﻿1
00:02:06,778 --> 00:02:10,778
(อาจารย์เชาวนี) โอเค แต่ว่า

2
00:02:14,971 --> 00:02:15,240
ลดเสียงอีกได้ไหมคะ

3
00:02:15,240 --> 00:02:19,240
เสียงสะท้อนที่ในห้องเรียนค่ะ

4
00:02:19,904 --> 00:02:23,904

5
00:02:27,267 --> 00:02:31,267
โอเคค่ะ ได้แล้วนะคะ

6
00:02:31,833 --> 00:02:34,200
ทีนี้ดูนะคะ วันนี้

7
00:02:34,200 --> 00:02:38,200
สิ่งที่เราจะเรียน วัตถุประสงค์ที่เราจะเรียนมี 2 ข้อ

8
00:02:43,260 --> 00:02:45,516
ด้วยกัน วันนี้ เราจะต้อง

9
00:02:45,516 --> 00:02:49,516
บอกความหมายของประพจน์ บอกความหมายของประพจน์

10
00:02:50,811 --> 00:02:51,016
ได้นะคะ ประพจน์คำนี้ เคยเห็นไหม

11
00:02:51,016 --> 00:02:54,576
คำศัพท์คำนี้เคยเห็นไหมคะ

12
00:02:54,576 --> 00:02:58,576
เคยเห็นไหมอาย อายเคยเรียนอยู่โรงเรียนปกติ

13
00:03:05,613 --> 00:03:06,584
มาใช่ไหมลูก ม. 3 ม. 3 นะคะ มีเรียนเรื่องประพจน์อยู่นะ

14
00:03:06,584 --> 00:03:08,303
นี่คำนี้นะคะ

15
00:03:08,303 --> 00:03:12,303
เราจะต้องบอกความหมายของประพจน์ได้

16
00:03:22,305 --> 00:03:22,914
และข้อ 2 เราจะต้องจำแนกข้อความนะคะ ว่าเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ได้

17
00:03:22,914 --> 00:03:26,914
คำว่า "ประพจน์" คืออะไร ลูก

18
00:03:30,416 --> 00:03:34,416
คำอะไร แล้วมันเกี่ยวข้องกับตรรกศาสตร์อย่างไร

19
00:03:36,443 --> 00:03:38,148
นะคะ ดูนะ ประพจน์นะคะ มันก็คือข้อความ

20
00:03:38,148 --> 00:03:42,148
หรือว่าประโยคนะลูก ที่อยู่ใน

21
00:03:50,556 --> 00:03:53,619
ประโยคบอกเล่านะคะ หรือประโยคปฏิเสธ ที่มีค่าความจริง

22
00:03:53,619 --> 00:03:55,105
ค่าความจริงคืออะไร ค่าความจริงมีอยู่ 2 ค่า

23
00:03:55,105 --> 00:03:59,105
ด้วยกัน ก็คือจริงกับเท็จนะคะ มีอยู่

24
00:03:59,322 --> 00:04:03,322
2 อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

25
00:04:05,096 --> 00:04:09,096
ประโยคมีอะไรบ้าง ประโยค ประโยคมีอะไรบ้างลูก

26
00:04:09,564 --> 00:04:13,564
อย่างเช่น ประโยคบอกเล่า พระอาทิตย์ขึ้น

27
00:04:13,609 --> 00:04:17,609
ทิศตะวันออก

28
00:04:17,978 --> 00:04:21,978
นะ ตอนเช้านี่นะ ลูกสังเกตพระอาทิตย์ไหม

29
00:04:29,021 --> 00:04:29,053
มันขึ้นทางทิศอะไร พระอาทิตย์ขึ้นทิศอะไร

30
00:04:29,053 --> 00:04:33,053
ตอนเช้า ให้ดูล่ามลูก

31
00:04:38,378 --> 00:04:42,378
ไม่ใช่ดูครู ดูนะ ดูพี่ล่าม ตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก

32
00:04:44,922 --> 00:04:48,922
ขึ้นทิศอื่นมีไหม ไม่มี ตั้งแต่เกิดมานะคะ

33
00:04:50,708 --> 00:04:54,708
เราอาจจะเห็นว่าพระอาทิตย์ขึ้นทาง

34
00:04:56,949 --> 00:04:57,197
ทิศตะวันออกตลอดเลยนะคะ เพราะฉะนั้น ข้อความ

35
00:04:57,197 --> 00:04:58,034
นี้เป็นประโยคบอกเล่าแล้วก็

36
00:04:58,034 --> 00:05:02,034
เป็นจริงด้วยใช่ไหมคะ เพราะว่ามันขึ้นทางทิศ

37
00:05:03,260 --> 00:05:07,260
ตะวันออก ตลอดเลยนะ

38
00:05:08,722 --> 00:05:10,275
อีกประโยคหนึ่ง

39
00:05:10,275 --> 00:05:14,275
1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์นะคะ

40
00:05:15,930 --> 00:05:19,026
มี 7 วัน นักเรียน

41
00:05:19,026 --> 00:05:21,945
ว่ามันใช่ไหม

42
00:05:21,945 --> 00:05:25,764
สัปดาห์หนึ่งมีกี่วันลูก

43
00:05:25,764 --> 00:05:29,764
สัปดาห์หนึ่ง ใช่แล้วนะคะ สัปดาห์หนึ่งนี่มี

44
00:05:33,276 --> 00:05:35,796
7 วัน มี 7 วัน เพราะฉะนั้น ประโยคนี้

45
00:05:35,796 --> 00:05:39,796
เป็นประโยคบอกเล่า มีค่าความจริง

46
00:05:44,668 --> 00:05:46,065
เป็นจริงนะคะ เป็นจริง อีกประโยคหนึ่ง

47
00:05:46,065 --> 00:05:50,065
ธงชาติ ธงชาติไทย

48
00:05:51,218 --> 00:05:52,361
มี 5 สี

49
00:05:52,361 --> 00:05:56,361
นักเรียนว่าถูกไหม ธงชาติไทย

50
00:06:00,951 --> 00:06:01,466
มีกี่สี มีกี่สีลูก

51
00:06:01,466 --> 00:06:04,354
ธงชาติ มีกี่สีคะ

52
00:06:04,354 --> 00:06:08,354
3 สี ใช่ ๆ สีอะไร

53
00:06:12,370 --> 00:06:13,708
สีอะไร มีสีอะไร

54
00:06:13,708 --> 00:06:17,490
สีแดง สีขาว สีน้ำเงิน

55
00:06:17,490 --> 00:06:21,490
ถูกต้อง มีจะมีริ้วทั้งหมดอยู่ 5 ริ้ว แต่สี

56
00:06:28,940 --> 00:06:32,502
มันมีอยู่ 3 สีนะคะ เมื่อกี้ที่ครูบอกว่า

57
00:06:32,502 --> 00:06:35,066
ธงชาติไทยมี 5 สี แสดงว่าผิดหรือถูก แสดงว่า

58
00:06:35,066 --> 00:06:39,066
เท็จ ใช่ มันเป็นเท็จนะคะ มันเป็น

59
00:06:42,265 --> 00:06:46,265
เท็จ ไม่ว่าค่าความจริงเป็นจริง

60
00:06:50,219 --> 00:06:51,212
หรือเป็นเท็จนะคะ เมื่อเป็นประโยคบอกเล่า มันจะคือประพจน์นะคะ

61
00:06:51,212 --> 00:06:55,212
มันถึงจะเป็นประพจน์ได้

62
00:06:56,187 --> 00:07:00,187
โอเคนะ ทีนี้ครูจะถามนักเรียน

63
00:07:02,001 --> 00:07:06,001
ว่า... ว้าว สวยจัง

64
00:07:06,453 --> 00:07:10,453
มันเป็น

65
00:07:14,427 --> 00:07:18,427
ประโยคอะไร มันมีค่าความจริงไหม คำว่า

66
00:07:21,157 --> 00:07:22,317
"ว้าว สวยจัง" น่ะ มันเป็นจริงหรือเป็นเท็จลูก

67
00:07:22,317 --> 00:07:26,317
บอกได้ไหม ไม่ต้องหัวเราะอาย ว้าว

68
00:07:27,571 --> 00:07:31,571
สวยจัง จริงหรือเท็จ

69
00:07:32,827 --> 00:07:36,827
เท็จ บอกว่าตัวเองเป็นเท็จนะคะ แสดงว่าตัวเองไม่สวยเหรอ

