﻿1
00:00:05,294 --> 00:00:06,060
(อาจารย์เกวลี) วันนี้เริ่มเลยแล้วกันนะคะ

2
00:00:06,060 --> 00:00:06,894
แต่ก่อน

3
00:00:06,894 --> 00:00:09,711
ที่จะเริ่ม

4
00:00:09,711 --> 00:00:11,586
สัปดาห์หน้า

5
00:00:11,586 --> 00:00:13,821
นะคะ จริง ๆ แล้ว

6
00:00:13,821 --> 00:00:16,658
เราจะต้องเตรียมงานรับปริญญา

7
00:00:16,658 --> 00:00:18,567
แล้วเป็นสัปดาห์ที่จะต้องสอนออนไลน์

8
00:00:18,567 --> 00:00:20,360
อาจารย์

9
00:00:20,360 --> 00:00:21,878
จะไม่สอน

10
00:00:21,878 --> 00:00:24,590
แต่จะ

11
00:00:24,590 --> 00:00:26,322
ให้งานโพรเจกต์เราไปทำ เพราะว่า

12
00:00:26,322 --> 00:00:27,404
เราจะหยุดยาวมาก

13
00:00:27,404 --> 00:00:29,385
2

14
00:00:29,385 --> 00:00:31,630
-3 สัปดาห์เลย

15
00:00:31,630 --> 00:00:33,030
หลังจากงานรับปริญญาเสร็จปุ๊บ

16
00:00:33,030 --> 00:00:34,897
กลับมา

17
00:00:34,897 --> 00:00:38,897
ก็คืองานต้องเสร็จนะ

18
00:00:39,474 --> 00:00:43,474
คะ แต่เดี๋ยวท้ายสไลด์อาจารย์จะอธิบายเรื่องงานอีกทีหนึ่ง

19
00:00:45,604 --> 00:00:49,604
วันนี้จะเป็นบทที่ 8 นะคะ จะเป็นเกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายที่

20
00:00:49,814 --> 00:00:52,395
มีส่วนได้ส่วนเสียกับการซื้อขายของออนไลน์ของเรา

21
00:00:52,395 --> 00:00:56,395
ก็คือกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง

22
00:00:56,923 --> 00:01:00,923
ซึ่งกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คืออะไรนะคะ

23
00:01:01,229 --> 00:01:04,368
พอเราเริ่มมีการทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้นนี่

24
00:01:04,368 --> 00:01:08,091
การบริหารบ้านเมือง

25
00:01:08,091 --> 00:01:09,231
โดยคณะรัฐมนตรีนี่ในปี 2541

26
00:01:09,231 --> 00:01:11,473
เขาก็เลย

27
00:01:11,473 --> 00:01:13,202
ได้จัดทำโครงการ

28
00:01:13,202 --> 00:01:17,202
เมื่อประมาณ 20 กว่าป

29
00:01:17,968 --> 00:01:21,968
ีที่แล้วนะคะ   โครงการพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ

30
00:01:23,651 --> 00:01:25,692
ซึ่งโดยเนื้อหานี่ มันก็จะเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมออนไลน์

31
00:01:25,692 --> 00:01:26,774
การซื้อขายของออนไลน์นะคะ

32
00:01:26,774 --> 00:01:30,774
ซึ่ง

33
00:01:31,158 --> 00:01:35,158
กฎหมายฉบับนี้ จัดทำโดยคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ

34
00:01:36,872 --> 00:01:40,872
หลักจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่มีอยู่ 6 ฉบับด้วยกัน

35
00:01:45,017 --> 00:01:49,017
ฉบับแรกจะเป็นเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์หรือว่า EDI ระบบที่เราเคยเรียนไปแล้ว

36
00:01:49,607 --> 00:01:53,607
กฎหมายเกี่ยวกับการลงลายมือชื่อเป็นอิเล็กทรอนิกส์

37
00:01:54,407 --> 00:01:57,536
เกี่ยวกับกฎหมายทางการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

38
00:01:57,536 --> 00:02:01,536
มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนะคะ

39
00:02:03,254 --> 00:02:07,254
มีการมีกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ แล้วก็

40
00:02:07,984 --> 00:02:08,863
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียม

41
00:02:08,863 --> 00:02:11,646
ซึ่ง

42
00:02:11,646 --> 00:02:15,646
กฎหมายที่เรามีใช้ทุกวันนี้นี่

43
00:02:18,521 --> 00:02:20,328
บางเรื่องอาจจะเป็นหัวข้อที่ค่อนข้างล้าสมัย แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้นี่

44
00:02:20,328 --> 00:02:21,033
ก็ยังมี

45
00:02:21,033 --> 00:02:23,215
ผ

46
00:02:23,215 --> 00:02:26,478
ลถึงปัจจุบัน

47
00:02:26,478 --> 00:02:27,951
อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบ้างให้ทันสมัย

48
00:02:27,951 --> 00:02:31,951
ตามยุคนะคะ

49
00:02:34,319 --> 00:02:35,287
อันแรกเป็นกฎหมายแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์หรือว่าระบบที่เราเคยเรียนมาแล้วคือระบบ

50
00:02:35,287 --> 00:02:35,896
E

51
00:02:35,896 --> 00:02:37,867
DI นะคะ

52
00:02:37,867 --> 00:02:41,867
ก็จะ

53
00:02:42,204 --> 00:02:45,262
เพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

54
00:02:45,262 --> 00:02:49,262
ก็คือข้อมูลที่เราพิมพ์ลงไปใน

55
00:02:49,362 --> 00:02:53,362
Social หรือในสื่อใด ๆ ก็ตาม

56
00:02:53,459 --> 00:02:57,459
การยืมเงินขนาดปัจจุบันนี่ ยืมเงินผ่านออนไลน์

57
00:02:58,823 --> 00:03:02,823
ก็ยังถือว่าเป็นการทำธุรกรรมทางกฎหมายเสมือนด้วยการเขียนด้วยกระดาษนะ

58
00:03:05,613 --> 00:03:08,383
คะ ไม่ว่านักศึกษาจะพิมพ์อะไรลงไปใน Facebook ประกาศขายอะไรใด ๆ ก็ตาม

59
00:03:08,383 --> 00:03:12,383
มันมีผลทางกฎหมายนะคะ

60
00:03:13,829 --> 00:03:15,351
โดยที่การลงข้อมูลแบบนี้นี่มันก็จะรับรองการ

61
00:03:15,351 --> 00:03:19,351
ทำสัญญา

62
00:03:20,988 --> 00:03:23,964
มีการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในวงการการค้า รวมถึงการขนส่งระหว่างประเทศด้วย

63
00:03:23,964 --> 00:03:27,366
ถ้าใครจะทำธุรกรรมกับคนในประเทศไทย

64
00:03:27,366 --> 00:03:29,652
ต้องดูกฎหมายตัวนี้ด้วยนะคะ

65
00:03:29,652 --> 00:03:31,437
มันเลยมีข้อดี ก็คือ

66
00:03:31,437 --> 00:03:35,437
มันสามารถคุ้มครองเรา

67
00:03:36,796 --> 00:03:40,796
ให้เราสามารถทำธุรกิจได้อย่างไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาสถานที่คือเขาจะส่ง

68
00:03:42,582 --> 00:03:46,272
ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์มาเวลาไหนก็ได้ เหมือนว่าเป็นการทำการซื้อขายกับเราแล้ว

69
00:03:46,272 --> 00:03:50,272
โดยที่จะต้องใช้มาตรฐานที่ยอมรับโดยทั่วไป

70
00:03:50,501 --> 00:03:52,848
วิธีการส่งที่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลที่เหมือนกัน

71
00:03:52,848 --> 00:03:53,824
วิธีการรับส่งข้อมูล

72
00:03:53,824 --> 00:03:57,824
ตรงกัน

73
00:03:59,127 --> 00:04:03,127
จะถือว่าการธุรกรรมธุรกรรมนั้นถูกต้องตามกฎหมายนะคะ

74
00:04:05,536 --> 00:04:07,843
โดยสาระสำคัญของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

75
00:04:07,843 --> 00:04:09,632
ก็เป็นไปตามกฎหมายต้นฉบับ

76
00:04:09,632 --> 00:04:13,632
การค้าระหว่างประเทศนะคะ ก็จะมีหลายหมวด หมวดแรก

77
00:04:17,236 --> 00:04:18,650
ก็จะให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขอบเขตการซื้อขายนิยามคำต่าง ๆ การตีความ

78
00:04:18,650 --> 00:04:20,255
ข้อกำหนด

79
00:04:20,255 --> 00:04:24,192
ข้อตกลง

80
00:04:24,192 --> 00:04:28,192
หมวดที่ 2 จะเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย

81
00:04:29,300 --> 00:04:33,300
ว่ารูปแบบของข้อมูลแบบไหน ถึงจะเป็นธุรกรรมที่ถูกต้อง

82
00:04:34,755 --> 00:04:36,251
การสำรองข้อมูลเป็นอย่างไร ใช้ Digital Signature หรือว่าลายเซ็นดิจิตอลได้ไหม

83
00:04:36,251 --> 00:04:39,028
หรือว่า

84
00:04:39,028 --> 00:04:42,995
ใช้ข้อมูลการเข้ารหัสใด ๆ

85
00:04:42,995 --> 00:04:46,995
ที่ส่งผลทางกฎหมายได้บ้าง

86
00:04:47,048 --> 00:04:50,062
นะคะ พยานหลักฐานการเก็บรักษาข้อมูลการ

87
00:04:50,062 --> 00:04:51,768
แปลงข้อมูลสามารถดูเขาเรียกว่า

88
00:04:51,768 --> 00:04:55,266
ภาษาบ้านเรา ก็คือ

89
00:04:55,266 --> 00:04:56,508
ภาษาวิชาการเขาเรียกว่า "Digital Footprint

90
00:04:56,508 --> 00:04:57,409
" เหมือนว่า

91
00:04:57,409 --> 00:04:59,851
คุณ

92
00:04:59,851 --> 00:05:01,897
ทำธุรกรรมใด พิมพ์อะไร

93
00:05:01,897 --> 00:05:04,916
ถึงคุณจะลบไปแล้ว

94
00:05:04,916 --> 00:05:07,679
มันก็ยังตามรอยเท้ากลับไปได้ ว่า

95
00:05:07,679 --> 00:05:09,533
ก่อนที่มันจะเกิดผลลัพธ์ตัวนี้นี่

96
00:05:09,533 --> 00:05:13,533
ระหว่างทางมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

97
00:05:14,486 --> 00:05:18,486
หมวดที่ 3 จะเป็นเกี่ยวกับการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์

98
00:05:21,197 --> 00:05:25,064
จะดูว่าความสมบูรณ์ของสัญญา การเกิดขึ้นของสัญญาต่าง ๆ การรับรองสัญญา

99
00:05:25,064 --> 00:05:29,064
ส่งข้อมูลมี

100
00:05:31,601 --> 00:05:35,601
Time stamp เวลาที่ได้รับข้อมูลกี่โมงวันไหนอย่างไร

101
00:05:35,727 --> 00:05:39,727
Time Zone ของแต่ละประเทศไม่เหมือนกันใช้ ime zone ประเทศอะไร

102
00:05:40,298 --> 00:05:44,298
เพราะบางทีมันจะมีข้อกำหนด ว่าต้องส่ง

103
00:05:46,061 --> 00:05:50,061
ใบเสนอราคาก่อนเวลาเท่านี้ เท่านี้ถึงจะได้ราคาพิเศษอะไรก็ว่าไปนะคะ

104
00:05:51,753 --> 00:05:54,634
การรับรองสถานะข้อมูลที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

105
00:05:54,634 --> 00:05:57,633
ข้อมูลใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นใน

106
00:05:57,633 --> 00:05:59,364
เครือข่าย

107
00:05:59,364 --> 00:06:01,974
คอมพิวเตอร์

108
00:06:01,974 --> 00:06:05,974
นะคะ หรือเครือข่ายไร้สายใด ๆ ก็ตาม จะถูกรับรอง

109
00:06:08,277 --> 00:06:12,277
สถานะะ ก็ต่อเมื่อมันสามารถเข้าถึงได้ด้วยการอ่าน

110
00:06:14,626 --> 00:06:18,626
แล้วก็ถ้าสมมติว่าเป็นข้อความที่ท่านหรือข้อความที่เข้ารหัส

111
00:06:20,608 --> 00:06:23,640
มันต้องสามารถแปลงกลับมาเป็นข้อความที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงในภายหลังได้ อันนี้คือ

112
00:06:23,640 --> 00:06:27,640
ถือว่าสถานะข้อมูลจะถูกรับรองนะคะ

113
00:06:28,968 --> 00:06:32,482
ประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

114
00:06:32,482 --> 00:06:36,482
ก็แน่นอนค่ะ ทำได้ตลอดเวลา

115
00:06:36,814 --> 00:06:40,814
ไม่จำเป็นจะต้องใช้กำลังพลมาก ทำเวลาไหนก็ได้นะคะ จะเห็นว่า

116
00:06:43,439 --> 00:06:47,439
เมื่อก่อนน่ะการขายของที่ดินจะต้องมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องเยอะมาก เดี๋ยวนี้บางคน

117
00:06:47,622 --> 00:06:51,479
พนักงานขนส่งคนก็เปิดร้านขายของได้แล้ว

118
00:06:51,479 --> 00:06:54,668
รวมถึงถ้ามันเป็นการ ข้อมูลทางเทคนิคนี่

119
00:06:54,668 --> 00:06:58,668
มันจะลดความผิดพลาดเช่นบางอย่าง

120
00:07:00,163 --> 00:07:01,374
สมมติว่าเราให้เขากรอกข้อมูลมาเองแล้วลองอ่านตัวเลขผิด

121
00:07:01,374 --> 00:07:04,392
อ่านชื่อผิด

122
00:07:04,392 --> 00:07:08,392
มันก็จะ

123
00:07:09,323 --> 00:07:13,323
ส่งผลเสียต่อการทำธุรกิจของเราก็ได้ เช่น ตัวเลขเราเข้าใจว่าเป็น

124
00:07:14,849 --> 00:07:18,849
เขาสั่งอาจจะสั่งแค่ 600 กล่อง แต่ลา

125
00:07:19,238 --> 00:07:21,423
ยมือเขาเขียนลาก ๆ คุณอ่านเป็น 6,000

126
00:07:21,423 --> 00:07:24,276
ข้อมูลผิด

127
00:07:24,276 --> 00:07:27,982
แล้ว ซื้อแค่ 600 น่ะ เราทำไมต้อง 6,000

128
00:07:27,982 --> 00:07:30,833
น่ะ  อาจจะขาดทุนใช่ไหมคะ แต่ถ้าเรามี

129
00:07:30,833 --> 00:07:32,008
การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคใบสั่งซื้อ

