﻿1
00:03:56,822 --> 00:03:59,905
(อาจารย์จักรพงศ์) สวัสดีครับ

2
00:03:59,905 --> 00:04:03,905
สวัสดีพี่ล่ามนะครับ

3
00:04:07,410 --> 00:04:11,410
โอเคนะพี่

4
00:04:12,294 --> 00:04:16,294
สวัสดีครับ สวัสดีครับนักเรียน

5
00:04:29,835 --> 00:04:33,835
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สบายดีไหมครับ

6
00:04:36,175 --> 00:04:40,175
พี่ล่ามได้ยินใช่ไหมครับ พี่ล่ามได้ยินใช่ไหมครับ

7
00:04:50,716 --> 00:04:54,716
โอเค สบายดีนะครับ มีใครรู้สึกไม่สบายไหมครับ มีไหม

8
00:05:23,286 --> 00:05:27,286
พี่ล่ามสามารถพูดได้นะคะ พูดให้ฟังหน่อยนะครับ

9
00:05:28,311 --> 00:05:32,311
ไม่ได้ยินเสียงเหรอครับ

10
00:05:40,357 --> 00:05:44,357
ตอนนี้ได้ยินไหมครับ

11
00:06:04,725 --> 00:06:08,725
ตอนนี้ได้ยินไหมครับ

12
00:06:11,096 --> 00:06:15,096
พี่ล่ามได้ยินยังครับผม

13
00:06:34,242 --> 00:06:38,242
ไม่ได้ยินเลยหรือครับ

14
00:06:42,873 --> 00:06:46,873
ได้ยินนิดหนึ่งหรือครับ

15
00:07:35,030 --> 00:07:39,030
ตอนนี้ได้ยินไหมครับ

16
00:07:43,310 --> 00:07:47,310
ได้ยินไหมครับ

17
00:08:05,012 --> 00:08:09,012
ต้องทำอย่างไรทีนี้

18
00:08:12,953 --> 00:08:16,953
ได้ยินไหมครับ

19
00:08:18,488 --> 00:08:22,488
ได้ยินแล้วใช่ไหมครับ

20
00:09:10,544 --> 00:09:14,544
ได้ยินไหมครับ

21
00:09:15,947 --> 00:09:19,947
ได้ยินนิดหนึ่งหรือครับ

22
00:09:33,863 --> 00:09:37,863
ใช้ไมค์ลอยครับ

23
00:09:38,707 --> 00:09:41,737
อ๋อ โอเคครับ

24
00:09:41,737 --> 00:09:45,737
โอเคครับ

25
00:09:58,846 --> 00:10:02,846
ตอนนี้ได้ยินไหมครับ

26
00:10:03,854 --> 00:10:07,854
ได้ยินไหมครับ

27
00:10:22,543 --> 00:10:26,543
ได้ยินไหมครับ

28
00:10:31,835 --> 00:10:35,835
ไม่ได้ยินหรือครับ

29
00:11:25,079 --> 00:11:29,079
ฮัลโหล Test

30
00:11:31,178 --> 00:11:35,178
พี่ล่ามได้ยินไหมครับ

31
00:11:53,528 --> 00:11:57,528
ต้อง...

32
00:12:33,618 --> 00:12:37,618
ได้ยินไหมครับ

33
00:12:40,641 --> 00:12:44,641
พี่ล่ามไม่ได้ยินเลยใช่ไหมครับ

34
00:12:58,151 --> 00:13:02,151
(ล่าม) ไม่ได้ยินเลยค่ะ อาจารย์

35
00:13:04,328 --> 00:13:08,328
ได้ยินเสียงไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ผมไม่ได้ยินเสียงพี่ล่ามครับ

36
00:13:10,591 --> 00:13:14,591
(ล่าม)ไม่ได้ยินเสียงอาจารย์เลยค่ะ

37
00:13:15,712 --> 00:13:19,712
(อาจารย์จักรพงศ์) ผมได้ยินเสียงผมเองด้วยนะ

38
00:13:46,529 --> 00:13:50,529
(ล่าม) ตอนนี้พี่ช่างกำลังแก้ไขให้อยู่นะคะ

39
00:14:49,565 --> 00:14:52,938
(อาจารย์จักรพงศ์) พี่ล่ามได้ยินไหมครับ

40
00:14:52,938 --> 00:14:55,912
ฮัลโหลครับ

41
00:14:55,912 --> 00:14:59,431
ได้ยินไหม

42
00:14:59,431 --> 00:15:03,431
ได้ยินไหมครับ

43
00:15:21,614 --> 00:15:25,614
Test ครับ Test Test

44
00:15:35,495 --> 00:15:39,027
ฮัลโหลครับ

45
00:15:39,027 --> 00:15:43,027
ฮัลโหลครับ

46
00:15:51,255 --> 00:15:52,850
ได้ยินไหมครับ

47
00:15:52,850 --> 00:15:56,850
ไม่ได้ยินเลย

48
00:15:57,428 --> 00:16:01,428
ทำอย่างไรดีครับท

49
00:16:04,848 --> 00:16:08,848
ีนี้

50
00:16:36,677 --> 00:16:40,677
ฮัลโหล ได้ยินไหมครับ

51
00:16:52,072 --> 00:16:54,097
(เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ อาจารย์ (อาจารย์จักรพงศ์) ครับผม(เจ้าหน้าที่)  เดี๋ยวกำลังลองแก้ไขอยู่ครับผม

52
00:16:54,097 --> 00:16:58,097
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ โอเคครับ

53
00:18:41,466 --> 00:18:45,466
สวัสดีครับ

54
00:18:46,409 --> 00:18:50,409
สวัสดีครับ

55
00:18:55,503 --> 00:18:59,503
ได้ยินไหมครับ

56
00:25:06,664 --> 00:25:10,664
(เจ้าหน้าที่) ทดสอบครับอาจารย์ อาจารย์ได้ยินปกติไหมครับ

57
00:25:10,766 --> 00:25:14,766
ครับ ขอบคุณครับ

58
00:33:14,250 --> 00:33:18,250
(ล่าม) อาจารย์ลองพูดหน่อยได้ไหมคะ

59
00:33:19,094 --> 00:33:21,610
ได้ยินแล้วค่ะ อาจารย์ได้ยินแล้วใช่ไหมคะ

60
00:33:21,610 --> 00:33:25,610
โอเคค่ะ

61
00:33:25,933 --> 00:33:28,461
เดี๋ยวสักครู่นะคะ ขอปรับกล้องแป๊บหนึ่งนะคะ พอดีกล้องไม่โฟกัสค่ะ

62
00:33:28,461 --> 00:33:32,461
ขอบคุณค่ะ

63
00:42:30,207 --> 00:42:33,569
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครูจะค่อย ๆ สอนไป ถ้านักเรียนไม่เข้าใจสิ่งไหน นักเรียนยกมือถามเลยนะครับ แล้วก็

64
00:42:33,569 --> 00:42:36,445
เดี๋ยวจะให้พี่ล่ามอธิบายให้ฟัง

65
00:42:36,445 --> 00:42:40,445
โอเคไหมครับ

66
00:42:41,488 --> 00:42:45,488
โอเคใช่ไหม โ

67
00:42:45,738 --> 00:42:49,738
อเคยัง  ภาพนี้เนาะที่คุณครูอธิบายไปแล้วว่า

68
00:42:53,657 --> 00:42:56,223
มีคนกำลังทำการแสดงอยู่ อย่างเช่นนะ สมมุติว่านักเรียนจัดกิจกรรม จัดกิจกรรมที่บนหอประชุมนะ

69
00:42:56,223 --> 00:42:56,854
ที่นักเรียนทำการแสดง

70
00:42:56,854 --> 00:43:00,132
เล่น

71
00:43:00,132 --> 00:43:02,680
หรือว่าแสดงละครสั้นอะไรอย่างนี้นะครับ

72
00:43:02,680 --> 00:43:06,083
ถ้าอยู่ดี ๆ

73
00:43:06,083 --> 00:43:08,005
น้อง ๆ

74
00:43:08,005 --> 00:43:12,005
ไปวิ่ง

75
00:43:13,689 --> 00:43:17,543
บนเวที ในขณะที่นักเรียนแสดงอยู่ นักเรียนจะมีสมาธิในการแสดงไหมครับ

76
00:43:17,543 --> 00:43:19,914
มีไหม

77
00:43:19,914 --> 00:43:21,773
ไม่มีเห็นไหม

78
00:43:21,773 --> 00:43:25,773
นักเรียนจะต้อง

79
00:43:27,560 --> 00:43:29,951
ให้เกียรติ คำว่า "ให้เกียรติ" ก็คือนักเรียนจะต้องรู้ว่า