70
00:07:42,581 --> 00:07:43,980
แสดงว่าอายไม่สวยเหรอ มันไม่ได้เจาะจงนะคะ ว่า

71
00:07:43,980 --> 00:07:46,545
ใครหรืออะไรสวย

72
00:07:46,545 --> 00:07:50,545
เพราะฉะนั้น เราไม่สามารถตอบได้ว่า

73
00:07:50,936 --> 00:07:53,676
จริงหรือเท็จนะคะ

74
00:07:53,676 --> 00:07:57,676
ข้อนี้ไม่ใช่ประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยค

75
00:07:59,062 --> 00:08:03,062
ปฏิเสธ แต่เป็นประโยคอะไร

76
00:08:05,745 --> 00:08:09,035
เป็นอุทานนะคะ เป็นประโยคอุทาน

77
00:08:09,035 --> 00:08:13,035
เป็นประโยคอุทาน เหมือนกันกับ

78
00:08:16,300 --> 00:08:20,300
เวลาที่เราเดิน เดิน ๆ ๆ ไป

79
00:08:20,489 --> 00:08:24,489
แล้วเห็น... เห็นรถขับมาฟิ้ว

80
00:08:25,347 --> 00:08:27,276
เลย แล้วมีคนขับหล่อมาก แล้วนักเรียน

81
00:08:27,276 --> 00:08:31,052
บอกสุดยอด

82
00:08:31,052 --> 00:08:35,052
หล่อมาก คำนี้เป็นคำอะไร เป็นคำ...

83
00:08:38,483 --> 00:08:42,483
เอ้า แล้วมันมีค่าความจริงไหม เป็นคำบอกเล่าเหรอ

84
00:08:44,588 --> 00:08:45,445
จริง ๆ เป็นคำอุทานนะ เป็นคำพูด

85
00:08:45,445 --> 00:08:49,445
ขึ้นมาด้วยอาการ เออ มันตกใจ เห็น

86
00:08:52,095 --> 00:08:56,095
มันว้าวนะคะ มันจะเป็นคำอุทานที่คิดขึ้นมา

87
00:08:56,552 --> 00:08:58,285
แล้วมันไม่มีค่าความจริง มันไม่สามารถ

88
00:08:58,285 --> 00:09:00,174
บอกได้ว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เพราะฉะนั้น

89
00:09:00,174 --> 00:09:04,174
คำอุทานนี่ มันไม่ใช่ประพจน์

90
00:09:05,686 --> 00:09:09,686
มันไม่ใช่ประพจน์เลยนะคะ ทีนี้

91
00:09:11,129 --> 00:09:13,828
ถ้าทางคณิตศาสตร์ ครูบอกว่า 3

92
00:09:13,828 --> 00:09:15,414
+ 5 = 10

93
00:09:15,414 --> 00:09:19,414
ลูกว่ามันหาค่าความจริงได้ไหม มันบอกได้ไหม

94
00:09:19,791 --> 00:09:23,791
ว่ามันเป็นจริงหรือเท็จ 3 + 5 ด้านนี้

95
00:09:29,854 --> 00:09:31,492
มันเป็นเท่าไรลูก รวมได้เท่าไรคะ 3 + 5

96
00:09:31,492 --> 00:09:34,990
ได้ 8 อันนี้ล่ะ ฝั่งหนึ่งได้ 10 มัน

97
00:09:34,990 --> 00:09:38,990
เท่ากันไหม มันเท่ากันไหม

98
00:09:41,792 --> 00:09:45,792
มันไม่เท่า เพราะฉะนั้น มันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

99
00:09:47,752 --> 00:09:48,470
ค่ามันเป็นเท็จนะคะ

100
00:09:48,470 --> 00:09:52,470
มันเป็นเท็จ เป็นประโยคบอกเล่า ที่เขาเขียนโจทย์

101
00:09:52,542 --> 00:09:56,542
ขึ้นมานะคะ แล้วหาค่าความจริงได้

102
00:09:57,490 --> 00:10:01,157
บอกได้ว่ามันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จนะ

103
00:10:01,157 --> 00:10:01,997
ดูดี ๆ นะ

104
00:10:01,997 --> 00:10:05,997
ประพจน์จะเป็นประพจน์ได้

105
00:10:07,624 --> 00:10:11,624
ก็ต่อเมื่อเป็นประโยคบอกเล่าหรือ

106
00:10:14,385 --> 00:10:15,307
ประโยคปฏิเสธนะคะ และจะต้องมี

107
00:10:15,307 --> 00:10:17,349
ค่าความจริง ค่าความจริง

108
00:10:17,349 --> 00:10:21,349
มีอยู่ 2 ตัวเท่านั้น จริง เท็จ

109
00:10:23,982 --> 00:10:27,982
นอกเหนือจาก 2 ค่านี้

110
00:10:28,351 --> 00:10:32,351
แสดงว่าไม่ใช่ประพจน์แล้ว หาคำตอบไม่ได้ ไม่รู้

111
00:10:32,693 --> 00:10:35,752
ว่าคำตอบเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ หรือว่า

112
00:10:35,752 --> 00:10:39,752
เป็นประโยคอื่น ๆ เมื่อกี้เป็นประโยคอุทานใช่ไหมคะ เมื่อกี้

113
00:10:46,355 --> 00:10:48,440
ครูบอกว่ากรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้อง

114
00:10:48,440 --> 00:10:52,440
กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้า

115
00:10:53,248 --> 00:10:57,248
ห้องนะ นักเรียนคิดว่าเป็นประโยคอะไร มีค่าความจริงไหมคะ

116
00:11:02,451 --> 00:11:02,908
ประโยคนี้ หาได้ไหม หาได้ไหมคะอาย กรุณา

117
00:11:02,908 --> 00:11:06,061
ถอดรองเท้านะคะ ก่อนเข้าห้อง

118
00:11:06,061 --> 00:11:10,061
เป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ

119
00:11:14,999 --> 00:11:17,568
กรุณานะลูก มีคำว่า "กรุณา"

120
00:11:17,568 --> 00:11:21,568
มันเป็นประโยคอะไร ประโยคขอร้อง

121
00:11:22,088 --> 00:11:24,134
นะคะ ประโยคนะคะ มันจะมีหลายประโยคมากเลย

122
00:11:24,134 --> 00:11:28,134
ประโยคขอร้องนะเมื่อกี้ ก็คือขอแหละ

123
00:11:30,563 --> 00:11:33,889
นักเรียน นักเรียน กรุณานะคะ ขอเถอะ

124
00:11:33,889 --> 00:11:37,889
ถอดรองเท้าวางไว้อยู่นอกห้อง ไม่ต้องเอาเข้ามา...

125
00:11:39,145 --> 00:11:39,686
ไม่ต้องเอาเข้ามาในห้องเรียนนะคะ เป็นประโยค

126
00:11:39,686 --> 00:11:43,686
ขอร้อง ซึ่งไม่มีค่าความจริง

127
00:11:44,448 --> 00:11:48,448
บอกไม่ได้ว่ามันเป็จริงหรือเท็จนะคะ

128
00:11:50,272 --> 00:11:52,657
มันตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น ประโยคเมื่อกี้นี่

129
00:11:52,657 --> 00:11:53,806
มันไม่เป็นประพจน์

130
00:11:53,806 --> 00:11:56,160
ไม่ใช่นะคะ

131
00:11:56,160 --> 00:12:00,160
ประโยคมีหลายประโยค

132
00:12:05,479 --> 00:12:09,479
เห็นไหมนี่ เราได้เรียนไหมคะ วิชาภาษาไทย โครงสร้าง

133
00:12:11,026 --> 00:12:13,040
ประโยค ประโยคบอกเล่าง่าย ๆ นะ ประโยค

134
00:12:13,040 --> 00:12:14,200
ปฏิเสธ ไม่ ๆ ฉันไม่ไป

135
00:12:14,200 --> 00:12:18,200
ประโยคปฏิเสธ

136
00:12:21,889 --> 00:12:24,519
ก็คือต้องมี "ไม่" นะลูก ไม่ทำ

137
00:12:24,519 --> 00:12:26,598
ไม่กิน ไม่นอน ไม่...

