(อาจารย์อิสรา) ครับ สวัสดีครับ พี่ล่ามครับ ครับ มีใครจะตอบอาจารย์ได้ไหมครับ ว่าสัปดาห์ที่แล้วที่เราพูดถึง Active Leanning ไปครับ การที่จะเป็นกิจกรรม แบบ Active Lerning ได้อย่างไรครับ กิจกรรมต้องมีลักษณะอย่างไรเอ่ย ให้กระตุ้นการคิดของนักเรียน แล้วก็ให้นักเรียนเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงใช่ไหมครับ มีอะไรอีกครับ มีอีก บทบาทของคุณครูล่ะ คุณครูต้องเป็นอย่างไรครับ บทบาทของคุณครูจะทำหน้าที่อะไรคุณครูก็ต้องพยายามเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนนะครับ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้องค์ความรู้ใหม่นะครับ มีอะไรอีกครับ ที่เป็นหลักการสำคัญเลย สำหรับบทบาทของคุณครูนะครับ อีกอย่างหนึ่ง คุณครูต้องทำอะไรเอ่ย ต้องเป็นผู้บรรยายไหมครับ บรรยายเป็นหลักไหมครับ ไม่ได้บรรยายเป็นหลัก แต่คุณครูต้องทำอะไร เป็นผู้อะไรครับ เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้กับนักเรียนใช่ไหมครับ เป็นผู้ที่คอยให้คำแนะนำนะครับ ช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนนะครับ อาจจะมีการบอกมีการบรรยายบ้างเป็นบางครั้งนะครับ แต่ไม่ได้เน้นที่คุณครูเป็นผู้บรรยายอย่างเดียว เน้นที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก ส่วนนักเรียนเกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงนะครับ อันนี้คือหลักการของ Active Learning ที่เราเรียนไปในสัปดาห์ที่แล้วนะครับ ทีนี้ วันนี้นะครับ ก็จะเป็นส่วนสุดท้ายที่เราจะต้องมาฝึกออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้นะครับ แล้วก็นำไปสู่การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้นะครับ ก่อนที่เราจะปฏิบัติการสอนจริง ๆ นะครับ ทีนี้เรามาดูหลักการของการออกแบบการจัดการเรียนรู้ก่อนนะครับ หลักการสำคัญนะครับ ของการออกแบบการจัดการเรียนรู้ มันจะมีอยู่ 3 ส่วนนะครับ มีอยู่ 3 ส่วนหลัก ที่เราจะต้องกำหนดนะครับ ให้มันมีความสัมพันธ์สอดคล้องกันนะครับ 3 ก้อนหลัก ที่เราต้องพิจารณาเอาไว้นะครับ ซึ่งส่วนแรกนะครับ ก้อนแรกเลย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ของการสอนแต่ละครั้ง ก็คือก้อนที่เป็นสีเขียวตรงนี้นะครับ ก็คือจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ ที่เราจะต้องกำหนดขึ้นมานะครับ ว่าการสอนของเราแต่ละครั้งนะครับ เรามีจุดมุ่งหวังว่าเราจะทำให้นักเรียนเกิดความรู้ เกิดการทักษะ หรือเกิดเจตคติอะไรนะครับ ซึ่งโดยหลักแล้วนะครับ โดยหลักแล้วเราก็จะยึดเป้าหมายของหลักสูตรแกนกลางอยู่แล้วนะครับ เดี๋ยวเราค่อยมาวิเคราะห์กันว่าสิ่งที่หลักสูตรแกนกลางกำหนดที่เราเรียกว่า "ตัวชี้วัด" นั้นนะครับ มันจะนำมาสู่การกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ได้อย่างไรนะครับ อันนี้เป็นก้อนแรกนะครับ ก่อนที่เราจะสอนนักเรียนนะครับ เราก็ต้องมีจุดมุ่งหมายก่อนนะครับ ว่าเราจะพานักเรียนไปบรรลุอะไรนะครับ เมื่อเราได้จุดมุ่งหมายนะครับ หรือจุดประสงค์การเรียนรู้ชัดเจนแล้ว ก้อนที่ 2 ที่เราจะต้องพิจารณานะครับ ก็คือส่วนที่เป็นสีส้มนะครับ ก็คือการประเมินผล หรือ Evaluation นะครับ การประเมินผลตรงนี้ เราจะต้องมากำหนดวิธีการประเมินนะครับ จะประเมินนักเรียนอย่างไร แล้วก็ประเมินเมื่อไหร่ถึงจะตรวจสอบได้ว่านักเรียนบรรลุตามจุดประสงค์สีเขียวที่เรากำหนดเอาไว้แล้วนะครับ เราต้องมากำหนดวิธีการว่าเราจะประเมินด้วยการให้นักเรียนทำแบบทดสอบนะครับ หรือประเมินโดยสังเกตพฤติกรรมนักเรียนนะครับ หรือประเมินโดยการปฏิบัติงานของนักเรียนนะครับ เราก็ต้องมากำหนดวิธีการประเมินนะครับ ซึ่งมันต้องสอดรับกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่เรากำหนดขึ้นนะครับ เมื่อเรากำหนดวิธีการประเมินแล้วนะครับ เราก็ต้องมาสร้างเครื่องมือนะครับ ต้องทำเครื่องมือการประเมินขึ้นมานะครับ ว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไรนะครับ ถ้าเราจะประเมินโดยใช้แบบทดสอบเราก็ต้องทำแบบทดสอบขึ้นมานะครับ ถ้าเราจะประเมินโดยประเมินชิ้นงานของนักเรียนนะครับ เราก็ต้องสร้างแบบประเมินชิ้นงานของนักเรียนขึ้นมานะครับ ถ้าเราจะประเมินด้วยวิธีการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในชั้นเรียนนะครับ เราก็จะทำเครื่องมือที่เป็นแบบสังเกตพฤติกรรมขึ้นมานะครับ การที่เรานะครับ จะต้องกำหนดวิธีการประเมินผลนี้นะครับ เพื่อเป็นการตรวจสอบว่านักเรียนบรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่เรากำหนดขึ้นมานี้ มากน้อยเพียงใดนะครับ ซึ่งการประเมินนี้นอกจากจะทำให้เรารู้ว่านักเรียนบรรลุตามจุดประสงค์มากน้อยเพียงใดแล้วนะครับ การประเมินมันยังช่วยนำไปสู่การสะท้อนผลลัพธ์ว่านักเรียนควรที่จะพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างไรนะครับ เพื่อให้นักเรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นนะครับ อันนี้มันจะช่วยนำไปสู่การสะท้อนผลลัพธ์ของนักเรียนได้ด้วยนะครับ เมื่อเรามีจุดประสงค์การเรียนรู้แล้วนะครับ มีได้วิธีการประเมินแล้วนะครับ ก้อนสุดท้ายนะครับ ก็คือส่วนที่เป็นกิจกรรมการเรียนรู้นะครับ ที่เราจะต้องมาเลือกนะครับ ว่าเราจะใช้กลยุทธ์การสอนอะไร ที่เราเรียนมาทั้งหมดเลยนะครับ ทั้งรูปแบบการสอน ทั้งวิธีการสอนต่าง ๆ ทั้งเทคนิคการสอนต่าง ๆ นะครับ รวมไปจนถึงการใช้สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ด้วยนะครับ เราก็จะมาเลือกนะครับ ว่าเราจะใช้กลยุทธ์การสอนอะไรนะครับ จึงจะสามารถเอาไปจัดกิจกรรมให้กับผู้เรียน แล้วทำให้ผู้เรียนบรรลุตามจุดประสงค์ของเราให้ได้นะครับ เราก็ต้องมาเลือกนะครับ เราต้องเลือกกลยุทธ์การสอนให้มันสอดคล้องกับจุดประสงค์ด้วยนะครับ อย่างเช่นจุดประสงค์เรานะครับ เราอยากให้นักเรียนมีทักษะในการสืบค้นข้อมูลนะครับ เมื่อเรามีจุดประสงค์แบบนี้ เราก็ต้องไปดูว่ากลยุทธ์การสอนอะไรนะครับ ที่มันช่วยให้นักเรียนได้ฝึกการสืบค้นข้อมูลนะครับ นั่นก็คือมีใครจำได้ไหมครับ ว่ามันมี Approach อะไรที่มันสามารถพัฒนาการสืบค้นข้อมูลของนักเรียนได้ จำได้ไหมครับ จำได้ไหมครับ การจัดการเรียนรู้แบบ. inquiry based learning สืบ สอบ จำได้ไหมครับ inquiry approach นี้ มันจะช่วยพัฒนาทักษะการสืบค้นข้อมูลของนักเรียนด้วยนะครับ นอกจากนักเรียนจะได้ความรู้ ยังได้ทักษะการสืบค้นข้อมูลนะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีจุดประสงค์ที่แน่ชัดแล้ว