[เสียงดนตรี][เสียงดนตรี][เสียงดนตรี][เสียงดนตรี][เสียงดนตรี][เสียงดนตรี]ก็คือสระปลาอานนท์ ใช่ไหมคะ จะมีเรื่องราวอยู่พอสมควรเหมือนกัน (คุณคำนูณ) แล้วถ้าท่านดูห้องประชุมจันทรา จุดเด่นของเขาก็คือ แสงจะออกสีนวล ออกมาในโทนขาว เหมือนเป็นพระจันทร์ มีความนุ่มนวล มีความเยือกเย็น อันที่จริงเหมาะกับความเป็น สมาชิกวุฒิสภา (คุณปิยฉัฏฐ์) อันนี้ท่านคำนูณ กำลังจะพูดถึงความอาวุโสหรือเปล่าคะ (คุณคำนูณ) ก็ใช่ครับ ถ้าท่านได้มีโอกาสไปชมห้องประชุมสุริยัน จะแตกต่างออกไปก็งามไปอีกแบบหนึ่ง แต่แสงสีจะออกโทนร้อนแรงกว่านี้ เหลือง ๆ แดง ๆ คือเป็นแสงของพระอาทิตย์ เป็นความร้อนแรง เหมาะกับความเป็นสภาผู้แทนราษฎร (คุณปิยฉัฏฐ์) ที่บรรยากาศออกจะมีีสีสันมากกว่า (คุณคำนูณ)แล้วถ้าท่านติดตามการประชุม จะพบลักษณะที่แตกต่างกัน ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรกับการประชุมวุฒิสภา แม้จะแตกต่างกันอย่างไร เมื่อมาผสมกลมกลืนกันเป็นรัฐสภาแล้วนี้ ก็ถือว่าเป็นความสมดุลที่ลงตัว (คุณปิยฉัฏฐ์) ใช่ค่ะ เป็นความลงตัว และเป็นความเติมเต็มที่ทำให้สมบูรณ์แบบในฝ่ายนิติบัญญัติของเรางค่ะ (คุณคำนูณ) เนื่องจากำหนดการไปพอสมควร ผมก็จะทำความเข้าใจกับพวกเรานิดหนึ่งว่า ตอนนี้ออกมาถ่ายรูปได้ แต่ว่าอีกสักพักหนึ่งผมจะให้สัญญาณว่า ให้ท่านเข้านั่งประจำที่แล้วเราก็จะจำลองการประชุมวุฒิสภาของเรา ก่อนที่ท่านประธานจะเดินเข้ามา สู่บัลลังก์ ซึ่งขณะนี้ก็จะมีรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เมื่อท่านเดินเข้ามาแล้ว เจ้าหน้าที่เขาจะกดออด ที่เวลาถ่ายทอดโทรทัศน์ ท่านจะได้ยิน คราวนี้ท่านจะได้ยินกับหูของตัวท่านเองว่า เสียงระทึกขนาดไหน โดยปกติก็คือว่า เมื่อออดดังขึ้น เราจะลุกขึ้นยืน ถือว่าทำความเคารพผู้เป็นประธานในที่ประชุม อันนี้ถือว่าเป็นประเพณีของการประชุมสภา ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา หรือการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (คุณปิยฉัฏฐ์) ท่านคำนูณคะ แต่วันนี้ท่านที่มาสัมมนากับเรา ไม่ต้องกดบัตรแสดงตนใช่ไหมคะ (คุณคำนูณ) ใช่ครับ ปกติที่นั่งของท่าน ถ้าท่านดูจะมีที่กดปุ่มหลายปุ่มอยู่เหมือนกัน แต่จะกดได้ ต้องมีบัตรแสดงตน บัตรแบบนี้ สมาชิกสภาทุกคนจะต้องพกบัตรติดตัวไว้ไม่ควรลืมทิ้งไว้ เมื่อเสียบบัตรเข้าไปแล้ว เราจะมีปุ่มแสดงตนได้ และมีปุ่มเปิดไมค์ได้ แต่สำหรับในวันนี้ก็เป็นข้อยกเว้น ถ้าท่านใดจะอภิปราย หรือจะพูดตามคิว ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นคุณครูหยุย คุณวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ท่าน สว. จะเป็นผู้ดำเนินการนะครับ ท่านก็ยกมือขึ้น ทางเจ้าหน้าที่เขาจะไปเสียบบัตรให้กับท่าน กดปุ่ม (คุณปิยฉัฏฐ์) เราย้อนกลับมาในวันนี้ เรื่องของ 4 ปี แห่งความสำเร็จ อยากจะให้ท่านคำนูณ เล่าสักนิดหนึ่งว่าพบประชาชนเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วเราลงลงพื้นที่ไปทำอะไรกันบ้าง (คุณคำนูณ) อันที่จริงโครงการ สว. พบประชาชน มีขึ้นเป็นครั้งแรกในวุฒิสภาชุดนี้ ชุดแรก ชุดต่อไปจะมีหรือไม่ อันนี้เราก็ไม่ทราบ โดยหลักการก็คือเป็นการไปรับฟัง ปัญหาของพี่น้องประชาชน แล้วดำเนินการบูรณาการนำปัญหานั้นไปยังรัฐบาล แล้วก็นำปัญหานั้น มายังคณะกรรมาธิการทุกคณะของวุฒิสภาที่มีอยู่เพื่อหาทางแก้ไขเป็นข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลต่อไป ถือว่าเป็นมิติใหม่ในการทำงานของวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ซึ่งท่านคงพอทราบว่าวุฒิสภาชุดนี้ถือเป็นวุฒิสภาที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ชาติไทยนะครับ ทั้งทางลบและทางบวก และภารกิจของสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้จะมีมากกว่าสมาชิกวุฒิสภาตามปกติ เพราะว่าชุดแรกนี้จะเป็นไปตามบทเฉพาะกาล ซึ่งเรามีหน้าที่เพิ่มขึ้นคืออะไร บ้างครับ ท่านปิยฉัฏฐ์ (คุณปิยฉัฏฐ์)ประการแรกเราเรียกกันว่า ตสร. คือ ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศในการลงพื้นที่ของสมาชิกวุฒิสภา วัตถุประสงค์หลัก ประเด็นหลักของเราก็คือ เพื่อลงไปติดตาม และนำปัญหาและอุปสรรคที่เราได้พบได้เห็นกับตัวเราเอง ได้ฟังจากพี่น้องประชาชนด้วยตัวเอง นำมาเสนอแนะสู่ฝ่ายบริหารหรือว่ารัฐบาล จากนั้นพอเราเสนอแนะไปแล้วเราก็ต้องมีการติดตาม อันนี้มองในส่วนของโครงการก่อน ถ้าหากว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไข เราจะมีการเร่งรัดด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องของการตั้งกระทู้ถาม ทวงถามทุกสิ่งทุกประการเพื่อให้ได้มาแต่ว่าจริง ๆ หน้าที่ที่เป็นพิเศษของสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้อีกประการหนึ่ง อันนี้ที่เป็นประเด็น อย่างที่ท่านคำนูณพูดถึงมีทั้งบวกและลบ ก็คือมีหน้าที่ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี อันนี้อยากให้ท่านคำนูนพูดต่อ (คุณคำนูณ) จบไปแล้วครับ หน้าที่พิเศษที่เพิ่มเติมขึ้นมาสำหรับสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรก ชุดแรกตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ 2560 เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกเช่นกันที่มีบทบังคับให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศ เป็นบทบังคับไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเมื่อมีบทบังคับ เรื่องการปฏิรูปประเทศ ก็จำเป็นที่จะต้องมีองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม เสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศที่ท่าน สว. ปิยฉัฏฐ์ ท่านบอกมาว่า ตสร. ฟังดูแล้วเหมือนอาหารกระป๋องชอบกล แต่ว่าจริง ๆ ตสร. คือตรวจสอบเสนอแนะและเร่งรัดเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ นอกจากนั้น ในการพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศแทนที่จะพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วค่อยมาวุฒิสภาจะเป็นช่องทางพิเศษที่จะเป็นการพิจารณาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา แล้วนอกจากนั้นอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อความต่อเนื่องในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งก็ไม่เคยมีมาก่อน แล้วก็เป็นผลมาจากการทำประชามติสอบถามประชาชน พร้อม ๆ การสอบถามประชาชนว่าเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ 2560 นี้หรือไม่ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 อันนี้ก็เป็นที่มา แต่ว่าภารกิจนั้น กำลังจะเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้วเพราะหน้าที่พิเศษต่าง ๆ ทั้งหลายที่ผมเล่ามานะครับ ก็จะหมดไปพร้อมกับวาระของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาล ก็คือประมาณเดือนพฤษภาคม 2567 ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นวันที่ 11 พฤษภาคม 2567ผมก็จะไม่มีโอกาสได้พูดในห้องประชุมแห่งนี้แล้วนะครับ ท่าน สว. ปิยฉัฏฐ์ ซึ่งเป็นดาวสภาฝ่ายหญิง ก็คงจะต้องไปบรรยายตามที่ต่าง ๆ เพราะว่ารัฐธรรมนูญเขาก็กำหนดไว้ให้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเป็นได้สมัยเดียว ต่อไม่ได้ เว้นก็ไม่ได้ เป็นได้สมัยเดียว แล้วเมื่อครบวาระแล้ว จะไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ อีกก็ไม่ได้ภายใน 2 ปีนะครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) สำหรับในส่วนของ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เมื่อสักครู่ท่านคำนูณได้กล่าวถึงไปแล้วว่า มีที่มาอย่างไรขออนุญาตขยายความนิดหนึ่ง ในการทำงานของสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เราแบ่งเป็นกลุ่ม 7 กลุ่มภาคกับ 1 อำนวยการ ขออนุญาตเรียกสั้น ๆ ว่าเป็น 7 กลุ่มภาค ไล่มาตั้งแต่ภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และสุดท้ายคือภาคใต้ ในการทำงานก็จะมีการทำงานขับเคลื่อนแบ่งเป็นกลุ่มเมื่อเราลงพื้นที่แล้วเราได้รับปัญหา เราได้รับฟังข้อความเห็นหรือว่าอุปสรรคใด ๆ เราก็จะนำกลับมาสู่ฝ่ายอำนวยการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุปสรรคปัญหาในการประกอบอาชีพ พูดง่าย ๆ ในการทำมาหากินของประชาชน เราก็จะกลับมาดำเนินการในส่วนนี้ หรือแม้แต่ในขณะที่เราลงไปในพื้นที่ เราจะมีการนัดหมายและแจ้งกำหนดการให้กับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดฝ่ายปกครองและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมาร่วมกันฟังและช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน (คุณคำนูณ) ออดมาแล้วครับ ขอเข้าสู่พิธีการอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนทุกท่าน เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธาน ท่านรองประธาน ก็ขอต้อนรับเข้าสู่พิธีการของการสัมมนา โครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชน ครบรอบ 4 ปี อย่างเป็นทางการ ผมนายคำนูณ สิทธิสมาน (คุณปิยฉัฏฐ์) ดิฉัน นางสาวปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม สมาชิกวุฒิสภาค่ะ เราทั้ง 2 คน ได้รับมอบหมายในวันนี้ ให้ทำหน้าที่พิธีกรในช่วงแรกของการสัมมนาบ่ายวันนี้ (คุณคำนูณ) สำหรับโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน 4 ปีนะครับ และเมื่อสักครู่ ก่อนจะเริ่มเข้าพิธีการเรา 2 คน ก็ได้กล่าวความเป็นมาไปตามสมควรแล้ว และอีกสักครู่หนึ่ง ท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง แล้วก็ท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ท่านก็จะได้มาบรรยายให้พวกเรา ทราบในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นเนื่องจากเวลาล่วงเลยมาพอสมควร ผมจะไม่ขยายความมากนัก แต่ว่าในวันนี้เรามีการถ่ายทอดช่องทางพิเศษด้วยใช่ไหมครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ใช่ค่ะ สำหรับการสัมมนาบ่ายวันนี้ ก็จะมีการถ่ายทอดสดทาง facebook live วุฒิสภา ทางยูทูป senate channel มีถ่ายทอดทาง และที่สำคัญนอกจากนั้นแล้วยังมีการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ NBT radio online 891 AM ประชาชนที่อยู่ทางบ้านก็สามารถที่จะติดตาม สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นมายังรายการนี้ได้ค่ะ เพราะว่าในวันนี้เราได้รับเกียรติจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อมารับฟังปัญหา และรับฟังความคิดเห็น ไม่ว่าจะในห้องประชุมนี้หรือว่าผ่านทางสื่อช่องทางต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วค่ะ (คุณคำนูณ) แล้วเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้นสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้มาให้บริการคำบรรยายแทนเสียงแบบ near real time อำนวยความสะดวกกับผู้เข้าร่วมสัมมนา ในครั้งนี้เพื่อให้ได้เข้าถึงเนื้อหาโดยพร้อมเพรีงกัน (คุณปิยฉัฏฐ์) และในการสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากฝ่ายรัฐบาล ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นที่เป็นผลสำเร็จจากการบูรณาการความร่วมมือและประเด็นข้อห่วงใยที่ประชาชนรอที่จะเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งท่านที่กรุณาให้เกียรติมา ประกอบด้วย ท่านรองพิชิต สมบัติมาก รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านรองเอกฉัตร ศรีตะวรรัตน์ กระทรวงพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(คุณคำนูณ) ในโอกาสนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามากเกินไปท่านผู้ที่เสมือนเป็นผู้นำในการนำสมาชิกวุฒิสภาเดินทัพทางไกลมาตลอด 4 ปี คือท่านพลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนจะมากล่าวถึงวัตถุประสงค์ ในการจัดการสัมมนาอย่างเป็นทางการ ขอกราบเรียนเชิญท่านครับ (พลเอก สิงห์ศึก)เรียนท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านผู้แทนจากหน่วยงานภาคเอกชน