138
00:12:26,598 --> 00:12:30,598
ไม่อะไรต่าง ๆ ต้องมีคำว่า "ไม่"

139
00:12:36,704 --> 00:12:40,460
ปฏิเสธนะคะ คำนี้ก็คือปฏิเสธเลย

140
00:12:40,460 --> 00:12:41,239
คำสั่ง นักเรียนทุกคนต้องตื่น

141
00:12:41,239 --> 00:12:44,142
เวลาตี 5

142
00:12:44,142 --> 00:12:48,142
ต้องตื่น คำว่า "ต้อง" นี่

143
00:12:56,209 --> 00:12:57,407
คือ คำสั่ง ต้องทำนะคะ ต้องทำ เป็นประโยคคำสั่ง คำ

144
00:12:57,407 --> 00:13:01,407
แต่ละประโยคนะคะ มันก็จะมีสัญลักษณ์

145
00:13:04,487 --> 00:13:08,487
บอกว่ามันเป็นปฏิเสธหรือว่าเป็นคำสั่งนะ

146
00:13:11,557 --> 00:13:12,369
ถ้าเป็นปฏิเสธต้องมีคำว่า "ไม่" แล้ว

147
00:13:12,369 --> 00:13:15,159
ถ้าเป็นคำสั่งจะต้อง

148
00:13:15,159 --> 00:13:18,760
ทำอย่างนี้นะคะ ประโยคขอร้อง

149
00:13:18,760 --> 00:13:22,760
ช่วย ช่วยทำอันนั้น ช่วยทำอันนี้หน่อย

150
00:13:25,839 --> 00:13:26,914
และประโยคคำถามคืออะไร

151
00:13:26,914 --> 00:13:30,914
วันนี้กินข้าวหรือยัง

152
00:13:32,386 --> 00:13:33,608
วันนี้อายกินข้าวหรือยัง

153
00:13:33,608 --> 00:13:37,608
กินหรือยังลูก กินแล้ว แต่มันไม่มีความจริง

154
00:13:45,690 --> 00:13:49,690
หรือเท็จนะคะ มันบอกไม่ได้ ถามแค่นั้นเอง ถามวิวนะ วิวชอบเรียน

155
00:13:53,121 --> 00:13:56,454
วิชาอะไร

156
00:13:56,454 --> 00:14:00,454
วิวน่ะ ชอบเรียนวิชาอะไร ตอบให้ครูชื่นใจใช่ไหมนี่

157
00:14:04,584 --> 00:14:07,847
ชอบเรียนคณิตศาสตร์นะคะ

158
00:14:07,847 --> 00:14:11,847
ดีมาก เดี๋ยวให้คะแนนบวกไปเลย

159
00:14:14,159 --> 00:14:14,899
ดีไหม อันนี้คือ

160
00:14:14,899 --> 00:14:18,899
ประโยคคำถาม คือ ถามเพื่อต้องการ

161
00:14:20,378 --> 00:14:24,378
คำตอบนะคะ ทีนี้ประโยคอุทาน ครูพูด

162
00:14:25,370 --> 00:14:29,370
ตัวอย่างไปแล้ว อุ๊ย

163
00:14:30,135 --> 00:14:30,298
อุ๊ย สวยจัง ว้าว มัน

164
00:14:30,298 --> 00:14:34,298
ยอดมาก พวกนี้มันเป็นประโยคอุทาน

165
00:14:36,609 --> 00:14:38,024
นะคะ ซึ่งประโยคต่าง ๆ เหล่านี้

166
00:14:38,024 --> 00:14:42,024
ถ้าจะเป็นประพจน์ นี่ฆ่าออกไปได้เลย

167
00:14:48,892 --> 00:14:49,477
4 ประโยคนี้นะคะ ยังเหลืออยู่ ประโยคบอกเล่า

168
00:14:49,477 --> 00:14:52,346
กับประโยคปฏิเสธ อันนี้เราจะเช็กก่อนเลย

169
00:14:52,346 --> 00:14:56,346
ว่ามันเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธนะคะ ถ้า

170
00:15:01,019 --> 00:15:01,918
เช็กแล้ว ไปหาค่าความจริงทีนี้

171
00:15:01,918 --> 00:15:02,755
ค่าความจริงนะคะ มัน

172
00:15:02,755 --> 00:15:06,755
เป็นอยู่ 2 ประโยคนี้ ไปหาว่ามันมีค่าความจริง

173
00:15:11,699 --> 00:15:15,699
หรือเปล่า มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ เลือกได้ 2 อย่างนะคะ ถ้าพบว่าประโยคนั้น

174
00:15:22,016 --> 00:15:23,329
เป็นจริงก็เป็นประพจน์เหมือน ถ้าประโยคนั้นเป็นเท็จ ก็เป็นประพจน์เหมือนกัน

175
00:15:23,329 --> 00:15:27,159
แต่นะ ถ้าประโยคนั้น

176
00:15:27,159 --> 00:15:31,159
มันหาค่าความจริงไม่ได้เลย บอกไม่ได้

177
00:15:36,634 --> 00:15:38,633
แสดงว่าไม่เป็นประพจน์นะคะ แค่นั้นเอง วิชานี้แค่เป็นวิชาที่

178
00:15:38,633 --> 00:15:42,633
หาความจริงนะ ว่ามันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ นักเรียน

179
00:15:45,250 --> 00:15:49,250
ดูภาพ อะไรน่ะลูก

180
00:15:50,558 --> 00:15:52,702
กลัวไหม เคยเห็นไหม ใครเคยเห็นบ้าง

181
00:15:52,702 --> 00:15:55,465
ใครเคยเห็นบ้าง มีหรือ เคยไปเที่ยว

182
00:15:55,465 --> 00:15:58,650
เคยเห็น เคยเห็นไหมลูก

183
00:15:58,650 --> 00:16:02,650
เยอะไหม เรากลัวหรือเปล่า

184
00:16:08,852 --> 00:16:10,403
ตอนไปเที่ยว เห็นแล้วนะคะ อันนี้ก็คือจระเข้ ใช่ จระเข้

185
00:16:10,403 --> 00:16:14,403
แต่ว่าจระเข้น่ะ ประโยคมันเขียนมาให้

186
00:16:16,706 --> 00:16:20,706
เขาบอกว่าจระเข้ เป็นสัตว์เลื่อยคลาน

187
00:16:27,105 --> 00:16:27,778
กลุ่ม กลุ่มนะคะ มันก็จะแบ่ง สัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์

188
00:16:27,778 --> 00:16:31,034
ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน

189
00:16:31,034 --> 00:16:35,034
เขาบอกว่านี่ จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน

190
00:16:42,206 --> 00:16:46,206
อันนี้เป็นประโยคบอกเล่าแน่นอน อันนี้เป็นประโยคบอกเล่าแน่นอนนะคะ เป็นประโยคบอกเล่า เขาก็บอก

191
00:16:48,510 --> 00:16:52,510
เป็นประโยคบอกเล่านี้ ทีนี้เรามาดู ว่าประโยคที่

192
00:16:53,164 --> 00:16:57,164
เขาบอกมานี่ มันมีค่าความจริงเป็นจริง หรือเป็นเท็จ

193
00:16:59,118 --> 00:17:03,118
ลูกว่ามันถูกไหม จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานไหมลูก มันเลื้อยคลานไปไหม ใช่ไหมคะ

194
00:17:06,018 --> 00:17:10,018
ส่วนมากนักเรียนจะตอบ นักเรียนจะรู้ว่ามันเป็นสัตว์

195
00:17:15,123 --> 00:17:19,123
ที่เหมือนกับมันอยู่ในน้ำด้วย แล้วมันสามารถคลานขึ้นมาบนบกได้ใช่ไหม ใช่ไหมจระเข้น่ะ เห็นไหม มันขึ้นมาแล้วก็อาบแดด แล้วก็นอน

196
00:17:20,114 --> 00:17:24,114
อ้าปาก อาบแดดอยู่ นักเรียนก็เข้าใจว่าเป็นสัตว

197
00:17:31,130 --> 00:17:34,137
ครึ่งบกครึ่งน้ำ แต่จริง ๆ นะ แต่จริง ๆ มันเป็นสัตว์เลื้อยคลานนะคะ สัตว์

198
00:17:34,137 --> 00:17:38,137
เลื้อยคลานมีอะไรบ้าง ลูก คิดว่าสัตว์เลื้อยคลาน

199
00:17:40,308 --> 00:17:44,308
ที่เห็นชัดเลยที่มันเลื้อย เลื้อยไป

200
00:17:44,626 --> 00:17:45,496
คืออะไรคะ อีกประเภทหนึ่ง งู

201
00:17:45,496 --> 00:17:49,496
งูก็เป็นสัตว์เลื้อยคลานนะลูก งูนี่มันจะเลื้อย

202
00:17:51,711 --> 00:17:55,711
เห็นชัดมากเลย แต่จระเข้นะลูก ลูกจะต้องมีความรู้นะ จระเข้น่ะ

