﻿1
00:00:29,713 --> 00:00:33,713
สวัสดีค่ะได้ยินเสียงไหมคะได้ยินเสียงพี่ไหมคะ

2
00:00:33,962 --> 00:00:36,781
เหลือนักเรียนอยู่ 2 คน วันนี้เราสอนไปก่อน

3
00:00:36,781 --> 00:00:38,050
นะ พอดีมีนักเรียนนะคะ ที่ไป

4
00:00:38,050 --> 00:00:40,674
ประชุมกีฬา

5
00:00:40,674 --> 00:00:44,674
โอเค

6
00:00:54,083 --> 00:00:58,083
สวัสดีค่ะ นั่งลงค่ะ ครั้งก่อนที่โรงเรียนลูกเรื่องเซ็ต เรื่องเซต จำได้ไหมคะ

7
00:01:01,881 --> 00:01:03,926
น้องได้ยินเสียงไหมคะ

8
00:01:03,926 --> 00:01:07,926
ได้ยินเสียงไหม

9
00:01:09,983 --> 00:01:12,163
เหมือนไม่ได้ยินเสียง (ล่าม) ได้ยินเสียงล่ามไหมคะ

10
00:01:12,163 --> 00:01:16,163
(อาจารย์เชาวนี) ได้ยินค่ะ

11
00:01:16,583 --> 00:01:20,155
ได้ยินเสียงล่ามค่ะ

12
00:01:20,155 --> 00:01:22,446
ได้ยินเสียงโทรไหมคะ

13
00:01:22,446 --> 00:01:26,446

14
00:01:33,701 --> 00:01:37,701
โอเคนะคะ

15
00:01:37,943 --> 00:01:41,943
ภาพล่างเห็นเห็นอยู่นะคะ

16
00:01:42,195 --> 00:01:46,195
แต่ที่จอมันหมุนอยู่นะ

17
00:06:35,231 --> 00:06:36,678
ไม่เป็นไรนะคะ ได้ยินเสียงพี่

18
00:06:36,678 --> 00:06:40,678
แล้วนะ ชัดไหมคะ

19
00:06:43,870 --> 00:06:47,870
โอเค เราเริ่มจากนักเรียน 2 คนก่อนนะคะ ลูกดูนะคะ วันนี้เราจะเริ่ม

20
00:06:50,531 --> 00:06:54,531
เริ่มหัวข้อใหม่นะคะ หลังจากที่เราเรียนไปแล้วเรื่องของเซตนะ

21
00:06:54,565 --> 00:06:58,565
หน่วยนี้ ก็คือหน่วยเกี่ยวกับตรรกศาสตร์เบื้องต้น

22
00:07:02,250 --> 00:07:06,250
เหมือนล่ามไม่ได้ยินหรืออย่างไรคะ ภาษามือไม่ได้

23
00:07:11,797 --> 00:07:13,049
โอเค ได้ยินแล้วใช่ไหมคะ

24
00:07:13,049 --> 00:07:15,262
ได้ล่ะ

25
00:07:15,262 --> 00:07:19,262
แต่สัญญาณน่าจะติด

26
00:07:25,680 --> 00:07:29,680
วันนี้เราจะเรียนเรื่องตรรกศาสตร์

27
00:07:32,964 --> 00:07:36,842
นักเรียนไม่เคยเจอแน่นอนเลยคำศัพท์นี้นะคะ คำว่า "ตรรกศาสตร์"

28
00:07:36,842 --> 00:07:38,664
ตรรกศาสตร์นะคะ

29
00:07:38,664 --> 00:07:42,456
มันเป็นคำสองคำ

30
00:07:42,456 --> 00:07:46,456
มาต่อเชื่อมกัน คำว่า "ตรรกะ" คืออะไร

31
00:07:46,958 --> 00:07:50,958
ตรรกะตอนนี้หมายถึงความมีเหตุมีผลนะคะ

32
00:07:51,190 --> 00:07:52,578
การคิดเป็นระบบมีเหตุมีผลนะคะ

33
00:07:52,578 --> 00:07:56,578
ศาสตร์ ศาสตร์ ตัวนี้

34
00:07:59,863 --> 00:08:03,863
มันหมายถึงอะไร มันหมายถึงตำราหรือวิชานะคะ มารวมกัน

35
00:08:08,226 --> 00:08:12,226
คำว่า "ตรรกศาสตร" ์มารวมกันมันก็เลยหมายถึงวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของการมีเหตุมีผลนะคะ

36
00:08:12,437 --> 00:08:14,228
ซึ่งมันสำคัญมากในชีวิตประจำวันของเรา

37
00:08:14,228 --> 00:08:18,228
ถ้าทุกคน

38
00:08:18,814 --> 00:08:22,814
รู้ แล้วก็มีเหตุผลนะคะ ก็จะอยู่ร่วมกัน

39
00:08:26,784 --> 00:08:30,448
ได้อย่างมีความสุข การเลือกการตัดสินใจนะคะ ทำในสิ่งต่าง ๆ ก็เลือกในสิ่งที่ถูกต้อง

40
00:08:30,448 --> 00:08:34,448
ถ้าเรารู้ว่าอันนี้มันไม่ดี เราก็จะไม่ทำ

41
00:08:34,686 --> 00:08:38,686
ถ้าเรารู้ว่าอันนี้มันดี เราก็จะทำ ถูกไหมคะ

42
00:08:42,469 --> 00:08:44,022
วิชาคณิตศาสตร์เรื่องตรรกศาสตร์นะคะ สำหรับม. 4 นี้จะเป็นตรรกศาสตร์เบื้องต้น

43
00:08:44,022 --> 00:08:48,022
เอาง่าย ๆ ก่อน

44
00:08:52,769 --> 00:08:56,769
ซึ่งนักเรียนจะพบในชีวิตประจำวันมากมายนะคะ สำหรับชั่วโมงนี้ เราจะเรียนเรื่อง "ประพจน์" นะคะ

45
00:09:00,222 --> 00:09:04,222
ประพจน์ คำศัพท์นี้ก็คือคำใหม่เหมือนกัน ประพจน์นี่คืออะไร เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะ

46
00:09:21,517 --> 00:09:24,376
อันนี้ที่ครูพูดไปแล้วนะคะ ตรรกศาสตร์ หมายถึง การศึกษาเรื่องตรรกศาสตร์ ที่มีความสำคัญต่อวิชาคณิตศาสตร์นะคะ เพราะว่าเป็นรากฐาน

47
00:09:24,376 --> 00:09:26,300
เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสื่อสาร

48
00:09:26,300 --> 00:09:30,300
การสื่อความหมาย

49
00:09:31,532 --> 00:09:35,476
ในวิชาคณิตศาสต ร์หรือว่าในวิชาอื่น ๆ นะคะ

50
00:09:35,476 --> 00:09:39,476
ในเรื่องตรรกศาสตร์สามารถนำไปใช้ได้หมดเลยนะคะ

51
00:09:39,508 --> 00:09:43,416
ใครเป็นผู้คิดค้นที่พบ

52
00:09:43,416 --> 00:09:47,416
ภาพท่านนี้ เป็นนักวิทยาศาสตร์

53
00:09:49,079 --> 00:09:52,697
นักปรัชญานะคะ ชื่อว่าอริสโตเติล

54
00:09:52,697 --> 00:09:56,697
เป็นชาวกรีกนะคะ เป็นชาวกรีก

55
00:10:02,278 --> 00:10:06,278
นี่ ชื่อของเขา ในเรื่องของเซตใครนะคะ ใครเป็นผู้ก่อตั้ง

