--- title: ท31101 ภาษาไทย 1 (ม.4/2) 090866 subtitle: date: วันพุธที่ 9 สิงหาคม 2566 เวลา 10.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์จักรพงศ์) ตั้งใจฟังคุณครูนี่ภาพที่ 2 มีนักเรียนไม่กินขนมจากที่เคยกินขนมไม่กินขนมแล้ว ไม่กินขนมแล้ว แล้วก็นักเรียนที่พูดคุยเสียงดังก็ไม่ได้พูดคุยกันแล้ว ก็ตั้งใจฟังคุณครูเสียงดังไปไหมครับ นักเรียนนะครับ นักเรียนดูนะครับ เห็นภาพที่ 2 ใช่ไหมครับ ภาพที่ 2 เป็นพฤติกรรมที่ไม่พึ่งประสงค์เสียงดังลุกขึ้นเต้นนะครับ นักเรียนเห็นไหมครับ กำลังทำภาษามือให้นักเรียนได้ดูได้อะไร อยู่ดี ๆ มีนักเรียนพูดคุยเสียงดัง นักเรียนคิดว่านักเรียนจะเข้าใจไหมครับ นักเรียนไม่เข้าใจนะครับ เพราะว่าอย่างเช่น สมมติว่าคุณครูกำลังพูดอยู่พี่ล่ามกำลังใช้ภาษามือสื่อสารกันนักเรียนอยู่นักเรียนคิดว่าถ้าอยู่ดี ๆ มีนักเรียนไม่มีสมาธิในการดูพี่ล่ามอธิบาย นักเรียนคิดว่านักเรียนจะเข้าใจไหมครับ นักเรียนจะไม่เข้าใจตรงนี้เลยนะว่าคุณครูอธิบายเรื่องอะไร นี่แหละเป็นสิ่งที่สำคัญเลย เห็นไหมครับ เห็นไหมครับ ภาพที่ 3 เป็นบรรยากาศในห้อเรียน ที่อยู่ดี ๆ คุณครูพูดขึ้นมาแล้วมีนักเรียนพูดแทรกขึ้นมานะครับ นักเรียนดูนะครับ ว่าเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมไหม เพราะว่าการที่มีคนพูดอยู่แล้วมีคุณครูแล้วมีคุณครูพูดนักเรียนฟังอยู่กลุ่มหนึ่งนี่ มีคนอื่นมาสะกิดนักเรียน มีคนอื่นมาพูดแทรกขึ้นมา คนที่ตั้งใจฟังคุณครูสอนอยู่นักเรียนคิดว่าเขาเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหม นักเรียนคิดว่าเขาจะเข้าใจไหมครับ ไม่เข้าใจนะครับ ถ้าเกิดว่ามีอะไรมารบกวนหรือว่ามีอะไรมาทำให้ผู้ฟังหรือผู้ดูเขาเสียสมาธินี่อย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจ อย่างเช่น ถ้าสมมติว่าคุณครูถามนี่ นักเรียนตอบไม่ได้ทุกคน เพราะว่าคุณครูดูแล้วก็มีบางคนที่ดูพี่ล่ามใช้ภาษามือ มีบางคนที่ดูคุณครูแต่ไม่เข้าใจ แต่ไม่ได้ยินเสียง นักเรียนคิดว่าคนที่ดูคุณครูนี่จะเข้าใจไหม ไม่เข้าใจ นักเรียนจะต้องดูพี่ล่าม เพราะพี่ล่ามใช้ภาษามืออธิบายนักเรียนได้เข้าใจส่วนคุณครูมีหน้าที่อธิบายให้พี่ล่ามสื่อสารพี่ล่ามให้พี่ล่ามพูดให้สื่อสารให้นักเรียนดูอีกทีหนึ่งภาษามือทั้งหมดทั้งมวลในเรื่องที่ครูพูดมามันเกี่ยวกับรูปภาพ 3 รูปภาพที่คุณครูสอนไปนั้น คุณครูกำลังจะพูดถึงเรื่องมารยาท มารยาทที่ดีต้องทำอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นมารยาทในการฟัง มารยาทในการพูด การสื่อสารด้วยภาษามือของนักเรียนการดูต่าง ๆ นี่ สิ่งไหนที่เรียกว่า "มีมารยาท" แล้วเป็นมารยาทที่ดีสิ่งไหนที่นักเรียนควรทำ เพราะว่านักเรียนอย่าลืมนะครับ นักเรียนอยู่ที่โรงเรียนที่นี่ นักเรียนจะอยู่ถึงแค่ ม. 6 นักเรียนจบไปแล้วน่ะ 