﻿1
00:02:02,604 --> 00:02:06,604
(อาจารย์เชาวนี) ลูกจะวาดภาพ เสียงดัง

2
00:02:07,121 --> 00:02:11,121
แต่ว่า

3
00:02:14,072 --> 00:02:18,072
ลดเสียงอีกได้ไหมคะ เสียงสะท้อนที่ในห้องเรียนค่ะ

4
00:02:25,584 --> 00:02:27,387
ฮัลโหล โอเคค่ะ

5
00:02:27,387 --> 00:02:31,387
ได้แล้วนะคะ ทีนี้ด

6
00:02:40,931 --> 00:02:44,931
นะคะ วันนี้สิ่งที่เราจะเรียนวัตถุประสงค์ที่เราจะเรียนมี 2 ข้อด้วยกัน วันนี้เราจะต้องบอกความหมายของ

7
00:02:46,036 --> 00:02:47,930
บอกความหมายของประพจน์ได้นะคะ  คำแนะนำ

8
00:02:47,930 --> 00:02:50,639
เคยเห็นไหม

9
00:02:50,639 --> 00:02:53,051
คำศัพท์คำนี้เคยเห็นไหมคะ

10
00:02:53,051 --> 00:02:56,040
เคยเห็นไหมอาย

11
00:02:56,040 --> 00:02:57,602
อายเคยเรียนอยู่โรงเรียนปกติมาใช่ไหมลูก

12
00:02:57,602 --> 00:03:01,192
ม. 3

13
00:03:01,192 --> 00:03:03,129
ม. 3 นะคะ มีเรียนเรื่อง

14
00:03:03,129 --> 00:03:07,129
ประพจน์อยู่นะ

15
00:03:10,245 --> 00:03:14,245
นี่คำนี้นะคะ เราจะต้องบอกความหมายของประพจน์ได้

16
00:03:19,226 --> 00:03:22,055
และข้อ 2 เราจะต้องจำแนกข้อความนะคะ ว่าเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ได้

17
00:03:22,055 --> 00:03:26,055
คำว่า "ประพจน์" คืออะไรลูก

18
00:03:27,263 --> 00:03:31,263
คำว่า "ประพจน์" คืออะไร แล้วมันเกี่ยวข้องกับตรรกศาสตร์อย่างไรนะคะ

19
00:03:33,215 --> 00:03:37,215
ประพจน์นะคะ

20
00:03:39,612 --> 00:03:42,325
มันก็คือข้อความหรือว่าประโยคลูก ที่อยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า

21
00:03:42,325 --> 00:03:44,641
ประโยคบอกเล่านะคะ หรือ

22
00:03:44,641 --> 00:03:48,641
ประโยคปฏิเสธ

23
00:03:51,911 --> 00:03:55,911
ที่มีค่าความจริง ค่าความจริงคืออะไร ค่าความจริงมีอยู่ 2 ค่าด้วยกัน

24
00:03:57,669 --> 00:04:00,767
จริงกับเท็จนะคะ มีอยู่ 2 อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

25
00:04:00,767 --> 00:04:04,767
ประโยคมีอะไรบ้าง

26
00:04:06,281 --> 00:04:10,281
ประโยคประโยคมีอะไรบ้าง อย่างเช่น ประโยคบอกเล่า

27
00:04:11,464 --> 00:04:13,520
พระอาทิตย์ขึ้น

28
00:04:13,520 --> 00:04:17,520
ทิศตะวันออก นะ

29
00:04:19,874 --> 00:04:22,351
ตอนเช้านี่นะลูก สังเกตพระอาทิตย์ไหม

30
00:04:22,351 --> 00:04:24,854
มันขึ้นทางทิศอะไร

31
00:04:24,854 --> 00:04:28,854
พระอาทิตย์ขึ้นทิศอะไร

32
00:04:29,451 --> 00:04:33,451
ตอนเช้า

33
00:04:34,613 --> 00:04:37,943
ให้ดูล่ามลูกไม่ใช่ดูครู ดูนะดูพ

34
00:04:37,943 --> 00:04:41,020
ี่ล่าม ตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก

35
00:04:41,020 --> 00:04:45,020
มีไหมขึ้นที่อื่นมีไหม

36
00:04:48,784 --> 00:04:52,784
มีตั้งแต่เกิดมานะคะ เราอาจจะเห็นว่าพระอาทิตย์นี้ขึ้นทางทิศตะวันออกตลอดเลย

37
00:04:55,058 --> 00:04:59,058
นะคะ เพราะฉะนั้น ข้อความนี้เป็นประโยคบอกเล่า แล้วก็

38
00:05:01,079 --> 00:05:05,079
เป็นจริงด้วยใช่ไหมคะ เพราะว่ามันขึ้นทางทิศตะวันออกตลอดเลยนะ

39
00:05:06,756 --> 00:05:10,756
อีกประโยคหนึ่ง

40
00:05:13,630 --> 00:05:17,250
1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์นะคะ มี 7 วัน

41
00:05:17,250 --> 00:05:21,250
นักเรียนว่ามันใช่ไหม

42
00:05:21,630 --> 00:05:25,630
สัปดาห์หนึ่งกี่วันลูก

43
00:05:31,086 --> 00:05:35,086
สัปดาห์หนึ่งใช่แล้วนะคะ สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน มี 7 วันเพราะฉะนั้น ประโยคนี้

44
00:05:37,486 --> 00:05:41,486
ประโยคบอกเล่ามีค่าความจริงเป็นจริงนะคะ เป็นจริง

45
00:05:42,059 --> 00:05:46,059
อีกประโยคหนึ่ง

46
00:05:50,007 --> 00:05:53,832
ธงชาติ ธงชาติไทยมี 5 สี

47
00:05:53,832 --> 00:05:57,160
นักเรียนว่าถูกไหม

48
00:05:57,160 --> 00:05:59,099
ธงชาติไทยมีกี่สี

49
00:05:59,099 --> 00:06:00,415
มีกี่สีลูก

50
00:06:00,415 --> 00:06:02,465
ธงชาติ

51
00:06:02,465 --> 00:06:06,465
มีกี่สีคะ

52
00:06:08,059 --> 00:06:12,059
3 สี ใช่ ๆ สีอะไร สีอะไร

53
00:06:14,292 --> 00:06:18,292
มีสีอะไร สีแดง สีขาว สีน้ำเงิน

54
00:06:23,417 --> 00:06:27,417
ถูกต้องมันจะมีริ้วทั้งหมดอยู่ 5 ริ้ว  สีนะลูกมันมีอยู่ 3 สีนะคะ เมื่อกี้ที่ครบอกว่า

55
00:06:28,315 --> 00:06:29,760
ธงชาติไทยมี 5 สีแสดงว่า

56
00:06:29,760 --> 00:06:33,760
ผิดหรือถูก

57
00:06:35,990 --> 00:06:39,990
แสดงว่าเท็จ ใช่มันเป็นเท็จนะคะ มันเป็นเท็จ

58
00:06:43,416 --> 00:06:45,207
แปลว่าค่าความจริงจะเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ เมื่อเป็นประโยคบอกเล่า

59
00:06:45,207 --> 00:06:47,842
มันจะ

60
00:06:47,842 --> 00:06:51,586
คือประพจน์นะคะ

61
00:06:51,586 --> 00:06:55,586
ถึงจะเป็นประพจน์ได้ โอเคนะ

62
00:06:56,007 --> 00:07:00,007
ทีนี้ครูจะถามนักเรียนว่า

63
00:07:03,328 --> 00:07:07,328
ว้าว สวยจัง มันเป็นประโยคอะไร

64
00:07:15,672 --> 00:07:17,436
มันมีค่าความจริงไหมไอ้คำว่า "ว้าวสวยจัง" น่ะ มันมีมันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จลูก

65
00:07:17,436 --> 00:07:21,436
บอกได้ไหม

66
00:07:26,049 --> 00:07:30,049
ไม่ต้องหัวเราะว้าวสวยจัง จริงหรือเท็จ

67
00:07:32,099 --> 00:07:35,688
บอกว่าตัวเองเป็นเท็จนะคะ แสดงว่าตัวเองไม่สวยหรอ

68
00:07:35,688 --> 00:07:39,688
แสดงว่าอายไม่สวยเหรอ

69
00:07:42,952 --> 00:07:46,723
มันไม่ได้เจาะจงนะคะ ว่าใครหรืออะไรสวย

70
00:07:46,723 --> 00:07:50,119
เพราะฉะนั้น เราไม่สามารถตอบได้

71
00:07:50,119 --> 00:07:54,119
ว่าจริงหรือเท็จนะคะ

72
00:07:58,158 --> 00:08:02,158
ข้อนี้ไม่ใช่ประโยคบอกเล่าไม่ใช่ประโยคปฏิเสธ แต่เป็นประโยคอะไร

73
00:08:04,024 --> 00:08:08,024
เป็นอุทานนะคะ เป็นประโยคอุทาน เป็นประโยคอุ

74
00:08:13,192 --> 00:08:16,445
ทาน เหมือนกันกับเวลาที่เราเดิน

75
00:08:16,445 --> 00:08:19,899
เดิน ๆ ไปแล้ว

76
00:08:19,899 --> 00:08:23,899
เห็นรถขับมาฟิ้วเลย

77
00:08:29,895 --> 00:08:33,895
แล้วมีคนขับมาหล่อมากสุดยอดมากคำนี้เป็นคำอะไร

78
00:08:35,350 --> 00:08:39,350
แล้วมันมีข้อความจริงไหมเป็นคำบอกเล่าเหรอ

79
00:08:40,941 --> 00:08:44,850
เป็นคำอุทานต้องเป็นคำพูดที่เราพูดขึ้นมาด้วยอาการ

80
00:08:44,850 --> 00:08:47,393
มันตกใจมันเห็นแล้วมันเม้านะคะ

81
00:08:47,393 --> 00:08:51,393
น่าจะเป็นคำอุทานที่คิดขึ้นมา

82
00:08:58,454 --> 00:09:01,683
แล้วมันไม่มีค่าความจริงมันไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เพราะฉะนั้น คำอุทานนี่ ไม่ใช่ประพจน์

83
00:09:01,683 --> 00:09:05,683
มันไม่ใช่ประพจน์เลยนะคะ

84
00:09:10,237 --> 00:09:12,214
ทีนี้ท่าทางคณิตศาสตร์ครูบอกว่า 3 + 5 = 10

85
00:09:12,214 --> 00:09:16,214

86
00:09:17,142 --> 00:09:21,142
มันหาค่าความจริงได้ไหม มันบอกได้ไหม ว่ามันเป็นจริงหรือเท็จ

87
00:09:21,348 --> 00:09:25,348
3 + 5 ฝั่งด้านนี้ได้เท่าไหร่ลูก

88
00:09:25,450 --> 00:09:29,450
รวมได้เท่าไหร่คะ 3 กับ 5

89
00:09:32,274 --> 00:09:34,322
ได้ 8 อันนี้ล่ะทางได้ 10 มันเท่ากันไหม

90
00:09:34,322 --> 00:09:38,322
มันเท่ากันไหม มันไม่เท่า

91
00:09:40,841 --> 00:09:44,841
เพราะฉะนั้น ถามว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จคะ

92
00:09:54,469 --> 00:09:58,469
มันเป็นเท็จนะคะ มันเป็นเท็จเป็นประโยคบอกเล่าที่เขาเขียนโจทย์ขึ้นมาแล้วหาค่าความจริงได้บอกได้ว่ามันเป็นจริงหรือมันเป็นเ

93
00:09:58,743 --> 00:10:02,743
ท็จดูดี ๆ นะ

94
00:10:07,413 --> 00:10:11,413
จะเป็นประพจน์ได้ก็ต่อเมื่อเป็นประโยคบอกเล่าหรือ

95
00:10:13,096 --> 00:10:14,509
ประโยคปฏิเสธนะคะ และจะต้องมีค่าความจริง

96
00:10:14,509 --> 00:10:17,953
ค่าความจริง

97
00:10:17,953 --> 00:10:19,419
อยู่ 2 ตัวเท่านั้น จริง

98
00:10:19,419 --> 00:10:23,419
เท็จ

99
00:10:34,873 --> 00:10:36,541
เหมือนจะ 2 ค่านี้แสดงว่าไม่ใช่ประพจน์แล้วหาคำตอบไม่ได้ไม่รู้ว่าคำตอบเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ หรือว่าเป็นประโยคอื่น ๆ เมื่อกี้ประโยคอุทานใช่ไหมคะ

100
00:10:36,541 --> 00:10:40,541
แล้วถ้าครูบอกว่า

101
00:10:43,274 --> 00:10:47,274
กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้อง

102
00:10:48,199 --> 00:10:52,199
กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องนะ

103
00:10:52,439 --> 00:10:53,892
นักเรียนว่ามันเป็นประโยคอะไร มันมีค่าความจริงไหมประโยคนี้

104
00:10:53,892 --> 00:10:56,878
หาได้ไหม

105
00:10:56,878 --> 00:11:00,878
หาได้ไหมคะอาย

106
00:11:01,765 --> 00:11:04,072
กรุณาถอดรองเท้านะคะ

107
00:11:04,072 --> 00:11:07,156
ก่อนเข้าห้อง

108
00:11:07,156 --> 00:11:11,156
เป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ กรุณานะ

109
00:11:11,458 --> 00:11:14,128
ลูก  มีคำว่า "กรุณา

110
00:11:14,128 --> 00:11:18,128
" มันเป็นประโยคอะไร ประโยคข

111
00:11:19,862 --> 00:11:23,862
อร้องนะคะ ประโยคขอร้องนะคะ มันจะมีหลายประโยคมากเลย

112
00:11:27,861 --> 00:11:31,861
ประโยคขอร้องนะ เมื่อกี้ก็คือขอแหละนักเรียนนักเรียนกรุณานะคะ ขอเถอะขอร้อง

113
00:11:34,516 --> 00:11:38,516
รองเท้าวางไว้อยู่นอกห้องไม่ต้องเอาเข้ามาในไม่ต้องเข้ามาในห้องเรียนนะคะ

114
00:11:42,413 --> 00:11:43,555
ประโยคขอร้องซึ่งไม่มีค่าความจริงบอกไม่ได้ว่ามันเป็นจริงหรือเท็จนะคะ

115
00:11:43,555 --> 00:11:47,555
มัน

116
00:11:49,625 --> 00:11:53,625
ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ประโยคเมื่อกี้นี่ไม่เป็นประพจน์

117
00:11:55,336 --> 00:11:59,336
ไม่ใช่นะคะ

118
00:11:59,864 --> 00:12:03,864
ประโยคมีหลายประโยคเห็นไหมนี่

119
00:12:06,183 --> 00:12:08,785
เราได้เรียนไหมคะ วิชาภาษาไทยโครงสร้างประโยคประโยคบอกเล่าง่าย ๆ นะ

120
00:12:08,785 --> 00:12:10,140
ประโยคปฏิเสธ

121
00:12:10,140 --> 00:12:11,557
ไม่ ๆ

122
00:12:11,557 --> 00:12:15,557
ฉันไม่ไป

123
00:12:21,761 --> 00:12:23,332
ประโยคปฏิเสธ ก็คือต้องมีไม่นะลูก ไม่ทำไม่กินไม่นอน

124
00:12:23,332 --> 00:12:27,332
ไม่

125
00:12:30,852 --> 00:12:32,294
ไปอะไรต่าง ๆ ต้องมีคำว่าไม่ ก็คือปฏิเสธนะคะ คำแรก ก็คือปฏิเสธเลย

126
00:12:32,294 --> 00:12:36,294
คำสั่ง

127
00:12:39,479 --> 00:12:41,779
นักเรียนทุกคนต้องตื่น

128
00:12:41,779 --> 00:12:45,779
เวลา ตี 5

129
00:12:48,087 --> 00:12:52,087
ต้องตื่น คำว่า "ต้อง" นี่ คือคำสั่ง

130
00:12:53,650 --> 00:12:57,650
ต้องทำนะคะ ต้องทำเป็นประโยคคำสั่ง

131
00:12:58,099 --> 00:13:02,099
คำแต่ละประโยคนะคะ มันก็จะมี

132
00:13:06,343 --> 00:13:09,056
สัญลักษณ์บอกว่ามันเป็นปฏิเสธหรือว่าเป็นคำสั่งนะ ถ้าเป็นปฏิเสธต้องมีคำว่า "ไม

133
00:13:09,056 --> 00:13:12,799
่" แล้ว ถ้าเป็นคำสั่ง

134
00:13:12,799 --> 00:13:16,051
จะต้องทำอย่างไร ต้องทำอย่างนี้นะคะ

135
00:13:16,051 --> 00:13:19,122
ประโยคขอร้อง ช่วย

136
00:13:19,122 --> 00:13:22,472
ช่วยทำอันนั้นช่วยทำอันนี้หน่อย

137
00:13:22,472 --> 00:13:26,472
แล้วประโยคคำถามคืออะไร

138
00:13:27,328 --> 00:13:30,913
วันนี้กินข้าวหรือยัง

139
00:13:30,913 --> 00:13:33,675
วันนี้อายกินข้าวหรือยัง

140
00:13:33,675 --> 00:13:37,675
กินหรือยังลูก กินแล้ว แต่มันไม่มีคว

141
00:13:40,349 --> 00:13:44,349
ามจริงหรือเท็จนะคะ มันบอกไม่ได้ ถามแค่นั้นเอง

142
00:13:48,890 --> 00:13:52,890
ถามวิวนะวิวชอบเรียนวิชาอะไร

143
00:13:53,630 --> 00:13:57,630
วิวว่าชอบเรียนวิชาอะไร

144
00:13:59,794 --> 00:14:03,794
ตอบให้ครูชื่นใจใช่ไหมนี่

145
00:14:05,826 --> 00:14:08,762
ชอบเรียนคณิตศาสตร์นะคะ ดีมากเดี๋ยวให้คะแนนบวกไปเลย

146
00:14:08,762 --> 00:14:12,762
ดีไหม

147
00:14:20,513 --> 00:14:24,513
อันนี้คือประโยคคำถาม คือถามเพื่อต้องการคำตอบนะคะ ชนิดประโยคอุทานก็ที่ครูพูดตัวอย่างไปแล้ว

148
00:14:24,719 --> 00:14:28,719
อุ้ย สวยจัง

149
00:14:32,178 --> 00:14:34,662
ว้าวมันยอดมาก มันเป็นประโยคอุทานนะคะ

150
00:14:34,662 --> 00:14:36,905
ซึ่งประโยคต่าง ๆ เหล่านี้

151
00:14:36,905 --> 00:14:37,982
ถ้าจะเป็นประพจน์

152
00:14:37,982 --> 00:14:41,982
นี่

153
00:14:45,055 --> 00:14:49,055
ฆ่าออกไปได้เลย 4 ประโยคนี้นะคะ ยังเหลืออยู่ประโยคบอกเล่าประโยคปฏิเสธนะคะ

154
00:14:55,260 --> 00:14:56,507
อันนี้เราจะเช็กก่อนเลยว่ามันเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธนะคะ ถ้าเราเช็กแล้วไปหาค่าความจริง

155
00:14:56,507 --> 00:14:58,927
ค่าความจริง

156
00:14:58,927 --> 00:15:02,927
นะคะ

157
00:15:07,272 --> 00:15:11,272
มันเป็นอยู่ 2 ประโยคนี้ ไปหาว่ามันมีค่าความจริงหรือเปล่า มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ

158
00:15:12,244 --> 00:15:14,026
เลือกได้ 2 อย่างนะคะ ถ้าพบว่าประโยคนั้นน่ะ เป็นจริง

159
00:15:14,026 --> 00:15:16,658
เป็นประพจน์เหมือนกัน

160
00:15:16,658 --> 00:15:19,747
ถ้าประโยคนั้นเป็น

161
00:15:19,747 --> 00:15:20,845
เท็จก็ป็นประพจน์เหมือนกัน

162
00:15:20,845 --> 00:15:24,845
แต่

163
00:15:31,331 --> 00:15:32,698
ถ้าประโยคนั้นมันหาค่าความจริงไม่ได้เลย บอกไม่ได้ แสดงว่าไม่เป็นไรนะคะ

164
00:15:32,698 --> 00:15:36,698
แค่นั้นเอง

165
00:15:40,237 --> 00:15:43,278
วิชานี้แค่เป็นวิชาที่หาความจริงนะ ว่ามันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จนักเรียนดูภาพ

166
00:15:43,278 --> 00:15:47,262
อะไรน่ะลูก

167
00:15:47,262 --> 00:15:51,262
กลัวไหมเคยเห็นไหมใครเคยเห็นบ้าง

168
00:15:51,796 --> 00:15:55,541
ใครเคยเห็นบ้างมีเหรอเคยไปเที่ยว

169
00:15:55,541 --> 00:15:59,541
ไม่เห็นเคยเห็นไหมลูก

170
00:16:05,007 --> 00:16:07,413
เยอะแยะรบกวนหรือเปล่าตอนไปเที่ยว เห็นแล้วนะคะ อันนี้ก็คือจระเข้

171
00:16:07,413 --> 00:16:11,413
จระเข้

172
00:16:14,356 --> 00:16:16,205
แปลว่าจระเข้น่ะประโยคเขาเขียนมาให้เขาบอกว่าจระเข้เป็นสัตว์

173
00:16:16,205 --> 00:16:20,205
เลื้อยคลาน

174
00:16:20,338 --> 00:16:24,338
กลุ่มนะคะ

175
00:16:31,734 --> 00:16:34,200
สัตว์บกสัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน เขาบอกว่าจระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน

176
00:16:34,200 --> 00:16:38,200
อันนี้เป็นประโยคบอกเล่าแน่นอน

177
00:16:45,127 --> 00:16:47,720
อันนี้เป็นประโยคบอกเล่าแน่นอนนะคะ เป็นประโยคบอกเล่า เขาก็เรียกว่าเป็นประโยคบอกเล่านะ ทีนี้เรามาดูว่าไอ้ประโยคที่เขาบอกมาน ี่มัน

178
00:16:47,720 --> 00:16:51,444
ค่าความจริงเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ

179
00:16:51,444 --> 00:16:54,906
ลูก ว่ามันถูกไหมจระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานไหมลูก

180
00:16:54,906 --> 00:16:57,120
มันเลื้อยคลานไปไหม

181
00:16:57,120 --> 00:17:01,120
ใช่ไหมคะ

182
00:17:01,217 --> 00:17:05,217
ส่วนมากนักเรียนจะตอบ

183
00:17:09,674 --> 00:17:13,674
นักเรียนจะมีความรู้ว่ามันเป็นสัตว์มันอยู่ในน้ำด้วยแล้ว ไม่สามารถคลานขึ้นมาบนบกได้ใช่ไหม

184
00:17:17,074 --> 00:17:21,074
ใช่ไหมจระเข้น่ะนักเรียนเห็นไหมมันขึ้นมาแล้วก็อ้าปากอาบแดด แล้วก็นอนอ้าปากอาบแดดอยู่

185
00:17:21,223 --> 00:17:25,223
ตัวเองก็เข้าใจว่ามันเป็นเป็นสัตว์อะไรครึ่งบกครึ่งน้ำ

186
00:17:26,125 --> 00:17:29,102
แต่จริง ๆ นะแต่จริง ๆ มันเป็นสัตว์เลื้อยคลานแล้วคะ

187
00:17:29,102 --> 00:17:33,102
สัตว์เลื้อยคลานมีอะไรบ้างลูก

188
00:17:34,761 --> 00:17:38,255
นึกว่าสัตว์เลื้อยคลานมีอะไรบ้าง ที่เห็นชัดมากเลยที่มันเลื้อยไปคืออะไร

189
00:17:38,255 --> 00:17:42,255
คืออะไร คะ อีกประเภทหนึ่ง

190
00:17:45,355 --> 00:17:49,355
ใช่ งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานนะลูกมันจะเห็นชัดมากเลย

191
00:17:49,489 --> 00:17:53,489
จระเข้นะลูก ลูกก็จะต้องมีความรู้นะ

192
00:17:57,684 --> 00:17:59,155
จระเข้นี่สังเกตดี ๆ นะคะ เวลาเข้าแบ่งกลุ่มเขาจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานไม่ใช่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

193
00:17:59,155 --> 00:18:03,155
เพราะฉะนั้น

194
00:18:09,629 --> 00:18:12,535
ประโยคนี้นะลูก ประโยคนี้มีค่าความจริงเป็นจริงนะคะ เพราะจระเข้จัดอยู่ในกลุ่มของสัตว์เลื้อยคลาน

