﻿1
00:02:30,533 --> 00:02:34,533
อีกครั้งนึงฉันก็ไม่ได้กลัวเจ้าจะรักความรัก

2
00:03:07,341 --> 00:03:11,341

3
00:03:13,691 --> 00:03:17,691

4
00:03:20,123 --> 00:03:24,123

5
00:03:26,771 --> 00:03:30,771

6
00:03:40,406 --> 00:03:44,406

7
00:03:52,793 --> 00:03:56,793
ช้าจังเหลือเค้าก็รำโบราณตำนานตำนาน

8
00:04:24,135 --> 00:04:28,135

9
00:04:43,802 --> 00:04:47,802

10
00:05:35,239 --> 00:05:39,239

11
00:06:06,437 --> 00:06:10,437

12
00:06:26,719 --> 00:06:30,719

13
00:06:57,731 --> 00:07:01,731

14
00:07:12,100 --> 00:07:16,100
บทในนั้นมีผู้ประพันธ์คือฉันจะรักเสมอคนรัก

15
00:07:17,283 --> 00:07:21,283
อยู่ที่ฉัน

16
00:07:48,745 --> 00:07:52,745
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ

17
00:07:54,949 --> 00:07:58,249
ตอนนี้ทางข้างล่ามได้ยินไหมค่ะ

18
00:07:58,249 --> 00:08:02,249
โอเคค่ะ เห็นล่ามแล้วค่ะ

19
00:08:08,961 --> 00:08:12,961
เดี๋ยววันนี้นะคะ อาจารย์นะคะ ได้ติดภารกิจ แล้วได้ฝากวีดีโอ มาให้นักศึกษาได้เรียนรู้นะคะ

20
00:08:18,411 --> 00:08:19,576
ซึ่งถ้าดูวิดีโอเสร็จแล้วนะคะ ก็จะมีให้นักศึกษาสามารถเดินทางกลับ

21
00:08:19,576 --> 00:08:23,576
ได้เลยค่ะ

22
00:08:26,506 --> 00:08:30,506
ซึ่งตอนนี้นักศึกษาก็พร้อมแล้วนะคะ

23
00:08:57,792 --> 00:09:01,792
ทางล่ามได้ยินเสียงนะคะ เสียงของวิดีโอ [เสียงวีดิทัศน์]

24
00:09:18,851 --> 00:09:22,851
(เจ้าหน้าที่ชาย) อาจารย์ครับ

25
00:09:23,705 --> 00:09:27,705
จะพาพวกเรา

26
00:09:30,075 --> 00:09:34,075
เรียนรู้ในประเด็นการเรียนรู้ ในหัวข้อจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียน

27
00:09:35,247 --> 00:09:37,530
สังเกตว่าจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียนนี่ คือ มันเป็นการ

28
00:09:37,530 --> 00:09:41,189
นำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ

29
00:09:41,189 --> 00:09:45,189
นะคะ ก็คือจากหลักสูตรเดิม

30
00:09:49,336 --> 00:09:52,672
// ทางล่ามไม่ได้ยินเสียงวีดีโอใช่ไหมคะ

31
00:09:52,672 --> 00:09:56,672
(เจ้าหน้าที่ชาย) ใช่ครับ ไม่ได้ยินครับ

32
00:12:17,696 --> 00:12:18,686
(เจ้าหน้าที่หญิง) เดี๋ยวสักครู่นะคะ [เสียงวีดิทัศน์] (อาจารย์จุลมณี) เป็นหลักสูตรที่มันเป็นนามธรรมถ้าเปรียบเสมือนกับอาหารนะก็จะเป็นวัตถุดิบ

33
00:12:18,686 --> 00:12:22,686
ยังกินไม่ได้

34
00:12:24,148 --> 00:12:28,148
(เจ้าหน้าที่หญิง) แบบนี้ได้ยินเสียงไหมคะ เพราะว่าได้ยินเสียงชัดเจนไหมคะ

35
00:12:32,304 --> 00:12:36,304
ทางล่ามได้ยินเสียงชัดเจนไหมคะ เมื่อกี้ที่ลองเปิดวิดีโอ ลองเปิดไมค์

36
00:12:54,419 --> 00:12:58,419
เดี๋ยวลองทดสอบอีกครั้งนะคะ

37
00:13:35,580 --> 00:13:39,580
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคน วันนี้ครูก็จะพาพวกเรา

38
00:13:41,969 --> 00:13:45,969
ไปเรียนรู้ ในประเด็นการเรียนรู้ ในหัวข้อจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียน

39
00:13:49,425 --> 00:13:51,804
สังเกตว่าจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียนนะ คือมันเป็นการนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ

40
00:13:51,804 --> 00:13:52,495
ก็คือจากหลักสูตร

41
00:13:52,495 --> 00:13:56,495
เดิม

42
00:13:58,864 --> 00:13:59,546
เป็นหลักสูตรที่มันเป็นนามธรรม ถ้าเปรียบเสมือนกับอาหารนะก็จะเป็น

43
00:13:59,546 --> 00:14:00,713
วัตถุดิบ

44
00:14:00,713 --> 00:14:04,713
ยังกินไม่ได้

45
00:14:05,158 --> 00:14:07,369
นะคะ แต่ถ้าเมื่อไหร่มันลงสู่ชั้นเรียน แสดงว่ามันถูกปรุงมาแล้วนะคะ

46
00:14:07,369 --> 00:14:11,369
ครูก็เลยใช้ชื่อว่า

47
00:14:12,094 --> 00:14:14,550
จับหลักสูตรมาลงเป็นเมนูเด็

48
00:14:14,550 --> 00:14:18,001
ด ที่ครูเคยบอกไปนะว่าครู

49
00:14:18,001 --> 00:14:19,728
จะต้องทำหน้าที่อยู่ 3 อย่าง

50
00:14:19,728 --> 00:14:23,469
หน้าที่อันแรกเลย

51
00:14:23,469 --> 00:14:27,469
ก็คือหน้าที่ของการเป็นนัก Designer

52
00:14:28,473 --> 00:14:29,077
นัก Designer ทำอะไรก็จะต้องเป็นนักออกแบบ

53
00:14:29,077 --> 00:14:29,963
การจัด

54
00:14:29,963 --> 00:14:33,963
กิจกรรม

55
00:14:35,041 --> 00:14:38,292
กิจกรรมทุกอย่างการจัดการเรียนรู้ทุกอย่างเลยต้อง

56
00:14:38,292 --> 00:14:39,584
Design  Design ทำไม Design ก็ให้มันน่าเรียน

57
00:14:39,584 --> 00:14:43,584
ให้มัน

58
00:14:43,685 --> 00:14:47,685
... มันมีความสุข สนุกสนานในการเรียนรู้

59
00:14:52,869 --> 00:14:56,120
เพราะเราไม่ใช่เป็นครูสอนหนังสือที่จะถ่ายทอดวิชาการ ถ้าถ่ายทอดทางวิชาการ ตอนนี้ คือ Content ต่าง ๆ นี่ มันเข้าไปสู่

60
00:14:56,120 --> 00:14:59,565
ผู้เรียนโดยอัตโนมัติ

61
00:14:59,565 --> 00:15:03,565
เพราะฉะนั้น คือหน้าที่ของเราคือต้อง Design

62
00:15:04,559 --> 00:15:08,559
ค่ะ Design ให้มันน่าเรียน เรียนแล้วเขาเรียนอย่างมีความสุข

63
00:15:09,798 --> 00:15:12,455
เรียนด้วยความสนอกสนใจ อันนั้นแหละคือหน้าที่ของครู และอันที่ 2

64
00:15:12,455 --> 00:15:15,544
หลักสูตรมันต้องกินได้

65
00:15:15,544 --> 00:15:19,544
การที่จะกินได้ มันก็ต้องน่ากิน

66
00:15:23,411 --> 00:15:24,760
กินได้แล้วก็ต้องอร่อยด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน นอกจากเป็นนัก Designer แล้วก็จะต้องเป็น

67
00:15:24,760 --> 00:15:28,760
Chef

68
00:15:33,859 --> 00:15:37,859
Chef ต้องทำให้อร่อย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน ตอนนี้ก็ต้องยุ่งหลักสูตรเขากำหนดวัตถุดิบมา

69
00:15:42,317 --> 00:15:43,774
1 2 3 4 เราก็ต้องจินตนาการและใช้จินตนาการใช่ความ Create ของความเป็นครูนี่แหละของครูยุค 5

70
00:15:43,774 --> 00:15:47,774
G จะต้อง

71
00:16:18,608 --> 00:16:20,400
Design

72
00:16:20,400 --> 00:16:24,400
(เจ้าหน้าที่หญิง) เดี๋ยวกลับไปอีก

73
00:16:26,616 --> 00:16:29,708
นิดหนึ่ง (อาจารย์จุลมณี)  ทางวิชาการตอนนี้คือ Content ต่าง ๆ เนี่ยมันเข้าไปสู่

74
00:16:29,708 --> 00:16:33,251
ผู้เรียนโดยอัตโนมัติ

75
00:16:33,251 --> 00:16:37,251
เพราะฉะนั้น คือ หน้าที่ของเรา คือ ต้อง Design ค่ะ

76
00:16:38,276 --> 00:16:42,276
Design ให้มันน่าเรียน เรียนแล้วเขาเรียนอย่างมีความสุข

77
00:16:43,403 --> 00:16:46,128
เรียนด้วยความสนอกสนใจ อันนั้นแหละ คือ หน้าที่ของครู อันที่ 2

78
00:16:46,128 --> 00:16:49,199
หลักสูตรมันต้องกินได้

79
00:16:49,199 --> 00:16:53,199
การที่จะกินได้มันก็ต้องน่ากิน

80
00:16:57,082 --> 00:16:58,481
กินได้แล้วก็ต้องอร่อยด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนนอกจากเป็นนัก Designer แล้วก็จะต้องเป็น

81
00:16:58,481 --> 00:17:00,946

82
00:17:00,946 --> 00:17:04,946
Chef Chef ต้องปรุงให้อร่อย

83
00:17:07,471 --> 00:17:11,471
นะคะ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน ตอนนี้ก็ต้องปรุงหลักสูตรเขากำหนดวัตถุดิบมา

84
00:17:16,003 --> 00:17:20,003
1 2 3 4 เราก็ต้องจินตนาการ และใช้จินตนาการใช้ความ Create ของความเป็นครูนี่แหละ ของครูยุค 5g

85
00:17:21,131 --> 00:17:24,812
จะต้อง Design หลักสูตรทำอย่างไรให้กลายเป็นเมนูจานเด็ดให้ได้

86
00:17:24,812 --> 00:17:28,812
ปกติ Chef ไม่ใช่แค่ปรุง

87
00:17:30,258 --> 00:17:34,212
อาหารสุกแล้วก็แล้วก็กินได้เลยนะ มันต้องมีศิลปะในการจัด

88
00:17:34,212 --> 00:17:38,212
จานในการคัดเลือกวัตถุดิบในการที่แบบ

89
00:17:40,464 --> 00:17:43,468
ความกลมกล่อม คือ ต้องการ Taste ลักษณะไหน ต้องมีการDesign

90
00:17:43,468 --> 00:17:47,468
เหมือนกัน ก็รับลูก

91
00:17:48,703 --> 00:17:52,703
ต่อมาจากของการเป็น นัก เองสุดท้ายแล้วพอหลังจากที่

92
00:17:53,196 --> 00:17:57,196
กินได้อร่อยด้วยมีความสุขทั้งอาหารตาหายใจ

93
00:17:58,142 --> 00:18:01,681
ก็จะต้องเข้าเป้าด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของผู้เรียน

94
00:18:01,681 --> 00:18:03,619
หน้าที่ของครูผู้สอนก็จะต้องทำหน้าที่เป็นก

95
00:18:03,619 --> 00:18:07,619
ัปตันพาผู้เรียน

96
00:18:08,487 --> 00:18:09,757
ไปสู่จุดหมายปลายทางตามที่ตั้งไว้

97
00:18:09,757 --> 00:18:13,757
นะคะ

98
00:18:14,914 --> 00:18:18,914
เป้าหมายปลายทางอยู่ตรงไหน ก็ตรงอยู่ตรงที่จุดประสงค์นั่นล่ะค่ะ ที่

99
00:18:18,951 --> 00:18:21,246
ครูผู้สอนได้กำหนดไว้ เริ่มจาก

100
00:18:21,246 --> 00:18:25,246
หลักสูตร

101
00:18:25,276 --> 00:18:28,004
ในระดับชั้นเรียนที่เป็นคำอธิบายรายวิชาได้กำหนดไว้

102
00:18:28,004 --> 00:18:30,783
ครูก็ต้องทำหน้าที่ถอดคำอธิบาย

103
00:18:30,783 --> 00:18:34,427
รายวิชา

104
00:18:34,427 --> 00:18:38,427
ที่เขากำหนดไว้น่ะ มีอะไรบ้าง K P A

105
00:18:42,447 --> 00:18:44,310
นั่นก็คือจะต้องพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านสมอง ทั้งทางด้านทักษะ ทั้งทางด้านจิตใจ

106
00:18:44,310 --> 00:18:47,963
คุณลักษณะนิสัยต้องไป

107
00:18:47,963 --> 00:18:51,207
ให้เป็นแบบองคาพยพเลยนะคะ

108
00:18:51,207 --> 00:18:55,207
เราไม่ได้สอนหนังสือให้เด็กหัวโต

109
00:18:56,340 --> 00:18:58,907
แต่เราต้องสอนให้มีความเติบโตในทุก ๆ ด้านนะคะ

110
00:18:58,907 --> 00:19:02,907
เพราะฉะนั้น ในหลักสูตร

111
00:19:06,031 --> 00:19:08,521
ก็เปรียบเสมือนกับเป็นวัตถุดิบนะ เริ่มต้นตั้งแต่หลักสูตรชาติก่อน ลักสูตรชาติ

112
00:19:08,521 --> 00:19:11,500
ผนวกกับหลักสูตรท้องถิ่น

113
00:19:11,500 --> 00:19:14,208
ถามว่าหลักสูตรท้องถิ่นมันมีมา

114
00:19:14,208 --> 00:19:17,158
อย่างไร ก็คือในแต่ละท้องถิ่น

115
00:19:17,158 --> 00:19:20,439
สิ่งไหนที่เขาต้องการจะ

116
00:19:20,439 --> 00:19:23,715
อนุรักษ์รักษาต้องการที่จะพัฒนา

117
00:19:23,715 --> 00:19:27,715
ก็เลยมีหลักสูตรอันนี้เกิดขึ้น

118
00:19:28,571 --> 00:19:32,571
เอามาช่วย Support สนับสนุนท้องถิ่น

119
00:19:32,806 --> 00:19:35,486
นะคะ ซึ่งหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อจะทำงานคู่ไปกับ

120
00:19:35,486 --> 00:19:39,486
หลักสูตรสถานศึกษา

121
00:19:40,818 --> 00:19:43,185
นะคะ หลักสูตรสถานศึกษา นอกจากต้องการสร้างให้เด็กเป็นอย่างไร

122
00:19:43,185 --> 00:19:46,777
จุดเน้นของโรงเรียนเป็นอย่างไร

123
00:19:46,777 --> 00:19:50,777
อาจจะเอามาบูรณาการกับหลักสูตรท้องถิ่นเข้าไปด้วย

124
00:19:51,024 --> 00:19:55,024
นะคะ ถามว่ายังกินได้หรือยัง

125
00:19:59,539 --> 00:20:03,539
หลักสูตรสถานศึกษาเมื่อเปิดดูปุ๊บ มันก็จะมีโครงสร้างใช่ไหมคะ โครงสร้างของหลักสูตร

126
00:20:09,581 --> 00:20:13,072
ในโครงสร้างหลักสูตรเพื่อจะมีรายวิชาต่าง ๆ ในรายวิชาต่าง ๆ นั่นแหละจะมีคำอธิบายรายวิชาเป็นตัวกำหนด

127
00:20:13,072 --> 00:20:15,085
จะมีการกำหนดว่า

128
00:20:15,085 --> 00:20:19,085
K เรียนอะไรบ้าง

129
00:20:19,328 --> 00:20:20,901
P จะใช้ทักษะกระบวนการอะไร ที่จะเป็นตัวคัดอะไรเด็ก

130
00:20:20,901 --> 00:20:24,641
แล้วก็

131
00:20:24,641 --> 00:20:28,203
A จะช่วยส่งเสริมคุณลักษณะนิสัยให้เด็กดีอย่างไร

132
00:20:28,203 --> 00:20:30,453
อยู่ที่เป้าหมายปลายทางก็มีการกำกับเอาไว้

133
00:20:30,453 --> 00:20:32,586
เพราะฉะนั้น ครูใหม่

134
00:20:32,586 --> 00:20:36,586
หรือครูเก่าก็ตาม

135
00:20:38,416 --> 00:20:42,416
ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายให้สอนวิชาอะไร ต้องกลับไปดูคำอธิบายรายวิชาก่อนนะคะ

136
00:20:45,920 --> 00:20:49,920
คำอธิบายรายวิชานี้แหละที่จะเป็นเข็มทิศนะคะ ให้ครูได้เอาไปเขียนแผนต่อไป

137
00:20:51,115 --> 00:20:53,016
จากคำอธิบายรายวิชา ครูก็จะต้องทำหน้าที่ของการเป็น

138
00:20:53,016 --> 00:20:57,016
นัก Designer แล้วค่ะ

139
00:21:02,292 --> 00:21:06,292
จัดทำให้เป็นหน่วยการเรียนรู้ให้มันเป็น Story มีชีวิตชีวาให้ได้นะคะ มีการจัดกลุ่มก้อน

140
00:21:08,502 --> 00:21:11,395
เนื้อหาทั้งหลายที่ปรากฏในคำอธิบายรายวิชา เอามาสร้างเป็น Story

