﻿1
00:00:29,042 --> 00:00:33,042
(อาจารย์เชาวนี) โอเค สวัสดีค่ะ

2
00:00:40,087 --> 00:00:40,595
ได้ยินเสียงพี่ไหมคะ ได้ยินชัดนะ

3
00:00:40,595 --> 00:00:44,595
เด็ก ๆ สวัสดีพี่ล่ามหน่อยค่ะ คุยอะไรกัน

4
00:00:45,839 --> 00:00:49,002
2 คนนั้น มองนะคะ

5
00:00:49,002 --> 00:00:51,926
วันนี้นะคะ นักเรียน ม. 4 ห้องนี้นี่

6
00:00:51,926 --> 00:00:55,926
มีเพื่อนกลับคืนมาแล้ว หลังจากสัปดาห์ที่แล้วสอนไปนิดเดียวนะคะ คน

7
00:00:57,948 --> 00:00:58,790
น้อยมาก ครูอยากให้

8
00:00:58,790 --> 00:01:02,790
นักกีฬานะคะ อยากให้นักกีฬาที่ไป ตั้งใจเรียนนะวันนี้

9
00:01:09,774 --> 00:01:10,560
เดี๋ยวครูจะมีกิจกรรมให้ทำนะคะ แล้วก็จะมีการ

10
00:01:10,560 --> 00:01:12,018
ทดสอบด้วยนะคะ มันเป็นเรื่องใหม่ที่นักเรียน

11
00:01:12,018 --> 00:01:16,018
จะต้องได้เรียนแล้วต้องนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรา

12
00:01:20,696 --> 00:01:24,696
นะคะ นั่นก็คือเรื่องตรรกศาสาตร์ ตรรกศาสตร์

13
00:01:24,972 --> 00:01:26,103
เป็นเรื่องของการว่าด้วยเหตุและผลนะคะ ทำไมมันถึงสำคัญกับเรา เพราะว่าใน

14
00:01:26,103 --> 00:01:30,103
ชีวิตของเรานี่ ถ้าเราอยู่โดยไม่มีเหตุไม่มีผลนี่

15
00:01:33,769 --> 00:01:37,769
มันก็จะไม่มีหาข้อยุติ

16
00:01:39,361 --> 00:01:43,361
หาข้อสรุปในความถูกต้องไม่ได้ใช่ไหมคะ อย่างเช่น ตอนนี้

17
00:01:43,507 --> 00:01:47,507
ที่สำคัญมากเลย เรื่องนี้น่ะถูกนำไปใช้เรื่องอะไร การค้นหาความจริงลูก อย่างเช่นเรามีคดีนะคะ ตำรวจ

18
00:01:53,128 --> 00:01:53,224
สอบ... มีเหตุเกิดขึ้นนี่ มีผู้ร้าย ใช่ไหม

19
00:01:53,224 --> 00:01:57,224
พอมีผู้ร้ายเสร็จปุ๊บเขาจะหาความจริงว่าคนนี้ทำผิดจริงหรือเปล่า

20
00:02:04,157 --> 00:02:07,336
นะคะ เขาทำผิดจริงหรือเปล่านะ เขาต้องไปหาข้อเท็จจริง

21
00:02:07,336 --> 00:02:10,937
อันไหนที่จริง อันไหนที่ไม่จริงนะคะ

22
00:02:10,937 --> 00:02:14,860
เสร็จแล้ว นำเรื่องตรรกศาสตร์นี่แหละค่ะ มาวิเคราะห์

23
00:02:14,860 --> 00:02:15,739
ว่ามันน่าเชื่อถือหรือเปล่า เหมือนกับเราเหมือนกัน เวลาเราอยู่ใน

24
00:02:15,739 --> 00:02:19,739
สังคมในโรงเรียนใช่ไหมลูก เราเป็นพี่ใช่ไหมลูก เป็นพี่หอนอน

25
00:02:25,152 --> 00:02:28,859
พอมีน้องทำผิด เราก็ต้องไปสอบ

26
00:02:28,859 --> 00:02:30,975
หาความจริงใช่ไหม คนไหนทำผิดจริงหรือเปล่า จะต้องเอาเรื่องต่าง ๆ นี่มารวมกัน แล้วไปหาข้อสรุปนะคะ

27
00:02:30,975 --> 00:02:34,975
ว่าที่น้องเขาทำนี่ มันผิดหรือมันถูกนะคะ อันนี้เป็น

28
00:02:37,697 --> 00:02:41,697
พื้นฐานของความถูกต้องการมีเหตุผล

29
00:02:45,498 --> 00:02:48,220
จะถูกนำไปใช้ในชีวิตประจำวันมากเลย ก่อนอื่นเลย

30
00:02:48,220 --> 00:02:52,220
คำที่เราจะได้ยินประจำนะคะ สำหรับในเรื่องของตรรกศาสตร์ ก็คือ

31
00:02:57,729 --> 00:03:01,729
ประพจน์ ประพจน์คำนี้หมายถึงอะไรลูก

32
00:03:02,492 --> 00:03:06,492
ประพจน์ตัวนี้ เพื่อนที่เรียนไปแล้วจำได้ไหมคะ สัปดาห์ก่อน ประพจน์

33
00:03:06,730 --> 00:03:09,897
ประพจน์ก็คือประโยคนะคะ หรือว่าข้อความ

34
00:03:09,897 --> 00:03:13,897
ใช่ไหม ประโยคหรือว่าข้อความก็

35
00:03:18,859 --> 00:03:22,859
ได้ต้องเป็นประโยคบอกเล่านะคะ หรือว่าประโยคปฏิเสธ ที่มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ มันจะต้องเป็นประโยคนะ หรือว่า

36
00:03:23,567 --> 00:03:27,567
เป็นข้อความก็ได้ มีอยู่ 2 ประโยคนี้นะคะ

37
00:03:33,027 --> 00:03:33,618
ที่จะเป็นประพจน์นะ  ดูนะ ทีนี้ชนิด

38
00:03:33,618 --> 00:03:37,618
ของประโยคมันก็มีเยอะเหมือนกันนะลูก ครูแยก

39
00:03:41,179 --> 00:03:42,920
ออกมาให้ที่เป็นประพจน์นะคะ

40
00:03:42,920 --> 00:03:46,920
ประโยคไหนที่จะเป็นประพจน์ ก็คือประโยคบอกเล่า

41
00:03:52,047 --> 00:03:52,266
ประโยคปฏิเสธ นี่สีแดง ถ้าดู

42
00:03:52,266 --> 00:03:56,266
2 ประโยคนี้ปุ๊บ คิดเลยว่าจะต้องเป็นประพจน์แน่นอน

43
00:03:59,376 --> 00:04:03,376
นะคะ มันจะต้องเป็นประพจน์แน่นอน ถ้าเป็นประพจน์ปุ๊บ

44
00:04:05,226 --> 00:04:05,821
เอาไปหาความจริงได้ เอาไปหาค่าความจริงได้

45
00:04:05,821 --> 00:04:09,821
นะคะ แล้วถ้าไม่เป็นประพจน์ล่ะ

46
00:04:10,434 --> 00:04:13,370
ถ้าไม่เป็นประพจน์ ลูกดูประโยคหรือว่าข้อความนั้นนะคะ

47
00:04:13,370 --> 00:04:17,370
ประโยคคำสั่งต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้นะคะ

48
00:04:22,491 --> 00:04:24,991
คำสั่ง อันนี้คือไม่เป็นประพจน์แล้ว หรือว่าประโยคขอร้อง

49
00:04:24,991 --> 00:04:26,455
ประโยคข้อร้อง ช่วยฉันหน่อย ช่วยทำอันนี้หน่อย กรุณา ขอร้อง นะคะ และประโยค

50
00:04:26,455 --> 00:04:30,455
คำถาม วันนี้กินข้าวหรือยัง

51
00:04:32,776 --> 00:04:33,620
เธอชอบสีอะไร

52
00:04:33,620 --> 00:04:37,344
นี่เป็นประโยคคำถามนะคะ

53
00:04:37,344 --> 00:04:41,344
ไม่เป็นประพจน์ เพราะอะไร เพราะหาค่าความจริง

54
00:04:43,833 --> 00:04:47,195
ไม่ได้นะคะ ไม่มีค่าความจริง

55
00:04:47,195 --> 00:04:50,775
หรือว่าประโยคอุทาน อุ๊ย ตายแล้ว

56
00:04:50,775 --> 00:04:54,775
คุณพระช่วย นี่เป็นประโยคอุทาน

57
00:04:54,874 --> 00:04:58,387
ที่เราตกใจหรือว่าเห็นแล้วแบบดีใจมาก ๆ

58
00:04:58,387 --> 00:05:02,387
ตะโกนออกมานะคะ ก็คือเป็นประโยคอุทาน

59
00:05:06,816 --> 00:05:10,816
ซึ่งประโยคต่าง ๆ นอกเหนือจากบอกเล่า

60
00:05:10,849 --> 00:05:13,551
กับปฏิเสธ ไม่เป็นประพจน์นะคะ ทีนี้ดูนะ สรุป

61
00:05:13,551 --> 00:05:17,551
ประพจน์นะคะ ครูดูให้แล้ว ประโยคบอกเล่า

62
00:05:24,383 --> 00:05:28,383
ประโยคปฏิเสธนะลูก มันจะมีค่าความจริงอยู่ 2 อย่าง

63
00:05:28,568 --> 00:05:29,074
ก็คือค่าความจริงกับเป็นเท็จ เป็นจริงกับ

64
00:05:29,074 --> 00:05:33,074
เป็นเท็จ เมื่อไหร่ก็ตามที่เป็นประโยคบอกเล่าแล้วก็

65
00:05:33,673 --> 00:05:37,673
ประโยคปฏิเสธ มีค่าความจริง

66
00:05:42,906 --> 00:05:45,518
สุดท้ายเลย คือ ประพจน์

67
00:05:45,518 --> 00:05:45,964
หาค่าความจริง ก็คือตอบไม่ได้ หาค่าความจริง

68
00:05:45,964 --> 00:05:49,964
ก็คือตอบไม่ได้นะคะ ไม่เป็นประพจน์ ไม่เป็นประพจน์นะคะ

69
00:05:51,416 --> 00:05:55,416
วันนี้นะคะ ครูจะให้นักเรียนดูประโยคต่อไปนี้นะคะ

70
00:05:57,768 --> 00:06:01,768
ที่ครูติดบนกระดาน เสร็จแล้วนักเรียน ครูจะแจกประโยคให้นักเรียนทุกคนนะคะ คนละ 2 ประโยค

71
00:06:04,212 --> 00:06:08,212
เสร็จแล้วให้นักเรียนดูว่าประโยคที่ครูแจกให้นักเรียน

72
00:06:14,920 --> 00:06:15,666
ของแต่ละคนนั้น เป็นประโยคประเภทไหน ชนิดไหนนะคะ

73
00:06:15,666 --> 00:06:16,755
ดูนะ

74
00:06:16,755 --> 00:06:20,755
จะช่วยไปหยิบประโยคไปแจกเพื่อน

75
00:06:21,842 --> 00:06:25,842
คนละ 2 ประโยคลูก ให้เพื่อนเลือกได้เลยว่าจะเอาอันไหน

76
00:06:30,325 --> 00:06:32,042
คนละ 2 แจกให้เลย

77
00:06:32,042 --> 00:06:36,042
เหลือไหม

78
00:06:38,750 --> 00:06:41,777
เหลืออีก 2 นะคะ

79
00:06:41,777 --> 00:06:45,777
เพื่อนยังไม่มาอีก 1 คน ไม่เป็นไรนะคะ

80
00:06:46,652 --> 00:06:50,652
ครูปิ๊กเล่นด้วย ครูปิ๊กเล่นด้วย ดูพี่ล่าม

81
00:06:55,036 --> 00:06:56,825
ก่อนนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะคะ

82
00:06:56,825 --> 00:07:00,825
ทุกคนจะมีประโยคอยู่ในมือ 2 ประโยค

83
00:07:02,546 --> 00:07:06,546
ทีนี้ดูนะว่าประโยคแต่ละประโยคที่นักเรียนได้นี่มันจะต่างกัน

84
00:07:08,784 --> 00:07:12,784
ดูแล้วก็แยกประเภทนะคะ ชนิดของประโยคที่ครูเขียนไว้บนกระดาน

85
00:07:17,353 --> 00:07:18,620
อันไหนของตัวเอง นักเรียนต้องรู้ว่าประโยค

86
00:07:18,620 --> 00:07:19,119
ของตัวเองที่นักเรียนจับได้นี่มันคือประโยคอะไรนะคะ

87
00:07:19,119 --> 00:07:23,119
แล้วให้ออกมาเขียนบนกระดานนะ เสร็จแล้วเราจะ

88
00:07:25,054 --> 00:07:29,054
มาหาค่าความจริงของประโยคด้วยกันว่ามัน

89
00:07:34,948 --> 00:07:38,402
เป็นหรือว่าไม่เป็นประพจน์นะ อันแรกใครได้เอ่ย นี่ข้อแรกใครได้ยกมือขึ้น ดู อย่าเพิ่ง ดูพี่ล่ามด้วย แล้วดู

90
00:07:38,402 --> 00:07:42,402
บนจอลูก อันนี้ใครได้ ประโยคนี้

91
00:07:48,063 --> 00:07:51,518
คือ 1 สัปดาห์ มี 7 วัน 1 สัปดาห์ มี 7 วัน มันเป็นประโยค

92
00:07:51,518 --> 00:07:52,354
อะไรคะ ประโยคบอกเล่า

93
00:07:52,354 --> 00:07:56,354
หรือเปล่า มันเล่ามันบอกหรือเปล่า

94
00:08:02,819 --> 00:08:06,819
หรือว่าเป็นประโยคปฏิเสธ เป็นประโยคอะไรลูก

95
00:08:07,318 --> 00:08:11,318
เป็นประโยคอะไรครูปิ๊กถาม... อะไรนะ

96
00:08:11,795 --> 00:08:15,795
ใช่ ๆ อันนี้คือข้อความ

97
00:08:17,574 --> 00:08:21,574
1 สัปดาห์ มี 7 วัน มันเป็นประโยคอะไร

98
00:08:23,013 --> 00:08:27,013
ถามก็คือมันเป็นประโยคอะไร

99
00:08:28,646 --> 00:08:32,646

100
00:08:33,763 --> 00:08:37,763
เป็นประโยคคำถามเหรอ ไม่ใช่นะคะ มันไม่ใช่ประโยคคำถาม

101
00:08:40,034 --> 00:08:44,034
มันเป็นประโยคบอกเล่า

102
00:08:51,703 --> 00:08:55,703
มันเป็นประโยคบอกเล่านะคะ มันเป็นชนิดประโยคบอกเล่า มันเป็น

103
00:08:57,486 --> 00:09:01,486
บอกเล่า ชนิดที่ 1 นะคะ ประโยคบอกเล่า ลูกต้องจำด้วยนะ ต้องจำด้วยนะ ว่าประโยคของตัวเองเป็นประโยคบอกเล่า

104
00:09:09,939 --> 00:09:12,099
ก็คือตัวนี้นะคะ บนกระดานนี่ลูก บนกระดานที่ครูเขียนประโยคเอาไว้ประโยคบอกเล่า

105
00:09:12,099 --> 00:09:16,099
อันนี้นะ อย่าเพิ่งออกมา อย่าเพิ่งออกมา ให้จำ

106
00:09:25,849 --> 00:09:27,447
ว่าของตัวเองนะคะ อยู่ตรงไหน ประโยคบอกเล่านะคะ 1 สัปดาห์มี 7 วัน เป็นประโยค

107
00:09:27,447 --> 00:09:31,447
บอกเล่า อันที่ 2 ช่วยปิดประตูด้วย

108
00:09:33,440 --> 00:09:37,440
ประโยคนี้ใครคะ ใครได้ลูก

109
00:09:37,718 --> 00:09:37,852
ใครได้ ประโยคนี้

110
00:09:37,852 --> 00:09:41,022
ยกมือขึ้น

111
00:09:41,022 --> 00:09:44,891
ใครได้ ดูนะ

112
00:09:44,891 --> 00:09:48,891
ช่วยปิดประตูด้วย เป็นประโยคอะไร

113
00:09:56,944 --> 00:09:59,046
คำว่า "ช่วย" นะลูก ต้องเป็นประโยค

114
00:09:59,046 --> 00:10:01,539
อะไรคะ ประโยคอะไร บอกเล่าไหม

115
00:10:01,539 --> 00:10:05,539
บอกเล่าถูกไหม

116
00:10:09,802 --> 00:10:13,239
บอกเล่าไหม คำว่า "ช่วย" นะคะ หรือว่าประโยค

117
00:10:13,239 --> 00:10:17,239
ปฏิเสธ ถ้าประโยคปฏิเสธ มันจะต้องมีคำว่า "ไม่"

118
00:10:17,882 --> 00:10:21,882
อยู่ด้วยนะคะ แต่อันนี้ไม่มีนะคะ ประโยคขอร้อง ขอร้อง

119
00:10:23,813 --> 00:10:26,009
คำว่า "ช่วย" นี่ คือ การขอร้องนะคะ

120
00:10:26,009 --> 00:10:29,279
คือ การขอร้อง เพราะฉะนั้น

121
00:10:29,279 --> 00:10:33,279
"ช่วยปิดประตูด้วย" เป็นประโยคอะไร อยู่ไหน ๆ ๆ

122
00:10:36,664 --> 00:10:40,182
เป็นประโยคขอร้องนะคะ

123
00:10:40,182 --> 00:10:44,182
คือ ขอให้ช่วย คือ ประโยคขอร้อง ตอนนี้มี

124
00:10:45,971 --> 00:10:46,536
ทั้งหมด 6 ชนิดที่ครูเขียนบนกระดานนะคะ

125
00:10:46,536 --> 00:10:50,536
นักเรียนสังเกตแล้วก็ดูของตัวเองนะ อันนี้

126
00:10:53,447 --> 00:10:57,327
ต่อมาข้อที่ 3

127
00:10:57,327 --> 00:10:58,343
ใครได้ พันพันดูนะ ไปเดินเล่น

128
00:10:58,343 --> 00:11:01,912
กันไหม ไปเดินเล่นกันไหม

129
00:11:01,912 --> 00:11:05,912
มันเป็นคำถาม ดูสินะ มันเป็นคำถามไหม เธอจะ

130
00:11:07,583 --> 00:11:11,583
ไปกับฉันไหมน่ะ ไปเดินเล่นน่ะ เป็นการถาม

131
00:11:13,656 --> 00:11:16,185
ถูกไหมคะ เป็นการถาม เพราะฉะนั้น อันนี้

132
00:11:16,185 --> 00:11:18,312
เป็นประโยคคำถาม ถูกต้อง คือ

133
00:11:18,312 --> 00:11:22,312
ประโยคคำถาม ถามเขาว่าไปเดินเล่นกันไหม

134
00:11:26,711 --> 00:11:28,776
เป็นประโยคคำถาม ต่อมา

135
00:11:28,776 --> 00:11:32,776
ใครได้ข้อนี้ ข้อ 4 ลูก 1 + 2 + 3 + 4

136
00:11:33,460 --> 00:11:34,735
= 10 ใครได้

137
00:11:34,735 --> 00:11:37,526
ข้อนี้เป็นประโยคบอกเล่านะคะ

138
00:11:37,526 --> 00:11:41,526
เป็นประโยคบอกเล่าที่บอกว่า

139
00:11:44,793 --> 00:11:47,339
ฝั่งซ้ายมือนี่ 1 2 3 4 เอามารวมกัน มัน

140
00:11:47,339 --> 00:11:50,122
เท่ากับ 10 นะ โอเคไหม เป็นประโยค

141
00:11:50,122 --> 00:11:54,122
บอกเล่านะลูกนะ ตัวนี้จำได้ไหมคะ สัญลักษณ์นี้

142
00:11:58,577 --> 00:12:02,577
เรื่องของเซตที่เราเรียนมาตั้งแต่เริ่มเปิดเทอม

143
00:12:02,960 --> 00:12:04,953
เขาบอกว่า 3 เป็นสมาชิก

144
00:12:04,953 --> 00:12:05,585
อันนี้ของใครนี่ดู 3

145
00:12:05,585 --> 00:12:09,575
เป็นสมาชิกของเชต 1 2 3

146
00:12:09,575 --> 00:12:13,575
ถูกหรือเปล่า

147
00:12:15,126 --> 00:12:19,126
มันเป็นประโยคบอกเล่า ทีนี้มาดูว่ามันถูกหรือมันผิดลูก

148
00:12:27,055 --> 00:12:30,317
มันใช่ไหม มี 3 อยู่ไหนเซตนี้ไหม มีไหมลูก มี 3 อยู่ในเซตนี้ไหม มีไหม พบไหม มีไหม มีนะคะ เห็นไหม

149
00:12:30,317 --> 00:12:34,317
3 มันอยู่ข้างในเซต 3 มันเป็นสมาชิกของข้างในเซตนี้นะคะ

150
00:12:40,037 --> 00:12:42,834
อันนี้ค่าความจริงมันก็จะกลายเป็นจริง ประโยคนี้เป็นประโยค