203
00:17:58,621 --> 00:18:02,621
สังเกตดี ๆ นะคะ เวลาเขาแบ่งกลุ่ม เขาเป็นสัตว์เลื้อยคลาน

204
00:18:05,426 --> 00:18:05,550
ไม่ใช่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เพราะฉะนั้น

205
00:18:05,550 --> 00:18:08,874
ประโยคนี้นะลูก ประโยคนี้มีค่าความจริง

206
00:18:08,874 --> 00:18:12,874
เป็นจริงนะคะ เพราะจระเข้จัดในกลุ่ม

207
00:18:19,151 --> 00:18:23,151
ของสัตว์เลื้อยคลานนะคะ เมื่อไหร่ก็ตามเราสามารถบอกว่านี่ ประโยคหรือข้อความนี้เป็นประโยคบอกเล่า และ

208
00:18:27,636 --> 00:18:31,636
หาข้อความจริงได้ เพราะฉะนั้น เราจะตรวจสอบ

209
00:18:32,313 --> 00:18:32,781
ว่ามันเป็นประพจน์หรือเปล่า

210
00:18:32,781 --> 00:18:35,996
อันนี้ ไม่เป็นเหรอ

211
00:18:35,996 --> 00:18:37,074
เป็นลูก อายตอบถูกนะคะ

212
00:18:37,074 --> 00:18:41,074
วันนี้อายตอบถูก แต่อีก 3 คนยังไม่ใช่

213
00:18:49,165 --> 00:18:49,248
นะคะ มันง๊ายง่าย 1.

214
00:18:49,248 --> 00:18:51,439
ถ้ามันเป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ

215
00:18:51,439 --> 00:18:55,439
อยู่ในกลุ่มนี้นะคะ เสร็จแล้วอันที่ 2 ไปดู

216
00:18:56,382 --> 00:19:00,382
มันมีค่าความจริงไหม มันจริงหรือมันเท็จ เมื่อไหร่

217
00:19:05,575 --> 00:19:08,111
ที่มันมี 2 ตัวนี้ ตอบโจทย์ได้ 2 ตัวนี้ มันเป็น

218
00:19:08,111 --> 00:19:08,322
ประพจน์นะคะ มันจะเป็นประพจน์ ทีนี้ดูใหม่นะ

219
00:19:08,322 --> 00:19:12,322
อะไร เดือนอะไร

220
00:19:22,558 --> 00:19:23,094
เดือนอะไรนะ ใช่ มี 30 วัน

221
00:19:23,094 --> 00:19:26,164
ประโยคนี้เขาบอก

222
00:19:26,164 --> 00:19:30,164
เป็นประโยคบอกเล่า นี่เวลาแบ่งประโยค

223
00:19:38,764 --> 00:19:40,317
นะคะ มันเล่า มันบอก มันบอกนะคะ เป็นประโยคบอกเล่า ความจริงเป็นอะไร มัน 30 วันจริงไหม

224
00:19:40,317 --> 00:19:42,243
ลูกว่าเดือนสิงหาคม

225
00:19:42,243 --> 00:19:46,243
มีกี่วัน มีเท่าไร จริง ๆ นี่ เดือน...

226
00:19:51,259 --> 00:19:53,363
เดือนที่ลงท้ายด้วย "คม" มีกี่วัน

227
00:19:53,363 --> 00:19:53,909
ลูก ดูนะ

228
00:19:53,909 --> 00:19:57,909
เดือน 12 เดือน มันจะมีเดือนที่ลงท้าย

229
00:20:00,549 --> 00:20:04,549
ด้วย คม ด้วย ยน แล้วก็

230
00:20:05,252 --> 00:20:09,252
พันธ์ นะคะ มีเดือนเดียว คือ กุมภาพันธ์

231
00:20:09,276 --> 00:20:13,276
อันนี้มีกี่วันที่ลงท้ายด้วย คม

232
00:20:13,456 --> 00:20:17,456
มีกี่วัน 30 เหรอ อันนี้เท่าไรลูก

233
00:20:23,586 --> 00:20:24,243
31 เอ้า แสดงว่านับเดือนถูก

234
00:20:24,243 --> 00:20:26,557
มีเท่าไร ลอกเพื่อนใช่ไหม

235
00:20:26,557 --> 00:20:30,077
มีกี่วัน เดือนสิงหาคม

236
00:20:30,077 --> 00:20:34,077
มีกี่วันลูก นี่สิงหาคม

237
00:20:36,610 --> 00:20:37,771
มี 31 วัน ใช่

238
00:20:37,771 --> 00:20:41,771
สิงหาคม มกราคม

239
00:20:42,998 --> 00:20:46,933
อะไรอีกที่ลงท้ายด้วย คม

240
00:20:46,933 --> 00:20:50,933
พฤษภาคม

241
00:20:53,387 --> 00:20:57,387
พวกนี้ลงท้ายด้วย "คม" สังเกตง่าย ๆ

242
00:21:00,399 --> 00:21:03,573
เดือนเป็นประโยคบอกเล่าแล้ว แต่ประโยค

243
00:21:03,573 --> 00:21:04,361
นี้ เขาบอกว่ามี 30 วัน เพราะฉะนั้น ประโยค

244
00:21:04,361 --> 00:21:08,361
นี้มีค่าความจริงเป็นอะไรคะ จริง เท็จ

245
00:21:10,687 --> 00:21:13,414
ตอบไม่ได้ มันเป็นเท็จ เมื่อไหร่ก็ตาม

246
00:21:13,414 --> 00:21:17,414
ที่ค่าความจริงมันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เป็นประโยคบอกเล่า

247
00:21:20,679 --> 00:21:21,847
เพราะฉะนั้น เป็นอะไรคะ เป็นประพจน์หรือไม่เป็น

248
00:21:21,847 --> 00:21:24,355
ประพจน์ เป็นประพจน์นั่นเอง

249
00:21:24,355 --> 00:21:27,504
โอเคนะ ก็คือตัวนี้ เดือนสิงหาคม

250
00:21:27,504 --> 00:21:31,504
มี 30 วัน เป็นประพจน์

251
00:21:31,886 --> 00:21:34,789
ทีนี้ครูจะให้นักเรียนช่วยกันคิด

252
00:21:34,789 --> 00:21:38,089
ดูนะ

253
00:21:38,089 --> 00:21:41,581
ครูให้มา 4 ข้อ ในจอ

254
00:21:41,581 --> 00:21:45,581
นะคะ นักเรียนช่วยกันสิว่า

255
00:21:48,606 --> 00:21:50,949
ประโยคต่อไปนี้ มันเป็นประโยคอะไร

256
00:21:50,949 --> 00:21:54,949
มันเป็นประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยค

257
00:22:01,932 --> 00:22:02,553
ขอร้อง ประโยคคำสั่งหรือเปล่า

258
00:22:02,553 --> 00:22:04,448
นะคะ แล้วมันหาค่าความจริงได้ไหม

259
00:22:04,448 --> 00:22:06,612
ให้นักเรียนดูนะคะ

260
00:22:06,612 --> 00:22:10,612
5 + 5 = 11 หาค่าความจริงได้หรือเปล่า

261
00:22:17,798 --> 00:22:20,490
ค่าความจริงเป็นจริง เป็นเท็จนะคะ หรือว่าตอบไม่ได้ ให้นักเรียน

262
00:22:20,490 --> 00:22:22,822
เขียนประโยคนะคะ ฝั่งด้านนี้มาใส่

263
00:22:22,822 --> 00:22:26,822
กรอบสี่เหลี่ยมฝั่งขวามือนะลูก กรอบนี้เป็นประพจน์

264
00:22:35,248 --> 00:22:39,248
กรอบข้างล่างไม่เป็นประพจน์ นักเรียนดูว่านี่ข้อที่ 1 นี่ มันเป็นหรือไม่เป็น นักเรียนว่ามัน

265
00:22:41,480 --> 00:22:43,536
เป็นไหม

266
00:22:43,536 --> 00:22:47,536
ไม่เป็นเหรอ ถาม ถาม 5 + 5

267
00:22:47,695 --> 00:22:51,695
= 11 มันหาค่าความจริงได้ไหม

268
00:22:52,510 --> 00:22:53,566
มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ

269
00:22:53,566 --> 00:22:57,566
5 + 5 = 11 จริง

270
00:22:59,834 --> 00:23:00,662
หรือเท็จ

271
00:23:00,662 --> 00:23:04,662
5 + 5 ได้เท่าไร

272
00:23:06,493 --> 00:23:10,493
ถูกต้อง 5 + 5 = 10 ฝั่งนี้

273
00:23:15,493 --> 00:23:19,493
5 + 5  = 10 ฝั่งด้านนี้ 11

274
00:23:20,508 --> 00:23:22,661
เป็นจริงหรือเป็นเท็จ เป็นเท็จ เมื่อมันเป็นเท็จนะคะ แล้วก็สามารถ

275
00:23:22,661 --> 00:23:26,661
บอกแล้วก็หาค่าความจริงได้ มันจะต้องมาอยู่ใน

276
00:23:28,407 --> 00:23:32,407
กลุ่มไหน ในกลุ่มประพจน์ เราก็

277
00:23:36,220 --> 00:23:40,220
ลอกประโยคนี้เลยนะคะ ข้อ 1 ใส่ช่องนี้

278
00:23:40,857 --> 00:23:44,672
ช่องประพจน์แล้วใส่ค่าความจริง เมื่อกี้เรา

279
00:23:44,672 --> 00:23:48,672
หาได้แล้ว ค่าความจริงเป็นเท็จนะคะ แล้วก็วงเล็บหลังประโยคนะคะ วงเล็บหลังประโยค

280
00:23:53,124 --> 00:23:57,124
แล้วก็เขียนเท็จนะคะ หรือต่อไปนักเรียนจะเห็นสัญลักษณ์ถ้าเมื่อไหร่ข้อความนั้น

281
00:24:00,440 --> 00:24:03,174
มันมีค่าความจริงเป็นจริง เขาจะใช้สัญลักษณ์

282
00:24:03,174 --> 00:24:07,174
ตัว T ใหญ่แทน ถ้าสมมติ

283
00:24:11,283 --> 00:24:12,968
ปุ๊บ เขาจะใช้ตัว T เป็นค่าความจริง แต่ถ้าดูแล้วประโยคนี้มันเป็นเท็จ

284
00:24:12,968 --> 00:24:16,968
มันเป็นเท็จ เขาจะใช้ภาษาอังกฤษตัว F

285
00:24:22,702 --> 00:24:24,107
ตัวนี้เขียนแทนคำภาษาไทย

286
00:24:24,107 --> 00:24:26,871
นะคะ จริง ตัว T เท็จ F นะคะ รู้แล้วนะข้อแรก

287
00:24:26,871 --> 00:24:30,871
มันจะอยู่ในช่องเป็นประพจน์

288
00:24:31,024 --> 00:24:35,024
ค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จนะ เมื่อกี้ที่นักเรียนบอก

289
00:24:42,246 --> 00:24:43,464
ไม่จริงนะคะ ก็คือเท็จ เพราะว่า

290
00:24:43,464 --> 00:24:47,464
ฝั่งหนึ่ง 10 อีกฝั่งหนึ่ง 11

291
00:24:49,992 --> 00:24:53,992
มันไม่ใช่นะคะ มันไม่ใช่ความจริง ข้อ 2

292
00:24:57,346 --> 00:25:01,346
ห้าม ดูประโยคเลยนะ คำนี้ ห้ามไว้ก่อนเลยนะคะ ห้ามเล่น

293
00:25:05,466 --> 00:25:07,639
โทรศัพท์เวลาพบหมอ เป็นประโยคอะไร ห้าม

294
00:25:07,639 --> 00:25:11,639
ประโยคอะไรลูก

295
00:25:14,486 --> 00:25:16,822
ประโยคอะไรเมื่อกี้

296
00:25:16,822 --> 00:25:20,822

297
00:25:23,854 --> 00:25:27,854
ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ

298
00:25:28,268 --> 00:25:32,268
คำว่า "ห้าม" นะลูก มันเป็น

299
00:25:35,104 --> 00:25:37,087
คำสั่ง นี่คำสั่ง มันเป็นประโยคปฏิเสธ เพราะฉะนั้น

300
00:25:37,087 --> 00:25:41,087
มันจะต้องเป็นหรือ

301
00:25:46,290 --> 00:25:50,290
ไม่เป็นประพจน์นะคะ มันจะไม่เป็นประพจน์ เพราะมันไม่ได้อยู่ใน 2 ประโยคนี้ มันไม่ได้อยู่ใน 2 กลุ่มนี้

302
00:25:50,793 --> 00:25:52,710
เป็นคำสั่ง ห้าม ต้อง

303
00:25:52,710 --> 00:25:56,710
พวกนี้นะคะ เป็นคำสั่ง

304
00:25:56,817 --> 00:26:00,531
ประโยค

305
00:26:00,531 --> 00:26:04,531
ที่ 2 เอาไปใส่ไหนลูก เอาไปใส่

306
00:26:10,573 --> 00:26:14,573
ช่องข้างบน หรือช่องนี้ บนหรือล่าง เอามาใส่ช่องข้างล่าง ก็คือไม่เป็นประพจน์

307
00:26:18,453 --> 00:26:21,505
เมื่อไหร่ก็ตามที่มันไม่เป็นประพจน์ มันจะหาค่าความจริง ก็คือตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น

308
00:26:21,505 --> 00:26:25,505
นักเรียนก็ค่าความจริงตอบไม่ได้

309
00:26:26,506 --> 00:26:30,506
ตรงนี้ มาใส่วงเล็บนะคะ ข้างหลังประโยค หลังจากที่

310
00:26:33,804 --> 00:26:37,804
เขียนลงไปแล้วนะคะ เอาค่าความจริงที่มันตอบไม่ได้

311
00:26:37,944 --> 00:26:41,944
มาต่อท้ายประโยคนี้ โอเคไหม ข้อ 3 ครูเชาวนีสอนวิชาคณิตศาสตร์จริงไหมลูก

312
00:26:43,558 --> 00:26:47,558
ครูเชาวนี ครูปิ๊กนี่ ครูนี่ สอนวิชาคณิตศาสตร์

313
00:26:51,822 --> 00:26:55,822
ใช่ไหม ใช่ มันหาข้อความจริงได้

314
00:26:56,115 --> 00:27:00,115
มันเป็นจริง เพราะฉะนั้น อยู่ไหนคะ ประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์

315
00:27:04,780 --> 00:27:05,407
ถูกต้อง ก็เอาประโยคนี้นะคะ มาใส่ช่อง

316
00:27:05,407 --> 00:27:09,407
ประพจน์และใส่ค่าความจริงเป็น

317
00:27:09,467 --> 00:27:10,001
จริงนะคะ ก็คือตัว T สุดท้าย

318
00:27:10,001 --> 00:27:14,001
ช่วย ประโยคที่ 4 ช่วยยกของ

319
00:27:22,466 --> 00:27:25,191
ให้ครูหน่อย คำว่า "ช่วย" เป็นประโยคอะไร ประโยคขอร้อง ถามว่าขอร้องนะคะ มันใช่ไหมนี่

320
00:27:25,191 --> 00:27:29,191
ขอร้องมันอยู่นี่

321
00:27:33,167 --> 00:27:37,167
แสดงว่าถ้าเป็นประโยคขอร้องไม่ใช่ประพจน์แล้ว

322
00:27:39,689 --> 00:27:42,931
ถูกไหม พอไม่ใช่ประพจน์นะคะ มันหาค่าความจริง

323
00:27:42,931 --> 00:27:46,806
ไม่ได้ ลูกเอาไปใส่ช่องไหน บนหรือล่าง

324
00:27:46,806 --> 00:27:50,806
ไม่เป็นประพจน์นะคะ พอไม่เป็นประพจน์ ค่าความจริง

325
00:27:51,944 --> 00:27:55,130
ก็คือตอบไม่ได้ โอเคนะ

326
00:27:55,130 --> 00:27:58,522
เดี๋ยวนักเรียนนะคะ เอา...

