--- title: การอ่าน คิด พัฒนาชีวิต (บ่าย) 270766 ปลา subtitle: date: วันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2566 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับผม ทบทวนอีกครั้ง วันนี้มีปืนยาวยี่ห้อ ราคาต่อบอลหน้าแดงหลังเขียวนะครับ ไหนลองฟังดูนะคะ ถ้าได้นะคะ ตัวนี้จะรีบออกไปนะครับ สักเท่าไรครับ คันที่ 14 ปอนด์นะครับ ประมาณครั้งที่ 1 ผมขอบคุณครับ ทดสอบปืนกระบอกนี้นะครับ เรียบร้อยนะครับ ตบ Magazine (เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ ฝั่งล่ามได้ยินเสียงชัดเจนนะครับ สวัสดีครับ ฝั่งล่ามได้ยินเสียงชัดเจนใช่ไหมครับ (เจ้าหน้าที่) สวัสดีค่ะ ล่ามได้ยินเสียงไหมคะ เหมือนตอนนี้ ไม่ได้ยินเสียงล่ามค่ะเดี๋ยว กำลังแก้ไขนะคะ แล้วก็ระหว่างนี้ ก็รอท่านอาจารย์ด้วยค่ะ เดี๋ยว... ตอนนี้อาจารย์กำลังเดินทางมานะคะ รอสักครู่ค่ะ (เจ้าหน้าที่) ทดสอบค่ะ ตอนนี้ล่ามได้ยินไหมคะ ทดสอบค่ะ ตอนนี้ล่ามได้ยินไหมคะ ตอนนี้อาจารย์มาแล้วนะคะ (ล่าม) ล่ามไม่ได้ยินเลยค่ะ อาจารย์ได้ยินไหมคะ อาจารย์ลองพูดอีกทีได้ไหมคะ ถ้าเกิดว่าได้ยินเสียงล่ามนะคะ ถ้าอาจารย์ได้ยินไหมคะ อาจารย์ได้ยินไหมคะ ล่ามไม่ได้ยินล่ามยังไม่ได้ยินเลยค่ะ ได้ยินแต่เสียงโทรศัพท์เข้านะคะ แต่ไม่ได้ยินเสียงอาจารย์ ทำไมเสียง... (เจ้าหน้าที่) ทดสอบค่ะ ล่ามได้ยินไหมคะ รบกวนอาจารย์ลองพูดอีกครั้งได้ไหมคะ ไม่ได้ยิน ไม่ได้ยินค่ะ ไม่ได้ยินเลยค่ะ (ผศ.ดร.กาญจนา) สวัสดีค่ะ (ล่าม) โอเคค่ะ ได้ยินแล้วค่ะ รบกวนอาจารย์พูดดังกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ (ผศ.ดร.กาญจนา) สวัสดีค่ะขออภัยนะคะ วันนี้ช้านิดหนึ่ง พอดีมีประชุมด่วนนะคะ ต้องเตรียมงาน (ล่าม) ค่ะ ได้ยินค่ะ อาจารย์ ขออาจารย์พูดดังกว่านี้นิดนึงนะคะ จะได้แล้วเนาะ (ผศ.ดร.กาญจนา) อย่างที่ครูบอกไปนะคะ ว่าเราจะมีหนังสืออยู่ 3 เล่มด้วยกัน ที่เราใช้หลัก ๆ เลยคือเราใช้เล่มนี้นะคะ เล่มนี้จะมีเนื้อหาอยู่ 5 บท แล้วก็เดี๋ยวครูจะเพิ่มนะคะ ครูมีเพิ่มเข้ามาอีกประมาณ 3 บทนะคะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเพิ่มเข้ามาอีก 3 บท สำหรับเพื่อนนะคะ ทีนี้เพื่อนที่เป็นเด็กตานะ เดี๋ยวครูอาจจะต้องขออนุญาตนะคะ ให้น้องเอาหนังสือนะคะ กลับไปก่อนนะแล้วก็อาจจะขอให้เจ้าหน้าที่นะคะ ช่วยถ่ายภาพ แล้วก็ถ่ายภาพก็ทำเป็น Google เอกสารนะคะ ถ่ายรูปแล้วแปลข้อความจากในรูปให้กลายเป็นตัวอักษร เป็นWord นี่จะง่ายนะคะ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงบทที่ 1 ก็คือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องของการนะคะ ทุกคนเปิดไปบทที่ บทที่ 1 นะคะ เปิดไปที่บทที่ 1 นะ ในสไลด์ที่ครูจะอธิบายในวันนี้นะคะ อาจจะไม่ได้ครบทุกหัวข้อควรจะเลือกเฉพาะประเด็นที่สำคัญสำคัญ และจะเสริมให้นะคะ ในหัวข้อ หรือในประเด็นที่มีความทันสมัย และมีความเป็นปัจจุบันนะคะ อาจจะมีบางข้อในเอกสารนะคะ ที่เราไม่เห็นตรงกันมีเพิ่มเติมให้นะคะ มันเป็นครูเพิ่มเติมเข้าไปให้นะ ที นี้มาดูนะคะ ว่าอันดับแรกเลย การอ่าน เป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของผู้เรียน ผู้เรียนเพื่อที่จะไปเป็นครูภาษาไทย คุณต้องรู้ว่าคุณครูที่เป็นครูสอนภาษาไทยนั้น เขาจะต้องมีความสามารถนะคะ ที่จะไปสอนเด็กในด้านต่าง ๆ ถ้าหากว่าวิชาภาษาไทยนะคะ จะจัดจำแนกนะคะ ตามสาระการเรียนรู้ เราแบ่งออกเป็นกี่สาระนะคะ เราแบ่งออกเป็นกี่สาระ สาระที่ 1 มาก่อนเลย ก็คือสาระการอ่านค่ะ สาระที่ 1 ก็คือสาระการอ่าน สาระที่ 2 ก็คือการเขียน สาระที่ 3 การฟัง ดูและพูด สาระที่ 4 คือ คืออะไรคะ หลักภาษา และสาระที่ 5 คือวรรณคดีและวรรณกรรม 5 สาระนี้ เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทย คุณครูภาษาไทยทุกท่าน ต้องรู้เรื่องนี้ ว่าที่คุณครูอย่างพวกเรา ก็ต้องรู้เรื่องนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ในวิชาที่เราเรียนกันในวันนี้ คือวิชาการอ่าน การคิดนะคะ เพื่อพัฒนาชีวิตนี่นะคะ เราจึงจำเป็นต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับการอ่านให้มาก เพื่อที่เราจะได้ไปออกแบบการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน ให้ผู้เรียนของเราอ่านได้ อ่านคล่องและอาจเป็นนะคะทีนี้ ในเรื่องของการอ่านนั้น มีความหมายว่าอย่างไร การอ่าน เป็นกระบวนการอะไรคะ การส่งหรือการรับสารนะ กระบวนการอะไร กระบวนการรับสาร การรับสารมีกี่แบบคะ นอกจากการอ่านแล้ว การรับสารอีกอันหนึ่ง คือการอะไรนะลูก การฟัง การดูและการฟังกับการดูเป็นการรับการรักษา ในทีนี้รับสารผ่านอะไรนะคะ อ่านต้องทำหน้าที่แปลความหมายของอะไรคะ ตัวอักษรออกมาเป็นความคิด ในกระบวนการอ่าน ก็จะมีการคิดอยู่ในทุกขณะ ดังนั้น หากผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจกับตัวอักษรที่ผู้เขียนสื่อออกมา ก็จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการอ่านได้ โดยที่การอ่านนั้น จะต้องใช้เทคนิควิธีการอ่าน หรือการทำให้การอ่านมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงจะทำให้สิ่งที่อ่านนั้น มันมีประโยชน์มันมีคุณค่าและบรรลุวัตถุประสงค์ของการอ่าน ต่อไปนะคะ ในเรื่องของการอ่านนั้นนะคะ ทักษะการอ่านนะคะ หรือว่า Reading skill นะคะ นักศึกษาดูนะคะ ฝั่งซ้ายนะคะ ฝั่งซ้าย กับฝั่งขวา ให้สังเกตก่อนว่ามันมีความเหมือน หรือความแตกต่างกันอย่างไร ลองอ่านดูคร่าว ๆ ก่อนนะคะ มันมีอะไรเป็นจุดร่วมกันอยู่ดูสิ อันนี้ไม่มีในหนังสือแต่ครูเพิ่มมาให้ เพื่อเห็นถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างการอ่านกับอะไรคะ การคิด ฝั่งซ้ายมือคือทักษะการอ่าน ส่วนฝั่งขวามือคือทักษะในการคิด 2 สิ่งนี้ต้องเป็นอย่างไรคะลูก ไปด้วยกันควบคู่กันไป ฝั่งซ้ายก็บอกว่าการอ่านนั้น คือการแสวงหาความรู้ การค้นหาคำตอบใช่ไหมคะ นี่คือวัตถุประสงค์ของอะไรคะ ของการอ่านนะคะ และในฐานะของความเป็นครู เวลาที่เราอ่าน 1. วัตถุประสงค์ที่เกิดขึ้น ก็คือเราอาจจะนำไปใช้เพื่ออะไรลูก ไปตรวจผลงานของนักเรียน หมายถึงอะไรด้วยคะ ทำความเข้าใจเนื้อหานะคะ หาความรู้เพิ่มเติม รวมไปถึงการรับรู้วิทยาการหรือความรู้ใหม่ ๆ ด้วย ในขณะที่ฝั่งขวามือนะคะ ฝั่งขวามือ ขณะที่ฝั่งขวามือนะคะ ฝั่งขวามือของเรา เราบอกว่าการฝึกทักษะการคิดในลักษณะต่าง ๆ นี่คือลักษณะของการคิดที่เกิดขึ้น ในขณะที่เรากำลังอ่านอยู่นะคะ การกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่เราอ่าน มันทำให้เกิดอะไรขึ้นด้วย เกิดความคิดสร้างสรรค์ด้วยนะคะ การทำให้เห็นมุมมองที่หลากหลาย จริงหรือไม่ เวลาเราอ่านมันเปิดโลกเรา มันเปลี่ยนความคิดเราด้วยใช่ไหมคะ และการอ่านนั้นนะคะ ทำให้เกิดทักษะการคิดในลักษณะที่ทำให้ผู้อ่านนั้น เกิดทักษะในการปรับตัว พอรับข้อมูลใหม่เข้าไป ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการอ่านนั้น ก็ทำให้เราได้ทบทวน ใคร่ครวญ แล้วปรับข้อมูลที่เรามีอยู่ ให้มันทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์นะคะ มันทำให้เกิดทักษะในการคิดเพื่อปรับตัวด้วยนะคะ ทีนี้นะคะ ขั้นตอนของการอ่าน ในหนังสือของเราบอกว่ามีอ่านได้กับอ่านเป็นนะคะ อ่านได้นั้นนะคะ ก็จะเป็นลักษณะของการอ่านพื้นฐานทั่วไป ส่วนการอ่านเป็นอ่านอย่างมีวิจารณญาณ อ่านแล้วเกิดความคิดสร้างสรรค์ แต่ในที่นี้ครูขอเพิ่มเติมให้นิดหน่อยนะคะ ขอเพิ่มให้นิดหนึ่งนะคะ ว่าถ้าหากว่าเรานะคะ จะแบ่งแยกกระบวนการอ่านนะคะ ออกเป็น 4 ขั้นตอนนะคะ มันจะละเอียดขึ้น 4 ขั้นตอนที่ว่านี้ คืออะไรนะคะ อันที่ 1 นะคะ ก็คือการอ่านออก อ่านได้ หรืออ่านออกเสียงได้ถูกต้อง ถ้า 1 รู้จักพยัญชนะ สละ วรรณยุกต์ 3 อย่างนี้ มาผสมกันเข้ากลายเป็นคำใช่ไหมคะ อ่านคำแล้วก็มีการใส่อันนี้เข้าไป ก็จะกลายเป็นการประสมคำใช่ไหมคะ มาแจกลูก ก็ยังมีตัวสะกดนะ แต่ถ้าผสมคำว่าคือมีตัวสะกดด้วย พยัญชนะนะคะ ถ้าในขั้นที่ 1 รู้สระรู้พยัญชนะรู้วรรณยุกต์ การแจกลูก อ่านประสมคำได้ แสดงว่าผ่านกระบวนการอ่านในขั้นที่ 1 อ่านออกอ่านได้นะคะ อันที่ 2 นะคะ อ่านเข้าใจ การเข้าใจคืออะไร อ่านเข้าใจ ก็คือเห็นคำวลี ข้อความ ประโยคนะคะ อ่านสิ่งเหล่านี้แล้วสามารถที่จะสรุปความได้ ข้อความนี้เขากล่าวถึงอะไรก็พูดถึงอะไร ก็มานะคะ ในขั้นที่ 3 แล้วจะอ่านได้อ่านเข้าใจแล้ว ขั้นที่ 3 คืออ่านแล้วต้องใช้ความคิดในการวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นในทางขัดแย้งด้วย เห็นด้วยกับผู้เขียนได้อย่างถูกต้องนะคะ อย่างมีเหตุผลด้วย ฉะนั้น นอกเหนือจากอ่านได้ อ่านเข้าใจ ก็จะต้องอ่านแล้ววิเคราะห์ได้เช่นเดียวกัน ขั้นสูงขึ้นมาหน่อยแล้วนะคะ ขั้นสูงขึ้นมาแล้วอ่านเป็นแบบนี้ เขาเรียกว่าอ่านเป็นแล้วนะคะ อ่านเป็น เพราะฉะนั้นในสุดท้ายเลยค่ะ เห็นไหม มันตรงนี้มันก็จะสอดคล้องกับแนวคิดของบลูม และก็อย่างที่ครูได้เคยยกตัวอย่างไปเมื่อครั้งก่อน ว่าหากต้องการให้ผู้เรียนนะคะ หรือแม้แต่คุณครูอย่างเรานี่นะคะ ประสบความสำเร็จในการอ่านขั้นสูงสุดนะคะ นั่นก็คือจะต้องสามารถนำความรู้จากการอ่าน ไปประยุกต์ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ได้ อ่านแล้ว เอาไปทำอะไรต่อ อ่านแล้วจบแค่นั้นใช่ไหม อ่านแล้ววิเคราะห์วิจารณ์ได้อย่างเดียว แต่ยังไม่ได้ทำให้เกิดความสร้างสรรค์ขึ้น ก็ยังถือว่าไปไม่ถึงขั้นที่ 4 ซึ่งเป็นขั้นสุดยอด ขั้นสูงสุดของการอ่าน หรือเป็นขั้นสูงสุดของการเรียนรู้ของมนุษย์นะคะ ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม ดังนั้นเขาบอกว่าผู้ที่อ่านได้และอ่านเป็น จำเป็นจะต้องอะไรคะ ใช้กระบวนการทั้งหมดในการอ่าน ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการอ่านนั้นนะคะ ด้วยวิธีการอะไร ด้วยการถ่ายทอดความหมายของตัวอักษรออกมาเป็นความคิว และจากการคิดนะคะ ความคิดที่ได้จากการอ่านนะคะ เอามาผสมผสานกันกับประสบการณ์เดิม จากนั้นนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ค่ะ นี่คือสิ่งที่คาดหวัง และเป็นสิ่งที่... แนวทางนะ ถือว่าเป็นแนวทางนะคะ ของผู้ที่เรียนนะคะ แล้วก็สามารถที่จะนำความรู้จากการอ่านนะคะ เอาไปใช้ประโยชน์ได้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง คำถามค่ะ คราวนี่เข้าสู่เนื้อหาแล้วนะคะ เข้าสู่เนื้อหา นักศึกษานั่งตัวตรง ๆ ใครนั่งเอนจะถือว่าง่วงนะคะ แสดงว่าเรามีอาการเริ่มง่วงแล้ว ตัวตรง ๆ นะคะ หายใจลึก ๆ นะคะ มองไม่เห็นหน้าครูไม่เป็นไร แต่ฟังเสียงนะคะ ฟังเสียงครูนะ ทุกคนดูที่กระดานนะคะ ข้างบนนี้นะ กระดาน ครูไม่แน่ใจว่ามันขึ้นจอได้หรือเปล่า ด้วยใช่ไหมคะ ตัวนี้มีหน้าจอของตัวเองนะ OK งั้นดูที่หน้าจอนะคะ จอโปรเจคเตอร์ข้างหน้านี้นะคะ นะคะ เห็นอะไรลายมือเป็นรูปของอะไรคะ ต้นไม้ใช่ไหมคะ ตัวอักษรไทยที่หมายถึงต้นไม้ตัวนี้ออกเสียงว่าอย่างไรคะอะไรนะลูก ชอ-เชอ คะเอาให้แน่ ๆ หรือ ชอ-กะ-เชอ ใครว่า ชอ-เชอ ยกมือ ยังดังสูง ๆ ใครว่า ชอกะเชอ ยกมือยกสูงเอามือลงค่ะ คำนี้นะคะ ตัวอักษรตัวนี้พยัญชนะตัวนี้เราออกเสียงว่า ชอ-กะ-เชอ ดังนั้น ใครที่ออกเสียงว่า ชอกะเชอ เปลี่ยนทัศนคติโดยด่วน เราออกเสียงว่าชเธอเป็นภาษาเขมรแปลว่าต้นไม้เห็นไหมคะ ตัวอักษรประกอบกับรูปต้นไม้อยู่ สืิ่งนี้บ่งบอกว่าสิ่งนี้คือต้นไม้เชียงใหม่นะคะ ออกเสียงใหมว่าเป็นตัวชกำลังรีเช็คอยู่ว่าความรู้เดิมที่เรามีเกี่ยวกับการอ่านมันเป็นอย่างไรนะคะ ก็มานะคะ ฝั่งนี้ค่ะ เพราะเห็นรูปของอะไรคะ ขวามือพระพุทธเจ้าใช่ไหมคะ ตอนที่พระพุทธเจ้าก่อนที่พระองค์ท่านนะคะ อยากจะรู้นะคะ เป็นพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่นะคะ จะมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาต่าง ๆ นะคะ ที่จะต้องมีการสำเร็จขั้นหนึ่งเหมือนกันสำเร็จขั้นหนึ่งเหมือนกันนะคะ ท่านนั้นเราเรียกว่าท่าน เป็นพระอะไรนะ อะ-ระ-หัน หรืออรหันต์นะ อะระหัง อรหันต์ หรืออะไรวอะไรหารยกมือถ้าสูงเอามือลงอรหันต์ยกมือเอามือลงค่ะ ฟังนะคำนี้นะคะ ถ้าหากต้องการหมายถึงพระพุทธเจ้า หรือหมายถึงผู้ที่สำเร็จมรรคผลนะคะ สำเร็จมรรคผลนะคะ เราเรียกว่าพระอะระหันต์ แล้วอรหันต์ต้องมีตัวอะไรการันต์ด้วย มีตัว ต เต่าการันต์ส่วนอรหันต์ อรหันต์ ไม่มี ต เต่า การันต์ หมายถึงสัตว์จำพวกหนึ่งในเทพนิยาย ถ้าเราออกเสียงผิดอ่านผิดความหมายเปลี่ยนไหมคะ ความหมายเปลี่ยนทันที พราะฉะนั้น 2 คำนี้ถ้ายังอ่านผิด ทั้ง 2 คำ เราจะต้องฝึกตัวเองในเรื่องของการอ่านให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้นนะคะ ต่อไป จริง ๆ แล้วนะคะ ครูมีบทร้อยกรองมีปัญหาเรื่องของครูภาษาไทยนะคะ ที่เราจะต้องฝึก ก็คือเราออกเสียงคำควบกล้ำนะคะ ค่อนข้างที่จะลำบากนะคะ อาจจะไม่คล่อง ไม่ใช่เฉพาะคนอีสานนะคะ คนไทย ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้นะคะ ก็มีปัญหาเรื่องนี้ทั้งหมดฉะนั้นในฐานะของคุณครูภาษาไทยเราจำเป็นจะต้องฝึกทักษะการอ่านออกเสียงนะคะ ของเราด้วย คำถามนะคะ นักศึกษาที่ตอนนี้นะคะ นักศึกษานะคะ ที่ไม่ใช่เด็กหูนะนะคะ อาจจะมองไม่เห็นนะคะ งั้อย่างนไม่เป็นไรนะคะ อาจช่วยกันนะคะ เพื่อน ๆ ช่วยกันทุกคนออกเสียงพร้อมกันนะคะ ชัดไหมคะ เห็นภาพชัดไหมหนังสือก็ได้นะลูก มีในหนังสือ หนังสือก็มีค่ะ บทนี้หนังสือทุกคนเปิดดูหนังสือก็ได้ค่ะ ตัวอย่างบทนี้นะคะ อยู่ในหนังสือหน้า 18 ค่ะ หน้า 18 ค่ะ เพื่อน ๆ นะคะ ออกเสียงควบกล้ำนะคะ หรือครูจะให้อ่านทีละคนดีนะ ครูเปิดให้นะคะ อ่านเรื่องแม่กลอยนะคะ แม่กลอย บทแม่กลอย แม่กลอยเป็นลูกพ่อกลิ้ง แม่กล่อม อ่านเลยค่ะ มีรูปร่างกลมกลึง ท่าทางปราดเปรียว มีอารมณ์ครึกครื้น ชอบครวญเพลงอยู่เป็นประจำ เธอก็ไม่ใช่คนกรีดกราย ชอบพลิกแพลงปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรสอาหาร มาปรนเปรอพ่อกลิ้ง แม่กล่อม เสียจนตัวกลม เธอนั่งทำอย่างเพลิดเพลินไม่เคร่งเครียด บางครั้งบางคราว เธอก็นำขนมไปถวายพระ ที่วัดพลับพลา ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ บ้าน ฝึกอะไรได้คะอันนี้ ฝึกคำควบกล้ำ มีอยู่ 4 หรือ 5 บทนะคะ ในหนังสือนะคะ จริง ๆ บทนี้เอาไปฝึกให้นักเรียนนะคะ ฝึกการออกเสียง ร เรือ ล ลิง ได้ดีเลยแหละนะคะ หรือแม้แต่เรื่องกบาล นายกบิลใช่ไหมคะ เรื่องอะไรนะ ยายเฮียงก็มีใช่ไหมคะ มีหลายเรื่องเลยนะคะ โอเคนะคะ ถ้าครูขอข้ามไปนะคะ ข้ามไป เดี๋ยวเราไปฝึกต่อนะคะ ต่อไปนี้ ก็มีหนังสือเช่นเดียวกันค่ะ ในหน้าอกเท่าไหร่ 1959 นะคะ บทนี้ค่ะ 19 บทแรกนะคะ ครูตั้งชื่อว่าเรื่องแม่แพรวก็แล้วกันนะคะ แม่แพรว ทุกคนอ่านออกเสียงพร้อมกัน เมื่อกี้เป็นร้อยแก้ว คราวนี้เป็นร้อยกรองนะคะ พร้อมกัน เขา... เอาใหม่ เอาใหม่ เมื่อกี้นี้ยังมีความอยู่นะคะ เขาขวนขวายว่าความเรื่องงามหน้า เอาใหม่ 1 23 ควายตาสาเพชรยายพริ้ง วิ่งตาขวาง ฝ่ายแม่แพรว ลูกยายพร้อมไม่ยอมวาง ถือขวานรางไขว่คว้าไล่ล่าควาย วิ่งเวียนวนสวดจนจวน อ่านชัด ๆ ร้องเพลงหาเชือกคล้อง ของง่าย เลี่ยงคล้ำถลำกาย ถูกจับได้เพราะแม่แพรว แกล้วกล้าจริง เราจะสังเกตได้ว่าคำต่าง ๆ ที่อยู่ในบทร้อยกรองนี้ ฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ ร เรือ ล ลิง และมีอะไรอีกตัวหนึงว แหวน ใช่ไหมคะ อักษรควบ ได้แก่คำว่าอะไรบ้าง คะ คำว่า "ควาย" ใช่ไหมคะ ขนขวาย นะคะ เขามาฝากคำว่าอะไรอีกโลก ความใช่ไหมคะ คำว่า "ควาย"ใช่ไหมคะ ขวัญไวคว้าควาย นอกนั้นก็เป็น ล ลิง ใช่ไหมคะ รอเรือหลักในการอ่านนะคะ เมื่อกี้การอ่านออกเสียงการอ่านออกเสียง เวลาอ่านหนังสือเวลาที่เราสอนอ่านหรือ ที่เราจะอ่านหนังสือนี่ นะ เราจะต้องมีหลักการปัญหาหนึ่งที่พบมาก ๆ เลย สำหรับการอ่านของคนไทย ก็คือเรื่องของการที่เราไม่รู้ว่าคำไหน เป็นคำมาจากภาษาต่างประเทศ ถ้าเป็นคำมาจากภาษาต่างประเทศ มันจะมีวิธีการอ่านที่ไม่เหมือนกับภาษาไทยแท้ ๆ นี่ไงเหตุผลว่าทำไม เราถึงต้องมาเรียนประเภทหรือลักษณะของคำไทยแท้ คำไทยแท้เป็นคำประเภทไหนลูก คำเดียว โดด ๆ สะกดที่ไม่ตรงมาตรา ให้อนุมานหรือเดาไว้ก่อนเลยว่าเป็นคำที่มาจากภาษาอะไร ต่างประเทศ ถ้ามันเข้าหลักเกณฑ์ ว่ามีรอหัน รอหันกลุ่มพยัญชนะ ซึ่งอยู่ในภาษาอะไรลูก รอหัน ภาษาสันสกฤตนะคะ จะได้เป็นภาษาบาลี ก็จะมีพยัญชนะก็เรียกว่าพยัญชนะต้น กับมีตัวนำ มีพยัญชนะต้นกับพยัญชนะตาม มีตัวสะกด ตัวตาม ขออภัยมีตัวสะกดและมีตัวตาม เช่น ก ไก่ กับ ข ไข่ ใช้คำว่าทุกข์ คำว่า "ทุกข์" เห็นไหมคะ หนูก็ถูกแล้วมีขอไข่การันต์มีตัวการันต์ตามนั่นแหละหลักของบาลี เป็นหลักภาษาบาลี เพราะฉะนั้นนะคะ ที่เป็นปัญหาตอนนี้สำหรับการอ่านของคนไทย ก็คือเราไม่รู้ว่าอันไหนคือคำสมาส อันไหนคือสมาสแบบมีสนธิ ดูนะคะ ก็บอกว่าเรามักจะท่องจำว่าสมาสคือการสนธิ คือการเชื่อมใช่ไหมคะ แล้วสมาสกับสนธิ มันคือวิธีการสร้างคำในภาษาไทย สมาส สนธิ คือ วิธีการสร้างคำในภาษาไทย แต่วิธีการสร้างคำไม่มีวิธีสนธิ เขาเรียกว่าวิธีสมาส วิธีสมาสแบบปกติ กับสมาสแบบมีสนธิ 2 อย่างนี้ต่างกันอย่างไร ดูนะคะ คำภาษาบาลีสันสกฤต มาเรียงต่อกันตามปกติเรียงต่อกันเลยนะคะ เราจะเรียกว่า "คำสมาส" เช่นอะไรบ้าง เห็ด กับคำว่า คำว่ากิจก่ออิฐจอจานจอง ไม่ใช่ ออิฐเด็กถ้าอย่างนั้นถ้าก่ออิฐบล็อกอิฐเป็นคำภาษาอะไรลูกภาษาไทยใช่ไหมคะ เช่น คำว่าอะไรคะ ประกิตใช่ไหมคะ เป็นภาษาไทย จ จาน เดาได้ว่าเป็นภาษาอะไรคะ ภาษาบาลีสันสกฤตมาเรียงกัน บาลีกับบาลีบาลีกับสันสกฤต หรือสันสกฤตกับสันสกฤต มาเรียงกัน ก็จัดว่าเป็นอะไรได้ คำสมาสได้เช่นเดียวกันนะคะ คำว่า "โฆษณา" ยอมรับกับครูมาว่าใครอ่านว่า "โฆษณา" อ่านว่าอะไรคะ โฆษณานะคะ ถามว่าตอนนี้ไปเปิดดูในพจนานุกรมสิ ว่าโฆษณาให้อ่าน โฆษณา ได้หรือยังบอกว่ายังนะคำนี้อ่านว่าอะไรอยู่นะคะ โฆษณานะคะ คำว่า "ฉัตรมงคล" ค่ะ เพราะมันมีคำว่า "ฉัตร" กับคำว่า "มงคล" มาเรียงต่อกัน หลักการอ่านคำสมาส เมื่อนำคำมาเรียงต่อกันจะต้องมีสระอะอยู่ตรงกึ่งกลางพยางค์ กึ่งกลางเสียงของทั้งสองคำนั่นเองนะคะ กิจวัตร โฆษณา ฉัตรมงคล หรือแม้แต่คำว่า "ญาติ" กับคำว่า "วงศ์" ก็ต้องมีอะไรด้วยคะในเมื่อมันมีสติกำกับอยู่ก็ต้องออกเสียงอะไรด้วย รายละเอียดด้วยก็เป็น ญาติวงศ์ ประมาณค่ะ นำมาเรียงกันแล้วมีการเชื่อมเสียงสระเข้าด้วยกัน แบบนี้เราเรียกว่าคำสมาสแบบนี้สนธิ ไม่ใช่คำสนธิ ราจะไม่เรียกว่าคำสนธินะคะ เราจะเรียกว่าวิธีการสร้างคำแบบสร้างคำสมาสแบบมีสนธิ สนธิหมายถึงการเชื่อมนะคะ สนธิที่หมายถึงการเชื่อม เช่นคำว่าอะไรบ้าง คำว่า พุทธโอวาส ถ้าเป็นสมาสแบบปกติ รวมกันจะอ่านว่าพระโอวาท แต่ถ้าหากว่าเป็นสมาสแบบนี้สนธิ เอาเสียงโอเลื่อนมากลืนตัว ธ ธงค่ะ เอาเสียงโอเลื่อนมาเกินตัว ธ ธงนี้ก็จะกลายเป็นคำว่า พุทโธ หรือคำว่า นกับคำว่าอิศวรถ้าหากว่าเป็นสมาสปกติก็จะเป็นน่ารักสวนใช่ไหมคะ แต่ที่นี้เมื่อมีการสนธินะคะ สมาสแบบมีสนธิ นริศวร ไปสวนต้องเลื่อนดิมาคลุมเครือนักเรีย นร เรือ ก็จะกลายเป็น นริศศวร ในภาษาบาลีสันสกฤต รายละเอียดกับกะเอเป็นสระเดียวกัน กลายเป็นจากนเรศวร ก็กลายมาเป็นนเรศวร หรือคำว่า นร กับคำว่า อิน ถ้าเป็นสมาสแบบมีสนธิ เอาเสียงอินมากลืน ร เรือ ก็จะกลายเป็นคำว่า "นรินทร์" นะค ต่อไป วิธีการอ่านคำสมาสนะคะ วิธีการอ่านคำสมาสอ่านอย่างไรนะคะ วิธีการอ่านคำสมาสนะคะ เขาบอกว่าอันที่ 1อ่านตามหลักเกณฑ์ค่ะ เวลาอ่านนั้น จะต้องอ่านออกเสียงคำที่สมาสกันนะคะ ไม่มีเสียงต่อเนื่องกันด้วยนะคะ คำว่าอะไร เช่นคำว่า แพทย์ กับคำว่า ศาสตร์ ปกติแล้วคำว่าเพศอยู่คำเดียวเดี๋ยวมียอยักษ์การันต์ใช่ไหมคะ โทรถามนิดนึงเข้าใจคำว่าการันต์กับไม้ทัณฑฆาตว่ายังไงคะการันต์คืออะไร ธนาคารคืออะไร อธิบายให้ครูฟังหน่อย จบภาษาไทยมา จบม 6 มาต้องทราบแล้วล่ะว่าการันต์กับทัณฑฆาตแตกต่างกันอย่างไร ครูถามนะ ก็ถามใครดี ถามเราก็ได้คุณหัวหน้ า ทัณฑไม่มีลูกค้าถามค่ะ ทัณฑฆาตกับการันต์แตกต่างกันอย่างไรคะ ทัณฑฆาตกับการันต์ มีใครทราบไหม มีใครทราบไหม ได้ไหมคะ นี้นะถ้าอย่างนั้นนะคะ มาฟังนะคะ ในคำว่า "แพทย์" ยกตัวอย่างในคำว่า "แพทย์" กรรมการในคำว่า "แพทย์" แปลคำว่า "แพทย์" ถ้าปกติแล้วในคำว่า "แพทย์" นั้นนะคะ จะมียอยักษ์การันต์เนาะนะคะ จะมีไหมก็อาจจะมีเครื่องหมายกำกับอยู่บนยอยักษ์เครื่องหมายที่กำกับอยู่บน ย ยักษ์ นะคะ หรือเครื่องหมายที่กำกับอยู่บนตัวเรือน [ภาษาต่างประเทศ] าดนะคะ ตัวนี้ ทุกคนดูสปอร์ตที่ครูชี้ไปนะคะ ตรงนี้นะ ตัวนี้เราเรียกว่าเรียกว่าอะไรนะ การันต์ค่ะ ใช่หรือ ตัวนี้เราเรียกว่าไม้ทัณฑฆาตต ตัวนี้เราเรียกว่าไม้ทัณฑฆาต ส่วนตัว ร เรือตัวนี้นะคะ ตัวนี้เราเรียกว่าตัวการันต์ ตัวการันต์คือพยัญชนะส่วนทัณฑฆาต คือเครื่องหมายค่ะ โอเคนะคะ นะคะ เข้าใจตรงกันนะลูกนะ พยัญชนะนะคะ เราเรียกว่าตัวการันต์ ถ้ามันมีเครื่องหมายไม้ทัณฑฆาตกำกับอยู่ ตัวพยัญชนะ ก็คือเรียกว่าตัวการันต์ ถูกทัณฑฆาตกำกับไว้ มันก็เลยเป็นไงคะ ออกเสียงไม่ได้ ตัวการันต์นั้นจึงไม่สามารถเปล่งเสียงได้นะจ๊ะ ต่อไปนะคะ ทุกคนอ่านนะคะ อ่านนะตัวนี้นะคะ เวลาอ่านให้อ่านเสียงด้วยนะคะ เอาไม้ทัณฑฆาตออกไปแล้ว เดิมที ย ยัก มันกลายเป็นตัวการันต์ใช่ไหมคะ อยู่คำเดียวเดี๋ยวคำว่า "แพทย์" นี่ ยอยักษ์เป็นตัวการันต์นี้เอาออกไปแล้วจึงเป็นอะไรคะ ยังไม่ใช่ตัวการันต์อีกต่อไป อ่านออกเสียง นะคะ ก็คือเสียงอะเนะอ่านว่าแพทยศาสตร์สัตวแพทย์ ประวัติศาสตร์ มัธยมศึกษา เวลาใครอ่านมัธยมศึกษาอย่าไปหัวเราะเยาะเขานะ เขาอ่านถูกแล้วนะคะ เขาอ่านถูกแล้ว ที่อ่านมัธยมศึกษานั่นแหละอ่านผิดหลักการ เพราะมันเป็นคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤต มัธยมมะศึกษาเพราะมันเกิดจากการสร้างคำแบบสมาสค่ะ หรือในคำว่า "ประวัติศาสตร์" เสียงอีกตรงกลาง เพราะอะไรเพราะมันเป็นคำสมาส เช่นเดียวกัน กับคำว่าธรรมะศึกษาแต่ปัจจุบันนี้มีการอนุโลม ให้อ่านได้ตามความนิยม แต่ถ้าอ่านให้ถูกต้องตามหลักการ ต้องอ่านแบบไหนคะลูก มีเสียงอะกงสุลกลาง เพราะอะไรเพราะมันเป็นคำที่เกิดจากการสร้างโดยวิธีการสมาส ประถมศึกษา บรรณารักษ์ ไส้อ่อใครอ่านออกเสียงบรรณารักษ์ศาสตร์ไม่ถูกนะคะ บรรณารักษศาสตร์นะคะ เจตคตินะคะ นี่อ่านว่าเจตคตินะคะ เจตภูต 2 คำนี้ต่างกันนะนะคะ เจตคตินะคะ กับเจตภูต ทัศนคตินะคะ ในแบบฝึกของเรา ในหนังสือเรามีหลายคำให้อ่านเลยนะคะ เพราะฉะนั้น ก็ลองอ่านดูนะคะ อันนี้ครูยกตัวอย่างมาให้ดูเฉย ๆ นะ แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางคำที่เป็นคำ ในภาษาบาลีสันสกฤต ถูกยกเว้น ไม่ต้องออกเสียงอะตรงกึ่งกลางพยางค์นะคะ ได้แก่อะไรบ้าง ที่รับการยกเว้นเหล่านั้น ก็คือชื่อจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ในประเทศไทยของเรานะคะ อะไรบ้าง จังหวัดอะไรบ้าง 12 จังหวัดที่ไม่ต้องอ่านแบบคำสมาส อันนี้ไม่มีหนังสือนะ ครููเพิ่มให้นะคะ ครูเพิ่มเติมให้ ไม่เห็นข้อแตกต่างนะคะ จังหวัดอะไรบ้าง จังหวัดอะไรคะ ทุกคนอ่านพร้อมกัน ชลบุรี ชัยนาท ปทุมธานี 12 จังหวัดน ี้ไม่ต้องอ่านตรงกึ่งกลาง ไม่ต้องอ่านว่าชลบุรี ชัยนาท ปทุมธานี ไม่ต้องปทุมแปลว่าดอกบัวใช่ไหมคะ เป็นภาษาบาลี ธานี ก็เป็นภาษาบาลีว่า ฉะนั้นถ้าอ่านตามหลักเกณฑ์ คำสมาสพวกนี้ ต้องมีถึงกลางแต่เรายกเว้นให้นะคะ จังหวัดที่นอกจากนี้นะคะ มันเป็นคำสมาส ก็ต้องอ่านอย่างสมาสด้วย ได้แก่จังหวัดที่ชื่อว่าอะไรคะ ราชบุรี- เพชรบุรี แต่ปรากฏว่าในยุคปัจจุบันนี้ คนก็ยังคงอ่านแบบเดียวกันกับ 12 จังหวัดนี้ กลายเป็นอะไรคะ ราชบุรี เพชรบุรีตามหลักนะคะ จริง ๆ ก็อนุโลมให้แค่ 12 นะคะ อย่างว่าอะไรคะ ราชบัณฑิตเป็นคนกำหนดนะ ผู้ใช้จะใช้หรือไม่ใช้แล้วได้รับความนิยมหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เหมือนคำว่า "คอมพิวเตอร์" ช่วงหน่ึงที่ถูกกำหนดให้มีคำศัพท์บัญญัติว่าอะไรนะ คณิตกรณ์ใช่ไหมคะ แต่ก็ไม่มีคนใช้เหมือนกันกับลักษณะเช่นนี้ล่ะค่ะ อันนี้เขายึดตามหลักการ ว่าถ้ามาจากหลักภาษาแบบนี้ จะต้องอ่านแบบนี้นะคะ เราก็มีหน้าที่ในการเลือกอ่านเลือกใช้ให้เหมาะตามความถูกต้องและก็เหมาะสมกับสถานการณ์นะคะ ต่อมานะคะ ในเรื่องของการอ่านคำสมาสนะคะ มันก็จะมีบางอย่างที่ไม่ใช่คำสมาส ทำไมถึงไม่จัดว่าเป็นคำสมาส ดูสิิยกตัวอย่าง คำว่า "เจ้า" เจ้าเป็นคำไทย หรือเป็นคำต่างประเทศคะ ที่มาของภาษาจึงสำคัญ เจ้า คิดว่าเป็นคำไทยหรือว่าเป็นคำต่างประเทศ คำว่า เจ้า เป็นคำไทย ส่วนคำว่าพุธเป็นคำต่างประเทศไหมคะ นี่ค่ะ หลักตัวสะกดตัวตามอีกอย่างนึงพอทหารกับธงนี่หลักตัวสะกดตัวตามนะคะ ที่เป็นภาษาบาลี บาลีกับภาษาไทยเอามาเรียงรวมกัน จัดว่าเป็นคำสมาสไหมคะ จัดว่าเป็นคำสมาสไหม ไม่ค่ะ เพราะอะไรหลักเกณฑ์ของคำสมาส ก็คือต้องเป็นบาลีกับบาลี บาลีกับสันสกฤต หรือสันสกฤตกับสันสกฤตเท่านั้น ดังนั้น พอมารวมกับคำไทยบา บาลีกับคำไทยเขาไม่ได้ว่าคำสมาส แต่เขาเรียกว่าอะไรแทนคะ เขาเรียกว่าคำประสมค่ะ เขาเรียกว่าคำประสม เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้านะคะ เป็นคำประสม อ่านเหมือนกันกับวิธีการสมาสหรืออย่างในบางคำนะคะ ที่ใช้คำว่านะคะ จริง ๆ แล้วคำว่ากลมคำเดียวนี่ ถ้าอยู่คำเดียวเดี่ยว ๆ นะคะ แล้วไปนำหน้าหน่วยงานหรือองค์กร เราจะไม่ออกเสียงตรงกึ่งกลาง แต่ถ้าหากว่านำหน้ายศ ตำแหน่ง ของคนไทยสมัยโบราณ จะออกเสียงอะไรคะ เสียง อะ เช่นกรมขุน กรมวัง กรมหลวง กรมพระ กรมพระยา หรือกรมธาตุ เข้าใจหลักการนะ เพราะฉะนั้น วิธีการอ่านคำว่ากลมก็ไม่เหมือนกันอีก นี่คือลูกเล่นของการอ่านค่ะ ซึ่งมันมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมากนะคะ อันนี้ยกตัวอย่างให้ดูนะคะ วิธีการอ่านคำที่เป็นคำประสมนะคะ แต่ว่าอ่านแบบคำสมาส อีกตัวอย่างหนึ่ง ก็คือทนกับคำว่า "เม็ด" เม็ดเป็นคำไทยแท้ แต่คำว่าคนเป็นคำภาษาบาลี มันเป็นบาลีแต่ เม็ดเป็นไทยแท้ เพราะฉะนั้น จึงเป็นคำประสมเหมือนกับคำสมาส เช่น กลเม็ด นะคะ นะคะ ไม่ต้องแปลกใจเพราะส่วนใหญ่คนส่วนใหญ่อ่านว่าอะไรคะ คุณค่าแต่จริง ๆ แล้วต้องอ่านว่าคุณนะคะ ไม่ออกข้อสอบนะลูกนะ มีออกข้อสอบเป็นตัวลวงในข้อสอบบรรจุเยอะแยะมากมายเลยค่ะ ข้อสอบภาค ก ภาค ขใครไปทำงานองค์กรต่าง ๆ ทำเมื่อกี้นี่นะคะ ออกข้อสอบบ่อยมาก จำหลักการตัวนี้ให้ดีนะคะ ทุกคนนะคะ ดูตามตัวอย่างแล้วก็อ่านนะคะ อันนี้อ่านว่าคุณทรัพย์ คนละขับคนละความพลเมือง คนละร่ม คนละเรือน สรรพสินค้านะคะ อันนี้อ่านว่าสรรพสิ่งหรืออ่านอีกแบบหนึ่ง คือกันว่าสรรพสิ่งนะคะ เอกสารของเราเรียนหนังสือของเรามีค่ะ เรื่องการอ่านคำพ้องอยู่ในตารางนะคะ อยู่ในตารางนะ อ่านคำพ้อง ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่นักศึกษาจะต้องรู้ว่าการอ่านคำพ้อง มันควรจะมีหลักการอย่างไรนะคะ คำพ้องคืออะไร มีกี่แบบ คำพ้องนะคะ มี 2 แบบด้วยกัน 1 คือพ้องรูป 2 คือของเสียง พ้องรูปคืออะไรคะ เขียนเหมือนกันไหมนะ เขียนเหมือนกัน แต่ออกเสียงไม่เหมือนกัน ส่วนพ้องเสียง คือ ออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนไม่เหมือนกัน ดูนะ มีอะไรบ้าง คำแรกค่ะ คำว่า "กรี" นะคะ กับคำว่า กรรีกะรีนี่คืออะไร ดูจากภาพนี้กรี สวดนี้ค่ะ เห็นอ่านนวดแหลมของกุ้งไหมคะ ส่วนยาวตัวนี้ค่ะ ยื่นออกมานี่เขาเรียกว่าเสียงควบกล้ำว่าวันนี้นะคะ มีค่ะ คำนี้ค่ะ กับอีกอันหนึ่งนะคะ เขียนเหมือนกันแต่ออกเสียงว่า แปลว่าอะไรคะ ช้างค่ะ หรือต่อมานะคะ คำนี้ค่ะ คำว่าปรัก ปรักตัวนี้ถ้าไปเปิดดูในพจนานุกรมนะครับ นะคะนี้มันหมายถึงเครื่องถม เครื่องเงินอะไรบางอย่างนะคะ มีภาหนึ่งนะคะ ออกเสียงว่าปลัดใช้คู่กับคำว่าอะไรคะ หักพัง เพราะฉะนั้น คำว่าปรัก เศษซากใช่ไหมคะ เศษซากที่พังทลายในขณะเดียวกันคำว่าเพลานะคะ เราคือแกนกลางที่ยึดระหว่างล้อของรถใช่ไหมคะ อีกอันหนึ่งเขียนเหมือนกัน อ่านว่าเวลา เพลาคือเวลานั่นเองนะคะ หรือแม้แต่คำนี้ค่ะ คำว่าป คำพ้องรูปออกเสียงได้ 2 แบบคำที่ 1 นะคะ หมายถึงอะไรคะ หมายถึง แย้มผลิ แตกนะคะ คลิปนี้เลยยิ้มแก้มปริ ยิ้มแก้มแทบแตกใช่ไหมคะ ยิ้มแก้มปริ อันนี้หรือแปลว่าน้อยใช่ไหมคะ แตกน้อย ในขณะเดียวกันอีกแบบหนึ่ง คือคำว่าอ่านว่าอะไรคะ ปรินะคะ อ่านว่า ปร ิแปลว่าอะไร แปลว่ารอบ ๆ บริเวณโดยรอบ โดยเห็นได้จากคำว่าอะไรบ้าง ปริมณฑล ปริมณฑลคือรอบ ๆ เมืองหลวง จังหวัดที่อยู่ในปริมณฑลจั งหวัดที่เป็นปริมณฑล คือจังหวัดอะไรบ้างลูก กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง กรุงเทพเป็นมณฑล แต่รอบรอบเมืองหลวง หัวเมืองใหญ่ ๆ นี่ เขาเรียกว่าปริ จังหวัดอะไรบ้าง ที่ขึ้นต้นด้วยสมุทร สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นี่คือปริมณฑล ต่อไปนะคะ คำว่า พลี คำนี้ค่ะ มีอันแรกนะคะ ออกเสียงว่าออกเสียงควบ อันนี้แปลว่าอะไรคะ แปลว่าขอ ส่วนอีกอันหนึ่งอ่านว่า พะ-ลี หมายถึงการมอบให้การอุทิศการบวงสรวง จะเจอบ่อยนายวรรณคดี หรือในเพลงชาติไทยของเราขอถามในเพลงชาติมีเนื้อหาบอกว่า สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติ... ชาติออกเสียงว่าอะไรพลีหรือพะ-ลี เพื่อให้ตรงตามความหมายที่แท้จริง 1 หรือ 2 หรือคะเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลีหรือคะ ถ้าดูตามความหมายตัวนี้ควรจะใช้เป็นปีหรือพะ ลีเป็นอันที่ 2 ค่ะ สละเลือดทุกอย่างเพื่ออุทิศให้กับแผ่นดินนี้ใช่ไหมคะ ไม่ได้สละเลือดขอนะคะ ไม่ได้สละเพื่อขอนะคะ เป็นชาติผลิต ขอชาติไม่ใช่นะคะ แต่มันหมายถึงอะไรลูก หยาดเลือดนี้เพื่อมอบให้กับอะไรคะ พื้นแผ่นดินนะคะ หรือชาติของเราต่อไปนะคะ คำที่คำว่า แหน นะคะ กับคำว่า แหน นะคะ อันแรกอ่านว่าอะไรลูกอ่านว่าอะไรคะ แหน แหน ใช่ไหมขอหน่อยนะคะ กลับอีกอันนึงหอเอนอ่ะแผนอันแรกอ่านแบบอักษรนำ แหนคืออะไรคะ วัชพืชในน้ำใช่ไหมคะ ในขณะที่เห็นตัวนี้คือ หวงแหนนะคะ อันนี้คือคำพ้องรูปนะคะ อันนี้คือคำพ้องรูป นอกจากนี้นะคะ ในเรื่องของคำพ้องเสียง คำพ้องเสียง ครูไม่ยกตัวอย่างเนะ แต่ว่ายกตัวอย่างให้ดูว่าลักษณะของคำพ้องรูปเลยนะคะ มันจะมีปัญหาเรื่องการใช้ ดังนั้น เวลาจะใช้คำพ้องรูป ต้องดูที่อะไรเป็นหลักคะ ดูที่ความหมายของคำเป็นหลักว่าคำนั้นประโยคนั้นนะคะ ในประโยคนะนี่ ต้องการสื่อความหมายว่าอย่างไร เราก็เลือกเอาคำนั้นไปใช้ให้ตรงกับความหมาย ที่ต้องการจะสื่อนั่นเองนะคะ หรือในภาษาเขมรนะคะ ในภาษาเขมร มันจะมีหลักในเรื่องการอ่านคำแผลง คนไทยก็จะมีปัญหาเรื่องนี้นะคะ เรื่องการอ่านคำนะ คำที่มาจากภาษาเขมร เขาเรียกว่าคำแผลงนะ มีวิธีการสร้างคำการแผลง คำอย่างเช่นคำว่า "กราบ" นะคะ เติมอะไรเข้าไปคะ แลงนะคะ แผลง จากอะไรคะ เติมเข้าไปเป็นกำลังกลับนะคะ กำราบเขียนอย่างไรคะ ต้องมี ห นำนะคะ เสียงมีหอนำไม่ต้องขึ้นเสียงสูงขึ้นมาเป็นกรรมอันนี้เป็นอะไรคะ อ่านว่าอะไรคะ อ่านพร้อมกันให้ฟังหน่อย ตำรวจ ตำรับ ดำรัส ดำริ ตำรับ ตำรา คะ บำราบนะคะ เป็นบำราบนะคะ หรืออะไรคะ กด เป็น กำหนด ขลึง เป็น จอดเป็นจะรอดจ่ายเป็นจำหน่าย เสียงเป็นเฉลียงตำหนิเป็นอะไรนะคะ ตำหนิใช่ไหมคะ แต่งเป็นตำแหน่ง ใช่ไหมเกิดเป็นกรรมเนิด ไม่ใช่กำ- เนิดนะคะ กำ -เหนิด นะคะ ต้องมีหอนำด้วยนะคะ หรือแม้แต่การอ่านตัว ฤ มันก็มีหลักการอยู่ เวลาอ่านต้องอ่านให้ถูกต้องนะคะ อะไรบ้าง นะคะ ดูนะรู้ตัว ฤ ค่ะ หรือถอดถุงหางยาวใช่ไหมคะ คือถอดถุงหางยาว ครูเรียกชื่อเล่นมันว่าขอถุงหางยาวเนะนะคะ ถ้ามีสระอาเพิ่มมาอีกนะคะ อาหารยาวเพิ่มขึ้นมาเขาเรียกว่าตัวอะไรคะ ฤา แต่คนไทยไม่ค่อยนิยมใช้นะคะ ถ้าเป็นตัวพอสำเภาหางยาวล่ะคะ ภ สำเภาหางยาว คือ ตัว ฤ แล้วพอสำเภาหางยาวกับสระอาหางยาวคืออะไร คะ นะคะ ตัวรึกับตัวเรือเอาหัวเข้านะคะ เราเรียกว่าตัวหรือน้องจะเท่าหัวออกเป็นตัว ฤ นะคะ ต่อไปดูตามนี้ค่ะ เวลาเราอ่านคำนี้ดูทีนี้ค่ะ ข้อยกเว้นหรือข้อสังเกตกรอบสีแดง ๆ นี้ค่ะ เขาบอกว่าถ้าตัว ฤ เอาไปประสมกับพยัญชนะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คำที่เปล่งเสียงออกมาจะเป็นเสียง่ ริ เช่น มีตัวไหนบ้าง ก ไก่ ต เต่า ท ทหาร ป ปลา ศ อะไรนะ ศ ศาลา อันนี้คือ ว แหวน ด้วยนะคะ ว แหวน ด้วยนะ ก ไก่ ก ไก่ ขออภัย ศ ศาลาและก็อะไรลูก เสือนะคะ อ่างทองดูนะ ก ไก่ ผสมกับ กไก่นะคะ กับถั่วกลายเป็นสระอะไรนะคะ ก็จะกลายเป็นคำว่าทำอะไรคะ ตัวนี้อ่านว่าอะไรคะ ทฤษฎีใดออกเสียงว่าทฤษฎีนะคะ ทฤษฎี ทฤษฎี ตัวนี้เป็นคำราชาศัพท์แปลว่าแผ่นหลัง คือคำว่า คำว่าวิ นะคะ สะ-หริง-คาน นะคะ สะ-หริง-คาน รนะคะ นี้อ่านว่าสลิงขาดนะคะ เป็นอีกนะคะ ส่วนสเสือเช่นคำว่าอะไรบ้าง คำว่าสลิดนะคะ ก็ไปค่ะ ถ้าตัวฤมาประสมกับพยัญชนะดังต่อไปนี้ค่ะ ค ควาย น หนู พ พาน ม ม้า ห หีบ นะคะ จะออกเสียงเป็นอะไรนะคะ เป็น ฤ ค่ะ ออกเสียงเป็น ฤ เช่น คฤหาสน์ นฤมล พฤศจิกายนใช่ไหมคะ มฤตยู หฤทัย หฤหรรษ์ ถ้าเมื่อไหร่ตัว ฤ เป็นพยัญชนะต้นสระเสียเอง เขาจะเปลี่ยนรูป เปลี่ยนเสียงไป ได้หลากหลายเลยค่ะ ได้ทั้งอะไรคะ ได้ทั้งลิได้ทั้งรึ ได้ทั้ง เรอ เช่น ฤทธิ์ ฤดู ูฤทัย ฤกษ์ มีคำหนึ่งที่ครูฟังนักศึกษาพูดแล้วครูรู้สึกว่าเอ๊ะต้องเช็คแล้วแหละว่าน่าจะเข้าใจว่าคำนี้อ่านว่าอย่างไรดูตัวนี้นะคะ หมายถึงอะไรนะ สภาพอากาศใช่ไหมคะ เป็นช่วงเวลาตามสภาพอากาศเขาเรียกว่าฤดูใช่ไหมคะ มีคนหนึ่ง เขาบอกว่าเป็นไข้ทับฤดู ไข้ทับฤดู เข้าใช้คำนี้หรือ ไข้นี้เป็นหน้า 3 เดือน 4 เดือนเลยหรือ เป็นไข้ทีหนึ่ง เป็นเป็นไข้ทับประจำเดือน 3 เดือน 4 เดือนเลยใช่ไหม ไม่ใช่นะคะ ครูเห็นเขียนผิดกันเยอะ คำว่าไข้ทับระดู ร อะ ระ จึงจะหมายถึงเป็นประจำเดือน เป็นอาการป่วยในขณะที่กำลังมีรอบเดือนของสตรี ใช้คำว่าไข้ทับระดู ไม่ใช่ฤดู ความหมายเปลี่ยนนะคะ ไม่เหมือนกันด้วยนะคะ ไม่เหมือนกันนะ ต่อไปนะคะ เรื่องของการแบ่งวรรคตอนก็เช่นเดียวกัน การแบ่งวรรคตอน จะทำให้การสื่อความหมายในการอ่านนั้น ๆ นะคะ เป็นไปอย่างถูก ถ้าแบ่งวรรคตอนไม่ถูก หรือไม่มีการแบ่งวรรคตอน จะทำให้เกิดความสับสน กำกวมขึ้นได้ เช่นประโยคที่ 1 ค่ะ ประโยคที่ 1 นะคะ เลื่อนผิดขออภัย ประโยคที่ 1 นะคะ ประโยคที่ 1 นะพ่อไม่ได้แบ่งวรร พอไม่ได้แบ่งวรรคตอน เขียนติด ๆ กันแบบนี้ อ่านรอบแรก เราเข้าใจความหมายว่าอย่างไรคะ ข้อความนี้ บอกว่าเขาสวมทองเหลืองวาววับ ความหมายของประโยคนี้ ตีความได้กี่ความหมาย 2 ความหมาย ความหมายที่ 1 คืออะไร ของแท้ หรือของปลอมแค่นั้นใช่ไหมคะ ถ้าเขาบอกว่าเขาสวมทองเหลืองวาววับ แสดงว่านี้ของแท้ไหมคะ ของแท้ แต่ถ้าเว้นวรรคสอง ที่คำว่าเขาสวมทองเหลือง วาววับ เว้นเสียงนิดหนึ่ง นี่หมายถึงอะไรลูกทองปลอมไม่ใช่ของแท้นะคะ ไม่ใช่แค่การเว้นวรรคก็ทำให้อะไรลูก ทำให้ความหมายมันเปลี่ยนไป เราต้องดูบริบทของข้อความ ว่าข้อความนั้นมันสื่อถึงอะไร แล้วเราจะต้องเว้นวรรคอย่างไร เพื่อให้คำที่เราอ่านนั้นเป็นไงลูก ตรงตามวัตถุประสงค์ ที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อสารออกมา อันที่ 2 ค่ะ คุณสมัครเข้าร่วมโครงการของเราหรือไม่ ตีได้กี่ความหมายคะเข้าใจความหมายได้กี่อย่าง เข้าใจความหมายได้กี่อย่าง 1 ไม่ได้เจาะจงกับ 2 เจาะจงตัวบุคคล ความหมายที่ 1 คือไม่ได้เจาะจงตัวบุคคล ก็คือคุณน่ะ สมัครเข้าร่วมโครงการของเราหรือเปล่าใช่ไหมคะ ไม่ได้เจาะจงตัวบุคคล แต่ถ้าหากว่าเป็นการอ่านแบบเว้นวรรคตอน คุณสมัคร ได้เข้าร่วมโครงการของเราหรือเปล่า เจาะจงไปที่ใครคะ คนที่ชื่อสมัครที่ 3 ค่ะ ที่ตากอากาศเย็นมาก สมัครอย่างไรคะ เป็นจังหวัดหรือว่าจะเป็นสถานที่ทั่ว ๆ ไป จองว่าเป็นจังหวัดอะไรคะ เป็นจังหวัดตากก็เว้นวรรคอยคะที่ตากอากาศเย็นมาก แบบที่ 2 ที่ตากอากาศเย็นมาก เช่นกันเว้นวรรคใช่ไหมคะ ในการแบ่งวรรคตอน จึงมีความสำคัญต่อการอ่านเป็นอย่างยิ่ง มีตัวอย่างหนึ่งค่ะ 3 วันจากนารีเป็นอื่น คืออะไรคะ ตกลงว่าใครว่าผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย ถ้าแบ่งว่าเป็น 3 วันจาก นารีเป็นอื่น ตำหนิใครคะ ตำหนินารี บอกว่า 3 วันจากนารีเป็นอื่นก็มีใครบ้างตอนนี้ตำหนิผู้ชายใช่ไหมคะ ประโยคหนึ่งได้ค่ะ คนสวยไม่มีปัญหา จะเป็นอย่างไรดีนะ ถ้าเป็นคำขานรับได้ค่ะ คนสวยไม่มีปัญหา