﻿1
00:02:01,210 --> 00:02:05,210
(อาจารย์เชาวนี) ลูกจะวาดภาพ เสียงดัง

2
00:02:06,085 --> 00:02:10,085
โอเค แต่ว่า

3
00:02:10,695 --> 00:02:14,695
ลดเสียงอีกได้ไหมคะ เสียงสะท้อนที่ในห้องเรียนค่ะ

4
00:02:24,356 --> 00:02:27,365
ฮัลโหล ค่ะ โอเคค่ะ

5
00:02:27,365 --> 00:02:31,146
ได้แล้วนะคะ

6
00:02:31,146 --> 00:02:35,146
ทีนี้ดูนะคะ วันนี้สิ่งที่เราจะเรียน วัตถุประสงค์ที่เราจะเรียนมี 2 ข้อด้วยกันวั นนี้เราจะต้องบอกความหมายของ

7
00:02:43,588 --> 00:02:47,588
บอกความหมายของประพจน์ได้นะคะ ประพจน์ คำนี้

8
00:02:48,271 --> 00:02:49,933
คำศัพท์คำนี้เคยเห็นไหม

9
00:02:49,933 --> 00:02:53,003
คำศัพท์คำนี้เคยเห็นไหมคะ

10
00:02:53,003 --> 00:02:54,806
เคยเห็นไหมอาย

11
00:02:54,806 --> 00:02:57,686
เคยเรียนอยู่โรงเรียนปกติมาใช่ไหมลูก

12
00:02:57,686 --> 00:03:00,187
ม. 3

13
00:03:00,187 --> 00:03:02,881
ม. 3 นะคะ มีเรียนเรื่อง

14
00:03:02,881 --> 00:03:06,537
ประพจน์อยู่นะ

15
00:03:06,537 --> 00:03:10,537
เนี่ยคำนี้นะคะ เราจะต้องบอกความหมายของประพจน์ได้

16
00:03:12,818 --> 00:03:16,818
และข้อ 2 เราจะต้องจำแนกข้อความนะคะ ว่าเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ได้

17
00:03:21,663 --> 00:03:24,746
คำว่าประพจน์คืออะไร ลูก

18
00:03:24,746 --> 00:03:28,746
คำว่าประพจน์คืออะไร แล้วมันเกี่ยวข้องกับตรรกศาสตร์อย่างไรนะคะ

19
00:03:32,690 --> 00:03:35,251
นะ ประพจน์นะคะ

20
00:03:35,251 --> 00:03:39,251
มันก็คือข้อความหรือว่าประโยคนะลูก ที่อยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า

21
00:03:41,406 --> 00:03:44,157
ประโยคบอกเล่านะคะ หรือ

22
00:03:44,157 --> 00:03:46,669
ประโยคปฏิเสธ

23
00:03:46,669 --> 00:03:50,669
ที่มีค่าความจริง ค่าความจริงคืออะไร ค่าความจริงมีอยู่ 2 ค่าด้วยกัน

24
00:03:53,719 --> 00:03:57,719
ก็คือจริงกับเท็จนะคะ มีอยู่ 2 อย่างอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

25
00:04:00,313 --> 00:04:03,202
ประโยคมีอะไรบ้าง

26
00:04:03,202 --> 00:04:07,202
ประโยค ประโยคมีอะไรบ้างลูก อย่างเช่น ประโยคบอกเล่า

27
00:04:10,246 --> 00:04:13,449
พระอาทิตย์ขึ้น

28
00:04:13,449 --> 00:04:17,358
ทิศตะวันออก

29
00:04:17,358 --> 00:04:21,358
นะ ตอนเช้านี่นะ ลูกสังเกตพระอาทิตย์ไหม

30
00:04:22,042 --> 00:04:24,988
มันขึ้นทางทิศอะไร

31
00:04:24,988 --> 00:04:28,988
พระอาทิตย์ขึ้นทิศอะไร

32
00:04:29,289 --> 00:04:31,338
ต อนเช้า

33
00:04:31,338 --> 00:04:35,338
ให้ดูล่ามลูก ไม่ใช่ดูครู ดูนะ ดูพ

34
00:04:36,781 --> 00:04:39,863
ี่ล่าม ตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก

35
00:04:39,863 --> 00:04:42,945
มีไหม ขึ้นที่อื่นมีไหม

36
00:04:42,945 --> 00:04:46,945
ไม่มี ตั้งแต่เกิดมานะคะ เราจะเห็นว่าพระอาทิตย์นี่ขึ้นทางทิศตะวันออกตลอดเลย

37
00:04:50,626 --> 00:04:54,626
นะคะ เพราะฉะนั้น ข้อความนี้เป็นประโยคบอกเล่า แล้วก็

38
00:04:57,103 --> 00:05:01,103
เป็นจริงด้วยใช่ไหมคะ เพราะว่ามันขึ้นทางทิศตะวันออกตลอดเลย

39
00:05:06,466 --> 00:05:09,224
นะ อีกประโยคหนึ่ง

40
00:05:09,224 --> 00:05:13,224
1 สัปดาห์ 1 สัปดาห์นะคะ มี 7 วัน

41
00:05:16,600 --> 00:05:20,600
นักเรียนว่ามันใช่ไหม

42
00:05:20,763 --> 00:05:24,678
สัปดาห์หนึ่งมีกี่วันลูก

43
00:05:24,678 --> 00:05:28,678
สัปดาห์หนึ่ง ใช่แล้วนะคะ สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน มี 7 วัน เพราะฉะนั้น ประโยคนี้

44
00:05:33,525 --> 00:05:37,525
เป็นประโยคบอกเล่า มีค่าความจริง เป็นจริงนะคะ เป็นจริง

45
00:05:41,599 --> 00:05:45,312
อีกประโยคหนึ่ง

46
00:05:45,312 --> 00:05:49,312
ธงชาติ ธงชาติไทย มี 5 สี

47
00:05:53,585 --> 00:05:56,205
นักเรียนว่าถูกไหม

48
00:05:56,205 --> 00:05:59,417
ธงชาติไทยมีกี่สี

49
00:05:59,417 --> 00:06:00,955
มีกี่ลูก

50
00:06:00,955 --> 00:06:02,489
ธงชาติ

51
00:06:02,489 --> 00:06:05,961
มีกี่สีคะ

52
00:06:05,961 --> 00:06:09,961
3-4 ใช่ ๆ สีอะไร สีอะไร

53
00:06:12,162 --> 00:06:16,162
มีสีอะไร สีแดง สีขาว สีน้ำเงิน

54
00:06:16,333 --> 00:06:20,333
ถูกต้อง มันจะมีริ้วทั้งหมดอยู่ 5 ริ้ว แต่สีนะลูก มันมีอยู่ 3 สีนะคะ เมื่อกี้ที่ครูบอกว่า

55
00:06:25,504 --> 00:06:29,504
ธงชาติไทย มี 5 สี แสดงว่า

56
00:06:30,253 --> 00:06:32,175
ผิดหรือถูก

57
00:06:32,175 --> 00:06:36,175
แสดงว่าเท็จ ใช่ มันเป็นเท็จนะคะ มันเป็นเท็จ

58
00:06:39,099 --> 00:06:43,099
ไม่ว่าค่าความจริงจะเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ เมื่อเป็นประโยคบอกเล่า

59
00:06:45,435 --> 00:06:47,103
มันจะ

60
00:06:47,103 --> 00:06:50,054
คือ ประพจน์นะคะ

61
00:06:50,054 --> 00:06:53,895
ถึงจะเป็นประพจน์ได้นะ

62
00:06:53,895 --> 00:06:57,895
ทีนี้ ครูจะถามนักเรียนว่า

63
00:07:01,782 --> 00:07:05,782
ว้าว สวยจัง

64
00:07:07,106 --> 00:07:11,106
มันเป็นประโยคอะไร มันมีค่าความจริงไหม ไอ้คำว่า "ว้าว สวยจัง" น่ะ มันมี มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จลูก

65
00:07:17,928 --> 00:07:21,589
บอกได้ไหม

66
00:07:21,589 --> 00:07:25,589
ไม่ต้องหัวเราะอาย ว้าว สวยจัง จริงหรือเท็จ

67
00:07:28,896 --> 00:07:32,896
เท็จ บอกว่าตัวเองเป็นเท็จนะคะ แสดงว่าตัวเองไม่สวยเหรอ