327
00:27:58,522 --> 00:28:02,522
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัดอันนี้ ใส่ลงไปของตัวเอง

328
00:28:09,770 --> 00:28:12,658
อันนี้เข้าใจไหมคะ ที่ครูอธิบาย เข้าใจนะคะ ประโยคทางซ้ายมือนี่ 4 ประโยคนี้

329
00:28:12,658 --> 00:28:16,658
เอามาใส่ในช่องกรอบนี้ให้ถูกต้อง โอเคไหม

330
00:28:17,651 --> 00:28:21,651
เวลานักเรียนเขียนนะคะ ให้นักเรียนเขียนตั้งแต่ข้างบน

331
00:28:26,673 --> 00:28:29,701
ลงมาข้างล่าง เสร็จแล้ว ประพจน์ตรงนี้ สมุดน่ะ ลูกอาจจะเขียนไม่พอ ให้ลูก

332
00:28:29,701 --> 00:28:31,624
เลื่อนนะคะ กรอบนี้ลงมาต่อท้าย

333
00:28:31,624 --> 00:28:35,624
ลงมาต่อท้ายนะ แล้วค่อยเอาประโยคลงไปใส่ โอเคนะ

334
00:28:40,768 --> 00:28:41,738
ถามไหม มีใครสงสัยหรือเปล่า โอเค เริ่มทำ

335
00:28:41,738 --> 00:28:45,738
เลยนะคะ

336
00:57:20,762 --> 00:57:24,762
ลูก ๆ คะ ตัวนี้ประโยค

337
00:57:25,467 --> 00:57:29,467
ในจอนะคะ ครูปิ๊กเฉลยให้แล้ว ทุกคน

338
00:57:31,827 --> 00:57:32,221
ตอบถูกไหม ตอบถูกหรือเปล่า ดูนะคะ

339
00:57:32,221 --> 00:57:36,221
ตัวนี้คือตัวที่ลูก ๆ ได้ฝึกและช่วย

340
00:57:38,084 --> 00:57:42,084
กันคิด แต่โจทย์ที่ครูปิ๊กเขียนบนกระะดานนะคะ

341
00:57:44,417 --> 00:57:46,102
10 ข้อด้วยกัน ครูจะให้นักเรียนออกมา

342
00:57:46,102 --> 00:57:48,411
ออกมาทำทีละคน ทำ

343
00:57:48,411 --> 00:57:52,411
ทีละคนนะคะ มีทั้งหมด 10 ข้อ เรามี 4 คน เพราะ

344
00:57:56,420 --> 00:57:56,734
ครูปิ๊กจะแบ่งให้คนละ 3 ข้อ

345
00:57:56,734 --> 00:58:00,003
ไม่ใช่สิ

346
00:58:00,003 --> 00:58:04,003
2 คนได้ 3 อีก 2 คนได้ 2 ข้อนะคะ

347
00:58:08,432 --> 00:58:12,432
ดูนะ ดูที่กระดานนะคะ

348
00:58:15,615 --> 00:58:19,615
ดูตัวอย่างก่อน ประโยคที่ครูปิ๊กให้มา

349
00:58:20,430 --> 00:58:24,430
วันนี้เป็นวันอะไร ดูนะ ดูพี่ล่ามนะคะ แล้วก็ดูภาษามือ วันนี้

350
00:58:25,662 --> 00:58:28,826
เป็นวันอะไร มันหาคำตอบ

351
00:58:28,826 --> 00:58:30,733
ได้ไหม ลูก

352
00:58:30,733 --> 00:58:34,733
มันตอบเป็นวันนะคะ

353
00:58:34,949 --> 00:58:38,949
จันทร์ วันอังคาร วันพุธ มันไม่ได้ตอบ

354
00:58:44,438 --> 00:58:48,046
ว่าจริงหรือไม่จริงใช่ไหม เพราะฉะนั้น อันนี้ค่าความจริงเป็นอะไรคะ

355
00:58:48,046 --> 00:58:52,046
พี่อายออกมาเขียนข้อ 1

356
00:59:04,382 --> 00:59:08,382
เพื่อน ๆ ดูนะว่าอายทำถูกหรือเปล่า

357
00:59:19,030 --> 00:59:23,030
ใช่ พี่อายบอกว่าค่าความจริง

358
00:59:24,077 --> 00:59:28,077
ตอบไม่ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ค่า

359
00:59:32,465 --> 00:59:36,465
ความจริงมันตอบไม่ได้ เป็นประพจน์ ตอบได้ทันทีเลยนะคะ ว่าไม่เป็นประพจน์

360
00:59:48,467 --> 00:59:52,467
ทีนี้ดูข้อ 2 นะคะ ให้อายทำต่อไป ข้อ 2

361
00:59:56,474 --> 01:00:00,474
นักเรียนดูนะคะ ประโยคนี้ ว้าว สวยจัง มันหา

362
01:00:00,958 --> 01:00:04,958
คำตอบได้ไหม หาคำตอบได้ไหมอาย

363
01:00:05,998 --> 01:00:09,791
ตอบไม่ได้นะคะ

364
01:00:09,791 --> 01:00:13,791
เป็นหรือไม่เป็นประพจน์ลูก

365
01:00:26,301 --> 01:00:30,301
ต่อไปข้อที่ 3 ของอายนะคะ ทำข้อนี้นะลูก

366
01:00:32,914 --> 01:00:36,126
1 ปี มี 12 เดือน

367
01:00:36,126 --> 01:00:40,126
1 ปี มี 12 เดือน

368
01:00:43,757 --> 01:00:46,913
จริงหรือเปล่า จริงไหม หาคำตอบได้ไหมลูก

369
01:00:46,913 --> 01:00:50,779
1 ปีมี 12 เดือนจริงหรือเปล่า

370
01:00:50,779 --> 01:00:54,779
จริงไหมคะอาย จริง เพราะฉะนั้น ค่าความจริง ก็คือ

371
01:00:57,360 --> 01:01:01,360
จริงนะคะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราหาค่าความจริงได้

372
01:01:02,083 --> 01:01:03,929
นะคะ หาค่าความจริงได้ มันก็คือ

373
01:01:03,929 --> 01:01:07,929
ประพจน์นะคะ ประโยคนี้เป็นประพจน์

374
01:01:09,799 --> 01:01:13,799
เก่งมากนะคะ อายตอบถูกทั้ง 3 ข้อเลย

375
01:01:16,998 --> 01:01:20,998
ปรบมือให้เพื่อนหน่อย ต่อมา เชิญค่ะ ออกมาผู้โชคดี

376
01:01:21,309 --> 01:01:24,408
ได้ 3 ข้อ ดูนะ ประโยคนี้

377
01:01:24,408 --> 01:01:28,408
นะคะ ข้อนี้ ห้ามใช้โทรศัพท์

378
01:01:32,549 --> 01:01:34,664
เวลาไปพบหมอ

379
01:01:34,664 --> 01:01:38,664
ตอบได้ไหม

380
01:01:40,310 --> 01:01:44,310
ตอบได้ไหมคะ ออกมาเขียนเลย

381
01:01:50,055 --> 01:01:54,055
อายดู

382
01:01:55,926 --> 01:01:59,926
ของตัวเองด้วยนะคะ ที่เฉลยว่าถูกไหม

383
01:02:04,244 --> 01:02:06,973
ให้ตรวจของตัวเอง ใช้ปากกาแดงตรวจได้เลยนะคะ

384
01:02:06,973 --> 01:02:10,923
เมื่อมันตอบไม่ได้

385
01:02:10,923 --> 01:02:14,923
มันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ลูก ไม่เป็นประพจน์ ถูกต้อง

386
01:02:27,310 --> 01:02:31,035

387
01:02:31,035 --> 01:02:35,035
ข้อที่ 2 นะคะ ของหนูนะลูก ขอที่... ข้อนี้นะ

388
01:02:39,054 --> 01:02:41,288
ดูนะ ยังไม่เสร็จนะ

389
01:02:41,288 --> 01:02:42,374
10 x 2 = 20

390
01:02:42,374 --> 01:02:46,374
มันหาคำตอบ

391
01:02:52,635 --> 01:02:56,635
ได้ไหมลูก จริงหรือไม่จริง 10 x 2 ได้เท่าไรคะ

392
01:03:05,837 --> 01:03:09,837
คูณ ไม่ใช่บวก คูณลูก

393
01:03:15,473 --> 01:03:16,066
คูณ การคูณ 10 x 2

394
01:03:16,066 --> 01:03:18,642
เป็นเท่าไร

395
01:03:18,642 --> 01:03:22,642
เท่าไรนะ เป็น 20

396
01:03:24,483 --> 01:03:28,483
10 x 2 = 20 จริงหรือไม่จริง

397
01:03:30,017 --> 01:03:30,159
จริงไหมลูก จริง

398
01:03:30,159 --> 01:03:34,159
จริง เขียนลงไป

399
01:03:48,946 --> 01:03:52,946
เมื่อมันมีค่าความจริง เพราะฉะนั้น เป็นหรือไม่เป็นประพจน์