56
00:10:07,041 --> 00:10:11,036
เกอร์ก คันเทอร์ นะคะ เป็นผู้ก่อตั้งจำได้ไหม

57
00:10:11,036 --> 00:10:15,036
แต่ละเรื่องนะคะ ในเรื่องคณิตศาสตร์จะมีคนที่คิด

58
00:10:19,274 --> 00:10:20,107
คิดค้นแล้วก็พบทฤษฎีตัวนี้ขึ้นมา อันนี้ก็เหมือนกันตรรกศาสตร์นะคะ อริสโตเติลนี่ เป็นผู้คิด

59
00:10:20,107 --> 00:10:24,107
คิดคอร

60
00:10:41,301 --> 00:10:45,301
วันนี้นะคะ เราเรียนนะคะ นักเรียนจะต้องบอกความหมายของประพจน์ได้

61
00:10:46,795 --> 00:10:50,795
เรียนแล้วนะคะ คำว่า "ประพจน" ์นักเรียนจะต้องบอกครูได้

62
00:10:51,403 --> 00:10:54,331
นะคะ ถ้าเราเห็นคำว่าประพจน์นี่ มันบอกอะไรมันหมายถึงอะไร

63
00:10:54,331 --> 00:10:58,110
อันที่ 2 นักเรียนจะต้องสามารถ

64
00:10:58,110 --> 00:11:01,299
บอกจำแนกข้อความนะคะ ว่า

65
00:11:01,299 --> 00:11:02,265
เป็นประพจน์ หรือไม่เป็นประพจน์

66
00:11:02,265 --> 00:11:06,265
นะ

67
00:11:17,240 --> 00:11:21,240
วันนี้เราจะเรียนเรื่องคำว่า "ประพจน" ์นะคะ ขั้นตอนแรกเลยของการเรียนตรรกศาสตร์นะคะ เราจะต้องรู้ก่อน ว่าประพจน์มันคืออะไร และประพจน์น่ะ มันเป็นหรือไม่เป็นประพจน์นะคะ

68
00:11:22,247 --> 00:11:26,247
อันนี้คือความหมายของประพจน์

69
00:11:29,706 --> 00:11:32,703
ประพจน์ ก็คือประโยคนะคะ ประโยคหรือว่าข้อความ

70
00:11:32,703 --> 00:11:36,703
ที่อยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า

71
00:11:37,565 --> 00:11:41,565
หรือว่าประโยคปฏิเสธ

72
00:11:50,531 --> 00:11:51,712
ซึ่งในแต่ละประโยคนั้น ก็จะมีค่าความจริงนะคะ ถ้าความจริงอันนี่ จะอาจจะเป็นจริงก็ได้หรือว่าเป็นเท็จ

73
00:11:51,712 --> 00:11:53,896
นะคะ

74
00:11:53,896 --> 00:11:57,896
อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

75
00:12:04,279 --> 00:12:05,874
ประพจน์จะเป็นประพจน์ได้ ก็ต่อเมื่อเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ มีค่าความจริงเป็นจริง

76
00:12:05,874 --> 00:12:09,874
หรือว่าเป็นเ

77
00:12:10,624 --> 00:12:14,624
ท็จ ดูนะ ครูจะยกตัวอย่างนะคะ

78
00:12:21,539 --> 00:12:25,539
ประโยคมีตั้งหลายประโยคไหมนี่ อันนี้คือประโยคทั้งหมดที่ครูยกตัวอย่างมา ประโยคบอกเล่า เช่นอะไร

79
00:12:28,105 --> 00:12:32,105
1 สัปดาห์ มี 7 วัน

80
00:12:32,151 --> 00:12:35,139
ครูปิ๊กจะลองประโยคบอกเล่านะคะ

81
00:12:35,139 --> 00:12:39,139
1 สัปดาห์

82
00:12:41,228 --> 00:12:45,228
มี 7 วัน

83
00:12:50,616 --> 00:12:54,616
อันนี้คือประโยคบอกเล่า ถามว่ามันจริงหรือเปล่า ใน 1 สัปดาห์มีกี่วันลูก

84
00:12:55,581 --> 00:12:59,581
1 สัปดาห์มีกี่วันคะ

85
00:13:03,912 --> 00:13:07,912
7 วัน ถูกต้อง แสดงว่าประโยคตัวนี้เป็นจริงนะคะ ประโยคตัวนี้เป็นจริง

86
00:13:15,538 --> 00:13:19,538
เมื่อเป็นประโยคบอกเล่าแล้วก็มีค่าความจริงนะคะ แสดงว่าตัวนี้เป็นประพจน์

87
00:13:20,076 --> 00:13:21,661
สามารถเรียกได้ว่าเป็นประพจน์นะคะ

88
00:13:21,661 --> 00:13:25,661
หรือ

89
00:13:28,075 --> 00:13:32,075
3 + 5 = 10

90
00:13:33,951 --> 00:13:35,695
3 + 5 = 10

91
00:13:35,695 --> 00:13:37,986
อันนี้ก็เป็นประโยค

92
00:13:37,986 --> 00:13:38,944
ประโยคบอกเล่าเหมือนกัน

93
00:13:38,944 --> 00:13:42,561
นะคะ

94
00:13:42,561 --> 00:13:46,021
มันจริงหรือเท็จ

95
00:13:46,021 --> 00:13:49,324
ลูกว่ามันจริงไหม 3 + 5 น

96
00:13:49,324 --> 00:13:53,324
ี่ 3 + 5 = 10 ไหม

97
00:13:54,743 --> 00:13:58,396
3 + 5 = 10 ไหม ผิด ใช่มันผิด

98
00:13:58,396 --> 00:14:02,396
มันผิดแสดงว่ามันเป็นเท็จ

99
00:14:02,871 --> 00:14:03,814
เท็จ หรือว่ามันไม่ใช่นะคะ มันไม่ใช่

100
00:14:03,814 --> 00:14:07,814
มันไม่ถูก

101
00:14:08,670 --> 00:14:12,670
ในเรื่องของตรรกศาสตร์ มันจะมีคำอยู่ 2 คำ

102
00:14:12,756 --> 00:14:13,953
เราจะใช้คำว่า "จริง" กับ "เท็จ" นะคะ จริง

103
00:14:13,953 --> 00:14:17,781
กับเ

104
00:14:17,781 --> 00:14:18,470
ท็จ เท็จนี่ ก็คือมันไม่ใช่น่ะ มันไม่ถูก

105
00:14:18,470 --> 00:14:22,470
นะคะ

106
00:14:23,927 --> 00:14:27,927
ก็เป็นประพจน์เหมือนกัน โอเคนะ

107
00:14:35,821 --> 00:14:37,939
โอเคนะ ไม่ว่าจะเป็นประโยคบอกเล่านะคะ ที่มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ มีอยู่ 2 อย่างนี้

108
00:14:37,939 --> 00:14:41,939
จะเป็นประพจน์

109
00:14:45,192 --> 00:14:49,192
อีกประโยคหนึ่ง ถ้าครูปิ๊กจะบอก ว่า

110
00:14:49,234 --> 00:14:53,234
นักเรียนเก็บสมุด

111
00:14:53,987 --> 00:14:57,987
ประโยคนี้นะ นักเรียนเก็บสมุด

112
00:15:04,181 --> 00:15:08,181
นักเรียนว่ามันเป็นประโยคอะไร

113
00:15:10,348 --> 00:15:13,316
บอกเล่า

114
00:15:13,316 --> 00:15:15,045
ปฏิเสธ

115
00:15:15,045 --> 00:15:17,292
คำสั่ง

116
00:15:17,292 --> 00:15:21,116
อันนี้คือคำสั่ง

117
00:15:21,116 --> 00:15:24,392
นักเรียนว่าครูพูด... นักเรียนเก็บสมุด

118
00:15:24,392 --> 00:15:28,392
นักเรียนต้องทำไหม

119
00:15:37,795 --> 00:15:40,680
นักเรียนต้องทำ นักเรียนต้องเก็บสมุด เพราะฉะนั้น เป็นประโยคอะไร นี่ จะหมดมีอยู่บนโต๊ะ ครูบอกว่านักเรียนเก็บสมุด นักเรียนก็เก็บสมุด เพราะฉะนั้น มันเป็นประโยคอะไร

