉพาะพวกเราเข้ามา ตอนนี้เขากำลังยกร่างเป็นประกาศกระทรวง ก็ต้องใส่ฟังก์ชันเข้าไป เพราะฉะนั้น เราจะใช้โอกาสนี้ พัฒนาเรื่อง Easy Read Easy to read to understand อะไร เรามาหาคำที่ให้มันชัดนี่ ให้มันเป็นส่วนหนึ่งของ Platform ดีไหม ผมพาเด็กไปที่ท้องฟ้าจำลอง เด็กออทิสติก ผมไปกันเองนะ นั่งรถไฟฟ้าไป 40 คน ปรากฏว่าเขาไปดู กลับมาเขียน Story ให้ผม คุณสุเคยเห็นพี่แจ็กเขียนรายงานใช่ไหม อันนี้เขา Need เรื่อง Easy to Read มากเลยนะ เพราะตอนเขาเขียนเขาเขียนภาษาออทิสติกเขาน่ะ ออทิสติกเขามีภาษาของตัวเองนะ เวลาเขาจะสื่อสารคำกลับประโยค ประโยคสลับคำอะไรทั้งนั้นเลย เพราะเขาไม่ได้ถูกฝึกมาในเรื่องของการเขียนหรือการอ่านที่เป็นระบบ ครูพูดก็จำ จำมาแล้วมาเรียบเรียง จำมาแล้วเรียบเรียงมาเป็นท่อน ๆ เลย เพราะฉะนั้น ไอ้ตรงนี้ ถ้าเราสามารถสร้าง platform ขึ้นมา แล้วให้เข้ามาอยู่ในระบบเรียนรู้เลยนะว่าถ้ามันอยู่นี่ ผมอาสาทำให้ในเครือข่ายของผมเลย เพราะผมต้องการ Knowledge ต้องการ Skill เรามีอยู่เลย Currigurum แล้วเราใส่ไว้ในกระบวนการ แล้ววันนี้เราต้องยอมรับว่า Easy to read มันไม่ใช่แค่อย่าที่อาจารย์มณเฑียรบอกแล้ว มันเป็นเทคโนโลยี พอเป็นเทคโนโลยีมันทำได้มากมาย เราอาจจะมาช่วยกัน ใครช่วยทำตรงไหน ใครลงภาคปฏิบัติ แต่สิ่งสำคัญนี่ ว่าตัว Outcome หรือ Output นี่มันคือผู้พิการของเราทุกคนที่มีข้อจำกัดเรื่องการสื่อสาร สามารถเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ แล้วก็เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากแพลตฟอร์มนี้ได้มากขึ้น แล้วก็เราก็ไป Upskill ไปหลาย ๆ กัน โดยการ Training ดังนั้น ผมจะรับไปสองเรื่อง โดยที่ไม่ต้องใครหนุน ก็คือทดลองทำในพื้นที่ เมื่อกี้ลองชวนอาจารย์ว่าจะเทรนต์ตัว Program manager เพราะว่าเราคิดว่าองค์กรของเรานี่เป็น Manager นะ ในภาคของเรานะ เราคงไม่ไปแตะของภาคอื่น ก็จะทำเรื่องของตัว บทเรียน กับสร้างสื่อนะครับ แล้วผมเปิดไต๋เลยก็ได้ ตอนนี้ผมมีบริษัทออทิสติกไทยเพื่อสังคม เป็น Social Enterprise 100 percentLearning Center Social Enterprise Learning Center Social Enterprise ในประเทศไทย และหลาย ๆ ที่ มันก็จะสร้างงาน สร้างอาชีพได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองในด้านของ Social Enterprise เป็นรายปี แรก ๆ อาจจะอาศัยพัฒนา มันจะเหมือนออสเตรเลีย มันจะเหมือนหลายประเทศที่เขาทำแบบ Service Full ได้ เพราะว่า Social Enterprice ครับ ขอบคุณมากครับ (ดร.ตรี) ครับ ก็เลย ผมจริง ๆ ผมอยู่ในสายที่เรียกว่ากิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์นะครับ หลังจากที่เราคุย มาดูกันว่า คำว่า Easy Read นี่ มันอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของเอกสารที่มันเป็นที่เป็นเอกส๊าร เอกสาร ถ้าสมมติว่าเราคุยกันจริง ๆ แล้วนี่ คอนเซ็ปต์ ก็คือ Easy to read to understand พูดถึงในมิติของสื่อได้ แล้วเราก็พูดถึงในมิติของภาพ การสร้างภาพเคลื่อนไหวนู้น นั่น นี่ ทั้งที่อาจารย์มณเฑียรท่านบอกว่าเป็นทั้ง Means Mode Format ด้วยอะไรประมาณอย่างนี้ครับ ก็สามารถมาปรับใช้ในเรื่องต่าง ๆ หรือในที่ในเกี่ยวข้องของในเรื่องต่าง ๆ ได้ ผมลืมไปนิดหนึ่ง ที่อาจารย์มณเฑียรพูดถึง CRPD สำหรับท่านที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงด้านคนพิการนะครับ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการนะครับ Convention on the Rights of Persons with Disabilities นะครับโอเค ก็หลังจากที่เราคิดกันผมไม่แน่ใจผมแอบขอถามสมาคมคนหูหนวกได้ไหมครับ จริง ๆ เขามองว่า Easy Read Plain Language นี่จะเกิดประโยชน์กับเขาด้วยหรือเปล่า หรือว่ามีประโยชน์ต่อการอ่านใช่ไหมครับ เพราะว่า เพราะว่าทางคนหูหนวกก็จะมีข้อจำกัดในการอ่านภาษาไทยบางอย่างด้วย เพราะภาษาหลักก็คือภาษามือใช่ไหมครับ โอเคครับ ก็อาจจะมีประโยชน์ต่อหลาย ๆ กลุ่มนะครับ ขอบคุณครับ อย่างนั้น ถัดมานะครับ ว่า คือว่าจริง ๆ เราพูดแตกไปหลาย ๆ เรื่องแล้วล่ะครับ ในเรื่องของการขับเคลื่อน หรือว่าผลักดันให้เกิดการพัฒนาแนวคิด แล้วก็การนำไปใช้ประโยชน์จริง ๆ นะครับ กับภาคส่วนต่าง ๆ นะครับ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ภาครัฐอย่างเดียว ภาคเอกชน ภาคของประชาสังคม ประชาชน ในเรื่องของการทำให้เกิดกระบวนการในการพัฒนา Easy Read ของ Plain Language ต่าง ๆ นี่ มีปัจจัยอะไรบ้าง แล้วก็ภาคส่วนใดควรจะเข้ามามีส่วนร่วมบ้างครับ ตรงนี้วิทยากรเราต้องคุยกันเองก่อนใช่ไหมครับ หารือกันก่อนใช่ไหมครับ อะไรที่เป็นปัจจัยที่จะเป็นการขับเคลื่อนผลักดัน แล้วก็การนำไปใช้ของ 2 เรื่องนี้บ้างครับ ทางภาคส่วนต่าง ๆ เลยได้ครับ (อาจารย์วันทนีย์) จริง ๆ ในเรื่องของขับเคลื่อนมันก็คือมาจากความต้องการนะคะ ความต้องการของผู้ใช้นะคะ และสิ่งที่เป็นประเด็นที่จะสร้างนะคะ กลุ่มผู้ใช้ที่ยังมีเรื่องของความบกพร่องในการรับรู้นี่ ได้ข้อมูลนะคะ ได้การวิธีการที่เรามองว่า Means Mode แล้วก็ Format ในรูปแบบที่เขาสามารถเข้าถึง อันนี้นะคะ เราก็จะสามารถทำให้กลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งนี่นะคะ เกิดเป็น Assistive ของประเทศได้ ไม่ได้เป็นภาระนะคะ แล้วเราเห็นชัด ๆ นะคะ กลุ่มออทิสติกอาจารย์ชูศักดิ์นี่ ทุกคน เริ่มแรกเลยนะคะ ดูว่า เราต้องเลี้ยงดูเด็กไปจนตลอดชีวิตนะคะ แต่ปรากฏว่า ในวันหนึ่ง อาจารย์สามารถสร้างนะคะ สร้างเด็กขึ้นมาให้มี Talent นะคะ ในส่วนที่เขายังคงเป็น Talent ของเขาอยู่ จนอาจารย์มีวันนี้ได้ฟังว่าอาจารย์มี Social Enterprise ของกลุ่มเด็ก อันนี้นะคะ ถ้าเราทำแบบนี้กับเด็กที่เติบโตมาทุกกลุ่ม อันนี้ก็จะทำให้ Communication ที่เรากำลังพูด Easy to read Easy communication นี่นะคะ ก็จะไปถึงทุก ๆ คนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน ดังนั้น ประโยคที่เราบอก// ที่เราทำงานกันอยู่ และนักวิจัย ตัวที่ 2 นี่ นี่ ผมคิดว่าเป็นตัวกลไล หรือ คือ ถ้าเราทำแล้ว แล้วเราอยู่แค่ตัว K แต่เราไม่มีตัวกลไกในการกระจายไปทุกพื้นที่นี่ มันก็ไม่มีประโยชน์มากพอที่มันจะต่อเนื่อง แล้วไปสู่เป้าหมายว่าทุกคนเข้าถึงได้ ตัวนี้เป็นกลไกเชิง Awareness ของสังคมนะ ทำอย่างไรให้... ที่เป็นเด็กพิเศษที่อยู่ในชุมชนสามารถอ่านออกเขียนได้มากขึ้น เป็น Easy to read จะเป็นเทคโนโลยีเพราะถ้าเราไม่เชื่อมทางระบบ มันก็จะเป็น Research แล้วมันก็ไปไม่ได้ อันที่ 3 ผมคิดว่าจะต้องมีความจริงจังหรือจริงใจที่จะทำ เพราะฉะนั้น ถ้าเราสร้าง Network ในการทำงานเรื่องนี้จริง ๆ แล้วอาสาไหม สมาคมไหน สมาคมคนพิการ 7 องค์กรนี่ เราก็ทำ MOU กับกสทช. หลายเรื่องน่ะ ปีที่แล้วก็ยังไม่เสร็จเลย ทีนี้เรามาทำกันไหม Implementation นะ แต่ขอให้มีหน่วยที่เอาไปทำจริง ๆ ในเครือข่ายคนพิการ แล้วก็ประมวลข้อความมา ประมวลผลมา แล้วก็ต่อยอดนะ ผมทำงานกับ มจร. ทำ MOU นะครับ ใครจะคิดว่าออทิสติกทำ MOU กับ มจร. โดยเอาน้อย ๆ ที่จบสถาปัตย์กับวิศวะนี่ Animation ร่วมกับเด็กออทิสติก แล้วก็ทำเป็น 3D ช่วยสถามว่าอันนี้นี้หลักของ นำไปช่วยได้ไหม ช่วยได้ เพราะฉะนั้น ไอ้กระบวนการที่ลงมือทำนี่ มันอาจจะต้องมีตัว Project