141
00:21:11,395 --> 00:21:14,850
หลังจากนั้น

142
00:21:14,850 --> 00:21:18,702
เห็นไหมคะ จากสถานศึกษาไปสู่ชั้นเรียนมัน

143
00:21:18,702 --> 00:21:19,639
เป็นไปตามขั้นตอนแบบนี้ ถามว่าหน่วยการเรียนรู้

144
00:21:19,639 --> 00:21:21,765
ใช้ได้หรือยัง

145
00:21:21,765 --> 00:21:25,765
ยังใช้ไม่ได้

146
00:21:30,041 --> 00:21:34,041
เพราะมันยังบอกแค่โครงเฉย ๆ เห็นแค่โครงว่าจะเกิดอะไรขึ้นสถานการณ์อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

147
00:21:37,054 --> 00:21:38,473
กิจกรรมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เนื้อหาอะไรบ้าง คืิอ จะบอกแค่คร่าว ๆ เป็นโครงเฉย ๆ

148
00:21:38,473 --> 00:21:42,259
เพราะฉะนั้น

149
00:21:42,259 --> 00:21:42,925
ก็จะมีโครงสร้างรายวิชาเกิดขึ้น

150
00:21:42,925 --> 00:21:46,925
นะคะ

151
00:21:47,314 --> 00:21:51,314
หน่วยการเรียนรู้ คือ จะเป็นหน่วยใหญ่นะคะ จากโครงสร้างรายวิชา

152
00:21:53,944 --> 00:21:57,052
นั่นแหละถึงจะถอดไปเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ตรงนี้ถือเป็นอาวุธของครู

153
00:21:57,052 --> 00:22:01,052
ที่ครูทุกคนจะต้องมีแผนการสอน

154
00:22:01,470 --> 00:22:05,470
ถ้าเรียกสั้น ๆ นะว่าแผนการสอนแต่ถ้าเรียกเต็ม

155
00:22:08,555 --> 00:22:12,555
เห็นรูปก็จะเป็นแผนการจัดการเรียนรู้แผนการสอนเขาก็กลัวว่าครูจะติดนะว่า

156
00:22:15,648 --> 00:22:17,120
สอนหนังสือนะคะ แต่ถ้าเป็นการจัดการเรียนรู้ มันก็จะเกี่ยวเรื่องนี้เรื่องของการ

157
00:22:17,120 --> 00:22:21,120
Design ในเรื่องของการออกแบบ

158
00:22:29,587 --> 00:22:33,587
ทีนี้ พอรายวิชามันมีการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ มีการกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัดนี้แหละ มันเป็นเป้าหมาย

159
00:22:34,488 --> 00:22:36,736
เมื่อมีตัวชี้วัดแล้วหน้าที่ของครูผู้สอนก็จะต้อง

160
00:22:36,736 --> 00:22:37,979
Recheck ค่ะ

161
00:22:37,979 --> 00:22:41,149
ว่า

162
00:22:41,149 --> 00:22:43,574
แต่ละตัวชี้วัดนี่มันมีรายละเอียดอะไร

163
00:22:43,574 --> 00:22:45,437
หา keyword ให้เจอ

164
00:22:45,437 --> 00:22:49,437
Action Verb ตรงนี้ค่ะ

165
00:22:49,924 --> 00:22:52,806
อ่านออกเสียงร้อยแก้วอันนี้เป็นสมมติวิชาภาษาไทย

166
00:22:52,806 --> 00:22:55,189
อ่านออกเสียงร้อยแก้วได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม

167
00:22:55,189 --> 00:22:58,200
สมมติว่าตอนนี้ เราได้รับผิดชอบ

168
00:22:58,200 --> 00:23:02,055
ให้ดูแล 2 ตัวชี้วัดนี้

169
00:23:02,055 --> 00:23:06,055
ทำอย่างไรจะสร้างมาเป็น Story ได้ตัวชี้วัดแรก

170
00:23:11,177 --> 00:23:12,966
เรื่องของการอ่านออกเสียง ตัวที่ 2 เรื่องการจับใจความ เราจะต้องเอามาหลอมรวมกันให้เป็นสาระสำคัญเดียว

171
00:23:12,966 --> 00:23:14,632
คำว่า "สาระสำคัญ

172
00:23:14,632 --> 00:23:17,472
" มันก็คือ

173
00:23:17,472 --> 00:23:18,690
เรื่องสำคัญมันเป็น Concept

174
00:23:18,690 --> 00:23:22,690
เดียว

175
00:23:24,757 --> 00:23:28,757
นะคะ เพราะฉะนั้น สาระสำคัญจะคนละอย่างกันกับสาระการเรียนรู้นะคะ แยกให

176
00:23:32,232 --> 00:23:36,232
ออกนะ  อันนี้เป็นตัวอย่างหน้าตาสำหรับสาระสำคัญที่ถอดออกมาจาก 2 ตัวชี้วัด

177
00:23:37,229 --> 00:23:39,353
ก็จะมีการระบุเลยว่าการอ่านออกเสียง การจับใจความมันคืออะไร

178
00:23:39,353 --> 00:23:42,156
แล้วการศึกษา เรื่อง

179
00:23:42,156 --> 00:23:44,285
ก็คือสาระที่จะสอน

180
00:23:44,285 --> 00:23:47,252
นี่ มีอะไรบ้าง

181
00:23:47,252 --> 00:23:49,192
อ๋อ เนื้อหาสาระเกี่ยวกับเรื่องการอ่าน

182
00:23:49,192 --> 00:23:52,063
กับเรื่องของการจับใจความ

183
00:23:52,063 --> 00:23:56,063
แล้วสุดท้ายแล้วมันจะช่วยให้ผู้เรียนได้อะไร เราก็ต้องเขีย

184
00:24:01,059 --> 00:24:03,572
ตรงนี้ด้วย  สรุปว่าสาระสำคัญมันจะประกอบไปด้วย 3 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก ก็คือเป็นนิยาม

185
00:24:03,572 --> 00:24:07,572
เขียนเป็นหลักการก็ได้นะคะ

186
00:24:08,338 --> 00:24:12,338
อันที่ 2 เป็นเนื้อหาที่จะสอน

187
00:24:12,567 --> 00:24:15,986
สุดท้าย คือ เป็นประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับ หรือคุณค่าที่ผู้เรียนจะได้รับ

188
00:24:15,986 --> 00:24:17,472
ถ้าครูเขียนสาระสำคัญโดยชัดเจน

189
00:24:17,472 --> 00:24:21,472
มันจะช่วยให้

190
00:24:22,340 --> 00:24:26,340
ตัวเองน่ะ มีความเข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังสอนนะคืออะไร

191
00:24:29,228 --> 00:24:32,494
แล้วเนื้อหาสาระที่จะสอนมีอะไรบ้าง จะได้ไปหามาถูก เอามาสอนถูก

192
00:24:32,494 --> 00:24:36,494
สุดท้ายคือเรียนแล้วมันได้ประโยชน์อะไร

193
00:24:48,207 --> 00:24:50,151
3 อย่างนี้ต้องไปด้วยกันเวลาเขียนสาระสำคัญต้องเขียนแบบนี้นะ ถอดออกมาให้ได้เร็ว 3 ประเด็นนะคะ ไม่ใช่ไม่ใช่เขียนสาระการเรียนรู้นะคะ ที่เอามาสอนค่ะ ส่วนใหญ่ที่เห็นในอินเทอร์เน็ตเลยกลายเป็นเขียน

194
00:24:50,151 --> 00:24:52,828
สาระการเรียนรู้เสียส่วนใหญ่

195
00:24:52,828 --> 00:24:56,828
นะคะ ซึ่งไม่ค่อย ไม่ถูกน

196
00:25:02,182 --> 00:25:06,182
ะ ทีนี้ ในหน่วยการเรียนรู้นี่ มันก็เหมือนกับเป็นโครง

197
00:25:06,495 --> 00:25:10,495
นพ เป็นโครงยังไม่ใช่ลงรายละเอียด มันมีกิจกรรมอะไร มีสีอะไร

198
00:25:11,915 --> 00:25:14,434
เห็นแค่ส่งแต่แค่เห็นแค่โครง น่ะ อย่างน้อยก็พอจะเห็น

199
00:25:14,434 --> 00:25:17,969
เป้าหมายปลายทางได้ว่า

200
00:25:17,969 --> 00:25:20,023
ภาพสุดท้ายเราต้องการให้เด็กได้อะไร

201
00:25:20,023 --> 00:25:22,255
ภาพสุดท้ายมันจะออก

202
00:25:22,255 --> 00:25:26,255
หน้าต่างกิจกรรมเป็นแบบไหน เพราะฉะนั้น คือใน

203
00:25:29,225 --> 00:25:32,306
หน่วยการเรียนรู้มันจะปรากฏโครงสร้างรายวิชาด้วย เหมือนบ้านหลังนี่

204
00:25:32,306 --> 00:25:33,402
เห็นไหมคะ มีโครง ซึ่งเป็น

205
00:25:33,402 --> 00:25:36,412
โครงเหล็ก

206
00:25:36,412 --> 00:25:40,234
ที่ต่อกันมานี่ ต่อกัน

207
00:25:40,234 --> 00:25:42,646
เป็นโครง หน้าต่าง ประตู เป็นหลังคา

208
00:25:42,646 --> 00:25:46,646
ทุกอย่าง แต่เราเดาได้ใช่ไหมคะ ว่า

209
00:25:46,928 --> 00:25:49,434
หน้าตาหลังจากที่บ้านหลังนี้สร้างเสร็จแล้วมันจะเป็นแบบไหน

210
00:25:49,434 --> 00:25:51,071
เราก็เดาได้เลยมันต้องเป็น

211
00:25:51,071 --> 00:25:52,870
บ้าน 2 ชั้น

212
00:25:52,870 --> 00:25:55,191
ทรงโมเดิร์น

213
00:25:55,191 --> 00:25:57,111
มีโรงจอดรถที่

214
00:25:57,111 --> 00:26:01,111
มากกว่า 1 คันแน่ ๆ นะคะ

215
00:26:02,069 --> 00:26:04,575
หลังคาก็จะเป็นหลังคากระเบื้องอะไรอย่าง

216
00:26:04,575 --> 00:26:06,795
นี้ ภาพสุดท้ายจะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ

217
00:26:06,795 --> 00:26:09,660
ก็ โมเดิร์นจริง ๆ

218
00:26:09,660 --> 00:26:13,660
เราก็จะคาดเดาออกว่า

219
00:26:15,430 --> 00:26:19,430
โครงสร้างของรายวิชามันจะมีหน้าตาเป็นแบบไหนนะคะ

220
00:26:25,644 --> 00:26:27,340
ทีนี้ จากโครงสร้างรายวิชามาจะเห็นอะไรบ้าง และโครงสร้างรายวิชาใช่ไหมคะ มันจะเห็นหน่วย

221
00:26:27,340 --> 00:26:31,053
มันจะเห็น

222
00:26:31,053 --> 00:26:35,053
มาตรฐานตัวชี้วัดว่าใช้ตัวไหนแล้วก็

223
00:26:35,667 --> 00:26:39,667
ถอดออกไปเป็นสาระสำคัญจะให้เวลาเรียนเห็นคะแนนทั้งหมดเลย

224
00:26:44,395 --> 00:26:48,395
คะแนนก็จะเป็น 100 คะแนน ส่วนเวลาเรียนก็ตามที่หน่วยกิตมันล็อกเอาไว้กำหนดยังไม่ใช่นี่สมมติวิชาวิทยาศาสตร์

225
00:26:54,553 --> 00:26:58,553
1 หน่วยกิตเห็นไหมคะ 1 หน่วยกิต เท่ากับ 40 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น เราจะต้องบริหารจัดการให้มันลงตัวที่ 40 ชั่วโมง แต่สอนจึงต้องยืดหยุ่นนะ

226
00:27:04,443 --> 00:27:07,866
อาจจะไม่ถึง 40 หรอกนะคะ แล้วก็คะแนนสัดส่วนก็ต้องให้มันพอเหมาะพอสม ถ้าวิชาไหนเป็นวิชาปฏิบัติ ต้องให้คะแนนเยอะ ๆ หน่อย

227
00:27:07,866 --> 00:27:10,833
ทฤษฎีก็ไม่ต้องเยอะนะคะ ไม่ใช่แบบ

228
00:27:10,833 --> 00:27:14,833
วิชาปฏิบัติแต่ว่าไป

229
00:27:17,697 --> 00:27:21,697
ให้เด็กวุ่นวายอยู่กับการทดสอบความรู้ความจำ อันนั้นคือเด็กได้ประโยชน์น้อย

230
00:27:27,900 --> 00:27:31,900
แล้วก็หน่วยการรู้อันนี้หน่วยกันอีก 40 ชั่วโมงนี่ 5 หน่วยมันเยอะเกินไปอันนี้เป็นตัวอย่างที่ยังไม่ค่อยดีนะ

231
00:27:33,703 --> 00:27:37,703
แต่ว่าเดี๋ยวพอเราไปฝึกเขียนหน่วยการเรียนรู้นี่ เดี๋ยวครูอู๋จะอธิบายให้ฟังอีกทีหนึ่งนะคะ

232
00:27:39,696 --> 00:27:42,739
เพราะฉะนั้น จากโครงสร้างปุ๊บ มันก็จะถอดไปเป็นนะคะ มันจะปรากฏเป็นหน่วย

233
00:27:42,739 --> 00:27:44,147
เราก็ต้องเอาไปออกแบบเป็นหน่วยย่อย

234
00:27:44,147 --> 00:27:47,926
พอได้หน่วย

235
00:27:47,926 --> 00:27:50,500
ย่อย 1 หน่วยเสร็จปุ๊บ

236
00:27:50,500 --> 00:27:54,500
เห็นไหมคะ ก็ค่อยเป็นแผนการจัดการเรียนรู้

237
00:27:55,761 --> 00:27:59,606
ถามว่าหน่วยการเรียนรู้คืออะไร

238
00:27:59,606 --> 00:28:02,245
หน่วยการเรียนรู้มันก็คือเนื้อหาสาระที่มันจัดไว้เป็นชุด ๆ

239
00:28:02,245 --> 00:28:06,245
ม

240
00:28:06,658 --> 00:28:10,152
ีการโยงใยความสัมพันธ์ของเนื้อหา จัดเป็นกลุ่มเป็นก้อนนะคะ

241
00:28:10,152 --> 00:28:14,152
เพราะว่าเราจะได้ไป Design กิจกรรมต่อ

242
00:28:15,087 --> 00:28:17,072
อันนี้เป็นตัวอย่าง เห็นไหมคะ ในเรื่อง ๆ

243
00:28:17,072 --> 00:28:18,919
หนึ่ง หน่วยการเรียนรู้

244
00:28:18,919 --> 00:28:22,919
อาจจะมีการ

245
00:28:23,350 --> 00:28:25,710
รวมเนื้อหาที่มันคล้ายกัน จัดเป็นกลุ่มเดียวกัน

246
00:28:25,710 --> 00:28:27,894
จัดเป็นกลุ่มเดียวกัน

247
00:28:27,894 --> 00:28:30,398
ในหนึ่งหน่วย

248
00:28:30,398 --> 00:28:34,398
ไม่ควรต่ำกว่า 8 ชั่วโมง เพราะว่าถ้าน้อย

249
00:28:36,018 --> 00:28:38,546
กว่านั้น เช่นว่าบอกว่าหน่วยการเรียนรู้ที่มี 2 ชั่วโมงหรือมี 4 ชั่วโมง

250
00:28:38,546 --> 00:28:42,546
มันก็ไม่เพียงพอที่เป็น Story

251
00:28:43,315 --> 00:28:47,054
เพราะฉะนั้น จะต้องให้มันเกิน 8

252
00:28:47,054 --> 00:28:49,220
8 ชั่วโมงเป็นต้นไป

253
00:28:49,220 --> 00:28:51,409
หน่วยการเรียนรู้มีไว้ทำไม มีไว้ตรงนี้

254
00:28:51,409 --> 00:28:55,409
ป้องกันให้ครูสอนตามหนังสือ

255
00:29:06,224 --> 00:29:07,932
ครูสอนตามหนังสือรับปกติและครูคนนั้นจะไม่ค่อยเขียนจะไม่ค่อยออกแบบหน่วยการเรียนรู้หรอกค่ะ เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นภาระมันเหนื่อยมันอะไรอ่ะแต่จริง ๆ น่ะ ถ้าครูออกแบบ Design หน่วยการเรียนรู้ดี ๆ น่ะ

256
00:29:07,932 --> 00:29:09,536
การเรียนมันจะน่าสนุกมากเลย

257
00:29:09,536 --> 00:29:11,330
นะคะ เด็ก

258
00:29:11,330 --> 00:29:12,739
ก

259
00:29:12,739 --> 00:29:16,739
็จะมีชีวิตชีวา

260
00:29:18,963 --> 00:29:21,922
เขาเรียกมันเป็นแผนที่มีชีวิตนั้นการสร้างหน่วยกับนิ้วนี่ สามารถทำได้ 2 วิธี

261
00:29:21,922 --> 00:29:25,091
วิธีแรก ก็คือสร้างหน่วยจาก

262
00:29:25,091 --> 00:29:28,454
หรือว่าหัวเรื่องอันที่ 2 คือ

263
00:29:28,454 --> 00:29:32,454
สร้างจากผลการเรียนรู้ เราลองดูนะ ว่าเราจะ

264
00:29:34,225 --> 00:29:38,225
สร้างแบบไหน อย่างแบบแรกนี่ สร้างจากประเด็น คือ สร้างจากไอเดีย

265
00:29:40,328 --> 00:29:44,328
แล้วก็ค่อยมาหาว่าเนื้อหาสาระไหน

266
00:29:50,227 --> 00:29:53,039
ที่มันจะมาอาจจะมา Shopping จากตรงมาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดนะคะ แล้วก็ค่อยเอาไปเขียนเป็นสาระสำคัญสุดท้าย ก็มาออกเป็นกิจกรรม

