--- title: วิชาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (บ่าย) 220866 subtitle: date: วันอังคารที่ 22 สิงหาคม 2566 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์เกวลี) วันนี้เริ่มเลยแล้วกันนะคะ แต่ก่อนที่จะเริ่มสัปดาห์หน้านะคะ จริง ๆ แล้วเราจะต้องเตรียมงานรับปริญญา แล้วเป็นสัปดาห์ที่จะต้องสอนออนไลน์ อาจารย์จะไม่สอน แต่จะให้งานโพรเจกต์เราไปทำ เพราะว่าเราจะหยุดยาวมาก 2-3 สัปดาห์เลย หลังจากงานรับปริญญาเสร็จปุ๊บกลับมา ก็คืองานต้องเสร็จนะคะ แต่เดี๋ยวท้ายสไลด์อาจารย์จะอธิบายเรื่องงานอีกทีหนึ่ง วันนี้จะเป็นบทที่ 8 นะคะ จะเป็นเกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการซื้อขายของออนไลน์ของเรา ก็คือกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง ซึ่งกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คืออะไรนะคะ พอเราเริ่มมีการทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้นนี่ การบริหารบ้านเมืองโดยคณะรัฐมนตรีนี่ในปี 2541 เขาก็เลยได้จัดทำโครงการเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้วนะคะ โครงการพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งโดยเนื้อหานี่ มันก็จะเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมออนไลน์การซื้อขายของออนไลน์นะคะ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ จัดทำโดยคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ หลักจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่มีอยู่ 6 ฉบับด้วยกัน ฉบับแรกจะเป็นเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์หรือว่า EDI ระบบที่เราเคยเรียนไปแล้ว กฎหมายเกี่ยวกับการลงลายมือชื่อเป็นอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับกฎหมายทางการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนะคะ มีการมีกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ แล้วก็การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งกฎหมายที่เรามีใช้ทุกวันนี้นี่ บางเรื่องอาจจะเป็นหัวข้อที่ค่อนข้างล้าสมัย แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้นี่ ก็ยังมีผลถึงปัจจุบันอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบ้างให้ทันสมัยตามยุคนะคะ อันแรกเป็นกฎหมายแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์หรือว่าระบบที่เราเคยเรียนมาแล้วคือระบบEDI นะคะ ก็จะเพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือข้อมูลที่เราพิมพ์ลงไปใน Social หรือในสื่อใด ๆ ก็ตาม การยืมเงินขนาดปัจจุบันนี่ ยืมเงินผ่านออนไลน์ ก็ยังถือว่าเป็นการทำธุรกรรมทางกฎหมายเสมือนด้วยการเขียนด้วยกระดาษนะคะ ไม่ว่านักศึกษาจะพิมพ์อะไรลงไปใน Facebook ประกาศขายอะไรใด ๆ ก็ตามมันมีผลทางกฎหมายนะคะ โดยที่การลงข้อมูลแบบนี้นี่มันก็จะรับรองการทำสัญญา มีการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในวงการการค้า รวมถึงการขนส่งระหว่างประเทศด้วย ถ้าใครจะทำธุรกรรมกับคนในประเทศไทย ต้องดูกฎหมายตัวนี้ด้วยนะคะ มันเลยมีข้อดี ก็คือมันสามารถคุ้มครองเราให้เราสามารถทำธุรกิจได้อย่างไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาสถานที่คือเขาจะส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์มาเวลาไหนก็ได้ เหมือนว่าเป็นการทำการซื้อขายกับเราแล้วโดยที่จะต้องใช้มาตรฐานที่ยอมรับโดยทั่วไปวิธีการส่งที่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลที่เหมือนกัน วิธีการรับส่งข้อมูลตรงกัน จะถือว่าการธุรกรรมธุรกรรมนั้นถูกต้องตามกฎหมายนะคะ โดยสาระสำคัญของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็เป็นไปตามกฎหมายต้นฉบับ การค้าระหว่างประเทศนะคะ ก็จะมีหลายหมวด หมวดแรกก็จะให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขอบเขตการซื้อขายนิยามคำต่าง ๆ การตีความ ข้อกำหนด ข้อตกลง หมวดที่ 2 จะเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายว่ารูปแบบของข้อมูลแบบไหน ถึงจะเป็นธุรกรรมที่ถูกต้อง การสำรองข้อมูลเป็นอย่างไร ใช้ Digital Signature หรือว่าลายเซ็นดิจิตอลได้ไหม หรือว่าใช้ข้อมูลการเข้ารหัสใด ๆ ที่ส่งผลทางกฎหมายได้บ้างนะคะ พยานหลักฐานการเก็บรักษาข้อมูลการแปลงข้อมูลสามารถดูเขาเรียกว่าภาษาบ้านเรา ก็คือภาษาวิชาการเขาเรียกว่า "Digital Footprint" เหมือนว่าคุณทำธุรกรรมใด พิมพ์อะไร ถึงคุณจะลบไปแล้ว มันก็ยังตามรอยเท้ากลับไปได้ ว่าก่อนที่มันจะเกิดผลลัพธ์ตัวนี้นี่ ระหว่างทางมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง หมวดที่ 3 จะเป็นเกี่ยวกับการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ จะดูว่าความสมบูรณ์ของสัญญา การเกิดขึ้นของสัญญาต่าง ๆ การรับรองสัญญาส่งข้อมูลมี Time stamp เวลาที่ได้รับข้อมูลกี่โมงวันไหนอย่างไร Time Zone ของแต่ละประเทศไม่เหมือนกันใช้ ime zone ประเทศอะไรเพราะบางทีมันจะมีข้อกำหนด ว่าต้องส่งใบเสนอราคาก่อนเวลาเท่านี้ เท่านี้ถึงจะได้ราคาพิเศษอะไรก็ว่าไปนะคะ การรับรองสถานะข้อมูลที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ข้อมูลใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นในเครือข่ายคอมพิวเตอร์นะคะ หรือเครือข่ายไร้สายใด ๆ ก็ตาม จะถูกรับรองสถานะะ ก็ต่อเมื่อมันสามารถเข้าถึงได้ด้วยการอ่าน แล้วก็ถ้าสมมติว่าเป็นข้อความที่ท่านหรือข้อความที่เข้ารหัสมันต้องสามารถแปลงกลับมาเป็นข้อความที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงในภายหลังได้ อันนี้คือถือว่าสถานะข้อมูลจะถูกรับรองนะคะ ประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็แน่นอนค่ะ ทำได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นจะต้องใช้กำลังพลมาก ทำเวลาไหนก็ได้นะคะ จะเห็นว่าเมื่อก่อนน่ะการขายของที่ดินจะต้องมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องเยอะมาก เดี๋ยวนี้บางคนพนักงานขนส่งคนก็เปิดร้านขายของได้แล้วรวมถึงถ้ามันเป็นการ ข้อมูลทางเทคนิคนี่ มันจะลดความผิดพลาดเช่นบางอย่าง สมมติว่าเราให้เขากรอกข้อมูลมาเองแล้วลองอ่านตัวเลขผิด อ่านชื่อผิด มันก็จะส่งผลเสียต่อการทำธุรกิจของเราก็ได้ เช่น ตัวเลขเราเข้าใจว่าเป็นเขาสั่งอาจจะสั่งแค่ 600 กล่อง แต่ลายมือเขาเขียนลาก ๆ คุณอ่านเป็น 6,000 ข้อมูลผิดแล้ว ซื้อแค่ 600 น่ะ เราทำไมต้อง 6,000 น่ะ อาจจะขาดทุนใช่ไหมคะ แต่ถ้าเรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคใบสั่งซื้อเป็นออนไลน์ พิมพ์มา ตัวหนังสืออ่านง่ายแน่นอน ถ้าเป็นตัวพิมพ์ แล้วเขาก็เป็นคนพิมพ์เอง เราก็สามารถมาอ้างได้ ว่าก็ในเมื่อข้อมูลที่ส่งเข้ามานี่ มันเป็นข้อมูลที่คุณพิมพ์มา แล้วส่งมาให้เรา ถ้ามีความผิดพลาดมันก็เริ่มที่ตัวคนที่สั่งซื้อเอง นี่ก็เวลาเขาจะสั่งซื้อสินค้าหรือการตรวจทานข้อมูลนี่ มันก็สามารถดูได้มันทำให้ลดความผิดพลาดไปได้ระดับหนึ่งแล้วก็ประสิทธิภาพการทำธุรกรรมนี่ พอมันเป็นข้อมูลทางในสิ่งที่มันชัดเจนแล้ว มันก็ตรวจสอบได้ตลอดเวลานี่ มันก็ทำให้เราเหมือนเราซื้อของออนไลน์ ซิื้อปุ๊บ เงินเข้าแจ้งเตือนนี่ธุรกรรมเรารู้แล้วว่าเงินเข้าจริงนะ ไม่โดนหลอก เพราะบางทีแค่สลิปเฉย ๆ แล้วก็โดนหลอก แต่ถ้ามันทำธุรกรรมออนไลน์ได้มีการแจ้งเตือนใด ๆ ก็ตาม มันก็ทำให้เรามั่นใจในการทำระดับมากขึ้นรวมถึงพอเราสามารถประหยัดกำลังคน ประหยัดเวลาได้ แล้วก็จะมีต้นทุนในการแข่งขันทางธุรกิจของเราได้ แต่มันไม่มีปัญหาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลนะคะ ถ้าเป็นบางประเทศ ที่ไม่ได้รับรองกฎหมายเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคนี ่ มันก็อาจจะมีปัญหากับเราได้ การปลอมแปลงลายเซ็น จริง ๆ ถ้าเราใช้เป็นรายเซ็นดิจิทัลนี่ มันจะต้องมีการเข้ารหัสเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าลายเซ็นจริงไหม เพราะบางทีเราไปสแกนลายเซ็นใครมาแปะลงก็ได้ค่ะ เป็นแค่รูปภาพ แต่ถ้าเป็นลายเซ็นดิจิทัลที่มีการเข้ารหัสนี่ มันก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่สามารถยืนยันตัวเราได้ รวมถึงลายลักษณ์อักษรต่าง ๆ ถ้าเราเป็น... เป็นบันทึกข้อความหรือคำสั่งซื้อที่เป็นกระดาษ แล้วเป็นลายเซ็นแล้วเราแค่ไปสแกนนี่ ต่างประเทศเขานับเป็นเอกสารดิจิทัลไหมอาจจะเป็นตัวเขียนหรืออะไรก็ตามมานะคะ แล้วก็บางทีนี่ถ้ามันเป็นดิจิทัลมาก ๆ นี่มันไม่รู้ว่าต้นฉบับคืออะไร เพราะว่ามันมีการดัดแปลงได้ง่าย พอเข้าไปสู่คอมพิวเตอร์แล้วนี่ เราปรับอะไรก็ได้ พยาน หลักฐานบางอย่าง มันไม่ได้มีแค่ลายนิ้วมือ เวลาคุณดูหนังฝรั่ง เขาจะต้องยกคอมพิวเตอร์ไปดูเสาสัญญาณดูจุดที่รับสัญญาณสุดท้ายอยู่ตรงไหนอะไรอย่างไรนะคะ พอมันเป็นอุปกรณ์สมมติว่ามันเคลื่อนที่ได้มันก็อาจจะมีผลต่อพยานหลักฐานถ้าสมมติว่ามีปัญหาเกิดขึ้น แล้วก็เวลาเราทำสัญญาถ้าเป็นกระดาษทั่วไป เขาจะต้องให้เขียนด้วย ว่าคุณเขียนสัญญานี้ที่ไหน วันอะไร แต่ถ้ามันเป็นออนไลน์ คุณอาจจะบอก ว่าคุณเขียนในมหาวิทยาลัย แต่ว่าจริง ๆ แล้วคุณจะอยู่บ้านก็ได้ มันก็ต้องมีการตรวจสอบพยานหลักฐานก็ไปดู IP Address อีกว่า IP Address ที่ทำสัญญาจริง ๆ อยู่ที่ไหน ทำการประมูลอยู่ในประเทศไทยหรือเปล่า เพราะข้อกำหนดของเราคือต้องเป็นคนในประเทศเท่านั้นอะไรแบบนี้ ก็จะต้องมีรายละเอียดต่าง ๆ ปีกย่อยที่มาประกอบการข้อกฎหมายเหล่านี้ด้วยนะคะ กฎหมายอย่างที่ 2 นะคะ จะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่อดิจิทัล หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็ทำอย่างไรล่ะ ถ้าสมมติว่าเราต้องขายของออนไลน์ แล้วเราก็ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ เราต้องมีลายเซ็นออนไลน์ของเราเพื่อยืนยันการรับรองกระบวนการใด ๆ ที่ทำธุรกรรมเกิดขึ้นให้เสมือนหรือเสมอด้วยการที่เหมือนกับว่าเราไปเซ็นลายเซ็นตรงนั้นจริง ๆ นะคะ โดยที่ที่กฎหมายตัวนี้นี่มันก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมของเราด้วย ก็จะมีการกำกับดูแลการให้บริการ ว่าเราจะใช้อะไรมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่ ด้วยการเข้ารหัสแบบใด หรือใช้โปรแกรมใดในการรองรับนะคะ ตลอดจนมีบริการอื่นเกี่ยวข้องเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือเปล่านะคะ โดยอะไรบ้างล่ะ ที่ถือว่าเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ มันอาจจะเป็นตัวอักษร เป็นตัวเลข เป็นเสียง เป็นอัตลักษณ์ของร่างกาย เป็นการสแกนนิ้วมือ สแกนม่านตา สแกน Face ID ในหน้าของเราก็ได้ ขึ้นมานี่ มันคือวิธีการที่เกิดขึ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น อาจจะเป็นกุญแจสาธารณะ กุญแจส่วนตัว หรือมีการทำ Certificate เกิดขึ้นมาก็ได้ เหมือนเวลาเราปลดล็อกง่าย ๆ นะคะ เหมือนรู้ได้อย่างไรว่าโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของเรา สแกนนิ้วแล้วมันก็เข้าเครื่องนี้ได้อย่างน้อยพยานหลักฐานแรก ก็คือเราเป็นเจ้าของเครื่องนี้จริง ๆ นะ หรือเรามีรหัสในการปลดล็อคหน้าจอไหม บางระบบ ก็คือสแกนหน้า ถ้าไม่ใช่หน้าที่ลงทะเบียนไว้ ก็ไม่สามารถเปิดระบบได้อะไรนี้ค่ะ โดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ในการติดต่อของคอมพิวเตอร์กับระบบเครือข่ายนี่ อาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือว่าระบบ EDI มีการส่งอีเมล วิธีการใช้ Facebook Messenger หรือมีการโต้ตอบเป็นกลุ่ม อาจจะบน Google Meet อยู่บน Zoom หรือ Discord ใด ๆ ก็ตามที่เราสามารถคุยกันเป็นกลุ่มได้ มีการใช้เทคโนโลยีตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว จะเป็นAIS 3G 4Gถึงปัจจุบันเป็น 5G อันนี้ก็คือช่องทางที่คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือระบบเครือข่ายได้ หรือเราอาจจะมีการใช้การติดต่อผ่านเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น ใช้แฟกซ์โทรสาร อาจจะมีการเซ็นเอกสารนะคะ แล้วก็ส่งโทรสาร หรือแฟกซ์นี่ ไปให้ปลายทางได้ ทำไมกฎหมายพาณิชย์ถึงสำคัญ เพราะเอาจริง ๆ เราทุกคนจะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เราไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าคนที่คุยกับเราตอนนี้จริง ๆ เป็นใครเขาอาจจะอ้างว่าเป็นอาจารย์ก็ได้หรือใครก็ไม่รู้แหละอ้างว่าเป็นนักศึกษาก็ได้ อาจจะเป็นคนอื่นเหมือนในรูปคนเล่นเกมกับคุณอาจจะไม่ใช่คนก็ได้ เราจะรู้ได้อย่างไรเพราะว่าเราไม่อยู่ด้วยกัน ไม่เจอหน้ากันนะคะ โดยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่ ก็วิธีการของมัน ก็คือมันจะเอามาประกอบกับข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับข้อมูลดิจิทัล หรือว่าข้อมูลในดิจิทัล คือวัตถุประสงค์ของการมีลายมือชื่อที่สั้นก็คือระบุตัวตนความเป็นเจ้าของแล้วก็สามารถปฏิเสธธุรกรรมหรือข้อความนั้น ๆ นะคะ ได้ แล้วก็ต้องมีผลผูกพันกับข้อมูลนั้น ๆ ที่เกิดขึ้นนะคะ ก็คือถ้าคุณมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือว่ามีการเข้ารหัสใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณ คุณไม่สามารถปฏิเสธได้ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีอะไรบ้าง Username Password ก็นับเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เหมือนคุณจะมาบอก ว่าสมมติมีวันหนึ่งคุณโดนแฮก Facebook แบบไม่ใช่เป็น Facebook ปลอมนะ จริง ๆ ไปขายของแล้วมันเป็นชื่อคุณว่าโกงเขาตำรวจจะต้องคุณก่อนเลยว่าคุณเป็นคนทำจริง ๆ เพราะคุณปฏิเสธไม่ได้ ว่าไม่ใช่ผม ไม่ใช่หนู ไม่ได้ เพราะ Username Password ถ้าไม่ใช่ตัวเองคุณ แล้วใครเข้าไปเล่นได้ล่ะ จะบอกว่าญาติมาใช้คอมพิวเตอร์ น่าจะฟังไม่ขึ้น คุณอาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนผิดก่อน หลังจากนั้นก็จะมีการสืบสวนต่อไป หรือการใช้เทคโนโลยีชีวภาพสแกนหน้า สแกนลายนิ้วมือ สแกนเสียงนะคะ ถ้าฉลาดกว่านั้นบางทีดูสแกนไปถึงท่านใบหูถูกต้องหรือเปล่า สแกนโดยวิเคราะห์จากท่าเดินก็มีนะคะ รวมถึงอาจจะเช่นการใช้ระบบกุญแจคู่ให้เป็นรายมือชื่อดิจิทัลก็ได้ กุญแจแบบที่เป็นกุญแจส่วนตัวกับกุญแจสาธารณะ อันนี้ก็เคยอธิบายไปแล้วนะคะ รวมถึง Email Address ถ้าเป็น Email Address ที่ไม่ใช่ตัวอักขระ ๆ ยึกยือแล้วมันชื่อคุณอีเมลคุณจริง ๆ สมมติเป็นอีเมลสั่งซื้อของแล้วค่ะ ว่าคุณไม่ได้สั่งเขาก็จะไม่เชื่อตั้งธงไว้ก่อนว่าจะไม่เชื่อเพราะว่าใครจะรู้ username Password email คุณได้น อกจากตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นเขาจะบอก ว่าเราจะต้องเก็บรักษา username Password ของเราให้ดี ในทุก ๆ อย่าง LINE Facebook E-mail รหัสเข้าระบบเพิ่มถอนรายวิชาของนักศึกษาก็เหมือนกัน ก็ต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับนะคะ หวังว่าทุกอย่างจะถือว่าเป็นการยืนยันว่าคุณได้ทำธุรกรรมนั้นหรือทำกิจกรรมนั้นจริง ๆ โดย E-mail นะคะ มันก็เลยเปรียบเสมือน ว่ามันเป็นชื่อและที่อยู่ของคุณบนเครือข่าย ถ้าคุณส่ง E-mail ไปหรือส่ง E-mail ใดก็ตามมีชื่อคุณติดไปด้วย มันจะถือว่าการทำธุรกรรมนั้นเกิดขึ้นแล้ว การใช้อีเมลคนคนหนึ่งอาจจะมีอีเมลหลายอีเมลได้ แต่ปัญหามันก็จะเกิดขึ้นได้ เช่น คนชื่อซ้ำอีเมลอาจารย์จริง ๆ อาจจะเป็นใช้อีเมลมหาวิทยาลัย SNRU ค่ะ มันอาจจะมีชื่อบางชื่อที่ใช้ชื่อเหมือนของอาจารย์แต่ว่าเป็น@gmail.com @yahoo.com หรือใด ๆ ก็ตาม.com จะรู้ได้ไงว่าอีเมลไหนเป็น Email จริง ๆ ของอาจารย์เ พราะข้อใดเป็นคำว่าฉันเป็นใคร ไม่มีการตรวจสอบเลย ว่าเมลนี้เป็นของจริงหรือเปล่ามันเลยส่งผลต่อว่าแล้วจะยืนยันว่าเป็นอาจารย์ได้อย่างไร เหมือนเวลาอีเมลหลัก ๆ เวลาใช้ทางการศึกษานี่ ถ้าเป็นนักศึกษาจริง ๆ เขาก็จะนิยมให้ใช้เป็นอีเมลขององค์กรของเรา ก็คือ @snru นะคะ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน ว่าเราเป็นคนในองค์กรนี้จริง ๆ นะคะ ทำให้คนที่รับข้อมูลของเราสามารถรู้ได้ ว่าเราเป็นคนในองค์กรจริง ๆ นะคะ ชื่ออาจจะซ้ำได้แต่ตัวที่อยู่อีเมลนี่ มันก็จะทำได้ยาก ปัญหาที่เกิดจากการมีอีเมลธรรมดานะคะ ถ้าสมมติว่าเราเอาไว้ใช้แค่โหลด Application สมัครเว็บทั่วไปนี่น่าจะไม่มีปัญหาแต่ถ้ามันไม่ใช่ E-mail องค์กร เขาก็จะถามว่าคุณเป็นใครนี่นะคะ หรือบางคนก็ถ้ามีหลาย E-mail เมื่อมีปัญหา ว่าเวลารับและส่งข้อมูลนี่ เวลาไหนกันแน่ แล้วเราควรจะส่งไปที่ E-mail ไหนกันแน่ เพื่อให้เขาได้รับเอกสารหรือข้อมูลที่เราต้องการจะสื่อสารด้วยนะคะ หรืออาจจะเป็นเกี่ยวกับการใช้กุญแจ กุญแจคู่นะคะ ในประเทศไทยก็มีกฎหมายรองรับการใช้กุญแจดิจิทัลอยู่นะคะ ก็การที่จะใช้กุญแจคู่ได้ ก็เหมือนที่อาจารย์เคยสอนคือคุณจะต้องมีกุญแจส่วนตัว แล้วก็กุญแจสาธารณะอีก 1 ดอก คนที่จะเปิดข้อความคุณได้ จะต้องมีกุญแจสาธารณะที่คุณเคยส่งให้เท่านั้น