--- title: (ASR) วิชาการวาดเขียน (เช้า) 050966 นาโน ปลา subtitle: date: วันพุธที่ 6 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) มีเงาตกกระทบอขย่างไรเงาสะท้อนต่าง ๆ ยังไงเนาะอันนี้ก็คือจะเป็นส่วนช่วยของแสงและเงาต่าง ๆ ที่เราจะต้องเรียนรู้ องค์ประกอบของแสงและเงา ซึ่งองค์ประกอบต่าง ๆ ของมันนี่ อย่างแรกเลย ก็คือจะต้องเป็นแสงสว่างจาก ก็คือแสงที่มันโดนกระทบโดยตรงใช่ไหมลูก ก็คือเวลาถ้าเกิดแสงมันอยู่ทางไหน วัตถุนะนี่โดนแสงนั้นโดยตรง อันนี้เราจะเรียกว่าแสงสว่างจัด อันที่ 2 แสงสว่างนี่ มันก็จะเป็นส่วนของวัตถุที่มันไม่ได้โดยตรงแบบอันแรก มันก็ยังมีแสงที่มันกระทบหน่อย อันที่ 3 เงา เงา ก็คืออันนี้นี่ แทบจะไม่โดนแสงเลย มันก็เลยทำให้เกิดเงาขึ้นมา อันที่ 4 เงามืด อันนี้เราจะไม่ได้เห็นแสงใด ๆ ทั้งสิ้นเลย ตรงนั้นนี่ มันก็จะดำมืดสนิทนะลูก อันที่ 5 จะเป็นเกี่ยวกับแสงสะท้อนต่าง ก็คือบริเวณที่แสงมันมาแต่ว่ามันไม่ได้โดนแสงโดยตรง อันที่ 6 เงาตกทอด ก็คือบริเวณของเงาของวัตถุนั้น ๆ นี่ เป็นไปตามพื้นหรือว่าวัตถุต่าง ๆ ที่มันรองรับอยู่ อันนี้ตัวอย่างลูกเห็นว่าอันแรกแสงที่สว่างที่สุด เราเห็นจากภาพใช่ไหมคะ สภาพเนี่ยแสงสว่างที่สุด ก็คือแสงที่มันกระทบโดยตรงใช่ไหม และอันที่ 2 นี่ มันก็จะมีเริ่มมีเงาลงมาหน่อย อันที่ 3 เริ่มมืดขึ้น อันที่ 4 เงาตกทอด ก็คือเป็นอย่างไร ผลกระทบวัตถุใช่ไหม แล้วมันก็ตกทอดมาข้างล่าง แล้วสุดท้ายก็จะมีแสงสะท้อนให้เราเห็น อันแรก ก็คือจะเป็นลูกบอลกลม ๆ แล้วเรามาดูที่เราวาดเป็นเหมือนรูปปั้นต่าง ๆ นี่ ลักษณะมันก็จะเหมือนกันเลย เราก็จะใช้ 5 แสงด้วยกัน ก็คือแสงสว่างที่สุดก็คือที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกับแสง อันที่ 2 ก็คือจะเป็นแสงสว่าง เห็นรอบแก้ม ๆ ไหมลูก ตรงแก้มมันก็จะมีเงาต่าง ๆ อันที่ 3 คือแทบไม่โดนแสงใช่ไหม แต่ว่ามันก็ยังโดนแสงอยู่ มันก็เลยจะมีเงามืดเข้มขึ้นมาอีกหน่อย แล้วเราก็จะเห็นเงาตกทอดอยู่ตรงคาง เห็นไหมลูก มันก็คือเป็นเงาที่สะท้อนวัตถุลงมา แล้วก็เงาสะท้อน มันก็จะให้เห็นอยู่ตรงนี้นะ อันนี้ก็คือลักษณะของการใช้แสง ใช้การแรเงาต่าง ๆ เพื่อทำให้ภาพเป็นอย่างไรลูก ดูมีมิติไหม มันดูน่าสนใจมากขึ้นใช่ไหมลูก อันนี้ก็คือเป็นลักษณะของแสงต่าง ๆ การกำหนดลูก การกำหนด การลงน้ำหนักแสงเงาต่าง ๆ อย่างแรกเลย เราจะต้องมีการกำหนดขอบเขตทั้งหมดก่อน แสงและเงาของเรานี่ จะให้มันอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้น การที่เรากำหนดขอบเขตก่อน อย่างแรกเลย เราจะต้องเป็นอย่างไร ร่างเส้นหนักเลยไหม หนักเลยไหม เลยไหมไม่ใช่ไหมลูกเพราะว่ามันเป็นการร่างเฉย ๆ กำลังของเราจะต้องร่างให้เส้นมันเบามากที่สุดใช่ไหม เราก็ร่างเบา ๆ ก่อน หลังจากนั้นนี่ เราก็ทำการลงน้ำหนักเบา ๆ ในบริเวณที่เรากำหนดขอบในข้อแรกไว้แล้ว แล้วเราก็จะต้องทำการเว้นส่วน ที่เราจะทำเป็นเกี่ยวกับแสงไว้ใช่ไหม ก็คือตรงนั้นนี่ เราก็จะไม่ต้องแรเงา อันที่ 3 เพิ่มเติมส่วนของน้ำหนักกลางทั้งหมด ก็คือเราเพิ่มความเข้มก่อน เมื่อกี้เราร่างเบา ๆ ตอนนี้ให้เราร่างให้มันเข้มขึ้น อันที่ 4ใ ห้เราเพิ่มน้ำหนักมันเข้มไปอีก แล้วก็ใส่น้ำหนักในส่วนของเอาวัตถุนี่ ให้มันมากขึ้นไปอีก อันที่ 5 เราต้องเริ่มเน้นในส่วนที่มันเข้มจัดแล้ว และเราก็จะต้องเน้นที่ไหน ที่มันอยู่หลังแสงใช่ไหม เพราะว่ามันไม่เจอแสง เพราะฉะนั้นนี่ ตรงนั้นนี่ มันก็จะมืดขึ้นดำขึ้น เราจำได้ใช่ไหม ที่เราเรียนกันไปที่แรเงา 7 ระดับ ก็คือเข้มสุดไปถึงเบาสุด เพราะฉะนั้น ตรงด้านหลังนี่ มันก็จะออกแนวเข้ม ๆ เลย ถูกไหม อันที่ 6 