267
00:29:53,039 --> 00:29:57,039
ก็เลยได้หน่วยการเรียนรู้ขึ้นมา

268
00:29:57,518 --> 00:29:59,137
อันนี้คือสร้างจากประเด็นก่อนแล้วค่อยไป

269
00:29:59,137 --> 00:30:01,190
คิดหาเนื้อหา

270
00:30:01,190 --> 00:30:02,317
ที่จะเอามาบูรณาการภายหลัง

271
00:30:02,317 --> 00:30:05,603
อันนี้คือวิธีแรก

272
00:30:05,603 --> 00:30:09,603
วิธีที่ 2 นะ

273
00:30:10,257 --> 00:30:13,423
คะ วิธีที่ 2 คือสร้างจากเป้าหมาย

274
00:30:13,423 --> 00:30:15,970
ปักธงไว้เลย ว่าต้องการให้ผู้เรียนได้อะไร

275
00:30:15,970 --> 00:30:19,957
ได้ความรู้อะไร ได้ทักษะอะไร

276
00:30:19,957 --> 00:30:23,223
พอตั้งธงเสร็จปุ๊บ ก็มาคิด

277
00:30:23,223 --> 00:30:27,223
หน่วยการเรียนรู้ให้มันสอดคล้องกับ

278
00:30:33,472 --> 00:30:35,822
เป้าหมายที่เราตั้งเอา ไว้วิธีการนี้เขาเรียกว่า Backward Design ก็คือเอาเป้าหมายเป็นที่ตั้งนะคะ แล้วค่อยไปกำหนด

279
00:30:35,822 --> 00:30:39,822
ภาระชิ้นงาน จริง ๆ ต้องมาที่

280
00:30:42,070 --> 00:30:44,918
ภาระชิ้นงานก่อนนะ  จากนั้นค่อยไปกำหนดการวัดการประเมินผล

281
00:30:44,918 --> 00:30:48,191
และสุดท้ายท้ายสุดเลย

282
00:30:48,191 --> 00:30:52,191
ค่อยไปออกแบบกิจกรรมทีหลัง

283
00:30:52,477 --> 00:30:53,895
เรียกว่า "Backward Design"

284
00:30:53,895 --> 00:30:55,304
เอาเป้าหมายเป็นหลัก

285
00:30:55,304 --> 00:30:59,304
เนื้อหายังนะ

286
00:31:03,910 --> 00:31:05,808
ทีนี้ หลักสูตรสถานศึกษา เห็นไหมคะ ในหลักสูตรสถานศึกษา มันก็จะบรรจุรายวิชาต่าง ๆ

287
00:31:05,808 --> 00:31:08,887
ที่ครูผู้สอนจะต้องสอน

288
00:31:08,887 --> 00:31:12,887
ก็แยกขาดกันเป็นวิชาวิชาเลย

289
00:31:13,130 --> 00:31:17,130
ในแต่ละวิชาก็มีการกำหนดเป้าหมายอีก

290
00:31:24,473 --> 00:31:26,918
เพราะว่าเนื้อหาจะสอนอะไรทักษะกระบวนการจะมีอะไรบ้าง และเป้าหมายที่นกไปให้ถึงก็คือตามตัวชี้วัดที่ระบุนี่แหละ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูก็จะต้องใช้จินตนาการ

291
00:31:26,918 --> 00:31:30,918
ในความเป็นนัก Designer นั่นแหละ ออกแบบหน่วยการเรียนร

292
00:31:37,683 --> 00:31:41,683
ู้ให้มันน่าเรียนนะคะ ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี วิธีแรก ก็คือมีคำอธิบายรายวิชาอยู่แล้ว

293
00:31:42,688 --> 00:31:46,688
ได้เลยนะคะ กับอีกวิธี

294
00:31:48,692 --> 00:31:52,258
ก็คือไม่มีหน่วย ก็คือไม่มีคำอธิบายรายวิชา เราจะต้องเขียนขึ้นมาเอง

295
00:31:52,258 --> 00:31:54,820
นะคะ ซึ่งในรายวิชาพัฒนาหลักสูตร

296
00:31:54,820 --> 00:31:58,077
พวกเราจะได้เขียนขึ้นมาเอง

297
00:31:58,077 --> 00:32:00,074
เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มันโดนใจเด็ก

298
00:32:00,074 --> 00:32:03,210
เป็นหลักสูตรที่

299
00:32:03,210 --> 00:32:07,210
มาจากฐานความสนใจของเด็ก ๆ

300
00:32:10,437 --> 00:32:11,985
แล้วในคำอธิบายรายวิชามันปรากฏอะไรบ้าง มันก็จะปรากฏอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน เช่น ส่วนหัว

301
00:32:11,985 --> 00:32:15,985
ส่วนตัว

302
00:32:17,655 --> 00:32:21,655
ที่เป็นเนื้อหาที่ใช้เรียนมันก็จะบอกทั้ง K ทั้ง P ทั้ง

303
00:32:23,137 --> 00:32:25,799
ส่วนใหญ่นะเวลา เขาเขียนเขาจะแยกกันเป็น Paragraph Paragraph แรกนี่ น่าจะเป็นพวก

304
00:32:25,799 --> 00:32:29,579
K Paragraph ที่ 2 น่าจะเป็นพวกที

305
00:32:29,579 --> 00:32:30,875
Paragraph ที่ 3 เห็นไหมคะ สุดท้ายเลยก็จะเป็น A

306
00:32:30,875 --> 00:32:34,804
แล้วก็

307
00:32:34,804 --> 00:32:37,736
กำกับด้วยตัวชี้วัดที่ต้องการจะให้เด็กไปถึง

308
00:32:37,736 --> 00:32:41,248
ก็จะมีอยู่ 3 ส่วนตรงนี้

309
00:32:41,248 --> 00:32:43,844
ที่เราจะต้องมาดูกัน

310
00:32:43,844 --> 00:32:47,844
แล้วก็ออกแบบกันนะคะ

311
00:32:50,630 --> 00:32:52,651
จริง ๆ การออกแบบไม่ยากนะ หน้าที่ของครูผู้สอน ก็คือจะต้อง Design ยังไง

312
00:32:52,651 --> 00:32:56,651
เราก็ต้องคิดแหละ

313
00:33:02,095 --> 00:33:06,095
แล้วก็ต้องหาข้อมูลว่าจะสอนทั้งทีไม่ต้องสอนแบบ Change นะไม่ใช่สอนแบบเดิม ๆ หรือหนังสือเข้าไปในห้องเรียน

314
00:33:11,538 --> 00:33:14,835
ถ้าสอนแบบนั้นน่ะ มันไม่ใช่ครูมืออาชีพ หน้าที่ของเราต้องเป็นครูยุค 5g ต้องมีความเป็นมืออาชีพ

315
00:33:14,835 --> 00:33:18,835
วิชาอะไรก็ตามที่ผ่านมือเรา

316
00:33:20,879 --> 00:33:24,879
เด็กที่เรียนกับเราแล้วต้องมีความเจริญเติบโตในทุก ๆ ด้าน

317
00:33:30,588 --> 00:33:34,509
ไม่ใช่สอนให้หัวโตอย่างเดียวนะ ถ้าสอนให้หัวโตอย่างเดียวนี่ มันก็จะเป็นภาพฝั่งขวามือนี่ล่ะค่ะ

318
00:33:34,509 --> 00:33:38,509
สอนหนังสือไปสอนให้ท่องจำแล้วเอาไปสอบไป

319
00:33:44,407 --> 00:33:48,407
สุดท้ายคือเด็กกินความรู้นะไม่ได้เอาไปใช้ไม่เป็นทักษะก็ไม่มี นิสัยที่ดีก็ไม่เกิดในรายวิชาก็ไม่ได้สอนอะไรเลย

320
00:33:48,854 --> 00:33:52,854
สอนการบวกลบคูณหาร สอนให้แต่อ่านออกเขียนได้ แต่ไม่ได้สอนคุณธรรม สอนนิสัย

321
00:33:53,772 --> 00:33:55,460
ถ้าสอนแบบนี้ ยิ่งเรียนยิ่งแห้งเหี่ยว

322
00:33:55,460 --> 00:33:57,501
แต่ถ้าสอนแบบ

323
00:33:57,501 --> 00:34:01,501
มีการ Designดี ๆ นะ

324
00:34:02,423 --> 00:34:06,423
เนื้อหาการเรียนกิจกรรมทุกอย่างมันมีการDesign หมดเลย

325
00:34:06,659 --> 00:34:09,632
การเรียนแบบนี้มันจึงมีชีวิตชีวามีความอุดมสมบูรณ์มาก

326
00:34:09,632 --> 00:34:13,632
เป็นแบบฝั่งซ้ายมือนั่นแหละ

327
00:34:14,827 --> 00:34:18,827
เรามาเป็นครูยุค 5G ที่สอนให้เด็กเติบโตทางด้านฝั่งซ้ายดีกว่า

328
00:34:19,754 --> 00:34:23,754
เพราะฉะนั้น

329
00:34:23,953 --> 00:34:26,391
จะต้องมีการเปลี่ยนระบบในการ

330
00:34:26,391 --> 00:34:30,391
เรียนการสอน

331
00:34:35,921 --> 00:34:39,921
นะคะ เพราะฉะนั้นในหน่วยการเรียนรู้จะต้อง Design ดี ๆ นะคะ ในหน่วยการเรียนรู้ในลักษณะของหน่วยของมันก็คือจะต้องมีความสมบูรณ์และจบในตัว

332
00:34:40,838 --> 00:34:44,371
เหมือนหนังสั้นน่ะ จะต้องจบในตัว ไม่ใช่มีตอน 1 ตอน 2 ตอน 3

333
00:34:44,371 --> 00:34:48,006
จบในตัวภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมงนี่

334
00:34:48,006 --> 00:34:52,006
ภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง มันจะต้องประกอบไปด้วยเนื้อหา

335
00:34:53,138 --> 00:34:55,418
มีจุดประสงค์มีเนื้อหามีกิจกรรมมีการวัดการประเมิน

336
00:34:55,418 --> 00:34:59,418
อย่างน้อยจะต้องมี 4 อย่าง

337
00:35:05,837 --> 00:35:08,414
ส่วนปัจจัยส่วนองค์ประกอบที่เหลืออย่าง เช่น สื่อการสอน เช่น เทคนิคการสอนเรื่องต่าง ๆ แล้วมันก็จะรวมอยู่ในนี้แหละ แต่มันเป็นเรื่องใหญ่ ๆ

338
00:35:08,414 --> 00:35:12,414
ที่เอามาเสริมเฉย ๆ นะคะ

339
00:35:15,363 --> 00:35:16,398
ฉันการสร้างหน่วยการเรียนรู้ที่ดีน่ะ คือ นอกจากเป็นหน่วยที่มีชีวิตชีวาแล้วนี่

340
00:35:16,398 --> 00:35:20,310
เนื้อหา

341
00:35:20,310 --> 00:35:22,237
ที่เอามาสอบก่อนนะ มันควรจะมีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน

342
00:35:22,237 --> 00:35:24,908
แล้วก็

343
00:35:24,908 --> 00:35:27,694
ไม่ควรใหญ่หรือเล็กเกินไป

344
00:35:27,694 --> 00:35:30,766
เช่น อย่างที่ครูบอกเมื่อสักครู่นี่

345
00:35:30,766 --> 00:35:32,894
บอกว่าหน่วยการเรียนรู้นี้เนื้อหา 3 ชั่วโมง

346
00:35:32,894 --> 00:35:35,781
อย่างนี้ มันยังไม่ได้อะไรเลยนะ

347
00:35:35,781 --> 00:35:37,907
เพราะสอนจริงน่ะ 50 นาที

348
00:35:37,907 --> 00:35:39,922
คาบหนึ่ง 50 นาทีนะคะ

349
00:35:39,922 --> 00:35:43,922
กว่าจะได้

350
00:35:45,396 --> 00:35:48,690
ลงมือปฏิบัติกิจกรรมนี่ มันก็ไม่ทันเวลา เพราะฉะนั้น คือ หน่วยนึงน

351
00:35:48,690 --> 00:35:52,690
่ะ ประมาณสัก 10 ชั่วโมงน่ะ กำลังดีนะคะ

352
00:35:55,562 --> 00:35:57,728
เราจะได้ Design กิจกรรมได้นะ แล้วในหน่วยนั้นจะต้องพาผู้เรียนไปสู่มาตรฐาน

353
00:35:57,728 --> 00:36:00,637
ตามที่กำหนดไว้ด้วย

354
00:36:00,637 --> 00:36:04,637
แล้วหน่วยการเรียนรู้สร้างขึ้นมาปุ๊บ เด็กต้อง

355
00:36:07,873 --> 00:36:09,542
มีส่วนร่วมด้วยนะ ไม่ใช่ตลอดทั้งหน่วย 10 ชั่วโมง และให้เด็กมานั่งฟังอย่างเดียวมันก็ไม่ใช่

356
00:36:09,542 --> 00:36:11,955
และในหน่วยนั้น

357
00:36:11,955 --> 00:36:14,324
ก็จะต้องมีชิ้นงาน

358
00:36:14,324 --> 00:36:17,503
ที่สะท้อนตามเป้าหมายด้วย

359
00:36:17,503 --> 00:36:20,820
นะคะ สมมติเราสอนให้เด็กว่ายน้ำ

360
00:36:20,820 --> 00:36:23,232
นี่ ชิ้นงาน คือ ให้เด็กทำแบบทดสอบ

361
00:36:23,232 --> 00:36:27,210
มันก็ไม่ Match กันนะ

362
00:36:27,210 --> 00:36:30,123
เพราะฉะนั้น ภาระงานที่เราให้ นั่นก็คือ

363
00:36:30,123 --> 00:36:34,123
ให้ฝึกซ้อมว่ายน้ำ ให้ว่ายน้ำให้เป็นอย่างนี้ ถึง

364
00:36:37,775 --> 00:36:38,787
จะเป็นภาระงานที่มัน Match กับเป้าหมายแล้วก็เวลา Design หน่วยนี่

365
00:36:38,787 --> 00:36:42,787
เวลา

366
00:36:44,333 --> 00:36:48,333
ลงน้ำหนักคะแนนต้องให้มันพอเหมาะพอสมถ้าเป็นปฏิบัติต้อง

367
00:36:49,253 --> 00:36:52,952
... ให้เยอะหน่อย มีบางวิชานะที่ครูเห็นนะ

368
00:36:52,952 --> 00:36:56,952
โห เทคะแนนให้กับการสอบนี่

369
00:37:08,487 --> 00:37:11,209
30-40 ยังมันเยอะเกินไปนะ ไปท่องจำแบบนั้น คือ เด็กไม่ได้อะไรเลยมันก็ไม่ต่างกับการสอนแบบนกแก้วนกขุนทอง เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน คือ ต้อง Design ค่ะ ดีไซน์โดยเริ่มจากเว็บไซต์ต้องหน่วยนั่นแหละ

370
00:37:11,209 --> 00:37:15,209
ทำให้มันเป็นหน่วยบูรณาการ ไม่ใช่เป็นหน่วย

371
00:37:15,713 --> 00:37:19,713
ปกติ หน่วยบูรณาการกับหน่วยปกติมันต่างกันอ

372
00:37:21,143 --> 00:37:22,549
ย่างไร หน่วยการเรียนรู้โดยทั่วไปเป็นหน่วยปกติคือสอน

373
00:37:22,549 --> 00:37:24,050
แล้วก็สอบ

374
00:37:24,050 --> 00:37:28,050
จบแ

375
00:37:31,985 --> 00:37:35,371
ล้ว ให้เป็นหน่วยบูรณาการ หน่วยบูรณาการหน่วยบูรณาการพวกนี้ทั้งผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วย

376
00:37:35,371 --> 00:37:39,371
เวลาเด็กเอาความรู้ไปใช้นี่ เขาได้

377
00:37:44,975 --> 00:37:47,870
การใช้ความรู้ในลักษณะของได้ใช้ทั้งความรู้ความคิด ทักษะประสบการณ์มันไม่แยกจากกัน นั่นแสดงว่าครูเขาจะต้องมีการ Design กิจกรรม

378
00:37:47,870 --> 00:37:49,262
เช่น การให้เรียนเป็นแบบ Project Based

379
00:37:49,262 --> 00:37:50,944
Trouble Based

380
00:37:50,944 --> 00:37:54,944
พวกนี่

381
00:37:57,922 --> 00:37:59,190
มันจะเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมได้คิดขั้นสูง

382
00:37:59,190 --> 00:38:03,190
ได้ลงมือทำ

383
00:38:05,661 --> 00:38:07,909
เดี๋ยวสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองนะคะ การเรียนไม่ใช่อยู่ในห้องเรียนสีดำอย่างเดียว

384
00:38:07,909 --> 00:38:09,811
นะคะ แล้วก็ถ้ามันบูรณาการ

385
00:38:09,811 --> 00:38:11,191
ก็จะต้องมีการ PLC กับ

386
00:38:11,191 --> 00:38:15,191
เพื่อนครูด้วย

387
00:38:15,200 --> 00:38:19,200
นะ เราจะลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหา ภาระงาน

388
00:38:21,982 --> 00:38:22,640
อย่างเช่น สมมติถ้าเราไปสอนภาษาไทยอย่างนี้ เราก็ต้องมองหาดูว่าเราจะดีกว่าครูคนไหนได้บ้างนี่

389
00:38:22,640 --> 00:38:26,640
สมมติ

390
00:38:26,761 --> 00:38:29,832
ไปดีลกับครูวิทยาศาสตร์อย่างนี้ อยู่กับครูภาษาอังกฤษอ