130
00:07:32,008 --> 00:07:33,449
เป็นออนไลน์

131
00:07:33,449 --> 00:07:37,449
พิมพ์มา

132
00:07:37,815 --> 00:07:41,815
ตัวหนังสืออ่านง่ายแน่นอน ถ้าเป็นตัวพิมพ์ แล้วเขาก็เป็นคนพิมพ์เอง

133
00:07:44,348 --> 00:07:48,348
เราก็สามารถมาอ้างได้ ว่าก็ในเมื่อข้อมูลที่ส่งเข้ามานี่ มันเป็นข้อมูลที่คุณพิมพ์มา แล้วส่งมาให้เรา

134
00:07:48,888 --> 00:07:50,072
ถ้ามีความผิดพลาดมันก็เริ่มที่ตัวคนที่สั่งซื้อเอง

135
00:07:50,072 --> 00:07:51,148
นี่ก็

136
00:07:51,148 --> 00:07:55,148
เวลา

137
00:07:55,973 --> 00:07:58,068
เขาจะสั่งซื้อสินค้าหรือการตรวจทานข้อมูลนี่

138
00:07:58,068 --> 00:08:00,583
มันก็สามารถดูได้

139
00:08:00,583 --> 00:08:04,583
มันทำให้ลดความผิดพลาดไปได้ระดับหนึ่ง

140
00:08:06,970 --> 00:08:09,410
แล้วก็ประสิทธิภาพการทำธุรกรรมนี่ พอมันเป็นข้อมูลทางในสิ่งที่มันชัดเจนแล้ว มันก็ตรวจสอบได้ตลอดเวลานี่

141
00:08:09,410 --> 00:08:10,293
มันก็ทำให้เราเหมือนเราซื้อของ

142
00:08:10,293 --> 00:08:11,518
ออนไลน์

143
00:08:11,518 --> 00:08:13,449

144
00:08:13,449 --> 00:08:17,179
ซิื้อปุ๊บ เงินเข้าแจ้งเตือน

145
00:08:17,179 --> 00:08:21,179
นี่ธุรกรรมเรารู้แล้วว่าเงินเข้าจริงนะ ไม่โดนหลอก

146
00:08:23,132 --> 00:08:23,883
เพราะบางทีแค่สลิปเฉย ๆ แล้วก็โดนหลอก แต่ถ้ามันทำธุรกรรมออนไลน์ได้มีการแจ้งเตือนใด ๆ ก็ตาม

147
00:08:23,883 --> 00:08:25,614
มันก็

148
00:08:25,614 --> 00:08:29,614
ทำให้เรามั่นใจในการทำ

149
00:08:33,616 --> 00:08:37,616
ระดับมากขึ้นรวมถึงพอเราสามารถประหยัดกำลังคน ประหยัดเวลาได้ แล้วก็จะมีต้นทุนในการแข่งขันทางธุรกิจของเราได้

150
00:08:40,627 --> 00:08:44,627
แต่มันไม่มีปัญหาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลนะคะ

151
00:08:48,388 --> 00:08:49,704
ถ้าเป็นบางประเทศ ที่ไม่ได้รับรองกฎหมายเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคนี ่ มันก็อาจจะมีปัญหา

152
00:08:49,704 --> 00:08:53,227
กับเราได้

153
00:08:53,227 --> 00:08:56,380
การปลอมแปลงลายเซ็น

154
00:08:56,380 --> 00:08:59,621
จริง ๆ ถ้าเราใช้เป็นรายเซ็นดิจิทัลนี่

155
00:08:59,621 --> 00:09:03,621
มันจะต้องมีการเข้ารหัสเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่า

156
00:09:03,683 --> 00:09:05,588
ลายเซ็นจริงไหม เพราะบางทีเราไปสแกนลายเซ็นใครมาแปะลงก็ได้ค่ะ

157
00:09:05,588 --> 00:09:09,588
เป็นแค่รูปภาพ

158
00:09:09,766 --> 00:09:12,895
แต่ถ้าเป็นลายเซ็นดิจิทัลที่มีการเข้ารหัสนี่ มันก็จะเป็น

159
00:09:12,895 --> 00:09:16,059
อีกอย่างหนึ่งที่สามารถยืนยันตัวเราได้

160
00:09:16,059 --> 00:09:18,067
รวมถึงลายลักษณ์อักษรต่าง ๆ

161
00:09:18,067 --> 00:09:21,789
ถ้าเราเป็น

162
00:09:21,789 --> 00:09:24,614
... เป็นบันทึกข้อความหรือ

163
00:09:24,614 --> 00:09:26,986
คำสั่งซื้อที่เป็นกระดาษ

164
00:09:26,986 --> 00:09:29,285
แล้วเป็นลายเซ็นแล้วเราแค่ไปสแกนนี่

165
00:09:29,285 --> 00:09:32,116
ต่างประเทศเขานับเป็น

166
00:09:32,116 --> 00:09:35,824
เอกสารดิจิทัลไหม

167
00:09:35,824 --> 00:09:39,069
อาจจะเป็นตัวเขียนหรืออะไรก็ตามมานะคะ

168
00:09:39,069 --> 00:09:43,069
แล้วก็บางทีนี่ถ้ามันเป็นดิจิทัลมาก ๆ นี่

169
00:09:43,329 --> 00:09:46,671
มันไม่รู้ว่าต้นฉบับคืออะไร เพราะว่ามันมีการดัดแปลงได้ง่าย

170
00:09:46,671 --> 00:09:50,106
พอเข้าไปสู่คอมพิวเตอร์แล้วนี่ เราปรับอะไรก็ได้

171
00:09:50,106 --> 00:09:52,742
พยาน หลักฐาน

172
00:09:52,742 --> 00:09:55,105
บางอย่าง

173
00:09:55,105 --> 00:09:59,105
มันไม่ได้มีแค่ลายนิ้วมือ

174
00:10:00,775 --> 00:10:03,964
เวลาคุณดูหนังฝรั่ง เขาจะต้องยกคอมพิวเตอร์ไปดูเสาสัญญาณ

175
00:10:03,964 --> 00:10:07,964
ดูจุดที่รับสัญญาณสุดท้ายอยู่ตรงไหนอะไรอย่างไรน

176
00:10:08,913 --> 00:10:10,225
ะคะ พอมันเป็นอุปกรณ์สมมติว่ามันเคลื่อนที่ได้มันก็อาจจะมี

177
00:10:10,225 --> 00:10:13,317
ผ

178
00:10:13,317 --> 00:10:15,534
ลต่อพยานหลักฐานถ้าสมมติว่ามีปัญหาเกิดขึ้น

179
00:10:15,534 --> 00:10:18,913
แล้วก็

180
00:10:18,913 --> 00:10:22,913
เวลาเราทำสัญญาถ้าเป็นกระดาษทั่วไป

181
00:10:23,347 --> 00:10:25,533
เขาจะต้องให้เขียนด้วย ว่าคุณเขียนสัญญานี้ที่ไหน

182
00:10:25,533 --> 00:10:26,880
วันอะไร

183
00:10:26,880 --> 00:10:30,880
แต่ถ้ามันเป็นออนไลน์

184
00:10:32,712 --> 00:10:36,712
คุณอาจจะบอก ว่าคุณเขียนในมหาวิทยาลัย แต่ว่าจริง ๆ แล้วคุณจะอยู่บ้านก็ได้

185
00:10:40,355 --> 00:10:44,355
มันก็ต้องมีการตรวจสอบพยานหลักฐานก็ไปดู IP Address อีกว่า IP Address ที่ทำสัญญาจริง ๆ อยู่ที่ไหน

186
00:10:45,860 --> 00:10:48,361
ทำการประมูลอยู่ในประเทศไทยหรือเปล่า เพราะข้อกำหนดของเราคือต้องเป็นคนในประเทศเท่านั้นอะไรแบบนี้

187
00:10:48,361 --> 00:10:52,361
ก็จะต้องมี

188
00:10:52,540 --> 00:10:53,474
รายละเอียดต่าง ๆ ปีกย่อยที่มาประกอบ

189
00:10:53,474 --> 00:10:56,481

190
00:10:56,481 --> 00:11:00,481
การข้อกฎหมายเหล่านี้ด้วยนะคะ กฎหมาย

191
00:11:02,781 --> 00:11:04,811
อย่างที่ 2 นะคะ จะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่อดิจิทัล

192
00:11:04,811 --> 00:11:06,139
หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

193
00:11:06,139 --> 00:11:10,139
นะคะ

194
00:11:11,105 --> 00:11:13,905
ก็ทำอย่างไรล่ะ ถ้าสมมติว่าเราต้องขายของออนไลน์

195
00:11:13,905 --> 00:11:17,819
แล้วเราก็ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ

196
00:11:17,819 --> 00:11:21,819
เราต้องมีลายเซ็นออนไลน์ของเราเพื่อ

197
00:11:23,862 --> 00:11:27,294
ยืนยันการรับรองกระบวนการใด ๆ ที่ทำธุรกรรมเกิดขึ้น

198
00:11:27,294 --> 00:11:31,065
ให้เสมือนหรือเสมอ

199
00:11:31,065 --> 00:11:34,983
ด้วยการที่เหมือนกับว่าเราไปเซ็นลายเซ็นตรงนั้นจริง ๆ

200
00:11:34,983 --> 00:11:38,716
นะคะ โดยที่ที่กฎหมายตัวนี้นี่มันก็

201
00:11:38,716 --> 00:11:42,305
ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมของเราด้วย

202
00:11:42,305 --> 00:11:43,241
ก็จะมีการกำกับดูแลการให้บริการ

203
00:11:43,241 --> 00:11:44,712
ว่า

204
00:11:44,712 --> 00:11:46,149
เราจะใช้อะไรมือ

205
00:11:46,149 --> 00:11:47,859
ชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่

206
00:11:47,859 --> 00:11:51,586
ด้วย

207
00:11:51,586 --> 00:11:55,586
การเข้ารหัสแบบใด หรือใช้โปรแกรมใดในการรองรับนะคะ

208
00:11:56,674 --> 00:11:59,639
ตลอดจนมีบริการอื่นเกี่ยวข้องเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือเปล่า

209
00:11:59,639 --> 00:12:03,639
นะคะ โดยอะ

210
00:12:04,838 --> 00:12:06,051
ไรบ้างล่ะ  ที่ถือว่าเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ มันอาจจะเป็นตัวอักษร

211
00:12:06,051 --> 00:12:07,646
เป็นตัวเลข

212
00:12:07,646 --> 00:12:10,017
เป็นเสียง

213
00:12:10,017 --> 00:12:14,017
เป็นอัตลักษณ์

214
00:12:14,329 --> 00:12:17,456
ของร่างกาย เป็นการสแกนนิ้วมือ สแกนม่านตา

215
00:12:17,456 --> 00:12:18,991
สแกน Face ID ในหน้าของเราก็ได้

216
00:12:18,991 --> 00:12:22,669
ขึ้นมานี่

217
00:12:22,669 --> 00:12:24,815
มันคือวิธีการที่เกิดขึ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น

218
00:12:24,815 --> 00:12:28,815
อาจจะเป็นกุญแจ

219
00:12:30,708 --> 00:12:34,133
สาธารณะ กุญแจส่วนตัว หรือมีการทำ Certificate เกิดขึ้นมาก็ได้

220
00:12:34,133 --> 00:12:37,202

221
00:12:37,202 --> 00:12:39,451
เหมือนเวลาเราปลดล็อกง่าย ๆ นะคะ เหมือน

222
00:12:39,451 --> 00:12:42,347
รู้ได้อย่างไรว่าโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของเรา

223
00:12:42,347 --> 00:12:43,518
สแกนนิ้วแล้วมันก็เข้าเครื่องนี้ได้

224
00:12:43,518 --> 00:12:45,327
อย่างน้อย

225
00:12:45,327 --> 00:12:49,327
พยานหลักฐานแรก ก็คือ

226
00:12:50,393 --> 00:12:54,393
เราเป็นเจ้าของเครื่องนี้จริง ๆ นะ หรือเรามีรหัสในการปลดล็อคหน้าจอไหม

227
00:12:54,440 --> 00:12:58,440
บางระบบ ก็คือสแกนหน้า

228
00:12:59,651 --> 00:13:02,494
ถ้าไม่ใช่หน้าที่ลงทะเบียนไว้ ก็ไม่สามารถเปิดระบบได้อะไรนี้ค่ะ

229
00:13:02,494 --> 00:13:06,494
โดย

230
00:13:08,295 --> 00:13:12,295
วิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ในการติดต่อของคอมพิวเตอร์กับระบบเครือข่ายนี่

231
00:13:13,514 --> 00:13:16,018
อาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือว่าระบบ EDI มีการส่งอีเมล

232
00:13:16,018 --> 00:13:19,466
วิธีการใช้ Facebook Messenger

233
00:13:19,466 --> 00:13:22,693
หรือมีการโต้ตอบเป็นกลุ่ม

234
00:13:22,693 --> 00:13:26,693
อาจจะบน Google Meet อยู่บน

235
00:13:27,544 --> 00:13:31,544
Zoom หรือ Discord ใด ๆ ก็ตามที่เราสามารถคุยกันเป็นกลุ่มได้

236
00:13:31,836 --> 00:13:33,552
มีการใช้เทคโนโลยีตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว จะเป็น

237
00:13:33,552 --> 00:13:35,286
AIS 3G 4G

238
00:13:35,286 --> 00:13:39,286
ถึงปัจจุบันเป็น 5G อันนี้ก็คือช่องทางที่คอมพ

239
00:13:41,963 --> 00:13:45,245
ิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือระบบเครือข่ายได้

240
00:13:45,245 --> 00:13:49,245
หรือเราอาจจะมีการใช้

241
00:13:50,828 --> 00:13:52,201
การติดต่อผ่านเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น ใช้แฟกซ์โทรสาร

242
00:13:52,201 --> 00:13:53,238
อาจจะมีการเซ็น

243
00:13:53,238 --> 00:13:55,464

244
00:13:55,464 --> 00:13:59,302
เอกสารนะคะ แล้วก็ส่ง

245
00:13:59,302 --> 00:14:01,991
โทรสาร หรือแฟกซ์นี่ ไปให้ปลายทางได้

246
00:14:01,991 --> 00:14:05,296
ทำไม

247
00:14:05,296 --> 00:14:07,006
กฎหมายพาณิชย์ถึงสำคัญ เพราะ

248
00:14:07,006 --> 00:14:09,651
เอาจริง ๆ

249
00:14:09,651 --> 00:14:13,651
เราทุกคนจะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

250
00:14:14,289 --> 00:14:18,172
เราไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าคนที่คุยกับเราตอนนี้จริง ๆ เป็นใคร

251
00:14:18,172 --> 00:14:21,630
เขาอาจจะอ้างว่าเป็นอาจารย์ก็ได้

252
00:14:21,630 --> 00:14:23,662
หรือใครก็ไม่รู้แหละอ้างว่าเป็น

253
00:14:23,662 --> 00:14:25,394
นักศึกษาก็ได้

254
00:14:25,394 --> 00:14:28,964
อาจจะเป็นคนอื่น

255
00:14:28,964 --> 00:14:31,365
เหมือนในรูป

256
00:14:31,365 --> 00:14:32,900
คนเล่นเกมกับคุณอาจจะไม่ใช่คนก็ได้

257
00:14:32,900 --> 00:14:36,471
เราจะรู้ได้อย่างไร

258
00:14:36,471 --> 00:14:40,471
เพราะว่าเราไม่อยู่ด้วยกัน ไม่เจอหน้ากันนะคะ

259
00:14:41,333 --> 00:14:45,333
โดยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่

260
00:14:46,158 --> 00:14:49,144
ก็วิธีการของมัน ก็คือมันจะเอามาประกอบกับข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อ

261
00:14:49,144 --> 00:14:51,136
แสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับข้อมูล

262
00:14:51,136 --> 00:14:55,136
ดิจิทัล หรือว่าข้อมูลในดิจิทัล

263
00:14:55,480 --> 00:14:56,060
คือวัตถุประสงค์ของการมีลายมือชื่อที่สั้นก็คือ

264
00:14:56,060 --> 00:14:58,320
ระบุ

265
00:14:58,320 --> 00:15:01,246
ตัวตนความเป็นเจ้าของ

266
00:15:01,246 --> 00:15:05,246
แล้วก็สามารถปฏิเสธ

267
00:15:05,572 --> 00:15:07,092
ธุรกรรมหรือข้อความนั้น ๆ

268
00:15:07,092 --> 00:15:08,809
นะคะ

269
00:15:08,809 --> 00:15:12,809
ได้

270
00:15:14,367 --> 00:15:18,367
แล้วก็ต้องมีผลผูกพันกับข้อมูลนั้น ๆ ที่เกิดขึ้นนะคะ ก็คือ

271
00:15:20,898 --> 00:15:24,898
ถ้าคุณมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือว่ามีการเข้ารหัสใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณ คุณไม่สามารถปฏิเสธได้

272
00:15:25,796 --> 00:15:29,796
ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีอะไรบ้าง

273
00:15:32,376 --> 00:15:35,185
Username Password ก็นับเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เหมือนคุณจะมาบอก ว่า

274
00:15:35,185 --> 00:15:37,843
สมมติมีวันหนึ่งคุณ

275
00:15:37,843 --> 00:15:41,843
โดนแฮก Facebook

276
00:15:41,886 --> 00:15:45,886
แบบไม่ใช่เป็น Facebook ปลอมนะ

277
00:15:47,055 --> 00:15:49,872
จริง ๆ ไปขายของแล้วมันเป็นชื่อคุณว่าโกงเขา

278
00:15:49,872 --> 00:15:52,724
ตำรวจจะต้อง

279
00:15:52,724 --> 00:15:55,511
คุณก่อนเลยว่าคุณเป็นคนทำจริง ๆ

280
00:15:55,511 --> 00:15:58,915
เพราะคุณปฏิเสธไม่ได้ ว่า

281
00:15:58,915 --> 00:16:01,097
ไม่ใช่ผม ไม่ใช่หนู ไม่ได้

282
00:16:01,097 --> 00:16:05,097
เพราะ Username Password

283
00:16:05,382 --> 00:16:06,978
ถ้าไม่ใช่ตัวเองคุณ แล้วใครเข้าไปเล่นได้ล่ะ

284
00:16:06,978 --> 00:16:08,837
จะบอกว่า

285
00:16:08,837 --> 00:16:10,844
ญาติมาใช้คอมพิวเตอร์

286
00:16:10,844 --> 00:16:13,281
น่าจะฟังไม่ขึ้น

287
00:16:13,281 --> 00:16:17,281
คุณอาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนผิดก่อน หลังจากน

288
00:16:18,575 --> 00:16:20,823
ั้นก็จะมีการสืบสวนต่อไป  หรือการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ

289
00:16:20,823 --> 00:16:22,933
สแกนหน้า

290
00:16:22,933 --> 00:16:24,660
สแกนลายนิ้วมือ

291
00:16:24,660 --> 00:16:26,715
สแกนเสียง

292
00:16:26,715 --> 00:16:30,715
นะคะ

293
00:16:33,017 --> 00:16:34,910
ถ้าฉลาดกว่านั้นบางทีดูสแกนไปถึงท่านใบหูถูกต้องหรือเปล่า

294
00:16:34,910 --> 00:16:37,241
สแกนโดย

295
00:16:37,241 --> 00:16:39,645
วิเคราะห์จากท่าเดิน

296
00:16:39,645 --> 00:16:43,617
ก็มีนะคะ

297
00:16:43,617 --> 00:16:45,709
รวมถึงอาจจะเช่นการใช้ระบบกุญแจคู่

298
00:16:45,709 --> 00:16:49,709
ให้เป็นรายมือชื่อดิจิทัลก็ได้

299
00:16:51,413 --> 00:16:53,430
กุญแจแบบที่เป็นกุญแจส่วนตัวกับกุญแจสาธารณะ อันนี้ก็เคยอธิบายไปแล้ว

300
00:16:53,430 --> 00:16:55,158
นะคะ รวมถึง

301
00:16:55,158 --> 00:16:58,238
Email Address

302
00:16:58,238 --> 00:17:01,830
ถ้าเป็น Email Address

303
00:17:01,830 --> 00:17:04,240
ที่ไม่ใช่ตัวอักขระ ๆ ยึกยือแล้วมันชื่อคุณ

304
00:17:04,240 --> 00:17:08,240
อีเมลคุณจริง ๆ

305
00:17:08,312 --> 00:17:12,312
สมมติเป็นอีเมลสั่งซื้อของแล้วค่ะ ว่าคุณไม่ได้สั่ง

306
00:17:13,009 --> 00:17:17,009
เขาก็จะไม่เชื่อตั้งธงไว้ก่อนว่าจะไม่เชื่อเพราะว่า

307
00:17:17,919 --> 00:17:21,444
ใครจะรู้ username Password email คุณได้น อกจากตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นเขาจะบอก ว่า

308
00:17:21,444 --> 00:17:23,343
เราจะต้องเก็บรักษา username Password ของเราให้ดี

309
00:17:23,343 --> 00:17:25,340
ในทุก ๆ อย่าง

310
00:17:25,340 --> 00:17:27,194
LINE Facebook

311
00:17:27,194 --> 00:17:31,194
E-mail

312
00:17:31,441 --> 00:17:35,441
รหัสเข้าระบบเพิ่มถอนรายวิช

313
00:17:36,577 --> 00:17:37,369
าของนักศึกษาก็เหมือนกัน ก็ต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับ

314
00:17:37,369 --> 00:17:41,369
นะคะ

315
00:17:43,564 --> 00:17:46,288
หวังว่าทุกอย่างจะถือว่าเป็นการยืนยันว่าคุณได้ทำธุรกรรมนั้นหรือทำกิจกรรมนั้นจริง ๆ

316
00:17:46,288 --> 00:17:50,288

317
00:17:50,655 --> 00:17:53,711
โดย E-mail นะคะ มันก็เลยเปรียบเสมือน ว่า

318
00:17:53,711 --> 00:17:57,711
มันเป็นชื่อและที่อยู่ของคุณบนเครือข่าย

319
00:17:59,873 --> 00:18:02,719
ถ้าคุณส่ง E-mail ไปหรือส่ง E-mail ใดก็ตามมีชื่อคุณติดไปด้วย

320
00:18:02,719 --> 00:18:06,719
มันจะถือว่าการทำธุรกรรมนั้นเกิดขึ้นแล้ว

321
00:18:07,665 --> 00:18:11,665
การใช้อีเมลคนคนหนึ่งอาจจะมีอีเมลหลายอีเมลได้

322
00:18:11,698 --> 00:18:14,295
แต่ปัญหา

323
00:18:14,295 --> 00:18:16,923
มันก็จะเกิดขึ้นได้

324
00:18:16,923 --> 00:18:20,923
เช่น คนชื่อซ้ำ

325
00:18:21,943 --> 00:18:24,693
อีเมลอาจารย์จริง ๆ อาจจะเป็นใช้

326
00:18:24,693 --> 00:18:28,693
อีเมลมหาวิทยาลัย SNRU ค่ะ

327
00:18:29,108 --> 00:18:33,108
มันอาจจะมีชื่อบางชื่อที่ใช้ชื่อเหมือนของอาจารย์แต่ว่าเป็น

328
00:18:34,378 --> 00:18:38,315
@gmail.com @yahoo.com หรือใด ๆ ก็ตาม.com

329
00:18:38,315 --> 00:18:39,782
จะรู้ได้ไงว่าอีเมลไหนเป็น Email จริง ๆ ของอาจารย์

330
00:18:39,782 --> 00:18:42,512
เ พราะ

331
00:18:42,512 --> 00:18:44,680
ข้อใดเป็นคำว่าฉันเป็นใคร

332
00:18:44,680 --> 00:18:48,621
ไม่มีการตรวจสอบเลย ว่า

333
00:18:48,621 --> 00:18:52,621
เมลนี้เป็นของจริงหรือเปล่า

334
00:18:53,423 --> 00:18:55,799
มันเลยส่งผลต่อว่า

335
00:18:55,799 --> 00:18:57,263
แล้วจะยืนยันว่าเป็นอาจารย์ได้อย่างไร

336
00:18:57,263 --> 00:18:58,886
เหมือนเวลา

337
00:18:58,886 --> 00:19:02,215
อีเมลหลัก ๆ เวลา

338
00:19:02,215 --> 00:19:04,714
ใช้ทางการศึกษานี่

339
00:19:04,714 --> 00:19:08,714
ถ้าเป็นนักศึกษาจริง ๆ

340
00:19:09,258 --> 00:19:13,258
เขาก็จะนิยมให้ใช้เป็นอีเมลขององค์กรของเรา ก็คือ @snru

341
00:19:17,330 --> 00:19:20,060
นะคะ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน ว่าเราเป็นคนในองค์กรนี้จริง ๆ

342
00:19:20,060 --> 00:19:24,060
นะคะ

343
00:19:24,555 --> 00:19:28,555
ทำให้คนที่รับข้อมูลของเรา

344
00:19:28,601 --> 00:19:32,183
สามารถรู้ได้ ว่าเราเป็นคนในองค์กรจริง ๆ

345
00:19:32,183 --> 00:19:34,300
นะคะ ชื่ออาจจะซ้ำได้แต่ตัว

346
00:19:34,300 --> 00:19:35,895
ที่อยู่อีเมลนี่ มันก็จะ

347
00:19:35,895 --> 00:19:39,895
ทำได้ยาก ปัญหาที่เกิดจากการ

348
00:19:43,989 --> 00:19:46,071
มีอีเมลธรรมดานะคะ ถ้าสมมติว่าเราเอาไว้ใช้แค่

349
00:19:46,071 --> 00:19:46,831
โหลด Application

350
00:19:46,831 --> 00:19:50,831
สมัคร

351
00:19:50,859 --> 00:19:53,318
เว็บทั่วไปนี่น่าจะไม่มีปัญหา

352
00:19:53,318 --> 00:19:54,462
แต่ถ้ามันไม่ใช่

353
00:19:54,462 --> 00:19:57,802
E-mail องค์กร เ

354
00:19:57,802 --> 00:20:01,802
ขาก็จะถามว่าคุณเป็นใครนี่

355
00:20:02,226 --> 00:20:05,219
นะคะ หรือบางคนก็

356
00:20:05,219 --> 00:20:06,945
ถ้ามีหลาย E-mail เมื่อมีปัญหา ว่า

357
00:20:06,945 --> 00:20:09,258
เวลารับและส่งข้อมูลนี่

358
00:20:09,258 --> 00:20:13,258
เวลาไหนกันแน่

359
00:20:14,239 --> 00:20:16,980
แล้วเราควรจะส่งไปที่ E-mail ไหนกันแน่ เพื่อให้เขาได้รับ

360
00:20:16,980 --> 00:20:20,980
เอกสารหรือข้อมูลที่เราต้องการจะสื่อสารด้วยนะคะ

361
00:20:22,715 --> 00:20:24,382
หรืออาจจะเป็นเกี่ยวกับการใช้กุญแจ

362
00:20:24,382 --> 00:20:28,382
กุญแจคู่นะคะ

363
00:20:29,767 --> 00:20:33,767
ในประเทศไทยก็มีกฎหมายรองรับการใช้กุญแจดิจิทัลอยู่น

364
00:20:35,027 --> 00:20:36,369
ะคะ ก็การที่จะใช้กุญแจคู่ได้ ก็เหมือนที่อาจารย์เคยสอนคือ

365
00:20:36,369 --> 00:20:39,882
คุณจะต้องมี

366
00:20:39,882 --> 00:20:43,882
กุญแจส่วนตัว แล้วก็กุญแจสาธารณะอีก 1 ดอก

367
00:20:46,399 --> 00:20:50,399
คนที่จะเปิดข้อความคุณได้ จะต้องมีกุญแจสาธารณะที่คุณเคยส่งให้เท่านั้น

368
00:20:54,225 --> 00:20:58,225
เพราะฉันคุณก็จะปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าฉันไม่เคยส่งให้เขา ไม่เคยส่งให้เขาแล้วเขาจะเปิดได้ไง ถ้าเขามีกุญแจคุณ

369
00:20:58,530 --> 00:20:59,107
อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ทำให้เราไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้เช่นเดียวกัน

370
00:20:59,107 --> 00:21:03,107
นะคะ โดยสรุปแล้ว

371
00:21:10,349 --> 00:21:14,349
สาระสำคัญของขอบเขตกฎหมายของลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือประเภทเอกสาร

372
00:21:16,675 --> 00:21:20,675
ทุกอันจำเป็นจะต้องลงลายมือชื่อดิจิทัล มีการรับรองความถูกต้องมีการยกเลิกได้

373
00:21:21,378 --> 00:21:25,378
นะคะ แล้วก็หน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ต้องสามารถยืนยันได้