151
00:12:42,834 --> 00:12:45,494
บอกเล่านะลูกนะ ประโยคบอกเล่า

152
00:12:45,494 --> 00:12:49,494
จำให้ได้นะ ว่าประโยคของตัวเองเป็นประโยคประเภทไหน

153
00:12:56,989 --> 00:13:00,989
ชนิดไหนนะคะ อันนี้ใคร ประโยคต่อมาใครคะ เขาบอกว่าอะไร คำแรกขึ้นมาเลย เขาบอกว่าอะไร

154
00:13:02,257 --> 00:13:05,974
ถูกต้อง "ห้ามกินขนมในห้องเรียน"

155
00:13:05,974 --> 00:13:08,517
ประโยคอะไรลูก ห้าม เป็นประโยคคำสั่ง

156
00:13:08,517 --> 00:13:10,345
ใช่ไหม ห้ามเลย เด็ดขาดเลย ห้าม

157
00:13:10,345 --> 00:13:14,345
ไม่ได้ เป็นประโยคคำสั่ง คืออยู่ในนี้เป็นประโยคคำ

158
00:13:18,082 --> 00:13:22,082
สั่งบอกว่าไม่ให้กินนะคะ "ห้ามกินขนมในห้องเรียน

159
00:13:27,073 --> 00:13:28,754
" โอเคนะ อันนี้คือประโยคคำสั่ง ประโยคต่อมาใครได้ยกมือขึ้น ไออุ่น

160
00:13:28,754 --> 00:13:32,754
นะคะ ไออุ่นอันนี้คืออะไรลูก คืออะไร

161
00:13:35,210 --> 00:13:39,210
ประโยคนี้ เขาแปลว่าอะไร แปลว่าอะไร ใช่ ไก่

162
00:13:40,035 --> 00:13:44,035
มี 4 ขา ใช่ ไก่มี 4 ขา เป็นประโยคอะไรคะ

163
00:13:44,837 --> 00:13:46,207
เป็นประโยคอะไรลูก เป็นการเล่า

164
00:13:46,207 --> 00:13:50,207
ใช่ไหม เป็นการเล่า ถูกต้องนะคะ เป็นการเล่า

165
00:13:54,669 --> 00:13:56,279
เยี่ยม อันนี้ใครได้ข้อนี้ ไออุ่น...

166
00:13:56,279 --> 00:14:00,279
ทำไมไม่สลับเลย เรียงข้อเลย

167
00:14:02,162 --> 00:14:06,162
ดีมาก เหมือนกันลักษณะเดียวกันกับข้อนี้นะคะ เป็นประโยค

168
00:14:08,243 --> 00:14:11,767
บอกเล่าเหมือนกัน ประโยคบอกเล่าเหมือนกันแต่

169
00:14:11,767 --> 00:14:15,767
ค่าความจริงมาดูอีกทีหนึ่ง ว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะลูกนะ

170
00:14:16,959 --> 00:14:20,313
อันนี้เขาบอกว่า 8 นี่เป็นสมาชิกของเซต 1 2 3 ใช่หรือเปล่านะคะ เป็นประโยคบอกเล่า

171
00:14:20,313 --> 00:14:24,313
แต่ว่ามันจริงหรือเปล่าหรือมันเท็จ เดี๋ยวดู

172
00:14:29,610 --> 00:14:33,610
ต่อไป อันนี้คือประโยคบอกเล่า อยู่ตำแหน่งไหน ใช่ ประโยคบอกเล่านะคะ ประโยคนี้ครูปิ๊กได้เอง "อุ๊ย ตายแล้ว " "อุ๊ย

173
00:14:41,562 --> 00:14:42,879
ตายแล้ว" เป็นประโยคอุทานนะคะ

174
00:14:42,879 --> 00:14:42,886
อันนี้ อุทานเลย อุทานแน่นอนนะคะ

175
00:14:42,886 --> 00:14:46,886
ต่อมาประโยคนี้ครูปิ๊กก็ได้อีก เขาบอก "ครูปิ๊ก

176
00:14:48,956 --> 00:14:52,027
ไม่ชอบกินผัก"  อันนี้เป็นการเล่านะคะ เป็นการเล่า

177
00:14:52,027 --> 00:14:56,027
ครูปิ๊กนี่ไม่ชอบกินผัก ก็เป็นประโยคบอก เอ้ย

178
00:15:02,493 --> 00:15:02,655
ประโยคปฏิเสธเพราะอะไร มีคำว่าอะไรคะ

179
00:15:02,655 --> 00:15:06,655
มีคำว่า "ไม่" เห็นไหม มันมีคำว่า "ไม่" เป็นประโยคปฎิเสธนะคะ ไม่ ไม่ชอบเลย

180
00:15:11,264 --> 00:15:14,087
ประโยคปฏิเสธอยู่ไหน อยู่นี่

181
00:15:14,087 --> 00:15:16,593
อันนี้คือประโยคปฏิเสธ ก็จะอยู่ใน...

182
00:15:16,593 --> 00:15:20,259
ครูปิ๊กก็จะเอามาวางไว้อยู่ตรงนี้ บนกระดานนะคะ

183
00:15:20,259 --> 00:15:21,279
เสร็จแล้ว ใครได้ลูก

184
00:15:21,279 --> 00:15:25,279
เจ็ก อันนี้แปลว่าอะไร

185
00:15:29,687 --> 00:15:33,687
อันนี้แปลว่าอะไร นี่ ประโยคนี้แปลว่าอะไร

186
00:15:34,586 --> 00:15:37,347
ถูกต้อง เป็นประโยค

187
00:15:37,347 --> 00:15:39,256
คำถาม เก่งมาก "เธอรักฉันหรือเปล่า" ถามเขาไป

188
00:15:39,256 --> 00:15:43,256
ใช่ไหม เขาก็จะตอบ

189
00:15:43,996 --> 00:15:47,996
อันนี้คือประโยคคำถาม

190
00:15:49,674 --> 00:15:51,366
แน่นอน อยู่ตรงไหนลูก รู้แล้วเป็นประโยคคำถาม

191
00:15:51,366 --> 00:15:55,366
ข้อนี้ล่ะ ของใคร ประโยคนี้ของใครได้

192
00:15:56,770 --> 00:16:00,770
เจ็กเหมือนเดิม อันนี้ก็เป็นประโยคอะไรลูก

193
00:16:06,171 --> 00:16:10,171
เป็นประโยคบอกเล่า เป็นประโยคบอกเล่านะคะ เขาให้หาว่า 2 - 2

194
00:16:10,580 --> 00:16:14,163
+ 2 = 0 จริงหรือเปล่า ค่าความจริงดูอีกทีหนึ่ง

195
00:16:14,163 --> 00:16:18,163
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันเป็นแบบนี้นะคะ มีอยู่ 2 ฝั

196
00:16:23,135 --> 00:16:23,451
่ง ถ้าเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์นะ มีอยู่ 2 ฝั่ง ใส่สมการ

197
00:16:23,451 --> 00:16:27,133
แบบนี้ ถ้าไม่มีตัวแปร ไม่มีค่าตัวแปร แสดงว่าเป็น

198
00:16:27,133 --> 00:16:31,133
ประโยคบอกเล่านะคะ อะไร ประโยคนี้ฮานอย

199
00:16:31,877 --> 00:16:35,877
ประโยคบอกเล่า เก่ง ๆ ๆ อันนี้ก็คือธงชาติไทย

200
00:16:40,501 --> 00:16:41,753
มี 3 สีลูก เป็นประโยคบอกเล่านะคะ ใครได้อะไร

201
00:16:41,753 --> 00:16:45,753
คำสั่ง ห้าม

202
00:16:45,892 --> 00:16:49,892
ห้ามเลย เป็นประโยคคำสั่ง

203
00:16:55,600 --> 00:16:58,050
ห้ามเดินผ่านเยี่ยม เป็นประโยคคำสั่งนะคะ

204
00:16:58,050 --> 00:17:02,050
อ่านประโยคแล้ว อ่านเข้าใจนะลูก ดีมาก อันนี้ประโยค

205
00:17:09,975 --> 00:17:11,901
ช่วยปิดเสียงโทรศัพท์ด้วย อันนี้ประโยคอะไร คำว่า "ช่วย"

206
00:17:11,901 --> 00:17:14,259
ประโยคอะไร ประโยคขอร้อง เยี่ยมมาก

207
00:17:14,259 --> 00:17:18,259
สุดท้ายใครได้ ได้ติดกันเลย ช้าง

208
00:17:20,604 --> 00:17:22,538
มี 3 ขา อันนี้เป็นประโยคอะไร

209
00:17:22,538 --> 00:17:26,538
ถูกต้องนะคะ เก่งมาก มันเป็นประโยคบอกเล่า

210
00:17:28,798 --> 00:17:31,522
แต่เราไม่รู้ว่ามันจริงมีค่าความจริงเป็นอะไร

211
00:17:31,522 --> 00:17:35,522
นะคะ ทีนี้ให้ลูกออกมาติดประโยค

212
00:17:40,421 --> 00:17:44,421
นะคะ ของตัวเองบนกระดานนะคะ ติดให้อยู่ในประเภทของประโยคให้ถูกต้อง เดี๋ยวเรามาเช็กกันอีกทีนะคะ

213
00:17:46,945 --> 00:17:50,945
ว่าเพื่อนติดถูกหรือเปล่า เจ็กออกมาก่อนลูก

214
00:17:51,291 --> 00:17:55,291
ออกมาติดเลย ประโยคออกมาติดกระดาน ที่เขียนแล้ว

215
00:17:58,119 --> 00:18:02,119
ฮานอยออกมาต่อ

216
00:18:17,394 --> 00:18:21,394
ออกมาเลยลูก

217
00:18:21,867 --> 00:18:25,867

218
00:19:07,197 --> 00:19:11,197
ดูนะว่าเพื่อนที่ไปแข่งกีฬาจะเข้าใจไหมนะ จะติดถูกหรือเปล่า

219
00:19:23,211 --> 00:19:24,780
ช่วยปิดประตูด้วย เพื่อน

220
00:19:24,780 --> 00:19:28,780
ช่วยเพื่อนหน่อย อันนี้อะไรลูก

221
00:19:29,539 --> 00:19:33,539

222
00:19:37,373 --> 00:19:41,373
เดี๋ยวเรามาช่วยกันตรวจนะคะ ว่าติดกันถูกหรือเปล่า