391
00:38:29,832 --> 00:38:33,411
ย่างนี้ ชิ้นงานสร้างขึ้นมาชิ้นงานเดียว

392
00:38:33,411 --> 00:38:35,581
เวลาคิดคะแนนอ

393
00:38:35,581 --> 00:38:37,700
ย่างไร แยกเป็นรายวิชาไป

394
00:38:37,700 --> 00:38:40,879
เด็กทำชิ้นเดียว

395
00:38:40,879 --> 00:38:43,853
ออกคะแนนไป 2 ทาง

396
00:38:43,853 --> 00:38:46,114
อย่างนี้ จะได้ช่วยลดภาระ

397
00:38:46,114 --> 00:38:50,114
งานของเด็กด้วย

398
00:38:50,543 --> 00:38:53,345
นะ นี่แหละ ก็คือในลักษณะของการบูรณาการ

399
00:38:53,345 --> 00:38:56,941
การบูรณาการมันก็จะมีอยู่หลายแบบด้วยกัน

400
00:38:56,941 --> 00:39:00,941
นะคะ อย่างเช่น แบบเรียงลำดับ แบบมีส่วนร่วม แบบใยแมงมุม

401
00:39:05,956 --> 00:39:07,654
เดี๋ยวครูจะอธิบายในแต่ละแบบนะ อันนี้เป็นการแยกประเภทของปกตินะคะ วันนี้เป็นนักวิชาการเขาแยกออกมา

402
00:39:07,654 --> 00:39:10,233
ซึ่งหลัก ๆ นะ

403
00:39:10,233 --> 00:39:12,414
เป็นกลุ่มเดียวกัน

404
00:39:12,414 --> 00:39:16,414
เดี๋ยวครูอธิบายอีกทีหนึ่ง

405
00:39:17,614 --> 00:39:19,203
การบูรณาการแบบเรียงลำดับมันเป็นอย่างไร

406
00:39:19,203 --> 00:39:23,203
ก็คือ

407
00:39:23,324 --> 00:39:27,324
เป็นการบูรณาการ 2 เนื้อหาสาระ

408
00:39:28,909 --> 00:39:31,980
เอามาสอนให้มันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน สมมติครูอู๋จะสอนวิชาภาษาอังกฤษ

409
00:39:31,980 --> 00:39:33,394
กับสอนวิชาหลักสูตร

410
00:39:33,394 --> 00:39:34,904
ท้องถิ่น

411
00:39:34,904 --> 00:39:38,904
อย่างนี้ Korat Geopark

412
00:39:48,027 --> 00:39:52,027
ช่วงนี้หนูก็สอน Geopark ไปด้วย หรือจะหาคนมาช่วยสอน Korat Geopark ในขณะเดียวกันก็สอนภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Geoparkไปด้วยและซ้อน

413
00:39:57,202 --> 00:40:00,265
ในส่วนของเรา เช่น คำศัพท์การแต่งประโยคเกี่ยวกับ Geopark อะไรอย่างนี้นะคะ คือบูรณาการ 2 วิชา

414
00:40:00,265 --> 00:40:04,265
สอนแยกเนื้อหาสาระ

415
00:40:08,442 --> 00:40:12,341
อยู่ในช่วงเวลาเดียวกันอันที่ 2 เราก็ไปดูสมมติตอนนี้เราสอนภาษาไทยด้วยสอนภาษาอังกฤษนี่

416
00:40:12,341 --> 00:40:16,341
เราก็ไปดู เอ๊ะ มันเข้าข่ายกับรายวิชาไหน

417
00:40:16,371 --> 00:40:20,371
สมมติเราดูแล้ว เราจะให้มันเกี่ยวกับ Geopark ให้ได้

418
00:40:26,326 --> 00:40:30,326
ใน Geopark มันก็อาจจะมีเนื้อหาสาระบางส่วนที่สอดคล้องกับภาษาอังกฤษที่ครูสอนก็ได้ มีเนื้อหาที่คาบเกี่ยวกัน

419
00:40:32,342 --> 00:40:33,712
ว่าจะเอาในส่วนตรงนี้แหละที่มันคาบเกี่ยวกันเอามาสอนเป็นแบบ

420
00:40:33,712 --> 00:40:36,858
Share แบบมีส่วนร่วม

421
00:40:36,858 --> 00:40:40,858
สอนควบคู่กันไปได้เลย

422
00:40:45,799 --> 00:40:47,095
ประเภทต่อมาใยแมงมุมคิด Theme คิดอะไรไว้ก่อน

423
00:40:47,095 --> 00:40:49,340
ก็คิดอะไร

424
00:40:49,340 --> 00:40:53,340
ก็คิดเลย มันจะเกี่ยวกับวิชาอะไรได้บ้าง

425
00:40:55,391 --> 00:40:59,391
ปรากฏว่า พอหลังจากที่เช็กแล้ว โอเค มันเกี่ยวข้องกับวิชาคณิตศาสตร์ได้ด้วย

426
00:40:59,500 --> 00:41:03,500
มีการคำนวณพื้นที่อะไรต่าง ๆ นี่ มีการ

427
00:41:06,245 --> 00:41:09,419
เช็กสสารของพื้นดิน เขตพื้นที่ อะไรก็แล้วแต่

428
00:41:09,419 --> 00:41:12,271
แล้วก็มีการสร้างผลงานขึ้นมา

429
00:41:12,271 --> 00:41:16,271
วิชาศิลปะอย่างน

430
00:41:17,488 --> 00:41:21,488
ี้  วาดเกี่ยวกับ Geopark วาดเกี่ยวกับไดโนเสาร์เกี่ยวกับพื้นที่

431
00:41:24,119 --> 00:41:25,140
อันนี้เขาเรียกว่าเป็นการบูรณาการแบบใยแมงมุมคือบูรณาการหลายวิชา

432
00:41:25,140 --> 00:41:28,013
ภายใต้

433
00:41:28,013 --> 00:41:31,659
เรื่องหรือธีมนะคะ เป็นตัวเดินเรื่อง

434
00:41:31,659 --> 00:41:35,659
อีกอันหนึ่ง

435
00:41:37,888 --> 00:41:40,675
เป็นแบบร้อยด้ายนะ ก็คือเอาทักษะอะไรก็ได้เอามาเป็นแฟน

436
00:41:40,675 --> 00:41:43,283
เอามาผูกกับรายวิชาต่าง ๆ

437
00:41:43,283 --> 00:41:45,213
แล้วก็สอนไปด้วยกัน

438
00:41:45,213 --> 00:41:49,213
ให้มันเชื่อมโยงกัน

439
00:41:54,254 --> 00:41:58,254
ช่วงแรกจะเป็นการสอนวิทยาศาสตร์และภาพยนตร์พื้นที่ Korat Geopark ให้ไปเที่ยวภาษาญี่ปุ่นก็ได้อย่าง

440
00:42:02,211 --> 00:42:06,211
นี้ ภาษาอังกฤษก็ได้โดยที่ทั้ง 3 ตัวไหนจะถูกร้อยด้วยสมมติใช้ทักษะความคิดสร้างสรรค์

441
00:42:08,000 --> 00:42:12,000
อย่างนี้ เอามาใส่ในทุกกิจกรรม ทุกเนื้อหาเลย ร้อยให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นแกนหลัก

442
00:42:17,772 --> 00:42:21,772
นะคะ และอันสุดท้ายแบบบูรณาการ ก็คือเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เป็นแบบ

443
00:42:23,985 --> 00:42:27,985
สหวิทยาการ ผสมผสานทั้งเนื้อหาสาระทักษะความคิดรวบยอด ให้มัน

444
00:42:30,673 --> 00:42:31,844
ไปด้วยกันหมดเลย เอาแทรกในแต่ละส่วนนะคะ แทรกในแต่ละส่วนอันนี้เขาเรียกว่า "การสอนแบบ

445
00:42:31,844 --> 00:42:32,834
บูรณาการ

446
00:42:32,834 --> 00:42:36,834
" Integrated

447
00:42:37,340 --> 00:42:41,340
นะคะ เพราะฉะนั้น

448
00:42:41,476 --> 00:42:45,476
การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ในเรื่องที่สนุกมาก ๆ นะคะ

449
00:42:47,948 --> 00:42:51,940
ออกแบบทำอย่างไร ออกแบบก็จะต้องทำให้มันเป็น Story นะคะ เหมือนกับเป็นหนังสั้นอ

450
00:42:51,940 --> 00:42:54,664
ย่างนี้ ซึ่งเราก็ต้องมีการเขียน Plot ก่อนใช่ไหมคะ

451
00:42:54,664 --> 00:42:57,283
มันก็เลยเข้ามาสู่ workshop ที่ 2

452
00:42:57,283 --> 00:43:01,283
ซึ่งเราจะได้ฝึกทำกันเป็นกลุ่ม

453
00:43:09,119 --> 00:43:13,119
ครูอู๋จะส่งที่เป็นใบกิจกรรมใบงานต่าง ๆ นะคะ คำชี้แจงให้ด้วยพวกเราทำกันเป็นกลุ่มแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน

454
00:43:14,381 --> 00:43:16,807
เลือกคำอธิบายรายวิชาที่เราสนใจมา 1 รายวิชา

455
00:43:16,807 --> 00:43:20,592
แล้วก็มาลองออกแบบ

456
00:43:20,592 --> 00:43:24,592
หน่วยการเรียนรู้ แล้วก็ลองจัดทำโครงสร้างรายวิชา

457
00:43:30,313 --> 00:43:31,485
นะคะ เดี๋ยวครูอู๋จะส่งใบกิจกรรมให้ หลังจากนั้นเราก็ศึกษาตัวชี้วัดในทุกตัวที่ปรากฏในคำอธิบายรายวิชา

458
00:43:31,485 --> 00:43:33,445
แล้วก็ถอดออกมาเป็น

459
00:43:33,445 --> 00:43:35,771
Concept นะคะ

460
00:43:35,771 --> 00:43:36,804
แล้วก็หลอม

461
00:43:36,804 --> 00:43:39,032
จัดกลุ่ม

462
00:43:39,032 --> 00:43:41,474
นะคะ เหมือนที่ครูอ

463
00:43:41,474 --> 00:43:45,474
ู๋เชิญชวนให้พวกเราดูก่อนหน้านี้นะคะ

464
00:43:52,424 --> 00:43:54,425
ว่ามีวิธีการหลอมตัวชี้วัดอย่างไร สุดท้ายก็มาสร้างเป็น Concept หรือ Idea แล้วก็มาเขียนเป็นสาระสำคัญ

465
00:43:54,425 --> 00:43:58,425
แล้วก็ตั้งชื่อหน่วยตอนสุดท้าย

466
00:44:02,494 --> 00:44:06,494
ถามว่าทำไมตั้งชื่อไว้ตอนสุดท้าย ตอนนั้น คือ เราเห็นแล้วไงคะ ว่าสาระสำคัญมันเป็นไปในทิศทางไหน

467
00:44:07,599 --> 00:44:09,284
นะคะ เราก็จะพอคาดเดาได้ว่า เออ สาระสำคัญแบบนี้

468
00:44:09,284 --> 00:44:11,697
มันจะนำไปสู่

469
00:44:11,697 --> 00:44:15,697
การออกแบบกิจกรรมอะไรได้อย่างนี้นะคะ ซึ่ง

470
00:44:21,351 --> 00:44:25,351
ใบกิจกรรมที่ 2 ครูอู๋จะมีใบความรู้ให้นะคะ มีคำชี้แจง

471
00:44:26,901 --> 00:44:30,728
มีใบงานให้นะคะ มีอยู่ 2 ฉบับเราทำร่วมกัน

472
00:44:30,728 --> 00:44:34,728
ในกลุ่มนะ อันนี้เป็นตัวอย่าง

473
00:44:36,563 --> 00:44:40,563
สร้างหน่วยการเรียนรู้นะ หน่วยการเรียนรู้สร้างหน่วยการเรียนรู้

474
00:44:45,594 --> 00:44:47,401
สมมติว่าตอนนี้ยังไม่ปรากฏชื่อ ชื่อควรจะมาเขียนตอนสุดท้ายนะ ตัวชี้วัดที่ครูอู๋ดึงมาจากคำอธิบายรายวิชา

475
00:44:47,401 --> 00:44:50,995
เพราะว่ามีอยู่

476
00:44:50,995 --> 00:44:54,201
สมมติมีอยู่ 10 ตัวนะ อันนี้เป็นหน่วยแรก

477
00:44:54,201 --> 00:44:56,272
หลังจากที่ไปดูคำอธิบาย

478
00:44:56,272 --> 00:44:57,340
รายละเอียดแล้วในแต่ละ

479
00:44:57,340 --> 00:44:58,924
รหัสนะคะ

480
00:44:58,924 --> 00:45:02,158
ตัวชี้วัดนี่

481
00:45:02,158 --> 00:45:06,158
ก็ปรากฏว่า อ๋อ สรุปได้แล้วเรียบร้อย

482
00:45:06,824 --> 00:45:10,824
เอามาตั้งเป็นเป้าหมายการเรียนรู้นะคะ และหลังจากนั้น

483
00:45:15,052 --> 00:45:18,615
นี่คือครูอู๋กำลังจะพาทำหน่วยการเรียนรู้แบบ  Backward Design นะคะ แล้วก็มาคิดชิ้นงานชิ้นงานแบบไหนที่

484
00:45:18,615 --> 00:45:22,615
ที่มันจะตอบตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องได้

485
00:45:22,705 --> 00:45:25,108
นะคะ เป็นหลักฐานนะคะ ว่าเด็กได้บรรลุ

486
00:45:25,108 --> 00:45:27,728
เป้าหมายตามที่กำหนดแล้วนะคะ

487
00:45:27,728 --> 00:45:31,728
ครูอู๋ ก็ว่า โอเคให้เด็กสร้าง

488
00:45:34,907 --> 00:45:38,907
ผลงานถ่ายภาพนะคะ แล้วก็ผลงานถ่ายภาพเป็นอย่างไรปุ๊บ ก็ใช้เกณฑ์การให้คะแนนหรือ Rubrics

489
00:45:41,067 --> 00:45:43,064
อันนี้เป็นหลักฐานผลการเรียนรู้นะคะ และก็แนวการวัดการประเมิน

490
00:45:43,064 --> 00:45:47,064
แนะแนวการจัดกิจกรรมล่ะ

491
00:45:47,882 --> 00:45:50,896
ก็จัดเป็นแบบโครงงานโดยให้เด็กไปถ่ายภาพแล้วก็ให้มานำเสนอ

492
00:45:50,896 --> 00:45:54,896
เรียนรู้นี้มีอยู่ทั้งหมด 10 ชั่วโมงนะคะ แล้ว

493
00:45:55,756 --> 00:45:57,567
ก็ต้องไป Design ว่าทำอย่างไรเด็กจะมีส่วนร่วม

494
00:45:57,567 --> 00:46:00,848
แล้วก็ให้เด็กมี

495
00:46:00,848 --> 00:46:04,848
เป็น Child Center ค่ะ

496
00:46:07,511 --> 00:46:09,063
เพราะฉะนั้น เราก็เขียนออกมาคร่าว ๆ ไม่ต้องเขียนเยอะค่ะ ว่าเราจะมีแนวการจัดกิจกรรมแบบไหน อันนี้ก็คือ

497
00:46:09,063 --> 00:46:13,063
ตัวอย่าง 1 หน่วย ซึ่งในราย

498
00:46:16,738 --> 00:46:20,738
วิชาหนึ่งก็อาจจะมีอยู่ 2 หน่วย 3 หน่วยก็แล้วแต่เรานะคะ อันนี้เป็นหน้าตาของโครงสร้างรายวิชา

499
00:46:21,270 --> 00:46:25,270
เอาตัวชี้วัดน่ะเขียนมาก่อน

500
00:46:25,683 --> 00:46:29,683
ตัวชี้วัดก็ไปลองมาเป็นสาระสำคัญนะคะ แล้วก็ลองมา

501
00:46:30,785 --> 00:46:32,660
พอหลังจากนั้นครบแล้ว เราลองมาไล่ดูว่าในแต่ละหน่วยเราจะใช้เวลาเท่าไร

502
00:46:32,660 --> 00:46:34,508
กำหนดน้ำหนักคะแนนเท่าไ

503
00:46:34,508 --> 00:46:38,508
ร รวมคะแนนแล้วต้องได้

504
00:46:38,757 --> 00:46:42,757
100 ส่วนเวลารวมคะแนนแล้วก็ตามให้มันสอดคล้องกับหน่วยกิต

505
00:46:45,770 --> 00:46:48,921
อันนี้แนะนำไปแล้วนะ

506
00:46:48,921 --> 00:46:52,921
การเขียนสาระสำคัญนะคะ

507
00:46:59,070 --> 00:47:02,047
ทีนี้เทคนิคการเขียนสาระสำคัญทบทวนอีกรอบหนึ่งนะคะ

508
00:47:02,047 --> 00:47:05,244
ตัวนี้สังเกตว่ามันจะเป็นหลักการเป็นนิยามนะ

509
00:47:05,244 --> 00:47:07,478
ให้สังเกตเอา keyword

510
00:47:07,478 --> 00:47:08,453
ในเนื้อหาหลักนะคะ

511
00:47:08,453 --> 00:47:12,079
มาเป็น

512
00:47:12,079 --> 00:47:15,128
การตั้งต้น สังเกตว่ามักจะขึ้นต้นด้วยการ หรือความ

513
00:47:15,128 --> 00:47:17,480
นะคะ แล้วก็การศึกษาเรื่อง

514
00:47:17,480 --> 00:47:20,635
เนื้อหาที่จะสอนนั่นแหละ

515
00:47:20,635 --> 00:47:22,205
นะคะ แล้วก็สุดท้าย คุณค่าที่เด็กจะได้

516
00:47:22,205 --> 00:47:26,205
วิธีการเขียน

517
00:47:27,436 --> 00:47:29,787
แล้วก็มาตั้งชื่อหน่วย

518
00:47:29,787 --> 00:47:31,656
ตอนสุดท้ายเลย

519
00:47:31,656 --> 00:47:34,071
วิธีการตั้งชื่อหน่อย

520
00:47:34,071 --> 00:47:38,071
เหมือนกับเราตั้งชื่อหนังน่ะค่ะ

521
00:47:41,021 --> 00:47:43,410
ชื่อมันต้องตื่นตาตื่นใจมันต้องสะท้อน Concept ของหนังเห็น

