--- title: การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) 130766 (นาทีที่ 0.00.00 - 2.00.00 น.) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 18 กันยายน 2566 เวลา 09.15 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณอัญชิษฐา) ครั้งที่ 1 ค่ะ วันนี้อยู่กับดิฉันพร้อมกับทีมงานสภา เกาะตจิดสภาในวันนี้ค่ะ สถานีสถานีโทรทัศน์รัฐสภารับงานภาพและเสียงจากกลุ่มงานโสตทัศนูปกรณ์ สามารถจะติดตามรับชมรับฟังไปพร้อมกันได้นะคะ ทุกช่องทางของสื่อรัฐสภาค่ะ รัฐสภาทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภารับสัญญาณภาพและเสียง AM 1,071 และโทรทัศน์รัฐสภา ทาง www.tpchannel.org และทาง Application TPChannel แอปพลิเคชันได้ทั้งระบบ Android และ iOSTPCSAN ร่วมกันของรัฐสภานะคะ ทุกคนก้จะได้รับชมร่ก็คือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 นะคะ ประชุมร่วมกันของรัฐสถาพร้อมแล้ว มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานที่ในที่ประชุม ติดตามพร้อมกันเลยค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอขอบคุณท่านสมาชิกมากครับ ที่มาวันนี้เราครบองค์ประชุมตามเวลาที่เรานัดหมายไว้นะครับ 3 โมงครึ่งนะครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระผมมีเรื่องที่จะแจ้งให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ 2-3 เรื่องนะครับ เพื่อประโยชน์ของการประชุมของเรานะครับ ในประการแรก ผมได้มาทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมรัฐสภาในวันนี้เป็นครั้งแรก ผมจึงอยากจะเรียนต่อท่านสมาชิกว่าผมจะทำหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภาและประธานที่ประชุมอย่างเป็นกลางและจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของประชาชน ประเทศชาติและเกียรติและศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐสภาของเราครับ แต่อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ของผมอาจจะขัดตกบกพร่องไปบ้าง ผมพร้อมที่จะรับควมคิดเห็น การติชม ของท่านสมาชิกตลอดเวลาครับ ท่านสามารถจะเรียกผมได้ตลอดเวลาที่เราได้มีโอกาสจะได้พบปะกันนะครับ ก็ไม่มีผู้ใดที่จะไม่มีความบกพร่องเลยนะคะในการเกิด เพราะเราก็เป็นมนุษย์แต่อย่างไรก็ตามครับ การประชุมของเรา จะมีประสิทธิภาพและสมบูรณ์ตามที่ประชาชนเขาคาดหวังไว้ เราคงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะท่านสมาชิกที่เข้าประชุม วิบและเจ้าหน้าที่ของสภานะครับ เจ้าหน้าที่ของสภาด้วยนะครับ จะทำให้เราทำงานมีประสิทธิภาพตามความคาดหมายของพี่น้องประชาชนครับ ครับ ในเบื้องต้นก็ขอเรียนเพียงเท่านี้ก่อนครับ ในประการที่ 2 ครับ รับทราบเรื่องจะมีการถ่ายทอดสดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2563 ครับ ข้อ 9 กำหนดให้ประชุมรัฐสภานั้นให้เป็นการเปิดเผยและให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม เพื่อให้ประชนได้รับอย่างทั่วถึง ดังนั้นนะครับ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบการประชุมร่วมกันของรัฐสภาอย่างทั่วถึง ทางรัฐสภาจึงอนุญาตให้สถานีวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ของรัฐสภา สื่อของฝ่ายนิติบัญญัติ ดำเนินการร่วมกันของรัฐสภาทุกครั้งนะครับ และอนุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์นำสัญญาณการออกอากาศดังกล่าวไปเผยแพร่ทุกครั้บงที่มีประชุม ครั้งที่สำคัญนะครับ และอนุญาตให้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะของประเทศไทย สส. นะครับ ได้ร่วมถ่ายทอดสดประชุมในครั้งนี้ด้วยนะครับ ทั้งนี้นะครับ ผมจึงขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ได้โปรดระมัดระวังในการกล่าวถ้อยคำ แสดงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น หากถ้อยคำนั้นจะไปปรากฏบริเวณนอกสภาและจะกระทบต่อบุคคลภายนอก หรือองค์กรภายนอกนะครับ ซึ่งจะเป็นการผิดทางอาญานะครับ หรือละเมิดสิทธิทางแพ่งต่อบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่รัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาของเรา ซึ่งไม่สามารถจะคุ้มครองสิทธินั้นมีการถ่ายทอดผมจึงเรียนมาเพื่อสมาชิกได้รับทราบครับ ก็เรื่องแจ้งให้ทราบในเรื่องสุดท้ายนะครับ ผมขอแจ้ให้ท่านสมาชิกรัฐสภาทราบ ว่าเพื่อการประชุมของเราจะได้มีกระชับและก็ใช้เวลาไม่มากจนเกินไปนัก ผมจึงได้เชิญ วิปฯ หรือผู้แทนของวุฒิสมาชิกและก็ผู้แทนของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรยังไม่มีการแต่งตั้งวิปของแต่ละฝ่ายนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอเชิญให้ผู้แทนของพรรคการเมืองพรรคละ 1 คน เข้าร่วมประชุมข้อสรุปนะครับ เพื่อเราได้รับทราบทั่วกันนะครับ ข้อสรุปในการข้อตกลงในวันนั้น ก็คือในประการแรก หลังจากได้มีการเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกดีแล้ว ก็จะเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายประเด็นเกี่ยวกับสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีนั้น ได้อย่าง... ได้อย่างทั่วถึงนะครับ ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจบุคคลนะ โดยกำหนดเวลา ดังนี้นะครับ ฝ่ายวุฒิสภานะครับ จำนวน 2 ชั่วโมง ซึ่งทางวิปฯ จะเป็นคนกำหนดเอง ว่าใน 2 ชั่วโมงนั้นจะอภิปรายกี่ท่าน แล้วก็ลำดับการอภิปรายจะเป็นอย่างไร ขอให้ส่งชื่อมาล่วงหน้าด้วยครับ 2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ทั้ง 18 พรรคนะครับ จะใช้เวลา 4 ชั่วโมง โดยให้อภิปรายเป็นรายพรรคการเมืองครับ ท่านต้องประสานกับพรรคการเมืองโดยไม่จำเป็นต้องยกมือครับ โดย 18 พรรคการเมือง จะกำหนดเวลา 4 ชั่วโมง เพื่อความเรียบร้อย ก็ได้กำหนดว่า 8 พรรคการเมืองที่กำลังจะจัดตั้งรัฐบาลนั้น ให้เวลา 2 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงนั้น ขอให้ผู้แทนของ 8 พรรค ไปกำหนดเอาเองว่าจะให้พรรคใดพูดก่อนหลังและใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เกิน 2 ชั่วโมงนะครับ หลังจากการอภิปรายได้ยุติลงนะครับ ซึ่งได้กำหนดว่าควรจะยุติลงก่อนเวลา 11.00 น. ก็ไม่มีอะไรมากใช้เวลา 6 ชั่วโมงนั้นน่าจะจบก่อน 17.00 น. ด้วยซ้ำไปนะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ เราก็จะว่าไปตามขั้นตอนนะ เราจะว่าไปตามขั้นตอน ตอนนี้ก็จะเข้าระเบียบวาระเรื่องที่ 5 คือเรื่องที่เสนอใหม่นะครับ ครับ ครับ เรื่องที่เสนอใหม่ให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกปี 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนะครับ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรค 1 กำหนดให้ในระหว่าง 5 ปีแรก นับตั้งแต่มีรัฐสภาชุดแรก การให้ความเห็นชอบบุคคลสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ให้กระทำให้ที่ประชุมร่วมของรัฐสภาและข้อบังคับของรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 136 และข้อ 137 กำหนดหลักเกณฑ์และพิจารณาความเห็นชอบของนายกมีไว้แล้วนะครับ ผมจึงจะขอปรึกษากับท่านทั้งหลายว่าเราก็จะพิจารณาไปตามข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 นั้น ไว้ดังนี้นะครับ การเสนอชื่อบุคคลสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น อันนี้ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับนะครับ มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ละท่าน ก็มีสิทธิเสนอได้ท่านเดียวโดยรายชื่อบุคคลที่เสนอนั้นต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 และ 88 นะครับ และเมื่อเสนอชื่อแล้ว ก็เช่นเดียวกันครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นจะต้องให้ความรับรองครับ ซึ่งการรับรองนั้น ต้องไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ซึ่งก็ 50 คนนะครับ ทั้งนี้ท่านวุฒิสมาชิกยังไม่มีสิทธิเสนอชื่อ และการรับรองนั้น ซึ่งขั้นตอนการับรองก็จะดำเนินการต่อไปนะครับ ผมก็คิดว่าขั้นตอนการรับรองก็ทราบแล้ว แต่วิธีก็จะแจ้งให้ทราบ แจ้งให้ทราบเลยก็ได้นะ แจ้งให้ทราบเลยนะครับ การรับรองการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีตามข้อบังคับที่ 136 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่จะเป็นผู้รับรอง การรับรองนั้นก็ใช้เสียงไม่น้อยกว่า 50 ท่านนะครับ โดยจะใช้วิธียกมือเหมือนการประชุมปกติไม่ได้นะครับ เพราะข้อบังคับบอกว่าต้องใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผย ซึ่งประธานสภาก็จะขอให้ใช้วิธีเสียบบัตรและก็แสดงตน และคนที่ต้องการรับรอง ก็กดบัตรแล้วก็แสดงตนเฉย ๆ คนแสดงตน แสดงว่าให้การรับรองครับ คนที่ไม่แสดงตน แสดงว่าไม่ให้การรับรอง ครับ ซึ่งอันนี้ให้กดบัตรแสดงตนเฉพาะในซีกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ คงเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็จะเปิดโอกาสให้ดำเนินการตามระเบียบวาระที่ 5 ตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ เนื่องจากว่าในวันนี้นะครับ ระเบียบวาระที่ 2 คือรับรองการประชุมไม่มีนะครับ ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้วก็ไม่มีครับ และเรื่องที่ 4 ระเบียบวาระเรื่องที่จะพิจารณาก็ไม่มี เพราะฉะนั้น ก็จะเป็นการพิจารณาในระเบียบที่ 5 คือเรื่องที่เสนอใหม่นะครับ คือ การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่เห็นชอบให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ครับ ซึ่งผมได้กล่าวขั้นตอนไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้ก็จะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปบ้างก่อนที่จะเสนอชื่อนะครับ ประเด็นเรื่องของที่จะเสนอชื่อครับ เชิญครับ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุมครับ (คุณณัฐวุฒิ) ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ (คุณณัฐวุฒิ) ขอบคุณครับ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้ความชัดเจนนะครับ ว่าในการดำเนินการการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่สุดในการทำหน้าที่ของพวกเราในวันนี้ และก็ข้อบังคับการประชุมซึ่งก็เข้าใจว่าการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดที่ 9 การพิจารณาเห็นชอบนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นบทบัญญัติทีเป็นบทเฉพาะ ของการดำเนินการที่แตกต่างจากกรณีอื่น ๆ หรือยติอื่น ๆ เป็นการทั่วไปครับ แต่สิ่งที่ท่านประธานได้นำเรียนครับ ต้องขอประทานโทษท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านเพิ่งเข้ามา เพิ่งทยอยเข้ามาครับ ของผู้ที่เข้ามาประชุม ขณะนี้ถึงแม้จะครบองค์ประชุมแล้วแต่ก็ยังขาดอยู่หลายท่านครับ และเข้าใจว่าจะมีการทยอยเข้ามาเรื่อย ๆครับ เมื่อสักครู่ท่านประธารได้ซักซ้อมหรือเข้าใจ ว่าในกรณีมีบุคคล ซึ่งเป็นบุคคลที่ต้องเป็นเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ในการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรลงมติบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น แล้วท่านก็บอกว่าปกติแล้วการรับรองหรือเสนอบุคคลนั้นต้องมีการรับรองเป็นบทเฉพาะไว้ แต่ว่าประเด็นที่ผมสงสัยครับท่านประธานครับ และท่านประธานกรุณาเน้นย้ำอีกสักรอบหนึ่งครับ เสมือนว่าการรับรองซึ่งปกติ เราจะใช้วิธีการรับรองว่ามีสมาชิกรับรองครบถ้วนตามข้อบังคับนั้นท่านประธานได้กรุณาบอกว่าจะเป็นการรับรองการใช้บัตรกดแสดงตนว่ารับรองหรือไม่รับรองครับ ฉะนั้น เพื่อเป็นการรับรองหรือทำความเข้าใจกับพวกเราทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรท่าน แล้วก็สมาชิกวุฒิสภาซึ่งผมเองด้วยความเคารพนะครับท่านประธาน ก็ได้ดูตามข่าวนะครับ เห็นบอกว่ามีสมาชิดวุฒิสภาท่านได้ลาออกไป 1 ท่าน ตกลงสมาชิกวุฒิสภานั้น เป็น 700 สมาชิกวุฒิสภาเหลือเพียง 249 คน ถูกต้องหรือไม่ แต่ว่าประเด็นหลักของผม คือ ในกรณีของการแสดงตน ซึ่งปกติเราใช้วิธีการยกมือรับรองนะครับ ว่ามีผู้รับรองรายชื่อที่เสนอหรือไม่นั้น ท่านประธานกรุณาให้ใช้วิธีการในการกดบัตร ก็เลยอยากจะขอให้ท่านประธานได้เน้นย้ำ ทบทวน ทำความเข้าใจตรงนี้เพื่อความเข้าใจอีกรอบครับ กระบวนการ พอมีผู้เสนอชื่อ เราจะได้เดินหน้า ครบถ้วนสมบูรณ์ครับ ขอความกรุณาท่านประธานอีกครั้งครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม มากครับ ที่ต้องการให้ประธานได้ทำการได้ชี้แจงชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง เพราะสมาชิกได้เพิ่งเข้ามาก็หลายท่าน (คุณมหรรณพ) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญครับ เชิญเลยครับ // กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มหรรณพ เดชวิทักษเดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒสภา รัฐสภาก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้กรุณาเล่าให้พวกเราฟังถึงแนวทางการประชุมที่สำคัญมากของประเทศชาติในวันนี้ ทางฝ่ายวุฒิสภานั้นก็ใคร่ที่จะเห็นการประชุมในวันนี้เป็นไปโดยเรียบร้อย และไม่จำเป็นจะไม่มีการประท้วงให้ให้เสียเวลา เพราะท่านประธานเอง ท่านก็บอกว่าให้มีการโหวตตำแหน่งนายกรัฐมนตรีภายใน 17.00 น. แต่สิ่งที่ผมจะขอกราบเรียนในที่ประชุมผ่านไปยังผู้ฟังทางบ้าน ซึ่งให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง การอภิปรายในวันนี้นั้น สมาชิกวุฒิสภาจะพยายามอภิปรายในประเด็นที่สำคัญ ๆ เท่านั้นอาจจะต้องใช้เวลาภายในเวลากำหนดที่ท่านประธานให้ไว้ 2 ชั่วโมง ฝ่ายว่าที่ผู้เสนอนายกรัฐมนตรีนั้นก็ได้เวลา 2 ชั่วโมง เท่าเทียมกันฝ่ายที่ว่าที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลก็จะใช้เวลา 2 ชั่วโมง ผมเพียงแต่จะย้ำให้เห็นว่าภายใน 2 ชั่วโมงของฝ่ายเสนอของนายกรัฐมนตรีนั้น ให้หมายรวมถึงการอภิปรายตอบโต้ หรือชี้แจงของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในเวลานั้นด้วยครับผม (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณมหรรนพึครับเชิญครับ ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นเพิ่มเติมนะครับ ผมก็ขอดำเนินการ ตามระเบียบวาระ ต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้น (รังสิมันต์)ท่านประธานครับท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ผมรังสิมันต์ โรม ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพนะครับ ตามที่ได้มีการพูดคุย เนื่องจากว่าเวลาในการพูดคุยที่จะบริหารกัน 4 ชั่วโมงนี่ ก็จะเป็นของฝั่งที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับว่า จะเป็นพรรคละ 1 คนนะครับ ที่จะอภิปรายแต่ที่นี้จะมีประเด็นที่จำเป็นที่ถูกพาดพิงต้องมีการชี้แจงนะครับ อันนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในกรอบในเรื่องของ 4 ชั่วโมงที่เราได้ตกลงกันไว้ เพื่อให้ผู้ที่ถูกพาดพิงนะครับ หรือถูกพูดถึง เขาสามารถชี้แจงได้อย่างเต็มที่ เพราะมีความเข้าใจที่ตรงกัน ขอบคุณครับ (คุณมหรรณพ) ท่านประธานครับ ท่านประธานประธานที่เคารพครับ ผมมานพ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่ได้คุยในที่ประชุมวิปฯ 3 ฝ่าย หรือว่า 2 ฝ่าย ใด ๆ ก็ตาม ในวันก่อนนั้นที่มีท่านประธานเป็นประธานอยู่ หมายถึงเวลาที่ใช้ไปนั้นจะต้องอยู่ในกรอบ 2 ชั่วโมงที่ได้กำหนดไว้ครับ เพราะว่าไม่ฉะนั้นแล้ว เราอาจจะไม่ลงมติได้ทันเวลา ในเวลา 17.00 น. ท่านประธานโปรดวินิจฉัยครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ก็เนื่องจากว่าเราได้พูดกันวันนั้นว่าทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นให้เวลา 4 ชั่วโมง ซึ่งผมเห็นว่าถ้า 4 ชั่วโมงเราไม่แบ่งกันชัดเจนก็จะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาดโอกาสในการที่จะอภิปราบ ก็เลยให้แบ่งไว้ 2 ชั่วโมง แต่ทางคุณมหรรณพก็เป็นห่วง ว่าแต่ละฝ่ายจะใช้เวลาเกินไป ซึ่งอันนี้ผมก็คิดว่าที่คุณรังสิมันต์ได้เสนอเอาไว้นะครับ ว่าถ้ามีการพาดพิงอาจจะใช้เวลาชี้แจงไปซึ่งผมคิดว่าเวลาชี้แจงไปถ้าพาดพิงไม่มาก ก็ชี้แจงเฉพาะประเด็นที่พาดพิง ก็อาจจะอยู่ในเวลา ถ้าเกิดเวลาไปนิดหน่อย ว่าอาจจะมีความจำเป็นไม่อย่างนั้นแล้วจะเกิดความเสียหายต่อผู้ที่ถูกพาดพิง ซึ่งเราไม่ทราบว่าจะพาดพิงใครบ้าง อย่างไร ก้ขอให้พาดพิงต้องระวัง เพื่อให้เวลาเราไม่เกิน ผมจะพยายามดูผมคิดว่าวันนี้เราไม่ได้มีเรื่องมากมาย เป็นเรื่องเดียว เพราะฉะนั้น การพาดพิงก้จะต้องดู แล้วก็ต้องให้โอกาสผู้พาดพิงชี้แจงเฉพาะในประเด็นที่ชี้แจง ถ้าไม่ใช่เรื่องของการอภิปรายในเรื่องคุณสมบัตินะครับ // ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญครับ (คุณมหรรณพ) ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมมหรรณพกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาใช้ดุลยพินิจที่จะให้เป็นไปตามนั้น อย่างไรก็ตามถ้าเป็นไปได้ ขอให้ทุกฝ่ายได้รักษากติกาที่ตกลงกันไว้ว่าอยู่ใน 2 ชั่วโมง เพราะที่ผ่านมานั้นเราได้เคยปฏิบัติกันในสภาแห่งนี้ว่าถ้าหากว่ามีการประท้วง มีการอะไรก็ตาม หรือมีการชี้แจงก็ตาม ให้เป็นเวลาของฝ่ายนั้น ๆ ครับ กรอบของเวลาที่ตกลงกัน ขอบคุณครับท่านประธาน (คุณวันมูหะมัดนอร์) เป็นข้อเสนอเพราะว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่พิเศษกว่าการประชุมปกตินะครับ // ท่านประธานคะ ท่านประธานคะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญครับ คุณ กิตติมา ฉายแสงครับ (คุณฐิติมา) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉันกิติมา ฉายแสง สส. เขต 1 ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตกล่าถึงมาตรา 272 นิดหนึ่งนะคะ ท่านประธานคะ ว่าในมาตรา 272 นั้นได้ใช้มาตรา 159 ทั้งมาตราหรือเปล่าคะ อยากทราบตรงนี้ค่ะท่านประธาน ขอบคุ (คุณวันมูหะมัดนอร์) อันนี้ทางรัฐธรรมนูญและข้อบังคับยังต้องอ้างอิง 159 ไว้อยู่นะครับ ซึ่งพวกเราก็คงจะทราบดี เดี๋ยวไปถึงขั้นตินนั้นก็จะบอก แต่ว่าก็เรียน ฐิติมา ก็ 272 ก็ใช้มาตรา 159 ในบางวรรคอยู่นะครับ ครับ ครับ ผมขอชี้แจงเพิ่มเติม ตามที่คุณณัฐวุได้ขอว่าให้ผมชี้แจงขั้นตอนของการรับรอง คือหลังจากที่สมาชิกได้เสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด 160 และ 88 แล้วนะครับ ก็จะให้มีการรับรองแต่ละท่านนะครับ ถ้าเสนอมากกว่า 1 ท่าน แต่ละท่าน โดยการรับรองนั้นให้การับรองเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นนะครับ สมาชิกวุฒิสภา ยังไม่ต้องดำเนินการในอันนี้ อันนี้ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 272 และ 159 นะครับ ทีนี้การให้การรับรองเนื่องจากตามข้อบังคับนั้นในกรณีที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีนั้นไม่สามารถจะทำโดยการยกมือพ้นศีรษะเพื่อรับรองยติปกติ การรับรองนั้นจะต้อง การรับรองโดยออกเสียงโดยเปิดเผย สรุปก็คือว่าต้องใช้เครื่องออกเสียงตามที่ประธานกำหนดครับ ทีนี้การรับรองนั้นไม่มีอยู่ในเครื่องที่เรากดปุ่มไว้ แต่เราก็จะใช้วิธีการว่าการรับรองนั้นใช้วิธีแสดงตนนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการรับรอง สมาชิกผู้ที่ถูกเสนอชื่อก็กดแสดงตนก็ถือว่าผู้นั้นให้การรับรอง แต่หากท่านไม่ต้องการรับรองนะครับ ไม่ต้องการรับรอง ไม่รับรอง ท่านก็ไม่ต้องกดแสดงตน เครื่องก็จะแสดง ก็จะแสดงให้เห็น ว่ามีการแสดงตนกี่ท่าน ครับ เอาตามนี้ ยังมีท่านผู้ใดไม่เข้าใจบ้างครับ ครับ ถ้าอย่างนั้นเราก็ดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ ขอให้มีการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรจะได้รับการเลืองตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ครับ เชิยเลยครับ ครับ ผู้จะเสนอชื่อกรุณายกมือแล้วก็เสนอชื่อเลยนะครับ ครับ คุณหมอ (คุณชลน่าน) คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว นะครับ จะเป็นผู้เสนอก่อนครับ เชิญครับ (คุณชลน่าน) ท่านประธานที่เคารพ กรผมนายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธาน ขอเอกสิทธิ์ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอชื่อบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเห็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 รัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ข้อ 136 เป็นบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตอ้มาตรา 160 และถูกเสนอชื่อเป็นแคนติเดตนายกรัฐมนตรีพรรคการเมืองตามมาตรา 88 ขออนุญาตเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีขอผู้รับรองโดยการแสดงตน ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบพระคุณคุณหมอชลน่านและก็ขอให้การรับรอง โดยเสียบบัตรแล้วก็กดปุ่มแสดงตนครับ ครับ มีผู้ใดยังไม่ได้กดบัตรบ้างยังไม่ได้แสดงตนครับ // ให้เจ้าหน้าที่ปล่อยสัญญาณไฟ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ปล่อยสัญญาณการแสดงตนครับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒ เพื่อไทย