อีกครั้งนึงฉันก็ไม่ได้กลัวเจ้าจะรักความรักช้าจังเหลือเค้าก็รำโบราณตำนานตำนาน บทในนั้นมีผู้ประพันธ์คือฉันจะรักเสมอคนรักอยู่ที่ฉัน(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ตอนนี้ทางข้างล่ามได้ยินไหมค่ะ โอเคค่ะ เห็นล่ามแล้วค่ะ เดี๋ยววันนี้นะคะ อาจารย์นะคะ ได้ติดภารกิจ แล้วได้ฝากวีดีโอ มาให้นักศึกษาได้เรียนรู้นะคะ ซึ่งถ้าดูวิดีโอเสร็จแล้วนะคะ ก็จะมีให้นักศึกษาสามารถเดินทางกลับได้เลยค่ะ ซึ่งตอนนี้นักศึกษาก็พร้อมแล้วนะคะ ทางล่ามได้ยินเสียงนะคะ เสียงของวิดีโอ [เสียงวีดิทัศน์] (เจ้าหน้าที่ชาย) อาจารย์ครับ จะพาพวกเราเรียนรู้ในประเด็นการเรียนรู้ ในหัวข้อจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียน สังเกตว่าจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียนนี่ คือ มันเป็นการนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัตินะคะ ก็คือจากหลักสูตรเดิม // ทางล่ามไม่ได้ยินเสียงวีดีโอใช่ไหมคะ (เจ้าหน้าที่ชาย) ใช่ครับ ไม่ได้ยินครับ (เจ้าหน้าที่หญิง) เดี๋ยวสักครู่นะคะ [เสียงวีดิทัศน์] (อาจารย์จุลมณี) เป็นหลักสูตรที่มันเป็นนามธรรมถ้าเปรียบเสมือนกับอาหารนะก็จะเป็นวัตถุดิบยังกินไม่ได้ (เจ้าหน้าที่หญิง) แบบนี้ได้ยินเสียงไหมคะ เพราะว่าได้ยินเสียงชัดเจนไหมคะ ทางล่ามได้ยินเสียงชัดเจนไหมคะ เมื่อกี้ที่ลองเปิดวิดีโอ ลองเปิดไมค์ เดี๋ยวลองทดสอบอีกครั้งนะคะ (อาจารย์) สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคน วันนี้ครูก็จะพาพวกเราไปเรียนรู้ ในประเด็นการเรียนรู้ ในหัวข้อจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียน สังเกตว่าจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียนนะ คือมันเป็นการนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ ก็คือจากหลักสูตรเดิมเป็นหลักสูตรที่มันเป็นนามธรรม ถ้าเปรียบเสมือนกับอาหารนะก็จะเป็นวัตถุดิบ ยังกินไม่ได้ นะคะ แต่ถ้าเมื่อไหร่มันลงสู่ชั้นเรียน แสดงว่ามันถูกปรุงมาแล้วนะคะ ครูก็เลยใช้ชื่อว่าจับหลักสูตรมาลงเป็นเมนูเด็ด ที่ครูเคยบอกไปนะว่าครูจะต้องทำหน้าที่อยู่ 3 อย่าง หน้าที่อันแรกเลย ก็คือหน้าที่ของการเป็นนัก Designer นัก Designer ทำอะไรก็จะต้องเป็นนักออกแบบการจัดกิจกรรม กิจกรรมทุกอย่างการจัดการเรียนรู้ทุกอย่างเลยต้อง Design Design ทำไม Design ก็ให้มันน่าเรียนให้มัน... มันมีความสุข สนุกสนานในการเรียนรู้ เพราะเราไม่ใช่เป็นครูสอนหนังสือที่จะถ่ายทอดวิชาการ ถ้าถ่ายทอดทางวิชาการ ตอนนี้ คือ Content ต่าง ๆ นี่ มันเข้าไปสู่ผู้เรียนโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้น คือหน้าที่ของเราคือต้อง Design ค่ะ Design ให้มันน่าเรียน เรียนแล้วเขาเรียนอย่างมีความสุขเรียนด้วยความสนอกสนใจ อันนั้นแหละคือหน้าที่ของครู และอันที่ 2 หลักสูตรมันต้องกินได้การที่จะกินได้ มันก็ต้องน่ากิน กินได้แล้วก็ต้องอร่อยด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน นอกจากเป็นนัก Designer แล้วก็จะต้องเป็นChef Chef ต้องทำให้อร่อย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน ตอนนี้ก็ต้องยุ่งหลักสูตรเขากำหนดวัตถุดิบมา1 2 3 4 เราก็ต้องจินตนาการและใช้จินตนาการใช่ความ Create ของความเป็นครูนี่แหละของครูยุค 5G จะต้อง Design (เจ้าหน้าที่หญิง) เดี๋ยวกลับไปอีกนิดหนึ่ง (อาจารย์จุลมณี) ทางวิชาการตอนนี้คือ Content ต่าง ๆ เนี่ยมันเข้าไปสู่ผู้เรียนโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้น คือ หน้าที่ของเรา คือ ต้อง Design ค่ะ Design ให้มันน่าเรียน เรียนแล้วเขาเรียนอย่างมีความสุข เรียนด้วยความสนอกสนใจ อันนั้นแหละ คือ หน้าที่ของครู อันที่ 2 หลักสูตรมันต้องกินได้ การที่จะกินได้มันก็ต้องน่ากิน กินได้แล้วก็ต้องอร่อยด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนนอกจากเป็นนัก Designer แล้วก็จะต้องเป็น Chef Chef ต้องปรุงให้อร่อย นะคะ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน ตอนนี้ก็ต้องปรุงหลักสูตรเขากำหนดวัตถุดิบมา 1 2 3 4 เราก็ต้องจินตนาการ และใช้จินตนาการใช้ความ Create ของความเป็นครูนี่แหละ ของครูยุค 5gจะต้อง Design หลักสูตรทำอย่างไรให้กลายเป็นเมนูจานเด็ดให้ได้ ปกติ Chef ไม่ใช่แค่ปรุงอาหารสุกแล้วก็แล้วก็กินได้เลยนะ มันต้องมีศิลปะในการจัดจานในการคัดเลือกวัตถุดิบในการที่แบบความกลมกล่อม คือ ต้องการ Taste ลักษณะไหน ต้องมีการDesign เหมือนกัน ก็รับลูกต่อมาจากของการเป็น นัก เองสุดท้ายแล้วพอหลังจากที่กินได้อร่อยด้วยมีความสุขทั้งอาหารตาหายใจ ก็จะต้องเข้าเป้าด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของผู้เรียน หน้าที่ของครูผู้สอนก็จะต้องทำหน้าที่เป็นกัปตันพาผู้เรียนไปสู่จุดหมายปลายทางตามที่ตั้งไว้นะคะ เป้าหมายปลายทางอยู่ตรงไหน ก็ตรงอยู่ตรงที่จุดประสงค์นั่นล่ะค่ะ ที่ครูผู้สอนได้กำหนดไว้ เริ่มจากหลักสูตรในระดับชั้นเรียนที่เป็นคำอธิบายรายวิชาได้กำหนดไว้ ครูก็ต้องทำหน้าที่ถอดคำอธิบายรายวิชา ที่เขากำหนดไว้น่ะ มีอะไรบ้าง K P A นั่นก็คือจะต้องพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านสมอง ทั้งทางด้านทักษะ ทั้งทางด้านจิตใจ คุณลักษณะนิสัยต้องไปให้เป็นแบบองคาพยพเลยนะคะ เราไม่ได้สอนหนังสือให้เด็กหัวโต แต่เราต้องสอนให้มีความเติบโตในทุก ๆ ด้านนะคะ เพราะฉะนั้น ในหลักสูตรก็เปรียบเสมือนกับเป็นวัตถุดิบนะ เริ่มต้นตั้งแต่หลักสูตรชาติก่อน ลักสูตรชาติผนวกกับหลักสูตรท้องถิ่น ถามว่าหลักสูตรท้องถิ่นมันมีมาอย่างไร ก็คือในแต่ละท้องถิ่นสิ่งไหนที่เขาต้องการจะอนุรักษ์รักษาต้องการที่จะพัฒนา ก็เลยมีหลักสูตรอันนี้เกิดขึ้น เอามาช่วย Support สนับสนุนท้องถิ่นนะคะ ซึ่งหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อจะทำงานคู่ไปกับหลักสูตรสถานศึกษา นะคะ หลักสูตรสถานศึกษา นอกจากต้องการสร้างให้เด็กเป็นอย่างไร จุดเน้นของโรงเรียนเป็นอย่างไร อาจจะเอามาบูรณาการกับหลักสูตรท้องถิ่นเข้าไปด้วยนะคะ ถามว่ายังกินได้หรือยัง หลักสูตรสถานศึกษาเมื่อเปิดดูปุ๊บ มันก็จะมีโครงสร้างใช่ไหมคะ โครงสร้างของหลักสูตร ในโครงสร้างหลักสูตรเพื่อจะมีรายวิชาต่าง ๆ ในรายวิชาต่าง ๆ นั่นแหละจะมีคำอธิบายรายวิชาเป็นตัวกำหนด จะมีการกำหนดว่า K เรียนอะไรบ้าง P จะใช้ทักษะกระบวนการอะไร ที่จะเป็นตัวคัดอะไรเด็ก แล้วก็ A จะช่วยส่งเสริมคุณลักษณะนิสัยให้เด็กดีอย่างไร อยู่ที่เป้าหมายปลายทางก็มีการกำกับเอาไว้ เพราะฉะนั้น ครูใหม่หรือครูเก่าก็ตาม ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายให้สอนวิชาอะไร ต้องกลับไปดูคำอธิบายรายวิชาก่อนนะคะ คำอธิบายรายวิชานี้แหละที่จะเป็นเข็มทิศนะคะ ให้ครูได้เอาไปเขียนแผนต่อไป จากคำอธิบายรายวิชา ครูก็จะต้องทำหน้าที่ของการเป็นนัก Designer แล้วค่ะ จัดทำให้เป็นหน่วยการเรียนรู้ให้มันเป็น Story มีชีวิตชีวาให้ได้นะคะ มีการจัดกลุ่มก้อน เนื้อหาทั้งหลายที่ปรากฏในคำอธิบายรายวิชา เอามาสร้างเป็น Story หลังจากนั้น เห็นไหมคะ จากสถานศึกษาไปสู่ชั้นเรียนมันเป็นไปตามขั้นตอนแบบนี้ ถามว่าหน่วยการเรียนรู้ใช้ได้หรือยัง ยังใช้ไม่ได้ เพราะมันยังบอกแค่โครงเฉย ๆ เห็นแค่โครงว่าจะเกิดอะไรขึ้นสถานการณ์อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง กิจกรรมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เนื้อหาอะไรบ้าง คืิอ จะบอกแค่คร่าว ๆ เป็นโครงเฉย ๆ เพราะฉะนั้น ก็จะมีโครงสร้างรายวิชาเกิดขึ้นนะคะ หน่วยการเรียนรู้ คือ จะเป็นหน่วยใหญ่นะคะ จากโครงสร้างรายวิชา นั่นแหละถึงจะถอดไปเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ตรงนี้ถือเป็นอาวุธของครู ที่ครูทุกคนจะต้องมีแผนการสอน ถ้าเรียกสั้น ๆ นะว่าแผนการสอนแต่ถ้าเรียกเต็มเห็นรูปก็จะเป็นแผนการจัดการเรียนรู้แผนการสอนเขาก็กลัวว่าครูจะติดนะว่าสอนหนังสือนะคะ แต่ถ้าเป็นการจัดการเรียนรู้ มันก็จะเกี่ยวเรื่องนี้เรื่องของการ Design ในเรื่องของการออกแบบ ทีนี้ พอรายวิชามันมีการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ มีการกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัดนี้แหละ มันเป็นเป้าหมายเมื่อมีตัวชี้วัดแล้วหน้าที่ของครูผู้สอนก็จะต้อง Recheck ค่ะ ว่าแต่ละตัวชี้วัดนี่มันมีรายละเอียดอะไรหา keyword ให้เจอ Action Verb ตรงนี้ค่ะ อ่านออกเสียงร้อยแก้วอันนี้เป็นสมมติวิชาภาษาไทยอ่านออกเสียงร้อยแก้วได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม สมมติว่าตอนนี้ เราได้รับผิดชอบให้ดูแล 2 ตัวชี้วัดนี้ ทำอย่างไรจะสร้างมาเป็น Story ได้ตัวชี้วัดแรก เรื่องของการอ่านออกเสียง ตัวที่ 2 เรื่องการจับใจความ เราจะต้องเอามาหลอมรวมกันให้เป็นสาระสำคัญเดียว คำว่า "สาระสำคัญ" มันก็คือเรื่องสำคัญมันเป็น Concept เดียวนะคะ เพราะฉะนั้น สาระสำคัญจะคนละอย่างกันกับสาระการเรียนรู้นะคะ แยกใหออกนะ อันนี้เป็นตัวอย่างหน้าตาสำหรับสาระสำคัญที่ถอดออกมาจาก 2 ตัวชี้วัด ก็จะมีการระบุเลยว่าการอ่านออกเสียง การจับใจความมันคืออะไร แล้วการศึกษา เรื่อง ก็คือสาระที่จะสอนนี่ มีอะไรบ้าง อ๋อ เนื้อหาสาระเกี่ยวกับเรื่องการอ่าน กับเรื่องของการจับใจความ แล้วสุดท้ายแล้วมันจะช่วยให้ผู้เรียนได้อะไร เราก็ต้องเขียตรงนี้ด้วย สรุปว่าสาระสำคัญมันจะประกอบไปด้วย 3 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก ก็คือเป็นนิยามเขียนเป็นหลักการก็ได้นะคะ อันที่ 2 เป็นเนื้อหาที่จะสอน สุดท้าย คือ เป็นประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับ หรือคุณค่าที่ผู้เรียนจะได้รับ ถ้าครูเขียนสาระสำคัญโดยชัดเจน มันจะช่วยให้ตัวเองน่ะ มีความเข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังสอนนะคืออะไร แล้วเนื้อหาสาระที่จะสอนมีอะไรบ้าง จะได้ไปหามาถูก เอามาสอนถูกสุดท้ายคือเรียนแล้วมันได้ประโยชน์อะไร 3 อย่างนี้ต้องไปด้วยกันเวลาเขียนสาระสำคัญต้องเขียนแบบนี้นะ ถอดออกมาให้ได้เร็ว 3 ประเด็นนะคะ ไม่ใช่ไม่ใช่เขียนสาระการเรียนรู้นะคะ ที่เอามาสอนค่ะ ส่วนใหญ่ที่เห็นในอินเทอร์เน็ตเลยกลายเป็นเขียนสาระการเรียนรู้เสียส่วนใหญ่นะคะ ซึ่งไม่ค่อย ไม่ถูกนะ ทีนี้ ในหน่วยการเรียนรู้นี่ มันก็เหมือนกับเป็นโครงนพ เป็นโครงยังไม่ใช่ลงรายละเอียด มันมีกิจกรรมอะไร มีสีอะไร เห็นแค่ส่งแต่แค่เห็นแค่โครง น่ะ อย่างน้อยก็พอจะเห็นเป้าหมายปลายทางได้ว่าภาพสุดท้ายเราต้องการให้เด็กได้อะไร ภาพสุดท้ายมันจะออกหน้าต่างกิจกรรมเป็นแบบไหน เพราะฉะนั้น คือในหน่วยการเรียนรู้มันจะปรากฏโครงสร้างรายวิชาด้วย เหมือนบ้านหลังนี่เห็นไหมคะ มีโครง ซึ่งเป็นโครงเหล็กที่ต่อกันมานี่ ต่อกันเป็นโครง หน้าต่าง ประตู เป็นหลังคา ทุกอย่าง แต่เราเดาได้ใช่ไหมคะ ว่าหน้าตาหลังจากที่บ้านหลังนี้สร้างเสร็จแล้วมันจะเป็นแบบไหน เราก็เดาได้เลยมันต้องเป็นบ้าน 2 ชั้น ทรงโมเดิร์น มีโรงจอดรถที่มากกว่า 1 คันแน่ ๆ นะคะ หลังคาก็จะเป็นหลังคากระเบื้องอะไรอย่างนี้ ภาพสุดท้ายจะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ ก็ โมเดิร์นจริง ๆ เราก็จะคาดเดาออกว่าโครงสร้างของรายวิชามันจะมีหน้าตาเป็นแบบไหนนะคะ ทีนี้ จากโครงสร้างรายวิชามาจะเห็นอะไรบ้าง และโครงสร้างรายวิชาใช่ไหมคะ มันจะเห็นหน่วย มันจะเห็นมาตรฐานตัวชี้วัดว่าใช้ตัวไหนแล้วก็ถอดออกไปเป็นสาระสำคัญจะให้เวลาเรียนเห็นคะแนนทั้งหมดเลย คะแนนก็จะเป็น 100 คะแนน ส่วนเวลาเรียนก็ตามที่หน่วยกิตมันล็อกเอาไว้กำหนดยังไม่ใช่นี่สมมติวิชาวิทยาศาสตร์1 หน่วยกิตเห็นไหมคะ 1 หน่วยกิต เท่ากับ 40 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น เราจะต้องบริหารจัดการให้มันลงตัวที่ 40 ชั่วโมง แต่สอนจึงต้องยืดหยุ่นนะ อาจจะไม่ถึง 40 หรอกนะคะ แล้วก็คะแนนสัดส่วนก็ต้องให้มันพอเหมาะพอสม ถ้าวิชาไหนเป็นวิชาปฏิบัติ ต้องให้คะแนนเยอะ ๆ หน่อย ทฤษฎีก็ไม่ต้องเยอะนะคะ ไม่ใช่แบบวิชาปฏิบัติแต่ว่าไปให้เด็กวุ่นวายอยู่กับการทดสอบความรู้ความจำ อันนั้นคือเด็กได้ประโยชน์น้อย แล้วก็หน่วยการรู้อันนี้หน่วยกันอีก 40 ชั่วโมงนี่ 5 หน่วยมันเยอะเกินไปอันนี้เป็นตัวอย่างที่ยังไม่ค่อยดีนะ แต่ว่าเดี๋ยวพอเราไปฝึกเขียนหน่วยการเรียนรู้นี่ เดี๋ยวครูอู๋จะอธิบายให้ฟังอีกทีหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้น จากโครงสร้างปุ๊บ มันก็จะถอดไปเป็นนะคะ มันจะปรากฏเป็นหน่วย เราก็ต้องเอาไปออกแบบเป็นหน่วยย่อย พอได้หน่วยย่อย 1 หน่วยเสร็จปุ๊บเห็นไหมคะ ก็ค่อยเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ถามว่าหน่วยการเรียนรู้คืออะไร หน่วยการเรียนรู้มันก็คือเนื้อหาสาระที่มันจัดไว้เป็นชุด ๆ มีการโยงใยความสัมพันธ์ของเนื้อหา จัดเป็นกลุ่มเป็นก้อนนะคะ เพราะว่าเราจะได้ไป Design กิจกรรมต่อ อันนี้เป็นตัวอย่าง เห็นไหมคะ ในเรื่อง ๆ หนึ่ง หน่วยการเรียนรู้อาจจะมีการรวมเนื้อหาที่มันคล้ายกัน จัดเป็นกลุ่มเดียวกัน จัดเป็นกลุ่มเดียวกัน ในหนึ่งหน่วยไม่ควรต่ำกว่า 8 ชั่วโมง เพราะว่าถ้าน้อยกว่านั้น เช่นว่าบอกว่าหน่วยการเรียนรู้ที่มี 2 ชั่วโมงหรือมี 4 ชั่วโมงมันก็ไม่เพียงพอที่เป็น Story เพราะฉะนั้น จะต้องให้มันเกิน 8 8 ชั่วโมงเป็นต้นไป หน่วยการเรียนรู้มีไว้ทำไม มีไว้ตรงนี้ ป้องกันให้ครูสอนตามหนังสือ ครูสอนตามหนังสือรับปกติและครูคนนั้นจะไม่ค่อยเขียนจะไม่ค่อยออกแบบหน่วยการเรียนรู้หรอกค่ะ เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นภาระมันเหนื่อยมันอะไรอ่ะแต่จริง ๆ น่ะ ถ้าครูออกแบบ Design หน่วยการเรียนรู้ดี ๆ น่ะ การเรียนมันจะน่าสนุกมากเลยนะคะ เด็กก็จะมีชีวิตชีวา เขาเรียกมันเป็นแผนที่มีชีวิตนั้นการสร้างหน่วยกับนิ้วนี่ สามารถทำได้ 2 วิธีวิธีแรก ก็คือสร้างหน่วยจากหรือว่าหัวเรื่องอันที่ 2 คือสร้างจากผลการเรียนรู้ เราลองดูนะ ว่าเราจะสร้างแบบไหน อย่างแบบแรกนี่ สร้างจากประเด็น คือ สร้างจากไอเดีย แล้วก็ค่อยมาหาว่าเนื้อหาสาระไหนที่มันจะมาอาจจะมา Shopping จากตรงมาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดนะคะ แล้วก็ค่อยเอาไปเขียนเป็นสาระสำคัญสุดท้าย ก็มาออกเป็นกิจกรรม ก็เลยได้หน่วยการเรียนรู้ขึ้นมา