195
00:18:12,535 --> 00:18:16,535
เพราะเมื่อไรก็ตาม

196
00:18:18,649 --> 00:18:22,649
เราสามารถบอกว่าประโยคหรือข้อความนี้เป็นประโยคบอกเล่า

197
00:18:25,013 --> 00:18:27,273
เราก็หาเข้าทำจริงได้ เพราะฉะนั้น เราจะตรวจสอบว่ามันเป็นประพจน์หรือเปล่า

198
00:18:27,273 --> 00:18:31,273
รู้ว่ามันเป็นหรือไม่เป็น

199
00:18:40,665 --> 00:18:44,665
ไม่เป็นเหรอ อายตอบถูกนะคะ วันนี้อายตอบถูกแต่อีก 3 คนยังไม่ใช่นะคะ

200
00:18:45,067 --> 00:18:49,067
มันง่าย ๆ 1. ถ้ามันเป็นประโยค

201
00:18:49,174 --> 00:18:53,174
บอกเล่าหรือปฏิเสธอยู่ในกลุ่มนี้นะคะ

202
00:18:54,724 --> 00:18:58,724
เสร็จแล้วอันที่ 2 ไปดูว่ามันมีค่าความจริงไหม มันจริงหรือมันเ

203
00:19:01,734 --> 00:19:04,387
ท็จ เมื่อไรที่มันมี 2 ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ 2 ตัวนี้มันจะเป็นประพจน์นะคะ มันจะเป็นประพจน์

204
00:19:04,387 --> 00:19:08,387
ทีนี้ดูใหม่นะ

205
00:19:12,563 --> 00:19:16,563
อะไร เดือนอะไร เดือนอะไรแล้

206
00:19:19,664 --> 00:19:23,664
ใช่มี 30 วัน

207
00:19:25,131 --> 00:19:29,131
ประโยคนี้เขาบอกเป็นประโยคบอกเล่า นี่

208
00:19:33,346 --> 00:19:36,308
เวลาแบ่งประโยคมันเล่ามันบอกมันบอกนะคะ เป็นประโยคบอกเล่า ค่าความจริงเป็นอะไร

209
00:19:36,308 --> 00:19:40,308
มัน 30 วันจริงไหม

210
00:19:40,531 --> 00:19:41,624
ลูกว่าเดือนสิงหาคมมีกี่วัน

211
00:19:41,624 --> 00:19:45,624
มีเท่าไร

212
00:19:48,252 --> 00:19:52,252
จริง ๆ น่ะ 3 เดือน 4 เดือนที่ลงท้ายด้วยคมมีกี่วันลูก

213
00:19:57,028 --> 00:19:58,641
ดูนะ เดือน 12 เดือน มันจะมีเดือนที่ลงท้ายด้วย คม

214
00:19:58,641 --> 00:20:02,641

215
00:20:03,122 --> 00:20:07,122
ด้วย ยน แล้วก็พันธ์นะคะ มีเดือนเดียวคือกุมภาพันธ์

216
00:20:07,594 --> 00:20:09,574
อันนี้มีกี่วันที่ลงท้ายด้วยคม

217
00:20:09,574 --> 00:20:13,574
มีกี่วัน

218
00:20:13,797 --> 00:20:17,797
ตามที่ค

219
00:20:20,659 --> 00:20:22,780
ม 31 แสดงว่านับเดือนถูก มีเท่าไร

220
00:20:22,780 --> 00:20:25,076
ลอกเพื่อนใช่ไหม

221
00:20:25,076 --> 00:20:28,412
มีกี่วัน

222
00:20:28,412 --> 00:20:32,412
เดือนสิงหาคมมีกี่วันลูก

223
00:20:35,024 --> 00:20:39,024
นี่สิงหาคมมี 31 วัน

224
00:20:40,120 --> 00:20:42,974
ใช่ สิงหาคม มกราคม

225
00:20:42,974 --> 00:20:46,458
อะไรอีกที่ลงท้ายด้วยคม

226
00:20:46,458 --> 00:20:50,458
พฤษภาคม

227
00:20:52,386 --> 00:20:56,386
พวกนี้ลงท้ายด้วยคมสังเกตง่าย ๆ

228
00:21:02,055 --> 00:21:06,055
เป็นประโยคบอกเล่าแล้วแต่ในประโยคในข้อบอกว่ามี 30 วัน เพราะฉะนั้น ประโยคนี้มีค่าความจริงเป็นอะไรคะ จริงเท็

229
00:21:13,076 --> 00:21:14,146
จ ตอบไม่ได้ มันเป็นเหตุเมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เป็นประโยคบอกเล่า เพราะฉะนั้น

230
00:21:14,146 --> 00:21:16,002
เป็นอะไรคะ

231
00:21:16,002 --> 00:21:20,002
เป็นหรือไม่เป็นประพจน์

232
00:21:21,526 --> 00:21:25,526
เป็นประพจน์นั่นเองโอเคนะ ก็คือตัวนี้

233
00:21:27,788 --> 00:21:31,788
เดือนสิงหาคม มี 30 วัน เป็นประพจน์

234
00:21:31,928 --> 00:21:34,640
ทีนี้ครูจะให้นักเรียนช่วยกันคิด

235
00:21:34,640 --> 00:21:38,640
ดูนะ

236
00:21:42,769 --> 00:21:46,769
ครูให้มา 4 ข้อในจอนะคะ นักเรียนช่วยกันสิว่า

237
00:21:50,553 --> 00:21:53,975
ประโยคต่อไปนี้มันเป็นประโยคอะไร มันเป็นประโยคบอกเล่าประโยคปฏิเสธ

238
00:21:53,975 --> 00:21:55,079
ประโยคขอร้อง ประโยคคำสั่ง

239
00:21:55,079 --> 00:21:56,223
หรือเปล่า

240
00:21:56,223 --> 00:22:00,223
นะคะ

241
00:22:00,621 --> 00:22:02,180
แล้วมันหาข้อความจริงได้ไหม ให้นักเรียน

242
00:22:02,180 --> 00:22:05,203
ดูนะคะ

243
00:22:05,203 --> 00:22:08,023
5 + 5 = 11

244
00:22:08,023 --> 00:22:12,023
หาค่าความจริงได้หรือเปล่า

245
00:22:15,171 --> 00:22:17,384
ค่าความจริงเป็นจริง เป็นเท็จนะคะ หรือว่าตอบไม่ได้ ให้นักเรียน

246
00:22:17,384 --> 00:22:21,384
เขียนประโยคนะคะ

247
00:22:21,598 --> 00:22:23,886
ฝั่งด้านนี้มาใส่กล่องสี่เหลี่ยมฝั่งขวามือนะลูก

248
00:22:23,886 --> 00:22:25,624
กรอบนี้คือประพจน์

249
00:22:25,624 --> 00:22:28,970
กรอบข้างล่าง

250
00:22:28,970 --> 00:22:32,970
ไม่เป็นประพจน์

251
00:22:33,968 --> 00:22:36,678
คุยกันดูว่าข้อที่ 1 แบบเป็นหรือไม่เป็น

252
00:22:36,678 --> 00:22:40,420
นักเรียนว่าเป็นไหม

253
00:22:40,420 --> 00:22:44,420
ไม่เป็นเหรอ

254
00:22:46,298 --> 00:22:50,298
ถาม 5 + 5 = 11 มันหาค่าความจริงได้ไหม

255
00:22:50,874 --> 00:22:54,874
มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ

256
00:22:56,393 --> 00:23:00,393
5 + 5 = 11 จริงหรือเท็จ

257
00:23:02,255 --> 00:23:06,255
5 + 5 ได้เท่าไร

258
00:23:07,355 --> 00:23:11,355
ถูกต้อง 5 + 5 = 10

259
00:23:12,954 --> 00:23:14,985
5 กับ 5 = 10 ครั้งได้เท่ากับ 11 เพราะฉะนั้น เป็นจริงหรือเป็นเท็จ

260
00:23:14,985 --> 00:23:18,104

261
00:23:18,104 --> 00:23:19,633
มันเป็นเท็จนะคะ แล้วก็

262
00:23:19,633 --> 00:23:23,633
สามารถ

263
00:23:24,225 --> 00:23:27,562
บอกแล้วก็หาค่าความจริงได้มันจะต้องมาอยู่ในกลุ่มไหน