374
00:21:29,229 --> 00:21:32,117
การลงลายมือชื่อ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล หรืออาจจะเป็นหน่วยงาน เป็นองค์กร หรือเป็นคนธรรมดาทั่วไป ก็สามารถที่จะเกิดขึ้นใน

375
00:21:32,117 --> 00:21:36,117
แล้วอาจจะต้องมีการแจ้งจดทะเบียน

376
00:21:36,458 --> 00:21:38,506
นะคะ เช่นว่าถ้าคุณเป็น

377
00:21:38,506 --> 00:21:41,657
องค์กร หรือเป็นนิติบุคคลนี่

378
00:21:41,657 --> 00:21:44,289
ใครเป็นคนรับผิดชอบในส่วนนี้

379
00:21:44,289 --> 00:21:48,289
นะคะ ความรับผิดชอบ จะ

380
00:21:48,334 --> 00:21:52,162
ถ้าสมมติเกิดขึ้นมาแล้วหน่วยงานไหนเป็นหน่วยงานที่รองรับนะคะ

381
00:21:52,162 --> 00:21:53,711
แล้วระหว่างผู้ใช้งานกับหน่วยงานนี่

382
00:21:53,711 --> 00:21:57,541
มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

383
00:21:57,541 --> 00:22:00,613
นะคะ เขาก็จะต้องมาตรวจสอบได้ ไม่ใช่ว่า

384
00:22:00,613 --> 00:22:01,895
น่าสงสัยพฤติกรรมมีเจ้าหน้าที่มา

385
00:22:01,895 --> 00:22:03,827
เกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่ า

386
00:22:03,827 --> 00:22:07,827
เขาจะต้องสามารถสืบได้นะคะ

387
00:22:09,664 --> 00:22:12,132
ประเทศที่มีกฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

388
00:22:12,132 --> 00:22:13,383
ส่วนใหญ่ทั่วโลกก็

389
00:22:13,383 --> 00:22:14,248
ค่อนข้าง

390
00:22:14,248 --> 00:22:18,248
รองรับกฎหมา

391
00:22:20,950 --> 00:22:23,614
ฉบับนี้อยู่แล้วนะคะ รวมถึงประเทศไทยด้วยแล้วก็ประเทศที่พัฒนาแล้วหลาย ๆ ประเทศ

392
00:22:23,614 --> 00:22:27,517
จะเป็นทั้งอเมริกา สหรัฐฯ

393
00:22:27,517 --> 00:22:29,192
สหราชอาณาจักรอังกฤษ ญี่ปุ่นเขาก็

394
00:22:29,192 --> 00:22:32,039
รองรับการใช้

395
00:22:32,039 --> 00:22:36,039
วิธีตั้ง signature หรือว่าลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วนะคะ

396
00:22:43,230 --> 00:22:43,863
มาข้อที่ 3 ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็เป็นการรับรอง ว่าการโอนเงินทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์นี่

397
00:22:43,863 --> 00:22:45,643
สามารถ

398
00:22:45,643 --> 00:22:49,643
ทำได้แล้วก็สมบูรณ์นะคะ

399
00:22:52,771 --> 00:22:55,709
ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าถ้าเราทำธุรกรรมทางช่องทางนี้แล้วเราจะได้รับเงินจริง ๆ

400
00:22:55,709 --> 00:22:58,104
ไม่ถูกโกงแน่นอน

401
00:22:58,104 --> 00:23:02,104
เราจะการันตีเขาอย่างนี้ได้อย่างไร

402
00:23:02,684 --> 00:23:05,693
นะคะ โดยอันนี้อาจารย์ก็เคยพูดแล้วเหมือนกันนะคะ

403
00:23:05,693 --> 00:23:07,615
พัฒนาทางการเงิน

404
00:23:07,615 --> 00:23:09,179
สมัยโบราณ

405
00:23:09,179 --> 00:23:13,179
เราไม่มีเงิน

406
00:23:13,534 --> 00:23:15,512
เวลาเราดูหนังสมัยก่อนอาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า

407
00:23:15,512 --> 00:23:18,495
เอาไก่มาแลกหมู

408
00:23:18,495 --> 00:23:22,495
นะคะ หรือไข่ไก่ไปแลกกล้วย เขาเรียกว่า

409
00:23:26,352 --> 00:23:27,095
เป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า มนุษย์มีวิวัฒนาการมากขึ้น เริ่มคิดเงินตราขึ้นมา

410
00:23:27,095 --> 00:23:28,627
เป็นเงิน

411
00:23:28,627 --> 00:23:32,627
เงินเหรียญ

412
00:23:33,199 --> 00:23:34,973
อาจจะเป็นเหมือนสมัยโบราณ ประเทศไทยคือเป็นเงินพดด้วง

413
00:23:34,973 --> 00:23:36,176
เอาก้อนเงิน ก้อนทอง

414
00:23:36,176 --> 00:23:38,045
มาแทน

415
00:23:38,045 --> 00:23:39,913
ให้มันมีมูลค่า

416
00:23:39,913 --> 00:23:43,006
นะคะ มีเหรียญมีธ

417
00:23:43,006 --> 00:23:47,006
นบัตร พัฒนาการขั้นถัดมา

418
00:23:47,077 --> 00:23:48,814
เราเรียกว่าเป็นเงินพลาสติก

419
00:23:48,814 --> 00:23:52,814
เป็นบัตรเครดิตต่าง ๆ

420
00:23:52,841 --> 00:23:56,841
พอปัจจุบันนี้ถึงยุคเป็นเงินดิจิตอล

421
00:23:57,859 --> 00:23:59,311
ถ้าหลัง ๆ มานี่ เราแทบไม่ไปกดเงินที่ตู้เลย พร้อมสแกนจ่าย

422
00:23:59,311 --> 00:24:01,886
ใช้เงินออนไลน์

423
00:24:01,886 --> 00:24:04,975
วันนี้เร็วขึ้น

424
00:24:04,975 --> 00:24:07,989
ถ้าสมมติว่าไปกดเงินที่ตู้นี่

425
00:24:07,989 --> 00:24:11,989
100 บาท ไม่ถึง 100 บาท เรากดไม่ได้

426
00:24:15,982 --> 00:24:19,982
ถ้าเงินในบัญชีเรามีไม่กี่สิบบาท เราก็ยังสามารถซื้อของได้ เพราะว่ามันเป็นเงินที่เป็นเงินดิจิทัลสามารถสแกนจ่ายได้

427
00:24:24,357 --> 00:24:28,357
สาระสำคัญของกฎหมายการโอนเงิน ก็คือรูปแบบและการพิสูจน์เจตนาในการชำระเงิน

428
00:24:29,335 --> 00:24:33,156
นะคะ ว่าการทำธุรกรรมนี้เกิดขึ้นเพื่ออะไรนะคะ

429
00:24:33,156 --> 00:24:36,303
ถ้าเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้ไม่สามารถชำระเงินได้

430
00:24:36,303 --> 00:24:38,534
เราจะมีวิธีการแก้ปัญหาอ

431
00:24:38,534 --> 00:24:42,534
ย่างไรนะคะ แล้วก็

432
00:24:43,740 --> 00:24:47,588
ในการสั่งซื้อ จ่ายเงิน ยกเลิก ชำระเงินมีระยะเวลาในการกำหนดอย่างไรบ้าง

433
00:24:47,588 --> 00:24:51,588
ความรับผิดชอบต่อการเสียหาย รับผิดชอบอย่างไร

434
00:24:51,939 --> 00:24:53,893
การโอนเงินโดยมิชอบ ก็คือการโอนเงินที่ไม่ถูกต้อง

435
00:24:53,893 --> 00:24:57,099
รับผิดชอบอย่างไร

436
00:24:57,099 --> 00:24:59,393
แล้วก็ถ้าทำธุรกรรมระหว่างประเทศ

437
00:24:59,393 --> 00:25:03,393
เราจะโอนเงินระหว่างประเทศทำอย่างไรนะคะ

438
00:25:04,986 --> 00:25:07,487
ประเทศที่มีกฎหมายในการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

439
00:25:07,487 --> 00:25:10,440
นะคะ ก็จะเป็นประเทศที่เจริญแล้ว

440
00:25:10,440 --> 00:25:14,440
นะคะ ที่เขารองรับอยู่แล้วล่ะนะคะ

441
00:25:15,233 --> 00:25:17,139
กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

442
00:25:17,139 --> 00:25:19,738
นะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้

443
00:25:19,738 --> 00:25:23,738
เราคุ้นเคยกันดีคำว่า "PDPA" นะ

444
00:25:24,727 --> 00:25:28,044
จะต้องคุ้มครองข้อมูลของตัวเราเอง แล้วก็ของคนอื่นด้วย

445
00:25:28,044 --> 00:25:30,856
ข้อมูลไหนที่เป็นข้อมูลที

446
00:25:30,856 --> 00:25:34,483
่อ่อนไหวง่ายเปิดเผยไม่ได้

447
00:25:34,483 --> 00:25:38,483
เพื่อจะเปิดเผยได้ในวงจำกัด

448
00:25:40,289 --> 00:25:42,385
หรือว่าอะไรก็ตามที่เราโพสต์ลงไปใน Social Media

449
00:25:42,385 --> 00:25:44,749
ถ

450
00:25:44,749 --> 00:25:46,550
้าเขาเอาข้อมูลนั้น

451
00:25:46,550 --> 00:25:49,233
ไปทำในทางที่ไม่ดี

452
00:25:49,233 --> 00:25:52,890
มันจะถือว่าเป็นการละเมิด

453
00:25:52,890 --> 00:25:56,890
ต่อเจ้าของข้อมูล เช่น วันนี้เราไปทำ...

454
00:25:58,695 --> 00:26:00,351
เราทำเอกสารมานะคะ เหมือนทำรูปภาพใด ๆ ก็ตาม เผยแพร่

455
00:26:00,351 --> 00:26:03,924
เราโพสต์

456
00:26:03,924 --> 00:26:06,930
หรือเราเอาให้เพื่อนดู แต่ว่าข้อมูลรูปภาพนี้

457
00:26:06,930 --> 00:26:08,481
มันดันถูกเผยแพร่โดยคนอื่น

458
00:26:08,481 --> 00:26:10,335
เอาไปหาประโยชน์

459
00:26:10,335 --> 00:26:14,335
ก็ผิดกฎหมายน

460
00:26:14,629 --> 00:26:18,629
ะคะ ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่า

461
00:26:18,659 --> 00:26:22,175
ความเป็นส่วนตัวในกฎหมายที่ประเทศไทยกำหนดไว้นี้

462
00:26:22,175 --> 00:26:23,254
มันกำหนดถึงขอบเขตอะไร

463
00:26:23,254 --> 00:26:25,377
นะคะ

464
00:26:25,377 --> 00:26:26,596
มันอ่อนไหวต่อความมั่นคงของ

465
00:26:26,596 --> 00:26:28,056
ประเทศไหม

466
00:26:28,056 --> 00:26:32,056
นะคะ

467
00:26:34,590 --> 00:26:35,905
เอาไม่ต้องถึงประเทศก็ได้ค่ะ เหมือนเวลาเราถ่ายคลิปวีดีโอ ถ้าสมมติว่าจะโพสต์ลง

468
00:26:35,905 --> 00:26:38,528
ออนไลน์จริง ๆ

469
00:26:38,528 --> 00:26:39,732
เขายังต้องปิดหน้าเราไว้เลย

470
00:26:39,732 --> 00:26:43,732
ทำเบลอ ๆ ใช่ไหมคะ คุ้มครองข้อ

471
00:26:48,166 --> 00:26:50,166
มูลส่วนบุคคล  เช่น อาจจะไปร้านหมูกะทะกับเพื่อนแต่ไม่ได้คิดอะไรมากถ่ายติดโต๊ะข้าง ๆ

472
00:26:50,166 --> 00:26:54,166
แต่เขารู้สึกว่า

473
00:26:55,097 --> 00:26:56,445
เขากำลังกินข้าวอยู่เขาเคี้ยวแล้วเขาดูไม่สวยแล้วคุณไปโพสต์อย่างนี้

474
00:26:56,445 --> 00:26:57,603
เขาฟ้องได้นะ

475
00:26:57,603 --> 00:27:01,603
เพราะว่าละเมิด

476
00:27:03,463 --> 00:27:05,141
ข้อมูลของเขา คือละเมิดหน้าตาของเขาอะไรอย่างนี้นะคะ

477
00:27:05,141 --> 00:27:08,399
ก็ต้องระวังด้วย

478
00:27:08,399 --> 00:27:09,572
ถ่ายรูปติดใครมาเลยมีอะไรข้างหลัง ก็

479
00:27:09,572 --> 00:27:13,228
ระวังนิดหนึ่ง

480
00:27:13,228 --> 00:27:15,434
นะคะ บางคนอาจจะคิดว่า โอ๊ย มันไม่เห็นน่าจะ

481
00:27:15,434 --> 00:27:16,745
ซีเรียสอะไรแต่บางคนเขา

482
00:27:16,745 --> 00:27:18,872
ไม่

483
00:27:18,872 --> 00:27:19,619
ไม่โอเคกับการทำแบบนี้

484
00:27:19,619 --> 00:27:23,619
นะคะ

485
00:27:26,394 --> 00:27:30,394
ข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง ที่อันแรกเป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยอ่อนไหว

486
00:27:31,291 --> 00:27:34,427
รู้ไปก็รู้ก็ได้ค่ะ ไม่ได้น่าอับอายอะไร

487
00:27:34,427 --> 00:27:36,834
เช่น ชื่อ นามสกุล

488
00:27:36,834 --> 00:27:40,834
บ้านอยู่ไหน นี่ก็

489
00:27:44,967 --> 00:27:48,967
ก็ไม่ค่อยอ่อนไหวเท่าไร แต่ก็น่ากลัวอยู่ เพราะว่ามันก็จะมีพวกมิจฉาชีพที่ส่งของมา แล้วสมมติว่า

490
00:27:52,102 --> 00:27:56,102
ถ้าเราอยู่กับผู้ใหญ่ แล้วเขาไม่รู้น่ะ เป็นเก็บเงินปลายทาง หรือว่าไปมันก็จะมี

491
00:27:57,072 --> 00:28:00,905
ความถูกโกงหรือถูกหลอกได้นะคะ

492
00:28:00,905 --> 00:28:03,681
อายุก็ยังไม่ถือว่าเป็นข้อมูลที่อ่อนไหว

493
00:28:03,681 --> 00:28:07,681
นะคะ แต่ว่าบางคนเขาอาจจะไม่ชอบก็มี

494
00:28:09,743 --> 00:28:11,597
นะคะ  แต่ว่าโดนรรวม ๆ แล้วนี่ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อายุ เพศเนี่ยก็

