ได้นะคะ ทุกช่องทางของสื่อรัฐสภาค่ะ รัฐสภาทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภารับสัญญาณภาพและเสียง AM 1,071 และโทรทัศน์รัฐสภา ทาง www.tpchannel.org และทาง Application TPChannel แอปพลิเคชันได้ทั้งระบบ Android และ iOS TPchannel ร่วมกันของรัฐสภานะคะ ทุกคนก้จะได้รับชมร่ก็คือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 นะคะ ประชุมร่วมกันของรัฐสถาพร้อมแล้ว มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานที่ในที่ประชุม ติดตามพร้อมกันเลยค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอขอบคุณท่านสมาชิกมากครับ ที่มาวันนี้เราครบองค์ประชุม ตรงตามเวลาที่เรานัดหมายไว้นะครับ 3 โมงครึ่งนะครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ ผมมีเรื่องที่จะแจ้งให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ 2-3 เรื่องนะครับ เพื่อประโยชน์ของการประชุมของเรานะครับ ในประการแรก ผมได้มาทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมรัฐสภาในวันนี้เป็นครั้งแรก ผมจึงอยากจะเรียนต่อท่านสมาชิกว่าผมจะทำหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภา และประธานที่ประชุมอย่างเป็นกลางและจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของประชาชน ประเทศชาติ และเกียรติ และศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติ และรัฐสภาของเราครับ แต่อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ของผมอาจจะขาดตกบกพร่องไปบ้าง ผมพร้อมที่จะรับความคิดเห็น การติชม ของท่านสมาชิกตลอดเวลาครับ ท่านสามารถจะเรียนผมได้ตลอดเวลาครับ ถ้ามีโอกาส ท่านสามารถจะเรียกผมได้ตลอดเวลาที่เราได้มีโอกาสจะได้พบปะกันนะครับ ก็ไม่มีผู้ใดที่จะไม่มีความบกพร่องเลยนะครับ ในการเกิด เพราะเราก็เป็นมนุษย์แต่อย่างไรก็ตามครับ การประชุมของเรา จะมีประสิทธิภาพ และสมบูรณ์ตามที่ประชาชนเขาคาดหวังไว้ เราคงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะท่านสมาชิกที่เข้าประชุม วิป และเจ้าหน้าที่ของสภานะครับ เจ้าหน้าที่ของทุกท่าน สภาด้วยนะครับ จะทำให้เราทำงานมีประสิทธิภาพตามความคาดหมายของพี่น้องประชาชนครับ ครับ ในเบื้องต้นก็ขอเรียนเพียงเท่านี้ก่อนครับ ในประการที่ 2 ครับ รับทราบเรื่องจะมีการถ่ายทอดสดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2563 ครับ ข้อ 9 กำหนดให้ประชุมรัฐสภานั้น ให้เป็นการเปิดเผย และให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม เพื่อให้ประชนได้รับอย่างทั่วถึง ดังนั้นนะครับ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบการประชุมร่วมกันของรัฐสภาอย่างทั่วถึง ทางรัฐสภาจึงอนุญาตให้สถานีวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ของรัฐสภา ในฐานะสื่อของฝ่ายนิติบัญญัติ ดำเนินการร่วมกันของรัฐสภาทุกครั้งนะครับ และอนุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์นำสัญญาณการออกอากาศดังกล่าว ไปเผยแพร่ทุกครั้งเช่นเดียวกัน ที่มีประชุมครั้งที่สำคัญนะครับ และอนุญาตให้องค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะของประเทศไทย สสท. นะครับ ได้ร่วมถ่ายทอดสดการประชุมในครั้งนี้ด้วยนะครับ ทั้งนี้นะครับ ผมจึงขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ได้โปรดระมัดระวังในการกล่าวถ้อยคำ หรือแถลงแสดข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น หากถ้อยคำนั้นจะไปปรากฏบริเวณนอกสภาและจะกระทบต่อบุคคลภายนอก หรือองค์กรภายนอกนะครับ ซึ่งจะเป็นการผิดทางอาญานะครับ หรือละเมิดสิทธิทางแพ่งต่อบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่รัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภาของเรา ซึ่งไม่สามารถจะคุ้มครองสิทธินั้นได้ เพราะมีการถ่ายทอด ผมจึงเรียนมาเพื่อสมาชิกได้รับทราบครับ ก็เรื่องแจ้งให้ทราบในเรื่องสุดท้ายนะครับ ผมขอแจ้งให้ท่านสมาชิกรัฐสภาทราบ ว่าเพื่อการประชุมของเราจะได้มีกระชับ และก็ใช้เวลาไม่มากจนเกินไปนัก ผมจึงได้เชิญวิป หรือผู้แทนของวุฒิสมาชิก และก็ผู้แทนของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎรยังไม่มีการแต่งตั้งวิปของแต่ละฝ่ายนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอเชิญให้ผู้แทนของพรรคการเมือง พรรคละ 1 คน เข้าร่วมประชุม ข้อสรุปนะครับ เพื่อเราได้รับทราบทั่วกันนะครับ ข้อสรุปในการข้อตกลงในวันนั้น ก็คือในประการแรก หลังจากืั้ได้มีการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรจะเป็นนายกดีแล้ว ก็จะเปิดโอกาสให้มีการอภิปราย ประเด็นเกี่ยวกับสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีนั้น ได้อย่าง... ได้อย่างทั่วถึงนะครับ แต่ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจบุคคลนะครับ โดยกำหนดเวลา ดังนี้นะครับ ฝ่ายวุฒิสภานะครับ จำนวน 2 ชั่วโมง ซึ่งทางวิป จะเป็นคนกำหนดเอง ว่าใน 2 ชั่วโมงนั้น จะอภิปรายกี่ท่าน แล้วก็ลำดับการอภิปรายจะเป็นอย่างไร ขอให้ได้ส่งชื่อมาล่วงหน้าด้วยครับ 2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ทั้ง 18 พรรคนะครับ จะใช้เวลา 4 ชั่วโมง โดยให้อภิปรายเป็นรายพรรคการเมืองครับ ท่านต้องประสานกับพรรคการเมือง โดยไม่จำเป็นต้องยกมือครับ โดย 18 พรรคการเมือง จะกำหนดเวลา 4 ชั่วโมง เพื่อความเรียบร้อย ก็ได้กำหนดว่า 8 พรรคการเมือง ที่กำลังจะจัดตั้งรัฐบาลนั้น ให้เวลา 2 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงนั้น ขอให้ผู้แทนของ 8 พรรค ไปกำหนดเอาเองว่าจะให้พรรคใดพูดก่อน หลัง และใช้เวลาเท่าไร แต่ก็ไม่เกิน 2 ชั่วโมงนะครับ หลังจากการอภิปรายได้ยุติลงนะครับ ซึ่งได้กำหนดว่าควรจะยุติลงก่อนเวลา 17.00 น. แล้วก็ถ้าไม่มีอะไรมาก ใช้เวลา 6 ชั่วโมงนั้น น่าจะจบก่อน 17.00 น. ด้วยซ้ำไปนะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ เราก็จะว่าไปตามขั้นตอนนะครับ เราจะว่าไปตามขั้นตอน ตอนนี้ก็จะเข้าระเบียบวาระที่ 5 คือ เรื่องที่เสนอใหม่นะครับ ครับ ครับ เรื่องที่เสนอใหม่ คือ พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยนะครับ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรค 1 กำหนดให้ในระหว่าง 5 ปีแรก นับตั้งแต่มีรัฐสภาชุดแรก การให้ความเห็นชอบบุคคลสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ให้กระทำให้ที่ประชุมร่วมของรัฐสภา และข้อบังคับของรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 136 และข้อ 137 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีพิจารณาความเห็นชอบนายกมีไว้แล้วนะครับ ผมจึงจะขอปรึกษากับท่านทั้งหลาย ว่าเราก็จะพิจารณาไปตามข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 นั้น ไว้ดังนี้นะครับ การเสนอชื่อบุคคลสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น อันนี้ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับนะครับ เป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ละท่าน ก็มีสิทธิเสนอได้ท่านเดียว โดยรายชื่อบุคคลที่เสนอนั้น ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และ 88 นะครับ และเมื่อเสนอชื่อแล้ว ก็เช่นเดียวกันครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น จะต้องให้ความรับรองครับ ซึ่งการรับรองนั้น ต้องไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ซึ่งก็ 50 คน นะครับ ทั้งนี้ท่านวุฒิสมาชิกยังไม่มีสิทธิเสนอชื่อ และการรับรองนั้น ซึ่งขั้นตอนการับรองก็จะดำเนินการต่อไปนะครับ ผมก็คิดว่าขั้นตอนการรับรองก็ทราบแล้ว แต่วิธีก็จะแจ้งให้ทราบ แจ้งให้ทราบเลยก็ได้นะครับ แจ้งให้ทราบเลยนะครับ การรับรองการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ตามข้อบังคับที่ 136 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น จะต้องเป็นผู้รับรอง และการรับรองนั้น จะต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 50 ท่านนะครับ โดยจะใช้วิธียกมือ เหมือนการประชุมปกติไม่ได้นะครับ เพราะข้อบังคับบอกว่าต้องใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผย ซึ่งประธานสภาก็จะขอให้ใช้วิธีเสียบบัตร แล้วก็แสดงตน สำหรับคนที่ต้องการรับรอง ก็กดบัตรแล้วก็แสดงตนเฉย ๆ คนแสดงตน แสดงว่าให้การรับรองครับ คนที่ไม่แสดงตน แสดงว่าไม่ให้การรับรองครับ ซึ่งอันนี้ให้กดบัตรแสดงตนเฉพาะในซีกของสภาผู้แทนราษฎรครับ ครับ คงเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็จะเปิดโอกาสให้ดำเนินการตามระเบียบวาระที่ 5 ตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ เนื่องจากว่าในวันนี้นะครับ ระเบียบวาระที่ 2 คือ รับรองการประชุม ไม่มีนะครับ ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว ก็ไม่มีครับ และเรื่องที่ 4 ระเบียบวาระเรื่องที่ข้างพิจารณา ก็ไม่มี เพราะฉะนั้น ก็จะเป็นการพิจารณาในระเบียบที่ 5 คือ เรื่องที่เสนอใหม่นะครับ คือ การพิจารณาให้ความเห็นชอบ บุคคลที่เห็นชอบเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ครับ ซึ่งผมได้กล่าวขั้นตอนไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้ก็จะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปบ้าง ก่อนที่จะเสนอชื่อนะครับ แต่ว่าขอให้ประเด็นเรื่องของที่จะเสนอชื่อครับ เชิญครับ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุมครับ (คุณณัฐวุฒิ) ขอบคุณครับ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้ความชัดเจนนะครับ ว่าในการดำเนินการการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำหน้าที่ของพวกเราในวันนี้ และก็ข้อบังคับการประชุม ซึ่งก็เข้าใจว่าการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมวดที่ 9 การพิจารณาเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบทบัญญัติทีเป็นบทเฉพาะ ของการดำเนินการที่แตกต่างจากกรณีอื่น ๆ หรือญัตติอื่น ๆ เป็นการทั่วไปครับ แต่สิ่งที่ท่านประธานได้นำเรียนครับ ต้องขอประทานโทษท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านเพิ่งเข้ามา เพิ่งทยอยเข้ามาครับ ของผู้ที่เข้ามาประชุม ขณะนี้ถึงแม้จะครบองค์ประชุมแล้วแต่ก็ยังขาดอยู่หลายท่านครับ และเข้าใจว่าจะมีการทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ครับ เมื่อสักครู่ท่านประธารได้ซักซ้อมหรือเข้าใจว่า ในกรณีมีบุคคล ซึ่งเป็นบุคคลที่หมายถึงนั้น ต้องเป็นเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ในการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรลงมติบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น แล้วท่านก็บอกว่าปกติแล้วการการเสนอบุคคลนั้น ต้องมีการรับรองเป็นบทเฉพาะไว้ แต่ว่าประเด็นที่ผมสงสัยครับ ท่านประธานครับ และท่านประธานกรุณาเน้นย้ำอีกสักรอบหนึ่งครับ รับรอง ซึ่งปกติ เราจะใช้วิธีการรับรองว่ามีสมาชิกรับรองครบถ้วน ตามข้อบังคับ หรือไม่นั้น ท่านประธานได้กรุณาบอกว่าจะเป็นการรับรองการใช้บัตรกดแสดงตน