1. จะต้องมีคนไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยใช่ไหมครับ พอไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย แล้วบางคนก็ไปทำงาน นักเรียนคิดว่าในสังคมที่นักเรียนไปอยู่นั้นน่ะนักเรียนคิดว่านักเรียนจะอยู่ได้ไหม ถ้านักเรียนไม่มีมารยาท เรียนอยู่ไม่ได้นะครับ นักเรียนไม่สามารถอยู่ได้โดยที่นักเรียนไร้มารยาท นักเรียนจะต้องรู้กาละเทศะ รู้ว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำถ้านักเรียนไม่รู้เลย มันทำให้นักเรียนอยู่ในสังคมนั้นลำบาก แล้วจะทำให้ตัวนักเรียนเองนั้นลำบากใจ ไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ในสังคม สิ่งที่ครูจะสอนในวันนี้นะ ครูก็จะบอกว่ามารยาทคืออะไร มารยาทมีอะไรบ้าง และมารยาทต้องทำอย่างไร มาฟังอันแรกเลยนะครับ มารยาทในการฟังที่ดีต้องทำอย่างไร มารยาทในการฟังที่ดี โอเคในห้องนี้ไม่ได้มีหูหนวก 100 เปอร์เซ็นต์ มีหูตึงด้วย เพราะฉะนั้น หูตึงก็คือได้ยินและสื่อสารได้ ทีนี้เราจะต้องทำอย่างไรในการฟังมารยาทในการฟังต้องเป็นอย่างไรบ้าง เรามาดูข้อที่ 1 ของมารยาทในการฟังเลยนะครับ มารยาทในการฟังข้อที่ 1 ก็คือตั้งใจฟังด้วยความตั้งใจและมีสมาธิในการฟัง นักเรียน นักเรียนเห็นไหมที่คุณครูสอนอยู่ตรงนี้นักเรียนสามารถนอนอยู่บนโต๊ะฟังคุณครูอย่างนี้ เอามือค้ำอย่างนี้ สั่งอย่างนี้ถือว่ามีมารยาทในการฟังไหม นักเรียนอย่าไปทำที่ไหนเลยนะ บอกเลยนะแล้วอย่าไปทำที่ไหนนะครับ หรือว่านักเรียนจะไปเจอใครก็ช่างที่เขากำลังพูดกำลังสอนอยู่น่ะ ไปเรียนมหาวิทยาลัยอย่างนี้ นักเรียนไปนั่งฟังคุณครูอยู่อย่างนี้ ไม่ได้เลยนะ ถือว่าไม่มีมารยาทในการฟังนะครับ มารยาทในการฟัง นักเรียนต้องนั่งดี ๆ มีอะไรจะถามครับ เชิญครับ ไม่ได้ครับ ไม่ได้เลยครับ ถ้าเกิดว่าทำพฤติกรรมอย่างนั้นถือว่าไม่ให้เกียรติคุณครูไม่ให้เกียรติคุณครูเลย เพราะว่าจะทำสมมติว่าถ้าไม่ใช่คุณครูน่ะ เขาจะมองว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กที่ไม่น่ารัก ถือว่าพฤติกรรมนี้เป็นการไม่มีมารยาทนะครับ เราต้องนั่งหลังตรง ตั้งใจดูพี่ล่ามสื่อสาร ตั้งใจฟังคุณครูถ้าง่วง นักเรียนจะต้องจัดการกับตัวเองโดยที่ลุกขึ้นแล้วยกมือไหว้ขออนุญาตคุณครู ขอไปเข้าห้องน้ำ ขออนุญาตล้างหน้าหน่อยนะครับ ผมรู้สึกง่วงพูดลักษณะอย่างนี้แล้วก็เดินออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าให้เรียบร้อย จัดการตัวเองเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองง่วง จะมานั่งค้ำคางอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ห้ามเลยนะครับ ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โอเคนะ (ล่าม) ถ้าคนอื่นนั่งเท้าคาง (อาจารย์จักรพงศ์)ครับผม หรือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนะครับ เพราะตอนนี้เรากำลังเรียนเรื่องมารยาทนะ โอเค โอเค