120
00:15:40,680 --> 00:15:43,660
ครูสั่งให้นักเรียนทำ

121
00:15:43,660 --> 00:15:44,703
มันก็คือประโยคคำสั่ง

122
00:15:44,703 --> 00:15:47,647
นะคะ

123
00:15:47,647 --> 00:15:51,647
ประโยคคำสั่ง

124
00:15:53,712 --> 00:15:57,044
เป็นจริงหรือเป็นเท็จไม่มีนะคะ ไม่มีค่าความจริงหรือเท็จ

125
00:15:57,044 --> 00:16:01,044
เราไม่ได้สามารถที่จะหาค่าความจริงกับความเท็

126
00:16:01,538 --> 00:16:04,497
จได้ ค่าความจริงนี่ ไม่สามารถระบุได้

127
00:16:04,497 --> 00:16:08,497
ประโยคขอร้อง

128
00:16:13,478 --> 00:16:16,169
ไออุ่น ช่วยไปยกกระเป๋าหน่อย

129
00:16:16,169 --> 00:16:20,169
ช่วยไปยกกระเป๋าหน่อย

130
00:16:21,212 --> 00:16:25,212
อันนี้คือประโยคขอร้อง

131
00:16:27,675 --> 00:16:29,036
พอขอร้องปุ๊บ มันไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

132
00:16:29,036 --> 00:16:33,036
นะคะ

133
00:16:33,492 --> 00:16:37,492
มันไม่ได้บอก มันไม่มีค่าของความจริง ไม่มีค่าของ...

134
00:16:38,221 --> 00:16:42,221
ไม่สามารถบอกได้ เป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ ประโยคขอร้อง

135
00:16:47,949 --> 00:16:51,949
กินข้าวหรือยัง นักเรียนกินข้าวหรือยัง

136
00:16:53,149 --> 00:16:57,149
กินแล้ว

137
00:16:57,364 --> 00:16:58,445
แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

138
00:16:58,445 --> 00:17:01,967
อันนี้

139
00:17:01,967 --> 00:17:05,967
แค่ถาม ประโยคคำถามนะคะ

140
00:17:09,271 --> 00:17:10,932
หาค่าความจริงของประโยคนั้นไม่ได้ มันบอกไม่ได้ว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

141
00:17:10,932 --> 00:17:14,647
อุ๊ย

142
00:17:14,647 --> 00:17:16,637
ตายแล้ว

143
00:17:16,637 --> 00:17:20,637
อุ๊ย ตายแล้ว

144
00:17:21,513 --> 00:17:23,181
นี่ เวลาเรารู้สึกแล้วเราอุทานออกมา ก็ไม่มี

145
00:17:23,181 --> 00:17:26,454
ค่าความจริง

146
00:17:26,454 --> 00:17:28,615
เป็นจริงหรือเป็นเท็จ อันนี้ไม่มี อันนี้ไม่มีนะลูก

147
00:17:28,615 --> 00:17:32,615
มีอยู่ 2 ประโยค

148
00:17:36,395 --> 00:17:39,358
มีประโยคบอกเล่า กับประโยคปฏิเสธ ที่จะมีค่าความจริงนะคะ

149
00:17:39,358 --> 00:17:42,380
มีอยู่ 2 อย่างนะ เป็นจริงจะเป็นเ

150
00:17:42,380 --> 00:17:46,380
ท็จ มันถึงจะเรียกว่า "ประพจน์

151
00:17:51,500 --> 00:17:55,500
" ดูนะ นักเรียนจะต้องวิเคราะห์

152
00:17:59,127 --> 00:18:02,717
ข้อความหรือประโยคนะคะ ว่ามันเป็นประโยคบอกเล่า หรือว่าเป็นประโยคปฏิเสธ

153
00:18:02,717 --> 00:18:04,250
เมื่อไหร่ที่ข้อความที่นักเรียนดูแล้วนี่

154
00:18:04,250 --> 00:18:08,250
มันเป็น 2 ชนิดนี้

155
00:18:13,613 --> 00:18:16,404
เป็นประโยคบอกเล่ากับประโยคปฏิเสธ ทีนี้นักเรียนไปดูว่ามันมีค่าความจริงหรือเปล่า ถ้ามันมีค่าความจริง

156
00:18:16,404 --> 00:18:19,125
แสดงว่ามันเป็นประพจน์

157
00:18:19,125 --> 00:18:23,125
มีอยู่ 2 มีอยู่ 2

158
00:18:24,658 --> 00:18:27,738
ข้อสังเกตนะคะ จะบอกได้ ว่าเป็นประพจน์หรือเปล่า 1

159
00:18:27,738 --> 00:18:31,738
. เป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ

160
00:18:37,487 --> 00:18:41,487
มีค่าความจริงหรือเปล่านะคะ ค่าความจริงมีอยู่ 2 ค่านะคะ ความจริงเป็นจริงกับความจริงเป็นเท็จนะคะ

161
00:18:50,406 --> 00:18:54,406
นี่ กว่าจะมาเป็นประพจน์ได้ นักเรียนจะต้องรู้ก่อนว่าประโยคที่ให้มานะคะ เป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ โอเคนะ

162
00:19:03,146 --> 00:19:07,146
เมื่อเรารู้แล้วว่ามันเป็นประโยค 2 ประโยคนี้ ค่าความจริงเป็นจริงหรือค่าความจริงเป็นเท็จ ทีนี้สัญลักษณ์มาแล้วนะคะ

163
00:19:07,170 --> 00:19:09,894
หากว่าความจริงเป็นจริงน่ะ สัญลักษณ์คือตัว T ใหญ่

164
00:19:09,894 --> 00:19:11,715
เมื่อไหร่ที่นักเรียนพบ

165
00:19:11,715 --> 00:19:15,715
ตัว T นะคะ

166
00:19:16,711 --> 00:19:20,711
นั่นหมายถึงว่ามันเป็นความจริงนะคะ มันถูก มันจริง

167
00:19:21,747 --> 00:19:22,964
แต่ถ้ามันเป็นเท็จสัญลักษณ์ย่อ ก็คือตัว F ใหญ่นะคะ

168
00:19:22,964 --> 00:19:25,177
หมายถึง

169
00:19:25,177 --> 00:19:29,177
เท็จ นะคะ ไม่เป็นจริง

170
00:19:30,466 --> 00:19:32,526
มีคำถามไหม

171
00:19:32,526 --> 00:19:34,170
ถามไหมคะ เข้าใจไหม

172
00:19:34,170 --> 00:19:38,170
โอเคนะ

173
00:19:38,259 --> 00:19:41,096
ทีนี้ครูให้ดูตรงนี้ ภาพนี้ล

174
00:19:41,096 --> 00:19:45,096
ูก อันนี้อะไรคะ

175
00:19:46,360 --> 00:19:50,360
จิ้งจก จิ้งจกหรืออะไร

176
00:19:55,062 --> 00:19:58,408
จระเข้ จระเข้ประโยคนี้มี เขาเขียนว่าจระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน

177
00:19:58,408 --> 00:20:02,408
มันเป็นสัตว์เลื้อยคลานไหมลูก

178
00:20:08,530 --> 00:20:11,722
ใช่ไหม สัตว์มันแบ่งออกเป็นหลายประเภทนะคะ ส

179
00:20:11,722 --> 00:20:15,722
ัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์เลื้อยคลาน

