﻿1
00:04:32,303 --> 00:04:36,303
(อาจารย์จักรพงศ์) ตั้งใจฟังคุณครูนี่ภาพที่ 2

2
00:04:37,059 --> 00:04:40,678
มีนักเรียนไม่กินขนมจากที่เคยกินขนมไม่กินขนมแล

3
00:04:40,678 --> 00:04:44,678
้ว ไม่กินขนมแล้ว

4
00:04:45,541 --> 00:04:49,541
แล้วก็นักเรียนที่พูดคุยเสียงดังก็

5
00:04:50,537 --> 00:04:54,537
ไม่ได้พูดคุยกันแล้ว ก็ตั้งใจฟังคุณครู

6
00:04:56,496 --> 00:05:00,194

7
00:05:00,194 --> 00:05:04,194
เสียงดังไปไหมครับ

8
00:05:21,867 --> 00:05:25,867
นักเรียนนะครับ

9
00:05:48,639 --> 00:05:52,639
นักเรียนดูนะครับ

10
00:05:57,282 --> 00:06:00,426
เห็นภาพ

11
00:06:00,426 --> 00:06:03,174
ที่ 2 ใช่ไหมครับ

12
00:06:03,174 --> 00:06:04,468
ภาพที่ 2 เป็น

13
00:06:04,468 --> 00:06:06,624
พฤติกรรมที่

14
00:06:06,624 --> 00:06:08,172
ไม่พึ่งประสงค์

15
00:06:08,172 --> 00:06:11,465
เสียงดังลุก

16
00:06:11,465 --> 00:06:15,465
ขึ้นเต้นนะครับ นักเรียนเห็นไหมครับ

17
00:06:43,055 --> 00:06:44,504
กำลังทำภาษามือให้นักเรียนได้ดูได้อะไร

18
00:06:44,504 --> 00:06:47,309
อยู่ดี ๆ

19
00:06:47,309 --> 00:06:48,979
มีนักเรียน

20
00:06:48,979 --> 00:06:50,838
พูดคุยเสียงดัง

21
00:06:50,838 --> 00:06:52,642
นักเรียนคิดว่า

22
00:06:52,642 --> 00:06:56,642
นักเรียนจะเข้าใจไหมครับ นักเรียนไม่เข้าใจนะครับ

23
00:07:09,433 --> 00:07:13,128
เพราะว่าอย่างเช่น  สมมติว่าคุณครูกำลังพูดอยู่พี่ล่ามกำลังใช้ภาษามือสื่อสารกันนักเรียนอยู่

24
00:07:13,128 --> 00:07:14,730
นักเรียนคิดว่าถ้าอยู่ดี ๆ มี

25
00:07:14,730 --> 00:07:18,730
นักเรียน

26
00:07:19,980 --> 00:07:23,980
ไม่มีสมาธิในการดูพี่ล่ามอธิบาย นักเรียนคิดว่านักเรียนจะเข้าใจไหมครับ นักเรียน

27
00:07:27,967 --> 00:07:31,664
จะไม่เข้าใจตรงนี้เลยนะว่าคุณครูอธิบายเรื่องอะไร นี่แหละเป็นสิ่งที่สำคัญเลย เห็นไหมครับ

28
00:07:31,664 --> 00:07:35,664
เห็นไหมครับ ภาพที่ 3 เป็นบรรยากาศในห้อ

29
00:07:39,374 --> 00:07:42,024
เรียน ที่อยู่ดี ๆ คุณครูพูดขึ้นมาแล้วมีนักเรียนพูดแทรกขึ้นมานะครับ

30
00:07:42,024 --> 00:07:44,919
นักเรียนดูนะครับ ว่า

31
00:07:44,919 --> 00:07:48,668
เป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมไหม

32
00:07:48,668 --> 00:07:52,668
เพราะว่า

33
00:07:53,012 --> 00:07:55,915
การที่มีคนพูดอยู่แล้วมีคุณครู

34
00:07:55,915 --> 00:07:58,169
แล้วมีคุณครูพูด

35
00:07:58,169 --> 00:08:02,169
นักเรียนฟังอยู่กลุ่มหนึ่งนี่

36
00:08:08,521 --> 00:08:12,521
มีคนอื่นมาสะกิดนักเรียน มีคนอื่นมาพูดแทรกขึ้นมา คนที่ตั้งใจฟังคุณครูสอนอยู่นักเรียนคิดว่าเขาเข้าใจไหมครับ

37
00:08:26,909 --> 00:08:30,909
เข้าใจไหม นักเรียนคิดว่าเขาจะเข้าใจไหมครับ

38
00:08:35,857 --> 00:08:36,917
ไม่เข้าใจนะครับ ถ้าเกิดว่ามีอะไรมารบกวนหรือว่ามีอะไร

39
00:08:36,917 --> 00:08:40,917
มาทำให้

40
00:08:44,298 --> 00:08:48,298
ผู้ฟังหรือผู้ดูเขาเสียสมาธินี่อย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจ อย่างเช่น ถ้าสมมติว่าคุณครูถามนี่ นักเรียน

41
00:08:50,610 --> 00:08:53,338
ตอบไม่ได้ทุกคน เพราะว่าคุณครูดูแล้วก็มีบางคนที่ดูพี่ล่ามใช้ภาษามือ

42
00:08:53,338 --> 00:08:57,338
มีบางคนที่ดูคุณครู

43
00:08:57,784 --> 00:08:59,866
แต่ไม่เข้าใจ แต่ไม่ได้ยินเสียง นักเรียนคิดว่าคนที่ดูคุณครูนี่

44
00:08:59,866 --> 00:09:03,866
จะเข้าใจไหม

45
00:09:04,804 --> 00:09:08,804
ไม่เข้าใจ นักเรียนจะต้องดูพี่ล่าม เพราะ

46
00:09:10,693 --> 00:09:13,521
พี่ล่ามใช้ภาษามืออธิบายนักเรียนได้เข้าใจส่วนคุณครูมีหน้าที่อธิบายให้พี่ล่าม

47
00:09:13,521 --> 00:09:17,210
สื่อสารพี่ล่ามให้พี่ล่าม

48
00:09:17,210 --> 00:09:18,503
พูดให้สื่อสารให้นักเรียนดูอีกทีหนึ่ง

49
00:09:18,503 --> 00:09:22,503
ภาษามือ

50
00:09:26,766 --> 00:09:30,766
ทั้งหมดทั้งมวลในเรื่องที่ครู

51
00:09:31,299 --> 00:09:34,332
พูดมามันเกี่ยวกับรูปภาพ 3 รูปภาพที่คุณครูสอนไปนั้น

52
00:09:34,332 --> 00:09:36,498
คุณครูกำลังจะพูดถึงเรื่องมารยาท

53
00:09:36,498 --> 00:09:38,621
มารยาทที่ดี

54
00:09:38,621 --> 00:09:41,169
ต้องทำอย่างไร

55
00:09:41,169 --> 00:09:43,289
ไม่ว่าจะเป็นมารยาทในการฟัง

56
00:09:43,289 --> 00:09:46,192
มารยาทในการพูด

57
00:09:46,192 --> 00:09:49,643
การสื่อสารด้วยภาษามือของนักเรียน

58
00:09:49,643 --> 00:09:53,340
การดูต่าง ๆ นี่

59
00:09:53,340 --> 00:09:55,332
สิ่งไหนที่เรียกว่า "มีมารยาท

60
00:09:55,332 --> 00:09:59,332
" แล้วเป็นมารยาทที่ดี

61
00:10:02,027 --> 00:10:03,736
สิ่งไหนที่นักเรียนควรทำ เพราะว่านักเรียนอย่าลืมนะครับ นักเรียน

62
00:10:03,736 --> 00:10:06,894
อยู่ที่โรงเรียน

63
00:10:06,894 --> 00:10:09,779
ที่นี่ นักเรียนจะอยู่ถึงแค่ ม. 6

64
00:10:09,779 --> 00:10:10,698
นักเรียนจบไปแล้วน

65
00:10:10,698 --> 00:10:13,081
่ะ 1

66
00:10:13,081 --> 00:10:15,451
. จะต้องมีคนไปเรียนต่อ

67
00:10:15,451 --> 00:10:19,192
ในระดับมหาวิทยาลัยใช่ไหมครับ

68
00:10:19,192 --> 00:10:20,915
พอไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย

69
00:10:20,915 --> 00:10:22,327
แล้วบางคน

70
00:10:22,327 --> 00:10:24,478
ก็ไปทำงาน

71
00:10:24,478 --> 00:10:27,670
นักเรียนคิดว่า

72
00:10:27,670 --> 00:10:31,231
ในสังคมที่นักเรียนไปอยู่นั้นน่ะ

73
00:10:31,231 --> 00:10:35,231
นักเรียนคิดว่านักเรียนจะอยู่ได้ไหม ถ้านักเรียนไม่มีมารยาท

74
00:10:39,700 --> 00:10:43,700
เรียนอยู่ไม่ได้นะครับ นักเรียนไม่สามารถอยู่ได้โดยที่นักเรียนไร้มารยาท

75
00:10:45,127 --> 00:10:48,008
นักเรียนจะต้องรู้กาละเทศะ รู้ว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ

76
00:10:48,008 --> 00:10:52,008
ถ้านักเรียนไม่รู้เลย

77
00:10:53,372 --> 00:10:55,100
มันทำให้นักเรียนอยู่ในสังคมนั้นลำบาก แล้วจะทำให้ตัวนักเรียนเองนั้น

78
00:10:55,100 --> 00:10:59,100
ลำบากใจ

79
00:10:59,716 --> 00:11:03,716
ไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ในสังคม

80
00:11:09,410 --> 00:11:11,509
สิ่งที่ครูจะสอนในวันนี้นะ ครูก็จะบอกว่า

81
00:11:11,509 --> 00:11:14,134
มารยาทคืออะไร

82
00:11:14,134 --> 00:11:17,159
มารยาทมีอะไรบ้าง

83
00:11:17,159 --> 00:11:21,159
และมารยาทต้องทำอย่างไร

84
00:11:22,728 --> 00:11:26,728
มาฟังอันแรกเลยนะครับ มารยาทในการฟังที่ดีต้องทำอย่างไร

85
00:11:27,921 --> 00:11:29,120
มารยาทในการฟังที่ดี โอเคในห้องนี้

86
00:11:29,120 --> 00:11:30,997
ไม่ได้มี

87
00:11:30,997 --> 00:11:34,997
หูหนวก 100 เปอร์เซ็นต์

88
00:11:35,103 --> 00:11:39,103
มีหูตึงด้วย เพราะฉะนั้น หูตึงก็คือได้ยินและสื่อสารได้

89
00:11:39,770 --> 00:11:43,770
ทีนี้เราจะต้องทำอย่างไรในการฟัง

90
00:11:46,080 --> 00:11:48,819
มารยาทในการฟังต้องเป็นอย่างไรบ้าง เรามาดูข้อที่ 1 ของมารยาทในการฟังเลยนะครับ

91
00:11:48,819 --> 00:11:52,819
มารยาทในการฟังข้อที่ 1 ก็คือ

92
00:11:53,404 --> 00:11:57,404
ตั้งใจฟังด้วยความตั้งใจและมีสมาธิในการฟัง

93
00:11:58,037 --> 00:11:59,678
นักเรียน นักเรียนเห็นไหมที่คุณครูสอนอยู่ตรงนี้นักเรียนสามารถ

94
00:11:59,678 --> 00:12:01,159
นอนอยู่บนโต๊ะ

95
00:12:01,159 --> 00:12:04,515
ฟังคุณครูอย่างนี้

96
00:12:04,515 --> 00:12:08,515
เอามือค้ำ

97
00:12:09,561 --> 00:12:13,202
อย่างนี้ สั่งอย่างนี้ถือว่ามีมารยาทในการฟังไหม

98
00:12:13,202 --> 00:12:17,202
นักเรียนอย่าไปทำที่ไหนเลยนะ

99
00:12:24,088 --> 00:12:27,674
บอกเลยนะแล้วอย่าไปทำที่ไหนนะครับ หรือว่านักเรียนจะไปเจอใครก็ช่างที่เขากำลังพูดกำลังสอนอยู่น่ะ ไปเรียนมหาวิทยาลัยอย่างนี้ นักเรียนไปนั่งฟังคุณครูอยู่อย่างนี้

100
00:12:27,674 --> 00:12:29,734
ไม่ได้เลยนะ ถือว่าไม่มีมารยาทในการฟังนะครับ

101
00:12:29,734 --> 00:12:33,734
มารยาทในการฟัง นักเรียนต้องนั่งดี ๆ

102
00:12:40,678 --> 00:12:44,678
มีอะไรจะถามครับ เชิญครับ

103
00:13:14,365 --> 00:13:15,854
ไม่ได้ครับ

104
00:13:15,854 --> 00:13:19,854
ไม่ได้เลยครับ

105
00:13:22,044 --> 00:13:26,044
ถ้าเกิดว่าทำพฤติกรรมอย่างนั้นถือว่าไม่ให้เกียรติคุณครู

106
00:13:28,790 --> 00:13:31,999
ไม่ให้เกียรติคุณครูเลย เพราะว่าจะทำสมมติว่าถ้าไม่ใช่คุณครู

107
00:13:31,999 --> 00:13:34,637
น่ะ เขาจะมองว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กที่ไม่น่ารัก

108
00:13:34,637 --> 00:13:38,219
ถือว่าพฤติกรรมนี้

109
00:13:38,219 --> 00:13:42,219
เป็นการไม่มีมารยาทนะครับ เราต้อง

110
00:13:43,857 --> 00:13:47,857
นั่งหลังตรง ตั้งใจดูพี่ล่ามสื่อสาร ตั้งใจฟังคุณครู

111
00:13:58,065 --> 00:13:59,283
ถ้าง่วง นักเรียนจะต้องจัดการกับตัวเองโดยที่ลุกขึ้นแล้วยกมือไหว้ขออนุญาตคุณครู ขอไปเข้าห้องน้ำ ขออนุญาตล้างหน้าหน่อยนะครับ

112
00:13:59,283 --> 00:14:03,283
ผมรู้สึกง่วง

113
00:14:05,958 --> 00:14:09,958
พูดลักษณะอย่างนี้แล้วก็เดินออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าให้เรียบร้อย จัดการตัวเอง

114
00:14:10,400 --> 00:14:13,015
เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองง่วง จะมานั่งค้ำคางอย่างนี้

115
00:14:13,015 --> 00:14:14,217
ไม่ได้นะครับ ห้ามเลยนะครับ

116
00:14:14,217 --> 00:14:16,789
ถือว่าเป็น

117
00:14:16,789 --> 00:14:20,789
พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

118
00:14:30,231 --> 00:14:34,231
โอเคนะ (ล่าม) ถ้าคนอื่นนั่งเท้าคาง (อาจารย์จักรพงศ์)ครับผม

119
00:14:36,961 --> 00:14:38,179
หรือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนะครับ เพราะตอนนี้เรากำลังเรียนเรื่องมารยาทนะ

120
00:14:38,179 --> 00:14:42,179
โอเค โอเค

121
00:14:52,249 --> 00:14:56,249
มารยาทในการฟัง ก็คือฟังด้วยความตั้งใจมีสมาธิในการฟัง

122
00:14:59,445 --> 00:15:02,174
และที่สำคัญเลย ที่สำคัญเลยนักเรียนเอง

123
00:15:02,174 --> 00:15:06,174
จะต้องสบตาพี่ล่าม

124
00:15:10,495 --> 00:15:11,858
เพื่อให้พี่ล่ามสื่อสารได้เข้าใจส่วนคนไหนได้ยินคุณครูอธิบายได้ยินเสียงคุณครู

125
00:15:11,858 --> 00:15:14,660
สบตาคุณครูได้ครับ

126
00:15:14,660 --> 00:15:18,660
สบตาคุณครูได้

127
00:15:22,145 --> 00:15:26,145
แต่ถ้าไม่ได้ยินเสียงคุณครูให้สบตาพี่ล่าม พี่ล่ามจะได้สื่อสารให้เรียนเข้าใจ

128
00:15:30,596 --> 00:15:34,596
โอเคต่อไปนะครับ ต่อไป

129
00:15:34,608 --> 00:15:38,608
ไม่พูดคุยกับคนข้าง ๆ หรือส่งเสียงดัง

130
00:15:41,191 --> 00:15:43,007
ในขณะที่คุณครูกำลังสอนอยู่นี่ กำลังพูดคุยอยู่นี่

131
00:15:43,007 --> 00:15:47,007
กำลังสื่อสารอยู่นี่

132
00:15:49,439 --> 00:15:52,469
อยู่ดี ๆ มีเพื่อนร้องตะโกนเสียงดังนักเรียนคิดว่า

133
00:15:52,469 --> 00:15:55,179
พฤติกรรมที่เหมาะสมไหม

134
00:15:55,179 --> 00:15:59,179
ไม่เหมาะสมเลย

135
00:16:02,673 --> 00:16:06,673
พฤติกรรมที่ดีจะต้องตั้งใจพูดง่าย ๆ ว่านักเรียนต้องตั้งใจฟัง ต้องตั้งใจดู

136
00:16:10,007 --> 00:16:13,447
เพราะว่าคุณครูกำลังอธิบายเรื่องมารยาท เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของนักตัวนักเรียนเองเลย เพราะนักเรียนจะต้อง

137
00:16:13,447 --> 00:16:17,447
นำไปใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนในอนาคต

138
00:16:29,691 --> 00:16:32,062
และสิ่งที่สำคัญที่สุดอีก 1 ข้อ ก็คือโทรศัพท์มือถือนะครับ

139
00:16:32,062 --> 00:16:36,062
โทรศัพท์มือถือ

140
00:16:36,618 --> 00:16:40,293
ถ้าคุณครูอย่างคุณครูจะยกตัวอย่างที่หอนอน

141
00:16:40,293 --> 00:16:42,846
ในขณะที่คุณครูกำลังอบรมนักเรียนอยู่

142
00:16:42,846 --> 00:16:46,846
นักเรียนมีโทรศัพท์เล่น

143
00:16:46,940 --> 00:16:48,211
นักเรียนจะเล่นโทรศัพท์ในระหว่างที่คุณครู

144
00:16:48,211 --> 00:16:52,211
อบรมไหม

145
00:16:53,552 --> 00:16:57,552
ถ้าคุณครูพูดอบรมใช้ภาษามือพูดกับนักเรียน

146
00:16:59,758 --> 00:17:00,915
30-40 คน ในหอนอนกับคุณครู 1 คนที่กำลังอบรมนักเรียนอยู่นี่

147
00:17:00,915 --> 00:17:03,261
นักเรียนคิดว่า

148
00:17:03,261 --> 00:17:07,261
คุณครูเขาเหนื่อยไหม

149
00:17:11,581 --> 00:17:13,202
เหนื่อย คุณครูเหนื่อยมากเลย จะทำอย่างไรสื่อสารให้นักเรียนได้เข้าใจ

150
00:17:13,202 --> 00:17:17,202
นักเรียนไม่ได้ยิน

151
00:17:20,927 --> 00:17:23,781
คุณครูต้องใช้ภาษามือแปลนักเรียนไม่สนใจคุณครูหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นในขณะที่คุณครูกำลังสื่อสารอยู่นี่

152
00:17:23,781 --> 00:17:26,796
นักเรียนคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมไหมครับ

153
00:17:26,796 --> 00:17:30,796
ไม่เหมาะสมเลย

154
00:17:35,270 --> 00:17:37,507
ไม่เหมาะสมเลยนะครับ เพราะว่าถ้านักเรียนไม่ฟังหรือไม่ดูคุณครูในขณะที่คุณครูใช้ภาษามือ

155
00:17:37,507 --> 00:17:41,507
พูดสื่อสารกับนักเรียนไปนี่

156
00:17:41,655 --> 00:17:45,350
ไม่เป็นก็จะไม่เข้าใจเลยว่าคุณครูพูดอะไรออกไป

157
00:17:45,350 --> 00:17:47,670
พอถึงเวลาสมมติว่าคุณครูสั่งงานสั่ง

158
00:17:47,670 --> 00:17:49,994
อะไรไปให้นักเรียนทำ

159
00:17:49,994 --> 00:17:52,449
พอถึงเวลาที่ต้องส่งงาน

160
00:17:52,449 --> 00:17:56,449
กลับกันว่าไม่รู้เรื่อง

161
00:17:58,025 --> 00:18:02,025
แต่พอคุณครูถามว่าเข้าใจไหมนักเรียนตอบเข้าใจทุกคน

162
00:18:06,372 --> 00:18:09,314
ก็เหมือนที่คุณครูถามในห้องเรียนนี่ คุณครูสอนไปสอนไปแล้วคุณครูก็ถามว่านักเรียนเข้าใจไหมครับ

163
00:18:09,314 --> 00:18:12,495
นักเรียนตอบเข้าใจเข้าใจครับ เข้าใจค่ะ

164
00:18:12,495 --> 00:18:15,279
แต่พอคุณครูให้ทำงาน

165
00:18:15,279 --> 00:18:17,208
ทำได้ไหม

166
00:18:17,208 --> 00:18:21,000
ทำไม่ได้

167
00:18:21,000 --> 00:18:25,000
เพราะอะไร เพราะนักเรียนไม่ได้ตั้งใจฟังเลย

168
00:18:28,090 --> 00:18:31,217
ไม่ได้ตั้งใจดูว่าพี่ล่ามอธิบายว่าอะไร

169
00:18:31,217 --> 00:18:33,274
สุดท้าย

170
00:18:33,274 --> 00:18:34,620
ก็ทำงานไม่ได้

171
00:18:34,620 --> 00:18:36,297
โทษใครครับ

172
00:18:36,297 --> 00:18:38,019
โทษตัวเราเอง

173
00:18:38,019 --> 00:18:40,065
เพราะตัวเราเองนี่แหละ

174
00:18:40,065 --> 00:18:44,065
ที่ไม่ได้ตั้งใจ

175
00:18:47,255 --> 00:18:51,255
ต่อไป

176
00:18:52,969 --> 00:18:56,969
ข้อต่อไป ก็คือไม่รับประทานอาหารและเครื่องดื่มในขณะที่ฟัง

177
00:18:58,770 --> 00:19:02,011
นักเรียนเห็นรูปภาพก่อนหน้านี้ที่คุณครู

178
00:19:02,011 --> 00:19:05,313
ก่อนที่จะเข้าสู่บทเรียนไหม ที่มี

179
00:19:05,313 --> 00:19:07,029
ครูสอนในห้องเรียนแล้วมีนักเรียนคนหนึ่งที่

180
00:19:07,029 --> 00:19:09,598
แอบกินขนมในห้องเรียน

181
00:19:09,598 --> 00:19:11,655
น่ะ แอบรับประทานอาหาร

182
00:19:11,655 --> 00:19:15,655
ในห้องเรียน นักเรียนเห็นไหมครับ

183
00:19:21,099 --> 00:19:25,099
เป็นการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมเลยนะครับ ในขณะที่ผู้พูดนี่ เขาพูด

184
00:19:25,297 --> 00:19:27,542
เขากำลังสอนเราอยู่นี่

185
00:19:27,542 --> 00:19:31,542
นักเรียนแอบกินขนม

186
00:19:31,742 --> 00:19:34,139
แล้วจะทำให้เพื่อน ๆ ข้าง ๆ นักเรียนน่ะ

187
00:19:34,139 --> 00:19:37,218
คิดว่ามีสมาธิไหม

188
00:19:37,218 --> 00:19:39,087
เพื่อน ๆ ไม่มีสมาธินะ

189
00:19:39,087 --> 00:19:40,359
เพื่อน ๆ ก็หิวเหมือนกัน

190
00:19:40,359 --> 00:19:42,387
เขาแค่

191
00:19:42,387 --> 00:19:43,916
ไม่กล้า

192
00:19:43,916 --> 00:19:47,916
ที่ได้หยิบขึ้นมากิน

193
00:20:07,180 --> 00:20:10,621
ห้ามนะครับ ไม่เหมาะสมเลย ไม่ควรที่จะเอาขึ้นมากิน

194
00:20:10,621 --> 00:20:11,863
เพราะจะทำให้เพื่อน ๆ ไม่มีสมาธิ

195
00:20:11,863 --> 00:20:14,635
แล้วคุณครู

196
00:20:14,635 --> 00:20:17,712
ก็ไม่สามารถที่จะสอนให้ทุกคน

197
00:20:17,712 --> 00:20:21,712
เข้าใจในสิ่งที่คุณครูจะสื่อสารได้

198
00:20:22,046 --> 00:20:26,046
ต่อไป

199
00:20:29,223 --> 00:20:30,864
ไม่ว่าจะเป็นการนั่งประชุม สมมติว่านักเรียนเข้าแถวตอนเช้านักเรียนจะต้องนั่งเป็นห้องเรียนใช่ไหมครับ

200
00:20:30,864 --> 00:20:34,864
นั่งเป็นห้องเรียน

201
00:20:38,066 --> 00:20:40,763
ทีนี้ก็จะมีคุณครูอบรมหน้าเสาธงทุกเช้าทุกเช้าและมีพี่ ๆ คณะกรรมการนักเรียน

202
00:20:40,763 --> 00:20:44,763
พูดคุยกับนักเรียนทุกเช้า

203
00:20:49,870 --> 00:20:53,870
เวลาเข้าแถว นักเรียน

204
00:20:54,828 --> 00:20:58,828
มาทีหลังแล้วเพื่อนเข้าแถวเสร็จแล้วอย่างนี้ ถือว่านักเรียนมีมารยาทไหม

205
00:21:02,331 --> 00:21:06,149
เวลาจะประชุมไม่ว่าจะอะไรทั้งนั้น สมมติ สมมติคุณครูจะยกตัวอย่าง หมายถึงว่านักเรียน

206
00:21:06,149 --> 00:21:08,251
ไปทำงานนักเรียนเรียนจบแล้วนักเรียนไปทำงาน

207
00:21:08,251 --> 00:21:11,662
ไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง

208
00:21:11,662 --> 00:21:15,630
แล้วหัวหน้านัดประชุมนักเรียน

209
00:21:15,630 --> 00:21:17,611
นัดประชุมตัวนักเรียนเองนะ ประชุมพนักงานในบริษัท

210
00:21:17,611 --> 00:21:21,611
อยู่ดี ๆ

211
00:21:26,711 --> 00:21:30,711
นักเรียนให้หัวหน้าไปนั่งรอที่ประชุมก่อนและนักเรียนพนักงานทุกคนตามไปทีหลังอย่างนี้ นักเรียนคิดว่ามันเหมาะสมไหมครับ

212
00:21:31,443 --> 00:21:35,443
ไม่เหมาะสมนะครับ

213
00:21:37,283 --> 00:21:41,283
เราอยากให้ผู้ใหญ่มารอ เราต้องมารอผู้ใหญ่นะ

214
00:21:42,526 --> 00:21:43,980
การมีมารยาทที่ดีของนักของนักเรียนหรือเด็กที่น่ารักนี่

215
00:21:43,980 --> 00:21:45,914
ต้องมารอผู้ใหญ่

216
00:21:45,914 --> 00:21:47,325
อย่าให้ผู้ใหญ่รอ

217
00:21:47,325 --> 00:21:48,432
อย่างเช่น

218
00:21:48,432 --> 00:21:51,532
ห้องเรียนนี่

219
00:21:51,532 --> 00:21:55,532
คุณครูพอถึงเวลา

220
00:21:56,706 --> 00:21:59,901
8 โมงครึ่ง ที่ต้องเรียนหนังสือนักเรียนจะต้องมาเปิดห้องมา

221
00:21:59,901 --> 00:22:03,901
ทำความสะอาดห้องอะไรรอคุณครู

222
00:22:06,129 --> 00:22:10,129
เรียบร้อยแล้วคุณครูถึงจะมาปุ๊บ คุณครูก็จะมาเปิดคอมเปิดอะไรอย่างนี้

223
00:22:15,604 --> 00:22:19,604
เตรียมที่จะสอนไม่ใช่ว่าพอถึงเวลาปุ๊บคุณครูก็เข้ามาเตรียมอะไรสอนมานั่งรอนักเรียน แล้วนักเรียนมาทีหลังคุณครูอย่างนี้

224
00:22:20,528 --> 00:22:24,528
ก็ไม่โอเคนะครับ อย่างนี้ถือว่าเป็นการไม่มีมารยาทนะ

225
00:22:29,148 --> 00:22:31,062
มาดูข้อต่อไป

226
00:22:31,062 --> 00:22:33,705
มารยาทในการดู

227
00:22:33,705 --> 00:22:37,705
มารยาทในการดูมีอะไรบ้าง

228
00:22:41,078 --> 00:22:45,078
มารยาทในการดูนะครับ

229
00:22:45,572 --> 00:22:49,572
มารยาทในการดูไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น

230
00:22:50,871 --> 00:22:54,871
ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น

231
00:22:56,129 --> 00:23:00,129
เวลาที่คนอื่นผู้อื่นเขาดูอยู่ เช่น เพื่อน ๆ ดูทีวีในหอนอนน่ะ

232
00:23:01,223 --> 00:23:03,356
เพื่อน ๆ ดูทีวีในห้องนอนนักเรียนจะไปตะโกนเสียงดัง

233
00:23:03,356 --> 00:23:05,648
รบกวนคนอื่นได้ไหม

234
00:23:05,648 --> 00:23:09,648
ไม่ได้

235
00:23:11,084 --> 00:23:14,439
เขาก็ดูไม่เข้าใจสิครับ ก็ถือว่าเป็นการไม่มีมารยาทในการดูเหมือนกัน

236
00:23:14,439 --> 00:23:18,439
นักเรียนจะต้องตั้งใจดู

237
00:23:20,271 --> 00:23:22,344
ในขณะที่ดูนี่

238
00:23:22,344 --> 00:23:26,344
เราต้องทำท่าอย่างไร

239
00:23:30,133 --> 00:23:33,827
ต้องสุภาพเรียบร้อยไหม หรือว่าในขณะที่คุณครูสอนอยู่นักเรียนกำลังดูพี่ล่ามอธิบายภาษามืออยู่ดี ๆ มีคน

240
00:23:33,827 --> 00:23:37,827
นั่งเอามือค้ำคางดูพี่ล่าม

241
00:23:38,908 --> 00:23:42,908
ถือว่าเหมาะสมไหมที่คุณครูบอกไป ไม่เหมาะสม พฤติกรรมไม่เหมาะสมเลย

242
00:23:43,148 --> 00:23:45,155
การไม่มีมารยาทห้ามทำเด็ดขาดนะครับ

243
00:23:45,155 --> 00:23:49,155
ห้ามทำเลย

244
00:23:51,410 --> 00:23:53,723
ต้องนั่งให้เรียบร้อยในท่าที่สุภาพเรียบร้อย จะนั่งไขว่ห้างได้ไหม นั่ง

245
00:23:53,723 --> 00:23:55,249
ไขว่ห้างได้ไหม

246
00:23:55,249 --> 00:23:58,281
เวลานั่ง

247
00:23:58,281 --> 00:24:02,281
ไม่ได้ต้องนั่งให้เรียบร้อย

248
00:24:04,976 --> 00:24:06,771
ผู้หญิงก็เวลาใส่กระโปรงก็ต้องดูความเรียบร้อยของตัวเองด้วยว่า ท่านั่งของตัวเอง

249
00:24:06,771 --> 00:24:10,771
เรียบร้อยไหม

250
00:24:17,801 --> 00:24:21,801
และที่สำคัญนะครับ ในขณะที่ดูอยู่จะไม่ลุกเดินเพ่นพ่านไปไหนเลยนะครับ