มารยาทในการฟัง ก็คือฟังด้วยความตั้งใจมีสมาธิในการฟังและที่สำคัญเลย ที่สำคัญเลยนักเรียนเองจะต้องสบตาพี่ล่าม เพื่อให้พี่ล่ามสื่อสารได้เข้าใจส่วนคนไหนได้ยินคุณครูอธิบายได้ยินเสียงคุณครูสบตาคุณครูได้ครับ สบตาคุณครูได้ แต่ถ้าไม่ได้ยินเสียงคุณครูให้สบตาพี่ล่าม พี่ล่ามจะได้สื่อสารให้เรียนเข้าใจ โอเคต่อไปนะครับ ต่อไปไม่พูดคุยกับคนข้าง ๆ หรือส่งเสียงดัง ในขณะที่คุณครูกำลังสอนอยู่นี่ กำลังพูดคุยอยู่นี่กำลังสื่อสารอยู่นี่ อยู่ดี ๆ มีเพื่อนร้องตะโกนเสียงดังนักเรียนคิดว่าพฤติกรรมที่เหมาะสมไหม ไม่เหมาะสมเลยพฤติกรรมที่ดีจะต้องตั้งใจพูดง่าย ๆ ว่านักเรียนต้องตั้งใจฟัง ต้องตั้งใจดู เพราะว่าคุณครูกำลังอธิบายเรื่องมารยาท เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของนักตัวนักเรียนเองเลย เพราะนักเรียนจะต้องนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนในอนาคตและสิ่งที่สำคัญที่สุดอีก 1 ข้อ ก็คือโทรศัพท์มือถือนะครับ โทรศัพท์มือถือ ถ้าคุณครูอย่างคุณครูจะยกตัวอย่างที่หอนอนในขณะที่คุณครูกำลังอบรมนักเรียนอยู่ นักเรียนมีโทรศัพท์เล่น นักเรียนจะเล่นโทรศัพท์ในระหว่างที่คุณครูอบรมไหม ถ้าคุณครูพูดอบรมใช้ภาษามือพูดกับนักเรียน 30-40 คน ในหอนอนกับคุณครู 1 คนที่กำลังอบรมนักเรียนอยู่นี่ นักเรียนคิดว่าคุณครูเขาเหนื่อยไหม เหนื่อย คุณครูเหนื่อยมากเลย จะทำอย่างไรสื่อสารให้นักเรียนได้เข้าใจนักเรียนไม่ได้ยินคุณครูต้องใช้ภาษามือแปลนักเรียนไม่สนใจคุณครูหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นในขณะที่คุณครูกำลังสื่อสารอยู่นี่นักเรียนคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมไหมครับ ไม่เหมาะสมเลย ไม่เหมาะสมเลยนะครับ เพราะว่าถ้านักเรียนไม่ฟังหรือไม่ดูคุณครูในขณะที่คุณครูใช้ภาษามือพูดสื่อสารกับนักเรียนไปนี่ ไม่เป็นก็จะไม่เข้าใจเลยว่าคุณครูพูดอะไรออกไป พอถึงเวลาสมมติว่าคุณครูสั่งงานสั่งอะไรไปให้นักเรียนทำพอถึงเวลาที่ต้องส่งงานกลับกันว่าไม่รู้เรื่อง แต่พอคุณครูถามว่าเข้าใจไหมนักเรียนตอบเข้าใจทุกคนก็เหมือนที่คุณครูถามในห้องเรียนนี่ คุณครูสอนไปสอนไปแล้วคุณครูก็ถามว่านักเรียนเข้าใจไหมครับ นักเรียนตอบเข้าใจเข้าใจครับ เข้าใจค่ะ แต่พอคุณครูให้ทำงาน ทำได้ไหม ทำไม่ได้ เพราะอะไร เพราะนักเรียนไม่ได้ตั้งใจฟังเลย ไม่ได้ตั้งใจดูว่าพี่ล่ามอธิบายว่าอะไร สุดท้ายก็ทำงานไม่ได้ โทษใครครับ โทษตัวเราเอง เพราะตัวเราเองนี่แหละที่ไม่ได้ตั้งใจ ต่อไป ข้อต่อไป ก็คือไม่รับประทานอาหารและเครื่องดื่มในขณะที่ฟังนักเรียนเห็นรูปภาพก่อนหน้านี้ที่คุณครู ก่อนที่จะเข้าสู่บทเรียนไหม ที่มีครูสอนในห้องเรียนแล้วมีนักเรียนคนหนึ่งที่แอบกินขนมในห้องเรียนน่ะ แอบรับประทานอาหารในห้องเรียน นักเรียนเห็นไหมครับ เป็นการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมเลยนะครับ ในขณะที่ผู้พูดนี่ เขาพูดเขากำลังสอนเราอยู่นี่ นักเรียนแอบกินขนมแล้วจะทำให้เพื่อน ๆ ข้าง ๆ นักเรียนน่ะ คิดว่ามีสมาธิไหม เพื่อน ๆ ไม่มีสมาธินะ เพื่อน ๆ ก็หิวเหมือนกัน เขาแค่ไม่กล้าที่ได้หยิบขึ้นมากิน ห้ามนะครับ ไม่เหมาะสมเลย ไม่ควรที่จะเอาขึ้นมากิน เพราะจะทำให้เพื่อน ๆ ไม่มีสมาธิ แล้วคุณครูก็ไม่สามารถที่จะสอนให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่คุณครูจะสื่อสารได้ ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการนั่งประชุม สมมติว่านักเรียนเข้าแถวตอนเช้านักเรียนจะต้องนั่งเป็นห้องเรียนใช่ไหมครับ นั่งเป็นห้องเรียน ทีนี้ก็จะมีคุณครูอบรมหน้าเสาธงทุกเช้าทุกเช้าและมีพี่ ๆ คณะกรรมการนักเรียนพูดคุยกับนักเรียนทุกเช้า เวลาเข้าแถว นักเรียนมาทีหลังแล้วเพื่อนเข้าแถวเสร็จแล้วอย่างนี้ ถือว่านักเรียนมีมารยาทไหม เวลาจะประชุมไม่ว่าจะอะไรทั้งนั้น สมมติ สมมติคุณครูจะยกตัวอย่าง หมายถึงว่านักเรียน ไปทำงานนักเรียนเรียนจบแล้วนักเรียนไปทำงาน ไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งแล้วหัวหน้านัดประชุมนักเรียน นัดประชุมตัวนักเรียนเองนะ ประชุมพนักงานในบริษัทอยู่ดี ๆ นักเรียนให้หัวหน้าไปนั่งรอที่ประชุมก่อนและนักเรียนพนักงานทุกคนตามไปทีหลังอย่างนี้ นักเรียนคิดว่ามันเหมาะสมไหมครับ ไม่เหมาะสมนะครับ เราอยากให้ผู้ใหญ่มารอ เราต้องมารอผู้ใหญ่นะ การมีมารยาทที่ดีของนักของนักเรียนหรือเด็กที่น่ารักนี่ ต้องมารอผู้ใหญ่ อย่าให้ผู้ใหญ่รอ อย่างเช่น ห้องเรียนนี่ คุณครูพอถึงเวลา 8 โมงครึ่ง ที่ต้องเรียนหนังสือนักเรียนจะต้องมาเปิดห้องมาทำความสะอาดห้องอะไรรอคุณครูเรียบร้อยแล้วคุณครูถึงจะมาปุ๊บ คุณครูก็จะมาเปิดคอมเปิดอะไรอย่างนี้เตรียมที่จะสอนไม่ใช่ว่าพอถึงเวลาปุ๊บคุณครูก็เข้ามาเตรียมอะไรสอนมานั่งรอนักเรียน แล้วนักเรียนมาทีหลังคุณครูอย่างนี้ ก็ไม่โอเคนะครับ อย่างนี้ถือว่าเป็นการไม่มีมารยาทนะ มาดูข้อต่อไป มารยาทในการดู มารยาทในการดูมีอะไรบ้าง มารยาทในการดูนะครับ มารยาทในการดูไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น เวลาที่คนอื่นผู้อื่นเขาดูอยู่ เช่น เพื่อน ๆ ดูทีวีในหอนอนน่ะเพื่อน ๆ ดูทีวีในห้องนอนนักเรียนจะไปตะโกนเสียงดังรบกวนคนอื่นได้ไหม ไม่ได้ เขาก็ดูไม่เข้าใจสิครับ ก็ถือว่าเป็นการไม่มีมารยาทในการดูเหมือนกัน นักเรียนจะต้องตั้งใจดู ในขณะที่ดูนี่ เราต้องทำท่าอย่างไรต้องสุภาพเรียบร้อยไหม หรือว่าในขณะที่คุณครูสอนอยู่นักเรียนกำลังดูพี่ล่ามอธิบายภาษามืออยู่ดี ๆ มีคนนั่งเอามือค้ำคางดูพี่ล่ามถือว่าเหมาะสมไหมที่คุณครูบอกไป ไม่เหมาะสม พฤติกรรมไม่เหมาะสมเลย การไม่มีมารยาทห้ามทำเด็ดขาดนะครับ ห้ามทำเลย ต้องนั่งให้เรียบร้อยในท่าที่สุภาพเรียบร้อย จะนั่งไขว่ห้างได้ไหม นั่งไขว่ห้างได้ไหม