264
00:23:27,562 --> 00:23:31,562
กลุ่มประพจน์เราก็

265
00:23:45,826 --> 00:23:47,242
ลอกประโยคนี้เลยนะคะ ข้อ 1 มาใส่ตรงนี้มาใส่ช่องแล้วใส่ค่าความจริงเมื่อกี้เราหาได้แล้วค่าความจริงเป็นเท็จนะคะ แล้วก็วงเล็บอย่างประโยคนะคะ วงเล็บหลังประโยคแล้วก็เขียน

266
00:23:47,242 --> 00:23:51,049
เท็จนะคะ หรือ

267
00:23:51,049 --> 00:23:55,049
ต่อไปนักเรียนจะเห็นสัญลักษณ์ถ้าเมื่อไร

268
00:23:56,651 --> 00:24:00,261
ข้อความนั้นมันมีค่าความจริงเป็นจริงเขาจะใช้สัญลักษณ์ตัว T

269
00:24:00,261 --> 00:24:02,762
แต่ถ้าสมมติว่าประโยคนี้เป็นจริงปุ๊บ

270
00:24:02,762 --> 00:24:06,762
เขาจะใช้ตัว T เลย

271
00:24:09,993 --> 00:24:13,793
เป็นค่าความจริงแต่ถ้าดูแล้วประโยคนี้มันเป็นเท็จนะคะ มันเป็นที่เขาจะใช้ภาษาอังกฤษตัว

272
00:24:13,793 --> 00:24:16,329
แล้วนะคะ ตัวนี้เขียนแทน

273
00:24:16,329 --> 00:24:18,328
คำภาษาไทยนะคะ

274
00:24:18,328 --> 00:24:20,926

275
00:24:20,926 --> 00:24:24,926
F นะคะ

276
00:24:25,633 --> 00:24:29,633
รู้แล้วนะข้อแรกมันจะอยู่ในช่อง

277
00:24:31,795 --> 00:24:35,795
เป็นประพจน์ ค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จนะ เมื่อกี้ที่นักเรียนบอก

278
00:24:42,545 --> 00:24:45,695
ไม่จริงนะคะ ก็คือเท็จ เพราะว่าฝั่งหนึ่ง 10 อีกฝั่งหนึ่ง 11

279
00:24:45,695 --> 00:24:48,106
มันไม่ใช่นะคะ มันไม่ใช่ความจริง

280
00:24:48,106 --> 00:24:49,572
ข้อ 2

281
00:24:49,572 --> 00:24:52,267
ห้าม

282
00:24:52,267 --> 00:24:56,267
ดูประโยคเลยนะคำ

283
00:24:57,376 --> 00:24:59,630
นี้ห้ามไปก่อนเลยนะคะ ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ

284
00:24:59,630 --> 00:25:03,630
เป็นประโยคอะไร

285
00:25:04,804 --> 00:25:08,804
ห้าม

286
00:25:08,933 --> 00:25:12,933
ประโยคอะไรลูก

287
00:25:13,746 --> 00:25:17,746
ประโยคอะไรเมื่อกี้

288
00:25:23,627 --> 00:25:27,561
ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ

289
00:25:27,561 --> 00:25:31,561
คำว่า "ห้าม" นะลูกมันเป็นคำสั่ง

290
00:25:34,344 --> 00:25:38,344
คำสั่งมันเป็นประโยคปฏิเสธ เพราะฉะนั้น มันจะต้องเป็นหรือไม่เป็นประพจน์นะ

291
00:25:44,456 --> 00:25:45,635
ไม่เป็นประพจน์นะคะ มันจะไม่เป็นประพจน์ เพราะมันไม่ได้อยู่ใน 2 ประโยคนี้ มันไม่ได้อยู่ใน 2 กลุ่มนี้คำว่า "ห้าม

292
00:25:45,635 --> 00:25:47,366
" เป็นคำสั่ง

293
00:25:47,366 --> 00:25:48,861
ห้ามต้อ

294
00:25:48,861 --> 00:25:50,117
ง พวกนี้นะคะ

295
00:25:50,117 --> 00:25:54,117
เป็นคำสั่ง

296
00:25:56,660 --> 00:26:00,660
ประโยคที่ 2

297
00:26:01,378 --> 00:26:05,378
เอาไปใส่ไหนลูก เอาไปใส่ช่องข้างบนหรือช่องนี้

298
00:26:07,648 --> 00:26:10,370
เอามาใส่ช่องข้างล่าง ก็คือไม่เป็นประพจน์

299
00:26:10,370 --> 00:26:11,886
เมื่อไหร่ก็ตามที่มันไม่เป็นประพจน์

300
00:26:11,886 --> 00:26:15,886
มันจะ

301
00:26:17,271 --> 00:26:21,271
หาค่าความจริง ก็คือตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น นักเรียนก็

302
00:26:29,433 --> 00:26:30,352
ค่าความจริงคือตอบไม่ได้ตรงนี้มาใส่วงเล็บนะคะ ข้างหลังประโยคหลังจากที่เขียนลงไปแล้วนะคะ เอาค่าความจริงตรงนี้ ที่ว่าตอบไม่ได้และมาต่อท้ายประโยคนี้

303
00:26:30,352 --> 00:26:32,136
โอเคไหม

304
00:26:32,136 --> 00:26:36,136
ข้อ 3

305
00:26:36,257 --> 00:26:38,945
ครูเชาวนีสอนวิชาคณิตศาสตร์

306
00:26:38,945 --> 00:26:42,945
จริงไหมลูก

307
00:26:44,274 --> 00:26:48,274
ครูเชาวนีครูเนี่ยสอนวิชาคณิตศาสตร์ใช่ไหม

308
00:26:50,482 --> 00:26:51,871
ใช่มันหาค่าความจริงได้มันเป็นจริง

309
00:26:51,871 --> 00:26:54,992
เพราะฉะนั้น

310
00:26:54,992 --> 00:26:57,060
อยู่ไหนคะ ประพจน์หรือไม่เพราะ ๆ

311
00:26:57,060 --> 00:27:01,060
ถูกต้อง

312
00:27:02,894 --> 00:27:06,045
ประโยคนี่นะคะ มาใส่ช่องประพจน์แล้วใส่ค่าความจริงเป็น

313
00:27:06,045 --> 00:27:07,702
นะคะ ก็คือตัว

314
00:27:07,702 --> 00:27:08,971
T สุดท้าย

315
00:27:08,971 --> 00:27:12,971
ช

316
00:27:15,447 --> 00:27:19,447
่วย ประโยคที่ 4 ช่วยยกของให้ครูหน่อย คำว่า "ช่วย" เป็นประโยคอะไร

317
00:27:20,583 --> 00:27:23,583
ประโยคขอร้องถามว่าขอร้องนะคะ

318
00:27:23,583 --> 00:27:27,583
มันใช่ไหมนี่

319
00:27:30,424 --> 00:27:34,424
ขอร้องมันอยู่นี่ แสดงว่าถ้าเป็นประโยคขอร้อง

320
00:27:36,603 --> 00:27:40,603
ไม่ใช่ประพจน์แล้วถูกไหม พอไม่ใช่ประพจน์นะคะ มันหาค่าความจริงไม่ได้

321
00:27:41,756 --> 00:27:45,756
ลูกเอาไปใส่ช่องไหนบนหรือล่าง

322
00:27:53,928 --> 00:27:55,031
ไม่เป็นประพจน์นะคะ พอไม่เป็นประพจน์ค่าความจริง ก็คือตอบไม่ได้ โอเคนะ เดี๋ยวนักเรียนนะคะ

323
00:27:55,031 --> 00:27:59,031
เอา

324
00:28:01,230 --> 00:28:03,052
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัดอันนี้ใส่ลงไปในสมุดของตัวเอง อันนี้เข้าใจไหมคะ

325
00:28:03,052 --> 00:28:07,052
ที่ครูอธิบายเข้าใจนะ

326
00:28:07,659 --> 00:28:10,430
ให้เลือกนะคะ ประโยคทางซ้ายมือนี่ 4 ประโยคนี้

327
00:28:10,430 --> 00:28:11,690
เอามาใส่ในช่องกรอบนี้ให้ถูกต้อง

328
00:28:11,690 --> 00:28:15,690
ดีไหม

329
00:28:19,917 --> 00:28:23,917
เวลานักเรียนเขียนนะคะ ให้นักเรียนเขียนตั้งแต่ข้างบนลงมาข้างล่าง เสร็จแล้วประพจน์ตรงนี้