68
00:07:35,255 --> 00:07:38,384
แสดงว่าอายไม่สวยเหรอ

69
00:07:38,384 --> 00:07:42,384
มันไม่ได้เจาะจงนะคะ ว่าใครหรืออะไรสวย

70
00:07:45,174 --> 00:07:48,635
เพราะฉะนั้น เราไม่สามารถตอบได้

71
00:07:48,635 --> 00:07:52,635
ว่าจริงหรือเท็จนะคะ

72
00:07:52,736 --> 00:07:56,736
พ่อนี้ไม่ใช่ประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยคปฏิเสธ แต่เป็นประโยคอะไร

73
00:08:01,777 --> 00:08:05,777
เป็นอุทานนะคะ เป็นประโยคอุทาน

74
00:08:09,664 --> 00:08:13,664
ประโยคอุทาน เหมือนกันกับเวลาที่เราเดิน

75
00:08:15,809 --> 00:08:19,152
เดิน ๆ ๆ ไป แล้วเห็น

76
00:08:19,152 --> 00:08:22,093
เห็นรถขับมา ฟิ้ว เลย

77
00:08:22,093 --> 00:08:26,093
แล้วมีคนขับหล่อมาก หูย สุดยอด หล่อมาก คำนี้เป็นคำอะไร

78
00:08:33,377 --> 00:08:37,377
แล้วมันมีค่าความจริงไหม เป็นคำบอกเล่าเหรอ

79
00:08:37,989 --> 00:08:41,989
เป็นคำอุทาน ต้องเป็นคำพูดที่เราพูดขึ้นมาด้วยอาการ

80
00:08:43,565 --> 00:08:46,765
มันตกใจ มันเห็นแล้วมันมาว้าวนะคะ

81
00:08:46,765 --> 00:08:49,916
มันจะเป็นคำอุทานที่คิดขึ้นมา

82
00:08:49,916 --> 00:08:53,916
แล้วมันไม่มีค่าความจริง มันไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เพราะฉะนั้น คำอุทานนี่มันไม่ใช่ประพจน์

83
00:09:00,873 --> 00:09:04,074
มันไม่ใช่ประพจน์เลยนะคะ

84
00:09:04,074 --> 00:09:08,074
ทีนี้ ถ้าทางคณิตศาสตร์ ครูบอกว่า 3 + 5 = 10

85
00:09:12,785 --> 00:09:14,335
ลูกว

86
00:09:14,335 --> 00:09:18,335
่ามันหาค่าความจริงได้ไหม  มันบอกได้ไหม ว่ามันเป็นจริงหรือเท็จ

87
00:09:19,970 --> 00:09:23,970
3 + 5 ฝั่งด้านนี้มันได้เท่าไรลูก

88
00:09:24,974 --> 00:09:28,495
รวมได้เท่าไรคะ 3 กับ 5

89
00:09:28,495 --> 00:09:32,495
8 อันนี้ล่ะทางได้ 10 มันเท่ากันไหม

90
00:09:34,517 --> 00:09:37,018
มันเท่ากันไหม

91
00:09:37,018 --> 00:09:41,018
มันไม่เท่า เพราะฉะนั้น ถามว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ ค่า

92
00:09:42,910 --> 00:09:46,910
มันเป็นเท็จนะคะ มันเป็นเท็จ เป็นประโยคบอกเล่า ที่เขาเขียนโจทย์ขึ้นมานะคะ แล้วหาค่าความจริงได้ บอกได้ว่ามันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จนะ

93
00:09:58,037 --> 00:10:00,989
ดูดี ๆ นะ

94
00:10:00,989 --> 00:10:04,989
ประพจน์ จะเป็ฯประพจน์ได้ ก็ต่อเมื่อเป็นประโยคบอกเล่าหรือ

95
00:10:09,438 --> 00:10:13,438
ประโยคปฏิเสธนะคะ และจะต้องมีค่าความจริง

96
00:10:15,082 --> 00:10:17,324
ค่าความจริง

97
00:10:17,324 --> 00:10:20,025
อยู่ 2 ตัวเท่านั้น จริง

98
00:10:20,025 --> 00:10:22,457
เท็จ

99
00:10:22,457 --> 00:10:26,457
นอกเหนือจาก 2 ค่านี้ แสดงว่าไม่ใช่ประพจน์แล้ว หาคำตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าคำตอบเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะคะ หรือว่าเป็นประโยคอื่น ฟ เมื่อกี้ประโยคอุทานใช่ไหมคะ

100
00:10:36,809 --> 00:10:40,332
แล้วถ้าครูบอกว่า

101
00:10:40,332 --> 00:10:44,332
กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้อง

102
00:10:46,938 --> 00:10:50,338
กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องนะ

103
00:10:50,338 --> 00:10:54,338
นักเรียนว่ามันเป็นประโยคอะไร มันมีค่าความจริงไหม ประโยคนี้

104
00:10:54,498 --> 00:10:56,742
หาได้ไหม

105
00:10:56,742 --> 00:10:59,825
หาได้ไหมคะ อาย

106
00:10:59,825 --> 00:11:03,825
กรุณาถอดรองเท้านะคะ

107
00:11:03,865 --> 00:11:06,429
ก่อนเข้าห้อง

108
00:11:06,429 --> 00:11:09,310
เป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ

109
00:11:09,310 --> 00:11:13,310
กรุณานะลูก มีคำว่า "กรุณา"

110
00:11:14,314 --> 00:11:16,292
มันเป็นประโยคอะไร

111
00:11:16,292 --> 00:11:20,292
ประโยคขอร้องนะคะ ประโยคนะคะ มันจะมีหลายประโยคมากเลย

112
00:11:21,939 --> 00:11:25,939
ประโยคขอร้องนะเมื่อกี้ ก็คือขอแหละ นักเรียน นักเรียน กรุณานะคะ ขอเถอะ ถอดร้องเท้า

113
00:11:29,880 --> 00:11:33,880
วางไว้อยู่นอกห้อง ไม่ต้องเอาเข้ามาในโรง... ไม่ต้องเข้ามาในห้องเรียนนะคะ

114
00:11:36,551 --> 00:11:40,551
ประโยคขอร้อง ซึ่งไม่มีค่าความจริง บอกไม่ได้ว่ามันเป็นจริงหรือเท็จนะคะ

115
00:11:44,570 --> 00:11:45,726
มัน

116
00:11:45,726 --> 00:11:49,726
ตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นประโยคเมื่อกี้เนี่ยมันไม่เป็นประพจน์

117
00:11:54,816 --> 00:11:58,816
ไม่ใช่นะคะ

118
00:11:58,992 --> 00:12:02,002
ประโยคมีหลายประโยค เห็นไหม

119
00:12:02,002 --> 00:12:06,002
เราได้เรียนไหมคะ  วิชาภาษาไทย โครงสร้างประโยค ประโยคบอกเล่าง่าย ๆ

120
00:12:08,732 --> 00:12:11,031
นะ ประโยคปฏิเสธ

121
00:12:11,031 --> 00:12:12,253
ไม่ ๆ

122
00:12:12,253 --> 00:12:15,855
ฉันไม่ไป

123
00:12:15,855 --> 00:12:19,855
ประโยคปฏิเสธ ก็คือต้องมี "ไม่" นะลูก ไม่ทำ ไม่กิน ไม่นอน

124
00:12:24,382 --> 00:12:26,623
ไม่

125
00:12:26,623 --> 00:12:30,623
... ไม่อะไรต่าง ๆ ต้องมีคำว่า "ไม่" ก็คือปฏิเสธนะคะ คำแรก ก็คือปฏิเสธเลย

126
00:12:33,037 --> 00:12:37,011
คำสั่ง

127
00:12:37,011 --> 00:12:41,011
นักเรียนทุกคนต้องตื่น

128
00:12:41,570 --> 00:12:45,570
เวลาตีห้า

129
00:12:46,238 --> 00:12:50,238
ต้องตื่น คำว่า "ต้อง" นี่ คือคำสั่ง

130
00:12:50,660 --> 00:12:54,660
ต้องทำนะคะ ต้องทำ เป็นประโยคคำสั่ง

131
00:12:55,862 --> 00:12:59,862
คำแต่ละประโยคนะคะ  มันก็จะมี

132
00:13:00,786 --> 00:13:04,786
สัญลักษณ์บอกว่ามันเป็นปฏิเสธ หรือว่ามันเป็นคำสั่งนะ ถ้าเป็นปฏิเสธต้องมีคำว่า "ไม่" แล้ว