251
00:24:24,996 --> 00:24:26,263
เพราะว่าถ้าจำเป็นจริง ๆ แบบฉุกเฉินอยากเข้าห้องน้ำก็ต้องขออนุญาตคุณครู ลุกขึ้น

252
00:24:26,263 --> 00:24:30,263
เบา

253
00:24:30,384 --> 00:24:34,384
ๆ แล้วก็ยกมือไหว้ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำ

254
00:24:40,262 --> 00:24:44,262
อันนี้ก็สำคัญเหมือนกัน ไม่ว่าจะทุกกรณีเลย มารยาททุกที่

255
00:24:46,370 --> 00:24:50,370
เลยโทรศัพท์เป็นเรื่องเครื่องมือสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยนะครับ

256
00:24:50,382 --> 00:24:54,382
ในขณะที่ผู้พูด

257
00:24:55,026 --> 00:24:57,500
เขากำลังสื่อสารอยู่ไม่ว่านักเรียนจะดูจะฟังอะไรทั้งนั้นน่ะ

258
00:24:57,500 --> 00:25:01,181
เสียงโทรศัพท์เข้ามา

259
00:25:01,181 --> 00:25:05,181
ทำให้รบกวนคนอื่นไหม

260
00:25:16,505 --> 00:25:18,120
นักเรียนเห็นไหม เพื่อนลุกขึ้นเบา ๆ น่ะ เพื่อนยกมือขออนุญาตคุณครูไปเข้าห้องน้ำน่ะ นักเรียนคิดว่า

261
00:25:18,120 --> 00:25:22,072
เพื่อนมีมารยาทไหม

262
00:25:22,072 --> 00:25:26,072
มีไหม น่ารักไหม

263
00:25:27,022 --> 00:25:29,030
น่ารัก อยู่ดี ๆ ลุกขึ้นมาเดินออกไปเลยอย่างนี้

264
00:25:29,030 --> 00:25:33,030
คุณครูรู้ไหมว่านักเรียนไปไหน

265
00:25:33,111 --> 00:25:36,048
ไม่รู้ถือว่าไม่มีมารยาทอันนั้นน่ะครับ

266
00:25:36,048 --> 00:25:40,048
อย่าไปทำที่ไหนนะอายเขา

267
00:25:42,712 --> 00:25:46,712
แล้วก็ไม่รับประทานในขณะที่ดูอยู่

268
00:25:47,778 --> 00:25:50,328
ยังดูอยู่นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายไปอย่างนี้

269
00:25:50,328 --> 00:25:54,328
นักเรียนเอาขนมขึ้นมากินอย่างนี้

270
00:25:55,981 --> 00:25:59,981
พี่ล่ามหิวทำอย่างไรดีนี่ พี่ล่ามก็ไม่มีสมาธิสื่อสารกับนักเรียนสิ

271
00:26:00,702 --> 00:26:04,702
ไม่ได้นะ อย่าไปทำนะ

272
00:26:07,350 --> 00:26:10,867
ตั้งใจมีสมาธิในการดู

273
00:26:10,867 --> 00:26:14,867
นักเรียน นักเรียนดู

274
00:26:16,138 --> 00:26:20,138
บรรยากาศในโรงหนัง มีใครเคยไปดูหนังในโรงหนังบ้าง ยกมือขึ้น

275
00:26:20,306 --> 00:26:24,306
เคยไหมเคยไปดูหนังในโรงหนังไหม

276
00:26:25,744 --> 00:26:29,744
เคยไหม ไม่เคยเลย

277
00:26:33,459 --> 00:26:35,733
เหรอ  คุณครูจะพูดให้ฟังในโรงหนังเขาก็จะให้นักเรียนปิดเครื่องมือสื่อสารเหมือนกัน

278
00:26:35,733 --> 00:26:39,733
ปิดโทรศัพท์มือถือ

279
00:26:43,008 --> 00:26:46,415
ถ้าเรียนจำเป็นก็ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ จำเป็นอีกว่า

280
00:26:46,415 --> 00:26:47,583
มีสายเข้าพอดีเป็นสายที่สำคัญมากเลย

281
00:26:47,583 --> 00:26:49,919
นักเรียนก็ต้อง

282
00:26:49,919 --> 00:26:52,207
เดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอก

283
00:26:52,207 --> 00:26:56,207
เพื่อที่จะไม่ทำให้

284
00:26:58,636 --> 00:27:02,636
บรรยากาศในโรงหนังเสียบรรยากาศ ตรงที่ว่าแสงโทรศัพท์จะไปรบกวนคนอื่น หรือ

285
00:27:03,527 --> 00:27:06,605
เสียงจะรบกวนคนอื่นในขณะที่เขากำลัง

286
00:27:06,605 --> 00:27:10,605
อินกับภาพยนตร์ที่เขาดูอยู่

287
00:27:12,045 --> 00:27:13,406
นักเรียนนักเรียนเดี๋ยวคุณครูจะอ่านบทสนทนา

288
00:27:13,406 --> 00:27:17,406
มีให้นักเรียน

289
00:27:18,408 --> 00:27:21,021
ดูนักเรียนดูพี่ล่ามดี ๆ นะ เดี๋ยวคุณครูจะอ่านบทสนทนาให้ว่า

290
00:27:21,021 --> 00:27:25,021
เป็นอย่างไร

291
00:27:29,162 --> 00:27:31,222
ตัวละครในบทสนทนานี้จะมีทั้งหมด 3 ตัวละครนะครับ ก็จะมีอ๊อด มีอ้อย

292
00:27:31,222 --> 00:27:35,222
แล้วก็มีอ้น

293
00:27:39,432 --> 00:27:42,066
อ๊อดบอกว่า

294
00:27:42,066 --> 00:27:44,464
อ้นกับอ้อยไปไหนน่ะ

295
00:27:44,464 --> 00:27:46,923
ท่าทางรีบร้อนเชียว

296
00:27:46,923 --> 00:27:49,683
อ้อยตอบว่า

297
00:27:49,683 --> 00:27:53,000
รีบไปอ่านหนังสือในห้องสมุดน่ะสิ

298
00:27:53,000 --> 00:27:56,801
อ๊อดจงบอกว่าแหม

299
00:27:56,801 --> 00:28:00,801
ขยันอ่านจนแว่นหนาเตอะเลยนะป้าอ้อย

300
00:28:01,198 --> 00:28:03,059
ป้าอ้อยเลยบอกว่าอ้าว

301
00:28:03,059 --> 00:28:05,033
ทำไมมาว่าฉันล่ะ

302
00:28:05,033 --> 00:28:08,451
ฉันไม่ใช่ป้าเธอนะ

303
00:28:08,451 --> 00:28:09,400
คนก็เลยบอกว่า

304
00:28:09,400 --> 00:28:13,400
อ๊อด

305
00:28:13,952 --> 00:28:16,520
พูดไม่ดีเลย คนใส่แว่นตาเป็นเรื่องธรรมดา

306
00:28:16,520 --> 00:28:20,520
หลายคนเขาก็ใส่แว่นตาตั้งแต่เด็ก ๆ

307
00:28:20,920 --> 00:28:23,309
อ้อยเขาขยันอ่านหนังสือ ไปล้อเขาทำไม

308
00:28:23,309 --> 00:28:26,315
อ๊อดจึงบอกว่า

309
00:28:26,315 --> 00:28:29,010
ขอโทษ ขอโทษ พูดเล่นน่ะ

310
00:28:29,010 --> 00:28:30,867
พูดแค่นี้ทำเป็นโกรธไปได้

311
00:28:30,867 --> 00:28:32,395
นักเรียนคิดว่าอ๊อดนี่

312
00:28:32,395 --> 00:28:34,435
ที่บอก

313
00:28:34,435 --> 00:28:38,435
... ที่บอกว่า

314
00:28:39,472 --> 00:28:43,472
อ้อยนี่เรียกว่าอ้อยเป็นป้า ป้าอ้อย แล้วก็บอกเขาว่า คือ

