ทางเพจของวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ทางเว็บไซต์ www.tpchannel..org และทาง Application TPchannel คุณผู้ผมสามารถจะดาวน์โหลด Application ไดและ IOS นะคะ โดยพิมพ์ T-P-c-h-a-n-n-e-l ค่ะ เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมวันนี้แล้วนะคะ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาค่ะ ก็จะได้มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยค่ะ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมาค่ะ ก็ได้นัดประชุมเพื่อจะได้ร่วมหาทางออกนายกรัฐมนตรีร่วมกันนะคะ โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคได้แถลงหลังการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล ว่าสำหรับการหารือของ 8 พรรค มีหัวข้อสรุป 3 หัวข้อด้วยกันคือ ข้อ 1 มติของ 8 เสนอให้ตนเองนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ในการโหวตรอบ 2 โดยจากการประเมินก็เชื่อว่าจะได้เสียงเพิ่มขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ก็คือ 340-350 เสียง ถ้าครั้งที่ 2 ไม่ผ่านก็จะเป็นทางให้กับพรรคอันดับ 2 ก็คือพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในครั้งที่ 3 ค่ะ ข้อ 2 มีการหารือมาตรา 272 ของพรรคก้าวไกล ไม่เกี่ยวข้องกับอีก 7 พรรคที่เหลือ ข้อ 3 เป็นประเด็นข้อบังคับที่มีข่าวออกมาว่า สว. จะตีความ และมีความเห็นทางกฎหมายก็เห็นว่าไม่น่าจะเข้าข้อบังคับนี้ เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับญัตติ โดยการเสนอผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเห็นต่างจากวุฒิสภาค่ะ นายพิธา กล่าวอีกว่า ถ้าสมรภูมิแรกไม่มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็จะถอยให้กับพรรคอันดับ 2 ตาม MOU เดิมของ 8 พรรคร่วม ก็คือพรรคเพื่อไทย โดยยืนยันว่าญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ดำเนินการโดยพรรคก้าวไกลพรรคเดียวไม่เกี่ยวกับพรรคอื่น ไม่มีได้มีความกังวลที่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำลังพิจ19 กรกฎาคม นี้เช่นเดียวกัน ว่าจะรับหรือไม่รับวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติ เพราะว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีค่ะ จากนั้นวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะประธานรัฐสภา ได้ให้สัมภาษณ์ ภายหลังจากที่เป็นประธานสภาประชุมวิป 3 ฝ่าย 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล และอีก 10 พรรคที่เหลือ ซึ่งก็มีประเด็นสำคัญ คือ การโหวตนายกรัฐมนตรีรอบที่ 2 ก็คือในวันนี้นะคะ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็จะมีการพิจารณา ซึ่ง 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลได้มีมติร่วมที่จะมีการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรีค่ะ โดยที่ประชุมวิปก็ไม่ได้มีข้อสรุปที่ชัดเจนเพราะว่าแต่ละฝ่ายก็มีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันนะคะ ว่าวินิจฉัยตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 41 หรือไม่ หรือจะวินิจฉัยตามข้อบังคับรัฐสภาว่าด้วยเลือกนายกรัฐมนตรีหมวด 9 ที่ไม่ใช่ญัตติทั่วไป ดังนั้นก็จะขึ้นอยู่กับการประชุมในวันนี้ ที่จะต้องดูหน้างาน ว่าจะต้องฟังเสียงของสมาชิกด้วยนะคะ ซึ่งวันนี้ก็จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนนะคะ ประเด็นที่ว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจะเป็นญัตติหรือไม่นะคะ ก็ต้องติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ก็จะได้มีข้อสรุปที่ชัดเจนนะคะ ในขณะนี้ค่ะ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพร้อมแล้วนะคะ มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานรัฐสภาในการประชุม ในช่วงนี้เลยค่ะ (คุณวันมูหะมันนอร์) ครบแล้วนะครับ ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขออนุญาตเปิดประชุมครับ เพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานจะแจ้งที่ประชุมทราบในวันนี้ไม่มีครับ ระเบียบวาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ไม่มีครับ ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วไม่มีครับ ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มีครับ ต่อไป เป็นระเบียบวาระที่ 5 เรื่องที่เสนอใหม่ครับ พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรค 1 กำหนดให้ในระหว่าง 5 ปีแรกนับตั้งแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกการให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้นเป็นนายกรัฐมนตรี ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และข้อบังคับรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 136 และข้อ 137 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการให้พิจารณาความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นไว้แล้วนะครับ ผมจึงขอปรึกษากับที่ประชุม เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ตามวิธีการ ซึ่ง ก็เป็นวิธีการที่เราได้ใช้เมื่อคราวที่แล้ว นั่นคือขอให้มีการเสนอชื่อผู้ที่สมควรจะได้รับการคัดเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้เสนอนั้นต้องเป็นเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นและผู้เสนอนี้ต้องมีผู้รับรองนะครับ ตามข้อบังคับคือ 50 ท่านนะครับ แต่การรับรองนี้จะไม่ใช้การยกมือนะครับ ขอให้เป็นการลงคะแนนนะครับ เหมือนคราวที่แล้ว เหมือนคราวที่แล้ว การลงคะแนนี้เราได้กำหนดแล้วนะครับ คือ ใช้บัตรนะครับ ใช้บัตรที่กรอกคะแนนนะครับ กดแล้วก็แสดงตน ผู้ที่ต้องการรับรองขอให้กดแสดงตน และผู้ที่ไม่ต้องการรับรอง คือไม่รับรอง จะเสียบบัตรก็ได้นะครับ หรือไม่เสียบบัตรก็ได้ ไม่ต้องแสดงตนอันนี้เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านวุฒิสมาชิก ไม่ต้องรับรองครับ คราวที่แล้วผมอาจจะผิดก็ได้ไปกดเสียงออดทำให้สับสนกันมาบ้าง ก็มีท่านวุฒิสมาชิกลงคะแนนรับรองไป 4 ท่าน ซึ่ง สุดท้าย เราก็ได้ตัดออกไปแล้วนะครับ ครับ ถ้าเป็นที่เข้าใจนะครับ ว่าจะมีการเสนอชื่อ แล้วก็ต้องมีผู้รับรอง ผมก็ดำเนินการต่อไปนะครับ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ได้เสนอชื่อบุคคลที่สมควรจะได้รับการคัดเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี แต่บุคคลนั้นต้องเป็นคนที่ กกต. ได้กำหนดไว้แล้วนะครับ คุณสมบัติตามนั้นนะครับ ซึ่งคราวที่แล้วนะครับ ก็มีพรรคการเมืองที่เสนอชื่อไว้แล้ว แล้วก็ต้องเป็นพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่น้อยกว่า... ไม่น้อยกว่า 25 ท่าน ครับ เชิญเสนอได้ครับ ท่านสุทิน คลังแสง ครับ (คุณสุทิน) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐสภาขอให้สิทธิเสนอชื่อบุคคลให้สภาพิจารณาเห็นชอบ ให้รับตำแหน่งและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขอผู้รับรองครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) ครับ อันนี้ก็รับรอง การรับรองอันนี้ตามข้อบังคับนะครับ ท่านประธานครับ ใช้การยกมือเหมือนปกติไม่ได้ครับ // ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) เชิญครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ กระผมนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ได้เห็นเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาเสนอนะครับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี วันนี้ผมขออนุญาตใช้สิทธินะครับ ขอท้วง ประท้วงท่านประธานครับ ว่ารัฐสภาของเรานะครับ กำลังทำผิดข้อบังคับข้อที่ 41 นะครับ ซึ่งได้บัญญัติไว้นะครับ ว่าญัตติใดที่ตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันที่เสนออีกในที่ประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ยังมิได้มีการลงมติ วันนั้นนี่เราได้มีการลงมติในญัตติมีเรียบร้อยแล้ว ว่ามีเพื่อนสมาชิกเสนอนะครับ ท่านพิธามาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ได้มีการลงมติ ซึ่งการลงมติในวันนั้นนี่ เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา การที่ข้อบัญญัติหรือของรัฐสภานี่นะครับ ถือว่าเป็นกฎหมาย ผมเองในฐานะที่เคยเป็นอดีตยกร่างข้อบังคับ ท่านประธานก็เป็นอดีต เคยเป็นประฐานสภามาแล้ว ท่านก็คงทราบว่าข้อบังคับของรัฐสภาหรือข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรเรานี่ มีสถานะเทียบเท่า พรบ. การออกข้อบังคับของเรามีนะครับ ขั้นตอนเหมือนกับการออกพระราชบัญญัติ ข้อบังคับของสภานั้น มีสถานะเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ เป็นกฎหมายที่สมาชิกรัฐสภาของเรานะครับ ยึดถือและปฏิบัติ เพราะฉะนั้น การที่เราได้มีการเสนอญัตติขึ้นมาซ้อนอีกครั้งหนึ่ง (คุณรังสิมันต์) ท่านประธานครับ ประท้วงนะครับ ตามสิทธิ (คุณรังสิมันต์ โรม) เรียนท่านประธาน กระผมรังสิมันต์ โรม คุณรังสิมันต์ยืนขึ้นและยกมือเป็นการประท้วง ผมจะให้เขาประท้วงหน่อย เสร็จแล้วผมจะให้ท่านพูดต่อนะครับ (คุณรังสิมันต์) เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ สมาชิกรัฐสภา กรณีนี้นะครับ เป็นกรณีที่เรากำลังดำเนินการตามระเบียบวาระของการประชุมในการที่จะต้องเลือกนะครับ ผู้ที่จะไปเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านประธาน ตามข้อบังคับข้อที่ 5 นะครับ มีอำนาจนะครับ ที่จะต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายที่กำหนดเอาไว้ ประเด็น ปัญหาของเรื่องนี้ ก็คือเราดำเนินการตามรัฐธรรมนูญครับ แต่ท่านประธานต้องขออนุญาตด้วยความเคารพท่านเพื่อนสมาชิกที่ยกมือนะครับ ขอหารือต่อท่านประธาน กรณีนี้ เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องครับ และเรากำลังดำเนินการในเรื่องของการเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมที่อยู่ตามบัญชี ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ การดำเนินการเช่นนี้ สุ่มเสี่ยงอย่างมาก ที่จะผิดต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ขอให้ท่านประธานครับ ควบคุมการประชุมให้ชอบด้วยกฎหมายด้วยครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) ครับ ก็ยังไม่ผิดข้อบังคับ เชิญต่อครับ สั้น ๆ เดี๋ยว ถ้าเผื่อยังไม่ผิดข้อบังคับ เดี๋ยวถ้าเผื่อว่ายกมือขึ้นประท้วงก็ต้องเป็นการประท้วงว่าผู้อภิปรายกำลังทำผิดข้อบังคับนะครับ ของที่รังสิมัน โรม ก็ยังถือว่าผู้อภิปราย อภิปรายยังอยู่ ข้อบังคับอยู่นะครับ ผมว่าให้ทางนี้แสดง เพราะว่าอย่างไรก็ยังไม่มีการโหวตอะไร จะได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ครับ (คุณอัครเดช) ขอบคุณ ขอบคุณท่านประธานครับ กระผม อัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมไม่ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายนะครับ ว่าคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ผมกำลังอภิปรายครับ ว่ารัฐสภาของเรานี่นะครับ ถ้ามีการพิจารณาญัตตินี้นะครับ จะเป็นการกระทำที่ขัดกับข้อบังคับ ซึ่งมีสถานะเป็นกฎหมาย... เพื่อนสมาชิกยืนประท้วงนานแล้วครับท่านประธาน (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) คุณจุลพันธ์ ประท้วง กระผมจุลพันธ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ผมประท้วงกระบวนการที่กำลังทำอยู่นี้ ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 36 ขณะนี้นี่มีท่านสุทิน คลังแสง ได้เสนอผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กระบวนการอยู่ในขั้นตอนของรัฐสภา ที่ต้องให้การรับรองเสียบบัตร แสดงตนแบบเปิดเผยแต่เพื่อนสมาชิกจากฟากฝั่ง 10 พรรค ได้ลุกขึ้นมานี่เร็วไปนิดหนึ่ง เพราะว่ากระบวนการมันไม่ครบถ้วน ถ้าท่านประธานจะกรุณานี่ ให้มีการดำเนินการที่จะแสดงตนและรับรองญัตตินี้ให้เรียบร้อยนะครับ เราจะเดินหน้าสู่การถกเถียงกันว่ามันจะเข้าข้อ 40 หรือไม่นี่ ซึ่งท่านประธานก็ได้เปิดกรอบเวลาร่วม 3 ฝ่ายแล้ว ว่าเราจะใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง เศษ ในการที่จะมาหารือในกันในเรื่องนี้และสรุป ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนครับ ในการรับรองก่อน ขอความกรุณาท่านอัครเดชท่านสักครู่นะครับ ขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณจุลพันธ์มากครับ อันนี้ก็เห็นว่าอันนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่การรับรองยังไม่จบสิ้น ที่ยกมือเมื่อกี้ยังใช้ไม่ได้ ยังไม่ถือว่าคุณพิธาได้รับการรับรองยังไม่จบสิ้น โดยการกดบัตรก่อนเพราะฉะนั้น ถ้าจะเรียนคุณอัครเดช ว่ารอให้ขั้นตอนนี้มันค้างอยู่ให้มีการรับรอง ถ้ารับรองครบคุณอัครเดชยกมือได้นะครับ (คุณอัครเดช) รับทราบครับท่านประธาน ขอบพระคุณคครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ไม่มีผู้ประท้วงแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ผมขอกลับมาที่การเสนอชื่อคุณพิธา โดยคุณสุทินเมื่อสักครู่ โดยการยกมือ ก็ไม่ตรงตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้น ขอให้ปฏิบัติการรับรองตามข้อบังคับคือ เสียบบัตรแล้วกดแสดงตน เฉพาะผู้ที่ต้องการรับรองนะครับ และเฉพาะสมาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น เชิญได้ครับ มีท่านใดที่ต้องการแสดงตนแล้วก็ ยังมีข้อขัดข้องครับ ผม 376. สมเจตน์ แสงเจริญรัตน์ จังหวัดเลยครับ แสดงตนครับ 043 แสดงตนครับ (คุณโกศล) ท่านประธานครับ 043 แสดงตนครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตกดออดด้วยครับ เพื่อนที่อยู่ข้างนอกไม่ทราบครับ ครับ สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ครับ นครราชสีมาแสดงตนครับ แสดงตนครับ (คุณจิรัชยา) 053 จิรัชยา สัพโส แสดงตนค่ะ 230 แสดงตนค่ะ 24 กิตติมศักดิ์ แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เจ้าหน้าที่จดไว้ด้วยนะครับ บวกกับคนที่แสดงแล้ว (คุณวรวัจน์) วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล 324 แสดงตนครับ (คุณวรรณวิภา) ท่านประธาน ไม้สน321 แสดงตนค่ะ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ (คุณองค์การ) ท่านประธานครับ 457 แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญครับ คนที่กดบัตรได้ก็ไม่ต้องแสดงด้วยวาจาอีกครั้งหนึ่งครับ คนที่กดบัตรได้แล้วครับ ท่านก็ไม่จำเป็นต้องใช้วาจา เครื่องจะทำงานแล้วครับ เชิญครับ คนที่เครื่องกดบัตรของท่านขัดข้องเท่านั้นนะครับ ก็ท่านขานชื่อมาได้ครับ เชิญครับ ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ครับ เชิญครับ ที่ผมไม่กดออดก็กลัวคนข้างนอกไม่เข้าใจที่เราตกลงกันว่ามาแสดงตน... (คุณศุภณัฐ) ขออนุญาตครับ 378 ศุ(คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับถ้าไม่มีผู้แสดงตนแล้วก็ขอผลคะแนนออกมาครับ // ท่านประธานครับ ชัชวาลล์ คงอุดม (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ตอนนี้ยังไม่ผิดการลงคะแนน (คุณปรีดา) ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปรีดา บุญเพลิง แสดงตนครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) ครับ ขออนุญาตปิดการลงคะแนนเลย เพราะว่าตอนรับรองนี่ขอเพียง 50 คน เท่านั้น ผมเข้าใจว่าไม่ได้เป็นการเลือกนะครับ ท่านอาจจะแสดงตนไม่ทันก็คง... คงไม่เป็นไรครับ ครับ ตอนนี้ก็มีผู้แสดงนะครับ ด้วยกดเครื่องนี่ 291 แล้วก็ผู้แสดงตนด้วยทางวาจานะครับ เพิ่มอีก 13 ท่าน รวมแล้วก็เป็น 304 ท่านนะครับ ก็ถือว่ารับรองถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดจะเสนอชื่อบุคคลอื่นอีกไหมครับ ครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่ากระบวนการเสนอชื่อเพื่อจะเลือกนายกฯ วันนี้ก็มีท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นะครับ ครับ เชิญคุณอัครเดชครับ (คุณอัครเดช) ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่นี้เคารพในดุลพินิจของท่านประธานนะครับ แต่ความเห็นของผมนี่ ที่ท่านประธานปล่อยให้มีการรับรองญัตติที่ขัดต่อข้อบังคับนี่ กระบวนการที่ทำไปอยู่นี่ผมก็มีความเห็น แล้วก็สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาตินี่ ก็มีความเห็นว่าเป็นการดำเนินการนี่ ที่ขัดต่อข้อบังคับครับ ที่เสนอชื่อแล้วก็ให้มีการรับรองเป็นญัตตินี่ มันไม่ได้ เมื่อสักครู่นี้เคารพเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นมาท้วงติงนะครับ ที่ผมลุกขึ้นมาประท้วงนี่นะครับ เพื่อไม่ใช้รัฐสภา ของเรานี่ดำเนินการในสิ่งที่ขัดต่อข้อบังคับของรัฐสภา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราต้องเคารพนะครับ ยืนเสนอชื่อ ผมจึงใช้สิทธิขึ้นมาประท้วง และท้วงติงท่านประธานว่าเรากำลังทำผิดกฎข้อบังคับอย่างไรนะครับ ก็กำลังอธิบายเหตุผลให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้รับทราบว่านะครับ ว่าเราผิดข้อบังคับในข้อที่ 41 นะครับ ฉะนั้น ผมจึงขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุนเหตุผลที่ผมลุกขึ้นมาประท้วงในครั้งนี้ครับ การที่เรากำลังดำเนินการนะครับ ในการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ข้อบังคับที่ 41 นี่นะครับ ได้บัญญัติไว้ว่าญัตติใดที่ตกไปแล้วห้ามนำญัตติ ซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกัน ขึ้นเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน ผมได้อธิบายไปแล้วครับ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นั้นมีการลงมติกับพรรคก้าวไกลก็ได้เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งขอรัฐรัฐสภา คือ 376 ฉะนั้น ญัตติขี้จึงตกไป ในข้อบังคับนี้นะครับ ได้มีการบัญญัติไว้ครับ ว่าญัตติที่ประธานสภาจะอนุญาตให้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้นี่ จะต้องมีเหตุการเปลี่ยนแปลงไป โดยให้ท่านประธานนี่ โดยใช้ดุลพินิจ แต่พวกเรานะครับ ก็ได้พิจารณาแล้วครับ ว่าได้มีการเปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร เมื่อวานนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ เราได้มีการประชุม สส. ของเรา แล้วก็ได้มีการอภิปรายแล้วก็แสดงความคิดเห็นอย่างละเอียดครับ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร สรุปแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงครับท่านประธาน 8 พรรคการเมืองที่กำลังจะจัดตั้งรัฐบาลนั้นนะครับ ยังเสนอคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นี่คือสิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป 2. ครับ วันนั้นนี่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันหลายพรรคการเมือง ทุกพรรคการเมืองที่ลงมติไม่เห็นชอบ แล้วก็งดออกเสียง ในการไม่สนับสนุนให้คุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้อภิปรายไม่เห็นด้วย (คุณวันมูหะมัดนอร์) มีผู้ประท้วง ก็ต้องไป ให้ผู้ประท้วงได้แสดงความคิดเห็นว่าผิดข้อบังคับประการใดครับ (คุณวิโรจน์) ท่านประธานสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขอประท้วงผู้ที่กำลังอภิปรายอยู่ว่าตกลงนี่ ตามข้อบังคับที่ 45 นี่ แล้วก็ขออนุญาต นำเรียนด้วยความเคารพ ประท้วงท่านประธานด้วยครับ ตามข้อบังคับข้อที่ 5 ด้วยครับ ผู้อภิปรายที่กำลังอภิปรายอยู่นี่ ในการอภิปราย ประท้วงหรืออภิปรายกันแน่ครับ แล้วท่านประธานปล่อยให้พูดในสภาอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ตกลงใช้สิทธิอะไรกันแน่ คือ ผมไม่ได้ติดใจครับ แต่ท่านอัครเดชใช้สิทธิอะไรครับ จะประท้วง ประท้วงใครนะครับ ผมขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ผมวินิจฉัยว่าท่านอัครเดช ตอนนี้ไม่ได้ใช้สิทธิประท้วงแล้วนะครับ ท่านขอแสดงความคิดเห็นหรือจะเสนอญัตติว่าท่านไม่เห็นด้วยกับการเสนอชื่อในครั้งนี้ เพราะเป็นการขัดกับข้อบังคับ ซึ่งท่านกำลังอภิปรายอยู่ ถือว่าเป็นการอภิปรายอยู่ ไม่ผิดข้อบังคับนะครับ แล้วก็อีกฝ่ายหนึ่งถ้าไม่เห็นด้วยกับคำอภิปรายของท่านอัครเดช ก็จะมีสิทธิเสนอต่อไป ผมขอเรียนเพิ่มเติมนะครับ เพื่อความเข้าใจ แล้วจะได้ประหยัดเวลาของการประชุม คุณอัครเดชนะครับ คือเมื่อวานได้มีการประชุมทั้ง 3 ฝ่ายแล้ว ผมขออนุญาตนิดเดียวครับคุณโรม นิดเดียวครับ ว่าเมื่อวานได้มีการพูดจากันแล้ว ทำความเข้าใจกันนะครับ ผมขอพูดให้จบก่อนนะครับ แล้วจะให้ท่านได้ประท้วงต่อ ท่านประธานกำลังพูด ก็ต้องฟังนิดหนึ่ง เมื่อวานก็ตกลงกันว่า ถ้าหากว่ามีการเสนอชื่อแล้วก็บางฝ่ายเห็นว่าการเสนอชื่อนั้นผิดข้อบังคับ ก็ให้เสนอเป็นญัตติขึ้นมา แล้วเราก็จะให้ที่มีความเห็นทั้งที่เห็นว่าผิดข้อบังคับ และเห็นว่าที่ประชุมนั้นดำเนินการถูกต้องแล้วนั้นจะให้มีการอภิปราย เราก็บอกว่าการอภิปรายก็คงจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น ก็จะเปิดการอภิปรายครับ ตอนนี้ก็มีผู้ประท้วงอยู่นะครับ ยืน เชิญครับ ท่านรังสิมันตุ(คุณรังสิมันต์ โรม) ครับ เรียนท่านประธานครับ กระผม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพอย่างสูงนะครับท่านประธาน กรณีนี้ เป็นกรณีที่ผมคิดว่าท่านประธานนะครับ จะต้องทำหน้าที่เป็นประธานของที่ประชุม โดยวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ และที่สำคัญจะต้องควบคุมและดำเนินกิจการของรัฐสภาให้เรียบร้อย เหตุที่ผมต้องยกข้อนี้มาครับ ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ และก็เรียนต่อท่านประธานตามตรง ว่าการหารือเมื่อวานเป็นเพียงแค่การหารือครับ ไม่ได้มีข้อสรุปอะไร ทีนี้ ในการทำหน้าที่ของเราในสภามันก็ต้องวางกันในลักษณะที่เป็นเรื่องของระเบียบข้อบังคับปัญหาก็คือว่า ณ เวลานี้นี่เรากำลังทำหน้าที่ ซึ่งเข้าสู่ระเบียบว่าระของการประชุมไปแล้ว และกำลังทำหน้าที่ซึ่งมีผู้รับรองถูกต้องแล้วว่าให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นผู้ที่ถูกเสนอในการเป็นนายกรัฐมนตรี คุณอัครเดชต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ แต่เป็นข้อเท็จจริง ลุกขึ้นแล้วยืนนะครับ เอามือยกขึ้นพ้นศีรษะตามข้อบังคับนะครับ การกระทำแบบนี้คือ การประท้วง แต่พอไปพิจารณาเนื้อหาสาระ ซึ่งผมก็พยายามอดทน อย่างตั้งใจฟัง ก็ค้นพบว่าเป็นเนื้อสาระไม่ได้เป็นการประท้วงอะไรเลย เป็นความคิดเห็นนะครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องของท่าน เป็นเนื้อหาสาระที่ท่านก็อาจจะคิดเอาเองก็เรื่องของท่าน แต่วาระการประชุมตอนนี้ไม่ได้เป็นการพิจารณาตีความข้อ 41 ครับ แต่เป็นการพิจารณาถึงบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี อยากให้ท่านประธานนะครับ ด้วยความเคารพครับ วินิจฉัยครับ เพราะกรณีนี้เรากำลังทำหน้าที่ตามข้อบังคับ ตามวาระการประชุม ที่ท่านประธานบรรจุเข้ามาซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ท่านอัครเดชว่าในรายละเอียดอย่างแน่นอน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณรังสิมันต์ครับ ขอประท้วงครับท่านประธานครับ (คุณสมชาย) สมชาย แสวงการ ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ท่านสมชาย แสวงการ ขอประท้วงขอประท้วงผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นะครับ และเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานมีหน้าที่ ตาม ข้อ 5 คือ ควบคุมและวันนี้ท่านประธานทำหน้าที่ถูกต้องแล้วครับ 1. คือ บรรจุระเบียบวาระตามมาตรา 272 เสนอบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี อันนี้ไม่ขัดข้อง ก็เสนอญัตติเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เรียบร้อยแล้ว มีคนรับรอง คุณอัครเดชก็ใช้หน้าที่ของตัวเองในการคัดค้าน ก็ถูกต้องแล้ว เมื่อวานหารือในที่ประชุมวิป พวกกระผมมีความเห็นว่าญัตติซ้ำนี่ กระทำไม่ได้ หากกระทำได้ต้องไปกระทำให้สมัยหน้า แล้วผมคิดว่าถ้าเราเดินตามนี้แล้ว ตกลงไว้กับทุกพรรคนะครับ เมื่อวานคุณจุลพันธ์เสนอว่าแล้วลงมติหรือจะก่อนหน้าก็ได้นะครับ ก็จะได้จบไป ที่ท่านอัครเดช ลุกขึ้นมาคัดค้านนี่ ว่ากระทำไม่ได้นี่ ผิดข้อบังคับข้อ 40 นี่ ถ้าสภามี... อย่างไร ก็ต้องวินิจฉัยก็จะไม่เป็นการกระทบกระเทือนอำนาจของท่านประธานวินิจฉัย ผมเรียนว่าให้เดินตามนี้ ตามที่วิปฯ 3 