330
00:28:26,810 --> 00:28:29,958
สมุดน่ะลูกอาจจะเขียนไม่พอ ให้ลูกเลื่อนนะคะ กรอบนี่ลงมาต่อท้าย

331
00:28:29,958 --> 00:28:33,958
ลงมาต่อท้ายนะแล้วก็เขียนประโยคลงไปใส่

332
00:28:34,096 --> 00:28:36,951
เข้าใจนะคะ ถามไหมมีใครสงสัยหรือเปล่า

333
00:28:36,951 --> 00:28:40,951
โอเคเริ่มทำกันเลยนะคะ

334
00:57:23,889 --> 00:57:25,460
ลูก ๆ คะ ตัวนี้ประโยคในในจอนะคะ ครูปิ๊กเฉลยให้แล้ว

335
00:57:25,460 --> 00:57:27,124
คนตอบถูกไหม

336
00:57:27,124 --> 00:57:31,124
ตอบถูกหรือเปล่า

337
00:57:40,674 --> 00:57:41,398
ดูนะคะ ตัวนี้คือตัวที่ลูก ๆ ได้ฝึกแล้วก็ช่วยกันคิดแต่โจทย์ที่ครูปิีกเขียนบนกระดานนะคะ มีทั้งหมดอยู่ 10 ข้อด้วยกัน ครูจะให้นักเรียนออกมา

338
00:57:41,398 --> 00:57:42,350
ออกมา

339
00:57:42,350 --> 00:57:46,350
ทำ

340
00:57:50,868 --> 00:57:53,201
ทีละคน ทำทีละคนนะคะ มีทั้งหมดอยู่ 10 ข้อเรามีอยู่ 4 คน เพราะฉะนั้น ครูปิ๊กจะแบ่ง

341
00:57:53,201 --> 00:57:55,295
ให้คนละ 3 ข้อ

342
00:57:55,295 --> 00:57:59,295
ไม่ใช่สิ

343
00:58:00,529 --> 00:58:02,744
2 คนได้ 3 อีกมี 2 คนได้ 2 ข้อนะคะ

344
00:58:02,744 --> 00:58:06,744
ดูนะ

345
00:58:08,896 --> 00:58:11,618
ดูที่กระดานนะคะ ดูตัวอย่างก่อน

346
00:58:11,618 --> 00:58:15,282
ประโยคที่ครูปิ๊กให้มา

347
00:58:15,282 --> 00:58:16,849
1 นะคะ วันนี้เป็นวันอะไร

348
00:58:16,849 --> 00:58:20,849
ด

349
00:58:22,114 --> 00:58:26,114
ูนะดูพี่ล่ามนะคะ แล้วก็ดูเขาถามว่าวันนี้เป็นวันอะไร

350
00:58:26,469 --> 00:58:30,469
มันหาคำตอบได้ไหมลูก

351
00:58:39,450 --> 00:58:40,659
มันตอบเป็นวันนะคะ จันทร์วันอังคารวันพุธ มันไม่ได้ตอบว่าจริงหรือไม่จริงใช่ไหม

352
00:58:40,659 --> 00:58:43,384
เพราะฉะนั้น

353
00:58:43,384 --> 00:58:45,922
อันนี้ค่าความจริงเป็นอะไรคะ

354
00:58:45,922 --> 00:58:47,667
พี่อายออกมาเขียน

355
00:58:47,667 --> 00:58:51,667
ข้อ 1

356
00:59:04,038 --> 00:59:08,038
เพื่อน ๆ ดูนะ ว่าอายทำถูกหรือเปล่า

357
00:59:19,313 --> 00:59:23,313
ใช่ พี่อายบอกว่า

358
00:59:26,389 --> 00:59:27,666
ค่าความจริงตอบไม่ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ความจริงตอบไม่ได้ มันไม่

359
00:59:27,666 --> 00:59:31,294
เป็นประพจน์

360
00:59:31,294 --> 00:59:35,294
ตอบได้ทันทีเลยนะคะ ว่าไม่เป็นประพจน์

361
00:59:51,851 --> 00:59:54,192
ทีนี้ดูข้อ 2 นะคะ ให้อายทำต่อไปข้อ 2 นักเรียนดูด้วยนะคะ ประโยคนี้

362
00:59:54,192 --> 00:59:58,192
ว้าวสวยจัง

363
00:59:58,254 --> 01:00:02,254
มันหาคำตอบได้ไหม

364
01:00:03,056 --> 01:00:07,056
หาคำตอบได้ไหมอาย ตอบไม่ได้นะคะ

365
01:00:14,154 --> 01:00:18,154
เป็นหรือไม่เป็นประพจน์ลูก

366
01:00:27,788 --> 01:00:31,788
ต่อไปข้อที่ 3 ของอายนะคะ

367
01:00:33,233 --> 01:00:37,233
ทำข้อนี้นะลูก 1 ปี มี 12 เดือน

368
01:00:37,724 --> 01:00:39,044
1 ปี มี 12 เดือน จริงหรือเปล่า

369
01:00:39,044 --> 01:00:43,044
จริงไหม

370
01:00:43,879 --> 01:00:47,879
หาคำตอบได้ไหมลูก 1 ปี มี 12 เดือน จริงหรือเปล่า

371
01:00:49,710 --> 01:00:53,710
จริงไหมคะอาย จริง เพราะฉะนั้น ค่าความจริง ก็คือจริงนะคะ

372
01:00:56,038 --> 01:01:00,038
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราหาค่าความจริง

373
01:01:00,274 --> 01:01:04,216
ได้นะคะ หาค่าความจริงได้มันก็คือ

374
01:01:04,216 --> 01:01:08,216
ประพจน์นะคะ ประโยคนี้เป็นประพจน์

375
01:01:09,681 --> 01:01:13,681
เก่งมากนะคะ อายตอบถูกทั้ง 3 ข้อเลย  ปรบมือให้เพื่อนหน่อย

376
01:01:14,143 --> 01:01:18,143
ต่อมาเชิญค่ะ ออกมาผู้โชคดีได้ 3 ข้อ

377
01:01:25,225 --> 01:01:29,025
ดูนะ ประโยคนี้นะคะ ห้ามใช้โทรศัพท์

378
01:01:29,025 --> 01:01:33,025
เวลาไปพบหมอ

379
01:01:34,466 --> 01:01:38,466
ตอบได้ไหม

380
01:01:39,204 --> 01:01:43,204
ตอบได้ไหมคะ เอามาเขียนเลย

381
01:01:56,387 --> 01:02:00,387
อายดูของตัวเองด้วยนะคะ ที่เฉลยว่าถูกไหมนะคะ

382
01:02:00,416 --> 01:02:04,416
ให้ตรวจของตัวเองใช้ปากกาแดงตรวจได้เลยนะคะ

383
01:02:06,537 --> 01:02:08,870
เมื่อมันตอบไม่ได้ มันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ลูก

384
01:02:08,870 --> 01:02:12,870
ไม่เป็นประพจน์ถูกต้อง

385
01:02:33,647 --> 01:02:35,319
ข้อที่ 2 นะคะ ของหนูนะลูก ข้อที่ข้อนี้นะ

386
01:02:35,319 --> 01:02:39,319
ดูนะ ยังไม่เสร็จนะ

387
01:02:40,550 --> 01:02:44,550
10 x 2 = 20

388
01:02:48,067 --> 01:02:52,067
มันหาคำตอบได้ไหมลูก มันจริงหรือไม่จริง 10 x 2 เป็นเท่าไหร่คะ

389
01:03:13,920 --> 01:03:17,920
คูณไม่ใช่บวก คูณลูกคูณ การคูณ 10 x 2 เป็นเท่าไหร่

390
01:03:23,751 --> 01:03:25,795
ให้นะเป็น 20 x 2 = 20

391
01:03:25,795 --> 01:03:27,711
จริงหรือไม่จริง

392
01:03:27,711 --> 01:03:30,950
จริงไหมลูก

393
01:03:30,950 --> 01:03:34,950
จริง เขียนลงไป

394
01:03:49,750 --> 01:03:53,750
เมื่อมันมีค่าความจริง เพราะฉะนั้น เป็นหรือไม่เป็นประพจน์ ถูกต้องนะคะ เป็นประพจน์

