--- title: การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) 190766 (นาทีที่ 2.00.01 - 4.00.00 น.) subtitle: date: วันอังคารที่ 26 กันยายน 2566 เวลา 09.29 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) เขียนคำ ญัตติ นำหน้าตัวละธรรมนูญที่บอกว่าต้องไปดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งสังเกตครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจ อภิปรายไปทั่วไปเขาเขียน ญัตติ สมาชิกมีข้อสนับสนุนเรื่องนี้อยู่ผมจะไม่ลงรายละเอียดด้วยความเคารพโดยสรุปครับ ต้องชัด 1 เสนอตาม 151 อภิปรายกันไป โต้แย้งกันไป 2 ลงมติตาม 151 จบตามนั้น ครับ ขอบพระคุณทุกปครับ เมื่อกี้คุณณัฐวุฒิครับ Jobความเห็นที่ดีของคุณกัมปนาทจะว่าต้องฟังคนอื่นที่คล้ายคลึงกันครับ แต่ว่ามีประเด็นที่แตกต่างจะขอให้คุณประวิทย์ วัชรศิลป์ เป็นผู้อภิปรายสรุปครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญครับ คุณนะครับ (คุณณัฐวุฒิ) ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อเข้าไปในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เราก็มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้มาสักพักหนึ่งแล้วนะครับ มา 2 ชั่วโมงก็ยังเดินหน้าไม่ถึงไหนนะครับผม ขออนุญาตใช้เวลาสัก 2-3 นาที ในการสรุปความเห็นที่แตกต่างที่มีอยู่ และเสนอแนะของท่านประธานนะครับ ว่าการประชุมต่อไปอย่างไรบ้าง กับความคิดที่แตกต่างที่มีอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ผู้จัดการตีความว่าการพิจารณาบุคคลผู้ก่อตั้งเป็นนายกนี่เข้าข่ายโดยทั่วไปที่ถูกกำกับดูแลโดยข้อบังคับข้อที่ 11 หรือไม่สำคัญของคอมพิวเตอร์ระหว่างสมาชิกสภาในทีนี้ กว่าจะเดินทางไปถึงการพิจารณาหาสาระทั้งวันที่ 30 หรือวันที่คัดค้านนะนี่มันมี 2 3 ประเด็นที่เห็นต่างอยู่ในเชิงของกระบวนการนะครับ ก็เลยให้ท่านประธานได้ลองวินิจฉัยในแต่ละประเด็นดูนะครับ เพื่อให้สภาแห่งนี้เดินหน้าต่อได้ ประเด็นที่ 1 คืออาจจะต้องขอประธานวินิจฉัย ครับ ว่าการที่สมาชิกสภาขออนุญาตเอ่ยนามท่านอัเดชนั้นทักท้วงขึ้นมาแล้วสัญญาขึ้นมานะเนี่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ครับ เพราะว่าและปัจจุบันเราก็เห็นว่าตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาก็มีการอภิปรายทั้งเห็นด้วยและคัดค้านนะครับ ยังไปที่คัดค้านก็บอกว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะว่าได้เข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณายกแล้วตามมาตรา 272 หลายที่ 20 ก็บอกว่ายังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ ว่าการทักท้วงของท่านอัครเดชนั้นชอบหรือไม่นะครับ ต้องขอให้ประธานนั้นวินิจฉัยข้อที่ 1 ครับ หากท่านประธานวินิจฉัยว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญและสามารถทักท้วงคัดค้านได้นะครับ ก็เข้าสู่ประเด็นที่ 2 ครับ ที่จะต้องให้ท่านประธานวินิจฉัยเช่นกัน ก็คือว่าเพื่อทักท้วงนะครับ จะใช้ข้อบังคับใดนะครับ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ผมก็สรุปได้ ว่าความเห็นนั้นแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย ท่านประธานมาจากผู้วินิจฉัยเบื้องต้นนะครับ ว่าให้ใช้ข้อบังคับ ข้อที่ 31 ความเห็นที่ 2 ท่านอัครเดชอ้างอิงข้อบังคับ 32 (1) ครับ ไม่ต้องที่ 3 ซึ่งผมเห็นด้วยครับ ว่าเป็นความเห็นที่คุณหมอชลน่านสักครู่คือใช้ข้อบังคับข้อ 151 ประเด็นที่ 2 ที่ท่านประธานต้องใช้ครับ หากผ่านข้อที่ 1 ไปแล้ว ว่าข้อทักท้วงของขนาดนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี่ อ้างอิงข้อบังคับใดระหว่าง 31 32 (1) หรือว่า 151 วินิฉัยเสร็จแล้วนะครับ ว่าเป็นข้อบังคับอะไรนะครับ ที่ผมผมควรจะเป็น 11 นะเนี่ยค่อยเดินทางมาสู่ขั้นตอนที่ 3นั่นก็คือการปล่อยให้หรือว่าการเปิดให้สมาชิกสภาทุกคนอภิปรายเต็มที่เห็นด้วยอยู่ข้อเสนอของบางท่านว่าการที่บุคคลทุกคนต้องแต่งตั้งเป็นนายกนั้นสมควรถูก.ข้อที่ 41 อันนี้คือ 3 ขั้นตอนที่ผมต้องเรียนท่านประธานให้ช่วยวินิจฉัย เพื่อที่ว่าเราจะเดินหน้าประชุมต่อได้ แล้วเมื่อไปสู่ขั้นตอนที่ 3 ก็จะเปิดให้สมาชิก ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถอธิบายด้วยข้อมูลและหลักฐานทางกฎหมายเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ (คุณณัฐวุฒิ) ขอนิดเดียวครับ ท่านประธานไม่เกิน 1 นาทีครับ ครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ได้ครับ สมาชิกรัฐสภาครับ จบประเด็นที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายแล้วก็จะขาดตกบกพร่องไปแค่ 2 ประเด็นสั้น ๆ ครับ ประธานครับ กรณีญัตติสั้น ๆ นะครับ ว่าเป็นปกติของท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ หลายครั้งก็เป็นอาจารย์ของผมด้วย ท่านประธานยังไม่ได้วินิจฉัยนะครับ ว่าญัตติของท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นั้นเข้าข่ายญัตติในข้อใดของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ไม่ฉะนั้นมันก็จะไปต่อไม่ได้ว่าเราจะเปิดให้มีการอภิปรายหรือไม่ ในขณะเดียวกันครับ ท่านประธานครับ กรณีที่ท่านประทานได้วินิจฉัยตอนแรก ว่าญัตติของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ด้วยความเคารพนะครับ อยู่กรรมาธิการเดียวกันรักใคร่กันดีครับ วินิจฉัยโดยอ้างข้อ 30 ไม่ใช่ข้อ 32 และท่านบวกข้อ 31 ไปข้อ 36 สภาแห่งนี้ได้ยินกันทั้งสภาครับ ประชาชนได้ยินกันทั้งประเทศที่จับตาดูอยู่ครับ กระบวนการข้างนอกยังไม่เร่งไม่ได้อะไรหรอกครับ กำลังทำงานในสภาแต่ 31 ไม่ตรงครับ ท่านประธาน 31 ถ้าท่านมีวินิจฉัยแบบนั้นต้องเข้าชื่อตั้งสภาต้องมีมติแล้วส่งสารรัฐธรรมนูญตีความครับ จะเอากันแบบนั้นไหมครับ ฉะนั้นประธานต้องวินิจฉัยชัดนะครับ ว่าตกลงกรณี ถามเจ้าตัวก็ได้ครับ ท่านอัครเดช เสนอญัตติตามข้อใด ท่านเสรีเสนอตามญัตติตามข้อใด และท่านประธานวินิจฉัยตามข้อใด ชอบหรือไม่ชอบจะไป 151 ที่มีการตีความข้อบังคับต่ออันนั้นค่อยว่ากันในเชิงรายละเอียดครับ ขออนุญาตนำเรียนให้เกิดความชัดเจนแล้วก็ไม่ผิดหลงในที่ประชุมแห่งนี้ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณครับ ท่านสมชาย แสวงการ (คุณเสรี) ถ้าคุณจะดีจะได้ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกรัฐสภา เมื่อกี้ท่านสมาชิกได้กรุณาถามว่าญัตติที่ผมเสนอนะครับ เป็นญัตติในเรื่องใดต้องกราบเรียนครับ ท่านรองครับ เป็นญัตติเรื่องเดิมไม่ใช่ญัตติอื่น ตามที่ท่านได้อภิปรายพูดถึงกัน เพราะฉะนั้น ญัตติที่พิจารณาอยู่นี้เป็นญัตติเดิมที่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็มีสิทธิที่จะไม่เห็นด้วยด้วยได้อันนี้อยู่ในเรื่องเดียวกันเลยครับ นะครับ ข้อที่ 2 ท่านประธานครับ สิ่งที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ มีประเด็นง่าย ๆ สั้น ๆ ครับ ท่านประธาน ว่าสมาชิกในสภาส่วนหนึ่งเสนอให้คุณพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในวาระนะครับ ท่านเสนอมา มีสมาชิกอีกส่วนหนึ่งคือผมไม่เห็นด้วยประเด็นนี้ครับ ที่จะถกเถียงกันนี่ครับ เดี๋ยวอธิบายกันนี่ มันก็แค่เพียงว่าทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยครับ จะมีเหตุผลอะไรสนับสนุน เหตุผลสนับสนุนอาจจะเป็นเรื่องของญัตติที่เห็นไม่ตรงกัน เหตุผลที่ไม่เห็นกัน ก็คือบางท่านเสนอว่าขัดข้อบังคับนะครับ ส่วนผมไม่เห็นด้วย เพราะขัดรัฐธรรมนูญ กับขัดข้อบังคับ อันนั้นเป็นรายละเอียดประธาน เพราะฉะนั้น ประเด็นตอนนี้ที่ท่านประธานกรุณาสรุปอันแรกหน่อยนะครับ ชัดเจนแล้วว่าก็ให้ที่ประชุมแห่งนี้ครับ อภิปรายไปตามความเห็นของท่านมันจะได้เข้าวาระเองครับ ไม่โอกาสที่จะเดินหน้าได้ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ว่าก็เสนอญัตติแล้วแต่ละคนเห็นแตกต่างหรือจะเห็นอย่างไร ก็อภิปรายไปกันไป แล้วก็ไปสรุปตอนท้าย ว่าท่านเห็นด้วยจัดการเสนอชื่อของคุณพิธาให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ครับ ใครเห็นด้วยก็ลงโหวตไป ใครไม่เห็นด้วยก็ลงโหวตไปมันก็จะชัดเจนครับ ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอบคุณครับ กลับจากคุณสมชายครับ (คุณสมชาย) ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา และวิปวุฒิสภาครับ เรียนเพื่อให้ท่านประธานเดือนหน้าการประชุมในการควบคุมการชนให้เป็นไปตามที่ท่านประทานได้วินิจฉัยแล้วดังนี้ครับ 1. ในเรื่องของที่ท่านอัครเดชกับท่านเสรีเสนอนี่ เป็นสิทธิ์ของสมาชิกในการคัดค้านญัตติที่ตกไปแล้วตามข้อ 41 เขียนว่าข้อเสนอที่ท่านสุทิน คลังแสง ก็ดี อาทิตย์ที่แล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคุณหมอชลน่านก็ดีนะคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นญัตติที่เสนอแล้ว ออกไปแล้วไม่สามารถติดต่อได้ในสมัยประชุมนี้ ต้องไปใหม่ในสมัยประชุมหน้า คิดว่าท่านประธานวินิจฉัยถูกแล้ว เพราะว่า ดำเนินการตามข้อ 32ข้อ 36 136 แล้วก็ข้อบังคับที่เกี่ยวเนื่องในส่วนนี้ไม่ได้ขัดหรือแย้งกันนะครับ อันที่ 2 พวกกระผมไม่ได้มีความเห็นต้องวินิจฉัยตีความตามข้อ 151 แต่ประการใด ผมไม่สงสัย ไม่สงสัยเลยครับ ว่าญัตติที่ตกไปแล้วพิจารณาไม่ได้ มันทำไม่ได้อยู่แล้วครับ ไม่มีความจำเป็นต้องสงสัยไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อ 151 วินิจฉัยกรณีที่ใช้ 151 วินิจฉัยนั้น กรณีที่มีผู้สงสัยนะครับ ภายใต้บังคับรัฐธรรมนูญมาตรา 149 ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับนี้ ไม่มีปัญหาที่ต้องตีความครับ เพราะสมาชิกมีสิทธิ์คัดค้านด้วยเสียงข้างมากว่าญัตติดังกล่าวนั้นไม่ชอบ เพียงแค่นี้ครับท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานว่าอยากให้ท่านประธานดำเนินการ ให้มีการอภิปรายแล้วก็ลงมติครับ เพราะว่าใช้เวลามา 2 ชั่วโมงกว่า โดยเป็นการโต้เถียงกันไปมานะครับ ขออนุญาตท่านประธานได้ดำเนินการการประชุมต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์)ประธานครับ ออมทรัพย์จอดครับ ขออนุญาตท่านประธานครับผม ฐากร ตัณฑสิทธินะครับ นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมเข้าใจว่าสนับสนุนความเห็นของท่านประธานนะครับ ผมเข้าใจว่าผมเข้าใจตรงกันกับที่ท่านประธานเข้าใจนะครับ ในประเด็นแรกนี่ ก็คือที่ทางคุณหมอชลน่าน นำเสนอนี่นะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าเห็นด้วยนะครับ ที่ท่านบอกว่าต้องใช้สิทธิ์ในการยื่นญัตติตามข้อ 151 นะครับ ซึ่งในข้อ 151 ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่าเขากล่าวไว้ว่าการในวรรค 2 นะครับ การขอให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยตามวรรคหนึ่ง อาจกระทำได้โดยประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรัฐสภารับรองไม่น้อยกว่า 40 คน ผมเข้าใจว่าที่ท่านประธานวินิจฉัยไปเมื่อสักครู่ เข้าใจว่าท่านประธานนี่ วินิจฉัยไปเมื่อสักครู่ วินิจฉัยตามข้อ 32 ในวงเล็บ 1 ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างไรก็ตามในวรรค 2 เขากำหนดไว้อยู่แล้วว่าต้องเสนอเป็นญัตติ เพราะฉะนั้น ในเรื่องดังกล่าวนะครับ ทาง 8 พรรคร่วมพันธมิตรอธิบายอีกครั้งนะครับ 8 พรรคร่วมพันธมิตร เสนอรายชื่อบุคคล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าไม่เป็นมติ ไม่เป็นญัตติครับ ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ญัตติ ดังนั้นเมื่อท่านอัครโรจน์นะครับ ขออนุญาต ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ อัครเดชนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านครับ ท่านเห็นว่ามันเป็นยัตติซึ่งก็เป็นสิทธิ์ที่ท่านนำเสนอได้ผมเข้าใจว่าเราเข้าใจประเด็นตรงกันผมเข้าใจประเด็นตรงกับท่านประธานเป็นอย่างดีครับ ในวันนี้ เพราะฉะนั้นนี่ การที่เราจะฟังข้อวินิจฉัยต่าง ๆ ในการที่จะตัดสินนะครับ ผมเข้าใจว่าใน มาตรา 151 นะครับ การที่จะตีความนี่ มันเป็นมติของที่ประชุมของรัฐสภา ในการที่จะวินิจฉัยอย่างที่ทางคุณหมอชลน่านนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อท่าน