รัฐสภาครับ ในกรณีแสดงตนและเสียบบัตรนี่เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช่ไหมครับ เพื่อความถูกต้องและกลไกของการเสียบบัตรนี่รับรองใช่ไหมครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เฉพาะสมาชิกรัฐธรรมนูญครับ ครับเชิญครับ ไม่ทราบเจ้าหน้าที่ได้... (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ 125 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 125 แสดงตนนะครับ ครับ มีท่านใดที่อยากแสดงตน แต่ไม่สามารถแสดงตนได้บ้างครับ เพราะฉะนั้น ขณะนี้ได้มีผู้แสดงตน 251 ท่าน ถือว่า... ขอโทาครับ ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้แสดงผล // ขอแสดงตนนะคะ พิรดาอินเฉด 348 วรดา อินฉัตร ยังไม่ปิดครับ ครับติดการแสดงตนนะครับ 356 ครับ // ท่านประธานครับ ขอความกรุณาขอสัก 2-3 นาทีครับ กำลังเดินเข้าด้านหลังหลายท่าน ก็ได้เห็นด้วยสายตานะครับ ขออนุญาตติดการแสดงตนสักครู่ครับ ขอบคุณครับ ขอแสดงตนค่ะ 156 ค่ะท่านค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เจ้าหน้าที่ลงด้วยครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ 369 แสดงตนครับ // ท่านประธานครับ สุกนพธา แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ 472 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ 460 แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) 178 แสดงตนครับ แสดงตนค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ ด่านกุล แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) 351 เลิศศักดิ์แสดงตนครับ (คุณสมเกียรติ) ท่านประธานครับ 375 185 สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ 370 แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ท่านประธานคะ 298 แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ 436 แสดงตนครับ // ท่านประธานคะ 313 แสดงตนค่ะ สมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้ก่อนนะครับ เนื่องจากว่าตอนแรกที่เราให้แสดงตนเพื่อให้การรับรองผู้ที่รับการเสนอชื่อ แต่นี่ว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดการแสดงตนจึงทำให้สับสนนิดหน่อยแล้วขณะนี้ก็มีสมาชิกจำนวนมากนะครับ ที่เพิ่งเข้ามาในห้องประชุมนะครับ เพราะฉะนั้น เพื่อความเรียบร้อยนะครับ ก็ผมจะเปิดโอกาสให้มีการรับรองใหม่ครับ ล้างคะแนนที่ได้แสดงตนไปแล้ว รวมถึงการบันทึกมาทีหลังด้วย ผมจะรอนิดหนึ่งครับ ให้ท่านสมาชิกได้เข้ามาแสดงตนโดยพร้อมเพรียงกันก่อนครับ ไม่เป็นไรครับ เพราะท่านต้องเข้าไปที่นั่งและหาที่สำหรับแสดงตนนะครับ ครับ เดี๋ยวรอนิดหนึ่งครับเดินเข้ามาหลายท่านครับ // ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ๆ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมวิทยา แก้วพาราไดครับ ผมคิดว่าให้... ขออนุญาตให้ท่านประธานล้างการลงข้อมูลเมื่อสักครู่ไปให้หมดก่อนนะครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ และจะได้เริ่มต้นกันใหม่ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เจ้าหน้าที่ได้ล้างข้อมูลผู้ที่ได้แสดงตนและไม่แสดงตนทั้งหมดนะครับ ล้างเอาทั้งหมดก่อน เราจะเริ่มใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยได้ทำกัน คือการแสดงตนเพื่อถือว่าเป็นการรับรองโดยปกติเราก็ใช้วิธียกมือ ก็... แล้วก็เช่นเดียวกัน ก็ใช้ผู้ที่จะผ่านการรับรองก็ใช้เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น โดยเสียงการรับรองไม่ต่ำกว่า 50 ท่านนะครับ ครับ ท่านประธานครับ สส. 125 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ยังครับ ขอเรียนให้ทราบอีกครั้ง เราจะให้มีการแสดงตนใหม่ทั้งหมด โดยล้างเครื่องของเก่า ใครที่แสดงตนไว้แล้วนะครับ ก็ต้องเพราะเจ้าหน้าที่ได้ล้างหมดแล้วของเก่าต้องแสดงตนใหม่ครับ (คุณณัฐวุฒิ) ท่านประธานครับ ผมณัฐวุฒิ ขอนิดเดียวครับ ว่าปกติก่อนการแสดงตนเราจะมีการกดอ๊อดเรียดเพื่อนสมาชิกนะครับ บังเอิญหลายท่าน [เสียงออด] ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญครับ เพราะเราจะกดออดก็ต่อเมื่อมีการลงมติ แต่คราวนี้ไม่ใช่การลงมตินะครับ เป็นการรับรองเท่านั้น เจ้าหน้าที่พร้อมนะครับ ล้างเครื่องของเก่า หมดแล้วนะครับ ก็จะให้สมาชิกให้การรับรองใหม่นะครับ ก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการจะรับรองคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามทีคุณหมอชลน่านได้เสนอ ก็กรุณากดบัตรและแสดงตนครับ สำหรับผู้ที่ไม่รับรองก็ไม่ต้องแสดงตนครับ ครับ เชิญเลยครับ ถ้าหากว่ากดบัตรแล้วก็เครื่องไม่สามารถจะดำเนินการได้ ก็เดี๋ยวให้กดบัตรให้หมดก่อนแล้วตอนนี้ก็ยกมือได้ครับ ตอนนี้มีปัญหาเรื่องกดบัตร ท่านใช้ไมค์บอกได้เลย เจ้าหน้าที่จะได้บันมึกครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท้า125 รับรองครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 125 รับรองนะครับ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยนะครับ ครับ มีผู้ใดที่อยู่ในห้องประชุมนี้ แล้วก็ไม่ได้ยังแสดงตนครับ ก็คือจะแสดงตนแล้วเครื่องขัดข้องบ้างครับ ต้องการเสนอ ถ้าไม่มีแล้วขอให้เจ้าหน้าที่ได้รายงานผลด้วยครับ ครับตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลัง... แต่ผมยังไม่ปิด (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) 380 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 386 แสดงตนนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ท่านประธานคะ 455 แสดงตนค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 455 แสดงตนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ท่านประธานคะ ชญาภา สินธุไพร แสดงตนค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ แสดงตนใหม่ครับ ทวนเลขด้วยเจ้าที่จะได้จดได้ หมายเลขเท่าไรนะครับ แสดงตนสุดท้ายเมื่อสักครู่ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับท่านประธานครับ 032 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 032 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) 443 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) 443 แสดงตนนะครับ ครับ เมื่อไม่มีผู้แสดงตนแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนเลยนะครับ จะได้รายงานผล เชิญรายงานผลเลยครับ ขณะนี้มีผู้ที่ได้แสดงตนทั้งหมดนะครับ ครับ ในเครื่องแสดงตน 296 นะครับ แล้วก็บวกกับผู้ที่แจ้งรายชื่อมา เพราะไม่สามารถที่จะใช้เครื่องได้อีก 6 ท่าน รวมแล้วซึ่งแสดงว่าให้การรับรองเสนอชื่อ จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีตามที่คุณหมอชลน่านเสนอนั้302 ท่าน ถือว่ามีเสียงรับรองครบนะครับ ครับ ต่อไปครับ มีท่านผู้ใดจะเสนอชื่อท่านอื่นไหมครับ ท่านชาดาขอจะเสนอชื่อ หรือแสดงความคิดเห็นก็ได้ครับ คุณชาดา จะขอ... ยังครับ ตอนนี้จะมีผู้ใดขอเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอีกไหมครับ นอกจากคุณครับ ไม่มีนะครับ จึงถือว่าการเสนอชื่อผู้ที่รับเลือกเป็นนายกมีเพียง 1 ท่านนะครับ คือ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นะครับ ต่อไปก็จะเป็นการอภิปรายตามที่วิปทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงกันไว้เมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งก็มีรายชื่อผู้ที่อภิปรายมาให้ผมแล้ว ผมก็จะให้อภิปรายไปตามลำดับนะครับ แล้วก็สามารถจะเสนอชื่อเพิ่มเติมตามกรอบที่เรากำหนดได้ครับ สำหรับท่านแรกนะครับ ก็จะขอให้คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้อภิปรายเป็นท่านแรก และผมจะสลับกันนะครับ ถ้าท่านแรกเป็นสิทธิพรรคการเมืองที่ไม่ได้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีก็จะถัดมาก็จะให้มาทางสมาชิก หรือ สส. ทั้ง 2 ฝ่ายก่อน เอาว่าถ้าหากว่า 10 พรรคอภิปรายแล้ว ก็จะให้ 8 พรรคอภิปรายครับ แล้วก็จะให้วุฒิสภาอภิปรายต่อเป็นลำดับไปนะครับ ตอนนี้เชิญคุณชาดานะครับ (คุณสุรพล) กราบเรียนท่านประธานครับ ผมตำรวจตรีสุรพงศ์ บุญมา ขอแสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ท่านจะอภิปราย หรือเปล่าครับ นี้ก็ อ๋อ แสดง... ปิดการแสดงตนแล้วครับ ไม่เป็นอะไรครับ บันทึกไว้ที่ประชุมแล้วกันนะครับ (คุณชาดา) ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน กระสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภาขออภิปรายในฐานะตัวแทนพรรคภูมิใจไทย เลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทราบถึงเหตุผลการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทย ผมต้องขออนุญาตท่านประธานได้แถลง เอาแถลงการของพรรคมาอ่านนะครับ จุดยืนของพรรค เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา พรรคได้ออกแถลงการจุดยืนของพรรค ไม่สนับสนุนรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกลงประมวลกฎหมายอาญา 112 และขอเรีกยร้องพรรคการเมืองที่จำนงการตั้งรัฐบาลแสดงจุดยืนทางการเมืองต่อกรณีการแก้ไขหรือยกเลิกประมวลผลอาญา มาตรา 112 ด้วย แถลงการของพรรคภูมิใจไทยได้ระบุชัดเจนว่า ถ้าพรรคการเมือง ที่มีพรรคก้าวไกล เป็นการแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างมีคุณภาพและจะคัดค้านการแก้ไขประมวลกฎหมายพรรคภูมิใจไทยไม่มีเจตนาที่จะจัดตั้งหรือสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แข่งกับท่านเพราะเราเคารพของมติประชาชน และยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยอันนี้พระมาหกษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ได้แถลงไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ หัวหน้าพรรคการเมือง 7 พรรค ที่ได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ได้แถลงจุดยืนของพรรคตนเอง แก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเหตุให้การจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมือง ไม่มีการแก้ไขหรือยกเลิกประมวลอาญาเรียนด้วยความเคารพว่าพรรคการเมืองทั้ง 8 พรรคจะลงนามความเข้าใจร่วมกันกสารจัดตั้งรัฐบาลว่าพรรคทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าทุกพรรคที่ร่วมกันนั้นต่อรูปแบบของรัฐการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรียนท่านประธาน