ว่าเราจะพัฒนานักเรียนในด้านใดบ้างนะครับ เราก็ต้องมาเลือกกลยุทธ์การสอนให้มันสัมพันธ์สอดคล้องกับจุดประสงค์ที่เราตั้งเอาไว้นะครับ มันจึง 3 ก้อนนี้นะครับ 3 ส่วนนี้ มันจึงต้อง... เราต้องออกแบบให้มันสัมพันธ์กันนะครับ ให้มันสอดคล้องซึ่งกันและกันนะครับ อันนี้คือการออกแบบการจัดการเรียนรู้นะครับ เราต้องพิจารณา 3 ก้อนนี้เป็นหลัก ทีนี้เราดูไปทีละอันนะครับ ว่าการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ที่เราพูดไปก้อนแรกไปเมื่อกี้ที่เป็นสีเขียวนะครับ ว่าการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ เราสามารถกำหนดได้อย่างไรนะครับ เนื่องจากว่าจุดประสงค์การเรียนรู้ของเรา เราไปสอนเด็กนักเรียนนะครับ จุดประสงค์มันจะอิงมาจากตัวชี้วัดที่กำหนดในหลักสูตรแกนกลางนะครับ มันจะมีตัวชี้วัดเป็นตัวกำหนดนะครับ ทีนี้ เวลาเราเขียน เวลาเราจะเขียนแผนการสอนนะครับ เราจะต้องมีการใส่เป็นรหัสตัวชี้วัดนะครับ เราต้องมีการใส่เป็นรหัสตัวชี้วัด เดี๋ยว เดี๋ยวอาจารย์จะสอนเป็นตัวถัดไปนะครับ จุดเริ่มต้นของการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ เราต้องวิเคราะห์ตัวชี้วัดมาก่อนนะครับ ว่าตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางนะครับ กำหนดอะไรไว้นะครับ เมื่อเราวิเคราะห์ตัวชี้วัดแล้วนะครับ เราก็มากำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยนะครับ หลักการนะครับ หลักการในการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ หลักการในการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้มีอยู่ 4 ข้อนะครับ ข้อแรกนะครับ หลักการในการกำหนดจุดประสงค์ข้อแรก ก็คือจุดประสงค์นะครับ มันจะประกอบไปด้วยพฤติกรรมการเรียนรู้ ด้าน K ด้าน P ด้าน A ก็แล้วแต่นะครับ ด้าน K ก็อย่างเช่น อธิบาย บอก หรือระบุ ใช่ไหมครับ วิเคราะห์นะครับ นำประยุกต์ใช้ความรู้ใช่ไหมครับ อันนี้คือ พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยนะครับ หรือด้าน K เราเรียกสั้น ๆ ว่า "ด้าน K" นะครับ แล้วมันจะมีเนื้อหาต่อท้ายพฤติกรรมด้วยนะครับ อันนี้อย่างเช่น อธิบายการเกิด... อธิบายการเกิดกระบวนการเกิดแก๊สเรือนกระจก พฤติกรรม ก็คือการอธิบายใช่ไหมครับ แก๊ส กระบวนการเกิดแก๊สเรือนกระจก ก็คือส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระวิทยาศาสตร์นะครับ เพราะฉะนั้น จุดประสงค์นะครับ มันจะมีพฤติกรรมนะครับ แล้วก็ตามด้วยเนื้อหานะครับ ที่นักเรียนจะได้เรียนรู้นะครับ หลักการข้อที่ 2 ในการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ ก็คือหากพฤติกรรมให้หลักการข้อที่ 1 นะครับ มันเป็นพฤติกรรมด้าน K หรือด้าน P นะครับ ถ้าเป็นพฤติกรรมด้าน K หรือด้าน P เราจะลงท้ายจุดประสงค์การเรียนรู้ด้วยคำว่า "ได้" นะครับ เราจำเติมคำว่า "ได้" ต่อท้ายลงไปนะครับ เดี๋ยวเราดูตัวอย่างเป็นลำดับถัดไปนะครับ ส่วนข้อที่ 3 นะครับ ข้อที่ 3 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1 ข้อนะครับ มันจะต้องมีพฤติกรรมในจุดประสงค์เพียง 1 พฤติกรรมนะครับ จุดประสงค์ 1 ข้อ จะต้องมีเพียง 1 พฤติกรรมการเรียนรู้อยู่ในข้อนั้น เราจะใช้ 2 พฤติกรรม หรือ 3 พฤติกรรม ในจุดประสงค์ข้อเดียวไม่ได้นะครับ เพราะว่ามันจะเกี่ยวข้องกับการประเมินผลด้วยนะครับ เครื่องมือแต่ละอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน มันจะประเมินพฤติกรรมในลักษณะเฉพาะนะครับ อย่างเช่น ถ้าพฤติกรรมด้าน K ถ้าพฤติกรรมด้าน K หรือด้านพุทธิพิสัยนี่ เราสามารถใช้แบบทดสอบมาวัดได้นะครับ แต่ถ้าเป็นด้าน P กับด้าน A เราใช้ข้อสอบวัดไม่ได้นะครับ ดังนั้น หากเรา... หากจุดประสงค์เรามี 2 พฤติกรรมมาปะปนกันนะครับ เราจะไม่สามารถใช้เครื่องมือมาวัดพฤติกรรมเหล่านั้นได้พร้อม ๆ กันนะครับ ดังนั้น เราจึงต้องกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ ให้มีเพียง 1 พฤติกรรมนะครับ ในจุดประสงค์ 1 ข้อนะครับ หลักการสุดท้ายของการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ ก็คือพฤติกรรมนะครับ พฤติกรรมที่เรากำหนดไว้ในจุดประสงค์การเรียนรู้ มันจะต้องเป็นพฤติกรรมที่สามารถวัดได้หรือสังเกตผลได้นะครับ อย่างเช่น พฤติกรรมที่บอกว่าเข้าใจนักเรียนสามารถเข้าใจกระบวนการเกิดแก๊สเรือนกระจำได้ พฤติกรรม ก็คือเข้าใจใช่ไหมครับ เข้าใจ คือ พฤติกรรมการเรียนรู้ในจุดประสงค์ข้อนี้ ทีนี้นักศึกษาลองคิดว่าลองพิจารณาดูนะครับ ว่าคำว่า "เข้าใจ" นะครับ เราสามารถตรวจสอบพฤติกรรมนักเรียนได้โดยตรงไหม เราสามารถรู้ได้โดยตรงไหมว่านักเรียนมีความเข้าใจ เราคิดว่าตรวจสอบผลลัพธ์ได้โดยตรงไหมครับ เข้าใจ มันสังเกตไม่ได้ใช่ไหมครับ เราไม่สามารถรู้ได้ว่านักเรียนเข้าใจหรือไม่เข้าใจนะครับ ถ้าเราถามนักเรียน ว่าหลังจากที่เรียนไปแล้วนี่ แล้วเราถามนักเรียนว่า นักเรียนเข้าใจกระบวนการเกิดแก๊สเรือนกระจกไหม ถ้านักเรียนส่ายหน้าหรือนักเรียนผงกหัวมันสามารถยอกได้ไหมว่านักเรียนเข้าใจหรือไม่เข้าใจนะครับ มันบอกไม่ได้ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากจะตรวจสอบว่านักเรียนเข้าใจไหม เราต้องใช้พฤติกรรมที่สามารถตรวจสอบได้โดยตรง นั่นก็คืออธิบายใช่ไหมครับ อธิบายหรือบอกนะครับ ให้นักเรียนอธิบายออกมาหรือบอกออกมานะครับ จะอธิบายโดยพูด โดยการพูด หรือโดยการเขียนนะครับ ก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากให้นักเรียนมีความเข้าใจกับบางสิ่ง บางอย่าง เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้มาเป็นการอธิบาย หรือการบอกแทนนะครับ มันถึงจะเป็นพฤติกรรมที่สามารถวัดได้นะครับ อันนี้คือหลักการของการกำหนดจุดประสงค์นะครับ ที่มีอยู่ 4 ข้อนะครับ ทีนี้เรามาดูตัวอย่างนะครับ ในการกำหนดจุดประสงค์การ... กำหนดตัวชี้วัด แล้วก็กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ หากอันนี้ ข้างบนอันนี้คือหลักสูตรแกนกลางนะครับ เป็นของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์นะครับ ซึ่งให้หลักสูตรแกนกลางนะครับ มันจะประกอบไปด้วยมาตรฐานการเรียนรู้ เห็นไหมครับ อันนี้ครับ อาจารย์ตัดมาจากเล่มหลักสูตรเลยนะครับ มันจะมีมาตรฐานการเรียนรู้นะครับ แล้วก็ข้างล่างจะเป็นตัวชี้วัดนะครับ ตัวชี้วัด แล้ว ป.1 อันนี้ก็คือตัวชี้วัดของ ป.1 นะครับ ซึ่งแต่ละชั้นปีนะครับ มันจะมีตัวชี้วัดนี่ หลาย ๆ ข้อนะครับ อันนี้อาจารย์ตัดมาเพียงแค่ข้อเดียวนะครับ ทีนี้หากเราจะกำหนดรหัสตัวชี้วัดนะครับ ที่อาจารย์วงกลมเอาไว้นะครับ ถ้าอาจารย์จะกำหนดตัวชี้วัดรหัสตัวชี้วัดของตัวนี้นะครับ เราก็สามารถใส่ รหัสมาตรฐานการเรียนรู้ที่อยู่ข้างบนนะครับ เห็นไหมครับ ข้อ 2.1 นะครับ เราก็ใส่มาไว้นะครับ ค 2.1 นะครับ ทีนี้ พอเราใส่รหัสมาตรฐานการเรียนรู้แล้ว ก็จะตามด้วยชั้นปีนะครับ ว่าตัวชี้วัดตัวนั้น มันเป็นของชั้นปีไหนนะครับ ตัวนี้มันอยู่เป็นตัวชี้วัดของ ป. 1 ใช่ไหมครับ เป็นตัวชี้วัดของ ป. 1 ก็เติมคำว่า "ป. 1" เข้าไปนะครับ แล้วก็ตามด้วย / นะครับ ใส่เครื่องหมาย / ตรงนี้ ทับอะไร หลังทับก็จะเป็นลำดับตัวชี้วัดของชั้นปีนั้นนะครับ ซึ่งมันเป็นตัวชี้วัดตัวที่ 1 ของ ป. 1 ใช่ไหมครับ ก็ใส่เป็น ป.1/1 นะครับ เราก็จะได้รหัสตัวชี้วัดของตัวนี้ออกมานะครับ ว่าเป็น ค 2.1 ป.1/1 นะครับ เราก็จะได้รหัสตัวชี้วัดนี้ออกมา ทีนี้พอเราได้รหัสตัวชี้วัดแล้วนะครับ เรากำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ที่มาจากตัวชี้วัดตัวนี้นะครับ เราจะกำหนดอย่างไรนะครับ จากเงื่อนไขนะครับ จากเงื่อนไข จากหลักการ 4 ข้อ ในเบื่องต้นนะครับ จุดประสงค์ 1 ข้อ ต้องมีเพียง 1 พฤติกรรมใช่ไหมครับ เราลองพิจารณาตัวชี้วัดตัวนี้นะครับ ว่าเขากำหนดอะไรไว้บ้างนะครับ เขาบอกว่า วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเซนติเมตรเป็นเมตร ในตัวชี้วัดตัวนี้ เราจะเห็นว่ามันมีพฤติกรรมการเรียนรู้อยู่ 2 พฤติกรรม ใช่ไหมครับ มีอยู่ 2 พฤติกรรม พฤติกรรมแรก ก็คือการวัดใช่ไหมครับ พฤติกรรมที่ 2 ก็คือการเปรียบเทียบใช่ไหมครับ มี 2 พฤติกรรม เพราะฉะนั้น จุดประสงค์การเรียนรู้ที่เกิดจากตัวชี้วัดตัวนี้มันต้องมี 2 ข้อแน่ ๆ นะครับ มันต้องมี 2 ข้อ เราก็แยกมันออกมา ข้อที่ 1 คือพฤติกรรมว่าวัดนะครับ นักเรียนต้องวัดอะไรสักอย่างได้นะครับ ข้อ 2 ก็คือเปรียบเทียบได้นะครับ เปรียบเทียบได้ ทีนี้วัดอะไร วัดอะไรล่ะ เรามาพิจารณาตัวชี้วัด เขาบอกว่าวัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น เราก็ต้องใส่เป็นวัดความยาวเป็นเซนติเมตร แล้วก็เป็นเมตรได้นะครับ เราก็จะได้จุดประสงค์การเรียนรู้ข้อที่ 1 ขึ้นมานะครับ ส่วนข้อที่ 2 ก็คือเปรียบเทียบใช่ไหมครับ เปรียบเทียบอะไร ก็คือข้อความส่วนที่เป็นเนื้อหานะครับ ก็คือเปรียบเทียบความยาวเป็นเซนติเมตรเป็นเมตรได้นะครับ เปรียบเทียบความยาว โดยใช้มาตรวัดเป็นเซนติเมตร แล้วก็เป็นเมตรนะครับ เราก็จะได้จุดประสงค์ขึ้นมา 2 ข้อ ถ้าเป็นด้านวัดกับเปรียบเทียบครับ วัดความยาวเป็น K เป็น P หรือเป็น A ครับ วัด เอาเครื่องมือไปวัด เอาไม้บรรทัด เอาตลับเมตร เอาไม้เมตรอะไรก็แล้วแต่ไปวัดความยาว เป็นเซนติเมตร เป็นเมตรนี่ พฤติกรรมแบบนี้ เป็น K เป็น P หรือเป็น A ครับ เป็น P ใช่ไหมครับ เป็นการปฏิบัติการเคลื่อนไหวร่างกาย ถ้าเป็น K กับเป็น P เราต้องเติมคำว่า "ได้" ต่อท้าย เติมคำว่า "ได้" ต่อท้าย ส่วนเปรียบเทียบความยาว อันนี้ใช้กระบวนการทางสมองในการประมวลผลนะครับ อันนี้ก็จะเป็นพฤติกรรมด้าน K นะครับ ถ้าเป็น K กับ P เราต้องต่อท้ายด้วยคำว่า "ได้" นะครับ เราก็จะได้จุดประสงค์การเรียนรู้ที่เกิดจากตัวชี้วัด ค 2.1 ป. 1/1 ขึ้นมานะครับ ดูตัวอย่างตัวต่อไป ตัวอย่างของตัวชี้วัดของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์บ้าง เหมือนเดิมนะครับ เราจะเขียนรหัสตัวชี้วัดของตัวที่อาจารย์วงกลมเอาไว้นะครับ ตัวนี้เราจะกำหนดได้อย่างไรครับ เริ่มต้นเราก็ต้องใส่รหัสของ รหัสของอะไรครับ ถ้าจะเขียนรหัสตัวชี้วัดตัวนี้ เริ่มต้นต้องใส่เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ก่อนนะครับ ก็คือ ว 3.2 นะครับ ขึ้นมาก่อน แล้วก็ตามด้วยชั้นปีของตัวชี้วัดนั้นก็คือ ป.1 นะครับ ก็ใส่ ป.1 แล้วก็ / ข้อที่ 1 นะครับ ก็จะเป็น ว 3.2 ป.1/1 นะครับ เมื่อเรารู้ว่ารหัสตัวชี้วัดคืออะไรแล้วนะครับ เราก็จะมาใส่... เราก็จะกำหนดเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ ถ้าเราอยากจะสอนนักเรียนให้บรรลุตัวชี้วัดตัวนี้ เราจะจุดประสงค์กาเรียนรู้อย่างไรนะครับ อันดับแรกเราก็ต้องพิจารณานะครับ ข้อความในตัวชี้วัดนะครับ ว่าเขากำหนดอะไรไว้นะครับ ตัวชี้วัดบอกว่าอธิบายลักษณะภายนอกของหินนะครับ จากลักษณะเฉพาะตัวที่สังเกตได้นะครับ จากข้อความในตัวชี้วัดนี้เราจะเห็นวันมีเพียงพฤติกรรมเดียวใช่ไหมครับ ก็คืออธิบายนะครับ ก็คืออธิบาย เมื่อมีพฤติกรรมเดียวนะครับ เราก็จะเอามากำหนดเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ได้เลยนะครับ แล้วก็พฤติกรรมการเรียนรู้ที่บอกว่าอธิบายนี้ ก็เป็นพฤติกรรมที่สามารถสังเกตผลได้โดยตรงอยู่แล้วนะครับ เราก็ไม่ต้องไปปรับไปเปลี่ยนอะไรนะครับ เราวัดได้โดยตรงอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ตัวชี้วัดตัวนี้เราสามารถยกมากำหนดเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ได้เลยนะครับ ได้เลย ไม่ต้องไปปรับ ไปแต่งอะไรนะครับ ทีนี้ มันมีกรอบอีกอย่างหนึ่งนะครับ ว่าตรงนี้ครับ ลักษณะเฉพาะตัวที่เขากล่าวถึงในตัวชี้วัดมันเป็นลักษณะอะไรบ้างนะครับ ให้เราดูช่องขวานะครับ ในเล่มหลักสูตรนะครับ ช่องขวาของตัวชี้วัดนั้น มันจะกำหนดในกรอบเอาไว้นะครับ ว่าลักษณะตัวสำหรับนักเรียนชั้น ป.1 ให้สังเกตลักษณะอะไรบ้างนะครับ ก็คือดูสีนะครับ สังเกตสีของหินนะครับ ลวดลายของหินนะครับ น้ำหนักเป็นอย่างไร ความแข็งเป็นอย่างไรนะครับ เนื้อของหิน มีลักษณะอย่างไรนะครับ ช่องขวาที่มันอยู่ช่องสาระการเรียนรู้แกนกลางนะครับ อันนี้มันจะกำหนดกรอบเนื้อหาของตัวชี้วัดตัวนั้น ๆ เอาไว้แล้วนะครับ เพราะว่าอันนี้เป็นของ ป. 1 นะครับ ลักษณะหินก็เอาแค่ง่าย ๆ ประมาณนี้นะครับ มีอีกตัวอย่างมีอีกครับ อันนี้ก็เป็นวิทยาศาสตร์เหมือนกันนะครับ ถ้าเราจะกำหนดตัวชี้วัดของที่อาจารย์วงกลมเอาไว้ตัวนี้นะครับ เริ่มต้นก็ใส่ด้วยรหัสมาตราฐานการเรียนรู้เหมือนเดิม ก็คือ ว 3.2 ก็ตั้งเอาไว้ ว 3.2 แล้วตัวชี้วัดอันนี้มันเป็นตัวชี้วัดของชั้นไหน ของ ป. 5 ก็ใส่ ป. 5 / ข้อที่เท่าไร มันเป็นตัวชี้วัดข้อที่ 4 ป.5 ข้อที่ 4 ก็เลยเป็น ป.5/4 นะครับ เราก็จะได้รหัสตัวชี้วัดขึ้นมาว่า ว 3.2 ป. 5/4 นะครับ ทีนี้เราจะกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้จากตัวชี้วัดตัวนี้นะครับ เราก็มาพิจารณาข้อความ ข้อความในตัวชี้วัดบอกว่าเปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมนะครับ รวมทั้งอธิบายผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมจากแบบจำลองนะครับ ข้อความในตัวชี้วัดตัวนี้เราจะเห็นว่ามันมี 2 ประโยคใช่ไหมครับ ประโยคแรก ก็คือเปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม ประโยคที่ 2 ก็คืออธิบายผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมจากแบบจำลองนะครับ มันมี 2 ประโยค แล้วมันก็ตัดพฤติกรรม 2 ข้อนี้ออกจากกันที่ชัดเจนเลย อันนี้ค่อนข้างง่ายนะครับ กำหนดจุดประสงค์ค่อนข้างง่าย เราจึงได้จุดประสงค์ข้อแรกว่าเปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมอันนี้คือประโยคแรกใช่ไหมครับ เปรียบเทียบพฤติกรรมด้าน K เราก็เติมคำว่า "ได้" เข้าไปนะครับ ส่วนจุดประสงค์ข้อที่ 2 ก็คือประโยคที่ 2 นะครับ ก็คืออธิบายผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมจากแบบจำลอง แล้วก็เติมคำว่า "ได้" เข้าไป อธิบายเป็นพฤติกรรมด้าน K นะครับ นี่เราก็ได้จุดประสงค์ขึ้นมา มีตัวอย่างอีกนะครับ อันนี้เป็นภาษาไทยนะครับ เป็นภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยนะครับ ถ้าเราจะกำหนดรหัสตัวชี้วัดที่อาจารย์วงกลมเอาไว้ตัวสีแดงตัวนี้นะครับ รหัสตัวชี้วัดมันจะได้นะครับ ตัวชี้วัดตัวนี้มันอยู่ภายใต้มาตรฐาน ท 1.1 ใช่ไหมครับ เราก็ดึงลงมา ท 1.1 นะครับ เป็นตัวชี้วัดของชั้นไหน ป. 1 ก็ใส่มา แล้วมันเป็นตัวชี้วัดข้อที่เท่าไหร่ของ ป. 1 มันเป็นข้อที่ 2 ใช่ไหมครับ ก็จะเป็น ท 1.1 ป.1/2 นะครับ เราก็จะได้รหัสตัวชี้วัดออกมา สำหรับตัวชี้วัดตัวนี้ถ้าเราจะกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ มันมีพฤติกรรมอยู่กี่พฤติกรรมครับ บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ต้องแสดงพฤติกรรมเดียวใช่ไหมครับ คือบอกนะครับ บอก แล้วต้องบอกอะไรก็คือบอกความหมายของคำและข้อความนะครับ จากสิ่งที่ได้อ่านไปนะครับ ซึ่งพฤติกรรมการบอกวัดได้อยู่แล้วนะครับ บอกด้วยการพูด หรือบอกด้วยการเขียนก็ได้นะครับ บอกด้วยการพูดหรือเขียนก็ได้ เมื่อมันเป็นพฤติกรรมด้าน K ก็จะใส่คำว่า "ได้" ต่อท้ายนะครับ ได้ ต่อท้าย มีอีกหรือเปล่า มี มีอีกนะครับ ข้อนี้นะครับ ข้อนี้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันนะครับ เป็นของ ป. 1 ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เราก็จะใส่เป็น ท 1.1 มันเป็นของ ป. 1 ใช่ไหมครับ ข้อที่ 7 ก็เป็น /7 นะครับ ก็จะได้รหัสตัวชี้วัดออกมา ทีนี้ตัวชี้วัดตัวนี้เรามาพิจารณาข้อความนะครับ ว่าตัวชี้วัดเขากำหนดนะครับ ว่านักเรียนต้องทำอะไรให้ได้สำหรับ ป. 1 เขาบอกว่าหลักสูตรแกนกลางบอกว่าอ่านข้อเขียนเชิงอธิบายนะครับ อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อแนะนำนะครับ เราจะเห็นว่าประโยค ตัวชี้วีดตัวนี้มันมีอยู่ 2 ประโยคใช่ไหมครับ มี 2 ส่วน ส่วนแรก ก็คืออ่านข้อเขียนเชิงอธิบายให้ได้นะครับ ส่วนที่ 2 ก็คือปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อแนะนำให้ได้นะครับ เมื่อครูให้คำสั่งหรือให้ข้อแนะนำอะไรสักอย่างไร นักเรียนต้องปฏิบัติให้ได้นะครับ เพราะฉะนั้น จากตัวชี้วัดตัวนี้จึงเกิดจุดประสงค์การเรียนรู้ได้ 2 ข้อนะครับ ได้ 2 ข้อ ข้อแรก ก็คืออ่านข้อเขียนเชิงอธิบายได้นะครับ ข้อที่ 2 ก็คือปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อแนะนำได้นะครับ ได้ 2 ข้อ อันนี้อาจารย์ขอข้ามไปนะครับ เราน่าจะได้แล้วนะครับ เป็นตัวอย่างเฉย ๆ เดี๋ยวอาจารย์ส่งไฟล์ให้อีกครั้งก็ได้นะครับ ทีนี้มาดู สมมติว่าถ้าเราอยากจะสอนเราจะออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ 1 ครั้ง ให้บรรลุตัวชี้วัด 2 ตัวพร้อมกัน ก็สามารถทำได้นะครับ เราสามารถออกแบบได้เลยนะครับ สมมติว่าเราสอน สอนสังคมศึกษา ป.5 นะครับ อันนี้เราดูรหัสตัวชี้วัดนะครับ มันบอกอะไรกับเรานะครับ ส 4.2 ป. 5/1 อันนี้หมายความว่าอะไรครับ ส 4.2 นี้ หมายถึง มาตรฐานการเรียนรู้ใช่ไหม สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตัวอักษรข้างหน้านี้จะบอกว่ามันเป็นตัวชี้วัดของกลุ่มสาระการเรียนรู้อะไรนะครับ ถ้าเป็น ส ก็คือสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ถ้าเป็น ท ทหาร ก็คือกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยนะครับ ถ้า ค ก็คือกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์นะครับ ถ้า ว ก็คือวิทยาศาสตร์นะครับ ทีนี้ ถ้าเราอยาก... เราเล็งแล้วล่ะว่าตัวชี้วัดตัวนี้ มันน่าจะสอนพร้อมกันได้ในกิจกรรมการเรียนรู้ของเรา 1 ครั้งนะครับ เราสามารถดึงเอาตัวชี้วัด 2 ตัวนี้ มาออกแบบกิจกรรมพร้อมกันทีเดียวได้ อย่างเช่นตัวแรกนะครับ อธิบายอิทธิพลของอารยธรรมอินเดีย และจีน ที่มีต่อไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยสังเขปนะครับ ส่วนตัวชี้วัดตัวที่ 2 ตัวชี้วัดตัวที่ 2 สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติ ที่มีต่อสังคมไทยในปัจจุบันโดยสังเขปนะครับ เราจะเห็นว่าตัวชี้วัด 2 ตัวนี้ มันมีเนื้อหา ส่วนที่เป็นเนื้อหานี่ มันมีความเกี่ยวข้องกันใช่ไหมครับ ตัวชี้วัดตัวแรก ส่วนที่เป็นเนื้อหาเราสังเกตจากตรงไหนครับ ตัวชี้วัดตัวแรก เนื้อหาที่ปรากฏในนี้คืออะไร อะไรคือกรอบเนื้อหาของตัวชี้วัดตัวนี้ ของ ป. 5/1 อิทธิพลใช่ไหมครับ อิทธิพลของอารยธรรมอินเดียและจีนที่มีต่อไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนนี้คือกรอบเนื้อหา แต่พฤติกรรมที่นักเรียนต้องปฏิบัติให้ได้ ก็คืออธิบายนะครับ ต้องอธิบายอิทธิพลของอารยธรรมอิเดียและจีนที่มีต่อไทยให้ได้ ส่วนข้อที่ 2 ตัวชี้วัดตัวที่ 2 ป 5/2 ส่วนที่เป็นเนื้อหา ก็คืออิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติที่มีต่อสังคมไทยในปัจจุบัน นี้ส่วนที่เป็นเนื้อหา ตัวชี้วัด 2 ตัวนี้ มันมีความเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว เราก็เอามาออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ควบคู่กันไปทีเดียวได้เลยนะครับ เราไม่เป็นต้องแยกแผนการสอนออกเป็น 2 ครั้งนะครับ เราก็รวมกันได้ ทีนี้ ถ้าเราจะกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ของตัวชี้วัด 2 ตัวนี้ ก็เหมือนเดิมนะครับ เราก็วิเคราะห์เหมือนเดิม ตัวแรก มีพฤติกรรมเดียวอยู่แล้ว ใช่ไหมครับ เราก็ยกมันมากำหนดเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ได้เลยนะครับ แล้วพฤติกรรมอธิบาย เป็นพฤติกรรมด้าน K ถูกไหมครับ ถ้าเป็นพฤติกรรมด้าน K เราก็ใส่คำว่า "ได้" ต่อท้ายประโยคเขาไปนะครับ ตัวชี้วัดตัวที่ 2 สืบค้นข้อมูลคือพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนใช่ไหมครับ ที่นักเรียนต้องทำ ต้องปฏิบัติ ซึ่งสืบค้นข้อมูลเป็นพฤติกรรมด้าน P นะครับ เป็นพฤติกรรมด้าน P ถ้าเป็นพฤติกรรมด้าน P เราต้องเติมคำว่า "ได้" ต่อท้ายเข้าไปนะครับ สืบค้น ก็มีพฤติกรรมเดียวอยู่แล้ว แล้วก็สังเกตกระบวนการสืบค้นของนักเรียนได้จากการปฏิบัติจริงของนักเรียนก็ได้อยู่แล้วข้อความนี้ลงมาเลย แล้วเติมคำว่า "ได้" ต่อท้าย ทีนี้เราจะเห็นว่าจุดประสงค์การเรียนรู้ที่เกิดจากตัวชี้วัด 2 ตัวนี้เราจะได้จุดประสงค์ด้าน K กับด้าน P ออกมาใช่ไหมครับ ด้าน K กับด้าน P ออกมา ทีนี้ หากเราอยากจะพัฒนา Affective Domain หรือด้านด้านเจตคติลงไปด้วยนะครับ แม้ว่าในตัวชี้วัดนะครับ ไม่ได้มีตัวชี้วัดด้าน A หรือด้านเจตคติก็ตาม หากเราพัฒนานักเรียนของเรานะครับ ในการสอนครั้งนั้น เราสามารถเพิ่มเข้ามาได้เองเลยนะครับ เราสามารถเติมจุดประสงค์การเรียนรู้เพิ่มเข้ามาได้นะครับ แม้ว่าในตัวชี้วัดไม่ได้กำหนดก็ตามนะครับ เราอยากให้นักเรียนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทยด้วยนะครับ เราก็เพิ่มตัวจุดประสงค์การเรียนรู้ด้าน เจตคติที่ดีให้กับนักเรียนเพิ่มเข้ามาได้นะครับ แล้วสังเกตไหมครับ ถ้าด้าน A มันไม่ต้องใส่คำว่า "ได้" ข้อความมันก็สมบูรณ์ ก็เข้าใจได้แล้วใช่ไหมครับ เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย มันก็สื่อความหมายได้แล้ว ถ้าเราเติม "ได้" เข้าไป มันจะงงมากใช่ไหม ว่ามันหมายถึงอะไร เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทยได้นี่ มันก็คือ มันทำให้ข้อความของเรามันไม่ได้ความหมายนะครับ เพราะฉะนั้น พฤติกรรมด้าน A ไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า "ได้" นะครับ อย่างเช่น นักเรียนมีความใฝ่รู้นะครับ ก็ไม่ต้องเติม "ได้" นักเรียนมีความเสียสละก็ไม่ต้องเติม "ได้" นะครับ นักเรียนตรงต่อเวลาอย่างนี้ครับ ก็ไม่ต้องเติม "ได้" เข้าไปนะครับ ถ้าเป็นจุดประสงค์ด้าน A ไม่ต้องเติม "ได้" แต่ถ้า K กับ P เราต้องเติมด้วยนะครับ อันนี้คือในส่วนแรกของการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ เดี๋ยวอาจารย์ขอถามหน่อยว่า ถ้าจุดประสงค์ของเรา 3 ข้อ มี 3 ข้อแบบนี้ ถ้าเราจะวัด ถ้าเราจะวัดและประเมินว่านักเรียนบรรลุจุดประสงค์ 3 ข้อนี้เรา เพื่อตรวจสอบว่าเราจะรู้ว่านักเรียนบรรลุหรือไม่ บรรลุมากน้อยเพียงใด จุดประสงค์แต่ละข้อนี้ นักศึกษาจะวัดนักเรียนตอนไหน อย่างอธิบายนี่ ข้อแรกอธิบายอิทธิพลของวัฒนธรรมของอินเดียและจีนที่มีต่อไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าเราจะตรวจสอบว่านักเรียนเกิด สามารถอธิบายได้หรือไม่ได้นี่ เราจะวัดช่วงไหนของกิจกรรมในแผนการสอนของเรา ถึงจะสามารถตรวจสอบได้ว่านักเรียนอธิบายสิ่งนี้ได้ จะตอนต้นหรือระหว่างสอน หรือสอนเสร้จแล้วถึงวัด ก่อนระหว่างกับหลังเราจะวัดตอนไหน อันนี้คือเราต้องจัดกิจกรรมนี้ให้เสร็จแล้วเราถึงวัดนะครับ ว่านักเรียนอธิบายได้ไหม ไปแล้วนะครับ ข้อที่ 2 ล่ะ สืบค้นข้อมูล อันนี้ต้องวัดตอนระหว่างใช่ไหมครับ ระหว่างที่นักเรียนสืบค้นข้อมูลจริง ๆ เราก็สังเกตกระบวนการของข้อมูลของนักเรียนได้เลยนะครับ อันนี้วัดระหว่างเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม อันนี้มันเป็นด้าน A เราจะวัดตอนไหนครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่านักเรียนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย ก็คือนักเรียนต้องแสดงพฤติกรรมถึงความมีวัฒนธรรมออกมาใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น เราก็จะวัดจุดประสงค์ด้าน A นี้ ในระหว่างนะครับ ในระหว่างกิจกรรมที่นักเรียนจะต้องแสดงพฤติกรรมนี้ออกมา ถ้าเราไปวัดหลัง เราก็จะสังเกตไม่ได้เพราะกิจกรรมมันจบแล้วใช่ไหมครับ เพราะกิจกรรมจบไปแล้วเราจะไปสังเกตอะไรไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นด้าน P กับด้าน A เราสามารถวัดนักเรียนได้ในระหว่างกิจกรรมนะครับ ถ้าเป็นด้าน K เราสามารถวัดตอนท้ายได้นะครับ คือ สอนเสร็จแล้ว เราอาจจะให้ทำแบบทดสอบนะครับ หรือวัดจากการทำใบงานของนักเรียนก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้คือเราจำเป็นต้องรู้นะครับ ว่าจุดประสงค์แต่ละข้อเราจะวัดอย่างไร วัดเมื่อไหร่นะครับ จะวัดอย่างไร วัดเมื่อไหร่ เพราะมันจะมีผลต่อก้อนที่ 2 ที่เป็นสีส้ม ที่อาจารย์พูดไปตั้งแต่ต้นนะครับ ในส่วนของการประเมินผลนะครับ เราจะต้องประเมินนะครับ ประเมินตามจุดประสงค์การเรียนรู้ของเรานะครับ อันนี้เป็นแนวทางนะครับ เป็นแนวทาง ว่าถ้าเป็นจุดประสงค์ด้าน K ด้าน P ด้าน A นะครับ เราจะใช้วิธีการวัดอย่างไรนะครับ แล้วก็ใช้เครื่องมืออะไรในการวัดได้บ้างนะครับ แล้วเกณฑ์การผ่านไม่ควรจะต่ำกว่าร้อยละ 70 นะครับ ไม่ควรจะต่ำกว่าร้อยละ 70 นะครับ ถ้าเราสามารถสอนนักเรียนแล้วให้นักเรียนได้ร้อยละ 80 จะดีมาก ๆ เลยนะครับ ถ้าร้อยละ 80 ก็คือถ้าทำข้อสอบหลังเรียน 10 ข้อ ต้องได้ ต้องตอบถูก 8 ข้อขึ้นไปนะครับ ก็คือร้อยละ 80 ถ้าทำ ถ้าทำแบบฝึกหัดนะครับ แบบฝึกหัด 10 ข้อ ก็ต้องสามารถทำถูก 7 ข้อขึ้นไป ถ้าเราตั้งไว้ร้อยละ 70 นะครับ ทีนี้เรามาดูนะครับ ว่าถ้าเป็นพฤติกรรมด้านพุทธพิสัยนะครับ พุทธพิสัยมันเป็นความสามารถทางสมองนะครับ เราก็จะวัดโดยการตรวจบางสิ่งบางอย่างนะครับ ถ้าเราใช้แบบทดสอบเราก็วัดโดยการตรวจแบบทดสอบนะครับ ถ้าเราใช้ใบงานนะครับ ถ้าเครื่องมือวัดเป็นใบงานเราอาจจะตรวจใบงานนะครับ เป็นวิธีการตรวจสอบว่านักเรียนบรรลุจุดประสงค์ด้านพุทธิพิสัยมากน้อยเพียงใดนะครับ แล้วเราก็ต้องมากำหนดเครื่องมือด้วยนะครับ ว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไรนะครับ อันนี้เราสามารถเลือกได้นะครับ ใช้แบบทดสอบหลังเรียน หรือใช้ใบงาน หรือใช้แบบฝึกหัดในการตรวจสอบว่านักเรียนบรรลุพฤติกรรมด้าน K มากน้อยเพียงใดนะครับ แล้วก็กำหนดเกณฑ์การผ่านด้วยนะครับ ถ้าเป็นการประเมินด้านทักษะพิสัย ทักษะพิสัยนะครับ อันนี้เราต้องประเมิน หรือเราต้องวัดในระหว่างกิจกรรมนั้นอยู่แล้วนะครับ ต้องประเมินระหว่าง ทักษะพิสัยเป็นการปฏิบัติเราต้องประเมินระหว่างนักเรียนทำกิจกรรมนั้นหรือปฏิบัติสิ่งนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น วิธีการวัดก็คือการประเมินการทำกิจกรรมนั้นเลยนะครับ เราก็ใส่ว่ามันเป็นพฤติกรรมอะไร แล้วก็ต่อท้ายด้วยคำว่า "ประเมิน" ได้เลยนะครับ ถ้าเป็นสืบค้นข้อมูล สมมติว่าพฤติกรรมการสืบค้นข้อมูล ตรงนี้ก็จะเป็นแบบ... ตรงนี้ก็จะเป็นการประเมินการสืบค้นข้อมูลนะครับ เราก็เติมพฤติกรรมต่อท้ายไปเลยนะ อาจารย์ทำเอาไว้ ส่วนเครื่องมือ เครื่องมือเราก็ใส่คำว่า "แบบประเมิน" ขึ้นต้นนะครับ แล้วก็ต่อด้วยพฤติกรรมที่เราจะประเมินได้เลยนะครับ ถ้าเป็นความสามารถในการสืบค้นข้อมูล ก็จะเป็นแบบประเมินการสืบค้นข้อมูลนะครับ ถ้าเป็นเครื่องมือด้าน P มันจะเป็น rubrics score เราใช้แบบทดสอบมาวัดไม่ได้นะครับ P กับ A ห้ามใช้แบบทดสอบ มันต้องมีลักษณะเป็น rubrics score ถ้าเป็นด้านจิตพิสัย จิตตพิสัย มันเป็นด้านจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกใช่ไหมครับ จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกที่ดี เราไปดูไมไ่ด้นะครับ เราดู เข้าไปดูในจิตใจของนักเรียนไม่ได้ แต่สิ่งที่เราสามารถวัดได้ ก็คือเราสังเกตจากพฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกมานะครับ ว่านักเรียนแสดงพฤติกรรมด้านเจตคติพิสัยไหมนะครับ อย่างเช่น ความตรงต่อเวลา เราก็สังเกตพฤติกรรมการเรียนแสดงพฤติกรรมด้านเจตคติตรงต่อเวลาของนักเรียนนะครับ ว่าในการปฏิบัติงานหรือการเข้าชั้นเรียน นักเรียนมีความตรงต่อเวลาไหมนะครับ ถ้าเป็นพฤติกรรมความไฝ่เรียน ไฝ่รู้ เราก็สังเกตพฤติกรรมนักเรียนในชั้นเรียนนะครับ ว่านักเรียนได้แสดงถึงความใฝ่เรียนใฝ่รู้ออกมาหรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้น วิธีการวัด เราก็จะใช้คำว่า "สังเกตพฤติกรรม" สังเกตพฤติกรรมนั้น ๆ เลยนะครับ ต่อมาเครื่องมือ เครื่องมือก็ใช้คำว่า "แบบสังเกต" นะครับ แบบสังเกตขึ้นต้น แล้วก็ตามด้วยพฤติกรรมนั้นไปเลยนะครับ ถ้าเราจะวัดความใฝ่เรียนใฝ่รู้นะครับ เครื่องมือเราก็ใช้คำว่า "แบบสังเกตความใฝ่เรียนไฝ่รู้" นะครับ เราก็เติมพฤติกรรมนั้นต่อท้ายได้เลยนะครับ เพราะฉะนั้น เวลาเราออกแบบวิธีการประเมินผลนะครับ ในการออกแบบประเมินผล 1. เราต้องพิจารณาจุดประสงค์การเรียนรู้ของเรานะครับ 2 เมื่อเรารู้แล้วมีจุดประสงค์อะไรบ้าง เราต้องพิจารณาว่าจุดประสงค์แต่ละข้อ เราจะวัด หรือเราจะประเมินเมื่อไหร่นะครับ จะประเมินเมื่อไหร่ในกิจกรรมการเรียนรู้ จะก่อน จะระหว่าง หรือหลังนะครับ เมื่อเรารู้แล้ว เราก็จะได้มากำหนดเครื่องมือวัดนะครับ ว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไรเป็นตัวตัววัดและประเมินนะครับ มันจะส่งผลต่อก้อนที่ 3 ของเรานะครับ มันจะส่งผลต่อก้อนที่ 3 ของเราในการกำหนดหรือการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้นะครับ เมื่อเรารู้แล้วว่าจุดประสงค์ข้อนี้ เราจะวัดในระหว่างการเรียน ระหว่างกิจกรรมนะครับ เพราะฉะนั้น การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ของเรา เราก็ต้องออกแบบให้มันมีการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ที่เราวัดระหว่างในกิจกรรมได้นะครับ หรือว่าจุดประสงค์ข้อไหนที่เราจะประเมินตอนท้าย ตอนที่เราออกแบบกิจกรรม เราก็ต้องกำหนดขั้นตอนการสอนนะครับ ในขั้นสุดท้ายที่เป็นการวัดจุดประสงค์ข้อนั้นเข้าไปด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น จุดประสงค์ กับการประเมิน เราต้องทำความเข้าใจกับมันให้ชัดเจนนะครับ มันจะส่งผลต่อก้อนสุดท้าย ก็คือตอนเราออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้นะครับ กิจกรรมการเรียนรู้นะครับ เราสามารถเลือกใช้กลยุทธ์การสอนอะไรก็ได้นะครับ อะไรก็ได้ที่จะสามารถสอนนักเรียนแล้วนักเรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ หรือบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ได้ เราต้องเลือกกลยุทธ์การสอนให้มันสอดคล้องกับพฤติกรรมที่ปรากฏอยู่ในจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ เหมือนที่อาจารย์ยกตัวอย่างไปตอนต้น ถ้าสืบค้นข้อมูลนะครับ เราจะจัดกิจกรรมด้วยกลยุทธ์การสอนอะไรนะครับ ถ้าอยากให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรเราสามารถใช้อะไรได้บ้างนะครับ ตรง Stem เราจำได้ไหมครับ มี Stem มีหลายอย่างเลยนะครับ เราต้องกลับไปทบทวน กลยุทธ์การสอนต่าง ๆ นะครับ ว่ากลยุทธ์การสอนแต่ละอย่าง มันมีประโยชน์อะไรนะครับ แล้วเราก็เลือกมันมาใช้ ให้สอดรับกับจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ เลือกมาใช้ให้สอดรับกับจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ ซึ่งกลยุทธ์แต่ละอย่างมันจะกำหนดขั้นตอนการสอนไว้อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ออกแบบกิจกรรมตามขั้นตอนของกลยุทธ์การสอนนั้น ๆ ได้เลยนะครับ จะใช้ Active Learning จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกิจกรรม เราสามารถทำได้เลยนะครับ เราก็ต้องกลับไปทบทวนด้วยว่าเทคโนโลยีอะไรมันเหมาะสำหรับนำมาใช้กระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียนนะครับ เทคโนโลยีอะไรมันเหมาะสำหรับนำมาใช้ในการสร้างองค์ความรู้ให้กับนักเรียนนะครับ เทคโนโลยีอะไรมันสามารถนำมาใช้ในการประเมินนักเรียนได้บ้างนะครับ เราก็สามารถเลือกมาใช้ให้เหมาะสมได้เลยนะครับ ทีนี้เราจะได้ฝึกเขียนแผนการสอนนะครับ เข้ามาทำไมเป็นหน้าตาแบบนี้นะครับ เดี๋ยวอาจารย์จะเอาแบบฟอร์มให้นะครับ อันนี้คือหัวข้อนะครับ ที่เราต้องใส่ในรายละเอียดแผนการสอนของเรานะครับ ตรงส่วนหัวตรงนี้นะครับ เราก็ใส่ตามนี้เลยนะครับ ตามช่องประที่อาจารย์เติมให้นะครับ อันไหนที่อาจารย์ Dashไว้เราก็ไม่ต้องเติมก็ได้นะครับ เราก็ใส่ว่ามันเป็นวิชาอะไรที่เราจะใส่แผนการสอน แล้วก็ไปสอนนักเรียนนะครับ แล้วมันเป็นวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้อะไรนะครับ เราก็ใส่ หน่วยไม่ต้องใส่นะครับ หน่วยอันนี้ยังไม่ต้องใส่ก็ได้ แล้วที่เราจะสอนในครั้งนั้นนะครับ ที่เราจะสอนในครั้งนั้น มันเป็นเรื่องอะไรนะครับ แล้วเราจะสอนในระดับชั้นอะไรนะครับ เราก็ใส่ได้เลย ใครเป็นคนสอนนะครับ เราก็ใส่ชื่อตนเอง อาจารย์จะให้ทำเป็นคู่นะครับ ช่วยกันทำเป็นคู่เราก็ต้องจับคู่กันช่วยกันทำ เพราะฉะนั้น ชื่อคนสอนก็จะมีอยู่ 2 คนนะครับ ก็ใส่เวลาที่ใช้สอนเรากำหนดได้เลยนะครับ ว่าจะใช้สอน 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง หรือ 3 ชั่วโมงนะครับ อันนี้เราก็ใส่ หัวข้อถัดมาเราก็ใส่รายละเอียดของมาตรฐานการเรียนรู้นะครับ เราใส่เลยว่าเราจะสอนนักเรียนให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้อะไร ภายใต้มาตราฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดเราจะให้นักเรียนบรรลุตัวชี้วัดอะไร เราก็ใส่มานะครับ ซึ่งตัวชี้วัด ตัวชี้วัดมันจะนำมาสู่การกำหนด มันจะมาสู่การกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ เราก็ใส่นะครับ เราก็วิเคราะห์ตัวชี้วัดเราจะสอนให้บรรลุ แล้วก็มากำหนดให้เป็นจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ ส่วนหัวข้อนี้สาระสำคัญ ก็คือเราต้องสรุปใจความสำคัญของเนื้อหาในเรื่องนี้ที่เราจะสอนนะครับ นักเรียนจะได้องค์ความรู้อะไรจากแผนการเรียนรู้ในแผนการสอนครั้งนี้ เราสรุปเป็นใจความสำคัญออกมานะครับ ทีนี้ หัวข้อของสาระการเรียนรู้แกนกลางหัวข้อของสาระการเรียนรู้แกนกลาง อันนี้เราจะใส่เป็นหัวข้อเรื่องย่อย ๆ นะครับ หัวข้อย่อยของเรื่องหลักนะครับ อันนี้คือเรื่องหลักของแผนที่เราจะสอนนะครับ แล้วสาระการเรียนรู้ ก็คือหัวข้อย่อยอีกทีหนึ่งนะครับ เป็นหัวข้อย่อยของเรื่องหลักของแผนของเรา ส่วน 2 หัวข้อนี้ยังไม่ต้องใส่ก็ได้นะครับ ยังไม่ต้องใส่ก็ได้ ต่อมา อันนี้ ส่วนที่เป็นกิจกรรมการเรียนรู้นะครับ ส่วนที่เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ อันนี้แหละจำได้ไหมครับ ตอนออกแบบมันมี 3 ก้อน ก้อนที่มันเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่เราต้องออกแบบนะครับ เราก็สามารถออกแบบกิจกรรมได้เลยนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์การเรียนรู้มันคืออะไร จุดประสงค์แบบนี้เราควรเลือกใช้กลยุทธ์การสอนอะไรนะครับ ซึ่งกลยุทธ์การสอนแต่ละอย่าง มันจะมีขั้นตอนการสอนของมันอยู่แล้วนะครับ เราก็ออกแบบกิจกรรมได้ตามกลยุทธ์นั้น ๆ ได้เลยนะครับ โดยพึงระลึกไว้เสมอว่าเราต้องออกแบบกิจกรรมให้นักเรียนบรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้ของเราให้ได้นะครับ เราใช้กลยุทธ์อะไรก็ได้ ใช้เทคโนโลยีอะไรมาช่วยก็ได้นะครับ หัวข้อถัดมานะครับ สื่อและแหล่งเรียนรู้นะครับ อันนี้เราก็ใส่เป็นข้อ ๆ ได้เลยนะครับ เราจะใช้สื่ออะไรนะครับ ใช้แหล่งเรียนรู้อะไรบ้างนะครับ สามารถกำหนดได้เลย ใส่เป็นข้อ ๆ เรียงลำดับมาได้เลยนะครับ ต่อมาในส่วนของการประเมินผลนะครับ ในส่วนของการประเมินผล เราก็ทำเป็น 4 คอลัมน์แบบนี้นะครับ ทำเป็นตาราง 4 คอลัมน์แบบนี้เลยนะครับ คอลัมน์แรก ก็เป็นรายการประเมินนะครับ รายการประเมิน คอลัมน์ที่ 2 ก็คือวิธีการวัด เราจะวัดด้วยวิธีไหนนะครับ เราจะวัดด้วยวิธีไหน ตรวจ ตรวจชิ้นงาน สังเกตพฤติกรรม หรือประเมินการปฏิบัติงาน เราก็ใส่ได้เลยนะครับ เครื่องมือที่เราใช้ในการวัด เราจะใช้อะไร แบบทดสอบ แบบสังเกตพฤติกรรม หรือแบบประเมิน เราก็ใส่ ช่องสุดท้าย เกณฑ์การประเมินเราก็ตั้งไว้เลยนะครับ ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ หรือร้อยละ 80 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ก็ได้นะครับ อันนี้แล้วรายการประเมิน เราจะใส่อะไร รายการประเมินเราจะใส่จุดประสงค์การเรียนรู้เข้ามาเลยนะครับ เราเอาจุดประสงค์การเรียนรู้มาวางได้เลย เรามีจุดประสงค์ 3 ข้อ เราก็เอาจุดประสงค์ทั้ง 3 ข้อ มาวางไว้ในรายการช่องรายการประเมินได้เลยนะครับ เราเอามาวางไว้ได้เลย แล้ววิธีการวัดของจุดประสงค์แต่ละข้อเราวัดอย่างไร ใช้เครื่องมืออะไรนะครับ แล้วมีเกณฑ์การประเมินเท่าไร เราก็ใส่ไปทีละจุดประสงค์นะครับ ส่วนท้านแผนนะครับ ส่วนท้ายแผน เราจะทำเป็น... เป็นว่างเอาไว้เพื่อสำหรับการบันทึกหลังสอนเสร็จสิ้นแล้วนะครับ เพื่อที่ว่าจะสอนเสร็จสิ้นแล้วเราจะได้บันทึกเอาไว้นะครับ ว่ากิจกรรมที่เราสอนเสร็จในแต่ละครั้งนะครับ มันมีจุดแข็งจุดอ่อนอะไรบ้างนะครับ มีส่วนใดที่เราต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นนะครับ ทั้งในแง่ของตัวคุณครูเอง ทั้งในแง่ตัวของผู้เรียนของเราเองนะครับ ว่าหากเราจะสอนแผนนี้ในครั้งถัดไปนะครับ เราจะพัฒนาอย่างไรนะครับ ให้สามารถพัฒนานักเรียนให้บรรลุจุดประสงค์ของเราให้ได้มากยิ่งขึ้นนะครับ แล้วอันนี้เป็นส่วนประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้นะครับ เดี๋ยวอันนี้อาจารย์ก็จะส่งให้นะครับ แบบฟอร์มนี้เราก็เติมในแต่ละหัวข้อได้เลย เดี๋ยวเรากลับมาดูตรงการประเมินนิดหนึ่งนะครับ นี่ครับ เราก็ใส่เป็นตารางเป็นคอลัมน์แบบนี้ได้เลยนะครับ ตรงช่องรายการประเมินนี่ จุดประสงค์การเรียนรู้เรามีอะไรบ้าง เราก็เอามาใส่ได้เลยนะครับ ดึงมาใส่ได้เลย ไม่ต้องไปปรับไปแต่งอะไรนะครับ ดึงมาใส่ได้เลย แล้วจุดประสงค์แต่ละข้อ เราใช้วิธีการใดในการวัดผลนักเรียนนะครับ ใช้เครื่องมือใดในการวัดผลนักเรียน เราก็ใส่มาได้เลย แล้วก็ทำแบบนี้ไปทีละข้อ ๆ ให้ครบทุกจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ ทีนี้มีใครไม่... ยังไม่รู้ว่าเราจะไปดูหลักสูตรแกนกลางได้ที่ไหน รู้ไหมครับ เดี๋ยวอาจารย์จะบอกที่ไปเอานะครับ เราเข้า Google ไปนะครับ แล้วก็ใส่คำว่า "หลักสูตรแกนกลาง" ตรงนี้นะครับ หลักสูตรแกนกลาง 2551 ปรับปรุงหลักสูตร 2560 นะครับ แล้วเราก็เลือกลิงก์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มันขึ้นว่า สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. นะครับ เราเลือกลิงก์นี้เลย แล้วก็คลิกเข้าไปคลิกเบา ๆ มันก็มานะครับ แล้วเราก็ดูนะครับ ตรงนี้มันจะเป็นถ้าเราจะสอนวิชาภาษาไทยนะครับ เราก็เลือกตรงนี้นะครับ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยนะครับ แล้วก็ดับเบิลคลิกเข้ามา นี่ มันจะเป็นหน้าตัวของหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เราเลื่อนลงมาเรื่อย ๆ นะครับ อันนี้คือสาระของหลักสูตร ภาษาไทยมีอยู่ 5 สาระก็คือมีด้านการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด หลักการใช้ภาษาไทย วรรณกรรมและวรรณคดี มี 5 สาระ เราเลือกได้เลยนะครับ ว่าเราอยากสอนมาตรฐานไหน ตัวชี้วัดของชั้นไหน เห็นไหมครับ อันนี้คือหน้าตาของมัน ถ้าเราจะสอนสาระการอ่านนะครับ เราจะสอนมาตรฐานนี้ไหมนะครับ สอนของชั้นไหน เราเลือกได้เลยนะครับ นี่ถ้าจะสอนของ ป.3 เราก็มาดูช่องของ ป.3 นะครับ ตัวชี้วัดของ ป. 3 เราเลือกได้เลย ตามความถนัดของตัวเองนะครับ เราเปิดลงมาดูเรื่อย ๆ เลยนะครับ ว่าเราสนใจอยากจะสอนในตัวชี้วัดตัวไหน ของชั้นไหนนะครับ นี่ในระดับชั้นมันจะบอกไว้แบบนี้อยู่นะครับ ในช่องมันจะบอกเอาไว้ว่าเป็นของชั้นไหน ช่องนี้คือตัวชี้วัดของชั้นนั้นนะครับ ช่องนี้คือกรอบสาระการเรียนรู้ของตัวชี้วัดตัวนั้นนะครับ ถ้าเราอยากสอนวิชาสังคมศึกษานะครับ ถ้าเราอยากสอนสังคมศึกษา เรามาดูอันนี้นะครับ ดูข้างล่างนี้นะครับ เพราะว่าสังคมศึกษามันมีการปรับปรุงนะครับ ดูข้างล่าง นี่ นี่ครับ สังคมศึกษา นี่นะครับ ถ้าเราอยากสอนสาระภูมิศาสตร์ของสังคมศึกษานะครับ อันนี้คือมาตรฐาน ส 5.1 อันนี้คือรหัสมาตรฐาน เราอยากสอนของชั้นไหน สมมติ เราจะสอน ป. 3 นะครับ ตัวชี้วัดตัวที่เท่าไร ถ้าจะตัวที่ 2 ก็คือตัวนี้นะครับ ถ้าอยากสอนศิลปะนะครับ ศิลปะก็คือลิงก์ข้างบนนี้นะครับ ศิลปะ ศิลปะปกสีม่วงนะครับ เราก็เลื่อนมาดู ลงมาดูข้างล่างเหมือนเดิมนะครับ สมมติว่าเราอยากเป็นครู ป.2 สอนศิลปะนะครับ เราก็เลื่อนมาดูตัวชี้วัดของ ป. 2 นะครับ แล้วเราก็ดูเลยว่าจะสอนตัวชี้วัดตัวไหนนะครับ ตรงลิงก์ของเข้าไปดูอันนี้ มีใครสงสัยอะไรไหมครับ การเข้าไปดูเล่มหลักสูตร ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีอาจารย์จะมอบหมายนะครับ ให้เราจับคู่กันนะครับ จับคู่กัน แล้วก็เขียนแผนการสอนออกมานะครับ แล้วอาจารย์จะให้พอเขียนแผนเสร็จนะครับ ชั่วโมงหน้าเอามาให้อาจารย์ดูก่อน ส่งมาให้อาจารย์ดูก่อน แล้วชั่วโมงถัดไปเราจะต้องปฏิบัติการสอนจริง แล้วให้เพื่อนเป็นนักเรียนให้เรานะครับ ให้เพื่อนเป็นนักเรียนให้เรา แล้วเราคู่กันก็ช่วยกันสอนแล้วแต่ว่าจะแบ่งบทบาทกันอย่างไรในคู่ตัวเองนะครับ ส่วนจะใช้สอนห้องไหนก็รบกวนนักศึกษาหาห้องให้หน่อยนะครับ ที่มันเอื้อต่อการจัดกิจกรรมนะครับ เพราะว่าห้องนี้มันคงไม่เหมาะ เพราะมันมีเครื่องคอมมา... โอเคครับ สัปดาห์หน้ามันเป็นสัปดาห์ออนไลน์ เราส่งไฟล์อาจารย์ให้แล้วก็จะส่งกลับให้พวกเราปรับแก้ แล้วสัปดาห์ถัดไป มันจะเป็น On site แล้วเดี๋ยว... เดี๋ยวเราค่อยหาห้องกันอีกทีนะ เพื่อไปสอบสอนนะครับ ครับ มีใครมีคำถามอะไรไหมครับ วันนี้มีใครมีคำถามไหมครับ ขั้นตอนการสอน... ขั้นตอนการสอนนะ เราก็ไปเลือกนะครับ ว่าสมมติเราเลือกกลยุทธ์การสอนได้แล้วนะครับ ในไฟล์ที่อาจารย์ส่งไปที่เป็นไฟล์ PDF ที่เป็นเอกสารน่ะ เราสามารถไปเลือกได้เลยนะครับ ว่าเราจะใช้กลยุทย์อะไร ซึ่งมันจะอธิบายขั้นตอนการสอนของมันอยู่แล้วนะครับ นักศึกษาสามารถกลับไปทบทวนนะครับ ว่าแต่ละขั้นมันจัดอย่างไรนะครับ ในไฟล์ที่อาจารย์ส่งให้อธิบายไว้ให้แล้วนะครับ ถ้าเราอยากให้ 5E E แต่ละตัวจัดอย่างไร มีอธิบายให้แล้วนะครับ เราก็ไปเลือกใช้ กลับไปศึกษาดูก่อนได้นะครับ เทคนิคพวกนี้แต่ละขั้นจัดอย่างไรนะครับ มันอธิบายให้อยู่ Stem มี 5 ขั้นตอน แต่ละขั้นจัดอย่างไรนะครับ ก็อธิบายไว้ให้แล้วนะครับ สิ่งที่สำคัญ ก็คือเมื่อเรากำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้มาแล้ว เราต้องเลือกกลยุทธ์ให้ได้นะครับ ว่ากลยุทธ์การสอนอะไรมันจะไปช่วยส่งเสริมให้นักเรียนสามารถบรรลุจุดประสงค์เราได้ เพราะฉะนั้น ในกลยุทธ์แต่ละอย่างเราต้องไปศึกษาดูว่ามันมีประโยชน์อะไร อย่าง STEM มันช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เราก็ใช้ STEM หาจุดประสงค์นั้น มันกำหนดให้... เรากำหนดว่าอยากพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับนักเรียนนะครับ แต่ตัวเนื้อหาน่ะ วิธีการไหน นักเรียนก็ได้อยู่แล้วนะครับ แต่เราต้องพิจารณาตัวทักษะที่มันเป็นทักษะเฉพาะนะครับ เราก็ไปเลือกให้มันถูกนะครับ มันมีอยู่แล้วนะครับ 5 อันนี้แหละ ถ้าจะเป็น based learning เราก็มี Inquiry-based learning มีให้แล้วนะครับ นะ เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญเราต้องกลับไปทบทวนกลยุทธ์นะครับ เมื่อได้จุดประสงค์แล้ว กลับไปศึกษาประโยชน์ของมัน แล้วก็เลือกมาใช้ให้เหมาะกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของเรานะ ส่วนรายละเอียดมันมีเยอะ อาจารย์อธิบายซ้ำไม่หมดแน่ เราต้องกลับไปทบทวนเองนะครับ มีคำถามอีกไหมครับ ถ้าไม่มีนะครับ หลังจากนี้อาจารย์จะส่งไฟล์ให้ 2 ไฟล์ ก็คือไฟล์ที่อาจารย์ใช้สอนวันนี้ เราก็เอาไปทบทวนได้ แล้วก็ไฟล์แบบฟอร์มการเขียนแบบการสอนนะครับ เราก็ไปเติมข้อมูลตามหัวข้อต่าง ๆ ได้เลยนะครับ ส่วนเนื้อหาเดิม อาจารย์เคยส่งให้แล้ว หรือจะให้อาจารย์ส่งให้อีกไหม เดี๋ยวส่งให้ใหม่หมดเลยนะครับ ไฟล์เนื้อหาทั้งหมด เดี๋ยวอาจารย์จะส่งให้อีกครั้งหนึ่ง เราต้องรีบ Save ไว้ โหลดไปเก็บไว้นะครับ อาทิตย์ที่แล้วนี่ เป็น Active Learning แต่วันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับอาทิตย์ที่แล้ว เราต้องตั้งต้นจากตัวชี้วัดในหลักสูตร ว่าเราอยากจะสอนตัวชี้วัดไหนให้กับนักเรียน แล้วเราก็มากำหนดจุดประสงค์ตามหัวข้อที่อาจารย์ได้ให้ในไฟล์นี้ แต่อันที่แล้วนี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวชี้วัดนะครับ อาจารย์จำลองจุดประสงค์ขึ้นมา แล้วก็จัดกิจกรรมตามแนว Active Learning เฉย ๆ นะครับ แต่วันนี้เราต้องเอามาเขียนเป็นแผนให้ได้ครบตามหัวข้อของแผนการสอนเลย แล้วก็ได้ตามตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางจริง ๆ นะครับ ส่วนก่อนหน้านี้ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีตัวชี้วัดมาเป็นตัวกำหนดนะครับ ให้เราตั้งจุดประสงค์ขึ้นมาลอย ๆ ได้เลย ส่งด้วย ใช่ แล้วมันต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาด้วย อาทิตย์ที่แล้วมันเป็น AC กับ T-Pack ก็คือเราต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วยในกิจกรรม Active Learning แต่วันนี้เราจะใช้ TPAC เข้ามาร่วมด้วยก็ได้นะครับ เราอยากใช้เทคโนโลยีอะไรเราก็เลือกมาใช้ให้เหมาะสม ส่งในลิงก์ มีได้ลิงก์หรือยัง น่าจะมีลิงก์แล้วนะ เดี๋ยวอาจารย์จะทำโฟลเดอร์ให้นะครับ จะทำโฟลเดอร์ลิงก์ส่งให้อีก 2 อย่างนะครับ อันแรก ก็คือ Active Learning ของสัปดาห์ที่แล้วนะครับ อีกอันหนึ่งก็จะเป็นลิงก์ของแผนวันนี้นะ แล้วอาทิตย์หน้าเราต้องส่ง อย่างน้อยนะครับ อาทิตย์หน้าต้องได้แผนการสอนออกมา เพราะอาจารย์จะตรวจแผนให้ แล้วให้เราไปปรับนะครับ ต้องปรับให้สมบูรณ์ แล้วสัปดาห์ถัดไปเราก็มาสอบสอนนะครับ สอบปฏิบัติการสอนจริง ๆ มีใครมีคำถามอีกไหมครับ ไม่มีนะครับ อย่างนั้นหลังจากนี้ไปอาจารย์ก็จะให้เราไปจับคู่กันแล้วก็ทำแผนการสอนของตนเองนะครับ โอเคครับ ครับ วันนี้ก็พอเท่านี้นะครับ ขอบคุณพี่ล่ามครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]