(อาจารย์เชาวนี) ลูกจะวาดภาพ เสียงดัง แต่ว่าลดเสียงอีกได้ไหมคะ เสียงสะท้อนที่ในห้องเรียนค่ะ ฮัลโหล โอเคค่ะ ได้แล้วนะคะ ทีนี้ดนะคะ วันนี้สิ่งที่เราจะเรียนวัตถุประสงค์ที่เราจะเรียนมี 2 ข้อด้วยกัน วันนี้เราจะต้องบอกความหมายของบอกความหมายของประพจน์ได้นะคะ คำแนะนำเคยเห็นไหมคำศัพท์คำนี้เคยเห็นไหมคะ เคยเห็นไหมอาย อายเคยเรียนอยู่โรงเรียนปกติมาใช่ไหมลูกม. 3 ม. 3 นะคะ มีเรียนเรื่องประพจน์อยู่นะ นี่คำนี้นะคะ เราจะต้องบอกความหมายของประพจน์ได้ และข้อ 2 เราจะต้องจำแนกข้อความนะคะ ว่าเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ได้ คำว่า "ประพจน์" คืออะไรลูก คำว่า "ประพจน์" คืออะไร แล้วมันเกี่ยวข้องกับตรรกศาสตร์อย่างไรนะคะ ประพจน์นะคะ มันก็คือข้อความหรือว่าประโยคลูก ที่อยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า ประโยคบอกเล่านะคะ หรือประโยคปฏิเสธที่มีค่าความจริง ค่าความจริงคืออะไร ค่าความจริงมีอยู่ 2 ค่าด้วยกัน จริงกับเท็จนะคะ มีอยู่ 2 อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ประโยคมีอะไรบ้าง ประโยคประโยคมีอะไรบ้าง อย่างเช่น ประโยคบอกเล่า พระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันออก นะ ตอนเช้านี่นะลูก สังเกตพระอาทิตย์ไหมมันขึ้นทางทิศอะไร พระอาทิตย์ขึ้นทิศอะไร ตอนเช้า ให้ดูล่ามลูกไม่ใช่ดูครู ดูนะดูพี่ล่าม ตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก มีไหมขึ้นที่อื่นมีไหม มีตั้งแต่เกิดมานะคะ เราอาจจะเห็นว่าพระอาทิตย์นี้ขึ้นทางทิศตะวันออกตลอดเลยนะคะ เพราะฉะนั้น ข้อความนี้เป็นประโยคบอกเล่า แล้วก็เป็นจริงด้วยใช่ไหมคะ เพราะว่ามันขึ้นทางทิศตะวันออกตลอดเลยนะ อีกประโยคหนึ่ง 1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์นะคะ มี 7 วัน นักเรียนว่ามันใช่ไหม สัปดาห์หนึ่งกี่วันลูก สัปดาห์หนึ่งใช่แล้วนะคะ สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน มี 7 วันเพราะฉะนั้น ประโยคนี้ประโยคบอกเล่ามีค่าความจริงเป็นจริงนะคะ เป็นจริง อีกประโยคหนึ่ง ธงชาติ ธงชาติไทยมี 5 สี นักเรียนว่าถูกไหม ธงชาติไทยมีกี่สี มีกี่สีลูก ธงชาติ มีกี่สีคะ 3 สี ใช่ ๆ สีอะไร สีอะไรมีสีอะไร สีแดง สีขาว สีน้ำเงิน ถูกต้องมันจะมีริ้วทั้งหมดอยู่ 5 ริ้ว สีนะลูกมันมีอยู่ 3 สีนะคะ เมื่อกี้ที่ครบอกว่าธงชาติไทยมี 5 สีแสดงว่าผิดหรือถูกแสดงว่าเท็จ ใช่มันเป็นเท็จนะคะ มันเป็นเท็จ แปลว่าค่าความจริงจะเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ เมื่อเป็นประโยคบอกเล่ามันจะคือประพจน์นะคะ ถึงจะเป็นประพจน์ได้ โอเคนะ ทีนี้ครูจะถามนักเรียนว่า ว้าว สวยจัง มันเป็นประโยคอะไร มันมีค่าความจริงไหมไอ้คำว่า "ว้าวสวยจัง" น่ะ มันมีมันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จลูก บอกได้ไหม ไม่ต้องหัวเราะว้าวสวยจัง จริงหรือเท็จ บอกว่าตัวเองเป็นเท็จนะคะ แสดงว่าตัวเองไม่สวยหรอแสดงว่าอายไม่สวยเหรอมันไม่ได้เจาะจงนะคะ ว่าใครหรืออะไรสวย เพราะฉะนั้น เราไม่สามารถตอบได้ว่าจริงหรือเท็จนะคะ ข้อนี้ไม่ใช่ประโยคบอกเล่าไม่ใช่ประโยคปฏิเสธ แต่เป็นประโยคอะไร เป็นอุทานนะคะ เป็นประโยคอุทาน เป็นประโยคอุทาน เหมือนกันกับเวลาที่เราเดิน เดิน ๆ ไปแล้วเห็นรถขับมาฟิ้วเลย แล้วมีคนขับมาหล่อมากสุดยอดมากคำนี้เป็นคำอะไร แล้วมันมีข้อความจริงไหมเป็นคำบอกเล่าเหรอ เป็นคำอุทานต้องเป็นคำพูดที่เราพูดขึ้นมาด้วยอาการมันตกใจมันเห็นแล้วมันเม้านะคะ น่าจะเป็นคำอุทานที่คิดขึ้นมา แล้วมันไม่มีค่าความจริงมันไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เพราะฉะนั้น คำอุทานนี่ ไม่ใช่ประพจน์มันไม่ใช่ประพจน์เลยนะคะ ทีนี้ท่าทางคณิตศาสตร์ครูบอกว่า 3 + 5 = 10 มันหาค่าความจริงได้ไหม มันบอกได้ไหม ว่ามันเป็นจริงหรือเท็จ 3 + 5 ฝั่งด้านนี้ได้เท่าไหร่ลูก รวมได้เท่าไหร่คะ 3 กับ 5 ได้ 8 อันนี้ล่ะทางได้ 10 มันเท่ากันไหม มันเท่ากันไหม มันไม่เท่า เพราะฉะนั้น ถามว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จคะ มันเป็นเท็จนะคะ มันเป็นเท็จเป็นประโยคบอกเล่าที่เขาเขียนโจทย์ขึ้นมาแล้วหาค่าความจริงได้บอกได้ว่ามันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จดูดี ๆ นะจะเป็นประพจน์ได้ก็ต่อเมื่อเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธนะคะ และจะต้องมีค่าความจริงค่าความจริงอยู่ 2 ตัวเท่านั้น จริงเท็จ เหมือนจะ 2 ค่านี้แสดงว่าไม่ใช่ประพจน์แล้วหาคำตอบไม่ได้ไม่รู้ว่าคำตอบเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ หรือว่าเป็นประโยคอื่น ๆ เมื่อกี้ประโยคอุทานใช่ไหมคะ แล้วถ้าครูบอกว่ากรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้อง กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องนะ นักเรียนว่ามันเป็นประโยคอะไร มันมีค่าความจริงไหมประโยคนี้ หาได้ไหม หาได้ไหมคะอาย กรุณาถอดรองเท้านะคะ ก่อนเข้าห้อง เป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ กรุณานะลูก มีคำว่า "กรุณา" มันเป็นประโยคอะไร ประโยคขอร้องนะคะ ประโยคขอร้องนะคะ มันจะมีหลายประโยคมากเลยประโยคขอร้องนะ เมื่อกี้ก็คือขอแหละนักเรียนนักเรียนกรุณานะคะ ขอเถอะขอร้อง รองเท้าวางไว้อยู่นอกห้องไม่ต้องเอาเข้ามาในไม่ต้องเข้ามาในห้องเรียนนะคะ ประโยคขอร้องซึ่งไม่มีค่าความจริงบอกไม่ได้ว่ามันเป็นจริงหรือเท็จนะคะ มันไม่ได้ เพราะฉะนั้น ประโยคเมื่อกี้นี่ไม่เป็นประพจน์ ไม่ใช่นะคะ ประโยคมีหลายประโยคเห็นไหมนี่ เราได้เรียนไหมคะ วิชาภาษาไทยโครงสร้างประโยคประโยคบอกเล่าง่าย ๆ นะ ประโยคปฏิเสธ ไม่ ๆ ฉันไม่ไป ประโยคปฏิเสธ ก็คือต้องมีไม่นะลูก ไม่ทำไม่กินไม่นอนไม่ไปอะไรต่าง ๆ ต้องมีคำว่าไม่ ก็คือปฏิเสธนะคะ คำแรก ก็คือปฏิเสธเลย คำสั่งนักเรียนทุกคนต้องตื่นเวลา ตี 5 ต้องตื่น คำว่า "ต้อง" นี่ คือคำสั่งต้องทำนะคะ ต้องทำเป็นประโยคคำสั่ง