แต่ในทางกลับกันนี่นะครับ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นผู้ที่จะได้รับการเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคนเดียวที่ยืนยันว่า จะแก้ไข มาตรา 112 โดยจะให้ สส. ของพรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายเอง คุณพิธาได้แถลงและให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศและต่างประเทศ เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกล ได้คะแนนเสียง 14 ล้านคน ประชาชนเข้าใจดี เราชัดเจนและโปร่งใสว่านี่เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่เราต้องการผลักดัน นี่คือคำพูดของคุณพิธานะครับ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ท่านอ้างว่า ท่านต้องทำเพื่อรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยเจตนาดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเรียนตรง ๆ ว่าผมและพรรคภูมิใจไทย ไม่เชื่อครับ และเป็นสิทธิของพรรคภูมิใจไทยที่จะไม่เชื่อ เพราะพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้นทำให้เห็นชัดเจนหลาย ๆ ท่านก็ทราบนะครับ ไม่ต้องเฉพาะผมหรือพรรคภูมิใจไทยว่าความคิดในเรื่องมาตรา 112 นั้น เป็นอย่างไร แต่ผมอยากจะถามว่าอีก 7 พรรคนี่จะว่าอย่างไรนะครับ จะว่าอย่างไร ร่วมรัฐบาลกันมีพรรคร่วมรัฐบาลเสนอเรื่องขึ้นไป แล้วก็บอกว่านี่พรรคร่วม ต้องเห็นเหมือนกัน นี่เป็นสิ่งที่พรรครมันก็ลำบากนะครับ ผมก็จะต้องถามอีก 7 พรรคร่วมว่าว่าอย่างไร ท่านจะว่าอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการแบบนี้ มีการขอแก้ไขท่านจะว่าอย่างไร ในข้อตกลงร่วมไม่มีก็จริง ทท่านอ้าง 14 ล้านเสียงที่เห็นด้วยกันท่าน แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา 112 แต่ผมเชื่อว่าคนที่ลงให้ท่าน 14 ล้านเสียง ไม่คิดว่าท่านกำลังแก้กฏหมายให้สถาบัญกษัตริย์ไม่ใช่ความมั่นคงของชาติอีกต่อไป ถ้าท่านอ้าง 14 ล้านเสียง หลายคนก็พูด 25 ล้านเสียงขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ในมุมมองของผทผมอยากจะฝากท่านที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี คนไทยไม่ได้มีแค่ 14 ล้าน คนไทยไม่ได้มี 25 ล้าน ท่านต้องเป็นนายกฯ ของคน 60 กว่าล้านคน ท่านต้องเป็นนายกของประเทศไทย ท่านต้องไม่ได้เป็นนายก หรือเป็นรัฐบาลของพรรคใดพรรคหนึ่งอันนี้สำคัญที่สุดครับ 14 ล้านเสียง ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ครับ มันมากมาย มันเป็นพลังของประชาชน มันแต่ท่านอย่าหลงละเลิงคำว่า 14 ล้านเสียง ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ มันไม่ใช่เรื่องชี้ขาดของประเทศนี้ มันเป็นเรื่องที่ท่านต้องดูแลคนทุกคน และคนของชาติ ถ้าท่านจะอ้างอย่างนี้ มันก็ลำบากครับประเทศไทย ผมเรียนด้วยความเคารพครับ คุณพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เสนอการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในสมัยที่แล้ว แล้ว... ท่านขออนุญาตเอ่ยชื่อครับ ท่านอดีตประธานรัฐสภา ท่านชวน หลีกภัย ไม่เห็นด้วย ท่านที่จะ... ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมาย 112 เขียนไว้ไม่มากหรอกครับ อ่านง่าย ดูหมิ่น ผู้ใดหมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ หรือผู้สำเร็จราชการแทนประองค์ ต้องจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี ท่านบอกว่าแก้ไขไม่ใช่ยกเลิกแต่ถ้าแก้ไม่ได้ก็ต้องยกเลิก เรียนด้วยความเคารพครับ แต่ผมจะบอกท่านว่าสิ่งที่ท่านจะนำเสนอในการนี้ ไม่ใช่เป็นการแก้ไขครับ เป็นการยกเลิกประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 สิ่งที่ท่านเสนอในสมัยที่แล้วที่ท่านยื่นนะครับ ซึ่งเอกสารผมก็มี ผมเรียนด้วยความเครารพว่า ตามที่สถาบัญประมหากษัตริย์ของชาติเป็นเรื่องที่ถูกแล้วถ้าเราเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ออกจากความั่นคงของชาติ ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าสถาบันพระมหากษัตริสถาบันเป็นและแสดงต่อสาธารณชนมาโดยตลอด ว่าจุดยืนของพรรคก้าวไกลเป็นการระเมิดการสนับสนุน ส่พระราชินีและรัฐทายาเคยถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 สส. พรรคก้าวไกลหลายท่านใช้ตำแหน่งในการประกันผู้ที่ถูกคดีในมาตรา 112 ผู้ที่หมิ่นนะครับ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีในคดีนี้จะได้รับการสนับสนุนและได้รับการอุ้มชูจากพรรคก้าวไกล อันนี้ก็เป็นสิทธิของท่านครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เคยเสนอร่างกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา 112 ว่าความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายพระมหากและผู้สำเร็จราชการ ไม่ให้เป็นความผิด ความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักรไทยอีกต่อไป กำหนดหมวดความผิดขึ้นมาใหม่เป็นความผิดแต่องค์พระมหากษัตริย์และองค์รัชทายาท ผมไม่ทราบว่าพรรคก้าวไกลมองพระมหากษัตริย์ มองพระราชินี มองรัชทายาทเช่นไร เพราะว่าสิ่งที่ท่านเสนอเมื่อครั้งที่แล้วนี่ มันเป็นการที่ยกเลิกนะครับ แล้วที่สำคัญหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์กำหนดโทษจำคุก 1 ปี เท่ากับความผิดของบุคคลทั่วไป แต่ที่น่าเจ็บปวดมากกว่านัน้ครับ หมิ่นพระราชินี แล้วก็หมิ่นรัชทายาทและผู้สำเร็จราชการกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน น้อยกว่าความผิดที่หมิ่นประมาทบุคคลธรรมดนะครับ อันนี้มันก็เป็นเรื่องที่จะเจ็บปวดในความรู้สึกคนที่เทิดทูน หมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ไม่ถือเป็นความผิด ไม่ต้องรับโทษ หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทและผู้ที่สำเร็จราชการแทนพระองค์ไม่ต้องรับโทษ ถ้าเป็นการกระทำโดยอ้างเจตนาประชาชน ยิ่งไปใหญ่เลยครับ ผมเรียนว่า และที่สำคัญท่านบอกว่าห้ามหน่วยราชการ ห้ามคนไทยฟ้อง ให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ฟ้องเท่านั้นกับผู้ที่มีความผิดมาตรา 112 มันเป็นไปไม่ได้ สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่มาฟ้องลูกบ้านตัวเองหรอกครับ ท่านไม่มาฟ้องคนของท่านหรอกครับ มันเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ แล้วท่านลองนึกภาพตามต่อไปผมมองว่าการแก้ไขแบบนี้เป็นการแก้ไขเพื่อสถานะอันเป็นที่เคารพผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมและพรรคภูมิใจไทยไม่เชื่อว่าท่านจะปกป้องพระมหากษัตริย์ ในเมื่อท่านจะลดการคุ้มครองพระมหากษัตริย์ และลดโทษให้ผู้ที่ละเมิดพระมหากษัตริย์รวมไปถึงไม่เอาผิด ไม่ลงโทษผู้ละเมิดพระมหากษัตริย์ด้วยที่ว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน อันนี้แหละครับเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อพิจารณาบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 6 นะครับ องค์พระมหากษัตริย์สำคัญ และอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะกล่าวหา หรือฟ้องร้อง พระมหากษัตริย์ในทางใดก็มิได้ ท่านครับ อะไรไม่ว่าครับ อะไรไม่ว่า ที่เจ็บปวดมากกว่านั้น ท่านคืออะไรครับ มีการ มีคำพูดต่อผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคก้าวไกลว่า ถ้านายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี จะให้นายพิะาไปลงสัตยาบันในกฎหมายกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศนะครับ ซึ่งมีสาระสำคัญว่าสามารถผู้เป็นประมุขของรัฐได้ อันนี้ล่ะครับ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้จริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านจะให้คุณพิธาไปลงนาม หมายถึงว่าคนนอกประเทศฟ้องในหลวงได้ ฟ้องพระมหากษัตริย์ได้ นอกประเทศเป็นผู้พิจารณา ผมเรียนว่าผมก็คงทำใจไม่ได้ หลับตานึกสิครับ พระมหากษัตริย์สูงสุดที่คุ้มกะลาหัวพวกเราอยู่นี่ ไปถูกฝรั่งสืบสวน มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวและอันตราย เหล่าประมุขของรัฐไทยคือใครครับ ก็พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ นี่คือประมุขของเรา แล้วทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น บอกว่าต้องให้ไปเซ็นต์เลย ไปลงสัตยาบันเลย ท่านครับ ถ้าท่านมีเจตนาดีนะครับ และผมเคยฟัง ขอโทษนะครับ ท่านเลขาพรรคก้าวไกล เป็นคนพูด ว่าการทำอย่างนี้เป็นการปกป้องสถาบัน การทำอย่างนี้เพื่อไม่ให้ใครมาแอบอ้างสถาบัน ท่านครับ ถ้าท่านจะปกป้องสถาบันต้องไม่ทำแบบนี้ มีครับ ท่านพูดถูกว่ามีผู้มีอำนาจในบางสมัย มาใช้สถาบันแอบอ้าง อันนี้จริงครับ แต่มันก็ไม่เกี่ยวกับสถาบันครับ ถ้าผมจะยกตัวอย่างว่ามีมหาวิทยาลัยแห่งหนึมีอาจารย์ที่ไม่ดีอยู่ 10 คน สอนให้ลูกศิษย์เกลียดชังสังคม ถามว่ามันต้องไปไล่อาจารย์ออกครับ ไม่ใช่ไปทุบมหาวิทยาลัยนะครับ นี่ท่านไปทุบมหาวิทยาลัย ซึ่งท่านไม่รู้อะไรเลย พวกนี้เอาในหลวงมาอ้าง เอาสถาบันมาอ้าง ผมก็เคยโดนแบบที่ท่านโดนครับ ก็ติดคุก 24 เดือน 22 เดือนครับ 22 เดือน 7 วัน ผมเรียนว่าไม่ผิด แต่อำนาจผู้ใช้อำนาจ ผมก็ต้องยอมรับ ล้มกฎหมายอาญา ไม่คิดไปล้มตำรวจ ไม่คิดไปล้มใครทั้งนั้น เพราะว่าเขาเป็นกรรมการ เขาเป็นผู้รักษากฎหมาย แต่อีกเรื่อง ท่านฟ้องเลผมเชื่อว่าพรรคก้าวไกลฟ้องได้ ถ้ามีใครเพื่อทำลายคนอื่นทางการเมือง เอาให้ร่วงไปเลยครับ ไม่ว่าเป็นอ้ายอีคนไหน ไม่ว่าจะเป็น ผบ. ไหน ไม่ว่าจะเป็นนายกไหน ท่านเอาให้ร่วง้ลผมเห็นด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่ถูก ถ้าเอาสถาบันมาอ้าง เพื่อทำลายคนอื่นนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ไม่ได้ทำแบบนี้ครับ ไม่ใช่ไปลดการคุ้มครองต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่พร้อมด้วยพระบรมราชินีนารถ ตรงนี้ล่ะครับ เป็นเรื่องที่เราต้องคิดกันให้หนัก ท่านครับ ผมอยากจะพูด ไม่อยากจะรบกวนเวลาอันมากมาย ท่านจะแก้ทั้งมาตราหรือจะทำอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง ท่านคิดไหมครับ ว่าถ้าท่านแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 บ้านเมืองนี้จะสงบ บ้านเมืองนี้จะสงบ บ้านเมืองนี้จะเจริญ วันนี้ท่านได้รับเลือกตั้งมาแล้วครับ ท่านเก็บเรื่องนี้ไว้ในกระเป๋าไม่ได้เหรอ ประเทศนี้ถ้าแก้กฎหมาย 112 ไม่ได้ แล้วมันจะล่มจม ผมไม่ว่าเลย ท่านเสนอนโยบาย 200-300 ข้อ ท่านเป็นความหวังของคนไทยที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง ท่านละเพียงเรื่องเดียว ท่านไม่ต้องไปด่า