เพราะฉันคุณก็จะปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าฉันไม่เคยส่งให้เขา ไม่เคยส่งให้เขาแล้วเขาจะเปิดได้ไง ถ้าเขามีกุญแจคุณ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ทำให้เราไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้เช่นเดียวกันนะคะ โดยสรุปแล้วสาระสำคัญของขอบเขตกฎหมายของลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือประเภทเอกสารทุกอันจำเป็นจะต้องลงลายมือชื่อดิจิทัล มีการรับรองความถูกต้องมีการยกเลิกได้ นะคะ แล้วก็หน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ต้องสามารถยืนยันได้ การลงลายมือชื่อ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล หรืออาจจะเป็นหน่วยงาน เป็นองค์กร หรือเป็นคนธรรมดาทั่วไป ก็สามารถที่จะเกิดขึ้นในแล้วอาจจะต้องมีการแจ้งจดทะเบียนนะคะ เช่นว่าถ้าคุณเป็นองค์กร หรือเป็นนิติบุคคลนี่ ใครเป็นคนรับผิดชอบในส่วนนี้นะคะ ความรับผิดชอบ จะถ้าสมมติเกิดขึ้นมาแล้วหน่วยงานไหนเป็นหน่วยงานที่รองรับนะคะ แล้วระหว่างผู้ใช้งานกับหน่วยงานนี่ มีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ เขาก็จะต้องมาตรวจสอบได้ ไม่ใช่ว่าน่าสงสัยพฤติกรรมมีเจ้าหน้าที่มาเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่ าเขาจะต้องสามารถสืบได้นะคะ ประเทศที่มีกฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่ทั่วโลกก็ค่อนข้างรองรับกฎหมาฉบับนี้อยู่แล้วนะคะ รวมถึงประเทศไทยด้วยแล้วก็ประเทศที่พัฒนาแล้วหลาย ๆ ประเทศจะเป็นทั้งอเมริกา สหรัฐฯ สหราชอาณาจักรอังกฤษ ญี่ปุ่นเขาก็รองรับการใช้วิธีตั้ง signature หรือว่าลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วนะคะ มาข้อที่ 3 ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็เป็นการรับรอง ว่าการโอนเงินทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์นี่ สามารถทำได้แล้วก็สมบูรณ์นะคะ ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าถ้าเราทำธุรกรรมทางช่องทางนี้แล้วเราจะได้รับเงินจริง ๆ ไม่ถูกโกงแน่นอน เราจะการันตีเขาอย่างนี้ได้อย่างไรนะคะ โดยอันนี้อาจารย์ก็เคยพูดแล้วเหมือนกันนะคะ พัฒนาทางการเงิน สมัยโบราณเราไม่มีเงินเวลาเราดูหนังสมัยก่อนอาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า เอาไก่มาแลกหมูนะคะ หรือไข่ไก่ไปแลกกล้วย เขาเรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า มนุษย์มีวิวัฒนาการมากขึ้น เริ่มคิดเงินตราขึ้นมาเป็นเงิน เงินเหรียญอาจจะเป็นเหมือนสมัยโบราณ ประเทศไทยคือเป็นเงินพดด้วง เอาก้อนเงิน ก้อนทองมาแทนให้มันมีมูลค่านะคะ มีเหรียญมีธนบัตร พัฒนาการขั้นถัดมาเราเรียกว่าเป็นเงินพลาสติกเป็นบัตรเครดิตต่าง ๆ พอปัจจุบันนี้ถึงยุคเป็นเงินดิจิตอล ถ้าหลัง ๆ มานี่ เราแทบไม่ไปกดเงินที่ตู้เลย พร้อมสแกนจ่ายใช้เงินออนไลน์ วันนี้เร็วขึ้น ถ้าสมมติว่าไปกดเงินที่ตู้นี่ 100 บาท ไม่ถึง 100 บาท เรากดไม่ได้ ถ้าเงินในบัญชีเรามีไม่กี่สิบบาท เราก็ยังสามารถซื้อของได้ เพราะว่ามันเป็นเงินที่เป็นเงินดิจิทัลสามารถสแกนจ่ายได้ สาระสำคัญของกฎหมายการโอนเงิน ก็คือรูปแบบและการพิสูจน์เจตนาในการชำระเงินนะคะ ว่าการทำธุรกรรมนี้เกิดขึ้นเพื่ออะไรนะคะ ถ้าเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้ไม่สามารถชำระเงินได้ เราจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรนะคะ แล้วก็ในการสั่งซื้อ จ่ายเงิน ยกเลิก ชำระเงินมีระยะเวลาในการกำหนดอย่างไรบ้าง ความรับผิดชอบต่อการเสียหาย รับผิดชอบอย่างไร การโอนเงินโดยมิชอบ ก็คือการโอนเงินที่ไม่ถูกต้อง รับผิดชอบอย่างไร แล้วก็ถ้าทำธุรกรรมระหว่างประเทศเราจะโอนเงินระหว่างประเทศทำอย่างไรนะคะ ประเทศที่มีกฎหมายในการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็จะเป็นประเทศที่เจริญแล้ว นะคะ ที่เขารองรับอยู่แล้วล่ะนะคะ กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้เราคุ้นเคยกันดีคำว่า "PDPA" นะ จะต้องคุ้มครองข้อมูลของตัวเราเอง แล้วก็ของคนอื่นด้วยข้อมูลไหนที่เป็นข้อมูลที่อ่อนไหวง่ายเปิดเผยไม่ได้ เพื่อจะเปิดเผยได้ในวงจำกัดหรือว่าอะไรก็ตามที่เราโพสต์ลงไปใน Social Media ถ้าเขาเอาข้อมูลนั้นไปทำในทางที่ไม่ดีมันจะถือว่าเป็นการละเมิดต่อเจ้าของข้อมูล เช่น วันนี้เราไปทำ... เราทำเอกสารมานะคะ เหมือนทำรูปภาพใด ๆ ก็ตาม เผยแพร่เราโพสต์หรือเราเอาให้เพื่อนดู แต่ว่าข้อมูลรูปภาพนี้ มันดันถูกเผยแพร่โดยคนอื่นเอาไปหาประโยชน์ก็ผิดกฎหมายนะคะ ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่าความเป็นส่วนตัวในกฎหมายที่ประเทศไทยกำหนดไว้นี้ มันกำหนดถึงขอบเขตอะไรนะคะ มันอ่อนไหวต่อความมั่นคงของประเทศไหมนะคะ เอาไม่ต้องถึงประเทศก็ได้ค่ะ เหมือนเวลาเราถ่ายคลิปวีดีโอ ถ้าสมมติว่าจะโพสต์ลงออนไลน์จริง ๆ เขายังต้องปิดหน้าเราไว้เลย ทำเบลอ ๆ ใช่ไหมคะ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น อาจจะไปร้านหมูกะทะกับเพื่อนแต่ไม่ได้คิดอะไรมากถ่ายติดโต๊ะข้าง ๆ แต่เขารู้สึกว่าเขากำลังกินข้าวอยู่เขาเคี้ยวแล้วเขาดูไม่สวยแล้วคุณไปโพสต์อย่างนี้ เขาฟ้องได้นะ เพราะว่าละเมิดข้อมูลของเขา คือละเมิดหน้าตาของเขาอะไรอย่างนี้นะคะ ก็ต้องระวังด้วย ถ่ายรูปติดใครมาเลยมีอะไรข้างหลัง ก็ระวังนิดหนึ่งนะคะ บางคนอาจจะคิดว่า โอ๊ย มันไม่เห็นน่าจะซีเรียสอะไรแต่บางคนเขาไม่ไม่โอเคกับการทำแบบนี้นะคะ ข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง ที่อันแรกเป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยอ่อนไหว