ว่ารับรองหรือไม่รับรองครับ ฉะนั้น เพื่อเป็นการทบทวนครับ เพื่อเป็นทำความเข้าใจกับพวกเราทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรท่าน แล้วก็สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งผมเองด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ผมก็มีความคราก็ได้ดูตามข่าวนะครับ เห็นบอกว่ามีสมาชิดวุฒิสภาท่านได้ลาออกไป 1 ท่าน ตกลงสมาชิกวุฒิสภานั้น เป็น 700... สมาชิกวุฒิสภาเหลือเพียง 249 คน ถูกต้องหรือไม่นะครับ แต่ว่าประเด็นหลักของผมอยู่ตรงที่ว่า ในกรณีของการแสดงตน ซึ่งปกติเราใช้วิธีการยกมือรับรองนะครับ ว่ามีผู้รับรองรายชื่อที่เสนอหรือไม่นั้น ท่านประธานได้กรุณาให้ใช้วิธีการในการกดบัตร ก็เลยอาจจะต้องให้ท่านประธานได้เน้นย้ำ ทบทวน ทำความเข้าใจตรงนี้เพื่อความเข้าใจอีกรอบครับ กระบวนการ พอมีผู้เสนอชื่อ เราจะได้เดินหน้า ครบถ้วนสมบูรณ์ครับ ขอความกรุณาท่านประธานอีกสักรอบหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม มากครับ ที่ต้องการให้ประธานได้ชี้แจงชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง เพราะสมาชิกได้เพิ่งเข้ามาก็หลายท่าน (คุณมหรรณพ) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญครับ เชิญเลยครับ (คุณมหรรณพ) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มหรรณพ เดชวิทักษ สมาชิกวุฒสภา รัฐสภา ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้กรุณาเล่าให้พวกเราฟังถึงแนวทางที่จะมีการประชุมในวาระสำคัญมากของประเทศชาติในวันนี้ ทางฝ่ายวุฒิสภานั้น ก็ใคร่ที่จะเห็นการประชุมในวันนี้เป็นไปโดยเรียบร้อย และถ้าไม่จำเป็น จะไม่มีการประท้วงให้เสียเวลา เพราะท่านประธานเอง ท่านก็บอกว่าให้มีการโหวตตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายใน 17.00 น. แต่สิ่งที่ผมจะขอกราบเรียนในที่ประชุม ผ่านไปยังผู้ฟังทางบ้าน ซึ่งให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง การอภิปรายในวันนี้นั้น สมาชิกวุฒิสภาจะพยายามอภิปรายชี้แจงในประเด็นที่สำคัญ ๆ เท่านั้น อาจจะต้องใช้เวลา ภายในเวลากำหนด ที่ท่านประธานกรุราให้ไว้ 2 ชั่วโมง ฝ่ายว่าที่ผู้เสนอนายกรัฐมนตรีนั้น ก็ได้เวลา 2 ชั่วโมง เท่าเทียมกัน ฝ่ายที่ว่าที่ที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลก็จะใช้เวลา 2 ชั่วโมง ผมเพียงแต่จะย้ำให้เห็นว่าภายใน 2 ชั่วโมงของฝ่ายผู้เสนอของนายกรัฐมนตรีนั้น ให้หมายรวมถึงการอภิปรายตอบโต้ หรือชี้แจง ของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในเวลานั้นด้วยครับผม (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณครับ คุณมหรรนพครับ เชิญครับ ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นเพิ่มเติมนะครับ ผมก็ขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้น (รังสิมันต์) ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญ... เชิญครับเรียนท่านประธาน ผมรังสิมันต์ โรม ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพนะครับ ตามที่ได้มีการพูดคุย เนื่องจากว่าเวลาในการพูดคุยที่จะบริหารกัน 4 ชั่วโมงนี่ของฝั่งที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้กลงกันแล้วนะครับ ว่า จะเป็นพรรคละ 1 คนนะครับ ที่จะอภิปรายแต่ที่นี้จะมีประเด็นที่จำเป็นที่ถูกพาดพิงต้องมีการชี้แจงนะครับ อันนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในกรอบ ในเรื่องของ 4 ชั่วโมง ที่เราได้ตกลงกันไว้ เพื่อให้ผู้ที่ถูกพาดพิงนะครับ หรือถูกพูดถึงนี้ เขาสามารถอธิบายได้อย่างเต็มที่ เขาสามารถชี้แจงได้อย่างเต็มที่ เพราะมีความเข้าใจที่ตรงกัน ขอบคุณครับ (คุณมหรรณพ) ท่านประธานครับ ท่านประธานประธานที่เคารพครับ (คุณมหรรณพ) ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม มหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่ได้คุยในที่ประชุมวิปฯ 3 ฝ่าย หรือว่า 2 ฝ่าย ใด ๆ ก็ตาม ในวันก่อนนั้นที่มีท่านประธานเป็นประธานอยู่ หมายถึงเวลาที่ใช้ไปนั้นจะต้องอยู่ในกรอบ 2 ชั่วโมงที่ได้กำหนดไว้ครับ เพราะว่า ไม่ฉะนั้นแล้ว เราอาจจะไม่ลงมติได้ทันเวลา ในเวลา 17.00 น. ขอท่านประธานโปรดวินิจฉัยครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ก็เนื่องจากว่าเราได้พูดกันวันนั้นว่า ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ให้เวลา 4 ชั่วโมง ซึ่งผมเห็นว่า ถ้า 4 ชั่วโมง เราไม่แบ่งกันชัดเจน ก็จะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาดโอกาสในการที่จะอภิปราย ก็เลยให้แบ่งไว้ 2 ชั่วโมง แต่ทางคุณมหรรณพก็ยังเป็นห่วง ว่าแต่ละฝ่ายจะใช้เวลาเกินไป ซึ่งอันนี้ผมก็คิดว่าที่คุณรังสิมันต์ได้เสนอเอาไว้นะครับ ว่าถ้ามีการพาดพิง อาจจะต้องใช้เวลาชี้แจงไป ซึ่งผมคิดว่าเวลาชี้แจงไป ถ้าพาดพิงไม่มาก ก็ชี้แจงเฉพาะประเด็นที่พาดพิง ก็อาจจะอยู่ในเวลาได้ ถ้าเกิดเวลาไปนิดหน่อยนะครับ ผมก็ต้องขอความร่วมืมอว่า อาจจะมีความจำเป็น ไม่อย่างนั้นแล้ว จะเกิดความเสียหายต่อผู้ที่ถูกพาดพิง ซึ่งเราไม่ทราบว่าจะพาดพิงใครบ้าง อย่างไร ก็ขอให้พาดพิงต้องระวัง เพื่อให้เวลาเราไม่เกิน ผมจะพยายามดู ผมคิดว่าคงจะ วันนี้เราไม่ได้มีเรื่องมากมาย ก็เป็นเรื่องของเรื่องเดียว เพราะฉะนั้น การพาดพิงก้จะต้องดู แล้วก็ต้องให้โอกาสผู้พาดพิงชี้แจงเฉพาะในประเด็นที่ชี้แจง ถ้าไม่ใช่เรื่องของการอภิปรายในเรื่องคุณสมบัตินะครับ /(คุณมหรรณพ) ประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญครับ (คุณมหรรณพ) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม มหรรณพ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาใช้ดุลยพินิจ ชอบแล้วครับ ที่จะให้เป็นไปตามนั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ทุกฝ่ายได้รักษากติกาที่ได้ตกลงกันไว้ว่า อยู่ใน 2 ชั่วโมง เพราะที่ผ่านมานั้น เราได้เคยปฏิบัติกันในสภาแห่งนี้ ว่าถ้าหากว่ามีการประท้วง ได้มีการอะไรก็ตาม หรือมีการชี้แจงก็ตาม ให้เป็นเวลาของฝ่ายนั้น ๆ ครับ มิได้อยู่ในนอกกรอบของเวลาที่ตกลงกัน ขอบคุณครับ ท่านประธาน (คุณวันมูหะมัดนอร์) เป็นข้อเสนอเพราะว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่พิเศษกว่าการประชุมปกตินะครับ (คุณฐิติมา)ท่านประธานคะ ะชุมครั้งที่พิเศษกว่าการประชุมปกตินะครับ // ท่านประธานคะ ท่านประธานคะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญครับ คุณ กิตติมา ฉายแสงครับ (คุณฐิติมา) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส. เขต 1 ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตทำความเข้าใจ ถึงมาตรา 272 นิดหนึ่งนะคะ ท่านประธานคะ ว่าในมาตรา 272 นั้นไ ด้ใช้มาตรา 159 ทั้งมาตราหรือเปล่าคะ อยากทราบตรงนี้ค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) อันนี้ทางรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ ก็ยังต้องอ้างอิง 159 ไว้อยู่นะครับ ซึ่งพวกเราก็คงจะทราบดี เดี๋ยวไปถึงขั้นตินนั้น ก็จะบอก แต่ว่าก็เรียนคุณฐิติมาว่า 272 ก็ใช้มาตรา 159 ในบางวรรคอยู่นะครับ ครับ ครับ ผมขอชี้แจงเพิ่มเติม ตามที่คุณณัฐวุติได้ขอว่าให้ผมชี้แจงขั้นตอนของการรับรอง คือ หลังจากที่สมาชิกได้เสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด 160 และ 88 แล้วนะครับ ก็จะให้มีการรับรองแต่ละท่านนะครับ ถ้าเสนอมากกว่า 1 ท่าน แต่ละท่าน โดยการรับรองนั้น ให้การับรองเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นนะครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภา ยังไม่ต้องดำเนินการในอันนี้ อันนี้ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 272 และ 159 นะครับ ทีนี้การให้การรับรอง เนื่องจากว่า ตามข้อบังคับนั้น ในกรณีที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีนั้น ให้การรับรองนั้น ไม่สามารถจะทำโดยการยกมือพ้นศีรษะเพื่อรับรอง เหมือนกับญัตติปกติ การรับรองนั้นจะต้อง การรับรองโดยออกเสียงโดยเปิดเผย สรุปสั้น ๆ ก็คือว่าต้องใช้เครื่องออกเสียงตามที่ประธานกำหนดครับ ทีนี้การกำหนดการรับรองนั้น ไม่มีอยู่ในเครื่องที่เรากดปุ่มไว้ แต่เราก็จะใช้วิธีการว่า การรับรองนั้น ใช้วิธีการแสดงตนนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการรับรอง ผู้ที่ถูกเสนอชื่อ ก็กดแสดงตน ก็ถือว่าผู้นั้นให้การรับรอง แต่ท่านท่านไม่ต้องการรับรองนะครับ ไม่ต้องการรับรอง ไม่รับรอง ท่านก็ไม่ต้องกดแสดงตน เครื่องก็จะแสดง ก็จะแสดงให้เห็น ว่ามีการแสดงตนกี่ท่าน นะครับ ขอตามนี้ ยังมีท่านผู้ใดไม่เข้าใจบ้างครับ ครับ ถ้าอย่างนั้นเราก็ดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ ขอให้มีการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรจะได้รับการเลืองตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ครับ เชิญเลยครับ ครับ ผู้จะเสนอชื่อ กรุณายกมือ แล้วก็เสนอชื่อเลยนะครับ ครับ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว จะเป็นผู้เสนอก่อน เชิญครับ (คุณชลน่าน) คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว นะครับ จะเป็นผู้เสนอก่อนครับ เชิญครับ (คุณชลน่าน) ท่านประธานที่เคารพ กรผมนายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธาน ขอเอกสิทธิ์ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอชื่อบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 รัฐธรรมนูญ มาตรา 159 และข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ข้อ 136 เป็นบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 160 และถูกเสนอชื่อเป็นแคนติเดตนายกรัฐมนตรีพรรคการเมือง ตามมาตรา 88 ขออนุญาตเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีขอผู้รับรองโดยการแสดงตน ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบพระคุณคุณหมอชลน่าน และก็ขอให้การรับรอง โดยเสียบบัตรแล้วก็กดปุ่มแสดงตนครับ ครับ มีผู้ใดยังไม่ได้กดบัตรบ้าง ยังไม่ได้แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ให้เจ้าหน้าที่ปล่อยสัญญาณไฟ (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ปล่อยสัญญาณการแสดงตนครับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒ เพื่อไทย รัฐสภาครับ ในกรณีแสดงตนและเสียบบัตรนี่ เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ เพื่อความถูกต้องและกลไกของการเสียบบัตรนี่ รับรองใช่ไหมครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ตามรัฐธรรมนูญครับ ครับ เชิญครับ ไม่ทราบเจ้าหน้าที่ได้... (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ 125 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 125 แสดงตนนะครับ ครับ มีท่านใดที่อยากจะแสดงตน แต่ว่าไม่สามารถแสดงตนได้บ้างครับ เพราะฉะนั้น ขณะนี้ได้มีผู้แสดงตน 251 ท่าน ถือว่า... ขอโทษครับ และขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้แสดงผล (คุณวิลดา) ขอแสดงตนนะคะ ๓๔๘. วิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ๆ ได้ครับ ยังไม่ปิดครับ ครับ ติดการแสดงตนนะครับ 356 ครับ (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานครับ ขอความกรุณาขอสัก 2-3 นาทีครับ กำลังเดินเข้าด้านหลังหลายท่าน นาทีครับ กำลังเดินเข้าด้านหลังหลายท่าน ก็ได้เห็นด้วยสายตานะครับ ขออนุญาตติดการแสดงตนสักครู่ครับ ขอบคุณครับ (คุณเทียบจุฑา) กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ ขอแสดงตนค่ะ ๑๕๖. ค่ะท่านค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) การแสดงตนสักครู่ครับ ขอบคุณครับ ขอแสดงตนค่ะ 156 ค่ะท่านค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เจ้าหน้าที่ลงด้วยครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ 369 แสดงตนครับ // ท่านประธานครับ สุกนพธา แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ 472 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ 472. แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) 178 แสดงตนครับ แสดงตนค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ ด่านกุล แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) 351 เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล แสดงตนครับ (คุณสมเกียรติ) ท่านประธานครับ 375 185 สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ 370 แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ท่านประธานคะ 298 แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ 436 แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ท่านประธานคะ 313 แสดงตนค่ะ สมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้ก่อนนะครับ เนื่องจากว่า ตอนแรกที่เราให้แสดงตนเพื่อให้การรับรองผู้ที่รับการผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ แต่นี่ว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเครื่องการแสดงตน จึงทำให้สับสนนิดหน่อย แล้วขณะนี้ก็มีสมาชิกจำนวนมากนะครับ ที่เพิ่งเข้ามาในห้องประชุมนะครับ เพราะฉะนั้น เพื่อความเรียบร้อยนะครับ ก็ผมจะเปิดโอกาสให้มีการรับรองใหม่ครับ ล้างของเก่าหมดครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ล้างคะแนนที่ได้แสดงตนไปแล้ว รวมถึงการบันทึกมาทีหลังด้วย ผมจะรอนิดหนึ่งครับ ให้ท่านสมาชิกได้เข้ามาแสดงตนโดยพร้อมเพรียงกันก่อนครับ ไม่เป็นไรครับ เพราะท่านต้องเข้าไปที่นั่ งและก็หาที่สำหรับแสดงตนนะครับ ครับ เดี๋ยวรอนิดหนึ่งครับ เดินเข้ามาหลายท่านครับ (คุณวิทยา) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ๆ (คุณวิทยา) ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับท่านประธาน ผมคิดว่าให้... ขออนุญาตให้ท่านประธาน ล้างการลงข้อมูลเมื่อสักครู่ไปให้หมดก่อนนะครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ๆ (คุณวิทยา) นะครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ (คุณวิทยา) และจะได้เริ่มต้นกันใหม่ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ล้างข้อมูลผู้ที่ได้แสดงตนและไม่แสดงตนทั้งหมดนะครับ ู้ที่ได้แสดงตนและไม่แสดงตนทั้งหมดนะครับ ล้างเอาทั้งหมดก่อน เราจะเริ่มใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยได้ทำกัน คือ การแสดงตน เพื่อถือว่าเป็นการรับรอง โดยปกติเราก็ใช้วิธียกมือ ก็... แล้วก็เช่นเดียวกัน คราวนี้ก็ใช้ผู้ที่จะผ่านการรับรอง ก็ใช้เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น โดยเสียงการรับรองนั้น ไม่ต่ำกว่า 50 ท่านนะครับ ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ สส. ๑๒๕. ครับ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ยัง ๆ ครับ ยัง ขอเรียนให้ทราบอีกครั้ง เราจะให้มีการแสดงตนใหม่ทั้งหมด โดยล้างเครื่องของเก่า ใครที่แสดงตนไว้แล้วนะครับ ก็ต้องกดใหม่นะครับ เพราะเจ้าหน้าที่ได้ล้างหมดแล้วนะครับ ของเก่าต้องแสดงตนใหม่ครับ (คุณณัฐวุฒิ) ท่านประธานครับ ผมณัฐวุฒิครับ ขออนุญาตหารือนิดเดียวครับ ว่าปกติก่อนการแสดงตนเราจะมีการกดออดเรียดเพื่อนสมาชิกนะครับ บังเอิญหลายท่าน [เสียงออด] (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ครับ เชิญครับ เพราะเราจะกดออด ก็ต่อเมื่อมีการลงมติ แต่คราวนี้ไม่ใช่ลงมตินะครับ เป็นการรับรองเท่านั้น เจ้าหน้าที่พร้อมนะครับ ล้างเครื่องของเก่าหมดแล้วนะครับ ก็จะให้สมาชิกให้การรับรองใหม่นะครับ ก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการจะรับรอง คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามทีคุณหมอชลน่านได้เสนอ ก็กรุณากดบัตรและแสดงตนครับ สำหรับผู้ที่ไม่รับรองก็ไม่ต้องแสดงตนครับ ครับ เชิญเลยครับ ถ้าหากว่ากดบัตร แล้วก็เครื่องไม่สามารถจะดำเนินการได้ เดี๋ยวเอาไว้ให้กดบัตรให้หมดก่อน แล้วตอนนี้ก็ยกมือได้ครับ ตอนนี้มีปัญหาเรื่องกดบัตร ท่านใช้ไมค์บอกได้เลย เจ้าหน้าที่จะได้บันทึกครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ สส. ๑๒๕. รับรองครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 125 รับรองนะครับ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยนะครับ ครับ มีผู้ใดที่อยู่ในห้องประชุมนี้ แล้วก็ไม่ได้ยังแสดงตนครับ คือ จะแสดงตนแล้วเครื่องขัดข้องบ้างครับ ต้องการเสนอ ถ้าไม่มีแล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่ได้รายงานผลด้วยครับ ครับ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลัง... แต่ผมยังไม่ปิด (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) หมายเลข 386 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 386 แสดงตนนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ท่านประธานคะ 455 แสดงตนค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 455 แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ท่านประธานคะ 70. ชญาภา สินธุไพร แสดงตนค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ แสดงตนใหม่ครับ ทวนเลขด้วยเจ้าที่จะได้จดได้ หมายเลขเท่าไรนะครับ แสดงตนสุดท้ายเมื่อสักครู่ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ ท่านประธานครับ 032. แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 032. แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) 443. แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 443. แสดงตนนะครับ ครับ เมื่อไม่มีผู้แสดงตนแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนเลยนะครับ จะได้รายงานผล เชิญรายงานผลเลยครับ ขณะนี้ มีผู้ที่ได้แสดงตนทั้งหมดนะครับ ครับ ในเครื่องแสดงตน 296. นะครับ แล้วก็บวกกับผู้ที่แจ้งรายชื่อมา เพราะไม่สามารถจะใช้เครื่องได้อีก 6 ท่าน รวมแล้ว ผู้แสดงตน ซึ่งแสดงว่าให้การรับรอง เสนอชื่อจะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีตามที่คุณหมอชลน่านเสนอนั้น 302 ท่าน ถือว่ามีเสียงรับรองครบนะครับ ครับ ต่อไปครับ มีท่านผู้ใดจะเสนอชื่อท่านอื่นไหมครับ ท่านชาดาขอจะเสนอชื่อ หรือแสดงความคิดเห็นก็ได้ครับ คุณชาดา จะขออภิปราย ยังครับ ตอนนี้จะมีผู้ใดขอเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอีกไหมครับ นอกจากคุณพิธาแล้ว ครับ ไม่มีนะครับ จึงถือว่าการเสนอชื่อผู้ที่รับเลือกเป็นนายกคราวนี้ มีเพียง 1 ท่านนะครับ คือ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นะครับ ต่อไปก็จะเป็นการอภิปรายตามที่วิปทั้ง 2 ฝ่าย ได้ตกลงกันไว้เมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งก็มีรายชื่อผู้ที่อภิปรายมาให้ผมแล้ว ก็จะให้อภิปรายไปตามลำดับนะครับ แล้วก็สามารถจะเสนอชื่อเพิ่มเติมในกรอบที่เรากำหนดได้นะครับ สำหรับท่านแรกนะครับ ก็จะขอให้คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้อภิปรายเป็นท่านแรก และผมจะสลับกันนะครับ ถ้าท่านแรกเป็น 10 พรรคการเมืองที่ไม่ได้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ก็จะถัดมา ก็จะให้มาทางสมาชิก หรือเอา สส. ทั้ง 2 ฝ่ายก่อน เอาว่าถ้าหากว่า 10 พรรค อภิปรายแล้ว ก็จะให้ 8 พรรค อภิปรายครับ แล้วก็จะให้วุฒิฯ อภิปรายต่อเป็นลำดับไปนะครับ ตอนนี้เชิญคุณชาดานะครับ (คุณสุรพล) กราบเรียนท่านประธานครับ ผมตำรวจตรี สุรพงศ์ บุญมา ครับ ขอแสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ท่านจะอภิปรายหรือเปล่าครับ แต่ท่านอภิปรายลำดับนี้ ก็ อ๋อ แสดงตน ปิดการแสดงตนแล้วครับ ไม่เป็นอะไรครับ บันทึกไว้ที่ประชุมแล้วกันนะครับ (คุณชาดา) ครับ ขอบพระคุณนะท่านประธาน กระผม นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายในฐานะของตัวแทนพรรคภูมิใจไทย เลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทราบถึงเหตุผลการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทย เรียนท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ได้แถลง เอาแถลงการของพรรคมาอ่านนะครับ จุดยืนของพรรค เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย ได้ออกแถลงการจุดยืนของพรรค ไม่สนับสนุนรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมือง ที่มีนโยบายแก้ไข หรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา 112 และขอเรีกยร้องพรรคการเมืองที่จำนงการตั้งรัฐบาล แสดงจุดยืนทางการเมืองของตน ต่อกรณีการแก้ไข หรือยกเลิกประมวลผลอาญา มาตรา 112 ด้วย แถลงการของพรรคภูมิใจไทยได้ระบุชัดเจนว่า ถ้าพรรคการเมืองที่มีพรรคก้าวไกลเป็นการแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล อย่างมีคุณภาพ และจะคัดค้านการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา อย่างเต็มที่ พรรคภูมิใจไทยไม่มีเจตนาที่จะจัดตั้งหรือสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแข่งกับท่าน เพราะเราเคารพของมติประชาชน และยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย อันมีพระมาหกษัตริย์เป็นประมุข ตามที่ได้แถลงไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ หัวหน้าพรรคการเมือง 7 พรรค ที่ได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ได้แถลงจุดยืน ของพรรคตนเอง ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเหตุให้การจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน การจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรคการเมือง ไม่มีการวาระแก้ไข หรือยกเลิกประมวลอาญา 112 เรียนด้วยความเคารพว่าพรรคการเมืองทั้ง 8 พรรค จะลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน การจัดตั้งรัฐบาลว่าพรรคทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าทุกพรรคที่ร่วมกันนั้นต่อรูปแบบของรัฐการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน แต่ในทางกลับกันนะครับ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นผู้ที่จะได้รับการเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคนเดียวที่ยืนยันว่า