495
00:28:11,597 --> 00:28:15,597
ไม่ได้เป็นข้อมูลที่อ่อนไหวมาก

496
00:28:15,758 --> 00:28:19,758
กับข้อมูลที่ Sensitive มาก ๆ

497
00:28:21,998 --> 00:28:25,242
คือ ข้อมูลที่กระทบความรู้สึก หรือสภาพจิตใจ หรือสุขภาพ

498
00:28:25,242 --> 00:28:27,229
ห้ามจัดเก็บ หรือถ้าจัดเก็บ

499
00:28:27,229 --> 00:28:29,134
คุณไม่สามารถเปิดเผยได้

500
00:28:29,134 --> 00:28:30,294
นะคะ

501
00:28:30,294 --> 00:28:33,192
เช่น

502
00:28:33,192 --> 00:28:35,808
บางคนเชื้อชาติเผ่าพันธุ์

503
00:28:35,808 --> 00:28:39,777
ลักษณะทางพันธุกรรม

504
00:28:39,777 --> 00:28:42,271
นะคะ ศาสนา

505
00:28:42,271 --> 00:28:45,106
ถ้า

506
00:28:45,106 --> 00:28:47,854
บางคนเคยทำวิจัย

507
00:28:47,854 --> 00:28:51,854
เขาขอดูบัตรประชาชน อาจ

508
00:28:52,743 --> 00:28:55,276
ารย์เคยเห็นคือเขาจะเอาสติกเกอร์แปะไว้ที่ศาสนา

509
00:28:55,276 --> 00:28:59,276
แล้วค่อยถ่ายเอกสาร

510
00:29:00,603 --> 00:29:02,806
หรือให้เผยแพร่ข้อมูลต่อไป เพราะว่าข้อมูลศาสนาถือเป็นข้อมูลที่อ่อนไหว

511
00:29:02,806 --> 00:29:06,806
มันกระทบความเชื่อของใคร

512
00:29:08,772 --> 00:29:10,803
ก็ได้ หรือบางคนไม่มีศาสนา แต่ชอบในลัทธิ

513
00:29:10,803 --> 00:29:14,803
มันก็เรื่องของเขานะ

514
00:29:14,900 --> 00:29:15,898
ะ เราจะไม่หัวเราะเยาะ เราจะไม่แสดงความคิดเห็น

515
00:29:15,898 --> 00:29:17,321
การเมือง

516
00:29:17,321 --> 00:29:19,248
อันนี้

517
00:29:19,248 --> 00:29:23,248
ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล

518
00:29:29,353 --> 00:29:31,682
คุณมีสิทธิ์จะคิดได้นะคะ หรืออีกคนหนึ่งเขาก็มีสิทธิ์จะคิดได้ เราจะไม่ทะเลาะกันเรื่องนี้ แล้วก็ไม่เก็บเรื่องนี้มาเป็น

519
00:29:31,682 --> 00:29:35,003
ประเด็นที่จะคุยกันเพราะ

520
00:29:35,003 --> 00:29:39,003
มันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวมาก ๆ

521
00:29:39,672 --> 00:29:42,386
นะคะ คุยกันได้ค่ะ แต่ว่าอย่าถึงขั้นทะเลาะกัน

522
00:29:42,386 --> 00:29:43,902
รวมถึงประเด็นข้อมูลสุขภาพ

523
00:29:43,902 --> 00:29:47,629
ใครป่วย

524
00:29:47,629 --> 00:29:51,629
ทำไมเวลาไปโรงพยาบาลนี่ เขาห้ามถ่ายภาพ

525
00:29:53,812 --> 00:29:57,812
มันอาจจะเกี่ยวข้องกับการรักษาของคุณหมอด้วย แล้วก็

526
00:30:01,630 --> 00:30:03,826
สิทธิของผู้ป่วยที่อยู่คนอื่นที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย เพราะฉะนั้น เวลานักศึกษาทำอะไรก็ตามตอนนี้

527
00:30:03,826 --> 00:30:05,903
คุณไม่ชอบอะไร

528
00:30:05,903 --> 00:30:09,903
คุณก็อย่าทำแบบนี้กับคนอื่น

529
00:30:12,287 --> 00:30:16,287
ไม่ชอบถูกถ่ายรูปติด ไม่ชอบถูกเอาความลับไปเปิดเผย คนอื่นเขาก็ไม่ชอบเหมือนกัน

530
00:30:18,453 --> 00:30:21,187
นะคะ อันนี้เป็นหลักง่าย ๆ เลย ถ้าสมมติว่าข้อมูลอะไรที่ฉันไม่สามารถคุยกับคนอื่นได้นะ

531
00:30:21,187 --> 00:30:21,891
คุณไม่ชอบอะไร คุณก็อย่าพูดแบบนั้น

532
00:30:21,891 --> 00:30:25,891
นะคะ

533
00:30:28,137 --> 00:30:32,034
สิทธิของเจ้าของข้อมูล เขาก็สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนตัวเขาได้

534
00:30:32,034 --> 00:30:33,419
แล้วก็สิทธิ์ที่จะให้ข้อมูลนั้น

535
00:30:33,419 --> 00:30:36,993
กับคนอื่นหรือเปล่า เหมือน

536
00:30:36,993 --> 00:30:39,715
อยู่ดี ๆ อาจารย์ขอว่า

537
00:30:39,715 --> 00:30:41,701
คุณเกิดวันไหนน่ะ ขอวันเดือนปีเกิดหน่อย

538
00:30:41,701 --> 00:30:44,014
คุณไม่ให้ก็ได้

539
00:30:44,014 --> 00:30:47,223
ถ้าคุณยินยอมที่จะให้หรือ

540
00:30:47,223 --> 00:30:51,071
ตอนนี้ค่ะ แค่ทำแบบประเมินความพึงพอใจ

541
00:30:51,071 --> 00:30:55,071
ทุกคนก็ต้องเซ็นยินยอมที่จะให้ข้อมูลด้วยซ้ำนะคะ

542
00:30:57,835 --> 00:31:00,379
รวมถึงสิทธิ์การเข้าถึงตรวจสอบ ร้องขอ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่ว่า

543
00:31:00,379 --> 00:31:02,712
อยู่ดี ๆ เดินไปบอก ว่า

544
00:31:02,712 --> 00:31:04,380
ขอ

545
00:31:04,380 --> 00:31:06,207
เขียนเลขที่บ้านหน่อย

546
00:31:06,207 --> 00:31:10,207
บ้านใครไม่รู้

547
00:31:10,265 --> 00:31:12,929
เดินไปเลขบ้านเขาไม่สวยขอเปลี่ยนหน่อยนี่ ไม่ได้

548
00:31:12,929 --> 00:31:14,029
นะคะ เป็นข้อมูลส่วนตัวของเขาหรือว่า

549
00:31:14,029 --> 00:31:17,132
ประชาชน

550
00:31:17,132 --> 00:31:18,707
เปลี่ยนศาสนาให้เพื่อนนี้

551
00:31:18,707 --> 00:31:20,461
นะคะ

552
00:31:20,461 --> 00:31:24,461
มันเป็นข้อมูลส่วนตัวของเขา

553
00:31:25,209 --> 00:31:29,209
ก็เขาก็ต้องเป็นคนดูแลข้อมูลส่วนตัวของเขาเองอะไรนี้

554
00:31:31,882 --> 00:31:35,668
กฎหมายต่อมาจะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์นะคะ

555
00:31:35,668 --> 00:31:37,941
ก็จะเป็นการกำหนดมาตรการทางอาญา ตอนนี้ถ้าใครทำ

556
00:31:37,941 --> 00:31:39,730
ผิดในระบบเครือข่าย

557
00:31:39,730 --> 00:31:41,386
การให้ข้อมูล

558
00:31:41,386 --> 00:31:44,914
ในโลกออนไลน์

559
00:31:44,914 --> 00:31:48,914
ก็มีผล

560
00:31:51,713 --> 00:31:53,582
ทางกฎหมายแล้วนะคะ เราจะโพสต์ด่าใครบน Facebook อยู่บนโซเชียลไม่ได้

561
00:31:53,582 --> 00:31:56,445
พรบ. มีคอมพิวเตอร์แล้ว

562
00:31:56,445 --> 00:31:59,853
หรืออ่านแล้วรู้ได้ว่า

563
00:31:59,853 --> 00:32:02,723
ก็ไม่ได้

564
00:32:02,723 --> 00:32:06,723
อะไรที่

565
00:32:11,509 --> 00:32:13,039
คุณโพสต์ลงไปในโซเชียลหรือในโลกออนไลน์มันไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนตัวจะมาอ้างว่าพื้นที่ส่วนตัวของฉันนู่นนี่นั่นไม่ได้

566
00:32:13,039 --> 00:32:17,039
ถ้ามันผิด ก็ผิดนะคะ แต่

567
00:32:21,577 --> 00:32:24,118
หลัก ๆ ของกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์นี่ หลัก ๆ ก็คือมีการ

568
00:32:24,118 --> 00:32:28,118
ขโมยเงิน

569
00:32:31,412 --> 00:32:34,132
จากบัญชีจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใด ๆ ก็ตามนะคะ

570
00:32:34,132 --> 00:32:35,861
อาจจะมีการขโมยข้อมูลความลับของบริษัท

571
00:32:35,861 --> 00:32:37,904
ในระบบคอมพิวเตอร์

572
00:32:37,904 --> 00:32:40,521
การปล่อยไวรัส

573
00:32:40,521 --> 00:32:44,143
การใช้คอมพิวเตอร์ปลอมเอกสารต่าง ๆ

574
00:32:44,143 --> 00:32:46,352
หรือใช้คอมพิวเตอร์ในการก่อวินาศกรรมเหมือนหนังหลาย ๆ เรื่อง

575
00:32:46,352 --> 00:32:48,075
นะคะ วางระเบิด

576
00:32:48,075 --> 00:32:50,065
ปล้นธนาคาร

577
00:32:50,065 --> 00:32:52,699
ปล้นเครื่องบินไม่ได้

578
00:32:52,699 --> 00:32:56,699
การขโมย Domain Name

579
00:32:57,830 --> 00:33:01,356
การขโมยลิงก์ เหมือนคนดาราโดนแฮก IG

580
00:33:01,356 --> 00:33:05,356
ก็คือเป็นคดีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เหมือนกันนะคะ

581
00:33:06,954 --> 00:33:08,895
ตัดต่อภาพ โพสต์หมิ่นประมาท โพสต์ดูถูก ใส่ร้ายป้ายสี

582
00:33:08,895 --> 00:33:12,555
ใช้คำไม่สุภาพ

583
00:33:12,555 --> 00:33:14,495
ผิดกฎหมายนะคะ ไม่ว่าใครก็ตาม

584
00:33:14,495 --> 00:33:17,709
คุณ

585
00:33:17,709 --> 00:33:21,709
ถ้าโดนใครตัดต่อภาพโพสต์หมิ่นประมาท

586
00:33:23,345 --> 00:33:24,652
หนูถูกใส่ร้ายป้ายสีคุณก็ไม่ยอมเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือใครก็ตาม เพราะฉะนั้น

587
00:33:24,652 --> 00:33:28,539
อะไรที่

588
00:33:28,539 --> 00:33:30,571
มันผิดกฎหมายเรารู้อยู่แล้วอะไรที่มันไม่ดีรู้อยู่ในใจอย่าทำ

589
00:33:30,571 --> 00:33:31,894
เพราะว่าตอนนี้

590
00:33:31,894 --> 00:33:34,883
ทุกอย่างตรวจสอบได้

591
00:33:34,883 --> 00:33:36,068
ใคร.. มันเคยมีคดีหน่ึงค่ะ

592
00:33:36,068 --> 00:33:37,537
ไม่พอใจ

593
00:33:37,537 --> 00:33:39,711
เป็นผู้ชายคนหนึ่ง

594
00:33:39,711 --> 00:33:42,294
เลิกกับแฟน แล้ว

595
00:33:42,294 --> 00:33:46,012
เลิกกันไม่ดี

596
00:33:46,012 --> 00:33:47,341
เอาเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิง เอารูปไปโพสใน

597
00:33:47,341 --> 00:33:49,986
เว็บไซต์หาคู่

598
00:33:49,986 --> 00:33:50,677
จนเขา

599
00:33:50,677 --> 00:33:54,677
ถูก

600
00:33:56,251 --> 00:33:58,491
โทร. หาบ่อยมาก โดนทำให้เขารู้สึกว่าอยู่ด้วยความไม่สงบ

601
00:33:58,491 --> 00:34:01,073
แจ้งตำรวจได้นะคะ

602
00:34:01,073 --> 00:34:05,073
ตำรวจตาม IP Address ถึงบ้านเลยนะ

603
00:34:06,744 --> 00:34:08,170
เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าทำอะไรไม่มีกล้องวงจรปิดไม่มีใครรู้หรอก IP Address

604
00:34:08,170 --> 00:34:10,076
เช็กได้

605
00:34:10,076 --> 00:34:12,909
นะคะ เพราะฉะนั้นระวัง

606
00:34:12,909 --> 00:34:14,696
อะไรที่เรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่ดี

607
00:34:14,696 --> 00:34:18,696
ก็หลีกเลี่ยงนะคะ

608
00:34:20,343 --> 00:34:23,514
ในประเทศไทยก็จะมีหลาย ๆ กรณีที่เกิดขึ้น เช่น

609
00:34:23,514 --> 00:34:24,966
แอบเปลี่ยนชื่อที่อยู่นะคะ อันนี้ก็

610
00:34:24,966 --> 00:34:26,790
... แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็

611
00:34:26,790 --> 00:34:29,428
ระบาด

612
00:34:29,428 --> 00:34:32,194
เหมือนกัน ทำทีเป็นว่า

613
00:34:32,194 --> 00:34:33,972
บัญชีธนาคารคุณมีปัญหานะให้

614
00:34:33,972 --> 00:34:37,502
แก้ไขข้อมูลนะคะ

615
00:34:37,502 --> 00:34:41,426
การแอบใช้ Internet Account

616
00:34:41,426 --> 00:34:44,619
ก็คือเหมือนไอ้เลข Login รหัสนักศึกษาคุณนี่แหละ

617
00:34:44,619 --> 00:34:47,322
นะคะ ถ้าเกิดสมมติว่า

618
00:34:47,322 --> 00:34:51,322
ไม่ได้ Log out ออกจากเครื่องแล้วมีคนมาใช้ต่อ

619
00:34:53,178 --> 00:34:57,178
ถือว่า ถ้าสมมติว่าถ้ามีความผิดคุณก็จะโดนสืบสวนไปด้วยนะ