ของแต่ละองค์กรรองรับ เอาล่ะ เดี๋ยวมาให้ความรู้เครือข่ายผมออนไลน์นะ ทาง ZOOM ก็ได้ ผ่านทางระบบที่มีก็ได้ มาทำเขาเรียกว่าคนต้นแบบที่อยู่ในครอบครัว ให้นำกระบวนการ Easy to read ไปใช้กับลูกของเขา 3 เดือน 6 เดือนนี่ ถ้าลูกเขาเข้าใจมากเรียนรู้ได้มากขึ้นนี่ เขาตั้งใจอยู่แล้ว เขาไม่มีทางเลือกน่ะ ทุกวันนี้ทำอย่างไรลูกเข้าใจ เมื่อกี้คุณตรีก็พูด อาจารย์ก็พูดว่า แล้วเด็กที่อายุมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะช่วยตัวเองได้แค่ไหน ก็เราทำให้เขาสื่อสารได้มากขึ้น ผู้ปกครองเขาก็ที่จะทำ ตั้งใจที่จะเรียนรู้ เอา Activity เข้าไปเลย ไม่ต้องไปทำใหญ่โต ทำกลุ่มย่อย ๆ เหมือนที่ผมทำกลุ่มทักษะ 40 นี่ ผมสร้างครูต้นแบบที่เป็นพ่อแม่ได้เป็นพันนะ แล้วผมก็ไปร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต เอาความรู้ที่เป็น Universal ที่เป็นการฝึกเด็กนี่ เพราะอย่างน้อยมันก็มีหลักประกันว่าสิ่งที่เราใช้ไม่เป็นโทษ มันเป็นคุณกับกลุ่มเป้าหมายนะ ถ้าอย่างนี้ผมว่าน่าทำ นั่นคือ 3 เรื่องที่เป็น Key success factor จะทำให้โครงการนี้เป็นรูปธรรมครับ ขอบคุณครับ (คุณพลธร) หลักการขับเคลื่อนผมมองในมุมนี้นะ กสทช. นี่นะ เคยสนับสนุนให้โอกาส ให้คนชมรมเครือข่ายทั่วประเทศนี่ คอมพิวเตอร์ฟรี อย่างสมาคมผมได้มา 3,000 คน ปกตินะ ผู้ปกครอง หรือที่ก่อนเรียนไม่รู้ ถามว่าเคยเข้า LINE ไหม อะไร LINE แต่เดี๋ยวนี้เชื่อไหมครับ ว่า ผมไปต่างจังหวัด ผมไปเยี่ยมชมรมต่าง ๆ เครือข่ายของผมนี่ เล่น LINE ก็เป็น TIKTOK ก็ได้ ขายออนไลน์ยังได้เลย ที่เราโชคดีเพราะทาง กสทช. สนับสนุนค่าใช้จ่าย เรียนฟรีหมดเลย เรียนง่าย สอนง่าย เข้าใจได้ง่าย มันเป็นพลังบวก 2 อย่างเข้ามา ทำให้เครือข่ายของผมนี่เพลิดเพลินกับโซเชียลเลยนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ขับเคลื่อนดี ๆ กสทช. น่าจะมีส่วนสนับสนุน ให้คนรู้เรื่องนี้ทั่วโลกเลย แบบคอมพิวเตอร์นี่ ดีมากเลยครับ (ดร.ตรี) โครงการที่พูดถึง โครงการให้การเรียนรู้เรื่อง ICT ของ USO นะครับ UniveService of Communication นะครับ เป็นแผน 2 นะครับ ที่จะทำในเรื่องของการสร้างกระบวนการการเรียนรู้ จริง ๆ มี 2 กลุ่ม กลุ่มคนพิการกลุ่มหนึ่ง ต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ผ่านทางสภาคนพิการทุกประเทศแห่งประเทศไทยครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง ก็เป็นคนใช้แรงงานนะครับ ที่จะสามารถที่จะใช้เรียนรู้การเข้าถึงได้ แต่ว่าจริง ๆ แล้ว จริง ๆ แล้วต้องพูดถึงเรื่องการใช้ประโยชน์อย่างเท่าทันด้วยนะครับ ก็กังวลเหมือนกัน ว่า เอ๊ะ การเข้าถึง แล้วก็แบบใช้ประโยชน์ ไม่รู้เท่านั้น กลายเป็นโดนมิจฉาชีพหลอกอะไรอย่างนี้ นอกเรื่องไปนิดหนึ่งนะครับ ก็จริง ๆ แล้วเราน่ะค่อนข้างที่จะเห็นภาพของการขับเคลื่อนใน Easy Read ในเรื่องของ Concept วิธีคิด แนวทาง อย่างคำว่า อย่าง Plain Language เรายังไม่ได้คุยกันถึงมากนักนะครับ มีแนวคิด หรือมีวิธีการ หรือว่ามีการผลักดันอะไรอย่างนี้ หรือว่ามีการขับเคลื่อนอะไรไปแล้วบ้างไหมครับ (อาจารย์วันทนีย์) คือเราพูดกันมาตั้งแต่ต้นใช่ไหมคะ ว่า Plain Language ก็คือภาษาที่เราเข้าใจนะคะ ดังนั้นนี่ สิ่งหนึ่ง ถ้าท่านดูจากเอกสารอะไรต่าง ๆ นี่ เคยดูของ สสส. นะคะ ทาง สสส. นี่ ออกหนังสือมาเล่มหนึ่ง เป็นคู่มืออะไรอย่างนี่ จำไม่ได้แล้วนะคะ แต่ออกฉบับประชาชนมาด้วยนะคะ มันไปทำให้เข้าใจง่าย ดังนั้น เวลาเอาหน่วยงานภาครัฐก่อน ต้องการสื่อสารลงไปถึงประชาชน แม้กระทั่งช่วง COVID นี่ ศัพท์ยาก ๆ หรืออะไรต่าง ๆ นี่ ถ้าเป็นต่างประเทศนี่นะคะ Easy Read หรือ Plain Language นะคะ จะใช้สำหรับกระทรวงสาธารณสุขอย่างมากเลย เพราะว่า เป็นช่วงที่ทุกคนจะต้องรีบตามหาข้อมูล แล้วต้องเข้าใจนะคะ อันนี้จะเห็นตัวอย่างเยอะมาก ในประเทศเรานี่ พอเราบอกฉบับประชาชน คนก็เอ๊ะ ฉันจะต้องเข้าไปอ่านไหม ใช่ไหมคะ พอเราพูดฉบับแบบนี้เราก็เลยแบบ เอ๊ะ ดังนั้นนี่ เราอาจจะต้องดูสื่อสารต่อไป เรื่อง Plain Language ว่าเป็นเรื่องราวที่ทำให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายนะคะ หรืออาจจะลองดูว่ารูปแบบสื่อต่าง ๆ อาจจะไม่ได้เป็นการสกัดจากเนื้อหายาก ๆ อาจจะไม่ใช่เป็น Document จริง ๆ ไม่ได้เป็น Text แต่จะสกัดออกมาเป็นวิดีโอ หรือเป็นภาพประกอบ หรือเป็น Animation อันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งได้เช่นเดียวกันค่ะ (ดร.ตรี) หมายถึงในวิดีโอนั้น ต้องเป็นภาษเข้าใจได้ง่ายด้วย เวลาที่ใช้สื่อสารกันก็เป็นคำที่ง่ายและเข้าใจค่ะ (ดร.ชูศักดิ์) ผมเคยเห็น ยกตัวอย่างแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ถ้าเราอ่านต้นฉบับนี่ เราจะไม่เข้าใจ เพราะมันยาก ถ้าเป็นต่างประเทศนี่ เขาจะมีฉบับอีกฉบับหนึ่งเรียกว่า Easy to read แต่เขาไม่ได้เขียนเป็นบท 1 2 3 4 เขาจะไม่ได้เขียนตาม Format เขียนหัวข้อ เช่น สิทธิคนพิการมีกี่เรื่องการใช้บริการตามกฎหมายเขาใช้อย่างไร มีกี่อัน อะไรบ้าง ที่เราพูดกันนี่ อันนี้เขาจะทำอีกเวอร์ชัน อันนี้ เมื่อกี้ที่ผมโดดมานี่ เป็นของออสเตรเลียนะครับ เขามีประกาศฉบับหนึ่งในชุมชน แต่ว่า หรือว่าชาวบ้านอาจจะไม่เข้าใจ เขาเลยทำเป็นฉบับชาวบ้าานให้อ่านนะครับ อันนี้คือตัวอย่างที่อาจารย์พูดถึง เพราะฉะนั้น มันต้องไปร่างอะไรใหม่ไหม มันคือการย่อความ ทำให้เห็นง่ายขึ้น ถ้าแปลเป็นไทยนะ เพราะฉะนั้นคำว่า Plain หรือที่อาจารย์มณเฑียรใช้คำว่า "เรียบง่าย" อ่านแล้วไม่ต้องมานั่งตีความแบบรัฐธรรมนูญไทยใช่ไหม มันตีความสลับซับซ้อน ของเราไม่ต้องดี ก็ว่ากันไปแบบนั้น อันนี้ผมคิดว่า เริ่มจาก เริ่มจากนะครับ แผนที่มันเป็นแผนที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของคนพิการเรา แล้วก็ตั้ง USO เองก็ไม่ได้ กสทช. เอง ที่เป็น Guideline Practiceทุกคนครับ (ดร.ตรี) ครับ (คุณพลธร) ของผมเกี่ยวกับผมเห็นด้วยกับอาจารย์วันทนีย์ครับ ภาษาราชการผมยังงง เอ๊ะ นี่เราคนไทย ภาษาไทย แล้วคนมาเจอมันจะงงบ้างไหมครับ บางทีน่ะ ราชการอาจจะ เข้าใจง่าย ๆ ให้ประชาชนได้รู้อย่างนี้ เราก็นั่งแปลเราเป็นคนไทยแปลภาษาไทย ไม่ค่อยเห็นสักเท่าไรนะครับ แล้วอีกอย่าง ตัวหนังสือเขียน ถ้าเป็น Language คำนี้คืออะไรนะ เคยเห็นตัว U เป็น ก ไก่ เป็นตัว U คว่ำน่ะ อะไรนะ มันต้องผสมคำ อ๋อ หมายถึงเรื่องแบบนี้ เพราะฉะนั้น เป็น Plain Language อยากจะให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย ตั้งเด่น เห็นชัด (ดร.ตรี) ก็เห็นภาพสำหรับคำว่าสำหรับประชาชนที่แบบว่าแปลงให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายจากภาษาที่เป็นใช้ภาษาที่เรียบง่ายนะครับ แล้วก็คนสามารถเข้าใจได้ จริง ๆ แล้วก็นึกถึงเหมือนกันว่า คู่มือพวกคู่มือสื่อวิทยุที่สำนักทำอยู่ หรือผู้บริโภคในโทรคมนาคมที่พยายามที่จะทำให้เกิดความเข้าใจง่ายอะไรแบบนั้นครับ ที่พยายามจะตีความด้วยความที่ต้องใช้ภาษาที่จะตีความให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรแบบนี้นะครับ ก็เป็นเรื่องที่นึกขึ้นได้เร็ว ๆ นะครับ ว่าต้องทำแบบนี้นะครับ อันนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องของ Plain Language ก็คงจะเป็นวิธีคิด แนวคิด