เงาตกกระทบอย่างไร เงาสะท้อนต่าง ๆ อย่างไรนะ อันนี้ก็คือจะเป็นส่วนช่วยของแสงและเงาต่าง ๆ ที่เราจะต้องเรียนรู้องค์ประกอบของแสงและเงา ซึ่งองค์ประกอบต่าง ๆ ของมันนี่ อย่างแรกเลยก็คือจะต้องเป็นแสงสว่างจากก็คือแสงที่มันโดนกระทบโดยตรงใช่ไหมลูกก็คือเวลาถ้าเกิดแสงมันอยู่ทางไหนวัตถุนะนี่ โดนแสงนั้นโดยตรงอันนี้เราจะเรียกว่า "แสงสว่าง" จากอันที่ 2 แสงสว่างนี่มันก็จะเป็นส่วนของวัตถุที่มันไม่ได้โดนโดยตรงแบบอันแรกมันก็ยังมีแสงที่มันกระทบหน่อยอันที่ 3 เงา เงาก็คืออันนี้นี่แทบจะไม่โดนแสงเลย มันก็เลยทำให้เกิดเงาขึ้นมา อันที่ 4 เงามืดเราจะไม่ได้เห็นแสงใดๆทั้งสิ้นเลยตรงนั้นเนี่ยมันก็จะดำมืดสนิทนะลูกอันที่ 5เป็นเกี่ยวกับแสงสะท้อนต่างๆก็คือบริเวณที่แสงมันมาแต่ว่ามันไม่ได้โดนแสงโดยตรงอันที่ 6 เงาตกทอด คือ บริเวณของเงาของวัตถุนะนี่เป็นไปตามพื้นหรือว่าวัตถุต่าง ๆ ที่มันรองรับอยู่ อันนี้ตัวอย่างลูก เห็นว่าอันแรกแสงที่สว่างที่สุดเราเห็นจากภาพใช่ไหมคะ นี่ แสงสว่างที่สุด ก็คือแสงที่มันกระทบโดยตรงใช่ไหม และอันที่ 2 นี่ มันก็จะมีเริ่มมีเงาลงมาหน่อย อันที่ 3 เริ่มมืดขึ้น อันที่ 4 เงาตกทอด ก็คือเป็นอย่างไร ผลกระทบวัตถุใช่ไหม แล้วมันก็ตกทอดมาข้างล่าง แล้วสุดท้ายก็จะมีแสงสะท้อนให้เราเห็น อันแรกก็คือจะเป็นลูกบอลกลม ๆ แล้วเรามาดูที่เราว่าเป็นเหมือนรูปปั้นต่าง ๆ นี่ ลักษณะมันก็จะเหมือนกันเลย เราก็จะใช้ 5 แสงด้วยกัน ก็คือแสงสว่างที่สุด ก็คือที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกับแสง อันที่ 2 ก็คือจะเป็นแสงสว่าง เห็นรอบแก้ม ๆ ไหมลูก ตรงแก้มมันก็จะมีเงาจริง ๆ อันที่ 3 คือแทบไม่โดนแสงใช่ไหม แต่ว่ามันก็ยังโดนแสงอยู่ มันก็เลยจะมีเงามืดเข้มขึ้นมาอีกหน่อย แล้วเราก็จะเห็นเงาตกทอดอยู่ตรงคาง เห็นไหมลูก มันก็คือเป็นเงาที่สะท้อนวัตถุลงมา แล้วก็เงาสะท้อนมันก็จะให้เห็นอยู่ตรงนี้นะ อันนี้ก็คือลักษณะของการใช้แสง ใช้การแรเงาต่าง ๆ เพื่อทำให้ภาพเป็นอย่างไรลูก ดูมีมิติไหม ดูน่าสนใจมากขึ้นใช่ไหมลูก อันนี้ก็คือเป็นลักษณะของแสงต่าง ๆ การกำหนดลูก การกำหนดการลงน้ำหนักแสงเงาต่าง ๆ อย่างแรกเลยเราจะต้องมีการกำหนดขอบเขตทั้งหมดก่อน ว่าแสงและเงาของเรานี่จะให้มันอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้น การที่เรากำหนดขอบเขตก่อน อย่างแรกเลยเราจะต้องเป็นอย่างไร ร่างเส้นหนักเลยไหม หนักเลยไหม เต็ม ๆ เลยไหม ไม่ใช่ไหมลูก เพราะว่ามันเป็นการร่างเฉย ๆ กำลังของเราจะต้องร่างให้เส้นมันเบามากที่สุดใช่ไหม เราก็ร่างเบา ๆ ก่อน หลังจากนั้นนี่ เราก็ทำการลงน้ำหนักเบา ๆ ในบริเวณที่เรากำหนดขอบในข้อแรกไว้แล้ว แล้วเราก็จะต้องทำการเว้นส่วน ที่เราจะทำเป็นเกี่ยวกับแสงไว้ใช่ไหม ก็คือตรงนั้นนี่ เราก็จะไม่ต้องแรเงา อันที่ 3 เพิ่มเติมส่วนของน้ำหนักกลางทั้งหมด ก็คือเราเพิ่มความเข้มก่อน เมื่อกี้เราร่างเบา ๆ ตอนนี้ให้เราล่างให้มันเข้มขึ้น อันที่ 4 ให้เราเพิ่มน้ำหนักมันเข้มไปอีก แล้วก็ใส่น้ำหนักในส่วนของเงาวัตถุนี่ให้มันมากขึ้นไปอีก อันที่ 5 เราต้องเริ่มเน้น ในส่วนที่มันเข้มจัดแล้ว และเราก็จะต้องเน้นที่ไหน มันอยู่หลังแสงใช่ไหม เพราะว่ามันไม่เจอแสง เพราะฉะนั้นนี่ ตรงนั้นนี่ มันก็จะมืดขึ้นดำขึ้น เราจำได้ใช่ไหม ที่เราเรียนกันไปที่แรเงา 7 ระดับ ก็คือเข้มสุดไปถึงเบาสุด เพราะฉะนั้น ตรงด้านหลังนี่มันก็จะออกแนวเข้ม ๆ เลยถูกไหม อันที่ 6 ลูก จะเป็นการเปรียบเทียบในส่วนของแสงสว่างลูก ก็จะมีแบบสว่างจ้าเลย สว่างจะจัด ๆ เลยถูกไหม เพราะว่ามันโดนแสงโดยตรง แล้วก็เป็นแสงสว่างที่มันดรอปลงมาหน่อย