80
00:43:29,951 --> 00:43:32,860
คนที่เขาทำการแสดงเขาต้องใช้สมาธิ

81
00:43:32,860 --> 00:43:36,076
เราก็ต้องเป็นผู้รับชมที่ดี

82
00:43:36,076 --> 00:43:39,211
จะต้องเป็นผู้ดูที่ดี ผู้ฟังที่ดี

83
00:43:39,211 --> 00:43:41,679
จะต้องตั้งใจฟัง

84
00:43:41,679 --> 00:43:45,679
ท

85
00:43:48,211 --> 00:43:52,211
ีนี้ภาพ ภาพสุดท้ายที่คุณครูให้นักเรียนดูนะครับ ในบรรยากาศในห้องเรียน เหมือนกันเห็นไหม ในขณะที่คุณครูพูด

86
00:43:52,290 --> 00:43:54,452
ในขณะที่คุณครูพูดอยู่ดี ๆ มีนักเรียนพูดแทรกขึ้นมา

87
00:43:54,452 --> 00:43:56,616
หรือว่า

88
00:43:56,616 --> 00:44:00,616
นักเรียนคนนี้

89
00:44:03,470 --> 00:44:04,564
ไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่ว่าจะเป็นครู ไม่ว่าจะเป็นใครก็ช่างนะครับ พี่กำลัง

90
00:44:04,564 --> 00:44:08,564
ผู้ใหญ่

91
00:44:15,677 --> 00:44:16,677
กำลังพูดกับนักเรียนถ้าอยู่ดี ๆ นักเรียนพูดแทรกผู้ใหญ่ขึ้นมา ก็คิดว่านักเรียนไม่รู้จักกาละเทศะนะครับ เวลาที่ผู้ใหญ่พูด นักเรียนควรที่จะเป็นผู้ฟัง

92
00:44:16,677 --> 00:44:20,677
ผู้ดูที่ดี

93
00:44:23,246 --> 00:44:27,246
ดูก่อนให้ผู้ใหญ่พูดจบก่อน นักเรียนค่อยพูดขึ้นมา นี่ถือว่าเป็นมารยาทที่ดีนะครับ

94
00:44:34,109 --> 00:44:35,185
เวลาที่ผู้ใหญ่พูดนักเรียนก็ต้องรอ รอให้ผู้ใหญ่พูดจบก่อน แล้วนักเรียนค่อยพูดขึ้นมา ถ้านักเรียนพูดแทรกขึ้นมาเลย

95
00:44:35,185 --> 00:44:36,786
ไม่ได้ทำให้

96
00:44:36,786 --> 00:44:40,786
ไม่น่ารัก

97
00:44:44,389 --> 00:44:46,925
ภาพนี้เหมือนกันเห็นไหม ภาพแรก ก็คือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ก็คือนักเรียน

98
00:44:46,925 --> 00:44:49,589
พูดแทรกในขณะที่ครูกำลังพูดอยู่

99
00:44:49,589 --> 00:44:53,589
ภาพที่ 2 คุณครูกำลังพูดนักเรียนคนนี้

100
00:44:55,158 --> 00:44:59,158
ไม่ได้พูดอะไร โอเค แสดงว่าเด็กคนนี้มีมารยาทในการพูดที่ดี

101
00:45:01,215 --> 00:45:05,215
นะครับ

102
00:45:07,168 --> 00:45:09,137
สิ่งที่คุณครูพูดมาทั้งหมดเลยนะครับ วันนี้คุณครูจะมาสอนเรื่องมารยาทที่ดี

103
00:45:09,137 --> 00:45:13,137
มีชัย

104
00:45:13,173 --> 00:45:14,905
มารยาทที่ดีต้องทำอยา่งไร อันดับแรกเลยนะครับ

105
00:45:14,905 --> 00:45:18,512
คุณครู

106
00:45:18,512 --> 00:45:20,086
ครูจัดสอนเรื่องมารยาทในการอ่าน

107
00:45:20,086 --> 00:45:23,772
ฟัง ที่ดีก่อน

108
00:45:23,772 --> 00:45:27,772
เพราะในห้องนี้ ก็มีทั้ง

109
00:45:28,572 --> 00:45:32,572
นักเรียนที่บกพร่องทางการได้ยิน และก็มีส่วนหนึ่งที่

110
00:45:36,437 --> 00:45:38,693
หูตึงด้วย โอเค สามารถได้ยินได้ด้วย หรือว่าฟังได้ด้วยเหมือนกันคุณครูจะสอนในภาพรวมเลยนะครับ

111
00:45:38,693 --> 00:45:39,889
ว่ามารยาทในการฟังที่ดีนะ

112
00:45:39,889 --> 00:45:43,889
มีอะไรบ้าง

113
00:45:44,749 --> 00:45:47,185
ลำดับที่ 1 นะครับ ฟังด้วยความตั้งใจ

114
00:45:47,185 --> 00:45:51,185
มีสมาธิในการฟัง

115
00:45:51,191 --> 00:45:55,191
ถ้านักเรียนฟังนะครับ

116
00:46:00,257 --> 00:46:02,262
นักเรียน... นักเรียนจะรู้เลยว่าคนที่พูด เขาพยายามที่จะสื่อสารให้นักเรียนเข้าใจ อย่างเช่นคุณครูสอนในห้องเรียน

117
00:46:02,262 --> 00:46:05,522
ครูพยายามที่จะพูด

118
00:46:05,522 --> 00:46:07,047
สื่อสารให้นักเรียนได้เข้าใจ

119
00:46:07,047 --> 00:46:09,058
ถรียน

120
00:46:09,058 --> 00:46:11,487
ไม่ฟังหรือว่า

121
00:46:11,487 --> 00:46:14,264
นักเรียนไม่มีสมาธิเลย

122
00:46:14,264 --> 00:46:18,264
นักเรียนจะสามารถเข้าใจในสิ่งที่คุณครูสอนได้ไหมครับ

123
00:46:23,424 --> 00:46:27,424
ไม่ได้เลย เพราะว่าถ้าคุณครูให้ทำอะไร นักเรียนก็จะกลับกลายเป็นว่านักเรียนไม่รู้เรื่องในตรงนั้น

124
00:46:34,049 --> 00:46:36,886
อย่างเช่นตอนนี้ เหมือนกันคุณครู... คุณครูพูดคุณครูพูดบรรยายอยู่นักเรียนควรที่จะดูพี่ล่างนะครับ

125
00:46:36,886 --> 00:46:40,701
ดูพระพิราพใช้ภาษามือ

126
00:46:40,701 --> 00:46:43,711
สื่อสารกับนักเรียนอีกครั้งหนึ่ง

127
00:46:43,711 --> 00:46:47,711
นักเรียนจะได้เข้าใจในสิ่งที่คุณครูพูด

128
00:46:55,791 --> 00:46:59,791
ต่อไปข้อที่ 2

129
00:47:01,593 --> 00:47:04,401
มารยาทในการฟังที่ดี ต้องสบตาผู้พูด มองตาที่ผู้พูด

130
00:47:04,401 --> 00:47:06,983
เวลาที่

131
00:47:06,983 --> 00:47:10,983
คุณครูสอนในห้องเรียน หรือว่า

132
00:47:13,207 --> 00:47:13,811
พี่ล่ามกำลังใช้ภาษามือในการสื่อสารกับนักเรียนอยู่ นักเรียนควรที่จะ

133
00:47:13,811 --> 00:47:15,282
ดู

134
00:47:15,282 --> 00:47:17,642
พี่ล่ามน

135
00:47:17,642 --> 00:47:20,941
ดู

136
00:47:20,941 --> 00:47:23,664
ใช้ภาษามือ ดูสายตาพี่ล่าม

137
00:47:23,664 --> 00:47:27,664
พี่ล่ามพกำลังสื่อสารอะไรกันนักเรียนอยู่

138
00:47:39,757 --> 00:47:43,637
ใช่ไหมครับ

139
00:47:43,637 --> 00:47:47,637
เห็นไหมครับ เมื่อกี้เพื่อนขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำ เพื่อนยกมือไหว้คุณครูใช่ไหม

140
00:47:49,775 --> 00:47:53,775
แสดงว่านี่เป็นการขออนุญาต

141
00:47:55,256 --> 00:47:56,792
ที่ถูกต้องถ้าอยู่ ๆ เพื่อนลุกขึ้นไปโดยที่ไม่ไหว้ขออนุญาตคุณครู ถือว่า

142
00:47:56,792 --> 00:48:00,558
มีมารยาทไหมครับ

143
00:48:00,558 --> 00:48:04,218
ไม่มี

144
00:48:04,218 --> 00:48:05,629
โอเค แสดงว่าที่คุณครูพูดไป

145
00:48:05,629 --> 00:48:08,960
แสดงว่านักเรียน

146
00:48:08,960 --> 00:48:12,960
มีมารยาทอยู่นะครับผม

147
00:48:17,834 --> 00:48:21,010
ต่อไปนักเรียนไม่พูดคุยกับคนข้าง ๆ หรือส่งเสียงดัง

148
00:48:21,010 --> 00:48:22,393
ในขณะที่

149
00:48:22,393 --> 00:48:26,393
คุณครูสอน

150
00:48:28,680 --> 00:48:32,680
นักเรียนคุยกัน ในขณะที่พี่ล่ามใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน นักเรียนคุยกัน

151
00:48:32,865 --> 00:48:36,865
แล้วนักเรียนไม่ได้ดูพี่ล่ามอธิบายเลย นักเรียนจะเข้าใจไหมครับ

152
00:48:36,877 --> 00:48:40,877
ไม่เข้าใจแน่นอน เพราะ 1 นักเรียนไม่ได้ยินเลย

153
00:48:41,201 --> 00:48:42,535
ครูก็พูดจนเสียงแหบเสียงแห้งไป

154
00:48:42,535 --> 00:48:45,972
ก็ไม่ได้ยิน

155
00:48:45,972 --> 00:48:49,972
พี่ล่ามก็ตามภาษามือจนเมื่อยหมดแล้ว

156
00:48:50,634 --> 00:48:54,634
นักเรียนก็ไม่รู้เรื่อง เพราะว่านักเรียนไม่ได้ดู แล้วยังไม่ได้สนใจครูแล้วพี่น้ำเลย

157
00:48:58,635 --> 00:49:02,635
โอเค ดูพี่ล่ามอธิบายออกมาปุ๊บ แล้วก็จะเข้าใจว่าสิ่งที่คุณครูกำลังสอนนักเรียนคืออะไร

158
00:49:03,263 --> 00:49:07,263
บางครั้งครูไม่ต้องมาอธิบายเลยว่ามารยาทคืออะไร

159
00:49:09,265 --> 00:49:13,265
สิ่งที่ต้องทำอะไรล่ามในการพูดการฟังการดูการอ่านอะไรทุกอย่าง

160
00:49:15,015 --> 00:49:16,285
มารยาททั้งหมดคืออะไร บางทีคุณครูไม่ต้องมาพูดเลย ถ้านักเรียนเข้าใจในสิ่งที่

161
00:49:16,285 --> 00:49:18,843
มันถูกต้อง

162
00:49:18,843 --> 00:49:21,363
มันก็จะเป็น

163
00:49:21,363 --> 00:49:25,363
ไปในทางที่ดีของมันเอง

164
00:49:27,020 --> 00:49:31,020
ต่อไปนะครับ

165
00:49:31,630 --> 00:49:34,299
ต่อไปนะครับ ถ้าสมมุติว่า

166
00:49:34,299 --> 00:49:37,309
ในขณะที่คุณครูกำลังสอน

167
00:49:37,309 --> 00:49:41,309
แล้วนักเรียนพกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

168
00:49:45,486 --> 00:49:46,919
หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา มาเล่นในขณะที่คุณครูกำลังสอนอยู่ นักเรียนลองนึกภาพตามครูไปนะว่า ถ้ามีคุณ

169
00:49:46,919 --> 00:49:50,060
มีคนกำลังพูด

170
00:49:50,060 --> 00:49:51,016
ขึ้นมา คุณครูกำลังสอนอยู่ แล้วนักเรียนเล่นโทรศัพท์

171
00:49:51,016 --> 00:49:54,881
ในห้องเรียน

172
00:49:54,881 --> 00:49:58,881
นักเรียนคิดว่าคุณครูจะมีกำลังใจสอนไหมครับ

173
00:50:00,469 --> 00:50:04,469
นักเรียนคิดว่าคุณครูจะมีกำลังใจสอนไหม

174
00:50:07,790 --> 00:50:11,790
ครูคงหมดกำลังใจไปเลยเพราะว่านักเรียนไม่เชื่อฟังคุณครู นักเรียนไม่ตั้งใจเรียนกับคุณครู

175
00:50:14,154 --> 00:50:18,154
แต่ยังดีหน่อยที่ว่า

176
00:50:18,259 --> 00:50:19,246
เราไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์ มาในห้องเรียนนะ

177
00:50:19,246 --> 00:50:21,531
เราใช้ที่

178
00:50:21,531 --> 00:50:24,571
หอนอนเท่านั้น

179
00:50:24,571 --> 00:50:28,571
ถ้าวันไหน

180
00:50:31,359 --> 00:50:34,719
ชั่วโมงของคุณครูเอง จะต้องให้นักเรียนใช้เครื่องมือสื่อสารในการค้นหาสิ่งต่าง ๆ และคุณครูก็

181
00:50:34,719 --> 00:50:35,978
จะให้นักเรียนนำมาด้วยนะครับ แล้วก็

182
00:50:35,978 --> 00:50:37,137
จะให้

183
00:50:37,137 --> 00:50:41,137
ใช้

184
00:50:41,924 --> 00:50:44,598
ในการค้นหาสิ่งที่ต้องเรียนรู้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ให้เล่น

185
00:50:44,598 --> 00:50:48,598
Application ใด ๆ ทั้งนั้นนะครับ

186
00:50:54,161 --> 00:50:58,161
พอถึงเวลาที่คุณครูสอน หรือไม่ใช่เวลาที่ต้องค้นหาแล้ว นักเรียนก็ต้อง

187
00:50:58,313 --> 00:51:00,730
ปิดเครื่องมือสื่อสาร ปิดโทรศัพท์มือถือนั้น เก็บไว้ในกระเป๋าก่อน

188
00:51:00,730 --> 00:51:02,622
แล้วก็ตั้งใจฟังคุณครู

189
00:51:02,622 --> 00:51:06,622
เหมือนเดิม

190
00:51:09,442 --> 00:51:13,081
ต่อไปนะครับ ไม่รับประทานอาหาร

191
00:51:13,081 --> 00:51:17,081
และเครื่องดื่มในขณะที่ฟ

192
00:51:20,660 --> 00:51:24,660
ัง เหมือนรูปภาพที่คุณครูให้นักเรียนดูใช่ไหมครับ ว่ามีคุณครูสอนอยู่ มีนักเรียนกำลังกินขนมเลย

193
00:51:26,969 --> 00:51:28,467
บางทีคุณครูก็เคยโดนนะครับ บางทีคุณครูก็เคยโดนว่า

194
00:51:28,467 --> 00:51:32,467
สอนอยู่ดี ๆ

195
00:51:36,340 --> 00:51:39,784
คุณพ่อคุณแม่กลัวลูกไม่ได้กินขนม เอาขนมใส่กระเป๋าเต็มกระเป๋ามาเลย

196
00:51:39,784 --> 00:51:43,784
ลูกเอามากินในห้องเรียน

197
00:51:46,236 --> 00:51:48,315
โรงเรียนเราก็มีขนมให้นักเรียนเหมือนกัน แต่ว่าให้นักเรียนกินเป็นเวลานะ

198
00:51:48,315 --> 00:51:52,315
ทีนี้เป็นเวลามาก

199
00:51:53,579 --> 00:51:57,579
ในเวลาพักกลางวัน ตอนเย็นหลังเลิกเรียนแล้วนักเรียนต้องกิน

200
00:51:59,442 --> 00:52:03,442
ให้ตรงเวลาตรงนั้น เพราะว่าเวลาเรียนหนังสือนักเรียนควรที่จะตั้งใจฟังคุณครู

201
00:52:03,450 --> 00:52:04,833
ตั้งใจดูคุณครู ในการสื่อสารของคุณครูเพราะว่า

202
00:52:04,833 --> 00:52:08,622
บางทีนะครับ

203
00:52:08,622 --> 00:52:12,622
คุณครูเขาเตรียมการสอนมาทั้งคืนเลย

204
00:52:18,160 --> 00:52:20,932
ว่าจะทำอย่างไรดีนะ ให้นักเรียนเข้าใจในสิ่งที่คุณครูกำลังจะสื่อสารกับนักเรียนออกไปได้

205
00:52:20,932 --> 00:52:22,971
ทำอย่างไดีมาให้นักเรียน

206
00:52:22,971 --> 00:52:24,651
ให้นักเรียน

207
00:52:24,651 --> 00:52:26,293
โตในสังคม

208
00:52:26,293 --> 00:52:28,601
แล้วเป็น

209
00:52:28,601 --> 00:52:32,339
คนดีอยู่ในสังคม

210
00:52:32,339 --> 00:52:36,339
ที่ดีได้

211
00:52:38,066 --> 00:52:42,066
คุณครูเขาไม่ได้มีหน้าที่แค่มาสอนในห้องเรียน สอนเสร็จแล้วก็จบไปนะครับ