223
00:19:44,430 --> 00:19:48,430
ครูมองนะ

224
00:19:50,782 --> 00:19:53,916
กลุ่มที่เราจัดนะคะ

225
00:19:53,916 --> 00:19:57,916
เริ่มประโยคบอกเล่าก่อนนะ เริ่มประโยคบอกเล่า

226
00:20:07,233 --> 00:20:08,888
มีทั้งหมดที่เพื่อนเอามาติด มี 9 ประโยคด้วยกัน

227
00:20:08,888 --> 00:20:11,288
3 เป็นสมาชิกของ 1 2 3 เซต 1 2 3 อันนี้

228
00:20:11,288 --> 00:20:13,612
ถูกนะคะ เป็นประโยคบอกเล่า อันนี้ใครเป็นคนติดยกมือขึ้น

229
00:20:13,612 --> 00:20:17,612
ใครเป็นคนติดลูกอันนี้

230
00:20:18,925 --> 00:20:19,609
ติดถูกนะคะ ติดถูกนะคะ ข้อนี้

231
00:20:19,609 --> 00:20:23,007
ประโยคต่อมา 1 สัปดาห์

232
00:20:23,007 --> 00:20:27,007
มี 7 วัน อันนี้ก็อยู่ถูกนะคะ ถูกที่เลย

233
00:20:30,469 --> 00:20:34,469
ช้างมี 3 ขา ประโยคบอกเล่าเหมือนกัน

234
00:20:34,491 --> 00:20:36,328
2 - 2 + 2 = 0 ประโยคบอกเล่า ถูกต้อง

235
00:20:36,328 --> 00:20:38,815
ธงชาติไทยมี 3 สี อันนี้ก็ประโยคบอกเล่านะคะ

236
00:20:38,815 --> 00:20:42,815
ไก่ มี 4 ขา อันนี้ก็เป็นประโยคบอกเล่า

237
00:20:46,244 --> 00:20:50,018
8 เป็นสมาชิกของเซต 1 2 3

238
00:20:50,018 --> 00:20:51,314
เป็นประโยคบอกเล่า ถูกต้อง อันนี้ของใครเอ่ย

239
00:20:51,314 --> 00:20:54,743
ไปเดินเล่นกันไหม ไปเดินเล่น

240
00:20:54,743 --> 00:20:58,743
กันไหม เป็นประโยคอะไรลูก บอกเล่าเหรอ

241
00:20:59,712 --> 00:21:03,712
ไม่ใช่นะ มันเป็นอะไรคะ เพื่อน ๆ ช่วยหน่อย

242
00:21:07,948 --> 00:21:09,674
เป็นประโยคอะไร เพื่อนตอบสิ ใช่ เป็นคำถาม

243
00:21:09,674 --> 00:21:13,674
เป็นคำถาม มาเปลี่ยนใหม่เลย ประโยคคำถาม

244
00:21:15,065 --> 00:21:17,754
อยู่ไหนะคะ ออกไป หยิบไปใส่ตรงประโยคคำถามได้

245
00:21:17,754 --> 00:21:21,754
เชิญค่ะ อีกข้อ 1 ถูกนะคะ ที่บอกว่า

246
00:21:22,756 --> 00:21:25,762
เป็นประโยคบอกเล่า 2 + 3... 1 + 2 + 3

247
00:21:25,762 --> 00:21:29,762
+ 4 = 10 นะคะ เป็นประโยคบอกเล่า มีสลับ

248
00:21:31,942 --> 00:21:34,182
คนเดียวนะคะ ไปเดินเล่นกันไหม เป็นคำถาม

249
00:21:34,182 --> 00:21:38,182
เป็นคำถาม อยู่ไหน เป็นคำถาม อยู่ไหน

250
00:21:39,044 --> 00:21:42,759
ถูกต้อง เยี่ยมมาก

251
00:21:42,759 --> 00:21:46,759
ประโยคปฏิเสธมีอยู่อันเดียว คือ

252
00:21:46,927 --> 00:21:50,927
ครูปิ๊กไม่ชอบกินผัก อันนี้ถูกต้อง

253
00:21:54,987 --> 00:21:58,157
นะคะ เป็น เอาประโยคมาใช้ได้ถูกต้อง

254
00:21:58,157 --> 00:22:01,247
มาวางจัดกลุ่มได้ ทีนี้ประโยคขอร้อง

255
00:22:01,247 --> 00:22:05,247
มีอยู่ 2 ประโยคนะคะ ของใครก็ไม่รู้แหละ

256
00:22:06,942 --> 00:22:10,942
ช่วยปิดโทรศัพท์ ช่วยปิดเสียงโทรศัพท์ด้วย

257
00:22:11,564 --> 00:22:15,564
กับช่วยปิดประตูด้วย อันนี้เป็นประโยคขอร้อง

258
00:22:17,253 --> 00:22:21,253
ขอให้ทำ ถูกต้องนะคะ ดีมาก ข้อนี้ถูกนะคะ ไม่มีสลับเลย ทีนี้ประโยคคำถาม

259
00:22:27,145 --> 00:22:29,899
ประโยคคำถามเธอรักฉันหรือเปล่า เธอรักฉัน

260
00:22:29,899 --> 00:22:31,013
รือเปล่า เป็นคำถามนะคะ ไปเดินเล่นกันไหม

261
00:22:31,013 --> 00:22:32,008
นี่เป็นการชวนคำถามนะคะ 2 ประโยคนี้

262
00:22:32,008 --> 00:22:36,008
นะคะ

263
00:22:38,806 --> 00:22:41,323
ห้ามเดินผ่านสนามหญ้า ห้าม

264
00:22:41,323 --> 00:22:45,323
มีคำว่าห้ามนะคะ แล้วก็ห้ามกินขนมในห้องเรียน นี่

265
00:22:46,678 --> 00:22:48,889
ประโยคคำสั่ง สั่งเลย ถ้าสมมติเราไปกินขนมในห้องเรียน

266
00:22:48,889 --> 00:22:52,889
มันก็จะมีกฎมีบทลงโทษใช่ไหมคะ ก็

267
00:22:54,862 --> 00:22:58,108
คือการห้ามประโยคคำสั่งนะคะ

268
00:22:58,108 --> 00:23:02,108
ประโยคอุทาน อุ๊ย ตายแล้ว มีอยู่คำเดียว

269
00:23:04,687 --> 00:23:08,687
มีอยู่ประโยคเดียวเอง ทั้งหมดเก่งมากเลยนะคะ ที่ติดประโยคได้ถูกต้อง ทีนี้ครู

270
00:23:09,024 --> 00:23:12,699
ถามว่าประโยคที่เป็นประพจน์

271
00:23:12,699 --> 00:23:16,278
เราจะเลือกตัวไหนลูก เฉพาะอะไรคะ มีอยู่ 2

272
00:23:16,278 --> 00:23:20,278
ประโยคเท่านั้น คือ ประโยคบอกเล่ากับประโยคปฏิเสธ

273
00:23:21,284 --> 00:23:25,284
กลุ่มนี้เป็นประพจน์หมดเลย ซีกนี้

274
00:23:28,328 --> 00:23:30,509
ทั้งซีกเลย เอาออก ไม่ใช่ประพจน์

275
00:23:30,509 --> 00:23:34,509
แน่นอน นี่ นี่นะ ประโยคขอร้อง

276
00:23:35,341 --> 00:23:37,298
ประโยคคำสั่ง ประโยคคำถาม ประโยคอุทาน ซีกนี้

277
00:23:37,298 --> 00:23:41,298
ฝั่งด้านซ้ายมือไม่เป็นประพจน์แน่นอนนะคะ

278
00:23:41,351 --> 00:23:45,351
เพราะมันไม่ใช่ประโยคบอกเล่า แล้วก็ไม่ใช่ประโยคปฏิเสธ

279
00:23:51,305 --> 00:23:54,867
มีกี่ประโยคคะ ที่ยังเหลืออยู่ มีอยู่ 7 ประโยคนะคะ ที่ยังเหลืออยู่

280
00:23:54,867 --> 00:23:55,055
โอเคนะ มีอยู่ 7 ประโยคลูก

281
00:23:55,055 --> 00:23:59,055
มีอยู่ 7 ประโยคนี่ ก็คือประโยคบอกเล่ากับประโยคขอร้อง

282
00:24:05,732 --> 00:24:07,924
ทีนี้ ครูจะแจกกระดาษให้นักเรียนนะคะ ให้นักเรียนทำงาน

283
00:24:07,924 --> 00:24:08,855
เป็นกลุ่มนะ คนละ

284
00:24:08,855 --> 00:24:12,855
กลุ่มหนึ่ง 3 ก

285
00:24:23,319 --> 00:24:24,263
3 กลุ่มหนึ่ง 4 แล้วกันลูก เดี๋ยวเอาเก้าอี้

286
00:24:24,263 --> 00:24:24,939
เข้าหากันนะคะ เอาโต๊ะเก้าอี้เข้าหากัน ทำงานเป็นกลุ่ม

287
00:24:24,939 --> 00:24:28,939
ซีกนี้เป็น 3 คน 3 คน เดี๋ยวรอเพื่อน

288
00:24:29,935 --> 00:24:33,935
มานะคะ ก็รวมเป็น  4 เลย ครูจะแจกกระดาษให้นะคะ

289
00:24:37,435 --> 00:24:38,424
พร้อมกับตัวนี้นะ พร้อมกับตัวนี้

290
00:24:38,424 --> 00:24:42,424
ให้นักเรียนตัดแปะนะคะ คำประโยคพวกนี้น่ะ ใส่ในกรอบให้ถูกต้อง

291
00:24:48,278 --> 00:24:50,601
เข้าใจนะ ถ้าทำถูกแล้วนะคะ

292
00:24:50,601 --> 00:24:54,601
ถ้าทำถูกแล้ว ตัดประโยคเสร็จปุ๊บ

293
00:24:54,649 --> 00:24:54,731
ตัดแปะเรียบร้อยนะคะ ให้มาดูอย่างนี้ทีนี้

294
00:24:54,731 --> 00:24:58,631
อันไหนที่เป็นประโยคบอกเล่า ดูตัวอย่าง

295
00:24:58,631 --> 00:25:02,631
ในกระดานนะ บอกเล่ามีอยู่ 8 ประโยคลูก

296
00:25:06,915 --> 00:25:09,272
8 ประโยคที่ลูกเลือกออกมา หาค่าความจริง

297
00:25:09,272 --> 00:25:13,124
ค่าความจริงมีอยู่ 2 ค่าถูกไหม คือ เป็นจริง

298
00:25:13,124 --> 00:25:15,249
กับเป็นเท็จนะคะ เป็นจริงกับเป็นเท็จ

299
00:25:15,249 --> 00:25:19,249
ดูว่าประโยคนี้เป็นจริงหรือเปล่า

300
00:25:25,130 --> 00:25:28,392
3 เป็นสมาชิกของเซต 1 2 3 ไหม

301
00:25:28,392 --> 00:25:28,543
3 มันอยู่ แสดงว่าเป็นจริงถูกไหม เป็นจริง เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จะใส่ตรงนี้นะคะ