180
00:20:21,325 --> 00:20:25,325
อันนี้มันเป็นประโยค

181
00:20:27,497 --> 00:20:31,497
บอกเล่านะคะ เราเช็กก่อนนะคะ อันดับแรกเราเช็กก่อน ว่าเป็นประโยคหรือเปล่า

182
00:20:35,015 --> 00:20:39,015
ใช่ มันเป็นประโยค มันเป็นประโยคบอกเล่า มันเป็นประโยคที่บอกที่เล่าเรื่องราวนะคะ

183
00:20:43,469 --> 00:20:46,410
แสดงว่ามันเป็นประโยคบอกเล่า ขั้นแรกผ่านไปแล้วนะ ลองมาดู เรามาเช็กอันที่ 2 นะคะ ค่าความจริง

184
00:20:46,410 --> 00:20:47,783
มันจริงไหมที่จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน

185
00:20:47,783 --> 00:20:50,666
จริงไหมลูก

186
00:20:50,666 --> 00:20:54,666
จริงนะคะ

187
00:21:00,142 --> 00:21:04,142
มันเป็นสัตว์เลื้อยคลาน มีค่าความจริงเป็นจริง เพราะฉะนั้น สรุปเลยข้างบนเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ อันไหน

188
00:21:07,763 --> 00:21:09,628
ถูกต้อง มันก็คือประพจน์นะคะ มันคือประพจน์ นักเรียนต้องมาขีดตรงนี้นะ

189
00:21:09,628 --> 00:21:13,103
เป็นประพจน์

190
00:21:13,103 --> 00:21:17,103
อีกข้อหนึ่ง

191
00:21:19,116 --> 00:21:23,116
อันนี้เป็นประโยคอะไร

192
00:21:23,858 --> 00:21:27,858
เดือนสิงหาคม มี 30 วัน

193
00:21:31,991 --> 00:21:35,991
อันนี้ก็บอกเล่า เป็นประโยคบอกเล่านะคะ เขาบอกว่าเดือนสิงหาคม มี 30 วัน

194
00:21:36,336 --> 00:21:39,170
เขาบอกแบบนี้เสร็จแล้ว ลองมาดู ว่ามันจริงหรือมันเ

195
00:21:39,170 --> 00:21:43,170
ป็นเท็จ นักเรียนคิดว่าเดือนสิงหาคมมีกี่วัน

196
00:21:44,084 --> 00:21:48,084
เดือนสิงหาคมมีกี่วันลูก

197
00:21:50,746 --> 00:21:54,026
ตอบเลย

198
00:21:54,026 --> 00:21:58,026
31 วัน ใช่

199
00:22:01,108 --> 00:22:04,988
อะไรก็ตาม เดือนไหนก็ตามนะคะ ที่ลงท้ายด้วยคมน่ะลูก

200
00:22:04,988 --> 00:22:08,988
ลงท้ายด้วย "คม" มันหมายถึง มี 31 วัน

201
00:22:10,275 --> 00:22:13,030
มันมี 31 วัน เพราะฉะนั้น 30 วัน ตัวนี้ถูกไหม

202
00:22:13,030 --> 00:22:16,194
ถูกไหมคะ จริงไหม หรือเท็จ

203
00:22:16,194 --> 00:22:20,194
นี่ 30 วัน ใช่

204
00:22:21,707 --> 00:22:25,707
ที่เขาบอกประโยคบอกเล่ามา ค่าความจริงมันเป็นเท็จ

205
00:22:27,614 --> 00:22:31,614
ถ้าความจริงมันเป็นเท็จ สรุปมันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์

206
00:22:35,424 --> 00:22:38,367
นี่ เป็นหรือไม่เป็น

207
00:22:38,367 --> 00:22:40,592
เป็นประพจน์นะคะ

208
00:22:40,592 --> 00:22:44,592
เป็นเหมือนกัน

209
00:22:45,806 --> 00:22:47,657
ครูจะบอก ว่าถ้าความจริงสามารถบอกได้ 2 อย่าง

210
00:22:47,657 --> 00:22:51,324
ก็คือจริงกับเท็จ

211
00:22:51,324 --> 00:22:55,324
อันนี้ก็คือประพจน์นะคะ มันจะเป็นประพจน์

212
00:23:01,733 --> 00:23:05,152
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่นะตอบ ตอบไม่ได้หาค่าความจริงไม่ได้ ตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันจริงหรือเท็จ อันนี้จะต้องไม่เป็นประพจน์

213
00:23:05,152 --> 00:23:09,152
ค่าความจริงมีอยู่ 2 ค่านะลูก

214
00:23:11,469 --> 00:23:14,952
จริง เท็จ ตอบไม่ได้ ไม่รู้ ตอบไม่ได้

215
00:23:14,952 --> 00:23:16,668
เมื่อไหร่ที่ค่าความจริงเป็นจริงกับเท็จเป็นเท็จนี่่

216
00:23:16,668 --> 00:23:20,668
มันจะเป็นประพจน์

217
00:23:21,313 --> 00:23:22,611
แต่ถ้าเมื่อค่าความจริงหาค่าไม่ได้ ตอบไม่ได้

218
00:23:22,611 --> 00:23:24,729
ตอบไม่ได้

219
00:23:24,729 --> 00:23:28,729
มันจะไม่เป็นประพจน์

220
00:23:38,552 --> 00:23:42,552
นักเรียน 3 คน เหลือ 3 คน ครูจะให้เป็นกลุ่มเลยนะคะ 3 คน นักเรียนดูโจทย์

221
00:23:43,182 --> 00:23:44,210
ประโยคตัวนี้นะคะ ที่ครูให้มา

222
00:23:44,210 --> 00:23:48,210
ถาม

223
00:23:49,479 --> 00:23:53,479
ดูกันนะ ว่า 5 + 5 = 11 นะคะ

224
00:23:54,415 --> 00:23:57,094
มันเป็นประโยคอะไร มันเป็นประโยคอะไร

225
00:23:57,094 --> 00:23:59,325
แล้วมันมีค่าความจริง

226
00:23:59,325 --> 00:24:00,682
เป็นจริงหรือเป็นเท็จ

227
00:24:00,682 --> 00:24:03,293
นะคะ

228
00:24:03,293 --> 00:24:07,293
เราสามารถ

229
00:24:10,670 --> 00:24:13,297
ให้นักเรียนนะคะ ให้หยิบเอาประโยคที่อยู่ฝั่งซ้ายมือ มาใส่ 2 ช่องนี้

230
00:24:13,297 --> 00:24:16,058
นักเรียนจะใส่ถูกไหม

231
00:24:16,058 --> 00:24:19,827
ช่องแรก ก็คือ

232
00:24:19,827 --> 00:24:22,339
ประโยคไหนที่เป็นประพจน์ ให้ใส่มา

233
00:24:22,339 --> 00:24:25,440
ประโยคไหนที่ไม่ใช่ประพจน์

234
00:24:25,440 --> 00:24:29,440
ให้แยกนะคะ ประโยคมาใส่ในกรอบนี้

235
00:24:29,979 --> 00:24:32,199
เมื่อนักเรียนแยกประโยคพวกนี้

236
00:24:32,199 --> 00:24:33,472
ใส่ในช่องเรียบร้อยแล้ว

237
00:24:33,472 --> 00:24:36,040
นักเรียน

238
00:24:36,040 --> 00:24:39,276
ต้องบอกเหตุผลได้

239
00:24:39,276 --> 00:24:42,081
บอกว่าทำไมนักเรียนถึงเอาประโยคนี้

240
00:24:42,081 --> 00:24:44,171
นักเรียนถึงบอกว่ามันเป็นประพจน์

241
00:24:44,171 --> 00:24:46,299
ทำไมมันถึงไม่เป็นประพจน์

242
00:24:46,299 --> 00:24:47,816
ถ้า

243
00:24:47,816 --> 00:24:51,303
ค่ะ

244
00:24:51,303 --> 00:24:55,303
นักเรียนเลือกประโยคภาษาไทยตรงช่องประพจน์ บ

245
00:24:55,547 --> 00:24:59,547
อก นักเรียนจะต้องบอกค่าความจริงด้วยว่ามันเป็นจริง

246
00:25:02,227 --> 00:25:04,939
เป็นเท็จนะคะ ถ้านักเรียนเลือกประโยคนั้นมาใส่ในช่องที่ไม่เป็นประพจน์

247
00:25:04,939 --> 00:25:06,293
นักเรียนก็ต้องใส่ค่าความจริงเป็น

248
00:25:06,293 --> 00:25:09,876
ตอบไม่ได้

249
00:25:09,876 --> 00:25:13,876
ช่วยกันคิด 3 คน

250
00:25:15,074 --> 00:25:19,074
ข้อแรก 5 + 5 = 11

251
00:25:22,431 --> 00:25:26,431
ข้อ 2 ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ

252
00:25:27,385 --> 00:25:31,385
คิดในใจเลยนะ ว่ามันเป็นประโยคอะไร

253
00:25:33,538 --> 00:25:37,503
ข้อ 3 ครูเชาวนี สอนวิชาคณิตศาสตร์

254
00:25:37,503 --> 00:25:41,503
ครูปิ๊กนะคะ ครูปิ๊กสอนวิชาคณิตศาสตร์

255
00:25:42,594 --> 00:25:46,594
4. ช่วยยกของให้ครูหน่อย

256
00:25:53,982 --> 00:25:56,440
4 ประโยคนี้นักเรียนคิดว่ามันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์นะคะ ให้นักเรียน

257
00:25:56,440 --> 00:25:59,911
คุยกัน แล้วออกมาเขียนนะคะ

258
00:25:59,911 --> 00:26:03,876
ครูจะเขียนในกระดาน เป็นประพจน์ ไม่เป็นประพจน์

259
00:26:03,876 --> 00:26:07,876
คุยกัน ให้เวลาคุยกัน ปรึกษากันก่อนนะคะ

260
00:26:50,185 --> 00:26:54,185
เดี๋ยวรอตอบทีเดียว นักเรียนนี่ นักเรียนต้องคุยกับเพื่อน ไม่ใช่มาคุยกับคุณครูนะคะ ให้คุยกันคุยกันว่าประโยคข้อที่ 1 นี่ มันเป็นบอกเล่าหรือปฏิเสธนะคะ แล้วมันมีค่าความจริงหรือเปล่า มันเป็นจริงหรือมันเป็นเพชร

261
00:27:01,519 --> 00:27:03,633
ไม่ใช่มาถามครู ให้คุยกับเพื่อน ว่ามันจะเป็นประโยคอะไร ซึ่งประโยคน่ะ มันก็มีประโยคอะไรบ้าง ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธประโยคคำถามประโยค

262
00:27:03,633 --> 00:27:07,633
ขอร้องนะคะ

263
00:27:26,531 --> 00:27:30,531
ข้อแรก ข้อแรก 5 + 5 = 11 นักเรียนว่าเป็นประโยคอะไร

264
00:27:38,870 --> 00:27:42,870
มีค่าความจริงเป็น

265
00:27:44,566 --> 00:27:48,041
เป็นไรคะ มันถูกหรือมันผิดนี่ 5 + 5 = เท่าไรคะ

266
00:27:48,041 --> 00:27:52,041
มันเป็นเท็จ

267
00:27:53,139 --> 00:27:53,835
มันเป็นเท็จ จริง ๆ คือมันเป็น 10 ฉะนั้น อันนี้มันเป็นประโยคบอกเล่า

268
00:27:53,835 --> 00:27:57,581
มัน

269
00:27:57,581 --> 00:28:01,184
ประโยคบอกเล่าข้อที่ 1

270
00:28:01,184 --> 00:28:05,184
เราจะเอาไปใส่ตรงไหนลูก เอาไปใส่ เป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์

271
00:28:14,238 --> 00:28:18,238
ออกมาเขียนประโยคที่ 1 นะคะ

272
00:28:23,813 --> 00:28:27,402
เขียนใส่ช่องไหน ประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์

273
00:28:27,402 --> 00:28:31,402
ฝั่งไหนดีลูก

274
00:28:52,635 --> 00:28:56,635
บอกนะคะ ดูนะ เพื่อนเขียนประโยค 5 + 5 = 11 อยู่ในช่องของประพจน์นะคะ

275
00:28:56,840 --> 00:29:00,822
ทีนี้ ครูถามว่าค่าความจริงเป็นอะไร

276
00:29:00,822 --> 00:29:04,586
ค่าวามจริงอันนี้มันจริงหรือเท็จ

277
00:29:04,586 --> 00:29:08,586
ถามว่าค่าอันนี้มันเป็นจริงหรือเท็จ

278
00:29:10,121 --> 00:29:12,971
ใช่ มันเป็นเท็จนะคะ เขียนเท็จใส่ตรงนี้

279
00:29:12,971 --> 00:29:16,971
ใส่สัญลักษณ์

280
00:29:17,222 --> 00:29:21,222
เท็จต้องตัวอะไรภาษาอังกฤษ เขียนภาษาไทยก็ได้

281
00:29:22,155 --> 00:29:26,155
ภาษาอังกฤษเขาจะใช้สัญลักษณ์ตัว F ลูก

282
00:29:28,320 --> 00:29:32,320
จำไว้นะ ต่อไปถ้าครูเขียนสัญลักษณ์ F นี่แสดงว่าค่าความจริงมันเป็นเ

283
00:29:32,352 --> 00:29:35,864
ท็จนะคะ ต่อไปครูจะไม่เขียนภาษาไทย Test สะกดอย่างนี้

284
00:29:35,864 --> 00:29:37,690
ครจะเขียนสัญลักษณ์แทนกูจะใช้ตัว f แทน

285
00:29:37,690 --> 00:29:41,690
ถ้าประโยคไหนมันเป็นเท็จ

286
00:29:42,473 --> 00:29:46,473
อันนี้เป็นฐานนะ เชิญนั่งค่ะ ไอ้อุ่นออกมาลูก

287
00:29:51,311 --> 00:29:53,448
ข้อที่ 2 ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ

288
00:29:53,448 --> 00:29:57,448
มันเป็นประโยคอะไร

289
00:29:58,384 --> 00:30:02,384
นักเรียนคิดว่ามันเป็นประโยคอะไร มันจะอยู่ช่องไหน เป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์

290
00:30:05,528 --> 00:30:09,528
เพื่อนช่วยได้ เพื่อน ๆ นะคะ ช่วยได้เลย

291
00:31:14,323 --> 00:31:16,716
ครูถามนะ ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ มันเป็นจริงหรือมันเป็นเ

292
00:31:16,716 --> 00:31:20,716
ท็จ ค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

293
00:31:23,417 --> 00:31:27,417
ตอบได้ไหมมันคืออะไร มีค่าความจริงหรือ...