212
00:52:43,248 --> 00:52:47,248
ครูทุกคนนะครับ อยากให้นักเรียนเป็นคนดี อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

213
00:52:48,294 --> 00:52:52,294
โดยเฉพาะนักเรียนของคุณครู

214
00:52:52,785 --> 00:52:56,305
ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

215
00:52:56,305 --> 00:52:58,856
นักเรียนจะอยู่ในสังคมได้อย่างไร

216
00:52:58,856 --> 00:53:02,124
นักเรียนจะสื่อสารกับคนอื่นได้อย่างไร

217
00:53:02,124 --> 00:53:04,228
เป็นสิ่งที่คุณครูทุกคนในที่นี่

218
00:53:04,228 --> 00:53:08,228
กังวล

219
00:53:08,651 --> 00:53:09,295
ถ้าเรียนจบไป นักเรียนจะสามารถอยู่กับคน

220
00:53:09,295 --> 00:53:10,621
ป

221
00:53:10,621 --> 00:53:14,621
กติได้ไหม

222
00:53:16,115 --> 00:53:18,060
นักเรียนจะสามารถสื่อสารได้ไหม อย่างคุณครูเอง คุณครูเป็นคุณครูภาษาไทยนี่

223
00:53:18,060 --> 00:53:22,060
คุณครู

224
00:53:23,188 --> 00:53:27,188
กังวลมากเลย กังวลว่า

225
00:53:27,820 --> 00:53:28,948
นักเรียนจะทำอย่างไร ให้นักเรียนสามารถเขียนสื่อสารกับ

226
00:53:28,948 --> 00:53:32,224
คนอื่น ๆ ได้

227
00:53:32,224 --> 00:53:34,610
แล้วนักเรียนจะต้องเขียนอ

228
00:53:34,610 --> 00:53:38,610
ย่างไร ไใหรู้จักกาละเทศะ

229
00:53:42,884 --> 00:53:43,549
เดี๋ยวในเรื่องของการเขียน คุณครูจะสอนมารยาทในการเขียนต่อไปจ้ะ

230
00:53:43,549 --> 00:53:46,071
พรุ่งนี้อีก

231
00:53:46,071 --> 00:53:49,827
ตอนนี้มาฟังมารยาทในการฟังกันก่อน

232
00:53:49,827 --> 00:53:51,433
ด

233
00:53:51,433 --> 00:53:55,433
ดฮต่อไปนะครับ

234
00:53:58,212 --> 00:54:01,780
ต่อไปในขณะที่ในการฟังในที่ประชุมนะครับ ควรไปนั่งก่อนผู้พูด เริ่มพูด

235
00:54:01,780 --> 00:54:04,458
ไม่ว่าสมมุติว่านะ สมมุติว่า

236
00:54:04,458 --> 00:54:08,458
เรียนจบไปแล้ว นักเรียนทำงาน

237
00:54:08,458 --> 00:54:12,458
นักเรียนจบไปแล้ว นักเรียนทำงานที่นี้หัวหน้านัดประชุม

238
00:54:13,001 --> 00:54:17,001
นักเรียนให้หัวหน้าไปก่อนได้ไหมครับ ว่านักเรียนไปทีหลังได้ไหม

239
00:54:19,249 --> 00:54:23,249
ได้ไหม

240
00:54:23,831 --> 00:54:26,731
ได้ไหมครับ ตอบผมหน่อยได้ไหม

241
00:54:26,731 --> 00:54:30,731
ไม่ได้ ใช่ ไม่ได้เลย

242
00:54:30,973 --> 00:54:34,973
ไม่ได้เลย เป็นการเสียมารยาทมาก ๆ เลยนะครับ

243
00:54:35,326 --> 00:54:39,326
คุณครูสอนในห้องเรียนเหมือนกัน

244
00:54:41,542 --> 00:54:45,542
ครูสอนในห้องเรียนเหมือนกันนะครับ

245
00:54:52,313 --> 00:54:56,313
นักเรียนนะครับ ให้คุณครูมาก่อนมา มานั่งรอนักเรียนในห้องเรียนอย่างนี้ได้ไหม

246
00:55:04,310 --> 00:55:05,369
ไม่ควรเลย นักเรียนจะต้องรีบมา เพื่อที่จะมานั่งรอคุณครูอยู่ที่ห้องเรียน เพื่อรอ

247
00:55:05,369 --> 00:55:09,369
เรียนหนังสือ

248
00:55:16,180 --> 00:55:20,180
อย่างนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องนะครับ เพราะว่าเราเรียนไปอยู่ที่ไหน แล้วนักเรียนจำไว้นะครับ ว่านักเรียนอย่าให้ผู้ใหญ่รอ นักเรียนจะต้องมารอผู้ใหญ่ก่อน

249
00:55:21,557 --> 00:55:24,333
เข้าใจใช่ไหมครับ

250
00:55:24,333 --> 00:55:28,333
เข้าใจนะ

251
00:55:30,926 --> 00:55:32,461
เข้าใจว่าอย่างไรครับ

252
00:55:32,461 --> 00:55:35,793
เข้าใจไหม

253
00:55:35,793 --> 00:55:38,689
เข้าใจว่าไง เข้าใจว่ายังไง

254
00:55:38,689 --> 00:55:42,689
ใช่ไหม

255
00:55:42,862 --> 00:55:46,862
เข้าใจว่านักเรียนอย่าให้ผู้ใหญ่รอ

256
00:55:47,564 --> 00:55:51,564
นักเรียนจะต้องมาก่อนผู้ใหญ่เสมอ เวลานัดกับผู้ใหญ่เข้าใจไหมครับ

257
00:55:56,175 --> 00:56:00,175
ต่อไปจะเป็นมารยาทในการดูแล

258
00:56:00,718 --> 00:56:03,296
ะ จะเข้าห้องน้ำก่อนไหมครับ เข้าห้องน้ำก่อนไหม

259
00:56:03,296 --> 00:56:07,296
พักเข้าห้องน้ำสักครู่นะ

260
00:56:15,262 --> 00:56:19,262
โอเค พักห้องน้ำสักครู่ สัก 10 นาทีนะ โอเคครับ เดี๋ยวให้นักเรียนมาเข้าห้องน้ำสัก 10 นาทีนะครับ

261
01:11:23,549 --> 01:11:27,549
(อาจารย์จักรพงศ์) ครับ เดี๋ยวเรามาต่อกันเลยนะ

262
01:11:37,399 --> 01:11:40,456
ทีนี้เรามาต่อในเรื่องของมารยาทในการดูนะครับ

263
01:11:40,456 --> 01:11:44,456
มารยาทในการดูมีอะไรบ้าง

264
01:11:47,085 --> 01:11:49,410
เรามาดูข้อ 1 กันเลย มารยาทในการดูข้อที่ 1 เลย ก็คือ

265
01:11:49,410 --> 01:11:53,410
ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น

266
01:11:54,097 --> 01:11:57,236
อย่างไรครับ เวลาที่นักเรียนดู

267
01:11:57,236 --> 01:11:58,645
ดูหนัง ดูละคร ดูหนัง

268
01:11:58,645 --> 01:12:01,466
จะดู

269
01:12:01,466 --> 01:12:03,441
สักอย่างนึง

270
01:12:03,441 --> 01:12:07,441
ทีรวมกันเป็นกลุ่ม

271
01:12:08,765 --> 01:12:12,765
ในขณะที่คนอื่นกำลังดูอยู่นั้น นักเรียนสามารถที่จะ

272
01:12:14,659 --> 01:12:18,577
ทำกิจกรรมอื่น ในระหว่างที่คนอื่นกำลังตั้งใจดู

273
01:12:18,577 --> 01:12:21,315
อยู่ตรงนั้น แล้วรบกวนคนอื่นได้ไหมครับ ส่งเสียงดังได้ไหม

274
01:12:21,315 --> 01:12:25,315
นักเรียนสามารถ

275
01:12:26,555 --> 01:12:30,537
ตบมือ กระโดดโลดเต้นในขณะที่คนอื่นกำลังดูทีวีอย่างนี้ได้ไหมครับ

276
01:12:30,537 --> 01:12:34,537
ได้ไหม

277
01:12:38,671 --> 01:12:42,671
ไม่ได้

278
01:12:45,603 --> 01:12:48,994
ในขณะที่คุณครูกำลังสอนอยู่นี่ นักเรียนสามารถส่งเสียงดัง

279
01:12:48,994 --> 01:12:52,994
ออกไปห้องเรียนได้ไหมครับ

280
01:13:06,666 --> 01:13:10,666
แล้วต่อไปนะครับ

281
01:13:11,037 --> 01:13:15,037
นั่งหรือยืนดูในท่าทางที่สุภาพเรียบร้อย

282
01:13:15,752 --> 01:13:18,829
นักเรียนสามารถที่

283
01:13:18,829 --> 01:13:22,829
... ในขณะที่คุณครูกำลังพูด

284
01:13:26,528 --> 01:13:30,528
กำลังนำเสนอในบทการเรียนการสอนที่นักเรียนกำลังดูอยู่นี่

285
01:13:45,237 --> 01:13:49,237
ในขณะที่

286
01:13:51,494 --> 01:13:55,352
เพื่อน ๆ กำลังดูพี่ล่ามอธิบายในเรื่องที่คุณครูสอนอยู่นี่ นักเรียนสามารถ

287
01:13:55,352 --> 01:13:59,352
นอนเล่นได้ไหม

288
01:14:04,982 --> 01:14:08,982
ไม่ได้เลยนะครับ เป็นการแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ไม่เหมาะสมเลย ถือว่าเป็นการไม่มีมารยาท

289
01:14:12,771 --> 01:14:16,771
เห็นไหมครับ ในขณะที่คุณครู

290
01:14:17,011 --> 01:14:21,011
หรือพี่ล่ามกำลังสอนนักเรียนอยู่นี่ กำลังดู

291
01:14:24,162 --> 01:14:27,280
พี่ล่ามใช้ภาษามืออยู่ดี ๆ นักเรียนลุกออกไปเลยโดยที่นักเรียนไม่ขออนุญาตไม่ยกมือไหว้คุณครูอย่างนี้

292
01:14:27,280 --> 01:14:30,132
ถือว่าเป็นการมีมารยาทไหมครับ

293
01:14:30,132 --> 01:14:34,132
ไม่มีเลยนะครับ

294
01:14:34,862 --> 01:14:38,596
ถือว่าเป็นการไม่มีมารยาทเลย เพราะว่านักเรียน ถ้านักเรียน

295
01:14:38,596 --> 01:14:42,485
จำเป็นที่จะต้องทำภารกิจส่วนตัว หรือ

296
01:14:42,485 --> 01:14:46,485
อย่าเข้าห้องน้ำฉับพลันอย่างนี้ นักเรียนจะต้อง

297
01:14:48,628 --> 01:14:52,628
ลุกขึ้นแล้วขออนุญาตคุณครูก่อน พร้อมกับยกมือไหว้ด้วยนะครับ

298
01:14:59,462 --> 01:15:03,462
ไม่ว่าจะเป็นมารยาทในการฟัง การดู การพูด การสื่อสารทั้งหมดเลย

299
01:15:08,714 --> 01:15:11,464
ถ้านักเรียนมีเครื่องมือสื่อสาร ในขณะที่ผู้พูดเขากำลังพูด เขากำลังบรรยาย เขากำลังสื่อสารกับนักเรียน เอามานี่ นักเรียนสามารถ

300
01:15:11,464 --> 01:15:15,464
เล่นโทรศัพท์ไปด้วยได้ไหมครับ

301
01:15:20,147 --> 01:15:22,742
เวลาที่คุณครูกำลังอบรมนักเรียนอยู่ บนหอนอนน่ะ สมมุติ สมมุติว่า

302
01:15:22,742 --> 01:15:26,742
คุณครูอบรมนักเรียน

303
01:15:27,025 --> 01:15:28,881
ในช่วงที่

304
01:15:28,881 --> 01:15:32,881
ขึ้นหอนอนอยู่

305
01:15:33,726 --> 01:15:37,623
ในขณะที่คุณครูกำลังพูดสื่อสารด้วยภาษามือกับนักเรียน

306
01:15:37,623 --> 01:15:41,623
นักเรียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นในระหว่างนั้นได้ไหมครับ

307
01:15:45,301 --> 01:15:48,189
ไม่ได้เลย ใช่ไหมครับ เพราะอะไร

308
01:15:48,189 --> 01:15:50,357
หรือว่าเป็นการไม่มีมารยาทเลยนะครับ

309
01:15:50,357 --> 01:15:54,357
เนื่องจากที่คุณครู

310
01:15:58,849 --> 01:16:02,590
เขาจะสื่อสารกับนักเรียน นักเรียนอย่าลืมว่านักเรียนเป็นคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอยู่ นักเรียนไม่สามารถที่จะได้ยินเสียงคุณครูอธิบายตรงนั้น

311
01:16:02,590 --> 01:16:05,159
ในขณะที่นักเรียนกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ นักเรียน

312
01:16:05,159 --> 01:16:06,872
จึงต้องตั้งใจฟังคุณ

313
01:16:06,872 --> 01:16:10,872
ครู ตั้งใจดูคุณครู

314
01:16:12,859 --> 01:16:16,859
เวลาที่คุณครูใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน นักเรียนจะได้เข้าใจในสิ่งที่คุณครูกำลังจะบอกนักเรียนนะครับ

315
01:16:21,556 --> 01:16:23,822
สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือการไม่รับประทานอาหาร

316
01:16:23,822 --> 01:16:27,822
ซื้อเครื่องดื่มในขณะที่ดู

317
01:16:30,592 --> 01:16:32,762
ก็เหมือนกัน

318
01:16:32,762 --> 01:16:36,075
เหมือนกันกับมารยาทในการฟัง

319
01:16:36,075 --> 01:16:40,075
ที่คุณครูเคยพูดมาแล้วว่าในขณะที่

320
01:16:40,807 --> 01:16:44,190
... เขากำลังพูดอยู่นะ สมมุติว่าคุณครูกำลังสอนอยู่ครูไม่ได้กินข้าวเช้ามา

321
01:16:44,190 --> 01:16:48,190
ครูหิวมากเลยไปเรียนกินขนม

322
01:16:48,699 --> 01:16:51,571
ไปด้วยฟังครูไปด้วยเนี่ยจะทำให้คุณครูมีสมาธิไหมครับ

323
01:16:51,571 --> 01:16:54,563
ไม่มีสมาธิในการสอนนักเรียนไหม

324
01:16:54,563 --> 01:16:57,392
ไม่มีเลยเพราะอะไรเพราะครูก็หิว

325
01:16:57,392 --> 01:17:01,392
เมึงกูก็หิวกับนักเรียน

326
01:17:05,090 --> 01:17:06,910
นักเรียนจะกินคุณครูแบบหิวนะ ก็ไม่มีสมาธิในการสอนนักเรียนอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นการไม่

327
01:17:06,910 --> 01:17:10,910
ไม่รักษาน้ำใจของคุณครู

328
01:17:16,077 --> 01:17:19,357
หรือไม่รักษาน้ำใจของคนที่เขามาสอน ครูคนอื่นด้วยจะทำให้คุณครูเขาไม่มีสมาธิ ในการสอน บางทีกลิ่นขนม

329
01:17:19,357 --> 01:17:21,975
เขาอาจจะไม่ชอบกลิ่นนี้ คนอื่นอาจจะไม่ชอบกลิ่น

330
01:17:21,975 --> 01:17:25,690
ขนม อย่างที่เรากินอย่างงี้

331
01:17:25,690 --> 01:17:29,690
เขาจะทำให้เขาเสียสมาธิได้นะครับ

332
01:17:36,151 --> 01:17:40,115
สิ่งที่สำคัญที่สุดเลย ในการดู จะต้องตั้งใจดู และมีสมาธิในการดู

333
01:17:40,115 --> 01:17:44,115
ทำไมถึงต้องตั้งใจก็อย่างที่ครูพูดไปแล้ว

334
01:17:48,057 --> 01:17:49,973
การตั้งใจถ้านักเรียนไม่ตั้งใจฟังคุณครู อย่างเช่นถ้าคุณครูอธิบายไปพี่ล่ามใช้ภาษามืออธิบาย ให้นักเรียนฟังเข้าใจอยู่นี่

335
01:17:49,973 --> 01:17:51,796
เรียนรู้เข้าใจ

336
01:17:51,796 --> 01:17:54,352
นักเรียน

337
01:17:54,352 --> 01:17:55,848
ไม่สนใจพี่ล่ามเลยนะ เดี๋ยวจะเข้าใจไหมครับ

338
01:17:55,848 --> 01:17:59,848
ไม่เข้าใจ

339
01:18:00,818 --> 01:18:02,987
คุณครูให้ทำใบงาน เพราะคุณครูให้ทำอะไร นักเรียนก็จะกลับกลายเป็นว่า