ที่จะฝากไว้สำหรับทุกคนที่ไปปรับใช้ที่จะทำให้เอกสารในหลาย ๆ เรื่องสามารถที่จะอ่านและเข้าใจได้ง่ายใช่ไหมครับ ก็ท้ายที่สุดนะครับ อยากให้ อ้อ เดี๋ยวถามก่อนดีกว่า เผื่อมีใคร มีคำถามอะไรไหมครับ มีท่านใดมีคำถาม พี่ไอซ์เชิญครับ เดี๋ยวไมค์ไปหาครับ(ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ อาจจะไม่ใช่คำถาม อาจจะมีประเด็นท้าทายสำหรับสิ่งที่เรากำลังคุยกันวันนี้ใน 3 เรื่องนะคะ เรื่องที่ 1 ก็คือ ความหลากหลายของความพิการในบ้านเรา หลากหลายทั้งประเภท หลากหลายทั้งระดับ ระดับความสามารถ เพราะฉะนั้นนี่ ในการที่เรานี่กำลังจะพูดถึงทำให้แต่ละระดับเขาสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย เข้าใจนี่ ตัวเองคิดว่ามันอาจจะต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของคำว่า "มาตรฐาน" เพราะฉะนั้นนี่ พอเราพูดถึงตัวมาตรฐานนี่ มันจะเป็นตัวกำกับที่มันจะทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย แล้วก็มันสามารถที่จะเป็นมาตรฐานที่ทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมกันได้นะคะ ประการที่ 2 ก็คือในแง่ของการนำไปใช้ประโยชน์นี่ ตัวเองต้องมองว่ามันต้องขยับไป 2 ขา ขาที่ 1 ก็คือการสร้างความการมีส่วนร่วมความเข้มแข็งของผู้ใช้นี่ ที่จะเข้ามาร่วม ทั้งในเรื่องของการเอาความต้องการของการใช้ของเจ้าของนี่ เข้ามาเป็นเจ้าของในการพัฒนายกระดับคำศัพท์ เพราะว่าคำศัพท์ที่เขาต้องเรียนรู้นี่ มันต้องมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคำศัพท์และ... เพื่อให้ได้ทั้ง 2 อย่างมานี่ มันจะมีมาตรฐานของการผลิต... ออกไปนี่ ในส่วนของการกระจาย การใช้ประโยชน์จากงานที่เราเรียกว่า "Easy to read" หรือ Easy Read หรือ Plain Languageงานระยะยาวที่เรามองขึ้น ในเชิงขับเคลื่อน มันอาจจะมองใน 2 ส่วน ส่วนที่ 1 นี่ ในแง่ของกฎหมายบ้านเรานี่ ทำอย่างไรมันจะมีการรองรับในระยะยาว ที่สมมติว่าจบจากการสื่อสารกับกสทช. แล้วนี่ จะสามารถใช้ประโยชน์ในระยะยาวได้อย่างไร มันอาจจะเป็นเรื่องกฎหมาย ยกตัวอย่างเรื่องกฎหมายที่เขากำหนดเรื่อง Plain บ้านเราก็อาจจะต้องสื่อสารเหมือนกัน ว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหน ส่วนที่ 2 ก็คือ การ empovent เจ้าของเจ้าของแต่ละกลุ่มนี่ เข้ามาเป็นกลุ่มหน่วยที่จะทำหน้าที่ในการผลิต ในการที่จะกระจายคำ แล้วก็ในการที่จะพัฒนาคำ ตัวนี้มันจะเป็นกลไกที่จะทำให้พัฒนาในระยะยาวและยั่งยืนได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ (ดร.ตรี) ขอบคุณครับ มีคำถามความเห็นอะไรเพิ่มเติมไหมครับ โอเค อย่างนั้นก็ถ้าไม่มีก็ให้แต่ละท่านฝากอะไรทิ้งท้ายไว้หน่อยที่เป็นเกี่ยวกับ Easy Read กับ Plain Language ครับ เรียนเชิญจากทางโน่นมาแล้วกันนะครับ (คุณพลธร) ผมไม่มีอะไรมาก อยากจะฝากสื่อ ผมคิดแล้วว่า ปัจจุบัน เด็กที่มีสติปัญญานี่นะ เข้าถึง Social ได้เทียบเท่า ๆ กับคนปกติเลยล่ะ ส่วนหนึ่งก็มาจากท่าน กสทช. ให้ความรู้ เข้า Social ได้เหมือนคนปกติทั่วไป แต่ในเคสที่ผู้พิการ และผู้ปกครองนี่ ออกไปทำเคส ทั้งผู้ปกครอง และทั้งเด็กสติปัญญาที่ออกไปทำกิจกรรมนี่ เขาพร้อมที่ออกไปทำกิจกรรมนี่ เขาพร้อมที่จะออกไปสู่สังคมแล้ว พร้อมที่จะออกไปสู่สังคมแล้ว ถ้าสื่อเสนอ อย่าเบลอภาพเลยครับ อย่าเบลอภาพเลยครับ อย่างสมัยก่อนเขาเบลอภาพ ไม่เห็นหน้าตา แสดงความสามารถก็เบลอไว้ ขอครับ ว่าไม่ต้องเบลอภาพ คนพิการ ผู้ปกครอง ก็อยากจะรู้ว่าไอ้เคสของตัวเองที่ไปนี่ ก็อยากจะเห็นรูปร่างของตัวเอง อยากจะเห็นเคสของตัวเอง เพราะฉะนั้นขอความเท่าเทียมนะครับ ขอศักดิ์ศรี ขอความภาคภูมิให้กับเด็กพิการ และครอบครัวคนพิการด้วยครับ (ดร.