จะแก้ไข มาตรา 112 โดยจะให้ สส. ของพรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอร่างกฎหมายเอง คุณพิธาได้แถลงและให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศ และต่างประเทศ เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกล ได้คะแนนเสียงจากประชาชน 14 ล้านคน ประชาชนเข้าใจดี เราชัดเจนและโปร่งใส ว่านี่เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่เราต้องการผลักดัน นี่คือคำพูดของคุณพิธานะครับ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ท่านอ้างว่า ท่านต้องทำเพื่อรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยเจตนาดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอเรียนตรง ๆ ว่า ผมและพรรคภูมิใจไทย ไม่เชื่อครับ และเป็นสิทธิของพรรคภูมิใจไทยที่จะไม่เชื่อ เพราะสิ่งที่ผ่านมา พฤติกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้น ทำให้เห็นชัดเจนหลาย ๆ ท่านก็ทราบนะครับ ไม่ต้องเฉพาะผม หรือพรรคภูมิใจไทย ว่าความคิดในเรื่องมาตรา 112 นั้นเป็นอย่างไร แต่ผมอยากจะถามไปว่า อีก 7 พรรคนี่ จะว่าอย่างไรนะครับ จะว่าอย่างไร มีพรรคร่วมรัฐบาลกัน มีพรรคร่วมรัฐบาล เสนอเรื่องขึ้นไป แล้วก็บอกว่านี่พรรคร่วม ต้องเห็นเหมือนกัน นี่เป็นสิ่งที่มันก็ลำบากนะครับ ผมก็จะต้องถามอีก 7 พรรคร่วม จะว่าว่าอย่างไร ท่านจะว่าอย่างไร เมื่อเกิดเหตุการแบบนี้ มีการขอแก้ไขท่านจะว่าอย่างไร ในข้อตกลงร่วมไม่มีก็จริงนะครัย ท่านอ้าง 14 ล้านเสียง ที่เห็นด้วยกันท่าน ที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา 112 แต่ผมเชื่อว่าคนที่ลงให้ท่าน 14 ล้านเสียง ไม่คิดว่าท่านกำลังแก้กฏหมายให้สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ความมั่นคงของชาติอีกต่อไป ถ้าท่านอ้าง 14 ล้านเสียง หลายคนก็พูดถึง 25 ล้านเสียงที่ไม่ได้เลือก แต่ในมุมมองของผม ผมอยากจะฝากท่านที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี คนไทยไม่ได้มีแค่ 14 ล้าน คนไทยไม่ได้มี 25 ล้าน ท่านต้องเป็นนายกฯ ของคน 60 กว่าล้านคน ท่านต้องเป็นนายกฯ ของประเทศไทย ท่านต้องไม่ได้เป็นนายกหรือเป็นรัฐบาลของพรรคใดพรรคหนึ่ง อันนี้สำคัญที่สุดครับ 14 ล้านเสียง ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านอย่านึกว่ามันมากมาย มันเป็นพลังของประชาชน มันแต่ท่านอย่าหลงละเลิงคำว่า 14 ล้านเสียง ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ มันไม่ใช่เรื่องชี้ขาดของประเทศนี้ มันเป็นเรื่องที่ท่านต้องดูแลคนทุกคน และคนของชาติ และปัญหาคือว่า ความมั่นคงของชาติ ถ้าท่านจะอ้างอย่างนี้ มันก็ลำบากครับ ประเทศไทย ผมเรียนด้วยความเคารพครับ คุณพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เสนอการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในสมัยที่แล้ว แล้ว... ท่าน ขออนุญาตเอ่ยชื่อครับ ท่านอดีตประธานรัฐสภา ท่านชวน หลีกภัย ไม่เห็นด้วย ก็ยังมีการที่จะอันนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมาย 112 เขียนไว้ไม่มากหรอกครับ อ่านง่าย ดูหมิ่น ผู้ใดหมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พาระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนประองค์ ต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี ท่านบอกว่าแก้ไขไม่ใช่ยกเลิกแต่ถ้าแก้ไม่ได้ก็ต้องยกเลิก เรียนด้วยความเคารพครับ แต่ผมจะบอกท่านว่าสิ่งที่ท่านจะนำเสนอในการนี้ ไม่ใช่เป็นการแก้ไขครับ เป็นการยกเลิกประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 ผมไม่อยากจะเอาสิ่งที่ท่านเสนอในสมัยที่แล้ว ที่ท่านยื่นนะครับ ซึ่งเอกสารผมก็มี ผมเรียนด้วยความเครารพว่า การที่สถาบันประมหากษัตริย์ของชาติเป็นเรื่องที่ถูกแล้วถ้าเราเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ออกจากความั่นคงของชาติ ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันเป็นและแสดงต่อสาธารณชนมาโดยตลอด ว่าจุดยืนของพรรคก้าวไกลเป็นการระเมิดการสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการละเมิดพระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัฐทายาท เคยถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 สส. พรรคก้าวไกลหลายท่าน ใช้ตำแหน่งในการประกันผู้ที่ถูกคดี ในมาตรา 112 ผู้ที่หมิ่นฯ นะครับ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีในคดีนี้ จะได้รับการสนับสนุนและได้รับการอุ้มชูจากพรรคก้าวไกล อันนี้ก็เป็นสิทธิของท่านครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เคยเสนอร่างกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ยกเลิกความผิด ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาท และผู้สำเร็จราชการ ไม่ให้เป็นความผิด ความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักรไทยอีกต่อไป กำหนดหมวดความผิดขึ้นมาใหม่เป็นความผิดแต่องค์พระมหากษัตริย์ และองค์รัชทายาท ผมไม่ทราบว่าพรรคก้าวไกลมองพระมหากษัตริย์ มองพระราชินี มองรัชทายาทเช่นไร เพราะว่าสิ่งที่ท่านเสนอเมื่อครั้งที่แล้วนี่ มันเป็นการที่ยกเลิกนะครับ แล้วที่สำคัญ หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ กำหนดโทษ จำคุก 1 ปี เท่ากับความผิดของบุคคลทั่วไป แต่ที่น่าเจ็บปวดมากกว่านั้นครับ หมิ่นพระราชินี แล้วก็หมิ่นรัชทายาท และผู้สำเร็จราชการ กำหนดโทษจำ คุกไม่เกิน 6 เดือน น้อยกว่าความผิดที่หมิ่นประมาทบุคคลธรรมดานะครับ อันนี้มันก็เป็นเรื่องที่อาจจะเจ็บปวดในความรู้สึกคนที่เทิดทูน หมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการนั้น ไม่ถือเป็นความผิด ไม่ต้องรับโทษ หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ไม่ถือเป็นความผิด ไม่ต้องรับโทษ ถ้าเป็นการกระทำโดย อ้างเจตนาบริสุทธิ์ เพื่อประชาชน ยิ่งไปใหญ่เลยครับ ผมเรียนว่า และที่สำคัญท่านบอกว่าห้ามหน่วยราชการ ห้ามคนไทยฟ้อง ให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ฟ้องเท่านั้น กับผู้ที่มีความผิดมาตรา 112 เรียนด้วยความเคารพครับ มันเป็นไปไม่ได้ สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่มาฟ้องลูกบ้านตัวเองหรอกครับ ท่านไม่มาฟ้องคนใน... คนของท่านหรอกครับ มันเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ แล้วท่านลองนึกภาพจับตาต่อไป ผมมองว่าการแก้ไขแบบนี้ บอกว่าเป็นการแก้ไขเพื่อสถานะอันเป็นที่เคารพผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมและพรรคภูมิใจไทยไม่เชื่อว่าท่านจะปกป้องพระมหากษัตริย์ มิให้ถูกละเมิด ในเมื่อท่านจะลดการคุ้มครองพระมหากษัตริย์ และลดโทษให้ผู้ที่ละเมิดพระมหากษัตริย์ รวมไปถึงไม่เอาผิด ไม่ลงโทษผู้ละเมิดพระมหากษัตริย์ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน อันนี้แหละครับเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อพิจารณาบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 6 นะครับ องค์พระมหากษัตริย์ทรงสำคัญ และอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะกล่าวหามิได้ หรือฟ้องร้อง พระมหากษัตริย์ในทางใดก็มิได้ ท่านครับ อะไรไม่ว่าครับ อะไรไม่ว่า ที่เจ็บปวดมากกว่านั้น ท่าน คืออะไร ครับ มีการ มีคำพูดต่อผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคก้าวไกลว่า ถ้านายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี จะให้นายพิธาไปลงสัตยาบันในกฎหมายกรุงโรม ว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศนะครับ ซึ่งมีสาระสำคัญว่าสามารถฟ้องผู้เป็นประมุขของรัฐได้ อันนี้ล่ะครับ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้จริง ๆ ถ้าทั้ง ๆ ที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจะให้คุณพิธาไปลงนาม หมายถึงว่า คนนอกประเทศฟ้องในหลวงได้ ฟ้องพระมหากษัตริย์ได้ นอกประเทศเป็นผู้พิจารณา ผมเรียนว่าผมก็คงทำใจไม่ได้ หลับตานึกสิครับ พระมหากษัตริย์สูงสุด ที่คุ้มกะลาหัวพวกเรามาอยู่นี่ ไปถูกฝรั่งมังค่าสืบสวน มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวและอันตราย เขา ประมุขของรัฐไทย ก็คือใครครับ ก็พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นะครับ นี่คือประมุขของเรา ถ้าท่านบอกไปฟ้อง แล้วทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น บอกว่าต้องให้ไปเซ็นเลย ไปลงสัตยาบันเลย ท่านครับ ถ้าท่านมีเจตนาดีนะครับ และผมเคยฟัง ขอโทษนะครับ จะเป็นท่านเลขาพรรคก้าวไกล เป็นคนพูด ว่าการทำอย่างนี้เป็นการปกป้องสถาบันฯ การทำอย่างนี้เพื่อไม่ให้ใครมาแอบอ้างสถาบันฯ ท่านครับ ถ้าท่านจะปกป้องสถาบันฯ ต้องไม่ทำแบบนี้ มีครับ ท่านพูดถูกว่ามีผู้มีอำนาจในบางสมัย มาใช้สถาบันแอบอ้าง อันนี้จริงครับ แต่มันก็ไม่เกี่ยวกับสถาบันครับ ถ้าผมจะยกตัวอย่างว่า มีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีอาจารย์ที่ไม่ดีอยู่ 10 คน สอนให้ลูกศิษย์เกลียดชังสังคม ถามว่ามันต้องไปไล่อาจารย์ออกครับ ไม่ใช่ไปทุบมหาวิทยาลัยนะครับ นี่ท่านไปทุบมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่รู้อะไรเลย แล้วท่านก็อ้างว่าพวกนี้เอาในหลวงมาอ้าง เอาสถาบันมาอ้าง ผมก็เคยโดนแบบที่ท่านโดนครับ ผมก็ติดคุก 24 เดือน 22 เดือนครับ 22 เดือน 7 วัน ผมเรียนว่าไม่ผิด แต่อำนาจรัฐ ผู้ใช้อำนาจ ผมก็ต้องยอมรับ ผมไม่ได้คิดล้มกฎหมายอาญา ไม่คิดไปล้มตำรวจ ไม่คิดไปล้มใครทั้งนั้น เพราะว่าเขาเป็นกรรมการ เขาเป็นผู้รักษากฎหมาย ก็อีกเรื่อง ท่านฟ้องเลยครับ ผมเชื่อว่าพรรคก้าวไกลฟ้องได้ ถ้าใครเอาพระมหากษัตริย์มาแอบอ้าง เพื่อทำลายคนอื่นทางการเมือง เอาให้ร่วงไปเลยครับ ไม่ว่าเป็นอ้ายอีคนไหน ไม่ว่าจะเป็น ผบ. ไหน ไม่ว่าจะเป็นนายกไหน ท่านเอาให้ร่วงเลยครับ ผมเห็นด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่ถูก ถ้าเอาสถาบันมาอ้าง เพื่อทำลายคนอื่นนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ไม่ได้ทำแบบนี้ครับ ไม่ใช่ไปลดการคุ้มครองต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และองค์รัชทายาท แต่พร้อมด้วยพระบรมราชินีนารถ ตรงนี้ล่ะครับ เป็นเรื่องที่เราต้องคิดกันให้หนัก ท่านครับ ผมอยากจะพูด ไม่อยากจะรบกวนเวลาอันมากมาย ท่านจะแก้ทั้งมาตราหรือจะทำอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง ท่านคิดไหมครับ ว่าถ้าท่านแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 บ้านเมืองนี้จะสงบ บ้านเมืองนี้จะสงบ บ้านเมืองนี้จะเจริญ วันนี้ท่านได้รับเลือกตั้งมาแล้วครับ ท่านเก็บเรื่องนี้ไว้ในกระเป๋าไม่ได้เหรอ ประเทศนี้ถ้าแก้กฎหมาย 112 ไม่ได้ แล้วมันจะล่มจม ผมไม่ว่าเลย ท่านเสนอนโยบาย 200-300 ข้อ ท่านเป็นความหวังของคนไทยที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง ท่านละเพียงเรื่องเดียว ท่านไม่ต้องไปด่า สว. ท่านไม่ต้องไปด่าฝ่ายตรงข้าม ท่านได้เป็นนายกแน่ ถ้าไม่มี 112 ท่านยังไม่ยอมเลยครับ ผมก็ถึงอยากจะถามว่าพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล เกิดมาเพื่อแก้อย่างเดียวเหรอครับ แก้ 112 เหรอ ถ้าไม่แก้แล้วประเทสศนี้มันจะล่มจมเหรอ มันไม่ใช่ครับ ท่าน มันมีเรื่องที่จะทำ ทำเรื่องที่ลุงตู่ทำไม่ดี ที่ท่านด่า ผมเห็นด้วย ทำไว้นี่เยอะแยะหมด ความเดือดร้อนของอาณาประชาราษฎร์ แต่วันนี้ท่านยืนอย่างเดียว กูไม่ยอม นี่คือจุดยืนกู เหมือนกันทำให้ผมคิดไดว่า พรรคอนาคนใหม่กับพรรคก้าวไกล เกิดมาเพื่อล้มล้างหรือ เกิดมาเพื่อแก้กฎหมายตรงนี้หรือ แล้วถ้าแก้ประเทศนี้เป็นเทวดาหมด ผมจะยอม มันไม่ใช่ครับ ท่าน ท่านไม่ต้องไม่ชี้ที่ใคร 200-300 นโยบาย ที่ท่านออกมา ผมว่า 112 ชาวบ้านก็ไม่รู้หรอกว่าท่านจะแก้อะไร แต่เขาอาจจะถูกใจนโยบายท่าน เรื่องอื่น ๆ เขาหวังว่าท่านจะมาเปลี่ยนแปลง มันก็เป็นความหวังของคนไทยครับ ว่าพรรคก้าวไกล คนรุ่นใหม่จะมาพัฒนาประเทศ ผมก็แอบรอลึก ๆ ครับ แต่ท่านไม่ยอมอะไรเลย กูจะต้องถือ 112 ไว้ในกระเป๋า ต้องทำลาย มันทำไมครับนี่ ผมไม่เข้าใจ วันนี้นี่ท่านไม่ต้องไปชี้ที่ สว. ไม่ต้องมาชี้ที่ฝั่งนี้ครับ ท่านชี้ที่ตัวท่านเอง ท่านหลุดคำเดียว ไม่ยุ่งกับ 112 ภูมิใจไทยจะลงให้ท่านครับ และไม่ร่วมรัฐบาลกับท่านด้วย แต่มันไม่ใช่ครับ พฤติกรรมสิ่งที่ทำที่หลายอย่าง ถ้าท่านถือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น เป็นพันธกิจของท่าน เป็นสิ่งที่่ท่านจะต้องกระทำ ต้องทำให้ได้ ผมและพรรคภูมิใจไทย และพี่น้องประชาชนอีกหลายคน ก็ถือว่าเป็นพันธกิจของเราเหมือนกัน ที่จะคัดค้านท่านทุกวินาที ทุกอย่าง ทุกทาง ตราบใดที่มีชีวิตอยู่ครับ ผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าวันนี้ หลายวันนี้ที่สังคมมอง ทำไมท่านไม่ดูตัวเองบ้าง ท่านไม่ดูตัวเองบ้าง ทำไมท่านไม่หยุด ทำไมท่านไม่ลดลง ก้มลงสักนิด 14 ล้านเสียง ไม่ใช่เสียงเทวดา แต่นั่นเป็นเสียงของประชาชนครับ แต่ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ผมบอก มันเป็นอย่างไรผมไม่เข้าใจ ผมนั่งดูข่าวมา 3-4 เดือนนี่ ผมเรียนด้วยความเคารพว่า เขาบอกว่าฝั่งนู้นคือฝั่งประชาธิปไตย เอ๊ะ แล้วฝั่งผมมาจากไหนนี่ ผมก็เดินท่อม ๆ ๆ หาเสียง กลัวสอบตกเหมือนกันครับ ท่าน ไม่ได้ว่าลุงตู่แต่งตั้งผมมา ไม่ใช่ คสช. แต่งตั้งที่ไหนแต่งตั้งผมมา ผมก็เลือกตั้งมาเหมือนกัน แต่ฝั่งประชาธิปไตย ฝั่งไหน ฝั่งโจรหรือ เป็นโจรก็ยอมครับ เป็นโจรที่รักชาติ เป็นโจรที่รักสถาบัน เป็นที่ปกป้องบ้านเมืองนี้ ปกป้องสถาบัน ของผม ผมเรียนว่าผมชาติพันธุ์ครับ ปู่ผมมาจากต่างประเทศ ตาผมมาจากต่างประเทศ ยายผมไทยแท้ ย่าผมไทยเชื้อสายมอญ มานี่ ไม่ใช่มีเสื่อผืนหมอนใบเหมือนคนอื่นหรอกครับ อย่างที่ว่าคนจีนมา มีโสร่งผืนเดียวครับ ไม่มีหรอกสตางค์ แต่มาอยู่จังหวัดอุทัยธานี พี่น้อง ชาวบ้าน ให้เครดิตในการส่งออกความออกต่างประเทศ ได้พึ่งบรมโพธิสัมภารของในหลวง ผมเรียนด้วยความเคารพครับ วันนี้มาเป็นผู้แทนฯ อยู่ดีกินดี กว่าคนไทยแท้ ๆ อีกเป็นล้านคน นายชาดานี่ ดีกว่าคนไทยแท้ ๆ อีกเป็นล้านคน ถ้าผมไม่สำนึก ไม่รู้กตัญญูต่อแผ่นดินนี้ ผมก็ไม่สมควรเป็นคน ผมเรียนครับ ว่าบ้านเรามีเจ้าของ สิ่งที่บรรพบุรษเราทำมา มันมากมายเหลือเกิน เราอาศัยเขามาอยู่ มาขอเขาอยู่ ว่าสงครามมันวุ่นวาย เมื่อปี 2310 พม่ามันตี แต่อะไรครับท่าน เขาให้อยู่ อยู่ไปอยู่มา ไอ้ลูกหลานคนอาศัย จะไล่ลูกหลานเจ้าของบ้าน มันอะไรกัน ผมเรียนท่านด้วยความเคารพครับ ถ้าไม่ได้ด้วยพระเมตตาของระบบสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านไม่ได้เลือกตั้งหรอกครับ ท่านไม่มีทางได้ 140 ที่นั่งครับ ผมพูดเลย ท่านลองไปพม่า อเมริกาช่วยอะไรได้บ้าง ทหารมันยิงดิ้นหมด วันนี้เหมือนกันครับ ประเทศนี้ ถ้าไม่มีในหลวง ไม่มีสถาบัน ลุงตู่กับลุงป้อไม่กลับบ้านง่าย ๆ มีแต่จะลาก M16 มาเล่นกับพวกคุณ ซึ่งไปแล้วก็ถือว่าโชคดีของท่าน คือ ผมถือว่าวันนี้นี่ท่านต้องเข้าใจครับ ผมพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ แล้วก็หลายคนเตือนผมว่าอย่าพูดไปชั่วอารมณ์ ด้วยความเคารพ ความคิดใครความคิดมัน ให้เกียรติกันในสภาผู้แทนราษฎรนี้ แต่ที่บ้านผมมีที่ร้อยกว่าไร่ครับ รับรถทัวร์ได้เยอะมาก แล้วแถมลูกสาวมีรถทัวร์ 4 คน รถตู้อีก 30 ครับ พร้อมส่งกลับครับ เรียนด้วยความ... เราคนไทยด้วยกันครับ วันนี้ท่านมีส่วนที่จะนำปมในการขัดแย้งสู่บ้านเมืองนี้ ท่านเก็บมันใส่กระเป๋าไว้ไม่ได้เหรอ 300 นโยบายนี่ ไอ้นโยบายหนึ่งนี่ แล้วถ้าประชาชนบอกไม่เลือกท่าน โอ้โห ผมว่าสุดยอดแล้วครับ มันอะไรกันครับ วันนี้ ผมขอโทษนะครับ ขอโทษจริง ๆ ว่า ด้อมส้มนี่ผมไม่กล้าใช้ เพราะผมไม่รู้แปลว่าอะไร บอก FC อย่างนี้ ผมเข้าใจ ใครที่เห็นตรงข้ามโดนหมด สว. โดนหนักกว่าเขาหน่อย แต่ท่านไม่ได้ดูตัวเองนะครับ ท่านหยุดตรงนี้ แล้วผมบอกท่านเลยนะครับ ผมถามว่าใครก็รักพ่อรักแม่ตัวเอง ถ้าท่านปล่อยให้คนด่าแล้วไม่มีกฎหมายคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ ยิงกันระเบิดแน่เมืองนี้ ประเทศไทยนี่ล่ะครับ ยิงกันชิบหายวายป่วงไปหมด จะยิงกันผมอาจจะขอเขาว่า ขอออกกฎหมายใหม่ ยิงไอ้คนที่หมิ่นสถาบันแล้วไม่ติดคุก ดีไหม มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว วันนี้เราอยู่ได้ด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ ปกปักรักษาเรามา มันเป็นอย่างไร อย่าให้ผมไปคิดเลยว่า ก้าวไกล อนาคนใหม่ เกิดมาเพื่อล้มล้างหรือเปล่า ทำไมท่านไม่ยอมสักนิด ถอยสักหน่อยหนึ่ง วันนี้ท่านยืนเด่น ชนทุกคนที่ขวางกู ไม่ใช่บุคคลิกของผู้นำประเทศ ไม่ใช่บุคคลิกของผู้บริหารประเทศ ท่านต้องทำและบริหารประเทศ ภายใต้กรอบ และท่านจำไว้ว่าท่านเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาล ผลประโยชน์ของรัฐบาล ไม่ใช่ประโยชน์ของประเทศอย่าเดียว รัฐบาล บางทีเอาผลประโยชน์เอาตัวรอด ให้ คณธ ครม. อยู่ไป แต่ประเทศชาติฉิบหายอย่างไรไม่รู้ ฝากท่านด้วยครับ ว่าท่านต้องดูแลประเทศ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ท่านครับ ด้วยความเคารพครับ คำว่า "ชิบหาย" ผมอย่างให้ (คุณชาดา) ไม่รู้หลุดไปอย่างไรครับ ถอนครับ ท่านประธานครับ มันเป็น... (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญคุณชาดาต่อ สมาชิกทุกท่าน (คุณวันมูหะมัดนอร์) คุณชาดาครับ ท่านอภิปรายก็ดีนะครับ แต่ว่า ประเด็นผมเข้าใจว่าจพซ้ำไปบ้างแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าท่านจะกรุณา ได้สรุปได้ก็ดีครับ ถึงแม้ไม่ได้กำหนดเวลานะครับ ท่านก็พูดถึงในประเด็น ก็ตอนนี้ (คุณชาดา) เมื่อกี้ ขอโทษจริง ๆ ท่านประธาน ไม่รู้ตัวว่าหลุดชิบหายออกไป ขอโทษอย่างยิ่งนะครับผม ต้องขอโทษหัวหน้ากับเลขาเดี๋ยวจะหาว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เรียบร้อย เราเป็นพรรคที่ประธานครับ วันนี้สิ่ง... (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอโทษครับ ท่านพูดต่อไปเลยครับ ผมกดปุ่ม (คุณชาดา) อ๋อครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ตกใจที่ท่านพูด เชิญครับ (คุณชาดา) ท่านประธานไม่อยากให้ผมพูดต่อ ผมก็จะไม่พูดครับ ผมรักสถาบันครับท่าน (คุณวันมูหะมัดนอร์) ผมว่าท่านพูดดีแล้ว ถ้าท่านสรุปได้ก็จะยิ่งดีมาก ขอบคุณครับ (คุณชาดา) และที่สำคัญผมเกิดที่เมืองพระชนกกับจักรี เกิดที่อุทัยธานีครับ ผม พ่อของรัชกาลที่ 1 พูดแบบชาวบ้าน เกิดที่อุทัยธานี ผมเรียนด้วยความเคารพครับ ผมอยากเห็นรัฐบาลชุดนี้ถูกตั้งเสียไว ๆ เป็นเสีย ดูสิจะทำงานได้ไหม นะครับ เราต้องให้โอกาสกันทุกคน แต่ท่านครับ ท่านอย่าไปจุดฉนวนให้กับบ้านเมืองนี้ ขอเถอะครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ เรื่อง 112 ท่านจัดเมื่อไหร่ ท่านทำเมื่อไหร่ วุ่นวายครับ และผมก็ถือว่าเป็นภารกิจของผมและพรรคภูมิใจไทย ที่จะต้องให้ระบบพระมหากษัตริย์อยู่คู่สังคมไทยไปตลอด ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณชาดามากครับ ผมขอแจ้งนิดเดียวครับ เนื่องจากตอนรับรองไปเมื่อสักครู่นะครับ จำนวน 202 คนนั้น มีผู้เข้าใจผิดครับ คือ จากวุฒิสมาชิก ได้กดปุ่มรับรองไปด้วย 4 ท่าน เพราะฉะนั้น จึงขอ เพื่อบันทึกที่ถูกต้อง จึงขอตัดชื่อวุฒิสมาชิกที่รับรอง 4 ท่านออกไป คงเหลือ ผู้ที่รับรอง คุณพิธา 298 คน ซึ่งก็ยังครบชื่อที่ต้องการ 50 คนอยู่ดีครับ ทีนี้การอภิปราย ท่านต่อไปนะครับ เดิม ผมบอกว่าจะให้ฝ่ายเสนอที่จะเป็นรัฐบาล 8 พรรคนั้น พูดต่อ แต่เนื่องจากคุณชัยธวัช ซึ่งจะเป็นผู้อภิปรายนั้น ขออนุญาตว่าจะออกไปทำภารกิจนิดหน่อยนะครับ ก็ตอนนี้เผื่อว่าถ้าหากว่าท่านสมาชิกไม่ขัดข้องก็จะขอเชิญ คุณประพันธุ์ คูณมี จากวุฒิสมาชิก ซึ่งจะใช้เวลา 25 นาที อภิปรายต่อ แล้วก็จะมาคุณชัยธวัชิ ต่อและก็จะมาที่คุณชัยธวัช นะครับ ผมคิดว่าคงจะได้นะครับ คุณประพันธุ์อยู่นะครับ ครับ เชิญครับ คุณประพันธ์ อภิปรายได้เลยนะครับ ท่านขอเวลา 25 นาที เชิญครับ (คุณประพันธุ์) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นี้ ผมรับฟังด้วยความรับซึ้งและเข้าใจในปัญหาของบ้านเมือง แต่วันนี้ถือเป็นวันที่มีความหมายและความสำคัญทางการเมืองอย่างยิ่งของรัฐสภา เป็นวันที่ประวัติศาสตร์จะต้องกำหนดถึงอนาคตของบ้านเมือง เพราะเป็นวันที่สมาชิกรัฐสภาของเราจะได้ทำหน้าที่ในภารกิจสำคัญ นั่นก็คือการพิจารณาให้เป็นเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ถือว่าเป้นผู้นำสูงสุดในทางการบริหารของประเทศ อันเป็นการดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตามราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตตินี้ ในครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่รัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้เป็นต้นมา แต่สิ่งที่กระผมได้อภิปรายต่อไปนี้ ผมเรียนประธานว่า มันเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องการเรียนท่านในฐานะสมาชิกรัฐสภา ที่ต้องมาทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพวกเรามีที่มาแตกต่างกัน จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ แต่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 114 ก็บัญญติให้ถือว่าพวกเราทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ สว. ย่อมถือว่าเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นมาด้วยวิธีการใด และการทำหน้าที่ของเรานั้นจะต้องไม่อยู่ในความผูกมัดแห่ง อาณัติ มอบหมายและจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุขโดยรวม ประโยชน์ และก่อนเข้าทำหน้าที่ เราก็ต่างต้องกล่าวคำปฏิญาณตนด้วยข้อความเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 115 ว่าข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์สุขของประเทศ ประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ซึ่ง ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทยทุกประการ ประเด็นปัญหาที่เราจะพิจารณาในวันนี้ ท่านประธานครับ เป็นการใช้สิทธิ ใช้อำนาจหน้าที่ของเรา สว. สส. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน สว. ก็มาจากประชามติของประชาชน ให้มีบทบัญญัติให้ สว. ได้มาทำหน้าที่ในวันนี้ เราต่างมีฐานที่มาจากประชาชน เพียงแต่แตกต่าง ในด้านวิธีการ และกระบวนการที่มาเท่านั้น กระผมให้ความเคารพ และให้เกียรติท่าน สส. ครับ แล้วรับฟังความคิดเห็นและเสียงของประชาชน ที่ออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งมาโดยตลอด แต่ในการพิจารณาในวันนี้ ผมก็ต้องให้ความเคารพและรับฟังเสียงของประชาชนทั้งประเทศ ประกอบการพิจารณาด้วยเช่นกัน ผมเคารพให้และเกียรติท่าน และก็หวังว่าท่านจะให้เกียรติและเคารพในการทำหน้าที่ ของ สว. เช่นนั้น ซึ่งไม่ว่าพวกเราจะโหวตเห็นชอบ และให้ความเห็นชอบและไม่ให้ความเห็นชอบเช่นไร ท่านก็คงเคารพกฎกติกาของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ในประเด็นที่ผมจะเสนอต่อที่ประชุม ต่อไปนี้ จึงเป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริตของผมครับ ด้วยความยึดมั่นหน้าที่และคำปฏิญาณตนแห่งนี้ เพื่อรักษาและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญทุกประการ โดยไม่ได้มีอคติส่วนตัวใด ๆ ต่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับความเห็นชอบแต่อย่างใดครับ ท่านประธานครับ ตามที่ท่านชลน่าน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้เป็นคนเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้เป็นบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี และได้มีท่าน สส. ให้ความรับรอง ให้ความเห็นชอบในขณะนี้นั้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในครั้งนี้ ผมถือว่าเป็นการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 โดยชัดแจ้ง ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 159 160 ซึ่งมีเหตุผลสำคัญ คือ ในวันนี้เราอยู่ในหมวดของการรัฐธรรมนูญ มาตรา ใช้ 272 272 ในบทเฉพาะการ เพราะฉะนั้น การเสนอชื่อแม้ว่าจะใช้อยู่ในหมวด 272 เฉพาะการก็ตาม แต่การเสนอชื่อบุคคลในการเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังบทบัญญัติ ของมาตรา 159 แห่งนี้ต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก็แต่เฉพาะบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห้าม มาตรา 160 เท่านั้น ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านลองเปิดไปดูมาตรา 160 สิครับ มาตรา 160 ก็ว่าด้วย คุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งก็คือรวมถึงนายกรัฐมนตรีนั่นเอง ซึ่งในมาตรา 160 (6) ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 98 ก็ต้องย้อนกลับไปเปิดดูมาตรา 98 ว่ามาตรา 98 กำหนดลักษณะต้องห้ามไว้ อะไรบ้าง ซึ่งแน่นอนครับ มาตรา 198 กำหนดไว้เยอะ หลายประการนะครับ ไม่ว่าเรื่องที่ต้องไม่ติดยาเสพติดนะครับ ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย นั่นหมายความว่า คนที่จะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามเหล่านี้ และอย่างที่สำคัญใน (3) ต้องไม่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ และยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีกครับ ต้องไม่ถูกพิพากษา จำคุก ถูกคุมขัง ต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างต้องห้าม แต่เอาล่ะครับ เฉพาะกรณีของคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ได้รับการเสนอชื่อนั้น มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ก็คือขัดต่อกฎหมาย มาตรา 160 และมาตรา 98 (3) นั่นเอง นั่นคือท่านเป็นบุคคลที่ต้องห้าม หรือมีคุณสมบัติต้องห้ามตาม 98 (3) เมื่อเป็นเช่นนี้ครับ การเสนอชื่อนะครับ ของสมาชิกรัฐสภา ที่เสนอชื่อท่าน เพื่อให้ความเห็นชอบนั้น จึงปรากฏข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งอยู่แล้ว ว่าขัดต่อข้อบังคับ ข้อที่กำหนดไว้ ว่าจะเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไม่ได้ครับ จึงมีปัญหาว่า การเสนอชื่อบุคคลผู้นี้ เพื่อให้สภาให้ความเห็นชอบนั้น เป็นการเสนอชื่อบุคคลโดยชอบหรือไม่ หรือเป็นการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ซึ่งมิให้เสนอชื่อบุคคลดังกล่าวนั้นได้ ประเด็นที่ 2 ครับ แล้วข้อเท็จจริงเรื่องปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ของคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้งว่า เมื่อวานนี้ คณะกรรมการ กกต. นะครับ ได้มีมตินะครับ และได้ยื่นเรื่องนะครับ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีคำสั่งนะครับ ได้ยื่นคำร้อง เมื่อวันที่ 12 พร้อมเอกสารประกอบคำร้อง เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็คือของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้ลงรับในทางธุรการแล้ว และจะได้เสนอคำร้องดังกล่าว เพื่อพิจารณาตามราชบัญญัติ พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541 มาตรา 49 ต่อไป อันเป็นข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นโดยปราศจากข้อสงสัยว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นบุคคลที่ มีคุณสัมบัติและลักษณะต้องห้ามนั่นคือความเห็นอันเป็นยุติของคณะกรรมการ กกต. ไม่ได้เป็นเพียงแค่มองเห็นว่าเป็นคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามเท่านั้นนะครับ ยังมองว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดแล้ว แต่ในชั้นพิจารณาของสภาแห่งนี้นี่ เรามีหน้าที่จะต้องพิจารณาว่า การที่ท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อนายพิธานั้น ถือว่าเป็นเสนอที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขัดต่อข้อบังคับหรือไม่ และบุคคลที่ถูกเสนอชื่อนั้น มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ปัญหานี้ครับ ท่านประธานครับ ก็อาจจะมีคนแย้งว่าขณะนี้ยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่สุด จะไปถือว่าเขามีปัญหาเรื่องคุณสมบัตินั้นไม่ได้ ผมขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ปัญหานี้ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดครับ เพราะปัญหาเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นคุณสมบัติเดียวกันกับบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ นี้นะครับ เป็นเรื่องที่วิญญูชนและบุคคลโดยทั่ว ๆ ไป ก็สามารถวินิจฉัยได้ครับ เพราะมาตรา 98 นี่ไม่ได้เขียนซับซ้อนลึกซึ้งเลยครับ ถามว่าท่านติดยาเสพติดหรือเปล่า ถามว่าท่านเป็นบุคคลล้มละลายหรือเปล่า ถามว่าท่านถือหุ้นสื่อหรือเปล่า ถามว่าท่านเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกหรือเปล่า รวมแล้วเป็นสิบ ๆ ข้อนี่ครับ ไม่จำเป็นต้องไปถามศาลเลยครับ ตัวท่านก็มีวิจารณญาณที่จะวินิจฉัยได้เอง กฎหมายถถึงไปเขียนในมาตราข้อที่ 51 รัฐธรรมนูญ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ไงครับ ว่า 151 นี่ครับ ผู้ใดรู้อยู่แล้ว แล้วก็จงใจไปสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น จึงเป็นความผิด นั่นก็คือเขาให้ตัวท่านเองนี่ สามารถวินิจฉัยตัวท่านเองได้อยู่แล้ว ถ้าท่านต้องไปรอศาลก่อน ว่าผมขาดคุณสมบัตินี่ กฎหมายจะไม่เขียนไว้อย่างนี้ครับ กรณีกฎหมายให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยนั้น เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ กกต. เห็นว่า คุณ... สมาชิกภาพของท่านสิ้นสุดแล้ว แต่ท่านไม่ยอมรับ ไม่รู้ตัว จนต้องให้สมาชิกเข้าชื่อไปยื่นต่อศาลเท่านั้น แต่ก่อนจะไปสมัคร ท่านมีคุณสมบัติไหม ขัดต่อรัฐธรรมนูญไหม ท่านต้องเซนเซอร์ ตรวจสอบตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับท่าน ท่านจบ ม.6 ไหมครับ ถ้าไม่จบ ม. 6 ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ไม่เห็นต้องรอศาลวินิจฉัยเลยว่าผมจบหรือไม่จบ นี่คือประเด็นครับ ว่าที่สมาชิกสภาได้เสนอชื่อบุคคลดังกล่าวนี้ แล้วผมต้องนำเรื่องนี้มาพูดในที่ประชุม ก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าบุคคลที่ได้เสนอชื่อมาให้รัฐสภาได้โหวตให้การรับรอง เพื่อให้ความเห็นชอบนั้น เป็นบุคคลที่รัฐสภามิอาจรับไว้พิจารณาเพื่อโหวตหรือลงคะแนนเสียงได้ เนื่องจากเป็นการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติขัดต่อกฎหมาย และมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ หากรัฐสภาให้มีการพิจารณาเพื่อลงมติ และให้ความเห็นชอบต่อไป ย่อมขัดต่อกฎหมายสูงสุดของประเทศ และขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภาโดยชัดแจ้ง สมาชิกรัฐสภาที่จะร่วมกันพิจารณา และลงมติ ย่อมได้ชื่อว่า รู้อยู่แล้วว่าบุคคลดังกล่าวมีคุณสมบัติที่มิชอบด้วยกฎหมาย แต่ท่านก็ยังจงใจจะกระทำผิดโดยฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภา การลงมติและให้ความเห็นชอบกรณีดังกล่าวนี้ มันจะเป็นปัญหาที่มีความผิดร้ายแรงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน นอกจากนั้น เมื่อสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบแล้ว การจะนำชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติ และคุณลักษณะต้องห้าม ไปนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงมีพระบมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้ง ให้มีการแต่งต้ังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ท่านลองพิจารณาสิว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการรบกวนเบื้อพระยุคเป็นสิ่งที่สภาแห่งนี้ มิบังควรที่จะกระทำเป็นอย่างยิ่ง นี่คือปัญหาสำคัญครับ เพราะฉะนั้น ในทั้งกระบวนการของเจ้าหน้าที่ กกต. กระบวนการอื่น ที่มีการตรวงสอบเรื่องนี้ เขาเห็นแล้ว เขาฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติแล้ว ถ้า กกต. มีอำนาจโดยไม่ต้องส่งศาล เขาก็คงมีคำวินิจฉัยให้ใบแดงคุณพิธาไปแล้วครับ แต่ว่าโดยกระบวนการพิจารณาของกฎหมายบัญญิตให้ ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือคณะกรรมการ กกต. เห็นว่าสมาชิกภาพของบุคคลใดสิ้นสุดลง ให้เข้าชื่อหรือให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นข้อสุดท้าย เพราะฉะนั้นกรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่ เป็นปัญหาสำคัญที่สภาแห่งนี้ต้องได้พิจาณาให้ละเอียดถ่องแท้ครับ ว่าการเสนอบุคคลดังกล่าวนั้น ชอบหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีการถือหุ้นสื่อหรือไม่ ตนเป็นบุคคลที่ต้องห้ามหรือไม่นี้ ผมจึงเห็นว่า สมาชิกรัฐสภาควรจะใช้ดุลพินิจ พิจารณานะครับ ว่าเมื่อเป็นกรณีที่ขาดคุณบัติ ตามมาตรา 160 แล้ว จึงเป็นบุคคลที่ไม่อาจได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนุญ การเสนอชื่อเพื่อให้ลงมติ จึงควรจะต้องอยู่ในดุลพินิจของสมาชิก และท่านประธาน ที่จะต้องได้พิจารณาครับ เพราะหากเราดึงดันที่จะลงมติ จากบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนั้น