133
00:13:09,314 --> 00:13:11,505
ถ้าเป็นคำสั่ง

134
00:13:11,505 --> 00:13:15,155
จะต้องทำอย่างไร ต้องทำอย่างนี้นะคะ

135
00:13:15,155 --> 00:13:18,224
ประโยคขอร้อง ช่วย

136
00:13:18,224 --> 00:13:21,817
ช่วยทำอันนั้น ช่วยทำอันนี้หน่อย

137
00:13:21,817 --> 00:13:25,817
แล้วประโยคคำถามคืออะไร

138
00:13:26,559 --> 00:13:30,210
วันนี้กินข้าวหรือยัง

139
00:13:30,210 --> 00:13:33,542
วันนี้อายกินข้าวหรือยัง

140
00:13:33,542 --> 00:13:36,113
กินหรือยังลูก กินแล้ว

141
00:13:36,113 --> 00:13:40,113
แต่มันไม่มีความจริงหรือเท็จนะคะ มันบอกไม่ได้ ถามแค่นั้นเอง

142
00:13:46,114 --> 00:13:50,114
ถามวิวนะ วิวชอบเรียนวิชาอะไร

143
00:13:53,035 --> 00:13:57,035
วิวน่ะ ชอบเรียนวิชาอะไร

144
00:13:57,649 --> 00:14:01,649
ตอบให้ครูชื่นใจใช่ไหมนี่

145
00:14:01,941 --> 00:14:05,941
ชอบเรียนคณิตศาสตร์นะคะ ดีมาก เดี๋ยวให้คะแนนบวกไปเลย

146
00:14:09,506 --> 00:14:11,052
ดีไหม

147
00:14:11,052 --> 00:14:15,052
อันนี้คือประโยคคำถาม คือ ถามเพื่อต้องการคำตอบนะคะ ทีนี้ประโยคอุทาน ก็ที่ครูพูดตัวอย่างไปแล้ว

148
00:14:25,072 --> 00:14:27,072
อุ๊ย อุ๊ย สวยจัง

149
00:14:27,072 --> 00:14:31,072
ว้าว มันยอดมาก พวกนี้มันเป็นประโยคอุทานนะคะ

150
00:14:34,435 --> 00:14:37,254
ซึ่งประโยคต่าง ๆ เหล่านี้

151
00:14:37,254 --> 00:14:39,306
ถ้าจะเป็นประพจน์

152
00:14:39,306 --> 00:14:40,198
นี่

153
00:14:40,198 --> 00:14:44,198
ฆ่าออกไปได้เลย 4 ประโยคนี้นะคะ ยังเหลืออยู่ ประโยคบอกเล่าประโยคปฏิเสธ

154
00:14:47,508 --> 00:14:51,508
อันนี้เราจะเช็กก่อนเลย ว่ามันเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธนะคะ ถ้าเราเช็หแล้ว ไปหาค่าความจริง

155
00:14:57,181 --> 00:15:00,004
ทีนี้ ค่าความจริง

156
00:15:00,004 --> 00:15:01,093
นะคะ

157
00:15:01,093 --> 00:15:05,093
มันเป็นอยู่ 2 ประโยคนี้ ไปหาว่ามันมีค่าความจริงหรือเปล่า มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ

158
00:15:09,873 --> 00:15:13,873
เลือกได้ 2 อย่างนะคะ ถ้าพบว่าประโยคนั้นน่ะ เป็นจริง

159
00:15:14,355 --> 00:15:16,156
ก็เป็นประพจน์เหมือนกัน

160
00:15:16,156 --> 00:15:18,777
ถ้าประโยคนั้นเป็นเท็จ

161
00:15:18,777 --> 00:15:21,980

162
00:15:21,980 --> 00:15:23,531
ก็เป็นประพจน์เหมือนกัน แต่

163
00:15:23,531 --> 00:15:27,531
ถ้าประโยคนั้นมันหาค่าความจริงไม่ได้เลย บอกไม่ได้ แสดงว่าไม่เป็นประพจน์นะคะ

164
00:15:33,454 --> 00:15:34,865
แค่นั้นเอง

165
00:15:34,865 --> 00:15:38,865
วิชานี้แค่เป็นวิชาที่หาความจริงนะ ว่ามันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ นักเรียนดูภาพ

166
00:15:42,690 --> 00:15:45,441
อะไรน่ะลูก

167
00:15:45,441 --> 00:15:49,441
กลัวไหม เคยเห็นไหม ใครเคยเห็นบ้าง

168
00:15:49,933 --> 00:15:53,933
ใครเคยเห็นบ้าง มีเหรอ เคยไปเที่ยว

169
00:15:55,246 --> 00:15:58,138
ไม่เห็นเคยเห็นไหมลูก

170
00:15:58,138 --> 00:16:02,138
เยอะไหมน่ะ รบกวนหรือเปล่า ตอนไปเที่ยว เห็นแล้วนะคะ อันนี้ก็คือจระเข้

171
00:16:07,365 --> 00:16:09,606
ใช่ จระเข้

172
00:16:09,606 --> 00:16:13,606
แตาว่าจระเข้น่ะ ประโยคเขาเขียนมาให้ เขาบอกว่าจระเข้เป็นสัตว์

173
00:16:16,529 --> 00:16:19,799
เลื้อยคลาน

174
00:16:19,799 --> 00:16:23,073
กลุ่ม กลุ่มนะคะ

175
00:16:23,073 --> 00:16:27,073
สัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำสัตว์ เลื้อยคลาน เขาบอกว่าจระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน

176
00:16:33,964 --> 00:16:36,845
อันนี้เป็นประโยคบอกเล่าแน่นอน

177
00:16:36,845 --> 00:16:40,845
อันนี้เป็นประโยคบอกเราแน่นอนนะคะ เป็นประโยคบอกเล่า เขาก็เลือกเป็นประโยคบอกเล่านะ ทีนี้เรามาดูว่าไอ้ประโยคที่เขาบอกมานี่มัน

178
00:16:47,233 --> 00:16:49,924
ค่าความจริงเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ

179
00:16:49,924 --> 00:16:53,924
ลูกว่ามันถูกไหมจระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานไหมลูก

180
00:16:55,058 --> 00:16:57,682
มันเลยขาดไปไหม

181
00:16:57,682 --> 00:17:01,145
ใช่ไหมคะ

182
00:17:01,145 --> 00:17:03,457
ส่วนมาก นักเรียนจะตอบ

183
00:17:03,457 --> 00:17:07,457
นักเรียนจะมีความรู้ว่ามันเป็นสัตว์มันอยู่ในน้ำด้วยแล้วไม่สามารถคานขึ้นมาบนบกได้ใช่ไหม

184
00:17:11,790 --> 00:17:15,790
ใช่ไหม จระเข้น่ะ นักเรียนเห็นไหม มันขึ้นมาแล้วก็อาบแดดนะคะ แล้วก็นอนอ้าปาก อาบแดดอยู่

185
00:17:19,476 --> 00:17:23,476
นักเรียนก็เข้าใจว่ามันเป็น เป็นสัตว์อะไร ครึ่งบกครึ่งน้ำ

186
00:17:23,708 --> 00:17:27,708
แต่จริง ๆ นะแต่จริง ๆ มันเป็นสัตว์เลื้อยคลาน แล้ว

187
00:17:28,769 --> 00:17:31,400
สัตว์เลื้อยคลานมีอะไรบ้างลูก

188
00:17:31,400 --> 00:17:35,400
นึกว่าสัตว์เลื้อยคลานมีอะไรบ้าง ที่เห็นชัดมากเลื้อย ที่มันเลยเลื้อยไปคืออะไร

189
00:17:37,805 --> 00:17:41,805
คืออะไร คะอีกประเภทหนึ่

190
00:17:41,904 --> 00:17:45,904
ง ใช่ งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานนะลูก มันจะเห็นชัดมากเลย

191
00:17:47,684 --> 00:17:51,592
แต่จระเข้นะลูก ลูกก็จะต้องมีความรู้นะ

192
00:17:51,592 --> 00:17:55,592
จระเข้นี่ สังเกตดี ๆ นะคะ เวลาเข้าแบ่งกลุ่ม เขาจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน ไม่ใช่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

193
00:18:00,177 --> 00:18:01,399
เพราะฉะนั้น

194
00:18:01,399 --> 00:18:05,399
ประโยคนี้นะลูก ประโยคนี้มีค่าความจริงเป็นจริงนะคะ เพราะจระเข้จัดอยู่ในกลุ่มของสัตว์เลื้อยคลาน

195
00:18:12,862 --> 00:18:15,054
เมื่อไหร่ก็ตาม

196
00:18:15,054 --> 00:18:19,054
เราสามารถบอกว่า นี่ ประโยคหรือข้อความนี้ เป็นประโยคบอกเล่า

197
00:18:21,269 --> 00:18:25,269
แล้วก็หาข้อความจริงได้ เพราะฉะนั้น เราจะตรวจสอบว่ามันเป็นประพจน์หรือเปล่า

198
00:18:27,483 --> 00:18:31,483
ลูกว่ามันเป็นหรือไม่เป็น

199
00:18:32,936 --> 00:18:36,936
ไม่เป็นเหรอ เป็นลูก อายตอบถูกนะคะ วันนี้อายตอบถูกแต่อีก 3 คนยังไม่ใช่นะคะ

200
00:18:43,573 --> 00:18:47,484
มันง่าย ๆ หนึ่งถ้ามันเป็นประโยค

201
00:18:47,484 --> 00:18:51,484
บอกเล่าหรือปฏิเสธอยู่ในกลุ่มนี้นะคะ

202
00:18:51,716 --> 00:18:55,716
เสร็จแล้วอันที่ 2 ไปดูว่ามันมีค่าความจริงไหม มันจริงหรือมันเท็จ

203
00:18:57,039 --> 00:19:01,039
เมื่อไหร่ที่มันมี 2 ตัวนี้ ตอบโจทย์ได้ 2 ตัวนี้ มันจะเป็นประพจน์นะคะ มันจะเป็นประพจน์

204
00:19:04,536 --> 00:19:08,449
ทีนี้ดูใหม่นะ

205
00:19:08,449 --> 00:19:12,449
อะไร เดือนอะไร เดือนอะไรแล้ว

206
00:19:17,102 --> 00:19:21,102
เออ ใช่ มี 30 วัน

207
00:19:22,545 --> 00:19:26,545
ประโยคนี้ เขาบอกเป็นประโยคบอกเล่า

208
00:19:27,478 --> 00:19:31,478
นี่ เวลาแบ่งประโยค มันเล่า มันบอกมันบอกนะคะ เป็นประโยคบอกเล่า ค่าความจริงเป็นอะไร

209
00:19:36,069 --> 00:19:39,533
มัน 30 วันจริงไหม

210
00:19:39,533 --> 00:19:42,864
ลูกว่าเดือนสิงหาคมมีกี่วัน

211
00:19:42,864 --> 00:19:44,076
มีเท่าไร จริง ๆ น่ะ เดือนที่ลงท้ายด้วยคมม

212
00:19:44,076 --> 00:19:48,076

213
00:19:52,409 --> 00:19:56,409
ดูหนังเดือน 12 เดือนหน้าจะมีเดือนที่ลงท้ายด้วยคมี

214
00:19:59,465 --> 00:20:00,934

215
00:20:00,934 --> 00:20:04,934
แล้วก็ พันธ์ นะคะ มีเดือนเดียว คือ กุมภาพันธ์

216
00:20:06,132 --> 00:20:10,132
อันนี้มีกี่วัน ที่ลงท้ายด้วยคม

217
00:20:10,881 --> 00:20:12,163
มีกี่วัน

218
00:20:12,163 --> 00:20:16,163
30 เหรอ

219
00:20:16,515 --> 00:20:20,515
อันนี้เท่าไรลูก 31 แสดงว่านับเดือนถูก มีเท่าไร

220
00:20:23,501 --> 00:20:26,392
ลองเพื่อนใช่ไหม

221
00:20:26,392 --> 00:20:27,542
มีกี่วัน

222
00:20:27,542 --> 00:20:31,063
เดือนสิงหาคมมีกี่วัน

223
00:20:31,063 --> 00:20:35,063
ลูก สิงหาคม มี 31 วัน

224
00:20:38,061 --> 00:20:42,061
ใช่ สิงหาคม มกราคม

225
00:20:42,874 --> 00:20:46,717
อะไรอีกที่ลงท้ายด้วยคม

226
00:20:46,717 --> 00:20:49,787
พฤษภาคม

227
00:20:49,787 --> 00:20:53,787
พวกนี้ลงท้ายด้วย คม สังเกตง่าย ๆ

228
00:20:54,717 --> 00:20:58,717
เดิม เป็นประโยคบอกเล่าแล้ว แต่ในประโยคในข้อบอกว่ามี 30 วัน เพราะฉะนั้น ประโยคนี้มีค่าความจริงเป็นอะไรคะ

229
00:21:04,725 --> 00:21:08,725
จริง เท็จ ตอบไม่ได้ มันเป็นเท็จ เมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เป็นประโยคบอกเล่า เพราะฉะนั้น

230
00:21:15,286 --> 00:21:16,583
เป็นอะไรคะ

231
00:21:16,583 --> 00:21:18,438
เป็นหรือไม่เป็นประพจน์

232
00:21:18,438 --> 00:21:22,438
เป็นประพจน์นั่นเอง โอเคนะ ก็คือตัวนี้

233
00:21:24,269 --> 00:21:28,269
เดือนสิงหาคม มี 30 วัน เป็นประพจน์

234
00:21:30,673 --> 00:21:34,673
ทีนี้ครูจะให้นักเรียนช่วยกันคิด

235
00:21:35,617 --> 00:21:38,177
ดูนะ

236
00:21:38,177 --> 00:21:42,177
ครูให้มา 4 ข้อนะคะ ในจอนะคะ นักเรียนช่วยกันสิ ว่า

237
00:21:45,674 --> 00:21:49,674
ประโยคต่อไปนี้มันเป็นประโยคอะไรมันเป็นประโยคบอกเล่าประโยคปฏิเสธ

238
00:21:52,990 --> 00:21:56,377
ประโยคขอร้อง ประโยคคำสั่ง หรือเปล่า

239
00:21:56,377 --> 00:21:57,789

240
00:21:57,789 --> 00:21:58,629
นะคะ

241
00:21:58,629 --> 00:22:02,629
แล้วมันหาข้อความจริงได้ไหม ให้นักเรียนดูนะคะ

242
00:22:03,173 --> 00:22:04,713

243
00:22:04,713 --> 00:22:08,174
5 + 5 = 11

244
00:22:08,174 --> 00:22:11,056
หาค่าความจริงได้หรือเปล่า

245
00:22:11,056 --> 00:22:15,056
ค่าความจริงเป็นจริง เป็นเท็จนะคะ หรือว่าตอบไม่ได้ ให้นักเรียน

246
00:22:17,721 --> 00:22:20,350
เขียนประโยคนะคะ

247
00:22:20,350 --> 00:22:24,323
ฝั่งด้านนี้ มาใส่กล่องสี่เหลี่ยมฝั่งขวามือนะลูก

248
00:22:24,323 --> 00:22:26,377
กรอบนี้คือประพจน์

249
00:22:26,377 --> 00:22:28,049
กรอบข้างล่าง

250
00:22:28,049 --> 00:22:31,447
ไม่เป็นประพจน์

251
00:22:31,447 --> 00:22:35,447
คุยกันดูว่าข้อที่ 1 แบบเป็นหรือไม่เป็น

252
00:22:37,268 --> 00:22:41,268
นักเรียกว่าเป็นไหม

253
00:22:41,374 --> 00:22:43,105
ไม่เป็นเหรอ

254
00:22:43,105 --> 00:22:47,105
ถาม ถาม 5 + 5 = 11 มันหาค่าความจริงได้ไหม

255
00:22:50,988 --> 00:22:54,783
มันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ

256
00:22:54,783 --> 00:22:58,783
5 + 5 = 11 จริงหรือเท็จ

257
00:23:02,467 --> 00:23:04,968
5 + 5 ได้เท่าไ

258
00:23:04,968 --> 00:23:08,968
ร ถูกต้องบวก 5 +

259
00:23:09,827 --> 00:23:13,827
5  =10  5+5 =10 ครได้เท่ากับ 11 เพราะฉะนั้นเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

260
00:23:15,541 --> 00:23:17,391
เม่นแคระ

261
00:23:17,391 --> 00:23:20,733
มันเป็นเทปนะคะ แล้วก็

262
00:23:20,733 --> 00:23:22,143
สามารถ

263
00:23:22,143 --> 00:23:26,143
บอกแล้วก็หาค่าความจริงได้มันจะต้องมาอยู่ในกลุ่มไหน