620
00:34:59,633 --> 00:35:03,633
คะ แล้วก็อาจจะมีบางเว็บไซต์พนักงานถูกไล่ออกไม่พอใจ

621
00:35:05,341 --> 00:35:08,463
เ ปลี่ยนจากเว็บไซต์หน่วยงานกลายเป็นเว็บโป๊ หรือส่งอีเมล

622
00:35:08,463 --> 00:35:12,463
ใช้อีเมลผู้บริหารส่งข้อมูลไปด่าผู้อื่น

623
00:35:14,330 --> 00:35:18,187
อันนี้ก็มีกรณีที่เกิดขึ้นเหมือนกันหรือว่าพนักงานแอบติดตั้งโปรแกรม

624
00:35:18,187 --> 00:35:22,187
สแกนหา Username Password ของผู้บริหารพนักงานในองค์กร

625
00:35:22,285 --> 00:35:25,062
เราก็เข้าไป login ทำความเสียหายให้องค์กรก็มี

626
00:35:25,062 --> 00:35:25,860
อาจจะใช้อีเมลขององค์กรไปทำ

627
00:35:25,860 --> 00:35:28,294
ให้

628
00:35:28,294 --> 00:35:29,636
ชื่อเสียงขององค์กรเสียหายก็มี

629
00:35:29,636 --> 00:35:33,636
นะคะ

630
00:35:34,929 --> 00:35:38,929
ในประเทศไทยปัจจุบันมีกรณีที่ผิดทางคอมพิวเตอร์ในเยอะมากนะคะ

631
00:35:47,034 --> 00:35:50,010
ปัญหามันก็จะมีเกี่ยวกับด้านพยานหลักฐานบางคนก็บอกว่าอุ้ยเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้งไปตามหาไม่เจอแล้วอะไรนี่

632
00:35:50,010 --> 00:35:54,010
คล้าย ๆ ในหนังเลยนะคะ

633
00:35:56,606 --> 00:35:59,886
อาจจะไปยึดตอนนี้ถ้าเป็น พรบ. คอมพิวเตอร์นี่ ถ้าสมุติว่ามีคนทำผิด

634
00:35:59,886 --> 00:36:03,886
ตำรวจรู้ ว่าเป็นที่ไหน

635
00:36:05,587 --> 00:36:06,540
เขาไม่ต้องขอหมายศาลนะ หมายค้นก็ไม่ต้องมีก็ได้ ถ้าเขามั่นใจ ว่า

636
00:36:06,540 --> 00:36:10,540
มันผิดที่ไหน

637
00:36:11,600 --> 00:36:15,600
เขาสามารถยึดคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นไปตรวจสอบได้ทันที โดยไม่ต้องรอหมายศาล

638
00:36:18,644 --> 00:36:22,644
กฎหมายค่อนข้างรุนแรง บางคนก็จะมาบอกว่าอุ้ยโดนรังแกไม่ได้นะ

639
00:36:22,893 --> 00:36:24,428
ถือว่าคุณรู้อยู่แก่ใจว่าคุณทำผิดหรือคุณทำ

640
00:36:24,428 --> 00:36:25,111
ถูกกันแน่

641
00:36:25,111 --> 00:36:29,111
นะคะ

642
00:36:31,338 --> 00:36:34,998
อันนี้ก็ตัดไป อันนี้ก็อธิบายไปแล้ว

643
00:36:34,998 --> 00:36:36,969
กับอีกอันหนึ่ง

644
00:36:36,969 --> 00:36:39,480
ที่เป็นประเด็น ก็คือ

645
00:36:39,480 --> 00:36:43,480
อายุของผู้กระทำความผิด

646
00:36:43,512 --> 00:36:45,161
ส่วนมากบางทีเวลา

647
00:36:45,161 --> 00:36:48,795
อะไรนะ

648
00:36:48,795 --> 00:36:50,620
โพสต์ด่าคนนั้นคนนี้ เขาบอกว่า

649
00:36:50,620 --> 00:36:54,620
โอ๊ะ เด็กเพิ่งเกิด

650
00:36:55,182 --> 00:36:57,026
ยังเป็นเด็กอยู่เลย ทำไมมาโพสต์ด่านู่นนี่นั่นโน่น

651
00:36:57,026 --> 00:37:00,095
ส่วนมาก

652
00:37:00,095 --> 00:37:01,570
หรือบางทีเป็นเด็กที่เก่งมาก ๆ เขาอาจจะ

653
00:37:01,570 --> 00:37:03,886
คึกคะนอง

654
00:37:03,886 --> 00:37:07,597
เจาะระบบ

655
00:37:07,597 --> 00:37:08,808
น่าจะเป็นกรณีที่ว่าเป็นเด็กและเยาวชนนี่

656
00:37:08,808 --> 00:37:12,808
ความผิด

657
00:37:14,723 --> 00:37:18,723
ที่เกิดขึ้นเขาอาจจะอ้างได้ว่าเขารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือความคึกคะนอง

658
00:37:19,204 --> 00:37:23,204
ถามว่ากรณีพวกนี้มีไหมมีในบ้านเราก็มีเยอะแยะ

659
00:37:24,684 --> 00:37:28,684
เวลาเด็กบางทีไปเช็กดูดี ๆ เป็นเด็กป. 4 มาโพสต์ด่าอย่างนี้

660
00:37:31,630 --> 00:37:35,630
นะคะ ก็มี เพราะฉะนั้นประเด็นเรื่องอายุของคนที่กระทำความผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ในก็มี

661
00:37:38,153 --> 00:37:42,153
เป็น

662
00:37:45,155 --> 00:37:49,155
กฎหมายฉบับที่สำคัญนะคะ เป็นพระราชบัญญัติ ว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ตั้งแต่ปี 2544

663
00:37:51,375 --> 00:37:55,375
มีไว้เพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการทำธุรกรรมหรือสัญญา

664
00:37:55,475 --> 00:37:57,871
นะคะ ให้มีผลเช่นเดียวกันทำสัญญา

665
00:37:57,871 --> 00:37:59,932
กฎหมายพาณิชย์ คือ

666
00:37:59,932 --> 00:38:03,336
ให้สัญญาทาง

667
00:38:03,336 --> 00:38:03,896
อิเล็กทรอนิกส์เหมือนกับสัญญากระดาษผู้ประกาศนั่นเอง

668
00:38:03,896 --> 00:38:07,247
นะคะ

669
00:38:07,247 --> 00:38:09,492
หาสาระสำคัญ อันแรก

670
00:38:09,492 --> 00:38:13,387
ห้ามปฏิเสธความผูกพัน

671
00:38:13,387 --> 00:38:14,993
ถ้าคุณมีชื่ออยู่ในนั้น

672
00:38:14,993 --> 00:38:16,324
หรือเป็น

673
00:38:16,324 --> 00:38:20,324
Account

674
00:38:20,495 --> 00:38:21,581
ใด ๆ ก็ตามที่มันเกี่ยวข้องกับคุณ คุณปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

675
00:38:21,581 --> 00:38:25,581
นะคะ

676
00:38:27,593 --> 00:38:30,867
ถ้าใครลงลายมือชื่อในหนังสือ หรือใน

677
00:38:30,867 --> 00:38:34,008
เอกสารดิจิทัล

678
00:38:34,008 --> 00:38:36,638
จะถือว่าข้อมูลหรือข้อความนั้น

679
00:38:36,638 --> 00:38:37,283
เป็นของคุณปฏิเสธไม่ได้

680
00:38:37,283 --> 00:38:40,090
นะคะ

681
00:38:40,090 --> 00:38:42,622
แล้วก็

682
00:38:42,622 --> 00:38:46,622
การเก็บรักษาข้อมูล จะต้อ

683
00:38:47,222 --> 00:38:48,547
งถูกต้องเชื่อถือได้ไม่มีการแก้ไข

684
00:38:48,547 --> 00:38:52,547
แล้วก็สามารถ

685
00:38:52,887 --> 00:38:56,887
เรียกดูข้อมูลภายหลังได้ถูกต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ นะคะ

686
00:38:57,584 --> 00:39:01,584
เว้นแต่ว่าคุณจะมีการรับรอง หรือมีการบันทึกเพิ่มเติม

687
00:39:01,907 --> 00:39:05,907
แต่ข้อมูลเดิมคุณจะลบไม่ได้ แก้ไขไม่ได้

688
00:39:06,530 --> 00:39:09,289
ต้องเป็นฉบับใหม่ในการเพิ่มเติม หรือแก้ไขเท่านั้นนะคะ ฉบับเดิมที่มีผลไปแล้วไม่นับนะคะ

689
00:39:09,289 --> 00:39:11,609
ถือว่า

690
00:39:11,609 --> 00:39:15,328
ข้อมูลนั้นสมบูรณ์ไปแล้ว

691
00:39:15,328 --> 00:39:19,328
แล้วก็

692
00:39:22,006 --> 00:39:23,981
การรับข้อมูลให้ถือว่ามีผลตั้งแต่เวลาที่

693
00:39:23,981 --> 00:39:27,981
ข้อมูลนั้น ๆ เข้าสู่ระบบ

694
00:39:28,971 --> 00:39:29,955
นะคะ คุณส่งข้อมูลมาตอน

695
00:39:29,955 --> 00:39:33,955
2 ทุ่ม

696
00:39:35,309 --> 00:39:39,309
ก็ให้มีผลตั้งแต่ 2 ทุ่ม ที่คุณส่ง ณ ตอนนั้นวินาทีนั้นนะคะ

697
00:39:41,609 --> 00:39:45,609
กับบทบาทของภาครัฐในการให้บริการประชาชนนะคะ

698
00:39:47,047 --> 00:39:51,047
เราจะเรียกว่าเป็น E-grovermanet ก็คือระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือ

699
00:39:51,521 --> 00:39:55,263
ได้หลายอย่าง ประชาชนสามารถเข้าใช้บริการได้ หรือ

700
00:39:55,263 --> 00:39:57,683
การออกประกาศกฎกระทรวงใด ๆ ก็ตาม ตอนนี้จะต้องเผยแพร่บนระบบ

701
00:39:57,683 --> 00:40:01,683
คอมพิวเตอร์ให้ประชาชนรับทราบด้วยนะคะ

702
00:40:04,664 --> 00:40:08,664
กับหน้าที่ของเจ้าของใบร

703
00:40:09,911 --> 00:40:11,825
ับรองอิเล็กทรอนิกส์ถ้าใครไปยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่นะคะ

704
00:40:11,825 --> 00:40:15,825
ก็ต้องระมัดระวัง

705
00:40:19,783 --> 00:40:22,541
อาจจะมีการขโมยหรือการแอบอ้างการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยที่ไม่อนุญาตถ้ามันหลุดออกไป

706
00:40:22,541 --> 00:40:26,441
คุณก็ต้องรับผิดชอบ

707
00:40:26,441 --> 00:40:30,441
ทรัพย์สินตัวเองด้วยนะคะ ว่า

708
00:40:30,648 --> 00:40:33,462
แค่ลายมือชื่อดิจิทัลที่คุณเก็บไว้ ในเมื่อกี้เขาจะมา

709
00:40:33,462 --> 00:40:36,255
ลบออกจากคอมพิวเตอร์คุณได้อ

710
00:40:36,255 --> 00:40:39,061
ย่างไรนะคะ หรือมันถูกเผยแพร่ได้อย่างไร

711
00:40:39,061 --> 00:40:42,386
เราก็ต้องระมัดระวังเรื่องพวกนี้ด้วย

712
00:40:42,386 --> 00:40:44,952
นะคะ แล้วก็

713
00:40:44,952 --> 00:40:48,288
พรบ. คอมพิวเตอร์

714
00:40:48,288 --> 00:40:50,848
เริ่มใช้เมื่อปี 2550

715
00:40:50,848 --> 00:40:53,281
นะคะ ว่าด้วยการกระทำผิดทาง

716
00:40:53,281 --> 00:40:57,281
คอมพิวเตอร์ ที่มา

717
00:41:00,454 --> 00:41:03,222
ก็คืออย่างที่อาจารย์พูดตอนแรกนะคะ อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ คือ

718
00:41:03,222 --> 00:41:05,391
เริ่มมีบทบาทในชีวิตของมนุษย์

719
00:41:05,391 --> 00:41:09,391
มากขึ้นทุกวัน ๆ

720
00:41:11,001 --> 00:41:12,761
ไม่มีวันไหนที่เราไม่ได้เจอคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเรียนทางคอม หรือไม่เรียนทั้งคอมก็ตาม

721
00:41:12,761 --> 00:41:15,915
โทรศัพท์ที่ใช้

722
00:41:15,915 --> 00:41:17,363
ก็ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งเหมือนกัน

723
00:41:17,363 --> 00:41:19,549
นะคะ

724
00:41:19,549 --> 00:41:21,206
อาจจะมีการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ

725
00:41:21,206 --> 00:41:23,963
สื่อลามกอนาจาร

726
00:41:23,963 --> 00:41:24,858
พรบ. คอมพิวเตอร์

727
00:41:24,858 --> 00:41:27,110
เลย

728
00:41:27,110 --> 00:41:30,187
มีมาตรการขึ้นมาเพื่อควบคุม

729
00:41:30,187 --> 00:41:34,187
สื่อนั้น ๆ นะคะ

730
00:41:36,027 --> 00:41:40,027
แล้วก็ พรบ. คอมพิวเตอร์นี่ ถือว่าเป็นการสื่อสารทาง 1 ทางกฎหมายที่ต้องรับรองได้

731
00:41:40,109 --> 00:41:44,109
เหมือนกับว่าเราพูด เราเขียน เวลาด่าใครก็มีความผิด

732
00:41:46,665 --> 00:41:49,391
การด่าในคอมพิวเตอร์ การด่าโดยใช้คอมพิวเตอร์ก็มีความผิดเช่นกัน คุณไปยืนด่าเขาต่อหน้า

733
00:41:49,391 --> 00:41:50,486
คุณด่าเขาในโลกออนไลน์มีความผิดเหมือนกัน

734
00:41:50,486 --> 00:41:54,486
นะคะ

735
00:41:54,535 --> 00:41:58,535
โดยที่

736
00:42:00,081 --> 00:42:04,081
ประกาศสำคัญ ก็คือในกรณีที่เป็นเว็บบอร์ด

737
00:42:05,359 --> 00:42:07,922
นะคะ ผู้ให้บริการจะต้องเก็บ IP Address

738
00:42:07,922 --> 00:42:10,412
ของ User นั้น ๆ

739
00:42:10,412 --> 00:42:12,269
ตั้งแต่เข้าใช้งาน

740
00:42:12,269 --> 00:42:14,600
จน Log Out ออก

741
00:42:14,600 --> 00:42:17,350
นะคะ

742
00:42:17,350 --> 00:42:21,350
ในกรณีเป็นเว็บไซต์ทางการค้า

743
00:42:23,322 --> 00:42:27,322
ก็ต้องมีการเก็บหมายเลขบัตรเครดิตด้วย เพื่อยืนยันตัวตนเมื่อก่อนนะคะ ตั้งแต่ปี 25