ตรี) หมายถึงว่าที่เป็นการนำเสนอที่เป็นการทั่วไป สังคมข้างนอก (คุณพลธร) ครับ เวลาทำกิจกรรมต่าง ๆ นี่ครับ เวลาถ่าย หรือออกสู่สังคมนี่ ออกทีวีหรืออะไร อย่าเบลอหน้า เปิดหน้า (ดร.ตรี) ได้ครับ อย่างนั้นก็ฝากไว้นะครับ สำหรับท่านที่เป็นสื่อมวลชน หรือว่าท่านใดที่นำเสนอทางโลกออนไลน์ก็ตามใช่ไหมครับ เรียนเชิญครับท่านผู้ปกครองอาจจะต้องคิดทบทวน กรณีที่ท่านไม่ได้ตั้งใจให้คนอื่นเอาไปทำเสนอ เป็นข่าวที่ไม่น่าพึงปรารถนานี่ มันก็ต้องเบลอ เพราะฉะนั้น เส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่สมควรเปิดเผย สิ่งที่ไม่สมควรเปิดเผยนี่ ผมคิดว่ามันมีพอสมควรเลยนะครับ อยากจะให้ใช้ความระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ บางเรื่องเราก็ไม่อยากให้คนมารู้ เป็นเรื่องส่วนบุคคลนะครับ แล้วก็ในตะวันตก โดยเฉพาะตะวันตก เขาขีดเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เป็น Privacy ที่เป็นเรื่องส่วนตัวอย่างชัดเจน บ้านเรามันไม่ค่อยชัดเจน บางเรื่องเราก็อยากให้คนรู้ อยากแสดงออกนะครับ ให้มันรู้กันไปเลยว่าใครเป็นใคร แต่บางเรื่องเขาไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ คราวนี้ จะทำอย่างไร ให้มันเป็นมาตรฐาน สื่อเองต้องใช้ความระมัดระวัง ยิ่งเรามี PDPA นะครับ การเอาเข้าข้อมูลที่เจ้าของไม่ต้องการให้เปิดเผย มันก็จะมีความผิด เพราะฉะนั้น กรณีแบบนี้ อาจจะมีข้อพึงระวังอยู่บ้างนะครับ ผมขออนุญาตทิ้งไว้นิดเดียวนะครับ ว่าไหน ๆ ก็ได้มีโอกาสพูดแล้ว ก็คือทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็น Easy วันนี้เราใช้คำว่า "Easy Read" ที่เป็นสำนวนนิวซีแลนด์ แต่ภาษา UN คือ Easy Read to Understand Communication มันเพิ่งเริ่มต้นนะครับ มันคงจะต้องมีวิวัฒนาการไปอีกนานพอสมควรคำว่ามาตรฐานที่คุณอลิชาพูดเมื่อสักครู่นี้ คงไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะใช้การสื่อสาร Easy to read and understand communication เดียวกัน มันคงจะหมายถึงมาตรฐานในการจัดคำ มาตรฐานในการที่จะสร้างการเรียนรู้และการรับรู้ร่วมกันนะครับ เพราะว่าบนความมีมาตรฐานนี่ คำว่า Easy to read and understand communication นี่ มันถูกจัดวางไว้ เฉพาะ คือมันเป็นความเป็นเฉพาะบนบทมาตรฐานนะครับ ถ้า... ผมได้รับการยืนยันจากคนที่เขาเป็นผู้จัดทำเอกสาร Easy Read ของนิวซีแลนด์เลย เขาบอกว่า มันเทียบแทบจะเรียกได้ว่าเทียบกับ AT แล้วบางครั้งเทียบได้กับ Readable Communication ด้วยซ้ำไป มันมีความเป็นปัจเจกสูงมากนะครับ เพราะฉะนั้น เส้นแบ่งระหว่างความเป็นเฉพาะกับปัจเจกบุคคลนี่ เราต้องทำความเข้าใจ อันนี้เราเพิ่งเป็นแค่จุดเริ่มต้น อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปนะครับ ว่ามันจะจบในเร็ววัน เราจะต้องศึกษาเรียนรู้พอสมควรทีเดียว ก็ขออนุญาตฝากไว้จริง ๆ มันมีความพยายามจะทำ Plain Language ในหลาย ๆ วิธีการ ทุกท่านคงจะเคยได้ยินใช่ไหมครับ ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปไกลถึงขนาดที่ว่าจะไปตัดเอาตัวการันต์ ที่ว่าจะตัดเอาตัวสะกดตัวการันต์ยาก ๆ บาลีสันสกฤต ไปให้หมดเลย ยาก ๆ เป็นอีก หรือการเขียนตัวอักษรจีนแบบตัดตัวยัก ตัวอะไรออกไปให้หมด เพื่อลดความยุ่งยากก็ทำมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ มันเป็นเรื่องที่ กสทช. เข้ามาจับงานเรื่องนี้ ช้่วยกันทำให้สังคมเกิดการถกเถียง เกิดจากตื่นตัวให้มาก ๆ ครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ ผมฝากเรื่อง Center