ฝ่ายได้ความตกลงกันไว้ครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณสมชายครับ คุณอัครเดชท่านขอถือว่าท่านไม่ได้ประท้วง ขอประท้วงนั่งแล้ว ขอให้ท่านแสดงความเห็นหรือจะเป็นญัตติก็ได้ คือ ไม่เห็นด้วยกับการเสนอ... เสนอชื่อคุณพิธาที่จะกล่าว ซึ่งผมก็ยังขอวินิจฉัยที่คุณรังสิมันต์ โรม ว่าจะกระทำไม่ได้นะครับ เพราะว่าบรรจุไว้ในวาระ ก็การอภิปรายว่าเสนอชื่อนี้ผิด (คุณอัครท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) เดี๋ยวขออธิบายก่อนครับ ผิดข้อบังคับ ก็ถือว่ายังอยู่ในระเบียบวาระนะ ไม่ได้นอกระเบียบวาระ เรพาะอภิปรายเรื่องการเสนอชื่อคุณพิธาอยู่นะครับ เดี๋ยวจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็จะว่ากันไปอีกที มีผู้ประท้วงหรือเปล่าครับ ผมเพื่อให้การประชุมได้เกิดคนฟังข้างนอกอยู่ด้วยครับ ติดตามอยู่เป็นระเบียบเรียบร้อยสำหรับผู้ที่จะอภิปรายหรือประท้วงก็ปฏิบัติตามข้อบังคับ ถ้าจะอภิปรายจะนั่ง แล้วก็ยกมือ ผมจะพยายามช้า ๆ แล้วต้องขอประทานโทษด้วย บางทีอาจจะมองไม่เห็นหรือหรือยังไม่มอง ท่านอาจจะโน้ตมาให้เจ้าหน้าที่เสนอผมได้ อันที่ 2 ผมจะช้า ๆ ให้เจ้าหน้าที่เขาดูให้ทั่วแล้วก็แจ้งโน้ตมาที่ผมว่ากำลังประท้วงชื่อท่านใดจะได้หันไปทางนั้นถูก แล้วยกมือ ท่านใดตามลำดับ ถ้าท่านต้องการแสดงความคิดเห็นซึ่งท่านคิด่าจะมีหลายท่านท่านก็ยกมือหรือจะโน้ตมา ผมพร้อมที่จะปฏิบัติตามนะครับ ตอนนี้ท่านเสรีขอใช้สิทธิประท้วงใช่ไหมครับ หรือแสดงความคิดเห็น ท่านเสรีครับ(คุณเสรี) ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา เพื่อจะใช้สิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นที่ท่านประธานพูดเมื่อสักครู่ครับ ครับ ผมอยากจะอธิบายเพื่อความเรียบร้อยในเรื่องนี้นะครับ ก็เมื่อวานก็ถูกต้องอย่างที่คุณโรมว่าเป็นการหารือ เป็นการหารือไม่ได้ข้อยุติ แต่ก็ต้องนำข้อหารือนั้นมาแจ้งผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมหารืออยู่ด้วยในวันนั้นให้เข้าใจตรงกัน ถ้ามีความคิดเห็นไม่ตรงกันนะ เรื่องการเสนอชื่อซ้ำนะผมพูดตรง ๆ หรือชื่อเดิม เห็นว่าไม่ตรงกับข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งนะครับ ก็อาจจะมีความเห็น 2 ฝ่ายหรือหลายฝ่าย ก็จะให้แสดงความคิดเห็นได้นะครับ ซึ่งที่ประชุมเมื่อวานก็โดนประมาณว่า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่เพื่อความเรียบร้อยแล้วก็ได้อภิปรายอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ผมก็อยากจะให้เสนอชื่อขึ้นมา ถ้า 2 ชั่วโมง มันก็... ขอประทานโทษนะคุณอัครเดชนั่งลงก่อนก็ได้ 120 นาทีเรามี 3 ฝ่ายนะครับ ท่าน สว. ก็ใช้เวลา 40 นาที ท่านกำหนดเองนะครับ ว่าให้ท่านใดพูดบ้าง แต่ว่าถ้าเห็นด้วยกับหลักการผม ก็คือ 40 นาที ฝ่ายที่ 8 พรรคนี่ ก็ 40 นาที ฝ่าย 10 พรรคก็ 40 นาทีนะครับ ก็ 120 นาที ท่านจะได้แบ่งอย่างทั่วถึงและผมจะใช้วิธีการสลับนะ จากไหนก่อนก็ได้ ถ้า 8 พรรค ก็มา สว. สว. มาแล้วก็ 10 พรรค จนกระทั่งแต่ละฝ่ายได้เวลาครบถ้วนแล้ว ถ้ายังติดใจอยู่บ้างแต่ไม่ยาวนัก แต่ยังเกี่ยวข้องอยู่ก็จะอนุญาตให้ แต่ก็จะให้ตกลงกันเองนะครับ ถ้าเห็น... ไม่มีผู้ใดเอาเรื่องที่ผมเสนอ เพราะว่าจะมีการอภิปรายเสนอก่อนนะครับ ว่าเป็นญัตติที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ เพราะเหตุผลอะไรจะได้แสดงความคิดเห็นนะครับ (คุณรังสิมันต์) ท(คุณรังสิมันต์) ผมรังสิมันต์ โรม สมาชิกรัฐสภานะครับ คือท่านประธานอย่างนี้ครับ คือ ผมเองก็อยู่ในที่ประชุมเมื่อวาน เราไม่มีข้อสรุปในเรื่องของเวลาอย่างแน่นอนครับท่านประธานครับ มีการเสนอครับ มีการเสนอโดยเพื่อนสมาชิกบางท่านที่มีการเสนอว่าควรจะมีการกำหนดเวลา และก็พูดตัวเลขครับ 2 ชั่วโมง แต่ไม่ได้เป็นข้อสรุปอย่างแน่นอนครับ ว่าทุกฝ่ายทุกคนที่เข้าร่วมประชุม ทุกพรรคที่เข้าร่วมประชุม และพรรคก้าวไกลเราก็ไม่ได้เห็นด้วยแล้วตอบตกลงว่าจะถือเอาเวลานั้น ดังนั้นครับ ท่านประธาน ณ เวลานี้ เรากำลังพิจารณาสู่วาระนะครับ ว่าจะต้องทำวรรค 1 ตอนนี้นี่เรากำลังเดินไปสู่กระบวนการนี้ แล้วเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพครับ เมื่อกี้นี้ ที่ผมนะครับ ต้องประท้วงท่านอัครเดช ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ว่าข้อเท็จจริงว่าท่านลุกขึ้นและยกมือ ซึ่งวิธีการปฏิบัติแบบนี้นี่ มันคือการประท้วง แล้วเนื้อหาสาระมันไม่มีการประท้วงเลยครับ คือการไปพูดถึงในเรื่องอื่นซึ่งนอกระเบียบวาระ ผมเข้าใจครับท่านประธาน เรียนด้วยความเคารพ ผมเคารพนับถือท่านประธานมาเป็นเวลานาน เรียนตามตรงครับ ว่าในการหารือกันของวิปนี่นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วในฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร ก็ถือว่าเป็นวิปเสียทีเดียวก็ไม่ใช่ ผมเข้าใจมันเป็นกระบวนการหารือ แต่ต้องเรียนตามตรงว่าในการพิจารณาของสภานี่ มันต้องเป็นไปตามระเบียบ วาระ ซึ่งท่านประธานก็กรุณาบรรจุระเบียบวาระการเลือกนายกรัฐมนตรี ตาม 272 ไอ้ที่กำลังทำกันอยู่นี่มันอยู่นอกระเบียบวาระครับ มิเช่นนั้น การประชุมสภาของเรามันจะเดินไปได้อย่างไร เรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับยังมีผู้ยกมือนะครับ แสดงความคิดเห็น สว. มีอยู่ 2 ท่านนะครับ ท่านมหรรณพ กับคุณสมชาย ตกลงว่าคุณมหรรณพก่อนนะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพกระผมมหรรนพ เดชพิทักษ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเป็นผู้หนึ่งที่เป็นผู้แทนที่เข้าประชุมวิปฯ 3 ฝ่ายเมื่อวานนี้ วิธีการของเราที่ดำเนินการมาตลอดระยะเวลา 4 ปีเต็ม ๆ เมื่อมีผู้เสนอในที่ประชุมเป็นประการใด แล้วไม่มีผู้ทักท้วง ไม่มีผู้คัดค้าน ไม่มีผู้ให้ความเห็น เราจึงถือว่าที่ประชุมให้ฉันทานุมัติให้เป็นไปตามนั้น เหตุผลอีกประการหนึ่งเพราะเราพิจารณาเห็นว่าการเสนอญัตติตามข้อบังคับ 41 นั้น น่าจะขัดต่อข้อบังคับดังกล่าว เพราะมีเพื่อนสมาชิกได้กรุณาแถลงรายละเอียดไว้แล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นที่จะอภิปรายก็น่าจะอยู่ในประเด็นที่ว่าญัตติดังกล่าวจะเสนอกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่งได้หรือไม่ได้เท่านั้นครับ เพราะฉะนั้น ไม่ได้มีนอกประเด็นใด ๆ ที่จะอภิปรายกันให้ยาวความ เราจึงเห็นว่า 2 ชั่วโมงเห็นชอบแล้ว ถูกต้องแล้ว ผมอยากจะขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ให้รักษาบรรยากาศในที่ประชุมแห่งนี้ให้คงความศักดิ์สิทธิ์ที่ยังคงเป็นสถาบันหลักของชาติ เพื่อที่จะได้รับความยอมรับจากปวงชนชาวไทยต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณ มหรรณณพมากครับ เมื่อกี้คุณสมชาย จะแสดงความคิดเห็นนะครับ เพราะยกมือไว้ก่อนแล้ว (คุณสมชาย) เรื่องที่ผมได้ขออนุญาตดำเนินการท่านประธานครับ ได้เสนอความเห็นต่อท่านประธานดำเนินการตามระเบียบวาระได้นะครับ ในการควบคุมการประชุมครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณครับ (คุณอัครเดช) กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคาร(คุณวันมูหะมัดนอร์) คุณอัครเดช ขอแจ้งนิดเดียวครับ ผลต่อเนื่องการรับรองเมื่อสักครู่นี่ ไว้ 304 นั้น ปรากฏว่ามีผู้เข้าใจผิด คือ ท่าน สว. 5 ท่าน ได้กดรับรองด้วย ด้วยโปรดแสดงตนด้วย เดี๋ยวเข้าใจผิดนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่บันทึก ตัดชื่อ สว. 5 ท่านออกไป ก็เหลือผู้รับรอง 299 คน ก็ถือว่าถูกต้องครับ รับรองมาตรา... (คุณณัฐชา) ท่านประธานครับ ท่านประธานปิด ขอประท้วงท่านประธาน สมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ท่านประกาศผลไปแล้ว ไม่ว่าใครจะเข้าใจผิดอย่างไร ท่านประธานบันทึกไว้ได้อย่างเดียวครับ ท่านประธานไม่สามารถตัดจำนวนได้ครับ ท่านประธานประกาศไปแล้ว ในส่วนของท่าน สว. ที่แสดงตนไป ถือว่าในส่วนของการแสดงตนตรงนั้นนี่ รับรองตรงนั้นนี่ผ่านไปแล้วครับท่านประธาน ใครที่แจ้งทีหลังว่าเข้าใจผิดหรืออย่างไร ท่านประธานบันทึกไว้ (คุณวันมูหะมัดนอร์) อันนี้ครับ ขอบคุณมากครับ ก็คือเข้าใจผิด แต่ว่าถ้าจะไปไม่ตัดออก ว่าเป็นบันทึกว่า 304 ก็ผิด ถ้ามันเกิดใกล้เคียงกับการรับรอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) นิดเดียวครับ ก็บังเอิญคราวนี้ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ก็บังเอิญคราวนี้ จะตัดหรือไม่ตัดการรับรองก็ชอบแล้วเพราะว่าเกิน 50 คน แต่ถ้าเกิดว่ามี สว. ไปลงอย่างนี้ 5 ท่าน แต่การรับรองนั้นมันเกิดว่า 51 ท่านก็จะมีปัญหาก็ต้องตัดออกนะครับ มันเป็นประเด็นพิเศษขึ้นมาเฉพาะข้อนี้นะครับ เพราะฉะนั้น ก็อันนี้ก็จำเป็นต้องตัดออกไปว่ามีผู้รับรองที่ชอบด้วยข้อบังคับ 299 คน เท่านั้น ไม่ใช่ 304 นะครับ แล้วก็เป็นการให้เข้าใจตอนนี้ก็ ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่รับรอง... (คุณพริษฐ์) เป็นสิทธิอภิปรายประเด็นต่อเนื่อง จะขออภิปรายใช่ไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) สิทธิพาดพิงก็ได้ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) มีก็มี 2 อย่าง ถ้ายกมือผมไม่ชี้ ก็จะมีเรื่องของประท้วงหรือพาดพิง เชิญครับ ท่านจะใช้สิทธิ ผมจะได้วินิจฉัย ว่าพาดพิงหรือไม่ครับ หรือว่าประท้วง เชิญครับ ครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เกี่ยวกับประเด็นเมื่อวานนะครับ ผม พริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคก้าวไกลในฐานะสมาชิกรัฐสภา ว่าเมื่อสักครู่มีการจะบอกว่าข้อสรุปของการประชุมได้กำหนดกรอบเวลาในการอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นที่เราหารือไว้ที่ 2 ชั่วโมง โดยการเป็นการอ้างโดยธรรมเนียมปฏิบัติ ว่าหากไม่มีใครในที่ประชุมนั้นคัดค้านที่ประชุมนะครับ ผมต้องอนุญาติคัดค้านการประชุมที่มีข้อสรุปอย่านะครับ เพราะว่าผมคิดว่าแน่นอนผมอาจจะไม่ได้ทราบว่าประเพณี หรือว่าธรรมเนียมปฏิบัติเป็นอย่างไร แต่ผมจะแปลกใจมากหากเราจะยึดถือแนวปฏิบัติแบบนี้ ผมเองก็มีภารกิจที่ต้องมีการไปดำเนินการต่อ ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนไม่แสดงความเห็นเยอะจนเกินไป ผมก็เลยตัดสินใจว่า เพื่อทำการดำริของท่านประธานตัดสินใจที่จะไม่ใช้เวลาในที่ประชุมเมื่อวาน แต่สิ่งที่ผมสามารถยึดยืนได้ไม่ใช่ประเพณีปฏิบัติ แต่เป็นเอกสารที่ถูกเผยแพร่และถูกจัดทำโดยคณะกรรมาธิการสามัญ กิจการววุฒิสภาเองนะครับ อันนี้เผยแพร่ต่อสาธารณะนะครับ มีหัวข้อการประชุมระหว่างประธานรัฐสภา สมาชิกรัฐสภา ทุกพรรคการเมือง วันอังคารที่ 18 กรกฏาคม เวลา 10.00น. ก็เป็นการสรุปการประชุมกำลังพูดถึงเมื่อวานนะครับ ถ้าท่านประธานลองอ่านเนื้อหาของเอกสารนี้นะครับ ไม่มีข้อความใดเลยนะครับ ที่ระบุกรอบเวลาดังกล่าว เพราะฉะนั้น เรื่องเวลา 2 ชั่วโมง นั้น เป็นความคิดเห็นอย่างหนึ่งครับ ไม่ใช้สรุปในที่ประชุมครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ก็ถือว่าใช้สิทธิพาดพิงไปแล้วครับ ไม่เป็นไรครับ เพราะเมื่อวานก็ถูกต้องเป็นการหารือ เดี๋ยวเราจะหารืออีกทีก็ได้ เพราะว่าถ้าไม่กำหนดเวลาเลย ก็ไม่ทราบว่าจะให้ฝ่ายใดพูดแสดงความคิดเห็นเท่าไร ผมพูดทั้งหมดนั้นเพื่อความเรียบร้อยแล้วเพื่อการอภิปรายได้อย่างทั่วถึงเท่านั้นนะครับ เรื่องเวลา 2 ชั่วโมง หรือจะตกลงกันเป็น 3 ชั่วโมง อะไร เท่าไรก็ได้นะครัับ เพราะว่าเมื่อวานก็เป็นการหารือถูกต้องแล้ว ถ้าไม่เห็นด้วยกับข้อหารือนั้นก็มาเปลี่ยนแปลงได้นะครับ จะพูดถึงกรอบเวลาเพื่อได้อภิปรายทุกฝ่าย ถ้าฝ่ายใดไม่อภิปรายก็ไม่เป็นอะไรนะครับ ก็เหมือนกับคราวที่แล้วนะครับ ก็อภิปรายไม่ครบเราสามารถจะเปิดนัดที่ได้ครบถ้วนก่อน ผมจะขอชมเชยสมาชิกครับ ที่เราได้พยายามสร้างบรรยากาศของเรา ดำเนินการของเราเรียบร้อย แล้วก็ต้องขอชมเชยครับ วันนี้การเข้าประชุมของเราสมาชิกเข้าประชุมลงชื่อนี่ ครบองค์ประชุมก่อนกำหนดเวลา 09.30 น. ด้วยซ้ำไปอันนี้ต้องขอชมเชยด้วยครับ ท่านได้ให้ความร่วมมือและก็ปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ครับ และก็ขอให้เป็นตัวอย่างบรรทัดฐานต่อไปครับ เมื่อถึงเวลาแล้วเราสามารถเปิดประชุมได้ครับ เรื่องเวลา เอาไว้ก่อนครับ ไม่เป็นไรครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญเลยครับ ท่านจะ ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน ประเด็นแรก ประเด็นเรื่องของการหารือวิปนะครับ ผมเองนี่ในฐานะเราเองจะเคารพการหารือ และก็ผลสรุปในเรื่องของการหารือในส่วนของวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน หรือวิปวุฒฯนะครับ ซึ่งเมื่อวานนี้ ผมได้คุยกับท่านเอกณัตร พร้อมพันเมื่อวานเราไม่มีข้อสรุปในเรื่องของเวลา แต่เราได้มีการหารือครับ ว่าก่อนจะเข้าการลงมตินี่ ได้มีการให้สมาชิกรัฐสภาได้แสดงความคิดเห็น อภิปราย ว่าญัตติที่ท่านเสนอให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นั้นขัดหรือไม่ขัดกับข้อบังคับข้อที่ 41 ก็ขอให้สมาชิกได้เคารพการประชุมของวิป 3 ฝ่ายด้วยนะครับ อันนี้ประเด็นที่ 1 ครับ เรื่องที่ 2 ครับ ก็คือเรื่องของการยื่นญัตติเข้ามา หรือยื่นวาระเข้ามานะคว่านะครับ มีการอภิปรายของผมนี่ไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระ ผมยืนยันครับ ที่ผมลุกขึ้นอภิปราย วาระที่ท่านเสนอเข้ามาซึ่งสมาชิกในส่วนของรวมไทยสร้างชาติ มีความเห็นสิ่งที่ท่านทำอยู่นั้นนี่ มันขัดต่อข้อบังคับ ขัดกับกฎหมาย จึงลุกขึ้นมาอภิปรายนะครับ ว่าเหตุใดเราถึงลุกขึ้นมา อยากให้ท่านประธานได้พิจารณาทีนี้ท่านประธานนะครับ ได้ถามผมขึ้นมาจะเสนอเป็นญัตติหรือเปล่า ผมขออนุญาตท่านประธาน หารือกับท่านประธานว่าตรงนี้นี่ พรรครวมไทยสร้างชาตินี่ ขอเสนอเป็นญัตติเลยครับ ว่าเสนอให้มีการพิจารณาว่าการเสนอคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาเป็นนายกรัฐมนตรี ขัดต่อข้อที่ 11 ของการประชุมรัฐสภาอย่างไร ขอผู้รับรองด้วยครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ญัตติของคุณอัครเดชนะครับ มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ // ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เสนอเป็นอย่างอื่น แต่ขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 33 นะครับ ข้อที่ 33 นี่ ว่าเมื่อที่ประชุมพิจารณาญัตติใดอยู่ ห้ามเสนอญัตติอื่นนอกจากญัตตินี้ ไม่มีในเรื่องของการเสนออย่างที่ท่านอัครเดช ได้ด้วยความเคารพนะครับ ได้นำเสนอ ผมชี้ช่องให้ก็ได้นะครับ ที่ท่านจะเดินได้นี่ เพื่อที่จะเดินออกจากปมปัญหาซึ่งเราอาจจะต้องใช้รัฐสภาแห่งนี้ในการตัดสินนี่ คือใช้ข้อ 151 ในการตีความข้อยบังคับนะครับ ถ้าท่านจะเสนอตาม 151 อันนี้เรายินดีครับ ถกกันว่าตกลงมันเข้าข้อ 41 เป็นการเสนอซ้ำหรือไม่ แล้วสุดท้ายใช้ที่ประชุมในการตัดสิน อันนี้ผมเสนอต่อท่านประธานนะครับ และท่านอัครเดชด้วยนะครับ ด้วยความเคารพ นี่สิ่งที่ท่านนำเสนอเมื่อสักครู่นี่ขัดต่อข้อบังคับอย่างชัดเจนนะครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ผมอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครวมไทยสร้างชาตินะครับ บอกว่าผมเสนอญัตติซ้ำกับญัตติ แสดงว่าท่านก็ยอมรับโดยปริยายนะครับ ว่าการเสนอคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นญัตติ ฉะนั้น เราไม่ต้องไปพิจารณาต่อครับ ท่านยอมรับว่าผมเสนอเมื่อกี้ซ้อนญัตติ ฉะนั้น การที่ สส. นะครับ ท่านสุทิน คลังแสง นั้นคือ ญัตติ ไม่ต้องอภิปรายแล้วครับ ท่านทำผิดข้อบังคับแล้ว เพราะว่าการเสนอคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม เป็นญัตติครับท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานการเสนอคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นี่เป็นญัตติที่ตกไปแล้วครับ ขอบคุณท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญคุณจุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย (คุณวันมูหะมัดนอร์) ยกมือประท้วง ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ด้วยความเคารพครับต่อที่ประชุม สิ่งที่นำเสนอไปนี่ ยังต้องมานั่งถกกันอีกอย่างที่ท่านประธานได้กำหนดกรอบเวลา สิ่งที่เราเสนอนี่ มันคืออะไรกันแน่ สำหรับผมนะครับ มันคือญัตติตามรัฐธรรมนูญ มันไม่ใช่ญัตติทั่วไปที่สามารถใช้ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 41 ตามรัฐธรรมนูญนั้นนี่มันกำหนดโดยกรอบรัฐธรรมนูญ และหน้าที่ของเรา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แสวงหาตัวนายกรัฐมนตรีให้ได้นะครับ ฉะนั้นนี่ ข้อบังคับการประชุมจะมาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ ห้ามกระบวนการในการที่จะเสนอชื่อซ้ำหรือไม่ เราจะเอาข้อบังคับไปครอบทับรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีศักดิ์ใหญ่กว่ามิได้นะครับ ตรงนี้คงได้ถกกันอีกต่อไปแน่นอน แต่กระบวนการตอนนี้ กระบวนการซึ่งมีผู้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ผู้สมควรได้รับตำแหน่งนากรัฐมนตรี คือ ท่านสุทิน คลังแสง นะครับ มีเพื่อนสมาชิกพยายามที่จะเสนอว่าสิ่งที่เสนอถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 41 หรือไม่ พวกท่านว่าผิด เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านต้องทำคือตีความข้อบังคับใช้ข้อ 151 นะครับ ถ้าจะมายกอ้างข้อไหนก็ตาม แล้วก็ยกขึ้นมาลอย ๆ นี่มันไม่มีข้อบังคับรองรับ เพราะฉะนั้น โปรดดำเนินการให้ถูกต้องตามครรลองของข้อบังคับการประชุมครับ ขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอบคุณคุณจุลพันธ์ เดี๋ยวผมขอ คุณ... คุณวิโรจน์ใช่ไหมเมื่อกี้ (คุณอัครเดช) คือผมอนุญาตนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ ผมอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ รวมไทยสร้างชาติ ขอใช้สิทธิพาดพิงคุณจุลพันธ์นะครับ ท่านประธานครับ ว่าการที่ผมเสนอเรื่องญัตติซ้อนญัตตินี่ ไม่ใช่เป็นเรื่องไม่มีหลักการนะครับท่านประธานคือการที่ท่านเสนอญัตติให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นี่มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านข้อบังคับมาว่า ผมเสนอญัตติซ้อนญัตตินะครับ ก็เป็นการยอมรับโดยปริยายว่ามันคือญัตติ ผมนี่เสนอมานะครับ โดยไม่มีหลักการ โดยบอกว่าญัตตินี่เป็นญัตติของรัฐธรรมนูญ ญัตตินี้เป็นญัตติของรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมนี่ ไปอ่านข้อบังคับดู อ่านรัฐธรรมนูญเหมือนท่านนี่ครับ หนังสือฉบับเดียวกันไม่มีเขียนนะครับ ว่าญัตตินี้เป็นญัตติในรัฐธรรมนูญ ญัตตินี้เป็นญัตติทั่วไป เป็นญัตติในข้อบังคับ มันไม่มีครับท่านจุลพันธ์ ฉะนั้น ญัตติคือญัตติ มีญัตติเดียวครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานนะครับได้วินิจฉัยด้วยครับว่าท่านในรัฐธรรมนูญ ทั่วไป ในข้อบังคับนี่ มันไม่มีอยู่จริงครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เดี๋ยวฝั่ง เคารพครับ ผมวิโรจน์... (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญคุณวิโรจน์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าตอนนี้เรากำลังถกกับผิดประเด็นแล้วครับ คือ อย่างนี้ครับ ให้ท่าน ทุกท่านพิจารณาระเบียบวาระการประชุมวันนี้นะครับ ในหัวข้อที่ 5 อะไรครับ พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยครับ คราวนี้ อย่างนี้ครับ ผมทราบดีว่ากำลังเอานิยามของคำว่า "ญัตติ" นี่ มาพิจารณาที่ประชุมพิจารณาลงมติไปทิศทางใดทิศทางหนซึ่งก็ต้องมาดูข้อบังคับครับ ข้อบังคับข้อที่ 29 ก็เสนอเป็นล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าไม่เสนอล่วงหน้าไม่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรก็ต้องตามข้อบังคับข้อที่ 32 ซึ่งการพิจาณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่อยู่ในนี้เลย อยู่ในข้อบังคับข้อที่ 136 และผมอยากจะเตือนทุกท่านด้วยว่านะครับ ให้ไปอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา 5 ให้ดี ข้อบังคับไม่ได้ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ วรรค 1 ระบุไว้ชัด แห่งรัฐธรรมนูญนี่ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมายกฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทำได้ ผมฝากท่านอัครเดชด้วย การกระทำใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้น เป็นการใช้บังคับมิได้ ผมขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยผมยืนยันว่าการพิจารณาให้ความเห็นชอบ บุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ญัตติ ผมย้ำว่าไม่ใช่ญัตติ แต่เป็นข้อพิจารณาให้ความเห็นชอบและถ้าตีการพิจารณาเห็นชอบเป็นญัตติเดี๋ยวผมจะอภิปรายว่ามันทำให้รัฐธรรมนูญได้รับผลกระทบกระเทือน และถ้าใครยังยืนยันตามนี้ ถ้ามีผลกระทบกระเทือนให้บันทึกไว้ด้วยว่าจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบแต่ต่อเพียงผู้เดียว ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) อันนี้ก่อนที่จะวินิจฉัยนะครับ มีผู้จะแสดงความคิดเห็น ผมว่าประเด็นใกล้เนี้อีกหลาย ๆ ท่านเอาไว้แสดงความคิดให้หมดก่อน ถ้ามีความจำเป็นและประธานต้องวินิจฉัยนะครับ แต่ผมคิดว่าต้องฟังความคิดเห็นของสมาชิกอย่างทั่วถึงก่อน ถ้าจะวินิจฉัยก็ต้องวินิจฉัยตอนนั้นไม่ใช่ฟังบางส่วนแล้วไปวินิจฉัยนะครับ แล้วตอนนี้ผมก็มีผู้ยกมือจะแสดงความคิดเห็นอีกหลายท่านนะครับ ก็ขอเสนอทาง... ขอเชิญทางสมาชิกวุฒิสภาครับ ท่าน เสรีครับ (คุณสมชาย) ท่านประธานครับสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และในฐานะวิปวุฒิฯ ที่ร่วมประชุมกับท่านประธานเมื่อวานนี้ ขออนุญาตหารือเพื่อชี้... ท่านประธาน เพื่อชี้แจงให้ชัดเจนนะครับ ประเด็นที่ 1 นี่เรื่องระยะเวลา 2 ชั่วโมงในห้องประชุมวิป ที่ท่านประธานขณะนี้ยังไม่มีวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน ท่านสมาชิกอาจจะใหม่ จำเป็นต้องเคารพมติวิปเช่นกันนะครับ ส่วนจะเห็นต่างไม่เป็นไรนะครับ มากำหนดไม่ได้มาประชุม 2 ชั่วโมงอะไรนี่ มันจะพาทำเนียบหรือข้อปฏิบัติ อันนี้ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ส่วนจะเปลี่ยนแปลงเพิ่ม ประธานวินิจฉัย อันนี้แล้วแต่ท่านประธานด้วยความเคารพ ผมเรียนว่าท่านประธานบรรจุระเบียบวาระ เรื่องเสนอใหม่ให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ ถูกต้องทุกประการครับ ท่านประธานบรรจุเรื่องพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาต272 ก่อนและสักครู่หลังจากนั้นนี่ ท่านสุทิน คลังแสง ขออภัยที่เอยนาม ท่านเสนอญัตติให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ถูกต้องครับ ก็เสนอญัตติซ้ำตามที่ท่านอัครเดชพูดผมได้หารือไว้ที่ประชุมวิปเมื่อวานของท่านประธาน และสมาชิกว่า ญัตติดังกล่าวนะครับ ว่ากระทำซ้ำไม่ได้ ผิดตามข้อ 41 (คุณวันมูหะมัดนอร์) เดี๋ยวคุณสมชายครับ คุณวิโรจน์ประท้วง (คุณวิโรจน์) ท่านประธานครับ ผมวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เพราะว่าการเสนอของของท่านสุทิน คลังแสง ไม่ใช่ญัตติครับ เป็นการเสนอข้อพิจารณาครับ ให้รัฐสภาเห็นชอบครับ ตามหน้าที่ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญครับ เพราะถ้าเกิดเสนอญัตติมันจะต้องอยู่ในข้อบังคับที่ 32 สิครับ (คุณวิโรจน์) ท่านสมชายอ่านข้อบังคับที่ 132 มันมี 136 อยู่ตรงไหน มันไม่มีแล้วเป็นการเสนอญัตติได้อย่างไร มันไม่ใช้ญัติ เป็นข้อพิจารณานะครับ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดนะครับ ของ 2 สภาในการเห็นชอบนายกรัฐมนตรี (คุณวันมูหะมัดนอร์) ที่ประชุมรับฟังความคิดเห็นของคุณวิโรจน์แล้ว แต่มีสมาชิกได้เสนอความคิดเห็น ก็ต้องฟังคนอื่นบ้าง ก็ยังไม่ได้ถือว่าผิดข้อบังคับ ผมขอเชิญคุณสมชาย (คุณสมชาย) ขอบพระคุณท่านประธานวินิจฉัยโดยชอบนะครับ ผมขอเรียนต่อเพื่อทำความเข้าใจเพื่อให้การประชุมดำเนินการต่อไปได้ ข้อเสนอท่านอัครเดช ขออนุญาตที่เอยนาม ขัดข้อบังคับข้อที่ 41 ญัตติใดตกไปแล้วห้ามนำญัตติซ้ำอีกในสมัยเดียวกันเว้นแต่มติไม่ได้มีการลงมติ ถ้าลงมติไปแล้วนะครับ หรือท่านประธานสภาอนุญาต หรือในเมื่อพิจารณาเห็นว่าเหตุการณ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นนี่ผมจึงเรียนที่ท่านอัครเดชนำเสนอเราอภิปรายไปได้ครับ เห็นด้วยเห็นต่างไม่ว่ากันนะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมถึงเวลาผมจะอภิปรายว่ามันไม่ขัดรัฐธรรมนูญอย่างไร