น่าจะพูดนะบอกว่าตัวเองเป็นอะไรคะ คนสวยแต่ถ้าบอกว่าได้ค่ะ คนสวยไม่มีปัญหา สรุปแล้วใครสวยคะ ผู่ฟัง ผู้ฟังค่ะ นี่คือแค่การแบ่งวรรคตอนนะคะ ในการแบ่งวรรคตอน เพราะฉะนั้นแล้วนะคะ ในเรื่องการแบ่งวรรคตอนจึงเป็นหัวใจสำคัญอีกเช่นเดียวกันนะคะ ที่ทำให้การอ่านนั้น มีประสิทธิภาพนะคะ แล้วก็สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการอ่านได้เท่านี้นะคะ เราจะเห็นว่าสิ่งที่ในฐานะความเป็นครูนะ เราจะสามารถทำอะไรเพื่อให้ผู้เรียนนะคะ ของเราสามารถที่จะอ่านได้เข้าใจง่าย ๆ นะคะ เป็นไปตามช่วงวัยนะคะ เราจะเอาอะไรไหมก็อ่าน สายขาด มาหรือยังคะ เวลาที่เราจะสอนเด็กค่ะ นักศึกษาน้าสคะ สิ่งที่ทำให้ผู้เรียนนั้นเข้าใจความหมายของคำว่าลี ประโยคและสามารถสรุปความได้นะนี่ เรามีเครื่องไม้เครื่องมือเยอะแยะมากมายค่ะ สิ่งที่เรานำมาให้ผู้เรียนได้อ่านนั้น อาจจะอยู่ในรูปของบทร้องเล่น เจ้ามะนาวโตงเตงจะได้ยินไหมคะ นกเอี้ยง มาเลี้ยงควายเฒ่า ควายกินข้าวนกเอี้ยงหัวโตอย่างนี้ค่ะ จ้ำจี้มะเขือเปราะกะเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น พวกนี้เป็นบทร้องเล่นเป็นบทร้อยกรองสั้น ๆ หรือจะเป็นนิทาน พื้นบ้านเรื่องเล่า หรือถ้าโตขึ้นมาหน่อย อ่านแล้วจะต้องสรุปความได้ เราก็จะใช้อะไรลูก บทความ เพื่อให้ผู้อ่านเป็นไงคะ นักเรียนของเรานี่นะคะ ได้ฝึกทักษะการอ่าน ทำให้เกิดความเข้าใจความหมายของคำวลี ประโยค รวมไปถึงการสรุปคำได้นะคะ ทีนี้นะคะ นอกเหนือจากนี้นะคะ ในฐานะที่เราจะไปเป็นครู เราเองก็คงจะต้องมาฝึกอ่านนะคะ เพื่อให้รู้จักใช้ความคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดอย่างมีเหตุผลได้ อะไรบ้าง ที่เราควรเลือกอ่าน เพื่อทำให้เกิดการบรรลุ นั่นคือวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลได้ ต้องอ่านอะไรดีคะ อ่านข่าว อ่านบทความ อ่านสารคดี อ่านข้อความโฆษณา อ่านแล้วต้องใช้กระบวนการ นั่นก็คืออ่านเพื่อจับใจความ อ่านวิเคราะห์ อ่านประเมินค่า เวลาเราอ่านข่าว อ่านข่าว อันดับแรกเลย ต้องทำ ก็คือจับใจความก่อนว่าข่าวนั้น ใครทำอะไรที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร จากนั้นก็มาทำการวิเคราะห์นะคะ วิเคราะห์ว่าผู้เขียน หรือได้หนังสือพิมพ์นะนี่ ได้ข่าวนะ เนี่ยนะคะ อะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือข้อคิดเห็นนะคะ จากนั้นเราค่อยมาประเมินค่ะ ว่าเราควรจะเชื่อหรือไม่เชื่อ หรือส่วนไหนที่เชื่อถือได้ ส่วนไหนคือความคิดเห็นของผู้เขียนที่เติมเข้าไป นอกจากอ่านข่าวแล้วนะคะ อ่านบทความอ่านสารคดีอ่านข้อความโฆษณา ทั้ง 4 อย่างนี้ เมื่อเราอ่านโดยใช้กระบวนการ ในฝั่งขวามือนี้ มันจะส่งผลทำให้เรารู้จัก ใช้ความคิดในการวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผลได้นะคะ ทีนี้บทถัดไปนะคะ มันจะเป็นเรื่องนี้นะคะ เดี๋ยวครูเกริ่นไว้ตรงนี้ก่อนนะคะ ว่าในเรื่องของการสอนอ่านนะคะ ขอเกริ่นไว้คราวนี้นะคะ ดูในหนังสือนะคะ ดูหนังสือเนาะหนังสือแบบฝึกหัดนะคะ ที่ครูให้นักศึกษาได้ดู นักศึกษาตั้งแต่หน้าเท่าไรนะ เมื่อกี้จะครูบอกไป 20 20 คือการแบ่งวรรคตอนใช่ไหมคะ เขียนลงไปในหนังสือได้เลยนะคะ เขียนลงไปในหนังสือได้เลยนะคะ เพื่อแบ่งวรรคตอนการอ่านใส่เครื่องหมายอะไรดีคะ ใช้เครื่องหมายสแลชนะคะ ใช้เครื่องหมายขีดทับน่ะค่ะ เราจะแบ่งวรรคตอนอย่างไรนะคะ จากการยกตัวอย่างเมื่อกี้ถ้าครูได้พาทำหนังสือนะคะ เปิดหนังสือ 20 ค่ะ ในหน้า 20 หน้า 20 ก่อน เริ่มตั้งแต่หน้า 20 เลยนะคะ หน้านี้เลยนะคะ ตรงนี้ค่ะ เขาให้แบ่งนะคะ ใช้เครื่องหมายในการในการแบ่งวิธีการอ่านจะอ่านอย่างไร แบ่งวรรคตอนอย่างไร สำหรับเพื่อนเด็กตานะคะ เดี๋ยวหนูเข้าไปทำหลังจากนี้นะคะ เดี๋ยวเอาหนังสือนะคะ แล้วก็ให้เพื่อนช่วยก็ได้ค่ะ หน้า 20 เดี๋ยวค่อยช่วยเพื่อนด้วยนะ ถ่ายรูปก็ได้ค่ะ ถ่ายรูปแล้วโยนเข้า Google Drive นะคะ เราก็จะแปลมาเป็นเอกสารนะคะ แล้วอะไรนะ ลูกเพื่อนเขาก็จะได้เป็นไฟล์ Word ค่ะ แล้วเดี๋ยวเขาจะไปทำเป็นเบรลล์ค่ะ เดี๋ยวเพื่อนเขาจะไปทำเป็นเบรลล์นะคะ เป็นอักษรเบรลเออพี่กูถามในกลุ่มนั่นแหละค่ะ ที่กูถามในกลุ่มนั่นแหละว่าสามารถจะเป็น PDF ได้ไหม นะคะ ถ้า pdf ระบบของเบมันจะไม่อ่านเพราะฉะนั้นก็คือต้องแปลงนะคะ ให้มันเป็นบทก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวเขาจะไปแปลงเป็นเบรลลได้ โอเค ลงมือทำได้ เลยค่ะ ลงมือทำได้เลยสำหรับห้องนี้ครูปรับกิจกรรมนิดหนึ่งนะคะ ตรงที่ว่าห้องห้องอีก 3 ห้องนี่ 2 ห้องเขาจะเป็นการอ่านนะคะ เป็นการอ่านออกเสียงนะคะ แต่วันนี้ก็คือเพื่อนนะคะ ให้กับเพื่อน ๆ ในห้องนี้พวกเราก็เขียนนะคะ เป็นลักษณะการเขียนนักเขียนคำนักเขียนคำอ่านแทน แล้วก็แบ่งวรรคก่อน ถ้าคะแนนเท่ากันแล้วไม่มีปัญหานะคะ ถ้าคะแนนเท่ากัน ขออนุญาตแจ้งทางภาษามือ แล้วก็คำบรรยายแทนเสียงนะคะ ตอนนี้อาจารย์ได้แแจ้งว่าเดี๋ยวจะให้นักศึกษาทำแบบทดสอบนะคะ เราก็จะให้นักศึกษานำมาส่งแล้วก็จะหมด หมดการบรรยายค่ะ ขอบคุณทางล่ามภาษามือ แล้วก็คำบรรยายแทนเสียงค่ะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]