340
01:18:02,987 --> 01:18:05,061
ไม่รู้เรื่องเลย คุณครูให้ทำอะไร

341
01:18:05,061 --> 01:18:06,221
อาหาที่คุณครูอธิบาย

342
01:18:06,221 --> 01:18:10,221
จนคอแห้ง

343
01:18:11,976 --> 01:18:13,416
เจ็บคอพูดไปอธิบายไปพี่ล่ามก็จนเมื่อยไปละ

344
01:18:13,416 --> 01:18:17,416
นักเรียนไม่เข้าใจ

345
01:18:18,164 --> 01:18:20,411
พอครูถามว่าเข้าใจไหม เดี๋ยวก็ตอบเข้าใจเข้าใจเข้าใจ

346
01:18:20,411 --> 01:18:24,390
ไปทำงานจริง ๆ นักเรียนกลับ

347
01:18:24,390 --> 01:18:26,329
ไม่เข้าใจในตรงนั้นนี่แหละครับ  สิ่งที่สำคัญของนักเรียนเลย

348
01:18:26,329 --> 01:18:28,529
ต้องตั้งใจ

349
01:18:28,529 --> 01:18:29,483
และมีสมาธิในการดู

350
01:18:29,483 --> 01:18:30,763
การฟัง

351
01:18:30,763 --> 01:18:34,763
ทั้งหมดเลย

352
01:18:37,676 --> 01:18:41,676
นักเรียนดูนะครับ

353
01:18:42,891 --> 01:18:44,866
นักเรียนนักเรียนเคยไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ไหม

354
01:18:44,866 --> 01:18:46,916
เคยไปดูที่โรงหนังไหม

355
01:18:46,916 --> 01:18:48,312
เคยไปดูหนังไหมครับ

356
01:18:48,312 --> 01:18:52,312
เคยไหม

357
01:18:52,832 --> 01:18:56,832
ไหนใครเคยไปดูหนังที่โรงหนังบ้างยกมือขึ้น

358
01:18:57,422 --> 01:19:01,000
ไม่เคยหรือครับ

359
01:19:01,000 --> 01:19:05,000
เคยไหม

360
01:19:06,195 --> 01:19:10,195
เคยไหม เห็นไหม นักเรียนไม่ได้ดูพี่ล่ามใช่ไหม นักเรียนไม่ได้ตอบคุณครู

361
01:19:15,361 --> 01:19:19,361
เอาใหม่ ครูถามใหม่ก่อน ดู ๆ พี่ล่างก่อนดูก่อนนักเรียนเคยไปดูหนังที่โรงหนังไหมครับ ถ้าเคยไปยกมือขึ้น

362
01:19:24,703 --> 01:19:28,058
มีคนเคยไป

363
01:19:28,058 --> 01:19:30,341
อ่านนักเรียนเห็นไหม ว่าในโรงหนังเขา

364
01:19:30,341 --> 01:19:33,295
ที่สำคัญเลยคืออะไร

365
01:19:33,295 --> 01:19:36,556
เขาให้ปิดเสียงโทรศัพท์ใช่ไหมครับ

366
01:19:36,556 --> 01:19:40,556
ให้ปิดเสียงโทรศัพท์ ห้ามเล่นโทรศัพท์

367
01:19:42,502 --> 01:19:46,502
เพราะว่าอะไร มันจะเป็นมันจะรบกวนคนอื่น คนที่เขาตั้งใจจะมาดูหนังจริง ๆ

368
01:19:49,363 --> 01:19:53,363
ถ้าเราจะไปเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงนั้นให้เราออกมาข้างนอก แล้วเราถ้าจำเป็นจริง ๆ ต้องคุยโทรศัพท์ แล้วเดี๋ยวก็ต้องออกมาข้างนอกก่อน

369
01:20:03,897 --> 01:20:07,897
นักเรียนดูนะครับ นักเรียนดูบทสนทนานะ

370
01:20:08,611 --> 01:20:12,611
เดี๋ยวคุณครู คุณครูจะอ่านบทสนทนานี้ให้นักเรียนฟังนะครับ

371
01:20:12,978 --> 01:20:16,268
ก็ดูพี่ล่ามไปด้วย ใช้ภาษามือไปด้วยนะ

372
01:20:16,268 --> 01:20:18,918
อย่าละสายตาจากพี่ล่ามนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้ฟังนะ

373
01:20:18,918 --> 01:20:20,753
บทสนทนาก็จะมี

374
01:20:20,753 --> 01:20:24,753
ตัวละครทั้งหมด

375
01:20:24,806 --> 01:20:26,129
3 ตัวละครด้วยกัน ก็จะมีอ๊อด

376
01:20:26,129 --> 01:20:28,627
อ้อย

377
01:20:28,627 --> 01:20:32,627
แล้วก็มีอ

378
01:20:32,660 --> 01:20:36,660
้น บอกว่า

379
01:20:36,680 --> 01:20:38,939
กับอ้อยจะไปไหนน่ะ ถ้าทางรีบร้อนเชียว

380
01:20:38,939 --> 01:20:41,403
อ้อยตอบว่า

381
01:20:41,403 --> 01:20:44,859
รีบไปอ่านหนังสือในห้องสมุดน่ะสิ

382
01:20:44,859 --> 01:20:46,057
อเลยพูดว่า

383
01:20:46,057 --> 01:20:47,464
แหม

384
01:20:47,464 --> 01:20:51,464
ขยันอ่าน

385
01:20:51,889 --> 01:20:55,889
แว่นหนาเตอะเลยนะป้าอ้อย

386
01:20:57,373 --> 01:20:59,125
ก็เลยบอกว่า อ้าว ทำไมมาว่าฉันล่ะ

387
01:20:59,125 --> 01:21:02,507
ฉันไม่ใช่ป้าเธอนะ

388
01:21:02,507 --> 01:21:06,507
อ้อนจึงพูดว่า

389
01:21:07,095 --> 01:21:09,843
พูดไม่ดีเลย คนใส่แว่นตาเป็นเรื่องธรรมดา

390
01:21:09,843 --> 01:21:13,602
หลายคนเขาก็ใส่แว่นตาตั้งแต่เด็ก ๆ

391
01:21:13,602 --> 01:21:17,602
เขาขยันอ่านหนังสือไปล้อเขาทำไม

392
01:21:17,908 --> 01:21:19,173
จงบอกว่าขอโทษ ขอโทษ

393
01:21:19,173 --> 01:21:21,611
พูดเล่นน่ะ

394
01:21:21,611 --> 01:21:25,611
พูดแค่นี้ทำเป็นโกรธไปได้

395
01:21:26,913 --> 01:21:30,500
นักเรียนคิดว่า

396
01:21:30,500 --> 01:21:34,500
อ๊อดมีมารยาทไหมครับ

397
01:21:40,241 --> 01:21:44,241
นักเรียนคิดว่าอ๊อดมีมารยาทไหม

398
01:21:45,716 --> 01:21:47,939
ไม่มีเลย

399
01:21:47,939 --> 01:21:51,843
เพราะว่าอะไร เพราะว่า

400
01:21:51,843 --> 01:21:54,426
บูลลี่

401
01:21:54,426 --> 01:21:55,687
ไปบูลลี่อ้อยเ

402
01:21:55,687 --> 01:21:59,687
ขา ว่าอ้อย

403
01:22:01,605 --> 01:22:04,713
น่ะ ใส่แว่นตาหนาเตอะเหมือนป้าเลยนะ แถมไปเรียกเขาว่าป้าด้วย นักเรียนคิดว่า

404
01:22:04,713 --> 01:22:07,925
มีมารยาทในการพูดไหมครับ

405
01:22:07,925 --> 01:22:11,157
ไม่มีเลยนะครับ เพราะว่า

406
01:22:11,157 --> 01:22:13,940
อ๊อดไปบูลลี่เขา ถือว่า

407
01:22:13,940 --> 01:22:17,940
การไม่มีมารยาทในการพูดเลย

408
01:22:19,824 --> 01:22:21,072
ถ้าอยู่ ๆ นักเรียนไปเจอ

409
01:22:21,072 --> 01:22:25,072
... เจอ

410
01:22:26,426 --> 01:22:27,651
เพื่อน เจอคุณครู ไปเจอคุณครูหรือว่าคุณครู

411
01:22:27,651 --> 01:22:28,828
มาใหม่

412
01:22:28,828 --> 01:22:32,828
คร๔มาปุ๊บ

413
01:22:33,595 --> 01:22:36,846
นักเรียนมาพูดกับคุณครูว่าถ้าไม่คู่ควรจังเลยนี้

414
01:22:36,846 --> 01:22:40,846
หรือว่านักเรียนมีมารยาทในการพูดไหมครับ

415
01:22:42,921 --> 01:22:46,921
มีมารยาทในการพูดไหม

416
01:22:49,000 --> 01:22:53,000
ไม่มีเลยนะครับ นักเรียนจะต้องให้เกียรติกันและกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นครูหรือว่าจะเป็นเพื่อน