อันนี้คือสร้างจากประเด็นก่อนแล้วค่อยไปคิดหาเนื้อหา ที่จะเอามาบูรณาการภายหลัง อันนี้คือวิธีแรก วิธีที่ 2 นะคะ วิธีที่ 2 คือสร้างจากเป้าหมาย ปักธงไว้เลย ว่าต้องการให้ผู้เรียนได้อะไร ได้ความรู้อะไร ได้ทักษะอะไร พอตั้งธงเสร็จปุ๊บ ก็มาคิดหน่วยการเรียนรู้ให้มันสอดคล้องกับเป้าหมายที่เราตั้งเอา ไว้วิธีการนี้เขาเรียกว่า Backward Design ก็คือเอาเป้าหมายเป็นที่ตั้งนะคะ แล้วค่อยไปกำหนดภาระชิ้นงาน จริง ๆ ต้องมาที่ภาระชิ้นงานก่อนนะ จากนั้นค่อยไปกำหนดการวัดการประเมินผลและสุดท้ายท้ายสุดเลย ค่อยไปออกแบบกิจกรรมทีหลัง เรียกว่า "Backward Design" เอาเป้าหมายเป็นหลัก เนื้อหายังนะ ทีนี้ หลักสูตรสถานศึกษา เห็นไหมคะ ในหลักสูตรสถานศึกษา มันก็จะบรรจุรายวิชาต่าง ๆ ที่ครูผู้สอนจะต้องสอน ก็แยกขาดกันเป็นวิชาวิชาเลย ในแต่ละวิชาก็มีการกำหนดเป้าหมายอีก เพราะว่าเนื้อหาจะสอนอะไรทักษะกระบวนการจะมีอะไรบ้าง และเป้าหมายที่นกไปให้ถึงก็คือตามตัวชี้วัดที่ระบุนี่แหละ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูก็จะต้องใช้จินตนาการ ในความเป็นนัก Designer นั่นแหละ ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ให้มันน่าเรียนนะคะ ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี วิธีแรก ก็คือมีคำอธิบายรายวิชาอยู่แล้ว ได้เลยนะคะ กับอีกวิธีก็คือไม่มีหน่วย ก็คือไม่มีคำอธิบายรายวิชา เราจะต้องเขียนขึ้นมาเองนะคะ ซึ่งในรายวิชาพัฒนาหลักสูตร พวกเราจะได้เขียนขึ้นมาเอง เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มันโดนใจเด็ก เป็นหลักสูตรที่มาจากฐานความสนใจของเด็ก ๆ แล้วในคำอธิบายรายวิชามันปรากฏอะไรบ้าง มันก็จะปรากฏอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน เช่น ส่วนหัว ส่วนตัว ที่เป็นเนื้อหาที่ใช้เรียนมันก็จะบอกทั้ง K ทั้ง P ทั้ง ส่วนใหญ่นะเวลา เขาเขียนเขาจะแยกกันเป็น Paragraph Paragraph แรกนี่ น่าจะเป็นพวก K Paragraph ที่ 2 น่าจะเป็นพวกทีParagraph ที่ 3 เห็นไหมคะ สุดท้ายเลยก็จะเป็น Aแล้วก็กำกับด้วยตัวชี้วัดที่ต้องการจะให้เด็กไปถึง ก็จะมีอยู่ 3 ส่วนตรงนี้ ที่เราจะต้องมาดูกันแล้วก็ออกแบบกันนะคะ จริง ๆ การออกแบบไม่ยากนะ หน้าที่ของครูผู้สอน ก็คือจะต้อง Design ยังไงเราก็ต้องคิดแหละแล้วก็ต้องหาข้อมูลว่าจะสอนทั้งทีไม่ต้องสอนแบบ Change นะไม่ใช่สอนแบบเดิม ๆ หรือหนังสือเข้าไปในห้องเรียนถ้าสอนแบบนั้นน่ะ มันไม่ใช่ครูมืออาชีพ หน้าที่ของเราต้องเป็นครูยุค 5g ต้องมีความเป็นมืออาชีพ วิชาอะไรก็ตามที่ผ่านมือเรา เด็กที่เรียนกับเราแล้วต้องมีความเจริญเติบโตในทุก ๆ ด้าน ไม่ใช่สอนให้หัวโตอย่างเดียวนะ ถ้าสอนให้หัวโตอย่างเดียวนี่ มันก็จะเป็นภาพฝั่งขวามือนี่ล่ะค่ะ สอนหนังสือไปสอนให้ท่องจำแล้วเอาไปสอบไป สุดท้ายคือเด็กกินความรู้นะไม่ได้เอาไปใช้ไม่เป็นทักษะก็ไม่มี นิสัยที่ดีก็ไม่เกิดในรายวิชาก็ไม่ได้สอนอะไรเลยสอนการบวกลบคูณหาร สอนให้แต่อ่านออกเขียนได้ แต่ไม่ได้สอนคุณธรรม สอนนิสัย ถ้าสอนแบบนี้ ยิ่งเรียนยิ่งแห้งเหี่ยว แต่ถ้าสอนแบบมีการ Designดี ๆ นะ เนื้อหาการเรียนกิจกรรมทุกอย่างมันมีการDesign หมดเลย การเรียนแบบนี้มันจึงมีชีวิตชีวามีความอุดมสมบูรณ์มาก เป็นแบบฝั่งซ้ายมือนั่นแหละ เรามาเป็นครูยุค 5G ที่สอนให้เด็กเติบโตทางด้านฝั่งซ้ายดีกว่า เพราะฉะนั้น จะต้องมีการเปลี่ยนระบบในการเรียนการสอนนะคะ เพราะฉะนั้นในหน่วยการเรียนรู้จะต้อง Design ดี ๆ นะคะ ในหน่วยการเรียนรู้ในลักษณะของหน่วยของมันก็คือจะต้องมีความสมบูรณ์และจบในตัว เหมือนหนังสั้นน่ะ จะต้องจบในตัว ไม่ใช่มีตอน 1 ตอน 2 ตอน 3 จบในตัวภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมงนี่ ภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง มันจะต้องประกอบไปด้วยเนื้อหา มีจุดประสงค์มีเนื้อหามีกิจกรรมมีการวัดการประเมิน อย่างน้อยจะต้องมี 4 อย่าง ส่วนปัจจัยส่วนองค์ประกอบที่เหลืออย่าง เช่น สื่อการสอน เช่น เทคนิคการสอนเรื่องต่าง ๆ แล้วมันก็จะรวมอยู่ในนี้แหละ แต่มันเป็นเรื่องใหญ่ ๆ ที่เอามาเสริมเฉย ๆ นะคะ ฉันการสร้างหน่วยการเรียนรู้ที่ดีน่ะ คือ นอกจากเป็นหน่วยที่มีชีวิตชีวาแล้วนี่ เนื้อหาที่เอามาสอบก่อนนะ มันควรจะมีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน แล้วก็ไม่ควรใหญ่หรือเล็กเกินไป เช่น อย่างที่ครูบอกเมื่อสักครู่นี่ บอกว่าหน่วยการเรียนรู้นี้เนื้อหา 3 ชั่วโมง อย่างนี้ มันยังไม่ได้อะไรเลยนะ เพราะสอนจริงน่ะ 50 นาที คาบหนึ่ง 50 นาทีนะคะ กว่าจะได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมนี่ มันก็ไม่ทันเวลา เพราะฉะนั้น คือ หน่วยนึงน่ะ ประมาณสัก 10 ชั่วโมงน่ะ กำลังดีนะคะ เราจะได้ Design กิจกรรมได้นะ แล้วในหน่วยนั้นจะต้องพาผู้เรียนไปสู่มาตรฐาน ตามที่กำหนดไว้ด้วย แล้วหน่วยการเรียนรู้สร้างขึ้นมาปุ๊บ เด็กต้องมีส่วนร่วมด้วยนะ ไม่ใช่ตลอดทั้งหน่วย 10 ชั่วโมง และให้เด็กมานั่งฟังอย่างเดียวมันก็ไม่ใช่ และในหน่วยนั้น ก็จะต้องมีชิ้นงานที่สะท้อนตามเป้าหมายด้วยนะคะ สมมติเราสอนให้เด็กว่ายน้ำนี่ ชิ้นงาน คือ ให้เด็กทำแบบทดสอบ มันก็ไม่ Match กันนะ เพราะฉะนั้น ภาระงานที่เราให้ นั่นก็คือให้ฝึกซ้อมว่ายน้ำ ให้ว่ายน้ำให้เป็นอย่างนี้ ถึงจะเป็นภาระงานที่มัน Match กับเป้าหมายแล้วก็เวลา Design หน่วยนี่ เวลาลงน้ำหนักคะแนนต้องให้มันพอเหมาะพอสมถ้าเป็นปฏิบัติต้อง... ให้เยอะหน่อย มีบางวิชานะที่ครูเห็นนะโห เทคะแนนให้กับการสอบนี่ 30-40 ยังมันเยอะเกินไปนะ ไปท่องจำแบบนั้น คือ เด็กไม่ได้อะไรเลยมันก็ไม่ต่างกับการสอนแบบนกแก้วนกขุนทอง เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน คือ ต้อง Design ค่ะ ดีไซน์โดยเริ่มจากเว็บไซต์ต้องหน่วยนั่นแหละทำให้มันเป็นหน่วยบูรณาการ ไม่ใช่เป็นหน่วยปกติ หน่วยบูรณาการกับหน่วยปกติมันต่างกันอย่างไร หน่วยการเรียนรู้โดยทั่วไปเป็นหน่วยปกติคือสอนแล้วก็สอบจบแล้ว ให้เป็นหน่วยบูรณาการ หน่วยบูรณาการหน่วยบูรณาการพวกนี้ทั้งผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยเวลาเด็กเอาความรู้ไปใช้นี่ เขาได้การใช้ความรู้ในลักษณะของได้ใช้ทั้งความรู้ความคิด ทักษะประสบการณ์มันไม่แยกจากกัน นั่นแสดงว่าครูเขาจะต้องมีการ Design กิจกรรม เช่น การให้เรียนเป็นแบบ Project Based Trouble Based พวกนี่ มันจะเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมได้คิดขั้นสูง ได้ลงมือทำเดี๋ยวสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองนะคะ การเรียนไม่ใช่อยู่ในห้องเรียนสีดำอย่างเดียวนะคะ แล้วก็ถ้ามันบูรณาการ ก็จะต้องมีการ PLC กับเพื่อนครูด้วยนะ เราจะลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหา ภาระงาน อย่างเช่น สมมติถ้าเราไปสอนภาษาไทยอย่างนี้ เราก็ต้องมองหาดูว่าเราจะดีกว่าครูคนไหนได้บ้างนี่ สมมติไปดีลกับครูวิทยาศาสตร์อย่างนี้ อยู่กับครูภาษาอังกฤษอย่างนี้ ชิ้นงานสร้างขึ้นมาชิ้นงานเดียวเวลาคิดคะแนนอย่างไร แยกเป็นรายวิชาไป เด็กทำชิ้นเดียว ออกคะแนนไป 2 ทางอย่างนี้ จะได้ช่วยลดภาระงานของเด็กด้วยนะ นี่แหละ ก็คือในลักษณะของการบูรณาการ การบูรณาการมันก็จะมีอยู่หลายแบบด้วยกันนะคะ อย่างเช่น แบบเรียงลำดับ แบบมีส่วนร่วม แบบใยแมงมุม เดี๋ยวครูจะอธิบายในแต่ละแบบนะ อันนี้เป็นการแยกประเภทของปกตินะคะ วันนี้เป็นนักวิชาการเขาแยกออกมาซึ่งหลัก ๆ นะ เป็นกลุ่มเดียวกันเดี๋ยวครูอธิบายอีกทีหนึ่ง การบูรณาการแบบเรียงลำดับมันเป็นอย่างไร ก็คือเป็นการบูรณาการ 2 เนื้อหาสาระ เอามาสอนให้มันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน สมมติครูอู๋จะสอนวิชาภาษาอังกฤษ กับสอนวิชาหลักสูตรท้องถิ่นอย่างนี้ Korat Geopark ช่วงนี้หนูก็สอน Geopark ไปด้วย หรือจะหาคนมาช่วยสอน Korat Geopark ในขณะเดียวกันก็สอนภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Geoparkไปด้วยและซ้อนในส่วนของเรา เช่น คำศัพท์การแต่งประโยคเกี่ยวกับ Geopark อะไรอย่างนี้นะคะ คือบูรณาการ 2 วิชาสอนแยกเนื้อหาสาระอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันอันที่ 2 เราก็ไปดูสมมติตอนนี้เราสอนภาษาไทยด้วยสอนภาษาอังกฤษนี่เราก็ไปดู เอ๊ะ มันเข้าข่ายกับรายวิชาไหน สมมติเราดูแล้ว เราจะให้มันเกี่ยวกับ Geopark ให้ได้ ใน Geopark มันก็อาจจะมีเนื้อหาสาระบางส่วนที่สอดคล้องกับภาษาอังกฤษที่ครูสอนก็ได้ มีเนื้อหาที่คาบเกี่ยวกัน ว่าจะเอาในส่วนตรงนี้แหละที่มันคาบเกี่ยวกันเอามาสอนเป็นแบบ Share แบบมีส่วนร่วมสอนควบคู่กันไปได้เลย ประเภทต่อมาใยแมงมุมคิด Theme คิดอะไรไว้ก่อนก็คิดอะไรก็คิดเลย มันจะเกี่ยวกับวิชาอะไรได้บ้าง ปรากฏว่า พอหลังจากที่เช็กแล้ว โอเค มันเกี่ยวข้องกับวิชาคณิตศาสตร์ได้ด้วย มีการคำนวณพื้นที่อะไรต่าง ๆ นี่ มีการเช็กสสารของพื้นดิน เขตพื้นที่ อะไรก็แล้วแต่ แล้วก็มีการสร้างผลงานขึ้นมา วิชาศิลปะอย่างนี้ วาดเกี่ยวกับ Geopark วาดเกี่ยวกับไดโนเสาร์เกี่ยวกับพื้นที่อันนี้เขาเรียกว่าเป็นการบูรณาการแบบใยแมงมุมคือบูรณาการหลายวิชาภายใต้เรื่องหรือธีมนะคะ เป็นตัวเดินเรื่อง อีกอันหนึ่ง เป็นแบบร้อยด้ายนะ ก็คือเอาทักษะอะไรก็ได้เอามาเป็นแฟนเอามาผูกกับรายวิชาต่าง ๆ แล้วก็สอนไปด้วยกัน ให้มันเชื่อมโยงกัน ช่วงแรกจะเป็นการสอนวิทยาศาสตร์และภาพยนตร์พื้นที่ Korat Geopark ให้ไปเที่ยวภาษาญี่ปุ่นก็ได้อย่างนี้ ภาษาอังกฤษก็ได้โดยที่ทั้ง 3 ตัวไหนจะถูกร้อยด้วยสมมติใช้ทักษะความคิดสร้างสรรค์อย่างนี้ เอามาใส่ในทุกกิจกรรม ทุกเนื้อหาเลย ร้อยให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นแกนหลักนะคะ และอันสุดท้ายแบบบูรณาการ ก็คือเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เป็นแบบสหวิทยาการ ผสมผสานทั้งเนื้อหาสาระทักษะความคิดรวบยอด ให้มันไปด้วยกันหมดเลย เอาแทรกในแต่ละส่วนนะคะ แทรกในแต่ละส่วนอันนี้เขาเรียกว่า "การสอนแบบบูรณาการ" Integrated นะคะ เพราะฉะนั้น การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ในเรื่องที่สนุกมาก ๆ นะคะ ออกแบบทำอย่างไร ออกแบบก็จะต้องทำให้มันเป็น Story นะคะ เหมือนกับเป็นหนังสั้นอย่างนี้ ซึ่งเราก็ต้องมีการเขียน Plot ก่อนใช่ไหมคะ มันก็เลยเข้ามาสู่ workshop ที่ 2 ซึ่งเราจะได้ฝึกทำกันเป็นกลุ่ม ครูอู๋จะส่งที่เป็นใบกิจกรรมใบงานต่าง ๆ นะคะ คำชี้แจงให้ด้วยพวกเราทำกันเป็นกลุ่มแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เลือกคำอธิบายรายวิชาที่เราสนใจมา 1 รายวิชา แล้วก็มาลองออกแบบหน่วยการเรียนรู้ แล้วก็ลองจัดทำโครงสร้างรายวิชา นะคะ เดี๋ยวครูอู๋จะส่งใบกิจกรรมให้ หลังจากนั้นเราก็ศึกษาตัวชี้วัดในทุกตัวที่ปรากฏในคำอธิบายรายวิชา แล้วก็ถอดออกมาเป็น Concept นะคะ แล้วก็หลอมจัดกลุ่มนะคะ เหมือนที่ครูอู๋เชิญชวนให้พวกเราดูก่อนหน้านี้นะคะ ว่ามีวิธีการหลอมตัวชี้วัดอย่างไร สุดท้ายก็มาสร้างเป็น Concept หรือ Idea แล้วก็มาเขียนเป็นสาระสำคัญแล้วก็ตั้งชื่อหน่วยตอนสุดท้าย ถามว่าทำไมตั้งชื่อไว้ตอนสุดท้าย ตอนนั้น คือ เราเห็นแล้วไงคะ ว่าสาระสำคัญมันเป็นไปในทิศทางไหนนะคะ เราก็จะพอคาดเดาได้ว่า เออ สาระสำคัญแบบนี้ มันจะนำไปสู่การออกแบบกิจกรรมอะไรได้อย่างนี้นะคะ ซึ่งใบกิจกรรมที่ 2 ครูอู๋จะมีใบความรู้ให้นะคะ มีคำชี้แจงมีใบงานให้นะคะ มีอยู่ 2 ฉบับเราทำร่วมกัน ในกลุ่มนะ อันนี้เป็นตัวอย่าง สร้างหน่วยการเรียนรู้นะ หน่วยการเรียนรู้สร้างหน่วยการเรียนรู้ สมมติว่าตอนนี้ยังไม่ปรากฏชื่อ ชื่อควรจะมาเขียนตอนสุดท้ายนะ ตัวชี้วัดที่ครูอู๋ดึงมาจากคำอธิบายรายวิชา เพราะว่ามีอยู่สมมติมีอยู่ 10 ตัวนะ อันนี้เป็นหน่วยแรก หลังจากที่ไปดูคำอธิบาย รายละเอียดแล้วในแต่ละรหัสนะคะ ตัวชี้วัดนี่ ก็ปรากฏว่า อ๋อ สรุปได้แล้วเรียบร้อยเอามาตั้งเป็นเป้าหมายการเรียนรู้นะคะ และหลังจากนั้นนี่คือครูอู๋กำลังจะพาทำหน่วยการเรียนรู้แบบ Backward Design นะคะ แล้วก็มาคิดชิ้นงานชิ้นงานแบบไหนที่ที่มันจะตอบตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องได้ นะคะ เป็นหลักฐานนะคะ ว่าเด็กได้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดแล้วนะคะ ครูอู๋ ก็ว่า โอเคให้เด็กสร้างผลงานถ่ายภาพนะคะ แล้วก็ผลงานถ่ายภาพเป็นอย่างไรปุ๊บ ก็ใช้เกณฑ์การให้คะแนนหรือ Rubrics อันนี้เป็นหลักฐานผลการเรียนรู้นะคะ และก็แนวการวัดการประเมินแนะแนวการจัดกิจกรรมล่ะ ก็จัดเป็นแบบโครงงานโดยให้เด็กไปถ่ายภาพแล้วก็ให้มานำเสนอเรียนรู้นี้มีอยู่ทั้งหมด 10 ชั่วโมงนะคะ แล้วก็ต้องไป Design ว่าทำอย่างไรเด็กจะมีส่วนร่วม แล้วก็ให้เด็กมีเป็น Child Center ค่ะ เพราะฉะนั้น เราก็เขียนออกมาคร่าว ๆ ไม่ต้องเขียนเยอะค่ะ ว่าเราจะมีแนวการจัดกิจกรรมแบบไหน อันนี้ก็คือตัวอย่าง 1 หน่วย ซึ่งในรายวิชาหนึ่งก็อาจจะมีอยู่ 2 หน่วย 3 หน่วยก็แล้วแต่เรานะคะ อันนี้เป็นหน้าตาของโครงสร้างรายวิชา เอาตัวชี้วัดน่ะเขียนมาก่อน ตัวชี้วัดก็ไปลองมาเป็นสาระสำคัญนะคะ แล้วก็ลองมาพอหลังจากนั้นครบแล้ว เราลองมาไล่ดูว่าในแต่ละหน่วยเราจะใช้เวลาเท่าไร กำหนดน้ำหนักคะแนนเท่าไร รวมคะแนนแล้วต้องได้ 100 ส่วนเวลารวมคะแนนแล้วก็ตามให้มันสอดคล้องกับหน่วยกิตอันนี้แนะนำไปแล้วนะ การเขียนสาระสำคัญนะคะ ทีนี้เทคนิคการเขียนสาระสำคัญทบทวนอีกรอบหนึ่งนะคะ ตัวนี้สังเกตว่ามันจะเป็นหลักการเป็นนิยามนะ ให้สังเกตเอา keyword ในเนื้อหาหลักนะคะ มาเป็นการตั้งต้น สังเกตว่ามักจะขึ้นต้นด้วยการ หรือความ นะคะ แล้วก็การศึกษาเรื่อง เนื้อหาที่จะสอนนั่นแหละนะคะ แล้วก็สุดท้าย คุณค่าที่เด็กจะได้ วิธีการเขียน แล้วก็มาตั้งชื่อหน่วย ตอนสุดท้ายเลย วิธีการตั้งชื่อหน่อย เหมือนกับเราตั้งชื่อหนังน่ะค่ะ ชื่อมันต้องตื่นตาตื่นใจมันต้องสะท้อน Concept ของหนังเห็น พอเดาได้ว่าหนังมันจะเป็น Theme แนวไหนนะคะ ชื่อมันก็ต้องเป็นชื่อที่ชวนคิดสอดคล้องกับจุดเน้น ๆ นะ สมมตินี่ อย่าง Poster หนัง Avatar พอจะคาดเดาเอามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความลึกลับความเป็นตัวตนเองต่าง ๆ นี่ หนังเรื่อง The City of Gold ชื่อเรื่องกับภาพประกอบอย่างนี้ มันเป็นสื่อได้ว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของการตามล่าหาสมบัติอย่างนี้ เป็นเรื่องการผจญภัยเห็นไหมคะ คนดูสามารถที่จะเดาได้เลยว่า เป็นหนังที่ชอบแนวนี้หรือเปล่า เรื่องนี้ค่ะ นเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี น่าจะเป็นเรื่องของการทำสงครามอย่างนี้ วัยรุ่นพันล้าน วัยรุ่นพันล้าน เอ๊ะ มันน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่สร้างเนื้อสร้างตัว จนกระทั่งได้เป็นวัยรุ่นพันล้านอย่างนี้ Top Secret เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น มันก็เป็นหน้าที่เราแล้วแหละว่าจะต้องสร้าง Story ทำอย่างไรให้หน่วยการเรียนรู้ของเรามีชีวิตชีวาให้ได้นะ หนังเขายังสร้างให้มีชีวิตชีวาได้ทำไมครูผู้สอนจะสร้างการเรียนการสอนให้มีชีวิตชีวา (เจ้าหน้าที่หญิง) ค่ะ ตอนนี้ก็วิดีโอนะคะ ก็จบไปแล้วนะคะ เดี๋ยวแต่นักศึกษาบอกว่าจะขอขออีกรอบหนึ่งเพราะว่าเนื้อหาค่อนข้างยากค่ะ เดี๋ยวจะขอเปิดวิดีโออีกรอบนึงนะคะ เนื้อหาค่อนข้างยากค่ะ เดี๋ยวจะขอเปิดวิดีโออีกรอบหนึ่ประมาณ30 กว่านาที ตอนนี้ได้ยินเสียงไหมคะ ทางล่ามได้ยินเสียงไหมเอ่ย ค่ะ ตอนนี้วิดีโอจบไปแล้ว เดี๋ยวจะขอเปิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง (อาจารย์) สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคน วันนี้ครูก็จะพาพวกเราไปเรียนรู้ในประเด็นการเรียนรู้ในหัวข้อจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียน สังเกตว่าจากหลักสูตรสู่ชั้นเรียนนี่คือมันเป็นการนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัตินะคะ ก็คือจากหลักสูตรเดิม เป็นหลักสูตรที่มันเป็นนามธรรม ถ้าเปรียบเสมือนกับอาหารนะก็จะเป็นวัตถุดิบยังกินไม่ได้นะคะ แต่ถ้าเมื่อไหร่มันลงสู่ชั้นเรียน แสดงว่ามันถูกปรุงมาแล้ว ครูก็เลยใช้ชื่อว่า จับหลักสูตรมาลงเป็นเมนูเด็ด ที่ครูเคยบอกไปนะ ว่าครูจะต้องทำหน้าที่อยู่ 3 อย่าง หน้าที่อันแรกเลย ก็คือหน้าที่ของการเป็นนัก Designer นัก Designer ทำอะไร ก็จะต้องเป็นนักออกแบบกิจกรรม กิจกรรมทุกอย่างเลย การจัดการเรียนรู้ทุกอย่างเลยต้อง Design Design ทำไม Design ก็ให้มันน่าเรียนให้มัน มันมีความสุขสนุกสนานในการเรียนรู้ เพราะเราไม่ใช่เป็นครูสอนหนังสือที่จะถ่ายทอดวิชาการ ถ้าถ่ายทอดทางวิชาการ ตอนนี้ คือ Content ต่าง ๆ นี่ มันเข้าไปสูผู้เรียนโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้น คือหน้าที่ของเราคือต้อง Design ค่ะ Design ให้มันน่าเรียน เรียนแล้วเขาเรียนอย่างมีความสุข เรียนด้วยความสนอกสนใจอันนั้นแหละคือหน้าที่ของครู หลักสูตรอันที่ 2 หลักสูตรมันต้องกินได้ การที่จะกินได้ มันก็ต้องน่ากิน กินได้แล้วก็ต้องอร่อยด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน นอกจากเป็นนัก Designer แล้วก็จะต้องเป็น Chef Chef ก็ต้องปรุงให้อร่อย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนตอนนี้ก็ต้องปรุงหลักสูตรเขากำหนดวัตถุดิบมา 1 2 3 4 เราก็ต้องจินตนาการและใช้จินตนาการใช้ความ Create ของความเป็นครูนั่นแหละของครูยุค 5G จะต้อง Design หลักสูตร ทำอย่างไรให้กลายเป็นเมนูจานเด็ดให้ได้ ปกติChefไม่ใช่แค่ปรุงอาหารสุกแล้วก็แล้วก็กินได้เลยนะ มันต้องมีศิลปะในการจัดจาน ในการคัดเลือกวัตถุดิบในการที่แบบความกลมกล่อมคือต้องการ Taste ลักษณะไหนต้องมีการ Design เหมือนกัน ก็รับลูกต่อมาจากของการเป็นนัก Designer นั่นเองสุดท้ายแล้วพอหลังจากที่กินได้อร่อยด้วยมีความสุขทั้งอาหารตาอาหารใจก็จะต้องเข้าเป้าด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของผู้เรียน หน้าที่ของครูผู้สอน ก็จะต้องทำหน้าที่เป็นกัปตัน พาผู้เรียนไปสู่จุดหมายปลายทางตามที่ตั้งไว้นะคะ เป้าหมายปลายทางอยู่ตรงไหน ก็ตรง อยู่ตรงที่จุดประสงค์นั่นแหละค่ะ ที่ครูผู้สอนได้กำหนดไว้นะคะ เริ่มจากตัวหลักสูตรในระดับชั้นเรียนที่เป็นคำอธิบายรายวิชาที่ได้กำหนดไว้ ลูกก็ต้องทำหน้าที่ถอดคำอธิบายรายวิชาที่เขากำหนดไว้มีอะไรบ้าง KPA ก็คือจะต้องพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านสมอง ทั้งทางด้านทักษะ ทั้งทางด้านจิตใจ คุณลักษณะนิสัยต้องไปด้วยกัน ให้เป็นเด็กองคาพยพเลยนะคะ เราไม่ได้สอนหนังสือให้เด็กหัวโต แต่เราต้องสอนให้มีความเติบโตในทุก ๆ ด้านนะคะ เพราะฉะนั้น ในหลักสูตรก็เปรียบเสมือนกับเป็นวัตถุดิบนะ เริ่มต้นตั้งแต่หลักสูตรชาติก่อนหลักสูตรชาติ ผนวกกับหลักสูตรท้องถิ่น คำว่า "หลักสูตรท้องถิ่น" มันมีที่มาอย่างไร ก็คือในแต่ละท้องถิ่นสิ่งไหนที่เขาต้องการจะอนุรักษ์ รักษา ต้องการที่จะพัฒนา ก็เลยมีหลักสูตรอันนี้เกิดขึ้น เอามาช่วย support สนับสนุนท้องถิ่นนะคะ ซึ่งหลักสูตรท้องถิ่นก็จะทำงานคู่ไปกับหลักสูตรสถานศึกษานะคะ หลักสูตรสถานศึกษานอกจากต้องการสร้างให้เด็กเป็นอย่างไร จุดเน้นของโรงเรียนเป็นอย่างไร อาจจะเอามาบูรณาการกับหลักสูตรท้องถิ่นเข้าไปด้วยนะคะ ถามว่ายักินได้หรือยังหลักสูตรสถานศึกษา เมื่อเปิดดูปุ๊บ มันก็จะมีโครงสร้างใช่ไหมคะ โครงสร้างของหลักสูตร โครงสร้างหลักสูตรเพื่อจะมีรายวิชาต่าง ๆ ซึ่งในรายวิชาต่าง ๆ นั่นแหละ จะมีคำอธิบายรายวิชาเป็นตัวกำหนด จะมีการกำหนดว่า K เรียนอะไรบ้าง P จะใช้ทักษะกระบวนการอะไรที่จะเป็นตัว Catalyze เด็กแล้วก็ A จะช่วยส่งเสริมคุณลักษณะนิสัยให้เด็กดีอย่างไรอยู่ที่เป้าหมายปลายทางก็มีการกำกับเอาไว้เพราะฉะนั้น ครูใหม่หรือครูเก่าก็ตาม ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายให้สอนวิชาอะไร ต้องกลับไปดูคำอธิบายรายวิชาก่อนนะคะ คำอธิบายรายวิชา่ี้แหละ ที่จะเป็นเข็มทิศนะคะ ให้ครูได้เอาไปเขียนแผนต่อไปนะคะ จากคำอธิบายรายวิชาครูก็จะต้องทำหน้าที่ของการเป็นนัก Designer แล้วค่ะ จัดทำให้เป็นหน่วยการเรียนรู้ให้มันเป็น Story มีชีวิตชีวาให้ได้นะคะ มีการจัดกลุ่มก้อนเนื้อหาทั้งหลายที่ปรากฏในคำอธิบายรายวิชาเอามาสร้างเป็น Story หลังจากนั้น เห็นไหม จากสถานศึกษาไปสู่ชั้นเรียน มันเป็นไปตามขั้นตอนแบบนี้ ถามว่าหน่วยการเรียนรู้ใช้ได้หรือยัง ยังใช้ไม่ได้ เพราะมันยังบอกแค่โครงเฉย ๆ เห็นแค่โครงว่าจะเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง กิจกรรมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เนื้อหาจะเรียนอะไรบ้าง คือจะบอกแค่คร่าว ๆ เป็นโครงเฉย ๆ เพราะฉะนั้น ก็จะมีโครงสร้างรายวิชาเกิดขึ้นนะคะ หน่วยการเรียนรู้ก็จะเป็นหน่วยใหญ่นะคะ จากโครงสร้างรายวิชานั่นแหละ ถึงจะถอดไปเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ตรงนี้ถือเป็นอาวุธของครู ที่ครูทุกคนจะต้องมีแผนการสอน ถ้าเรียกสั้น ๆ นะ ว่าแผนการสอน แต่ถ้าเรียกเต็มรูป ก็จะเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ แผนการสอน เขาก็กลัวว่าครูจะติดนะว่า สอนหนังสือ แต่ถ้าเป็นการจัดการเรียนรู้มันก็จะเกี่ยวเนื่องเกี่ยวกับเรื่องของการ Design เรื่องของการออกแบบ พอรายวิชามันมีการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้มีการกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดนี้แหละมันเป็นเป้าหมายเมื่อมีตัวชี้วัดแล้ว หน้าที่ของครูผู้สอนก็จะต้อง Recheck