302
00:25:28,543 --> 00:25:32,543
เหลี่ยมตรงนี้ให้ใส่

303
00:25:42,125 --> 00:25:44,914
ค่าความจริง ฝั่งด้านนี้ให้ใส่ประโยค ให้ใส่ประโยค

304
00:25:44,914 --> 00:25:45,986
ลงไป แต่จะต้องเป็นประโยคบอกเล่านะลูก

305
00:25:45,986 --> 00:25:49,986
พวกนี้ลูกเขียนลงไป เข้าใจไหม เอาใหม่ ดูพี่ล่ามนะ

306
00:25:55,706 --> 00:25:57,891
ดูพี่ล่ามนะ ครูจะแจกกระดาษให้ลูก

307
00:25:57,891 --> 00:25:59,380
ครูจะแจกกระดาษให้ พร้อมกับประโยค

308
00:25:59,380 --> 00:26:03,380
ให้ลูกไปตัดประโยคนั้นนะคะ

309
00:26:04,217 --> 00:26:08,217
ไปตัดประโยคนั้น เอาไปติดให้ตรงกับช่องของชนิด

310
00:26:13,874 --> 00:26:17,522
ประโยค ให้ตรงกัน ให้ตรงกันนะคะ

311
00:26:17,522 --> 00:26:21,522
เลือกเอาเฉพาะ 2 ประโยคนะคะ ประโยคบอกเล่า กับประโยคปฏิเสธ

312
00:26:24,146 --> 00:26:27,305
มาเขียน เอาประโยคมาเขียนลงในช่องนี้

313
00:26:27,305 --> 00:26:30,954
ที่เป็นกรอบแบบนี้ เป็นค่าความจริง

314
00:26:30,954 --> 00:26:32,733
เขียนลงไป ประโยคนี้มีค่าความจริงเป็นอะไร เป็นจริง

315
00:26:32,733 --> 00:26:36,733
หรือเป็นเท็จ แค่นั้นเอง งานนี้ครูจะให้ทำเป็นกลุ่ม

316
00:26:37,458 --> 00:26:41,458
ครูไม่ให้ทำเดี่ยว โอเคไหม

317
00:26:57,289 --> 00:27:01,289
โอเคนะลูก เดี๋ยวจัดโต๊ะใหม่ หันเข้าหากันนะคะ

318
00:27:06,470 --> 00:27:06,912
4 คนนี้ หันเข้ามา กลุ่มละ 4

319
00:27:06,912 --> 00:27:10,912
กลุ่มละ 4 มา

320
00:59:08,484 --> 00:59:12,484
(อาจารย์เชาวนี) ลูกคะ มองนะ

321
00:59:12,768 --> 00:59:16,768
ทีนี้เราจะเรียนเรื่องตัวเชื่อมนะคะ ตัวเชื่อม

322
00:59:17,358 --> 00:59:21,358
การเชื่อมประพจน์ เราดูแล้วว่าข้อความไหน

323
00:59:23,880 --> 00:59:27,880
ที่มันเป็นประพจน์ใช่ไหมคะ ทีนี้เรามาเรียนเรื่อง

324
00:59:32,507 --> 00:59:36,503
การเชื่อมประพจน์ เข้าด้วยกัน การเชื่อมประพจ

325
00:59:36,503 --> 00:59:38,160
มันหมายถึง จะต้อง แน่นอน มันจะต้องมี 2 ประพจน์ ขึ้นไป

326
00:59:38,160 --> 00:59:40,627
เขาก็เลยให้ว่าสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์

327
00:59:40,627 --> 00:59:42,291
นะคะ ประพจน์แรกให้เป็นตัว P นะลูก

328
00:59:42,291 --> 00:59:46,291
ตัวที่ 1 นะคะ ประพจน์ตัวที่ 2 ที่เอามเชื่อม

329
00:59:50,988 --> 00:59:52,119
อันนี้คือตัว q สัญลักษณ์ตัวนี้

330
00:59:52,119 --> 00:59:56,119
คือ แทนประพจน์นะคะ ประพจน์เราเรียนไปแล้วนะ คือ ค่าความจริง

331
00:59:57,980 --> 01:00:01,885
ใช่ไหมคะ ที่มีค่าความจริงหรือเป็นเท็จก็ได้

332
01:00:01,885 --> 01:00:05,885
ทีนี้การจะเชื่อมประโยคนะคะ การจะเชื่อมประพจน์

333
01:00:07,409 --> 01:00:11,403
เข้าหากัน 2 ประพจน์ นี่ ดูนะ ค่าความจริงมันมีแค่ 2 ค่าถูกไหมคะ มีแค่ค่า T

334
01:00:11,403 --> 01:00:15,403
กับค่า F คือเป็นจริงกับเป็นเท็จ ประโยคแรก

335
01:00:15,606 --> 01:00:19,606
เป็นจริง กับเป็นเท็จ ถ้าเมื่อไหร่ที่ไปจับคูกัน

336
01:00:24,529 --> 01:00:28,466
กับประพจน์นะคะ ตัวที่ 2 ปุ๊บนะลูก ตัวที่ 2 ก็มีค่าความจริงเป็นจริงกับเป็นเท็จ ถูกไหม เวลามันจับคู่กัน

337
01:00:28,466 --> 01:00:29,132
เรื่องอันนี้ เรื่องความน่าจะเป็นนะคะ เรื่อง

338
01:00:29,132 --> 01:00:33,132
โอกาสที่จะเกิดขึ้น เดี๋ยวเราจะเรียนต่อไปในเทอม 1

339
01:00:38,976 --> 01:00:39,610
เทอม 2 นะคะ ของ ม. 4 นะ ตัวนี้ เวลาเราจับคู่กัน ประโยคแรกเป็นจริง

340
01:00:39,610 --> 01:00:43,610
ประโยคที่ 2 เป็นจริงนะคะ ตารางค่าความจริง

341
01:00:46,449 --> 01:00:50,449
มันก็เลยวิ่งมาหาตรงนี้ ลูกดูนะ

342
01:00:55,376 --> 01:00:55,810
ตัวข้างหน้า ตัว p เป็นจริง ข้างหลังก็เป็นจริงเหมือนกัน

343
01:00:55,810 --> 01:00:57,636
นะคะ ในตารางให้วิ่งมาเลยนะคะ

344
01:00:57,636 --> 01:01:01,636
จับคู่กันมา มาหาตรงนี้ในตาราง

345
01:01:01,638 --> 01:01:05,638
จริงกับจริงนะคะ อันนี้คือค่าความจริงของตาราง

346
01:01:10,472 --> 01:01:14,472
เวลาเราเอาประพจน์มานะคะ ทีนี้ ตัวนี้ล่ะ ถ้า P เป็นจริง q เป็นเท็จนะคะ

347
01:01:19,434 --> 01:01:23,434
โยงมาเลยนะ ตรงนี้ มาใส่ตารางช่องนี้ เป็นจริง แล้วก็เป็

348
01:01:28,545 --> 01:01:29,042
นเท็จนะคะ ค่าที่มันจะเกิดขึ้นได้ โอกาสที่มันจะเกิด

349
01:01:29,042 --> 01:01:30,651
ขึ้นได้มันมีอยู่แค่นี้นะคะ ทีนี้ถ้าประพจน์ตัวแรก

350
01:01:30,651 --> 01:01:34,651
เป็นเท็จล่ะ ประพจน์ตัวที่ 2 มันจะจับคู่กัน

351
01:01:38,295 --> 01:01:42,295
เท็จมาวิ่งมาหาจริง เห็นไหมคะ เท็จมา แล้วก็จริง

352
01:01:43,919 --> 01:01:44,360
อันสุดท้าย คู่ที่ 4 นะคะ เมื่อประพจน์ตัว P แรกนะคะ

353
01:01:44,360 --> 01:01:48,360
ตัว P นี่ ประพนจ์แรกนี่เป็นเท็จ

354
01:01:49,213 --> 01:01:53,213
กับเท็จ มันก็จะออกมาเป็นตารางแบบน

355
01:02:00,566 --> 01:02:02,515
ี้ กี่คู่ มีอยู่ 4 ด้วยกัน จริง จริง

356
01:02:02,515 --> 01:02:06,515
จริง เท็จนะคะ เท็จแล้วจริง เท็จแล้วก็เท็จ อันนี้คือค่าความจริงที่มันจะเกิดขึ้น

357
01:02:06,759 --> 01:02:10,759
โอเคนะ วิธีการหาค่าตรงนี้ง่ายมาก แค่ลูกจับคู่

358
01:02:15,337 --> 01:02:19,337
นะคะ นี่ ที่โยงเส้นนี่ ข้างหน้ามีอยู่ 2 ตัวนะคะ ตัวข้างหลังมันก็เกิด 2 ตัวเหมือนกัน แต่เมื่อไหร่

359
01:02:21,100 --> 01:02:25,100
ที่มันมาจับคู่กันน่ะ มันก็เกิดออกมาเป็น แตกออกมาเป็นแบบนี้ เป็นแผนภูมิต้นไม้

360
01:02:31,970 --> 01:02:34,457
นะคะ เหมือนเป็นแตกกิ่งออกมานะ ตัว T ตรงนี้ ฟึ้บ

361
01:02:34,457 --> 01:02:38,457
มาใส่ตาราง T เหมือนกัน จับคู่ตัวนี้ T F

362
01:02:39,110 --> 01:02:43,110
มาใส่ตรงนี้นะคะ F F มาข้างหน้าบ้าง

363
01:02:47,751 --> 01:02:51,751
F T F F เข้าใจนะ ถามไหมคะ ถามไหม เข้าใจ ทีนี้มาดูคำเชื่อมลูก คำเชื่อมมันมีอยู่ 5 ตัว

364
01:02:53,999 --> 01:02:57,999
ตัวเชื่อมนะคะ มีทั้งคำภาษาไทยและมีคำเชื่อมทางคณิตศาสตร์

365
01:03:04,168 --> 01:03:04,828
ทางคณิตศาสตร์นะคะ วิธีการเชื่อมมีอะไรบ้าง

366
01:03:04,828 --> 01:03:06,165
มีอยู่ 5 ตัว คำเชื่อมคำแรกคืออะไร คะ และ นี่ และ

367
01:03:06,165 --> 01:03:10,165
และ เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นตัวนี้ และ ปุ๊บ

368
01:03:19,598 --> 01:03:22,968
สัญลักษณ์ คือ ตัวนี้ลูก เหมือนตัว V คว่ำ ถ่างอยู่

369
01:03:22,968 --> 01:03:26,864
เหมือนหมวกน่ะ ใส่หมวก นี่เห็นไหม ถ้าทางคณิตศาสตร์ถ้าเห็น

370
01:03:26,864 --> 01:03:30,864
สัญลักษณ์แบบนี้ มันหมายถึง และ มันหมายถึงแล

371
01:03:36,608 --> 01:03:37,188
อันที่ 2 หรือ หรือ ตัวนี้นะคะ สัญลักษณ์

372
01:03:37,188 --> 01:03:41,188
หงายหมวกขึ้น เป็นตัว v นั่นแหละ เหมือน

373
01:03:44,840 --> 01:03:48,678
กับตัว V นะคะ อย่าจำสับสนนะ ถ้า และ

374
01:03:48,678 --> 01:03:52,678
มันจำคว่ำ ถ้าหรือมันจะอะไรคะ มันจะหงาย

375
01:03:53,006 --> 01:03:55,574
นี่มันจะหงาย ทีนี้มาดูกันว่าตัวที่ 3 คืออะไร ถ้า...