ลูก จะเป็นการเปรียบเทียบในส่วนของแสงสว่างลูก มันก็จะมีแบบสว่างจ้าเลย สว่างจัด ๆ เลย ถูกไหม เพราะว่ามันโดนแสงโดยตรงแล้วก็เป็นแสงสว่างที่มัน Drop ลงมาหน่อย ลักษณะการแรเงานี่ เราแรเงาเหมือนกันไม่ได้ถูกไหม ลักษณะของแสงนี่ มันจะไม่เหมือนกัน มันจะมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น การลงสีต่าง ๆ การแรเงาต่าง ๆ เรื่องแสงน่ะ เราก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะว่าเวลาเราลงนี่ มันจะต้องแตกต่างกัน ต่อไปลูก การลงเงาตกกระทบ อันนี้เราจะต้องสังเกตจากทิศทางแล้ว ว่าแสงนี่ มันมาจากทางไหน เข้ามาอย่างไร แล้วเงาพวกนี้นี่ มันอยู่หน้าหรืออยู่ข้างหลัง มันต้องเกิดข้างหลังแสงเสมอถูกไหมลูก และเงาใกล้วัตถุนี่ มันก็จะมีน้ำหนักเข้ม ส่วนเงาที่มันไกลออกไปเลยพวกนี้นี่ มันจะมีลักษณะที่จางลง แล้วก็อันสุดท้าย พอเราลงน้ำหนักแสงและเงาอะไรพวกนี้ของเราเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วนี่ เราก็จะต้องทำอะไร เก็บรายละเอียดทั้งหมดทุกส่วนใช่ไหม แล้วเราก็จะต้องเน้นส่วนที่เราจะต้องเน้น หรือว่าเราจะเพิ่มเติมในส่วนที่น้ำหนักนี่ เรายังให้ค่าน้ำหนักมันไม่พอ เราก็สามารถเก็บรายละเอียด ณ ส่วนนี้ได้นะ อันนี้จำได้ไหม การจัดองค์ประกอบภาพของเรา ในการที่เราวัดดูว่าขนาดของภาพเรา จะต้องประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าอิงจากภาพจริงที่มันใหญ่ใช่ไหม เราต้องลดมาประมาณ70-80 เปอร์เซ็นต์ ใช่ไหม ให้ภาพมันพอดีกระดาษ แล้วเรานี่จะต้องดูแล้วว่าจะจัดภาพเป็นอย่างไร เราสามารถคิดมากเกินไปได้หรือเปล่า ใหญ่เกินไปมันก็เป็นอย่างไร ล้น ล้นเกินถูกไหมลูก หรือถ้ามันเล็กเกินไปเป็นไงเหมาะสมไหม มันก็ไม่เหมาะสม ถ้าสูงเกินไปภาพมันก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น สุดท้าย ภาพสุดท้ายมันจะเหมาะสมที่สุดใช่ไหม ไม่ใหญ่ไป ไม่เล็กไป เพราะฉะนั้นนี่ เราจะต้องดูอะไร ความสมดุลของภาพใช่ไหม ซ้าย-ขวา บน-ล่าง ให้มันมีความสมดุลมากที่สุด เพราะฉะนั้น ภาพนี่ การจัดองค์ประกอบนี่ มันถือว่าเป็นส่วนสำคัญ ก็อย่างที่เราเคยสอนกันไปนะลูก ว่าเราจะต้องดูก่อนว่าขนาดจริงประมาณเท่าไหน แล้วเราสร้างแกนกลาง เป็นบวกของเราเรียบร้อยก่อนถูกหรือเปล่า แล้วหลังจากนั้นนี่ เราก็สามารถค่อย ๆ ร่างภาพ โดยวัดอิงจากขนาดจริงหรือการทำถ้าอย่างไรลูก ดินสอใช้วัดอย่างไร ที่เราทำแล้วจะต้องเล็งอย่างนี้ใช่ไหม ถูกต้อง หลังจากนั้นเราก็จะใช้วาดได้ปกติ ไปกันต่อที่ขนาด และสัดส่วนต่าง ๆ อันนี้นี่ มันจะหมายถึงเกี่ยวกับการกำหนดใช่ไหม ว่ามันจะเล็ก จะใหญ่ จะสั้น มันก็จะต้องดูความเหมาะสม แล้วก็สัดส่วนของมันนี่ วัตถุมองเห็นจริงมันเป็นอย่างไร แล้วเราสังเกตเลยว่ารูปทรงลักษณะที่มันมีความใกล้เคียงกันนี่ มันใหญ่กว่าหรือเล็กกว่า หรือว่าลักษณะนี่ มันเท่ากันมากน้อยแค่ไหนนะ เพราะฉะนั้น นี่ เราก็จะต้องดูสัดส่วนต่าง ๆ มันจะต้องมีความสัมพันธ์กัน หรือว่าเกี่ยวเนื่องกันเกี่ยวโยงกันเป็นอย่างดีเลยลูก เพราะฉะนั้นนี่ การวาดภาพเลยพวกนี้นี่ ต้นแบบ อย่างที่บอกมันอาจจะใหญ่กว่ากระดาษมาก เหมือนสมมุติเราเห็นพวกประติมากรรมใช่ไหม หรือว่าพวกรูปปั้นต่าง ๆ เราสามารถเอามาลงในกระดาษได้ไหม ได้ แต่ถ้าเราเท่าขนาดจริงเป็นอย่างไรลูก เราจะใช้กระดาษเยอะเกินไปถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เราก็จะต้องมาอิงสัดส่วนว่า เราจะย่อขนาดนี่ ให้มันเล็กลงอย่างไร แล้วมันเหมาะสมไหม แล้วสัดส่วนนี่ เทียบจากขนาดจริง มันสมส่วนมากน้อยแค่ไหน อันนี้เราก็จะต้องดูจากการมองเห็นของเรานี่ เป็นหลักบางครั้งการมองนี่ สายตาของเราใช่ไหม เราก็อาจจะมองแตกต่างกันอย่างอาทิตย์ที่แล้ว ที่ครูให้เราลองทำ ลองว่าเราเห็นใช่ไหมลูก การที่เราอยู่คนละมุมเราเห็นขนาดรูปแบบของหุ่นนิ่งนี่คนละรูปแบบกัน เพราะฉะนั้นนี่ เราก็อาจจะเห็นวัตถุเหมือนกัน แต่จุดการมองเห็นของเรานี่ มันไม่เหมือนกัน และมันก็เลยทำให้ลักษณะของเรานี่ เห็นใกล้ ไกลที่แตกต่างกัน อย่างพวกเรานั่ง เราไม่ได้นั่งแถวเดียวกันใช่ไหม การนั่งของเรา นั่งเป็นวงกลมถูกไหมลูก และระยะห่างจากตัวเรา แล้วก็ของภาพนี่ มันก็จะไม่เท่ากันเพราะฉะนั้น ขนาดและสัดส่วนนี่ จากรูปที่มันเป็นวัตถุที่มันเป็นขนาดเท่ากัน แต่พวกเราสามารถวาดให้มันแตกต่างกันได้ อันนี้ก็คือจะเป็นขนาดและสัดส่วนนะลูก แสงและเงา จากที่เราเรียนไปแล้ว มันมี 5 แสง หลัก ๆ ใช่ไหม จำให้ดีนะลูก เพราะว่าออกสอบในสิ่งที่เราเรียนนั่นแหละ แสงและเงานี่ มันก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพของเราเป็นอย่างไร กลมกลืนมีความตื้น ลึก หนา บาง อะไรพวกนี้น่ะ มันทำให้แสดงออกมาให้ลักษณะนี่มันเหมือนจริงมากที่สุดลักษณะนี่ มันก็จะเป็น 3 มิติ หรือ 3D ใช่ไหม เพราะฉะนั้นนี่ ถ้าเราทำอะไรที่เป็น 3 มิติ ต่าง ๆ เราจะมีเรื่องแสงและเงาพวกนี้นี่ ปรากฏด้วย และกฎเกณฑ์ของแสงและเงา ถ้าเกิดแสงที่มันเกิดจากธรรมชาติหรือว่าถูกการที่เราเพิ่มแสงสว่างต่าง ๆ นี่ ส่วนด้านที่ไม่ถูกเงามืดเลยพวกนี้นี่ มันก็จะมีความเข้มความมืดมากยิ่งขึ้นนะ และระยะ ระยะการใช้แสงและเงาต่าง ๆ นี่ ภาพที่เราใช้ส่วนใหญ่เราจะใช้เป็นอย่างไร อ่อน กลาง แก่ ใช่ไหม เพื่อความที่มันสมจริง และเราก็จะต้องเน้นระยะ 7 ระยะ ของแสงและเงา ที่เราใช้ให้ได้มากที่สุด โอเคนะ ไปกันต่อที่พื้นผิว พื้นผิว ก็คือลักษณะความแตกต่างของวัตถุที่เรามองไม่เห็นด้วยวัตถุที่เรามองเห็นด้วยสายตาต่าง ๆ นะ เกิดจากการที่เราอย่างไร สัมผัสก็ได้ใช่ไหม สัมผัสแล้วก็รู้แล้วว่าอาจมีลักษณะเป็นอย่างไรลูก เรียบใช่ไหม ถ้าสมมุติว่าอย่างผนังเป็นอย่างไร ถูกค่ะ ส่วนกระดาษ ถ้าเป็นกระดาษ A4 เป็นอย่างไร ลักษณะเรียบ แล้วร้อยปอนด์ที่เราใช้เป็นอย่างไร มันก็จะด้าน ขรุขระ ใช่ไหม ลักษณะพวกนี้นี่ มันก็จะเป็นส่วนสำคัญอย่างมากเลย ที่เราจะใช้ในการวาดเส้นต่าง ๆ เพราะว่าการวาดเส้นนี่ เราจะเน้นพื้นผิว มันก็จะช่วยให้ผลงานของเรานี่ มันน่าสนใจและมันมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นใช่ไหม เพราะมันมีเสน่ห์นี่ ผลงานของเรามันจะเป็นอย่างไรงลูก มันจะสมบูรณ์ แล้วมันจะสามารถทำงานให้มันออกออกมาเนี๊ยบ แล้วมันน่าสนใจได้นะ พื้นผิว คิดว่ามันมีกี่ลักษณะ ลองเดาสิว่ามีกี่ลักษณะ เด็กหูด้วย ลองเดาดู ว่ามีกี่ลักษณะ คิดว่าเท่าไร 1 2 3 เท่าไร ประมาณเท่าไร 3 เหรอ ถ้าพื้นผิวต่าง ๆ ถ้ามันมีจริง ๆ เราจะอิง 2 ลักษณะใหญ่ ๆ ลูก ลักษณะแรก ก็คือพื้นผิวตามรูปทรง ตามวัตถุที่เราเห็นพวกนี้ โดยทั่วไปที่เราเห็นต่าง ๆ มันก็จะเป็นการที่เรามองเห็นด้วยสายตา ว่าอย่างที่เราคุยกันไปแล้วคืออะไร ผิวหยาบ ขรุขระ ผิวเรียบ ผิวมัน อะไรพวกนี้ ก็คือสิ่งที่เรามองเห็นทั้งหมด อันนี้คือสิ่งแรกนะ พื้นผิวสิ่งแรก อันที่ 2 เป็นอย่างไรพื้นผิวที่มันมาจากจินตนาการของเรา หรือว่าความรู้สึกของเรา พวกนี้นี่ มันก็จะเป็นสิ่งที่เราคิดกันมาเอง อย่างวิชาที่พวกเราเรียน จะเป็นของครูเมย์ถูกไหม จุดเริ่มต้นของเส้นมันคืออะไร จุดใช่ไหม พวกนี้นี่ มันก็คือเป็นพื้นผิวตามจินตนาการ มันก็คือจะเป็นพวกการจุด การแต้ม การป้ายต่าง ๆ อะไรพวกนี้นี่ มันจะเป็นการเพิ่มความรู้สึกว่า ให้มันรู้สึกว่ามันจะสูง หรือว่ามันตื้น พวกนี้นี่ มันจะเกิดจากจินตนาการของผู้วาด