﻿1
00:03:05,679 --> 00:03:09,679
นักศึกษา

2
00:03:10,500 --> 00:03:13,054
เดี๋ยวครูจะทดสอบระบบอีกรอบหนึ่งนะคะ

3
00:03:13,054 --> 00:03:17,054
เมื่อกี้ตัวอักษร

4
00:03:21,734 --> 00:03:24,704
เมื่อกี้ตัวอักษรนะคะ ตัววิ่งมีปัญหานิดหนึ่ง มันค้าง

5
00:03:24,704 --> 00:03:28,704
แต่ตอนนี้ได้แล้วนะคะ

6
00:03:38,814 --> 00:03:42,814
ทบทวนอีกรอบหนึางเพราะเมื่อกี้นี้นะคะ ข้อความมันหายไป

7
00:03:43,827 --> 00:03:45,663
เพื่อนอาจจะยังไม่เข้าใจ เดี๋ยวไปไม่พร้อมกัน ไม่เข้าใจพร้อมกัน

8
00:03:45,663 --> 00:03:49,663
ขอทบทวนอีกรอบนะคะ

9
00:04:06,547 --> 00:04:09,169
หลักการที่นำมาใช้ทั้งการฟังและการอ่าน

10
00:04:09,169 --> 00:04:12,133
ปกติแล้วจะมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน

11
00:04:12,133 --> 00:04:14,970
อันที่ 1 ก็คือหลักการ

12
00:04:14,970 --> 00:04:17,690
5W กับเอก 1H

13
00:04:17,690 --> 00:04:19,021
5w ที่ว่านี้ ก็คือ

14
00:04:19,021 --> 00:04:20,298

15
00:04:20,298 --> 00:04:21,657
What

16
00:04:21,657 --> 00:04:24,907
แว่น

17
00:04:24,907 --> 00:04:28,907
Where Why และ How

18
00:04:32,638 --> 00:04:36,638
หลักการอันที่ 2 ก็คือการสังเกตตำแหน่งของข้อความ

19
00:04:39,129 --> 00:04:40,551
วัดตำแหน่งของข้อความ ที่เป็นใจความสำคัญ มักจะอยู่ใน 2 ที่ด้วยกัน

20
00:04:40,551 --> 00:04:42,936
นั่นก็คือ

21
00:04:42,936 --> 00:04:45,363
ต้นประโยคหรือต้นข้อความ

22
00:04:45,363 --> 00:04:47,743
กับอีกตำแหน่งหนึ่ง ก็คือ

23
00:04:47,743 --> 00:04:51,743
ท้ายของข้อความ

24
00:04:54,341 --> 00:04:55,346
แต่ในเรื่องของการสังเกตตำแหน่งมักจะนำไปใช้เรื่องของการอ่าน

25
00:04:55,346 --> 00:04:56,617
มากกว่า

26
00:04:56,617 --> 00:05:00,617
ใช้กับการฟัง

27
00:05:01,834 --> 00:05:05,834
ดังนั้น กิจกรรมต่อจากนี้ครูจะให้เรา

28
00:05:08,388 --> 00:05:09,367
ลองจับใจความ แต่เป็นการจับใจความ จากงานเขียนที่เราเรียกว่า

29
00:05:09,367 --> 00:05:10,966
"งาน

30
00:05:10,966 --> 00:05:14,966
ร้อยกรอง"

31
00:05:21,751 --> 00:05:24,697
จากบทประพันธ์นี้ค่ะ

32
00:05:24,697 --> 00:05:26,022
ชื่อเรื่องว่า

33
00:05:26,022 --> 00:05:30,022
ความรัก

34
00:05:43,153 --> 00:05:47,153
ความรักมิใช่เรื่องน่ารังเกียจ

35
00:05:49,873 --> 00:05:51,667
หากรู้เจียดหัวใจให้เหมาะสม มิให้รักชักพา

36
00:05:51,667 --> 00:05:54,307
เผลออารมณ์

37
00:05:54,307 --> 00:05:56,112
จนเกินข่มความใคร่

38
00:05:56,112 --> 00:05:59,688
ก่อนวัยงาม

39
00:05:59,688 --> 00:06:03,607
ความรักมิใช่เหตุเทเวชทุกข์

40
00:06:03,607 --> 00:06:06,797
ถ้ามิชั่วชิงสุกเสียก่อนห่าม

41
00:06:06,797 --> 00:06:08,151
ถ้ารู้จักพิทักษ์ไฟ

42
00:06:08,151 --> 00:06:10,924
มิให้ราม

43
00:06:10,924 --> 00:06:12,609
รักจะพาฝ่าข้าม

44
00:06:12,609 --> 00:06:16,194
ขวากหนามร้าย

45
00:06:16,194 --> 00:06:20,194
ความรักไม่ใช่จบที่เตียงนอน

46
00:06:20,242 --> 00:06:23,218
แต่จะเอื้ออาทรซ่อนความหมาย

47
00:06:23,218 --> 00:06:27,218
เพียงบุปผาค่าคุณ

48
00:06:28,731 --> 00:06:32,543
กรุ่นกำจาย ด่วนทำลายก่อนเวลา

49
00:06:32,543 --> 00:06:36,459
ความรักมิใช่ของทดลองเลือก

50
00:06:36,459 --> 00:06:40,459
เบื่อก็ถอดเช่นเกือกแล้วซอกหา

51
00:06:40,677 --> 00:06:43,740
ความสำส่อนใช่ทักษะของชีวา

52
00:06:43,740 --> 00:06:45,154
ราคะ ใช่ราคะ

53
00:06:45,154 --> 00:06:48,658
ของชีวิต

54
00:06:48,658 --> 00:06:51,849
หนุ่มเอยสาวเอยเพิ่งเคยรัก

55
00:06:51,849 --> 00:06:55,849
จึงค่อยฟูมค่อยฟักให้ศักดิ์สิทธิ์

56
00:06:56,338 --> 00:06:58,490
อย่าให้สติปัญญาเธอมืดมิด

57
00:06:58,490 --> 00:06:59,953
เชื่อว่ารักจากวิจิตร

58
00:06:59,953 --> 00:07:03,953
ทุกดวงใจ

59
00:07:04,452 --> 00:07:08,452
ผู้แต่งก็คืออาจารย์ศิวกานท์ ปทุมสูติ

60
00:07:09,198 --> 00:07:13,198
ทีนี้ เวลาเราดูงานประพันธ์แบบนี้ค่ะ

61
00:07:14,192 --> 00:07:16,229
ถ้าเราใช้หลักการ 5W  กับอีก 1H เอามาจับได้ไหม

62
00:07:16,229 --> 00:07:19,935
สรุปใจความสำคัญ

63
00:07:19,935 --> 00:07:23,935
ถ้าจะนำหลักการนี้มาใช้ เราจะต้อง

64
00:07:23,992 --> 00:07:27,992
ใช้คำถามในลักษณะใด ดูตัวอย่างนะคะ

65
00:07:30,860 --> 00:07:31,848
ใครจักบทประพันธ์ นี่

66
00:07:31,848 --> 00:07:33,593
ใคร

67
00:07:33,593 --> 00:07:34,546
ใครที่ว่านี้คือ

68
00:07:34,546 --> 00:07:35,753
ผู้แต่ง

69
00:07:35,753 --> 00:07:38,697
ผู้เขียน

70
00:07:38,697 --> 00:07:40,693
กล่าวอะไร

71
00:07:40,693 --> 00:07:43,514
เนื้อหาพูดถึงอะไร

72
00:07:43,514 --> 00:07:45,438
พูดถึงความรัก

73
00:07:45,438 --> 00:07:49,438
ความรักแบบไหน

74
00:07:51,804 --> 00:07:55,804
เราจับใจความ แต่เราจะยังไม่ตีความ

75
00:07:58,390 --> 00:08:02,390
โอเคนะ เราจะยังไม่ตีความ และเราจะยังไม่ไปวิเคราะห์ผู้เขียน

76
00:08:04,415 --> 00:08:08,132
แต่เราจะจับใจความจากอะไรคะ เนื้อความที่ปรากฏอยู่เท่านั้นก่อน

77
00:08:08,132 --> 00:08:10,388
กล่าวแก่ใคร เขาบอกใครคะ

78
00:08:10,388 --> 00:08:12,916
ในบทประพันธ์นี้ต้องการบอกใคร

79
00:08:12,916 --> 00:08:16,916
ใครเอ่ย

80
00:08:18,307 --> 00:08:21,039
หนุ่มเอย สาวเอย เพิ่งเคยรัก

81
00:08:21,039 --> 00:08:24,649
เวอร์ชันคำว่า "หนุ่ม" คำว่า "สาว" คืออะไร ลูก

82
00:08:24,649 --> 00:08:27,398
เขียนต้องการจะบอกใครคะ

83
00:08:27,398 --> 00:08:29,061
บอกผู้อ่านที่อยู่ในวัย

84
00:08:29,061 --> 00:08:31,489
หนุ่มสาว

85
00:08:31,489 --> 00:08:34,505
บอกอะไร

86
00:08:34,505 --> 00:08:38,505
บอกด้วยวิธีใด ข้อ 4 ค่ะ

87
00:08:39,293 --> 00:08:43,293
กล่าวโดยวิธีใด รูปแบบคำประพันธ์ที่ใช้ค่ะ

88
00:08:44,897 --> 00:08:46,918
เขาบอกผ่านอะไรคะ ผ่านกลวิธีการเขียนในรูปแบบของ

89
00:08:46,918 --> 00:08:48,918
ร้อยกรองประเภท

90
00:08:48,918 --> 00:08:52,918
กลอนสุภาพ

91
00:08:56,810 --> 00:08:59,812
ทำไมผู้แต่งจึงต้องเขียนบทประพันธ์นี้

92
00:08:59,812 --> 00:09:02,892
เจตนาแล้วค่ะ คราวนี้

93
00:09:02,892 --> 00:09:04,883
มาถึงขั้นที่เราต้องสรุปเจตนาเขาแล้ว

94
00:09:04,883 --> 00:09:08,883
เขาต้องการจะบอกอะไร

95
00:09:10,079 --> 00:09:14,079
เขามีความรู้สึกอย่างไร คนเขียนนี่ เขาเป็นห่วงวัยรุ่นไหม หรืออ