รัฐสภาเป็นกฎหมายมาจากรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวค่อยอภิปราย ผมขออนุญาตท่านดำเนินการไปตามปกติครับ เพราะท่านอัคราเดช ท่านเสนอถูกแล้ว ไม่ได้เป็นการเสนอญัตติซ้ำซ้อนหรือเกิดปัญหาขึ้น เดี๋ยวท่านจุลพันธ์มีปัญหาอีก อันนั้นน่ะ จะทำให้ญัตติเดิมตกไป ท่านประธานดำเนินการประชุมไปแล้วให้ท่านอัครเดชว่าไปเถอะครับ จะใช้เวลาขยายจาก 2 ชั่วโมงหรือไม่นี่ นำขึ้นมาเรียน เพราะในฐานะวิปฯ วุฒิ ควรเคารพมติวิปวุฒิฯด้วยกัน... นะครับ ที่ท่านประธานเป็นประธานต่อนี่ จะอยู่อีก 4 ปีนี่ จะเคารพอะไรไม่ได้เลย กราบขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบพระคุณคุณเสรีมากครับ เรื่องเวลาผมขออย่างนี้ว่า เมื่อวานเราเพียงแต่เป็นข้อเสนอ ยังไม่ได้มีข้อยุติว่าจะเอาแค่ 2 ชั่วโมงอันนั้นเป็นกรอบเวลาเฉย ๆ ถ้ามีผู้ขัดข้องในที่ประชุมนี้ ไม่ว่าจะเสนอไม่ใช่ 2 ชั่วโมง เอาไว้พูดทีหลัง เรากำลังพูดถึงเรื่องที่คุณอัครเดชเสนออยู่นะครับ จะมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็มีผู้ขอเสนอที่จะอภิปรายเรื่องคุณอัครเดชนี่ เดี๋ยวจะว่าอย่างไร ต้องฟังอภิปราย ก็อยากจะเรียนต่อท่านสมาชิกว่าวันนี้นะครับเป็นการอภิปรายที่สำคัญที่จะลงมติในเรื่องการเลือกผู้นำประเทศนะครับ นะครับ คือ นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ผมจะเปิดให้มีการอภิปรายนะครับ เพื่อความรอบคอบและจะไม่ได้มีประเด็น ปัญหา ในภายหลัง หรือมีก็ให้น้อยที่สุดครับ ขอประท้วงนะครับ เชิญครับ (คุณพริษฐ์) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เดี๋ยว ๆ คุณพริษฐ์ เกิดความเข้าใจผิดในสังคมที่รับฟังอยู่ครับ กระผมผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล สมาชิกรัฐสภานะครับ สิ่งที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายเมื่อสักครู่นั้น ให้เราดำเนินการตามข้อตกลงนะครับ ในที่ประชุมร่วมกันเมื่อวานนะครับ ไม่ได้บอกว่าเราจะไม่ให้สำคัญกับการประชุมร่วมกันในที่ประชุมเมื่อวานแต่อย่างใด แต่ที่ผมย้ำไว้ในเอกสารและความจริงก็ยืนยันด้วยท่านอัครเดช พรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้มีการกำหนดจริง ๆ นะครับ ผมจะขอยืนยันตามนี้ เดินหน้าต่อตามที่เรา... ท่านประธานครับ ประชุมวิปเมื่อวานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เรื่องเวลาคิดว่า (คุณอัครเดช) นิดเดียวครับ ผมเข้าร่วมประชุมแล้วผมรู้สึกว่าผมเสียหายครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เมื่อกี้มีอ้างเรื่องบันทึกสรุปการประชุมก็บันทึกครับ ว่าในเรื่องเวลานะครับ ก็จะได้เข้าใจตรงกันเพราะผู้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมก็เยอะ บันทึกว่าคาดว่าจะใช้เวลาในการแสดงความคิดเห็นประมาณนะครับ 2 ชั่วโมง เพราะยังไม่ได้แต่ยังไม่ได้เมื่อวานไม่ได้ขอมตินะครับ อันนี้เป็นการบันทึกเท่านั้น เพื่อที่เราจะได้อภิปรายทั่วถึง เวลาน่าจะไม่ใช้ประเด็นที่สำคัญจนเกินไปสำหรับการประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีอยากจะให้รอบคอบจะมีประเด็นปัญหาตามขึ้นมาในภายหลัง ผมว่าให้รอบคอบไว้ก่อนดีกว่านะ เพราะว่าเรื่องนี้มันจะต้องนำ... เมื่อได้ข้อยุติแล้วถ้าไม่จบมันไม่ดีครับ ผมอยากให้มันรอบคอบ มีคุณผู้ประท้วงครับ คุณเอก พร้อมพันธ์ ให้คุณเอกณัฐได้แสดงความเห็นก่อนครับ รอสักครู่นะครับ เพราะว่าเป็นการประท้วง (คุณเอกนัฏ) ท่ารปะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขอใช้ 2 สิทธิ การพาดพิงเนื่องจากเมื่อวานนี้ผมก็เข้าร่วมประชุมวิป 3 ฝ่าย แต่ขอกรอบขอบคุณท่านประธานครับ ที่ช่วยชี้แจงต่อที่ประชุม ถึงข้อหารือว่าจะมีการหารือโดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง และสำหรับผมนี่ 2 ชั่วโมงมันไม่ใช้สาระสำคัญครับ เมื่อวานนี้นะครับ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ มันไม่มีข้อสรุปจริง ๆ ครับ ข้อสรุปว่าตกลงแล้วนี่ เราจะสามารถนำคุณพิธากลับมาพิจารณาเป็นนายกฯ ได้หรือไม่ ก็สรุปกันว่าจะมาหารือและจะมาพิจารณากันในที่ประชุมแห่งนี้วันนี้ครับ ข้อที่ 2 ขอใช้สิทธิประท้วงท่านประธานครับ ว่าตกลงเราจะดำเนินการประชุมนะครับ ตามญัตติที่ท่านอัครเดชได้นำเสนอไปเมื่อสักครูนะครับ เมื่อสักครู่นี่ ท่านวิโรจน์ก็บอกว่ามันไม่ใช่ญัตติ ถ้าบอกว่ามันไม่ใช่ญัตติ เราก็ต้องดำเนินการประชุมญัตติที่ท่านอัครเดชนำเสนอ แต่หากตามที่ท่านจุลพันธ์ได้นำเสนอ ว่าการพิจารณานายกรัฐมนตรีมันเป็นมตินี่ก็ต้องตกไป และไม่สามารถนำกลับมาพิจารณาได้ตามข้อบังคับที่ 41 จะทำ เราจะกำลังดำเนินการประชุมขัดข้อบังคับข้อที่ 41 นะครับ ทางออกมันมีอยู่แล้วครับ ข้อ 41 วรรคท้าย เป็นอำนาจของท่านประธานครับ ที่ต้องพิจารณา ถ้าท่านเห็นว่ามีเหตุการณ์ใดที่เปลี่ยนแปลงไป ท่านก็สามารถนำกลับมาพิจารณาได้ แต่ถ้าหากไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่สามารถนำกลับมาพิจารณาได้ครับ ขอท่านประธานวินิจฉัยครับ จะพิจารณาตามญัตติที่ท่านอัครเดชนำเสนอนะครับ หรือจะเดินตามการหารือตามข้อบังคับที่ 41 ว่ามีเหตุการณ์ได้เปลี่ยนไปหรือไม่ได้ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณครับ คุณเอกนัฏมากครับ ทีนี้ ตอนนี้ก็ (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) อยากจะเรียน มีอยู่ 2 ข้อเสนอครับ แล้วเป็นก็ถือว่าเป็นข้อแนะนำของคุณจุลพันธ์ กับคุณอัครเดชที่เสนอเป็นญัตติ ความจริงผลมันก็เหมือนกันนะครับ คือว่าจะเอาอย่างคุณอัครเดช ก็ต้องขอมติเหมือนกัน คุณจุลพันธ์หมายความว่าเสนอ 151 ก่อน ถ้า 151 เป็นการตีบังคับข้อบังคับแล้วว่าข้อเสนอของคุณอัครเดชนั้นผิดหรือไม่ผิดข้อบังคับ ก็ถือว่าเป็นข้อยุตินะครับ โดยเด็ดขาดแต่ว่าถ้าหากว่าไม่เห็นด้วยกับคุณจุลพันธ์นี่ จะเสนอญัตติที่คุณอัครเดชเสนอ แล้วมีผู้ไม่เห็นด้วย ก็ต้องเสนอเป็นญัตติ ก็ต้องถามความคิดเห็นว่าจะเห็นด้วย ไม่รู้มีจริงกี่ญัตติ ตอนนี้มีญัตติเดียวที่อัครเดชเพียงญัตติเดียว เมื่อกี้มีผู้รับรองถูกต้องแล้วใช่ไหมครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ คุณจุลพันธ์ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ได้ครับ (คุณจุลพันธ์) พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมเพียงแต่ท้วงติงประเด็นหลัก ๆ นี่นะครับ คือ กระบวนการที่เรามีข้อสงสัยต่อข้อบังคับการประชุม มันมีข้อบังคับข้อเดียวที่เอาไว้ชี้ชัดสำหรับการถกเถียงกันในสภาแห่งนี้ คือข้อ 151 การตีความข้อบังคับ มันมีการตีความรองรับ ซึ่งผมไม่ได้ขัดข้องถ้าท่านจะเดินช่องนั้น แต่ผมจะถามย้อนกลับไปอย่างนี้ว่า ที่ท่านอัครเดช ที่ท่าน... ที่ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ มันไม่มีข้อบังคับการประชุมรองรับเลยครับ ยื่นญัตติตามอะไรนี่ มันไม่มีข้อไหนที่จะรองรับให้เสนอได้เลย เพราะญัตติที่เรากำลังพิจารณา... ข้อบังคับพิจารณากันอยู่นี้นะครับ ตามข้อ 33 นี่ เขาให้เสนอได้ 5 อย่างครับ 1. ไปยังกรรมาธิการ 3 รวมประเด็นหรือแยกประเด็นพิจารณา 4. เลื่อนการพิจารณา 5. ปิดการอภิปราย มันไม่เข้ากรอบไงครับ ผมถึงบอกว่าวิธีการเดียวที่จะทำได้ไอ้ข้อสงสัยของเรานี่ ท่านก็เสนอใหม่นะครับ อ้าง 151 มาเลยนะครับ ตีความข้อ 41 เป็นไปตามที่ท่านคิดหรือไม่ ถกเถียงกันสัก 2 ชั่วโมงที่ว่านี่ แล้วก็ลงมติ มันก็จบได้ครับ เดินหน้าต่อ ผมเรียนแค่นี้ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมพยายามรักษามารยาท (คุณวันมูหะมัดนอร์) อ๋อ ครับ (คุณอัครเดช) ผมก็อดทน (คุณวันมูหะมัดนอร์) คุณอัครเดชครับ ถ้าเผื่อประท้วงไปประท้วงมานี่ ก็ 2 ท่านนี้ก็ต้องใช้เวลาและประธานเห็นว่า (คุณอัครเดช) สิทธิพาดพิงครับ เนื่องจากท่านจุลพันธ์นี่ใช้หลักการใดหรือใช้ข้อบังคับใดมาเสนอท่านประธาน ผมใช้ข้อบังคับข้อที่ 32 นะครับ ขอเสนอญัตติที่ไม่ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเป็นหนังสือ หรือล่วงหน้าครับ ผมก็เสนอเป็นญัตตินะครับ ข้อที่ 32 (1) นะครับ ขอปรึกษานะครับ ก็เป็นไปตามข้อบังคับ ท่านบอกว่าผมไม่มีสิทธิใช้ข้อบังคับไหนมาเสนอเป็นญัตติ ผมก็งงกับท่านจุลพันธ์ครับ ว่าท่านอ่านเล่มเดียวกับผมหรือเปล่านะครับ ผมก็ใช้สิทธิ เสนอเป็นญัตตินี่ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ตามข้อบังคับ 32 นะครับ ก็ปรึกษาหรือพิจารณานะ เป็นเรื่องด่วนครับ ตอนนี้ผมอยากให้ท่านสมชายพูดให้จบครับ (คุณเสรี) ผมเสรีครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เสรีนะครับ ผมมองไม่ค่อยเห็น คุณจุลพันธ์ ขอไว้หน่อยครับ คุณเสรีครับ (คุณเสรี) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ที่มีการพูดถึงแล้วก็ถกเถียงกัน ผมอยากจะให้ท่านประธานและที่ประชุมพิจารณาให้ชัดเจนว่าท่านสมาชิกเสนอว่าญัตติที่เสนอหรือเรื่องที่เสนอบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่ไม่เป็นญัตตินะครับ เพื่อความชัดเจนครับท่านประธานครับ การที่เราพิจารณาในวันนี้เป็นไปตามหมวด 9 การพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี เริ่มต้นตั้งแต่ข้อบังคับข้อ 136 นะครับ จนถึง 139 ท่านประธานกรุณาดูข้อ 138 นะครับ วรรคที่ 2 เขียนไว้เลยครับท่านประธานครับ ว่าในการพิจารณาญัตติตามวรรค 1 ในหมวดนี้นะครับ ในหมวดเดียวกันนี่ที่เรากำลังพิจารณานี่ ท่านกำลังบอกว่าไม่ใช่ญัตติ ในข้อบังคับเองนะครับ เขียนว่าเป็นญัตตินะครับ ผมว่าตรงนี้จะได้ชัดเจน ไม่ต้องทำให้สมาชิกสับสนว่าเป็นญัตติหรือไม่นะครับ ในข้อบังคับเขียนไว้ว่าเป็นญัตติ ข้อที่ 2 ครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านเสนอในวาระว่าจะเสนอท่านพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นนะครับ ผมไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยครับ ไม่ได้ตรงกับท่านอัครเดช เพราะสิ่งที่ท่านอัครเดชพูด เป็นเรื่องไม่เป็นไปตามข้อบังคับข้อที่ 41 แต่ผมอย่างจะกราบเรียนครับ ว่าสิ่งที่ผมจะนำเสนอต่อที่ประชุมนั้นนี่นะครับ มันเป็นเรื่องที่ที่จะแสดงให้เห็นว่าข้อเสนอของท่านนั้นขัดกับรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ขัดข้อบังคับอย่างเดียวนะครับ ขัดรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ เพราะฉะนั้น ญัตติไม่เหมือนกันแล้ว เป็นข้อเสนอที่ไม่เหมือนกันแล้วนะครับ เดี๋ยวของผมจะตกไป ผมเลยอยากหารือกับท่านประธานว่า ข้อเสนอที่ผมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอที่เสนอคุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีดังกล่าวนี้นะครับ ต้องมีผู้รับรองให้เป็นญัตติหรือไม่นะครับ หรือจะให้ผมไม่เห็นด้วยค้าน แล้วไปลงมติทีหลัง หรือว่าถ้าหากว่าจะให้เห็นด้วยว่าสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยนั้นมันก็มี 2 วิธีก็ให้มีการยกมืออย่างที่ได้ทำไปแล้วหรือกดบัตรลงคะแนนนะครับ มันจะได้ชัดเจนครับท่านประธานครับ แต่ความไม่เห็นด้วยของผม มีเหตุผลไม่ใช่ข้อบังคับอย่างเดียวครับ ตามรัฐธรรมนูญด้วยครับ ขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) ถ้าคุณเสรีจะเสนอขึ้นมานะครับ จะเป็นญัตติขึ้นมาว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ขอให้มีการรับรองขอเสนอจะได้พิจารณาต่อไปนะครับ (คุณเสรี) อย่างนั้นขออนุญาตเสนอนะครับ ผมไม่เห็นด้วยกับญัตติที่เสนอให้คุณพิธาเข้ามาเป็รนะครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) ครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เดี๋ยวเอาไว้อภิปราย เป็นข้อเสนอญัตติข้อเสนอที่ 2 ครับท่านครับ อัครเดชครับ (คุณปกรณ์) ใช่ครับ ท่านประธานอนุญาตผมหรือยังครับ ให้ผมหรือยังครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) อนุญาตครับ (คุณปกรณ์วุฒิ) ผมปกรณ์วุฒิ พรรคก้าวไกลในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมอยากให้ประธานวินิจฉัยอย่างนี้ก่อนครับว่า ณ ตอนนี้เราอยู่ในวาระการประชุมอะไรกันแน่นะครับ และก่อนที่มันจะเข้าสู่ญัตติใดญัตติหนึ่งนี่ เพราะผมกลัว ถ้าเราเข้าไปสู่ญัตติใดญัติหนึ่งนี่เราจะมีปัญหาอย่างแน่นอน