หรือเขาจะทำการมุ่งเน้นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหว ในการไม่หยุดนิ่งต่าง ๆ มันก็จะแสดงความรู้สึกเฉพาะส่วนของรูปทรง ก็คือเราอาจจะเลือกที่มันเป็นบางวัตถุ หรือว่าทั้งภาพ เราก็สามารถทำได้ อันนี้ก็คือจะเป็นอย่างที่ 2 พื้นผิวทางจินตนาการ อันนี้จำได้แล้วนะ สรุป พื้นผิวมีกี่ลักษณะ ถูกต้อง จำนะ 2 ลักษณะนะลูก ถูกต้อง ไปกันต่อลูก ที่ระนาบ มันก็จะเป็นพื้นผิวที่แบนราบ ซึ่งมีลักษณะเป็น 2 มิติ ถือว่าเป็นโครงสร้างหนึ่ง ที่มันทำหน้าที่ของรูปทรงต่าง ๆ อะไรพวกนี้นี่ ให้มันมีลักษณะคล้ายกับรูปร่างของที่ว่างต่าง ๆ ระนาบแล้วก็รูปร่างต่าง ๆ นี่ มันจะมีทิศทางและขนาดเช่นเดียวกับรูปแบบของที่ว่างต่าง ๆ ที่เราทำมาเนะ เพราะฉะนั้นนี่ เราสามารถเอาระนาบอะไรพวกนี้นี่ ไปสร้างรูปทรงทั้ง 2 มิติ แล้วก็ 3 มิติและพวกนี้ได้ แล้วก็กรรมที่เราสร้างมาหน้า 2 มิติอะไรพวกนี้นี่ เราสามารถสร้างจากรูปทรงภายนอกไว้ได้ อย่างที่เราว่าเราเคยว่าอะไร ทรงกระบอกใช่ไหม แล้ววาดอะไรอีก ทรงกลม ถูกไหมลูก ทรงเหลี่ยม หรือว่าทรงแบนต่าง ๆ ที่เราเรียนกันไปพวกนี้นี่ มันก็จะเป็นรูปทรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในงานจิตรกรรม งานจิตรกรรมคืออะไร ก็คือการวาด ที่เราวาดภาพต่าง ๆ ถูกไหม พวกนี้นี่ เราสามารถเอาไปใช้เป็นงานราบ จาก 2d ก็คือเป็นอย่างไร เป็นพื้นเรียบ ๆ ไม่มีอะไรเลย สุดท้ายเราสามารถทำให้มันเป็น 3D ได้ ถูก ต้องมันก็คือเป็นการอะไร การลวงสายตาของเราใช่ไหม การที่เราวาดภาพ 2 มิติ ให้มันกลายเป็น 3 มิติ ได้ โดยการที่เราใช้หลักทัศนียวิทยานะ ไปกันต่อที่จุดเด่นของภาพ ยังไหวอยู่นะ จุดเด่นของภาพนี่ มันก็คือการที่เน้นส่วนที่ต้องการ ที่เราจะให้ความสำคัญกับภาพและพวกนี้ โดยที่เราจะใช้ส่วนประกอบอื่น ๆ และเราก็จะมีการลดความสำคัญ จุดเด่น จุดรอง เราจะต้องไล่ระดับความสำคัญลงมา มันก็จะทำให้ภาพนี่ มีความสัมพันธ์กัน และมันเป็นภาพที่ทำให้มีความน่าสนใจ อย่างแรกเลย จุดเน้น จุดเด่นที่เราสามารถทำได้ ก็คือเราเก็บรายละเอียดให้มันมากกว่าจุดรอง ก็คือจุดเด่นมันก็ต้องเห็นแล้วเป็นอย่างไร กระแทกตาเลย ถูกไหมลูก เห็นแล้วแบบเราจะต้องชอบ เราจะต้องโดนตรงนี้เลย แล้วก็เราก็จะว่าจุดอื่น ๆ ต่อมา อันที่ 2 เราจะมีการเน้นน้ำหนักแสงและเงาต่าง ๆ เราก็จะมีการเน้นอะไร เน้นพวกเส้น รูปร่าง รูปทรงต่าง ๆ ให้จุดเด่นนั้นน่ะ มันมีความสะดุดตาขึ้นมา ทำให้น่าสนใจใช่ไหม อันต่อไปลูก มีการจัดหุ่นหรือเลือกมุม ให้จุดเด่นนี่ มันมีขนาดเป็นอย่างไร ต้องใหญ่กว่าจุดอื่นใช่ไหม เพราะว่าเราเน้นจุดนั้นนี่ เป็นจุดใหญ่ที่สุด แล้วก็ไปที่ข้อที่ 4 เราจะต้องลดความเข้ม ของฉากหลังให้อ่อนลง เพราะอะไร คิดว่าทำไมเราถึงต้องลดความเข้มของฉากหลังลง ถูกต้อง รู้ไหม เด็กหู เพราะอะไร เพราะว่าเราต้องการเน้นจุดเด่นอยู่ใช่ไหมลูก ถ้าพื้นหลังข้างหลังมันเข้มอย่างที่อีกบอก ถ้ามันเข้มเกินไปน่ะ จุดเด่นเราก็จะไม่เด่นแล้ว เพราะเราจะไปโฟกัสที่พื้นหลังมากกว่านะ เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จะต้องดูให้ดีว่าจุดแข็ง จุดอ่อน จุดเด่นนี่ มันควรเป็นอย่างไร เราก็จะต้องผลักดันจุดเด่น จุดนั้นเนี่ยให้มันออกมา เด่นมากยิ่งขึ้นไปกันต่อ ภาพหุ่นนิ่ง ภาพหุ่นนิ่งอย่างที่เราเห็นก็คืออะไรลูก ภาพที่มันมาจากธรรมชาติต่าง ๆ ทั้งหมดเลย หรือว่าสิ่งที่มันไม่ใช่สิ่งที่มันเคลื่อนที่ได้ ถูกไหม พอเราเห็นปุ๊บ แล้วเรานำมาจัดวาง ให้มันมีมุมมององค์ประกอบต่าง ๆ ที่มันลงตัว พอมันลงตัวนี่ แล้วเราก็จะต้องมาเล่นแล้ว อย่างห้องนี้แสงมันเข้าแต่เข้าไม่เยอะ ใช่ไหมลูก เพราะฉะนั้นนี่ เรามีแสงสว่างจากไฟ อีกส่วนหนึงแสงสว่างจาก... ไฟ ถูกต้อง มันก็คือ ไฟ ถึงมันจะอ่อน แต่สุดท้ายถ้ามันกระทบกับวัตถุอะไรพวกนี้ มันเกิดเงาไหมลูก เกิดใช่ไหม อันนี้แหละมันก็จะทำให้เราเห็นแสงและเงา มันสามารถทำให้ภาพต่าง ๆ ของเรานี่ มีความสวย แล้วก็งดงามได้นะ เรื่องการเขียนภาพหุ่นนิ่งอะไรพวกนี้นี่ มันก็เหมาะกับพวกเรา ถูกไหมเพราะว่าเราเหลือ ก็ถือว่าเป็นมือใหม่ คือเวลาเราทำอะไรเนี่ย เราไม่ต้องมีความกังวลเลยเพราะมันไกล วัตถุที่มันเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวไม่ได้ มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถูกไหม เพราะฉะนั้น มันอยู่กับที่ อย่างไรเราวาดอย่างไรก็แล้วแต่ สุดท้ายมันยังคงเดิม ถูกไหม ถ้าสมมติว่าครูลองนั่งอยู่ตรงกลาง แล้วพวกเราวาดหน้าครู คิดว่าครูนี่ เปลี่ยนอิริยาบถไหมลูก ครูไม่สามารถอยู่ได้นาน ๆ 3 ชั่วโมงอยู่นิ่งตาแข็ง นึกภาพออกใช่ไหม มันอาจจะยากสักเล็กน้อย ถูกไหม ถ้าสำหรับการที่เราจะวาดภาพใหม่ ๆ และให้ไปเล่นภาพเหมือนเลย ก็ไม่ได้ถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้น อันนี้การวาดหุ่นนี่ มันก็ถือว่าสิ่งที่เราไม่ต้องกังวล แต่ว่าหุ่นนิ่งนี่ มันก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับพื้นหลังต่าง ๆ อะไรพวกนี้ใช่ไหมที่มาเกี่ยวดังนั้นนี่ เราก็จะต้องใช้จุดเด่น ที่เราเรียนกันมาเมื่อกี้ใช่ไหม ว่าเราจะทำอย่างไรให้ภาพหุ่นนิ่งของเรานี่ มันเด่นขึ้นมา แล้วมุมมองของภาพนี่ เราจะจัดวางองค์ประกอบอย่างไร ให้มันสวยงาม สมมติ เดี๋ยวถ้าครูให้ลองไปหาอุปกรณ์อะไรมา แล้วลองมาจัดตั้ง ลองวางองค์ประกอบ เราจะต้องดู อย่างแรกเราต้องคิดถึงคืออะไร ความใหญ่ ความเล็ก ว่ามันใหญ่ แน่นเกินไปหรือเปล่า วัตถุอันไหนควรที่จะเป็นจุดเด่น อันไหนควรที่จะเป็นจุดรองลงมา แล้วไหนจะการจัดวางองค์ประกอบ ว่าเหลือที่ว่างแค่ไหน ลักษณะพื้นผิวเป็นอย่างไร เงาก็จะแตกต่างกันไป ถูกไหมลูก เพราะฉะนั้นอันนี้นี่ เราสามารถแบ่งให้เห็นชัด ๆ นี่ ประเภทของหุ่นนิ่ง เราจะเห็นทั้งหมด4 ประเภทด้วยกัน ประเภทแรก ก็คือหุ่นจากธรรมชาติ ก็คือเราเห็นจากสภาพแวดล้อมไปหมด เลย ลองหันซ้ายหันขวาสิ คิดว่าภาพนิ่งตามธรรมชาติคืออะไร ไหนลองหันดูสิ รอบตัว ธรรมชาติคิดว่าอะไร ต้นไม้ ภูเขา ใช่ ผลไม้ ดอกไม้อะไรพวกนี้นี่ ก็คือเป็นสิ่งธรรมชาติที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราเลยลูก เราสามารถนำทั้งหมดพวกนี้นี่ มาใช้งานได้หมดเลย นำมาวาดได้ ก็คืออย่างแรกเลย ก็คือจะเป็นภาพหุ่นนิ่งของธรรมชาติต่าง ๆ อันที่ 2 ภาพหุ่นนิ่งจากสิ่งของทั่วไป ก็คือเป็นสิ่งของที่อยู่ภายในบ้าน หรือว่าอยู่รอบตัวเรา หรือสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน อันนี้ลองดูในห้อง คิดว่าเป็นอันไหนบ้างลูก ที่มันเข้าข่ายจากข้อที่ 2 เป็นสิ่งของทั่วไป ครูให้เวลาลองมอง ลองมองดู ไหนจะลองดูเด็กหูสิ ตอบ รอบไหนบ้าง เด็ไหน รอบตัวคืออันไหน อันไหนที่มันพอจะเป็นสิ่งของใดบ้าง ที่อยู่ในบ้าน ที่เราสามารถใช้ได้ ดูสิ อันไหน คิดว่าอันไหน อย่างข้างหน้าเนยก็ได้ ถูกไหม สมุด อย่างอื่นก็ได้ พวกโต๊ะ พวกเก้าอี้ พวกขวดแก้วต่าง ๆ รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานอะไรพวกนี้ เราสามารถใช้ได้หมดเลยนะลูก หรือแม้กระทั่งพวกเรามีปากกาดินสอใช่ไหม อันนี้ก็คือเป็นภาพหุ่นนิ่ง จากสิ่งของทั่วไป ซึ่งเราสามารถใช้ได้หมดเลยอันต่อไป ภาพหุ่นนิ่งที่มาจากรูปทรงทางวัฒนธรรม อันนี้คิดว่าอะไร รูปทรงทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมของเราคืออะไร มันคือวัตถุหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ย่อลงมาหน่อย วัดวาก็ได้ ซึ่งมันก็เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความเชื่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เครื่องบูชา มันก็จะเป็นแบบที่อิฐบอกใช่ไหมลูก อาจจะวาดวัด แล้วพวกนีนี้ก็ได้หรือน่าจะเป็นเกี่ยวกับพระพุทธรูป โต๊ะหมู่บูชา พวกหัวโขน เรารู้จักหัวโขนพ่อแก่ไหม เวลาไหว้ไหว้ครู ในต่าง ๆ และพวกนี้นี่ พวกนั้นนี่ ก็ได้หมดเลยลูก รวมไปถึงหุ่นกระบอก ใครทำหุ่นกระบอกบ้าง ใครเคยเห็นบ้าง ใครรู้จักหุ่นละครโจหลุยส์อะไรพวกนี้ไหม ที่เป็นหนุมาน แล้วก็เชิดอะไรพวกนี้ หุ่นกระบอก มันก็เป็นลักษณะที่เราสามารถเอามาจากรูปทรงทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เราสามารถทำได้ เราก็สามารถเอาพวกนั้นนี่ มาวาดได้ อันดับที่ 4 หุ่นนิ่ง จากวัตถุทางเทคโนโลยีต่าง ๆ อันนี้นี่เราก็เห็นอยู่แล้วใช่ไหม ว่ามันเป็นเทคโนโลยี เทคโนโลยีคืออะไร หุ่นนิ่งที่เราสามารถทำได้มันก็คือเครื่องจักรต่าง ๆ หรือว่าสิ่งของต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นถูกไหมลูก อย่างที่อยู่บนโต๊ะทั้งหมดคืออะไร ที่ทุกคนมีวางไว้บนโต๊ะน่ะ วางไว้หมดเลย ก็คือ ถูกต้อง โทรศัพท์มือถือ ใช่ ก็คือสิ่งที่พวกเราเห็นนี่ คือเราสามารถเอามาวาดเป็นภาพนิ่งได้หมดเลย รวมไปถึงอะไร เตารีด หม้อหุงข้าว ขวดพลาสติก หรือกระบอกต่าง ๆ ที่เราเห็นทั้งหมดนี่ เราสามารถเอาพวกนี้น่ มาวาดได้ แล้วในบรรดาประเ 4 ประเภทนี่ ก็แล้วแต่เราชอบอีกว่าเราชอบแนวไหนเราถนัดแนวไหน เราสามารถสร้างแนวนั้นขึ้นมาได้ ภาพหุ่นนิ่งนี่ ถ้ามันจะออกมาสวยงามนี่ มันขึ้นอยู่ที่องค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ถูกไหมลูก เพราะว่ามันจะต้องอยู่กับการวางหุ่นนิ่งของเรานี่ ให้มันเหมาะสมอย่างไร แล้วก็เลือกมุมมอง ในการว่าถ้ามันมีระยะของแสงนี่ ตกกระทบอย่างไรให้มันสวยงาม การจัดภาพอย่างไรนี่ ให้มันเหมาะสมกับแผ่นกระดาษถูกไหม เพราะฉะนั้นนี่ มันก็จะไปตรงกับสิ่งที่เราเรียนคืออะไร ขนาด สัดส่วน พื้นผิว ระนาบ ใช่ไหม ที่เราเรียนแสงและเงาอะไรพวกนี้ ที่เราเรียนไปต้น ๆ ก่อนหน้านั้น อันนี้นี่ ก็คือจะเป็นสัดส่วนต่าง ๆ ที่มันสามารถทำให้เรานี่ มาจัดองค์ประกอบภาพที่เราเลือกประเภทการวาดนี่ ในการวาดได้ ถูกไหมลูก ในการวาดของเราเนี่มันอยู่ที่การฝึกบ่อย ๆ ใช่ป่ะมันก็จะทำให้เรานี่สามารถมององค์ประกอบจัด องค์ประกอบของเรานี่ ให้ภาพเนี่ยมันดูมีมิติดูน่าสนใจได้เราเคยเห็นไหมเวลาที่ต่างประเทศ นักเรียนเคยเห็นนักเรียนญี่ปุ่นไหม นั่ง ๆ เรียนอยู่ วาดภาพอยู่ วาดภาพออกมา วาดภาพเล่นออกมาเป็น 3 มิติ ได้ เออ อันนั้นน่ะ เขาก็จะเป็นการใช้เวลาว่างของเขาในการวาด ถูกหรือเปล่า มันก็เป็นการฝึก ฝึกไปในตัวเหมือนกัน ซึ่งเขาก็มองจากอะไร จากหุ่นนิ่งธรรมชาติใช่ไหมลูก มองรอบตัว แล้วเขาก็ทำกันว่าขึ้นมา แล้วก็หุ่นนิ่ี่ พวกนี้เนี่ยเราก็จะต้องฝึกบ่อย ๆ เรา เริ่มแรก เราอาจจะฝึกรายละเอียดที่มันน้อย ๆ ก่อนก็ได้ อย่างที่ครูให้ทำอะไรก่อน ทรงกระบอก แจกัน แอปเปิล ก็คือมันยัง รายละเอียดเนี่ยมันยังไม่เยอะมาก ถูกไหมลูก แล้วพอถ้าเกิดสมมติว่าเราทำได้ เราก็จะต้องพัฒนารูปร่างรูปทรงของเรานี่ ให้มันมาขึ้นไป ซึ่งวัตถุต่าง ๆ นี่ มันก็ไม่ควรที่จะแตกต่างกันมากเกินไปใช่ไหม ในการให้แสงและเงา การลงน้ำหนักต่าง ๆ และพวกนี้ เราจะต้องไม่ให้มันแตกต่างกันมาก เพราะว่าแสงมันจะลงในที่เดียวกันใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จะต้องดูด้วย แล้วเราจะต้องให้น้ำหนักของมันนี่ เด่นชัดเจนขึ้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการวาดเขียนของเรานี่ คืออะไร คืออะไรลูก คือการใส่แสง แล้วเงาใช่ไหม มันก็เลยจะทำให้ภาพของเรานี่ มันดูน่าสนใจ เพราะว่าส่วนใหญ่นี่ ที่เราใช้เราจะใช้เป็นลักษณะภาพขาวดำ ในการวาดฉากหลังนี่ บางอย่างมันก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าจุดเด่น หรือว่าจุดรองใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นนี่ การที่เราเลือกฉากหลัง ๆ นี่ เราก็จะต้องดูให้มันสัมพันธ์กับวัตถุที่เราเลือก มาจัดวางต่าง ๆ นะ อันนี้ก็คือจะเป็นสิ่งที่ให้เราเห็น เกี่ยวกับการวาดภาพหุ่นนิ่งต่าง ๆ ไปกันต่อที่ขั้นตอนการวาดภาพหุ่นนิ่ง อันนี้มันจะเป็นเห็น หลัก ๆ เลย 6 ข้อหลัก ๆ อย่างแรกเลยเราจะต้องกำหนดโครงสร้าง ให้มันเหมาะสมกับหน้ากระดาษ เพราะอะไรลูก เราจะต้องเน้นว่าไม่ให้มันใหญ่เกินไป หรือว่าเล็กจนเกินไปใช่ไหม และเราก็จะต้องไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป และเราไม่ควรชิดขอบด้านใดด้านหนึ่ง อย่างภาพในการจัดวางองค์ประกอบภาพ ที่ครูให้ดูไปเมื่อกี้นะ ว่าไม่ควรชิดบน ไม่ควรชิดซ้าย ไม่ควรชิดล่าง ไม่ควรเล็ก หรือไม่ควรใหญ่ จนรู้สึกว่ามันแน่นจนเกินไปนะ อันนี้ก็คือจะเป็นข้อแรกของในการกำหนด อันที่ 2 เป็นเกี่ยวกับการร่างภาพ การร่างภาพ แบบเป็นการวาดด้วยน้ำหนักใช้อะไร ใช้เส้นเป็นลักษณะเข้มหรือเบา ต้องอย่างไร ลักษณะของเส้นนี่ มันก็จะต้องการร่างนี่ มันก็ต้องเบาไว้ก่อนเพราะถ้าแค่นี่ เราลบแล้วเป็นไง ภาพราศีรออาจจะเสียอารมณ์สีกระดาษทำไมใช่หรือเปล่าเพราะฉะนั้น ภาพร่างของเรานี่ เราก็จะต้องใช้เส้นเบา ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพร่าง ภาพไปจนถึงภายนอกของภาพเนาะ เราก็จะต้องกำหนดสัดส่วนของมันเนี่ย ให้ถูกต้องด้วย แล้วก็ภาพรวมนี่เรายังไม่ต้องใส่รายละเอียด เพราะมันเป็นการร่างภาพขึ้นมาใช่ไหม การร่าง ก็คือเราวัดขนาดเฉย ๆ และก็ลักษณะรูปร่างนี่ มันเป็นอย่างไร อันนี้ก็คือจะอยู่ในส่วนของการร่างภาพ อันที่ 3 การกำหนดแสงและเงา อันนี้ก็คือจะเป็นการลงน้ำหนักแสงและเงาต่าง ๆ นี่ ให้มันเข้า ๆ ในรูปร่างที่เราสร้างขึ้นมา ซึ่งมันก็จะอยู่ในโครงร่างที่เราวาดไว้ใช่ไหมลูก มันก็คือจะต้องกำหนดแสงและเงา พอเรากำหนดแสงและเงาเสร็จ ไปข้อที่ 4 เราจะต้องเริ่มทำการเน้นแสงและเงาแล้ว ถูกไหมลูก เพราะปกติการที่เราจะใส่น้ำหนักแสงและเงานี่ เราสามารถใส่แบ่งเป็นกี่ระยะ แบ่งเป็น 7 ถูกต้อง อุ่น ๆ มันลืมไปแล้ว 4 อ่อน กลาง เข้ม แก่ ได้ไหม ไม่เป็นไรเพราะว่าจริง ๆ อ่ะมันก็ต้องเป็น 7 ระยะ ที่เราทำใช่ไหมลูกก็คือดำสุดไปจนถึงอ่อนสุดเนะอันนี้ก็คือจะเป็นสิ่งที่เราลองวาด ๆ กันไปแล้ว จำได้ใช่ไหม การแรน้ำหนักของเรา 7 ระยะ อันนี้ก็คือจะเป็นการเน้น เน้นระยะที่เราจะต้องใช้ เราก็จะนิยมเอา 7 ระยะอะไรพวกนี้นี่ มาใช้ในการวาดภาพของเราขึ้นมา แล้วเขาก็จะนิยมเว้นจุดตรงไหน ที่คิดว่าจุดตรงไหนที่เราไม่ต้องแรเงาเลย มันก็จะเป็นระยะที่ไม่ต้องระบายสี ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ก็คือจุดที่แสงสว่างตกกระทบโดยตรง ถูกไหม ตรงกับวัตถุโดยตรง ก็คือแสงสว่างจากตรงนี้นี่ เราก็ไม่จำเป็นจะต้องแรงเงา เราก็เว้นส่วนตรงนั้นนี่ เราก็เว้นส่วนตรงแล้วเราก็จะค่อย ๆ แรงเงาน้ำหนักต่าง ๆ ลงไปในส่วนของอื่น แล้วเราก็จะต้องค่อย ๆ ไล่ความเข้ม ไปทีละระยะ ระยะ ขึ้นมา แล้วเราก็ต้องดูน้ำหนักความเข้มของแสงและเงาต่าง ๆ นี่ ว่าระยะนี่ มันอยู่ขั้นไหน ขนาดเท่าไหน แล้วเราก็จะทำให้มีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงน่ะ ได้มากยิ่งขึ้น อันนี้คือข้อ 4 นะลูก