--- title: (สำรอง)การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) 190766 (นาทีที่ 2.00.01 - 4.00.00 น.) นาโน มาริก subtitle: date: วันอังคารที่ 26 กันยายน 2566 เวลา 13.22 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ต้องไปเลือกผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายก ไม่ให้เป็นการสถาปนาไม่เป็นดำเนินการอย่างอื่นต้องเลือกอย่างเดียวตามที่เขียนไว้ ฉะนั้นมันโดยไม่มีคำจำเป็นต้องเขียนญัตติคำนำหน้าตัวรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่าต้องไปดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งสังเกตครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจ อภิปรายไปทั่วไปเขาเขียนคำว่า ญัตติหมดครับ ก็ไม่ต้องหมดนะครับ สมาชิกมีข้อสนับสนุนเรื่องนี้อยู่ผมจะไม่ลงรายละเอียดด้วยความเคารพโดยสรุปครับ ต้องชัด 1. เสนอตาม 151 อภิปรายกันไป โต้แย้งกันไป 2. ลงมติตาม 151 ถ้าจบตามนั้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เมื่อกี้คุณณัฐวุฒิครับ เชิญครับ (คุณณัฐวุฒิ) ผม ณัความเห็นที่ดีของคุณกัมปนาทจะว่าต้องฟังคนอื่นที่คล้ายคลึงกัน คือ แต่ว่ามีประเด็นที่แตกต่างจากขอให้คุณประวิทย์ วัชรศิลป์ เป็นผู้อภิปรายสรุปครับ ครับ จดครับ ใจรักคุณนะ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อเข้าไปในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เราก็มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้มาสักพักหนึ่งแล้วนะครับ มา 2 ชั่วโมง ก็ยังเดินหน้าไม่ถึงไหนนะครับผม ขออนุญาตลองใช้เวลาสัก 2-3 นาที ในการสรุปความเห็นที่แตกต่างที่มีอยู่ และเสนอแนะต่อประธานนะครับ ว่าดำเนินการประชุมต่อไปอย่างไรบ้าง ผมคิดที่แตกต่างที่มีอยู่ในในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ผู้จัดการ มีความว่าบุคคลผู้ก่อตั้งเป็นนายกฯ นั้นนี่เข้าข่ายโดยทั่วไปที่ถูกกำกับดูแลโดยข้อบังคับข้อที่ 11 หรือไม่อันนี้คือหัวใจสำคัญของความเห็นที่แตกต่างระหว่างสมาชิกภายในที่นี้ แต่กว่าจะเดินทางไปถึงการพิจารณานื้อหาสาระ ที่คัดค้านกันนี่ มันมี 2 3 ประเด็นที่เห็นต่างอยู่ในเชิงของกระบวนการนะครับ ก็เลยจะพยายามเบี่ยงประเด็นและให้ท่านประธานและรองวินิจฉัยในแต่ละประเด็นดูครับ เพื่อให้แห่งสภานี้ ต่อใต้ครับ ครับ คือ วินิจฉัยครับ ว่าการที่สมาชิกสภาขออนุญาตเอ่ยนามท่านอัครเดชนั้นทักท้วงขึ้นมาและสัญญาสีขึ้นมานะนี่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ครับ เพราะว่าในปัจจุบันเราก็เห็นว่าตลอด 2 ชั่วโมงที่ผ่านมาก็มีการอภิปรายทั้งเห็นด้วยและคัดค้านนะครับ ทั้งฝ่ายที่คัดค้านก็บอกว่าชอบทำบุญเพราะว่าได้เข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณายกแล้วตามมาตรา 272 ฝ่ายที่สนับสนุนก็บอกว่าขอบด้วยรัฐธรรมนูญ ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่าการทักท้วงของท่านอัครเดชนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ ต้องขอให้ปัญหานั้นวินิจฉัยข้อที่ 1 ถ้าสมมติว่าถ้าประธานวินิจฉัยว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญครับ และสามารถทักท้วงคัดค้านได้ ครับ ก็เข้าสู่ประเด็นที่ 2 ครับ ที่อาจจะต้องให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยเช่น กันก็คือว่าเพื่อทักท้วงจะใช้ข้อมูลครับ ได้นะครับ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ผมก็สรุปได้ว่าความเห็นนั้นแบ่งออกเป็น 3 ฝ่ายนะครับ ท่านประธานเมื่อสักครู่วินิจฉัยไปเบื้องต้นนะครับ ว่าให้ใช้ข้อบังคับข้อ 31 ธนเดชอ้างอิงข้อบังคับ 32 - 1 ไม่ต้องซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ เป็นความเห็นที่เอ่ยนามสักครู่คือใช้ข้อบังคับข้อ 151 เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ 2 ที่ท่านประธานต้องวินิจฉัยครับ พฤหัสข้อที่ 1 ไปแล้วว่าข้อทักท้วงของท่านอดีตนางชอบรัชนูเนี่ยอ้างอิงข้อบังคับใดระหว่าง 3132 วงเล็บ 1 หรือว่า 151ประธานวินิจฉัย เสร็จแล้วนะครับ ว่าเป็นข้อบังคับอะไรนะครับ ซึ่งผมยืนยันว่าความเห็นผมควรจะเป็น 151 นะนี่ค่อยเดินทางมาสู่ขั้นตอนที่ 3 ปล่อยให้หรือว่าการเปิดให้สมาชิกสภาทุกคนที่ไปเต็มที่ว่าเห็นด้วยหรือเห็นต่างกันข้อเสนอของบ้านท่านว่าการที่ 3 บุคคล ที่สมควรแต่งตั้งเป็นนายกนั้นสมควรถูกจำกัดข้อบังคับข้อที่ 41 อันนี้คือ 3 ขั้นตอนที่ผมต้องเรียนท่านประธานให้ช่วยวินิจฉัยนะครับ เพื่อที่ว่าเราจะเดินหน้าประชุมต่อได้ แล้วเมื่อไปสู่ขั้นตอนที่ 3 ก็ได้เปิดให้สมาชิกทั้งสองฝ่ายนั้นสามารถอธิบายด้วยข้อมูลและหลักฐานทางกฎหมายเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ (คุณณัฐวุฒิ) ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ ขอนิดเดียวครับ ท่านประธานไม่เกิน 1 นาทีครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ได้ครับ (คุณณัฐวุฒิ) ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุติ บัวประทุม สมาชิกรัฐสภาครับ ลบกับประเด็นที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายแล้วก็จะขาดตกบกพร่องไปแค่ 2 ประเด็นต่าง ๆ ครับ ประธานครับ กรณีญัตติสั้น ๆ นะครับ ว่าเป็นปกติของท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ความจริงผมเอ่ยหลายครั้ง เพราะท่านเป็นอาจารย์ของผมด้วย ท่านประธานยังไม่ได้วินิจฉัยนะครับ ว่าจะติดของท่านเสรีสุวรรณภานนท์นั้นเข้าข่ายญัตติในข้อใดของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ไม่เช่นนั้นมันก็จะไปต่อไม่ได้ ว่าเราจะเปิดให้มีการอภิปรายหรือไม่ ในขณะเดียวกันครับท่านประธานครับ กรณีที่ท่านประทานได้วินิจฉัยตอนแรก ว่าญัตติองท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ด้วยความเคารพนะครับ อยู่กรรมาธิการเดียวกัน รักใคร่กันดีครับ วินิจฉัยโดยอ้างข้อ 31 นะครับ ไม่ใช่ข้อ 32 และท่านบวกข้อ 31 ไปข้อ 36 สภาแห่งนี้ได้ยินกันทั้งสภาครับ ประชาชนได้ยินกันทั้งประเทศ ที่จับตาดูอยู่ครับ กระบวนการข้างนอกอย่ามาเร่งอะไรเอาครับ กำลังทำงานในสภาแต่ 31 ไม่ตรงครับ ท่านประธานนิสัยแบบนั้นต้องเข้าชื่อ สภาต้องมีมติ แล้วส่งสารรัฐธรรมนูญตีความครับ จะเอากันแบบนั้นไหมครับ ฉะนั้น ท่านประธานต้องวินิจฉัยชัดนะครับ ว่าตกลงกรณีถามเจ้าตัวก็ได้ครับ ท่านอัครเดชญัตติตามข้อใด ท่านเสรีเสนอตามจะติดตามข้อใด และท่านประธานวินิจฉัยตามข้อใด แต่ถ้าท่านวินิจฉัยชอบหรือไม่ชอบจะไป 151 ที่มีการตีความข้อบังคับต่ออันนั้นค่อยว่ากันในเชิงรายละเอียดครับ ขออนุญาตยอดนำเรียนให้เกิดความชัดเจนแล้วก็ไม่ผิดหลงในที่ประชุมแห่งนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณทุกท่านครับผม ท่านสมชาย แสวงการ (คุณเสรี) สวัสดีครับ ท่านครับ ท่านอาจจะได้สนใจสถานทูตครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกรัฐสภาท่านสมาชิกได้กรุณาถามว่าญัตติที่ผมเสนอนะนี่นะครับ เป็นญัตติเรื่องใดต้องกราบเรียนครับ ท่านอาจารย์ครับ เป็นญัตติเรื่องเดิม ไม่ใช่ญัตติอื่น ตามที่ท่านได้อภิปรายพูดถึงกัน เพราะฉะนั้น ญัตติที่พิจารณาอยู่นี่เป็นญัตติเดิมที่ผมไม่เห็นด้วย นะครับ อันนี้อยู่ในเรื่องเดียวกันเลยครับ นะครับ ข้อที่ 2 ครับท่านประธานครับ สิ่งที่เรากำลังที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้มีประเด็นง่าย ๆ สั้น ๆ นะท่านประธานสมาชิกในสภาส่วนหนึ่งเสนอให้คุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในวาระนะครับ ท่านเสนอชื่อมา มีสมาชิกอีกส่วนหนึ่ง คือ ผม ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้ครับ ที่จะถกเถียงกันนี่ครับ เดี๋ยวที่จะอภิปรายกันเนี่ยทั้งสองฝ่ายนะครับ ที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย จะมีเหตุผลอะไรสนับสนุน เหตุผลสนับสนุนก็อาจจะเป็นเรื่องของญัตติเห็นไม่ตรงกัน เหตุผลที่ไม่เห็นการก็คือบางท่านเสนอว่าขาดข้อบังคับครับ ส่วนผมไม่เห็นด้วยเพราะขัดรัฐธรรมนูญขัดข้อบังคับ อันนั้นเป็นรายละเอียดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ประเด็นตอนนี้ที่ท่านประธานกรุณาสรุปครั้งแรกนะครับ ชัดเจนแล้วว่าก็ให้ที่ประชุมแห่งนี้ครับ อภิปรายไปตามความเห็นของท่าน มันจะได้เข้าวาระครับ ท่านทุกถกเถียงกันอย่างนี้ไม่มีโอกาสที่จะเดินหน้าได้ครับ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ เสนอญัตติ แล้วแต่ละคนเห็นแตกต่างหรือจะเห็นอย่างไรก็อภิปรายกันไปนะครับ แล้วก็ไปสรุปตอนท้ายว่าท่านเห็นด้วยกับการเสนอชื่อของคุณพิธา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นะครับ ครเห็นด้วยก็ลงโหวตไป ใครไม่เห็นด้วยก็โหลดไปนะครับ ตรงนั้นมันก็จะชัดเจนครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ เชิญท่านสมชายครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญคุณสมชายแสวงการ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภาแล้วก็ได้ฐานะวุฒิสภากลับเรียนเพื่อให้ท่านประธานเดินหน้าการประชุมในการควบคุมกันชนให้เป็นไปตามที่ท่านประทานได้วินิจฉัยแล้ว ดังนี้ครับ 1. ในเรื่องของที่ท่านอัครเดชกับท่านเสรีเสนอนั้นนี่ เป็นสิทธิ์ของสมาชิกในการคัดค้านญัตติที่ตกไปแล้ว ตามข้อ 41 ท่านเห็นว่าข้อเสนอที่ท่านสุทินคลังแสง ก็ดี อดีต... ครั้งที่แล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คุณหมอชลน่านก็ดี นำเสนอ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นญัตติ ที่เสนอแล้วตกไปแล้วไม่สามารถที่จะได้ในสมัยประชุมนี้พิจารณใหม่ในสมัยประชุมนาทผมคิดว่าท่านประธานวินิจฉัยถูกแล้วเพราะว่ารายการตามข้อ 32 ข้อ 36 แล้วก็ข้อ 136 แล้วก็มาตรา... ข้อบังคับที่เกี่ยวเนื่องในส่วนนี้ไม่ได้ขัดแย้งกันนะครับ แล้วก็ข้อที่ 2 ผมไม่ได้มีความเห็นมันต้องวินิจฉัยตีความตามข้อ 15 18 ประการใด ผมไม่สงสัย ไม่สงสัยเลยครับ ว่าญัตติที่ตกไปแล้วพิจารณาไม่ได้ มันทำไม่ได้อยู่แล้วครับ ไม่มีความจำเป็นต้องส่งสำนวนไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อ 151 วินิจฉัยกรณีที่ใช้ 151 วินิจฉัยนั้น คือ กรณีที่มีผู้สงสัยนะครับ ภายใต้บังคับรัฐธรรมนูญมาตรา 149 ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับนี้ ไม่มีปัญหาถ้าจะต้องตีความครับ เพราะสมาชิกมีสิทธิ์คัดค้านเสียงข้างมาก ว่าญัตติดังกล่าวนั้นไม่ชอบ ประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานว่าในฐานะวิปวุฒิฯ อยากให้ท่านประธานดำเนินการไม่มีการอภิปรายแล้วก็ลงมติครับ เพราะว่าใช้เวลามา 2 ชั่วโมงกว่าโดยเป็นการโต้เถียงกันไปมานะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานได้สนับสนุนประธานดำเนินการการประชุมต่อไปเลยครับ ขอบพระคุณครับ (คุณฐากร) ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) มีผู้เสนอผมครับ เชิญ ๆ ครับ (คุณฐากร) ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม ฐากร ตัณทสิทนะครับ ทักทายทักทายนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมเข้าใจว่าสนับสนุนความเห็นของท่านประธานนะครับ ผมเข้าใจว่าผมเข้าใจตรงกันกับที่ท่านประธานเข้าใจนะครับ ในประเด็นแรกนี่ก็คือที่ทางคุณหมอชลน่านนำเสนอนี่นะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าเห็นด้วยนะครับ ที่ท่านบอกว่าต้องใช้สิทธิ์ในการยืนญัตตินี่ ตามข้อ 151 ครับ ซึ่งในข้อ 151 ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่า เขากล่าวไว้ว่า การ... ในวรรค 2 นะครับ การขอให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยตามวรรค 1 อาจกระทำได้โดยประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรัฐสภารับรองไม่น้อยกว่า 40 คน ผมเข้าใจว่าที่ท่านประธานวินิจฉัยไปเมื่อสักครู่ เข้าใจว่าท่านประธานนี่วินิจฉัยตามข้อ 32 ในวงเล็บ 1 ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน ย่างไรงก็ตามในวรรค 2 เขากำหนดไว้อยู่แล้ว ว่าต้องเสนอเป็นญัตติเพราะฉะนั้น ในเรื่องดังกล่าวนะครับ ทาง 8 พรรคร่วมพันธมิตร ผมอธิบายอีกครั้งหนึ่งนะครับ 8 พรรคร่วมพันธมิตรเสนอรายชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าไม่เป็นมติ ไม่เป็นญัตตินะครับ ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ญัตติ ดังนั้น เมื่อท่าน... อัครโรจน์... นะครับ ขออนุญาตขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ อัครเดชนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านครับ ท่านเห็นว่ามันเป็นญัตติ ซึ่งเขาเป็นสิทธิที่ท่านนำเสนอได้ เข้าใจว่าเราเข้าใจประเด็นตรงกัน ผมเข้าใจประเด็นตรงกับท่านประธานเป็นอย่างดีครับ ในวันนี้ เพราะฉะนั้นนี่ การที่เราจะฟังข้อวินิจฉัยต่าง ๆ ในการที่จะตัดสินนะครับ ผมเข้าใจว่าในมาตรา 151 นะครับ การที่จะตีความนี่ มันเป็นมติของที่ประชุมของรัฐสภา ในการที่จะวินิจฉัยอย่างที่ทางหมอชลน่านนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อท่าน ท่านได้กล่าวไว้แล้วในข้อ 151 ดังนั้นนี่ ผมว่าทุกอย่างมันได้ข้อสรุปตรงกันไปแล้วนะครับ ตกลงกันไปแล้ว ผมนี่เตรียมข้อมูลที่จะมาอภิปรายแล้วว่ามันเป็นญัตติหรือไม่ปซึ่งไม่เป็นญัตติ แต่วันนี้ทุกคนก็พยายามอธิบาย รายการนะครับ เป็นช่วง ๆ เป็นห้วง ๆ เป็นวรรคเป็นตอนผมฟังแล้วนี่มันยังไม่เข้าใจในการที่จะตัดสินใจว่าเป็นญัตติ หรือไม่เป็นญัตติ ข้อมูลของแต่ละคนให้มันชัดเจนก่อนครับ แล้วที่ประชุมรัฐสภาตัดสินใจกันเลยว่าจะเอาอย่างไร ระยะเวลาขณะนี้เมื่อสักครู่ผมอธิบายไป 1 ชั่วโมงครึ่ง วันนี้ล่วงเลยมา 2 ชั่วโมงเศษแล้วครับ ยังตัดสินใจไม่ได้ ผมอยากจะฟังคำอภิปรายของแต่ละท่าน ว่ามันเป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติ หรือว่าเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ในการเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ถ้าเราได้ข้อยุติตามนี้นะครับ ฟังการอภิปราย สามารถตกลงกันได้ครับ ในการลงมติดังกล่าวครับ ผมขออนุญาตท่านประธานเดินหน้าตามที่ท่านประธานได้ตัดสินใจแล้วครับ เดินหน้าเถอะครับ จะได้เร็วครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณฐากรมากครับ ขณะนี้มีรับพิจมา 2 ชั่วโมงกว่าอย่างที่คุณปกรณ์พูดถึงแต่เรายังไม่เข้า วาระที่กำลังจะพูดกันวันนี้ ก็ผมจะขออนุญาตให้ 2 ฝ่ายจริง ๆ เลยครับ หาขอยุติแล้วก็จะได้วินิจฉัยกันต่อไป ท่านหนึ่งซึ่งอยู่ แล้วก็ท่านสุดท้ายครับ เจอกันเก้าไม่พูดยาวอยู่แล้วคือคุณจากฝ่าย สว. พูดอีกท่านหนึ่ง เชิญครับ ท่านประธานสภาที่เคารพกระผมวิทยาแก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ ชาติสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมคิดว่าเราเดินมาพอสมควรนะครับ แล้วก็ตั้งสติดี ๆ เริ่มต้นจากเดินมาจะรู้รอไปถึงไหนครับผมได้รับหนังสือเรียกประชุมจากท่านประธานสภาครั้งแรกก็แปลกใจครับก็คือนัดประชุมวันนี้เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าจะมีสิ่งแปลกใหม่ขึ้นมา เพราะเป็นการเรียกใหม่ ท่านประธานออกหนังสือเรียก ผมก็เจอท่านประธานก็ไม่ทราบครับ จะเกิดอะไรขึ้นประชุมจนหลังจากหนังสือท่านประธานไปถึงผมวันเสาร์แล้ว มันก็เริ่มออกเสียงจากพรรคร่วม 8 พรรคเขายืนยันที่จะเสนอคนเดิมเข้ามา คราวนี้พอเสนอคนเดินเข้ามาเขาก็ดำเนินกระบวนการถูกต้อง ประธานเป็นทางอื่นไม่ได้ครับ นัดวันนี้แล้ววันนี้ตกลงตรงนั้นอีก ท่านต้องหานายกให้ได้ ถ้าท่านไปนัดประชุมสภาเสียอย่าง นายกประเทศนี้ก็ไม่มีทางเกิดครับ เสร็จแล้ววันนี้ปรากฏว่ามีผู้เสนอขึ้นมาเป็นคนเดิมจริง ๆ ท่านก็อธิบายไม่ได้ครับ ว่าถ้าเป็นคนเดิมท่านจะให้ขอยกเว้นในฐานะเป็นประธานสภาได้อย่าง ว่ามันมีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมา สำหรับผมมานั่งเป่าเสกคนเดิมอีกครั้งหนึ่ง ถึงวันนี้ครับ เมื่อเสนอคนเดิมเข้ามาอาทิตย์ที่แล้วซักกันไป 4-5 ชั่วโมง แล้วจบไปแล้ววันนี้เสนอคนเดิมกลับเข้ามาเพื่อนสมาชิกครับผม เขาก็ใช้สิทธิ์บอก อย่างนี้คนเดิมมันซ้ำนี่ ประธานลองทบทวนดู จะตำหนิท่านประธานไม่ได้ ตอนนี้ท่านประธานไม่ได้เพราะวันที่ท่านประธานออกหนังสือก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใครวันนี้รู้แล้วพวกผมก็ค้านเสนออย่างนี้ไม่ได้ขัดข้อบังคับ ท่านประธานก็เดินมาถูกแล้วครับวันนี้ คนหนึ่งก็นึกก็ว่ามา กฎหมายก็ว่ามาทางนี้ก็คนที่เขาก็จะว่าไปสุดท้ายก็ลงมติกันกับว่าระหว่างคนเสนอมากับคนคัดค้าน ใครเสียงมากกว่า คนนั้นชนะไป ผมฝากเพื่อนไว้นิดเดียวกับท่านประธานครับ เถียงกันอย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้าท่านก็กว่าตรงนั้นอีกสัปดาห์ถัดไปท่านก็ตรงนั้นอีก เป็นหน้าที่ท่านใด แล้วท่านไม่อาจรู้ได้ แต่ถ้าท่านเรียกมาคุยเสียก่อนตั้งใจรู้ วันนี้สัปดาห์หน้าท่านนัดอีก สัปดาห์ถัดไปท่านนัด อีกท่านนัดอีกล่วงหน้าไปได้เป็นเดือนเลยครับ ทุกสัปดาห์ผมต้องการคำตอบนะครับ ว่ามันจะเกิดสุญญากาศทางข้อบังคับไหม ถ้าคุณเสนอคนเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า จนหาคนเสนอไม่ได้ เริ่มจะเกิดอะไรขึ้นคัรบท่านประธาน มันต้องมีจุดจบ ครั้งหนึ่งไม่พอใจ ครั้งที่ 2 ไม่พอใจครั้งที่ 3 เมื่อไม่มีข้อยุติ มันก็ไปเรื่อย ๆ หาจุดจบไม่ได้ท่านประธาน ฉะนั้น ผมคิดว่าวันนี้ก็หาจุดจบบังคับเล่นกับความเป็นจริง ไม่ใช่นึกสนุกก็เสนอทุกวันจนได้เป็นปีครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ก็เดี๋ยวเราก็จะหาขอยุติการกำลังจะพูดถึงเหมือนกันครับ (คุณวิทยา) ถูกต้องครับ แล้วครับ ให้ออกความคิดเห็นกันไปเลยครับ ขอบคุณมากครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เนื่องจากเราใช้เวลามากแล้วในเรื่องนี้เดี๋ยวเราจะหาข้อยุติอาจารย์คุณมหรรณพขั้นสุดท้ายเลยนะครับผม จะไม่อนุญาตให้ผู้ใดได้นะครับ เชิญครับ (คุณมหรรณพ) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ มหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา เห็นชอบด้วยอย่างยิ่งต่อคำปรารภของท่านประธานว่าเราได้ใช้เวลาเถียงกันมานานแล้ว เท่าที่ผมจับเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ยังไม่ไปถึงไหน ผมจับความได้ว่า ฝ่ายที่ยื่นญัตติแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการเสนอชื่อบุคคลเดิม ให้เราให้ความเห็นชอบ ตามข้อบังคับ 41 นั้น ย่อมกระทำมิได้ กับฝ่ายที่พยายามจะโต้แย้ง ว่าทำได้ อ้างสารพัด แม้กระทั่งไอ้ตีความตามมาตราตามข้อ 151 ผมก็สงสัยว่าพวกที่สงสัยว่า 151 นี่ ก็ทำไมไม่เสนอญัตติล่ะครับ ท่านเสนอสิครับ ท่านมีสิทธิ์ที่จะเสนอให้ตีความตาม ตาม 151 ก็พวกเราเชื่อว่าไม่ต้องตีความ ข้อบังคับมันเขียนไม่ชัดเจนในประโยคแรก ว่าญัตติใดที่ตกไปแล้วไม่สามารถจะนำกลับมาเสนอใหม่ได้ ในสมัยประชุมเดียวกัน จบไปแล้วครับ ไม่มีข้อสงสัย เราไม่สงสัยครับท่านประธาน ผมขอให้เดินหน้าต่อนะครับ ขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบพระคุณคุณมหรรณพครับ ขอเป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ นะครับ เนื่องจากว่าเราพูดกันมาพอสมควรเรื่องใหญ่ก็อยู่ที่เรื่องของข้อบังคับ ว่าจะทำได้หรือไม่นะครับ ฉะนั้น เมื่อไม่มีผู้เสนอให้ตีความวินิจฉัย ข้อบังคับที่ 151 ทั้ง ๆ หลายท่านก็พูดถึงเรื่องนี้ แต่ข้อบังคับนี้ก็เปิดโอกาสให้ว่า ให้ประธานเสนอต่อที่ประชุมนี้ได้ เพื่อให้การวินิจฉัยตามต่อข้อ151 แต่ทั้งนี้ต้องมีผู้รับรอง 40 คน เช่นเดียวกับสมาชิกเสนอ เพราะผมดูแล้วว่าพูดต่อไป 3 ชั่วโมงก็ยังคงไม่ได้ข้อยุติ เพราะว่าแต่ถ้าใช้ข้อบังคับ 151 นี้แล้วก็อภิปรายต่อไปได้แต่ต้องอภิปรายภายใต้ก็มาครับ151 เพื่อตีความข้อบังคับเป็นข้อบังคับที่กำลังเสนอคือข้อบังคับว่าด้วยข้อบังคับ 41 ที่คุณอัครเดชเสนอครับ ว่าใช้ได้หรือไม่ก็สรุปอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้ประธานขอเสนอเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ได้นะครับ ขอเสนอ (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ขอเสนอพูดให้จบก่อนจะไปทีเดียวผมขอเสนอว่าขอให้ที่ประชุมนี้ได้ใช้มาตราใช้ข้อบังคับที่151 ครับ เพื่อตีความข้อบังคับ ซึ่งต้องมีสมาชิกรับรอง 40 คน เพราะฉะนั้น ผมขอเสนอให้ตีความ ขอผู้รับรองด้วยครับ กราบขอประทานโทษ มีผู้รับรองเป็นดีแล้วแต่ว่านางรองประธานรองเลขาธิการประธานไม่ต้องมีผู้รับรองก็ได้แต่ว่าเพื่อยืนยัน ผู้รับรองก็ดีแล้วนะครับ ครับผม (คุณพริษฐ์) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านปครับ จะขับตามข้อบังคับครับ เข้าใจครับ ว่าเป็นสิทธิ์ของท่านประธานตามข้อ 151 ครับ ว่าถึงแม้ไม่มีสมาชิกสภาตีความข้อบังคับนั้นนะครับ ท่านประธานก็สามารถเสนอได้ แต่ว่าอยากจะเข้าใจคำถามหรือญัตติชัด ๆ นิดหนึ่งครับ ว่าพิจารณาเหมือนจะ 151จะมีการอภิปรายต่อไปครับ ไม่ได้มารับรองแล้วแล้วเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ต้องเปิดกึ่งหนึ่งด้วยนะครับ 375 เห็นด้วยข้อปรึกษาข้อเสนอของท่านประธานและจะเดินต่อไปถ้าเดินต่อไป ก็อภิปรายได้ว่าจะเป็นญัตติเพราะอะไร ไม่เป็นญัตติเพราะอะไร (คุณสมชาย) ท่านประธานที่เคารพครับ สมชาย แสวงการครับ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ กลับจากครับ สักครู่ที่ผมลุกขึ้นประท้วงท่านอาจารย์ และด้วยความเคารพให้ท่านประธานได้การไปด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ประการที่ 1 ท่านประธานวินิจฉัยไปล่วงหน้าแล้วเมื่อสักครู่นะครับ ว่าพิจารณาญัตติข้อเสนอของท่านอัครเดช ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ที่คัดค้านญัตติการเสนอคุณพิธาเป็นนายกมนตรี ว่าไม่ชอบตามข้อ 41 เพราะฉะนั้น จะต้องเดินตามนี้ครับ เมื่อท่านประธานวินิจฉัยไปแล้ว จะต้องเดินตามนี้ ที่มาเปลี่ยนคำวินิจฉัย (คุณวันมูหะมัดนอร์) ความจริงก็เดินไปตอน 151 ก็อภิปรายได้และมีความเห็นได้ทั้งอย่างที่คุณสมชายพูดหรือคุณเสรีพูด หรือทางฝ่ายพรรคก้าวไกลว่าต้องใช้หมวด 9 หรือจะใช้อย่างที่คุณประเด็นเสนอก็ได้ จะได้ทั้งนั้น แต่จะได้มีข้อยุติไงครับ จะได้มีข้อยุติว่าข้อเสนอนั้นถูกต้องหรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้น