ท่านได้กล่าวไว้แล้วในข้อ 151 ดังนั้นนี่ ผมว่าทุกอย่างมันได้ข้อสรุปตรงกันไปแล้วครับ ตกลงกันไปแล้ว ผมนี่ เตรียมข้อมูลที่จะมาอภิปรายแล้ว ว่ามันเป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติ แต่วันนี้ทุกคนก็พยายามอภิปรายกันนะครับ เป็นช่วง ๆ เป็นห่วง ๆ เป็นวรรคเป็นตอน ผมฟังแล้วนี่ มันยังไม่เข้าใจในการที่จะตัดสินใจ ว่าผมฟังแล้วนี่เป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติฟังข้อมูลของแต่ละคนให้มันชัดเจนก่อนครับ ประชุมรัฐสภาเห็นใจกันเลยว่าจะเอาอย่างไรระยะเวลาขณะนี้เมื่อสักครู่ผมอธิบายไป 1 ชั่วโมงครึ่ง วันนี้ล่วงเลยมา 2 ชั่วโมงเศษแล้วครับ ยังตัดสินใจไม่ได้ ผมอยากจะฟังคำอภิปรายของแต่ละท่าน ว่ามันเป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติ หรือว่าเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ถ้าเราไม่ค่อยได้ติดตามนี้นะครับ เดี๋ยวอภิปรายสามารถตกลงกันได้ครับ ในการลงมติดังกล่าวครับ ผมขออนุญาตท่านประธานเดินหน้าตามที่ท่านประธานได้ตัดสินไปแล้วครับ เดินหน้าครับ จะเร็วครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณมากครับ คุณฐากรมากครับ มา 2 ชั่วโมงกว่าอย่างที่คุณธนกรพูดถึงแต่เรายังไม่เข้า วาระที่กำลังจะพูดกันวันนี้ก็ผมจะขออนุญาตให้ 2 ฝ่ายจริง ๆ เลยครับ ขอยุติแล้วก็จะได้วินิจฉัยกันต่อไป วิทยา แก้วภราดัย ท่านหนึ่งซึ่งอยู่ที่แล้วก็ท่านสุดท้ายซึ่งท่านก็ไม่พูดยาวอยู่ แล้วคุณมานพ ต่อไปผมจะ (คุณวิทยา) ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมวิทยา แก้วภราดัย พรรคไทยสร้างชาติ สมาชิกรัฐสภานะครับ ผมคิดว่าเราเดินมาพอสมควรนะครับ แล้วก็ตั้งสตินิ่ง ๆ แล้วก็เริ่มต้นจากจะรู้เราไปถึงไหนครับ ผมได้รับหนังสือเรียกประชุมจากท่านประธานสภาครั้งแรกก็แปลกใจครับ ก็คือนัดประชุมวันนี้เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีผมก็คิดว่าจะมีสิ่งแปลกใหม่ผมคิดว่าจะมีสิ่งแปลกใหม่ขึ้น เพราะเป็นการเรียกใหม่ ท่านประธานออกหนังสือเรียก ผมก็เจอท่านประธานก็ไม่ทราบครับ จะเกิดอะไรขึ้นวันนี้ประชุมหลังจากหนังสือผ่านไปถึงผมวันเสาร์แล้วมันก็เริ่มออกเสียงจากพรรคร่วม 8 พรรค เขายืนยันที่จะเสนอคนเดิมเข้ามา คราวนี้เขาเสนอคนเดินเข้ามาเขาก็ดำเนินกระบวนการถูกต้อง มาทานเป็นทางอื่นไม่ได้ครับ นัดวันนี้แล้ววันนี้ตกลงเพราะห้นาที่ท่านต้องหานายกให้ได้ ท่านไปนัดประชุมสภาที่ยังนายกฯประเทศไม่เกิดครับ เสร็จแล้ววันนี้ปรากฏว่ามีผู้เสนอขึ้นมาเป็นคนเดิมจริง ๆ อธิบายไม่ได้ครับ ว่าเป็นคนเดิมท่านจะให้ข้อยกเว้น ในฐานะเป็นประธานสภาได้ไงวะ มันมีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมา สำหรับให้พวกผมมานั่งเป่าเสกคนเดียวอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้น มาถึงวันนี้ครับ เมื่อเสนอคนเดิมเข้ามาอาทิตย์ที่แล้วซัดกันไป 4-5 ชั่วโมงแล้ว แล้วก็จบไปแล้ว วันนี้เสนอคนเดิมกลับเข้ามา เพื่อนสมาชิกครับผม