เวลานั่งไม่ได้ต้องนั่งให้เรียบร้อย ผู้หญิงก็เวลาใส่กระโปรงก็ต้องดูความเรียบร้อยของตัวเองด้วยว่า ท่านั่งของตัวเองเรียบร้อยไหม และที่สำคัญนะครับ ในขณะที่ดูอยู่จะไม่ลุกเดินเพ่นพ่านไปไหนเลยนะครับ เพราะว่าถ้าจำเป็นจริง ๆ แบบฉุกเฉินอยากเข้าห้องน้ำก็ต้องขออนุญาตคุณครู ลุกขึ้นเบา ๆ แล้วก็ยกมือไหว้ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำ อันนี้ก็สำคัญเหมือนกัน ไม่ว่าจะทุกกรณีเลย มารยาททุกที่เลยโทรศัพท์เป็นเรื่องเครื่องมือสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยนะครับ ในขณะที่ผู้พูด เขากำลังสื่อสารอยู่ไม่ว่านักเรียนจะดูจะฟังอะไรทั้งนั้นน่ะ เสียงโทรศัพท์เข้ามาทำให้รบกวนคนอื่นไหม นักเรียนเห็นไหม เพื่อนลุกขึ้นเบา ๆ น่ะ เพื่อนยกมือขออนุญาตคุณครูไปเข้าห้องน้ำน่ะ นักเรียนคิดว่าเพื่อนมีมารยาทไหม มีไหม น่ารักไหม น่ารัก อยู่ดี ๆ ลุกขึ้นมาเดินออกไปเลยอย่างนี้ คุณครูรู้ไหมว่านักเรียนไปไหน ไม่รู้ถือว่าไม่มีมารยาทอันนั้นน่ะครับ อย่าไปทำที่ไหนนะอายเขาแล้วก็ไม่รับประทานในขณะที่ดูอยู่ ยังดูอยู่นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายไปอย่างนี้นักเรียนเอาขนมขึ้นมากินอย่างนี้ พี่ล่ามหิวทำอย่างไรดีนี่ พี่ล่ามก็ไม่มีสมาธิสื่อสารกับนักเรียนสิ ไม่ได้นะ อย่าไปทำนะ ตั้งใจมีสมาธิในการดู นักเรียน นักเรียนดูบรรยากาศในโรงหนัง มีใครเคยไปดูหนังในโรงหนังบ้าง ยกมือขึ้น เคยไหมเคยไปดูหนังในโรงหนังไหม เคยไหม ไม่เคยเลยเหรอ คุณครูจะพูดให้ฟังในโรงหนังเขาก็จะให้นักเรียนปิดเครื่องมือสื่อสารเหมือนกัน ปิดโทรศัพท์มือถือถ้าเรียนจำเป็นก็ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ จำเป็นอีกว่ามีสายเข้าพอดีเป็นสายที่สำคัญมากเลย นักเรียนก็ต้องเดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอก เพื่อที่จะไม่ทำให้บรรยากาศในโรงหนังเสียบรรยากาศ ตรงที่ว่าแสงโทรศัพท์จะไปรบกวนคนอื่น หรือเสียงจะรบกวนคนอื่นในขณะที่เขากำลังอินกับภาพยนตร์ที่เขาดูอยู่ นักเรียนนักเรียนเดี๋ยวคุณครูจะอ่านบทสนทนามีให้นักเรียนดูนักเรียนดูพี่ล่ามดี ๆ นะ เดี๋ยวคุณครูจะอ่านบทสนทนาให้ว่าเป็นอย่างไร ตัวละครในบทสนทนานี้จะมีทั้งหมด 3 ตัวละครนะครับ ก็จะมีอ๊อด มีอ้อย แล้วก็มีอ้น อ๊อดบอกว่าอ้นกับอ้อยไปไหนน่ะ ท่าทางรีบร้อนเชียว อ้อยตอบว่ารีบไปอ่านหนังสือในห้องสมุดน่ะสิ อ๊อดจงบอกว่าแหมขยันอ่านจนแว่นหนาเตอะเลยนะป้าอ้อย ป้าอ้อยเลยบอกว่าอ้าวทำไมมาว่าฉันล่ะ ฉันไม่ใช่ป้าเธอนะ คนก็เลยบอกว่าอ๊อดพูดไม่ดีเลย คนใส่แว่นตาเป็นเรื่องธรรมดาหลายคนเขาก็ใส่แว่นตาตั้งแต่เด็ก ๆ อ้อยเขาขยันอ่านหนังสือ ไปล้อเขาทำไม อ๊อดจึงบอกว่าขอโทษ ขอโทษ พูดเล่นน่ะ พูดแค่นี้ทำเป็นโกรธไปได้ นักเรียนคิดว่าอ๊อดนี่ ที่บอก... ที่บอกว่าอ้อยนี่เรียกว่าอ้อยเป็นป้า ป้าอ้อย แล้วก็บอกเขาว่า คือ อ๊อดบอกป้าอ้อยว่าใส่แว่นตาหนาเตอะเหมือนป้าเลยนี่ นักเรียนคิดว่าอ๊อดมีมารยาทไหม มีมารยาทในการพูดไหมอยู่ดี ๆ ไปบอกเขาว่าเป็นป้าอันนี้บอกเขาว่าเขาแก่อย่างนี้นักเรียนคิดว่าอ๊อดมีมารยาทในการพูดไหม ไม่มีเลย แล้วอยู่ดี ๆ มีคนมาบอกนักเรียนว่า ทำไมอ้วนน่าเกลียดจังเลย นักเรียนชอบไหม อ้วน น่าเกลียดมาก ๆ เลย นักเรียนชอบไหมครับ สมมติมาบอกนักเรียนว่าขี้เหร่จังเลย อย่างนี้นักเรียนชอบไหม ไม่ชอบไม่มีใครชอบหรอกครับ ไม่มีใครชอบคนที่เอาปมด้อยเรามาพูดหรอกการพูดต้องทำอย่างไรต้องรักษาน้ำใจเขาต้องดูด้วยว่าเราสนิทกับเขาแค่ไหน จะสนิทกันมากแค่ไหนก็ช่างไม่ควรที่จะไปว่าเขาเอาปมด้อยเข้ามาจะสนิทแค่ไหนก็ช่างนะครับ ไม่ควรที่จะเอาปมด้อยเขามาพูด จะไปบอกเขาว่าทำไมอ้วนจังเลย วันนี้กินอะไรมานี่ กินช้างไปทั้งตัวหรือเปล่านี่ แบบถือว่าไม่มีมารยาทในการพูดนะครับ ไม่มีมารยาทในการพูดเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไร นักเรียนไม่ควรที่จะไปบูลลีเพื่อน ๆ ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร เขาก็คือเพื่อนเรา ไม่ว่านักเรียนจะไปเจอใครก็ช่าง นักเรียนก็ไม่ควรที่จะไปพูดปมด้อยของคนอื่นอย่าแสดงมารยาทที่ไม่ดีใส่คนอื่น นักเรียนต้องมีสติอยู่เสมอ ให้รู้ว่าสิ่งที่นักเรียนกำลังจะพูดกำลังจะสื่อสารกำลังจะบอกเขาน่ะ มันเป็นสิ่งที่ดีไหม มีนักเรียนจะเข้าห้องน้ำไหมครับ เดี๋ยวพักเข้าห้องน้ำสัก 10 นาทีนะ เดี๋ยวพักเข้าห้องน้ำสัก 10 นาทีนะครับ มาครบหรือยังครับ เดี๋ยวต่อไปจะเป็นมารยาทในการพูดนะ ถ้ามารยาทในการพูดเสร็จปุ๊บ ก็คือเดี๋ยวคุณครูจะปล่อยไปกินข้าวแล้ว เดี๋ยวรอเพื่อนอีกคนหนึ่งขิงห้องน้ำเหรอครับ โอเค เดี๋ยวรอเพื่อนอีกแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวรอเพื่อนอีกแป๊บหนึ่ง โอเคนะครับ เพื่อนมาครบแล้วนะ นึกว่านอนในห้องน้ำแล้ว โอเคนะครับ ต่อไปนะครับ มารยาทในการพูดนะ การพูดหรือการสื่อสารที่ดีต้องทำอย่างไรนักเรียนดูพี่ล่ามนักเรียนดูพี่ล่ามนะ พี่ล่ามจะได้อธิบายนักเรียนเข้าใจเร็ว ๆ นะถ้าเสร็จมารยาทในการพูดนี้เดี๋ยวคุณครูจะปล่อยไปกินข้าวเลย โอเคไหมครับ โอเคไหม เพราะฉะนั้น นักเรียนจะต้องตั้งใจดูพี่ล่ามอธิบายดี ๆ นะโอเค มารยาทในการพูดข้อที่ 1 ต้องพูดจาอย่างไร พูดจาให้ไพเราะสุภาพสื่อสารอย่างไรให้ไพเราะ เวลาเราจะพูดว่านักเรียนเจอแขกมาอย่างนี้นะครับ นักเรียนจะสื่อสารกับแขกให้ไพเราะอย่างไร ไม่ใช่ว่าจะไปพูดกับแขกโดยที่ไม่รู้จักกาละเทศะ ลำดับแรกที่เจอแขกต้องทำอย่างไร ต้องสวัสดีก่อนนะ ต้องสวัสดีก่อน สวัสดีแขกก่อนเจอผู้ใหญ่ทุกคนเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ ครูบาอาจารย์ เจอแขกเข้ามาในโรงเรียนนักเรียนจะต้องยกมือกล่าวทักทายสวัสดีเสมอ นักเรียนห้ามมือแข็งนะ จะไม่น่ารักนะครับ ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ข้อที่ 