ค่ะ ว่าตัวชี้วัดนี่ มันมีรายละเอียดอะไร หาคีย์เวิร์ดให้เจอ Action Verb ตรงนี้ค่ะ อ่านออกเสียงร้อยแก้ว อันนี้เป็นสมมติวิชาภาษาไทย อ่านออกเสียงร้อยแก้วได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สมมติว่าตอนนี้เราได้รับผิดชอบให้ดูแล 2 ตัวชี้วัดนี้ ทำอย่างไรจะสร้างมาเป็น Story ได้ตัวชี้วัดแรกเป็นเรื่องของการอ่านออกเสียงตัวชี้วัดตัวที่ 2 เรื่องการจับใจความเราจะต้องเอามาหลอมรวมกันให้เป็นสาระสำคัญเดียวคำว่า สาระสำคัญ มันก็คือเรื่องสำคัญมันเป็น Concept เดียวนะคะ เพราะฉะนั้น สาระสำคัญจะคนละอย่างกันกับสาระการเรียนรู้นะคะ แยกให้ออกนะ อันนี้เป็นตัวอย่างหน้าตาสาระสำคัญ ที่ถอดออกมาจาก 2 ตัวชี้วัด ก็จะมีการระบุเลยว่าการอ่านออกเสียงการจับใจความมันคืออะไร แล้วการศึกษาเรื่อง ก็คือสาระที่จะสอนนี่ มีอะไรบ้าง เนื้อหาสาระเกี่ยวกับเรื่องการอ่านกับเรื่องของการจับใจความและสุดท้ายแล้วมันจะช่วยให้ผู้เรียนได้อะไรแล้วก็ต้องเขียนตรงนี้ด้วย สรุปว่าสาระสำคัญมันจะประกอบไปด้วย 3 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก ก็คือเป็นนิยาม หรือเขียนเป็นหลักการก็ได้นะคะ อันที่ 2 เป็นเนื้อหาที่จะสอน สุดท้าย คือ เป็นประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับ หรือคุณค่าที่ผู้เรียนจะได้รับ ถ้าครูเขียนสาระสำคัญได้ชัดเจนมันจะช่วยให้ตัวเองนี่ มีความเข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังสอนนี่คืออะไร แล้วเนื้อหาสาระที่จะสอนมีอะไรบ้าง จะได้ไปหามาถูกนะคะ เอามาสอนถูก และสุดท้ายคือเรียนแล้วมันได้ประโยชน์อะไร 3 อย่างนี้ต้องไปด้วยกัน เวลาเขียนสาระสำคัญต้องเขียนแบบนี้นะ ถอดออกมาให้ได้เป็น 3 ประเด็นนะคะ ไม่ใช่ ไม่ใช่เขียนสาระการเรียนรู้เนื้อหาที่เอามาสอนค่ะ ส่วนใหญ่ที่เห็นในอินเทอร์เน็ตเลยกลายเป็นเขียนสาระการเรียนรู้เสใหญ่ไม่ค่อยไม่ถูกนะในหน่วยการเรียนรู้นี่มันก็เหมือนกับเป็นโครงนะ เป็นของยังไม่ใช่ลงรายละเอียดมันมีกิจกรรมอะไรมีสีอะไรเห็นแค่โครงแต่แค่เห็นแค่โครงน่ะอย่างน้อยก็พอจะเห็นเป้าหมายปลายทางได้น่ะ ว่าภาพสุดท้ายเราต้องการให้เด็กได้อะไร ภาพสุดท้ายมันจะออกหน้าตากิจกรรมเป็นแบบไหน เพราะฉะนั้น คือ ในหน่วยการเรียนรู้มันจะปรากฏโครงสร้างรายวิชาด้วย เหมือนบ้านหลังนี้ เห็นไหมคะ มีโครงซึ่งเป็นโครงเหล็กที่ต่อกันมานี่ ต่อกันเป็นเป็นโครงหน้าต่างประตูเป็นหลังคาทุกอย่างเราเดาได้ใช่ไหมครับ ว่าหน้าตาหลังจากที่บ้านหลังนี้สร้างเสร็จแล้วมันจะเป็นแบบไหน เราก็เดาได้เลย มันต้องเป็นบ้าน 2 ชั้น ทรงโมเดิร์น มีโรงจอดรถที่มากกว่า 1 คันแน่ ๆ นะคะ หลังคาก็จะเป็นหลังคากระเบื้องอะไรอย่างนี้ ภาพสุดท้ายจะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะเห็นไหมคะ ก็ Modern จริง ๆ เราก็จะคาดเดาออกว่าโครงสร้างของรายวิชามันจะมีหน้าตาเป็นแบบไหนนะคะ ทีนี้จากโครงสร้างรายวิชามันจะเห็นอะไรบ้าง และโครงสร้างรายวิชาใช่ไหมคะ มันจะเห็นหน่วยไม่ใช่เห็นมาตรฐานตัวชี้วัดว่าใช้ตัวไหน แล้วก็ถอดเอาไปเป็นสาระสำคัญ จะให้เวลาเรียน เห็นคะแนนทั้งหมดเลย คะแนนก็จะเป็น 100 คะแนน ส่วนเวลาเรียนก็ตามที่หน่วยกิตมันล็อกเอาไว้ กำหนดไม่ใช่เนี่ยสมมุติวิชาวิทยาศาสตร์1 หน่วยกิตเท่ากับ 40 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น เราต้องบริหารจัดการให้มันลงตัวที่ 40 ชั่วโมง แต่สอนจริงต้องยืดหยุ่นนะ อาจจะไม่ถึง 40 หรอกนะคะ แล้วก็คะแนนสัดส่วนก็ต้องให้มันพอเหมาะพอสม ถ้าวิชาไหนเป็นวิชาปฏิบัติต้องให้คะแนนเยอะหน่อยทฤษฎีก็ไม่ต้องเยอะนะคะ ไม่ใช่แบบ วิชาปฏิบัติ แต่ว่าไปให้เด็กวุ่นวายอยู่กับการทดสอบความรู้ ความจำ อันนั้นคือเด็กได้ประโยชน์น้อยนะคะ แล้วก็หน่วยการรู้อันนี้หน่วยกันมีอยู่ 40 ชั่วโมงนี่ 5 หน่วยมันเยอะเกินไปอันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ยังไม่ค่อยดีนะ แต่ว่าเดี๋ยวพอเราไปฝึกเขียนหน่วยการเรียนรู้นะ เดี๋ยวครูอู๋จะอธิบายให้ฟังอีกทีหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้น จากโครงสร้างปุ๊บมันก็จะถอดไปเป็นระยะมันจะปรากฏเป็นหน่วย เราก็ต้องเอาไปออกแบบเป็นหน่วยย่อย พอได้หน่วยย่อย 1 หน่วยเสร็จปุ๊บ เห็นไหมคะ ก็ค่อยเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ถามว่าหน่วยการเรียนรู้คืออะไร หน่วยการเรียนรู้ มันก็คือเนื้อหาสาระที่มันจัดไว้เป็นชุด ๆ มีการโยงใยความสัมพันธ์ของเนื้อหา จัดเป็นกลุ่มเป็นก้อน เพราะว่าเราจะได้ไป Design กิจกรรมต่อ อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ ในเรื่องเรื่องหนึ่ง หน่วยการเรียนรู้อาจจะมีการรวมเนื้อหาที่มันคล้ายกัน จัดเป็นกลุ่มเดียวกัน จัดเป็นกลุ่มเดียวกันนะคะ อย่างนี้ ในหนึ่งหน่วยไม่ควรต่ำกว่า 8 ชั่วโมง เพราะว่าถ้าน้อยกว่านั้น เช่นว่า บอกว่าหน่วยการเรียนรู้ที่มี 2 ชั่วโมงหรือมี 4 ชั่วโมงมันก็ไม่เพียงพอที่เป็น Story นะคะ เพราะฉะนั้น จะต้องให้มันเกิน 8 ชั่วโมงเป็นต้นไป หน่วยการเรียนรู้มีไว้ทำไม มีไว้ตรงนี้ ป้องกันการให้ครูสอนตามหนังสือ ครูสอนตามหนังสือตามปกติแล้วครูคนนั้นจะไม่ค่อยเขียนจะไม่ค่อยออกแบบหน่วยการเรียนรู้หรอกค่ะ เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นภาระมันเหนื่อยมันอะไรแต่จริง ๆ น่ะ ถ้าครูออกแบบ Design หน่วยการเรียนรู้ที่ดี ๆ เนี่ยการเรียนมันจะน่าสนุกมากเลยนะคะ เด็กก็จะมีชีวิตชีวา เขาเรียกว่ามันเป็นแผนที่มีชีวิตนะคะ การสร้างหน่วยการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ 2 วิธี วิธีแรก ก็คือสร้างหน่วยจากหรือว่าหัวเรื่อง อันที่ 2 คือ สร้างจากผลการเรียนรู้ เราลองดูนะว่าเราจะสร้างแบบไหน แบบแรกน่ะ สร้างจากประเด็นคือสร้างจากไอเดีย 100 ข้อ แล้วก็ค่อยมาหาว่าเนื้อหาสาระไหนที่มันจะมาไหมคะ อาจจะมา Shopping จากตรงมาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดนะคะ แล้วก็ค่อยเอาไปเขียนเป็นสาระสำคัญสุดท้ายก็มาออกเป็นกิจกรรมก็เลยได้หน่วยการเรียนรู้ขึ้นมา อันนี้คือสร้างจากประเด็นก่อน แล้วค่อยไปคิดหาเนื้อหา ที่จะเอามาบูรณาการภายหลัง อันนี้คือวิธีแรก วิธีที่ 2 นะคะ วิธีที่ 2 คือ สร้างจากเป้าหมาย ปักธงไว้เลยว่าต้องการให้ผู้เรียนได้อะไร ได้ความรู้อะไรได้ทักษะอะไรพอตั้งธงเสร็จปุ๊บก็มาคิดหน่วยการเรียนรู้ให้มันสอดคล้องกับเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้วิธีการนี้เขาเรียกว่า "Backward Design" ก็คือเอาเป้าหมายเป็นที่ตั้งนะคะ แล้วค่อยไปกำหนดภาระชิ้นงาน จริง ๆ ต้องมาที่ภาระชิ้นงานก่อนนะ จากนั้นค่อยไปกำหนดการวัดการประเมินผลและสุดท้ายท้ายสุดเลยค่อยไปออกเขียวออกแบบกิจกรรมทีหลัง เรียกว่า backward Design เอาเป้าหมายเป็นหลัก หลักสูตรสถานศึกษาในหลักสูตรสถานศึกษามันก็จะบรรจุรายวิชาต่าง ๆ ที่ครูผู้สอนจะต้องสอนนะคะ ก็แยกขาดกันเป็นวิชาวิชาเลยนะคะ ในแต่ละวิชาก็มีการกำหนดเป้าหมายอีกเนื้อหาจะสอนอะไรทักษะกระบวนการจะมีอะไรบ้าง และเป้าหมายที่นกไปให้ถึง ก็คือตามตัวชี้วัดที่ระบุในเพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูก็จะต้องใช้จินตนาการ ในความเป็นนัก Designer นั่นแหละ ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ให้มันน่าเรียนนะคะ ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธีนะคะ วิธีแรก ก็คือมีคำอธิบายรายวิชาอยู่แล้ว ก็สร้างหน่วยได้เลยกับอีกวิธีหรือไม่มีหน่วยก็คือไม่มีคำอธิบายรายวิชาเราจะต้องเขียนขึ้นมาเอง ซึ่งในรายวิชาพัฒนาหลักสูตรพวกเราจะได้เขียนเครื่องขึ้นมาเอง เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มันโดนใจเด็ก ๆ เป็นหลักสูตรที่มัดจากฐานความสนใจของเด็ก ๆ นะคะ แล้วในคำอธิบายรายวิชามันปรากฏอะไรบ้าง มันก็จะปรากฏอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนหัว ส่วนตัว ที่เป็นเนื้อหานะ ที่ใช้เรียนมันก็จะบอกทั้ง K ทั้ง P ทั้ง Aส่วนใหญ่นะ เวลาเขาเขียนเขาจะแยกกันเป็น Paragraph Paragraph แรกน่าจะเป็นพวก K Paragraph ที่ 2 จะเป็นพวกที Paragraph ที่ 3 มีไหมคะ สุดท้ายเลยก็จะเป็น A แล้วก็กำกับด้วยตัวชี้วัดที่ต้องการจะให้เด็กไปถึงนะตะ ก็จะมีอยู่ 3 ส่วนตรงนี้ ที่เราจะต้องมาดูกัน แล้วก็ออกแบบกันนะคะ การออกแบบไม่ยากนะ หน้าที่ของครูผู้สอนก็คือจะต้อง Design อย่างไร เราก็ต้องคิดแหละ แล้วก็ต้องหาข้อมูลว่าจะสอนทั้งทีไม่ต้องสอนแบบ Change นะ ไม่ใช่สอนแบบเดิม ๆ หรือหนังสือเข้าไปในห้องเรียน ถ้าสอนแบบนั้นน่ะมันไม่ใช่มือครูมืออาชีพ หน้าที่ของเราต้องเป็นครูยุค 5G ต้องมีความเป็นมืออาชีพ วิชาอะไรก็ตามที่ผ่านมือเราเด็กที่เรียนกับเราแล้วต้องมีความเจริญเติบโตในทุก ๆ ด้านไม่ใช่สอนให้หัวโตอย่างเดียวนะ ถ้าสอนให้หัวโตอย่างเดียวนี่ มันก็จะเป็นภาพฝั่งขวามือน่ะค่ะ สอนหนังสือไป สอนให้ท่องจำแล้วเอาไปสอบไป สุดท้าย คือ เด็กกินความรู้นั้นไม่ได้ เอาประยุกต์ใช้ไม่เป็น ทักษะก็ไม่มี นิสัยที่ดีก็ไม่เกิด ในรายวิชาก็ไม่ได้สอนอะไรเลย สอนการบวก ลบ คูณ หาร สอนให้แต่อ่านออกเขียนได้ แต่ไม่ได้สอนคุณธรรม สอนนิสัยสอนแบบนี้ยิ่งยิ่งเรียนยิ่งแห้งเหี่ยว แต่สอนแบบมีการ Design ดี ๆ นะเนื้อหาการเรียนกิจกรรมทุกอย่างมันมีการ Design หมดเลยการเรียนแบบนี้ มันจะมีชีวิตชีวา มีความอุดมสมบูรณ์มาก เป็นแบบฝั่งซ้ายมือนั่นแหละ เรามาเป็นครูยุค 5g ที่สอนให้เด็กเติบโตทางด้านฝั่งซ้ายดีกว่านะ เพราะฉะนั้น จะต้องมีการเปลี่ยนระบบในการเรียนการสอนนะ เพราะฉะนั้น ในหน่วยการเรียนรู้จะต้อง Design ดี ๆ นะคะ ในหน่วยการเรียนรู้ลักษณะของหน่วยของมันก็คือจะต้องมีความสมบูรณ์และจบในตัวเหมือนหนังสั้นอาจจะต้องจบในตัวไม่ใช่มีตอน 1 ตอน 2 ตอน 3 จบในตัวภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมงนี่ ภายใน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง มันจะต้องประกอบไปด้วยเนื้อหา มีจุดประสงค์ มีเนื้อหา มีกิจกรรม มีการวัด การประเมิน อย่างน้อย ๆ ต้องมี 4 อย่าง ส่วนปัจจัยส่วนองค์ประกอบที่เหลืออย่างเช่น สื่อการสอน เช่น เทคนิคการสอนอะไรต่าง ๆ เดี๋ยวมันก็จะรวมอยู่ในนี้แหละแต่มันเป็นเรื่องใหญ่ ๆ ที่เอามาเสริมเฉย ๆ นะคะ การสร้างหน่วยการเรียนรู้ที่ดีนะ คือนอกจากเป็นหน่วยที่มีชีวิตชีวาแล้วนี่เนื้อหาที่เอามาสอนนี่ มันควรจะมีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กันนะคะ แล้วก็ไม่ควรใหญ่หรือเล็กเกินไป อย่างเช่น อย่างที่ครูบอกเมื่อสักครู่นี่ บอกว่าหน่วยการเรียนรู้นี้ เนื้อหา 3 ชั่วโมง มันยังไม่ได้อะไรเลยนะ มาสอนจริงนี่ 50 นาที 50 นาทีนะคะ กว่าจะได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมเดี๋ยวมันก็ไม่ทันเวลา เพราะฉะนั้น คือหน่วยหนึ่งน่ะประมาณสัก 10 ชั่วโมงนะกำลังดีเราจะได้ Design กิจกรรมได้นะคะ แล้วในหน่วยนั้นจะต้องพาผู้เรียนไปสู่มาตรฐาน ตามที่กำหนดไว้ด้วย และหน่วยการเรียนรู้สร้างขึ้นมาปุ๊บ เด็กต้องมีส่วนร่วมด้วยนะไม่ใช่ตลอดทั้งหน่วยนี่ 10 ชั่วโมงนี่ ให้เด็กมานั่งฟังอย่างเดียว มันก็ไม่ใช่ และในหน่วยนั้นก็จะต้องมีชิ้นงานที่สะท้อนตามเป้าหมายด้วยนะคะ สมมติเราสอนให้เด็กว่ายน้ำ ชิ้นงานคือให้เด็กทำแบบทดสอบ มันก็ไม่ Match กันนะ เพราะฉะนั้น ภาระงานที่เราให้นั่นก็คือให้ฝึกซ้อมว่ายน้ำให้ว่ายน้ำให้เป็นอย่างนี้ ถึงจะเป็นภาระงานที่มัน Match กับเป้าหมายนะคะ แล้วก็เวลา Design หน่วยนี่ เวลา น้ำหนักคะแนน ต้องให้มันพอเหมาะพอสม ถ้าเป็นปฏิบัติ ต้องงานให้เยอะหน่อย มีบางวิชานะ ที่ครูเห็นนะ โอ้โหเทคะแนนให้กับการสอบนี่ 30-40 มันเยอะเกินไปนะ ไปท่องจำแบบนั้นคือเด็กไม่ได้อะไรเลย มันก็ไม่ต่างกับการสอนแบบนกแก้วนกขุนทอง เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอนคือต้อง Design ค่ะ โดยเริ่มจากเว็บไซต์ต้องหน่วยนั่นแหละทำให้มันเป็นหน่วยบูรณาการ ไม่ใช่เป็นหน่วยปกติ หน่วยบูรณาการกับหน่วยปกติมันต่างกันอย่างไร หน่วยการเรียนรู้โดยทั่วไป เป็นหน่วยปกติ คือ สอนแล้วก็สอบจบแล้ว แต่ถ้าเป็นหน่วยบูรณาการหน่วย บูรณาการ หน่วยบูรณาการพวกนี้ ก็คือทั้งผู้เรียนก็ได้ลงมือปฏิบัติด้วยเวลาเด็กเอาความรู้ไปใช้นี่เขาได้การใช้ความรู้ในระดับท้องได้ใช้ความรู้ความคิดทักษะประสบการณ์มันไม่แยกจากกันนั่นแสดงว่าครูก็จะต้องมีการ Design กิจกรรมอย่างเช่น การให้เรียนเป็นแบบ Project based Trouble Based อย่างนี้ พวกนี้ มันจะเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม ได้คิดขั้นสูง ได้ลงมือทำ สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองนะคะ การเรียนไม่ใช่อยู่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยมอย่างเดียวแล้วก็ถ้ามันบูรณาการก็จะต้องมีการ PLC กับเพื่อนครูด้วยนะ เราจะได้ลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหาภาระงาน อย่างเช่น สมมติถ้าเราไปสอนภาษาไทยอย่างนี้ เราก็ต้องมองหาดูว่าเราจะดีลกับครูคนไหนได้บ้างเนี่สมมุติไปดีลกับครูวิทยาศาสตร์อย่างนี้ ดีลกับครูภาษาอังกฤษอย่างนี้ ชิ้นงานสร้างขึ้นมาชิ้นงานเดียว แต่เวลาคิดคะแนนอย่างนี้ ก็แยกเป็นรายวิชาไป เด็กทำชิ้นเดียว แต่ออกคะแนนไป 2 ทาง จะได้ช่วยลดภาระงานของเด็กด้วย นี่แหละก็คือในลักษณะเป็นการบูรณาการ การบูรณาการมันก็จะมีอยู่หลายแบบด้วยกันนะคะ เช่น แบบเรียงลำดับแบบมีส่วนร่วมแบบใยแมงมุมเดี๋ยวครูจะอธิบายในแต่ละแบบ อันนี้เป็นการแยกประเภทของ Fogarty นะคะ วันนี้เป็นนักวิชาการเขาแยกออกมาซึ่งหลัก ๆ นะ อันนี้เป็นกลุ่มเดียวกัน อันนี้เดี๋ยวครูอธิบายอีกทีหนึ่ง การบูรณาการแบบเรียงลำดับมันเป็นอย่างไร คือเป็นการบูรณาการ 2 เนื้อหาสาระ เอามาสอนให้มันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน สมมติครูอู๋จะสอนวิชาภาษาอังกฤษ กับสอนวิชาหลักสูตรท้องถิ่นอย่างนี้ Korat Geopark ช่วงนี้หนูก็สอน Geopark ไปด้วยหรือจะหาคนมาช่วยสอน Geopark ด้วยในขณะเดียวกันก็สอนภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวะพาไปด้วยแต่ซ้อนในส่วนของคำศัพท์ อย่างเช่น การแต่งประโยคเกี่ยวกับ Geopark อะไรอย่างนี้นะคะ คือ บูรณาการ 2 วิชา สอนแยกเนื้อหาสาระอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน อันที่ 2 