96
00:09:14,355 --> 00:09:17,311
ย่างไร เขาเป็นห่วงวัยรุ่นไหมคะ ห่วงคนหนุ่มสาวไหม

97
00:09:17,311 --> 00:09:21,272
กลัวว่าจะทุ่มเทให้กับความรัก

98
00:09:21,272 --> 00:09:22,993
บอกให้คนที่กำลังมีความรัก

99
00:09:22,993 --> 00:09:26,993
อย่าเพิ่งไป

100
00:09:28,585 --> 00:09:32,585
ทุ่มเทให้กับความรักโดยการใช้อะไรคะ ร่างกาย

101
00:09:42,036 --> 00:09:46,036
พูดง่าย ๆ ไม่อยากให้มีความสัมพันธ์ทางกายนะคะ เพราะเห็นว่ามันจะทำให้เกิดอาจจะทำให้อะไรเกิดขึ้น เกิดปัญหาได้ เขาบอกว่าความรักไม่ใช่จบที่เตียงนอน

102
00:09:46,451 --> 00:09:48,944
นั่นหมายความว่าความพร้อมที่จะมีความรัก

103
00:09:48,944 --> 00:09:52,944
ของแต่ละคน

104
00:10:01,441 --> 00:10:05,441
ไม่พร้อมกัน

105
00:10:07,526 --> 00:10:11,526
เวลาที่พร้อมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน

106
00:10:13,437 --> 00:10:16,737
แต่ผู้ที่อ่านบทประพันธ์นี้ จะตอบตัวเองได้ใช่ไหมคะ ว่าเมื่อไหร่ที่เราพร้อม

107
00:10:16,737 --> 00:10:20,418
แต่ในทัศนคติของผู้เขียน

108
00:10:20,418 --> 00:10:22,498
ผู้เขียนต้องการจะบอกว่าเมื่อไหร่ล่ะที่เราพร้อม

109
00:10:22,498 --> 00:10:26,187
วัยวุฒิ

110
00:10:26,187 --> 00:10:29,189
คุณวุฒิชัยไหมคะ นี่คือทัศนะของผู้เขียน

111
00:10:29,189 --> 00:10:33,189
เรายังไม่ได้พูดถึงว่ามันจริงหรือไม่จริง

112
00:10:35,146 --> 00:10:39,146
เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม หรือเป็นความคิดแต่เพียงฝ่ายเดียวของผู้เขียน

113
00:10:42,915 --> 00:10:44,823
แต่นี่เรากำลังอ่าน แล้วกำลังทำความเข้าใจกับอะไรคะ เนื้อความของงานเขียนชิ้นนี้

114
00:10:44,823 --> 00:10:48,823
ว่าผู้เขียนเขา

115
00:10:50,153 --> 00:10:53,209
มีเจตนาหรือมีวัตถุประสงค์จะสื่อสารอะไร

116
00:10:53,209 --> 00:10:55,249
ฉะนั้น การตั้งคำถาม

117
00:10:55,249 --> 00:10:59,249
ในข้อ 5

118
00:11:04,467 --> 00:11:08,329
ทำไมผู้แต่งจึงเขียนบทประพันธ์นี้ ซึ่งเป็นลักษณะของการถอดใช่ไหมคะ เป็นการถอดความหมายของข้อความออกมา

119
00:11:08,329 --> 00:11:11,338
เพื่อทำความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริง

120
00:11:11,338 --> 00:11:15,338
นะคะ ข้อ 6 ค่ะ

121
00:11:19,023 --> 00:11:21,445
ผลเป็นอย่างไร คำว่า "ผลเป็นอย่างไร" คือ เมื่อเราอ่านแล้วค่ะ ผู้อ่านอย่างเรา

122
00:11:21,445 --> 00:11:24,200
เราคิดเห็นอย่างไร

123
00:11:24,200 --> 00:11:28,108
เราเห็นด้วยไหมนะคะ

124
00:11:28,108 --> 00:11:32,108
เราคิดว่าอ่านแล้วเราได้อะไร

125
00:11:38,138 --> 00:11:42,138
เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนะคะ ข้อสรุปที่เราได้จากการอ่านอันนี้ ควรค่าแก่การนำไป

126
00:11:43,359 --> 00:11:47,359
ใช้หรือไม่นะคะ นี่คือลักษณะของ

127
00:11:51,673 --> 00:11:55,673
นำหลัก 5 w กับ 1 H เอามาใช้กับงานเขียนประเภทร้อยกรอง

128
00:11:55,843 --> 00:11:59,625
นั่นเอง ต่อไป

129
00:11:59,625 --> 00:12:01,474
คราวนี้ค่ะ

130
00:12:01,474 --> 00:12:05,474
เรื่องที่ 2

131
00:12:09,321 --> 00:12:11,319
ชื่อเรื่องว่ากล้วยหาย เป็นลักษณะของการนำเอาคำว่า "กล้วย" มาลงท้าย

132
00:12:11,319 --> 00:12:15,319
ทุก

133
00:12:18,237 --> 00:12:22,179
บรรทัด ชื่อเรื่องว่ากล้วยหาย เนื้อความมีว่าอย่างไร

134
00:12:22,179 --> 00:12:24,868
บ้านฉันอยู่ซอย

135
00:12:24,868 --> 00:12:27,059
ชื่อซอยต้นกล้วย

136
00:12:27,059 --> 00:12:29,479
ข้างบ้านมีลิง

137
00:12:29,479 --> 00:12:31,532
ลิงชอบกินกล้วย

138
00:12:31,532 --> 00:12:33,514
ลิงอยู่ในสวน

139
00:12:33,514 --> 00:12:37,514
สวนไม่มีกล้วย

140
00:12:38,888 --> 00:12:41,439
ก่อนนอนทุกวัน ฉันชอบกินกล้วย

141
00:12:41,439 --> 00:12:43,382
ฉันมีเงินใช้

142
00:12:43,382 --> 00:12:45,814
ฉันใช้ซื้อกล้วย

143
00:12:45,814 --> 00:12:47,606
ซื้อมาหวีใหญ่

144
00:12:47,606 --> 00:12:50,227
แขวนไว้กินกล้วย

145
00:12:50,227 --> 00:12:52,551
เช้าออกทำงาน

146
00:12:52,551 --> 00:12:56,067
ทำงานแลกกล้วย

147
00:12:56,067 --> 00:12:58,244
ตาลายท้องหิว ฉันหิวหากล้วย

148
00:12:58,244 --> 00:13:00,345
ค้นหาเห็นลิง

149
00:13:00,345 --> 00:13:03,632
ลิงถือหวีกล้วย

150
00:13:03,632 --> 00:13:05,687
ฉันโมโหลิง

151
00:13:05,687 --> 00:13:07,677
เตะลิงแย่งกล้วย

152
00:13:07,677 --> 00:13:09,659
โมโหเสียแย่

153
00:13:09,659 --> 00:13:11,818
มีแต่เปลือกกล้วย

154
00:13:11,818 --> 00:13:15,818
ฉันรู้ความจริง

155
00:13:16,334 --> 00:13:18,101
ลิงเปล่ากินกล้วย เพื่อนบ้านหลายคน

156
00:13:18,101 --> 00:13:22,101
เห็นคนลักกล้วย

157
00:13:22,512 --> 00:13:26,369
เป็นคนขุดดิน ไม่ชอบกินกล้วย

158
00:13:26,369 --> 00:13:28,365
ลูกเล็กของเขา กินข้าวบดกล้วย

159
00:13:28,365 --> 00:13:29,825
เขาเป็นคนจน

160
00:13:29,825 --> 00:13:32,135
จนไม่มีกล้วย

161
00:13:32,135 --> 00:13:33,868
ลูกเล็กหิวนัก

162
00:13:33,868 --> 00:13:37,868
เขาจึงลักกล้วย

163
00:13:39,377 --> 00:13:43,103
คำถามแรก ก่อนที่เราจะไปจับใจความ

164
00:13:43,103 --> 00:13:45,885
ตัวละครในบทประพันธ์นี้ มีอยู่กี่ตัวด้วยกันคะ

165
00:13:45,885 --> 00:13:48,275
1

166
00:13:48,275 --> 00:13:49,538
. ตัวฉัน

167
00:13:49,538 --> 00:13:52,970
2

168
00:13:52,970 --> 00:13:56,970
. ลิงคู่กรณีนะ 3

169
00:13:57,769 --> 00:14:00,902
. คนขุดดิน

170
00:14:00,902 --> 00:14:03,257
4. ลูกของคนขุดดิน

171
00:14:03,257 --> 00:14:05,316
5. มีอะไรอีกไหมคะ

172
00:14:05,316 --> 00:14:09,316
เพื่อนบ้าน

173
00:14:12,301 --> 00:14:15,887
5. องค์ประกอบนี้ คราวนี้เรามาทำความเข้าใจว่าใน 5 ตัวละครนี้นี่