2 ในการพูดนะครับ ต้องพูดให้ชัดเจนให้ได้ยินอย่างทั่วถึง อย่างห้องนี้น้องอายน้องอายพูดสื่อสารได้ น้องอาจจะต้องพูดออกเสียงให้ชัดเจน เพื่อที่จะสื่อสารให้เข้าใจได้ส่วนคนไหนที่พูดไม่ได้สื่อสารด้วยภาษามือนักเรียนจะต้องใช้ภาษามือที่ชัดเจน ให้คำสละสลวย ให้ผู้ดูนั้นเขาสามารถที่จะเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนสื่อสารได้ถ้านักเรียนใช้ภาษามืออย่างรวดเร็ว แล้วไม่รู้ว่าคำนี้เขาใช้อย่างนี้หรือเปล่า คนฟังก็จะจำคำนั้นแล้วเอาไปใช้ต่อ แล้วก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ ถ้านักเรียนไม่เข้าใจนักเรียนจะต้องสอบถามผู้รู้หรือสอบถามคุณครูหรือเพื่อนคนที่แม่นเกี่ยวกับภาษามือว่าตำแหน่งนี้อยู่ตรงไหน ภาษามือควรใช้อย่างไร ส่วนน้องอายพูดได้ น้องอายก็ต้องฝึกพูดให้ตรงอักขระพูดให้ตรงคำความหมาย ต้องรู้ว่าพูดอย่างไรให้ชัดเจน คนอื่นเขาจะได้เข้าใจ ถ้าสมมตินักเรียนมาสื่อสารกับคุณครูเองนี่ อย่างคุณครูเองไม่ได้ภาษามือ นักเรียนคิดว่านักเรียนพูดภาษามืออย่างเร็วเลย รัวมาเลยอย่างนี้นักเรียนคิดว่าคงจะเข้าใจไหมครับ ยังไงคุณครูก็ไม่เข้าใจครับ นักเรียนต้องช้า ๆ ค่อย ๆ ทำกับคุณครูยังไม่ได้ภาษามือ คุณครูเพิ่งมาเพื่อนคนอื่นที่เพิ่งเข้ามาใหม่ยังไม่ได้ภาษามือนักเรียนจะต้องค่อย ๆ สื่อสารกับเพื่อน ค่อย ๆ ช้า ๆ ฝึกทีละนิดทีละหน่อยให้กับเพื่อน ๆ ได้เข้าใจ ต่อไปนะครับ ไม่พูดส่อเสียดหรือล้อเลียนผู้อื่น ก็คือไม่พูดบูลลี่คนอื่นน่ะครับ ที่คุณครูได้พูดไปเมื่อบทสนทนาที่คุณครูได้พูดถึงอ๊อด อ้น ที่เขาสนทนากันแล้วไม่ควรที่จะไปพูดส่อเสียดคนอื่น หรือล้อเลียนคนอื่นนะ วันนี้ทำไมเธออ้วนจัง เธอกินอะไรเข้ามาอย่างนี้ไม่ได้นะครับ นักเรียนต้องรู้จักมีมารยาทในการพูดอยู่ดี ๆ จะไปทักเขาแบบนั้นน่ะ เขาก็เสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันเขาหมดอยู่ดี ๆ ทักกันในเพื่อนเจอกันอย่างนี้ ทำไมวันนี้เธอดูหน้าไม่สวยเลย อย่างนี้ไม่ได้นะ ต้องรักษาน้ำใจเขา ถ้าเกิดว่าอยู่ดี ๆ นี้จะไปพูดในคนเยอะ ๆ เลยว่าวันนี้จะใส่เสื้อสีนี้ไม่เหมาะกับเธอเลยอย่างนี้ ก็ไม่ได้ ถ้าเห็นเพื่อนแล้วมันไม่โอเคจริง ๆ ก็ค่อยกระซิบบอก บอกเขาในที่ที่มีแค่เราค่อย ๆ บอกกันเอา อย่าไปพูดในจนทำให้เขาอับอายขายขี้หน้าอย่างนั้นไม่ได้นะครับ ถือว่าไม่มีมารยาทนะครับ ต่อไปนะครับ เปิดโอกาสให้ผู้ฟังมีโอกาสซักถาม อย่างเช่น คุณครูสอนนักเรียนในห้องเรียนนี่ ครูสอนเสร็จปุ๊บคุณครูต้องถามนักเรียนว่าเข้าใจไหมใช่ไหมครับ นี่แหละครับ ก็คือเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามคุณครูว่ามีใครไม่เข้าใจไหม คุณครูก็ถามไปแบบนี้นักเรียนเข้าไม่เข้าใจนักเรียนก็ยกมือถามเดินออกมาถามอย่างนี้ครับ ก็คือเราต้องเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้แสดงความคิดเห็นมา ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ คุณครูเข้ามาครูก็สอน ๆ ๆ สอนเสร็จปุ๊บ โอเคสวัสดีครับ โดยที่ไม่ถามนักเรียนเลยว่านักเรียนเข้าใจในสิ่งที่เราสอนมาอย่างนี้ก็ไม่ใช่ ก็เหมือนกับนักเรียนสื่อสารกับน้อง ๆ นักเรียนไปบอกน้อง ๆ หรือบอกเพื่อน ๆ ในกลุ่มกันเอง สื่อสารกับเขาพูดนักเรียนก็คิดว่าเขาเข้าใจแล้วแต่ที่ไหนได้เขาไม่รู้เรื่องเลย เขาไม่มีโอกาสที่จะไปถามนักเรียนว่าอันนี้คืออะไรเหรอ อันนี้คืออะไรเหรออย่างนี้นักเรียนอยากไปตัดสินอย่าไปตัดสินคนอื่น นักเรียนต้องถามเขาก่อนอย่างนี้ ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ฟังเขามีโอกาสซักถามเราบ้าง ไม่ใช่ว่าจะพูดให้จบ จบแล้วก็คือเข้าใจ ไม่ใช่นะครับ มารยาทในการพูดที่ดี ผู้พูดควรมาให้ตรงเวลาหรือมาก่อนเวลาการตรงต่อเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญเลยนะครับ นักเรียนรู้ไหม อย่างเช่น คุณครูบอกให้นักเรียนและเข้าห้องน้ำ 10 นาทีอย่างนี้ นักเรียนไปเข้าสัก 15 นาที 16 นาทีอย่างนี้สายนะครับ 10 นาที คือ 10 นาทีนะครับ นักเรียนไปเข้าห้องน้ำมา 8 นาทีนี้ถือว่ารักษาเวลานะครับ การมาก่อนเวลาเป็นการรักษาเวลามาก เป็นการที่ให้เกียรติซึ่งกันและกันไม่ใช่ว่าครูบอก 10 นาที นักเรียนมา 10 นาที 2 วินาทีอย่างนี้ ก็ถือว่าสายครับ เลยเวลาถือว่าสายทั้งหมดนะครับ ในสิ่งที่ไม่ควรเวลาที่ผู้ใหญ่นัดหรือมีนัดกับใครนักเรียนมีแฟนอย่างน ี้นักเรียนมีแฟน แฟนนัดไปกินข้าว เราปล่อยให้แฟนรอเป็น 10 นาที 20 นาทีอย่างนี้น่ารักไหมล่ะ นักเรียนคิดว่าแฟนจะโอเคไหม สมมติว่านักเรียนไปรอแฟน นั่งรอแฟนอยู่นี่ แฟนมาหาช้านี่ นักเรียนโอเคไหม ก็ไม่โอเค ก็เหมือนกัน กับเวลานักเรียนมีนัดกับแม่กับพ่อกับคุณครูกับเพื่อนเองนี่ นักเรียนไปนั่งรอคนอื่นเขาทำไมมาสายจังเลยออกเดินทาง 7 โมง 7 โมงเช้า อย่างนี้ 8 โมง แปลว่าออกรถอีกที 08 โมงเช้า เลทไปตั้งชั่วโมงหนึ่งอย่างนี้โอเคไหมครับ ก็ไม่โอเค ถึงได้บอกว่าการตรงต่อเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย หิวข้าวกันไหมครับ หิวข้าวกันไหม มีใครไม่ได้กินข้าวเช้ามาบ้างไหม มีไหม สงสัยไม่ได้กินข้าวเช้ามาบ้างไหมครับ วันนี้เข้าเช้ากินกับกินกับอะไรลูก ไม่ได้กินเหรอ ไข่เจียวเหรอลูก ไข่น้ำ หิวใช่ไหมลูก หิวใช่ไหมเดี๋ยวอย่างไร วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวสัปดาห์หน้าคุณครูก็จะสอนเรื่องอะไรเดี๋ยวคุณครูมาเซอร์ไพรส์อีกทีหนึ่ง เดี๋ยวมาดูตารางก่อนนะครับ ว่าชั่วโมงหน้าครูจะว่างไหม เผื่อคุณครูก็ได้ไปราชการอีกเดี๋ยวจะมีคุณครูมาสอนแทนนะ โอเค สำหรับวันนี้ไปกินข้าวได้นะ เดี๋ยวหิวกันมากแล้ว โอเค ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ โอเคครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]