264
00:23:27,077 --> 00:23:30,027
ในกุล่มเท็จ เราก็

265
00:23:30,027 --> 00:23:34,027
ลอกประโยคนี้เลยนะคะ ข้อ 1 มาใส่ตรงนี้มาใส่ช่องแล้วใส่ค่าความจริงเมื่อกี้เราหาได้แล้วค่าความจริงเป็นเท็จนะคะ แล้วก็วงเล็บอย่างประโยคนะคะ วงเล็บหลังประโยคแล้วก็เขียน เท็จ

266
00:23:48,042 --> 00:23:49,833
นะคะ หรือ

267
00:23:49,833 --> 00:23:53,494
ต่อไปนักเรียนจะเห็นสัญลักษณ์ ถ้าเมื่อไหร่

268
00:23:53,494 --> 00:23:57,494
ข้อความนั้น มันมีค่าความจริงเป็นจริง เขาจะใช้สัญลักษณ์ตัว T แท

269
00:23:59,377 --> 00:24:03,097
น ถ้าสมมุติว่าประโยคนี้เป็นจริงปุ๊บ

270
00:24:03,097 --> 00:24:05,277
เขาจะใช้ตัว T เลย

271
00:24:05,277 --> 00:24:09,277
เป็นค่าความจริง แต่ถ้าดูแล้วประโยคนี้มันเป็นเท็จนะคะ มันเป็นที่เขาจะใช้ภาษาอังกฤษตัว

272
00:24:12,389 --> 00:24:16,369
F นะคะ ตัวนี้เขียนแทน

273
00:24:16,369 --> 00:24:19,121
คำภาษาไทยนะคะ

274
00:24:19,121 --> 00:24:20,852
จ

275
00:24:20,852 --> 00:24:24,113
ริงจัว T เท็จ F นะคะ

276
00:24:24,113 --> 00:24:28,113
รู้แล้วนะ ข้อแรกมันจะอยู่ในช่อง

277
00:24:28,156 --> 00:24:32,156
เป็นประพจน์ ค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จนะ เมื่อกี้ที่นักเรียนบอก

278
00:24:37,588 --> 00:24:41,588
ไม่ไม่จริงนะคะ ก็คือเท็จ เพราะว่าฝั่งหนึ่ง 10 อีกฝั่งนึง 11

279
00:24:45,209 --> 00:24:48,868
มันไม่ใช่นะคะ มันไม่ใช่ความจริง

280
00:24:48,868 --> 00:24:50,849
ข้อ 2

281
00:24:50,849 --> 00:24:52,128
ห้าม

282
00:24:52,128 --> 00:24:54,952
ดูประโยคเลยนะ คำน

283
00:24:54,952 --> 00:24:58,952
ี้ ห้ามไปก่อนเลยนะคะ ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ

284
00:25:00,405 --> 00:25:04,405
เป็นประโยคอะไร

285
00:25:04,948 --> 00:25:08,480
ห้าม

286
00:25:08,480 --> 00:25:12,480
ประโยชน์อะไรลูก

287
00:25:13,342 --> 00:25:17,342
ประโยคอะไรเมื่อกี้

288
00:25:21,748 --> 00:25:25,748
ห้ามใช้โทรศัพท์เวลาพบหมอ

289
00:25:26,742 --> 00:25:30,143
คำว่า "ห้าม" นะลูก มันเป็นคำสั่ง

290
00:25:30,143 --> 00:25:34,143
คำสั่ง มันเป็นประโยคปฏิเสธ เพราะฉะนั้น มันจะต้องเป็นหรือไม่เป็นประพจน์นะ

291
00:25:38,801 --> 00:25:42,801
ไม่เป็นประพจน์นะคะ มันจะไม่เป็นประพจน์ เพราะมันไม่ได้อยู่ใน 2 ประโยคนี้ มันไม่ได้อยู่ 2 กลุ่มนี้ คำว่า "ห้าม

292
00:25:46,945 --> 00:25:48,156
" เป็นคำสั่ง

293
00:25:48,156 --> 00:25:49,888
"ห้าม" "ต้อง

294
00:25:49,888 --> 00:25:51,357
" พวกนี้นะคะ

295
00:25:51,357 --> 00:25:55,357
เป็นคำสั่ง

296
00:25:56,883 --> 00:26:00,145
ประโยคที่ 2

297
00:26:00,145 --> 00:26:04,145
เอาไปใส่ในลูก เอาไปใส่ช่องข้างบนหรือช่องนี้

298
00:26:04,700 --> 00:26:08,700
บนหรือล่าง เอามาใส่ช่องข้างล่าง ก็คือไม่เป็นประพจน์

299
00:26:10,268 --> 00:26:12,972
เมื่อไหร่ก็ตามที่มันไม่เป็นประพจน์

300
00:26:12,972 --> 00:26:14,631
มันจะ

301
00:26:14,631 --> 00:26:18,631
หาค่าความจริงก็คือตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น นักเรียนก็

302
00:26:20,273 --> 00:26:24,273
ค่าความจริงคือตอบไม่ได้ตรงนี้มาใส่วงเล็บนะคะ ข้างหลังประโยคหลังจากที่เขียนลงไปแล้วนะคะ เอาค่าความจริงตรงนี้ ที่ว่าตอบไม่ได้นี่ มาต่อท้ายประโยคนี้ โอเคไหม

303
00:26:31,937 --> 00:26:33,213

304
00:26:33,213 --> 00:26:34,815
ข้อ 3

305
00:26:34,815 --> 00:26:38,815
ครูเชาวนีสอนวิชาคณิตศาสตร์

306
00:26:39,688 --> 00:26:41,669
จริงไหมลูก

307
00:26:41,669 --> 00:26:45,669
ครูเชาวนี ครูปิ๊ก นี่ สอนวิชาคณิตศาสตร์ใช่ไหม

308
00:26:47,445 --> 00:26:51,445
ใช่ มันหาค่าความจริงได้มันเป็นจริง

309
00:26:53,085 --> 00:26:54,495
เพราะฉะนั้น

310
00:26:54,495 --> 00:26:57,505
อยู่ไหนคะ ประพจน์หรือไม่เ

311
00:26:57,505 --> 00:26:59,617
ป็นประพจน์  ถูกต้อง

312
00:26:59,617 --> 00:27:03,617
ประโยคนี้นะคะ มาใส่ช่องประพจน์แล้วใส่ค่าความจริงเป็น

313
00:27:05,960 --> 00:27:08,718
นะคะ ก็คือตัว

314
00:27:08,718 --> 00:27:10,318
T สุดท้าย

315
00:27:10,318 --> 00:27:11,667

316
00:27:11,667 --> 00:27:15,667
ช่วย ประโยคที่ 4 ช่วยยกของให้ครูหน่อย คำว่า "ช่วย" เป็นประโยคอะไร

317
00:27:19,162 --> 00:27:23,162
ประโยคขอร้อง ถามว่าขอร้องนะคะ

318
00:27:24,153 --> 00:27:28,153
มันใช่ไหม นี่

319
00:27:28,195 --> 00:27:32,195
ขอร้องมันอยู่นี่ แสดงว่าถ้าเป็นประโยคขอร้อง

320
00:27:33,199 --> 00:27:37,199
ไม่ใช่ประพจน์แล้วถูกไหม พอไม่ใช่ประพจน์นะคะ มันหาค่าความจริงไม่ได้

321
00:27:40,370 --> 00:27:44,370
ลูกเอาไปใส่ช่องไหน บนหรือล่าง

322
00:27:45,505 --> 00:27:49,505
ไม่เป็นประพจน์นะคะ พอไม่เป็นประพจน์ ค่าความจริง ก็คือตอบไม่ได้ โอเคนะ เดี๋ยวนักเรียนนะคะ

323
00:27:56,851 --> 00:27:57,810
เอา

324
00:27:57,810 --> 00:28:01,810
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัดอันนี้ ใส่ลงไปในสมุดของตัวเอง อันนี้เข้าใจไหมคะ

325
00:28:03,774 --> 00:28:05,628
ที่ครูอธิบายเข้าใจเน

326
00:28:05,628 --> 00:28:09,628
ะ ให้เลือกนะคะ ประโยคทางซ้ายมือนี่ 4 ประโยคนี้

327
00:28:10,174 --> 00:28:13,315
เอามาใส่ในช่องกรอบนี้ให้ถูกต้อง

328
00:28:13,315 --> 00:28:14,605
โอเคไหม

329
00:28:14,605 --> 00:28:18,605
เวลานักเรียนเขียนนะคะ ให้นักเรียนเขียนตั้งแต่ข้างบนลงมาข้างล่าง เสร็จแล้วประพจน์ตรงนี้