ลักษณะการแรเงานี่ การแรเงาเหมือนกันไม่ได้ถูกไหม ลักษณะของแสงนี่มันจะไม่เหมือนกัน มันจะมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการลงสีต่าง ๆ การแรเงาต่าง ๆ เรื่องแสงนี่เราก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะว่าเวลาเราลงนี่มันจะต้องต่างกัน ต่อไปลูก การลงเงาตกกระทบ อันนี้เราจะต้องสังเกตจากทิศทางและว่าแสงนี่มันมาจากทางไหน มันเข้ามาอย่างไร แล้วเอาพวกนี้นี่ มันอยู่หน้าหรืออยู่ข้างหลัง มันต้องเกิดข้างหลังแสงเสมอถูกไหมลูก และเงาใกล้วัตถุนี่ มันก็จะมีน้ำหนักเข้ม ส่วนเงาที่มันไกลออกไปเลยพวกนี้นี่ มันจะมีลักษณะที่หนักลง แล้วก็อันสุดท้ายพอเราลงน้ำหนักแสงและเงาอะไรพวกนี้ของเราเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วนี่ เราก็จะต้องทำอะไรเก็บรายละเอียดทั้งหมดทุกส่วนใช่ไหม แล้วเราก็จะต้องเน้นส่วนที่เราจะต้องเน้น หรือว่าเราจะเพิ่มเติมในส่วนที่น้ำหนักนี่ เรายังให้ค่าน้ำหนักมันไม่พอ เราก็สามารถเก็บรายละเอียด ณ ส่วนนี้ได้นะ อันนี้จำได้ไหม การจัดองค์ประกอบภาพของเรา ในการที่เราวัดดู ว่าขนาดของภาพ เราจะต้องประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าอิงจากภาพจริงที่มันใหญ่ใช่ไหม เราต้องลดมาประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหม ให้ภาพมันพอดีกระดาษ แล้วเรานี่จะต้องดูแล้วว่าจะตัดภาพเป็นอย่างไร เราสามารถคิดมากเกินไปได้หรือเปล่า ใหญ่เกินไปมันก็เป็นอย่างไร ล้นล้นเกินถูกไหมลูก หรือถ้ามันเล็กเกินไปเป็นอย่างไร เหมาะสมไหม มันก็ไม่เหมาะสม ถ้าสูงเกินไปภาพมันก็ไม่ได้ เพราะสุดท้าย ภาพสุดท้ายมันจะเหมาะสมที่สุดใช่ไหม ไม่ใหญ่ ไปไม่เล็กไป เพราะฉะนั้นนี่ เราจะต้องดูอะไร ความสมดุลของภาพใช่ไหม ซ้าย ขวา บน ล่าง ให้มันมีความสมดุลมากที่สุด เพราะฉะนั้น ภาพนี่ การจัดองค์ประกอบนี่มันถือว่าเป็นส่วนสำคัญ ก็อย่างที่เราเคยสอนกันไปนะลูก ว่าเราจะต้องดูก่อนว่าขนาดจริงประมาณเท่าไหน เราสร้างแกนกลางเป็นตัวบวกของเราเรียบร้อยก่อนถูกหรือเปล่า หลังจากนั้นนี่ เราก็สามารถค่อย ๆ ร่างภาพโดยวัดอิงจากขนาดจริง หรือการทำท่าอย่างไร ดินสอใช้วัดอย่างไร ที่เราทำเราจะต้องเล่นอย่างนี้ใช่ไหม ถูกต้อง หลังจากนั้นเราก็จะใช้วาดได้ปกติ ไปกันต่อที่ขนาดและสัดส่วนต่าง ๆ อันนี้นี่มันจะหมายถึงเกี่ยวกับการกำหนดใช่ไหม ว่ามันจะเล็ก จะใหญ่ จะสั้น มันก็จะต้องดูความเหมาะสม แล้วก็สัดส่วนของมันนี่ วัตถุมองเห็นจริงมันเป็นอย่างไร แล้วเราสังเกตเลยว่ารูปทรงลักษณะที่มันมีความใกล้เคียงกันนี่ มันใหญ่กว่าหรือเล็กกว่า หรือว่าลักษณะนี่ มันเท่ากันมากน้อยแค่ไหนนะ เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จะต้องดูแต่ส่วนต่าง ๆ มันจะต้องมีความสัมพันธ์กัน หรือว่าเกี่ยวเนื่องการเกี่ยวโยงกันเป็นอย่างดีเลยลูก เพราะฉะนั้นนี่ การวาดภาพอะไรพวกนี้นี่ ต้นแบบอย่างที่บอกมันอาจจะใหญ่กว่ากระดาษมาก เหมือนสมมติเราเห็น พวกปฏิมากรรมใช่ไหม หรือว่าพวกรูปปั้นต่าง ๆ เราสามารถเอามาลงในกระดาษได้ไหม ได้ แต่ถ้าเราเท่าขนาดจริงเป็นอย่างไรลูก เราจะใช้กระดาษเยอะเกินไปถูกหรอเปล่า เพราะฉะนั้น เราก็จะต้องมาอิงสัดส่วน ว่าเราจะย่อขนาดนี่ ให้มันเล็กลงอย่างไร แล้วมันเหมาะสมไหม และสัดส่วนนี่ ถ้าเกิดเทียบจากขนาดจริงนี่ มันสมส่วนมากน้อยแค่ไหน อันนี้เราก็จะต้องดูการมองเห็นของเรานี่เป็นหลัก บางครั้งการมองนี่ สายตาของเราใช่ไหม เราก็อาจจะมองแตกต่างกัน อย่างอาทิตย์ที่แล้วที่ครูให้เราลองทำลองวาด เราเห็นใช่ไหมลูกการที่เราอยู่คนละมุม เราเห็น ขนาด