คำแต่ละประโยคนะคะ มันก็จะมีสัญลักษณ์บอกว่ามันเป็นปฏิเสธหรือว่าเป็นคำสั่งนะ ถ้าเป็นปฏิเสธต้องมีคำว่า "ไม่" แล้ว ถ้าเป็นคำสั่งจะต้องทำอย่างไร ต้องทำอย่างนี้นะคะ ประโยคขอร้อง ช่วย ช่วยทำอันนั้นช่วยทำอันนี้หน่อย แล้วประโยคคำถามคืออะไร วันนี้กินข้าวหรือยัง วันนี้อายกินข้าวหรือยัง กินหรือยังลูก กินแล้ว แต่มันไม่มีความจริงหรือเท็จนะคะ มันบอกไม่ได้ ถามแค่นั้นเอง ถามวิวนะวิวชอบเรียนวิชาอะไร วิวว่าชอบเรียนวิชาอะไร ตอบให้ครูชื่นใจใช่ไหมนี่ ชอบเรียนคณิตศาสตร์นะคะ ดีมากเดี๋ยวให้คะแนนบวกไปเลย ดีไหม อันนี้คือประโยคคำถาม คือถามเพื่อต้องการคำตอบนะคะ ชนิดประโยคอุทานก็ที่ครูพูดตัวอย่างไปแล้ว อุ้ย สวยจัง ว้าวมันยอดมาก มันเป็นประโยคอุทานนะคะ ซึ่งประโยคต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าจะเป็นประพจน์นี่ ฆ่าออกไปได้เลย 4 ประโยคนี้นะคะ ยังเหลืออยู่ประโยคบอกเล่าประโยคปฏิเสธนะคะ อันนี้เราจะเช็กก่อนเลยว่ามันเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธนะคะ ถ้าเราเช็กแล้วไปหาค่าความจริง ค่าความจริงนะคะ มันเป็นอยู่ 2 ประโยคนี้ ไปหาว่ามันมีค่าความจริงหรือเปล่า มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ เลือกได้ 2 อย่างนะคะ ถ้าพบว่าประโยคนั้นน่ะ เป็นจริงเป็นประพจน์เหมือนกัน ถ้าประโยคนั้นเป็นเท็จก็ป็นประพจน์เหมือนกัน แต่ถ้าประโยคนั้นมันหาค่าความจริงไม่ได้เลย บอกไม่ได้ แสดงว่าไม่เป็นไรนะคะ แค่นั้นเอง วิชานี้แค่เป็นวิชาที่หาความจริงนะ ว่ามันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จนักเรียนดูภาพอะไรน่ะลูก กลัวไหมเคยเห็นไหมใครเคยเห็นบ้าง ใครเคยเห็นบ้างมีเหรอเคยไปเที่ยวไม่เห็นเคยเห็นไหมลูก เยอะแยะรบกวนหรือเปล่าตอนไปเที่ยว เห็นแล้วนะคะ อันนี้ก็คือจระเข้ จระเข้ แปลว่าจระเข้น่ะประโยคเขาเขียนมาให้เขาบอกว่าจระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนะคะ สัตว์บกสัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน เขาบอกว่าจระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน อันนี้เป็นประโยคบอกเล่าแน่นอน อันนี้เป็นประโยคบอกเล่าแน่นอนนะคะ เป็นประโยคบอกเล่า เขาก็เรียกว่าเป็นประโยคบอกเล่านะ ทีนี้เรามาดูว่าไอ้ประโยคที่เขาบอกมาน ี่มันค่าความจริงเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จลูก ว่ามันถูกไหมจระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานไหมลูก มันเลื้อยคลานไปไหมใช่ไหมคะ ส่วนมากนักเรียนจะตอบนักเรียนจะมีความรู้ว่ามันเป็นสัตว์มันอยู่ในน้ำด้วยแล้ว ไม่สามารถคลานขึ้นมาบนบกได้ใช่ไหม ใช่ไหมจระเข้น่ะนักเรียนเห็นไหมมันขึ้นมาแล้วก็อ้าปากอาบแดด แล้วก็นอนอ้าปากอาบแดดอยู่ตัวเองก็เข้าใจว่ามันเป็นเป็นสัตว์อะไรครึ่งบกครึ่งน้ำแต่จริง ๆ นะแต่จริง ๆ มันเป็นสัตว์เลื้อยคลานแล้วคะ สัตว์เลื้อยคลานมีอะไรบ้างลูก