ที่จะเป็น Service นะครับ อาจจะเป็น Center อะไรก็ว่าไป ในเรื่องของ Easy to read แล้วก็ Plain Language แล้วผมคิด ว่าองค์กรตั้งหลักได้นะ ทำเรื่องนี้แล้วมันจะเกิดกระบวนการพัฒนา แล้วตรงนี้มันจะคู่ไปกับการไปทำ Standard หรือมาตรฐานบริการ PDPA อะไรพวกนเดี๋ยวมันจะมาเป็นขบวนเลย ถ้าเราตั้งจุดเริ่มต้นได้นี่ แล้วธรรมชาติของกลุ่มออทิสติกนี่ เราคิดแล้วเราทำความเข้าใจ พอคิดแล้วเข้าใจเสร็จ เห็นภาพชัดนี่ เราลงมือทำทันที ทำทันทีนี่ เป็นเรื่องที่ต้องทำ แล้วก็ฝากไว้ว่ามันไม่จำเป็นต้องรอใครนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าวันนี้เรากลับเข้าไปคุยกันหลังไมค์ก็อาจจะเกิดกระบวนการนี้เลย แล้วใครที่คิดว่ามีบทบาหน้าที่โดยตรง หรือโดยอ้อมที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนก็เข้ามา เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมคิดว่าโปรเจ็กต์มันอยู่ที่การลงมือทำ ถ้ามันสามารถบริการตามที่เราทำอยู่แล้วนี่ได้ แล้วไปเห็นฟังก์ชันมันทำได้ทันทีนะครับ อันนี้อยากจะมองเรื่องการจัดการและการบริหารนะครับ ขอบคุณครับ (อาจารย์วันทนีย์) ก็จะขอพูดในนามของ สวทช. นะคะ สวทช. เราพัฒนาเทคโนโลยี เราพัฒนา Platform นะคะ ถ้าเรามีการคุยในเรื่องนี้กันต่อนะคะ ตอนนี้เราเห็นแล้ว สมาคมทางผู้ปกครองของกลุ่มสติปัญญา กับสมาคมในกลุ่มทางด้านออทิสติกสนใจนะคะ ที่จะเขามาร่วมหน่วยในการที่จะขับเคลื่อนในเรื่องของ Easy Read Easy to read ไปด้วยกันนะคะ แต่เรื่อง Plain Language นี่เรายังหาเจ้าภาพไม่ได้นะคะ ค่ะ 2 สมาคมนี้นะคะ ก็เราคงมาดูกันนะคะ ว่าเราจะเริ่มต้นในส่วนตรงไหน จะเริ่มต้นในส่วนที่เมื่อกี้ที่ทางคุณอธิชาบอก บอกเราดูเรื่อง Standard ก่อนไหมนะคะ Standard ในที่นี้เราหมายถึง Standard ของ ISO นะคะ มันอาจจะเป็น Guildline ในการทำนะคะ ว่าสิ่งที่เราจะสร้าง Information ที่ Easy Read น่ะ ทำอย่างไร มันจะประกอบไปด้วยคำศัพท์นะคะ ที่อ่านง่าย เหมือนอาจารย์ชูศักดิ์บอกว่าไปหาคำศัพท์ จริง ๆ โรงพยาบาลรามาเขาก็มี ที่ให้ฝึดพูดน่ะนะคะ คำศัพท์ ภาพประกอบคำศัพท์นะคะ ซึ่งต่อไปนะคะ ภาพเหล่านั้นน่ะ มันจะถูกกำหนดไปเป็น Picture Communication นะคะ ตัวนี้จริง ๆ ทางอาจารย์ก็ทำ สวทช. ก็ทำ เมื่อกี้คุยกันว่าเอามารวมกันแล้วมาดูกันว่าตัวไหนที่เด็กเรารู้เรื่องนะคะ ภาพประกอบภาพไหน ที่จะไปเป็นตัวแทนของคำนะคะ คือเราไล่เรียงเรื่องภาษามือแล้ว ภาษามือ 1 คำนี่มีภาษามือเยอะมาก เพราะว่ามันไม่ได้มีการกำหนดเหมือน American Sign Language ดูเรื่อง Picture Communication อันนี้ก็จะทำให้เราได้มีตัวข้อมูลที่ใช้งานร่วมกันนะคะ ให้มันเป็นมันเกิดช้า มันเกิดช้า ถ้าเรามาจับมือกันแล้วออกไป ในการทำ Easy to read ก็คือคลังศัพท์ คลังภาพ แล้วไม่ใช่แค่คลังภาพ คลังคำศัพท์ต่อภาพ 1 ภาพ เรายังต้องมีรูปภาพประกอบอีกมากมายนะคะ อันนี้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นนะคะ แล้วกระบวนการในการสร้าง Process Easy Read เราก็จะตามมา หวังว่าวันนี้จะเป็นวันที่เราเริ่มต้นทำงานกันค่ะ (ดร.