376
01:03:55,574 --> 01:03:59,574
ถ้าเหตุการณ์แรกเกิด ถ้าเหตุการณ์แรก

377
01:04:07,241 --> 01:04:11,241
เกิดขึ้น แล้วเหตุการณ์ที่ 2 ต่อมานะคะ สัญลักษณ์ก็คือตัวนี้ ใช่ ลูกศรนะคะ ชี้

378
01:04:11,470 --> 01:04:11,926
ไปทางที่มันจะเกิดตามนะคะ ตัวนี้

379
01:04:11,926 --> 01:04:15,926
ตัวที่ 4 ก็ต่อเมื่อ

380
01:04:16,045 --> 01:04:20,045
ตัวที่ 4 ก็ต่อเมื่อ สัญลักษณ์เป็นอย่างไรคะ หัวลูกศร

381
01:04:25,070 --> 01:04:29,070
มีเหมือนกัน เกิดขึ้นทั้ง 2 ทิศทางเลยนะคะ หัวลูกศร ดูนะ

382
01:04:30,335 --> 01:04:34,335
มันจะไปทั้ง 2 ทิศทาง ทำตัวนี้ก็ต่อเมื่อสัญลักษณ์เป็น 2 ตัวน

383
01:04:40,629 --> 01:04:41,085
ะ และอันที่ 5 นิเสธนะคะ นิเสธคืออะไร นิเสธ คือ ตรงกันข้าม คือการตรงกันข้าม

384
01:04:41,085 --> 01:04:45,085
นะคะ นี่สัญลักษณ์เหมือนตัวลบนะ

385
01:04:46,798 --> 01:04:50,798
ตัวลบนะ แต่มันเป็นคลื่น มันเป็นคลื่นหน่อย

386
01:04:54,599 --> 01:04:58,599
เขียนง่าย อันนี้ ถ้ามันอยู่ข้างหน้านะคะ และเวลาเอาประโยคนะคะ เอาประพจน์มาเชื่อมกัน 2 ประพจน์

387
01:04:59,783 --> 01:04:59,975
นี่ โดยใช้สัญลักษณ์ตัวนี้ ดูนะ

388
01:04:59,975 --> 01:05:03,975
ครูจะให้นักเรียนดูตารางค่าความจริงนะ

389
01:05:09,272 --> 01:05:13,272
นี่ อันนี้คือและนะคะ สัญลักษณ์เป็นแบบนี้ เหมือนใส่หมวก เอา 2 ประโยคนี้มาเชื่อมหากัน ประพจน์

390
01:05:15,150 --> 01:05:15,680
ตัวที่ 1 เป็นอะไรคะ p  ใช่ไหม

391
01:05:15,680 --> 01:05:19,680
ประพจน์ตัวแรกคือ p ลูก

392
01:05:24,040 --> 01:05:25,631
ไออุ่นดู ประพจน์ ตัวแรก คือ p

393
01:05:25,631 --> 01:05:29,631
ประพจน์ตัวที่ 2 คือ q เมื่อไหร่ก็ตามที่เอาประพจน์

394
01:05:32,775 --> 01:05:34,073
2 อันนี้มาเชื่อมกัน เชื่อด้วยคำว่า "และ"

395
01:05:34,073 --> 01:05:38,073
เขาใช้สัญลักษณ์ตัวนี้นะคะ เหมือนตัว V คว่ำลง

396
01:05:44,608 --> 01:05:48,608
ใส่หมวกนะคะ และ ถ้าจะเกิดขึ้น ให้ดูตามนี้ จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อมีตัวจริง

397
01:05:48,608 --> 01:05:52,608
ทั้ง 2 ค่า

398
01:05:57,214 --> 01:05:58,536
เกิดขึ้นทั้ง 2 พร้อม ๆ กันนะคะ แต่ถ้าเมื่อไหร่อันหนึ่ง

399
01:05:58,536 --> 01:06:02,536
จริงอันหนึ่งเท็จ แสดงว่าพอมาเชื่อมกันมันจะกลายเป็นเท็จ

400
01:06:07,297 --> 01:06:11,297
เข้าใจนะ โอเคนะ อันนี้อันนี้ หรือ หรือนี่ ไม่จำเป็นจะต้องมีทั้งสองใช่ไหมคะ

401
01:06:13,319 --> 01:06:17,319
อันหนึ่งก็ได้ อันใดอันหนึ่งก็ได้ อย่างเช่น

402
01:06:17,679 --> 01:06:18,921
นี่ จริง กับ เท็จ

403
01:06:18,921 --> 01:06:22,921
มีจริงอันเดียว แสดงว่าเป็นจริงได้เลยนะคะ

404
01:06:28,351 --> 01:06:29,656
เท็จ หรือ จริง อันนี้มีจริงอยู่ด้วย เป็นจริง

405
01:06:29,656 --> 01:06:32,965
ได้เลยนะคะ อันไหนที่มีจริง

406
01:06:32,965 --> 01:06:35,139
แสดงว่าตัวนี้ ตัวแรก

407
01:06:35,139 --> 01:06:39,139
ที่เป็นหรือนี่ มีจริง อันใดอันหนึ่ง

408
01:06:42,827 --> 01:06:46,827
ค่าความจริงก็จะเป็นจริงนะคะ แต่ตัวสุดท้าย F F

409
01:06:48,347 --> 01:06:52,347
เป็นเท็จกับเป็นเท็จ ตัวสุดท้ายไม่มีจริงเลย แสดงว่า

410
01:06:54,152 --> 01:06:58,152
เป็นเท็จนะคะ เข้าใจไหม โอเค เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนดูบนกระดานนะคะ

411
01:07:03,776 --> 01:07:04,645
เดี๋ยวครูจะพาทำนะ เดี๋ยวเอาสมุดขึ้นมานะคะ เอาสมุด

412
01:07:04,645 --> 01:07:08,645
ขึ้นมาเขียนตัวนี้ก่อน สมุดนักเรียนมาบันทึกตัวนี้ก่อน

413
01:07:11,891 --> 01:07:14,973
แล้วก็สร้างตารางแบบนี้เอาไว้นะคะ

414
01:07:14,973 --> 01:07:18,973
มีแต่คน

415
01:07:21,338 --> 01:07:24,393
ไม่ได้เอาสมุดมา เก่งมาก มีอยู่คนเดียว เยี่ยม ปรบมือให้เพื่อนหน่อย

416
01:07:24,393 --> 01:07:26,730
เอาสมุดมาเรียนอยู่คนเดียว มีใครบ้างที่เอาสมุดมา

417
01:07:26,730 --> 01:07:30,730
มีอยู่ 2 คนนะ อีก 5 คนล่ะ เอาไปฝากไว้หอนอน

418
01:07:32,597 --> 01:07:36,515
เหรอลูก ไม่เอานะ อย่างนี้ต่อไป ต่อไป

419
01:07:36,515 --> 01:07:40,515
ต้องเอามาด้วย เอาเข้ามาเรียนด้วย เพราะบางครั้งครูจะให้นักเรียนบันทึก

420
01:07:42,964 --> 01:07:46,964
เหมือนกันนะคะ ตารางเชื่อมประพจน์นะคะ เดี๋ยวนักเรียนเชื่อมตัวนี้ไป

421
01:07:52,704 --> 01:07:53,032
เดี๋ยวครูจะแจกกระดาษให้ ส่วนที่เหลือ 5 คน จะต้องทำงาน 2 ครั้ง ลอกลงไปในกระดาษ เสร็จแล้ว

422
01:07:53,032 --> 01:07:54,744
เอาไปใส่ในสมุดนะคะ

423
01:07:54,744 --> 01:07:58,744
บันทึกตัวนี้ลงไปก่อนนะคะ

424
01:08:03,369 --> 01:08:07,369
ออกมาเอากระดาษไปเขียนลูก

425
01:17:39,256 --> 01:17:43,256
ลูกเสร็จแล้วนะคะ ทีนี้ลูกมาดูนะคะ ตาราง

426
01:17:43,790 --> 01:17:47,790
ค่าความจริงเมื่อมีตัวเชื่อมนะ ตัวแรก

427
01:17:51,543 --> 01:17:53,710
และ ลูกดูนะ ทั้งหมดดูนะคะ

428
01:17:53,710 --> 01:17:57,710
สัญลักษณ์และคืออะไร คล้ายหมวกเลย

429
01:18:01,155 --> 01:18:05,029
ประพจน์ตัวที่ 1 p และ q เมื่อไหร่ก็ตาม

430
01:18:05,029 --> 01:18:09,029
ที่เรามีคำว่า "และ" นะคะ มีทั้ง 2 ค่า

431
01:18:11,987 --> 01:18:15,987
มันถึงจะเป็นจริงได้นะคะ เป็นจริงทั้งคู่

432
01:18:16,423 --> 01:18:20,423
มันถึงจะเป็นจริง เพราะฉะนั้น ค่าความจริงของตัวนี้นะคะ ลูก p และ q จะมีค่าความจริงก็ต่อเมื่ออะไรคะ

433
01:18:27,627 --> 01:18:31,627
มันเป็นคู่ คู่กันเลย จริงกับจริง มันจะคู่กันเลย

434
01:18:32,130 --> 01:18:33,582
นะคะ ตัวนี้ คือ จริง แต่อันนี้มันมีจริงไหมคะ มันไม่เป็นคู่นะคะ คู่ไม่มี เพราะฉะนั้น