315
00:28:44,107 --> 00:28:46,727

316
00:28:46,727 --> 00:28:50,727
อ๊อดบอกป้าอ้อยว่า

317
00:28:51,576 --> 00:28:55,576
ใส่แว่นตาหนาเตอะเหมือนป้าเลยนี่ นักเรียนคิดว่าอ๊อดมีมารยาทไหม

318
00:28:59,300 --> 00:29:01,736
มีมารยาทในการพูดไหมอยู่ดี ๆ ไปบอกเขาว่าเป็นป้าอันนี้บอกเขาว่าเขาแก่อย่างนี้

319
00:29:01,736 --> 00:29:04,095
นักเรียนคิดว่า

320
00:29:04,095 --> 00:29:07,351
อ๊อดมีมารยาทในการพูดไหม

321
00:29:07,351 --> 00:29:11,351
ไม่มีเลย

322
00:29:11,678 --> 00:29:15,089
แล้วอยู่ดี ๆ มีคนมาบอกนักเรียนว่า

323
00:29:15,089 --> 00:29:19,089
ทำไมอ้วนน่าเกลียดจังเลย นักเรียนชอบไหม

324
00:29:20,436 --> 00:29:24,436
อ้วน

325
00:29:24,676 --> 00:29:28,676
น่าเกลียดมาก ๆ เลย นักเรียนชอบไหมครับ

326
00:29:31,688 --> 00:29:35,241
สมมติมาบอกนักเรียนว่าขี้เหร่จังเลย อย่างนี้นักเรียนชอบไหม

327
00:29:35,241 --> 00:29:38,370
ไม่ชอบไม่มีใครชอบหรอกครับ

328
00:29:38,370 --> 00:29:40,605
ไม่มีใครชอบ

329
00:29:40,605 --> 00:29:44,605
คนที่เอาปมด้อยเรามาพูดหรอก

330
00:29:49,056 --> 00:29:53,056
การพูดต้องทำอย่างไรต้องรักษาน้ำใจเขา

331
00:29:56,729 --> 00:30:00,729
ต้องดูด้วยว่าเราสนิทกับเขาแค่ไหน จะสนิทกันมากแค่ไหนก็ช่างไม่ควรที่จะไปว่าเขาเอาปมด้อยเข้ามา

332
00:30:10,706 --> 00:30:14,706
จะสนิทแค่ไหนก็ช่างนะครับ ไม่ควรที่จะเอาปมด้อยเขามาพูด

333
00:30:17,495 --> 00:30:21,495
จะไปบอกเขาว่าทำไมอ้วนจังเลย วันนี้กินอะไรมานี่ กินช้างไปทั้งตัวหรือเปล่านี่

334
00:30:21,534 --> 00:30:25,534
แบบถือว่าไม่มีมารยาทในการพูดนะครับ

335
00:30:26,543 --> 00:30:30,543
ไม่มีมารยาทในการพูดเลย

336
00:30:39,545 --> 00:30:43,354
สิ่งที่สำคัญที่สุด

337
00:30:43,354 --> 00:30:45,217
คืออะไร นักเรียนไม่ควรที่จะไป

338
00:30:45,217 --> 00:30:49,217
บูลลีเพื่อน ๆ

339
00:30:55,269 --> 00:30:57,170
ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร

340
00:30:57,170 --> 00:30:59,932
เขาก็คือเพื่อนเรา

341
00:30:59,932 --> 00:31:03,932
ไม่ว่านักเรียนจะไปเจอใครก็ช่าง

342
00:31:04,078 --> 00:31:08,078
นักเรียนก็ไม่ควรที่จะไปพูดปมด้อยของคนอื่น

343
00:31:10,756 --> 00:31:14,756
อย่าแสดงมารยาทที่ไม่ดี

344
00:31:18,348 --> 00:31:21,009
ใส่คนอื่น นักเรียนต้องมีสติอยู่เสมอ ให้รู้ว่าสิ่งที่นักเรียนกำลังจะพูดกำลังจะสื่อสารกำลังจะบอกเขาน่ะ

345
00:31:21,009 --> 00:31:25,009
มันเป็นสิ่งที่ดีไหม

346
00:31:31,886 --> 00:31:34,984
มีนักเรียนจะเข้าห้องน้ำไหมครับ เดี๋ยวพักเข้าห้องน้ำสัก 10 นาทีนะ

347
00:31:34,984 --> 00:31:38,984
เดี๋ยวพักเข้าห้องน้ำสัก 10 นาทีนะครับ

348
00:42:16,975 --> 00:42:20,975
มาครบหรือยังครับ

349
00:42:30,324 --> 00:42:32,907
เดี๋ยว

350
00:42:32,907 --> 00:42:36,907
ต่อไปจะเป็นมารยาทในการพูดนะ

351
00:42:37,602 --> 00:42:41,602
ถ้ามารยาทในการพูดเสร็จปุ๊บ ก็คือเดี๋ยวคุณครูจะปล่อยไปกินข้าวแล

352
00:42:42,043 --> 00:42:42,766
้ว เดี๋ยวรอ

353
00:42:42,766 --> 00:42:44,435
เพื่อน

354
00:42:44,435 --> 00:42:48,435
อีกคนหนึ่งขิง

355
00:42:50,394 --> 00:42:54,394
ห้องน้ำเหรอครับ

356
00:43:00,088 --> 00:43:02,914
โอเค เดี๋ยวรอเพื่อนอีกแป๊บหนึ่งนะ

357
00:43:02,914 --> 00:43:06,914
เดี๋ยวรอเพื่อนอีกแป๊บหนึ่ง

358
00:47:13,747 --> 00:47:17,747
โอเคนะครับ เพื่อนมาครบแล้วนะ

359
00:47:20,944 --> 00:47:24,944
นึกว่านอนในห้องน้ำแล้ว

360
00:47:29,391 --> 00:47:32,509
โอเคนะครับ ต่อไปนะครับ มารยาทในการพูดนะ

361
00:47:32,509 --> 00:47:36,509
การพูดหรือการสื่อสารที่ดีต้องทำอย่างไร

362
00:47:43,195 --> 00:47:44,433
นักเรียนดูพี่ล่ามนักเรียนดูพี่ล่ามนะ พี่ล่ามจะได้อธิบายนักเรียนเข้าใจเร็ว ๆ นะถ้าเสร็จมารยาทในการพูดนี้เดี๋ยวคุณครูจะปล่อยไปกินข้าวเลย

363
00:47:44,433 --> 00:47:48,433
โอเคไหมครับ

364
00:47:49,471 --> 00:47:53,471
โอเคไหม เพราะฉะนั้น นักเรียนจะต้องตั้งใจดูพี่ล่ามอธิบายดี ๆ นะ

365
00:47:56,845 --> 00:48:00,845
โอเค มารยาทในการพูดข้อที่ 1 ต้องพูดจาอย่างไร พูดจาให้ไพเราะสุภาพ

366
00:48:01,064 --> 00:48:03,315
สื่อสารอย่างไรให้ไพเราะ เวลาเราจะพูดว่านักเรียน

367
00:48:03,315 --> 00:48:06,920
เจอแขกมาอย่างนี้นะครับ

368
00:48:06,920 --> 00:48:10,920
นักเรียนจะสื่อสารกับแขกให้ไพเราะอย่างไร ไม่ใช่ว่า

369
00:48:11,041 --> 00:48:13,259
จะไปพูดกับแขกโดยที่ไม่รู้จักกาละเทศะ

370
00:48:13,259 --> 00:48:16,085
ลำดับแรกที่เจอแขกต้องทำอย่างไร

371
00:48:16,085 --> 00:48:20,085
ต้องสวัสดีก่อนนะ

372
00:48:26,766 --> 00:48:29,579
ต้องสวัสดีก่อน สวัสดีแขกก่อนเจอผู้ใหญ่ทุกคนเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ ครูบาอาจารย์ เจอแขกเข้ามาในโรงเรียนนักเรียนจะต้องยกมือ