รู้ไปก็รู้ก็ได้ค่ะ ไม่ได้น่าอับอายอะไร เช่น ชื่อ นามสกุล บ้านอยู่ไหน นี่ก็ก็ไม่ค่อยอ่อนไหวเท่าไร แต่ก็น่ากลัวอยู่ เพราะว่ามันก็จะมีพวกมิจฉาชีพที่ส่งของมา แล้วสมมติว่าถ้าเราอยู่กับผู้ใหญ่ แล้วเขาไม่รู้น่ะ เป็นเก็บเงินปลายทาง หรือว่าไปมันก็จะมีความถูกโกงหรือถูกหลอกได้นะคะ อายุก็ยังไม่ถือว่าเป็นข้อมูลที่อ่อนไหวนะคะ แต่ว่าบางคนเขาอาจจะไม่ชอบก็มีนะคะ แต่ว่าโดนรรวม ๆ แล้วนี่ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อายุ เพศเนี่ยก็ไม่ได้เป็นข้อมูลที่อ่อนไหวมาก กับข้อมูลที่ Sensitive มาก ๆ คือ ข้อมูลที่กระทบความรู้สึก หรือสภาพจิตใจ หรือสุขภาพ ห้ามจัดเก็บ หรือถ้าจัดเก็บคุณไม่สามารถเปิดเผยได้นะคะ เช่น บางคนเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ ศาสนา ถ้าบางคนเคยทำวิจัยเขาขอดูบัตรประชาชน อาจารย์เคยเห็นคือเขาจะเอาสติกเกอร์แปะไว้ที่ศาสนาแล้วค่อยถ่ายเอกสารหรือให้เผยแพร่ข้อมูลต่อไป เพราะว่าข้อมูลศาสนาถือเป็นข้อมูลที่อ่อนไหว มันกระทบความเชื่อของใครก็ได้ หรือบางคนไม่มีศาสนา แต่ชอบในลัทธิ มันก็เรื่องของเขานะะ เราจะไม่หัวเราะเยาะ เราจะไม่แสดงความคิดเห็น การเมือง อันนี้ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล คุณมีสิทธิ์จะคิดได้นะคะ หรืออีกคนหนึ่งเขาก็มีสิทธิ์จะคิดได้ เราจะไม่ทะเลาะกันเรื่องนี้ แล้วก็ไม่เก็บเรื่องนี้มาเป็นประเด็นที่จะคุยกันเพราะมันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวมาก ๆ นะคะ คุยกันได้ค่ะ แต่ว่าอย่าถึงขั้นทะเลาะกัน รวมถึงประเด็นข้อมูลสุขภาพ ใครป่วย ทำไมเวลาไปโรงพยาบาลนี่ เขาห้ามถ่ายภาพ มันอาจจะเกี่ยวข้องกับการรักษาของคุณหมอด้วย แล้วก็สิทธิของผู้ป่วยที่อยู่คนอื่นที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย เพราะฉะนั้น เวลานักศึกษาทำอะไรก็ตามตอนนี้คุณไม่ชอบอะไรคุณก็อย่าทำแบบนี้กับคนอื่น ไม่ชอบถูกถ่ายรูปติด ไม่ชอบถูกเอาความลับไปเปิดเผย คนอื่นเขาก็ไม่ชอบเหมือนกัน นะคะ อันนี้เป็นหลักง่าย ๆ เลย ถ้าสมมติว่าข้อมูลอะไรที่ฉันไม่สามารถคุยกับคนอื่นได้นะ คุณไม่ชอบอะไร คุณก็อย่าพูดแบบนั้นนะคะ สิทธิของเจ้าของข้อมูล เขาก็สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนตัวเขาได้ แล้วก็สิทธิ์ที่จะให้ข้อมูลนั้นกับคนอื่นหรือเปล่า เหมือนอยู่ดี ๆ อาจารย์ขอว่าคุณเกิดวันไหนน่ะ ขอวันเดือนปีเกิดหน่อย คุณไม่ให้ก็ได้ถ้าคุณยินยอมที่จะให้หรือตอนนี้ค่ะ แค่ทำแบบประเมินความพึงพอใจ ทุกคนก็ต้องเซ็นยินยอมที่จะให้ข้อมูลด้วยซ้ำนะคะ รวมถึงสิทธิ์การเข้าถึงตรวจสอบ ร้องขอ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ เดินไปบอก ว่าขอเขียนเลขที่บ้านหน่อย บ้านใครไม่รู้ เดินไปเลขบ้านเขาไม่สวยขอเปลี่ยนหน่อยนี่ ไม่ได้นะคะ เป็นข้อมูลส่วนตัวของเขาหรือว่าประชาชนเปลี่ยนศาสนาให้เพื่อนนี้นะคะ มันเป็นข้อมูลส่วนตัวของเขา ก็เขาก็ต้องเป็นคนดูแลข้อมูลส่วนตัวของเขาเองอะไรนี้ กฎหมายต่อมาจะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์นะคะ ก็จะเป็นการกำหนดมาตรการทางอาญา ตอนนี้ถ้าใครทำผิดในระบบเครือข่าย การให้ข้อมูลในโลกออนไลน์ ก็มีผลทางกฎหมายแล้วนะคะ เราจะโพสต์ด่าใครบน Facebook อยู่บนโซเชียลไม่ได้ พรบ. มีคอมพิวเตอร์แล้ว หรืออ่านแล้วรู้ได้ว่าก็ไม่ได้อะไรที่คุณโพสต์ลงไปในโซเชียลหรือในโลกออนไลน์มันไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนตัวจะมาอ้างว่าพื้นที่ส่วนตัวของฉันนู่นนี่นั่นไม่ได้ ถ้ามันผิด ก็ผิดนะคะ แต่หลัก ๆ ของกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์นี่ หลัก ๆ ก็คือมีการขโมยเงินจากบัญชีจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใด ๆ ก็ตามนะคะ อาจจะมีการขโมยข้อมูลความลับของบริษัท ในระบบคอมพิวเตอร์ การปล่อยไวรัส การใช้คอมพิวเตอร์ปลอมเอกสารต่าง ๆ หรือใช้คอมพิวเตอร์ในการก่อวินาศกรรมเหมือนหนังหลาย ๆ เรื่องนะคะ วางระเบิด ปล้นธนาคาร ปล้นเครื่องบินไม่ได้ การขโมย Domain Name การขโมยลิงก์ เหมือนคนดาราโดนแฮก IG ก็คือเป็นคดีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เหมือนกันนะคะ ตัดต่อภาพ โพสต์หมิ่นประมาท โพสต์ดูถูก ใส่ร้ายป้ายสี ใช้คำไม่สุภาพผิดกฎหมายนะคะ ไม่ว่าใครก็ตาม คุณถ้าโดนใครตัดต่อภาพโพสต์หมิ่นประมาท หนูถูกใส่ร้ายป้ายสีคุณก็ไม่ยอมเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือใครก็ตาม เพราะฉะนั้น อะไรที่มันผิดกฎหมายเรารู้อยู่แล้วอะไรที่มันไม่ดีรู้อยู่ในใจอย่าทำ เพราะว่าตอนนี้ทุกอย่างตรวจสอบได้ ใคร.. มันเคยมีคดีหน่ึงค่ะ ไม่พอใจ เป็นผู้ชายคนหนึ่งเลิกกับแฟน แล้วเลิกกันไม่ดี เอาเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิง เอารูปไปโพสในเว็บไซต์หาคู่ จนเขาถูกโทร. หาบ่อยมาก โดนทำให้เขารู้สึกว่าอยู่ด้วยความไม่สงบ แจ้งตำรวจได้นะคะ ตำรวจตาม IP Address ถึงบ้านเลยนะ เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าทำอะไรไม่มีกล้องวงจรปิดไม่มีใครรู้หรอก IP Address เช็กได้นะคะ เพราะฉะนั้นระวัง อะไรที่เรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่ดีก็หลีกเลี่ยงนะคะ ในประเทศไทยก็จะมีหลาย ๆ กรณีที่เกิดขึ้น เช่น แอบเปลี่ยนชื่อที่อยู่นะคะ อันนี้ก็... แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ระบาดเหมือนกัน ทำทีเป็นว่าบัญชีธนาคารคุณมีปัญหานะให้แก้ไขข้อมูลนะคะ การแอบใช้ Internet Account ก็คือเหมือนไอ้เลข Login รหัสนักศึกษาคุณนี่แหละนะคะ ถ้าเกิดสมมติว่าไม่ได้ Log out ออกจากเครื่องแล้วมีคนมาใช้ต่อถือว่า