435
01:18:33,582 --> 01:18:36,391
3 ตัวนี้จะเป็นเท็จนะคะ เท็จทั้งหมดเลย

436
01:18:36,391 --> 01:18:40,391
เมื่อไหร่ก็ตาม

437
01:18:42,287 --> 01:18:45,386
ที่ดูสัญลักษณ์ และ นะคะ ตัวเชื่อมเป็น และ

438
01:18:45,386 --> 01:18:49,386
จะเป็นจริงกรณีเดียว ก็คือเป็นจริงทั้งคู่

439
01:18:52,097 --> 01:18:56,097
นะคะ เป็นจริงทั้งคู่ ดูนะ จำได้ไหม

440
01:18:57,461 --> 01:19:01,461
อันนี้สำคัญ จะเป็นจริงทั้งคู่ ก็ต่อเมื่อ

441
01:19:05,598 --> 01:19:09,598
ข้างหน้าเป็นจริง ข้างหลังก็เป็นจริง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่

442
01:19:11,629 --> 01:19:15,629
มีเท็จแม้แต่อันเดียวเข้ามา มันจะกลายเป็นเท็จทั้งหมด

443
01:19:16,090 --> 01:19:20,090
เมื่อเรามาเชื่อมด้วยคำว่า "และ" นะคะ ทีนี้

444
01:19:20,579 --> 01:19:24,579
หรือ คำนี้ หรือ ตัวนี้ สัญลักษณ์นะคะ หงายขึ้นเหมือนตัว V เลยนะคะ หรือนี่ตัวใดตัวหนึ่งก็ได้นะคะ

445
01:19:25,904 --> 01:19:29,904
ที่เป็นเท็จ ตัวใดตัวหนึ่งก็ได้

446
01:19:31,999 --> 01:19:35,999
ที่เป็นจริง ถือว่าจริง เอาใหม่นะคะ ตัวใดตัวหนึ่งก็ได้ ที่เป็นจริง

447
01:19:40,663 --> 01:19:44,663
ขอ 1 ตัวที่เป็นจริง ใน 2 ประโยคนี้ ขอตัวเดียวนะคะ เมื่อเอามาเชื่อมประโยคมันก็จะกลายเป็นจริง

448
01:19:48,469 --> 01:19:50,575
ทันที ทีนี้จริงกับจริง มีมากกว่า 1 อีก

449
01:19:50,575 --> 01:19:54,015
แน่นอน อันนี้อยู่ในกฎเลยนะคะ จริงมีตัวหนึ่ง อย่างน้อย 1 ตัว เพราะฉะนั้น ตัวนี้จริง อันนี้

450
01:19:54,015 --> 01:19:58,015
มี T ตัวหนึ่ง จริง สรุปก็คือจริง

451
01:20:01,922 --> 01:20:05,922
ไม่มี T เลยสักตัว เพราะฉะนั้น

452
01:20:06,613 --> 01:20:10,446
จะเป็นเท็จ มองแล้ว... มองเห็นอะไรคะ อยู่ในตารางนี้ลูก มองเห็นอะไร จะเห็น

453
01:20:10,446 --> 01:20:13,489
ว่าตารางที่มีค่าความจริงเยอะมาก ก็คือ

454
01:20:13,489 --> 01:20:17,489
ตารางหรือ ถูกไหมนะ นี่ ถ้าใช้คำว่า หรือ

455
01:20:20,935 --> 01:20:22,238
มา อย่างใดอย่างหนึ่ง ให้เลือกนะคะ มีจริงตัวเดียวนี่

456
01:20:22,238 --> 01:20:24,909
มันเป็นจริงหมดเลยนะคะ ทั้ง 2 ประโยค ประโยคไหน

457
01:20:24,909 --> 01:20:28,909
ที่เป็นจริง โอกาสมันก็จะเป็นจริงนะคะ โอเคนะ

458
01:20:31,357 --> 01:20:34,332
ทีนี้ ต่อมานะคะ

459
01:20:34,332 --> 01:20:38,332
นิเสธ นิเสธ คือ

460
01:20:42,278 --> 01:20:46,278
ตรงกันข้าม อันนี้ง่ายมากนะลูก นิเสธคือ

461
01:20:51,547 --> 01:20:54,920
ตรงกันข้ามตรงกันข้ามดู อันนี้ T ใช่ไหมคะ

462
01:20:54,920 --> 01:20:58,920
นิเสธของ p คืออะไรลูก ก็มาดู อันนี้คือ T ใช่หรือเปล่า ตรงข้าม

463
01:21:00,457 --> 01:21:02,544
กับ T คืออะไรคะ ตรงกับข้ามกับ T ก็คือเท็จใช่ไหม ก็คือเท็จถูกไหม

464
01:21:02,544 --> 01:21:06,544
T ไม่ใช่ T P P ตัวนี้

465
01:21:10,439 --> 01:21:10,529
มันเป็นจริง เพราะฉะนั้น ตัวนี้จะต้องเป็นเท็จถูกไหมคะ

466
01:21:10,529 --> 01:21:13,089
อันนี้เป็นจริงอันนี้ก็ต้องเป็นเท็จ

467
01:21:13,089 --> 01:21:16,898
นี่ก็จะเป็นตรงกันข้าม

468
01:21:16,898 --> 01:21:20,898
ก็คือจริง ตรงกันข้ามจริง

469
01:21:21,716 --> 01:21:23,630
ถาม ช่องนี้

470
01:21:23,630 --> 01:21:27,630
นิเสธของ q อันนี้จะเป็นอะไรลูก นี่ดูนะ

471
01:21:30,600 --> 01:21:34,600
อันนี้คือ T ช่องนี้จะเป็นอะไร ตรงกันข้ามกับ T คืออะไร

472
01:21:37,108 --> 01:21:41,108
ถูกต้อง F นะคะ

473
01:21:42,203 --> 01:21:44,328
F เพราะว่ามันตรงกันข้าม เป็นนิเสธนะคะ

474
01:21:44,328 --> 01:21:44,701
ตัวนี้ล่ะ F เป็นอะไร เป็นจริง

475
01:21:44,701 --> 01:21:47,099
ถูกต้องนะคะ ง่ายไหมตัวนี้

476
01:21:47,099 --> 01:21:51,099
อันนี้ล่ะ

477
01:21:53,674 --> 01:21:57,674
อันนี้ง่ายไหมลูก ง่ายไหมคะ อันนี้ดูง่ายสังเกต

478
01:21:59,666 --> 01:22:03,666
ง่าย ๆ  เมื่อไหร่ก็ตามที่มีสัญลักษณ์เสธอยู่

479
01:22:04,688 --> 01:22:08,688
ข้างหน้าแบบนี้มันจะตรงกันข้ามนะคะ ถ้า T

480
01:22:09,637 --> 01:22:13,637
เป็นจริง นิเสธของ p ก็คือเป็นเท็จ นิเสธ

481
01:22:17,130 --> 01:22:20,250
ตรงกันข้าม แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรมาก ตัวนี้ จำได้ไหม จำได้ไหมคะ ทีนี้ไปดู

482
01:22:20,250 --> 01:22:24,250
ไปดูคำว่า ถ้าแล้ว นะคะ

483
01:22:27,386 --> 01:22:31,386
ถ้า แล้ว นะคะ ถ้าแล้ว ถ้าแล้ว ตัวนี้ ถ้าเหตุการณ์ p

484
01:22:34,261 --> 01:22:38,261
เกิดขึ้นแล้วเหตุการณ์ q เกิดขึ้น

485
01:22:39,981 --> 01:22:43,981
ถ้าค่าความจริงของ 2 ประโยคนี้เป็นอย่างไร

486
01:22:47,244 --> 01:22:49,755
ดูนะ T กับ T นะคะ ถ้า T กับ T ตัวนี้จะเป็น

487
01:22:49,755 --> 01:22:51,730
จริง เพราะอะไรนี่ จริงแล้วจริง ก็คือต้องเป็นจริงถูกไหม

488
01:22:51,730 --> 01:22:55,730
ทีนี้ จริงแล้วเท็จนะคะ

489
01:22:57,405 --> 01:22:59,216
เป็นเท็จ อันนี้

490
01:22:59,216 --> 01:23:03,216
ดูข้างหลัง กรณีอันนี้ดูข้างหลังนะคะ

491
01:23:05,159 --> 01:23:09,159
ข้างหลังเป็นอะไร อันนี้เป็น F

492
01:23:14,727 --> 01:23:15,972
เป็น T นะคะ เหมือนกันเลย แต่ตรงนี้

493
01:23:15,972 --> 01:23:19,972
พิเศษนิดหนึ่ง เมื่อไหร่ก็ตามที่มันเหมือนกันทั้ง 2 ตัว

494
01:23:20,455 --> 01:23:24,455
เมื่อไหร่ก็ตามที่เหมือนกันทั้ง 2 ตัว

495
01:23:24,995 --> 01:23:28,995
ถ้าใช้ประโยคเชื่อม ถ้าแล้ว ถ้าใช้ประโ

496
01:23:37,168 --> 01:23:39,032
ยคที่เชื่อมมันจะเป็นจริงลูก อันนี้คือประโยค ถ้า... แล้ว... นะ

497
01:23:39,032 --> 01:23:39,946
ถ้าเมื่อไหร่

498
01:23:39,946 --> 01:23:43,946
ที่ค่าความจริงมันต่างกัน ให้ไปดูตัวหลัง

499
01:23:50,572 --> 01:23:53,709
ค่าตัวหลังนะคะ มีค่าความจริงเป็นอะไร คำตอบ

500
01:23:53,709 --> 01:23:57,709
ก็คือค่าความจริงตัวนั้น อย่างนี้เห็นไหม มันมีจริง มันมีทั้ง 2 ค่าเลย จริง จริง

501
01:23:58,658 --> 01:24:02,658
อันนี้ F F เหมือนกันทั้ง 2 ค่า ก็จะเป็นจริง

502
01:24:09,178 --> 01:24:12,481
เหมือนกันนะ อย่างงนะลูก ถ้า... แล้ว... ถ้า... แล้ว... ดูดี ๆ อันไหนที่เหมือนกัน มีค่า

503
01:24:12,481 --> 01:24:14,663
ความจริงเป็นจริงนะคะ ตัวไหนที่มันไม่เหมือนกันให้ไปดู

504
01:24:14,663 --> 01:24:18,663
ตัวข้างหลัง มันจะตามตัวข้างหลังนะคะ  F

505
01:24:23,354 --> 01:24:23,973
เห็นไหม มันเป็น F ตัวข้างหลัง มันเป็น F เพราะฉะนั้น

506
01:24:23,973 --> 01:24:27,973
เมื่อเชื่อมกันแล้วมันก็จะเป็น F นะคะ

507
01:24:28,752 --> 01:24:31,685
มันก็จะเชื่อม ดูข้างหลังเป็นจริง

508
01:24:31,685 --> 01:24:35,685
อันนี้จับดี ๆ มันจะงง ๆ หน่อย แต่ถ้าลูกจำได้ มันก็จะง

509
01:24:41,190 --> 01:24:41,681
่ายขึ้น อันนี้ประโยคเชื่อม ถ้า... ถ้า p แล้ว q p มันขึ้นก่อน