ตรี) ครับ ต้องขอบคุณท่านวิทยากรทั้ง 3 ท่านนะครับ ทำให้เราเข้าใจคำว่า Easy Read หรือว่า Easy to read นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วมีมุมของความกว้างไปถึงมุมการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งเรื่องรูปแบบวิธีการ ทั้งเรื่องภาษา อะไรต่าง ๆ นานานะครับ แล้วก็คำว่า "Plain Language" ที่เป็นภาษาที่เรียบง่าย สามารถที่จะเข้าใจได้ง่าย เป็นการขับเคลื่อนเพื่อที่จะทำให้เกิดการ... ทุกคนมีได้รับการคุ้มครองสิทธิ แล้วก็ได้รับการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการในการที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และใช้ประโยชน์ข่าวสารได้จริง ๆ ในมิติของการสร้างสำหรับทุกคนนะครับ แล้วก็การสร้างในลักษณะเฉพาะกลุ่มในบางกรณีนะครับ แล้วก็ฝากไว้อีกนิดหนึ่งนะครับ ขอใช้ Tie-in ประชาสัมพันธ์ก็คือจริง ๆ แล้วพอพูดถึงเรื่องของ เอ๊ะ สื่อในเรื่องของคนพิการนะครับ กสทช. นะครับ ทำงานร่วมกัน UNDP แล้วก็ทางสถานทูตออสเตรเลียนะครับ และกองทุนนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราจัดเวทีไปแล้วครั้งหนึ่งนะครับ เป็นเวทีสำหรับทำความเข้าใจกับผู้ผลิตรายการ กับสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุนะครับ คือไม่ต้องกลัวที่จะนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับคนพิการนะครับ แล้วก็ถ้านำเสนอแล้วจริง ๆ อะไรที่ เอ๊ะ เราสามารถที่จะนำเสนอได้โดยที่ไม่เป็นการละเมิดด้วยครับ เพราะฉะนั้น เราใช้คำสักคำ 2 คำ คำว่าละเมิดกับละเลย แล้วก็ไม่ละเมิดด้วยนะครับ แล้วก็จะมีอีกเวทีหนึ่ง ก็จะเป็นสถาบันการศึกษากับนักศึกษานะครับ ก็ผู้สนใจทั่วไปนะครับ สามารถติดตามได้ รับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์นะครับ วันนี้ก็คงทำให้ทุกท่านได้เข้าใจหนึ่งที่ กสทช. ที่มาพูดคุย พูดถึงในเรื่อง Easy Read กับ Plain Language อาจารย์มณเฑียรบอกนะครับ เราจะต้องทำงานร่วมกันต่อไป เพื่อที่จะพัฒนาเรื่อง Easy Read และ Plain Language มาใช้ต่อไป สำหรับในวันนี้ขอบคุณวิทยากรทั้ง 3 นะครับ ก็คืออาจารย์ชูศักดิ์ จันทยานนท์ นะครับ นายกสมาคมผู้ปกครอง สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยนะครับ คุณพลธร ขุนสะอาด ประธานแล้วก็กรรมการบริหารสมาคมทางสติปัญญาประเทศไทยด้วยนะครับ แล้วก็ท่านอาจารย์วันทนีย์ พันธชาติ ผู้อำนวยการมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ขอบคุณครับ (พิธีกรหญิง) ค่ะ ขอเสียงปรบมือให้กับผู้เข้าร่วมเสวนาทั้ง 4 ท่านนะคะ จะเห็นว่าวันนี้เรามีการทั้งเซ็นบันทึกข้อตกลง และมีเวทีเสวนาในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นค่ะ ของการทำข้อมูลให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเน้นให้คนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายดายด้วยนะคะ สุดท้ายนี้ ดิฉันขอขอบคุณท่านผู้บริหาร วิทยากร และผู้สัมมนาทุกท่านนะคะ สำหรับการสัมมนาเรื่อง การส่งเสริมเพื่อสร้างนวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่ออกแบบสำหรับทุกคน และสิ่งอำนวยความสะดวกในวันนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้วนะคะ อย่าลืมนะคะ เรายังมีงานประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง วิศวกรรมพื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ครั้งที่ 16 หรือ i-CREATe 2023 ในวันที่ 8-11 สิงหาคม นี้นะคะ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยนะคะ ที่ สวทช. ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานีค่ะ สำหรับวันนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ได้รับทั้งสาระความรู้และประโยชน์ในการเสวนาในครั้งนี้นะคะ ดิฉันหมดหน้าที่เพียงเท่านี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ ขอบคุณและสวัสดีค่ะ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรหญิง) มีอาหาร เชิญรับประทานอาหารว่าง สำนักงานได้จัดเป็นอาหารให้นะคะ เชิญทุกท่านรับประทานอาหารกลางวันค่ะ (อาจารย์มณเฑียร)