174
00:14:15,887 --> 00:14:18,375
มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร

175
00:14:18,375 --> 00:14:21,330
คนแรก

176
00:14:21,330 --> 00:14:25,330
ฉันนี่นะคะ ตัวฉันนี่

177
00:14:25,981 --> 00:14:29,981
ปกติแล้ว

178
00:14:30,487 --> 00:14:34,422
ทำงานนะคะ อยู่บ้านนะ นะคะ แล้วก็ออกไปทำงาน

179
00:14:34,422 --> 00:14:38,422
ก็ดูจากข้อความนะคะ ดูจากข้อความ

180
00:14:39,557 --> 00:14:43,557
ดูฉันก่อนนะ ตัวฉันนี่ บ้านก็อยู่ในซอย

181
00:14:44,331 --> 00:14:48,331
ซอยก็ยังชื่อซอยต้นกล้วยใช่ไหมคะ ข้างบ้านมีลิง

182
00:14:48,833 --> 00:14:52,833
ลิงชอบกินกล้วย ลิงอยู่ในสวน แต่แปลกค่ะ

183
00:14:52,983 --> 00:14:56,983
ที่สวนนั้นเป็นอย่างไรคะ ไม่มีกล้วย

184
00:14:57,777 --> 00:15:01,061
ตัวฉันนี่นะคะ ชอบกินกล้วย

185
00:15:01,061 --> 00:15:03,316
ฉันมีเงินใช้ ฉันใช้ซื้อกล้วย

186
00:15:03,316 --> 00:15:07,316
นี่เป็นความชอบส่วนบุคคลไหมนี่

187
00:15:09,787 --> 00:15:12,851
เป็นความชอบส่วนบุคคลไหม อาจจะเป็นความชอบส่วนบุคคลนะว่าชอบกินกล้วย

188
00:15:12,851 --> 00:15:16,851
ซื้อมาหวีใหญ่ แขวนไว้กินกล้วย

189
00:15:19,335 --> 00:15:21,280
ดูธรรมดา คือดูเหมือนอธิบายความชอบของตัวเอง แต่พอมาเจอคำนี้ค่ะ

190
00:15:21,280 --> 00:15:23,156
เช้าออกทำงาน

191
00:15:23,156 --> 00:15:26,596
ทำงานแลกกล้วย

192
00:15:26,596 --> 00:15:28,417
ทำงานแล้วได้เงิน

193
00:15:28,417 --> 00:15:32,417
ทำไมต้องบอกว่าแลกกล้วย

194
00:15:33,208 --> 00:15:37,208
ถ้าทำงานได้เงินเยอะ

195
00:15:37,969 --> 00:15:41,969
จะเอาเงินมาแลกกับกล้วย ซื้อกล้วยมากินแต่เพียงอย่างเดียวไหมคะ

196
00:15:42,268 --> 00:15:46,268
มันน่าจะไปแลกอย่างอื่นได้นะ

197
00:15:48,624 --> 00:15:52,624
เช้าออกทำงาน ทำงานแลกกล้วย ตาลายท้องหิว ฉันหิวหากล้วย

198
00:15:53,100 --> 00:15:57,100
นักศึกษาคะ ข้อความเหล่านี้มันมีนัยยะ ที่บ่งบอกถึง

199
00:15:59,759 --> 00:16:01,200
ตัวฉันจริง ๆ แล้ว ตัวฉันอาจจะไม่ได้ชอบกินกล้วยอย่างที่เขียนเอาไว้นะ

200
00:16:01,200 --> 00:16:04,141
แตว่า

201
00:16:04,141 --> 00:16:08,141
เพราะสถานการณ์มันบังคับ

202
00:16:09,811 --> 00:16:11,765
การทำงานได้เงินได้ค่าแรงมาเพียงแค่

203
00:16:11,765 --> 00:16:15,620
ซื้อกล้วยได้เท่านั้น

204
00:16:15,620 --> 00:16:17,802
ได้ค่าตอบแทนแค่พอซื้อกล้วย

205
00:16:17,802 --> 00:16:21,062
ซื้ออย่างอื่นไม่ได้

206
00:16:21,062 --> 00:16:25,062
ก็เลยต้องจำใจชอบ

207
00:16:27,113 --> 00:16:30,695
เพราะอะไร ค้นหาเห็นลิงใช่ไหมคะ ลิงถือหวีกล้วย

208
00:16:30,695 --> 00:16:33,126
เอาจริง ๆ ถ้ามีเงินซื้อน่ะปกติ

209
00:16:33,126 --> 00:16:34,980
มันไม่ใช่อาหารของคนโดยเฉพาะ

210
00:16:34,980 --> 00:16:36,877
แต่มันเป็นอาหารของใครลูก

211
00:16:36,877 --> 00:16:39,538
เป็นอาหารของลิง

212
00:16:39,538 --> 00:16:43,338
เพราะฉะนั้น มันเป็นอาหารของลิง

213
00:16:43,338 --> 00:16:47,338
ถ้าคนสามารถที่จะแย่งกล้วยออกมาจากมือลิง

214
00:17:00,916 --> 00:17:04,199
ถ้ากล้วยนะคะ มันอยู่ในมือลิงแล้วนี่ แล้วคนนี่  มันก็ไปแย่งของมันอีกนี่ นั่นแสดงว่าต้องถึงขีดสุดแล้วใช่ไหมคะ

215
00:17:04,199 --> 00:17:05,766
โมโห จริง ๆ คนไปหากินอย่างอื่นได้ห

216
00:17:05,766 --> 00:17:09,519
รือเปล่า ได้ค่ะ

217
00:17:09,519 --> 00:17:13,519
จริง ๆ คนไปหาทานอย่างอื่นได้ อาหารอย่างอื่นเยอะแยะ

218
00:17:16,379 --> 00:17:17,827
แต่เพราะว่ามันคืออาหารมื้อที่สำคัญของเขา เพราะเขาไม่มีเงินที่จะไปซื้อ

219
00:17:17,827 --> 00:17:21,504
อย่างอื่นแล้วค่ะ

220
00:17:21,504 --> 00:17:24,432
มันถึงทำให้เกิดสถานการณ์นี้ขึ้น นั่นก็คือ

221
00:17:24,432 --> 00:17:28,432
เตะลิงแย่งกล้วย

222
00:17:32,052 --> 00:17:35,372
อดทนอย่างไรกับความหิว ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น

223
00:17:35,372 --> 00:17:39,372
สุดท้ายพอมารู้ความจริง

224
00:17:39,629 --> 00:17:42,660
เปล่าเลย ลิงนี่ ไม่ได้ขโมยกล้วยไ

225
00:17:42,660 --> 00:17:46,660
นึกว่าลิงกินกล้วยทั้งหมด

226
00:17:52,269 --> 00:17:53,438
ออกมาเห็นแต่เปลือกใช่ไหมคะ แล้วก็เห็นคาตาเลยว่าลิงกำลังถือเปลือกด้วยอยู่ แต่ที่แขวนไว้ทั้งหมดน่ะมันหายไปไหน

227
00:17:53,438 --> 00:17:57,438
เห็นถืออยู่

228
00:18:02,647 --> 00:18:05,434
ลูกเดียวผลเดียวในอยู่ที่อะไรคะ อยู่ที่มือลิง ก็เลยอนุมานหรือคาดเดาว่าทั้งหมดทั้งมวลคือลิงเอาไปกินหมด

229
00:18:05,434 --> 00:18:08,563
แต่ความจริง ก็คือ

230
00:18:08,563 --> 00:18:12,563
คนขุดดินมาขโมยเอาไป

231
00:18:15,183 --> 00:18:18,698
แล้วก็เหลือทิ้งไว้ให้ลิง เพียงแค่ผลหรือ 2 ผลเท่านั้น

232
00:18:18,698 --> 00:18:22,345
แล้วทีเด็ดสุดก็คือเพื่อนบ้านค่ะ

233
00:18:22,345 --> 00:18:24,638
เพื่อนบ้านเห็นคนขุดดินมาลักไป

234
00:18:24,638 --> 00:18:28,638
แต่ช่วยไหมคะ

235
00:18:29,545 --> 00:18:31,122
ไม่ช่วย ไม่บอกความจริง ให้ลิงถูกทำร้ายก่อน

236
00:18:31,122 --> 00:18:35,122
ถูกเข้าใจผิดก่อน

237
00:18:36,176 --> 00:18:40,176
กำลังจะบอกอย่างนี้ค่ะ ว่าบทประพันธ์นี้ทั้งหมดเลยนี่

238
00:18:40,665 --> 00:18:44,356
เขาเขียนขึ้นเพื่อสะท้อนสภาพสังคมเมืองค่ะ

239
00:18:44,356 --> 00:18:46,157
สะท้อนสภาพเศรษฐกิจ

240
00:18:46,157 --> 00:18:48,609
ที่ย่ำแย่

241
00:18:48,609 --> 00:18:52,609
ค่าแรงถูก

242
00:18:55,406 --> 00:18:58,851
ทำงานแล้วได้ค่าแรงไม่เพียงพอต่อการประทังชีวิต

243
00:18:58,851 --> 00:19:01,665
กล้วยจึงถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์

244
00:19:01,665 --> 00:19:05,063
ของเรื่องราวทั้งหมดนี้

245
00:19:05,063 --> 00:19:07,175
ปกติแล้ว เราจะบอกว่ากล้วยง่าย ๆ

246
00:19:07,175 --> 00:19:09,484
หาได้ง่าย ๆ

247
00:19:09,484 --> 00:19:12,777
ราคาไม่แพง

248
00:19:12,777 --> 00:19:16,337
ถามว่าถ้ามีเงินเยอะคุณจะซื้อกล้วยมากินไหม

249
00:19:16,337 --> 00:19:20,337
เรากินอย่างอื่นใช่ไหมคะ

250
00:19:21,882 --> 00:19:23,056
เพราะฉะนั้น การเลือกนำเอากล้วยมาใช้เป็นสัญลักษณ์ เพราะว่ามันเป็นอาหาร Basic พื้นฐาน

251
00:19:23,056 --> 00:19:25,458
ที่ราคาถูก

252
00:19:25,458 --> 00:19:29,458
ทำให้เราเห็นภาพเลยว่านี่

253
00:19:30,546 --> 00:19:33,775
แค่ของราคาถูก ๆ ยังต้องเกิดการแก่งแย่งกันเลย

254
00:19:33,775 --> 00:19:37,775
แล้วซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น

255
00:19:40,605 --> 00:19:43,280
ผู้ชายคนนี้ยังมีงานทำนะ มีค่าตอบแทน คือ สามารถเอาไปซื้อกล้วยได้

256
00:19:43,280 --> 00:19:44,573
มีคนจนกว่าผู้ชายคนนี้อีก

257
00:19:44,573 --> 00:19:45,157
คือ

258
00:19:45,157 --> 00:19:46,179
คน

259
00:19:46,179 --> 00:19:48,987

260
00:19:48,987 --> 00:19:52,987
ขุดดิน ซึ่งคนขุดดินนี่แหละ

261
00:19:55,738 --> 00:19:59,738
แสดงให้เห็นว่าค่าแรงหรือค่าตอบแทนในระบบแรงงานมันต่ำมาก

262
00:20:06,337 --> 00:20:10,332
ใช้แรงงานขุดดิน แล้วก็ยังไม่มีเงินที่จะไปซื้อกล้วยให้กับลูกของเขา

263
00:20:10,332 --> 00:20:13,393
สุดท้ายก็ต้องมาขโมย

264
00:20:13,393 --> 00:20:17,393
ปัญหาสังคมไหมคะ

265
00:20:29,833 --> 00:20:30,965
อยู่ในเมืองค่ะ เป็นสังคมเมืองนะคะ เป็นสังคมเมือง เพราะว่าอยู่ในซอยนะ ในซอยแล้วซอยยังมีสวนจัดสวนเป็นไงคะ

266
00:20:30,965 --> 00:20:34,965
มันไม่มีกล้วย

267
00:20:36,331 --> 00:20:38,206
ถามว่าถ้าเป็นบ้านเราสังคมชนบท กล้วยหาง่ายไหมคะ

268
00:20:38,206 --> 00:20:40,578
อนุมานได้จาก

269
00:20:40,578 --> 00:20:44,578
ภาพรวมของข้อความทั้งหมด

270
00:20:45,329 --> 00:20:47,159
ดังนั้นนะคะ เมื่อนำมาตอบคำถามนะคะ

271
00:20:47,159 --> 00:20:51,159
ใครคะ

272
00:20:53,493 --> 00:20:56,119
ผู้แต่งใช่ไหมคะ ผู้แต่ง ผู้แต่งกล่าวอะไร

273
00:20:56,119 --> 00:20:57,996
กล่าวถึง

274
00:20:57,996 --> 00:21:01,996
กล้วยเหรอคะ

275
00:21:06,995 --> 00:21:10,314
กล่าวถึงปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคมใช่ไหมคะ กล่าวถึงปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม

276
00:21:10,314 --> 00:21:14,314
ด้วยการนำกล้วย มาเป็น

277
00:21:15,427 --> 00:21:18,521
สัญลักษณ์ในการดำเนินเรื่อง

278
00:21:18,521 --> 00:21:19,832
นะคะ  กล่าวแก่ใครคะ

279
00:21:19,832 --> 00:21:23,832
ผู้

280
00:21:27,383 --> 00:21:31,383
นะคะ กล่าวแก่ผู้อ่านนะคะ โดยวิธีใดเมื่อกี้นี้แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทไหนคะ

281
00:21:33,406 --> 00:21:37,406
งานอะไรคะ 4 คำวรรคหลัง

282
00:21:39,142 --> 00:21:43,142
4 คำ กลอนสี่ใช่ไหมคะ แต่งด้วยกลอน 4 นะคะ

283
00:21:44,315 --> 00:21:46,362
ทำไมผู้แต่งจึงต้องเขียนบทประพันธ์นี้

284
00:21:46,362 --> 00:21:50,362
เขาต้องการอะไรคะ

285
00:21:52,330 --> 00:21:54,110
ผู้เขียนต้องการอะไรลูก สะท้อนสภาพปัญหา

286
00:21:54,110 --> 00:21:55,659
ของผู้คน

287
00:21:55,659 --> 00:21:56,468
ในสังคม

288
00:21:56,468 --> 00:22:00,468
เมือง

289
00:22:00,893 --> 00:22:01,679
ที่มีความเดือดร้อนในเรื่องของค

290
00:22:01,679 --> 00:22:02,708
่าครองชีพ

291
00:22:02,708 --> 00:22:06,708
นะคะ

292
00:22:07,210 --> 00:22:11,210
แล้วก็ทำให้เกิดปัญหาสังคมอื่น ๆ ตามมา

293
00:22:12,996 --> 00:22:16,996
คนเรารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย สิ่งที่ตามมา คือ โอกาสในการที่จะไป

294
00:22:20,890 --> 00:22:23,926
ทำผิดกฎหมายใช่ไหมคะ เช่น คนขุดดินนี่แหละนะคะ และยังสะท้อนภาพให้เห็นด้วย ว่าเพราะเป็นสังคมเมืองน่ะค่ะ

295
00:22:23,926 --> 00:22:27,926
เพื่อนบ้านหลายคนนี้เด็ดสุดที่ครูว่า

296
00:22:27,978 --> 00:22:31,978
เห็นแล้ว เห็นว่ามีการลักขโมยกันก็เฉย ๆ

297
00:22:34,439 --> 00:22:38,439
ใช่ไหมคะ แต่ก็ยังมาบอกอยู่ตอนท้าย แต่ได้เท่าให้ความช่วยเหลือก่อนหน้านี้ไหม

298
00:22:41,675 --> 00:22:45,637
ซึ่งมันเป็นลักษณะของสังคมแบบต่างคนต่างอยู่ใช่ไหมคะ สังคมแบบสังคมเมืองนั่นเอง

299
00:22:45,637 --> 00:22:49,637
ผลเป็นอย่างไร แล้วอ่านแล้วรู้สึกอย่างไ

300
00:22:50,564 --> 00:22:52,033
ร เพราะฉะนั้น ผลก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ตัวผู้อ่านนะค่ะ

301
00:22:52,033 --> 00:22:56,033
อ่านก็เห็น

302
00:22:57,205 --> 00:23:01,205
ได้ เห็นสภาพใช่ไหมคะ จะได้เข้าใจถึงสภาพปัญหาเศรษฐกิจ สังคมการเมือง

303
00:23:01,318 --> 00:23:03,487
เศรษฐกิจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้นะคะ

304
00:23:03,487 --> 00:23:05,092
แล้วก็ได้แนวคิดว่า

305
00:23:05,092 --> 00:23:09,092
... ว่าอย่างไรคะ

306
00:23:09,846 --> 00:23:13,846
อันนี้คือผู้อ่านต้องเป็นผู้สังเคราะห์คำตอบออกมาเองนะจ๊ะ

307
00:23:24,890 --> 00:23:28,890
บทประพันธ์ชิ้นที่ 3

308
00:23:29,053 --> 00:23:33,035
ดูเนื้อความนะคะ

309
00:23:33,035 --> 00:23:37,035
แม้มิได้เป็นดอกกุหลาบหอม

310
00:23:37,772 --> 00:23:41,772
ก็จงยอมเป็นเพียงลดาขาว

311
00:23:43,551 --> 00:23:47,551
ลดาคืออะไรคะ ดอกไม้สีขาว

312
00:23:48,270 --> 00:23:52,270
แม้มิได้เป็นจันทร์อันสกาว

313
00:23:52,965 --> 00:23:56,965
จงเป็นดาวดวงแจ่มแอร่มตา

314
00:23:57,385 --> 00:24:01,376
แม้มิได้เป็นหงส์ทะนงศักดิ์

315
00:24:01,376 --> 00:24:05,376
จงรักเป็นโนรีที่หรรษา

316
00:24:05,461 --> 00:24:09,164
แม้มิได้เป็นน้ำแม่คงคา

317
00:24:09,164 --> 00:24:13,164
จงเป็นธาราใสที่ไหลเย็น

318
00:24:13,210 --> 00:24:16,713
แม้มิได้เป็นมหาหิมาลัย

319
00:24:16,713 --> 00:24:20,363
จงพอใจจอมปลวกที่แลเห็น

320
00:24:20,363 --> 00:24:24,031
แม้มิได้เป็นวันพระจันทร์เพ็ญ

321
00:24:24,031 --> 00:24:28,031
ก็จงเป็นวันแรมที่แจ่มจ

322
00:24:29,126 --> 00:24:33,061
าม แม้มิได้เป็นสนต้นระหง

323
00:24:33,061 --> 00:24:36,842
จงเป็นพงอ้อสะบัดไม่ขัดขวาง

324
00:24:36,842 --> 00:24:40,842
แม้มิได้เป็นนุชสุดสะอาง

325
00:24:41,403 --> 00:24:45,243
จงเป็นนางที่มิใช่ไร้ความดี

326
00:24:45,243 --> 00:24:49,243
อันจะเป็นสิ่งใดไม่ประหลาด

327
00:24:49,277 --> 00:24:52,781
กำเนิดชาติดีทรามตามวิถี

328
00:24:52,781 --> 00:24:56,382
ถือสันโดษบำเพ็ญให้เด่นดี

329
00:24:56,382 --> 00:25:00,382
ในสิ่งที่เราเป็นเช่นนั้นเทอญ

330
00:25:07,706 --> 00:25:11,706
เราได้ข้อสรุปในใจแล้วล่ะเมื่อกี้ว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร

331
00:25:12,562 --> 00:25:16,562
สรุป Keyword สำคัญง่าย ๆ ประโยคง่าย ๆ เลยก็คือ

332
00:25:16,669 --> 00:25:17,834
พอใจในสิ่งที่

333
00:25:17,834 --> 00:25:21,834
เราเป็น

334
00:25:23,679 --> 00:25:24,617
จงพอใจในสิ่งที่เรามีนะคะ

335
00:25:24,617 --> 00:25:27,854
ใคร ใครคือ

336
00:25:27,854 --> 00:25:30,317
ผู้แต่งใช่ไหมคะ กล่าวอะไรคะ

337
00:25:30,317 --> 00:25:32,528
กล่ามีวแก่ใคร

338
00:25:32,528 --> 00:25:36,354
กล่าวโดยวิธีใด

339
00:25:36,354 --> 00:25:40,264
ทำไมจึงต้องเขียนบทประพันธ์นี้นะคะ

340
00:25:40,264 --> 00:25:42,686
และสุดท้าย ก็คือผลเป็นอย่างไร

341
00:25:42,686 --> 00:25:44,665
โจทยฺ์แบบเดียวกันเลยค่ะ กับ

342
00:25:44,665 --> 00:25:48,665
2 ข้อที่ผ่านมา

343
00:25:50,179 --> 00:25:54,179
เขาต้องการจะบอกอะไรคะ อันนี้

344
00:25:55,187 --> 00:25:56,519
บอกวิธีการคิดใช่ไหมคะ บอกวิธีการในการคิด ว่า

345
00:25:56,519 --> 00:25:57,738
ถ้าหากว่า

346
00:25:57,738 --> 00:26:01,138
เรา

347
00:26:01,138 --> 00:26:02,664
พยายามแล้วนะคะ หรือเราได้

348
00:26:02,664 --> 00:26:06,080
มีการ

349
00:26:06,080 --> 00:26:09,285
ทำให้สิ่งที่เราหวังนั้นนี่มัน

350
00:26:09,285 --> 00:26:11,091
ไปให้ถึงฝันนะ แต่ว่าถ้ามันทำไม่ได้

351
00:26:11,091 --> 00:26:14,072
แล้วก็ปรับที่อะไรลูก

352
00:26:14,072 --> 00:26:17,468
วิธีคิดของเรานะคะ

353
00:26:17,468 --> 00:26:21,468
หรือบางอย่างมันดีอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ไป

354
00:26:22,438 --> 00:26:23,423
ไขว่คว้า ไม่ไปแสวงหานะคะ

355
00:26:23,423 --> 00:26:25,863
หรือ

356
00:26:25,863 --> 00:26:28,222
ต้องการจะเปลี่ยนแปลงนะคะ

357
00:26:28,222 --> 00:26:32,021
ถ้าเราพอใจกับสิ่งนั้นนะคะ

358
00:26:32,021 --> 00:26:35,617
บทประพันธ์เหล่านี้ มันก็จะช่วยทำให้เราเป็นไงคะ

359
00:26:35,617 --> 00:26:39,197
พึงพอใจแล้ว ก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่มันเป็นอย่างไร

360
00:26:39,197 --> 00:26:43,197
ดีแล้วนะคะ มันงดงามแล้ว

361
00:27:00,467 --> 00:27:02,313
เดี๋ยวต่อจากนี้นะคะ ครูจะมีแบบฝึกหัดนะคะ

362
00:27:02,313 --> 00:27:04,413
ให้นักศึกษาได้ทำ

363
00:27:04,413 --> 00:27:08,413
สักครู่นะคะ

364
00:27:19,579 --> 00:27:22,579
แบบฝึกหัดอันนี้นะคะ จะอยู่ในหนังสือค่ะ มันจะอยู่ในหนังสือ

365
00:27:22,579 --> 00:27:26,579
เอกสารที่ครูแจกให้นะคะ

366
00:27:47,021 --> 00:27:51,021
จะอยู่ในหนังสือหน้า 64 ถึง 71 นะลูก

367
00:28:13,949 --> 00:28:17,122
ดังนั้นนะคะ หลังจากนี้ เดี๋ยวครูจะให้นักศึกษาได้อ่าน แล้วลองตอบคำถาม

368
00:28:17,122 --> 00:28:20,270
แบบฝึกหัดนี้ แบบฝึกหัด

369
00:28:20,270 --> 00:28:22,521
หน้า 64 นะคะ

370
00:28:22,521 --> 00:28:26,521
มีคำถาม 5 ข้อใช่ไหมคะ

371
00:28:28,499 --> 00:28:31,771
7 ข้อ แล้วก็อีกอันหนึ่งนะคะ เรื่องเรื่องไม้กฤษณา

372
00:28:31,771 --> 00:28:34,744
เรื่องไม้กฤษณามีคำถาม 5 ข้อใช่ไหมลูก

373
00:28:34,744 --> 00:28:38,744
รวมแล้วเป็น 12 ข้อ

374
00:28:40,844 --> 00:28:44,844
นะคะ เดี๋ยวครูให้เวลาอ่านนะ แล้วเดี๋ยวจะเฉลยนะคะ

375
00:28:49,113 --> 00:28:52,949
เรื่องแรกค่ะ

376
00:28:52,949 --> 00:28:56,949
เรื่องแรก เรื่อง การให้ทานไฟ

377
00:28:57,569 --> 00:29:00,485
เรื่องของการให้ทานไฟนะคะ

378
00:29:00,485 --> 00:29:04,485
อันนี้ครูให้เวลา 1

379
00:29:06,150 --> 00:29:10,150
5 นาทีนะคะ ในการอ่านและทำแบบทดสอบ 7 ข้อ

380
00:29:15,201 --> 00:29:18,452
ส่วนเรื่องที่ 2 นะคะ เรื่องไม้กฤษณา

381
00:29:18,452 --> 00:29:21,659
เรื่องนี้มีความยาวค่อนข้างมาก

382
00:29:21,659 --> 00:29:25,659
ครูให้เวลาอ่านอีก 20 นาที

383
00:29:26,784 --> 00:29:29,990
และเวลาในการทำแบบทดสอบอีก 10 นาที

384
00:29:29,990 --> 00:29:31,501
เบ็ดเสร็จแล้วนะคะ

385
00:29:31,501 --> 00:29:33,047
อันนี้อีก

386
00:29:33,047 --> 00:29:37,047
5 ข้อ

387
00:29:44,896 --> 00:29:48,381
อันนี้ 20 อันนี้ 30 นะ 30 นาที 45 เวลาทำทั้ง 2 เรื่องนี้รวมทั้งหมดคือ 45 นาที

388
00:29:48,381 --> 00:29:51,294
หลังจาก 45 นาทีเราจะมาเฉลยกัน

389
00:29:51,294 --> 00:29:52,133
ทุกคนทำนะคะ ทำลงใน

390
00:29:52,133 --> 00:29:55,000
หนังสือ

391
00:29:55,000 --> 00:29:57,144
แบบฝึกหัดของตนเองได้เลยนะคะ

392
00:29:57,144 --> 00:30:01,144
ตอบลงในเอกสารได้เลยค่ะ

393
00:30:07,478 --> 00:30:11,478
ให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัด 45 นาที แล้วเดี๋ยวค่อยเฉลยพร้อมกันนะคะ

394
01:10:31,231 --> 01:10:35,231
(ผศ.ดร.กาญจนา) เหลืออีก 5 นาที เหลืออีก 5 นาทีนะคะ

395
01:11:51,946 --> 01:11:55,946
เราจะเริ่มเฉลยกันนะคะ ที่เวลาบ่าย 2 โมง 45

396
01:16:20,690 --> 01:16:24,509
โอเค หมดเวลาในการทำแบบฝึกหัดและนะคะ คราวนี้เรามาดูเฉลยค่ะ

397
01:16:24,509 --> 01:16:28,509
ทุกคนดูตามเอกสารนะคะ เรื่องแรก

398
01:16:29,326 --> 01:16:31,337
เรื่องเกี่ยวกับการให้ทานไฟ

399
01:16:31,337 --> 01:16:35,337
ให้ทานไฟในที่นี้

400
01:16:35,986 --> 01:16:39,986
หมายถึงการรับประทานเนื้อไฟ ตัวไฟ ที่เป็นความร้อนหรือเปล่าคะ

401
01:16:40,996 --> 01:16:44,581
ทานที่ว่าเป็นกริยา หมายถึงการมอบให้ใช่ไหมคะ

402
01:16:44,581 --> 01:16:45,455
ให้ทานไฟ คือ การทำบุญด้วยไฟนั่นเอง

403
01:16:45,455 --> 01:16:48,299
นะคะ

404
01:16:48,299 --> 01:16:52,243
คำถามข้อแรกเขาถามว่าอย่างไรนะคะ

405
01:16:52,243 --> 01:16:56,243
อ่านให้ครูฟังหน่อยสิ โจทย์ว่าอย่างไรนะ

406
01:16:59,432 --> 01:17:02,484
ประเพณีการให้ทานไฟมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร

407
01:17:02,484 --> 01:17:06,484
คำตอบ คือ

408
01:17:07,877 --> 01:17:11,472
... เออ เฉลยค่ะ การทำบุญ

409
01:17:11,472 --> 01:17:13,348
ขนมเบื้อง คำตอบ คือ ข้อ

410
01:17:13,348 --> 01:17:17,348
ข. ค่ะ

411
01:17:18,489 --> 01:17:22,489
โจทย์ข้อ็ที่ 2 ค่ะ ถามว่า

412
01:17:24,723 --> 01:17:28,723
เดิมขนมที่ชาวบ้านนิยมทำเพื่อถวายพระคือข้อใด

413
01:17:29,647 --> 01:17:33,647
คำตอบคือ ง. ค่ะ

414
01:17:40,526 --> 01:17:44,121
แล้วข้อที่ 3 ค่ะ เก่งจังเลย ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับประเพณีการให้ทานไฟ

415
01:17:44,121 --> 01:17:48,121
ข้อนี้ตอบอะไรนะคะ

416
01:17:48,293 --> 01:17:51,224
ตอบ ก. ใช่ไหมคะ

417
01:17:51,224 --> 01:17:55,224
ทำไมจึงตอบ ก. คะ

418
01:17:57,210 --> 01:18:01,210
การให้ทานไฟ

419
01:18:04,713 --> 01:18:08,713
เป็นประเพณีทำบุญที่ไทยรับมาจากอินเดียใช่หรือไม่

420
01:18:11,310 --> 01:18:15,310
เป็นประเพณีทำบุญที่ถือปฏิบัติมาในจังหวัดนครศรีธรรมราชใช่หรือไม่

421
01:18:16,855 --> 01:18:20,855
เป็นประเพณีที่เกิดขึ้นในฤดูหนาวใช่หรือไม่

422
01:18:22,046 --> 01:18:26,046
3 ข้อนี้ถูกหมดเลย ยกเว้นข้อ

423
01:18:26,426 --> 01:18:29,005
ก. เขาบอกว่าเป็นประเพณีที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนอ้าย ทางจันทรคติ

424
01:18:29,005 --> 01:18:33,005
ในนี้ไม่มีการกล่าวถึง

425
01:18:35,776 --> 01:18:39,776
เดือนอ้าย ทางจันทรคติเลยนะคะ เนื้อความไม่ได้เกี่ยวข้อง

426
01:18:40,798 --> 01:18:42,267
เพราะฉะนั้น ข้อ 3 นะคะ จึงเฉลยว่า ก

427
01:18:42,267 --> 01:18:46,267
. ต่อไป

428
01:18:48,180 --> 01:18:50,371
ข้อใดเรียงลำดับประเพณีการให้ทานไฟได้ถูกต้องที่สุด

429
01:18:50,371 --> 01:18:54,371
ข้อนี้เฉลย ก็คือ

430
01:18:55,122 --> 01:18:58,542
ข้อ

431
01:18:58,542 --> 01:18:59,600
ก. เรียงอย่างไร เรียงอย่างไรคะ เริ่มจากข้อ

432
01:18:59,600 --> 01:19:03,600
2

433
01:19:03,976 --> 01:19:07,976
ชาวบ้านไปที่วัดตั้งแต่เช้าตรู่

434
01:19:12,515 --> 01:19:15,414
เสร็จแล้วไปที่กองอะไรคะ  1. ชาวบ้านช่วยกันก่อกองไฟ จากนั้นไปทำอะไรต่อ

435
01:19:15,414 --> 01:19:19,141
นิมนต์พระสงฆ์มา

436
01:19:19,141 --> 01:19:23,141
นั่งผิงไฟ จากนั้นชาวบ้าน

437
01:19:26,213 --> 01:19:30,213
ตั้งเตาทำขนม เพื่อถวายพระถวายพระเสร็จแล้วอย่างไรต่อคะ

438
01:19:31,915 --> 01:19:34,987
พระสงฆ์ให้พรชาวบ้านหลังจากฉันเสร็จเรียบร้อย

439
01:19:34,987 --> 01:19:38,987
คือ พระสงฆ์ฉัน

440
01:19:43,539 --> 01:19:47,002
อาหารเช้าเสร็จแล้วนะคะ หลังจากนั้นชาวบ้านก็ร่วมกันกินขนมหลังจากถวายพระแล้ว

441
01:19:47,002 --> 01:19:51,002
ตรงกับคำตอบในข้อ ก. นั่นเอง

442
01:19:57,517 --> 01:20:00,226
โจทย์ข้อ 5 ค่ะ บุคคลในข้อใดต่อไปนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อกำเนิดประเพณีการให้ทานไฟ

443
01:20:00,226 --> 01:20:02,608
ใครคะที่ไม่เกี่ยวข้อง

444
01:20:02,608 --> 01:20:06,608
ข้อนี้คำตอบ คือ

445
01:20:09,116 --> 01:20:13,116
ชาวบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช

446
01:20:16,329 --> 01:20:20,329
ในประเพณีการให้ทานไฟในด้านของการกำเนิดประเพณีนั้นนะคะ

447
01:20:21,818 --> 01:20:25,818
เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า พระโมคคัลลานะ เศรษฐีโกสิยะนะคะ

448
01:20:27,001 --> 01:20:30,000
แต่ไม่เกี่ยวข้องกับจังหวัดนครศรีธรรมราช

449
01:20:30,000 --> 01:20:34,000
เพราะประเพณีการให้ทานไฟเกิดขึ้นใน

450
01:20:37,281 --> 01:20:41,281
อินเดียนะคะ แล้วก็เผยแพร่วัฒนธรรมนี้นะคะ แล้วผู้ที่รับเอามา ก็คือ

451
01:20:42,749 --> 01:20:45,173
จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่นครศรีธรรมราชไม่ได้อยู่ใน

452
01:20:45,173 --> 01:20:46,888
ต้นกำเนิดของประเพณี

453
01:20:46,888 --> 01:20:49,088
การให้ทานไฟ

454
01:20:49,088 --> 01:20:53,088
ข้อ 6 ค่ะ

455
01:20:53,172 --> 01:20:55,113
คำว่า "อุปฐาก" หมายถึงอะไร

456
01:20:55,113 --> 01:20:59,113
หมายถึงอะไรคะ

457
01:21:04,294 --> 01:21:08,294
ครูทำตัวแดงไว้แล้วคือผู้ทะนุบำรุงพระสงฆ์ดังนั้นถ้าเราเข้าใจว่า

458
01:21:10,503 --> 01:21:14,503
อุปฐากนะคะ คือ ผู้ใกล้ชิดพระสงฆ์ หรือสาวกของพระพุทธเจ้า หรือเจ้าอาวาส

459
01:21:17,606 --> 01:21:21,606
ไม่ใช่ความหมายที่ถูกต้องนะคะ อุปฐาก คือ ผู้ทะนุบำรุงพระสงฆ์

460
01:21:29,884 --> 01:21:33,884
ใครก็เป็นผู้ทะนุบำรุงพระสงฆ์ได้ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น ใครที่ดูแลไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามแต่นะคะ จัดว่าเป็นอุปฐากทั้งหมดเลย

461
01:21:34,606 --> 01:21:37,850
ข้อ 7 ค่ะ ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของประเพณีให้ทานไฟ

462
01:21:37,850 --> 01:21:41,850
ข้อนี้ตอบ

463
01:21:44,454 --> 01:21:48,454
ข้อ ค.  ก. เป็นประโยชน์ไหม ทำให้พระสงฆ์ได้รับความอบอุ่นในหน้าหนาว

464
01:21:53,860 --> 01:21:55,857
ใช่ไหมคะ เป็นประโยชน์ไหมทำให้ชาวบ้านได้รับความสุขอิ่มเอิบใจหลังจากที่ได้ทำบุญ เป็นไหมคะ

465
01:21:55,857 --> 01:21:59,857
เป็นประโยชน์ใช่ไหมคะ

466
01:22:01,444 --> 01:22:02,301
ทำให้ชาวบ้านนะคะ ทำให้คนในสังคมเกิดความสามัคคีกลมเกลียว

467
01:22:02,301 --> 01:22:06,115
จริงไหม

468
01:22:06,115 --> 01:22:10,115
อันนี้ก็ใช่ เป็นประโยชน์ทำให้เกิดความกลมเกลียว

469
01:22:14,831 --> 01:22:17,732
แต่ข้อ ค. ค่ะ ทำให้ชาวบ้านทราบว่าประเพณีการให้ทานไฟเกิดครั้งแรกที่เดียร์ อันนี้เกี่ยวข้องไหมคะ

470
01:22:17,732 --> 01:22:21,732
ไม่ได้เกี่ยวข้อง

471
01:22:27,452 --> 01:22:31,452
เพราะในนี้พูดถึงเรื่องของอะไร ข้อมูลทั่วไปใช่ไหมคะ เกี่ยวกับประเพณีการให้ทานไฟ

472
01:22:36,174 --> 01:22:40,174
ไม่ได้เจาะจงเฉพาะถึงประวัติแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ แล้วผู้ที่ทราบข้อมูลก็ไม่ใช่แค่ชาวบ้าน