รูปแบบของหุ่นนิ่งนี่ คนละรูปแบบกัน เพราะฉะนั้นนี่ เราก็อาจจะเห็น ว่าเหมือนกัน 8 จุดการมองเห็นของเรานี่ มันไม่เหมือนกัน และมันก็เลยทำให้ลักษณะเห็นของเรานี่ เห็นใกล้-ไกลที่แตกต่างกัน เพราะว่าอย่างพวกเรานั่งเราไม่ได้นั่งแถวเดียวกันใช่ไหม แล้วการนั่งของเรานั่งเป็นวงกลมถูกไหมลูก และระยะห่างจากตัวเราแล้วก็ของภาพนี่มันก็จะไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น ขนาดและสัดส่วนนี่ จากรูปที่มันเป็นวัตถุที่มันเป็นขนาดเท่ากัน แต่พวกเราสามารถวาดให้มันแตกต่างกันได้ อันนี้ก็คือจะเป็นขนาดและสัดส่วนนะลูก แสงและเงาจากที่เราเรียนไปแล้ว มันมี 5 ส่วนหลัก ๆ ใช่ไหม จำให้ดีนะลูก เพราะว่าออกสอบในสิ่งที่เราเรียนนั่นแหละ แสงและเงานี่มันก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพของเราเป็นอย่างไร กลมกลืน มีความตื้นลึกหนาบางอะไรพวกนี้นี่ มันทำให้แสดงออกมาให้ลักษณะนี่มันเหมือนจริงมากที่สุด ลักษณะนี่มันก็จะเป็น 3 มิติ หรือ 3D ใช่ไหม เพราะฉะนั้นนี่ ถ้าเราทำอะไรที่เป็น 3 มิติต่าง ๆ เราจะมีเรื่องแสงและเงาพวกนี้นี่ ปรากฏด้วย และกฎเกณฑ์ของแสงและเงาลูก ถ้าเกิดแสงที่มันเกิดจากธรรมชาติ หรือว่าถูกจัดด้วยการที่เราเพิ่มแสงสว่าง ๆ นี่ ส่วนด้านที่ไม่ถูกเงามืดเลยพวกนี้นี่ มันก็จะมีความเข้มความมืดมากยิ่งขึ้นนะ และระยะ ระยะการใช้แสงและเงาต่าง ๆ นี่ ภาพที่เราใช้ส่วนใหญ่เราจะใช้เป็นอย่างไร อ่อน กลาง แก่ใช่ไหม เพื่อความที่มันสมจริง แล้วเราก็จะต้องเน้นระยะ 7 ระยะของแสงและเงาที่เราใช้ให้ได้มากที่สุด โอเคนะ ไปกันต่อที่พื้นผิว พื้นผิวก็คือลักษณะความแตกต่างของวัตถุที่เรามองไม่เห็นด้วย วัตถุที่เรามองเห็นด้วยสายตาต่าง ๆ นะ เกิดจากตามที่เราอย่างไร สัมผัสก็ได้ใช่ไหม สัมผัสเราก็รู้แล้ว ว่ามี มีลักษณะเป็นอย่างไรลูก เรียบใช่ไหม แต่ถ้าสมมติว่าอย่างผนังเป็นไงถูกค่ะ ส่วนกระดาษถ้าเป็นกระดาษ A4 เป็นอย่างไร ลักษณะเรียบร้อยปอนด์ที่เราใช้เป็นยังไงมันก็จะด้าน ขรุขระใช่ไหม ลักษณะพวกนี้นี่มันก็จะเป็นส่วนสำคัญอย่างมากเลยที่เราจะใช้ในการวาดเส้นต่าง ๆ เพราะว่าการวาดเส้นนี่เราจะเน้นพื้นผิว มันก็จะช่วยให้ผลงานของเรานี่มันน่าสนใจและมันมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นใช่ไหม พอมันมีเสน่ห์นี่ ผลงานของเรามันจะเป็นอย่างไรลูก มันจะสมบูรณ์แล้วมันจะสามารถทำงานให้มันออกมาเนี๊ยบ แล้วมันน่าสนใจได้นะพื้นผิว คิดว่ามันมีกี่ลักษณะ ลองเดาสิว่ามีกี่ลักษณะ เด็กหูฯ ด้วย ลองเดาดูว่ามีกี่ลักษณะ คิดว่าเท่าไร เท่าไร 1 2 3 เท่าไร ประมาณเท่าไร่ 3 เหรอ ถ้าพื้นผิวต่าง ๆ ถ้ามันมีจริง ๆ เราจะอิง 2 ลักษณะใหญ่ ๆ ลูก ลักษณะแรก ก็คือพื้นผิวตามรูปทรง ตามวัตถุที่เราเห็นพวกนี้โดยทั่วไปที่เราเห็นต่าง ๆ มันก็จะเป็นการที่เรามองเห็นด้วยสายตา ว่าอย่างที่เราคุยกันไปแล้วคืออะไร ผิวหยาบ ขรุขระ ผิวเรียบ ผิวมันอะไรพวกนี้ ก็คือสิ่งที่เรามองเห็นทั้งหมด อันนี้คือสิ่งแรกนะ พื้นผิวสิ่งแรก อันที่ 2 เป็นอย่างไร พื้นผิวที่มันมาจากจินตนาการของเรา หรือว่าความรู้สึกของเรา พวกนี้นี่ มันก็จะเป็นสิ่งที่เราคิดกันมาเอง อย่างวิชาที่พวกเราเรียนจะเป็นของครูเมย์ถูกไหม จุดเริ่มต้นของเส้นมันคืออะไร จุดใช่ไหม พวกนี้มันก็ คือ เป็นพื้นผิวตามจินตนาการ มันก็คือจะเป็นพวกการจุด การแต้ม การป้ายต่าง ๆ อะไรพวกนี้นี่ มันจะเป็นการเพิ่มความรู้สึกว่าให้มันรู้สึกว่ามันจะสูง ลึก หรือว่ามันตื้นพวกนี้นี่มันจะเกิดจากจินตนาการของผู้วาด หรือเขาจะทำการมุ่งเน้นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในการไม่หยุดนิ่งต่าง ๆ มันก็จะแสดงความรู้สึกเฉพาะส่วนของรูปทรง ก็คือเราอาจจะเลือกที่มันเป็นบางวัตถุหรือว่าทั้งภาพ เราก็สามารถทำได้อันนี้ก็คือจะเป็นอย่างที่ 2 พื้นผิวทางจินตนาการอันนี้จำได้แล้วนะ สรุปพื้นผิวมีกี่ลักษณะ ถูกต้อง จำนะ 2 ลักษณะนะลูก ถูกต้อง ไปกันต่อลูก ที่ระนาบ มันก็จะเป็นพื้นผิวที่แบนราบ ซึ่งมีลักษณะเป็น 2 มิติ ก็ถือว่าเป็นโครงสร้างหนึ่งที่มันทำหน้าที่ของรูปทรงต่าง ๆ และพวกนี้นี่ ให้มันมีลักษณะคล้ายกับรูปร่างของที่ว่างต่าง ๆ ระนาบแล้วก็รูปร่างต่าง ๆ นี่ มันจะมีทิศทางและขนาดเช่นเดียวกับรูปแบบของที่ว่างต่าง ๆ ที่เราทำมากันนะ ฉะนั้นนี่ เราสามารถเอาระนาบอะไรพวกนี้นี่ ไปสร้างรูปทรงทั้ง 2 มิติ แล้วก็ 3 มิติอะไรพวกนี้ได้ แล้วก็ตามที่เราสร้างระนาบ 2 มิติอะไรพวกนี้นี่ เราสามารถสร้างจากรูปทรงภายนอกไว้ได้ อย่างที่เราวาด เราเคยวาดอะไร ทรงกระบอก ใช่ไหม แล้วอะไรอีก ทรงกลมถูกไหมลูก ทรงเหลี่ยมหรือว่าทรงแบนต่าง ๆ ที่เราเรียนกันไป พวกนี้นี่ มันก็จะเป็นรูปทรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในงานกิจกรรม จิตรกรรมคืออะไร ก็คือการวาดที่เราวาดภาพต่าง ๆ ถูกไหม พวกนี้นี่เราสามารถเอาไปใช้เป็นงานที่วาด จาก 2D ก็คือเป็นอย่างไร เป็นพื้นเรียบ ๆ ไม่มีอะไรเลย สุดท้ายเราสามารถทำให้มันเป็น 3D ได้ถูกต้อง มันก็คือเป็นการอะไร การลวงสายตาของเราใช่ไหม การที่เราวาดภาพ 2 มิติ ให้มันกลายเป็น 3 มิติได้ โดยการที่เราใช้หลักทัศนียวิทยา ไปกันต่อที่จุดเด่นของภาพ ยังไหวอยู่นะ จุดเด่นของภาพนี่ มันก็คือการที่เน้นส่วนที่ต้องการที่เราจะให้ความสำคัญกับภาพอะไรพวกนี้ โดยที่เราจะใช้ส่วนประกอบอื่น ๆ และเราก็จะมีการลดความสำคัญ จุดเด่น จุดรอง เราจะต้องไล่ระดับความสำคัญลงมา มันก็จะทำให้ภาพนี่ มีความสัมพันธ์กัน และมันเป็นภาพที่ทำให้มีความน่าสนใจ อย่างแรกเลย จุดเน้น จุดเด่นที่เราสามารถทำได้ ก็คือเราเก็บรายละเอียด ให้มันมากกว่าจุดหลอก ก็คือจุดเด่นมันก็ต้องเห็นแล้วเป็นอย่างไร กระแทกตาเลยถูกไหมลูก เห็นแล้วแบบเราจะต้องชอบเราจะต้องโดนตรงนี้เลย แล้วก็เราก็จะวาดจุดอื่น ๆ มา อันที่ 2 เราจะมีการเน้นน้ำหนักแสงและเงาต่าง ๆ เราก็จะมีการเน้นอะไร เน้นพวกเส้น รูปร่าง รูปทรงต่าง ๆ ให้จุดเด่นนั้นน่ะ มันมีความสะดุดตาขึ้นมา ทำให้น่าสนใจใช่ไหม อันต่อไปลูก มีการจัดหุ่นหรือเลือกมุมให้จุดเด่นนี่ มันมีขนาดต้องใหญ่กว่าจุดอื่นใช่ไหม เพราะว่าเราเน้นจุดนั้นนี่ เป็นจุดใหญ่ที่สุด แล้วก็ไปที่ข้อที่ 4 เราจะต้องลดความเข้มของฉากหลังให้อ่อนลง เพราะอะไร คิดว่าทำไมเราถึงต้องลดความเข้มของฉากหลังลง ถูกต้อง ใช่ รู้ไหมเด็กหู เพราะอะไร เพราะว่าเราต้องการเน้นจุดเด่นอยู่ใช่ไหมลูก ถ้าพื้นหลังข้างหลังมันเข้มอย่างที่อย่างที่อิทบอก ถ้ามันเข้มเกินไปน่ะ จุดเด่นเราก็จะไม่เด่น และเพราะเราจะไปโฟกัสที่พื้นหลังมากกว่านะ เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จะต้องดูให้ดี ว่าจุดแข็งจุด อ่อนจุดเด่นนี่ มันควรเป็นยังไงเราก็จะต้องผลักดันจุดเด่นจุดนั้นนี่ให้มันออกมาเด่นมากยิ่งขึ้น ไปกันต่อ ภาพหุ่นนิ่ง ภาพหุ่นนิ่งอย่างที่เราเห็น ก็คืออะไรลูก ภาพที่มันมาจากธรรมชาติต่าง ๆ ทั้งหมดเลย หรือว่าสิ่งที่มันไม่ใช่สิ่งที่มันเคลื่อนที่ได้ถูกไหม พอเราเห็นปุ๊บ แล้วเรานำมาจัดวางให้มันมีมุมมององค์ประกอบต่าง ๆ ที่มันลงตัว พอมันลงตัวนี่ แล้วเราก็จะต้องมาเล่นแล้ว อย่างห้องนี้แสงมันเข้า แต่เข้าไม่เยอะใช่ไหมลูกเพราะฉะนั้นนี่ เรามีแสงสว่างจากอะไรอีกส่วนหนึ่ง แสงสว่างจากไฟ ถูกต้อง มันก็คือไฟถึงมันจะอ่อน