510
01:24:41,681 --> 01:24:45,681
นี่ P มันขึ้นก่อน ตัว p มันขึ้นก่อน

511
01:24:52,198 --> 01:24:56,198
เกิดขึ้น เข้าใจนะ โอเคไหมลูก งงไหม อันนี้ งงไหม งงไหม เข้าใจนิดหนึ่ง

512
01:24:56,471 --> 01:24:59,851
ตัวนี้น่ะมันก็จะแบบ

513
01:24:59,851 --> 01:25:03,851
ยากขึ้นมาหน่อยนะลูก ไม่เหมือน และ แล้วก็ หรือ

514
01:25:13,198 --> 01:25:13,336
ง่ายสุด นิเสธนี่ง่ายสุด เพราะมันตรงกันข้าม เดี๋ยวค่อยฝึกไปเรื่อย ๆ นะคะ มาตัวสุดท้าย

515
01:25:13,336 --> 01:25:17,336
สัญลักษณ์ตัวนี้คืออะไร นี่

516
01:25:17,357 --> 01:25:21,357
ก็ต่อเมื่อ

517
01:25:25,500 --> 01:25:27,808
ก็ต่อเมื่อนะคะ เป็นตัวเชื่อมที่มี... ที่จะให้ค่าความจริง

518
01:25:27,808 --> 01:25:31,401
เหมือนทั้ง 2 ประพจน์เลย

519
01:25:31,401 --> 01:25:35,401

520
01:25:36,360 --> 01:25:40,360
นะ อันนี้เหมือนทั้ง 2 ประพจน์นะคะ

521
01:25:46,963 --> 01:25:50,963
อันนี้

522
01:25:52,080 --> 01:25:56,080
จะเป็นอะไรคะ เป็นจริง อันนี้ก็เป็นอะไร เป็นเท็จ

523
01:25:58,840 --> 01:26:02,391
ลักษณะคล้ายกัน

524
01:26:02,391 --> 01:26:03,853
อันนี้เป็น เป็นอะไรคะ

525
01:26:03,853 --> 01:26:07,853
เป็นเท็จ อันนี้เป็นจริงนะคะ

526
01:26:11,834 --> 01:26:15,834
ลักษณะคล้ายกันเลย ต่างกันตรงไหนลูก

527
01:26:17,394 --> 01:26:21,383
ตัวนี้ถูกไหม ตัวนี้กับตัวนี้

528
01:26:21,383 --> 01:26:25,383
ช่องนี้นะคะ ตัวแรก ช่องแรกนี่ T เหมือนกันเลย

529
01:26:33,140 --> 01:26:33,591
อันนี้ F เหมือนกัน T เหมือนกันในช่องที่สุดท้าย

530
01:26:33,591 --> 01:26:37,284
แต่ช่องที่ 3 นี่ลูกเห็นไหม ถ้า... แล้ว... ก็ต่อเมื่อ

531
01:26:37,284 --> 01:26:40,613
ตัวนี้ ถ้าแล้ว ดูข้างหลังถูกไหมคะ แต่

532
01:26:40,613 --> 01:26:44,613
เมื่อไหร่มันมี F ตัวเดียว มันก็เป็น F

533
01:26:46,620 --> 01:26:50,620
อันนี้จะงง ๆ หน่อย เดี๋ยวนักเรียนต้องจำนะคะ แล้วก็ทำ... เดี๋ยวครูจะ

534
01:26:51,140 --> 01:26:52,932
ทำให้ฝึกเยอะ ๆ จำสัญลักษณ์ให้ได้

535
01:26:52,932 --> 01:26:56,932
แล้วก็จำสมบัติมันให้ได้นะคะ ตัวนี้มัน

536
01:27:01,533 --> 01:27:04,251
นิดเดียว ถ้า... แล้ว ถ้าดู ถ้า... แล้ว นี่

537
01:27:04,251 --> 01:27:08,251
ประเด็นเลย มันจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อทั้ง 2 ค่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

538
01:27:08,669 --> 01:27:12,669
คือพบทั้ง 2 ค่าที่เหมือนกันลูก ค่าความจริงที่เป็นจริง

539
01:27:15,574 --> 01:27:19,574
นะคะ แต่ถ้าเมืี่อไหร่ที่ทั้ง 2 ค่า

540
01:27:20,962 --> 01:27:22,904
ไม่เหมือนกันนะคะ มันมีอันใดอันหนึ่ง ให้ไปดูตัวข้างหลัง

541
01:27:22,904 --> 01:27:23,019
ตามตัวข้างหลังเลยนะคะ ตัวนี้ แล้วก็มาดูตรงก็ต่อเมื่อ

542
01:27:23,019 --> 01:27:25,925
ก็ต่อเมื่อนี่

543
01:27:25,925 --> 01:27:29,925
จะต่างกัน มันจะเป็นก็ต่อเมื่อ

544
01:27:30,376 --> 01:27:32,912
พบทั้ง 2 อัน ที่เหมือนกัน

545
01:27:32,912 --> 01:27:36,912
ที่เหมือนกันก็จะเป็นจริง

546
01:27:40,131 --> 01:27:44,131
T T เหมือนกันก็จะกลายเป็นจริง นอกนั้นก็ไม่ต้องมาดูหน้าหลังแล้

547
01:27:49,264 --> 01:27:53,264
วไม่ต้องมาดูหน้าหลัง มันมีอันใดอันหนึ่งที่มันไม่เหมือนกัน แสดงว่ามันเป็นเท็จแล้วลูก อันนี้เดี๋ยว

548
01:27:54,100 --> 01:27:57,102
เราค่อยมาจับมันอีกทีหนึ่ง โอเคนะ โอเค ถามไหมคะ งงไหม ถามไหม

549
01:27:57,102 --> 01:28:01,102
อันนี้ ไม่งง เดี๋ยวอันนี้ครูจะให้

550
01:28:05,277 --> 01:28:08,475
บันทึกนะคะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทำแบบฝึก

551
01:28:08,475 --> 01:28:12,475
ค่าความจริงมาให้ลูก ๆ ได้เล่นกัน เดี๋ยวมาเล่นเกมลูกจะ

552
01:28:12,675 --> 01:28:14,086
จำได้มากขึ้น ตอนนี้ ก็คือให้รู้ก่อน

553
01:28:14,086 --> 01:28:18,086
ว่าค่าความจริงเวลาประพจน์เอามาเชื่อมกัน

554
01:28:21,040 --> 01:28:25,040
2 ประพจน์นะลูก เวลาเอามาเชื่อมกัน มีตัวไหนบ้าง

555
01:28:25,523 --> 01:28:28,910
ที่เอามาเชื่อมกัน มันก็จะมีอยู่ 5 ค่าด้วยกันนะคะ ก็คือสัญลักษณ์

556
01:28:28,910 --> 01:28:32,910
และ นะคะ และนี่ก็คือคว่ำลงนะ และ

557
01:28:35,688 --> 01:28:38,250
อันที่ 1 นี่ และ อันที่ 2 หรือ หรือนี่

558
01:28:38,250 --> 01:28:38,505
หงายขึ้นนะคะ ถ้า... แล้ว... หัวลูกศร

559
01:28:38,505 --> 01:28:41,331
มีอันเดียวนะคะ ชี้ไปทางเดียว ก็ต่อเมื่อ

560
01:28:41,331 --> 01:28:45,331
มีหัวลูกศรอยู่ทั้ง 2 ข้างด้วยกัน ชี้

561
01:28:48,847 --> 01:28:52,847
ไปข้างหน้า แล้วก็ข้างหลังนะลูก และตัวสุดท้ายคือ นิเสธ

562
01:28:57,288 --> 01:29:00,901
สัญลักษณ์นิเสธนะคะ เหมือนคลื่นเลย เหมือนคลื่นเลย ถ้า

563
01:29:00,901 --> 01:29:04,901
ตรงกันข้าม ถ้าประพจน์ข้างหน้ามันเป็นจริง ถ้านิเสธก็จะเป็นเท็จ นี่ตรงกันข้ามง่ายมากเลย

564
01:29:08,370 --> 01:29:11,834
ลูกตอบได้ถูกต้องหมดเลย ที่ลูกมีปัญหาก็คือ

565
01:29:11,834 --> 01:29:14,624
ข้างหลังนี่แหละ ถ้า... แล้ว... ก็ต่อเมื่อ ใช่ไหม อันนี้จะจำยาก

566
01:29:14,624 --> 01:29:16,366
งง ๆ งงไหมเจ็ก งงไหมลูก พอเข้าใจไหม เข้าใจ

567
01:29:16,366 --> 01:29:20,366
เข้าใจ เจ็กเข้าใจนะคะ ดีมาก รู้สึกจะมีเข้าใจ

568
01:29:25,506 --> 01:29:27,735
อยู่คนเดียว เดี๋ยวให้... เดี๋ยวเพื่อน ๆ นี่

569
01:29:27,735 --> 01:29:27,813
ทำกิจกรรม จะได้เพิ่มความเข้าใจมากขึ้นนะคะ

570
01:29:27,813 --> 01:29:31,813
มีคำถามไหมคะวันนี้

571
01:29:33,278 --> 01:29:37,278
หมดเวลาแล้ว ลูก ๆ ถามไหม

572
01:29:39,859 --> 01:29:43,430
มีคำถามอะไรไหมวันนี้ เราเรียนเรื่องของอะไรคะ

573
01:29:43,430 --> 01:29:47,430
ประพจน์นะคะ วันนี้เราเรียนทบทวนเรื่องของประพจน์ แล้วเราเรียน

574
01:29:48,408 --> 01:29:52,408
เรื่องตัวเชื่อมประพจน์นะคะ ซึ่งตัวเชื่อม

575
01:29:55,618 --> 01:29:59,618
มันก็จะมีรตารางออกมานะ ที่ครูพาทำตาราง

576
01:30:00,590 --> 01:30:02,461
หาค่าความจริงออกมา เดี๋ยวตัวนี้ ครูจะให้

577
01:30:02,461 --> 01:30:06,461
ทำใบงานด้วยนะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วไปเรียนอะไรต่อลูก

578
01:30:08,776 --> 01:30:10,854
ไปเรียนอะไรต่อ วิชาอะไรคะ

579
01:30:10,854 --> 01:30:12,051
เรียนภาษาอังกฤษ โอเค

580
01:30:12,051 --> 01:30:16,051
วันนี้ขอบคุณพี่ล่ามมาก ๆ นะคะ

581
01:30:18,543 --> 01:30:22,543
ค่ะ

582
01:30:31,415 --> 01:30:35,415
ขอบคุณมากค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

583
01:30:40,583 --> 01:30:44,583

584
01:30:47,691 --> 01:30:51,691