จะใช้สิทธิ์บอกอย่างนี้คนเดิมมันซ้ำนี่ ประธานลงทบทวนดู แต่ตอนนี้ท่านประธานไม่ได้ เพราะวันที่ท่านประธานออกหนังสือก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใคร วันนี้รู้แล้วพวกผมก็ค้านเสนออย่างนี้ไม่ได้ ขัดข้อบังคับ ท่านประธานก็เดินมาถูกแล้วครับ วันนี้คนหนึ่งเสนอก็เข้ามากฎหมายแรงรับว่ามาทางนี้คนที่เขาคัดค้านเขาก็จะว่าไปสุดท้ายก็ลงมติกันเมื่อวานคนเสนอมากับคนคัดค้าน ไอ้เสียงมากกว่าคนนั้นชนะไป ผมฝากเพื่อนไว้ที่ครับ ท่านประธานครับ เสียงกันอย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้าท่านก็ต้องนัดอีก สัปดาห์หน้าท่านก็ต้องนัดอีกเป็นหน้าที่ท่านใดแล้วท่านไม่อาจรู้ได้แต่ถ้าท่านเรียกมาคุยเสียก่อนท่านจะรู้ สัปดาห์หน้าท่านนัดอีก สัปดาห์ถัดไปท่านนัดอีกล่วงหน้าไปได้เป็นเดือนเลยครับ ทุกสัปดาห์ ผมต้องการคำตอบนะครับ ว่ามันจะเกิดสุญญากาศทางข้อบังคับไหม คุณเสนอคนเดิมครั้งแ ล้วครั้งเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า คุณเสนอไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้น มันต้องมีจุดจบ เสนอครั้งที่ 1 ไม่พอใจ ครั้งหนึ่งไม่พอใจครั้งที่ 2 ไม่พอใจครั้งที่ 3 เมื่อไม่มีข้อยุติมันก็ไปเรื่อย ๆ จบไม่ได้ วันนี้ก็หาจุดจบไม่ได้ในข้อบังคับและกับความเป็นจริงไม่ใช่นึกสนุกก็เสนอทุกวันจนได้เป็นปีครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ข้อเสนอของท่านชัดเจน เดี๋ยวเราก็จะหายุติ การที่กำลังจะพูดถึงเหมือนกันครับ// ถูกต้องครับ ขอบคุณมากความคิดเห็น ขอบคุณมากครับ เนื่องจากเราใช้เวลามากแล้ว เรื่องนี้เดี๋ยวเราจะหาข้อยุติ นะครับ เชิญคุณมหรรณพเป็นคนสุดท้ายเลยนะครับผม จะไม่อนุญาตท่านผู้ใดแล้วนะครับ เชิญครับ (คุณมหรรณพ)เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพกระผมมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เห็นชอบด้วยอย่างยิ่ง ต่อขอคำปรารภของท่านประธาน ว่าเราได้ใช้เวลาเถียงกันมานานแล้ว เท่าที่ผมจับเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ยังไม่ไปถึงไหน ผมจับความได้ว่าฝ่ายที่ยื่นญัตติ แสดงความไม่เห็นด้วย ต่อการเสนอชื่อบุคคลเดิมให้เราให้ความเห็นชอบ ตามข้อบังคับ 41 นั้นย่อมกระทำมิได้ กับฝ่ายที่พยายามจะโต้แย้งว่าจะทำได้อ้างสารพัดให้ตีความ ตามมาตราตามข้อ 151 ผมก็สงสัยว่าพวกที่สงสัยว่า 151 นี่ ก็ทำไมไม่เสนอเป็นญัตติล่ะครับ ท่านเสนอสิครับ ท่านมีสิทธิที่จะเสนอให้ตีความ 151 ก็พวกเราเชื่อว่าไม่ต้องตีความ เพราะเขาบังคับเขียนไว้ชัดเจนไในประโยคแรกญัตติใดที่ตกไปแล้วไม่สามารถจะนำกลับมาเสนอใหม่ได้ ในสมัยประชุมเดียวกัน จบไปแล้วครับ ไม่มีข้อสงสัย เราไม่สงสัยครับท่านประธาน ผมขอให้เดินหน้าต่อนะครับ ขอบพระคุณครับ ครับขอบพระคุณคุณมานพครับครับ ขอบพระคุณคุณมานพครับ เนื่องจากว่าเราพูดกันมาพอสมควร เรื่องใหญ่อยู่ที่เรื่องของข้อบังคับ ว่าจะทำได้หรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อไม่มีผู้เสนอให้ตีความวินิจฉัยข้อบังคับที่ 