330
00:28:22,871 --> 00:28:26,871
สมุดน่ะ ลูกอาจจะเขียนไม่พอ ให้ลูกเลื่อนนะคะ กรอบนี่ลงมาต่อท้าย

331
00:28:29,535 --> 00:28:32,621
มาต่อท้ายนะ แล้วก็เขียนประโยคลงไปใส่

332
00:28:32,621 --> 00:28:36,621
โอเค เข้าใจนะคะ ถามไหม มีใครสงสัยหรือเปล่า

333
00:28:36,835 --> 00:28:40,835
โอเคเริ่มทำกันเลยนะคะ

334
00:57:19,389 --> 00:57:23,389
ลูก ๆ คะ ตัวนี้ประโยค ใน จอ นะคะ เปิดเฉลยให้แล้ว

335
00:57:26,265 --> 00:57:28,186
คนตอบถูกไหม

336
00:57:28,186 --> 00:57:30,118
ตอบถูกหรือเปล่า

337
00:57:30,118 --> 00:57:34,118
ดูนะคะ ตัวนี้คือตัวที่ลูก ๆ ได้ฝึกแล้วก็ช่วยกันคิดแต่โจทย์ที่ครูปิ๊ก เขียนบนกระดานนะคะ มีทั้งหมดอยู่ 10 ข้อด้วยกัน ครูจะให้นักเรียนออกมา

338
00:57:43,124 --> 00:57:44,023
ออกมา

339
00:57:44,023 --> 00:57:45,315

340
00:57:45,315 --> 00:57:49,315
ทำ ทำทีละคน ทำทีละคนนะคะ มีทั้งหมดอยู่ 10 ข้อ เรามีอยู่ 4 คน เพราะฉะนั้น ครูปิ๊กจะแบ่ง

341
00:57:53,705 --> 00:57:56,268
ให้คนละ 3 ข้

342
00:57:56,268 --> 00:57:58,827
อ ไม่ใช่สิ

343
00:57:58,827 --> 00:58:02,827
2 คนได้ 3 อีก 2 คนได้ 2 ข้อนะคะ

344
00:58:04,079 --> 00:58:07,805
อยู่ไหน

345
00:58:07,805 --> 00:58:11,714
ดูที่กระดานนะคะ ดูตัวอย่างก่อน

346
00:58:11,714 --> 00:58:14,275
ประโยคที่ครูปิ๊กให้มา

347
00:58:14,275 --> 00:58:18,275
1. นะคะ วันนี้เป็นวันอะไร

348
00:58:18,697 --> 00:58:19,791

349
00:58:19,791 --> 00:58:23,791
ดูนะคะ ดูพี่ล่ามนะคะ แล้วก็ดูภาษามือ เขาถามว่าวันนี้เป็นวันอะไร

350
00:58:26,583 --> 00:58:30,583
มันหาคำตอบได้ไหม ลูก

351
00:58:32,215 --> 00:58:36,215
มันตอบเป็นวันนะคะ จันทร์ วันอังคาร วันพุธ มันไม่ได้ตอบว่าจริงหรือไม่จริงใช่ไหม

352
00:58:42,023 --> 00:58:43,445
เพราะฉะนั้น

353
00:58:43,445 --> 00:58:46,836
อันนี้ค่าความจริงเป็นอะไรคะ

354
00:58:46,836 --> 00:58:49,338
พี่อายออกมาเขียน

355
00:58:49,338 --> 00:58:53,338
ข้อ 1

356
00:59:03,122 --> 00:59:07,122
เพื่อน ๆ ดูนะ ว่าอายทำถูกหรือเปล่า

357
00:59:19,218 --> 00:59:22,358
ใช่ พี่อายบอกว่า

358
00:59:22,358 --> 00:59:26,358
ค่าความจริงตอบไม่ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ความจริงตอบไม่ได้ มันไม่

359
00:59:28,902 --> 00:59:30,371
เป็นประพจน์

360
00:59:30,371 --> 00:59:34,371
ตอบได้ทันทีเลยนะคะ ว่าไม่เป็นประพจน์

361
00:59:47,236 --> 00:59:51,236
ทีนี้ดูข้อ 2 นะคะ ให้อายทำต่อไป ข้อ 2 นักเรียนดูนะคะ ประโยคนี้

362
00:59:54,477 --> 00:59:58,477
ว้าว สวยจัง

363
00:59:58,842 --> 01:00:01,719
มันหาคำตอบได้ไหม

364
01:00:01,719 --> 01:00:05,719
หาคำตอบได้ไหมอาย ตอบไม่ได้นะคะ

365
01:00:14,294 --> 01:00:18,294
เป็นหรือไม่เป็นประพจน์ลูก

366
01:00:24,611 --> 01:00:28,611
ต่อไปข้อที่ 3 ของอายนะคะ

367
01:00:30,703 --> 01:00:34,703
ทำข้อนี้นะลูก 1 ปี มี 12 เดือน

368
01:00:36,975 --> 01:00:40,825
1 ปี มี 12 เดือน จริงหรือเปล่า

369
01:00:40,825 --> 01:00:42,546
จริงไหม

370
01:00:42,546 --> 01:00:46,546
หาคำตอบได้ไหมลูก 1 ปี มี 12 เดือนจริงหรือเปล่า

371
01:00:47,040 --> 01:00:51,040
จริงไหมคะอาย จริง เพราะฉะนั้น ค่าความจริง ก็คือจริงนะคะ

372
01:00:53,902 --> 01:00:57,902
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราหาค่าความจริง

373
01:00:59,029 --> 01:01:02,996
ได้นะคะ หาค่าความจริงได้ มันก็คือ

374
01:01:02,996 --> 01:01:06,996
ประพจน์นะคะ ประโยคนี้เป็นประพจน์

375
01:01:07,481 --> 01:01:11,481
เก่งมากนะคะ อาบตอบถูกทั้ง 3 ข้อเลย ปรือมือให้เพื่อนหน่อย

376
01:01:12,872 --> 01:01:16,872
ต่อมาเชิญค่ะ ออกมา ผู้โชคดีได้ 3 ข้อ

377
01:01:22,417 --> 01:01:26,417
ดูนะ ประโยคนี้นะคะ ห้ามใช้โทรศัพท์

378
01:01:29,985 --> 01:01:33,985
เวลาไปพบหมอ

379
01:01:35,380 --> 01:01:38,903
ตอบได้ไหม

380
01:01:38,903 --> 01:01:42,903
ตอบได้ไหมคะ ออกมาเขียนเลย

381
01:01:53,910 --> 01:01:57,910
อายดูของตัวเองด้วยนะคะ ที่เฉลย ว่าถูกไหมนะคะ

382
01:01:59,221 --> 01:02:03,221
ให้ตรวจของตัวเอง ใช้ปากกาแดงตรวจได้เลยนะคะ

383
01:02:05,697 --> 01:02:09,489
เมื่อมันตอบไม่ได้ มันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ลูก

384
01:02:09,489 --> 01:02:13,489
ไม่เป็นประพจน์ ถูกต้อง

385
01:02:29,478 --> 01:02:33,478
ข้อที่ 2 นะคะ ของหนูนะลูก ข้อที่... ข้อนี้นะ

386
01:02:36,404 --> 01:02:38,379
ดูนะ ยังไม่เสร็จนะ

387
01:02:38,379 --> 01:02:42,379
10 x 2 = 20

388
01:02:46,586 --> 01:02:50,586
ค้นหาคำตอบได้ไหม ลูก มันจริงหรือไม่จริง 10 x 2 เป็นเท่าไรคะ

389
01:03:05,885 --> 01:03:09,885
คูณ ไม่ใช่บวก คูณลูกคูณ การคูณ 10  2 เป็นเท่าไหร่

390
01:03:21,392 --> 01:03:25,392
ให้นะเป็น 20 x 2 = 20

391
01:03:26,907 --> 01:03:29,339
จริงหรือไม่จริง

392
01:03:29,339 --> 01:03:30,822
จริงไหมลูก

393
01:03:30,822 --> 01:03:34,822
จริง เขียนลงไป

394
01:03:45,562 --> 01:03:49,562
เมื่อมันมีค่าความจริง เพราะฉะนั้น เป็นหรือไม่เป็นประพจน์ ถูกต้องนะคะ เป็นประพจน์