นึกว่าสัตว์เลื้อยคลานมีอะไรบ้าง ที่เห็นชัดมากเลยที่มันเลื้อยไปคืออะไร คืออะไร คะ อีกประเภทหนึ่ง ใช่ งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานนะลูกมันจะเห็นชัดมากเลย จระเข้นะลูก ลูกก็จะต้องมีความรู้นะ จระเข้นี่สังเกตดี ๆ นะคะ เวลาเข้าแบ่งกลุ่มเขาจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานไม่ใช่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เพราะฉะนั้น ประโยคนี้นะลูก ประโยคนี้มีค่าความจริงเป็นจริงนะคะ เพราะจระเข้จัดอยู่ในกลุ่มของสัตว์เลื้อยคลาน เพราะเมื่อไรก็ตาม เราสามารถบอกว่าประโยคหรือข้อความนี้เป็นประโยคบอกเล่า เราก็หาเข้าทำจริงได้ เพราะฉะนั้น เราจะตรวจสอบว่ามันเป็นประพจน์หรือเปล่า รู้ว่ามันเป็นหรือไม่เป็น ไม่เป็นเหรอ อายตอบถูกนะคะ วันนี้อายตอบถูกแต่อีก 3 คนยังไม่ใช่นะคะ มันง่าย ๆ 1. ถ้ามันเป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธอยู่ในกลุ่มนี้นะคะ เสร็จแล้วอันที่ 2 ไปดูว่ามันมีค่าความจริงไหม มันจริงหรือมันเท็จ เมื่อไรที่มันมี 2 ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ 2 ตัวนี้มันจะเป็นประพจน์นะคะ มันจะเป็นประพจน์ ทีนี้ดูใหม่นะ อะไร เดือนอะไร เดือนอะไรแล้ ใช่มี 30 วัน ประโยคนี้เขาบอกเป็นประโยคบอกเล่า นี่เวลาแบ่งประโยคมันเล่ามันบอกมันบอกนะคะ เป็นประโยคบอกเล่า ค่าความจริงเป็นอะไรมัน 30 วันจริงไหม ลูกว่าเดือนสิงหาคมมีกี่วัน มีเท่าไร จริง ๆ น่ะ 3 เดือน 4 เดือนที่ลงท้ายด้วยคมมีกี่วันลูก ดูนะ เดือน 12 เดือน มันจะมีเดือนที่ลงท้ายด้วย คม ด้วย ยน แล้วก็พันธ์นะคะ มีเดือนเดียวคือกุมภาพันธ์อันนี้มีกี่วันที่ลงท้ายด้วยคมมีกี่วัน ตามที่คม 31 แสดงว่านับเดือนถูก มีเท่าไร ลอกเพื่อนใช่ไหม มีกี่วัน เดือนสิงหาคมมีกี่วันลูก นี่สิงหาคมมี 31 วัน ใช่ สิงหาคม มกราคม อะไรอีกที่ลงท้ายด้วยคม พฤษภาคม พวกนี้ลงท้ายด้วยคมสังเกตง่าย ๆ เป็นประโยคบอกเล่าแล้วแต่ในประโยคในข้อบอกว่ามี 30 วัน เพราะฉะนั้น ประโยคนี้มีค่าความจริงเป็นอะไรคะ จริงเท็จ ตอบไม่ได้ มันเป็นเหตุเมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เป็นประโยคบอกเล่า เพราะฉะนั้น เป็นอะไรคะ เป็นหรือไม่เป็นประพจน์ เป็นประพจน์นั่นเองโอเคนะ ก็คือตัวนี้ เดือนสิงหาคม มี 30 วัน เป็นประพจน์ ทีนี้ครูจะให้นักเรียนช่วยกันคิดดูนะ ครูให้มา 4 ข้อในจอนะคะ นักเรียนช่วยกันสิว่าประโยคต่อไปนี้มันเป็นประโยคอะไร มันเป็นประโยคบอกเล่าประโยคปฏิเสธ ประโยคขอร้อง ประโยคคำสั่งหรือเปล่านะคะ แล้วมันหาข้อความจริงได้ไหม ให้นักเรียนดูนะคะ 5 + 5 = 11 หาค่าความจริงได้หรือเปล่า ค่าความจริงเป็นจริง เป็นเท็จนะคะ หรือว่าตอบไม่ได้ ให้นักเรียนเขียนประโยคนะคะ ฝั่งด้านนี้มาใส่กล่องสี่เหลี่ยมฝั่งขวามือนะลูก กรอบนี้คือประพจน์กรอบข้างล่างไม่เป็นประพจน์ คุยกันดูว่าข้อที่ 1 แบบเป็นหรือไม่เป็น นักเรียนว่าเป็นไหม ไม่เป็นเหรอ ถาม 5 + 5 = 11 มันหาค่าความจริงได้ไหม มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ 5 + 5 = 11 จริงหรือเท็จ 5 + 5 ได้เท่าไร ถูกต้อง 5 + 5 = 10 5 กับ 5 = 10 ครั้งได้เท่ากับ 11 เพราะฉะนั้น เป็นจริงหรือเป็นเท็จ มันเป็นเท็จนะคะ แล้วก็สามารถบอกแล้วก็หาค่าความจริงได้มันจะต้องมาอยู่ในกลุ่มไหน กลุ่มประพจน์เราก็ลอกประโยคนี้เลยนะคะ ข้อ 1 มาใส่ตรงนี้มาใส่ช่องแล้วใส่ค่าความจริงเมื่อกี้เราหาได้แล้วค่าความจริงเป็นเท็จนะคะ แล้วก็วงเล็บอย่างประโยคนะคะ วงเล็บหลังประโยคแล้วก็เขียน เท็จนะคะ หรือต่อไปนักเรียนจะเห็นสัญลักษณ์ถ้าเมื่อไร ข้อความนั้นมันมีค่าความจริงเป็นจริงเขาจะใช้สัญลักษณ์ตัว T แต่ถ้าสมมติว่าประโยคนี้เป็นจริงปุ๊บ เขาจะใช้ตัว T เลยเป็นค่าความจริงแต่ถ้าดูแล้วประโยคนี้มันเป็นเท็จนะคะ มันเป็นที่เขาจะใช้ภาษาอังกฤษตัวแล้วนะคะ ตัวนี้เขียนแทนคำภาษาไทยนะคะ F นะคะ รู้แล้วนะข้อแรกมันจะอยู่ในช่อง เป็นประพจน์ ค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จนะ เมื่อกี้ที่นักเรียนบอก ไม่จริงนะคะ ก็คือเท็จ เพราะว่าฝั่งหนึ่ง 10 อีกฝั่งหนึ่ง 11 มันไม่ใช่นะคะ มันไม่ใช่ความจริง ข้อ 2ห้ามดูประโยคเลยนะคำนี้ห้ามไปก่อนเลยนะคะ ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ เป็นประโยคอะไร ห้าม ประโยคอะไรลูก ประโยคอะไรเมื่อกี้ ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ คำว่า "ห้าม" นะลูกมันเป็นคำสั่ง คำสั่งมันเป็นประโยคปฏิเสธ เพราะฉะนั้น มันจะต้องเป็นหรือไม่เป็นประพจน์นะไม่เป็นประพจน์นะคะ มันจะไม่เป็นประพจน์ เพราะมันไม่ได้อยู่ใน 2 ประโยคนี้ มันไม่ได้อยู่ใน 2 กลุ่มนี้คำว่า "ห้าม" เป็นคำสั่ง ห้ามต้อง พวกนี้นะคะ เป็นคำสั่งประโยคที่ 2 เอาไปใส่ไหนลูก เอาไปใส่ช่องข้างบนหรือช่องนี้ เอามาใส่ช่องข้างล่าง ก็คือไม่เป็นประพจน์เมื่อไหร่ก็ตามที่มันไม่เป็นประพจน์ มันจะหาค่าความจริง ก็คือตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น นักเรียนก็ค่าความจริงคือตอบไม่ได้ตรงนี้มาใส่วงเล็บนะคะ ข้างหลังประโยคหลังจากที่เขียนลงไปแล้วนะคะ เอาค่าความจริงตรงนี้ ที่ว่าตอบไม่ได้และมาต่อท้ายประโยคนี้ โอเคไหมข้อ 3 ครูเชาวนีสอนวิชาคณิตศาสตร์จริงไหมลูก ครูเชาวนีครูเนี่ยสอนวิชาคณิตศาสตร์ใช่ไหมใช่มันหาค่าความจริงได้มันเป็นจริง เพราะฉะนั้น อยู่ไหนคะ ประพจน์หรือไม่เพราะ ๆ ถูกต้องประโยคนี่นะคะ มาใส่ช่องประพจน์แล้วใส่ค่าความจริงเป็นนะคะ ก็คือตัว T สุดท้าย ช่วย ประโยคที่ 4 ช่วยยกของให้ครูหน่อย คำว่า "ช่วย" เป็นประโยคอะไร ประโยคขอร้องถามว่าขอร้องนะคะ มันใช่ไหมนี่ ขอร้องมันอยู่นี่ แสดงว่าถ้าเป็นประโยคขอร้อง ไม่ใช่ประพจน์แล้วถูกไหม พอไม่ใช่ประพจน์นะคะ มันหาค่าความจริงไม่ได้ ลูกเอาไปใส่ช่องไหนบนหรือล่างไม่เป็นประพจน์นะคะ พอไม่เป็นประพจน์ค่าความจริง ก็คือตอบไม่ได้ โอเคนะ เดี๋ยวนักเรียนนะคะเอาเดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัดอันนี้ใส่ลงไปในสมุดของตัวเอง อันนี้เข้าใจไหมคะ ที่ครูอธิบายเข้าใจนะ ให้เลือกนะคะ ประโยคทางซ้ายมือนี่ 4 ประโยคนี้เอามาใส่ในช่องกรอบนี้ให้ถูกต้อง ดีไหม เวลานักเรียนเขียนนะคะ ให้นักเรียนเขียนตั้งแต่ข้างบนลงมาข้างล่าง เสร็จแล้วประพจน์ตรงนี้ สมุดน่ะลูกอาจจะเขียนไม่พอ ให้ลูกเลื่อนนะคะ กรอบนี่ลงมาต่อท้าย ลงมาต่อท้ายนะแล้วก็เขียนประโยคลงไปใส่ เข้าใจนะคะ ถามไหมมีใครสงสัยหรือเปล่า โอเคเริ่มทำกันเลยนะคะลูก ๆ คะ ตัวนี้ประโยคในในจอนะคะ ครูปิ๊กเฉลยให้แล้วคนตอบถูกไหม ตอบถูกหรือเปล่าดูนะคะ ตัวนี้คือตัวที่ลูก ๆ ได้ฝึกแล้วก็ช่วยกันคิดแต่โจทย์ที่ครูปิีกเขียนบนกระดานนะคะ มีทั้งหมดอยู่ 10 ข้อด้วยกัน ครูจะให้นักเรียนออกมา ออกมาทำทีละคน ทำทีละคนนะคะ มีทั้งหมดอยู่ 10 ข้อเรามีอยู่ 4 คน เพราะฉะนั้น ครูปิ๊กจะแบ่งให้คนละ 3 ข้อ ไม่ใช่สิ 2 คนได้ 3 อีกมี 2 คนได้ 2 ข้อนะคะ ดูนะ ดูที่กระดานนะคะ ดูตัวอย่างก่อน ประโยคที่ครูปิ๊กให้มา 1 นะคะ วันนี้เป็นวันอะไร ดูนะดูพี่ล่ามนะคะ แล้วก็ดูเขาถามว่าวันนี้เป็นวันอะไร มันหาคำตอบได้ไหมลูก มันตอบเป็นวันนะคะ จันทร์วันอังคารวันพุธ มันไม่ได้ตอบว่าจริงหรือไม่จริงใช่ไหม เพราะฉะนั้น อันนี้ค่าความจริงเป็นอะไรคะ พี่อายออกมาเขียนข้อ 1 เพื่อน ๆ ดูนะ ว่าอายทำถูกหรือเปล่า ใช่ พี่อายบอกว่าค่าความจริงตอบไม่ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ความจริงตอบไม่ได้ มันไม่เป็นประพจน์ ตอบได้ทันทีเลยนะคะ ว่าไม่เป็นประพจน์ ทีนี้ดูข้อ 2 นะคะ ให้อายทำต่อไปข้อ 2 นักเรียนดูด้วยนะคะ ประโยคนี้ ว้าวสวยจัง มันหาคำตอบได้ไหม หาคำตอบได้ไหมอาย ตอบไม่ได้นะคะ เป็นหรือไม่เป็นประพจน์ลูก ต่อไปข้อที่ 3 ของอายนะคะ ทำข้อนี้นะลูก 1 ปี มี 12 เดือน 1 ปี มี 12 เดือน จริงหรือเปล่า จริงไหม หาคำตอบได้ไหมลูก 1 ปี มี 12 เดือน จริงหรือเปล่า จริงไหมคะอาย จริง เพราะฉะนั้น ค่าความจริง ก็คือจริงนะคะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราหาค่าความจริงได้นะคะ หาค่าความจริงได้มันก็คือประพจน์นะคะ ประโยคนี้เป็นประพจน์ เก่งมากนะคะ อายตอบถูกทั้ง 3 ข้อเลย ปรบมือให้เพื่อนหน่อย ต่อมาเชิญค่ะ ออกมาผู้โชคดีได้ 3 ข้อ ดูนะ ประโยคนี้นะคะ ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาไปพบหมอ ตอบได้ไหม ตอบได้ไหมคะ เอามาเขียนเลย อายดูของตัวเองด้วยนะคะ ที่เฉลยว่าถูกไหมนะคะ ให้ตรวจของตัวเองใช้ปากกาแดงตรวจได้เลยนะคะ เมื่อมันตอบไม่ได้ มันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ลูก ไม่เป็นประพจน์ถูกต้อง ข้อที่ 2 นะคะ ของหนูนะลูก ข้อที่ข้อนี้นะ ดูนะ ยังไม่เสร็จนะ 10 x 2 = 20 มันหาคำตอบได้ไหมลูก มันจริงหรือไม่จริง 10 x 2 เป็นเท่าไหร่คะ คูณไม่ใช่บวก คูณลูกคูณ การคูณ 10 x 2 เป็นเท่าไหร่ให้นะเป็น 20 x 2 = 20จริงหรือไม่จริง จริงไหมลูก จริง เขียนลงไป เมื่อมันมีค่าความจริง