417
01:22:53,123 --> 01:22:55,257
ถ้านักเรียนไม่ใช่นักเรียนชายอย่างนี้ชอบไปบูลลี่นักเรียนหญิง

418
01:22:55,257 --> 01:22:59,257
ทำไมวันนี้เธออ้วนจังเลยนี้

419
01:23:00,745 --> 01:23:04,745
นักเรียนหญิงก็ซีเรียสก็เลยถามว่า มาว่าฉันอ้วนได้ยังไงอะไรอย่างเงี้ย

420
01:23:05,647 --> 01:23:07,951
ไม่ควรที่จะไปทักกันแบบนั้นนะครับ ไม่ว่าจะอ้วนจะผอม

421
01:23:07,951 --> 01:23:10,697
อก็คือมนุษย์เหมือนกัน

422
01:23:10,697 --> 01:23:14,697
ต้องรักษา

423
01:23:15,668 --> 01:23:18,327
มารยาทในสังคมตรงนั้นเอาไว้ถ้านักเรียนไปเจอคนข้างนอก

424
01:23:18,327 --> 01:23:21,110
ไม่เจอคุณข้างนอก

425
01:23:21,110 --> 01:23:23,032
อยู่กับคนข้างนอกคนทั่วไปปกติ

426
01:23:23,032 --> 01:23:27,032
มนุษย์นอกโรงเรียนนี้

427
01:23:29,828 --> 01:23:33,828
อย่าลืมนะครับ ว่านักเรียนจะอยู่ในโรงเรียนนี้แค่ ม. 6 เท่านั้น ถ้าเรียนจบจากโรงเรียนนี้ไป

428
01:23:36,603 --> 01:23:37,991
นักเรียนบางคนจะต้องไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย และนักเรียนบางคนจะต้องไปทำงานที่อื่น ๆ แล้วไปเจอสังคม

429
01:23:37,991 --> 01:23:39,671
คนอื่น ๆ

430
01:23:39,671 --> 01:23:42,354
ถ้านักเรียน

431
01:23:42,354 --> 01:23:45,649
ไม่มีมารยาทในการพูด

432
01:23:45,649 --> 01:23:47,482
กับคนอื่น ๆ นักเรียนคิดว่านักเรียนจะอยู่ในสังคม

433
01:23:47,482 --> 01:23:51,482
... สังคมนั้นได้ไหม

434
01:23:55,187 --> 01:23:59,187
นักเรียนจะต้องระมัดระวังในการพูดของนักเรียนในการสื่อสารของนักเรียนนะครับ บางทีนักเรียนจะต้องรักษาน้ำใจ

435
01:24:00,161 --> 01:24:02,026
คนอื่นด้วย ไม่ใช่ว่าคิดอย่างไรก็พูดไปตามนั้นเลย บางที

436
01:24:02,026 --> 01:24:06,026
บอกว่าตัวเองเป็นคนตรง ๆ

437
01:24:10,970 --> 01:24:14,970
คำว่า "คนตรง ๆ " กับคนไม่มีมารยาทมันเป็นเส้นบาง ๆ อยู่นะครับ นักเรียนห้ามไปพูดอย่างนี้กับใครนะ

438
01:24:17,764 --> 01:24:18,256
นักเรียนต้องรักษาน้ำใจ ถนอมน้ำใจคนที่

439
01:24:18,256 --> 01:24:20,224
เขา

440
01:24:20,224 --> 01:24:24,224
รับฟังเรา

441
01:24:31,775 --> 01:24:35,775
ต่อไป มารยาทในการพูดที่ดี หรือมารยาทในการสื่อสารที่ดี

442
01:24:36,993 --> 01:24:40,993
นักเรียนใช้ภาษามือในการสื่อสาร

443
01:24:42,332 --> 01:24:46,115
นักเรียนจะต้องใช้ภาษามืออย่างไรในการสื่อสาร

444
01:24:46,115 --> 01:24:47,380
จะต้องใช้ภาษาที่ฟังแล้ว

445
01:24:47,380 --> 01:24:50,198
หรือดูแล้ว

446
01:24:50,198 --> 01:24:53,032
ค่อนข้างที่จะทำให้

447
01:24:53,032 --> 01:24:57,032
รับฟังหรือดูเรา

448
01:24:57,843 --> 01:25:00,012
เขารู้สึกดีกับเราไปด้วยนะครับ มารยาทในการพูด

449
01:25:00,012 --> 01:25:03,009
น้องเจตน้องเจตพูดได้

450
01:25:03,009 --> 01:25:07,009
สังเกตแต่ต้องพูดในลักษณะที่

451
01:25:08,183 --> 01:25:12,183
รักษาน้ำใจคนอื่นไปด้วยไม่ใช่ว่ารู้สึกอย่างไร ก็พูดออกไปเลย

452
01:25:15,639 --> 01:25:19,639
รู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ครูเห็นคุณครูว่าทำไมคอ้วนจังเลยอย่างนี้

453
01:25:20,783 --> 01:25:22,884
เป็นอย่างไรครับ ทำไมคุณครูรู้สึกดีบ้างไหม

454
01:25:22,884 --> 01:25:26,884
ทำให้กูรู้สึกดีไหมครับ

455
01:25:30,879 --> 01:25:34,879
ถ้าสมมุติว่ามีคนมาล้อเลียนปมด้อยของนักเรียน

456
01:25:44,667 --> 01:25:47,987
อย่างสมมุติว่านักเรียนแบบเป็นสิวเลยเต็มหน้าเลย เอามาทำอะไรมานี่ สิวก็เลยดูสกปรกจังเลย อย่างนี้นักเรียนคิดว่านักเรียนจะรู้สึกดีไหมคะ ถ้ามีคนอื่นมาพูดนักเรียนแบบนี้

457
01:25:47,987 --> 01:25:51,666
ดีไหม ไม่ดีเลย

458
01:25:51,666 --> 01:25:52,750
ใช่เราเราก็ไม่ควรที่จะไปบูลลี่ไป

459
01:25:52,750 --> 01:25:56,750
ไ

460
01:25:58,807 --> 01:26:01,522
ไปทำให้เขารู้สึกไม่ดี เวลาเราพูดอะไรเราต้องพูดจาให้ไพเราะ แล้วพูดจาให้สุภาพ

461
01:26:01,522 --> 01:26:05,522
รักษาน้ำใจ คนที่เราพูดด้วย

462
01:26:05,614 --> 01:26:09,460
ทำให้การสนทนาของเรา

463
01:26:09,460 --> 01:26:13,460
รู้สึกแบบเขาเรียกว่าอะไร

464
01:26:13,492 --> 01:26:17,492
ประทับใจครับ  ประทับใจในครั้งแรกที่เราเจอกัน

465
01:26:22,633 --> 01:26:26,633
บางทีเราก็ไม่ต้องพูดความจริงไปทั้งหมดก็ได้ครับ บางที

466
01:26:27,903 --> 01:26:31,747
เพื่อนมาปรึกษาว่าวันนี้เป็นอย่างไร บ้าง ฉันใส่ฉันใส่ชุดนี้แล้วรู้สึก

467
01:26:31,747 --> 01:26:35,747
รู้สึกอย่างไร อ้วนบ้างไหมอะไรยบางที

468
01:26:36,174 --> 01:26:39,481
วันที่เราเห็นว่ามันมันก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรไปแล้วก็ชมเพื่อนบ้าง

469
01:26:39,481 --> 01:26:42,905
ไม่มีกำลังใจเพื่อนจะได้แบบ

470
01:26:42,905 --> 01:26:46,905
ไม่ต้องไม่ต้องไม่ต้องอาย ไม่ต้องอะไรให้กล้า

471
01:26:47,804 --> 01:26:51,804
กว่าที่จะแสดงออกกล้าที่จะเปิดเผยในตัวตนของตัวเองออกมา แบบนั้น

472
01:26:55,693 --> 01:26:57,911
เราก็ต้องรู้ด้วยนะครับ ว่าสิ่งที่เพื่อนทำอยู่นั้นน่ะเป็นสิ่งที่ถูกต้องไหม ถ้าไม่ถูกต้อง เราก็ต้องเตือนเพื่อนด้วยนะ ไม่ใช่ว่า

473
01:26:57,911 --> 01:27:01,600
เอาเลย ทำเลย อยู่ที่

474
01:27:01,600 --> 01:27:05,600
ไม่ได้เตือนเพื่อนเลยว่าสิ่งที่เพื่อนทำแล้วมันถูกไหม

475
01:27:05,762 --> 01:27:09,762
ต่อไปนะครับ

476
01:27:09,848 --> 01:27:13,848
เวลาพูดหรือสื่อสารอะไร แล้วต้องสื่อสารให้ชัดเจน