ถ้าสมมติว่าถ้ามีความผิดคุณก็จะโดนสืบสวนไปด้วยนะคะ แล้วก็อาจจะมีบางเว็บไซต์พนักงานถูกไล่ออกไม่พอใจเ ปลี่ยนจากเว็บไซต์หน่วยงานกลายเป็นเว็บโป๊ หรือส่งอีเมลใช้อีเมลผู้บริหารส่งข้อมูลไปด่าผู้อื่น อันนี้ก็มีกรณีที่เกิดขึ้นเหมือนกันหรือว่าพนักงานแอบติดตั้งโปรแกรมสแกนหา Username Password ของผู้บริหารพนักงานในองค์กร เราก็เข้าไป login ทำความเสียหายให้องค์กรก็มี อาจจะใช้อีเมลขององค์กรไปทำให้ชื่อเสียงขององค์กรเสียหายก็มีนะคะ ในประเทศไทยปัจจุบันมีกรณีที่ผิดทางคอมพิวเตอร์ในเยอะมากนะคะ ปัญหามันก็จะมีเกี่ยวกับด้านพยานหลักฐานบางคนก็บอกว่าอุ้ยเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้งไปตามหาไม่เจอแล้วอะไรนี่ คล้าย ๆ ในหนังเลยนะคะ อาจจะไปยึดตอนนี้ถ้าเป็น พรบ. คอมพิวเตอร์นี่ ถ้าสมุติว่ามีคนทำผิดตำรวจรู้ ว่าเป็นที่ไหน เขาไม่ต้องขอหมายศาลนะ หมายค้นก็ไม่ต้องมีก็ได้ ถ้าเขามั่นใจ ว่ามันผิดที่ไหน เขาสามารถยึดคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นไปตรวจสอบได้ทันที โดยไม่ต้องรอหมายศาล กฎหมายค่อนข้างรุนแรง บางคนก็จะมาบอกว่าอุ้ยโดนรังแกไม่ได้นะ ถือว่าคุณรู้อยู่แก่ใจว่าคุณทำผิดหรือคุณทำถูกกันแน่นะคะ อันนี้ก็ตัดไป อันนี้ก็อธิบายไปแล้วกับอีกอันหนึ่ง ที่เป็นประเด็น ก็คืออายุของผู้กระทำความผิด ส่วนมากบางทีเวลาอะไรนะ โพสต์ด่าคนนั้นคนนี้ เขาบอกว่า โอ๊ะ เด็กเพิ่งเกิดยังเป็นเด็กอยู่เลย ทำไมมาโพสต์ด่านู่นนี่นั่นโน่น ส่วนมาก หรือบางทีเป็นเด็กที่เก่งมาก ๆ เขาอาจจะคึกคะนองเจาะระบบน่าจะเป็นกรณีที่ว่าเป็นเด็กและเยาวชนนี่ ความผิดที่เกิดขึ้นเขาอาจจะอ้างได้ว่าเขารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือความคึกคะนอง ถามว่ากรณีพวกนี้มีไหมมีในบ้านเราก็มีเยอะแยะเวลาเด็กบางทีไปเช็กดูดี ๆ เป็นเด็กป. 4 มาโพสต์ด่าอย่างนี้นะคะ ก็มี เพราะฉะนั้นประเด็นเรื่องอายุของคนที่กระทำความผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ในก็มีเป็นกฎหมายฉบับที่สำคัญนะคะ เป็นพระราชบัญญัติ ว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ตั้งแต่ปี 2544 มีไว้เพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการทำธุรกรรมหรือสัญญานะคะ ให้มีผลเช่นเดียวกันทำสัญญากฎหมายพาณิชย์ คือให้สัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์เหมือนกับสัญญากระดาษผู้ประกาศนั่นเองนะคะ หาสาระสำคัญ อันแรกห้ามปฏิเสธความผูกพันถ้าคุณมีชื่ออยู่ในนั้น หรือเป็น Account ใด ๆ ก็ตามที่มันเกี่ยวข้องกับคุณ คุณปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้นะคะ ถ้าใครลงลายมือชื่อในหนังสือ หรือในเอกสารดิจิทัลจะถือว่าข้อมูลหรือข้อความนั้นเป็นของคุณปฏิเสธไม่ได้นะคะ แล้วก็การเก็บรักษาข้อมูล จะต้องถูกต้องเชื่อถือได้ไม่มีการแก้ไข แล้วก็สามารถเรียกดูข้อมูลภายหลังได้ถูกต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ นะคะ เว้นแต่ว่าคุณจะมีการรับรอง หรือมีการบันทึกเพิ่มเติม แต่ข้อมูลเดิมคุณจะลบไม่ได้ แก้ไขไม่ได้ ต้องเป็นฉบับใหม่ในการเพิ่มเติม หรือแก้ไขเท่านั้นนะคะ ฉบับเดิมที่มีผลไปแล้วไม่นับนะคะ ถือว่าข้อมูลนั้นสมบูรณ์ไปแล้ว แล้วก็การรับข้อมูลให้ถือว่ามีผลตั้งแต่เวลาที่ข้อมูลนั้น ๆ เข้าสู่ระบบนะคะ คุณส่งข้อมูลมาตอน 2 ทุ่ม ก็ให้มีผลตั้งแต่ 2 ทุ่ม ที่คุณส่ง ณ ตอนนั้นวินาทีนั้นนะคะ กับบทบาทของภาครัฐในการให้บริการประชาชนนะคะ เราจะเรียกว่าเป็น E-grovermanet ก็คือระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือได้หลายอย่าง ประชาชนสามารถเข้าใช้บริการได้ หรือการออกประกาศกฎกระทรวงใด ๆ ก็ตาม ตอนนี้จะต้องเผยแพร่บนระบบคอมพิวเตอร์ให้ประชาชนรับทราบด้วยนะคะ กับหน้าที่ของเจ้าของใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ถ้าใครไปยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่นะคะ ก็ต้องระมัดระวังอาจจะมีการขโมยหรือการแอบอ้างการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยที่ไม่อนุญาตถ้ามันหลุดออกไปคุณก็ต้องรับผิดชอบ ทรัพย์สินตัวเองด้วยนะคะ ว่าแค่ลายมือชื่อดิจิทัลที่คุณเก็บไว้ ในเมื่อกี้เขาจะมาลบออกจากคอมพิวเตอร์คุณได้อย่างไรนะคะ หรือมันถูกเผยแพร่ได้อย่างไร เราก็ต้องระมัดระวังเรื่องพวกนี้ด้วยนะคะ แล้วก็ พรบ. คอมพิวเตอร์เริ่มใช้เมื่อปี 2550 นะคะ ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่มา ก็คืออย่างที่อาจารย์พูดตอนแรกนะคะ อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ คือ เริ่มมีบทบาทในชีวิตของมนุษย์มากขึ้นทุกวัน ๆ ไม่มีวันไหนที่เราไม่ได้เจอคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเรียนทางคอม หรือไม่เรียนทั้งคอมก็ตาม โทรศัพท์ที่ใช้ ก็ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งเหมือนกัน นะคะ อาจจะมีการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ สื่อลามกอนาจาร พรบ. คอมพิวเตอร์เลยมีมาตรการขึ้นมาเพื่อควบคุมสื่อนั้น ๆ นะคะ แล้วก็ พรบ. คอมพิวเตอร์นี่ ถือว่าเป็นการสื่อสารทาง 1 ทางกฎหมายที่ต้องรับรองได้เหมือนกับว่าเราพูด เราเขียน เวลาด่าใครก็มีความผิด การด่าในคอมพิวเตอร์ การด่าโดยใช้คอมพิวเตอร์ก็มีความผิดเช่นกัน คุณไปยืนด่าเขาต่อหน้า คุณด่าเขาในโลกออนไลน์มีความผิดเหมือนกัน นะคะ โดยที่ประกาศสำคัญ ก็คือในกรณีที่เป็นเว็บบอร์ดนะคะ ผู้ให้บริการจะต้องเก็บ IP Address ของ User นั้น ๆ ตั้งแต่เข้าใช้งานจน Log Out ออกนะคะ ในกรณีเป็นเว็บไซต์ทางการค้า ก็ต้องมีการเก็บหมายเลขบัตรเครดิตด้วย