พี่น้องประชาชน สถาบันการศึกษา คณะครู นักเรียนทุกท่าน กระผม พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่งในฐานะประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนรู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มากล่าวการจัดงานที่สะท้อน 4 ปี แห่งความสำเร็จในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในครั้งนี้ ก่อนอื่นผมขอเล่าความเป็นมาของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนโดยสังเขปว่า นับตั้งแต่สมาชิกวุฒิสภาได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ทำหน้าที่สภานิติบัญญัติและการทำหน้าที่สำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สมาชิกวุฒิสภาต่างมีมติเห็นพ้องว่า การทำหน้าที่ใด ๆ ของสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หากเปิดโอกาศให้หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมหรือทำอะไรด้วยนั้น การทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดไว้ทุกประการ จึงเป็นที่มาของการริเริ่มโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ตามที่กำหนดเป็นคำขวัญว่า ไปด้วยมิตรไมตรี ปฏิบัติต่อทุกคนในพื้นที่อย่างเป็นกัลยาณมิตร จุดมุ่งหมายเพื่อเยี่ยมเยือน สร้างขวัญกำลังใจ ไปแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมรับฟังสะท้อนข้อคิดเห็น เสริมสร้างวิถีชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่ประชาชนตามหลักปรัชญาเศรษฐพอเพียงอีกทั้งติดตามผลการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อนำมาพิจารณาประกอบกฎหมายโดยประชาชนมีส่วนร่วมโดยแนวทางการดำเนินงานสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนนี้ มีการจัดตั้งคณะกรรมการโครงการรับผิดชอบลงพื้นที่ 76 จังหวัดตลอดระยะเวลา 5 ปี ตามวาระของสมาชิกวุฒิสภา อีกทั้งมีคณะกรรมการอำนวยการ ซึ่งประกอบด้วย อนุกรรมการอีก 4 คณะ ร่วมดำเนินการในกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ได้แก่ เด็ก เยาวชน ประชาชน กลุ่มชาติพันธุ์ หมู่บ้าน ตำบลที่อยู่ห่างไกลตามแนวชายขอบ โดยสมาชิกวุฒิสภามีแนวความคิดว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกกลุ่มควรได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน มีการลงพื้นที่พบประชาชนรวมทั้งสิ้น 450 ครั้ง ในพื้นที่ทุกจังหวัด ทุกภูมิภาค ซึ่งการดำเนินงานโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วเป็นระยะเวลา 4 ปี ถือเป็นโครงการที่ริเริ่มสร้างสรรค์รูปแบบการพบประชาชนเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น ในสมัยวุฒิสภาชุดปัจจุบันที่ได้นำกลไกของวุฒิสภาบูรณาการแนวทางการดำเนินงาน ร่วมกับหน่วยงานทั้งในระดับพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ให้มีการทำงานร่วมกัน ให้มีการขับเคลื่อนงานแบบประสานสอดคล้องคำนึงถึงประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ จากการประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนของคณะกรรมการฝ่ายประเมินผลพบว่า โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนมีความสำเร็จเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ดังนี้ 1. ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในภาพลักษณ์การทำงานของสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน โดยได้เห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้ซึ่งเป็นกลาง และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ยึดรวมผลประโยชน์ใด ๆ วัดได้จากการมีส่วนร่วมในการพบปะประชาชนในพื้นที่ จำนวน 450 ครั้ง ประชาชนมีความเชื่อถือ และความศรัทธาต่อสมาชิกวุฒิสภา ต้องการให้มีการโครงการนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง 2. ได้สนับสนุนช่วยเหลือปัญหาที่ประชาชนมีความคับข้องใจและปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน และไม่ได้รับการแก้ไข หากการเสนอโครงการด้วยวาจา ด้วยเอกสารและบันทึกเรื่องร้องเรียนได้สำเร็จหลายเรื่อง โดยอาศัยกลไกของวุฒิสภา เช่น ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาแหล่งน้ำ ปัญหาด้านการเกษตร ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ที่ประชาชนเสนอด้วยวาจา จำนวน 1,882 เรื่อง และเป็นเอกสารจำนวน531 เรื่อง เมื่อประชาชนได้เสนอปัญหาวุฒิสภาได้ใช้กลไกของวุฒิสภาประสานและให้การช่วยเหลือ ทำให้ลดปัญหาได้สำเร็จ เป็นรูปธรรม ในส่วนที่เกี่ยวข้องเอกสาร 531 เรื่อง สำเร็จบรรลุผล มากกว่า 60 เรื่อง ประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ ยุติเรื่อง 26 เรื่อง 5 เปอร์เซ็นต์ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 459 เรื่อง 84 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ในระหว่างการที่หน่วยงานรับไปดำเนินการต่อเนื่อง 3. เป็นโครงการต้นแบบการริเริ่มสร้างสรรค์ และออกแบบนวัตกรรมการปฏิบัติงานที่สามารถบูรณาการแบบมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ให้มีการทำงานและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างชัดเจนและเป็นระบบ 4. ประชาชนได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องควรรู้ เกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐ สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ราชการ วิธีงบประมาณของภาครัฐตามที่กฎหมายกำหนดนำไปสู่การพัฒนาแนวความคิดของพี่น้องประชาชน ด้วยการพึ่งพาตนเอง เกิดการอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความสามัคคี มีชุมชนเข้มแข็ง ทำงานร่วมกันแบบประชารัฐ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับโครงการที่สำเร็จเป็นรูปธรรม ทำให้พี่น้องประชาชนคลี่คลายความคับข้องใจ และเกิดความพึงพอใจ จะขอยกตัวอย่างกิจกรรมของแต่ละกลุ่มจังหวัดที่สำคัญ ๆ 1 ตัวอย่าง เช่น กลุ่มบริการประสานงานให้เกิดโครงการ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และโครงการสร้างฝายน้ำชุมชนรวมใจประชารักษ์ ซึ่งดำเนินการโดยพี่น้องประชาชนพึ่งพาตนเอง ณ บ้านศรีบุญเรืองและอื่น ๆ กลุ่มภาคเหนือตอนบน โครงการเศรษฐกิจฐานรากขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน กลุ่มภาคเหนือตอนล่างติดตั้งไฟฟ้าเพื่อประชาชน ณ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก การบริหารจัดการน้ำ จังหวัดพิจิตร กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับที่ดินทำกิน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เป็นต้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โครงการท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านโนนสูงและน้ำ ไฟฟ้า ถนน หนทางสู่ความยั่งยืน ภาคกลาง การปรับปรุงอ่างเก็บน้ำ จังหวัดราชบุรี การขับเคลื่อนเกาะสีชังโมเดล จังหวัดชลบุรี ภาคใต้การส่งเสริมและยกระดับ และรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาว จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับกลุ่มเป้าหมายการพบเด็ก เยาวชน ในสถาบันการศึกษาพบว่า การให้ความรู้ ความเข้าใจการสร้างแรงบันดาลใจสู่อนาคต ทำให้เด็ก เยาวชน เกิดทัศนคติที่ดีมีวิสัยทัศน์ รักการเรียนรู้เป็นคนดีต่อไปในสังคมต่อไปในอนาคต เหล่านี้เป็นเพียงหนึ่งในผลงานที่ยกเป็นตัวอย่างผลงานที่สำเร็จแล้ว มีผลงานอีกหลากหลายชิ้นงานปรากฏที่บอร์ดนิทรรศการและคู่มือสรุปผลงานที่ได้จัดทำขึ้น จึงเป็นที่มาของการจัดงาน 4 ปี แห่งความสำเร็จ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนขึ้น วัตถุประสงค์ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของการดำเนินงานโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนที่มีรูปแบบหลากหลายในระยะเวลา 4 ปี ให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างกว้างขวาง โดยรูปแบบการจัดงานประกอบด้วย