744
00:42:29,575 --> 00:42:30,977
50 เดี๋ยวนี้เวลาคุณทำธุรกรรมใด ๆ ตอนนี้คงใช้บัตรประชาชนเป็นการยืนยันตัวตน และ

745
00:42:30,977 --> 00:42:31,946
สแกนหน้าด้วย

746
00:42:31,946 --> 00:42:35,946
นะ

747
00:42:36,874 --> 00:42:39,892
โดยผู้ให้บริการ

748
00:42:39,892 --> 00:42:43,892
ที่บอกว่าจะต้องเก็บ IP Address มีใครบ้าง

749
00:42:46,627 --> 00:42:49,803
นะคะ คนแรกเป็นผู้ให้บริการกิจกรรมโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ดาวเทียม

750
00:42:49,803 --> 00:42:51,493
มีสาย ไร้สายทุกอย่าง

751
00:42:51,493 --> 00:42:52,437
ตอนนี้คุณเล่นอยู่นี่

752
00:42:52,437 --> 00:42:53,975
ก็

753
00:42:53,975 --> 00:42:57,975
เขาติดตามคุณได้

754
00:42:59,988 --> 00:43:01,217
รวมถึงผู้ให้บริการที่ให้บริการระบบเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต

755
00:43:01,217 --> 00:43:05,007
ใดก็ตาม

756
00:43:05,007 --> 00:43:08,034
องค์กรภายนอก องค์กรเน็ตที่บ้าน

757
00:43:08,034 --> 00:43:12,034
เขาก็ต้องเก็บข้อมูลคุณเหมือนกัน

758
00:43:12,700 --> 00:43:15,265
รวมถึงผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์

759
00:43:15,265 --> 00:43:19,265
เขาก็เก็บข้อมูลคุณเช่นเดียวกันนะคะ หรือการท

760
00:43:23,735 --> 00:43:27,076
ี่เป็นผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็น Content เป็นเว็บบอร์ด Web Service ใด ๆ

761
00:43:27,076 --> 00:43:31,076
เขาก็จะมีการเก็บข้อมูลคุณ

762
00:43:31,661 --> 00:43:35,661
ง่าย ๆ เลยค่ะ เหมือนเวลาทำไมคุณเล่น facebook

763
00:43:36,593 --> 00:43:37,925
กับใช้ Google ไปพร้อมกัน  Serach หา สมมติว่า

764
00:43:37,925 --> 00:43:41,320
ร้านล้างรถ

765
00:43:41,320 --> 00:43:45,320
ข้อมูล

766
00:43:47,138 --> 00:43:47,912
ล้างรถ แล้วพอกลับไปเล่น Facebook ก็จะมีแต่โฆษณาร้านล้างรถ ครีมทำความสะอาดรถ

767
00:43:47,912 --> 00:43:50,028
เต็มเลย

768
00:43:50,028 --> 00:43:54,028
เขาแอบดูคุณอยู่

769
00:43:55,256 --> 00:43:57,778
ในโทรศัพท์บางทีนี่ มันมีฟังชันนะคะ ว่า

770
00:43:57,778 --> 00:44:01,778
ให้มันเปิดไมโครโฟนได้

771
00:44:02,552 --> 00:44:06,552
บางครั้งก็เคยสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไม

772
00:44:07,546 --> 00:44:11,546
Google มันรู้หรือ Facebook มันรู้ว่าเราอยากทำอะไร

773
00:44:12,346 --> 00:44:14,250
เพราะว่า Application บางอย่างนี่ มันสั่งให้เปิดไมโครโฟน แล้ว

774
00:44:14,250 --> 00:44:18,250
ฟังสิ่งที่เราพูดได้

775
00:44:21,939 --> 00:44:25,939
สังเกตดูนะคะ ลองสังเกตดู ว่าเราทำกิจกรรมอะไรบ่อย ๆ โฆษณามันก็จะขึ้นมาตามเหมือนกัน

776
00:44:27,801 --> 00:44:30,727
โดยผู้ให้บริการจะต้องเก็บข้อมูลอะไรบ้าง อันแรกเป็น

777
00:44:30,727 --> 00:44:32,500
การจราจรต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์

778
00:44:32,500 --> 00:44:35,129
เช่น คุณเล่นที่ไหน

779
00:44:35,129 --> 00:44:37,367
ส่งข้อมูลไปที่ไหนบ้าง

780
00:44:37,367 --> 00:44:41,367
ระยะเวลาในการเล่น

781
00:44:41,807 --> 00:44:45,807
วันที่เวลาไหน ข้อมูลที่ส่งไปมีปริมาณเท่าไร

782
00:44:45,848 --> 00:44:49,848
เขาจะต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้ไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน

783
00:44:50,010 --> 00:44:52,288
เพราะฉะนั้นถ้าคุณทำอะไรใด ๆ ก็ตาม แต่ถ้ามันมีความผิดเกิดขึ้น

784
00:44:52,288 --> 00:44:56,288
ข้อมูลยังอยู่ค่ะ

785
00:44:56,897 --> 00:45:00,897
แล้วคุณจะลบในเครื่องคุณ แต่ว่าในเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการยังอยู่

786
00:45:03,175 --> 00:45:06,820
ข้อมูลของผู้ใช้บริการมีอะไรบ้าง Username Password เลขบัตรประจำตัวประชาชน Username Pin Code ต่าง ๆ

787
00:45:06,820 --> 00:45:09,695
เขาก็เก็บเหมือนกันค่ะ 3 เดือนเหมือนกัน 90 วัน

788
00:45:09,695 --> 00:45:10,551
คุณโทร. หาคุณลบแล้วทิ้งแล้ว

789
00:45:10,551 --> 00:45:14,551
มันยังอยู่นะคะ

790
00:45:17,741 --> 00:45:20,251
โดยที่โทษสูงสุดก็จะมีตั้งแต่จำคุกจนปรับเงิน

791
00:45:20,251 --> 00:45:22,542
โทษสูงสุดก็ 5 ปีปรับเงินก็

792
00:45:22,542 --> 00:45:26,542
ครั้งละ 100,000 บาท ถ้ามันมี

793
00:45:27,546 --> 00:45:31,546
ความผิดในความผิดก็ตามโทษของแต่ละความผิดนั้นไป

794
00:45:32,967 --> 00:45:36,838
นะคะ แต่ถ้า

795
00:45:36,838 --> 00:45:38,025
มันกระทบต่อความมั่นคงของประเทศคุณอาจจะ

796
00:45:38,025 --> 00:45:42,025
ถึงขั้นจ

797
00:45:43,982 --> 00:45:47,982
ำคุก 3 ปีถึง 15 ปี หรือถ้ามันก่อให้เกิดอันตรายถึงร่างกายหรือชีวิตก็

798
00:45:48,787 --> 00:45:52,787
อาจจะถูกโทษจำคุกตลอดชีวิตมี 10 ปี 20 ปี ตลอดชีวิตก็มีนะคะ

799
00:45:57,027 --> 00:46:00,406
หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์นะคะ คืออันแรกเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

800
00:46:00,406 --> 00:46:02,123
แล้วก็สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

801
00:46:02,123 --> 00:46:05,483
DSI

802
00:46:05,483 --> 00:46:09,483
NECTEC ดูแลด้านระบบ

803
00:46:11,346 --> 00:46:15,299
การรับส่งข้อมูลด้วยนะคะ

804
00:46:15,299 --> 00:46:19,089
และอีกหัวข้อหนึ่งที่สำคัญของกฎหมาย

805
00:46:19,089 --> 00:46:20,122
อีกอย่างหนึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์กับสิทธิบัตร

806
00:46:20,122 --> 00:46:22,364
นะคะ

807
00:46:22,364 --> 00:46:26,364
ก็

808
00:46:26,617 --> 00:46:30,274
มันเป็นสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์เป็นเพียงคนเดียวที่จะกระทำได้

809
00:46:30,274 --> 00:46:31,800
เช่นคุณจะทำซ้ำดัดแปลงอะไรก็ตาม

810
00:46:31,800 --> 00:46:33,898
เหมือนเวลาทำไม

811
00:46:33,898 --> 00:46:35,036
ขายแผ่นซีดี

812
00:46:35,036 --> 00:46:36,449
ข

813
00:46:36,449 --> 00:46:40,449
ายหนังออนไลน์

814
00:46:42,232 --> 00:46:46,232
ถ้าใครทำเว็บดูหนังเถื่อน

815
00:46:47,304 --> 00:46:51,304
เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะถือว่าหนังที่เขาทำใหม่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา

816
00:46:52,168 --> 00:46:54,020
กว่าจะทำให้ได้หนังภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนี่ มันใช้ความอุตสาหะ

817
00:46:54,020 --> 00:46:58,020
จำนวนเงินมาก ๆ

818
00:47:00,168 --> 00:47:03,400
ทำไมเราถึงมี Netflix ทำไมถึงมี Disney+ ทำไมมี HBO ทำไมมี viu

819
00:47:03,400 --> 00:47:06,665
แอปพลิเคชั่นในการดูหนังต่าง ๆ ที่ต้องเสียตังค์เพราะ

820
00:47:06,665 --> 00:47:10,665
เขาไปซื้อลิขสิทธิ์มา เพื่อมาเผยแพร่ให้คุณนะคะ

821
00:47:13,163 --> 00:47:14,640
อะไรบ้างที่มีลิขสิทธิ์ หนังสือ

822
00:47:14,640 --> 00:47:17,111
การเต้นรำ

823
00:47:17,111 --> 00:47:20,505
การรำ การทำท่าทางต่าง ๆ

824
00:47:20,505 --> 00:47:23,686
การแสดงท่าทางด้วยวิธีการใบ้

825
00:47:23,686 --> 00:47:27,686
งานจิตรกรรม ประติมากรรมต่าง ๆ

826
00:47:27,851 --> 00:47:31,851
ดนตรี เนื้อร้องทำนองโน้ตเพลง

827
00:47:32,018 --> 00:47:33,763
วิดีโอเทป แผ่นเลเซอร์ดิส

828
00:47:33,763 --> 00:47:35,202
CD ต่าง ๆ

829
00:47:35,202 --> 00:47:37,189
นะคะ

830
00:47:37,189 --> 00:47:40,128
ภาพยนตร์เสียง

831
00:47:40,128 --> 00:47:42,639
การเผยแพร่ทางโทรทัศน์

832
00:47:42,639 --> 00:47:46,290
ทำไมเวลาเราดูทีวี

833
00:47:46,290 --> 00:47:47,699
ทีวีในจอทีวีปกตินะคะ

834
00:47:47,699 --> 00:47:50,654
กับดูทีวีออนไลน์

835
00:47:50,654 --> 00:47:52,237
ถ้าใครสังเกตจะดูว่า

836
00:47:52,237 --> 00:47:56,237
ข่าวกีฬา

837
00:47:56,585 --> 00:48:00,585
อยู่ในทีวีดูได้ ถ้าอยู่ในออนไลน์จะดูไม่ได้

838
00:48:01,323 --> 00:48:03,848
เพราะเขาซื้อลิขสิทธิ์มาแค่เผยแพร่ผ่านโทรทัศน์

839
00:48:03,848 --> 00:48:05,119
ไม่ได้เผยแพร่ผ่านทางช่องทาง

840
00:48:05,119 --> 00:48:08,261
ออนไลน์

841
00:48:08,261 --> 00:48:11,591
บางอย่างเราก็จะดูไม่ได้นะคะ

842
00:48:11,591 --> 00:48:13,581
นะคะ ต้องดูในทีวีเท่านั้นดูออนไลน์ไม่ได้เลยค่ะ

843
00:48:13,581 --> 00:48:17,581
ทุกอย่างจะเป็นลิขสิทธิ์หมด

844
00:48:20,919 --> 00:48:22,483
แล้วอะไรล่ะที่มันไม่รู้ว่าเป็นลิขสิทธิ์ข่าวข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เป็นข่าวพูดมาแต่ละวันนี่

845
00:48:22,483 --> 00:48:26,483
ใครไปพูดก็ได้

846
00:48:27,108 --> 00:48:29,845
รัฐธรรมนูญกฎหมายไม่มีลิขสิทธิ์ค่ะ ทุกคนประชาชนสามารถ

847
00:48:29,845 --> 00:48:32,213
อ่านแล้วก็เผยแพร่ได้

848
00:48:32,213 --> 00:48:35,131
คำสั่งต่าง ๆ ของหน่วยงานรัฐ

849
00:48:35,131 --> 00:48:39,131
คำสั่งศาลพิพากษาต่าง ๆ

850
00:48:41,510 --> 00:48:45,510
หนังสือราชการ งานแปลของหน่วยงานรัฐ หรือท้องถิ่นที่จัดทำขึ้นในนี้ ไม่ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์

851
00:48:46,507 --> 00:48:50,507
ทำอย่างไรถึงจะมีลิขสิทธิ์

852
00:48:52,565 --> 00:48:54,595
ก็จะเกิดขึ้นทันทีตั้งแต่ที่เราได้สร้างสรรค์ผลงานโดยที่ไม่ซ้ำใคร

853
00:48:54,595 --> 00:48:57,783
คุ้มครองทันที

854
00:48:57,783 --> 00:48:59,397
นะคะ ก็ถ้า

855
00:48:59,397 --> 00:49:02,407
เป็นงานที่

856
00:49:02,407 --> 00:49:05,508
ทำมาแล้วไม่ซ้ำใครนี่ คุณจะถือว่าเป็นเจ้าของ

857
00:49:05,508 --> 00:49:06,622
ลิขสิทธิ์หรือแค่เป็นงานเอกสารที่คุณต้องไปทำ

858
00:49:06,622 --> 00:49:10,622
นะคะ

859
00:49:11,379 --> 00:49:12,381
แล้วก็คนที่จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย จะต้องเป็นคนไทย

860
00:49:12,381 --> 00:49:16,115
นะคะ

861
00:49:16,115 --> 00:49:20,115
มีผลได้ผลเสียกับกฎหมายไทยเท่านั้น

862
00:49:27,300 --> 00:49:30,645
สิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง คุณจะแจกจ่าย ทำซ้ำดัดแปลงจำหน่าย ให้เช่า คัดลอกทำอะไรก็ได้