แต่สุดท้ายถ้ามันกระทบกับวัตถุอะไรพวกนี้มันเกิดเงาไหมลูก เกิดใช่ไหม อันนี้แหละมันก็จะทำให้เราเห็นแสงและเงา มันสามารถทำให้ภาพต่าง ๆ ของเรานี่ มีความสวยแล้วก็งดงามได้นะ ซึ่งการเขียนภาพหุ่นนิ่งอะไรพวกนี้นี่ มันก็เหมาะกับพวกเราถูกไหม เพราะว่าเรานี่ก็ถือว่าเป็นมือใหม่ ก็คือเวลาเราทำอะไรนี่เราไม่ต้องมีความกังวลเลยวัตถุที่มันเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวไม่ได้มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ถูกไหมเพราะฉะนั้นมันอยู่กับที่ อย่างไรเราวาดอย่างไรก็แล้วแต่ สุดท้ายมันยังคงเดิมถูกไหม ถ้าสมมติว่าครูนั่งอยู่ตรงกลางและพวกเราวาดหน้าครู คิดว่าครูนี่ เปลี่ยนอิริยาบถไหมลูกครูไม่สามารถอยู่ได้นาน ๆ 3 ชั่วโมง อยู่นิ่งตาแข็ง นึกภาพออกใช่ไหม มันอาจจะยากสักเล็กน้อยถูกไหม ถ้าสำหรับการที่เราจะวาดภาพใหม่ ๆ และให้ไปเล่นภาพเหมือนเลย ก็ไม่ได้ ถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้นอันนี้การวาดหุ่นนี่ มันก็ถือว่าสิ่งที่เราไม่ต้องกังวล แต่ว่าหุ่นนิ่งนี่ มันก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับพื้นหลังต่าง ๆ อะไรพวกนี้ใช่ไหม ที่มาเกี่ยว ดังนั้นเราก็จะต้องใช้จุดเด่นที่เราเรียนกันมาเมื่อกี้ใช่ไหม ว่าเราจะทำอย่างไรให้ภาพหุ่นนิ่งของเรานี่มันเด่นขึ้นมา แล้วมุมมองของภาพนี่เราจะจัดวางองค์ประกอบอย่างไรให้มันสวยงาม สมมติเดี๋ยวถ้าครูให้ลองไปหาอุปกรณ์อะไรมา แล้วลองมาจัดตั้ง ลองวางองค์ประกอบ จะต้องดู อย่างแรกเราต้องคิดถึงคืออะไร ความใหญ่ ความเล็ก ว่ามันใหญ่แน่นเกินไปหรือเปล่า วัตถุอันไหนควรที่จะเป็นจุดเด่น อันไหนควรที่จะเป็นจุดรองลงมา แล้วไหนจะการจัดวางองค์ประกอบว่าเหลือที่ว่างแค่ไหน ลักษณะพื้นผิวเป็นอย่างไร เงาก็จะแตกต่างกันไปถูกไหมลูก เพราะฉะนั้นนี่ เราสามารถแบ่งให้เห็นนี่ชัด ๆ นี่ ประเภทของหุ่นนิ่งเราจะเห็นทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกัน ประเภทแรก ก็คือหุ่นจากธรรมชาติ ก็คือเราเห็นจากสภาพแวดล้อมไปหมดเลย ลองหันซ้ายหันขวาสิ คิดว่าหุ่นนิ่งตามธรรมชาติคืออะไร ไหนลองหันดูดิรอบตัว ธรรมชาติคิดว่าอะไร คิดว่าอะไร ต้นไม้ ภูเขา ใช่ ผลไม้ ดอกไม้ อะไรพวกนี้นี่ ก็คือเป็นสิ่งธรรมชาติที่มันอยู่รอบ ๆ ตัวเราเลยลูก เราสามารถนำทั้งหมดพวกนี้นี่มาใช้งานได้หมดเลย นำมาวาดได้ ก็คืออย่างแรกเลย ก็คือจะเป็นภาพนิ่งของธรรมชาติต่าง ๆ อันที่ 2 ภาพหุ่นนิ่งจากสิ่งของทั่วไป ก็คือเป็นสิ่งของพี่อยู่ภายในบ้านห รือว่าอยู่รอบตัวเรา หรือสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน อันนี้ลองดูในห้อง คิดว่าเป็นอันไหนบ้างลูก ที่มันเข้าข่ายจากข้อที่ 2 เป็นสิ่งของทั่วไป ครูให้เวลาลองมอง ลองมองดู เดี๋ยวลองดูเด็กหูสิตอบ ตอบไหนบ้าง เด็กหู ไหนรอบตัวคือไหนอันไหนที่มันพอจะเป็นสิ่งของใดบ้างที่อยู่ในบ้านที่เราสามารถใช้ได้ อันไหนนี่ คิดว่าอันไหน อย่างข้างเนยก็ได้ ถูกไหม สมุดอย่างอื่นก็ได้ พวกโต๊ะ พวกเก้าอี้ พวกขวดแก้วต่าง ๆ รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานอะไรพวกนี้ เราสามารถใช้ได้หมดเลยนะลูก หรือแม้กระทั่งพวกเรามีปากกาดินสอใช่ไหม อันนี้ก็คือเป็นภาพหุ่นนิ่งจากสิ่งของทั่วไป ซึ่งเราสามารถใช้ได้หมดเลย อันต่อไป ภาพหุ่นนิ่งที่มาจากรูปทรงทางวัฒนธรรม อันนี้คิดว่าอะไรรูปทรงทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมของเราคืออะไร มันคือวัตถุ หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ย่อลงมาหน่อยวัดบ้างก็ได้ ซึ่งมันก็เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความเชื่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เครื่องบูชา มันก็จะเป็นแบบที่อิฐบอกใช่ไหมลูก มันก็อาจจะวาดวัดอะไรพวกนี้ก็ได้ หรือน่าจะเป็นเกี่ยวกับพระพุทธรูปหมู่บูชาพวกหัวโขน เรารู้จักหัวโขนพ่อแก่ไหม เวลาไหว้ไหว้ครูอะไรต่าง ๆ อะไรพวกนี้นี่ พวกนั้นนี่ ก็ได้หมดเลยลูก รวมไปถึงหุ่นกระบอก ใครทำหุ่นกระบอกบ้าง ใครเคยเห็นบ้าง รู้จักหุ่นละครโจหลุยส์อะไรพวกนี้ไหม ที่เป็นหนุมานแล้วก็เชื่ออะไรอย่างนี้ หุ่นกระบอกนั่นแหละ มันก็เป็นลักษณะที่เราสามารถเอามาจากรูปทรงทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เราสามารถทำได้ เราก็สามารถเอาพวกนั้นนี่มาวาดได้ อันดับที่ 4 หุ่นนิ่งจากวัตถุทางเทคโนโลยีต่าง ๆ อันนี้นี่ เราก็เห็นอยู่แล้วใช่ไหม ว่ามันเป็นเทคโนโลยี แล้วเทคโนโลยีคืออะไร หุ่นนิ่งที่เราสามารถทำได้ มันก็คือเครื่องจักรต่าง ๆ หรือว่าสิ่งของต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นถูกไหมลูกอย่างที่อยู่บนโต๊ะทั้งหมดคืออะไร ที่ทุกคนมีวางไว้บนโต๊ะน่ะ วางไว้หมดเลย ก็คือโทรศัพท์มือถือ ใช่ ก็คือสิ่งที่พวกเราเห็นนี่ ก็คือเราสามารถเอามาวาดเป็นภาพนิ่งได้หมดเลย รวมไปถึงอะไร เตารีด หม้อหุงข้าว หรือขวดพลาสติก หรือกระบอกต่าง ๆ ที่เราเห็นทั้งหมดนี่ เราสามารถเอาพวกนี้น่ะ มาวาดได้ แล้วในบรรดาเทพ 4 ประเภทนี่ ก็แล้วแต่เราชอบอีกว่าเราชอบแนวไหน เราถนัดแนวไหน เราสามารถสร้างแนวนั้นขึ้นมาได้ ภาพหุ่นนิ่งนี่ ถ้ามันจะออกมาสวยงามนี่ มันขึ้นอยู่ที่องค์ประกอบหลาย ๆ อย่างถูกไหมลูก เพราะว่ามันจะต้องอยู่กับการวางหุ่นนิ่งของเราให้มันเหมาะสมอย่างไร แล้วก็เลือกมุมมองในการว่าถ้ามันมีระยะของแสงนี่ตกกระทบอย่างไร ให้มันสวยงาม การจัดภาพอย่างไรนี่ ให้มันเหมาะสมกับแผ่นกระดาษถูกไหม เพราะฉะนั้นนี่ มันก็จะไปตรงกับสิ่งที่เราเรียนคืออะไร ขนาด สัดส่วน พื้นผิว ระนาบ ใช่ไหม ที่เราเรียนแสงและเงาอะไรพวกนี้ ที่เราเรียนไปต้น ๆ ก่อนหน้านั้น อันนี้น่ะก็คือจะเป็นสัดส่วนต่าง ๆ ที่มันสามารถทำให้เรานี่มาจัดองค์ประกอบภาพที่เราเลือกประเภทในการวาดนี่ ได้ถูกไหมลูก ในการวาดของเรานี่ มันอยู่ที่การฝึกบ่อย ๆ ใช่หรือเปล่า มันก็จะทำให้เรานี่ สามารถมององค์ประกอบ จัดองค์ประกอบของเรานี่ ให้ภาพนี่ มันดูมีมิติ ดูน่าสนใจได้ เราเคยเห็นไหม เวลาที่ต่างประเทศ นักเรียนเคยเห็นนักเรียนญี่ปุ่นไหม นั่ง ๆ เรียนอยู่ วาดภาพอยู่ วาดภาพออกมา วาดภาพเล่นออกมาเป็น 3 มิติได้ เออ อันนั้นน่ะเขาก็จะเป็นการใช้เวลาว่างของเขาในการวาด ถูกหรือเปล่า มันก็เป็นการฝึก ฝึกไปในตัวเหมือนกัน ซึ่งเขาก็มองจากอะไร จากหุ่นนิ่งธรรมชาติใช่ไหมลูก มองรอบตัว แล้วเขาก็ทำกันว่าขึ้นมา ใช่ แล้วก็หุ่นนิ่งอะไรพวกนี้นี่ เราก็จะต้องฝึกบ่อย ๆ เราเริ่มแรก เราอาจจะฝึกรายละเอียดที่มันน้อย ๆ ก่อนก็ได้ อย่างที่ครูให้ทำอะไรก่อน ทรงกระบอก แจกัน แอปเปิล ก็คือมันยังรายละเอียดนี่มันยังไม่เยอะมากถูกไหมลูก แล้วพอถ้าเกิดสมมติว่าเราทำได้ เราก็จะต้องพัฒนา รูปร่าง รูปทรงของเรานี่ ให้มันมากขึ้นไป ซึ่งวัต... วัตถุต่าง ๆ นี่ มันก็ไม่ควรที่จะแตกต่างกันมากเกินไปใช่ไหม ในการให้แสงและเงาการลงน้ำหนักต่าง ๆ อะไรพวกนี้นี่ เราจะต้องไม่ให้มันแตกต่างกันมาก เพราะว่าแสงมันจะลงในที่เดียวกันใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นนี่เราก็จะต้องดูด้วย แล้วเราจะต้องให้น้ำหนักของมันนี่เด่นชัดเจนขึ้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการวาดเขียนของเรานี่ คืออะไร คือ การใส่แสง และเงาใช่ไหม มันก็เลยจะทำให้ภาพของเรานี่ มันดูน่าสนใจ เพราะว่าส่วนใหญ่นี่ ที่เราใช้เราจะใช้เป็นลักษณะภาพขาวดำในการวาดนะ แล้วก็ฉากหลังนี่ บางอย่างมันก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าจุดเด่นหรือว่าจุดรองใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นนี่ การที่เราเลือกฉากหลัง ๆ นี่ เราก็จะต้องดูให้มันสัมพันธ์กับวัตถุที่เราเลือกมาจัดวางต่าง ๆ นะ อันนี้ ก็คือจะเป็นสิ่งที่ให้เราเห็นเกี่ยวกับการวาดภาพหุ่นนิ่งต่าง ๆ ไปกันต่อที่ขั้นตอนการวาดภาพหุ่นนิ่ง อันนี้มันจะเป็นเห็นหลัก ๆ เลย 6 ข้อหลัก ๆ อย่างแรกเลย เราจะต้องกำหนดโครงสร้างให้มันเหมาะสมกับหน้ากระดาษ เพราะอะไรลูก เราจะต้องเน้นว่าไม่ให้มันใหญ่เกินไป หรือว่าเล็กจนเกินไปใช่ไหม และเราก็จะต้องไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป และเราไม่ควรชิดขอบด้านใดด้านหนึ่ง อย่างภาพในการจัดวางองค์ประกอบภาพ อย่างที่ครูให้ดูไปเมื่อกี้นะ ว่าไม่ควรชิดบน ไม่ควรชิดซ้าย ไม่ควรชิดล่าง ไม่ควรเล็กหรือไม่ควรใหญ่จนรู้สึก ว่ามันแน่นจนเกินไปนะ อันนี้ก็คือจะเป็นข้อแรกของในการกำหนดนะ อันที่ 2 จะเป็นเกี่ยวกับการร่างภาพ การร่างภาพแบบเป็นการวาดด้วยน้ำหนักใช้อะไร ใช้เส้นเป็นลักษณะเข้มหรือเบา ต้องอย่างไร ลักษณะของเส้นนี่มันก็จะต้องการร่างนี่ มันก็ต้องเบาไว้ก่อน เพราะถ้าเข้มนี่ เราลบแล้วเป็นอย่างไร ภาพเราอาจจะเสีย เราอาจจะเสียอารมณ์ สีกระดาษทำไมใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นภาพร่างของเรานี่ เราก็จะต้องใช้เส้นเบา ๆ ไม่ว่าจะเป็นภายในภาพไปจนถึงภายนอกของภาพนะ เราก็จะต้องกำหนดสัดส่วนของมันนี่ให้ถูกต้องด้วย แล้วก็ภาพรวมนี่เรายังไม่ต้องใส่รายละเอียด เพราะมันเป็นการร่างภาพขึ้นมาใช่ไหม อันร่าง ก็คือเราวัดขนาดเฉย ๆ และก็ลักษณะรูปร่างนี่ มันเป็นอย่างไร อันนี้ก็คือจะอยู่ในส่วนของร่างภาพ อันที่ 3 การกำหนดแสงและเงา อันนี้ก็คือจะเป็นการลงน้ำหนักแสงและเงาต่าง ๆ นี่ ให้มันเข้า ๆ ในรูปร่างที่เราสร้างขึ้นมามันก็จะอยู่ในโครงร่างที่เราวาดไว้ใช่ไหมลูก มันก็คือจะต้องกำหนดแสงและเงา พอเรากำหนดแสงและเงาเสร็จ ไปข้อที่ 4 เราจะต้องเริ่มทำการเน้นแสงและเงาแล้ว ถูกไหมลูก เพราะปกติการที่เราจะใส่น้ำหนักแสงและเงานี่ เราสามารถใส่แบ่งเป็นกี่ระยะ แบ่งเป็น 7 ถูกต้อง 7 อุ่น อุ่นมันลืมไปแล้ว สีอ่อน กลาง เข้ม แก่ใช่ไหม ไม่เป็นไร เพราะว่าจริง ๆ น่ะ มันก็ต้องเป็น 7 ระยะที่เราทำใช่ไหมลูก ก็คือดำสุด ไปจนถึงอ่อนสุดนะ อันนี้ก็คือจะเป็นสิ่งที่เราลองวาด ๆ กันแล้ว จำได้ใช่ไหม การแรน้ำหนักของเราระยะ อันนี้ก็คือจะเป็นการเน้นในระยะที่เราจะต้องใช้เราก็จะนิยมเอา 7 ระยะอะไรพวกนี้นี่ ใช้ในการวาดภาพของเราขึ้นมา แล้วเขาก็จะนิยมเว้นจุดตรงไหน ที่คิดว่าอยู่ตรงไหน ที่เราไม่ต้องแรเงาเลย ก็จะเป็นระยะที่ไม่ต้องระบายสี ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ก็คือจุดที่แสงสว่างตกกระทบโดยตรง ถูกไหม ตรงกับวัตถุโดยตรง ก็คือแสงสว่างจากตรงนี้นี่เราก็ไม่จำเป็นจะแรเงา เราก็เว้นส่วนตรงนั้นนี่ไว้ เว้นส่วนตรงนั้นไว้ แล้วเราก็จะค่อย ๆ แรเงาน้ำหนักต่าง ๆ ลงไปในส่วนของอื่น แล้วเราก็จะต้องค่อย ๆ ไล่ความเข้มเป็นระยะระยะขึ้นมา แล้วเราก็ต้องดูน้ำหนักความเข้มของแสงและเงาต่าง ๆ นี่ ว่าระยะนี่มันอยู่ขั้นไหน ขนาดเท่าไหน แล้วเราก็จะทำให้มีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงนี่ได้มากยิ่งขึ้น อันนี้คือข้อ 4 นะลูก การเน้นแสงและเงาขึ้นมา ไหวอยู่นะ โอเค ได้แล้ว ใกล้จบแล้ว