สว. ท่านไม่ต้องไปด่าฝ่ายตรงข้าม ท่านได้เป็นนายกแน่ ถ้าไม่มี 112 ท่านยังไม่ยอมเลยครับ ผมก็ถึงอยากจะถามว่าพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกลเกิดมาเพื่อแก้อย่างเดียวหรือครับ แก้ 112 หรือ ถ้าไม่แก้แล้วประเทสนี้มันจะล่มจมไป มันไม่ใช่ครับท่าน มันมีเรื่องที่จะทำ ทำเรื่องที่ลุงตู่ทำไม่ดี ที่ท่านด่า ผมเห็นด้วย ทำไว้นี่เยอะแยะหมด ความเดือดร้อนของอาณาประชาราษฎร์ กูไม่ยอม นี่คือจุดยืนกู เหมือนกันทำให้ผมคิดไดว่า พรรคอนาคนใหม่ พรรคก้าวไกล เกิดมาเพื่อล้มล้างหรือ เกิดมาเพื่อแก้กฎหมายตรงนี้หรือ แล้วถ้าแก้ประเทศนี้เป็นเทวดาหมดผมจะยอม มันไม่ใช่ครับท่าน ท่านไม่ต้องไม่ชี้ที่ใคร 200-300 นโยบาย ที่ท่านออกมาผมว่า 112 ผมว่าชาวบ้านก็ไม่รู้หรอกว่าท่านจะแก้อะไร แต่เขาอาจจะถูกใจนโยบายท่าน เรื่องอื่น ๆ เขาหวังว่าท่านจะมาเปลี่ยนแปลงมันก็เป็นความหวังของคนไทยครับ ว่าพรรคก้าวไกลคนรุ่นใหม่จะมาพัฒนาประเทศ ผมก็แอบรอลึก ๆ ครับ แต่ท่านไม่ยอมอะไรเลย กูจะต้อง 112 ไว้ในกระเป๋า ต้องทำลาย มันทำไมครับนี่ ผมไม่เข้าใจ วันนี้นี่ท่านไม่ต้องไปชี้ที่ สว. ท่านชี้ที่ตัวท่านเอง ท่านหลุดคำเดียว ไม่ยุ่งกับ 112 ภูมิใจไทยจะลงให้ท่านครับ และไปร่วมรักับท่านด้วย แต่มันไม่ใช่ครับ พฤติกรรมสิ่งที่ทำที่หลายอย่าง ถ้าท่านถือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา 112 นั้น เป็นพันธกิจของท่าน เป็นสิกระทำ ต้องทำให้ได้ ผมและพรรคภูมิใจไทยและพี่น้องประชาชนอีกหลายคนก็ถือว่าเป็นพันธกิจที่จะคัดค้านท่านทุกวินาธี ทุกอย่าง ทุกทาง ตราบใดที่มีชีวิตอยู่ครับ ผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าวันนี้ที่สังคมมอง ทำไมท่านไม่ดูตัวเองบ้าง ท่านไม่ดูตัวเองบ้าง ทำไมท่านไม่หยุด ทำไมท่านไม่ลดลง ก้มลงสักนิด 14 ล้านเสียงไม่ใช่เสียงเทวดา แต่นั้นเป็นเสียงของประชาชนครับ แต่ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์อย่างที่ผมบอก มันเป็นอย่างไรผมไม่เข้าใจ ผมนั่งดูข่าวมา 3-4 เดือนนผมเรียนด้วยความเคารพว่าฝั่งนู้นคือฝ่ายประชาธเอ๊ะ แล้วฝั่งผมมาจากไหนนี่ ผมก็เดินหาเสียง กลัวสอบตกเหมือนกันครับท่าน ไม่ได้ว่าลุงตู่แต่งตั้งผมมา ไม่ใช่ คสช. แต่งตั้งที่ไหนแต่งตั้งผมมา ผมก็เลือกตั้งมาเหมือนกัน ฝั่งประชาธิปไตย ฝั่งไหน ฝั่งโจรหรือ เป็นโจรก็ยอมครับ เป็นโจรที่รักชาติ เป็นโจรที่รักสถาบัน เป็นที่ปกป้องบ้านเมืองนี้ ปกป้องสถาบัน ของผม ผมเรียนว่าผมชาติพันธุ์ครับ ปู่ผมมาจากต่างประเทศ ตาผมมาจากต่างประเทศ ย่าผมไทยแท้ ย่าผม ไทยเชื้อสยมอญ มานี่ไม่ใช่มีเสื่อผืนหมอนใบเหมือนคนอื่น อย่างที่ว่าคนไทยมา มีโสร่งผืนเดียวครับ ไม่มีหรอกสตางค์ แต่ไปอยู่จังหวัดอุทัยธานี พี่น้องชาวบ้าน ให้เครดิตในการส่งออกความออกต่างประเทศ ได้พึ่งของในหลวง ผมเรียนด้วยความเคารพครับ วันนี้มาเป็นผู้แทนฯ อยู่ดีกินดี กว่าคนไทยแท้ ๆ อีกเป็นล้านคน นายชาดานี่ ดีกว่าคนไทยแท้ ๆ กว่าเป็นล้านคน ถ้าผมไม่สำนึก ไม่รู้กตัญญูต่อแผ่นดินนี้ ผมก็ไม่สมควรเป็นคน ผมเรียนครับ ว่าบ้านเรามีเจ้าของ สิ่งที่บรรพบุรษเราทำมามันมากมายเหลือเกิน อาศัยเขามาอยู่ มาขอเขาอยู่ว่าสงครามมันวุ่นวาย เมื่อปี 2310 พม่ามันตีครับ แต่อะไรครับท่าน เขาให้อยู่ อยู่ไปอยู่มา ไอ้ลูกหลานคนอาศัย จะไล่ลูกหลานเจ้าของบ้าน ผมเรียนท่านด้วยความเคารพครับ ถ้าไม่ได้ด้วยความเมตตาของระบบสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านไม่ได้เลือกตั้งหรอกครับ ท่านไม่มีทางได้ 140 ที่นั่งครับ ผมพูดเลย ท่านไปพม่า อเมริกาช่วยอะไรได้บ้าง มันยิงดิ้นหมด วันนี้เหมือนกันครับ ประเทศนี้ถ้าไม่มีในหลวง ไม่มีสถาบัน ลุงตู่กับลุงป้อไม่กลับ มีแต่ละลอง M16 มาเล่นกับพวกคุณ ซึ่งไปแล้วก็ถือว่าโชคดีของท่าน คือผมถือว่าวันนี้นี่ท่านต้องเข้าใจครับ ผมพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ แล้วก็หลายคนเตือนผมว่าอย่าพูดไปทั่ว ด้วยความเคารพ ความคิดใครความคิดมัน ให้เกียรติกันในสภาผู้แทนราษฎรนี้ แต่ที่บ้านผมมีที่ร้อยกว่าไร่ครับ รับรถทัวร์ได้เยอะมาก แล้วแถมลูกสาวมีรถทัวร์ 4 คน รถตู้อัพร้อมส่งกลับ เรียนด้วยความ... เราคนไทยด้วยกันครับ วันนี้ท่านมีส่วนที่จะนำปมในการขัดแย้งสู่บ้านเมืองนี้ ท่านเก็บมันใส่กระเป๋าไว้ไม่ได้เหรอ ไอ้นโยบาย แล้วถ้าประชาชนบอกไม่เลือกท่าน โอ้โห ผมว่าสุดยอด มันอะไรกันครับ วันนี้ผมขอโทษนะครับ ขอโทษจริง ๆ ด้อมส้มนี่ผมไม่กล้าใช้ เพราะผมไม่รู้แปลว่าอะไร บอก FC อย่างนี้ ผมเข้าใจ ใครที่เห็นตรงข้ามโดนหมด สว. โดนหนักกว่าเขาหน่อย แต่ท่านไม่ได้ดูตัวเองนะครับ ท่านอยู่ตรงนี้ ผมบอกท่านเลยนะครับ ผมถามว่าใครก็รักพ่อรักแม่ตัวเอง ถ้าท่านปล่อยให้คนด่าแล้วไม่มีกฎหมายคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ ยิ่งกันบ้านเมืองนี้ ประเทศไทยนี่ล่ะครับจะยิงกันผมอาจจะขอเขาว่า ขอออกกฎหมายใหม่ ยิงไอ้คนที่หมิ่นสถาบันแล้วไม่ติดคุก ดีไหม มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว วันนี้เราอยู่ได้ ด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ เรามามันเป็นอย่างไร อย่าให้ผมไปคิดเลยว่า ก้าวไกล อนาคนใหม่ เกิดมาเพื่อล้มล้างหรือเปล่า ทำไมท่านไม่ยอมสักนิด ถอยสักหน่อยหนึ่ง วันนี้ท่านยืนชนทุกคนที่ขวางกู ไม่ใช่บุคคลิกของผู้นำประเทศ ไม่ใช่บุคคลิกของผู้บริหารประเทศ ท่านต้องทำและบริหารประเทศภายในกรอบ และท่านจำไว้ว่าท่านเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาล ผลประโยชน์ของรัฐบาล ไม่ใช่ประโยชน์ของประเทสอย่ารัฐบาลเอาผลประโยชน์เอาตัวรอด ให้ ครม. รัแต่ประเทศชาติฉิบหายอย่างไรไม่รู้ ฝากท่านด้วยครับ ว่าท่านต้องดูแลประเทศ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ท่านครับ ด้วยความเคารพครับ คำว่า "ชิบหาย" ผมขอหลุดไปอย่างไรครับ ถอนครับท่านประธานครับ มันเป็น... (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญคุณชาดาต่อ สมาชิกทุกท่าน (คุณวันมูหะมัดนอร์) คุณชาดาครับ ท่านอภิปรายก็ดี ประเด็นผมเข้าใจว่าจะซซ้ำไปบ้างแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าท่านจะกรุณาได้ก็ดีครับ ถึงแม้ไม่ได้กำหนดเวลานะครับ ท่านก็พูดถึงในประเด็น ก็ตอนนี้ (คุณชาดา) ขอโทษท่านประธาน ไม่รู้ตัวว่าหลุดชิบหายออกไป ขอโทษอย่างยิ่งนะครับผม ต้องขอโทษหัวหน้ากับเลขาไม่เรียบร้อย ภูมิใจไทยไม่เรียบร้อย เราเป็นพรรคที่ประธานครับ วันนี้สิ่ง... (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอโทษครับ ท่านพูดต่อไปเลยครับ ผมกดปุ่ม (คุณชาดา) อ๋อครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์)ตกใจที่ท่านพูด เชิญครับ (คุณชาดา) ท่านประธานไม่อยากให้ผมพูดต่อผมก็ไม่พูดครับ ผมรักสถาบันครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ผมว่าท่านพูดดีแล้ว ถ้าสรุปได้ก็จะยิ่งดีมาก ขอบคุณครับ (คุณชาดา) และทผมเกิดที่เมือง กับจักรี เกิดที่อุทัยธานีครับ ผม พ่อของรัชกาลที่ 1 พูดแบบชาวบ้าน เกิดที่อุทัยธานี ผมเรียนด้วยความเคารพครับ ผมอยากเห็นรัฐบาลชุดนี้ถูกตั้งสะไว ๆ ดูสิจะทำงานได้ไหมนะครับ เราต้องให้โอกาสกันทุกคน แต่ท่านครับ ท่านอย่าไปจุดฉนวนให้กับบ้านเมืองนี้ ขอเถอะครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ เรื่อง 112 ท่านจัดเมื่อไหร่ ท่านทำเมื่อไร วุ่นวายครับ และผมก็ถือว่าเป็นภารกิจของผมและพรรคภูมิใจไทยที่ให้ระบบพระมหากษัตริย์อยู่คู่สังคมไทยไปตด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณชาดามากครับ ครับ แจ้งนิดเดียวครับ เนื่องจากตอนรับรองไปเมื่อสักครู่นะครับ จำนวน 202 คนนั้น มีผู้เข้าใจผิดครับ สมาชิกวุฒิสมาชิกได้กดปุ่มรับรองไปด้วย 4 ท่าน เพราะฉะนั้น เพื่อบันทึกที่ถูกต้อง จึงขอตัดชื่อวุฒิสมาชิก 4 ท่านออกไป คงเหลือ ผู้ที่รับรองคุณพิธา 298 คน ซึ่งก็ยังครบชื่อที่ต้องการ 50 คนอยู่ดีครับ ทีนี้การอภิปราท่านต่อไปนะครับ เดิมผมบอกว่าจะให้ฝ่ายเสนอที่จะเป็นรัฐบาล 8 พรรคนั้นพูดต่อ แต่เนื่องจากคุณชัยธวัช วึ่งจะเป็นผู้อภิปรายนั้น ขออนุญาตออกไปทำภารกิจนิดหน่อยนะครับ ถ้าหากว่าท่านสมาชิกไม่ขัดข้องก็จะขอเชิญคุณประพันธุ์ คูณมี ซึ่งจะใช้เวลา 25 นาที อภิปรายต่อ แล้วก็จะมาคุณชัยะวัตต่อและก็จะมาที่คุณชัยธวัช นะครับ ผมคิดว่าคงจะได้นะครับ คุณประพันธุ์อยู่นะครับ ครับ เชิญครับคุณประพันธ์ อภิปรายได้เลยนะครับ ท่านขอเวลา 25 นาที เชิญครับ (คุณประพันธุ์) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นี้ ผมรับฟังด้วยความรับซึ้งและเข้าใจในปัญหาของบ้านเมือง แต่วันนี้ถือเป็นวันที่มีความหมายและความสำคัญทางการเมืองอย่างยิ่งของรัฐสภา เป็นวันที่ประวัติศาสตร์ต้องกำหนดถึงอนาคตของบ้านเมือง เพราะเป็นวันที่สมาชิกรัฐสภาของเราจะได้ทำหน้าที่ในภารกิจสำคัญ นั่นก็คือการพิจารณาให้เป็นเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก้ถือว่าเป้นผู้นำสูงในทางการบริหารของประเทศอันเป็นการดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญตามราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งการประชุมรัฐสภาเพือ่พิจารณายตินี้ ในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่รัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้เป็นต้นมา แต่สิ่งที่ผมได้อภิปรายต่อไปนี้ ผมเรียนประธานว่ามันเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องการเรียนท่านที่ต้องมาทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพวกเรามีที่มาแตกต่างกัน จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ แต่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 114 ก็บัญญติให้ถือว่าพวกเราทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งสมชิกผู้แทนราษฎร และ สว. ย่อมถือว่าเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นมาด้วยวิธีการใด และการทำหน้าที่ของเรานั้นจะต้องไม่อยู่ในความผูกมัดแแห่งอนัจ มอบหมายและจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุขโดยรวม ประโยชน์ และก่อนเข้าทำหน้าที่ เราก็ต่างต้องกล่าวคำปฏิญาณตน ด้วยข้อความเดียวกันครับท่านประธานครับ ตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 115 ว่าข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตยื สุจริต ประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ซึ่ง ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทยทุกประการ ประเด็นปัญหาที่เราจะพิจารณาในวันนี้ ท่านประธานครับ เป็นการใช้สิทธิ ใช้อำนาจหน้าที่ของเรา สว. สส. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน สว. ก็มาจากมัจชามติของประชาชนให้มีบทบัญญัติให้ สว. ได้มาทำหน้าที่ในวันนี้ เราต่างมีฐานที่มาจากประชาชน เพียงแต่แตกต่างด้านวิธีการและกระบวนการที่มาเท่านั้น กระผมให้ความเคารพ และให้เกียรติท่าน สส. ครับ และรับฟังความคิดเห็นและเสียงของประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งมาโดยตลอด แต่ในการพิจารณาในวันนี้ ผมก็ต้องให้ความเคารพและรับฟังเสียงของประชาชนทั้งประเทศ ประกอบการพิจารณาด้วยเช่นกัน ผมเคารพให้และเกียรติท่าน และก็หวังว่าท่านจะให้เกียรติและเคารพของ สว. เช่นนั้น ซึ่งไม่ว่าพวกเราจะโหวตเห็นชอบ และให้ความเห็นชอบและไม่ให้ความเห็นชอบเช่นไร ท่านก็คงเคารพกฎกติกาของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ในประเด็นที่ผมจะเสนอต่อที่ประชุม ต่อไปนี้ ความเห็นโดยสุจริตของผมครับ ด้วยความยึดมั่นหน้าที่และคำปฏิญาณตนแห่งนี้ เพื่อรักษาและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญทุกประการ โดยไม่ๆด้มีอคติส่วนตัวใด ๆ ต่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับความเห็นชอบแต่อย่างใดครับ ท่านประธานครับ ตามที่ท่านชลน่าน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้เป็นบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีและได้มีท่าน สส. ให้ความรับรอง ให้ความเห็นชอบในขณะนี้นั้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในครั้งนี้ ผมถือว่าเป็นการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรม 160 โดยชัดแจ้ง ขัดแต่กฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 159160 ซึ่งมีเหตุผลสำคัญคือ ในวันนี้เราอยู่ในหมวดใช้ 272 272 ในบทเฉพาะการ เพราะฉะนั้น การเสนอชื่อแม้ว่าจะใช้อยู่ในหมวด 272 เฉพาะการก็ตาม แต่การเสนอชื่อบุคคลในการเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยัง บทบัญญัติ ของมาตรา 159 แห่งนี้ต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก้แต่เฉพาะบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห่าม มาตรา 160 เท่านั้น ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านลองเปิดไปดูมาตรา 160 สิครับ มาตรา 160 ก็ว่าด้วยคุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งก็คือรวมถึงนายกรัฐมนตรีนั่นเอง ซึ่งในมาตรา 160 (6) ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 ก็ต้องย้อนกลับไปเปิดดูมาตรา 98 ว่า มาตรา 98 กำหนดลักษณะต้องห้ามไว้อะไรบ้าง ซึ่งแน่นอนครับ มาตรา 98 กำหนดไว้เยอะหลายประการนะครับ ไม่ว่าเรื่องที่ต้องไม่ติดยาเสพติดนะครับ ไม่ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งหมายความว่าคนที่จะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามอย่างนี้ และอย่างที่สำคัญในวงเล็บ 3 ต้องไม่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ และยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีกครับ ต้องไม่จำคุก ถูกคุมขัง ต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างต้องห้าม แต่เอาล่ะครับ เฉพาะกรณีของคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ได้รับการเสนอชื่อนั้นมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติก็คือ ขัดต่อกฎหมายมาตรา 160 และมาตรา 98 (3) นั่นเอง ก็คือท่านเป็นบุคคลที่ต้องห้าม หรือมีคุณสมบัติต้องห้ามตาม 98 (3) เมื่อเป็นเช่นนี้ครับ การเสนอชื่อนะครับ ของสมาชิกรัฐสภาที่เสนอชื่อท่านเพื่อให้ความเห็นชอบนั้น จึงปรากฏชัดอยู่แล้ว ว่าขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ที่กำหนดไว้ ว่าจะเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไม่ได้ครับ จึงมีปัญหาว่า การเสนอชื่อบุคคลผู้นี้เพื่อให้สภาให้ความเห็นชอบนั้น เป็นการเสนอชื่อบุคคลโดยชอบหรือไม่ หรือเป็นการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ซึมิให้เสนอชื่อบุคคลดังกล่าวนั้นได้ ประเด็นที่ 2 ครับ และข้อเท็จจริงเรื่องปัญหาเรื่องคุณสมบัติของคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ปรากฏข้อเท็จจริงชว่าเมื่อวานนี้คณะกรรมการ กกต. นะครับ ได้มีมตินะครับ และได้ยื่นเรื่องนะครับ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีคำสั่งนะครับ ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 12 พร้อมเอกสาประกอบคำร้อง เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ว่าสมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็คือของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้ลงรับในทางธุรการแล้ว และจะได้เสนอมติดังกล่าวเพื่อพิจารณาตามราชบัญญัติ พิจารณาของศาลรัฐธรรมนุญ 2561 ตมาตรา 49 ต่อไป อันเป็นข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นโดยปราศจากข้อสงสัยว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นบุคคลที่ มีคุณสัมบัติและลักษณะต้องห้าม และนั่นคือความเห็นอันเป็นยุติของคณะกรรมการ กกต. ไม่เพียงแค่มองเห็นว่าเป็นคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามเท่านั้นนะครับ ยังมองว่าสิ้นสึดแล้ว แต่ในชั้นพิจารณาของสภาแห่งนี้นี่ เรามีหน้าที่จะต้องพิจารณาว่าการที่ท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้่เสนอชื่อนาถือว่าเป็นเสนอที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขัดต่อข้อบังคับหรือไม่และบุคคลที่ถูกเสนอชื่อนั้นมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและคุณลักษณะต้องห้ามหรือไม่ ปัญหานี้ครับท่านประธานครับ ก็อาจจะมีคนแย้งว่าขณะนี้ยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่สุด จะไปถือว่าเขามีปัญหาเรื่องคุณสมบัติไมไ่ด้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ปัญหานี้ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดครับ เพราะปัญหาเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกของผู้แทนราษฎรเปสมบัติเดียวกันกับบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ นี้นะครับ เป็นเรื่องที่วินยูชนและบุคคลโดยทั่ว ๆ ไป ก็สามารถวินิจฉัยได้ครับ เพราะมาตรา 98 นี่ไม่ได้เขียนซับซ้อนลึกซึ้งเลยครับ ถามว่าท่านติดยาเสพติดหรือเปล่า ถามว่าท่านเป็นบุคคลล้มละลายหรือเปล่า ถามว่าท่านถือหุ้นสื่อหรือเปล่า ถามว่าท่านเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกหรือเปล่า นี่ครับ ไม่จำเป็นต้องไปถามศาลเลยครับ ตัวท่านก็มีวิจารณญาณที่จะวินิจฉัยได้เอง กฎหมายถถึงไปเขียนในข้อที่ 51 รัฐประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ไงครับ ว่า 151 นี่ครับ ผู้ใดรู้อยู่แล้ว แล้วก็จงจัยไปสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น จึงเป็นความผิด นั่นก็คือเขาให้ตัวท่านเองนี่ สามารถวินิจฉัยตัวท่านเองได้อยู่แล้ว ถ้าท่านต้องไปรอศาลก่อนว่าผมขาดคุณสมบัตินี่จะไม่เขียนไว้อย่างนี้ครับ กรณีกฎหมายให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยนั้น เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ กกต. เห็นว่าคุณ... สมาชิกภาพของท่านสิ้นสุดแล้ว แต่ท่านไม่ยอมรับ ไม่รู้ตัว จนให้สมาชิเข้าชื่อไปยื่นต่อศาลเท่านั้น แต่ก่อนจะไปสมัครท่านมีคุณสมบัติไหม ขัดต่อรัฐธรรมนูญไหม ท่านต้องเซนเซอร์ตรวจสอบตัวเอง ไม่ต่่างอะไรกับท่าน ท่านจบ ม.6 ไหใครับ ถ้าไม่จบ ม. 6 ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ไม่เห็นต้องรอศาลวินิจฉัยเลยว่าผมจบหรือไม่จบ นี่คือประเด็นครับ ว่าที่สมาชิกสภาได้เสนอชื่อบุคคลดังกล่าวนี้ แล้มาพูดในที่ประชุม ก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าบุคคลที่ได้เสนอชื่อมาให้รัฐสภาได้โหวตให้การรับรองเป็นบุคคลที่รัฐสภามิอาจรับไว้พิจารณาเพื่อโหวตหรือลงคะแนนเสียงได้ เนื่องจากเป็นการเสนอชื่อบุคคลที่ขัดต่อกฎหมายและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ หากรัฐสภามีการพิจารณาเพื่อลงมติ และให้ความเห็นชอบต่อไปย่อมขัดต่อกฎหมายสูงสุดของประเทศ และขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภาโดยแจ้ง สมาชิกรัฐสภาที่จะร่วมกันพิจารณาและลงมติย่อมได้ชื่อว่า รู้อยู่แล้วว่าบุคคลดังกล่าวมีคุณสมบัติที่มิชอบด้วยกฎหมาย แต่ท่านก็ยังจงใจจะกระทำผิดฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญและข้อบังคับรัฐสภาการลงมติและความเห็นชอในกรณีดังกล่าวนี้ มันจะเป็นปัญหาที่มีความผิดร้ายแรงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน นอกจากนั้น เมื่อสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบแล้ว การที่จะนำบุคคลที่มีคุณสมบัติและคุณลักษณะต้องห้ามไปนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้ง ให้มีการแต่งตท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ท่านลองพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่สภาแห่งนี้ มิบังควรที่จะกระทำเป็นอย่างยิ่ง นี่คือปัญหาสำคัญครับ เพราะฉะนั้น ในทั้งกระบวนการของเจ้าหน้าที่ กกต. กระบวนการอื่นที่มีการตรวงสอบเรื่องนี้ เขาเห็นแล้ว เขาฟังข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้ว ถ้า กกต. มีอำนาจโดยไม่ต้องส่งศาลเขาก็คงมีคำวินิจฉัยให้ใบแดงคุณพิธาไปแล้วครับ แต่ว่าโดยกระบวนการพิจารณาของกฎหมายบัญญิตให้ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือคณะกรรมการ กกต. เห็นว่าสมาชิกของบุคคลใดสิ้นสุดลง ให้เข้าชื่อ หรือให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นกรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่ เป็นปัญหาสำคัญที่สภาแห่งนี้ต้องได้พิจาณาให้ละเอียดถ่องแท้ ว่าการเสนอบุคคลดังกล่าวนั้น ชอบหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีการถือหุ้นสื่อหรือไม่ ตนเป็นบุคคลที่ต้องห้ามหรือไม่นี้ ผมจึงเห็นว่า สมาชิกรัฐสภาควรจะใช้ดุลพินิจพิจารณา เมื่อเป็นกรณีที่ขาดคุณบัติตามมาตรา 160 แล้ว จึงเป็นบุคคลที่มิอาจได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนุญ การเสนอชื่อจึงควรจะต้องอยู่ในดุลพินิจของสมาชิก และท่านประธานที่จะต้องได้พิจารณาครับ เพราะหากเราดึงดันที่จะลงมติ จากบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนั้น