การเน้นแสงและเงาขึ้นมา ไหวอยู่นะ โอเค ใกล้แล้ว ใกล้จบแล้ว อันที่ 5การแรงเงาเนี่ยเราจะต้องเน้นน้ำหนักอะไเน้นระยะใช่ได้พรุ่งนี้เนี่ยเราก็จะต้องดูใช่ไหมเราก็จะต้องไล่น้ำหนัก จากที่มันอ่อนมาก ๆ ไปจนถึงเข้ม ใช่ หรือเราจะเริ่มเข้ม แล้วไล่ลงมาหาอ่อน อันนี้ก็คือจะแล้วแต่ของเรา ว่าการที่เรากำหนดจุดความเข้มสูงสุดก็คืออะไร ระยะข้างหน้าใช่ไหมลูก แล้วก็ระยะไกลสุดนี่ จะมีค่าน้ำหนักอ่อนที่สุด เพราะฉะนั้น ให้พวกเรานี่ จำเอาไว้ว่าใกล้จะเข้มมาก และอ่อนจนมองไม่เห็น ก็คือระยะไกล ถูกไหม อันนี้จำได้นะ ไปอันสุดท้าย มันจะเป็นการที่เราตกแต่งรายละเอียดแล้ว ปิดงานละ เราจบงานแล้ว เราทำอันสุดและสุดท้ายใช่ไหมลูก เราก็เน้นน้ำหนักแสงเงาของเราและระยะต่าง ๆ เราพวกนี้นี่ เราสามารถทำได้หมดแล้ว ใช่ไหมลูก สิ่งสุดท้ายของการแรงเงาของเรา ก็คือจะต้องเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ให้มันมีความใกล้เคียงกับวัตถุที่เราทำมากที่สุด ถูกไหมลูก เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จะต้องใส่รายละเอียดให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะมีความโดดเด่น ใช่ และสุดท้าย มันจะสมจริงมากที่สุด ถูกไหม เพราะฉะนั้น ขั้นตอนการวาดภาพหุ่นนิ่งของเราพวกนี้นี่ เราจะต้องจำ 6 หลัก หลัก ๆ นี้ไว้ แล้วเราจะค่อย ๆ ทำไป มันก็จะสามารถวาดรูปออกมาได้นะ เดี๋ยวครูจะให้ดูรูป ว่าแต่ละขั้นนี่ มันเป็นลักษณะไหน ขั้น 1 เป็นอย่างไร เราร่าง ร่าง มันให้เบาที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไงเบาเหมือนกลัวเพื่อนเห็น ตัวเองก็มองไม่เห็น ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ อันนี้ก็ไม่ใช่ทั่วลูก นั่นก็คือเบาเกินไป เพราะฉะนั้น การร่าง คือ ต้องร่างให้เราเห็นด้วย แล้วเราสามารถเอาไปใช้ต่อได้ อันที่ 2 เราเริ่มใส่ขอบเขตแล้วว่าตรงไหนเงามันจะกระทบตรงไหนอะไรอย่างไร เราก็สามารถใส่ไป เห็นไหมลูก ตอนแรกดอกบัวไม่มีอะไรเลย แล้วเขาก็จะใส่เงาลงมา เป็นเหมือนเส้นร่างไว้ก่อน ว่าให้มันเป็นลักษณะเงา อันที่ 3 ลงน้ำหนักตรงกลางก่อน เขาเริ่มไล่แล้วเห็นวัตถุแล้วใช่ไหม เขาก็เริ่มไล่น้ำหนักกลางโดยรวมทั้งหมดนี่ ทั้งภาพ เขาก็เริ่มลง ๆ ๆ เสร็จ แล้วก็ไปขั้นที่ 4 เป็นอย่างไร เริ่มลงน้ำหนักเงา ระยะใกล้ ระยะไกล ใกล้ มันจะต้องมีลักษณะเงาเป็นเข้ม ใครเป็นถูกต้อง เพราะฉะนั้นนี่ ข้อที่ 4 ของเรานี่ เราก็จะต้องเน้นน้ำหนักเงาตรงนี้มากินขึ้นข้อที่ 5เราเริ่มอะไร เน้นเงาเข้ม แล้วก็พวกแสงสว่าง ๆ ขึ้นมาแล้วนะ สุดท้ายเป็นอย่างไร เก็บรายละเอียด เก็บให้หมด เก็บไปเลย ว่าจุดละเอียดอยู่ตรงไหน แสงเงาเข้าตรงไหน รายละเอียดของภาพเป็นยังอย่างไร ลักษณะพื้นผิวของภาพ ระนาบอะไรพวกนี้ ที่เราเรียนกันมาทั้งหมด เราจะต้องเก็บงานจากตรงนี้ และเราสามารถทำได้ เห็น 6 ขั้นตอนแล้วใช่หรือเปล่า เดี๋ยวครูจะให้ดูของ แล้วลองเอามาตั้งถ่ายรูป แล้วก็วาดลงกระดาษให้ครู ในคาบนี้เดี๋ยวครูให้วาด ใครมีคำถามสงสัยอะไรไหม สงสัยไหนลูก นี่นะ ครูครูกำลังสั่งงานอยู่นะ เด็กหูเข้าใจอยู่ใช่ไหมลูก ให้ไปหาภาพนิ่งที่เราจะวาดมา ที่มันอยู่แถว ๆ ตัวเรานี่ เอามาตั้ง แล้วจัดวางองค์ประกอบ ถือว่าเป็นวิชา... ถือว่าเป็นการสอบปฏิบัติไปในตัวนะลูกอันนี้ โอเคหรือเปล่า เข้าใจไหม โอเค ครูจะให้เวลาการหาของ 5 นาที พอไหม หรือว่า 10 นาที แล้วก็มาว่าที่ห้องนี้ โอเคนะ รับทราบ ไปได้ เริ่ม ล่ามคะ เดี๋ยวให้พักก่อนก็ได้ค่ะ แล้วก็เดี๋ยวเด็บทำเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะเรียกนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]