--- title: ท31101 ภาษาไทย 1 (ม.4/2) 200966 subtitle: date: วันพุธที่ 20 กันยายน 2566 เวลา 10.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์จักรพงศ์) ครับ สวัสดีครับ สวัสดีพี่ล่ามอีกครั้งนะครับ สวัสดีนักเรียนชั้นม 4/2 นะครับ มีคนไหนไม่สบายไหมครับ มีไหม 1 คน ไปรับยาที่เรียนพยาบาลอยู่ โอเค ถ้าใครรู้สึกไม่สบายอย่างไรบอกคุณครูได้เลยนะครับ นะครับ เนื้อหาที่ครูจะสอนในวันนี้ เป็นเนื้อหาที่เราเคยเรียนผ่านมาแล้ว แล้ววันนี้เราจะมาทบทวนกันอีกครั้งหนึ่ง นักเรียนเวลาที่คุณครูสอนนะครับ นักเรียนจะต้องดูพี่ล่ามนะครับ ต้องดูพี่ล่ามใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน ถ้าคุณครูสอนเสร็จแล้ว แล้วคุณครูจะอนุญาตให้นักเรียนลอกตามที่ PowerPoint สไลด์ที่คุณครูให้ตามหน้าจอเลยนะครับ ต้องรอสัญญาณจากคุณครูก่อนนะ นักเรียนค่อยจะเขียนได้นะครับ เพราะว่าถ้านักเรียนไม่ดูพี่ล่าม นักเรียนจะไม่เข้าใจเลย โอเค นะครับ สำหรับเนื้อหา คุณครูจะสอนเรื่องความสำคัญความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับการเขียนนะครับ การเขียนนะครับ เป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษร ถ่ายทอดความรู้ ความรู้สึก อารมณ์ ประสบการณ์ของผู้เขียนไปสู่ผู้อ่าน ทักษะการเขียน เป็นทักษะที่เป็นทั้งศิลปศาสตร์นะครับ กล่าวคือ การเขียนต้องใช้ภาษาที่ไพเราะ ปราณีต สื่อได้ทางอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ต้องใช้ศิลปะ ที่กล่าวว่าเป็นศาสตร์ เพราะการเขียนทุกชนิด ต้องประกอบด้วย ความรู้ หลักการ และวิธีการครับผม เดี๋ยวให้นักเรียนจดลงในสมุดเลยนะครับ ต่อไปนะครับ ต่อไปจะเป็นเรื่องของความสำคัญของการเขียนนะครับ ต่อไปนะครับ จะเป็นเรื่องของความสำคัญของการเขียนนะครับ การเขียนมีความสำคัญสำหรับมนุษย์นะครับ ยิ่งในโลกปัจจุบันนี้นะครับ เจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วนะครับ การเขียนก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งสามารถสรุปความสำคัญของการเขียน ได้ดังนี้นะครับ 1. การเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง ข้อที่ 2 การเขียนเป็นการแสดงออก ซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์ ข้อที่ 3 การเขียนเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคี และความเจริญรุ่งเรือง ในทางตรงกันข้ามนะครับ การเขียนก็เป็นบ่อนทำลายได้เช่นกันนะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนเขียนความสำคัญของการเขียนลงในสมุดได้เลยนะครับ ต่อไปนะครับ จะเป็นจุดประสงค์ จุดมุ่งหมายของการเขียน จุดมุ่งหมายของการเขียนนะครับ การเขียนจะบรรลุผลตามวัตถุประสงค์หรือไม่นั้นนะครับ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ก็คือการเขียนจะต้องมีจุดมุ่งหมาย ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้ ข้อที่ 1 การเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง การเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง เป็นการนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็นข้อเขียน เช่น การเขียนเล่าประวัติ ข้อที่ 2 การเขียนเพื่ออธิบาย การเขียนเพื่ออธิบาย เป็นการเขียนเพื่อชี้แจงอธิบายวิธีใช้ วิธีทำ ขั้นตอนการทำ เช่น อธิบายการใช้เครื่องมือต่าง ๆ นะครับ เรียนพอจะเข้าใจไหมครับ นักเรียนมีอะไรสงสัยจะถามครูได้นะครับ เข้าใจไหม เข้าใจไหมครับ ถ้าอย่างนั้นเข้าใจแล้ว นักเรียนเขียนลงในสมุดได้เลยครับ ต่อไปนะครับ เป็นข้อที่ 3 นะครับ ข้อที่ 3 นะครับ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น เป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์ วิจารณ์ แนะนำ หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ ข้อที่ 4 การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจนะครับ เป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์ที่จะชักจูง โน้มน้าวใจให้ผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอนะครับ ข้อที่ 5 นะครับ การเขียนเพื่อกิจธุระ เป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ การเขียนชนิดนี้ จะมีรูปแบบการเขียนและลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันไป ตามประเภทของการเขียนนะครับ มีนักเรียนคนไหนสงสัยไหมครับ ที่คุณครูพูดไป ทั้งข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ถ้าสงสัยถามได้เลยนะครับ ผมไม่ได้ยินพี่ล่ามเลยครับ (ล่าม) ค่ะ อาจารย์ได้ยินไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ใจเย็น ๆ (ล่าม) ค่ะ ไดเยินไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคนะครับ ถ้าอย่างนั้นนักเรียนลอกลงในสมุดได้เลยครับ ต่อไปนะครับ จะเป็นมารยาทในการเขียนนะครับ มารยาทในการเขียนนะครับ มารยาทในการเขียนจะมีทั้งหมด 5 ข้อนะครับ เดี๋ยวครูจะอธิบายให้เป็นข้อ ๆ นะ ข้อที่ 1 นะครับ ใช้ถ้อยคำสุภาพ ไพเราะ หลีกเลี่ยงคำหยาบนะครับ ไม่ใช่อารมณ์ ความรู้สึกส่วนตน หรืออคตินะครับ วิจารณ์ผู้อื่นจนปราศจากเหตุผล จนทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย และสังคมแตแยกนะครับ ข้อที่ 2 เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริงนะครับ ได้ศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบว่าถูกต้องแล้วนะครับ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของงานเสียก่อนนะครับ ให้นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยนะครับ โอเคนะครับ เดี๋ยวเราค้างไว้ที่ข้อ 2 ก่อนนะครับ เดี๋ยวเราค่อยมาต่อกัน ในชั่วโมงหน้านะ อากาศวันนี้ถึงเวลาพักกลางวันของนักเรียนแล้ว เดี๋ยวอย่างไรเดี๋ยวลงไปกินข้าวนะครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ ครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]