395
01:04:16,456 --> 01:04:20,456
ขอสุดท้ายของหนูและลูก 9

396
01:04:22,685 --> 01:04:25,562
ดู ดูพี่ล่าม 9 เป็นจำนวนคี่

397
01:04:25,562 --> 01:04:27,744
9 เป็นจำนวนคี่

398
01:04:27,744 --> 01:04:31,744
ค่าความจริงคืออะไร

399
01:04:31,852 --> 01:04:34,932
จำนวนคี่นะคะ

400
01:04:34,932 --> 01:04:38,932
9 นี่ เป็นจำนวนคี่ใช่ไหม

401
01:04:45,188 --> 01:04:48,843
9 มันหาคู่ไม่มีใช่ไหมลูก เพราะว่า

402
01:04:48,843 --> 01:04:52,372
ลูกเอามือเอานิ้วมือขึ้นมาทั้งหมด 9 นิ้วใช่ไหม

403
01:04:52,372 --> 01:04:56,372
ลูกก็สามารถจับคู่ให้มันได้ละทีละ 2 นะ อันนี้ได้ 1 แล้วนะ 2 3 4 มีอยู่ 4 คู่ แต่อีกนิ้วหนึ่งมันเหลืออยู่ลูก

404
01:05:05,061 --> 01:05:09,061
มันไม่มีคู่เพราะฉะนั้นมันเป็นจำนวนคี่

405
01:05:09,105 --> 01:05:11,987
จริงหรือไม่จริง

406
01:05:11,987 --> 01:05:15,987
จริงหรือไม่ จริง นะคะ มาเขียน

407
01:05:37,887 --> 01:05:41,887
ไม่ต้องตื่นเต้น ให้เพื่อนเขียนเสร็จก่อน ออกมาเลย

408
01:05:50,003 --> 01:05:54,003
เก่งมากลูก ไป นั่งที่นะคะ ดูพี่ล่ามดี ๆ นะ

409
01:05:54,678 --> 01:05:57,307
ประโยคนี้

410
01:05:57,307 --> 01:06:00,448
ใคร

411
01:06:00,448 --> 01:06:04,448
ใครลืมกระเป๋า

412
01:06:09,552 --> 01:06:13,552
ตอบเป็นจริงหรือไม่จริงได้ไหม

413
01:06:15,255 --> 01:06:16,726
อันไหนลูก

414
01:06:16,726 --> 01:06:19,172
จริงไม่จริง

415
01:06:19,172 --> 01:06:21,469
ตอบไม่ได้ อันไหน

416
01:06:21,469 --> 01:06:25,469
ใครลืมกระเป๋า

417
01:06:25,773 --> 01:06:29,773
มันเป็นประโยคคำถามนะคะ เป็นประโยคคำถาม เราต้องตอบมีใครนะคะ

418
01:06:34,418 --> 01:06:38,418
อาจจะเป็นของอายนะคะ หรือเป็นของบิว

419
01:06:38,909 --> 01:06:42,909
หรืออาจจะเป็นของครูปิ๊ก เป็นของใครก็ได้ เพราะฉะนั้น เราตอบไม่ได้ว่ามันเป็นจริงหรือมันไม่จริง

420
01:06:44,866 --> 01:06:48,014
ใครลืมกระเป๋า เราจะเลือกอันไหน

421
01:06:48,014 --> 01:06:52,014
จริง แท้ ตอบไม่ได้ อันไหนลูก

422
01:06:52,496 --> 01:06:56,496
ตอบไม่ได้นะคะ เขียน

423
01:07:11,283 --> 01:07:15,283
เมื่อไหร่ก็ตาม เมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริงมันตอบไม่ได้นะลูก

424
01:07:18,394 --> 01:07:22,394
เมื่อไหร่ก็ตามที่มันตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันจะไม่เป็นประพจน์ใช่ไหม

425
01:07:25,770 --> 01:07:29,770
มีทาง... มีทางเลือกอยู่ทางเดียวเท่านั้น ถ้าตอบไม่ได้ ก็คือไม่เป็นประพจน์นะคะ

426
01:07:34,222 --> 01:07:36,024
อันนี้ตอบได้แล้วนะ

427
01:07:36,024 --> 01:07:40,024
ไม่เป็นประพจน์นะคะ เดี๋ยวมาเขียนลงไปเลย

428
01:08:01,224 --> 01:08:04,554
ข้อต่อมานะคะ

429
01:08:04,554 --> 01:08:08,554
1 สัปดาห์ ดูนะ 1 สัปดาห์ มี 7 วัน

430
01:08:15,889 --> 01:08:19,889
1 สัปดาห์ มี 7 วัน ถามว่าค่าความเป็นจริง เท็จ หรือต่อไม่ได้

431
01:08:27,760 --> 01:08:31,760
ตอบอะไรลูก ตอบไม่ได้เลยเหรอ จะตอบอะไร

432
01:08:40,697 --> 01:08:44,697
จริงนะคะ เป็นจริง ก็เอาเขียนลงมาตรงนี้

433
01:08:52,377 --> 01:08:56,377
เมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ มันก็คือประพจน์นะ

434
01:08:59,683 --> 01:09:03,683
เขียนลงไปเลย

435
01:09:07,888 --> 01:09:11,159
บิว ต่อไปของบิวแล้วลูก

436
01:09:11,159 --> 01:09:13,143
เหลืออีก 2 ข้อสุดท้าย

437
01:09:13,143 --> 01:09:16,357
บิวจะต้องเป็นคนทำนะ

438
01:09:16,357 --> 01:09:20,357
เชิญค่ะ

439
01:09:20,839 --> 01:09:24,839
ดูพี่ล่าม ดูพี่ล่าม ดูประโยคนี้นะคะ

440
01:09:25,771 --> 01:09:29,771
ไปเดินเล่นกันไหม

441
01:09:36,425 --> 01:09:40,425
มันจะตอบว่าอะไร ตอบว่าจริง มีเพื่อนมาชวน ไปเดินเล่นกันไหม

442
01:09:44,242 --> 01:09:45,973
จริง เท็จ

443
01:09:45,973 --> 01:09:47,323
อันนนี้เหรอ

444
01:09:47,323 --> 01:09:48,606
ใช่ไหม

445
01:09:48,606 --> 01:09:52,127
หรือว่าตอบไม่ได้

446
01:09:52,127 --> 01:09:56,127
ภาษามือสิลูก ไม่ชี้ เดี๋ยวพี่ตอบไม่ได้ มีคำว่าจริง เท็จ กับตอบไม่ได้ อันไหน

447
01:10:04,508 --> 01:10:08,508
มาชี้ก็ได้ ตัวไหน ตัวไหน จริง เท็จ กับตอบไม่ได้

448
01:10:11,105 --> 01:10:13,676
ถูกไหมเพื่อน ๆ ถูกไหม

449
01:10:13,676 --> 01:10:17,007

450
01:10:17,007 --> 01:10:19,950
ไม่ถูก อายช่วยเพื่อนหน่อยมันคืออะไร ลูก

451
01:10:19,950 --> 01:10:23,425
ไปเดินเล่นกันไหมมีค่าความจริงไหม

452
01:10:23,425 --> 01:10:27,425
ครูให้เลือกอยู่ 3 ข้อ จริงเท็จตอบไม่ได้อันไหนคะ

453
01:10:29,188 --> 01:10:33,188
อันแรกผิดอันที่ 2 คือเหตุอันที่ 3 คือตอบไม่ได้ประโยคนี้ไปเดินเล่นกันไหม

454
01:10:42,002 --> 01:10:46,002
อันไหน เออ ตอบไม่ได้ ไป ไปเขียน

455
01:10:48,930 --> 01:10:52,930
อายต้องช่วยอธิบายเรื่องของประโยคนะคะ ให้เพื่อนด้วยนะลูก

456
01:11:12,342 --> 01:11:16,342
เมื่อตอบไม่ได้ปุ๊บ มันก็คือไม่เป็นประพจน์นะคะ

457
01:11:52,732 --> 01:11:56,732
ข้อสุดท้ายนะคะ ข้อสุดท้ายแล้ว

458
01:11:58,296 --> 01:12:02,296
ดูพี่ล่าม ดูพี่ล่าม ประโยคนี้ ช่วย

459
01:12:02,337 --> 01:12:06,337
เปิดประตูด้วย

460
01:12:11,703 --> 01:12:15,703
มันเป็นประโยคอะไร ช่วยนนะลูก ช่วย คำว่าช่วยประโยคขอร้อง เพราะฉะนั้น