ผม วันนั้นผมทักทายครับ ขอสักขออภัยท่านประธานด้วยความจริงครับ สักครู่ครับผม ใช้เวลาสักครู่อธิบายกลับว่าผมเห็นว่าข้อเสนอของท่านอัครเดช ตามข้อ 41 ว่าญัตติดังกล่าวนี่เสนอไม่ได้ ข้อเสนอของท่านเสรี สุวรรณภานนท์ บอกว่าขัดกับรัฐธรรมนูญนี่ ท่านประธานวินิจฉัยแล้วครับ ว่าต้องเดินการประชุมไปตามนี้ ส่วนข้อ 151 นี่มาทีหลัง กระผม พวกกระผมไม่ได้ขัดข้องว่า หรือสงสัยเลยว่าข้อบังคับดังกล่าวขัดการประชุม ขัดต่อประเด็นใดที่ต้องวินิจฉัยตาม 151 ผมไม่มีความจำเป็นในส่วนที่ต้องวินิจฉัยหรืออภิปรายในส่วน 151 แต่ยืนยันครับ ว่าประธานตามเดินตามข้อ 32 ข้อ 36 แล้ว แล้วพวกเราเห็นว่าญัตติดังกล่าวในการเสนอชื่อของคุณสุทิน คลังแสง นั้นไปแล้วตั้งแต่คราวที่คุณหมอชลน่านเสนอต้องเดินตามนี้ก่อนครับ ส่วนท่านประธานจะวินิจฉัยว่าใช้ 11 นี่ก็ต้องเรียงสุดท้าย พวกกระผมนี่ไม่ได้อภิปรายในส่วน151 ต้องตีความหรือไม่เหล้าที่ปลายทางที่ท่านอัครเดชท่านเสรีเสนอครับ แล้วเวลาลงมติก็ต้องลงมติเรียงตามที่ท่านอัครเดชกับท่านเสรีเสนอ ขออนุญาตดำเนินการตามนี้ครับ ไม่อย่างนั้นสภาจะสับสน (คุณวันมูหะมัดนอร์) ก็ตามอภิปรายไปที่สุดก็เป็นข้อขัดแย้งในเรื่องของก็บังคับอยู่ดี ก็ต้องตีความดูดี ก็เหมือนที่ท่านจุลพันธ์เสนอตอนแรกก็เห็นว่าเราพี่ปลายมานี่ 2 ชั่วโมง เกือบ 3 ชั่วโมงแล้วนะครับ ก็ไม่ได้ข้อยุติ เดี๋ยวก็จะไปอีก เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นว่าได้ฟังทุกฝ่ายแล้วนะครับ ส่วนใหญ่ก็ติดอยู่ที่ว่าข้อบังคับนี้จะไปได้หรือไม่ เพราะฉะนั้น ผมจึงขอวินิจฉัยเป็นไปตามที่ผมได้เสนอตอนแรกนะ ตอนนี้อยู่ก็อยู่ในขั้นตอนที่ว่าจะพิจารณาว่าให้รัฐสภาวินิจจัยนะครับ เมื่อที่ประชุมรัฐสภาลงมติวินิจฉัย โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ของทั้งสองสภาเป็นประการใดแล้ว ให้ถือว่าวินิฉัยนั้นเป็นเด็ดขาดครับ เพราะฉะนั้น ในตอนนี้ผมก็จะขอว่าจะต้องตีความว่าจะเป็นไปตามข้อ 151 นะครับ ซึ่งการตีความนี้ก็จะตีความว่าข้อเสนอของคุณอัครเดชนะครับ ท่านประธานครับ ถูกต้องตามข้อบังคับ ที่จะเสนอได้หรือไม่ก็ต้องมาเป็นประเด็นประเด็นวินิจฉัย 151 หมอชลน่านได้เสนอเมื่อสักครู่ก็จับประเด็นว่าเราคุณหมออยู่ประเด็นว่าเราจะใช้ข้อ 151 นี้นะครับ จะไปเสนอเพื่อสมาชิกลงด้วยญัตติอย่างไรครับ หรือจะมีอภิปรายก่อน แต่ผมขอให้เข้าสู่ 151 ครับ (คุณหมอชลน่าน) ท่านประธานที่เคารพกระผม ศรีแก้ว เพื่อไทยจังหวัดน่านสมาชิกรัฐสภาขอบพระคุณท่านประธานครับ ด้วยข้อเสนอของผมนี่ เป็นการเสนอตามข้อบังคับข้อ 151 นะครับ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับนั้น ในการเสนอเนื้อหาญัตติ เหมือนกับเพื่อนสมาชิกเสนอครับ เพราะว่าสมาชิกต้องการให้วินิจฉัยข้อบังคับ ข้อที่ 41 ความหมายของผมนะครับ แต่ผู้เสนออาจจะไม่ได้ใช้คำว่า "วินิจฉัย" ท่านบอกว่าการเสนอญัตติขออภัยครับ ท่านประธานครับ การเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของดร.สุทิน คลังแสง เสนอไม่ได้ เนื่องจากว่าเป็นญัตติที่ตกไปแล้ว ตามข้อบังคับข้อ 41 หลังจากนั้นมีการคัดค้าน ว่ามันไม่ใช่ข้อบังคับข้อ 11 เราเสนอตาม 136 มันก็มีข้อสงสัยในการใช้คำบังคับนี้ เพราะฉะนั้น อาศัยอำนาจข้อบังคับข้อ 151 นี่ เป็นอำนาจในการเสนอตามข้อนี้นะครับ วัตถุประสงค์เพื่อให้สภามีคำวินิจฉัยว่าการใช้ข้อบังคับของเรานี่ ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ถ้าคำวินิจฉัยนั้นออกมาเสียงข้างมาก ต้องเกินกึ่งหนึ่ง หรือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งตามข้อบังคับนะครับ ข้อวินิจฉัยนั้นถือเป็นที่ยุติเท่านั้นเอง เนื้อหาสาระ ญัตติไปตามที่เพื่อนสมาชิกเสนอครับท่านประธานครับ เพราะอภิปรายตามนั้นครับ ก็โต้แย้งกันไป ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายไม่เห็นไม่เห็นชอบก็อ้างข้อกฎหมายนะครับ หรือรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องมาให้สภาแห่งนี้ได้เป็นผู้วินิจฉัยเท่านั้นเองครับ ไม่ต้องเป็นญัตติว่า... จะต้องเป็น ผมเป็นผู้เสนอญัตติ ตาม 151 ไม่ใช่ครับ เสนอมาแล้ว แต่ผมขอว่าให้ใช้อำนาจตามข้อ 151 ในการเสนอและการวินิจฉัยท่านเองครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ทีนี้ ก่อนที่เราจะกำลังจะใช้ พี่เห็นด้วยอย่างที่คุณฐากรได้พูดถึงว่า จะใช้ 41 ได้หรือไม่ หรือได้เพราะอะไร หรือไม่ได้เพราะอะไร หรือไม่ก็ใช้อย่างอื่นแต่สุดท้ายก็ต้องลงมติด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แต่ตอนนี้เพื่อให้มีความชัดเจน คุณธกรได้เสนอตอนแรกไปแล้วว่าควรจะให้มีการแสดงความคิดเห็นทั้งสองฝ่าย ก็เสนอความเห็นเฉพาะในประเด็นที่ว่าจะใช้ก็ 41 นี้ได้ เพราะอะไร และถ้าใช้ไม่ได้เพราะอะไรควรจ ะใช้ข้อบังคับ ข้อใดอันนี้ก็ก็อยู่ในประเด็น มันจะได้... ท่านประธานครับ จะได้ลงมติตาม 151 ผมอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ สส. ราชบุรี พรรครวมพลังสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาประธานครับผม ผมเสนอนี่เป็นญัตติ เพื่อพิจารณาว่าญัตติครับ ของผู้ที่เสนอให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์มาเป็นนายกรัฐมนตรีนี่ มันเป็นปกติแล้วจะติดเนี่ยได้ส่งไปแล้วอันนี้เนี่ยผมเลยหารือท่านประธานว่า ในเมื่อผมเสนอเป็นญัตติไปแล้ว โดยปกติเมื่อเสนอมติไปแล้ว แล้วท่านประธานก็วินิจฉัยแล้วว่าญัตติของผมนี่ครับ เป็นไปตามข้อบังคับกับท่านประธานได้วินิจฉัยแล้ว