522
00:47:43,410 --> 00:47:44,967
พอเดาได้ว่าหนังมันจะเป็น

523
00:47:44,967 --> 00:47:48,458
Theme แนวไหน

524
00:47:48,458 --> 00:47:52,458
นะคะ ชื่อมันก็ต้องเป็นชื่อที่ชวนคิด

525
00:47:52,562 --> 00:47:54,850
สอดคล้องกับจุดเน้น ๆ นะ

526
00:47:54,850 --> 00:47:58,850
สมมตินี่ อย่าง Poster หนัง

527
00:48:03,121 --> 00:48:06,882
Avatar พอจะคาดเดาเอามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความลึกลับความเป็นตัวตนเองต

528
00:48:06,882 --> 00:48:10,882
่าง  ๆ นี่ หนังเรื่อง The City of Gold

529
00:48:14,909 --> 00:48:18,146
ชื่อเรื่องกับภาพประกอบอย่างนี้ มันเป็นสื่อได้ว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของการตามล่าหาสมบัติอย่างนี้

530
00:48:18,146 --> 00:48:22,146
เป็นเรื่องการผจญภัยเห็นไ

531
00:48:23,439 --> 00:48:27,439
หมคะ คนดูสามารถที่จะเดาได้เลยว่า เป็นหนังที่ชอบแนวนี้หรือเปล่า

532
00:48:28,794 --> 00:48:32,651
เรื่องนี้ค่ะ นเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี

533
00:48:32,651 --> 00:48:36,651
น่าจะเป็นเรื่องของการทำสงครามอ

534
00:48:36,719 --> 00:48:40,027
ย่างนี้ วัยรุ่นพันล้าน วัยรุ่นพันล้าน

535
00:48:40,027 --> 00:48:44,027
เอ๊ะ มันน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่นคนหนึ่ง

536
00:48:45,094 --> 00:48:49,094
ที่สร้างเนื้อสร้างตัว จนกระทั่งได้เป็นวัยรุ่นพันล้านอย่างนี้  Top Secret

537
00:48:51,997 --> 00:48:54,589
เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น มันก็เป็นหน้าที่เราแล้วแหละว่าจะต้องสร้าง Story

538
00:48:54,589 --> 00:48:57,778
ทำอย่างไรให้หน่วยการเรียนรู้ของเรามี

539
00:48:57,778 --> 00:49:01,778
ชีวิตชีวาให้ได้นะ

540
00:49:05,645 --> 00:49:09,645
หนังเขายังสร้างให้มีชีวิตชีวาได้ทำไมครูผู้สอนจะสร้างการเรียนการสอนให้มีชีวิตชีวา

541
00:49:30,277 --> 00:49:32,478
(เจ้าหน้าที่หญิง) ค่ะ ตอนนี้ก็วิดีโอนะคะ ก็จบไปแล้วนะคะ เดี๋ยวแต่นักศึกษาบอกว่าจะขอขออีกรอบหนึ่งเพราะว่าเนื้อหาค่อนข้างยากค่ะ เดี๋ยวจะขอเปิดวิดีโออีกรอบนึงนะคะ

542
00:49:32,478 --> 00:49:34,058
เนื้อหาค่อนข้างยากค่ะ เดี๋ยวจะขอเปิดวิดีโออีกรอบหนึ่ประมาณ

543
00:49:34,058 --> 00:49:38,058
30 กว่านาที

544
00:49:45,976 --> 00:49:48,430
ตอนนี้ได้ยินเสียงไหมคะ

545
00:49:48,430 --> 00:49:52,430
ทางล่ามได้ยินเสียงไหมเอ่ย

546
00:50:11,126 --> 00:50:15,126
ค่ะ ตอนนี้วิดีโอจบไปแล้ว เดี๋ยวจะขอเปิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง

547
00:50:28,868 --> 00:50:32,868
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคน วันนี้ครูก็จะพาพวกเรา

548
00:50:34,835 --> 00:50:38,835
ไปเรียนรู้ในประเด็นการเรียนรู้ในหัวข้อจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียน

549
00:50:39,882 --> 00:50:42,231
สังเกตว่าจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียนนี่คือมันเป็นการ

550
00:50:42,231 --> 00:50:45,370
นำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ

551
00:50:45,370 --> 00:50:49,370
นะคะ ก็คือจากหลักสูตรเดิม

552
00:50:51,747 --> 00:50:53,578
เป็นหลักสูตรที่มันเป็นนามธรรม ถ้าเปรียบเสมือนกับอาหารนะก็จะเป็น

553
00:50:53,578 --> 00:50:57,578
วัตถุดิบยังกินไม่ได้

554
00:50:57,994 --> 00:51:00,239
นะคะ แต่ถ้าเมื่อไหร่มันลงสู่ชั้นเรียน แสดงว่ามันถูกป

555
00:51:00,239 --> 00:51:04,239
รุงมาแล้ว ครูก็เลยใช้ชื่อว่า

556
00:51:04,980 --> 00:51:07,547
จับหลักสูตรมาลงเป็นเมนูเด็

557
00:51:07,547 --> 00:51:10,864
ด ที่ครูเคยบอกไปนะ ว่าครู

558
00:51:10,864 --> 00:51:12,595
จะต้องทำหน้าที่อยู่ 3 อย่าง

559
00:51:12,595 --> 00:51:16,319
หน้าที่อันแรกเลย

560
00:51:16,319 --> 00:51:20,319
ก็คือหน้าที่ของการเป็นนัก

561
00:51:22,041 --> 00:51:22,835
Designer นัก Designer ทำอะไร ก็จะต้องเป็นนักออกแบบกิจกรรม

562
00:51:22,835 --> 00:51:26,835

563
00:51:27,915 --> 00:51:31,201
กิจกรรมทุกอย่างเลย การจัดการเรียนรู้ทุกอย่างเลยต้อง

564
00:51:31,201 --> 00:51:32,393
Design Design  ทำไม Design ก็ให้มันน่าเรียน

565
00:51:32,393 --> 00:51:36,393
ให้มัน

566
00:51:45,761 --> 00:51:48,909
มันมีความสุขสนุกสนานในการเรียนรู้ เพราะเราไม่ใช่เป็นครูสอนหนังสือที่จะถ่ายทอดวิชาการ ถ้าถ่ายทอดทางวิชาการ ตอนนี้ คือ Content ต่าง ๆ นี่ มันเข้าไปสู

567
00:51:48,909 --> 00:51:52,461
ผู้เรียนโดยอัตโนมัติ

568
00:51:52,461 --> 00:51:56,461
เพราะฉะนั้น คือหน้าที่ของเราคือต้อง Design ค่ะ

569
00:51:57,423 --> 00:52:01,423
Design ให้มันน่าเรียน เรียนแล้วเขาเรียนอย่างมีความสุข

570
00:52:02,668 --> 00:52:05,335
เรียนด้วยความสนอกสนใจอันนั้นแหละคือหน้าที่ของครู หลักสูตรอันที่ 2

571
00:52:05,335 --> 00:52:08,344
หลักสูตรมันต้องกินได้

572
00:52:08,344 --> 00:52:12,344
การที่จะกินได้ มันก็ต้องน่ากิน

573
00:52:16,174 --> 00:52:17,621
กินได้แล้วก็ต้องอร่อยด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน นอกจากเป็นนัก Designer แล้วก็จะต้องเป็น

574
00:52:17,621 --> 00:52:20,174

575
00:52:20,174 --> 00:52:24,174
Chef Chef ก็ต้องปรุงให้อร่อย

576
00:52:26,705 --> 00:52:30,705
เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนตอนนี้ก็ต้องปรุงหลักสูตรเขากำหนดวัตถุดิบมา 1 2

577
00:52:35,265 --> 00:52:39,265
3 4  เราก็ต้องจินตนาการและใช้จินตนาการใช้ความ Create ของความเป็นครูนั่นแหละของครูยุค 5G

578
00:52:40,354 --> 00:52:44,037
จะต้อง Design หลักสูตร ทำอย่างไรให้กลายเป็นเมนูจานเด็ดให้ได้

579
00:52:44,037 --> 00:52:48,037
ปกติChefไม่ใช่

580
00:52:53,403 --> 00:52:57,403
แค่ปรุงอาหารสุกแล้วก็แล้วก็กินได้เลยนะ มันต้องมีศิลปะในการจัดจาน ในการคัดเลือกวัตถุดิบในการที่แบบ

581
00:52:59,720 --> 00:53:02,673
ความกลมกล่อมคือต้องการ Taste ลักษณะไหนต้องมีการ

582
00:53:02,673 --> 00:53:06,673
Design เหมือนกัน ก็รับลูก

583
00:53:08,016 --> 00:53:12,016
ต่อมาจากของการเป็นนัก  Designer นั่นเองสุดท้ายแล้วพอหลังจากท

584
00:53:12,398 --> 00:53:16,398
ี่กินได้อร่อยด้วยมีความสุขทั้งอาหารตาอาหารใจ

585
00:53:17,475 --> 00:53:21,475
ก็จะต้องเข้าเป้าด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของผู้เรียน

586
00:53:22,847 --> 00:53:26,847
หน้าที่ของครูผู้สอน ก็จะต้องทำหน้าที่เป็นกัปตัน พาผู้เรียน

587
00:53:27,692 --> 00:53:28,997
ไปสู่จุดหมายปลายทางตามที่ตั้งไว้

588
00:53:28,997 --> 00:53:32,997
นะคะ

589
00:53:34,192 --> 00:53:37,255
เป้าหมายปลายทางอยู่ตรงไหน ก็ตรง อยู่ตรงที่จุดประสงค์นั่นแหละค่ะ

590
00:53:37,255 --> 00:53:38,139
ที่ครูผู้สอนได้กำหนดไว้

591
00:53:38,139 --> 00:53:40,440
นะคะ เริ่มจาก

592
00:53:40,440 --> 00:53:44,440
ตัวหลักสูตร

593
00:53:44,519 --> 00:53:47,323
ในระดับชั้นเรียนที่เป็นคำอธิบายรายวิชาที่ได้กำหนดไว้

594
00:53:47,323 --> 00:53:51,323
ลูกก็ต้องทำหน้าที่ถอดคำอธิบาย

595
00:53:53,660 --> 00:53:57,660
รายวิชาที่เขากำหนดไว้มีอะไรบ้าง KPA

596
00:54:01,689 --> 00:54:03,513
ก็คือจะต้องพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านสมอง ทั้งทางด้านทักษะ ทั้งทางด้านจิตใจ

597
00:54:03,513 --> 00:54:07,169
คุณลักษณะนิสัยต้องไป

598
00:54:07,169 --> 00:54:10,435
ด้วยกัน ให้เป็นเด็กองคาพยพเลย

599
00:54:10,435 --> 00:54:14,435
นะคะ เราไม่ได้สอนหนังสือให้เด็กหัวโต

600
00:54:15,632 --> 00:54:18,129
แต่เราต้องสอนให้มีความเติบโตในทุก ๆ ด้านนะคะ

601
00:54:18,129 --> 00:54:21,151
เพราะฉะนั้น ในหลักสูตร

602
00:54:21,151 --> 00:54:25,151
ก็เปรียบเสมือนกับเป็นวัตถุดิบนะ

603
00:54:25,179 --> 00:54:27,728
เริ่มต้นตั้งแต่หลักสูตรชาติก่อนหลักสูตรชาติ

604
00:54:27,728 --> 00:54:30,691
ผนวกกับหลักสูตรท้องถิ่น

605
00:54:30,691 --> 00:54:33,439
คำว่า "หลักสูตรท้องถิ่น" มันมีที่มาอ

606
00:54:33,439 --> 00:54:36,430
ย่างไร ก็คือในแต่ละท้องถิ่น

607
00:54:36,430 --> 00:54:39,644
สิ่งไหนที่เขาต้องการจะ

608
00:54:39,644 --> 00:54:42,983
อนุรักษ์ รักษา ต้องการที่จะพัฒนา

609
00:54:42,983 --> 00:54:46,983
ก็เลยมีหลักสูตรอันนี้เกิดขึ้น

610
00:54:47,719 --> 00:54:51,719
เอามาช่วย support สนับสนุนท้องถิ่น

611
00:54:51,971 --> 00:54:54,755
นะคะ ซึ่งหลักสูตรท้องถิ่นก็จะทำงานคู่ไปกับ

612
00:54:54,755 --> 00:54:58,755
หลักสูตรสถานศึกษานะคะ

613
00:55:00,085 --> 00:55:02,408
หลักสูตรสถานศึกษานอกจากต้องการสร้างให้เด็กเป็นอ

614
00:55:02,408 --> 00:55:06,280
ย่างไร จุดเน้นของโรงเรียนเป็นอ

615
00:55:06,280 --> 00:55:10,187
ย่างไร อาจจะเอามาบูรณาการกับหลักสูตรท้องถิ่นเข้าไปด้วย

616
00:55:10,187 --> 00:55:14,187
นะคะ ถามว่ายักินได้หรือยัง

617
00:55:18,826 --> 00:55:22,826
หลักสูตรสถานศึกษา เมื่อเปิดดูปุ๊บ มันก็จะมีโครงสร้างใช่ไหมคะ โครงสร้างของหลักสูตร

618
00:55:28,822 --> 00:55:32,369
โครงสร้างหลักสูตรเพื่อจะมีรายวิชาต่าง ๆ ซึ่งในรายวิชาต่าง ๆ นั่นแหละ จะมีคำอธิบายรายวิชาเป็นตัวกำหนด

619
00:55:32,369 --> 00:55:34,285
จะมีการกำหนดว่า

620
00:55:34,285 --> 00:55:38,285
K เรียนอะไรบ้าง

621
00:55:38,585 --> 00:55:40,130
P จะใช้ทักษะกระบวนการอะไรที่จะเป็นตัว Catalyze เด็ก

622
00:55:40,130 --> 00:55:43,852
แล้วก็

623
00:55:43,852 --> 00:55:47,439
A จะช่วยส่งเสริมคุณลักษณะนิสัยให้เด็กดีอย่างไร

624
00:55:47,439 --> 00:55:49,716
อยู่ที่เป้าหมายปลายทางก็มีการกำกับเอาไว้

625
00:55:49,716 --> 00:55:51,785
เพราะฉะนั้น ครูใหม่

626
00:55:51,785 --> 00:55:55,785
หรือครูเก่าก็ตาม

627
00:55:57,625 --> 00:56:01,625
ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายให้สอนวิชาอะไร ต้องกลับไปดูคำอธิบายรายวิชาก่อนนะคะ

628
00:56:05,185 --> 00:56:09,185
คำอธิบายรายวิชา่ี้แหละ ที่จะเป็นเข็มทิศนะคะ ให้ครูได้เอาไปเขียนแผนต่อไป

629
00:56:10,388 --> 00:56:12,228
นะคะ จากคำอธิบายรายวิชาครูก็จะต้องทำหน้าที่ของการเป็น

630
00:56:12,228 --> 00:56:16,228
นัก  Designer แล้วค่ะ จัดทำให้

631
00:56:21,555 --> 00:56:25,555
เป็นหน่วยการเรียนรู้ให้มันเป็น Story มีชีวิตชีวาให้ได้นะคะ มีการจัดกลุ่มก้อน

632
00:56:27,611 --> 00:56:30,612
เนื้อหาทั้งหลายที่ปรากฏในคำอธิบายรายวิชาเอามาสร้างเป็น Story

633
00:56:30,612 --> 00:56:34,612
หลังจากนั้น

634
00:56:38,957 --> 00:56:40,906
เห็นไหม จากสถานศึกษาไปสู่ชั้นเรียน มันเป็นไปตามขั้นตอนแบบนี้ ถามว่าหน่วยการเรียนรู้ใช้ได้หรือยัง

635
00:56:40,906 --> 00:56:44,906
ยังใช้ไม่ได้

636
00:56:49,262 --> 00:56:53,262
เพราะมันยังบอกแค่โครงเฉย ๆ เห็นแค่โครงว่าจะเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

637
00:56:56,224 --> 00:57:00,224
กิจกรรมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เนื้อหาจะเรียนอะไรบ้าง คือจะบอกแค่คร่าว ๆ เป็นโครงเฉย ๆ

638
00:57:01,494 --> 00:57:05,494
เพราะฉะนั้น ก็จะมีโครงสร้างรายวิชาเกิดขึ้น

639
00:57:06,509 --> 00:57:10,509
นะคะ หน่วยการเรียนรู้ก็จะเป็นหน่วยใหญ่นะคะ จากโครงสร้างรายวิชา

640
00:57:13,387 --> 00:57:16,272
นั่นแหละ ถึงจะถอดไปเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ตรงนี้ถือเป็นอาวุธของครู

641
00:57:16,272 --> 00:57:20,272
ที่ครูทุกคนจะต้องมีแผนการสอน

642
00:57:20,748 --> 00:57:24,748
ถ้าเรียกสั้น ๆ นะ ว่าแผนการสอน แต่ถ้าเรียกเต็ม

643
00:57:27,879 --> 00:57:31,879
รูป ก็จะเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ แผนการสอน เขาก็กลัวว่าครูจะติดนะว่า

644
00:57:35,419 --> 00:57:36,398
สอนหนังสือ แต่ถ้าเป็นการจัดการเรียนรู้มันก็จะเกี่ยวเนื่องเกี่ยวกับเรื่องของการ

645
00:57:36,398 --> 00:57:40,398
Design เรื่องของการออกแบบ

646
00:57:48,897 --> 00:57:52,897
พอรายวิชามันมีการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้มีการกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดนี้แหละมันเป็นเป้าหมาย

647
00:57:53,644 --> 00:57:56,018
เมื่อมีตัวชี้วัดแล้ว หน้าที่ของครูผู้สอนก็จะต้อง