373
00:48:29,579 --> 00:48:31,657
กล่าวทักทายสวัสดีเสมอ

374
00:48:31,657 --> 00:48:35,040
นักเรียนห้าม

375
00:48:35,040 --> 00:48:38,803
มือแข็งนะ จะไม่น่ารักนะครับ

376
00:48:38,803 --> 00:48:42,803
ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน

377
00:48:43,954 --> 00:48:45,474
ข้อที่ 2 ในการพูดนะครับ ต้องพูด

378
00:48:45,474 --> 00:48:49,474
ให้ชัดเจน

379
00:48:55,030 --> 00:48:59,030
ให้ได้ยินอย่างทั่วถึง อย่างห้องนี้น้องอายน้องอายพูดสื่อสารได้ น้องอาจจะต้องพูดออกเสียงให้ชัดเจน เพื่อที่จะสื่อสาร

380
00:49:01,774 --> 00:49:04,045
ให้เข้าใจได้ส่วนคนไหนที่พูดไม่ได้สื่อสารด้วยภาษามือนักเรียนจะต้องใช้ภาษามือที่ชัดเจน

381
00:49:04,045 --> 00:49:08,045
ให้คำสละสลวย

382
00:49:09,842 --> 00:49:13,842
ให้ผู้ดูนั้นเขาสามารถที่จะเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนสื่อสารได้

383
00:49:16,502 --> 00:49:20,502
ถ้านักเรียนใช้ภาษามืออย่างรวดเร็ว แล้วไม่รู้ว่าคำนี้เขาใช้อย่างนี้หรือเปล่า

384
00:49:21,246 --> 00:49:25,246
คนฟังก็จะจำคำนั้นแล้วเอาไปใช้ต่อ

385
00:49:26,430 --> 00:49:30,430
แล้วก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ ถ้านักเรียนไม่เข้าใจ

386
00:49:31,046 --> 00:49:31,984
นักเรียนจะต้องสอบถามผู้รู้หรือสอบถามคุณครูหรือเพื่อน

387
00:49:31,984 --> 00:49:32,689
คนที่

388
00:49:32,689 --> 00:49:35,561
แม่น

389
00:49:35,561 --> 00:49:39,561
เกี่ยวกับภาษามือว่าตำแหน่งนี้อยู่ต

390
00:49:41,057 --> 00:49:43,317
รงไหน  ภาษามือควรใช้อย่างไร ส่วนน้องอายพูดได้ น้องอายก็ต้อง

391
00:49:43,317 --> 00:49:46,120
ฝึกพูดให้ตรงอักขระ

392
00:49:46,120 --> 00:49:47,731
พูดให้ตรง

393
00:49:47,731 --> 00:49:50,354
คำความหมาย

394
00:49:50,354 --> 00:49:53,128
ต้องรู้ว่า

395
00:49:53,128 --> 00:49:55,609
พูดอย่างไรให้ชัดเจน

396
00:49:55,609 --> 00:49:59,609
คนอื่นเขาจะได้เข้าใจ

397
00:50:01,732 --> 00:50:05,732
ถ้าสมมตินักเรียนมาสื่อสารกับคุณครูเองนี่ อย่างคุณครูเองไม่ได้ภาษามือ

398
00:50:08,209 --> 00:50:12,209
นักเรียนคิดว่านักเรียนพูดภาษามืออย่างเร็วเลย รัวมาเลยอย่างนี้นักเรียนคิดว่าคงจะเข้าใจไหมครับ

399
00:50:13,957 --> 00:50:17,957
ยังไงคุณครูก็ไม่เข้าใจครับ นักเรียนต้องช้า ๆ ค่อย ๆ ทำกับคุณครู

400
00:50:18,070 --> 00:50:22,070
ยังไม่ได้ภาษามือ คุณครูเพิ่งมา

401
00:50:25,098 --> 00:50:26,420
เพื่อนคนอื่นที่เพิ่งเข้ามาใหม่ยังไม่ได้ภาษามือนักเรียนจะต้องค่อย ๆ สื่อสารกับ

402
00:50:26,420 --> 00:50:29,272
เพื่อน

403
00:50:29,272 --> 00:50:32,249
ค่อย ๆ ช้า ๆ ฝึก

404
00:50:32,249 --> 00:50:36,249
ทีละนิดทีละหน่อยให้กับเพื่อน ๆ ได้เข้าใจ

405
00:50:39,157 --> 00:50:43,157
ต่อไปนะครับ ไม่พูดส่อเสียดหรือล้อเลียนผู้อื่น ก็คือ

406
00:50:46,549 --> 00:50:48,425
ไม่พูดบูลลี่คนอื่นน่ะครับ ที่คุณครูได้พูดไปเมื่อบทสนทนาที่คุณครูได้พูดถึงอ๊อด อ้น

407
00:50:48,425 --> 00:50:52,425
ที่เขาสนทนากันแล้ว

408
00:50:58,489 --> 00:51:00,045
ไม่ควรที่จะไปพูดส่อเสียดคนอื่น หรือล้อเลียนคนอื่นนะ วันนี้ทำไมเธออ้วนจัง เธอกินอะไรเข้ามาอย่างนี้

409
00:51:00,045 --> 00:51:04,045
ไม่ได้นะครับ

410
00:51:08,294 --> 00:51:09,931
นักเรียนต้องรู้จักมีมารยาทในการพูดอยู่ดี ๆ จะไปทักเขาแบบนั้นน่ะ เขาก็เสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันเขาหมด

411
00:51:09,931 --> 00:51:13,931
อยู

412
00:51:14,298 --> 00:51:16,446
่ดี ๆ ทักกันในเพื่อนเจอกันอย่างนี้

413
00:51:16,446 --> 00:51:19,103
ทำไมวันนี้เธอ

414
00:51:19,103 --> 00:51:21,010
ดูหน้าไม่สวยเลย

415
00:51:21,010 --> 00:51:23,691
อย่างนี้ไม่ได้นะ

416
00:51:23,691 --> 00:51:27,691
ต้องรักษาน้ำใจเขา

417
00:51:31,729 --> 00:51:32,811
ถ้าเกิดว่าอยู่ดี ๆ นี้จะไปพูดในคนเยอะ ๆ เลยว่าวันนี้จะใส่เสื้อสีนี้ไม่เหมาะกับเธอเลยอย่างนี้

418
00:51:32,811 --> 00:51:34,328
ก็ไม่ได้

419
00:51:34,328 --> 00:51:35,936

420
00:51:35,936 --> 00:51:38,629
ถ้าเห็นเพื่อน

421
00:51:38,629 --> 00:51:40,870
แล้วมันไม่โอเคจริง ๆ

422
00:51:40,870 --> 00:51:42,347
ก็ค่อยกระซิบบอก

423
00:51:42,347 --> 00:51:44,725
บอกเขา

424
00:51:44,725 --> 00:51:45,528
ในที่ที่มีแค่

425
00:51:45,528 --> 00:51:47,276
เรา

426
00:51:47,276 --> 00:51:51,276
ค่อย ๆ บอกกันเอา

427
00:51:53,377 --> 00:51:57,377
อย่าไปพูดในจนทำให้เขาอับอายขายขี้หน้าอย่างนั้นไม่ได้นะครับ ถือว่าไม่มีมารยาทนะครับ

428
00:52:00,324 --> 00:52:03,311
ต่อไปนะครับ เปิดโอกาสให้ผู้ฟังมีโอกาสซักถาม

429
00:52:03,311 --> 00:52:07,311
อย่างเช่น คุณครูสอนนักเรียนในห้องเรียน

430
00:52:09,039 --> 00:52:13,039
นี่ ครูสอนเสร็จปุ๊บคุณครูต้องถามนักเรียนว่าเข้าใจไหมใช่ไหมครับ

431
00:52:13,744 --> 00:52:17,586
นี่แหละครับ ก็คือเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามคุณครูว่า

432
00:52:17,586 --> 00:52:21,586
มีใครไม่เข้าใจไหม คุณครูก็ถามไปแบบนี้

433
00:52:29,877 --> 00:52:31,974
นักเรียนเข้าไม่เข้าใจนักเรียนก็ยกมือถามเดินออกมาถามอย่างนี้ครับ ก็คือเราต้องเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้แสดงความคิดเห็นมา ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ คุณครูเข้ามาครูก็สอน ๆ ๆ

434
00:52:31,974 --> 00:52:35,974
สอนเสร็จปุ๊บ โอเคสวัสดีครับ

435
00:52:39,186 --> 00:52:42,361
โดยที่ไม่ถามนักเรียนเลยว่านักเรียนเข้าใจในสิ่งที่เราสอนมาอย่างนี้ก็ไม่ใช่ ก็เหมือนกับนักเรียนสื่อสารกับน้อง

436
00:52:42,361 --> 00:52:46,361
ๆ นักเรียนไปบอกน้อง ๆ หรือบอกเพื่อน ๆ ในกลุ่มกันเอง

437
00:52:46,776 --> 00:52:49,845
สื่อสารกับเขาพูด

438
00:52:49,845 --> 00:52:51,724
นักเรียนก็คิดว่าเขาเข้าใจแล้วแต่ที่ไหนได้

439
00:52:51,724 --> 00:52:55,724
เขาไม่รู้เรื่องเลย

440
00:52:57,056 --> 00:52:58,468
เขาไม่มีโอกาสที่จะไปถามนักเรียนว่าอันนี้คืออะไรเหรอ อันนี้คืออะไรเหรออย่างนี้

441
00:52:58,468 --> 00:53:00,506
นักเรียนอยากไปตัดสิน

442
00:53:00,506 --> 00:53:02,749
อย่าไปตัดสินคนอื่น

443
00:53:02,749 --> 00:53:06,749
นักเรียนต้องถามเขาก่อน

444
00:53:06,775 --> 00:53:10,775
อย่างนี้ ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ฟังเขามีโอกาสซักถามเราบ้าง

445
00:53:11,294 --> 00:53:15,294
ไม่ใช่ว่าจะพูดให้จบ จบแล้วก็คือเข้าใจ ไม่ใช่นะครับ

446
00:53:17,412 --> 00:53:21,030
มารยาทในการพูดที่ดี ผู้พูด

447
00:53:21,030 --> 00:53:25,030
ควรมาให้ตรงเวลาหรือมาก่อนเวลา

448
00:53:31,225 --> 00:53:35,225
การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญเลยนะครับ นักเรียนรู้ไหม

449
00:53:39,519 --> 00:53:40,803
อย่างเช่น คุณครูบอกให้นักเรียนและเข้าห้องน้ำ 10 นาทีอย่างนี้ นักเรียนไปเข้าสัก 15 นาที 16 นาทีอย่างนี้

450
00:53:40,803 --> 00:53:44,803
สายนะครับ

451
00:53:52,360 --> 00:53:53,751
10 นาที คือ 10 นาทีนะครับ นักเรียนไปเข้าห้องน้ำมา 8 นาทีนี้ถือว่ารักษาเวลานะครับ การมาก่อนเวลาเป็นการรักษาเวลามาก

452
00:53:53,751 --> 00:53:55,337
เป็นการที่ให้เกียรติ

453
00:53:55,337 --> 00:53:58,298
ซึ่งกันและกัน

454
00:53:58,298 --> 00:53:59,759
ไม่ใช่ว่าครูบอก 10 นาที นักเรียนมา

455
00:53:59,759 --> 00:54:01,571
10 นาที

456
00:54:01,571 --> 00:54:02,971
2 วินาทีอย่างนี้

457
00:54:02,971 --> 00:54:06,971
ก็ถือว่าสายครับ เลย

458
00:54:09,632 --> 00:54:11,729
เวลาถือว่าสายทั้งหมดนะครับ ในสิ่งที่ไม่ควรเวลาที่ผู้ใหญ่นัดหรือ

459
00:54:11,729 --> 00:54:13,620
มีนัดกับใคร

460
00:54:13,620 --> 00:54:17,045
นักเรียนมีแฟนอย่างน ี้

461
00:54:17,045 --> 00:54:21,045
นักเรียนมีแฟน แฟนนัดไปกินข้าว

462
00:54:22,044 --> 00:54:25,055
เราปล่อยให้แฟนรอเป็น 10 นาที 20 นาทีอย่างน

463
00:54:25,055 --> 00:54:27,753
ี้น่ารักไหมล่ะ

464
00:54:27,753 --> 00:54:31,357
นักเรียนคิดว่าแฟนจะโอเคไหม

465
00:54:31,357 --> 00:54:34,523
สมมติว่านักเรียนไปรอแฟน นั่งรอแฟนอยู่นี่

466
00:54:34,523 --> 00:54:38,523
แฟนมาหาช้านี่ นักเรียนโอเคไหม

467
00:54:39,399 --> 00:54:43,375
ก็ไม่โอเค ก็เหมือนกัน กับเวลานักเรียนมีนัด

468
00:54:43,375 --> 00:54:47,375
กับแม่กับพ่อกับคุณครูกับเพื่อนเอง

469
00:54:48,713 --> 00:54:52,713
นี่ นักเรียนไปนั่งรอคนอื่นเขาทำไมมาสายจังเลย

470
00:54:53,850 --> 00:54:55,499
ออกเดินทาง 7 โมง 7 โมงเช้า อย่าง

471
00:54:55,499 --> 00:54:58,695
นี้  8 โมง  แปลว่า

472
00:54:58,695 --> 00:55:00,568
ออกรถอีกที 08 โมงเช้า เลทไปตั้ง

473
00:55:00,568 --> 00:55:03,131
ชั่วโมงหนึ่งอย่างนี้

474
00:55:03,131 --> 00:55:07,131
โอเคไหมครับ ก็ไม่โอเค

475
00:55:07,723 --> 00:55:11,723
ถึงได้บอกว่าการตรงต่อเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย

476
00:55:13,456 --> 00:55:17,446
หิวข้าวกันไหมครับ

477
00:55:17,446 --> 00:55:19,178
หิวข้าวกันไหม มีใครไม่ได้กินข้าวเช้ามาบ้างไหม

478
00:55:19,178 --> 00:55:21,427
มีไหม

479
00:55:21,427 --> 00:55:24,009
สงสัยไม่ได้กินข้าวเช้ามาบ้างไหมครับ

480
00:55:24,009 --> 00:55:27,661
วันนี้เข้าเช้ากินกับกินกับอะไรลูก

481
00:55:27,661 --> 00:55:31,501
ไม่ได้กินเหรอ

482
00:55:31,501 --> 00:55:35,501
ไข่เจียวเหรอลูก

483
00:55:39,383 --> 00:55:43,383
ไข่น้ำ

484
00:55:53,832 --> 00:55:57,808
หิวใช่ไหมลูก  หิวใช่ไหม

485
00:55:57,808 --> 00:56:00,813
เดี๋ยวอย่างไร

486
00:56:00,813 --> 00:56:03,320
วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนนะ

487
00:56:03,320 --> 00:56:05,352
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าคุณครูก็

488
00:56:05,352 --> 00:56:06,355
จะสอนเรื่องอะไรเดี๋ยวคุณครู

489
00:56:06,355 --> 00:56:10,198
มาเซอร์ไพรส์

490
00:56:10,198 --> 00:56:14,038
อีกทีหนึ่ง เดี๋ยวมาดูตารางก่อนนะครับ ว่า

491
00:56:14,038 --> 00:56:18,038
ชั่วโมงหน้าครูจะว่างไหม เผื่อคุณครูก็ได้ไปราชการอีก

492
00:56:18,344 --> 00:56:21,503
เดี๋ยวจะมีคุณครูมาสอนแทนนะ

493
00:56:21,503 --> 00:56:25,304
โอเค สำหรับวันนี้

494
00:56:25,304 --> 00:56:26,715
ไปกินข้าวได้นะ

495
00:56:26,715 --> 00:56:29,415
เดี๋ยว

496
00:56:29,415 --> 00:56:32,733
หิวกันมากแล้ว

497
00:56:32,733 --> 00:56:35,352
โอเค ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ

498
00:56:35,352 --> 00:56:39,352
โอเคครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]