863
00:49:30,645 --> 00:49:33,180
ตามที่คุณจะอนุญาตหรือคุณจะทำเองก็ได้

864
00:49:33,180 --> 00:49:34,946
อาจจะมีค่าตอบแทนหรือไม่มีค่าตอบแทนก็ได้

865
00:49:34,946 --> 00:49:38,731
อันนี้คือการเป็นเจ้าของ

866
00:49:38,731 --> 00:49:40,760
อายุในการคุ้มครองลิขสิทธิ์

867
00:49:40,760 --> 00:49:44,760
จะประมาณ 50 ปี

868
00:49:45,503 --> 00:49:49,503
นะคะ หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่

869
00:49:51,419 --> 00:49:55,419
ถ้ายังไม่ตาย ลิขสิทธิ์จะมีอยู่ได้ตลอดจนกว่าเขาจะตายนั่นเอง

870
00:49:57,120 --> 00:49:59,170
ถ้าเป็นกรณีที่เป็นองค์กรหน่วยงานใด ๆ ก็ตาม ลิขสิทธิ์อยู่ได้ 50 ปี

871
00:49:59,170 --> 00:50:02,505
ถ้าเป็นภาพถ่าย

872
00:50:02,505 --> 00:50:06,346
ส่วนมากจะเป็น 50 ปีค่ะ ยกเว้นว่า

873
00:50:06,346 --> 00:50:09,768
การเป็นการประยุกต์จะอยู่ได้แค่ 25 ปี

874
00:50:09,768 --> 00:50:12,612
นะคะ ภายหลังจากลิขสิทธิ์หมดอายุแล้ว

875
00:50:12,612 --> 00:50:15,857
ก็เป็นสาธารณะใครจะใช้งาน

876
00:50:15,857 --> 00:50:19,857
ผลงานนั้น ๆ ก็ได้ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

877
00:50:20,686 --> 00:50:24,686
นะคะ บางคนจะสับสนระหว่างลิขสิทธิ์กับสิทธิบัตร

878
00:50:28,855 --> 00:50:32,855
สิทธิบัตรนี่ จะเป็นหนังสือรับรองของรัฐ เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้น หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

879
00:50:36,482 --> 00:50:38,230
ถ้าใครมีสิทธิบัตรก็จะเป็นเจ้าของสิทธิบัตร มีสิทธิ์คนเดียวในการแสวงหาประโยชน์จากการประดิษฐ์สิ่งนั้นได้

880
00:50:38,230 --> 00:50:40,088
ขายได้ผลิตได้

881
00:50:40,088 --> 00:50:43,163
นะคะ แต่ก็

882
00:50:43,163 --> 00:50:47,163
จะจำกัดแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เช่น สิทธิบั

883
00:50:51,209 --> 00:50:52,256
ตรการประดิษฐ์ ก็จะเป็นการคิดความคิดสร้างสรรค์ลักษณะขององค์ประกอบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

884
00:50:52,256 --> 00:50:56,256
นะคะ

885
00:50:57,287 --> 00:51:00,596
อาจจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์รูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

886
00:51:00,596 --> 00:51:04,596
ก็ อันนี้ก็เป็นสิทธิบัตร

887
00:51:05,980 --> 00:51:09,980
ตัวอย่างสิทธิบัตรจะเป็นเอกสารกระดาษแบบนี้นะคะ

888
00:51:10,679 --> 00:51:14,679
ถ้าเป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์จะอยู่ได้ 20 ปี ตั้งแต่วันที่ขอ

889
00:51:15,145 --> 00:51:16,487
หรือถ้าเป็นสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะอยู่ได้แค่ 10 ปี

890
00:51:16,487 --> 00:51:20,487
นะคะ จะมี 2 แบบ ความแตกต่างลิขสิทธิ

891
00:51:26,009 --> 00:51:28,838
์เกิดขึ้นทันที ไม่ต้องขอเอกสาร ไม่ต้องจดทะเบียนไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ

892
00:51:28,838 --> 00:51:29,938
สามารถ

893
00:51:29,938 --> 00:51:32,360
ให้โอน

894
00:51:32,360 --> 00:51:36,360
สิทธิให้กันได้เป็นมรดกได้

895
00:51:36,952 --> 00:51:38,007
นะคะ นี่จะมี 2 อย่างคือสิทธิบัตรการประดิษฐ์กับการออกแบบ

896
00:51:38,007 --> 00:51:41,841
นะคะ

897
00:51:41,841 --> 00:51:42,607
ต้องเป็นผลงานที่คิดขึ้นมาใหม่ ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน

898
00:51:42,607 --> 00:51:45,711
นะคะ

899
00:51:45,711 --> 00:51:48,884
ก็จะต้องมีการจดทะเบียน มีเสียค่าธรรมเนียม

900
00:51:48,884 --> 00:51:51,850
นะคะ งานในห้องวันนี้

901
00:51:51,850 --> 00:51:52,797
ให้นักศึกษาทำ 2 ข้อ

902
00:51:52,797 --> 00:51:54,978
นะคะ

903
00:51:54,978 --> 00:51:58,978
แต่ก่อนจะอธิบายงาน

904
00:52:00,584 --> 00:52:03,128
2 ข้อนี้ อธิบายเลยแล้วกัน ให้หาตัวอย่างข่าว

905
00:52:03,128 --> 00:52:04,511
อาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต

906
00:52:04,511 --> 00:52:08,211
หรือ

907
00:52:08,211 --> 00:52:11,887
อันตรายที่เกิดจากอินเทอร์เน็ตมา 2 ตัวอย่าง

908
00:52:11,887 --> 00:52:13,427
ว่ามันผิด พรบ. คอม

909
00:52:13,427 --> 00:52:15,085
ฯ หรือพรบ

910
00:52:15,085 --> 00:52:15,992
. ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์

911
00:52:15,992 --> 00:52:19,519
ไหม

912
00:52:19,519 --> 00:52:23,519
บอกแหล่งที่มาของข้อมูลด้วย

913
00:52:24,157 --> 00:52:26,761
แล้วก็ให้หาตัวอย่างผลงานที่เป็นสิ่งประดิษฐ์

914
00:52:26,761 --> 00:52:30,761
หรือผลงานออกแบบนะคะ

915
00:52:33,961 --> 00:52:37,256
อาจจะเป็นทั้งสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นลิขสิทธิบัตรลิขสิทธิ์มาอย่างละ 1 นะคะ ข้อมูลพรุ่งนี้หาได้

916
00:52:37,256 --> 00:52:39,362
ว่าใครเป็นคนค้นงานเป็นของใคร ใครเป็นเจ้าของ

917
00:52:39,362 --> 00:52:42,268
แล้วก็บอกเว็บไซต์ที่มาด้วย

918
00:52:42,268 --> 00:52:45,985
กับงาน Project

919
00:52:45,985 --> 00:52:47,756
3 อาทิตย์ที่เราจะไม่ได้เจอกัน

920
00:52:47,756 --> 00:52:51,756
20 คะแนน

921
00:52:53,207 --> 00:52:55,955
ความสามารถของเว็บไซต์หรือระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่นักศึกษาต้องพัฒนา

922
00:52:55,955 --> 00:52:58,059
งานกลุ่ม กลุ่มเดิมที่เคยแบ่งให้

923
00:52:58,059 --> 00:52:59,734
ทำเสร็จหรือยังรายงาน

924
00:52:59,734 --> 00:53:01,609
เสร็จแล้ว

925
00:53:01,609 --> 00:53:05,010
เอากลุ่มเดิม

926
00:53:05,010 --> 00:53:06,725
นะคะ ให้นักศึกษาใช้

927
00:53:06,725 --> 00:53:09,162
อะไร

928
00:53:09,162 --> 00:53:11,122
น่ะ WORDPRESS หรือ

929
00:53:11,122 --> 00:53:14,216

930
00:53:14,216 --> 00:53:18,216
WIX หรือเว็บไซต์ที่สามารถสร้าง

931
00:53:19,418 --> 00:53:22,091
เว็บไซต์ขายของได้นะคะ ด้วยความสามารถของ

932
00:53:22,091 --> 00:53:23,575
งานที่นักศึกษาต้องพัฒนาก็จะมีการ

933
00:53:23,575 --> 00:53:24,715
สามารถ

934
00:53:24,715 --> 00:53:28,715
แต่ง

935
00:53:29,539 --> 00:53:31,524
รายการสินค้าได้ เพิ่ม ลบ แก้ไข แก้ไขข้อมูลต่าง ๆ

936
00:53:31,524 --> 00:53:34,973
มีตะกร้าสินค้าแน่นอน

937
00:53:34,973 --> 00:53:36,640
มีการค้นหา

938
00:53:36,640 --> 00:53:40,640
สินค้าได้

939
00:53:40,788 --> 00:53:44,788
มีหน้ายืนยันสินค้า การสั่งซื้อสินค้าได้

940
00:53:45,635 --> 00:53:49,407
ช่องทางการชำระเงิน อันนี้อาจารย์อนุโลมให้เอาเป็นแค่

941
00:53:49,407 --> 00:53:53,407
หน้าจำลองก็ได้ว่าให้โอนเงินแจ้งสลิป

942
00:53:55,292 --> 00:53:58,812
เวลาซื้อของ บอกว่าสลิปเป็นการโอนเงิน แล้วก็มีช่องให้เพิ่ม

943
00:53:58,812 --> 00:53:59,850
สลิปโอนเงิน แล้วก็ยืนยันว่าโอนกี่โมงอะไรนี่

944
00:53:59,850 --> 00:54:02,493
เคยใช้ไหม

945
00:54:02,493 --> 00:54:03,683
นั่นแหละเอาแบบนั้นก็ได้

946
00:54:03,683 --> 00:54:07,683
นะ

947
00:54:10,051 --> 00:54:12,260
เพราะว่าเขารู้ว่าเราโอนเงินกี่โมงให้แนบสลิปมายืนยันด้วยว่าโอนเงินแล้วหรือยังค่ะ เอาแบบนี้ก็ได้

948
00:54:12,260 --> 00:54:16,064
ผู้ขาย

949
00:54:16,064 --> 00:54:20,028
เอาง่าย ๆ มันจะมีหน้าของคนซื้อกับหน้าของ Admin

950
00:54:20,028 --> 00:54:23,156
Admin จะต้องไปสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลในระบบได้น

951
00:54:23,156 --> 00:54:27,069
ะคะ สามารถกดอนุมัติคำสั่งซื้อได้

952
00:54:27,069 --> 00:54:28,142
ใครจัดการส่งสินค้า ตรวจสอบสินค้า

953
00:54:28,142 --> 00:54:32,142
มี

954
00:54:32,226 --> 00:54:36,182
ช่องให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าไหม

955
00:54:36,182 --> 00:54:38,502
ถ้าเป็นเว็บไซต์สำเร็จรูป ส่วนใหญ่จะทำได้

956
00:54:38,502 --> 00:54:42,502
รอดูแค่ว่าพวกคุณจะออกแบบเป็นอย่างไร

957
00:54:42,762 --> 00:54:44,684
ก็ให้ไปคุยกันเองในกลุ่มว่า

958
00:54:44,684 --> 00:54:48,360
ขายสินค้าอะไร

959
00:54:48,360 --> 00:54:50,221
อันนี้ปล่อย Free Style เลย

960
00:54:50,221 --> 00:54:52,160
แล้วหลังจากงานรับปริญญา

961
00:54:52,160 --> 00:54:56,160
ส่ง

962
00:54:59,325 --> 00:55:00,504
สิ่งที่ต้องทำคือให้ทำเป็นคลิปวิดีโอบันทึกหน้าจอค่ะ ว่าระบบที่คุณทำนี่

963
00:55:00,504 --> 00:55:01,978
มันทำอะไรได้บ้าง

964
00:55:01,978 --> 00:55:03,182
เป็นวิดีโอได้ด้วย

965
00:55:03,182 --> 00:55:05,434
ได้สิ

966
00:55:05,434 --> 00:55:09,434
เปิดหน้าจอ

967
00:55:11,746 --> 00:55:14,946
มันมีโปรแกรมในเครื่องอยู่เราก็เปิดเว็บของเรา หรือระบบของเรา แล้วก็

968
00:55:14,946 --> 00:55:17,257
บันทึกหน้าจอ ได้ ว่ากดอันนี้เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นนะ

969
00:55:17,257 --> 00:55:21,257
ส่งอาจารย์เป็นคลิปวิดีโอด้วย

970
00:55:24,688 --> 00:55:27,088
แล้วก็ทำเล่มคู่มือด้วย Cap แต่ละส่วนแต่ละส่วนของเว็บไซต์เราว่ามันทำ

971
00:55:27,088 --> 00:55:28,827
ได้ตามหัวข้อที่กำหนดไหม

972
00:55:28,827 --> 00:55:30,874
ตรงไหนคือส่วนที่ทำได้

973
00:55:30,874 --> 00:55:32,916
เหล่านี้

974
00:55:32,916 --> 00:55:35,358
แคปมาแคป ๆ ให้ดู

975
00:55:35,358 --> 00:55:39,358
อันนี้เป็นส่วนของ Project นะ

976
00:55:43,273 --> 00:55:47,273
ส่วนวันนี้ในห้องทำ 2 ข้อส่งใน classroom เหมือนเดิม แล้วก็ไอ้ตัว Project เดี๋ยวจะอัปเพิ่มให้

977
00:55:47,670 --> 00:55:50,425
กำหนดส่งวันไหน แล้วต้องส่งอะไรบ้างนะ อันนี้แค่อธิบายคร่าว ๆ ว่า

978
00:55:50,425 --> 00:55:53,476
ในระบบที่เราจะทำมันต้องมีอะไรบ้าง

979
00:55:53,476 --> 00:55:57,476
เริ่มทำงานในห้องได้ค่ะ

980
00:56:01,615 --> 00:56:05,615
ส่งเป็นไฟล์ด้วย

981
00:56:14,395 --> 00:56:18,395
เดี๋ยวล่ามพักก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวทำงานในห้องค่ะ

982
00:56:24,158 --> 00:56:28,158
เดี๋ยวเปิด Classroom ให้

983
00:56:40,007 --> 00:56:41,659

984
00:56:41,659 --> 00:56:45,659
ล่ามก็ยังอยู่ซื่อ ๆ Line บอกเขาก็ได้ว่า

985
00:56:46,844 --> 00:56:50,844
เขาก็ยังอยู่หน้ากล้องอยู่

986
01:00:18,351 --> 01:00:22,351
สร้างให้แล้ว ได้วันไหน

987
01:00:26,515 --> 01:00:30,515
วันพฤหัสได้ไหม

988
01:00:32,465 --> 01:00:36,465