150 ทั้ง ๆ ที่หลายท่านก็พูดถึงเรื่องนี้ แต่ข้อบังคับนี้ก็เปิดโอกาสให้ว่าให้ประธานเสนอต่อที่ประชุมที่นี้ได้ เพื่อให้การวินิจฉัยตามข้อบังคับที่ 151 แต่ทั้งนี้ต้องมีผู้รับรอง 40 คน เช่นเดียวกับสมาชิกเสนอเพราะผมดูแล้วว่าพูดต่อไป 3 ชั่วโมง ก็ยังคงไม่ได้ข้อยุติ เพราะว่าแต่ถ้าใช้ข้อบังคับ 151 นี้แล้วก็อภิปรายต่อไปได้ แต่ต้องอภิปรายภายใต้ก็มาครับ 151 เพื่อตีความข้อบังคับ เป็นข้อบังคับที่กำลังเสนอ คือ ข้อบังคับว่าด้วยซึ่งข้อบังคับที่กำลังเสนอ คือ ข้อบังคับว่าด้วยข้อบังคับที่ ๔๑ ที่คุณอัครดเสนอครับ ว่าใช้ได้หรือไม่ก็สะดวกอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้ประธานขอเสนอจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้นะครับ ขอเสนอ //เพราะท่านประธานที่เคารพครับผม (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอเสนอพูดให้จบก่อน ไม่อย่างนั้นก็จะไปทีเดียว ผมขอเสนอว่าขอให้ประชุมนี้ใช้มาตราบังคับที่ 151 ครับ เพื่อตีความข้อบังคับ ซึ่งต้องมีสมาชิกรับรอง 40 คน เพราะฉะนั้น ผมขอเสนอให้ตีความ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอประทานโทษ มีผู้รับรองเป็นดีแล้วแต่ว่านางรองประธานรองเลขาธิการของท่านประธานไม่ต้องมีผู้รับรองก็ได้ แต่ว่าเพื่อยืนยันมีผู้รับรองก็ได้นะครับ สักครู่นะครับผม (คุณพริษฐ์) ขออนุญาตถุงถังบังคับครับ เข้าใจครับ ว่าเป็นสิทธิของท่านประธานตามข้อ 150 ครับ ว่าถึงแม้ไม่มีสมาชิกสภา ตีความข้อบังคับนั้นนะครับ ท่านประธานก็สามารถเสนอได้ แต่ว่าอยากจะเข้าใจคำถามหรือว่า ญัตติชัด ๆ หน่อยครับ ว่าพิจารณา 151 (คุณวันมูหะมัดนอร์) จะติดจะมีการอภิปรายต่อไปครับ ไม่ได้มารับรองแล้วแล้วเสียงเกินกึ่งหนึ่งต้องเห็นด้วยนะครับ 375 เห็นด้วยกับข้อปรึกษาข้อเสนอของท่านประธาน แล้วจะเดินต่อไปถ้าเดินต่อไปอธิบายได้ว่าอาจจะเป็นติดเพราะอะไรไม่เป็นญัตติเพราะอะไร (คุณสมชาย) ประธานที่เคารพครับ สมชาย แสวงการครับ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ เมื้ (คุณสมชาย) สักครู่ที่ผมลุกขึ้นประท้วงท่านอาจารย์ด้วยความเคารพประธานได้ดำเนินการไปด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ประการที่ 1ประธานวินิจฉัยไปล่วงหน้าแล้วเมื่อสักครู่นะครับ ข้อเสนอของท่านอัครเดช ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ที่คัดค้านญัตติการเสนอคุณพิธา เป็นนายกมนตรี ว่าไม่ชอบตามข้อ 41 เพราะฉะนั้นนี่ต้องเดินตามนี้ครับ ท่านประธานตัดสินไปแล้วจะต้องเดินตามนี้ ที่มาเปลี่ยนคำวินิจฉัย (คุณวันมูหะมัดนอร์) จริง ๆ ก็เดินไปตอน 151 อธิบายได้และมีความเห็นได้บางอย่างที่คุณสมชายพูดหรือคุณเสรีพูดหรือทางฝ่ายพรรคก้าวไกลว่าต้องใช้หมวด 9หรือจะใช้อย่างที่คุณประเด็นเสนอก็ได้ได้ทั้งนั้นแต่จะได้มีข้อยุติ จะได้มีข้อยุติ ว่าข้อเสนอนั้นถูกต้องหรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้นผม (คุณสมชาย) ท่านประธานครับ ขออภัยท่านประธานด้วยความรับผิดครับ สักครู่ครับผม ใช้เวลาสักครู่อธิบายกลับว่ากระผมเห็นว่าพ่อเสนอของอัครเดชยกตามข้อ 41 ว่าญัตติดังกล่าวนี่เสนอไม่ได้ข้อเสนอท่านเสรีสุวรรณภานนท์บอกว่าขัดรัฐธรรมนูญท่านประธานวินิจฉัยแล้วนะครับ ว่าต้องเดินการประชุมไปตามนี้ส่วนข้อ 151 นี่ มาทีหลัง กระผมพวกกระผมไม่ได้ขัดข้องว่าสงสัยเลยว่าข้อบังคับดังกล่าวขัดการประชุมประเด็นใดที่ต้องวินิจฉัยตาม 151 ผมไม่มีความจำเป็นในส่วนที่ต้องวินิจฉัย หรืออภิปรายในส่วน 151 แต่ยืนยันครับ ว่าประธานตามเดินตามข้อ 32 ข้อ 36 แล้ว แล้วพวกเราเห็นว่าญัตติดังกล่าวในการเสนอชื่อของคุณสุทิน คลังแสง นั้นตกไปแล้วตั้งแต่คราวที่คุณหมชเสนอต้องเดินตามนี้ก่อนครับ ส่วนท่านประธานจะวินิจฉัยว่า 151 นี่ ก็ต้องสุดท้ายพูดกับผมนี่ในส่วนวันหนึ่งต้องตีความหรือไม่เหล้าที่ปลายทางที่ท่านอัครเดช ท่านเสรีเสนอครับ แล้วเวลาลงมติ มติก็ต้องลงมติเรียงตามที่ท่านอดีตท่านเสรีเสนอ ขออนุญาตรายการตามนี้ครับไม่อย่างนั้นสภาท่านชายมากครับ ก็ตามอภิปรายไปในที่สุดก็เป็นข้อขัดแย้งในเรื่องของก็ปกติดีก็ต้องตีความอยู่ดีก็เหมือนที่คุณจุลพันธ์เสนอแต่ตอนแรก ก็เห็นว่าเราอภิปรายมานี่ 2 ชั่วโมงเกือบ 3 ชั่วโมงแล้วนะครับ ก็ไม่ได้ก็ยุติ เดี๋ยวก็จะไปอีกผมจึงเห็น ว่าได้ฟังทุกฝ่ายแล้วนะครับ ส่วนใหญ่ก็ติดอยู่ที่ว่าข้อบังคับนี้จะไปได้หรือไม่ เพราะฉะนั้น ผมจึงขอวินิจฉัยไปที่ผมได้เสนอตอนแรกตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนที่ว่าพิจารณาว่ารัฐสภาวิจัยนะครับ เมื่อที่ประชุมรัฐสภาลงมติวินิจฉัยโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้ง 2 สภาเป็นประการใดแล้ว ให้ถือว่าการวินิจฉัยนั้นเป็นเด็ดขาด ครับ เพราะฉะนั้นในตอนนี้ผมก็จะขอ ว่าจะต้องตีความว่าจะเป็นไปตามข้อ 151 นะครับ ซึ่งการตีความนี้ก็จะตีความว่าข้อเสนอของคุณอัครเดชนะครับ // ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ถูกต้องตามข้อบังคับจะได้หรือไม่ก็ต้องมาเป็นประเด็นประเด็นที่จะวินิจฉัยข้อ 151 หมอชลน่านได้เสนอเมื่อสักครู่ ผมก็จับประเด็นว่าถ้าคุณหมออยู่ประเด็นว่าเราจะใช้ข้อ 151 นี้นะครับ จะไปเสนอญัตติเพื่อสมาชิกลงด้วยมติอย่างไรครับ หรือจะมีมติ ผมขอให้เข้าสู่ข้อบังคับข้อที่ 151 ครับ ประธานที่เคารพกระผมชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจังหวัดน่านสมาชิกรัฐสภาพระพุทธประทานครับ ในข้อเสนอของผมเนี่เป็นการเสนอตามข้อบังคับข้อ 151 นะครับ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับนั้นในการเสนอเนื้อหาญัตติเหมือนกับเพื่อนสมาชิกเสนอครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกต้องการให้วินิจฉัยข้อบังคับข้อที่ 41 นั้นความหมายของผมนะครับ แต่เพื่อสมาชิกอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า "วินิจฉัย" ท่านบอกว่าการเสนอญัตติ ขออภัยครับท่านประธานครับ การเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของสุทิน คลังแสง