ท่านอาจจะถูกดำเนินคดีได้ ตามมาตรา 231 (1) นั่นคือเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ตามประมวลจริยธรรม สส. ข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 29 ท่านเปิดดูได้ครับ ประมวลจริยธรรมของท่าน ส่วนสำหรับ สว. เอง ที่คิดจะลงมติในวันนี้ มันจะมีปัญหาเรื่อง ข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 24 เช่นกัน การกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำทั้งที่รู้ข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่าบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย จน กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ย่อมเป็นข้อเท็จจริง ที่รับฟังเป็นที่ยุติว่า่ บุคคลที่เสนอขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้นะครับท่านประธาน ผมจึงไม่เห็นด้วย และขอคัดค้านการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องขอให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณาวินิจฉัยในประเด็นสำคัญนี้ด้วย ส่วนความไม่เหมาะสมอื่น ๆ เกี่ยวกับบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อในวันนี้ มีหลายเรื่อง หลายประเด็น ไม่ว่าที่่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปแล้วก็ดี ไม่ว่าจะความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำประเทศก็ดี ไม่ว่าเรื่องการที่จะมีแนวนโยบาย ที่จะก่อนให้การชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้านก็ดี หรือยุยงปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในหมู่ประชาชนก็ดี ก็เป็นความไม่เหมาะสมในด้านอื่น ๆ ซึ่งสมาชิกในรัฐสภาก็คงจะได้อภิปรายและให้ข้อคิดเห็นต่อไป สำหรับผม ผมเห็นว่าประเด็นเรื่องการเสนอชื่อบุคคลดังกล่าว เพื่อให้สภาโหวตนั้นเป็นการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ 159-160 จึงไม่อาจเป็นบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อให้รัฐสภาโหวตให้ความเห็นชอบได้แต่อย่างใดครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณ คุณประพันธุ์ คูณมี มากครับ คุณพิธา ยกมือขอ พูดในสิ่งที่พาดพิงใช่ไหมครับ (คุณพิธา) ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ก็อนุญาตให้คุณพิธาได้ชี้แจงในสิ่งที่พาดพิง และคุณพิธาชี้แจงจบแล้วก็คนต่อไปที่จะอภิปราย คือคุณชัยธวัช ตุลายน ซึ่งขอเวลา 15 นาทีครับ เชิญครับ คุณพิธา (คุณพิธา) เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธาน ต้องเริ่มต้นด้วยการขอบพระคุณนะครับ ท่านสมาชิกทั้ง 2 ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามทั้ง 2 ท่าน ท่านชาดา และท่านประพันธ์ ที่ได้อภิปรายนะครับ สอบถามกหลาย ๆ เรื่อง เกี่ยวกับคุณสมบัติของผมในฐานะผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย ต้องเริ่มต้นอย่างนี้ ท่านชาดาได้ติติงบุคลิกของผมนะครับ ได้ติติงภาวะผู้นำของผม ผมก็กำลังพยามที่จะพัฒนาอยู่เหมือนกันครับ พยายามพัฒนาให้เป็นคนที่ฟังมากกว่าพูดนะครับ ฟังท่านชาดาเสร็จ ก็พยายามฟังท่านประพันธุ์ต่อ ในขณะเดียวกัน ผมก็พัฒนาภาวะผู้นำผมเป็นคนรักษาคำพูด เหมือนกันสโลแกนพรรคท่านเลยครับ พูดแล้วทำนะครับ เพราะฉะนั้น สัญญาที่เคยให้กับประชาชนอย่ไร ก็คงที่จะต้องทำตามอย่างนั้น ผมพยายามที่จะพัฒนาคุณลักษณะความเป็นผู้นำของผมครับ ว่าถึงผมจะไม่เห็นด้วยกับทุกเรื่องที่ท่านชาดาได้พูดมา แต่เห็นว่าท่านมีเสรีภาพในการที่จะพูด และนี่คือหน้าที่ของรัฐสภา นี่คือหน้าที่ของสภา ท่านชาดาก็มีประสบการณ์แบบหนึ่ง มีความคิดแบบหนึ่ง ผมก็มีชุดความคิดแบบหนึ่ง สาเหตุแบบหนึ่ง นี่คือเราต้องใช้รัฐสภาแก้ไขนิติบัญญัติ ตลอดมาของประเทศไทย นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็นตั้งแต่สมัยที่แล้วแล้วครับ ที่ท่านชาดาได้พูดถึงเรื่องของการลดโทษก็ดี มีการคุ้มครองก็ดี ซึ่งเวทีนี้เป็นเวทีเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เวทีในการแก้ไขหรือกฎหมายใด ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้นี่ ผมคิดว่าเป็นบรรยากาศที่ดี และสุดท้ายครับ ผู้นำของประเทศนี้ ต้องมีความอดทด อดกลั้น รับฟังข้อกล่าวหาที่จะจริงหรือไม่จริงก็แล้วแต่ อันนี้คือ 4 ข้อที่ผมสัญญา ผ่านท่านประธาน ไปยังท่านชาดา และพรรคที่รวมถึงสภาสูงที่รับฟังอยู่ ว่านี่เป็น 4 คุณลักษณะสำคัญนะครับ ที่ผู้นำของประเทศไทยควรจะมีนะครับ ในการที่จะใช้สิทธิพาดพิง คงจะสั้น ๆ ครับท่านประธาน เรื่องที่ผมเห็นด้วยกับท่านชาดา ก็คือ ใช่ครับ ไม่ได้อยู่ใน MOU 8 พรรคอย่างที่ท่านเข้าใจ เพราะ MOU 8 พรรค คือ ความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล ทั้ง 8 พรรคนะครับ ในการที่จะเข้าสู่อำนาจในการบริหารประเทศ ในการที่จะแก้ไขอยู่ที่นิติบัญญัติครับ อยู่ที่นี่ และเมือเรายื่นข้อเสนอผูกขาด คนที่อายุน้อยมากกว่าผมก็อาจจะคิดอีกแบบหนึ่ง ก็คือผู้แทนราษฎรที่มีความคิด แล้วใช้เหตุใช้ผลกัน International Criminal Court หรือ ว่า ICC นะครับ ซึ่งตามหลักของเขาเลย ก็คือมีหน้าที่ nternational Criminal Court หรือว่า ICC นะครับ ซึ่งตามหลักของเขาเลยก็เขียนไว้เลยครับ มีหน้าที่ที่จะ Investigate Where warranted, Individuals charged With the gravest crimes of concern International community genocide, War crimes, Crime against humanity. ซึ่งหมายความว่าอาชญากรรมทางสงคราม การฆล้างเผ่าพันธุ์นะครับ ซึ่งตรงนี้นี่ ข้อที่ท่านชาดาอาจจะกังวล คือ ข้อที่ 27 ผมอ่านแล้ว แต่ทีนี้ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่เป็นระบบเดียวกับเรา ระบอบประชาธิปไตยอันนี้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุก Constitutional monarchy ี้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุก Constitutional monarchy มีอยู่ 123 ประเทศครับ ญี่ปุ่นเซ็นครับ อังกฤษเซ้นครับ เดนมาร์ก เซ็นตคมีอยู่ 123 ประเทศครับ ญี่ปุ่นเซ็นครับ ครม. อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ไม่ได้เป็นประเด็นอย่างที่ท่านได้กล่าวหาเลย สิ่งที่หน้ากลัวที่สุดในการเข้า ICC ใครหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เอาปืนไปยิงมันเลยนี่ ผมไม่แน่ใจว่าคนที่สูญเสียไปว่าใครคนยิงเมื่อ 9 ปีก่อนที่ราชประสงค์ และย้อนหลังไปถึงเรื่อง 6 ตุลาคม 14 ตุลาคม เป็นต้น วัฒนธรรมรับผิดรับชอบ เขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อมีคนอภิปรายในสภาแห่งนี้ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วย และขออนุญาตใช้สิทธอนุญาตใช้สิทธิพาดพิงในการชี้แจง ของคุณประพันธ์นะครับ ผมต้องขอยืนยันผ่านท่านประธาน ไปยังทั้ง 750 คนที่มีเสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ผมยังมีคุณสมบัติสมบูรณ์แบบทุกประการ และด้วยความชอบธรรมครับ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการนะครับ แม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่รู้เลยครับ ว่าข้อกล่าวหาคืออะไร เห็นแต่มติก็ผ่านสื่อมวลชน ยังไม่รู้เลยว่าสงใสในประเด็นไหน แล้วหลักการที่บอกว่าสมมติฐานไว้ว่าบริสุทธิ์ไว้ก่อน Presumption of innocence ไม่ทราบว่ามีเพื่อน ๆ ที่อยู่ในแวดวงทนาย แวดวงตุลาการในเรื่องนี้เลย มันมีศาลเตี้ยในรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้ครัย ผมยังไม่มีโอกาสที่จะชี้แจงแม้แต่ครั้งเดียวเลย แล้วคราวที่แล้ว ปี 2562 ก็มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นก็ไม่ได้กระทบการเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ใช่หรือครับ เพราะเท่าที่ผมจำไม่ ผิด ท่านบอกว่ารัฐบาลเสียงข้างมาก 249 เสียงตามนั้นไม่มีแตกแถว ก็เคยเกิดขึ้นแล้วไม่ใช่หรือครับ เพราะฉะนั้นนี่ ไม่ต้องกังวลครับ ท่านบอกว่า ม. 6 ขึ้นมหาวิทยาลัย เรื่องของวิญญูชน ผมรัดกุมมาตลอด เกี่ยวกับการยื่น ปปช. รัดกุมมาตลอกเกี่ยวกับการยื่นคุณสมบัติ สอบถามทั้ง กกต. สอบถามทั้ง ป.ป.ช. ตั้งแต่เป็น สส. ตั้งแต่ครั้งนี้ ครั้งแรก และครั้งต่อ ๆ ไป เพราะผมยอมรับในการตรวจสอบ ไม่ได้อยู่ในกระบวนการ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอบคุณคุณพิธาครับ ต่อไปคนที่จะอภิปรายต่อไปคุณชัยธวัช ตุลาตน ครับ แล้วผมให้เตรียมได้เลยร ครับ จากคุณชัยธวัช คุลาธน คือคุณศาสตรา ศรีปานครับ ครับ เชิญครับ คุณชัยธวัช (คุณชัยธวัช) เรียนท่านประธานและรัฐสภาที่เคารพนะครับ ผมชัยธวัช ตุลาธน สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายผ่านไปยังสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ว่าทำไมในวันนี้ พวกเราควรลงมติรับรองให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป แทน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมคงไม่รบกวนเวลาสมาชิกทุกท่านมากนะครับ เพราะอันที่จริงแล้ว วันนี้ผมคงไม่จำเป็นต้องมาอภิปรายเรื่องคุณสมบัติ ของคุณพิธา รวมถึงนโยบายของพรรคก้าวไกล ในรัฐสภาแห่งนี้ เพราะผมถือว่าประชาชนทั้งประเทศ รวมถึงสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน เราต่างก็ได้ใช้วิจารณญาณของตัวเองพิจารณาและลงมติ 1 คน 1 เสียง เท่าเทียมกัน ผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 และเมื่อผลปรากฏว่าพรรคก้าวไกล ซึ่งได้เสนอชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ชนะการเลือกตั้ง แล้วสามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ได้ทั้งสิ้น 312 เสียง จากพรรคการเมือง 8 พรรค ได้แล้ว คุณพิธาก็ควรจะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ตามครรลองปกติของระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภา เรื่องมันก็ควรจะเรียบง่าย ตรงไปตรงมาแบบนี้ มิใช่หรือครับ แต่ท่านประธานครับ บรรยากาศที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงวันนี้ กลับทำให้เกิดคำถามดัง ๆ ในใจของพี่น้องประชาชน จำนวนนับล้าน ๆ คน ที่กำลังเฝ้าดู จับตาการประชุมรัฐสภากันอยู่ในวันนี้ด้วย เกิดคำถามในใจของเขาว่าหากนายกรัฐมนตรีคนใหม่ไม่เป็นไปตามผลการเลือกตั้ง แล้วเราจะมีการเลือกตั้งไปทำไม ตกลงอำนาจอธิปไตยของประเทศนี้เป็นของปวงชนชาวไทย ตามที่ปรากฏบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญจริง ๆ หรือไม่ หรือเป็นของใครกันแน่ และยังมีคำถามคำโต ๆ ว่าตกลงประชาชนอยู่ตรงไหน ประชาชนอยู่ตรงไหนในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของเรา ท่านประธานครับ คำถามในใจของพี่น้องประชาชนเหล่านี้ มันสะท้อนอะไร และมีนัยสำคัญอย่างไรกับสังคมบ้านเมืองของเรา อันที่จริงคำถามภายในใจของพี่น้องประชาชนทำนองนี้นะครับ ไม่ใช่จะเพิ่งเกิด แต่มันเป็นคำถามที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ ตลอดเกือบ 2 ทศวรรษ ที่ผ่านมา เราผ่านอะไรมาบ้างครับ ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 5 ครั้ง ผ่านการรัฐประหาร 2 ครั้ง ผ่านการพยายามที่เขียนรัฐธรรมนูญฉบับถาวร