400
01:04:00,592 --> 01:04:04,592

401
01:04:14,731 --> 01:04:18,731
ข้อสุดท้ายของหนูแล้วลูก 9

402
01:04:20,736 --> 01:04:24,736
ดู ๆ ๆ พี่ล่าม 9 เป็นจำนวน

403
01:04:28,979 --> 01:04:31,145
คี่ 9 นี่เป็นจำนวนคี่ ค่าความจริงเป็นอะไร

404
01:04:31,145 --> 01:04:35,145
จำนวนคี่นะคะ

405
01:04:36,394 --> 01:04:40,394
9 นี่มันเป็นจำนวนคี่ใช่ไหม

406
01:04:44,907 --> 01:04:48,907
9 มันหาคู่ไม่มีใช่ไหม

407
01:04:51,204 --> 01:04:55,204
ลูก เพราะว่าลูกเอามือ... เอานิ้วมือขึ้นมาทั้งหมด 9 นิ้วใช่ไหม

408
01:04:56,228 --> 01:05:00,228
ลูกก็สามารถจับคู่ให้มันได้นะ

409
01:05:01,935 --> 01:05:05,650
ทีละ 2 นะ จับคู่ไป อันนี้ได้ 1 แล้วนะ 2 3 4 มีอยู่ 4 คู่ แต่อีกนิ้วหนึ่ง

410
01:05:05,650 --> 01:05:09,650
มันเหลืออยู่ลูก มันไม่มีคู่ เพราะฉะนั้น มันเป็น

411
01:05:10,813 --> 01:05:13,266
จำนวนคี่ จริงหรือไม่จริง

412
01:05:13,266 --> 01:05:17,266
จริงหรือไม่จริง จริงนะคะ มาเขียน

413
01:05:37,801 --> 01:05:41,801
ไม่ต้องตื่นเต้น

414
01:05:47,322 --> 01:05:49,420
ให้เพื่อนเขียนเสร็จก่อน ออกมาเลย

415
01:05:49,420 --> 01:05:53,420
เก่งมากลูกไป

416
01:05:54,547 --> 01:05:56,058
ดูพี่ล่ามดี ๆ นะ ประโยคนี้

417
01:05:56,058 --> 01:05:59,297
ใคร

418
01:05:59,297 --> 01:06:03,297
ใครลืมกระเป๋า

419
01:06:06,115 --> 01:06:10,115
ตอบเป็นจริงหรือไม่จริงได้ไหม

420
01:06:13,458 --> 01:06:15,722

421
01:06:15,722 --> 01:06:19,722
อันไหนลูก จริง ไม่จริง ตอบไม่ได้

422
01:06:21,803 --> 01:06:22,875
อันไหน ใครลืมกระเป๋า

423
01:06:22,875 --> 01:06:26,875
มันเป็นประโยคคำถาม

424
01:06:27,713 --> 01:06:31,713
นะคะ เป็นประโยคคำถาม เราต้องตอบ

425
01:06:36,300 --> 01:06:40,300
มีใครนะคะ อาจจะเป็นของอายนะคะ หรือเป็นของวิว หรือเป็นของครูปิ๊ก

426
01:06:42,270 --> 01:06:46,270
เป็นของใครก็ได้ เพราะฉะนั้น เราตอบไม่ได้ว่ามันเป็นจริง

427
01:06:52,526 --> 01:06:54,151
หรือมันไม่จริง ใครลืมกระเป๋า เราจะเลือกอันไหน

428
01:06:54,151 --> 01:06:58,151
จริง เท็จ ตอบไม่ได้ อันไหนลูก ตอบไม่ได้นะคะ เขียน

429
01:07:11,315 --> 01:07:15,315
เมื่อไหร่ก็ตาม เมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริง

430
01:07:21,206 --> 01:07:23,209
มันตอบไม่ได้นะลูก เมื่อไหร่ก็ตาม

431
01:07:23,209 --> 01:07:26,046
ที่มันตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันจะไม่เป็นประพจน์ใช่ไหม

432
01:07:26,046 --> 01:07:28,484
มีทางเลือก

433
01:07:28,484 --> 01:07:32,484
อยู่ทางเดียวเท่านั้นถ้าตอบไม่ได้ ก็คือไม่เป็นประพจน์

434
01:07:36,045 --> 01:07:37,990
นะคะ อันนี้ตอบได้แล้วนะ

435
01:07:37,990 --> 01:07:41,990
ไม่เป็นประพจน์นะคะ เดี๋ยวมาเขียนลงไปเลย

436
01:07:59,539 --> 01:08:02,522
ข้อต่อมานะคะ

437
01:08:02,522 --> 01:08:06,522
1 สัปดาห์ ดูนะ

438
01:08:09,057 --> 01:08:10,876
1 สัปดาห์ มี 7 วัน

439
01:08:10,876 --> 01:08:14,876

440
01:08:15,827 --> 01:08:19,827
1 สัปดาห์มี 7 วัน ถามว่าค่าความจริงเป็น

441
01:08:25,230 --> 01:08:25,940
เท็จ หรือตอบไม่ได้

442
01:08:25,940 --> 01:08:29,940
ตอบอะไรลูก ตอบไม่ได้แล้วเหรอ จะ

443
01:08:34,012 --> 01:08:38,012
ตอบอะไร

444
01:08:38,240 --> 01:08:42,240
จริงนะคะ เป็นจริง

445
01:08:47,334 --> 01:08:49,861
ก็เอาเขียนลงมาตรงนี้

446
01:08:49,861 --> 01:08:53,861
เมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริงเป็นจริง

447
01:09:02,833 --> 01:09:05,907
หรือเป็นเท็จ มันก็คือประพจน์นะ เขียนลงไปเลย

448
01:09:05,907 --> 01:09:09,907
บิว ต่อไปของบิวแล้วลูก เหลืออีก 2 ข้อ

449
01:09:20,730 --> 01:09:24,730
สุดท้าย วิวจะต้องเป็นคนทำนะ เชิญค่ะ ดูพี่ล่าม ดูพี่ล่าม ดูประโยคนี้นะคะ

450
01:09:25,437 --> 01:09:29,437
ไปเดินเล่น

451
01:09:30,308 --> 01:09:34,308
กันไหม

452
01:09:34,532 --> 01:09:38,532
มันจะตอบว่าอะไร ตอบว่าจริง มีเพื่อนมาชวน

453
01:09:42,885 --> 01:09:46,885
ไปเดินเล่นกันไหม เธอก็ตอบว่าจริง

454
01:09:51,813 --> 01:09:55,813
เท็จ อย่างนี้เหรอ ใช่ไหม อันไหนหรือว่าตอบไม่ได้ ภาษามือสิลูก ไม่ชี้

455
01:09:56,996 --> 01:10:00,996
เดี๋ยวพี่... คำว่า "จริง" "เท็จ

456
01:10:06,570 --> 01:10:07,606
" กับ "ตอบไม่ได้" อันไหน เอามาชี้ก็ได้ ตัวไหน

457
01:10:07,606 --> 01:10:11,606
จริงเท็จกับตอบไม่ได้ ถูกไหมเพื่อน ๆ

458
01:10:11,838 --> 01:10:15,838
ถูกไหม ไม่ถูก

459
01:10:15,911 --> 01:10:19,911
อาย ช่วยเพื่อนหน่อย มันคืออะไรลูก ไป

460
01:10:21,448 --> 01:10:25,000
เดินเล่นกันไหม มีค่าความจริงไหม

461
01:10:25,000 --> 01:10:29,000
ครูให้เลือกอยู่ 3 Choice เลือกอันไหนคะ จริง เท็จ ตอบไม่ได้

462
01:10:35,984 --> 01:10:39,771
อันแรกคือจริง อันที่ 2 คือ เท็จ อันที่ 3 คือ ตอบไม่ได้ ประโยคนี้

463
01:10:39,771 --> 01:10:43,621
ไปเดินเล่นกันไหม อันไหน ตอบไม่ได้ ไป

464
01:10:43,621 --> 01:10:46,647
ไปเขียน

465
01:10:46,647 --> 01:10:50,647
อายต้องช่วย

466
01:11:00,197 --> 01:11:04,197
อธิบายเรื่องประโยคให้เพื่อนด้วยนะลูก

467
01:11:11,544 --> 01:11:15,544
เมื่อตอบไม่ได้ปุ๊บ มันก็คือไม่เป็น

468
01:11:18,975 --> 01:11:22,975
ประพจน์นะคะ

469
01:11:50,054 --> 01:11:54,054
ข้อสุดท้ายนะคะ ข้อสุดท้ายแล้ว

470
01:12:00,486 --> 01:12:02,656
ดูพี่ล่าม ดูพี่ล่าม ประโยคนี้

471
01:12:02,656 --> 01:12:06,656
ช่วยเปิดประตูด้วย

472
01:12:06,782 --> 01:12:10,782
มันเป็นประโยค

473
01:12:13,714 --> 01:12:17,714
อะไร ช่วยนะลูก ช่วย มันเป็นประโยคขอร้อง

474
01:12:19,865 --> 01:12:21,544
เพราะฉะนั้น เลือกอันไหนคะ มันมีค่าความจริงไหม

475
01:12:21,544 --> 01:12:25,544
มันมีค่าความจริงหรือเปล่า

476
01:12:27,534 --> 01:12:30,679
ถูกต้องนะคะ ตอบไม่ได้

477
01:12:30,679 --> 01:12:34,662
มันเป็นประโยคขอร้องนะคะ

478
01:12:34,662 --> 01:12:38,662
เป็นประโยคขอร้อง

479
01:12:49,958 --> 01:12:53,958
เมื่อมันตอบไม่ได้ปุ๊บ

480
01:13:00,937 --> 01:13:04,937
เมื่อมันตอบไม่ได้ปุ๊บเลยนะลูก คือ มันหาคำตอบไม่ได้