395
01:04:19,753 --> 01:04:22,106
ข้อสุดท้ายของหนูนะลูก 9 9

396
01:04:22,106 --> 01:04:24,791
เป็นจำนวนคี่

397
01:04:24,791 --> 01:04:27,542
9 เป็นจำนวนคี่

398
01:04:27,542 --> 01:04:31,514
ค่าความจริงเป็นอะไร

399
01:04:31,514 --> 01:04:35,042
จำนวนคี่นะคะ

400
01:04:35,042 --> 01:04:39,042
9 นี่มันเป็นจำนวนคี่ใช่ไหม

401
01:04:45,835 --> 01:04:49,474
9 มันหาคู่ไม่มีใช่ไหมลูก เพราะว่า

402
01:04:49,474 --> 01:04:53,474
ลูกเอามือเอานิ้วมือขึ้นมาทั้งหมด 9 นิ้วมือใช่ไหม ลู

403
01:05:02,324 --> 01:05:06,075
กก็สามารถจับคู่ให้มันได้ละทีละ 2 นะ อันนี้ได้ 1 แล้วนะ 2 3 4 มีอยู่ 4 คู่แต่อีกนิ้วหนึ่งมันเหลืออยู่

404
01:05:06,075 --> 01:05:07,726
มันไม่มีคู่ เพราะฉะนั้น มันเป็นจำนวนคี่

405
01:05:07,726 --> 01:05:11,726
จริงหรือไม่จริง

406
01:05:13,269 --> 01:05:17,269
จริงหรือไม่ จริงนะคะ มาเขียน

407
01:05:43,808 --> 01:05:47,808
ไม่ต้องตื่นเต้น ให้เพื่อนเขียนเสร็จก่อน ออกมาเลย

408
01:05:51,721 --> 01:05:53,975
เก่งมากลูก ไปนั่งที่นะคะ ดูพี่ล่ามดี ๆ นะ

409
01:05:53,975 --> 01:05:56,473
ประโยคนี้

410
01:05:56,473 --> 01:05:59,871
ใคร

411
01:05:59,871 --> 01:06:03,871
ใครลืมกระเป๋า

412
01:06:10,104 --> 01:06:13,774
ตอบเป็นจริงหรือไม่จริงได้ไหม

413
01:06:13,774 --> 01:06:16,011
อันไหนลูก

414
01:06:16,011 --> 01:06:18,498
จริง ไม่จริง

415
01:06:18,498 --> 01:06:20,683
ตอบไม่ได้ อันไหน

416
01:06:20,683 --> 01:06:24,683
ใครลืมกระเป๋า

417
01:06:30,310 --> 01:06:34,310
มันเป็นประโยคคำถาม เป็นประโยคคำถาม เราต้องตอบมีใครนะคะ

418
01:06:35,898 --> 01:06:39,898
อาจจะเป็นของอาย นะคะ หรือเป็นของว

419
01:06:41,922 --> 01:06:44,872
ิว อาจเป็นของครูปิ๊กเป็นของใครก็ได้ เพราะฉะนั้น เราตอบไม่ได้ว่ามันเป็นจริงหรือมันไม่จริง

420
01:06:44,872 --> 01:06:48,619
ใครลืมกระเป๋าเราจะเลือกอันไหน

421
01:06:48,619 --> 01:06:52,545
จริงแท้ตอบไม่ได้อันไหนลูก

422
01:06:52,545 --> 01:06:56,545
ไม่ได้นะคะ เขียน

423
01:07:14,473 --> 01:07:18,473
เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริงมันตอบไม่ได้นะลูก

424
01:07:21,277 --> 01:07:25,277
เมื่อไหร่ก็ตามที่มันตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันจะไม่เป็นประพจน์ใช่ไหม

425
01:07:29,724 --> 01:07:32,970
มีทางเลือกอยู่ทางเดียวเท่านั้นถ้าตอบไม่ได้ ก็คือไม่เป็นประพจน์นะคะ

426
01:07:32,970 --> 01:07:36,114
อันนี้ตอบได้แล้วนะ

427
01:07:36,114 --> 01:07:40,114
ไม่เป็นประพจน์นะคะ เดี๋ยวมาเขียนลงไปเลย

428
01:08:00,843 --> 01:08:04,843
ข้อต่อมานะคะ

429
01:08:08,122 --> 01:08:12,122
1 สัปดาห์ ดูนะ 1 สัปดาห์ มี 7 วัน

430
01:08:18,830 --> 01:08:22,830
1 สัปดาห์ มี 7 วัน ถามว่าค่าความจริง จริงเท็จ หรือตอบไม่ได้

431
01:08:30,814 --> 01:08:34,814
ตอบอะไรลูกตอบไม่ได้เหรอ จะตอบอะไร

432
01:08:44,361 --> 01:08:48,361
จริงนะคะ เป็นจริงก็เอาเขียนมาตรงนี้

433
01:08:56,743 --> 01:08:59,061
เมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริงเป็นจริง หรือเป็นเท็จ มันก็คือประพจน์

434
01:08:59,061 --> 01:09:03,061
นะ เขียนลงไปเลย

435
01:09:07,815 --> 01:09:10,096
วิว ต่อไปของวิวแล้วลูก

436
01:09:10,096 --> 01:09:12,030
เหลืออีก 2 ข้อสุดท้าย

437
01:09:12,030 --> 01:09:15,199
หนูจะต้องเป็นคนทำนะ

438
01:09:15,199 --> 01:09:19,199
เชิญค่ะ

439
01:09:20,901 --> 01:09:24,901
ดูพี่ล่าม ดูพี่ลาม ดูประโยคนี้นะคะ

440
01:09:25,280 --> 01:09:29,280
ไปเดินเล่นกันไหม

441
01:09:38,971 --> 01:09:42,293
มันจะตอบว่าอะไร ตอบว่าจริง มีเพื่อนมาชวน ไปเดินเล่นกันไหม

442
01:09:42,293 --> 01:09:43,891
ก

443
01:09:43,891 --> 01:09:45,434
็จะตอบว่าจริงเท็จอย่างนี้เหรอ

444
01:09:45,434 --> 01:09:47,597
ใช่ไหม

445
01:09:47,597 --> 01:09:51,597
หรือว่าตอบไม่ได้

446
01:09:58,528 --> 01:10:02,528
ภาษามือสิลูก ไม่ชี้เดี๋ยวพี่ตอบไม่มีคำว่าจริงเท็จกับตอบไม่ได้อันไหน

447
01:10:06,692 --> 01:10:10,434
มาชี้ก็ได้ตัวไหน ตัวไหน จริงเท็จก็ตอบไม่ได้

448
01:10:10,434 --> 01:10:12,412
ถูกไหมเพื่อน ๆ ถูกไหม

449
01:10:12,412 --> 01:10:16,412
ไม่ถูก

450
01:10:16,833 --> 01:10:19,736
เพื่อนตอบหน่อยมันคืออะไร ลูก

451
01:10:19,736 --> 01:10:23,736
ไปเดินเล่นกันไหมมีค่าความจริงไหม

452
01:10:24,795 --> 01:10:28,795
ครูให้เลือกอยู่ 300 จริงเท็จตอบไม่ได้อันไหนคะ

453
01:10:34,747 --> 01:10:38,747
อันแรกผิดอันที่ 2 คือเหตุอันที่ 3 คือตอบไม่ได้ ประโยคนี้ไปเดินเล่นกันไหม

454
01:10:42,854 --> 01:10:46,854
ตอบไม่ได้ ไปเขียน

455
01:10:52,349 --> 01:10:56,349
อายต้องช่วยอธิบายเรื่องของประโยคนะคะ ให้เพื่อนด้วยนะลูก

456
01:11:14,712 --> 01:11:18,712
เมื่อตอบไม่ได้ปุ๊บ มันก็คือไม่เป็นประพจน์นะคะ

457
01:11:53,410 --> 01:11:57,410
ข้อสุดท้ายนะคะ ข้อสุดท้ายแล้ว

458
01:11:58,962 --> 01:12:01,371
ดูพี่ล่าม ดูพี่ลาม ประโยคนี้ ช่วย

459
01:12:01,371 --> 01:12:05,371
เปิดประตูด้วย

460
01:12:14,524 --> 01:12:17,218
มันเป็นประโยคอะไร ช่วยนะลูก คำว่า "ช่วย" เป็นประโยคขอร้อง  เพดราะฉะนั้น