เพราะฉะนั้น เป็นหรือไม่เป็นประพจน์ ถูกต้องนะคะ เป็นประพจน์ ข้อสุดท้ายของหนูนะลูก 9 9 เป็นจำนวนคี่ 9 เป็นจำนวนคี่ ค่าความจริงเป็นอะไรจำนวนคี่นะคะ 9 นี่มันเป็นจำนวนคี่ใช่ไหม 9 มันหาคู่ไม่มีใช่ไหมลูก เพราะว่าลูกเอามือเอานิ้วมือขึ้นมาทั้งหมด 9 นิ้วมือใช่ไหม ลูกก็สามารถจับคู่ให้มันได้ละทีละ 2 นะ อันนี้ได้ 1 แล้วนะ 2 3 4 มีอยู่ 4 คู่แต่อีกนิ้วหนึ่งมันเหลืออยู่มันไม่มีคู่ เพราะฉะนั้น มันเป็นจำนวนคี่ จริงหรือไม่จริง จริงหรือไม่ จริงนะคะ มาเขียน ไม่ต้องตื่นเต้น ให้เพื่อนเขียนเสร็จก่อน ออกมาเลย เก่งมากลูก ไปนั่งที่นะคะ ดูพี่ล่ามดี ๆ นะ ประโยคนี้ ใคร ใครลืมกระเป๋า ตอบเป็นจริงหรือไม่จริงได้ไหม อันไหนลูก จริง ไม่จริง ตอบไม่ได้ อันไหน ใครลืมกระเป๋า มันเป็นประโยคคำถาม เป็นประโยคคำถาม เราต้องตอบมีใครนะคะ อาจจะเป็นของอาย นะคะ หรือเป็นของวิว อาจเป็นของครูปิ๊กเป็นของใครก็ได้ เพราะฉะนั้น เราตอบไม่ได้ว่ามันเป็นจริงหรือมันไม่จริง ใครลืมกระเป๋าเราจะเลือกอันไหนจริงแท้ตอบไม่ได้อันไหนลูก ไม่ได้นะคะ เขียนเมื่อไหร่ก็ตามเมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริงมันตอบไม่ได้นะลูก เมื่อไหร่ก็ตามที่มันตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันจะไม่เป็นประพจน์ใช่ไหม มีทางเลือกอยู่ทางเดียวเท่านั้นถ้าตอบไม่ได้ ก็คือไม่เป็นประพจน์นะคะ อันนี้ตอบได้แล้วนะ ไม่เป็นประพจน์นะคะ เดี๋ยวมาเขียนลงไปเลย ข้อต่อมานะคะ 1 สัปดาห์ ดูนะ 1 สัปดาห์ มี 7 วัน 1 สัปดาห์ มี 7 วัน ถามว่าค่าความจริง จริงเท็จ หรือตอบไม่ได้ ตอบอะไรลูกตอบไม่ได้เหรอ จะตอบอะไร จริงนะคะ เป็นจริงก็เอาเขียนมาตรงนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริงเป็นจริง หรือเป็นเท็จ มันก็คือประพจน์นะ เขียนลงไปเลย วิว ต่อไปของวิวแล้วลูก เหลืออีก 2 ข้อสุดท้าย หนูจะต้องเป็นคนทำนะ เชิญค่ะ ดูพี่ล่าม ดูพี่ลาม ดูประโยคนี้นะคะ ไปเดินเล่นกันไหมมันจะตอบว่าอะไร ตอบว่าจริง มีเพื่อนมาชวน ไปเดินเล่นกันไหม ก็จะตอบว่าจริงเท็จอย่างนี้เหรอ ใช่ไหมหรือว่าตอบไม่ได้ ภาษามือสิลูก ไม่ชี้เดี๋ยวพี่ตอบไม่มีคำว่าจริงเท็จกับตอบไม่ได้อันไหน มาชี้ก็ได้ตัวไหน ตัวไหน จริงเท็จก็ตอบไม่ได้ ถูกไหมเพื่อน ๆ ถูกไหม ไม่ถูก เพื่อนตอบหน่อยมันคืออะไร ลูกไปเดินเล่นกันไหมมีค่าความจริงไหม ครูให้เลือกอยู่ 300 จริงเท็จตอบไม่ได้อันไหนคะ อันแรกผิดอันที่ 2 คือเหตุอันที่ 3 คือตอบไม่ได้ ประโยคนี้ไปเดินเล่นกันไหม ตอบไม่ได้ ไปเขียน อายต้องช่วยอธิบายเรื่องของประโยคนะคะ ให้เพื่อนด้วยนะลูก เมื่อตอบไม่ได้ปุ๊บ มันก็คือไม่เป็นประพจน์นะคะ ข้อสุดท้ายนะคะ ข้อสุดท้ายแล้ว ดูพี่ล่าม ดูพี่ลาม ประโยคนี้ ช่วยเปิดประตูด้วย มันเป็นประโยคอะไร ช่วยนะลูก คำว่า "ช่วย" เป็นประโยคขอร้อง เพดราะฉะนั้นเลือกอันไหนคะมันมีค่าความจริงไหมมีค่าความจริงหรือเปล่า ถูกต้องนะคะ ตอบไม่ได้ มันเป็นประโยคขอร้องนะคะ เป็นประโยคขอร้อง เมื่อมันตอบไม่ได้ปุ๊บมันตอบไม่ได้ปุ๊บเลยนะลูก คือหาคำตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันจะไม่เป็นประพจน์นะคะ มันจะไม่เป็นเลย ฉะนั้นเขียนไม่เป็นประพจน์มาต่อประโยคนี้นะคะ หมดแล้ววันนี้เราทำแบบฝึกนะคะ จากที่ช่วยกันคิดแล้วก็ที่ลูก ๆ ออกมาเขียน อันนี้เป็นประโยคง่าย ๆ นะคะ นักเรียนสงสัยมีคำถามไหมคะ มีคำถามไหม เข้าใจไหม เข้าใจนะ เข้าใจมากหรือน้อยลูก เข้าใจ เข้าใจหนูไม่รู้ว่ามากหรือน้อย ใช่ไหม อันนี้เป็นเรื่องใหม่นะสำหรับเราคงเข้าใจนะคะ บางทีเราเรียนภาษาไทยมาเราไม่ได้เรียนเรื่องของโครงสร้างประโยคต่าง ๆ บางครั้งภาษามือกับการเขียนประโยคนะคะ มันอาจจะไม่เหมือนกันลูกต้องมาอ่านแล้วทำความเข้าใจกับประโยคที่ครูเขียน ครูก็พยายามเขียนประโยคที่มันสั้น ๆ นะคะ เพื่อที่จะให้นักเรียนเขาทรายวันนี้เรามาสรุปกันเลยนะคะ ความหมายของประพจน์วัตถุประสงค์ข้อแรกของเราจากที่เราเรียนนะคะ จากที่เราเรียนมาอย่าเพิ่งเขียนลูก อยู่นะคะ อย่าเพิ่งเขียนนะวันนี้จัดที่โรงเรียนมาเรื่องของประพจน์นะคะ ความหมายก็คืออะไร ประพจน์นะคะ คือประโยคหรือว่าข้อความก็ได้นะคะ ชื่อในรูปของประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ ที่มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จอย่างใดอย่างหนึ่งนะคะ ก็ได้อันนี้คือความหมายของประพจน์ทีนี้มันก็ส่งข้อที่ 2 ที่ครูให้ลูก ๆ จำแนกมานะคะ หนูก็บอกว่าประโยคนี้เป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ได้ที่นักเรียนทำแบบฝึกมาในตัวอย่างที่ครูพาทำนี่ 4 ข้อนะคะ ที่อยู่ในบนกระดาน 10 ข้อ นักเรียนพอเข้าใจไหมว่าวิธีการสรุปว่ามันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์นะคะ 2 ขั้นตอนแค่นั้นเองลูก จะต้องไปดูโครงสร้างของประโยคนะคะ เป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ ถ้าเป็นประโยชน์อย่างอื่นปุ๊บ ไม่ใช่ประพจน์แล้วตัดออกไปเลยแต่ทีนี้ถ้ามันเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธนะคะ มีค่าความจริง มีอยู่ 2 ค่าเท่านั้นก็คือเป็นจริงจะเป็นเหตุ สรุปได้เลยว่ามันเป็นประพจน์นะคะ เข้าใจนะนักเรียนให้นักเรียนเขียนคำตอบนะคะ บนกระดานลงไปในสมุดของตัวเองเสร็จแล้วก็บันทึกสรุปความหมายของประพจน์นะคะ ลงไปที่สมุดของตัวเอง โอเคนะ เชิญค่ะ ค่ะ ลูกคะ วันนี้เวลาหมดแล้วนะคะ เดี๋ยวไปเรียนวิชาของคุณครูอะไรเอ่ย ต่อไปเรียนวิชาของใคร วิชาอะไรลูก ต่อไปเรียนกับใคร กนะคะ ลูกเวลาหมดแล้วเดี๋ยวเก็บของก่อนนะคะ เก็บของให้เรียบร้อยเก็บเก้าอี้ เก็บโต๊ะนะคะ ให้เป็นระเบียบ แล้วเจอกันอีกคร้ง สัปดาห์ต่อไปนู่นเลยนะคะ สัปดาห์หน้าครูไม่อยู่นะคะ คุณครูไม่อยู่ เพราะฉะนั้น จะอยู่ต่อไปอีกนะคะ แล้วเพื่อนก็กลับมาจากแข่งกีฬาเรียบร้อยแล้วนะ แล้วมาเรียนด้วยกัน โอเคขอบคุณค่ะ ขอบคุณน้องล่ามมากนะคะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]