หลังรัฐประหาร 2 ฉบับ ผ่านแม้กระทั่งการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร 1 ครั้ง ผ่านการยุบพรรคการเมือง ยุบแล้ว ยุบอีก ผ่านการชุมนุมของประชาชรฝ่ายต่าง ๆ และการปะทะกันบนท้องถนนนับไม่ถ้วน มีผู้ถูกดำเนินคดี จำคุก บาดเจ็บ รวมถึงเสียชีวิต รวมแล้วนับร้อย นับพัน จากความขัดแย้งทางการเมือง ที่ยังไม่ทราบว่าจะยุติเมื่อไหร่ ถว่าผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้มาเกือบ 2 ทศวรรษ สังคมไทยยังไม่สามารถให้คำตอบที่ดีได้ ต่อคำถามในใจของพี่น้องประชาชน อย่างที่ผมกล่าว และยังไม่สามารถจะหาคำตอบที่พวกเรายอมรับร่วมกันได้สักที ปัญหา ก็คือว่าตราบใดที่พวกเรายังไม่สามารถหาคำตอบแห่งยุคสมัยนี้ได้ สังคมไทยก็จะหยุดนิ่ง จมดิ่ง ว่ายวนอยู่ในวงจรเดิม ๆ มองไม่เห็นอนาคตไปอีกนาน อย่างไรก็ดีครับ ท่านประธานครับ ผมเองในฐานะผู้แทนราษฎรในฐานะสมาชิกรัฐสภา และในฐานะตัวแทนของพรรคก้าวไกล ผมเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และการลงมติของรัฐสภาในวันนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญของพวกเรา ที่จะเริ่มต้นในการแสวงหาคำตอบครั้งใหม่ให้แก่สังคมไทยครับ สมาชิกหลายท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับพรรคก้าวไกลในบางเรื่อง หลายท่านอาจจะกังวลใจกับความเปลี่ยนแปลงที่พวกเราไม่คุ้นเคย หรือไม่รู้จักนะครับ มีข้อกล่าวหามากมายครับ ซึ่งส่วนหนึ่งก็สะท้อนจากการอภิปราย ท่านสมาชิก 2 ท่านแรก ไม่ว่าความกังวลใจว่าพวกเราจะพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ หรือระบอบการปกครองหรือไม่ พวกเราพยายามที่จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่กลายเป็นสถาบันหลักของชาติอีกหรือไม่ เจตนาที่แท้จริงของการเสนอให้มีการแก้ไขปรับปรุง มาตรา 112 นะครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลาย ๆ นโยบายของเรา เป็นอย่างไร ผมขออนุญาติไม่ใช้เวลานี้ในการลงรายละเอียดที่จะแลกเปลี่ยนนะครับ กับท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ แต่ประเด็นสำคัญที่อยากจะกล่าวเอาไว้ในที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอใด ๆ ของเรา ของพรรคก้าวไกล มันอยู่บนฐานความคิดที่ว่า สถาบันหลักของชาติ หรือสถาบันการเมืองใด ๆ ก็ตาม จะดำรงอยู่ได้ ก็ด้วยความยินยอมพร้อมใจของประชาชน ไม่มีสถาบันใดที่จะสามารถดำรงอยู่ได้ ด้วยการ กด ปราบ บังคับ แล้วนี่เป็นสิ่งที่เราพยายามจะเตือน ให้สติ กับทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมชิกในรัฐสภา และกับสังคมไทย ผู้มีอำนาจทุกฝ่าย ขอให้ตั้งสติ และมองการณ์ไกล กับสถานการณ์ปัจจุบัน แล้วเล็งเห็นให้ได้ว่าวิะีการอะไร กุสโลบายอะไรที่สุด ที่จะสามารถรักษาสิ่งที่พวกเรารัก สิ่งที่หลายคนหวงแหน ให้ดำรงอยู่ในได้ในสังคมที่มีพลวัตตลอดเวลา เราไม่เชื่อว่าสิ่งใด ๆ จะดำรงอยู่ได้ด้วยการสถิตย์อยู่เหมือนเดิมทุกประการ แล้วจะมั่นคงสถาพร แล้วมันไปไกลนะครับ ไปไกลถึงขนาดที่ว่าหลายท่านบอกว่าการเลือก การลงมติให้คุณพิธาจากพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นการล้ามล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการไม่รักชาติ เป็นการไม่เคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่พวกผมพยายามจะบอกว่ามันไม่ควรจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะพระมหากษัตริย์ องค์พระมหากษัตริย์ ในระบอบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนี่ ต้องอยู่เหนือการเมือง ต้องอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง แล้วมันอันตรายมาก ที่เมื่อไหร่ต่างฝ่ายต่างดึงเรื่องนี้ เข้ามาพัวพันในการขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเราก็เห็นอยู่แล้วว่าตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ผลเป็นอย่างไร เราพยายามที่จะเสนอว่าต้องช่วยกัน ช่วยกันนำสถาบันพระมหากษัตริย์ออกจากการขัดแย้งทางการเมือง และการยิ่งนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาปะทะกับผลการเลือกตั้ง ยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง ใครจะรับผิดชอบกับผลกระทบจากการกระทำแบบนี้ สุดท้ายนะครับ ท่านประธาน อย่างไรก็ตามผมอยากจะเชิญชวนท่านสมาชิก ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ในที่ประชุมแห่งนี้ ลงมติให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เหตุผล ไม่ใช่เพราะทุกท่านรักคุณพิธา ไม่ใช่เพราะทุกท่านเห็นชอบ เห็นด้วยกับพรรคก้าวไกลไปเสียทุกเรื่อง แต่มันจะเป็นการลงมติเพื่อคืนความปกติให้แก่ระบบรัฐสภาของไทย มันจะเป็นการลงมติ เพื่อแสดงความเคารพต่อประชาชน เป็นการลงมติเพื่อให้โอกาสครั้งใหม่ ให้แก่สังคมไทย เป็นการลงมติเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการแสวงหาคำตอบแห่งยุคสมัยร่วมกันให้ได้ สุดท้ายผมขออวยพรให้ประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในระบอบ คุ้มครองสมาชิกทุกท่านที่จะตัดสินใจอย่างกล้าหาญ ตามมโนธรรมสำนึก และเจตจำนงที่พี่น้องประชาชนได้แสดงออกไปแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณ คุณชัยธวัช ตุลาธน มากครับ ต่อไปก็เป็นคุณ ศาสตรา ศรีปาน ครับ แต่ว่าผม... ต่อไปจะเป็นลำดับถัดจากคุณศาตรา สมาชิกวุฒสภา ก็ขอความกรุณาครับ ด้วยว่าจะเป็นท่านใดที่จะอภิปรายต่อจากคุณศาสตราครับ ขอเชิญคุณศาสตราครับ (คุณศาสตรา)กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดสงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมเป็นตัวแทนของพรรครวมไทยสร้างชาติครับ ในการขึ้นมาอภิปรายในการแสดงจุดยืนของเรา ในการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ดังนั้น เสียงที่ผมจะส่งไปให้กับท่านสมาชิกที่อยู่ที่นี่ และข้างนอกต้องเรียนแบบนี้ครับ ว่าไม่ได้มีอคติหรือมีเรื่องใด ๆ ส่วนตัว แต่มันคือความคิดเห็นของคนไทยรักชาติ รักแผ่นดิน ที่วันนี้เราจะมาบอกว่าวันนี้อุดมการณ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือ ความชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้น ว่าเราจะปกป้องและดำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติไทย ดังนั้น เราจึงไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใด หรือนักการเมืองคนใด ที่มีนโยบายในการแก้ไขมาตรา 112 เพราะเราเห็นว่าบ้านเมืองวันนี้นี่ ก็สามารถเดินไปข้างหน้าได้ครับ สามารถที่จะพัฒนาไปข้างหน้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขมาตรานี้เลย ไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยครับ และเราไม่จำเป็นต้องมาทำลายขนบธรรมเนียม ต้นทุนทางวัฒนธรรมไทยที่มีมาตั้งแต่ในอดีต ไม่มีความจำเป็นเลยครับ มากกว่านั้นครับ พี่น้องประชาชน ตัวผมเอง และเพื่อสมาชิกก็ทราบดีครับ ว่าเราเห็นการขับเคลื่อน เดินสาย พูดถึงประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างบาดแผลให้กับชาติไทย ทำให้เกิดความสงสัย เช่น การแบ่งแยกดินแดน แบ่งแยกแผ่นดิน ผมถามว่าสิ่งเหล่านี้มันทำให้สังคมไทยนี่ ดีขึ้นหรือเปล่าครับ ไม่เลยนะครับ ไม่มี มีแต่สร้างความแตกแยก แบ่งแยกคนออกเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่ได้มีประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้นเลย รูปที่มีอยู่ทุกบ้าน บ้านคุณมีไหมครับ บ้านผมมีครับ และผมเชื่อว่ารูปที่มีอยู่ทุกบ้านนี่ ก็อยู่ในบ้านของใครหลาย ๆ คนข้างนอก โครงการพระราชดำริ ยกตัวอย่าง หาดใหญ่บ้านผมนี่ คลอง ร.1 คลองโครงการพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้เราต้องไม่สูญเสียชีวิต สูญเสียทรัพย์สิน วันนี้ นักเรียนทุนที่ได้รับคนยากจน วันนี้เขายังซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณนะครับ ของสถาบัน เพราะฉะนั้น อย่าเหยียบย่ำหัวใจคนไทยไปมากกว่านี้เลยครับ ขอได้ไหมครับ ไม่แก้ 112 นี่ ขอได้ไหมครับ เรื่องนี้ ไปแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องยังมีเรื่องอีกร้อยแปดพันเก้า ที่เราสามารถที่จะเสนอแก้ไขกฎหมายให้กับพี่น้องประชาชนได้ ในการแก้ไขมาตรา 112 นี่ มีแต่สร้างความแตกแยก ผมไปฟังเสียงจากพี่น้องประชาชนบ้านผมนะครับ คุณบอกว่า 14 ล้านเสียง พร้อมจะลงถนน อีก 20 กว่าล้านเสียงนี่ ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนี่ ผมบอกเลยว่า ก็พร้อมยอมตายถวายชีวิต เพื่อสถาบัน เพราะฉะนั้น ผมบอกและเรียนตามตรงว่า การแก้ไขมาตรา112 นี่ จะสร้างแต่รอยร้าว รอยแตกแยกให้กับประเทศไทย คนลงถนน บ้านเมืองจะอยู่อย่างไรครับ มีแต่พังพินาศ ชัยชนะบนซากปรักหักพังนี่ ชอบกันหรือครับ ผมว่ามันไม่มีประโยชน์อันใด ถึงคุณจะบอกว่า 151 เสียง ที่คุณได้มา หรือแม้แต่ทั้งรัฐสภา 750 นี่ คุณก็ไม่มีสิทธิในการทำลายสิ่งที่บรรพบุรุษเขาสร้างกันมาตั้งแต่ต้น ไม่มีครับ นี่คือประเด็นที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ด้านนอกเขาคิด เพราะฉะนั้น ต้องฟังด้วยนะครับ ไม่ว่าเสียงส่วนน้อย เสียงส่วนใหญ่ ก็ต้องฟัง เพราะมันจะเกิดความแตกแยก และผมคิดว่ามาตรา 112 นี่ มันก็ไม่ได้ทำให้... การแก้ไขมันก็ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยนี่ ทุกคนเป็นเทวดาเหมือนที่ท่านชาดาได้อภิปรายไว้เมื่อสักครู่นี้ แล้วอีกอย่างหนึ่งนะครับ การที่คุณพิธา จะได้เป็นนายกหรือไม่ในวันนี้ อย่ามาโทษใครทั้งสิ้นครับ อย่ามาโทษ สส. อย่ามาโทษ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ผมว่าเป็นที่ตัวคุณเองที่ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ ว่าวันนี้นี่ กฎหมายเขาชัดเจนว่า จะเป็นนายกฯ จะเป็น สส. นี่ เขาห้ามถือหุ้นสื่อ กฎหมายเขาเขียนไว้แล้ว ตั้งแต่ก่อนพรรคอนาคตใหม่นี่ จะตั้งขึ้นมาอีก แล้วเขาบอกว่าให้ถอน ก็ถอนได้ ทำไมไม่ถอนตั้งแต่แรกครับ จะได้ไม่ต้องมีการอภิปราย จะได้เลือกนายกฯ คนที่ 30 กันไปเลย ไม่ต้องโทษใครทั้งสิ้นครับ แล้ววันนี้คุณก็ต้องตอบสังคมให้ได้เช่นกันนะครับ เพราะวันหนึ่ง คุณบอกว่าเรื่อง ม. 112 นี่ คุณจะแก้ไข อีกวันหนึ่งคุณบอกว่าคุณจะยกเลิก บางวันคุณขึ้นเวทีติดสติกเกอร์ บอกว่าแก้ไขแล้วค่อยไปยกเลิก แล้วจะให้พวกเรานี่คิดอย่างไรครับ นักการเมืองที่ปากอย่างใจอย่างนี่ ถามว่าพี่น้องประชาชนจะเชื่อได้หรือเปล่าครับ นี่คือสิ่งที่คุณต้องตอบ และผมชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็ติดตามอยู่นะครับ โดยเฉพาะร่างเสนอกฎหมายมาตรา 112 ร่างมาจนไม่เหลือความคุ้มครองใด ๆ เลย และไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 ที่บัญญัติว่า องค์พระกษัตริย์ให้ทรงดำรงอยู่ในสถานะที่เป็นสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผมเกิดมา 40 ปีนี่ ก็รุ่นราวคราวเดียวกับคุณพิธาครับ 40 ปี ผมไม่เคยเห็นโดนฟ้อง มาตรา 112 เลย ไม่เคยครับ กฎหมายก็อยู่ในส่วนของกฎหมาย ไม่มีนิติสงครามครับ มีแต่นิติรัฐ ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นครับ เพราะฉะนั้นครับ วันนี้