473
01:22:41,071 --> 01:22:43,129
ไปเรื่องที่ 2 ค่ะ เรื่องไม้กฤษณา

474
01:22:43,129 --> 01:22:47,129
รู้จักไม้กฤษณาไหมคะ

475
01:22:47,780 --> 01:22:51,780
ได้อ่านหรือเปล่าเมื่อกี้ให้เวลาตั้งเยอะ อ่านไหมลูก

476
01:22:54,597 --> 01:22:57,911
ไม้กฤษณานี่เป็นไม้ที่มีราคาแพงมาก อะไรไปสกัดเป็นน้ำหอมนะคะ

477
01:22:57,911 --> 01:23:01,911
ใช้อะไรคะ

478
01:23:14,404 --> 01:23:18,404
ใช้อะไรหนอ เขาใช้น้ำมันค่ะ น้ำมันเกิดจากอะไรน้ำมันจะเกิดอยู่ในเนื้อไม้ใช่ไหมคะ น้ำมันจะเกิดอยู่ในเนื้อไม้ไม้กฤษณานี่แหละนะคะ

479
01:23:23,756 --> 01:23:27,529
แต่ก่อนนี่นะคะ มันเกิดตามธรรมชาติ แต่ต่อมาผู้คนอยากได้กลิ่นหอมของไม้กฤษณานี่นะคะ อยากเอาน้ำมันไปใช้ ก็เลย

480
01:23:27,529 --> 01:23:30,980
วิธีการทำอุตสาหกรรมใช่ไหมคะ ป่าไม้ตรงนี้แหละนะคะ

481
01:23:30,980 --> 01:23:34,980
อุตสาหกรรมป่าไม้ไม้กฤษณา

482
01:23:36,416 --> 01:23:40,077
มีการปลูกนะคะ เพื่อนำมาทำน้ำมันหอมระเหย

483
01:23:40,077 --> 01:23:44,077
นะคะ คำถามนะคะ

484
01:23:44,625 --> 01:23:47,874
ข้อที่ 1 นะคะ เขาถามว่า

485
01:23:47,874 --> 01:23:49,908
ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของไม้กฤษณา

486
01:23:49,908 --> 01:23:53,908
เห็นคำตอบหรือยัง

487
01:23:56,190 --> 01:23:59,711
ก. ใช้ทำน้ำหอม ข. ใช้ป้องกันแมลงต่าง ๆ

488
01:23:59,711 --> 01:24:03,711
ค. ให้ใช้รักษาบาดแผลที่เกิดจากไฟไหม้

489
01:24:04,036 --> 01:24:08,036
ง. เมื่อใช้ทาผิวหนังแล้วกลิ่นจะติดทนนาน

490
01:24:08,662 --> 01:24:10,420
ตอนนี้ 3 ข้อที่เป็นประโยชน์ ก็คือ

491
01:24:10,420 --> 01:24:13,237
ใช้ทำน้ำหอม

492
01:24:13,237 --> 01:24:16,849
ใช้ป้องกันแมลงต่าง ๆ

493
01:24:16,849 --> 01:24:20,849
ใช้ทาผิวหนังเพื่อให้กลิ่นหอมติดทนนาน

494
01:24:25,903 --> 01:24:27,087
แต่ข้อที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ประโยชน์ของไม้กฤษณา ก็คือใช้รักษาบาดแผลที่เกิดจาก

495
01:24:27,087 --> 01:24:30,577
ไฟไหม้

496
01:24:30,577 --> 01:24:32,152
นะคะ ข้อนี้ไม่ถูกต้อง

497
01:24:32,152 --> 01:24:36,152
โจทย์ข้อ 2 ค่ะ

498
01:24:36,758 --> 01:24:38,610
ข้อใดกล่าวถึงไม้กฤษณาเกรด 1

499
01:24:38,610 --> 01:24:42,610
ไม่ถูกต้อง

500
01:24:48,668 --> 01:24:51,746
ในนั้นจะมีการกล่าวถึงไม้กฤษณาเกรด A เกรด B เกรด C ใช่ไหมคะ

501
01:24:51,746 --> 01:24:53,953
เนื้อ 1 นี่แสดงว่าต้องดีมากเลยใช่ไหม

502
01:24:53,953 --> 01:24:57,953
คำตอบข้อนี้ตอบอะไรลูก

503
01:25:02,904 --> 01:25:06,904
ง. ไหมเอ่ยค่ะ

504
01:25:08,367 --> 01:25:11,091
ไม้กฤษณาเกรด 1 นะคะ จะไม่ลอยน้ำ

505
01:25:11,091 --> 01:25:15,091
ทำไมถึงไม่ลอยน้ำ

506
01:25:18,411 --> 01:25:20,575
น้ำมันที่เกิดขึ้นในเนื้อไม้มันมีจำนวนหรือปริมาณมาก

507
01:25:20,575 --> 01:25:21,345
ก็เลยทำให้เนื้อไม้

508
01:25:21,345 --> 01:25:22,757
จม

509
01:25:22,757 --> 01:25:24,285
ไม่ฟู

510
01:25:24,285 --> 01:25:28,285
ไม่ลอยขึ้นมา

511
01:25:42,753 --> 01:25:46,753
นะคะ ไม้กฤษณาเกรด 1 จะมีสีดำสีดำที่ว่านี้คือสีของน้ำมันที่อยู่ในเนื้อไม้จะมีราคาแพงมากจริงไหมคะ จริงนะคะ

512
01:25:47,296 --> 01:25:51,296
แต่ถ้าเป็นสีจางสะสมอยู่ในเนื้อไม้ อันนี้ไม่ใช่นะคะ

513
01:25:53,138 --> 01:25:56,339
เพราะสีที่เกิดขึ้นจากน้ำมันจะกลายเป็นสีดำนะคะ

514
01:25:56,339 --> 01:26:00,339
โจทย์ข้อต่อไปนะคะ เห็

515
01:26:00,621 --> 01:26:04,621
นแว๊บ ๆ นะคะ  ถ้าต้องการให้ไม้กฤษณามีกลิ่นหอมควรทำอย่างไร

516
01:26:06,655 --> 01:26:10,655
เฉลย คือ

517
01:26:11,180 --> 01:26:15,180
นำไปเผาไฟค่ะ

518
01:26:15,348 --> 01:26:19,348
เอาไปแช่น้ำไม่ได้ทำให้เกิดกลิ่นหอม

519
01:26:19,939 --> 01:26:23,939
ใส่เชื้อราในต้นกฤษณาก็ไม่ได้ทำให้เกิดกลิ่นหอมใช่ไหมคะ

520
01:26:24,803 --> 01:26:27,884
นำไปล้างเพื่อให้กฤษณาหลุดออกจากต้นนะคะ ก็ไม่ใช่

521
01:26:27,884 --> 01:26:31,884
ต่อไปค่ะ ข้อที่ 4 ค่ะ

522
01:26:35,017 --> 01:26:39,017
กฤษณาเกิดขึ้นได้อย่างไร

523
01:26:43,410 --> 01:26:45,127
กฤษณาก็คือตัวน้ำมันน่ะค่ะ น้ำมันกฤษณานี่

524
01:26:45,127 --> 01:26:49,127
เกิดขึ้นได้อย่างไร

525
01:26:54,648 --> 01:26:58,648
ตอบเชื้อรานะคะ เกิดจากการเผาไหม้ ไม่ถูกนะคะ คำตอบ คือ

526
01:27:00,921 --> 01:27:04,275
เกิดจากการรักษาบาดแผลของต้นกฤษณานั่นเองค่ะ

527
01:27:04,275 --> 01:27:08,275
ฟ

528
01:27:09,809 --> 01:27:12,552
ัง กระบวนการในการสร้างน้ำมันของไม้กฤษณา มันมาจาก

529
01:27:12,552 --> 01:27:15,047
เมื่อมันมีบาดแผลที่เปลือก

530
01:27:15,047 --> 01:27:19,047
มันจะพยายามสร้าง

531
01:27:27,567 --> 01:27:31,473
เนื้อขึ้นมาเพื่อปกปิดบาดแผลซ่อมแซมบาดแผล สิ่งที่ทำมาปกปิดมันจะมีกระบวนการหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำมันเกิดขึ้น

532
01:27:31,473 --> 01:27:33,887
เนื้อไม้ก็จะเปลี่ยนแล้วปรับสภาพนะคะ

533
01:27:33,887 --> 01:27:35,739
เพื่อรักษาแผลของมัน

534
01:27:35,739 --> 01:27:36,822
เพราะฉะนั้น เขาถึงได้มีการ

535
01:27:36,822 --> 01:27:40,822
เรียกว่า

536
01:27:44,526 --> 01:27:48,526
เป็นการลวงนะเป็นการลวง เหมือนแกล้งมันน่ะค่ะ  มันแกล้งเนื้อไม้ ให้เนื้อไม้รักษาบาดแผลตัวเอง

537
01:27:48,693 --> 01:27:49,709
ทำให้มันเจ็บแล้ว ทำให้มันมีบาดแผล แล้วมันก็จะสร้างน้ำมันขึ้นมา

538
01:27:49,709 --> 01:27:52,869
ให้กับ

539
01:27:52,869 --> 01:27:56,869
คนที่

540
01:27:57,412 --> 01:28:01,412
เป็นผู้ที่ทำธุรกิจทางด้านนี้นะคะ นั่นก็คือ

541
01:28:01,800 --> 01:28:05,800
ชาวสวนนะคะ ชาวสวนที่ปลูกไม้กฤษณานี่แหละ

542
01:28:06,722 --> 01:28:07,837
ต่อไปข้อที่ 5 ค่ะ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