แล้วก็ไปดูสมมุติตอนนี้เราสอนภาษาไทยได้สอนภาษาอังกฤษนี่ แล้วก็ไปดู เอ๊ะ มันเข้าข่ายกับรายวิชาไหน สมมติเราดูแล้วเราจะให้มันเกี่ยวกับ Geopark ให้ได้ ในช่วงพักมันก็อาจจะมีเนื้อหาสาระบางส่วนที่สอดคล้องกับภาษาอังกฤษที่ครูสอนก็ได้มีเนื้อหาที่คาบเกี่ยวกัน เพราะฉะนั้น ครูอู๋จะเอาในส่วนตรงนี้แหละที่มันคาบเกี่ยวกันเอามาสอนเป็นแบบแชร์หรือแบบมีส่วนร่วมนะคะ สอนควบคู่กันไปได้เลยนะคะ ประเภทต่อมา ใยแมงมุม ครูอู๋คิดธีม คิดอะไรไว้ก่อน มันจะเกี่ยวกับวิชาอะไรได้บ้าง ปรากฏว่าพอหลังจากที่เช็แล้ว โอเค มันเกี่ยวข้องกับวิชาคณิตศาสตร์ได้ด้วย มีการคำนวณพื้นที่อะไรต่าง ๆ นี่ มีการเช็กสสารของพื้นดินเขตพื้นที่อะไรก็แล้วแต่ แล้วก็มีการสร้างผลงานขึ้นมา ก็ได้วิชาศิลปะอย่างนี้ ก็จะได้ภาพวาดเกี่ยวกับ Geopark ไดโนเสาร์เกี่ยวกับพื้นที่อันนี้เขาเรียกว่าเป็นการบูรณาการแบบใยแมงมุม คือ บูรณาการได้หลาย ๆ วิชา ภายใต้เรื่องหรือธีมนะคะ เป็นตัวเดินเรื่อง อีกอันหนึ่ง เป็นแบบร้อยด้ายนะ ก็คือเอาทักษะอะไรก็ได้เอามาเป็นแกน เอามาผูกกับรายวิชาต่าง ๆ นะคะ แล้วก็สอนไปด้วยกัน ให้มันเชื่อมโยงกันนะคะ ช่วงแรกอาจจะเป็นการสอนวิทยาศาสตร์แล้วก็โยงไปที่พื้นที่ Korat Geopark ไม่ค่อยนิยมไปเที่ยวภาษาญี่ปุ่นก็ได้อย่างเงี้ยภาษาอังกฤษก็ได้ โดยที่ทั้ง 3 ตัวนี่ จะถูกร้อยด้วย สมมติใช้ทักษะความคิดสร้างสรรค์ เอามาใส่ในทุกกิจกรรมทุกเนื้อหาเลยร้อยให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นแกนหลัก นะคะ และอันสุดท้าย แบบบูรณาการ ก็คือเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เป็นแบบสหวิทยาการผสมผสานทั้งเนื้อหาสาระทักษะความคิดรวบยอดให้มันไปด้วยกันหมดเลย เอามาแทรกในแต่ละส่วนนะคะ แทรกในแต่ละส่วนอันนี้เขาเรียกว่าการสอนแบบบูรณาการ หรือ Integrated นะคะ เพราะฉะนั้น การออกแบบหน่วยการเรียนนี่ จริง ๆ เป็นเรื่องที่สนุกมาก ๆ นะคะ ออกแบบทำอย่างไร ออกแบบก็จะต้องทำให้มันเป็น Story นะคะ เหมือนกับเป็นหนังสั้นนี่ ซึ่งเราก็ต้องมีการเขียน Plot ก่อนใช่ไหมคะ มันก็เลยเข้ามาสู่ Workshop ที่ 2 ซึ่งเราจะได้ฝึกทำกันเป็นกลุ่ม เดี๋ยวครูอู๋จะส่งที่เป็นใบกิจกรรมใบงานต่าง ๆ คำชี้แจงต่าง ๆ ให้ด้วยพวกเราทำกันเป็นกลุ่มแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คนเลือกคำอธิบายรายวิชาที่เราสนใจนี่ มา 1 รายวิชา แล้วก็มาลองออกแบบหน่วยการเรียนรู้ แล้วก็ลองจัดทำโครงสร้างรายวิชา นะคะ เดี๋ยวครูจะส่งใบกิจกรรมให้ หลังจากนั้นเราก็ศึกษาตัวชี้วัดในทุกตัวที่ปรากฏในคำอธิบายรายวิชา แล้วก็ถอดออกมาเป็น Concept นะคะ แล้วก็หลอมจัดกลุ่มนะคะ เหมือนที่ครูอู๋เชิญชวนให้พวกเราดูก่อนหน้านี้นะ ว่ามีวิธีการหลอมตัวชี้วัดอย่างไร สุดท้ายก็มาสร้างเป็น Concept หรือ Idea แล้วก็มาเขียนเป็นสาระสำคัญแล้วตั้งชื่อหน่วย ตอนสุดท้าย ถามว่าทำไมตั้งชื่อไว้ตอนสุดท้าย ตอนนั้น คือ เราเห็นแล้วไงคะ ว่าสาระสำคัญมันเป็นไปในทิศทางไหนนะคะ เราก็จะพอคาดเดาได้ว่า เออ สาระสำคัญแบบนี้ มันจะนำไปสู่การออกแบบกิจกรรมอะไรได้อย่างนี้นะคะ ซึ่งใบกิจกรรมที่ 2 ครูอู๋จะมีใบความรู้ให้นะคะ มีคำชี้แจงมีใบงานให้นะคะ มีอยู่ 2 ฉบับเราทำร่วมกันเป็นกลุ่มนะ อันนี้เป็นตัวอย่าง สร้าง 1 หน่วยการเรียนรู้นะ 1 หน่วยการเรียนรู้ สร้างหน่วยการเรียนรู้ สมมติว่าตอนนี้ยังไม่ปรากฏชื่อ ชื่อควรจะมาเขียนตอนสุดท้าย ตัวชี้วัดที่ครูอู๋ดึงมาจากคำอธิบายรายวิชา สมมติว่ามีอยู่มีอยู่ 10 ตัวนะ อันนี้เป็นหน่วยแรก หลังจากที่ไปดูคำอธิบายรายละเอียดแล้วในแต่ละรหัสนะคะ ตัวชี้วัดนี่ ปรากฏว่าอ๋อสรุปได้แล้วเรียบร้อย เอามาตั้งเป็นเป้าหมายการเรียนรู้นะคะ แล้วหลังจากนั้น ครูอู๋กำลังจะพาทำหน่วยการเรียนรู้เป็นแบบ Backward Design นะคะ แล้วก็มาคิดชิ้นงานชิ้นงานแบบไหนที่ที่มันจะตอบตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องได้ นะคะ เป็นหลักฐานนะคะ ว่าเด็กได้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดแล้วนะคะ ครูอู๋ก็ว่าโอเคให้เด็กสร้างผลงานถ่ายภาพนะคะ แล้วก็ผลงานถ่ายภาพเป็นอย่างไรปุ๊บ ควรใช้เกณฑ์การให้คะแนนหรือ Rubrics นะคะ อันนี้เป็นหลักฐานผลการเรียนรู้และก็แนวการวัดการประเมิน และแนวการจัดกิจกรรมล่ะ ก็จัดเป็นแบบโครงงานโดยให้เด็กไปถ่ายภาพแล้วก็ให้มานำเสนอ หน่วยการเรียนรู้นี้มีอยู่ทั้งหมด 10 ชั่วโมง นะคะ ก็ต้องไป Design ว่าทำอย่างไรเด็กจะมีส่วนร่วม ให้เด็กนี่ เป็น Child Center ค่ะ อย่างนั้นเราก็เขียนออกมาเข้าค่ายไม่ต้องเขียนเยอะค่ะ ว่าเราจะมีแนวการจัดกิจกรรมแบบไหน อันนี้ก็คือตัวอย่าง 1 หน่วย ซึ่งในรายวิชาหนึ่ง ก็อาจจะมีอยู่ 2 หน่วย 3 หน่วยก็แล้วแต่เรานะอันนี้เป็นหน้าตาของโครงสร้างรายวิชาเอาตัวชี้วัดน่ะเขียนมาก่อนตัวชี้วัดก็ไปลองมาเป็นสาระสำคัญนะคะ แล้วก็ลองมาพอหลังจากนั้นครบแล้ว เราลองมาไล่ดูว่าในแต่ละหน่วยเราจะใช้เวลาเท่าไร กำหนดน้ำหนักคะแนนเท่าไร รวมคะแนนแล้วต้องได้ 100 ส่วนเวลา รวมคะแนนแล้วก็ตาม ให้มันสอดคล้องกับหน่วยกิตนะ อันนี้แนะนำไปแล้วนะ การเขียนสาระสำคัญนะคะ ทีนี้เทคนิคการเขียนสาระสำคัญ ทบทวนอีกรอบหนึ่งนะคะ อันนี้สังเกตว่ามันจะเป็นหลักการเป็นนิยามนะ ให้สังเกตเอา Keyword ในเนื้อหาหลักนะคะ มาเป็นการตั้งต้น สังเกตว่ามักจะขึ้นต้นด้วย การ หรือ ความ นะคะ แล้วก็การศึกษาเรื่องนะคะ เนื้อหาที่จะสอนนั่นแหละ แล้วก็สุดท้ายคุณค่าที่เด็กจะได้ วิธีการเขียนก็สำคัญ แล้วก็มาตั้งชื่อหน่วย อันสุดท้ายเลย วิธีการตั้งชื่อหน่วยเหมือนกับเราตั้งชื่อหนังน่ะค่ะ ชื่อมันต้องตื่นตาตื่นใจมันต้องสะท้อน Concept ของหนัง เห็นพอเดาได้ว่าหนังมันจะเป็น Theme แนวไหนนะคะ ชื่อมันก็ต้องเป็นชื่อที่... เห็นไหมคะ เราพอจะคาดเดาเดี๋ยวเอามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความลึกลับ ความเป็นตัวตนต่าง ๆ นี่ หรือหนังเรื่อง the city of gold ชื่อเรื่องกับภาพประกอบอย่างไร มันเป็นสื่อได้ว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของการตามล่าหาสมบัติอย่างนี้ เป็นเรื่องการผจญภัย เห็นไหมคะ คนดูสามารถที่จะเดาได้เลยว่าเป็นหนังที่ชอบแนวนี้หรือเปล่า อย่างนี้ เรื่องนี้ค่ะ นเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี มันน่าจะเป็นเรื่องของการทำสงครามอย่างนี้ วัยรุ่นพันล้าน วัยรุ่นพันล้าน ว่าเอ๊ะ มันน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่สร้างเนื้อสร้างตัว จนกระทั่งได้เป็นวัยรุ่นพันล้านอย่างนี้ Top Secret เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น ก็เป็นหน้าที่เราแล้วแหละว่าจะต้องสร้าง Story ทำอย่างไรให้หน่วยการเรียนรู้ของเรามีชีวิตชีวาให้ได้นะคะ หนังเขายังสร้างให้มีชีวิตชีวาได้ทำไมครูผู้สอนจะสร้างการเรียนการสอนให้มีชีวิตชีวา (เจ้าหน้าที่หญิง) ค่ะ ตอนนี้เนื้อหาก็เสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ค่ะ วันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ล่ามภาษามือ แล้วก็เจ้าหน้าที่ถอดคำบรรยายแทนเสียงด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]