461
01:12:17,989 --> 01:12:21,701
เลือกอันไหนคะ มันมีค่าความจริงไหม

462
01:12:21,701 --> 01:12:25,701
มีค่าความจริงหรือเปล่า

463
01:12:28,367 --> 01:12:32,367
ถูกต้องนะคะ ตอบไม่ได้

464
01:12:33,558 --> 01:12:37,558
มันเป็นประโยคขอร้องนะคะ เป็นประโยคขอร้อง

465
01:12:52,661 --> 01:12:56,661
เมื่อมันตอบไม่ได้ปุ๊บ มันตอบไม่ได้ปุ๊บเลยนะลูก คือ หาคำตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันจะไม่เป็นประพจน์นะคะ มันจะไม่เป็นเลย

466
01:13:05,229 --> 01:13:07,341
เพราะฉะนั้น เขียน

467
01:13:07,341 --> 01:13:11,341
มันไม่เป็นประพจน์มาต่อประโยคนี้นะคะ

468
01:13:12,794 --> 01:13:16,794
หมดแล้ว วันนี้เราทำแบบฝึกนะคะ จากที่ช่วยกันคิด แล้วก็ที่ลูก ๆ ออกมาเขียน

469
01:13:23,179 --> 01:13:26,890
อันนี้เป็นประโยคง่าย ๆ นะคะ

470
01:13:26,890 --> 01:13:30,890
นักเรียนสงสัย มีคำถามไหมคะ

471
01:13:31,310 --> 01:13:33,173
มีคำถามไหม

472
01:13:33,173 --> 01:13:34,773
เข้าใจไหม

473
01:13:34,773 --> 01:13:37,985
เข้าใจนะ เข้าใจมากหรือน้อยลูก

474
01:13:37,985 --> 01:13:41,985
เข้าใจ เข้าใจนี่ ไม่รู้ว่ามากหรือน้อยใช่ไหม อันนี้เป็นเราเรียนมานะสำหรับเราคงเข้าใจนะคะ

475
01:13:45,613 --> 01:13:49,613
บางทีเราเรียนภาษาไทยมาเราไม่ได้เรียนเรื่องของโครงสร้างประโยคต่าง ๆ

476
01:13:50,925 --> 01:13:52,728
บางครั้งภาษามือ

477
01:13:52,728 --> 01:13:56,728
การเขียนประโยคนะคะ มันอาจจะไม่เหมือนกันลูกต้องมาอ่านแล้วทำความเข้าใจกับประโยคที่ครูเขียน ครูก็พยายามเขียนประโยคที่มันสั้น ๆ นะคะ เพื่อที่จะให้นักเรียนเข้าใจ

478
01:14:07,138 --> 01:14:11,138
วันนี้เรามาสรุปกันเลยนะคะ  ความหมายของประพจน์

479
01:14:12,532 --> 01:14:16,532
นะ วัตถุประสงค์ข้อแรกของเรา จากที่เราเรียนนะคะ จากที่เราเรียนมา

480
01:14:18,043 --> 01:14:19,833
อย่าเพิ่งเขียนลูก

481
01:14:19,833 --> 01:14:23,833
ดูนะคะ อย่าเพิ่งเขียนนะ วันนี้จากที่เราเรียนมา เรื่องของประพจน์นะคะ

482
01:14:26,497 --> 01:14:30,497
ความหมายก็คืออะไร ประพจน์นะคะ คือ ประโยค

483
01:14:32,068 --> 01:14:36,068
หรือว่าข้อความก็ได้นะคะ ชื่อในรูปของประโยคบอกเล่า

484
01:14:37,198 --> 01:14:39,498
หรือประโยคปฏิเสธ

485
01:14:39,498 --> 01:14:43,498
ที่มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จ อย่างใดอย่างหนึ่งนะคะ

486
01:14:47,453 --> 01:14:51,422
อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ อันนี้คือความหมายของประพจน์

487
01:14:51,422 --> 01:14:52,703
ทีนี

488
01:14:52,703 --> 01:14:55,909
้มันก็ส่งข้อที่ 2 ที่ครูให้ลูก ๆ

489
01:14:55,909 --> 01:14:59,909
จำแนกมาคะหนูก็บอกว่าประโยคนี้เป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ได้ ที่ลูก ๆ ทำแบบฝึกมา

490
01:15:04,561 --> 01:15:08,561
ในตัวอย่างที่ครูพาทำนี่ 4 ข้อนะคะ ที่อยู่ใน

491
01:15:09,245 --> 01:15:12,833
บนกระดาน 10 ข้อ

492
01:15:12,833 --> 01:15:14,754
นักเรียนพอเข้าใจไหม

493
01:15:14,754 --> 01:15:15,714
ว

494
01:15:15,714 --> 01:15:17,765
่าวิธีการ

495
01:15:17,765 --> 01:15:21,765
สรุปว่ามันเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์นะคะ มีอยู่ 2 ขั้นตอนแค่นั้นเองลูก

496
01:15:24,370 --> 01:15:27,385
ลูกจะต้องไปดูโครงสร้างของประโยคนะคะ

497
01:15:27,385 --> 01:15:30,585
เป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ

498
01:15:30,585 --> 01:15:32,896
ถ้าเป็นประโยชน์อย่างอื่นปุ๊บ

499
01:15:32,896 --> 01:15:36,896
ไม่ใช่ประพจน์แล้ว ตัดออกไปเลย

500
01:15:37,381 --> 01:15:41,381
แต่ทีนี้ถ้ามันเป็นประโยคบอกเล่า หรือเป็นประโยคปฏิเสธนะคะ มีค่าความจริง

501
01:15:45,780 --> 01:15:49,572
มีอยู่ 2 ค่า เท่านั้น ก็คือเป็นจริงห

502
01:15:49,572 --> 01:15:53,572
รือเป็นเท็จอ สรุปได้เลยว่ามันเป็นประพจน์นะคะ

503
01:15:54,888 --> 01:15:58,888
เข้าใจนะ นักเรียนให้นักเรียนเขียนคำตอบนะคะ

504
01:16:00,913 --> 01:16:04,913
บนกระดานลงไปในสมุดของตัวเอง เสร็จแล้วก็บันทึกสรุปความหมายของประพจน์นะคะ ลงไป

505
01:16:08,610 --> 01:16:12,610
สมุดของตัวเอง

506
01:16:14,254 --> 01:16:17,006
โอเคนะ

507
01:16:17,006 --> 01:16:21,006
เชิญค่ะ

508
01:33:07,701 --> 01:33:11,701
ค่ะ ลูกคะ วันนี้เวลาหมดแล้วนะคะ เดี๋ยวไปเรียนวิชาของคุณครูอะไรเอ่ย

509
01:33:17,212 --> 01:33:20,225
ต่อไปเรียนวิชาของใคร

510
01:33:20,225 --> 01:33:21,632
วิชาอะไรลูก

511
01:33:21,632 --> 01:33:23,104
ต่อไปเล่นกับใคร

512
01:33:23,104 --> 01:33:27,104
กับครูกิ๊ฟ นะคะ  โอเค

513
01:33:35,741 --> 01:33:39,741
ลูกเวลาหมดแล้ว เดี๋ยวเก็บของก่อนนะคะ

514
01:33:41,562 --> 01:33:44,903
เก็บของให้เรียบร้อย

515
01:33:44,903 --> 01:33:47,333
เก็บเก้าอี้

516
01:33:47,333 --> 01:33:51,333
เก็บโต๊ะนะคะ ให้เป็นระเบียบ

517
01:33:51,628 --> 01:33:55,628
แล้วเจอกันอีกครั้งสัปดาห์ต่อไปนู่นเลยนะคะ สัปดาห์หน้าครูไม่อยู่นะคะ คุณครูไม่อยู่ เพราะฉะนั้น สัปดาห์ต่อไปอีกนะคะ แล้วเพื่อน ๆ ก็กลับมาจากแข่งกีฬาเรียบร้อยแล้วนะ

518
01:34:06,625 --> 01:34:10,625
เดี๋ยวเรามาเรียนด้วยกัน

519
01:34:12,459 --> 01:34:16,459
โอเค ขอบคุณค่ะ

520
01:34:16,641 --> 01:34:20,641
ขอบคุณน้องล่ามมากนะคะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