477
01:27:13,941 --> 01:27:17,182
ไม่เข้าใจนักเรียนใช้ภาษามือเหมือนกัน ไม่ว่า

478
01:27:17,182 --> 01:27:21,182
สมมุติว่าถ้ายังอยากได้คุณครูเอง คุณครู

479
01:27:23,343 --> 01:27:27,343
ไม่รู้จักภาษามืออย่างนี้ มาใช้ภาษามือแบบเร็ว ๆ คุณครูไปเลย โดยที่ไม่ชัดเจนเลยว่าต้อง

480
01:27:27,569 --> 01:27:31,569
คืออะไร คำไหนเป็นอย่างไร ครูจะเข้าใจไหม

481
01:27:32,110 --> 01:27:33,917
ไม่เข้าใจนะครับ คุณครูไม่เข้าใจนักเรียนต้องใช้ภาษามือที่ชัดเจน

482
01:27:33,917 --> 01:27:37,917
เวลาสื่อสารกับคนอื่น

483
01:27:38,927 --> 01:27:42,150
คนอื่นเขาจะได้รู้ว่า นักเรียนทำแบบนี้นักเรียนใช้ภาษามือแบบนี้

484
01:27:42,150 --> 01:27:46,150
แปลว่า แปลว่าแบบนี้

485
01:27:47,232 --> 01:27:49,326
หมายความว่าอะไรน้องกิ๊ฟพูดได้ มันก็ต้องฝึกพูด

486
01:27:49,326 --> 01:27:52,733
ฝึกบ่อย ๆ ออกเสียงบ่อย ๆ

487
01:27:52,733 --> 01:27:54,906
มันจะพูดออกมาได้

488
01:27:54,906 --> 01:27:58,906
แล้วคนอื่นเขาจะได้เข้าใจ

489
01:28:04,516 --> 01:28:05,912
บางทีถ้าสมมุติว่าน้องเจ็ต น้องเจ็ตอยากจะสื่อสารด้วยคำพูดให้คนอื่นเข้าใจเป็น

490
01:28:05,912 --> 01:28:09,912
เป็นคำที่ถูกต้อง

491
01:28:10,729 --> 01:28:14,729
จะสามารถมาปรึกษาคุณครูได้น้องเจไปปรึกษาคุณครูคนอื่นได้

492
01:28:15,048 --> 01:28:19,048
ที่เขาสามารถพูดได้สื่อสารได้ และออกเสียงให้ชัดเจนออกมา

493
01:28:19,186 --> 01:28:22,397
ถ้านักเรียนจะสื่อสารด้วยภาษามือ

494
01:28:22,397 --> 01:28:26,397
ไม่แม่นภาษามือ ว่าคำนี้

495
01:28:29,390 --> 01:28:31,083
ควรใช้ภาษามือลักษณะแบบไหน ควรใช้ภาษามือแบบไหน ให้มันถูกต้อง นักเรียนก็ต้องไปถาม

496
01:28:31,083 --> 01:28:32,747
คุณครูที่

497
01:28:32,747 --> 01:28:36,747
เขาเก่งภาษามือ

498
01:28:38,257 --> 01:28:41,087
สอนในการพูดภาษามือสื่อสารภาษามือ ให้กับนักเรียนได้ถูกต้อง

499
01:28:41,087 --> 01:28:43,477
ตรงนั้นไม่ใช่ว่านักเรียนจะ

500
01:28:43,477 --> 01:28:47,477
ใช้ภาษามือแบบผิด ๆ ไป

501
01:28:48,901 --> 01:28:51,016
แล้วทีนี้ก็ไปสื่อสารกับน้อง ๆ ก็ใช้ผิดมาด้วย มาด้วย มาด้วย

502
01:28:51,016 --> 01:28:55,016
คนปกติก็เหมือนกันครับ นักเรียน

503
01:28:56,949 --> 01:28:59,885
ที่เขาใช้ภาษาพูดในการสื่อสาร เขาก็เหมือนกันบางทีเขาใช้คำพูดที่ผิด

504
01:28:59,885 --> 01:29:01,539
เขาก็เรียนแบบคำพูดที่ผิดไปเรื่อย ๆ

505
01:29:01,539 --> 01:29:03,459
ภาษามือก็เหมือนกันครับ

506
01:29:03,459 --> 01:29:05,108
ถ้านักเรียนใช้ผิดมา

507
01:29:05,108 --> 01:29:06,384
น้อง ๆ ก็ทำตาม

508
01:29:06,384 --> 01:29:09,216
ผิดมาเรื่อย ๆ

509
01:29:09,216 --> 01:29:10,556
บางทีภาษามือมันอาจจะไม่เหมือนกัน

510
01:29:10,556 --> 01:29:12,673
แต่ละพื้นที่

511
01:29:12,673 --> 01:29:16,673
นักเรียนเข้าใจตรงนี้ดีใช่ไหมครับ

512
01:29:32,727 --> 01:29:34,830
ต่อไปไม่พูดส่อเสียดหรือล้อเลียนผู้อื่น เห็นไหมครับ การพูดการสื่อสารที่ดี ที่คุณครูบอกไปแล้วว่าเราไม่ควรที่จะไปบูลลี่คนอื่น

513
01:29:34,830 --> 01:29:37,324
พูดให้คนอื่นรู้สึกไม่ดี

514
01:29:37,324 --> 01:29:39,559
การพูดที่ดี คือการพูด

515
01:29:39,559 --> 01:29:43,280
ให้รู้จักกาละเทศะ

516
01:29:43,280 --> 01:29:46,195
เวลาไหนควรพูด เวลาไหนควรฟัง

517
01:29:46,195 --> 01:29:50,195
เวลาไหนควรดู เราต้องรู้

518
01:29:56,383 --> 01:29:58,897
เวลาพูดใช่ไหมครับ เวลาเราสื่อสารอย่างนี้ เราก็ต้องเปิดโอกาส

519
01:29:58,897 --> 01:30:02,897
ให้ผู้ฟัง

520
01:30:04,565 --> 01:30:08,565
หรือคู่สนทนาของเราได้สอบถามเราบ้าง

521
01:30:10,044 --> 01:30:11,329
อยู่ดี ๆ พูด ๆ ๆ ภาษามือดี ๆ พูด โอเค สวัสดี ไปละ โดยที่ไม่ได้ฟังเขาเลยว่าเขารู้สึกยัอ

522
01:30:11,329 --> 01:30:13,602
ย่างไร เป็นยังไงบ้าง

523
01:30:13,602 --> 01:30:17,290
นักเรียนคิดว่า

524
01:30:17,290 --> 01:30:18,955
อย่างเช่นคุณครูพูดอย่าง

525
01:30:18,955 --> 01:30:20,312
นี้ พูดเสร็จลงไปแล้ว

526
01:30:20,312 --> 01:30:22,638
และคิดว่า

527
01:30:22,638 --> 01:30:26,638
ไม่ถามมันเลยว่า

528
01:30:28,826 --> 01:30:31,834
นักเรียนรู้สึกอย่างไร บ้างนักเรียนเข้าใจไหมอย่างนี้ นักเรียนคิดว่านักเรียน โอเคไหมคะ

529
01:30:31,834 --> 01:30:35,834
เข้าใจในสิ่งที่ครพูดไหม

530
01:30:40,569 --> 01:30:42,348
ที่นี้เราก็เรียนเรื่องมารยาทในการฟัง

531
01:30:42,348 --> 01:30:45,340
การดู การพูดมานะ

532
01:30:45,340 --> 01:30:47,656

533
01:30:47,656 --> 01:30:49,850
แล้วจะไปเรียนเรื่องอะไรเดี๋ยวคุณครู

534
01:30:49,850 --> 01:30:53,496
มาบอกอีกทีหนึ่ง

535
01:30:53,496 --> 01:30:56,413
ทบทวนกัน เรื่องมารยาทก่อนแล้ว ก็

536
01:30:56,413 --> 01:30:57,840
ต่อด้วยบทเรียนอีกสำหรับวันนี้นะครับ

537
01:30:57,840 --> 01:31:01,840
คุณครูก็

538
01:31:02,810 --> 01:31:03,805
ระบบของเราก็ขัดข้องช่วงแรกนิดหน่อยนะ

539
01:31:03,805 --> 01:31:06,081
เดี๋ยว

540
01:31:06,081 --> 01:31:07,467
ครั้งหน้าเราค่อยปรับปรุงกันนะครับ

541
01:31:07,467 --> 01:31:09,076
สำหรับวันนี้

542
01:31:09,076 --> 01:31:11,683
ค

543
01:31:11,683 --> 01:31:15,683
รูสอนเ

544
01:31:15,927 --> 01:31:19,927
พียงเท่านี้นะ โอเค  ไว้เจอกันใหม่ครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ คุณพิราบนะครับ