294
00:31:30,529 --> 00:31:34,529
ตอบได้ไหมลูก

295
00:31:41,006 --> 00:31:42,616
นี่ มันเป็นประโยคอะไร

296
00:31:42,616 --> 00:31:46,616
ห้าม คำว่า "ห้าม" มันเป็นประโยคอะไรลูก

297
00:31:51,692 --> 00:31:55,692
มันหาค่าความจริงไม่ได้ ก็คือตอบไม่ได้

298
00:32:00,631 --> 00:32:04,481
แสดงว่าไออุ่นเข้าใจผิดนะคะ เราจะต้องโยกประโยคนะคะ โยกประโยคนี้ไปใส่ในช่องที่ไม่เป็นประพจน์

299
00:32:04,481 --> 00:32:08,341
ต่อไป

300
00:32:08,341 --> 00:32:12,341
เปลี่ยน เปลี่ยนนะคะ เขียนอยู่ฝั่งโน้น

301
00:32:46,987 --> 00:32:50,987
ค่าความจริงตอบไม่ได้ ตอบไม่ได้

302
00:33:18,532 --> 00:33:22,532
เชิญค่ะ เปลี่ยนเอาให้เพื่อนอีกคน

303
00:33:25,442 --> 00:33:29,442
ข้อที่ 3

304
00:33:33,482 --> 00:33:37,369
ข้อที่ 3 นะลูก เขาบอกว่าครูเชาวนีนะคะ ครูปิ๊กนี่แหละ

305
00:33:37,369 --> 00:33:41,369
ครูเชาวนีสอนวิชาคณิตศาสตร์

306
00:33:42,277 --> 00:33:46,277
นักเรียนว่าเป็นประโยคอะไร

307
00:33:47,745 --> 00:33:51,745
เป็นประโยคบอกเล่า จริงไหมคะ ครูปิ๊กสอนคณิตศาสตร์ ถูกไหมคะ

308
00:33:58,870 --> 00:34:02,870
ถูก เพราะฉะนั้น จะมีค่าความจริงเป็นจริง ให้เลือกเขียนประโยคใส่ จะอยู่ช่องไหน ลูกคิดว่าอยู่ช่องไหน

309
00:34:52,155 --> 00:34:56,155
แล้วครูเชาวนีสอนวิชาคณิตศาสตร์นะคะ เป็นประโยคบอกเล่า

310
00:34:56,361 --> 00:35:00,185
และมีค่าความจริงเป็นจริงนะคะ

311
00:35:00,185 --> 00:35:03,663
แสดงว่าอยู่ในช่องเป็นประพจน์

312
00:35:03,663 --> 00:35:07,663
และข้อสุดท้าย ข้อสุดท้าย

313
00:35:08,978 --> 00:35:12,301
ดูประโยคดี ๆ นะลูก ช่วยยกของให้ครูหน่อย

314
00:35:12,301 --> 00:35:15,922
ช่วยยกของให้ครูหน่อย

315
00:35:15,922 --> 00:35:19,163
คำว่า "ช่วย" นี่ เป็นประโยคอะไร

316
00:35:19,163 --> 00:35:20,759
มันเป็นประโยคขอร้องนะคะ ขอร้อง

317
00:35:20,759 --> 00:35:23,373
ขอร้อง

318
00:35:23,373 --> 00:35:26,141
เพราะฉะนั้น มันจะต้อง

319
00:35:26,141 --> 00:35:28,249
ไม่เป็นประพจน์ใช่ไหมคะ

320
00:35:28,249 --> 00:35:30,109
มันจะต้องไม่เป็นประพจน์

321
00:35:30,109 --> 00:35:32,152
ประโยคข้อที่ 4

322
00:35:32,152 --> 00:35:36,152
จะอยู่ตรงนี้

323
00:35:47,464 --> 00:35:51,464
ประโยคนี้มีค่าความจริงไหมลูก

324
00:35:54,204 --> 00:35:58,204
มีไหม ไม่มีนะคะ มันไม่มี มันไม่มีค่าของความจริงนะคะ

325
00:36:05,102 --> 00:36:09,102
พอเข้าใจไหม

326
00:36:09,853 --> 00:36:11,552
ก่อนที่เราจะรู้นะคะ ว่ามันเป็นประพจน์หรือเปล่า เราจะต้องไปดู ว่า

327
00:36:11,552 --> 00:36:15,552
ข้อความ

328
00:36:15,917 --> 00:36:17,850
ที่เขาให้มานี่ มันเป็นประโยคบอกเล่าหรือเปล่า

329
00:36:17,850 --> 00:36:20,971
หรือมันเป็นประโยค

330
00:36:20,971 --> 00:36:24,050
ปฏิเสธหรือเปล่านะคะ

331
00:36:24,050 --> 00:36:27,883
เมื่อไหร่ที่มันเป็นประโยคสองประโยคนี้

332
00:36:27,883 --> 00:36:31,883
มันมีค่าความจริงไหม

333
00:36:32,579 --> 00:36:36,579
ถ้าเราหาค่าความจริงได้

334
00:36:37,586 --> 00:36:41,586
นั่นแหละ สรุปได้เลย ว่ามันเป็นประพจน์นะคะ

335
00:36:50,092 --> 00:36:54,092
เดี๋ยวนักเรียนเอาสมุดขึ้นมานะคะ แล้วให้นักเรียนบันทึก

336
00:36:54,836 --> 00:36:58,836
แบบฝึกตัวนี้แยกลงไปในสมุดของตัวเองนะคะ

337
00:37:02,001 --> 00:37:06,001
ครูจะลบนะ ที่เขียนบนกระดานนะคะ

338
00:37:06,495 --> 00:37:10,134
ที่เขียนบนกระดาน ครูะลบออก แล้วให้นักเรียนดูตรงนี้

339
00:37:10,134 --> 00:37:14,134
ในประโยคลงในหน้าจอนะคะ แยก

340
00:37:14,714 --> 00:37:18,711
แยกใส่กรอบให้ถูกต้อง อันนี้ครูจะลบแล้วนะ

341
00:37:18,711 --> 00:37:20,428
จำได้ไหมคะ จำได้

342
00:37:20,428 --> 00:37:24,428
โอเค เดี๋ยวเขียนเลยนะคะ

343
01:05:18,283 --> 01:05:21,509
ลูก ๆ ดูนะคะ จากตัวอย่างใช่ไหมคะ ที่ครูให้แบบฝึกนักเรียนทั้งหมดมีอยู่ 10 ข้อด้วยกันนะคะ นักเรียนดูนะคะ

344
01:05:21,509 --> 01:05:24,569
นักเรียนช่วยกันดูนะ ข้อแรก

345
01:05:24,569 --> 01:05:25,821
3 x 2 = 6

346
01:05:25,821 --> 01:05:29,175
จริงไหมคะ

347
01:05:29,175 --> 01:05:33,175
3 x 2 = 6 จริงไหม

348
01:05:33,478 --> 01:05:36,273
จริงนะคะ มีค่าความจริงสัญลักษณ์ช่องนี้

349
01:05:36,273 --> 01:05:38,636
ก็คือตัว T นะคะ

350
01:05:38,636 --> 01:05:42,636
เป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์

351
01:05:46,743 --> 01:05:49,384
เป็นประพจน์นะคะ เพราะว่ามันมีค่าความจริงนะคะ เป็นจริง ข้อที่ 2

352
01:05:49,384 --> 01:05:53,384
เก็บเงิน 20 บาท

353
01:05:57,748 --> 01:05:59,849
เก็บเงิน 20 บาท ไม่รู้ว่ามันจริงหรือเท็จ คือ ตอบไม่ได้

354
01:05:59,849 --> 01:06:02,860
เพราะฉะนั้น

355
01:06:02,860 --> 01:06:05,674
ไม่เป็นประพจน์นะคะ

356
01:06:05,674 --> 01:06:08,350
ข้อ 3

357
01:06:08,350 --> 01:06:10,879
9 + 9

358
01:06:10,879 --> 01:06:14,302
= 9

359
01:06:14,302 --> 01:06:18,302
จริงหรือเปล่า

360
01:06:20,449 --> 01:06:24,449
เท็จนะคะ ค่าความจริงเป็นเท็จ สัญลักษณ์ ก็คือ F ใครตอบถูกบ้างข้อนี้

361
01:06:28,099 --> 01:06:31,167
ตอบถูกไหม F นะคะ ข้อความจริงเป็นเท็จนะคะ ก็คือ F

362
01:06:31,167 --> 01:06:32,896
เป็นประพจน์นะคะ เป็นประพจน์

363
01:06:32,896 --> 01:06:36,560
ข้อที่ 4

364
01:06:36,560 --> 01:06:38,721
สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน

365
01:06:38,721 --> 01:06:42,721
ถูกไหมคะ

366
01:06:43,875 --> 01:06:47,875
ถูกนะคะ ค่าความจริงเป็นตัว T

367
01:06:48,158 --> 01:06:52,133
ตัว T นะคะ แล้วก็เป็นประพจน์

368
01:06:52,133 --> 01:06:55,958
ข้อที่ 5 ไออุ่น

369
01:06:55,958 --> 01:06:59,332
อยู่เรือนนอนบุษราคัม

370
01:06:59,332 --> 01:07:01,934
ไออุ่นอยู่เรือนนอนไหนลูก

371
01:07:01,934 --> 01:07:05,934
ไออุ่นอยู่เรือนนอนไหน

372
01:07:14,377 --> 01:07:18,377
นอนที่ไหนคะ อยู่ในเรือนนอนมรกต 2 เพราะฉะนั้น ค่าความจริง ค่าความจริงเป็นเท็จนะคะ ประโยคนี้ค่าความจริงเป็นเท็จ

373
01:07:18,510 --> 01:07:22,510
ก็คือตัว F นะคะ ในช่องนี้ นักเรียนใส่

374
01:07:22,651 --> 01:07:23,767
ตัว F นะคะ ดูของตัวเองด้วยนะคะ ว่าถูกหรือเปล่า

375
01:07:23,767 --> 01:07:27,281
ประพจน์

376
01:07:27,281 --> 01:07:30,540
เป็นประพจน์นะคะ

377
01:07:30,540 --> 01:07:34,038
ข้อ 6 2 + 3

378
01:07:34,038 --> 01:07:38,038
= 2 x 3

379
01:07:43,738 --> 01:07:46,452
มันเท่ากันจริงไหม มันไม่เท่ากันนะคะ เพราะฉะนั้น ค่าความจริงเป็นเท็จ

380
01:07:46,452 --> 01:07:50,452
เพราะอะไร 2 + 3 ได้เท่าไรลูก

381
01:07:51,209 --> 01:07:55,209
2 + 3 ได้เท่าไร ได้ 5 2 x 3 ล่ะ

382
01:07:59,153 --> 01:08:02,713
ได้ 6 เพราะฉะนั้น มันไม่เท่ากัน ค่าความจริงก็เลยเป็นเท็จนะคะ

383
01:08:02,713 --> 01:08:03,977
ประพจน์ นะคะ สรุป ก็คือเป็นประพจน์

384
01:08:03,977 --> 01:08:07,704
He

385
01:08:07,704 --> 01:08:11,654
แตงโมเป็นผลไม้ใช่

386
01:08:11,654 --> 01:08:15,654
ไหมคะ แตงโมเป็นผลไม้ จริงหรือเท็จ

387
01:08:18,515 --> 01:08:21,833
จริงนะคะ ตัวนี้ใส่ในช่องนี้ แล้วก็เป็นประพจน์

388
01:08:21,833 --> 01:08:25,406
ข

389
01:08:25,406 --> 01:08:29,406
้อ 8 2 เป็นสมาชิกของเซต A

390
01:08:35,519 --> 01:08:37,954
เมื่อเซต A คือ 0 1 2 3 4

391
01:08:37,954 --> 01:08:41,954
จริงหรือไม่จริง

392
01:08:48,523 --> 01:08:52,523
จริงหรือเท็จจริงนะคะ นี่เห็นไหม นักเรียนเห็นเซต a ไหมคะ เซต a มันมีสมาชิก ก็คือ 0 1 2 3 4

393
01:08:53,421 --> 01:08:54,798
2 มันอยู่ใน เซต A ถูกไหม เพราะฉะนั้น จริงนะคะ

394
01:08:54,798 --> 01:08:56,977
ตัวนี้ คือ จริง

395
01:08:56,977 --> 01:08:58,886
เป็นประพจน์

396
01:08:58,886 --> 01:09:02,886

397
01:09:04,231 --> 01:09:08,231
ข้อ 9 99 + 1 = 100

398
01:09:12,879 --> 01:09:14,194
นะคะ ตอบได้เลยว่าอันนี้คือจริง ค่าความจริง เป็นจริง เพราะฉะนั้น เป็นประพจน์นะคะ

399
01:09:14,194 --> 01:09:18,194
เป็นประพจน์

400
01:09:18,198 --> 01:09:22,179
ข้อสุดท้าย ข้อ 10 ห้ามเดินผ่าน

401
01:09:22,179 --> 01:09:26,179
เขาติดป้ายไว้เลยลูก ห้ามเดินผ่าน

402
01:09:26,831 --> 01:09:30,831
ค่าความจริงตอบได้ไหม มีไหม ไม่มีนะคะ

403
01:09:30,926 --> 01:09:33,822
หาค่าความจริงไม่ได้ ตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น

404
01:09:33,822 --> 01:09:37,822
ไม่เป็นประพจน์ โอเค 10

405
01:09:41,047 --> 01:09:43,675
ข้อ นักเรียนมีใครสงสัยในเรื่องของประพจน์ไหมคะ

406
01:09:43,675 --> 01:09:47,675
ประพจน์คืออะไร

407
01:09:54,063 --> 01:09:56,992
ประพจน์ ก็คือประโยคหรือข้อความนะคะ ที่อยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า หรือว่าประโยคปฏิเสธ

408
01:09:56,992 --> 01:10:00,239
ที่มีค่าความจริงเป็นจริง

409
01:10:00,239 --> 01:10:01,024
หรือเป็นเท็จก็ได้ อย่างใดอย่าง

410
01:10:01,024 --> 01:10:02,773
หนึ่ง อันนี้

411
01:10:02,773 --> 01:10:06,773
เขาเรียกว่า "ประพจน์

412
01:10:06,922 --> 01:10:10,922
" โอเคนะ นักเรียนเดี๋ยวเขียน

413
01:10:11,490 --> 01:10:15,490
สรุปความหมายของประพจน์นะคะ ลงไปในสมุดของลูกเลยนะคะ

414
01:22:05,032 --> 01:22:09,032
ดูนะคะ เสร็จแล้ว นักเรียนดูนะคะ วันนี้เราเรียนเรื่องของประพจน์ไปแล้ว

415
01:22:09,650 --> 01:22:13,421
มอง ๆ ดูนะ

416
01:22:13,421 --> 01:22:15,815
วันนี้เราเรียนหัวข้อประพจน์ไปแล้วนะคะ

417
01:22:15,815 --> 01:22:18,342
สัปดาห์หน้า สัปดาห์หน้า

418
01:22:18,342 --> 01:22:20,310
เราจะเรียน เรื่อง คำเชื่อม

419
01:22:20,310 --> 01:22:22,103

420
01:22:22,103 --> 01:22:26,103
ประพจน์นะคะ ก็คือ

421
01:22:29,756 --> 01:22:33,093
ประโยคหรือข้อความนะคะ มันจะมีค่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นนะคะ

422
01:22:33,093 --> 01:22:36,393
สัปดาห์ต่อไป ครูจะใช้คำเชื่อม

423
01:22:36,393 --> 01:22:40,393
เราเรียนแค่ 2 คำพอ

424
01:22:40,844 --> 01:22:42,327
มีประโยคอยู่ 2 ประโยคนะ ครั้งหน้า ประโยค

425
01:22:42,327 --> 01:22:44,667
ที่ 1

426
01:22:44,667 --> 01:22:48,667
ประโยคที่ 2

427
01:22:52,525 --> 01:22:55,666
2 ประโยค คำเชื่อมที่ครูจะใช้ จะใช้คำว่า"และ

428
01:22:55,666 --> 01:22:59,666
" คำหน่ึงคำว่า "หรือ

429
01:22:59,943 --> 01:23:03,943
" จริง ๆ มันจะมีอีกนะ

430
01:23:07,750 --> 01:23:08,805
แต่เราเรียนแค่นี้พอนะคะ สำหรับลูก ๆ ครูสอนแค่ใช้คำว่า "และ

431
01:23:08,805 --> 01:23:12,805
" กับ "หรือ

432
01:23:13,927 --> 01:23:17,850
" เข้ามาเชื่อมประโยค แล้วเรามาดูนะคะ

433
01:23:17,850 --> 01:23:21,850
ว่าประโยค 2 ประโยค ถ้ามีคำเชื่อม "

434
01:23:23,284 --> 01:23:27,284
และ" เข้ามานี่ ประโยคมันจะเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

435
01:23:34,083 --> 01:23:36,149
อันนี้มันอาจจะสับสนหน่อยนะลูก งง ๆ แต่ว่าค่อย ๆ ค่อย ๆ ทำความเข้าใจไปนะคะ ตัวนี้

436
01:23:36,149 --> 01:23:40,149
มันจะเป็นประโยชน์กับเรามาก

437
01:23:40,204 --> 01:23:44,204
เมื่อไหร่จะหาความจริงนะคะ อย่างเช่น

438
01:23:54,612 --> 01:23:55,430
ของเราหายที่เรือนนอนนะคะ สมมติ สมมติของเราหาย เราก็จะสืบสืบนะคะ หมายถึงว่าค้นหาความจริงอย่างมีเหตุผลนะคะ

439
01:23:55,430 --> 01:23:59,430
ว่า

440
01:24:03,406 --> 01:24:07,406
ใครเป็นคนเอาไป หรือเราจะลืมไว้ที่ไหน มันจะมีประโยค

441
01:24:13,540 --> 01:24:14,982
ซึ่งคำพวกนี้ เวลาที่ตำรวจเขาจะจับผู้ร้าย หรือว่าหาคำตอบ เวลาศาลนะคะ จะตัดสิน

442
01:24:14,982 --> 01:24:18,187
ความผิดพวกนี้

443
01:24:18,187 --> 01:24:22,187
มันจะได้นำพวกนี้แหละไปใช้

444
01:24:22,233 --> 01:24:26,233
เขาจะดู เพื่อหาค่าของความจริง

445
01:24:29,779 --> 01:24:33,403
ว่ามันเป็นจริงหรือว่ามันเป็นเท็จนะคะ ซึ่งในแต่ละเรื่อง แต่ละประโยคนี่ เขาจะเอามาเชื่อมกัน

446
01:24:33,403 --> 01:24:37,403
มันเป็นพื้นฐาน

447
01:24:44,204 --> 01:24:48,204
แล้วสัปดาห์ต่อไปนะคะ พวกเราก็จะได้เรียนเรื่องคำเชื่อมนะคะ คำเชื่อม ประพจน์ มีและและหรือ

448
01:24:49,792 --> 01:24:53,792
"หรือ" นะคะ 2 คำนี้ ความหมายต่างกันเลยนะลูก

449
01:24:55,863 --> 01:24:58,146
สำหรับวันนี้มีคำถามไหมคะ ในเรื่องของประพจน์

450
01:24:58,146 --> 01:25:02,146
ถามไหม

451
01:25:07,588 --> 01:25:11,588
คุณครูให้ทำแบบฝึกแล้วนะคะ คุณครูพาทำแล้ว คนที่เข้าใจมากที่สุดนะคะ ก็จะสามารถ

452
01:25:16,405 --> 01:25:17,679
ตอบได้ทันทีเลย ดูประโยคเสร็จ แค่เลือกให้ดู ว่ามันมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

453
01:25:17,679 --> 01:25:20,584
ถ้ามันมี

454
01:25:20,584 --> 01:25:23,267
ความจริงหรือว่า

455
01:25:23,267 --> 01:25:27,267
เท็จ แสดงว่าเป็น

456
01:25:28,864 --> 01:25:32,864
แค่นั้นเอง เป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธนะคะ ตัวนี้

457
01:25:41,112 --> 01:25:45,112
โอเค ในสัปดาห์หน้าเราก็คงจะเจอกันแค่นี้เหมือนเดิม เพราะว่าเพื่อน ๆ เราไปแข่งกีฬาใช่ไหมคะ สัปดาห์หน้าเพื่อนก็ไปแข่งกีฬาเหมือนกัน

458
01:25:46,603 --> 01:25:49,857
ไปแข่งกีฬา กลับมา

459
01:25:49,857 --> 01:25:53,857
ขอให้นะคะ เรานี่

460
01:26:07,548 --> 01:26:09,585
ต้องตั้งใจเรียนนะลูก ตั้งใจเรียนเสร็จแล้ว พอเพื่อนกลับมานี่ มันจะใกล้เวลาสอบแล้ว เพื่อนที่ไปแข่งกีฬาและมันจะไม่มีเวลาที่จะมาทบทวนเหมือนของเรา เพราะฉะนั้นนะคะ ถ้าเพื่อนกลับคืนกลับมาเนี่ยเวลาว่าง ๆ เนี่ยเอาไปเล่า

461
01:26:09,585 --> 01:26:13,585
เอาเรื่องนี้แหละ ที่เราเรียน

462
01:26:14,359 --> 01:26:18,359
นี่ ไปสอน ไปบอก ไปเล่า กับเพื่อนที่เป็นนักกีฬานะคะ

463
01:26:20,487 --> 01:26:24,487
ได้ไหม เพราะฉะนั้น เรา 4 คนนี่ เป็นตัวแทนของเพื่อนในห้องที่มาเรียน

464
01:26:25,819 --> 01:26:28,191
ตั้งใจตั้งใจดี ๆ นะคะ เสร็จแล้วก็จะได้ไปสอนเพื่อน

465
01:26:28,191 --> 01:26:29,700
ชี้ให้คนเดียวเลยนะนี่

466
01:26:29,700 --> 01:26:31,171
ของวันนี้

467
01:26:31,171 --> 01:26:35,171
โอเคไหม

468
01:26:44,437 --> 01:26:46,487
รับผิดชอบนะคะ ดู เสร็จแล้วเล่าให้เพื่อนฟัง ไปสอนให้เพื่อนด้วย วันนี้เราเรียนเรื่องอะไรนะคะ

469
01:26:46,487 --> 01:26:49,948
ถ้าไม่มีอะไรสงสัยแล้ว

470
01:26:49,948 --> 01:26:53,948
แต่เราต้องไปเรียนวิชาอะไรคะ ต่อไป

471
01:26:57,328 --> 01:26:59,558
วิชาภาษาอังกฤษ

472
01:26:59,558 --> 01:27:03,558
โอเคค่ะ สำหรับวันนี้ก็

473
01:27:04,494 --> 01:27:08,494
ขอจบแค่นี้นะลูก สัปดาห์หน้ามาเจอกันใหม่นะคะ

474
01:27:14,457 --> 01:27:18,457
ค่ะ ขอบคุณน้องล่ามมากนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]