648
00:57:56,018 --> 00:57:57,183
Recheck ค่ะ

649
00:57:57,183 --> 00:58:00,431
ว่า

650
00:58:00,431 --> 00:58:02,833
ตัวชี้วัดนี่ มันมีรายละเอียดอะไร

651
00:58:02,833 --> 00:58:04,638
หาคีย์เวิร์ดให้เจอ

652
00:58:04,638 --> 00:58:08,638
Action Verb ตรงนี้ค่ะ

653
00:58:09,206 --> 00:58:11,998
อ่านออกเสียงร้อยแก้ว อันนี้เป็นสมมติวิชาภาษาไทย

654
00:58:11,998 --> 00:58:14,379
อ่านออกเสียงร้อยแก้วได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

655
00:58:14,379 --> 00:58:17,466
สมมติว่าตอนนี้เราได้รับผิดชอบ

656
00:58:17,466 --> 00:58:21,466
ให้ดูแล 2 ตัวชี้วัดนี้

657
00:58:30,482 --> 00:58:32,202
ทำอย่างไรจะสร้างมาเป็น Story ได้ตัวชี้วัดแรกเป็นเรื่องของการอ่านออกเสียงตัวชี้วัดตัวที่ 2 เรื่องการจับใจความเราจะต้องเอามาหลอมรวมกันให้เป็นสาระสำคัญเดียว

658
00:58:32,202 --> 00:58:33,783
คำว่า สาระสำคัญ

659
00:58:33,783 --> 00:58:36,791
มันก็คือ

660
00:58:36,791 --> 00:58:37,960
เรื่องสำคัญมันเป็น Concept

661
00:58:37,960 --> 00:58:41,960
เดียวนะคะ

662
00:58:43,998 --> 00:58:47,998
เพราะฉะนั้น สาระสำคัญจะคนละอย่างกันกับสาระการเรียนรู้นะคะ

663
00:58:51,516 --> 00:58:55,516
แยกให้ออกนะ อันนี้เป็นตัวอย่างหน้าตาสาระสำคัญ ที่ถอดออกมาจาก 2 ตัวชี้วัด

664
00:58:56,469 --> 00:58:58,642
ก็จะมีการระบุเลยว่าการอ่านออกเสียงการจับใจความมันคืออะไร

665
00:58:58,642 --> 00:59:01,404
แล้วการศึกษาเรื่อง

666
00:59:01,404 --> 00:59:03,559
ก็คือสาระที่จะสอนนี่

667
00:59:03,559 --> 00:59:06,529
มีอะไรบ้าง

668
00:59:06,529 --> 00:59:10,529
เนื้อหาสาระเกี่ยวกับเรื่องการอ่าน

669
00:59:11,354 --> 00:59:15,354
กับเรื่องของการจับใจความและสุดท้ายแล้วมันจะช่วยให้ผู้เรียนได้อะไร

670
00:59:20,335 --> 00:59:22,811
แล้วก็ต้องเขียนตรงนี้ด้วย สรุปว่าสาระสำคัญมันจะประกอบไปด้วย 3 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก ก็คือเป็นนิยาม

671
00:59:22,811 --> 00:59:25,936
หรือเขียนเป็นหลักการก็ได้นะคะ

672
00:59:25,936 --> 00:59:27,522
อันที่ 2

673
00:59:27,522 --> 00:59:31,522
เป็นเนื้อหาที่จะสอน

674
00:59:31,877 --> 00:59:35,190
สุดท้าย คือ เป็นประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับ หรือคุณค่าที่ผู้เรียนจะได้รับ

675
00:59:35,190 --> 00:59:36,669
ถ้าครูเขียนสาระสำคัญได้ชัดเจน

676
00:59:36,669 --> 00:59:40,669
มันจะช่วยให้

677
00:59:41,395 --> 00:59:45,395
ตัวเองนี่ มีความเข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังสอนนี่คืออะไร

678
00:59:46,338 --> 00:59:48,418
แล้วเนื้อหาสาระที่จะสอนมีอะไรบ้าง จะได้ไปหามาถูก

679
00:59:48,418 --> 00:59:50,079
นะคะ เอามาสอนถูก

680
00:59:50,079 --> 00:59:51,757
และสุดท้ายคือ

681
00:59:51,757 --> 00:59:55,757
เรียนแล้วมันได้ประโยชน์อะไร

682
01:00:07,579 --> 01:00:09,462
3 อย่างนี้ต้องไปด้วยกัน เวลาเขียนสาระสำคัญต้องเขียนแบบนี้นะ ถอดออกมาให้ได้เป็น 3 ประเด็นนะคะ ไม่ใช่ ไม่ใช่เขียนสาระการเรียนรู้เนื้อหาที่เอามาสอนค่ะ ส่วนใหญ่ที่เห็นในอินเทอร์เน็ตเลยกลายเป็นเขียน

683
01:00:09,462 --> 01:00:12,118
สาระการเรียนรู้เสใหญ่

684
01:00:12,118 --> 01:00:16,118
ไม่ค่อยไม่ถูกนะ

685
01:00:21,448 --> 01:00:25,448
ในหน่วยการเรียนรู้นี่มันก็เหมือนกับเป็นโครงนะ

686
01:00:31,159 --> 01:00:33,718
เป็นของยังไม่ใช่ลงรายละเอียดมันมีกิจกรรมอะไรมีสีอะไรเห็นแค่โครงแต่แค่เห็นแค่โครงน่ะอย่างน้อยก็พอจะเห็น

687
01:00:33,718 --> 01:00:37,398
เป้าหมายปลายทางได้น่ะ ว่า

688
01:00:37,398 --> 01:00:39,335
ภาพสุดท้ายเราต้องการให้เด็กได้อะไร

689
01:00:39,335 --> 01:00:41,527
ภาพสุดท้ายมันจะออก

690
01:00:41,527 --> 01:00:45,527
หน้าตากิจกรรมเป็นแบบไหน

691
01:00:48,467 --> 01:00:51,528
เพราะฉะนั้น คือ ในหน่วยการเรียนรู้มันจะปรากฏโครงสร้างรายวิชาด้วย เหมือนบ้านหลังนี้ เห็นไหมคะ

692
01:00:51,528 --> 01:00:52,466
มีโครงซึ่งเป็น

693
01:00:52,466 --> 01:00:55,627
โครงเหล็ก

694
01:00:55,627 --> 01:00:59,514
ที่ต่อกันมานี่ ต่อกันเป็น

695
01:00:59,514 --> 01:01:01,845
เป็นโครงหน้าต่างประตูเป็นหลังคาทุกอย่าง

696
01:01:01,845 --> 01:01:05,845
เราเดาได้ใช่ไหมครับ ว่า

697
01:01:06,200 --> 01:01:08,673
หน้าตาหลังจากที่บ้านหลังนี้สร้างเสร็จแล้วมันจะเป็นแบบไหน

698
01:01:08,673 --> 01:01:10,355
เราก็เดาได้เลย มันต้องเป็น

699
01:01:10,355 --> 01:01:12,138
บ้าน 2 ชั้น

700
01:01:12,138 --> 01:01:14,456
ทรงโมเดิร์น

701
01:01:14,456 --> 01:01:16,330
มีโรงจอดรถที่

702
01:01:16,330 --> 01:01:20,330
มากกว่า 1 คันแน่ ๆ

703
01:01:21,280 --> 01:01:23,628
นะคะ หลังคาก็จะเป็นหลังคากระเบื้องอะไรอ

704
01:01:23,628 --> 01:01:26,031
ย่างนี้ ภาพสุดท้ายจะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ

705
01:01:26,031 --> 01:01:28,857
เห็นไหมคะ ก็ Modern จริง ๆ

706
01:01:28,857 --> 01:01:32,857
เราก็จะคาดเดาออกว่า

707
01:01:34,208 --> 01:01:38,208
โครงสร้างของรายวิชามันจะมีหน้าตาเป็นแบบไหนนะคะ ทีนี้

708
01:01:44,811 --> 01:01:46,544
จากโครงสร้างรายวิชามันจะเห็นอะไรบ้าง และโครงสร้างรายวิชาใช่ไหมคะ มันจะเห็นหน่วย

709
01:01:46,544 --> 01:01:47,813
ไม่ใช่เห็น

710
01:01:47,813 --> 01:01:50,284
มาตรฐานตัวชี้วัด

711
01:01:50,284 --> 01:01:54,284
ว่าใช้ตัวไหน แล้วก็

712
01:02:03,697 --> 01:02:07,697
ถอดเอาไปเป็นสาระสำคัญ จะให้เวลาเรียน เห็นคะแนนทั้งหมดเลย คะแนนก็จะเป็น 100 คะแนน ส่วนเวลาเรียนก็ตามที่หน่วยกิตมันล็อกเอาไว้ กำหนดไม่ใช่เนี่ยสมมุติวิชาวิทยาศาสตร์

713
01:02:13,862 --> 01:02:17,862
1 หน่วยกิตเท่ากับ 40 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น เราต้องบริหารจัดการให้มันลงตัวที่ 40 ชั่วโมง แต่สอนจริงต้องยืดหยุ่นนะ

714
01:02:23,726 --> 01:02:27,141
อาจจะไม่ถึง 40 หรอกนะคะ แล้วก็คะแนนสัดส่วนก็ต้องให้มันพอเหมาะพอสม ถ้าวิชาไหนเป็นวิชาปฏิบัติต้องให้คะแนนเยอะหน่อย

715
01:02:27,141 --> 01:02:30,052
ทฤษฎีก็ไม่ต้องเยอะนะคะ ไม่ใช่แบบ

716
01:02:30,052 --> 01:02:34,052
วิชาปฏิบัติ แต่ว่าไป

717
01:02:36,919 --> 01:02:40,919
ให้เด็กวุ่นวายอยู่กับการทดสอบความรู้ ความจำ อันนั้นคือเด็กได้ประโยชน์น้อย

718
01:02:47,269 --> 01:02:51,269
นะคะ แล้วก็หน่วยการรู้อันนี้หน่วยกันมีอยู่ 40 ชั่วโมงนี่  5 หน่วยมันเยอะเกินไปอันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ยังไม่ค่อยดีนะ

719
01:02:52,886 --> 01:02:56,886
แต่ว่าเดี๋ยวพอเราไปฝึกเขียนหน่วยการเรียนรู้นะ เดี๋ยวครูอู๋จะอธิบายให้ฟังอีกทีหนึ่งนะคะ

720
01:02:58,815 --> 01:03:01,889
เพราะฉะนั้น จากโครงสร้างปุ๊บมันก็จะถอดไปเป็นระยะมันจะปรากฏเป็นหน่วย

721
01:03:01,889 --> 01:03:03,358
เราก็ต้องเอาไปออกแบบเป็นหน่วยย่อย

722
01:03:03,358 --> 01:03:07,358
พอได้หน่วยย่อย

723
01:03:09,847 --> 01:03:13,847
1 หน่วยเสร็จปุ๊บ เห็นไหมคะ ก็ค่อยเป็นแผนการจัดการเรียนรู้

724
01:03:15,028 --> 01:03:18,923
ถามว่าหน่วยการเรียนรู้คืออะไร

725
01:03:18,923 --> 01:03:21,486
หน่วยการเรียนรู้ มันก็คือเนื้อหาสาระที่มันจัดไว้เป็นชุด ๆ

726
01:03:21,486 --> 01:03:25,486
มีการ

727
01:03:25,876 --> 01:03:29,418
โยงใยความสัมพันธ์ของเนื้อหา จัดเป็นกลุ่มเป็นก้อน

728
01:03:29,418 --> 01:03:33,418
เพราะว่าเราจะได้ไป Design กิจกรรมต่อ

729
01:03:34,346 --> 01:03:36,269
อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ ในเรื่องเรื่องหนึ่ง

730
01:03:36,269 --> 01:03:38,207
หน่วยการเรียนรู้

731
01:03:38,207 --> 01:03:42,207
อาจจะมีการ

732
01:03:42,631 --> 01:03:44,995
รวมเนื้อหาที่มันคล้ายกัน จัดเป็นกลุ่มเดียวกัน

733
01:03:44,995 --> 01:03:47,106
จัดเป็นกลุ่มเดียวกันนะคะ

734
01:03:47,106 --> 01:03:49,661
อย่างนี้ ในหนึ่งหน่วย

735
01:03:49,661 --> 01:03:53,661
ไม่ควรต่ำกว่า 8 ชั่วโมง

736
01:03:55,219 --> 01:03:57,744
เพราะว่าถ้าน้อยกว่านั้น เช่นว่า บอกว่าหน่วยการเรียนรู้ที่มี 2 ชั่วโมงหรือมี 4 ชั่วโมง

737
01:03:57,744 --> 01:04:01,744
มันก็ไม่เพียงพอที่เป็น Story

738
01:04:02,582 --> 01:04:06,360
นะคะ เพราะฉะนั้น จะต้องให้มันเกิน 8

739
01:04:06,360 --> 01:04:08,468
ชั่วโมงเป็นต้นไป หน่วยการเรียนรู้มีไว้ทำไม

740
01:04:08,468 --> 01:04:10,559
มีไว้ตรงนี้

741
01:04:10,559 --> 01:04:14,559
ป้องกันการให้ครูสอนตามหนังสือ

742
01:04:25,472 --> 01:04:27,217
ครูสอนตามหนังสือตามปกติแล้วครูคนนั้นจะไม่ค่อยเขียนจะไม่ค่อยออกแบบหน่วยการเรียนรู้หรอกค่ะ เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นภาระมันเหนื่อยมันอะไรแต่จริง ๆ น่ะ ถ้าครูออกแบบ Design หน่วยการเรียนรู้ที่ดี ๆ เนี่ย

743
01:04:27,217 --> 01:04:28,744
การเรียนมันจะน่าสนุกมากเลย

744
01:04:28,744 --> 01:04:32,025
นะคะ เด็ก

745
01:04:32,025 --> 01:04:36,025
ก็จะมีชีวิตชีวา

746
01:04:41,311 --> 01:04:44,354
เขาเรียกว่ามันเป็นแผนที่มีชีวิตนะคะ การสร้างหน่วยการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ 2 วิธี วิธีแรก ก็คือสร้างหน่วยจาก

747
01:04:44,354 --> 01:04:47,751
หรือว่าหัวเรื่อง อันที่ 2 คือ

748
01:04:47,751 --> 01:04:51,751
สร้างจากผลการเรียนรู้ เราลองดูนะว่าเราจะ

749
01:04:53,411 --> 01:04:57,411
สร้างแบบไหน แบบแรกน่ะ สร้างจากประเด็นคือสร้างจากไอเดีย

750
01:04:59,641 --> 01:05:01,561
100 ข้อ แล้วก็ค่อยมาหาว่าเนื้อหาสาระไหน

751
01:05:01,561 --> 01:05:05,561
ที่มันจะมาไหมคะ

752
01:05:09,595 --> 01:05:12,379
อาจจะมา Shopping จากตรงมาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดนะคะ แล้วก็ค่อยเอาไปเขียนเป็นสาระสำคัญสุดท้ายก็มาออกเป็นกิจกรรม

753
01:05:12,379 --> 01:05:16,379
ก็เลยได้หน่วยการเรียนรู้ขึ้นมา

754
01:05:18,407 --> 01:05:20,454
อันนี้คือสร้างจากประเด็นก่อน แล้วค่อยไปคิดหาเนื้อหา

755
01:05:20,454 --> 01:05:21,615
ที่จะเอามาบูรณาการภายหลัง

756
01:05:21,615 --> 01:05:24,867
อันนี้คือวิธีแรก

757
01:05:24,867 --> 01:05:28,867
วิธีที่ 2 นะคะ

758
01:05:29,467 --> 01:05:32,756
วิธีที่ 2 คือ สร้างจากเป้าหมาย

759
01:05:32,756 --> 01:05:35,237
ปักธงไว้เลยว่าต้องการให้ผู้เรียนได้อะไร

760
01:05:35,237 --> 01:05:39,171
ได้ความรู้อะไรได้ทักษะอะไร

761
01:05:39,171 --> 01:05:42,420
พอตั้งธงเสร็จปุ๊บก็มาคิด

762
01:05:42,420 --> 01:05:46,420
หน่วยการเรียนรู้ให้มันสอดคล้องกับ

763
01:05:52,656 --> 01:05:55,116
เป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้วิธีการนี้เขาเรียกว่า  "Backward Design" ก็คือเอาเป้าหมายเป็นที่ตั้งนะคะ แล้วค่อยไปกำหนด

764
01:05:55,116 --> 01:05:59,116
ภาระชิ้นงาน

765
01:06:01,294 --> 01:06:04,133
จริง ๆ ต้องมาที่ภาระชิ้นงานก่อนนะ จากนั้นค่อยไปกำหนดการวัดการประเมินผล

766
01:06:04,133 --> 01:06:07,422
และสุดท้ายท้ายสุดเลย

767
01:06:07,422 --> 01:06:11,422
ค่อยไปออกเขียวออกแบบกิจกรรมทีหลัง

768
01:06:13,327 --> 01:06:17,327
เรียกว่า backward Design เอาเป้าหมายเป็นหลัก

769
01:06:23,185 --> 01:06:25,034
หลักสูตรสถานศึกษาในหลักสูตรสถานศึกษามันก็จะบรรจุรายวิชาต่าง ๆ

770
01:06:25,034 --> 01:06:29,034
ที่ครูผู้สอนจะต้องสอนนะคะ ก

771
01:06:32,376 --> 01:06:36,376
็แยกขาดกันเป็นวิชาวิชาเลยนะคะ ในแต่ละวิชาก็มีการกำหนดเป้าหมายอีก

772
01:06:40,240 --> 01:06:43,505
เนื้อหาจะสอนอะไรทักษะกระบวนการจะมีอะไรบ้าง และเป้าหมายที่นกไปให้ถึง ก็คือตามตัวชี้วัดที่ระบุใน

773
01:06:43,505 --> 01:06:46,123
เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูก็จะต้องใช้จินตนาการ

774
01:06:46,123 --> 01:06:49,555
ในความเป็นนัก Designer นั่นแหละ

775
01:06:49,555 --> 01:06:53,555
ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ให้มันน่าเรียนนะคะ

776
01:06:56,947 --> 01:06:58,450
ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธีนะคะ วิธีแรก ก็คือมีคำอธิบายรายวิชาอยู่แล้ว

777
01:06:58,450 --> 01:07:01,859
ก็

778
01:07:01,859 --> 01:07:05,859
สร้างหน่วยได้เลยกับอีกวิธี

779
01:07:07,875 --> 01:07:11,462
หรือไม่มีหน่วยก็คือไม่มีคำอธิบายรายวิชาเราจะต้องเขียนขึ้นมาเอง

780
01:07:11,462 --> 01:07:14,040
ซึ่งในรายวิชาพัฒนาหลักสูตร

781
01:07:14,040 --> 01:07:17,382
พวกเราจะได้เขียนเครื่องขึ้นมาเอง

782
01:07:17,382 --> 01:07:19,368
เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มันโดนใจเด็ก ๆ

783
01:07:19,368 --> 01:07:22,516
เป็นหลักสูตรท

784
01:07:22,516 --> 01:07:26,516
ี่มัดจากฐานความสนใจของเด็ก ๆ

785
01:07:29,703 --> 01:07:31,171
นะคะ แล้วในคำอธิบายรายวิชามันปรากฏอะไรบ้าง มันก็จะปรากฏอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนหัว

786
01:07:31,171 --> 01:07:35,171
ส่วนตัว

787
01:07:36,856 --> 01:07:40,856
ที่เป็นเนื้อหานะ ที่ใช้เรียนมันก็จะบอกทั้ง K ทั้ง P ทั้ง A

788
01:07:42,447 --> 01:07:45,033
ส่วนใหญ่นะ เวลาเขาเขียนเขาจะแยกกันเป็น Paragraph Paragraph แรกน่าจะเป็นพวก

789
01:07:45,033 --> 01:07:48,760
K Paragraph ที่ 2 จะเป็นพวกที

790
01:07:48,760 --> 01:07:50,092
Paragraph ที่ 3 มีไหมคะ สุดท้ายเลยก็จะเป็น A

791
01:07:50,092 --> 01:07:53,930
แล้วก็

792
01:07:53,930 --> 01:07:56,922
กำกับด้วยตัวชี้วัดที่ต้องการจะให้เด็กไปถึง

793
01:07:56,922 --> 01:08:00,603
นะตะ ก็จะมีอยู่ 3 ส่วนตรงนี้

794
01:08:00,603 --> 01:08:03,113
ที่เราจะต้องมาดูกัน แล้วก็

795
01:08:03,113 --> 01:08:07,113
ออกแบบกันนะคะ

796
01:08:09,897 --> 01:08:11,859
การออกแบบไม่ยากนะ หน้าที่ของครูผู้สอนก็คือจะต้อง Design อ

797
01:08:11,859 --> 01:08:15,859
ย่างไร เราก็ต้องคิดแหละ

798
01:08:21,405 --> 01:08:25,405
แล้วก็ต้องหาข้อมูลว่าจะสอนทั้งทีไม่ต้องสอนแบบ Change นะ ไม่ใช่สอนแบบเดิม ๆ หรือหนังสือเข้าไปในห้องเรียน

799
01:08:30,810 --> 01:08:34,120
ถ้าสอนแบบนั้นน่ะมันไม่ใช่มือครูมืออาชีพ หน้าที่ของเราต้องเป็นครูยุค 5G ต้องมีความเป็นมืออาชีพ

800
01:08:34,120 --> 01:08:38,120
วิชาอะไรก็ตามที่ผ่านมือเรา

801
01:08:40,116 --> 01:08:44,116
เด็กที่เรียนกับเราแล้วต้องมีความเจริญเติบโตในทุก ๆ ด้าน

802
01:08:49,851 --> 01:08:53,688
ไม่ใช่สอนให้หัวโตอย่างเดียวนะ ถ้าสอนให้หัวโตอย่างเดียวนี่ มันก็จะเป็นภาพฝั่งขวามือน่ะค่ะ

803
01:08:53,688 --> 01:08:57,688
สอนหนังสือไป สอนให้ท่องจำแล้วเอาไปสอบไป

804
01:09:03,710 --> 01:09:07,710
สุดท้าย คือ เด็กกินความรู้นั้นไม่ได้ เอาประยุกต์ใช้ไม่เป็น ทักษะก็ไม่มี นิสัยที่ดีก็ไม่เกิด ในรายวิชาก็ไม่ได้สอนอะไรเลย

805
01:09:08,107 --> 01:09:12,107
สอนการบวก ลบ คูณ หาร สอนให้แต่อ่านออกเขียนได้ แต่ไม่ได้สอนคุณธรรม สอนนิสัย

806
01:09:12,995 --> 01:09:14,708
สอนแบบนี้ยิ่งยิ่งเรียนยิ่งแห้งเหี่ยว

807
01:09:14,708 --> 01:09:16,775
แต่สอนแบบ

808
01:09:16,775 --> 01:09:20,775
มีการ Design ดี ๆ นะ

809
01:09:21,722 --> 01:09:25,722
เนื้อหาการเรียนกิจกรรมทุกอย่างมันมีการ Design หมดเลย

810
01:09:25,922 --> 01:09:28,925
การเรียนแบบนี้ มันจะมีชีวิตชีวา มีความอุดมสมบูรณ์มาก

811
01:09:28,925 --> 01:09:32,925
เป็นแบบฝั่งซ้ายมือนั่นแหละ

812
01:09:34,053 --> 01:09:38,053
เรามาเป็นครูยุค 5g ที่สอนให้เด็กเติบโตทางด้านฝั่งซ้ายดีกว่า

813
01:09:38,977 --> 01:09:42,977
นะ เพราะฉะนั้น

814
01:09:43,221 --> 01:09:47,221
จะต้องมีการเปลี่ยนระบบในการ

815
01:09:55,129 --> 01:09:59,129
เรียนการสอนนะ เพราะฉะนั้น ในหน่วยการเรียนรู้จะต้อง Design ดี ๆ นะคะ ในหน่วยการเรียนรู้ลักษณะของหน่วยของมันก็คือจะต้องมีความสมบูรณ์และจบในตัว

816
01:10:00,100 --> 01:10:03,643
เหมือนหนังสั้นอาจจะต้องจบในตัวไม่ใช่มีตอน 1 ตอน 2 ตอน 3

817
01:10:03,643 --> 01:10:07,287
จบในตัวภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมงน

818
01:10:07,287 --> 01:10:08,062
ี่ ภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง มันจะต้องประกอบไปด้วย

819
01:10:08,062 --> 01:10:12,062
เนื้อหา

820
01:10:12,404 --> 01:10:14,637
มีจุดประสงค์ มีเนื้อหา มีกิจกรรม มีการวัด การประเมิน

821
01:10:14,637 --> 01:10:18,637
อย่างน้อย ๆ ต้องมี 4 อย่าง

822
01:10:25,166 --> 01:10:27,653
ส่วนปัจจัยส่วนองค์ประกอบที่เหลืออย่างเช่น สื่อการสอน เช่น เทคนิคการสอนอะไรต่าง ๆ เดี๋ยวมันก็จะรวมอยู่ในนี้แหละแต่มันเป็นเรื่องใหญ่ ๆ

823
01:10:27,653 --> 01:10:31,653
ที่เอามาเสริมเฉย ๆ นะคะ

824
01:10:34,654 --> 01:10:35,619
การสร้างหน่วยการเรียนรู้ที่ดีนะ คือนอกจากเป็นหน่วยที่มีชีวิตชีวาแล้วนี่

825
01:10:35,619 --> 01:10:39,502
เนื้อหา

826
01:10:39,502 --> 01:10:41,521
ที่เอามาสอนนี่ มันควรจะมีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน

827
01:10:41,521 --> 01:10:44,118
นะคะ แล้วก็

828
01:10:44,118 --> 01:10:46,867
ไม่ควรใหญ่หรือเล็กเกินไป

829
01:10:46,867 --> 01:10:49,970
อย่างเช่น อย่างที่ครูบอกเมื่อสักครู่น

830
01:10:49,970 --> 01:10:52,162
ี่ บอกว่าหน่วยการเรียนรู้นี้ เนื้อหา 3 ชั่วโมง

831
01:10:52,162 --> 01:10:54,947
มันยังไม่ได้อะไรเลยนะ

832
01:10:54,947 --> 01:10:57,151
มาสอนจริงนี่ 50 นาที

833
01:10:57,151 --> 01:10:59,156
50 นาทีนะคะ

834
01:10:59,156 --> 01:11:03,156
กว่าจะได้

835
01:11:04,630 --> 01:11:07,923
ลงมือปฏิบัติกิจกรรมเดี๋ยวมันก็ไม่ทันเวลา เพราะฉะนั้น คือหน่วยหนึ่งน

836
01:11:07,923 --> 01:11:11,923
่ะประมาณสัก 10 ชั่วโมงนะกำลังดี

837
01:11:14,218 --> 01:11:18,218
เราจะได้ Design กิจกรรมได้นะคะ แล้วในหน่วยนั้นจะต้องพาผู้เรียนไปสู่มาตรฐาน

838
01:11:19,862 --> 01:11:23,862
ตามที่กำหนดไว้ด้วย และหน่วยการเรียนรู้สร้างขึ้นมาปุ๊บ

839
01:11:27,087 --> 01:11:28,760
เด็กต้องมีส่วนร่วมด้วยนะไม่ใช่ตลอดทั้งหน่วยนี่ 10 ชั่วโมงนี่ ให้เด็กมานั่งฟังอย่างเดียว มันก็ไม่ใช่

840
01:11:28,760 --> 01:11:31,166
และในหน่วยนั้น

841
01:11:31,166 --> 01:11:33,608
ก็จะต้องมีชิ้นงาน

842
01:11:33,608 --> 01:11:36,716
ที่สะท้อนตามเป้าหมายด้วย

843
01:11:36,716 --> 01:11:40,028
นะคะ สมมติเราสอนให้เด็กว่ายน้ำ

844
01:11:40,028 --> 01:11:42,444
ชิ้นงานคือให้เด็กทำแบบทดสอบ

845
01:11:42,444 --> 01:11:46,444
มันก็ไม่ Match กันนะ

846
01:11:49,493 --> 01:11:53,493
เพราะฉะนั้น ภาระงานที่เราให้นั่นก็คือให้ฝึกซ้อมว่ายน้ำให้ว่ายน้ำให้เป็น

847
01:11:53,846 --> 01:11:56,990
อย่างนี้ ถึงจะเป็นภาระงานที่มัน Match กับเป้าหมาย

848
01:11:56,990 --> 01:11:58,063
นะคะ แล้วก็เวลา Design หน่วยน

849
01:11:58,063 --> 01:12:02,063
ี่ เวลา

850
01:12:03,666 --> 01:12:07,666
น้ำหนักคะแนน ต้องให้มันพอเหมาะพอสม ถ้าเป็นปฏิบัติ ต้อง

851
01:12:08,435 --> 01:12:12,184
งานให้เยอะหน่อย มีบางวิชานะ ที่ครูเห็นนะ

852
01:12:12,184 --> 01:12:16,184
โอ้โหเทคะแนนให้กับการสอบนี่ 30-40

853
01:12:27,680 --> 01:12:30,420
มันเยอะเกินไปนะ ไปท่องจำแบบนั้นคือเด็กไม่ได้อะไรเลย มันก็ไม่ต่างกับการสอนแบบนกแก้วนกขุนทอง เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนคือต้อง Design ค่ะ  โดยเริ่มจากเว็บไซต์ต้องหน่วยนั่นแหละ

854
01:12:30,420 --> 01:12:34,420
ทำให้มันเป็นหน่วยบูรณาการ ไม่ใช่เป็นหน่วย

855
01:12:34,927 --> 01:12:38,927
ปกติ หน่วยบูรณาการกับหน่วยปกติมันต่างกันอ

856
01:12:40,416 --> 01:12:41,819
ย่างไร หน่วยการเรียนรู้โดยทั่วไป เป็นหน่วยปกติ คือ สอน

857
01:12:41,819 --> 01:12:43,225
แล้วก็สอบ

858
01:12:43,225 --> 01:12:46,571
จบแ

859
01:12:46,571 --> 01:12:50,571
ล้ว แต่ถ้าเป็นหน่วยบูรณาการหน่วย บูรณาการ

860
01:12:51,224 --> 01:12:54,667
หน่วยบูรณาการพวกนี้ ก็คือทั้งผู้เรียนก็ได้ลงมือปฏิบัติด้วย

861
01:12:54,667 --> 01:12:58,667
เวลาเด็กเอาความรู้ไปใช้นี่เขาได้

862
01:13:04,122 --> 01:13:08,122
การใช้ความรู้ในระดับท้องได้ใช้ความรู้ความคิดทักษะประสบการณ์มันไม่แยกจากกันนั่นแสดงว่าครูก็จะต้องมีการ Design กิจกรรม

863
01:13:08,408 --> 01:13:12,408
อย่างเช่น การให้เรียนเป็นแบบ Project based Trouble Based อย่างนี้

864
01:13:17,111 --> 01:13:18,468
พวกนี้ มันจะเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม ได้คิดขั้นสูง

865
01:13:18,468 --> 01:13:22,468
ได้ลงมือทำ

866
01:13:24,642 --> 01:13:27,125
สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองนะคะ การเรียนไม่ใช่อยู่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยมอย่างเดียว

867
01:13:27,125 --> 01:13:28,985
แล้วก็ถ้ามันบูรณาการ

868
01:13:28,985 --> 01:13:30,389
ก็จะต้องมีการ PLC กับ

869
01:13:30,389 --> 01:13:34,389
เพื่อนครูด้วย

870
01:13:34,455 --> 01:13:38,455
นะ เราจะได้ลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหาภาระงาน อ

871
01:13:41,273 --> 01:13:45,273
ย่างเช่น สมมติถ้าเราไปสอนภาษาไทยอย่างนี้ เราก็ต้องมองหาดูว่าเราจะดีลกับครูคนไหนได้บ้างเนี่

872
01:13:46,056 --> 01:13:49,098
สมมุติไปดีลกับครูวิทยาศาสตร์อย่างนี้ ดีลกับครูภาษาอังกฤษอ

873
01:13:49,098 --> 01:13:52,633
ย่างนี้ ชิ้นงานสร้างขึ้นมาชิ้นงานเดียว

874
01:13:52,633 --> 01:13:54,847
แต่เวลาคิดคะแนนอ

875
01:13:54,847 --> 01:13:56,911
ย่างนี้ ก็แยกเป็นรายวิชาไป

876
01:13:56,911 --> 01:14:00,135
เด็กทำชิ้นเดียว

877
01:14:00,135 --> 01:14:03,055
แต่ออกคะแนนไป 2 ทาง

878
01:14:03,055 --> 01:14:05,392
จะได้ช่วยลดภาระ

879
01:14:05,392 --> 01:14:09,392
งานของเด็กด้วย

880
01:14:09,765 --> 01:14:12,607
นี่แหละก็คือในลักษณะเป็นการบูรณาการ

881
01:14:12,607 --> 01:14:16,607
การบูรณาการมันก็จะมีอยู่หลายแบบด้วยกันนะคะ

882
01:14:25,222 --> 01:14:26,885
เช่น แบบเรียงลำดับแบบมีส่วนร่วมแบบใยแมงมุมเดี๋ยวครูจะอธิบายในแต่ละแบบ อันนี้เป็นการแยกประเภทของ Fogarty นะคะ วันนี้เป็นนักวิชาการเขาแยกออกมา

883
01:14:26,885 --> 01:14:29,442
ซ

884
01:14:29,442 --> 01:14:31,705
ึ่งหลัก ๆ นะ อันนี้เป็นกลุ่มเดียวกัน

885
01:14:31,705 --> 01:14:35,705
อันนี้เดี๋ยวครูอธิบายอีกทีห

886
01:14:36,880 --> 01:14:38,292
นึ่ง การบูรณาการแบบเรียงลำดับมันเป็นอ

887
01:14:38,292 --> 01:14:42,292
ย่างไร คือ

888
01:14:42,634 --> 01:14:46,634
เป็นการบูรณาการ 2 เนื้อหาสาระ

889
01:14:48,144 --> 01:14:51,166
เอามาสอนให้มันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน สมมติครูอู๋จะสอนวิชาภาษาอังกฤษ

890
01:14:51,166 --> 01:14:52,631
กับสอนวิชาหลักสูตร

891
01:14:52,631 --> 01:14:54,205
ท้องถิ่นอ

892
01:14:54,205 --> 01:14:58,205
ย่างนี้ Korat Geopark

893
01:15:07,267 --> 01:15:11,267
ช่วงนี้หนูก็สอน Geopark ไปด้วยหรือจะหาคนมาช่วยสอน Geopark ด้วยในขณะเดียวกันก็สอนภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวะพาไปด้วยแต่ซ้อน

894
01:15:16,411 --> 01:15:19,416
ในส่วนของคำศัพท์ อย่างเช่น การแต่งประโยคเกี่ยวกับ Geopark อะไรอย่างนี้นะคะ คือ บูรณาการ 2 วิชา

895
01:15:19,416 --> 01:15:23,416
สอนแยกเนื้อหาสาระ

896
01:15:24,086 --> 01:15:27,696
อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน อันที่ 2

897
01:15:27,696 --> 01:15:31,591
แล้วก็ไปดูสมมุติตอนนี้เราสอนภาษาไทยได้สอนภาษาอังกฤษนี่

898
01:15:31,591 --> 01:15:35,591
แล้วก็ไปดู  เอ๊ะ มันเข้าข่ายกับรายวิชาไหน

899
01:15:35,700 --> 01:15:39,700
สมมติเราดูแล้วเราจะให้มันเกี่ยวกับ Geopark ให้ได้