เมื่อสักครู่นี้นี่ท่านอัครเดช ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ว่าท่านจุลพันธ์ ขออภัยที่เอ่ยนามเช่นกันนะครับ มองว่ามันเป็นญัตติซ้อนญัตติ แปลว่ายอมรับไปแล้วการเสนอชื่อนายกมันเป็นญัตตินะครับ ผมเอง เห็นเหมือนท่านวิโรจน์นะครับ ว่าการเสนอชื่อเป็นนายกฯ แต่ถ้าท่านอัครเดชเห็นว่าเป็นญัตติ ท่านอัครเดชไม่เสนอญัตติซ้อนขึ้นมาได้ เพราะไม่มีข้อบังคับรับรองนะครับ คือ ตอนนี้เราอยู่ในภาวะที่ Paradox แบบนี้นะครับ มันมีทางเดียวครับ มันคือการตีความข้อบังคับเท่านั้นครับ มันเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ว่าต้องเป็นข้อบังคับเท่านั้นนะครับ ว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเป็นญัตติหรือไม่ใช่ญัตติ ซึ่งจริง ๆ แล้วท่านประธานมีอำนาจวินิจฉัยเองด้วยซ้ำครับ วินิจฉัยดูก่อนครับว่าเราจะไปต่ออย่างไร มีการลงมติและไปตามระเบียบวาระที่บรรจุไว้แต่ต้น (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ความเห็นของคุณปกรณ์ก็ตรงกับคุณจุลพันธ์นะครับ เชิญครับ ครับ เชิญ มีรายผู้ที่จะขออภิปราย ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับประชุมข้อที่ 5 นะครับ ตอนนี้นี่มีเรื่องที่ท่านประธานจะต้องวินิจฉัย ให้ทาง ไหมครับ ความเห็นไม่ตรงกันครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านจุลพันธ์ การเสนอชื่อเปเป็นญัตติ เพราะฉะนั้น ต้องไปตีความกันว่าการเสนอนายกฯ นี่ เมื่อเป็นญัตติแล้วนี่มันขัดต่อข้อบังคับข้อที่ 41 ที่ท่านอัครเดชได้เสนอไว้แต่เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกลบอกว่ามันไม่เป็นญัตติ ก็เมื่อมันไม่เป็นญัตตินี่ ตอนนี้เรากำลังพิจารณาญัตติของท่านอัครเดช ของท่านเสรีอยู่นะครับ ท่านประธานต้องดำเนินการวินิจฉัย และดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับการประชุมทางใดทางหนึ่งครับ ขออนุญาตครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ของคุณจุลพันธ์ที่เสนอสักครู่ก็ยังไม่เป็นญัตติ เพราะว่าคุณจุลพันธ์เสนอเป็นคำเสนอแนะต่อคุณอัครเดช หรือผู้ที่เสนอเรื่องนี้ว่าเป็นญัตติเท่านั้นนะครับ ก็ยังไม่เสนอว่าควรจะใช้ 151 แทนนะ อันนี้เป็นข้อเสนอเท่านั้น ผมก็ยังให้มีการเสนออยู่ แล้วก็คุณเสรี ก็เสนออีกข้อ เสนอหนึ่งครับ ว่าการพิจาณาการประชุมในวันนี้นะ ผิดรัฐธรรมนูญนะครับ เดี๋ยวฟังอภิปราย เพราะท่านยังไม่อภิปราย ว่าผิดรัฐธรรมนูญอย่างไรนะครับ ก็คุณจุลพันธ์จะใช้สิทธิพาดพิงก่อนนะครับ สั้น ๆ นะครับ วันนี้พาดพิงเยอะ (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานที่เคารถ ผม จุลพันธ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ขอความกรุณาท่านสมาชิกนะครับ อย่าเอาชื่อผมอ้างนะครับ ผมบอกนี่นะครับ ผมบอกว่าสิ่งที่เรากำลังประชุมพิจารณากันอยู่นี่นะครับ ไปดูง่ายๆ 272 ไปดูมาตรา 272 มีคำว่า "ญัตติ" ในตัวมาตรา 272 หรือไม่สักคำนะครับ สิ่งที่เราจะทำกันอยู่ สิ่งที่เรากำลังจะทำกันอยู่ คือ เสนอชื่อผู้จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กระบวนการเสมือนเป็นญัตตินะครับ อันนี้ต้องเข้าใจตรงกันก่อนนะครับ แต่ว่ามันไม่ใช้ญัตตินะครับ ไม่ใช่ญัตติทั่วไปตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 41 นะครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เข้าใจครับ เข้าใจ (คุณจุลพันธ์) อันนี้เป็นความเข้าใจตรงกันนะครับ อนนี่ผมท้วงติงว่ากระบวนการที่ดำเนินการต่อจากนี้สงสัยในตัวข้อบังคับ ฝั่งหนึ่งบอกว่าใช่ ฝั่งหนึ่งบอกว่าไม่ใช่ข้อ 41 นี่ ก็ต้องใช้ 151 ครับ และใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด คือ 375 ถ้าลงมติมาแล้วเห็นชอบตามนั้นนะครับ ก็แปลว่า 41 นี่มีข้อบังคับใช้ ห้ามเสนอญัตติซ้ำอะไรของท่านนี่นะครับ เสนอชื่อเมื่อสักครู่ก็ตกไปก็แค่นั้นเองครับ เป็นไปตามกรอบของพวกเรา มีขั้นตอนรองรับทั้งหมดครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญครับ พรรคก้าวไกลครับ ผม(คุณธีรัจชัย) ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย กรุงเทพมหานคร หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีที่เรากำลังโต้เถียงตรงนะครับมันมีประเด็นที่จะต้องสรุปให้ชัดก่อนที่จะมีมติหรือว่าท่านประธานจะมีดุลพินิจอย่างไร สิ่งแรกที่อยากจะให้ท่านประธานนี่ตามระเบียบวาระประชุมของรัฐสภาเป็นเรื่องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ได้พิจารณาบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ระบุไว้ชัดเจน คือ เป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มิใช่เรื่องญัตติแต่อย่างใด กลไกหลักจากที่พิจารณาในเรื่องนี้ ไม่ถือว่าเป็นญัตติ ประท้วงครับ ท่านประธานครับ ท่านประท้วงข้อบังคับข้อที่เท่าไร ขออนุญาตให้ท่านประธานได้แจ้งให้ผู้ที่อภิปรายครับ ว่าท่านประท้วงนี่ ประท้วงผมเห็นท่านลุกขึ้นอภิปราย แล้วสมาชิกพรรคท่านตอนนี้นี่นะครับ ไม่ใช่วาระที่จะอภิปรายหรือไม่อภิปรายนะครับ พรรคท่านนี่ก็ไปคุยกันก่อน แล้วพรรคร่วม 8 พรรค เพราะท่านจุลพันธ์บอกเป็นญัตติซ้อนญัตติ ผมจึงสนับสนุนท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าไปสรุปกันก่อน 8 พรรคท่านนี่เป็นญัตติหรือไม่ญัตติครับ การประชุมก็จะยืดเยื้อออกไปครับ ไม่อนุญาตให้ใครอภิปรายแล้วครับ ขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขออนุญาที่ (คุณวิโรจน์) ท่านประธานครับ ผมของประท้วงท่านครับ ท่านก็เป็น สส. มาหลายสมัยครับ ว่าการประท้วงต้องคุยกับประธาน ไม่ใช่ชี้หน้ามาทางผม ฝากท่านประธาน (คุณอัครเดช) ผมไม่ได้ชี้หน้าเลยนะครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวออกไปจะนึกว่าชี้หน้า ผมไม่ได้ชี้หน้าเลยครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เดี๋ยวผู้ที่อภิปรายผมกำลังจะเตือนขอให้พูดกับประธาน แล้วก็ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่จำเป็นต้องไปชี้หน้านะครับ ครับ เชิญครับ คุณธีรัจชัย ขออนุญาตต่อครับ ท่านประธานครับ ก็คือเรื่องนี้พูดกันในเรื่องของการเสนอให้คุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใดนะครับ กระบวนการที่ดำเนินการเป็นไปตามรัฐธรรมนูญนี่นะครับ ไม่ถือเป็นญัตติ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชัดเจนนะครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศซึ่งบังคับใช้รัฐสภา ไม่ใช่เฉพาะอำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ มาบังคับตีความให้เหนือว่ารัฐธรรมนูญนี่เป็นไปไม่ได้ กระบวนการใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับญัตติที่หลายท่านได้บอกว่าญัตติอยู่ในหมวด 2 การเสนอนายกรัฐมนตรีอยู่ในหมวด 9 ของข้อบังคับ มันก็มีตัวชี้ชัดแล้วว่ามันมีแยกเฉพาะอย่าลืมหลักกฎหมายที่จะต้องมีความชัดเจนและเป็นธรรมนะครับ นี่คือวันชัดเจนของกฎหมายที่ระบุไว้ชัดแล้ว คือ ชั้นข้อบังคับ จะไปหักล้างรัฐธรรมนูญ ทำไม่ได้ คนที่เรียนกฎหมายเขาทราบดีอยู่แล้วครับ ท่านประธานครับ ตัวอักษรอย่างเดียวนะครับ แล้วบอกเอาล่ะ ไปหักล้างเจตจำนงของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้เลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ครับ มิเช่นนั้น เราจะตีความแบบผลประหลาดมากเลยครับท่านประธานครับ การเลือกรัฐมนตรี ก็ไปสมัยหน้าเจตจำนงนั้นมันต้องการให้เลือกฝ่ายบริหารโดยเร็ว มาแล้วจะต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นฝ่ายบริหารที่เร็วที่สุด ไม่ใช่มาถ่วงเวลาแบบนี้ นี่คือวาระซ่อนเร้นของการสกัดการเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ เอาล่ะ ประเด็นที่ 1 นะครับที่ผมเรียน ประเด็นที่ 2 ที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานที่เคารพ ก็คือท่านขออนุญาตเอ่ยนามท่านเสรี สุวรรณภานนท์นะครับ ที่ท่านกรุณาอ้างข้อบังคับข้อที่ 38 ที่บอกว่าในส่วนวรรคที่ 2 ของข้อบังคับที่ 138 ให้ที่ประชุมรัฐสภา ในตามญัตติวรรค 1 ให้ที่ประชุมรัฐสภาประชุมและลงญัตติว่าหรือไม่เห็นชอบหรือไม่ เป็นญัตติแล้ว ผมคิดว่าข้อกล่าวตรงนี้ถ้าดูอ่านในส่วนของข้อบังคับในทุกตัวอักษร จะรู้ว่าคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงและข้อสรุป ผมจะอ่านให้ฟัง จะได้กระจ่างแจ้งนะครับ ข้อบังคับ 138 เขาบอกว่าในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 วรรค 1 ของรัฐธรรมนูญไม่ว่าด้วยเหตุใด และทั้ง 2 สมาชิกรัฐสภารวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดของทั้ง 2 สภา จึงเสนอรัฐสภา เพื่อขอให้สภามีมติยกเว้นชื่อนายกรัฐมนตรีจากชื่อที่ผู้มีชื่อที่นักการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญที่บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาเป็นเรื่องด่วนก่อน เรื่องที่เป็นญัตติ ไม่ใช่เรื่องที่เสนอตามมาตรา 88 นะครับ แต่เป็นเรื่องกรณีมันไม่มีบุคคลจะไม่มีบุคคลเสนอชื่อนอกบัญชีรายชื่อ จึงจะเป็นญัตติ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ คุณธีรัจชัย ผมคิดว่า ถ้าไม่ชี้แจงจะทำให้จะเข้าใจคลาดเคลื่อนดังนั้นเรื่องที่ท่าน สว. ผ่านท่านประธานไปนะครับ อันนี้คาดเคลื่อนต่อข้อบังคับ ดังนั้นนี่นะครับ เมื่อการพิจารณาในวันนี้ เป็นการพิจารณาตามรัฐธรรมนูญขึ้นมามันเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ ที่จะนำข้อบังคับหรือแม้กระทั่งการใช้ 151 ก็แล้วแต่ครับ มาหักล้างเจตจำนงรัฐธรรมนูญ จากการเลือกตั้งของประชาชนนี่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ผมคิดว่าอย่าฝืนเจตจำนงของประชาชนเจตจำนงประชาธิปไตยเลยนะครท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบพระคุณ ผมเห็นว่าเราอภิปรายกันมาพอสมควร ผมขออภิปรายอีกสักท่าน 2 ท่านก็คงวินิจฉัยครับ พิจารณาครับ จะยกมือขออภิปราย เชิญครับ (คุณปรเมษฐ์) ขอบคุณท่านประธานครับ (คุณปรเมษฐ์) ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปรเมษฐ์ จินรวมไทยสร้างชาติสุราษฎร์ธานี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้สิทธิประท้วงผู้ที่ออกข้อบังคับรัฐสภาก้แล้วกันนะครับ เพราะว่าทำให้ สส. สมัยแรกอย่างผมยุ่งยากมากพอสมควรครับ ผมจะขออนุญาตนะครับ เนื่องจากว่าพวกเรายังตีความกันไม่ได้เลยว่าเป็นญัตติ หรือว่าเป็นข้อพิจารณา หรือว่าเป็นวาระการประชุมนะครับ ขอให้ทุกท่านดูเอกสารหน้า 71 นะครับ ข้อ 36 นะครับ ข้อ 36 ขึ้นด้วยว่าญัตตินะครับ ญัตติที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือ ให้ผู้รับรองญัตติรับรองอันนี้ญัตติของคุณอัครเดช ก็เข้า 36 นะครับ ทีนี้ต่อไปเขาก็กำหนดไว้อีกว่าเว้นแต่การรับรองการเสนอชื่อบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีอันนี้ก็ชัดเจน เพราะฉะนั้นก็เป็นญัตติ พวกเราเข้าใจตรงกัน แล้วสิ่งที่คุณอัครเดชเสนอ เพราะว่ามีการปฏิบัติตามข้อบังคับครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณปรเมษอธิบายชัดเจนขึ้น ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ผมยกก่อนครับท่านประธาน ผมยกมานานแล้วครับ เมื่อกี้เอ่ยชื่อผม ผมขอพูดนิดเดียว (คุณวันมูหะมัดนอร์) ยดมือ สว. เชิญครับ (คุณเสรี) กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานสมาชิกรัฐสภา เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงในข้อ 138 ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว แล้วก็ไม่เป็นญัตตินะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิงและทำให้เสียงหาย คนฟังว่าผมพไม่ถูกต้อง ก็เลยต้องกราบเรียนทำความเข้าใจว่า 138 อยู่ในเรื่องหมวดที่ 9 การพิจารณาให้ความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีซึ่งในข้อ 38 ผมได้กราบเรียนว่าเรื่องที่กำลังพิจารณาอยู่นี้เป็นญัตติ ญัตติทั้งบัญญัติไว้ในวรรค 1 และวรรค 2 มีข้อความเขียนไว้ชัดเจน ว่าเป็นญัตติ แต่ว่าท่านกำลังพูดอธิบายพูดว่าไม่ใช่ญัตติมันขัดต่อข้อบังคับอย่างชัดเจน ทำให้คนที่ได้ยินได้ฟังแม้สมาชิกในสภานี้จะสับสน ญัตติคือญัตติ เขียนมาแล้วเป็นญัตติ ท่านก็บอกว่าญัตติที่เขียนนี่ ไม่ใช่ญัตติ กราบเรียนครับ เพื่อความเข้าใจครับ ขอบพระคุณครับ (คุณอัครเดช) ครับท่านประธาน 138 มีคำว่า "ญัตติ" ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) แต่เดี๋ยวผม... ผมขอเตือนอีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นการประท้วง และยกมือ ผมชี้ก่อนว่าเป็นการประท้วงแล้วก็พูดได้เลย ก็เอาตัวอย่าง พูดต่อสภาก็ไม่รู้จะฟังใคร นะครับ ท่านผู้ประท้วง // ผมประท้วงท่านประธาน บิดเบือนข้อบังคับอีกแล้วครับ คำว่า ญัตติ ไม่ได้เขียน (คุณวันมูหะมัดนอร์) เดี๋ยวครับ บิดเบือนเหรอครับ คำว่า "บิดเบือน" เพราะว่าเขาชี้แจงเฉย ๆ ขอถอนคำว่า "บิดเบือน" ครับ // ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญเลยครับ เชิญเลย (คุณจิรัฏฐ์) ท่านประธานครับ ผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ เดี๋ยว ๆ กำลังประท้วงอยู่ มีคำว่า "ญัตติ" จริงครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เดี๋ยววินิจฉัยเป็นคน ๆ // เป็นคน ๆ ไปครับ (คุณจิรัฏฐ์) ผมขออนุญาตอ่านให้ฟังนะครับ สมาชิกของทั้ง 2 สภารวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เท่าที่มีอยู่เข้าเสนอชื่อขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี มันคือญัตติของการเสนอชื่อยกเว้นครับ ไม่ใช่ญัตติเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครับ // ขออนุญาตท่านประธานนะครับ บัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทย (คุณวันมูหะมัดนอร์) ให้ผมชี้ก่อนครับ ตอนนี้ เชิญครับ พอดีบางทีดูไม่ทันเจ้าหน้าที่ พยายามช้า ๆ ท่านก็ไม่ต้องออกเสียง เชิญครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานนะครับ ผมฐากร ตัณฑสิทธิ์ พรรคไทยสร้างไทยนะครับ ใรนฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมขออนุญาตเรียนนะครับ ว่าท่านประธานควรกำกับดูแลการประชุมรัฐสภาให้เป็นไปโดยเรียบร้อยนะครับ สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือฝ่ายพรรค 8 ร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่คิดว่าการเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ไม่ใช่ญัตติ แต่อีกกลุ่มหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งนะครับ ท่านคิดว่าเป็นญัตติ ซึ่งไปเข้าตามระเบียบข้อบังคับในมาตราข้อบังคับที่ 32 ผมคิดว่าขอให้สมาชิกทุกท่านอภิปรายเหตุผลสนับสนุนของตนเองดีกว่าครับ อย่าอภิปรายกันแยกไปแยกมาเลย ผมเตรียมข้อมูลมาแล้วว่าเป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติ คนอื่นก็เตรียมข้อมูลกันมาหมดแล้วครับว่าเป็นญัตติหรือไมดังนั้น อยากจะให้ท่านประธานเดินหน้ากำกับดูแลการประชุมในครั้งนี้เลยครับ ว่าจะตัดสินอย่างไร ว่าวันนี้วาระการพิจารณานายกรัฐมนตรี อีกฝ่ายหนึ่งบอกเป็นการเสนอรายชื่อบุคคลไม่ใช่ญัตติ อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าเป็นญัตติ เพราะฉะนั้น เขายื่นมาถูกต้องก็ไม่เป็นอะไร ก็ขอให้ท่านประธานอภิปรายให้ทุกฝ่ายอภิปรายสนับสนุนในส่วนของตนเอง ส่วนการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภาจะเป็นอย่างไร ขอให้สมาชิกรัฐสภาตัดสินใจในส่วนนั้น ขอให้ท่านประธานเดินหน้าต่อเถอะครับ ผ่านมา 1 ชั่วโมงครึ่งแล้วครับ ยังทำอะไรไม่ได้เลย ชาวบ้านดูอยู่ครับ ขอบคุณมากครับ ครับ ขอบคุณที่ได้มีข้อเสนอ ผมอยากจะขอเป็นอย่างนี้ครับ ผมขอเป็นอย่างนี้ ข้อเสนอแนะของคุณฐากร ก็ตรงกับที่ผมจะพูดในที่ประชุม วันนี้เราพูดกันมานี่ก็มีอยู่ 2 กรอบความคิด คือความคิดอันแรก ก็คือว่าการเสนอชื่อวันนี้เป็นญัตติที่ขัดต่อข้อ 41 อีกฝ่ายหนึ่งก็เสนอว่า ที่อภิปรายไปน่ะ ทั้ง สส. ข้อเสนอที่เสนอของคุณอัครเดช นี่ ไม่เป็นญัตติเพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 272 และข้อบังคับในหมวด 9 ก็เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าเราอภิปรายไปก็เป็นอย่างนี้ จึงอยากจะให้ขอให้ที่ประชุมนี้อภิปรายอยู่ในกรอบนี้ เมื่อกี้คุณอัครเดชเสนอแล้วนะครับ ว่าข้อเสนอชื่อคุณพิธานั้นขัดเพราะเป็นมติตามข้อ 41 นะครับ แล้วอีกอภิปรายหลายท่านก็บอกว่าเสนอถูกต้องแล้ว เพราะไม่ใช่ญัตติจะไปใช้ 41 ไม่ได้ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญถ้าหากในกรอบของการอภิปรายวันนี้ 2 ฝ่ายเราก็จะได้ขอมติต่อไป หรือจะใช้เป็นอย่างอื่น แต่ถ้าอภิปรายไปมากกว่านี้ผมว่ามันผิดประเด็นที่เราจะหานายกรัฐมนตรีนะครับ (คุณรังสิมันต์) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน (คุณวันมูหะมัดนอร์) คุณอัครเดช ประท้วงใช่ไหมครับ ผมว่าคุณประท้วงพิสมควให้อภิปรายต่อ (คุณวันมูหะมัดนอร์) หรืออยู่ในประเด็นเดิม ๆ (คุณอัครเดช) ท่านประธานผมยังอภิปรายไม่จบเลยครับ ท่านประธานจะให้อภิปรายต(คุณวันมูหะมัดนอร์) คุณเสนอเป็นญัตติไปแล้ว รับรองไปถูกต้องแล้วนะครับ รับรองถูกต้องแล้วก็ต้องรอว่าคนอื่นมีเหตุผลเป็นอย่างหนึ่งอีก คุณรังสิมันต์ ยังมือ เชิญครับ (คุณรังสิมันต์) ครับ เรียนท่านประธาน ผมรังสิมันต์ โรม สมาชิกพรรคก้าวไกล ประเด็นที่ผมกำลังนำเสนอนะครับท่านประธานครับ มันสืบเนื่องจากท่านประธานได้กล่าวได้กล่าวหลังจากที่ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านอัครเดชนี่นะครับ ได้นำเสนอ โดยอ้างว่าเป็นญัตติ มีผู้รับรอง ท่านประธานก็ถามก่อนที่ประชุม ที่ประชุมนี่เห็นเป็นประการใดนะครับ สิ่งที่หลาย ๆ ท่านนะครับ รวมถึงท่านปกรในประเด็นที่ 1 ว่าตกลงแล้วนี่ การเสนอญัตติของท่านอัครเดชนี่นะครับ เสนอตามข้อบังคับอะไร ซึ่งท่านอัครเดชนะครับก็ได้กรุณาชี้แจงว่าเป็นไปตามข้อ 32 อนุ 1 ซึ่งขอให้ปรึกษาและพิจารณาเป็นเรื่องด่วน คำถามแรกเลย ก็คือว่าที่ผ่านมานี่ ข้อบังคับในลักษณะนี้ เราไม่ได้ใช้แบบนี้ ประเด็นที่ 1 ท่านประธานจะต้องวินิจฉัยก่อนว่าการเสนอญัตติแค่ไม่ได้พิจารณาว่าจะถูกต้องเท่านั้นนะครับ แต่มันถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่ การเสนอนะครับ ของผู้เสนอนี่ ถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่ท่านประธานจะต้องวินิจฉัยในประเด็นนี้เป็นเด็นที่ 1 ก่อนครับ ประเด็นถัดมา การเสนอญัตติก็จะต้องอยู่ภายใต้ความถูกต้อง ความชอบด้วยกฎหมาย ทั้งบน ก็คือรัฐธรรมนูญ ไมไม่ใช่พิจารณาเฉพาะข้อบังคับเท่านั้น ประเด็นที่เรากำลังที่เราเข้าสู่ระเบียบวาระ คือ การเสนอบุคคลเข้าเป็นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นขั้นตอนตามมาตรา 272 การพิจารณา 172 พิจารณามาตรา 159 และ มาตรา 81 ซึ่งทางพรรคเพื่อไทย (คุณวันมูหะมัดนอร์) เดี๋ยวคุณโรมครับ (คุณรังสิมันต์) ตั้งประเด็น ท่านประธาน นิดเดียว จะจบแล้วครับ 10 วืนท่านประธานซึ่งทางพรรคเพื่อไทยนะครับ ก็ได้เสนอคุณพิธาและมีผู้รับรองถูกต้องแล้ว คุณพิธาเป็นผู้ เป็นบุคคลนะครับ ที่กำลังจะถูกพิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรี ตาม 272 ญัตติดังกล่าว ท่านประธานจะต้องวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นประเด็นที่จะต้องมีการวินิจฉัยโดยท่านประธานแล้วถ้าท่านประธานวินิจฉัยเราจบนะครับ เราจะได้เดินกันต่อ 1. ครับ ญัตติที่จะเป็นญัตติได้หรือไม่นี่ ชอบด้วยข้อบังคับไหม ข้ออะไร ท่านประธานชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยครับ ข้อ 2 ครับนะครับ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าชอบ ท่านประธานวินิจฉัยเลยครับ แล้วเราจะได้เดินกันต่อ จะได้ไม่ต้องถกเถียงกันอีกครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ในประการแรกที่ให้ผมวินิจฉัยว่าข้อเสนอญัตติของคุณอัครเดชนั้นชอบด้วยข้อบังคับหรือไม่นะครับ ตอนนี้ได้มีการอภิปรายหลายคนแล้ว ผมขอวินิจฉัยว่า ชอบด้วยข้อบังคับแล้วนะครับ ข้อบังคับที่ 31 นะครับ รวมทั้งข้อบังคับข้อที่ 36 ด้วยครับ (คุณณัฐพงษ์) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) อันนี้ประธานวินิจฉัยแล้วนะครับ // ผมขออนุญาติประท้วงท่านประธ่าข้อที่ 5 (คุณวันมูหะมันนอร์) เชิญครับ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ที่ผมประท้วงท่านประธานจะต้องกำกับดำเนินการการประชุมให้เป็นไปตานะครับ แต่ประเด็นที่เรากำลังถกเถียงกันอยู่นี้นะครับ ข้อที่ 33 อยู่นะครับ ดังนั้นที่เกี่ยวเนื่องตามข้อบังคับข้อที่ 33 ถ้ารัฐสภาได้เข้าสู่ระเบียบการพิจารณาอะไรแล้ว จะไม่สามารถญัติอื่นใดได้อีก ผมขออนุญาตย้อนตั้งแต่เช้านิดหนึ่งนะครับ เรามีการเสนอท่านพิธา มีการกดบัตรรับรองเป็นที่เรียบร้อยเรามีการเสนอญัตติขึ้นมา โดยท่านอัครเดช มีการยกมือรับรองเรียบร้อย เรามีการเสนอขึ้นมา โดยท่านเสรี ยกมือเรียบร้อยในมุมของพวกผมเองครับ ไม่ใช้ญัตตินะครับ แต่ท่านมีการปล่อยให้มีการรับรองญัตติ ญัตติซ้อนญัตติ 3 ญัตติแบบนี้ ไม่ใช่ญัตติใช่หรือไม่ครับ ให้ประธานวินิจฉัยข้อนี้ก่อนครับ ว่าการเสนอนายกรัฐมนตรีเป็นญัตติหรือไม่ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) อันนี้ยังไม่ได้อภิปราย แต่ข้อเสนอที่ผมวินิจฉัย แต่ว่าข้อเสนอของคุณอัครเดชนั้นเสนอได้ เดี๋ยวจะเป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติ มีอีกขั้นตอนหนึ่ง ส่วนที่คุณรังสิมันต์ โรมเสนอว่ามันผิดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมก็อยากให้มีคนเสนอขึ้นมาอภิปราย เพื่อจะได้เสนอทั้ง 2 อย่างนะครับ ซึ่ง ความจริงคนที่ไม่เห็นด้วยกับคุณไม่เห็นด้วยเพราะว่ามันขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ก็ว่ากันไป มันจะได้พิจารณากันเป็น... ไม่ใช่ ยังไม่พิจารณา จะได้อภิปรายเฉพาะในกรอบประเด็นนี้จะไม่นอกประเด็นออกไปแต่เมื่อกี้ก็พูดถึงเรื่องว่าการเสนอของคุณอัครเดชนั้นผิดหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ ถ้าเสนอเป็นญัตติผมก็จะได้ให้อภิปรายในประเด็นนี้ได้นะครับ อย่างเต็มที่เช่นเดียวกันนะครับ เชิญครับ ๆ ประเด็นที่ผมกำลังจะนำเสนอ ก็คือท่านประธานกำลังจะนำเรียนว่า ความเห็นของท่านอัครเดช หรือท่านเสรีหรือท่านสมาชิกที่มีความเห็นต่างนี่ทีนี้ตามระเบียบ ตามข้อบังคับการประชุมนี่ มันติดชะงักข้อแรกอยู่ คือ เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นญัตตินะครับ แต่ในเมื่อตรงนี้ที่ยังเห็นไม่ตรงกันอยู่ท่านประธานไม่สามารถให้ท่านอื่นเสนอญัตติขึ้นมาได้ เพราะถ้าพิจารณาว่าเป็นญัตติขึ้นมาการเสนอชื่อนายกฯ เป็นญัตติขึ้นมานี่ ผิดข้อบังคับนะครับ เพราะฉะนั้น อย่างแรกนี่ ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิประท้วงท่านประธานวันนี้นี่อาจจะมิชอบด้วยข้อบังคับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) ท่านอยากให้ได้พิจารณา ที่มีผู้เสนอ โดยผู้รับรองถูกต้องคือคุณอัครเดชหรือคุณเสรีซึ่งคุณฐากร ก็เสนอไปในทำนองเดียวกันนี้ ผมจะได้ให้อภิปรายใน 2 กรอบนี้เลยครับ คือ ของคุณเสรีนี้ว่าเสนอนี้มันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนจะขยายความอย่างไรแล้วของคุณเสนอ 41 เป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่าครับ (คุณธีรัจชัย) ท่านประธานที่เคารพครับ ผมธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ เมื่อสักครู่ที่ท่าน... ขอประท้วงท่านประธานนะครับ ที่ท่านวินิจฉัยไปเลยว่าจะให้มีการเปรียบเทียบการอภิปราย 2 สิ่ง กรณีที่ท่าน ท่าน... (คุณวันมูหะมัดนอร์) เดี๋ยวฟังผมนิดหนึ่ง ข้อเสนอของคนในพรรคท่านที่พูดเมื่อกี้ // ใช่ครับ ท่านประธานครับ แต่ผมขอให้ดูละเอียดไม่ใช่ผมไปเป็นคนเสนอเองคุณธีรัจชัย(คุณธีรัจชัย) แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า เนื่องจากว่าข้อบังคับที่ท่าน ณัฐพง นี่นะครับ ก็คือระบุไว้อย่างนี้นะครับ เมื่อที่ประชุมกำลังปรึกษาหารือหรือพิจารณาใดอยู่ห้ามเสนอญัตติอื่นนอกจากต่อไปนี้นะครับ ประเด็นนะครับ ประเด็นนะครับ ก็คือ ก็คือการพิจารณาปรึกษา ศึกษานะครับ ตอนนี้ไม่ว่านั่นคือฝ่ายหนึ่งบอกว่ามันไม่ใช่ญัตติ ให้การดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ นี่วรรคแรกนะครับ หรือพิจารณาญัตติใดอื่น ทั้ง 2 กรณีนี่ ข้อบังคับข้อที่ 33 บอกว่าห้ามเสนอญัตติอื่นนอกจากญัตติดังต่อไปนี้ ห้ามเสนอนะครับ กรณีที่กรณีว่าเป็นในส่วนของเป็นในการดำเนินการรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ หารือหรือพิจารณาเสนอญัตติอื่น กรณีอย่างนี้ รบกวนนะครับ ฝ่ายที่เสนอบอกว่าเป็นญัตติหรือไม่ เป็นญัตติอื่นครับ เป็นการเสนอญัตติอื่นครับ ข้อที่ 33 แต่นี่เขาบอกว่านอกจากเสนอญัตติต่อไปนี้นะครับ 1. ข้อให้รวมระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาเป็นเรื่องเดียวกัน ทำนองเดียวกัน หรือเรื่องเกี่ยวเนื่องเดียวกัน 2. ขอให้ส่งปัญหาไปยังกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาหรือขอให้บุคคลส่งเอกสาร 3. ขอให้รวมการพิจารณาหรือลงมติ 4. ขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณา 5. ปมีแค่นี้เท่านั้นนะครับ ไม่สามารถเสนอญัตติขึ้นมาแล้ว ความหมายของที่ท่านณัฐพงษ์ คือแบบนี้คือจะเสนอญัตติขึ้นมาไม่ได้ครับ ถ้าให้เสนอขึ้นมา มันคาดเคลื่อนต่อข้อบังคับครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ก็อยากให้คุณธีรัจชัยพิจารณา ข้อ 32 ด้วยนะครับ ว่าญัตติต่อไปนี้ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือ ขอให้ปรึกษา หรือให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วนนะครับ แล้วก็ข้อ 36 นะครับ ญัตติที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือให้มีผู้รับรองโดยให้มีผู้ยกมือพ้นศีรษะทั้ง 2 ข้อนี้ก็ได้ปฏิบัติมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ไม่มีประเด็นอะไรที่ว่าคุณอัครเดชจะเสนอไม่ได้นะครับ ก็ต้องอ่านข้อบังคับละเอียดในทุกข้อนะครับ ครับเชิญครับคุณปกรวุฒิครับ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกวุฒิสภานะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมได้ยินเมื่อสักครู่นี่ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วว่าญัตติที่เสนออยู่นี่นะครับ เป็นญัตติตามข้อ 31 และสามารถทำได้โดยไม่ผิดข้อบังคับนะครับ ถ้าเช่นนั้นแปลว่าท่านประธานวินิจฉัยไปแล้ว ว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีนั้นไม่ใช่ญัตติ เพราะถ้าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเป็นญัตติ แปลว่าญัตติตามข้อ 31 นั้นจะไม่สามารถเสนอได้ตามข้อ 33 นะครับ ผมขอให้ท่านประธานวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งครับ ว่าไม่อย่างนั้นเราจะไปสู่ทางตันนะครับ อย่างท่านเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอัครเดชบอกว่าให้พรรคเพื่อไทยและก้าวไกลไปคุยกันก่อน เพื่อไทยกับก้าวไกลเห็นตรงกันแล้วครับ แล้วท่านอัครเดชเห็นตรงกับตัวเองหรือเปล่า เพราะถ้าท่านเห็นว่าเป็นญัตติท่านจะเสนอญัตติซ้อนขึ้นมาไม่ได้ครับ ตอนนี้ญัตติ ตอนนี้การเสนอชื่อนายกฯ นะครับ มันเป็นสภาวะแล้วของ Schrödinger's ครับท่านประธาน มันเป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติเราไม่รู้ ท่านสมาชิกจากรวมไทยสร้างชาติ ยังบอกอยู่เลย ว่ามันคือญัตติหรือเปล่า ฉะนั้น มันไปต่อไม่ได้ครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะวินิจฉัยว่าเสนอต่อได้ แปลว่าท่านประธานเสนอว่าไม่ใช่ญัตติแล้วครับ (คุณอัครเดช) ขออนุญาตใช้สขออนุญาตใช้สิทธิ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เดี๋ยวสักครู่ครับ ขออนุญาตครับ ผมยังไม่จบ ขออภัยท่านอัครเดชด้วยครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญครับ ต่อครับ แล้วนั่งต่อครับ //ผมคิดว่ามันไม่ต่อไม่ได้ ถ้าจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งครับ ณ ตอนนี้เราตีความข้อบังคับไม่ได้ครับ ถ้ามันมีปัญหานี่มันจะไปเข้าข้อเดียวคือ 151 ครับท่านประธานคือถ้ามีปัญหาในการตีความข้อบังคับนี้ ก็ให้ลงมติตามข้อ 151 เท่านั้นครับ ไม่อย่างนั้นมันไปทางอื่นต่อไม่ได้แล้วครับท่านประธาน ขอให้ประธานวินิจฉัยอครั้งหนึ่งครับ ว่าเรากำลังจะเดินเข้าสู่วาระอะไรกันแน่ครับ (คุณวันมูหะมันนอร์) ครับ ขอบพระคุณคุณปกรณ์วุฒิครับ เข้าใจไม่ตรงกัน บางครั้งก็บอกว่าไม่ใช่... คือ ขณะนี้นะครับ ที่เรากำลังพูด ๆ กันอยู่นี่ เรายังไม่ได้มีข้อยุติว่าในขณะนี้นี่ เราเสนอชื่อนายกฯ เป็นญัตติหรือเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ที่คุณปกรณ์วุฒิ ก็พูดว่าเป็นเรื่องของกระบวนการทางรัฐธรรมนูญก็ต้องขอประทางต้องขอประทานโทษที่เอ่ย พรรคก้าวไกลเสนอหลายท่านนี่ไม่ใช่ญัตติ แต่คุณอัครเดช ว่าใช่ญัตติ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้มมันต้องให้ข้อยุติเสียก่อนว่าจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 272 เป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ หรือเป็นญัตติตามคุณอัครเดช ก็มี 2 ประเด็นนี้ก็อภิปรายไปเราก็ค่อยหาข้อยุติในภายหลัง ไม่ใช่ว่าคนโน้นเสนอไม่ได้ คนนี้เสนอไม่ได้ เป็นการเสนอได้ทั้ง 2 ฝ่าย แต่ก็จะเปิดการอภิปรายไปก่อนนะครับ แล้วถึงทุกคนในที่ประชุมนี้จะได้หาข้อยุติว่าจะเอาอย่างไร ในขณะนี้มันยังไม่มีข้อยุติว่าของคุณอัครเดชก็เสนอว่าเป็นญัตติแล้ว เป็นญัตติ แต่ก็ยังไม่มีญัตติเพราะมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยนี่ก็พูดตรงกัน หรือใกล้เคียงกัน ก็คือเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญการเสนอชื่อนายก ซึ่งไม่ใช่ญัตติก็จะเสนอไม่ได้ซึ่งก็ค่อยไปตอนสุดท้ายที่ถ้าจะไปตอนสุดท้ายของคุณก็จะไปตามที่คุณจุลพันธ์เสนอก็ได้ ว่าจะต้องตีความ แต่ก็ไม่ได้มีข้อยุติตรงนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้ผมจึงอยากให้มีการอภิปรายตอนที่คุณฐากรเสนอ ที่คุณฐากรเสนอ ที่คุณฐากรเสนอ คือ ฝ่ายหนึ่งที่เห็นว่าเป็นญัตติก็อภิปรายไปนะ จะใช้เวลาเท่าไรก็ตามความเหมาะสม อีกฝ่ายหนึ่ง เห็นว่าไม่ใช้ญัตติ เป็นกระบวนการเสนอชื่อนายกฯ ตามมาตรา 272 ก็อภิปรายไป ก็มีประเด็นแค่นี้ คุณฐากรก็สรุปในฐานประธานผมก็เห็นด้วย เพื่อจะได้หาข้อสรุปในการที่จะดำเนินการประชุมต่อไปจนต่อไป ไม่ใช่ข้อสรุปว่าจะเลือกนายกฯ ได้แค่นี้นะครับ ถ้าเป็นไปตามนี้ผมก็ขอให้ผู้ที่รับผิดชอบทั้ง 3 ฝ่ายนะครับ เราจะอภิปรายในประเด็นนี้ คือ อภิปรายว่าข้อเสนอของคุณอัครเดชว่าเป็นญัตติ ส่วนจะญัตติและจะดำเนินการอะไร ก็ดำเนินการไป อีกฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่าไม่ใช่ญัตติ เป็นกระบวนการรัฐธรรมนูญมาตรา 272 นะครับ ก็อภิปรายตามนี้ ผมขอยุติในเรื่องโต้แย้งว่าได้หรือไม่ได้ไว้เท่านี้ก่อนนะครับ เอาอีกสักท่านได้ไหม เชิญครับ ที่ยกมือเมื่อกี้ (คุณณัฐวุฒิ) ผมณัฐวุฒณัฐวุฒิครับ แต่ท่านคุณหมอชลน่าน แล้วก็ท่านนะครับ (คุณชลน่าน) ท่านประธานที่เคารพ กระผมชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาก่อนที่ท่านประธานจะสรุปแล้วให้สมาชิกอภิปรายสนับสนุนหรือคัดค้านญัตติ มี 2 ญัตติ แต่มีลักษณะทำนองเดียวกันนะครับ ก็คือเสนอว่าญัตติตกไปหรือไม่เสนอซ้ำได้หรือไม่นะครับ ผู้เสนอบอกว่าตกไปแล้วนะครับ มีข้อเสนอเช่นกัน ท่านประธานกำลังจะสรุปว่าให้พวกเราอภิปราย ผมมีข้อห่วงใยครับท่านประธานต้องมีความชัดเจนก่อนอภิปรายและเสนอญัตติเพราะสิ่งที่เรากำลังจะกระทำนั้นมันจะเป็นบรรทัดฐานให้วิธีการทำงานของพวกเราสืบต่อไปในอนาคต ท่านประธานจริง ๆ นะครับ การเสนอญัตตินี่ ท่านประธานสรุปว่าให้สมาชิกเสนอตาม 32 (1) นะครับ ซึ่งผมเองนี่ จริง ๆ จะลุกขึ้นคัดค้านว่าไม่เห็นด้วยแต่อาศัยจะอภิปรายถ้าท่านประธานจะสรุปอย่างนั้นนี่ มันจะมีผลต่อการลงมติครับ ถ้าเสนอตาม 32 3 (1) นี่ ใช้เสียงข้างมากตามที่ประชุมวินิจฉัยนะครับ ว่าข้อบังคับที่เรามีปัญหาขณะนี้นี่ ว่าอีกซีกหนึ่งว่าไม่ใช่ 41 นะครับ อีกซีกหนึ่งต้องบอกว่าเป็นไปตาม 41 ถ้าท่านประธานใช้ 32 (1) ใช้เสียงข้างมากวินิจฉัยนี่ ผมเกรงว่าจะไม่ชอบในรัฐสภาครับ เพราะอำนาจการวินิจฉัยปัญหาใด ๆ เดียวกับการใช้ข้อบังคับครับท่านประธาน ข้อสรุปขณะนี้นี่ เรามีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ข้อบังคับ พวกผมนี่ใช้ 136-139 โดยเฉพาะ 136 ที่รองรับรัฐธรรมนูญ 32 เน้นนะครับ 8 พรรคร่วมนี่ ใช้ 136 จะไปโหวตไปแล้วนี่ ไม่ได้รับเสียงเกิน 375 ท่านบอกตกไปแล้ว การเสนอชื่อผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีตกไปแล้ว พอจะเสนอเข้ามาใหม่ ท่านไปอ้างข้อ 41 ว่าตกไปแล้วเสนอไม่ได้ พวกผมบอกว่าเสนอได้ เพราะไม่ได้ใช้ข้อ 41 ท่านประธานต้องอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ อย่าไปที่อื่น อำนาจการวินิจฉัย มี 2 กรณีเท่านั้นเองครับ 1. ท่านประธานต้องวินิจฉัย เช่นข้อ 41 นี่ ให้ท่านประธานวินิจฉัย ประธานอนุญาตกรณีมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป เป็นอำนาจท่าน แต่ท่านเองไม่ได้วินิจฉัยประเด็นนี้บอกว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เสนอเหมือนเดิม 8 พรรคร่วมเหมือนเดิมท่านก็ไม่มีข้อมูลหรือเหตุผลให้วินิจฉัยว่าให้เสนอ... ให้เสนอการเสนอชื่อผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ผมเน้นผมไม่พูดว่าเป็นญัตตินะครับ ซึ่งกระบวนการนี่ มันทำเหมือนการเสนอญัตติ ท่านประธานครับ มาตรงนี้ปุ๊บนี่ มาอยู่ในกรอบว่าท่านประธานไม่วินิจฉัยแล้วใครวินิจฉัย ท่านบอกต้องเป็นหน้าที่ของที่ประชุม รัฐสภาเป็นผู้วินท่านประธานครับ ถ้ารัฐสภาจะวินิจฉัยเกี่ยวกับการบังคับใช้ข้อบังคับ ก็คือการตีความข้อบังคับ ขณะนี้เรามีปัญหาการตีความอยู่ 2 ซีก เขียนไว้ชัดครับ ข้อ 151 เขียนไม่ชัด กรณีมีปัญหาตีความข้อบังคับนะครับ ท่านประธานผมขออนุญาตอ่านนะครับ อ่านให้ที่ประชุมฟังเลย ด้วยความเคารพท่านประธานภายใต้บังคับมาตรา 149 ของรัฐธรรมนูญ นี่หมายถึงของรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความตามข้อบังคับนี้ ให้เป็นอำนาจของรัฐสภาวินิจฉัยมีปัญหาตีความนะครับ และเมื่อที่ประชุมรัฐสภาได้ลงมติได้ไม่น้อยกว่ากว่ากึ่งหนึ่ง ท่านประธานครับ นี่คือบทบัญญัติ... หน้าที่และอำนาจรัฐสภาวินิจฉัยแต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 375 นะครับ ต้องได้ 375 เพราะเราแบ่งครึ่งคนไม่ได้ครับ สมาชิกเรา 749 กึ่งหนึ่งมันก็ 374... แล้วแบ่งครึ่งคนไปได้คือมากกว่ากึ่ง แต่ข้อบังคับนี่เอาไม่น้อยกว่ากึ่ง ถ้าสมาชิกมี 750 ก็ต้องได้ 375 ขึ้นไปถึงจะมีอำนาจวินิจฉัยข้อบังคับนี้ได้ เพราะฉะนั้น นี่ ตรงนี้สำคัญนะครับ ถ้าท่านโหวตตามที่เขาเสนอนี่ เสียงข้างมากผ่านเลย แต่การโหวตครั้งนี้นะครับ ถ้ารัฐสภาวินิจฉัยด้วยเสียง 374 นะครับ ญัตติที่ท่านเสนอนี่ตกเลยนะครับ วินิจฉัยไม่ได้ก็เข้าสู่ข้อบังคับแล้วก็โหวตนายกฯ ต่อเลย ผมขอท้วงท่านประธานตรงนี้ เพราะฉะนั้นนี่ ด้วยความเคารพท่านประธาน สรุปนะครับ ท่านประธานกรุณาสรุปว่า สมาชิกเสนอญัตติไม่ได้โดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ 151 กรณีมีความเห็นต่างในการมีการใช้ข้อบังคับ ให้สมาชิกได้เสนอญัตติ ท่านประธานสรุปว่าเสนอได้ มีผู้รับรอง ให้อภิปรายสนับสนุนกันได้ คัดค้านกันได้ หลังจากนั้นท่านประธานต้องสรุปว่าขอลงมติตามข้อบังคับข้อ 151 พอผลลงคะแนนลงมาปุ๊บถ้าซีกที่เขาเสนอเขาได้ 375 ยอมครับ นี่คือเสียงข้างมาก ของรัฐสภา แต่ท่านไม่ได้ ท่านต้องยอมพวกผมด้วยเหมือนกันนะครับ ถ้าท่านได้ 374 ท่านต้องยอมผมนะครับ ว่าให้มีการโหวตเลือกนายกต่อไป ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ อีกนิดเดียวก่อนจบ ทำไมซีกผมถึงเถียงว่ามันไม่ใช่ญัตติตามข้อบังคับข้อ 41 ครับ ท่านประธานครับ ผมบอกว่าแม้มันมีกระบวนการดำเนินการเสมือนญัตติ เพราะว่าญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภานี่ ผู้ร่างผมเอง 1 ในนั้นครับ ผมร่างข้อบังคับผู้แทนราษฎรไปอ่านดูได้ ญัตติ คือ ข้อเสนอใด ๆ นะครับ ที่ให้สภามีการให้การดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องมีมติให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง คำว่า "อย่างใดอย่างหนึ่ง" มีความหมายชัดจะออกไปซ้ายก็ได้ ไปขวาก็ได้ แล้วแต่มติสภา แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 272 เขาเขียนว่า ให้สภาไปเลือกไปเลือกนะครับ ไม่ใช่ไปดำเนินการ คือ ดำเนินการอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอย่างใด ต้อง