ท่านอาจจะถูกดำเนินคดีได้ ตามมาตรา 231 (1) นั่นคือเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่แบทบัญญัติ แห่งรัฐธรหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ตามประมวลจริยธรรม สส. ข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 29 ท่านเปิดดูได้ครับ ประมวนจริยธรรมของท่าน ส่วน สว. เอง ที่คิดจะลงมติในวันนี้ ปัญหาเรื่อง ข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 24 เช่นกัน การกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำทั้งที่รู้ข้อเท็จจริงบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย จน กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ที่รับฟังเป็นที่ยุติว่า่ บุคคลที่เสนอขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม เหตุผลและข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้นะครับท่านประธาน ผมจึงไม่เห็นด้วย และขอคัดค้านการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องขอให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณาวินิจฉัยในประเด็นสำคัญนี้ด้วย ส่วนความไม่เหมาะสมอื่น ๆ เกี่ยวกับบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อในวันนี้ มี หลายเรื่อง หลายประเด็น ไม่ว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปแล้วก็ดี ไม่ว่าจะความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำประเทศก็ดี ไม่ว่าเรื่องการที่จะมีแนวนโยบาย การชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ก็ดี เกิดความขัดแย้งแตกแยกในหมู่ประชาชนก็ดี ก็เป็นความไม่เหมาะสมในด้านอื่น ๆ ซึ่งสมาชิกในรัฐสภาก็คงจะได้อภิปรายและให้ข้อคิดเห็นต่อไป สำหรับผม ผมเห็นว่าประเด็นเรื่องการเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวเพื่อให้สภาโหวตนั้นเป็นการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนุญ 159 160 จึงไม่อาจเป็นบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อให้รัฐสภาโหวตให้ความเห็นชอบได้แต่อย่างใดครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณ คุณ ประพันธุ์ คูณมี มากครับ คุณพิธา ยกมือขอ พูดในสิ่งที่พาดพิงใช่ไหมครับ (คุณพิธา) ครับ ก็อนุญาตให้คุณพิธาได้ชี้แจงในสิ่งที่พาดพิง และมชี้แจงจบแล้วก็คนต่อไปที่จะอภิปราย คือคุณชัยธวัช ตุลายน ซึ่งขอเวลา 15 นาทีครับ เชิญครับคุณพิธา (คุณพิธา) กระผม พิธา ลิ้มเจริญระตน์ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน ต้องเริ่มต้นด้วยการขอบพระคุณนะครับ ท่านสมาชิกทั้ง 2 ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามทั้ง 2 ท่าน ท่านชาดา ที่ได้อภิปรายนะครับ สอบถามกหลาย ๆ เรื่อง เกี่ยวกับคุณสมบัติของผมในฐานะผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ต้องเริ่มต้นอย่างนี้ ท่านชาดาได้ติติงบุคลิกของผม ได้ติติงภาวะผู้นำของผม พยามที่จะพัฒนาอยู่เหมือนกันครับ พยายามพัฒนาให้เป็นคนที่ฟังมากกว่าพูด นะครับ ฟังท่านชาดาเสร็จก็พยายามฟังท่านประพันธุ์ต่อ ผมก็พัฒนาภาวะผู้นำผมเป็นคนรักษาคำพูด เหมือนกันสโลแกนพรรคท่านเลยครับ พูดแล้วทำนะครับ เพราะฉะนั้นสัญญาที่เคยให้กับประชาชนก็คงที่จะต้องทำตามอย่างนั้น ผมพยายามที่จะพัฒนาคุณลักษณะความเป็นผู้นำของผมครับ ไม่ว่าจะไม่เห็นด้วยกับทุกเรื่องที่ท่านชาดาได้พูดมา แต่เห็นว่าท่านมีเสรีภาพที่จะพูด และนี่คือหน้าที่ของรัฐสภา นี่คือหน้าที่ของก็มีประสบการณ์แบบหนึ่ง มีความคิดแบบหนึ่ง ผมก็มีชุดความคิดแบบหนึ่ง สาเหตุแบบหนึ่ง นี่คือต้องใช้รัฐสภาแก้ไขนิติบัญญัติ ตลอดมาของประเทศไทย นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็นตั้งแต่สมัยที่แล้วแล้วครับ ที่ท่านชาดาได้พูดถึงเรื่องของการลดโทษก็ดี เรื่องการคุ้มครองก็ดี ซึ่งเวทีนี้เป็นเวทีเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เวทีในการแก้ไขหรือกฎหมายใด ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเป็นบรรยากาศที่ดีและสุดท้ายครับ ผู้นำของประเทศนี้ ต้องมีความอดทดอดกลั้นรับฟังข้อกล่าวหาที่จะจริงหรือไม่จริงก้แล้วแอันนี้คือ 4 ข้อที่ผมสัญญา ผ่านท่านประธานไปยังท่านชาดาและพรรคที่รวมถึงสภาสูงที่รับฟังอยู่ นี่เป็น 4 คุณลักษณะสำคัญนะครับ ที่ผู้นำของประเทศไทยควรจะมี ในการที่จะใช้สิทธิพาดพิงคงจะสั้น ๆ ครับท่านประธาน เรื่องที่ผมเห็นด้วยกับท่านชาดา ก็คือไม่ได้อยู่ใน MOU 8 พรรคอย่างที่ท่านเข้าใจ เพราะ MOU 8 พรรค คือ ความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรคนะครับ ในการที่จะเข้าสู่อำนาจในการบริหารประเทศ ในการที่จะแก้ไขอยู่ที่นิติบัญญัติครับ อยู่ที่นี่ และเมือเรายื่นข้อเสนอผูกขาดน้อยมากกว่าผมก็อาจจะคิดอีกแบบหนึ่ง ก็คือผู้แทนราษฎรที่มีความคิดแล้วใช้เหตุใช้ผลกัน International Criminal Court ตามหลักของเขาเลย ก็คือมีหน้าที่ InvestigateIn terman ซึ่งหมายความว่าอาชญากรรมทางสงคราม การฆล้างเผ่าพันธุ์นะครับ ซึ่งตรงนี้นี่ตามข้อที่ท่านชาดาอาจจะกังวล คือ ข้อที่ 27 ผมอ่านแล้ว แต่ทีนี้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่เป็นระบบเดียวกับเรา ระบอบประชาธิปไตยอันนี้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุก Constitutional monarchy มีอยู่ 123 ประเทศครับ ญี่ปุ่นเซ็นครับ อังกฤษเซ้นครับ เดนมาร์ก เซ็นตคเพราะฉะนั้นตรงนั้นครับ ครม. อยู่แล้วนะครับ ตรงนี้ไม่ได้เป็นประเด็นอย่างที่ท่านได้กล่าวหาเลย สิ่งที่หน้ากลัวที่สุดในการเข้า EAใครหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เอาปืนไปยิงมันเลยนี่ ผมไม่แน่ใจว่าคนที่สูญเสียไปว่าใครคนยิงเมื่อ 9 ปีก่อนที่ราชประสงค์ และย้อนหลังไปถึงเรื่อง 6 ตุลาคม วัฒนธรรมรับผิดรับชอบ เขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อมีคนอภิปรายในสภาแห่งนี้ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วย และใช้สิทธอนุญาตใช้สิทธิพาดพิงในการชี้แจง ของคุณประพันธ์นะครับ ผมต้องขอยืนยันผ่านท่านประธานไปทั้ง 750 คนที่มีเสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ผมยังมีคุณสมบัติสมบูรณ์แบบทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการนะครับ แม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่รู้เลยครับ ว่าข้อกล่าวหาคืออะไร เห็นแต่มติก็ผ่านสื่อมวลชน ยังไม่รู้เลแล้วหลักการที่บอกว่าสมมติฐานไว้ว่าบริสุทธิ์ไว้ก่อน Presumption of innocence ไม่ทราบว่ามีเพื่อน ๆ ที่อยู่ในแวดวงทนาย แวดวงตุลาการในเรื่องนี้เลย มันมีศาลเตี้ยในรัฐสผมยังไม่มีโอกาสที่จะชี้แจงแม้แต่ครั้งเดียวเลย แล้วคราวที่แล้วปี 62 ก็มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นก็ไม่ได้กระทบการเลือกนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่ารัฐบาลเสียงข้างมาก 249 เสียงตามนั้นไม่มีแตกแถว ก็เคยเกิดขึ้นแล้วไม่ใช่หรือครับ เพราะฉะนั้นนี่ ไม่ต้องกังวลครับ ท่านบอกว่า ม. 6 ขึ้นมหาวิทยาลัย เรื่องของวิญญูชน ผมเกี่ยวกับการยื่น ปปช. เกี่ยวกับการยื่นคุณสมบัติ สอบถามทั้ง กกต. สอบถามทั้ง ป.ป.ช. ตั้งแต่เป็น สส. ตั้งแต่ครั้งนี้ ครั้งแรก และครั้งต่อ ๆ ไป เพราะผมยอมรับในการตรวจสอบ ไม่ได้อยู่ในกระบวนการ (คุณวันมูหะมัดนอร์) คุณพิธาครับ ต่อไปคนที่จะอภิปรายต่อไปคุณชัยธวัช ตุลาตน ครับ จากคุณชัยธวัช คุลาธน คือคุณศาสตรา ศรีปานครับ ครับเชิญครับ คุณชัยธวัช (คุณชัยธวัช) เรียนท่านประธานและรัฐสภาที่เคารพนะครับ ผมชัยธวัช ตุลาธน สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายผ่านไปยังสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ว่าทำไมในวันนี้ พวกเราควรลงมติรับรองให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปแทนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมคงไม่รบกวนเวลาสมาชิกทุกท่านมากนะครับทุกท่านมากนะครับ เพราะอันที่จริงแล้ว วันนี้ผมคงไม่จำเป็นต้องมาอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของคุณพิธา รวมถึงนโยบายของพรรคก้าวไกลในรัฐสภาแห่งนี้ เพราะผมถือว่าประชาชนทั้งประเทศ รวมถึงสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน เราต่างก็ได้ใช้วิจารณญาณของตัวเองพิจารณา และลงมติ 1 คน 1 เสียง เท่าเทียมกันผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 และเมื่อผลปรากฏว่าพรรคก้าวไกลซึ่งได้เสนอชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ชนะการเลือกตั้ง แล้วสามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทั้งสิ้น 312 เสียงจากพรรคการเมือง 8 พรรคได้แล้ว คุณพิธาก็ควรจะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีตามครรลองปกติของระบอบประชาธิปไตย เรื่องมันก็ควรจะเรียบง่าย ตรงไปตรงมาแบบนี้มิใช่หรือครับ แต่ท่านประธานครับ บรรยากาศที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงวันนี้กลับทำให้เกิดคำถามดัง ๆ ในใจของพี่น้องประชาชนจำนวนนับล้าน ๆ คน ที่กำลังเฝ้าดู จับการประชุมรัฐสภากันอยู่ในวันนี้ด้วย เกิดคำถามในใจของเขาว่าหากนายกรัฐมนตรีคนใหม่ไม่เป็นไปตามผลการเลือกตั้ง แล้วเราจะมีการเลือกตั้งไปทำไม ตกลงอำนาจอธิปไตยของประเทศนี้เป็นของปวงชนชาวไทยตามที่ปรากฏบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญจริง ๆ หรือไม่ หรือเป็นของใครกันแน่ และยังมีคำถามคำโต ๆ ว่าตกลงประชาชนอยู่ตรงไหน ประชาชนอยู่ตรงไหนในระบอบประชาธิปไตยอันนี้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของเรา ท่านประธานครับ คำถามในใจขอประชาชนเหล่านี้มันสะท้อนอะไรและมีนัยสำคัญอย่างไรกับสังคมบ้านเมืองของเรา อันที่จริงคำถามภายในใจของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่จะเพิ่งเกิด แต่มันเป็นคำถามที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับตลอดเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เราผ่านอะไรมาบ้างครับ ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 5 ครั้ง ผ่านการรัฐประหาร 2 ครั้ง ผ่านการพยายามที่เขียนรัฐธรรมนูญฉบับถาวร หลังรัฐประหาร 2 ฉบับ ผ่านแม้กระทั่งการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร 1 ครั้ง ผ่านการยุบพรรคการเมืองยุบแล้วยุบอีก ผ่านการชุมนุมของประชาชนฝ่ายต่าง ๆ และการปะทะกันบนท้องถนนนับไม่ถ้วน มีผู้ถูกดำเนินคดีจำคุก บาดเจ็บ รวมถึงเสียชีวิต รวมแล้วนับร้อย นับ 1000 จากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังไม่ทราบว่าจะยุติเมื่อไหร่ ถว่าผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้มาเกือบ 2 ทศวรรษ สังคมไทยยังไม่สามารถให้คำตอบที่ดีได้ต่อคำถามในใจของพี่น้องประชาชนอย่างที่ผมกล่าว แล้วยังไม่สามารถหาคำตอบที่พวกเรายอยอมรับร่วมกันได้สักที ปัญหาก็คือว่าตราบใดที่พวกเรายังไม่สามารถหาคำตอบแห่งยุคสมัยนี้ได้ สังคมไทยก็จะหยุดนิ่งจมดิ่งว่ายวนอยู่ในวงจรเดิม ๆ มองไม่เห็นอนาคตไปอีกนาน อย่างไรก็ดีครับ ท่านประธานครับ ผมเองในฐานะผู้แทนราษฎรในฐานะสมาชิกรัฐสภา และในฐานะตัวแทนของพรรคก้าวไกล ผมเห็นว่าการเลือกตั้งคราั้งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การลงมติของรัฐสภาในวันนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญของพวกเราที่จะเริ่มต้นในการแสวงหาคำตอบครั้งใหม่ ให้แก่สังคมไทยครับ สมาชิกหลายท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับพรรคก้าวไกลในบางเรื่อง หลายท่านอาจจะกังวลใจกับการเปลี่ยนแปลงที่พวกเราไม่คุ้นเคย หรือไม่รู้จักนะครับ มีข้อกล่าวหามากมายครับ ซึ่งส่วนหนึ่งก็สะท้อนจากการอภิปรายท่านสมาชิก 2 ท่านแรก ไม่ว่าความกังวลใจว่าพวกเราจะพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ หรือระบอบการปกครองหรือไม่ พวกเราพยายามที่จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่กลายเป็นสถาบันหลักของชาติอีกหรือไม่ เจตนาที่แท้จริงของการเสนอให้มีการแก้ไขปรับปรุงมาตรา 112 นะครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลาย ๆ นโยบายของเรา เป็นอย่างไร ผมขออนุญาติไม่ใช้เวลานี้ในการลงรายละเอียดที่จะแลกเปลี่ยนนะครับ กับท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ แต่ประเด็นสำคัญที่อยากจะกล่าวเอาไว้ในที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอใด ๆ ของเรา ของพรรคก้าวไกล มันอยู่บนฐานความคิดที่ว่าสถาบันหลักของชาติหรือสถาบันการเมืองใด ๆ ก็ตาม จะดำรงอยู่ได้ก็ด้วยความยินยอมพร้อมใจของประชาชน ไม่มีสถาบันใดที่จะสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยการ กด ปราบ บังคับ แล้วนี่เป็นสิ่งที่เราพยายามจะเตือนให้สติกับทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมชิกในรัฐสภาและสังคมไทย ผู้มีอำนาจทุกฝ่าย ขอให้ตั้งสติ และมองการณ์ไกลฃแล้วเล็งเห็นให้ได้ว่าวิะีการอะไร กุจสโลบายอะไรที่สุด ที่จะสามารถรักษาสิ่งที่พวกเรารัก สิ่งที่หลายคนหวงแหนให้ดำรงอยู่ในได้ในสังคมที่มีพลวัตตลอดเวลา เราไม่เชื่อว่าสิ่งใด ๆ จะดำรงอยู่ได้ด้วยการสถิตย์อยู่เหมือนเดิมทุกประการแล้วจะมั่นคงสถาพร แล้วมันไปไกลนะครับ ไปไกลถึงขนาดที่ว่าหลายท่านบอกว่าการเลือก การลงมติให้คุณพิธาจากพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรีจะเป็นการล้ามล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการไม่รักชาติ เป็นการไม่เคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่พวกผมพยายามจะบอกว่ามันไม่ควรจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะพระมหากษัตริย์ องค์พระมหากษัตริย์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนี่ ต้องอยู่เหนืการเมือง ต้องอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองแล้วมันอันตรายมากที่เมื่อไหร่ต่างฝ่ายต่างดึงเรื่องนี้เข้ามาพัวพันในการขัดแย้งทางการเมือง อยู่แล้วว่าตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ผลเป็นอย่างไร เราพยายามที่จะเสนอว่าต้องช่วยกัน ช่วยกันนำสถาบันพระมหากษัตริย์ ออกจากการขัดแย้ง และการยิ่งนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาปะทะกับผลการเลือกตั้งยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง ใครจะรับผิดชอบกับผลกระทบจากการกระทำแบบนี้ สุดท้ายนะครับ ท่านประธาน อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะเชิญชวนท่านสมาชิก ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาในที่ประชุมแห่งนี้ลงมติให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เหตุผลไม่ใช่เพราะทุกท่านรักคุณพิธา ไม่ใช่เพราะทุกท่านเห็นชอบ เห็นด้วยกับพรรคก้าวไกลไปเสียทุกเรื่อง แต่มันจะเป็นการลงมติเพื่อคืนความปกติให้แก่ระบบรัฐสภาของไทย มันจะเป็นการลงมติเพื่อแสดงความเคารพต่อประชาชน เป็นการลงมติเพื่อให้โอกาสครั้งใหม่ให้แก่สังคมไทย เป็นการลงมติเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการแสวงหาคำตอบ แห่งยุคสมัยร่วมกันให้ได้ สุดท้ายผมขออวยพรให้ประชาชนซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในระบอบประชาธิปไตยคุ้มครองสมาชิกทุกท่าที่จะตัดสินใจอย่างกล้าหาญ ตามมโนธรรมสำนึกและเจตจำนงที่พี่น้องประชาชนได้แสดงออกไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณชัยธวัช ตุลาธน ต่อไปก็เป็นคุณ ศาสตรา ศรีปาน ครับ แต่ว่าผม... ต่อไปจะเป็นลำดับถัดจากสมาชิกวุฒสภา ก็ขอความกรุณาครับ ด้วยว่าจะเป็นท่านใดที่จะอภิปรายต่อจากคุณศาสตราครับ ขอเชิญคุณศาสตราครับ (คุณศาสตรา)กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมเป็นตัวแทนของพรรครวมไทยสร้างชาติครับ ในการขึ้นมาอภิปราย ในการแสดงจุดยืนของเราในการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ดังนั้น เสียงที่ผมจะส่งไปให้กับท่านสมาชิกที่อยู่ที่นี้และข้างนอกต้องเรียนแบบนี้ครับว่าไม่ได้มีอคติหรือมีเรื่องใด ๆ ส่วนตัว แต่เป็นความคิดเห็นของคนไทยรักชาติรักแผ่นดิน ที่เราจะมาบอกว่าวันนี้อุดมการณ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติคือความชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้นว่าเราจะปกป้องและดำรงไว้วึ่งสถาบันหลักของชาติไทย ดังนั้นเราจึงไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดหรือนักการเมืองคนใดที่มีนโยบายในการแก้ไขมาตรา 112 เพราะเราเห็นว่าบ้านเมืองวันนี้นี่ ก็เดินไปข้างหน้าได้ครับ สามารถที่จะพัฒนาไปข้างหน้าได้โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขมาตรานี้เลย ไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยครับ ไม่จำเป็นต้องมาทำลายขนบธรรมเนียม ต้นทุนทางวัฒนธรรมไทยที่มีมาตั้งแต่ในอดีต ไม่มีความจำเป็นเลยครับ มากกว่านั้น พี่น้องประชาชน ตัวผมเอง และเพื่อสมาชิกก็ทราบดีครับ ว่าเราเห็นการขับเคลื่อนเดินสายพูดถึงประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างบาดแผลให้กับชาติไทย ทำให้เกิดความสงสัย เช่น การแบ่งแยกดินแดน แบ่งแยกแผ่นดิน ผมถามว่าสิ่งเหล่านี้มันทำให้สังคมไทยนี่ ดีขึ้นหรือเปล่าครับ ไม่เลยนะครับ ไม่มี มีแต่สร้างความแตกแยก แบ่งแยกคนออกเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่ได้มีประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้นเลย รูปที่มีอยู่ทุกบ้าน บ้ายคุณมีไหมครับ บ้านผมมีครับ และผมเชื่อว่ารูปที่มีอยู่ทุกบ้านนี่ ก็อยู่ในบ้านของใครหลาย ๆ คนข้างนอก โครงการพระราชดำริ ยกตัวอยา่งหาดใหญ่บ้านผมนี่ คลอง ร.1 คลองโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้เราต้องไม่สูญเสียชีวิต สูญเสียทรัพสินนักเรียนทุนที่ได้รับคนยากจน วันนี้เขายังซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณนะครับ ของสถาบัน เพราะฉะนั้น อย่าเหยียบย่ำหัวใจคนไทยไปมากกว่านี้เลยครับ ขอได้ไหมครับ ไม่แก้ 112 นี่ ขอได้ไหมครับ เรื่องนี้ ไปแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนยังมีเรื่องอีกร้อยแปดพันเก้าที่เราสามารถที่จะเสนอแก้ไขกฎหมายให้กับพี่น้องประชาชนได้ ในการแก้ไขมาตรา 112 นี่ มีแต่สร้างความแตกแยก ผมไปเสียงจากพี่น้องประชาชนบ้านผมนะครับ คุณบอกว่า 14 ล้านเสียงพร้อมจะลงถนน อีก 20 กว่าล้านเสียงนี่ ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนี่ ก็พร้อมยอมตายถวายชีวิตเพื่อสถาบัน เพราะฉะนั้น ผมบอกแและเรียนตามตรงว่า การแก้ไขมาตรา112 นี่ จะสร้างแต่รอยร้าว รอยแตกแยกให้กับประเทศไทย คนลงถนน บ้านเมืองจะอยู่อย่างไรครับ มีแต่พังพินาศ ชัยชนะบนซากปรักหักพังนี่ ชอบกันหรือครับ ผมว่ามันไม่มีประโยชน์อันใด ถึงคุณจะบอกว่า 151 เสียง ที่คุณได้มา หรือแม้แต่ทั้งรัฐสภา 750 นี่ คุณก็ไม่มีสิทธิในการทำลายสิ่งที่บรรพบุรุษ เขาสร้างกันมาตั้งแต่ต้น ไม่มีครับ นี่คือประเด็นที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ด้านนอกเขาคิด เพราะฉะนั้น ต้องฟังด้วยนะครับ ไม่ว่าเสียงส่วนน้อย ส่ก็ต้องฟังเพราะมันจะเกิดความแตกแยกและผมคิดว่ามาตรา 112 นี่ มันก็ไม่ได้ทำให้... การแก้ไขมันก็ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยนี่เป็นเทวดาเหมือนที่ท่านชาดาได้อภิปรายไว้เมื่อสักครู่นี้ แล้วอีกอย่างหนึ่งนะครับ การที่คุณพิธา จะได้เป็นนายกหรือไม่ในวันนี้ ในวันนี้อย่ามาโทษใครทั้งสิ้นครับ อย่ามาโทษ สส. อย่ามาโทษ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ผมว่าเป็นตัวคุณเองที่ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่าวันนี้นี่กฎหมายมันชัดเจนว่าจะเป็นนายก จะเป็น สส. นี่ เขาห้ามถือหุ้นสื่อ กฎหมายเขาเขียนไว้แล้ว ตั้งแต่ก่อนพรรคอนาคตใหม่นี่ จะตั้งขึ้นมาอีก เขาบอกว่าให้ถอน ให้ถอนได้ ทำไมไม่ถอนตั้งแต่แรกครับ จะได้ไม่ต้องมีการอภิปราย จะได้เลือกนายกฯ คนที่ 30 กันไปเลย ไม่ต้องโทษใครทั้งสิ้นครับ แล้ววันนี้คุณก็ต้องตอบสังคมให้ได้เช่นกันนะครับ เพราะวันหนึ่งคุณบอกว่าเรื่อง ม. 112 นี่ คุณจะแก้ไข อีกวันหนึ่งคุณบอกว่าคุรจะยกเลิก บางวันคุณขึ้นเวทีติดสติกเกอร์บอกว่าแก้ไขแล้วค่อยไปยกเลิก แล้วจะให้พวกเรานี่คิดอย่างไรครับ นักการเมืองที่ปากอย่างใจอย่างนี่ ถามว่าพี่น้องประชาชนจะเชื่อได้หรือเปล่าครับ นี่คือสิ่งที่คุณต้องตอบ และผมชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็ติดตามอยู่นะครับ โดยเฉพาะร่างเสนอกฎหมายมาตรา 112 ร่างมาจนไม่เหลือความคุ้มครองใด ๆ เลย และไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ที่บัญญัติว่าองค์พระกษัตริย์ให้ทรงดำรงอยู่ในสถานะที่เป็นสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผมเกิดมา 40 ปีนี่ ก็รุ่นราวคราวเดียวหับคุณพ40 ปี ผมไม่เคยเห็นโดนฟ้อง มาตรา 112 เลย ไม่เคยครับ กฎหมายก็อยู่ในส่วนของกฎหมาย ไม่มีนิติสงครามครับ มีแต่นิติรัต ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นครับ เพราะฉะนั้นครับ วันนี้