461
01:12:17,218 --> 01:12:20,616
เลือกอันไหนคะมันมีค่าความจริงไหม

462
01:12:20,616 --> 01:12:24,616
มีค่าความจริงหรือเปล่า

463
01:12:28,861 --> 01:12:32,861
ถูกต้องนะคะ ตอบไม่ได้

464
01:12:35,462 --> 01:12:39,462
มันเป็นประโยคขอร้องนะคะ เป็นประโยคขอร้อง

465
01:13:02,184 --> 01:13:03,710
เมื่อมันตอบไม่ได้ปุ๊บมันตอบไม่ได้ปุ๊บเลยนะลูก คือหาคำตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันจะไม่เป็นประพจน์นะคะ มันจะไม่เป็นเลย

466
01:13:03,710 --> 01:13:07,710
ฉะนั้นเขียน

467
01:13:07,965 --> 01:13:11,965
ไม่เป็นประพจน์มาต่อประโยคนี้นะคะ

468
01:13:18,156 --> 01:13:22,156
หมดแล้ววันนี้เราทำแบบฝึกนะคะ จากที่ช่วยกันคิดแล้วก็ที่ลูก ๆ ออกมาเขียน

469
01:13:23,516 --> 01:13:27,158
อันนี้เป็นประโยคง่าย ๆ นะคะ

470
01:13:27,158 --> 01:13:29,609
นักเรียนสงสัยมีคำถามไหมคะ

471
01:13:29,609 --> 01:13:31,519
มีคำถามไหม

472
01:13:31,519 --> 01:13:34,203
เข้าใจไหม

473
01:13:34,203 --> 01:13:38,203
เข้าใจนะ เข้าใจมากหรือน้อยลูก

474
01:13:42,595 --> 01:13:46,595
เข้าใจ เข้าใจหนูไม่รู้ว่ามากหรือน้อย ใช่ไหม อันนี้เป็นเรื่องใหม่นะสำหรับเราคงเข้าใจนะคะ

475
01:13:47,481 --> 01:13:49,396
บางทีเราเรียนภาษาไทยมาเราไม่ได้เรียนเรื่องของโครงสร้างประโยคต่าง ๆ

476
01:13:49,396 --> 01:13:53,396
บางครั้งภาษามือกับการเขียนประโยคนะคะ

477
01:14:02,887 --> 01:14:06,887
มันอาจจะไม่เหมือนกันลูกต้องมาอ่านแล้วทำความเข้าใจกับประโยคที่ครูเขียน  ครูก็พยายามเขียนประโยคที่มันสั้น ๆ นะคะ เพื่อที่จะให้นักเรียนเขาทราย

478
01:14:08,262 --> 01:14:12,262
วันนี้เรามาสรุปกันเลยนะคะ ความหมายของประพจน์

479
01:14:14,723 --> 01:14:16,288
วัตถุประสงค์ข้อแรกของเราจากที่เราเรียนนะคะ จากที่เราเรียนมา

480
01:14:16,288 --> 01:14:20,288
อย่าเพิ่งเขียนลูก

481
01:14:22,748 --> 01:14:26,748
อยู่นะคะ อย่าเพิ่งเขียนนะวันนี้จัดที่โรงเรียนมาเรื่องของประพจน์นะคะ

482
01:14:28,839 --> 01:14:32,839
ความหมายก็คืออะไร ประพจน์นะคะ คือประโยค

483
01:14:33,879 --> 01:14:36,184
หรือว่าข้อความก็ได้นะคะ ชื่อในรูปของประโยคบอกเล่า

484
01:14:36,184 --> 01:14:40,184
หรือประโยคปฏิเสธ

485
01:14:42,879 --> 01:14:46,879
ที่มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จอย่างใดอย่างหนึ่งนะคะ

486
01:14:47,727 --> 01:14:49,393
ก็ได้อันนี้คือความหมายของประพจน์

487
01:14:49,393 --> 01:14:52,742
ทีนี

488
01:14:52,742 --> 01:14:56,742
้มันก็ส่งข้อที่ 2 ที่ครูให้ลูก ๆ

489
01:15:00,940 --> 01:15:04,940
จำแนกมานะคะ หนูก็บอกว่าประโยคนี้เป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ได้ที่นักเรียนทำแบบฝึกมา

490
01:15:06,065 --> 01:15:09,417
ในตัวอย่างที่ครูพาทำนี่ 4 ข้อนะคะ ที่อยู่ใน

491
01:15:09,417 --> 01:15:11,576
บนกระดาน 10 ข้อ

492
01:15:11,576 --> 01:15:12,487
นักเรียนพอเข้าใจไหม

493
01:15:12,487 --> 01:15:14,175

494
01:15:14,175 --> 01:15:18,175
ว่าวิธีการ

495
01:15:21,156 --> 01:15:23,975
สรุปว่ามันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์นะคะ 2 ขั้นตอนแค่นั้นเองลูก

496
01:15:23,975 --> 01:15:27,314
จะต้องไปดูโครงสร้างของประโยคนะคะ

497
01:15:27,314 --> 01:15:29,731
เป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ

498
01:15:29,731 --> 01:15:32,478
ถ้าเป็นประโยชน์อย่างอื่นปุ๊บ

499
01:15:32,478 --> 01:15:36,478
ไม่ใช่ประพจน์แล้วตัดออกไปเลย

500
01:15:42,061 --> 01:15:46,061
แต่ทีนี้ถ้ามันเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธนะคะ มีค่าความจริง

501
01:15:46,140 --> 01:15:49,727
มีอยู่ 2 ค่าเท่านั้นก็คือเป็นจริงจะเป็นเหตุ

502
01:15:49,727 --> 01:15:53,727
สรุปได้เลยว่ามันเป็นประพจน์นะคะ

503
01:15:57,467 --> 01:16:01,467
เข้าใจนะนักเรียนให้นักเรียนเขียนคำตอบนะคะ

504
01:16:05,318 --> 01:16:06,840
บนกระดานลงไปในสมุดของตัวเองเสร็จแล้วก็บันทึกสรุปความหมายของประพจน์นะคะ ลงไป

505
01:16:06,840 --> 01:16:10,840
ที่สมุดของตัวเอง

506
01:16:13,379 --> 01:16:15,549
โอเคนะ

507
01:16:15,549 --> 01:16:19,549
เชิญค่ะ

508
01:33:13,505 --> 01:33:16,426
ค่ะ ลูกคะ วันนี้เวลาหมดแล้วนะคะ เดี๋ยวไปเรียนวิชาของคุณครูอะไรเอ่ย

509
01:33:16,426 --> 01:33:18,129
ต่อไปเรียนวิชาของใคร

510
01:33:18,129 --> 01:33:19,571
วิชาอะไรลูก

511
01:33:19,571 --> 01:33:21,615
ต่อไปเรียนกับใคร

512
01:33:21,615 --> 01:33:25,615
กนะคะ

513
01:33:38,362 --> 01:33:40,154
ลูกเวลาหมดแล้วเดี๋ยวเก็บของก่อนนะคะ

514
01:33:40,154 --> 01:33:44,101
เก็บของให้เรียบร้อย

515
01:33:44,101 --> 01:33:47,089
เก็บเก้าอี้

516
01:33:47,089 --> 01:33:51,089
เก็บโต๊ะนะคะ ให้เป็นระเบียบ แล้วเจอกันอีกคร

517
01:34:03,261 --> 01:34:04,543
้ง สัปดาห์ต่อไปนู่นเลยนะคะ สัปดาห์หน้าครูไม่อยู่นะคะ คุณครูไม่อยู่ เพราะฉะนั้น จะอยู่ต่อไปอีกนะคะ แล้วเพื่อนก็กลับมาจากแข่งกีฬาเรียบร้อยแล้วนะ

518
01:34:04,543 --> 01:34:08,543
แล้วมาเรียนด้วยกัน

519
01:34:11,643 --> 01:34:15,643
โอเคขอบคุณค่ะ

520
01:34:17,284 --> 01:34:21,284
ขอบคุณน้องล่ามมากนะคะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