543
01:28:07,837 --> 01:28:09,810
เกี่ยวกับ

544
01:28:09,810 --> 01:28:13,810
ต้นกฤษณา

545
01:28:21,455 --> 01:28:25,455
คำตอบก็คือ

546
01:28:35,890 --> 01:28:39,890
กฤษณาเป็นยางที่พบในต้นกฤษณาใช่หรือไม่  เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณป่าดงดิบใช่หรือไม่

547
01:28:40,885 --> 01:28:44,885
กฤษณาเป็นต้นไม้หวงห้ามจัดอยู่ต้นไม้หายากใช่หรือไม่

548
01:28:49,099 --> 01:28:51,527
การสร้างกฤษณานั้นต้องใช้สารเคมีกระตุ้น ต้นกฤษณาที่มีอายุน้อย ๆ ต้องใช้สารเคมีไหมคะ

549
01:28:51,527 --> 01:28:54,620
ไม่ต้องใช้นะคะ

550
01:28:54,620 --> 01:28:58,437
เพราะฉะนั้น ข้อ 5 จึงเป็นคำตอบท

551
01:28:58,437 --> 01:29:01,249
ี่ถูกต้อง ก็คือโจทย์ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

552
01:29:01,249 --> 01:29:02,162
ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ

553
01:29:02,162 --> 01:29:06,006
ทุกอย่าง

554
01:29:06,006 --> 01:29:07,730
เกี่ยวข้องกับกฤษณาทั้งหมดเลยนะคะ

555
01:29:07,730 --> 01:29:11,730
ไม้กฤษณา

556
01:29:14,045 --> 01:29:18,045
ที่ดี หรือจะเจริญเติบโตได้ดีนั้น อาจจะไม่ต้องใช้สารเคมีในการกระตุ้นใด ๆ

557
01:29:19,953 --> 01:29:23,953
โอเค 12 ข้อถูกกี่ข้อคะ

558
01:29:25,163 --> 01:29:29,163
ใครถูกทั้ง 12 ข้อยกมือ

559
01:29:29,803 --> 01:29:33,803
เก่งมากเลย เด็ก ๆ ปรบมือให้ตัวเองหน่อย

560
01:29:36,696 --> 01:29:40,696
เก่งมาก เก่งมาก เอาล่ะ อย่างนัเดี๋ยวจะมีแบบทดสอบที่ 3

561
01:29:43,114 --> 01:29:46,917
แบบทดสอบที่ 3 แบบทดสอบการอ่านจับใจความสำคัญ

562
01:29:46,917 --> 01:29:50,795
ครูส่งไฟล์ให้แล้วแต่นักศึกษาไม่ต้องไปทำในไฟล์นั้น

563
01:29:50,795 --> 01:29:52,345
ตอนนี้ครูทำในลักษณะของ Google Drive

564
01:29:52,345 --> 01:29:54,493
นะคะ ลงใน Google Drive

565
01:29:54,493 --> 01:29:57,777
ทำใน Google form ค่ะ

566
01:29:57,777 --> 01:30:00,157
ทำใน Google form ตอนนี้อยู่ใน Drive ของครู

567
01:30:00,157 --> 01:30:03,210
ใน Drive ของครูยังไม่แชร์ให้

568
01:30:03,210 --> 01:30:05,577
ให้ตอบลงใน

569
01:30:05,577 --> 01:30:09,577
Google form

570
01:30:10,288 --> 01:30:14,288
ที่ครูจะส่งให้ ต่อจากนี้

571
01:30:15,715 --> 01:30:19,104
มันจะมีคำที่นั่นสายยังไม่คุ้นเคย ครูขออธิบายก่อน

572
01:30:19,104 --> 01:30:23,104
ในใจความสำคัญ

573
01:30:24,490 --> 01:30:26,984
มันจะมีสิ่งที่เราเรียกว่า "ใจความสำคัญหลัก

574
01:30:26,984 --> 01:30:27,862
" กับ "จับใจความสำคัญ

575
01:30:27,862 --> 01:30:31,862
รอ

576
01:30:34,294 --> 01:30:37,361
ง" เวลาอ่านเราจะบอกว่านี่เป็นใจความสำคัญ อันนี้ก็ใช่ อันนี้ก็ใช่

577
01:30:37,361 --> 01:30:39,152
ตกลงแล้วทั้งหมดในย่อหน้านั้น

578
01:30:39,152 --> 01:30:42,060
อะไรคือหลัก

579
01:30:42,060 --> 01:30:45,110
อะไรคือส่วนที่เป็นรอง

580
01:30:45,110 --> 01:30:46,906
นี่คือสิ่งที่นักศึกษาจะต้องแยกออกมา

581
01:30:46,906 --> 01:30:50,562
เวลาครูถามว่า

582
01:30:50,562 --> 01:30:54,562
ข้อความตรงนี้ที่ครูขีดเส้นใต้ไว้ตรงนี้ ตกลงมันเป็นอะไร

583
01:30:57,570 --> 01:31:01,066
ใจความสำคัญหลัก ก็คือมันคือ Main ใหญ่ คือใจความสำคัญทั้งหมดของเรื่อง

584
01:31:01,066 --> 01:31:04,132
แต่ใจความรอง คือ ใจความที่มีส่วนเสริม

585
01:31:04,132 --> 01:31:08,132
และมีความสำคัญน้อยกว่า

586
01:31:08,391 --> 01:31:12,391
กับอีกอันหนึ่งค่ะ คำว่า "ส่วนที่เป็นเหตุผล

587
01:31:13,965 --> 01:31:17,334
" กับ "ส่วนที่เป็นข้อสรุป" ในใจความสำคัญ 1 ประโยคนะนี

588
01:31:17,334 --> 01:31:18,355
่ มันจะมีส่วนที่เราเรียกว่า "

589
01:31:18,355 --> 01:31:22,355
ส่วนเหตุ

590
01:31:24,238 --> 01:31:28,238
กับส่วนที่ 2 นะคะ ก็คือส่วนที่เป็นข้อสรุป

591
01:31:29,077 --> 01:31:30,010
ส่วนเหตุ ก็คือเหตุผลนั่นแหละนะคะ และอีกอันหนึ่ง คือ ส่วนที่เป็นข้อสรุป

592
01:31:30,010 --> 01:31:34,010
เช่น

593
01:31:35,810 --> 01:31:39,810
ส่วนที่เป็นเหตุผล ก็คือน้ำมีความสำคัญกับชีวิตของมนุษย์

594
01:31:42,514 --> 01:31:43,651
ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของ

595
01:31:43,651 --> 01:31:47,651
ร่างกาย

596
01:31:48,403 --> 01:31:50,758
ส่วนที่เป็นเหตุผล ก็คือน้ำมีความ

597
01:31:50,758 --> 01:31:54,758
สำคัญต่อมนุษย์

598
01:32:01,819 --> 01:32:05,819
ส่วนที่เป็นข้อสรุปว่า คือ มันสำคัญเราต้องทำอย่างไรคะ ดื่มทุกวันในปริมาณที่เหมาะสมหรือพอดีกับร่างกาย

599
01:32:08,014 --> 01:32:12,014
นี่คือใจความสำคัญ แต่แยกย่อยออกมาอีก ว่าอันไหนคือส่วนที่เป็นเหตุผล อคือส่วนที่เป็นข้อสรุป

600
01:32:12,816 --> 01:32:16,816
10 ข้อนี้ จะเจอ 3 คำ 4 คำนะคะ ก็คือ

601
01:32:19,780 --> 01:32:20,552
ใจความหลัก จความรองนะคะ ส่วนที่เป็นเหตุผลกับส่วนที่เป็นข้อสรุปนะคะ

602
01:32:20,552 --> 01:32:24,552
เพราะฉะนั้น

603
01:32:24,801 --> 01:32:28,801
10 ข้อจากนี้ครูวัดคะแนน เก็บคะแนนนะคะ

604
01:32:30,886 --> 01:32:34,886
ดังนั้น ใครพร้อมก็ให้ลงมือทำ แต่ถ้าใครยังไม่พร้อม

605
01:32:35,985 --> 01:32:39,985
ครูให้เวลาอ่านอีกนิดหนึ่งนะคะ อีกสัก 10 นาทีก็ได้แล้วค่อยลงมือทำ

606
01:32:40,505 --> 01:32:44,505
ครูจะส่งลิงก์ให้ แล้วเดี๋ยวครูจะปิดระบบนะคะ ภายใน 4

607
01:32:46,537 --> 01:32:50,537
ครูจะปิดระบบภายใน 16:00 น. ไม่รับคำตอบหลัง 16:00 น

608
01:32:52,770 --> 01:32:56,178
. ดังนั้น มีเวลาทบทวนนะคะ ทำแล้วทำอีก ก็ยังไม่มั่นใจอย่าเพิ่งกดส่ง

609
01:32:56,178 --> 01:33:00,178
จนกว่าจะ 16:00 น.

610
01:33:07,900 --> 01:33:11,900
เดี๋ยวส่งเลขให้ตอนนี้เลยนะคะ แล้วก็พอเสร็จจากตรงนี้ ก็คือเราก็จบในส่วนของบทที่ 3 การอ่านจับใจความสำคัญ

611
01:33:13,464 --> 01:33:17,464
เดี๋ยวต่อไปในบทที่ 4 จะเป็นเรื่องการอ่านวิเคราะห์นะคะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยว่ากันในสัปดาห์ถัดไปนะ

612
01:33:23,109 --> 01:33:26,022
วันนี้รบกวนล่ามเท่านี้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

613
01:33:26,022 --> 01:33:30,022
สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