อันนี้ 5 การแรเงานี่ เราจะต้องเน้นน้ำหนักอะไร เน้นระยะใกล้ กลาง ไกล พวกนี้นี่ เราก็จะต้องดูใช่ไหม เราก็จะต้องไล่น้ำหนักจากที่มันอ่อนมาก ๆ ไปจนถึงเข้ม ใช่ หรือเราจะเริ่มเข้มแล้วไล่ลงมาหาอ่อน อันนี้ก็คือจะแล้วแต่ของเรา แต่ว่าการที่เรากำหนดจุดความเข้มสูงสุดก็คืออะไร ระยะข้างหน้าใช่ไหมลูก แล้วก็ระยะไกลสุดนี่จะมีค่าน้ำหนักอ่อนที่สุด เพราะฉะนั้นให้พวกเรานี่ จำเอาไว้ ว่าใกล้จะเข้มมาก และอ่อนจนมองไม่เห็น ก็คือระยะไกลอันนี้จำได้นะ ไปอันสุดท้ายมันจะเป็นการที่เราตกแต่งรายละเอียด และพูดง่าย ๆ ก็คืองานเราจบงานแล้ว เราทำจะเสร็จสุดและสุดท้ายใช่ไหมลูก เราก็เน้นน้ำหนักแสงเงาของเราและระยะต่าง ๆ เราพวกนี้นี่เราสามารถทำได้หมดแล้วใช่ไหมลูก สิ่งสุดท้ายของการแรงเงาของเรา ก็คือจะต้องเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ให้มันมีความใกล้เคียง กับวัตถุที่เราทำมากที่สุดถูกไหมลูก เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จะต้องใส่รายละเอียดให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะมีความโดดเด่น ใช่ และสุดท้ายมันจะสมจริงมากที่สุด ถูกไหม เพราะฉะนั้น ขั้นตอนการวาดภาพหุ่นนิ่งของเราพวกนี้นี่ เราจะต้องจำ 6 หลัก หลัก ๆ นี้ไว้ และเราจะค่อย ๆ ทำไป มันก็จะสามารถวาดรูปออกมาได้นะ เดี๋ยวครูจะให้ดูรูปว่าแต่ละขั้นนี่มันเป็นลักษณะไหน ขั้น 1 เป็นอย่างไร เราร่าง ร่างมันให้เบาที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าเป็นอย่างไร เบาเหมือนกลัวเพื่อนเห็น ตัวเองก็มองไม่เห็น ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ อันนี้ก็ไม่ใช่ถูกว่าโลกมันก็คือเบาเกินไปเพราะฉะนั้น การร่าง ก็คือต้องร่างให้เราเห็นด้วย แล้วเราสามารถเอาไปใช้ต่อได้ อันที่ 2 เราเริ่มใส่ขอบเขตแล้วว่าตรงไหน เงามันจะกระทบตรงไหนอะไรอย่างไร เราก็สามารถใส่ไปเห็นไหมลูก แลกดอกบัวไม่มีอะไรเลย แล้วเขาก็จะใส่เงาลงมา เป็นเหมือนเส้นร่างไว้ก่อน ให้มันเป็นลักษณะเงา อันที่ 3 ลงน้ำหนักตรงกลางก่อน เขาเริ่มไล่แล้ว เห็นวัตถุแล้วใช่ไหม เขาก็เริ่มไล่น้ำหนักกลาง โดยรวมทั้งหมดนี่ ทั้งภาพ เขาก็เริ่มลง ๆ ๆ เสร็จ แล้วก็ไปขั้นที่ 4 เป็นอย่างไร เริ่มลงน้ำหนักเงา แล้วก็เน้นระยะใกล้ระยะไกล ใกล้มันจะต้องมีลักษณะเงาเป็นเข้ม ไกลเป็นอ่อน ถูกต้อง เพราะฉะนั้นนี่ข้อที่ 4 ของเรานี่เราก็จะต้องเน้นน้ำหนักเงาตรงนี้มาก่อน ข้อที่ 5 เราเริ่มอะไร เน้นเงาเข้ม แล้วก็พวกแสงสว่างต่าง ๆ ขึ้นมาแล้วนะ สุดท้ายเป็นอย่างไร เก็บรายละเอียด เก็บให้หมดเก็บไปเลย ว่าจุดละเอียดอยู่ตรงไหน แสงเงาเข้าตรงไหน รายละเอียดของภาพเป็นอย่างไร ลักษณะพื้นผิวของภาพระนาบอะไรพวกนี้ ที่เราเรียนกันมาทั้งหมด เราจะต้องเก็บงานจากตรงนี้ และเราสามารถทำได้ เห็น 6 ขั้นตอนแล้วใช่หรือเปล่า เดี๋ยวครูจะให้ดูของ และลองเอามาตั้ง ถ่ายรูปแล้วก็วาดลงกระดาษให้ครู ในคาบนี้ เดี๋ยวครูให้วาด ใครมีคำถามสงสัยอะไรไหม สงสัยไหมลูก นี่นะ ครูครูกำลังสั่งงานอยู่นะ เด็กหูเข้าใจอยู่ใช่ไหมลูก ให้ไปหาภาพนิ่งที่เราจะวาดมา ที่มันอยู่แถว ๆ ตัวเรานี่ เอามาตั้ง แล้วจัดวางองค์ประกอบ ถือว่าเป็นวิชา... ถือว่าเป็นการสอบปฏิบัติไปในตัวนะลูกอันนี้ โอเคหรือเปล่า เข้าใจไหม โอเค ครูจะให้เวลาในการหาของ 5 นาทีพอไหม หรือว่า 10 นาที แล้วก็มาวาดที่ห้องนี้ โอเคนะ รับทราบ ไปได้ เริ่ม ล่ามคะ เดี๋ยวให้พักก่อนก็ได้ค่ะ แล้วก็เดี๋ยวเด็กทำเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะเรียกนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]