481
01:13:06,352 --> 01:13:10,352
มันจะไม่เป็นประพจน์นะคะ มันจะไม่เป็นเลย เพราะฉะนั้น เขียนไม่เป็นประพจน์ เดี๋ยว

482
01:13:11,001 --> 01:13:14,237
ลงมาต่อไปโยคนี้นะคะ

483
01:13:14,237 --> 01:13:18,237
หมดแล้ว วันนี้เราทำแบบฝึกนะคะ

484
01:13:19,047 --> 01:13:23,047
จากที่ช่วยกันคิด แล้วก็ที่ลูก ๆ ออกมาเขียน

485
01:13:24,990 --> 01:13:28,990
อันนี้เป็นประโยคง่าย ๆ นะคะ นักเรียนสงสัย

486
01:13:32,904 --> 01:13:34,973
มีคำถามไหมคะ มีคำถามไหม

487
01:13:34,973 --> 01:13:37,114
เข้าใจไหม เข้าใจนะ เข้าใจมาก

488
01:13:37,114 --> 01:13:41,114
หรือน้อยลูก เข้าใจนี่ ไม่รู้ว่ามากหรือน้อย

489
01:13:44,322 --> 01:13:48,322
ใช่ไหม อันนี้เป็นเรื่องใหม่นะสำหรับเรา

490
01:13:50,186 --> 01:13:51,487
ครูเข้าใจนะคะ บางทีเราเรียนภาษาไทยมา เราไม่ได้เรียน

491
01:13:51,487 --> 01:13:54,394
เรื่องของโครงสร้างประโยคต่าง ๆ บางครั้งภาษามือ

492
01:13:54,394 --> 01:13:58,394
กับการเขียนประโยคนะคะ มันจะไม่เหมือนกัน ลูก

493
01:13:59,418 --> 01:14:03,418
ต้องมาอ่าน แล้วทำความเข้าใจกับประโยคที่ครูเขียน

494
01:14:06,497 --> 01:14:09,822
ครูก็พยายามเขียนประโยคที่มันสั้น ๆ นะคะ เพื่อที่จะ

495
01:14:09,822 --> 01:14:13,495
ให้นักเรียนเข้าใจ วันนี้เรามาสรุปกันเลยนะคะ ความหมายของประพจน์นะ

496
01:14:13,495 --> 01:14:17,495
วัตถุประสงค์ข้อแรกของเรา จากที่เราเรียน

497
01:14:21,528 --> 01:14:23,480
จากที่เราเรียนมา อย่างเพิ่งเขียนลูก ดูนะคะ

498
01:14:23,480 --> 01:14:26,155
อย่าเพิ่งเขียนนะ วันนี้จากที่เราเรียนมาจากเรื่องของ

499
01:14:26,155 --> 01:14:28,639
ประพจน์นะคะ ความหมายเขาคืออะไร

500
01:14:28,639 --> 01:14:32,639
ประพจน์นะคะ คือ ประโยค

501
01:14:33,607 --> 01:14:37,607
หรือว่าข้อความก็ได้นะคะ ที่อยู่ในรูปของประโยค

502
01:14:40,049 --> 01:14:41,323
บอกเล่า หรือประโยคปฏิเสธ ที่มีค่า

503
01:14:41,323 --> 01:14:44,410
ความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

504
01:14:44,410 --> 01:14:48,410
อย่างใดอย่างหนึ่งนะคะ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

505
01:14:53,402 --> 01:14:53,760
อันนี้คือความหมายของประพจน์ ทีนี้

506
01:14:53,760 --> 01:14:57,760
วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ที่ครูให้ลูก ๆ

507
01:14:59,828 --> 01:15:03,828
จำแนกนะคะ หรือบอกว่าประโยคนี้เป็นประพจน์

508
01:15:04,025 --> 01:15:08,025
หรือไม่เป็นประพจน์ได้ ที่นักเรียนทำแบบฝึกมา

509
01:15:09,047 --> 01:15:13,047
ในตัวอย่างที่ครูพาทำนี่ 4 ข้อนะคะ ที่อยู่ในกรอบกับที่อยู่บนกระดาน 10 ข้อ

510
01:15:15,596 --> 01:15:17,619
นักเรียนพอเข้าใจไหม ว่า

511
01:15:17,619 --> 01:15:21,619
วิธีการ สรุปว่ามันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์

512
01:15:28,065 --> 01:15:32,065
นะคะ มีอยู่ 2 ขั้นตอน แค่นั้นเองลูก เราจะต้องไปดูโครงสร้างของประโยคนะคะ ว่าเป็นประโยค

513
01:15:32,372 --> 01:15:36,123
บอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ ถ้าเป็นประโยคอย่างอื่นปุ๊บ

514
01:15:36,123 --> 01:15:40,123
ไม่ใช่ประพจน์แล้ว ตัดออกไปเลย

515
01:15:41,830 --> 01:15:45,830
แต่ทีนี้ ถ้ามันเป็นประโยคเล่าหรือประโยคปฏิเสธนะคะ มันมีค่า

516
01:15:51,861 --> 01:15:55,861
ความจริง มีอยู่ 2 ค่าเท่านั้น คือ เป็นจริง กับ เป็นเท็จ อันนี้สรุปได้เลยว่ามันเป็นประพจน์นะคะ

517
01:15:58,160 --> 01:16:00,179
เข้าใจนะ นักเรียนให้นักเรียนเขียนคำตอบนะคะ

518
01:16:00,179 --> 01:16:04,179
บนกระดานลงไปในสมุดของตนเอง แล้วก็

519
01:16:09,617 --> 01:16:13,617
บันทึกสรุปความหมายของประพจน์นะคะ ลงไป

520
01:16:14,007 --> 01:16:15,610
ที่สมุดของตัวเอง โอเคนะ

521
01:16:15,610 --> 01:16:19,610
เชิญค่ะ

522
01:33:09,470 --> 01:33:13,470
ค่ะ วันนี้เวลาหมดแล้วนะคะ

523
01:33:17,683 --> 01:33:19,222
เดี๋ยวไปเรียนวิชาของคุณครูอะไรเอ่ย

524
01:33:19,222 --> 01:33:20,322
ต่อไปเรียนวิชาของใคร วิชาอะไร

525
01:33:20,322 --> 01:33:24,322
ต่อไปเรียนกับใคร กับครูกิ๊บนะคะ

526
01:33:27,951 --> 01:33:31,951
โอเค

527
01:33:40,492 --> 01:33:44,492
เวลาหมดแล้ว เดี๋ยวเก็บของก่อนนะ

528
01:33:45,257 --> 01:33:49,257
เก็บของให้เรียบร้อย เก็บเก้าอี้ เก็บโต๊ะนะคะ ให้เป็น

529
01:33:51,758 --> 01:33:55,758
ระเบียบ เราเจอกันอีกครั้งสัปดาห์ต่อไปนู้นเลยนะคะ

530
01:34:00,498 --> 01:34:04,498
สัปดาห์หน้าครูไม่อยู่นะคะ ครูไม่อยู่

531
01:34:05,690 --> 01:34:09,690
เพราะฉะนั้น สัปดาห์ต่อไปอีก แล้วเพื่อน ๆ  ก็กลับมาจากแข่งกีฬา

532
01:34:10,073 --> 01:34:12,775
เรียบร้อยแล้วนะ เดี๋ยวเรามาเรียนด้วยกัน โอเค

533
01:34:12,775 --> 01:34:16,775
ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ

534
01:34:18,799 --> 01:34:22,799
น้องล่ามมากนะคะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