ฉะนั้น ก็อยากให้เข้าไปสู่ระเบียบวาระ การพิจารณาญัตติของผม ด้วยการให้สมาชิกอภิปราย อภิปรายเสร็จก็มาลงมติกัน ครับ ด้วยเสียงข้างมากครับ ว่าเห็นด้วยกับญัตติของผมหรือไม่อย่างไร ผมไม่ได้เสนอนะครับ ให้ใช้ 151 ในการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง คุณหมอชลน่านศรีแก้วขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านก็ต้องเสนอญัตติขึ้นมา ประชุมนี้พิจารณาว่าใช้ 151 ในสิ่งที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ผมนี่ไม่ได้ใช้ 151 นะครับ ท่านประธานครับ ผมด้วยนะครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ข้อเสนอของท่าน 41 ตามข้อบังคับนะครับ แต่มีคนอภิปราย แต่ก็ไม่เสนอแปลว่ากระทำไม่ได้ปิดก็บังคับ อยากจะขอให้ใช้ 151f เพื่อให้ได้ข้อยุติ แต่ไม่ได้แสดงเป็นปกติแต่ผมในฐานะเป็นประธานข้อบังคับ 51 บอกว่าประธานเสนอหรือหารือได้ จบไปแล้ว ผมหาดูแล้ว แล้วก็ข้อบังคับก็บอกถ้าหารือไม่ต้องมีผู้รับรองแต่เมื่อกี้ผมก็เลยขอผู้รับรองแล้ว ตอนนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนที่ว่าอยากจะฟังความคิดเห็น เพื่อจะได้อภิปรายว่า 41 จะใช้ได้หรือไม่ ตอนนี้ท่านเสรี สุวรรณภานนท์อภิปราย (คุณเสรี) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับผม เสรี สุวรรณภานนท์สมาชิกรัฐสภาด้วยความเคารพ ผมก็คงไม่ขัดแย้งท่านประธานนะครับ เพียงแต่ว่าสิ่งที่ท่านประธานวินิจฉัยนี่มันอาจจะเป็นประเด็นฝ่ายเดียวนะครับ หรืออาจจะเป็นประเด็นที่ท่านประธานอยากจะฟังสมาชิกนะครับ กลับต้องกราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อความชัดเจนนะครับ ท่านประธานการดำเนินการไปตามนั้นนี่ ต้องมีความชัดเจนว่าไม่เกี่ยวกับญัตติเรื่อง ที่ผมเสนอว่าไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผลในทางรัฐธรรมนูญ นะครับ อันนี้... พอดีท่านประธานปรึกษากันเสร็จหรือยังครับ ผมก็... ขออภัยครับ อยากให้ท่านประธานมีความเห็นว่าจะต้องไปรับแขกติดออกมา (คุณเสรี) ผมกลัวต่อกันไม่ติดนะ ก็กราบเรียนนิดเดียวก็เท่านั้นครับ หรือเรื่องที่ผมเสนอนะครับ ว่าผมไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผลในทางรัฐธรรมนูญนะครับผม ผมไม่ได้เถียงก็บังคับนะครับ ผมไม่เห็นด้วยในทางรัฐธรรมนูญ ถ้าจะลงมติอย่างไรก็ตามนี้นะครับ ผมก็จะมีเหตุผลอีกส่วนหนึ่งซึ่งมติออกมาอย่างไรก็ตามไม่เกี่ยวกับญัตติที่ผมเสนอเรื่องที่ผมขอผมเสนอ ในส่วนประเด็นสำคัญคือที่ท่านเสนอมานะครับ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หรือขัดรัฐธรรมนูญนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ขอความชัดเจนตรงนี้จากท่านประธานด้วยนะครับ มันไม่เกี่ยวกันนะครับ ท่านจะถามอะไรก็ตามนะไม่เกี่ยวกับผมนะครับ ขอบคุณครับ อาจารย์ครับ กิตติศักดิ์ครับ กิตติศักดิ์ครับ ขอพูดสักนิดครับ (คุณกิตติศักดิ์) เชิญครับ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป ขอให้ท่านประธานพิจารณาสักนิดนะครับ ว่าขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีผลบังคับแล้ว สั่งให้คุณพิธายุติปฏิบัติหน้าที่ ด้วยมติ 7 ต่อ 2 (คุณวิโรจน์) ท่านประธานครับผม ขอญาติประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ ตามข้อบังคับข้อที่ 45 นะครับ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติออกมาอย่างนี้ (คุณวิโรจน์) ท่านประธานครับ ต้องให้สิทธิประท้วงก่อนครับ ตามข้อบังคับเมื่อมีบุคคลประท้วงครับ ยืนและยกมือขึ้นเหนือศีรษะประธานต้องพิจารณาให้ผู้ประท้วงประท้วงก่อนครับ เพราะไม่อย่างนั้นจะมีความเสียหายเกิดขึ้นครับ ปล่อยให้บุคคลคนนี้พูดในสภาครับ เพราะไม่อย่างนั้นจะมีความเสียหายเกิดขึ้นครับ ถ้าปล่อยให้บุคคลคนนี้พูดในสภาครับ ท่านประธานจะรับผิดชอบไหมครับ (คุณกิตติศักดิ์) ท่านประธานมีศักดิ์และสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมีสามารถที่จะอธิบายได้ครับ อย่าใจร้อนนะ ขออนุญาตนะครับ ผมพึ่งนั่งนิดเดียวนะ แล้วก็... (คุณวิโรจน์) ครับ ท่านพูดแน่ แล้วเขาก็พูดหน้าแล้วจะพูดกันกี่ครั้งเสียเงินผมว่าจะใช่ครับ ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับครับ ตามข้อบังคับไม่ใช่ครับ แต่ตอนนี้เพิ่งเปลี่ยนเก้าอี้นะครับ (คุณวิโรจน์) อ๋อ อย่างนั้นผมขอประท้วงท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ไม่ต้องท้วงครับ ผมกำลัง... แค่อ่านนิดเดียวนะครับ นั่งลงก่อนครับ แล้วท่านจะไปเถียงกับท่านกิตติศักดิ์ เดี๋ยวผมจะใช้ชี้แจงครับนะครับ ท่านอย่าเอาชนะผมเลยนะครับ ผมไม่ได้มีข้อ... ครับ ด้วยความเคารพแล้ว ผมก็โอเคนะ ท่านนั่งนะครับ (คุณรังสิมันต์) ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับผมรังสิมันต์ โรม ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลในฐานะสมาชิกความเคารพท่านประธานครับ ด้วยข้อบังคับครับ วิโรจน์จะต้องประท้วง ซึ่งถ้า ท่านประธานยอมให้ท่านวิโรจน์ประท้วงต่อครับ มิฉะนั้น เป็นกรรมการประธานข้อ 5 ไปต่อครับ ซึ่งเดี๋ยวมันจะไปไม่จบครับ ให้ท่านประทานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขออนุญาตไปแล้วนะครับ นะครับ ครับผม ขอโทษแล้วกันที่สอนแบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขอประท้วงท่านผู้ที่อภิปรายนะครับ ตามข้อบังคับข้อที่ 45 ครับ คืออย่างนี้ครับ ผมว่าระเบียบราชการนี่ก็คงต้องรอหนังสือราชการมาอย่างเป็นทางการก่อนครับ ไม่ต้องแสดงอาการไกลเหี้ยนกระหือรือขนาดนั้นนะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ใช้... (คุณวิโรจน์) ทำไมฮะอยากจะเข้าวัดที่พิจิตรมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ ท่านประธานครับ ไม่ต้องกระเหี้ยนกระหือรือ เพราะอยากจะเข้าวัดก็เข้าวัดไม่ได้ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านหยุดแค่นั้นดีกว่าแล้วครับ อย่าทะเลาะกันเลยครับ ตกลงก็จะเริ่มดำเนินการให้ ชื่อนี้จะขอให้ที่ประชุมนี้พิจารณาใช่ไหมครับ ผมขอเวลานิดหนึ่งนะครับ ผมกำลังขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่นะครับ ที่มอบให้ผมก่อนประธานรัฐสภาคือวันนี้จะยุ่งนิดหน่อยนะครับ เพราะผมเองก็ต้องไปรับซาอุดิอาระเบียมานะครับ อย่างนั้นคือ... สิ่งที่พูดกันตอนเช้า ผมก็ไม่ทราบทั้งหมดนะครับ ตอนนี้จะให้ขอมติในเรื่องข้อบังคับตามข้อ 151 ใช่ไหมครับ (คุณสมชาย) ท่านประธานที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ฟังท่านสมชายก่อนนะครับ (คุณสมชาย) ครับ ผม สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาสมาชิกรัฐสภาและคณะผู้ได้เสนอต่อท่านประธานรัฐสภาว่าของท่านอัครเดชกับท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ที่คัดค้านตามข้อ 41 ในข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ว่าญัตติที่เสนอชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายก นั้นตกไปแล้ววันที่ 13 กรกฎาคมไม่สามารถพี่นาได้ที่นาในสมัยประชุมหน้านะครับ วันนี้ก็เป็นปกติที่เสนอไปตั้งแต่ต้น ประเด็นที่ 2 คุณหมอชลน่านไม่ได้เสนอญัตติตามข้อ 151 ว่าวินิจฉัย ผมก็ไม่ได้ติดใจต้องตีความข้อบังคับข้อใด เพียงแต่เห็นความเห็นต่าง ผมจะคัดค้านท่านประธานรัฐสภาสักครู่ไปแล้วนะครับ ท่านประธานจะใช้อำนาจวินิจฉัยก็ไม่เป็นไรครับ แต่ผมเห็นว่าต้องเรียงลำดับตามข้อญัตติที่คุณอัครเดชและคุณเสรีได้เสนอ เพราะฉะนั้น ท่านประธานจะอยากให้ลงมติไม่ได้ครับ คงเป็นเรื่องของการอภิปรายในส่วนของการคัดค้านญัตติ การเสนอชื่อคุณพิธา ไม่ได้เสนอตีความครับท่านอาจารย์ครับ ขอบคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ คำถามผมก็จะก็มีเกี่ยวกับข้อ 151 ที่ท่านประธานรัฐสภาพูดไปนะครับ ว่าท่านจะขอใช้บังคับข้อ 151 นะครับ ดังนั้นนี่ ผมถึงจะต้องถามเจ้าก่อนว่าที่ประชุมเห็นชอบให้พิจารณาข้อ 151 หรือไม่นะครับ ถ้าท่านเห็นว่าควรพิจารณาข้อ 151 ก็จะมีคำถามที่ 2 ต่อไปว่า ท่านเห็นด้วยที่จะให้ลงมติ ตามที่สมาชิกเสนอ หรือไม่เห็นด้วยนะ (คุณรังสิมันต์) ท่านประธานครับ ด้วย... ด้วยความเคารพอีกแล้วครับ ท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องเรียนกับท่านประธานครับ ว่าการวินิจฉัยของท่านประธานผมเข้าใจนะครับ เนื่องจากมันเป็นช่วงประธานกำลังเดินมา แต่ว่าทางท่านประธานรัฐสภา คือ ท่านวันนอนะครับ ได้วินิจฉัยไปแล้วครับ แล้วก็ได้ใช้นะครับ ในส่วนของข้อ 151 นะครับ ที่ระบุเอาไว้นะครับ ในวรรคที่ 2 ว่าการขอให้ที่ประชุมรัฐสภา วินิจฉัยตามววรค 1 อาจกระทำได้โดยประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรัฐสภารับรอง ไม่น้อยกว่า 40 คน ซึ่งในกรณีนี้เป็นกรณีที่ท่านประธานขอปรึกษา จบแล้วครับท่านประธานครับ ในส่วนนี้ ตอนนี้เรากำลังเดินเข้าสู่กระบวนการตามข้อ 151 แล้ว แล้วก็เมื่อกี้นะครับ ทางท่านประธานตั้งคำถามเสร็จสิ้นไปแล้วครับ ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องกลับมาพิจารณาในประเด็นที่พิจารณาไปแล้ว ขอให้ท่านประธานช่วยควบคุมการประชุม ให้เป็นไปตามข้อบังคับด้วยครับ ขอบคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งนะครับ ตกลงแล้วนะครับ คือ ข้อบังคับข้อ 151 นะครับ เป็นญัตติที่เข้ามา กับญัตติที่เสนอใช่ไหมครับ ในวันนี้ตาม ญัตติที่เสนอวันนี้ ก็คือญัตติที่ดำเนินการตามข้อ 41 ตามข้อบังคับนะครับ ดังนั้นนี่ ผมจะถามเนื่องจากมันมี 2 ญัตติ ขอโทษ 2 ญัตตินะครับ ญัตติแรก เห็นด้วยกับ 151 หรือไม่แล้วครับ เห็นด้วยกับข้อ 151 นี้ก็เป็นอันว่าปฏิบัติตามข้อ 157 นะครับ เห็นด้วยญัตติที่เสนอมาแต่ต้น ข้อ 41 นะครับ ที่มีท่านพิธา (คุณวิโรจน์) ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ของประธานตามข้อบังคับข้อที่ 5 ครับ คือ ท่านประธาน ท่านอาจารย์วันนอน่ะครับ ท่านได้วินิฉัยไปเรียบร้อยแล้วครับ 150 แล้วก็มีผู้รับรองเรียบร้อยแล้วครับ ดังนั้นนี่ กระบวนการต่อไปก็คือการลงมตินะครับ ตามข้อบังคับ ตามข้อ 151 ครับ นะครับ ก็ต้องลงมติแล้วครับ แล้วก็เสียง ก็คือน่าจะซัก 375 ครับ นะครับ ท่านประธานดำเนินการประชุมต่อเลยครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เดี๋ยวก่อนนะกลับมาแล้วก็กำลังจะขัดแย้งกับเขาไม่ให้ของท่านประธานอาจารย์มโนไปแล้วนะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เดี๋ยวก่อนนะครับ กำลังจะสรุปแล้วใช่ไหมครับ ว่าเห็นด้วยกับข้อ 151 ผลของเขาคือ... ครับ ขออนุญาตไปส่งครับ ท่านชลน่านจะบอกอีกทีดีกว่าครับ ท่านประธานที่เคารพเพื่อไทยจังหวัดน่านสมาชิกรัฐสภาพบท่านประธานครับ มันอาจจะมีความสับสนนิดหนึ่ง ผมขออนุญาตครับท่านประธานครับ ข้อ 151 ไม่ใช่ญัตติครับ ข้อเสนอว่าเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติให้... ข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกบอกว่าญัตติที่เสนอ โดย ดร. สุทิน คลังแสง เป็นญัตติที่ตกไปแล้วเสนอไม่ได้ ก็เลยให้สภาวินิจฉัยว่ามันตกไปแล้วหรือไม่ หรือผู้เสนอยืนยันว่ามันตกไปแล้ว การที่จะเสนออย่างนี้นี่ ก็คือเสนอไปตามข้อ 41 ใช่ไหมครับ เราอย่าเลี่ยงไปอื่น ๆ นะครับ เราต้องเอาข้อบังคับเป็นตัวตั้ง ท่านต้องบอกว่าท่านเองใช้ข้อบังคับข้อ 41 ในการพิจารณาในการเลือกนายกรัฐมนตรี เอาตรงนี้ก่อนนะครับท่านประธาน อย่างนั้นหมายความว่าท่านเองและใช้ข้อ 11 ในการพิจารณาการเลือกนายกรัฐมนตรีท่านใดตีความว่ามันตกไปแล้ว แล้วเสนอซ้ำไม่ได้ อีกซีกหนึ่งนี่เขาก็เห็นว่าเขาไม่ได้ใช้ข้อ 41 เขาใช้ข้อ 136 เขาก็ยืนยันว่ามันยังไม่ตก เมื่อมีความเห็นต่างในการตีความข้อบังคับอย่างนี้นะครับ ผมเองก็บอกว่า ถ้าคุณจะเสนอญัตติว่าให้รัฐสภาวินิจฉัยว่าตกไม่ตกนี่ มันอาศัยฐานอำนาจจากข้อบังคับใดมารองรับ ดูแล้วมันไม่มีครับท่านประธานครับ จะเสนอตาม 31 ก็ไม่ได้เสนอตาม 32 ก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้เขียนให้ ถ้าจะให้สภาวินิจฉัยนี่นะครับ มีข้อเดียวก็คือ 151 ผมก็เลยเสนอว่าให้ใช้ข้อ 151 เป็นกระบวนการเป็นพิธีการครับ ไม่ใช้ญัตติเลยครับ เป็นวิธีการเสนอตาม 151 อาศัยตามเสนอการใช้ข้อบังคับข้อ 41 ชอบข้อบังคับหรือไม่ไม่ตกนั่นแหละครับ ความหมายเมื่อให้เหตุผลกันแล้วในการอภิปราย 2ฝันดีครับ ท่านสนับสนุนทางการคัดค้านนี่ พอถึงเวลาลงมติ ซึ่งต้องอาศัยข้อบังคับข้อ 151 นี่แหละมาลงมติ ซึ่งต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ถึงจะเป็นการวินิจฉัยข้อบังคับข้อ 41 โดยสรุปครับ คือวินิจฉัยข้อบังคับข้อ 41 นะครับ ท่านประธานอย่าไปแยกว่าเห็นชอบกับเสนอ 151 ไม่เห็นชอบกับไม่ใช่ครับ แต่รถจะติดอย่างนั้นไม่ถูกครับ ท่านอาจารย์ครับ ด้วยความเคารพตอนนี้นะถ้ามาทันมีหน้าที่ให้สมาชิกได้อธิบายสนับสนุนและคัดค้านตามที่ท่านสมาชิกเสนอ 2 ฝั่งฝากฝั่งนี้หรือไม่เท่านั้นเองครับ หลังจากนั้นเราก็มาพี่ณรงค์มติงั้นก็เปลี่ยนเป็นเท่านั้นเองครับ นี่คือขั้นตอนครับ ขอบพระคุณครับ ท่านครับ (คุณอรรถกร) (คุณอรรถกร) ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ อาจารย์ก่อนครับ เผอิญผมไม่เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ครับ อาจารย์ครับ ขออนุญาตครับ ขอบคุณครับขอบคุณครับกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพลัทธยากร พลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอบพระคุณความห่วงใยของเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามท่านด้วยความเคารพนะครับ ท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ที่เมื่อสักครู่นี้ท่านกรุณาพยายามหาทางออกไม่กลับที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้อะไรก็ดีครับผมมีเรื่องที่อาจจะเห็นต่างการพูดเสนอเมื่อสักครู่นี้เพราะว่าทางฝั่งเพื่อนสมาชิกของผมอีกฟากหนึ่งคุณอัครเดชวงษ์พิทักษ์โรจน์เสนอการพิจารณาวันนี้อ้างอิงข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 เมื่อสักครู่นี้คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้บอกครับว่าเพื่อนสมาชิกอีกฝั่งหนึ่งที่เห็นตรงข้ามกับคุณอัครเดชนี่ ให้เสนอให้ใช้ข้อบังคับข้อที่ 136 ซึ่งสองฝ่ายคิดไม่เหมือนกันนำเรียนท่านประธาน ในที่ประชุมนะครับ ว่าเราต้องพูดความจริงกันเพราะว่าการใช้ 151 มันมีความได้เปรียบเสียเปรียบกัน เพรราะถ้าผมไม่พูดอย่างนี้นี่พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้านก็คงจะสอบถามว่าทำไมถึงไม่เดินหน้าสักที ทำไมถึงไม่โหวต... ทำไมไม่ใช้ 151 เพื่อตัดสิน ผมเรียนว่าถ้าใช้ 151 เสียงส่วนใหญ่ ก็คือ 376 แต่ถ้าใช้ 41 ก็จะใช้เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม มันคือความแตกต่างกันตรงนี้ ดังนั้นเองครับ ถ้าผมจะบอกบ้างว่า ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการเสนอบุคคลที่จะถูกคัดสรรเป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้ข้อบังคับข้อที่ 136 มันก็เป็นผู้เสนอขึ้นมา แล้วก็เอา 151 มาเป็นตัวตัดสินหรือไม่ ผมจึงขออนุญาตนำเสนอท่านประธานครับผม ไม่เห็นด้วยครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) มีท่านวิริยะโรจน์กับท่านประวิทย์ วชิรสิน เกี่ยวกับเรื่องนี้ไหมครับ เก็บเกี่ยวครับ ท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เชิญครับ (คุณจิตติพจน์) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมนายกิตติพจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยจังหวัดศรีสะเกษครับ ผมต้องขออนุญาตให้ข้อมูลกับท่านประธานครับ ก่อนที่ท่านประธานวันนอร์จะลงจากบัลลังก์นะครับ ท่านอยู่ระหว่างการปรึกษาสภาแห่งนี้ครับ ว่ากระบวนการยื่นเสนอชื่อท่านพิธาให้เป็นนายกรัฐมนตรีนี่ ความเห็นชอบนี่นะครับ มีปัญหาเรื่องการขัดข้อบังคับหรือไม่นะครับ ซึ่งท่านประธานก็ใช้อำนาจตามข้อบังคับที่ 151 โดยขอปรึกษาครับ ท่านขอปรึกษาในสภาแห่งนี้นะครับ ว่าขอให้ให้ข้อคิดเห็นนะครับ ว่าตามข้อบังคับการประชุมนี่ สามารถเสนอท่านพิธาซ้ำได้หรือไม่ โดยการขอปรึกษาตามข้อบังคับที่ 151 ซึ่งท่านประธานก็ได้ทำเพิ่มกว่าปกตินะครับ โดยการขอปรึกษา แล้วก็ขอผู้รับรองด้วยนะครับ ซึ่งจริง ๆ ท่านไม่จำเป็นของผู้รับรองเลย ดังนั้น กระบวนการพิจารณาในขณะนี้ จึงอยู่ในกระบวนการขอปรึกษา ที่ท่านประธานวันนอร์ดำเนินการอยู่ ซึ่งการขอปรึกษานั้นสามารถดำเนินการได้ตามข้อบังคับการประชุมที่ 22 ข้อ 22 นะครับ ว่าประธานมีอำนาจหน้าที่ที่จะขอปรึกษาเรื่องใด ๆ ก็ได้ และท่านกำลังปรึกษาครับ ตามมาตรา 151 อยู่ นะครับ แล้วก็เป็นอำนาจตามข้อบังคับข้อ 5 ด้วยนะครับ ของท่านประธานที่มีอำนาจที่จะ