เพื่อยืนยันตัวตนเมื่อก่อนนะคะ ตั้งแต่ปี 2550 เดี๋ยวนี้เวลาคุณทำธุรกรรมใด ๆ ตอนนี้คงใช้บัตรประชาชนเป็นการยืนยันตัวตน และสแกนหน้าด้วยนะ โดยผู้ให้บริการที่บอกว่าจะต้องเก็บ IP Address มีใครบ้างนะคะ คนแรกเป็นผู้ให้บริการกิจกรรมโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ดาวเทียมมีสาย ไร้สายทุกอย่างตอนนี้คุณเล่นอยู่นี่ ก็เขาติดตามคุณได้ รวมถึงผู้ให้บริการที่ให้บริการระบบเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตใดก็ตามองค์กรภายนอก องค์กรเน็ตที่บ้านเขาก็ต้องเก็บข้อมูลคุณเหมือนกัน รวมถึงผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ เขาก็เก็บข้อมูลคุณเช่นเดียวกันนะคะ หรือการที่เป็นผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็น Content เป็นเว็บบอร์ด Web Service ใด ๆ เขาก็จะมีการเก็บข้อมูลคุณ ง่าย ๆ เลยค่ะ เหมือนเวลาทำไมคุณเล่น facebook กับใช้ Google ไปพร้อมกัน Serach หา สมมติว่าร้านล้างรถ ข้อมูลล้างรถ แล้วพอกลับไปเล่น Facebook ก็จะมีแต่โฆษณาร้านล้างรถ ครีมทำความสะอาดรถเต็มเลย เขาแอบดูคุณอยู่ในโทรศัพท์บางทีนี่ มันมีฟังชันนะคะ ว่าให้มันเปิดไมโครโฟนได้บางครั้งก็เคยสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไม Google มันรู้หรือ Facebook มันรู้ว่าเราอยากทำอะไร เพราะว่า Application บางอย่างนี่ มันสั่งให้เปิดไมโครโฟน แล้วฟังสิ่งที่เราพูดได้ สังเกตดูนะคะ ลองสังเกตดู ว่าเราทำกิจกรรมอะไรบ่อย ๆ โฆษณามันก็จะขึ้นมาตามเหมือนกัน โดยผู้ให้บริการจะต้องเก็บข้อมูลอะไรบ้าง อันแรกเป็นการจราจรต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ เช่น คุณเล่นที่ไหนส่งข้อมูลไปที่ไหนบ้าง ระยะเวลาในการเล่น วันที่เวลาไหน ข้อมูลที่ส่งไปมีปริมาณเท่าไร เขาจะต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้ไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน เพราะฉะนั้นถ้าคุณทำอะไรใด ๆ ก็ตาม แต่ถ้ามันมีความผิดเกิดขึ้น ข้อมูลยังอยู่ค่ะ แล้วคุณจะลบในเครื่องคุณ แต่ว่าในเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการยังอยู่ ข้อมูลของผู้ใช้บริการมีอะไรบ้าง Username Password เลขบัตรประจำตัวประชาชน Username Pin Code ต่าง ๆ เขาก็เก็บเหมือนกันค่ะ 3 เดือนเหมือนกัน 90 วัน คุณโทร. หาคุณลบแล้วทิ้งแล้วมันยังอยู่นะคะ โดยที่โทษสูงสุดก็จะมีตั้งแต่จำคุกจนปรับเงิน โทษสูงสุดก็ 5 ปีปรับเงินก็ครั้งละ 100,000 บาท ถ้ามันมีความผิดในความผิดก็ตามโทษของแต่ละความผิดนั้นไปนะคะ แต่ถ้ามันกระทบต่อความมั่นคงของประเทศคุณอาจจะถึงขั้นจำคุก 3 ปีถึง 15 ปี หรือถ้ามันก่อให้เกิดอันตรายถึงร่างกายหรือชีวิตก็อาจจะถูกโทษจำคุกตลอดชีวิตมี 10 ปี 20 ปี ตลอดชีวิตก็มีนะคะ หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์นะคะ คืออันแรกเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แล้วก็สำนักงานตำรวจแห่งชาติ DSI NECTEC ดูแลด้านระบบการรับส่งข้อมูลด้วยนะคะ และอีกหัวข้อหนึ่งที่สำคัญของกฎหมายอีกอย่างหนึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์กับสิทธิบัตรนะคะ ก็มันเป็นสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์เป็นเพียงคนเดียวที่จะกระทำได้เช่นคุณจะทำซ้ำดัดแปลงอะไรก็ตาม เหมือนเวลาทำไมขายแผ่นซีดี ขายหนังออนไลน์ ถ้าใครทำเว็บดูหนังเถื่อน เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะถือว่าหนังที่เขาทำใหม่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา กว่าจะทำให้ได้หนังภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนี่ มันใช้ความอุตสาหะจำนวนเงินมาก ๆ ทำไมเราถึงมี Netflix ทำไมถึงมี Disney+ ทำไมมี HBO ทำไมมี viu แอปพลิเคชั่นในการดูหนังต่าง ๆ ที่ต้องเสียตังค์เพราะเขาไปซื้อลิขสิทธิ์มา เพื่อมาเผยแพร่ให้คุณนะคะ อะไรบ้างที่มีลิขสิทธิ์ หนังสือ การเต้นรำ การรำ การทำท่าทางต่าง ๆ การแสดงท่าทางด้วยวิธีการใบ้ งานจิตรกรรม ประติมากรรมต่าง ๆ ดนตรี เนื้อร้องทำนองโน้ตเพลง วิดีโอเทป แผ่นเลเซอร์ดิส CD ต่าง ๆ นะคะ ภาพยนตร์เสียง การเผยแพร่ทางโทรทัศน์ ทำไมเวลาเราดูทีวี ทีวีในจอทีวีปกตินะคะ กับดูทีวีออนไลน์ถ้าใครสังเกตจะดูว่าข่าวกีฬา อยู่ในทีวีดูได้ ถ้าอยู่ในออนไลน์จะดูไม่ได้ เพราะเขาซื้อลิขสิทธิ์มาแค่เผยแพร่ผ่านโทรทัศน์ ไม่ได้เผยแพร่ผ่านทางช่องทางออนไลน์ บางอย่างเราก็จะดูไม่ได้นะคะ นะคะ ต้องดูในทีวีเท่านั้นดูออนไลน์ไม่ได้เลยค่ะ ทุกอย่างจะเป็นลิขสิทธิ์หมด แล้วอะไรล่ะที่มันไม่รู้ว่าเป็นลิขสิทธิ์ข่าวข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เป็นข่าวพูดมาแต่ละวันนี่ใครไปพูดก็ได้ รัฐธรรมนูญกฎหมายไม่มีลิขสิทธิ์ค่ะ ทุกคนประชาชนสามารถอ่านแล้วก็เผยแพร่ได้ คำสั่งต่าง ๆ ของหน่วยงานรัฐ คำสั่งศาลพิพากษาต่าง ๆ หนังสือราชการ งานแปลของหน่วยงานรัฐ หรือท้องถิ่นที่จัดทำขึ้นในนี้ ไม่ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ ทำอย่างไรถึงจะมีลิขสิทธิ์ก็จะเกิดขึ้นทันทีตั้งแต่ที่เราได้สร้างสรรค์ผลงานโดยที่ไม่ซ้ำใคร คุ้มครองทันทีนะคะ ก็ถ้าเป็นงานที่ทำมาแล้วไม่ซ้ำใครนี่ คุณจะถือว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือแค่เป็นงานเอกสารที่คุณต้องไปทำนะคะ แล้วก็คนที่จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย จะต้องเป็นคนไทยนะคะ มีผลได้ผลเสียกับกฎหมายไทยเท่านั้นสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง คุณจะแจกจ่าย ทำซ้ำดัดแปลงจำหน่าย ให้เช่า คัดลอกทำอะไรก็ได้ ตามที่คุณจะอนุญาตหรือคุณจะทำเองก็ได้ อาจจะมีค่าตอบแทนหรือไม่มีค่าตอบแทนก็ได้อันนี้คือการเป็นเจ้าของ อายุในการคุ้มครองลิขสิทธิ์จะประมาณ 50 ปีนะคะ หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่ถ้ายังไม่ตาย ลิขสิทธิ์จะมีอยู่ได้ตลอดจนกว่าเขาจะตายนั่นเอง ถ้าเป็นกรณีที่เป็นองค์กรหน่วยงานใด ๆ ก็ตาม ลิขสิทธิ์อยู่ได้ 50 ปี ถ้าเป็นภาพถ่ายส่วนมากจะเป็น 50 ปีค่ะ ยกเว้นว่าการเป็นการประยุกต์จะอยู่ได้แค่ 25 ปีนะคะ ภายหลังจากลิขสิทธิ์หมดอายุแล้วก็เป็นสาธารณะใครจะใช้งานผลงานนั้น ๆ ก็ได้ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์นะคะ บางคนจะสับสนระหว่างลิขสิทธิ์กับสิทธิบัตร สิทธิบัตรนี่ จะเป็นหนังสือรับรองของรัฐ เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้น หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ถ้าใครมีสิทธิบัตรก็จะเป็นเจ้าของสิทธิบัตร มีสิทธิ์คนเดียวในการแสวงหาประโยชน์จากการประดิษฐ์สิ่งนั้นได้ ขายได้ผลิตได้นะคะ แต่ก็จะจำกัดแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เช่น สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ก็จะเป็นการคิดความคิดสร้างสรรค์ลักษณะขององค์ประกอบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นะคะ อาจจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์รูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก็ อันนี้ก็เป็นสิทธิบัตร ตัวอย่างสิทธิบัตรจะเป็นเอกสารกระดาษแบบนี้นะคะ ถ้าเป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์จะอยู่ได้ 20 ปี ตั้งแต่วันที่ขอ หรือถ้าเป็นสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะอยู่ได้แค่ 10 ปี นะคะ จะมี 2 แบบ ความแตกต่างลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันที ไม่ต้องขอเอกสาร ไม่ต้องจดทะเบียนไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ สามารถให้โอนสิทธิให้กันได้เป็นมรดกได้นะคะ นี่จะมี 2 อย่างคือสิทธิบัตรการประดิษฐ์กับการออกแบบนะคะ ต้องเป็นผลงานที่คิดขึ้นมาใหม่ ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อนนะคะ ก็จะต้องมีการจดทะเบียน มีเสียค่าธรรมเนียมนะคะ งานในห้องวันนี้ให้นักศึกษาทำ 2 ข้อนะคะ แต่ก่อนจะอธิบายงาน 2 ข้อนี้ อธิบายเลยแล้วกัน ให้หาตัวอย่างข่าวอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต หรืออันตรายที่เกิดจากอินเทอร์เน็ตมา 2 ตัวอย่าง ว่ามันผิด พรบ. คอมฯ หรือพรบ. ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไหมบอกแหล่งที่มาของข้อมูลด้วย แล้วก็ให้หาตัวอย่างผลงานที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือผลงานออกแบบนะคะ อาจจะเป็นทั้งสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นลิขสิทธิบัตรลิขสิทธิ์มาอย่างละ 1 นะคะ ข้อมูลพรุ่งนี้หาได้ว่าใครเป็นคนค้นงานเป็นของใคร ใครเป็นเจ้าของแล้วก็บอกเว็บไซต์ที่มาด้วยกับงาน Project 3 อาทิตย์ที่เราจะไม่ได้เจอกัน 20 คะแนน ความสามารถของเว็บไซต์หรือระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่นักศึกษาต้องพัฒนางานกลุ่ม กลุ่มเดิมที่เคยแบ่งให้ ทำเสร็จหรือยังรายงาน เสร็จแล้ว เอากลุ่มเดิมนะคะ ให้นักศึกษาใช้อะไรน่ะ WORDPRESS หรือ WIX หรือเว็บไซต์ที่สามารถสร้างเว็บไซต์ขายของได้นะคะ ด้วยความสามารถของงานที่นักศึกษาต้องพัฒนาก็จะมีการสามารถแต่งรายการสินค้าได้ เพิ่ม ลบ แก้ไข แก้ไขข้อมูลต่าง ๆ มีตะกร้าสินค้าแน่นอน มีการค้นหาสินค้าได้ มีหน้ายืนยันสินค้า การสั่งซื้อสินค้าได้ ช่องทางการชำระเงิน อันนี้อาจารย์อนุโลมให้เอาเป็นแค่หน้าจำลองก็ได้ว่าให้โอนเงินแจ้งสลิป เวลาซื้อของ บอกว่าสลิปเป็นการโอนเงิน แล้วก็มีช่องให้เพิ่มสลิปโอนเงิน แล้วก็ยืนยันว่าโอนกี่โมงอะไรนี่ เคยใช้ไหม นั่นแหละเอาแบบนั้นก็ได้นะ เพราะว่าเขารู้ว่าเราโอนเงินกี่โมงให้แนบสลิปมายืนยันด้วยว่าโอนเงินแล้วหรือยังค่ะ เอาแบบนี้ก็ได้ผู้ขายเอาง่าย ๆ มันจะมีหน้าของคนซื้อกับหน้าของ Admin Admin จะต้องไปสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลในระบบได้นะคะ สามารถกดอนุมัติคำสั่งซื้อได้ ใครจัดการส่งสินค้า ตรวจสอบสินค้า มีช่องให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าไหม ถ้าเป็นเว็บไซต์สำเร็จรูป ส่วนใหญ่จะทำได้รอดูแค่ว่าพวกคุณจะออกแบบเป็นอย่างไร ก็ให้ไปคุยกันเองในกลุ่มว่าขายสินค้าอะไรอันนี้ปล่อย Free Style เลยแล้วหลังจากงานรับปริญญาส่งสิ่งที่ต้องทำคือให้ทำเป็นคลิปวิดีโอบันทึกหน้าจอค่ะ ว่าระบบที่คุณทำนี่มันทำอะไรได้บ้าง เป็นวิดีโอได้ด้วย ได้สิ เปิดหน้าจอ มันมีโปรแกรมในเครื่องอยู่เราก็เปิดเว็บของเรา หรือระบบของเรา แล้วก็บันทึกหน้าจอ ได้ ว่ากดอันนี้เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นนะ ส่งอาจารย์เป็นคลิปวิดีโอด้วย แล้วก็ทำเล่มคู่มือด้วย Cap แต่ละส่วนแต่ละส่วนของเว็บไซต์เราว่ามันทำได้ตามหัวข้อที่กำหนดไหม ตรงไหนคือส่วนที่ทำได้เหล่านี้แคปมาแคป ๆ ให้ดูอันนี้เป็นส่วนของ Project นะ ส่วนวันนี้ในห้องทำ 2 ข้อส่งใน classroom เหมือนเดิม แล้วก็ไอ้ตัว Project เดี๋ยวจะอัปเพิ่มให้ กำหนดส่งวันไหน แล้วต้องส่งอะไรบ้างนะ อันนี้แค่อธิบายคร่าว ๆ ว่าในระบบที่เราจะทำมันต้องมีอะไรบ้าง เริ่มทำงานในห้องได้ค่ะ ส่งเป็นไฟล์ด้วย เดี๋ยวล่ามพักก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวทำงานในห้องค่ะ เดี๋ยวเปิด Classroom ให้ ล่ามก็ยังอยู่ซื่อ ๆ Line บอกเขาก็ได้ว่าเขาก็ยังอยู่หน้ากล้องอยู่ สร้างให้แล้ว ได้วันไหน วันพฤหัสได้ไหม