900
01:15:51,711 --> 01:15:52,990
ในช่วงพักมันก็อาจจะมีเนื้อหาสาระบางส่วนที่สอดคล้องกับภาษาอังกฤษที่ครูสอนก็ได้มีเนื้อหาที่คาบเกี่ยวกัน เพราะฉะนั้น ครูอู๋จะเอาในส่วนตรงนี้แหละที่มันคาบเกี่ยวกันเอามาสอนเป็นแบบแชร์

901
01:15:52,990 --> 01:15:56,065
หรือแบบมีส่วนร่วม

902
01:15:56,065 --> 01:16:00,065
นะคะ สอนควบคู่กันไปได้เลยนะคะ

903
01:16:05,149 --> 01:16:08,617
ประเภทต่อมา ใยแมงมุม ครูอู๋คิดธีม คิดอะไรไว้ก่อน

904
01:16:08,617 --> 01:16:12,617
มันจะเกี่ยวกับวิชาอะไรได้บ้าง

905
01:16:14,592 --> 01:16:18,592
ปรากฏว่าพอหลังจากที่เช็แล้ว โอเค มันเกี่ยวข้องกับวิชาคณิตศาสตร์ได้ด้วย

906
01:16:18,773 --> 01:16:22,773
มีการคำนวณพื้นที่อะไรต่าง ๆ นี่ มีการ

907
01:16:25,469 --> 01:16:28,769
เช็กสสารของพื้นดินเขตพื้นที่อะไรก็แล้วแต่

908
01:16:28,769 --> 01:16:31,480
แล้วก็มีการสร้างผลงานขึ้นมา

909
01:16:31,480 --> 01:16:35,480
ก็ได้วิชาศิลปะอย่างน

910
01:16:36,743 --> 01:16:40,743
ี้  ก็จะได้ภาพวาดเกี่ยวกับ Geopark ไดโนเสาร์เกี่ยวกับพื้นที่

911
01:16:43,264 --> 01:16:44,368
อันนี้เขาเรียกว่าเป็นการบูรณาการแบบใยแมงมุม คือ บูรณาการได้หลาย ๆ วิชา

912
01:16:44,368 --> 01:16:47,222
ภายใต้

913
01:16:47,222 --> 01:16:50,894
เรื่องหรือธีมนะคะ  เป็นตัวเดินเรื่อง

914
01:16:50,894 --> 01:16:54,894
อีกอัน

915
01:16:57,087 --> 01:16:59,895
หนึ่ง เป็นแบบร้อยด้ายนะ ก็คือเอาทักษะอะไรก็ได้เอามาเป็นแกน

916
01:16:59,895 --> 01:17:02,494
เอามาผูกกับรายวิชาต่าง ๆ นะคะ

917
01:17:02,494 --> 01:17:04,491
แล้วก็สอนไปด้วยกัน

918
01:17:04,491 --> 01:17:08,491
ให้มันเชื่อมโยงกันนะคะ

919
01:17:13,716 --> 01:17:17,716
ช่วงแรกอาจจะเป็นการสอนวิทยาศาสตร์แล้วก็โยงไปที่พื้นที่ Korat Geopark ไม่ค่อยนิยมไปเที่ยวภาษาญี่ปุ่นก็ได้อย่างเงี้ย

920
01:17:21,393 --> 01:17:25,393
ภาษาอังกฤษก็ได้ โดยที่ทั้ง 3 ตัวนี่ จะถูกร้อยด้วย สมมติใช้ทักษะความคิดสร้างสรรค์

921
01:17:27,203 --> 01:17:31,203
เอามาใส่ในทุกกิจกรรมทุกเนื้อหาเลยร้อยให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นแกนหลัก

922
01:17:37,007 --> 01:17:41,007
นะคะ และอันสุดท้าย แบบบูรณาการ ก็คือเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เป็นแบบ

923
01:17:43,289 --> 01:17:47,289
สหวิทยาการผสมผสานทั้งเนื้อหาสาระทักษะความคิดรวบยอดให้มัน

924
01:17:49,957 --> 01:17:51,045
ไปด้วยกันหมดเลย เอามาแทรกในแต่ละส่วนนะคะ แทรกในแต่ละส่วนอันนี้เขาเรียกว่าการสอนแบบ

925
01:17:51,045 --> 01:17:54,176
บูรณาการ

926
01:17:54,176 --> 01:17:55,978
หรือ Integrated นะคะ

927
01:17:55,978 --> 01:17:59,978
เพราะฉะนั้น

928
01:18:00,793 --> 01:18:04,793
การออกแบบหน่วยการเรียนนี่ จริง ๆ เป็นเรื่องที่สนุกมาก ๆ นะคะ

929
01:18:07,131 --> 01:18:11,107
ออกแบบทำอย่างไร ออกแบบก็จะต้องทำให้มันเป็น Story นะคะ เหมือนกับเป็นหนังสั้นน

930
01:18:11,107 --> 01:18:13,948
ี่ ซึ่งเราก็ต้องมีการเขียน Plot ก่อนใช่ไหมคะ

931
01:18:13,948 --> 01:18:16,484
มันก็เลยเข้ามาสู่ Workshop  ที่ 2

932
01:18:16,484 --> 01:18:20,484
ซึ่งเราจะได้ฝึกทำกันเป็นกลุ่ม

933
01:18:28,371 --> 01:18:32,371
เดี๋ยวครูอู๋จะส่งที่เป็นใบกิจกรรมใบงานต่าง ๆ คำชี้แจงต่าง ๆ ให้ด้วยพวกเราทำกันเป็นกลุ่มแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5  คน

934
01:18:33,535 --> 01:18:36,004
เลือกคำอธิบายรายวิชาที่เราสนใจนี่ มา 1 รายวิชา

935
01:18:36,004 --> 01:18:39,801
แล้วก็มาลองออกแบบ

936
01:18:39,801 --> 01:18:43,801
หน่วยการเรียนรู้ แล้วก็ลองจัดทำโครงสร้างรายวิชา

937
01:18:49,456 --> 01:18:50,749
นะคะ เดี๋ยวครูจะส่งใบกิจกรรมให้ หลังจากนั้นเราก็ศึกษาตัวชี้วัดในทุกตัวที่ปรากฏในคำอธิบายรายวิชา

938
01:18:50,749 --> 01:18:52,723
แล้วก็ถอดออกมาเป็น

939
01:18:52,723 --> 01:18:54,977
Concept

940
01:18:54,977 --> 01:18:56,086
นะคะ แล้วก็หลอม

941
01:18:56,086 --> 01:18:58,321
จัดกลุ่ม

942
01:18:58,321 --> 01:19:00,678
นะคะ เหมือนที่ครูอ

943
01:19:00,678 --> 01:19:04,678
ู๋เชิญชวนให้พวกเราดูก่อนหน้านี้นะ

944
01:19:11,575 --> 01:19:13,643
ว่ามีวิธีการหลอมตัวชี้วัดอย่างไร สุดท้ายก็มาสร้างเป็น Concept หรือ Idea แล้วก็มาเขียนเป็นสาระสำคัญ

945
01:19:13,643 --> 01:19:17,643
แล้วตั้งชื่อหน่วย ตอนสุดท้าย

946
01:19:21,767 --> 01:19:25,767
ถามว่าทำไมตั้งชื่อไว้ตอนสุดท้าย ตอนนั้น คือ เราเห็นแล้วไงคะ ว่าสาระสำคัญมันเป็นไปในทิศทางไหน

947
01:19:26,857 --> 01:19:28,538
นะคะ เราก็จะพอคาดเดาได้ว่า เออ สาระสำคัญแบบนี้

948
01:19:28,538 --> 01:19:30,945
มันจะนำไปสู่

949
01:19:30,945 --> 01:19:34,945
การออกแบบกิจกรรมอะไรได้อย่างนี้นะคะ

950
01:19:40,655 --> 01:19:44,655
ซึ่งใบกิจกรรมที่ 2 ครูอู๋จะมีใบความรู้ให้นะคะ มีคำชี้แจง

951
01:19:46,139 --> 01:19:50,074
มีใบงานให้นะคะ มีอยู่ 2 ฉบับเราทำร่วมกัน

952
01:19:50,074 --> 01:19:54,074
เป็นกลุ่มนะ อันนี้เป็นตัวอย่าง

953
01:19:55,787 --> 01:19:59,787
สร้าง 1 หน่วยการเรียนรู้นะ 1 หน่วยการเรียนรู้ สร้างหน่วยการเรียนรู้

954
01:20:04,812 --> 01:20:06,603
สมมติว่าตอนนี้ยังไม่ปรากฏชื่อ ชื่อควรจะมาเขียนตอนสุดท้าย ตัวชี้วัดที่ครูอู๋ดึงมาจากคำอธิบายรายวิชา

955
01:20:06,603 --> 01:20:10,232
สมมติว่ามีอยู่

956
01:20:10,232 --> 01:20:13,397
มีอยู่ 10 ตัวนะ อันนี้เป็นหน่วยแรก

957
01:20:13,397 --> 01:20:15,483
หลังจากที่ไปดูคำอธิบาย

958
01:20:15,483 --> 01:20:16,599
รายละเอียดแล้วในแต่ละ

959
01:20:16,599 --> 01:20:18,200
รหัสนะคะ

960
01:20:18,200 --> 01:20:21,402
ตัวชี้วัด

961
01:20:21,402 --> 01:20:25,402
นี่ ปรากฏว่าอ๋อสรุปได้แล้วเรียบร้อย

962
01:20:26,123 --> 01:20:30,123
เอามาตั้งเป็นเป้าหมายการเรียนรู้นะคะ แล้วหลังจากนั้น

963
01:20:34,273 --> 01:20:37,878
ครูอู๋กำลังจะพาทำหน่วยการเรียนรู้เป็นแบบ Backward Design  นะคะ แล้วก็มาคิดชิ้นงานชิ้นงานแบบไหนที่

964
01:20:37,878 --> 01:20:41,878
ที่มันจะตอบตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องได้

965
01:20:44,436 --> 01:20:46,996
นะคะ เป็นหลักฐานนะคะ ว่าเด็กได้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดแล้วนะคะ

966
01:20:46,996 --> 01:20:50,996
ครูอู๋ก็ว่าโอเคให้เด็ก

967
01:20:54,195 --> 01:20:58,195
สร้างผลงานถ่ายภาพนะคะ แล้วก็ผลงานถ่ายภาพเป็นอย่างไรปุ๊บ ควรใช้เกณฑ์การให้คะแนนหรือ Rubrics

968
01:21:00,336 --> 01:21:02,334
นะคะ อันนี้เป็นหลักฐานผลการเรียนรู้และก็แนวการวัดการประเมิน

969
01:21:02,334 --> 01:21:03,105
และแนวการจัดกิจกรรมล่ะ

970
01:21:03,105 --> 01:21:07,093
ก็

971
01:21:07,093 --> 01:21:10,171
จัดเป็นแบบโครงงานโดยให้เด็กไปถ่ายภาพแล้วก็ให้มานำเสนอ

972
01:21:10,171 --> 01:21:14,171
หน่วยการเรียนรู้นี้มีอยู่ทั้งหมด 10 ชั่วโมง

973
01:21:14,987 --> 01:21:16,832
นะคะ ก็ต้องไป Design ว่าทำอย่างไรเด็กจะมีส่วนร่วม

974
01:21:16,832 --> 01:21:20,096

975
01:21:20,096 --> 01:21:24,096
ให้เด็กนี่ เป็น Child Center ค่ะ

976
01:21:26,669 --> 01:21:28,277
อย่างนั้นเราก็เขียนออกมาเข้าค่ายไม่ต้องเขียนเยอะค่ะ ว่าเราจะมีแนวการจัดกิจกรรมแบบไหน อันนี้ก็คือ

977
01:21:28,277 --> 01:21:32,277
ตัวอย่าง 1 หน่วย ซึ่งในรายว

978
01:21:35,996 --> 01:21:39,996
ิชาหนึ่ง ก็อาจจะมีอยู่ 2 หน่วย 3 หน่วยก็แล้วแต่เรานะอันนี้เป็นหน้าตาของโครงสร้างรายวิชา

979
01:21:40,575 --> 01:21:44,575
เอาตัวชี้วัดน่ะเขียนมาก่อน

980
01:21:44,911 --> 01:21:48,911
ตัวชี้วัดก็ไปลองมาเป็นสาระสำคัญนะคะ แล้วก็ลองมา

981
01:21:50,244 --> 01:21:51,932
พอหลังจากนั้นครบแล้ว เราลองมาไล่ดูว่าในแต่ละหน่วยเราจะใช้เวลาเท่าไร

982
01:21:51,932 --> 01:21:53,584
กำหนดน้ำหนักคะแนนเท่าไร

983
01:21:53,584 --> 01:21:57,584
รวมคะแนนแล้วต้องได้

984
01:21:57,915 --> 01:22:01,915
100 ส่วนเวลา รวมคะแนนแล้วก็ตาม ให้มันสอดคล้องกับหน่วยกิตนะ

985
01:22:05,279 --> 01:22:08,193
อันนี้แนะนำไปแล้วนะ

986
01:22:08,193 --> 01:22:12,193
การเขียนสาระสำคัญนะคะ

987
01:22:15,123 --> 01:22:17,167
ทีนี้เทคนิคการเขียนสาระสำคัญ

988
01:22:17,167 --> 01:22:21,167
ทบทวนอีกรอบหนึ่งนะคะ

989
01:22:21,391 --> 01:22:24,522
อันนี้สังเกตว่ามันจะเป็นหลักการเป็นนิยามนะ

990
01:22:24,522 --> 01:22:26,788
ให้สังเกตเอา Keyword

991
01:22:26,788 --> 01:22:27,664
ในเนื้อหาหลักนะคะ

992
01:22:27,664 --> 01:22:31,417
มาเป็น

993
01:22:31,417 --> 01:22:34,403
การตั้งต้น สังเกตว่ามักจะขึ้นต้นด้วย การ หรือ ความ

994
01:22:34,403 --> 01:22:36,707
นะคะ แล้วก็การศึกษาเรื่อง

995
01:22:36,707 --> 01:22:39,938
นะคะ เนื้อหาที่จะสอนนั่นแหละ

996
01:22:39,938 --> 01:22:41,479
แล้วก็สุดท้ายคุณค่าที่เด็กจะได้

997
01:22:41,479 --> 01:22:45,479
วิธีการเขียน

998
01:22:46,682 --> 01:22:49,138
ก็สำคัญ แล้วก็มาตั้งชื่อหน่วย

999
01:22:49,138 --> 01:22:50,863
อันสุดท้ายเลย

1000
01:22:50,863 --> 01:22:53,356
วิธีการตั้งชื่อหน่วย

1001
01:22:53,356 --> 01:22:57,218
เหมือนกับเราตั้งชื่อหนังน่ะค่ะ

1002
01:22:57,218 --> 01:22:59,839
ชื่อมันต้องตื่นตาตื่นใจมันต้องสะท้อน

1003
01:22:59,839 --> 01:23:02,584
Concept ของหนัง เห็น

1004
01:23:02,584 --> 01:23:04,212
พอเดาได้ว่าหนังมันจะเป็น

1005
01:23:04,212 --> 01:23:08,212
Theme แนวไหนนะคะ

1006
01:23:08,868 --> 01:23:12,868
ชื่อมันก็ต้องเป็นชื่อที่

1007
01:23:22,409 --> 01:23:26,409
... เห็นไหมคะ เราพอจะคาดเดาเดี๋ยวเอามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความลึกลับ ความเป็นตัวตนต

1008
01:23:26,477 --> 01:23:30,477
่าง ๆ นี่ หรือหนังเรื่อง the city of gold

1009
01:23:34,217 --> 01:23:37,376
ชื่อเรื่องกับภาพประกอบอย่างไร มันเป็นสื่อได้ว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของการตามล่าหาสมบัติอย่างนี้

1010
01:23:37,376 --> 01:23:41,376
เป็นเรื่องการผจญภัย เห็นไหมคะ

1011
01:23:42,643 --> 01:23:46,643
คนดูสามารถที่จะเดาได้เลยว่าเป็นหนังที่ชอบแนวนี้หรือเปล่า

1012
01:23:47,997 --> 01:23:51,997
อย่างนี้ เรื่องนี้ค่ะ นเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี

1013
01:23:52,112 --> 01:23:56,016
มันน่าจะเป็นเรื่องของการทำสงครามอย่างนี้

1014
01:23:56,016 --> 01:23:59,231
วัยรุ่นพันล้าน วัยรุ่นพันล้าน

1015
01:23:59,231 --> 01:24:03,231
ว่าเอ๊ะ มันน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่นคนห

1016
01:24:04,344 --> 01:24:08,344
นึ่ง ที่สร้างเนื้อสร้างตัว จนกระทั่งได้เป็นวัยรุ่นพันล้านอย่างนี้ Top Secret

1017
01:24:11,284 --> 01:24:13,770
เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น ก็เป็นหน้าที่เราแล้วแหละว่าจะต้องสร้าง Story

1018
01:24:13,770 --> 01:24:17,052
ทำอย่างไรให้หน่วยการเรียนรู้ของเรามีชีวิต

1019
01:24:17,052 --> 01:24:21,052
ชีวาให้ได้นะ

1020
01:24:24,823 --> 01:24:28,823
คะ หนังเขายังสร้างให้มีชีวิตชีวาได้ทำไมครูผู้สอนจะสร้างการเรียนการสอนให้มีชีวิตชีวา

1021
01:24:58,546 --> 01:25:00,328
(เจ้าหน้าที่หญิง) ค่ะ ตอนนี้เนื้อหาก็เสร็จ

1022
01:25:00,328 --> 01:25:04,328
เรียบร้อยแล้วนะคะ

1023
01:25:11,958 --> 01:25:15,958
ค่ะ วันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ล่ามภาษามือ แล้วก็เจ้าหน้าที่ถอดคำบรรยายแทนเสียงด้วยนะคะ

1024
01:25:18,635 --> 01:25:22,635
ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