องค์ประกอบ 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 การจัดสัมมนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้นำข้อห่วงที่พบ ณ ห้องประชุมวุฒิสภา ส่วนที่ 2 การแสดงผลงานด้านนิทรรศการที่ประสบผลสำเร็จ ส่วนที่ 3 การแสดงผลงานด้านเศรษฐกิจฐานราก ด้านริมสระมรกต รูปแบบการจัดงานครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นการแสดงผลสัมฤทธิ์ ความสำเร็จ สว. พบประชาชน เพื่อประชาชน ร่วมชื่นชม การดำเนินงานตามโครงการ ซึ่งเกิดประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย ซึ่งรายละเอียดของงาน และหัวข้อการสัมมนาจะปรากฏในกำหนดการแล้ว จากความเป็นมาและวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ ผมในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน มีความยินดียิ่ง ที่ขอนำผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านเข้าสู่เวทีสัมมนา 4 ปี ความสำเร็จสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนด้วยการไปด้วยมิตรไมตรี ปฏิบัติต่อทุกคนในพื้่นที่อย่างเป็นกัลยาณมิตร ตามลำดับต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณปิยฉัฏฐ์) ลำดับต่อไปขอเรียนเชิญท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งท่านเป็นรองประธานคณะอนุกรรมการด้านการจัดการสัมมนา ได้กล่าวสรุปผลการดำเนินงานภาพรวมของการดำเนินโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ขอเรียนเชิญค่ะ (คุณคำนูณ) ขอเรียนเชิญท่านครับ (คุณวีระศักดิ์) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ในการที่จะอภิปรายสรุปให้เห็นสำหรับพี่น้องประชาชนที่มาอยู่ในที่นี้ ต้องขอกราบสวัสดีท่านผู้แทนส่วนราชการฝ่ายบริหาร ท่านสมาชิกวุฒิสภา ภาคสื่อสารมวลชนและพี่น้องประชาชนที่เคารพ วันนี้อาคารวุฒิสภาได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นท่านเข้ามาร่วมกิจกรรมกันอยู่ในห้องประชุมใหญ่แห่งนี้ ผมขออนุญาตที่จะเดินอภิปรายไปด้วยนะครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ในการที่จะตลอดระยะเวลา 4 ปี จริง ๆ คงจะไม่สามารถอภิปรายได้เสร็จ แต่ว่าสิ่งที่ได้สร้างเป็นนวัตกรรม การมีโครงการแบบนี้เป็นครั้งแรก คือการที่่เราสามารถทำให้บุคลากร ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาความเป็นผู้นำ ผู้บริหารของหน่วยงาน ผู้บริหารราชการเป็นคนที่เคยกิจกรรมอื่น ๆ วิชาชีพผู้ที่ดูแลด้านทันตแพทย์หรืิอว่าแม้กระทั่งผู้เป็นผู้นำสถาบันและเขาสามารถ ในขณะเดียวกันวุฒิสภาพบประชาชน ทำให้สามารถเดินทางเพราะหน้าที่หลักของสมาชิกวุฒิสภาในการกลั่นกรองกฎหมายจะต้องมีพูดถึงเรื่องการปฏิรูป การกระทำเช่นว่านั้นได้ ให้ความรู้ได้อาจจะต้องใช้ความเห็นการรับฟังความเห็นจากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งบางทีเราลงไปในพื้นที่กฎหมายหลายฉบับ บางเรื่องเป็นเรื่องที่กฎหมายประชาชนรู้จักนำไปสู่เดินทาง ไปกลับอย่างนี้ประมาณ 20 เที่ยว แต่ว่าการเดินทางได้ช่วยทำให้เราสามารถเข้าไปในพื้นที่ยาก เข้าถึงยากรับฟังเขาได้ยาก บางพื้นที่เข้าไปในพื้นที่ราษฎรยังคงมีความแคลงใจในเรื่องบางเรื่องของรัฐ เราใช้เวลาในการค่อย ๆ สร้างความแนวคิดผูกมิตร ใกล้ชิด และชักชวนกันสนทนาเพื่อจะทำให้พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกอย่างน้อยมีคนรับฟังเขาอย่างตั้งใจ เวลาที่ไปเป็นในรูปแบบของสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนเราจะเห็นว่าประกอบไปด้วยบุคคลที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากหลากหลายอาชีพ และประสบการณ์ แต่เราไม่ได้ไปกันเองเท่านั้น แต่เราไปพร้อมกับตัวแทนของฝ่ายบริหารเพราะเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเราทราบดีครับ เราไม่สามารถเป็นผู้สั่งการ เราอาจจะสามารถรับประเด็นกลับมาแล้วก็มาสะท้อนใหม่ในห้องประชุมแห่งนี้บ้างวิธีการอาจจะเป็นเรื่องของการตั้งกระทู้ถามให้รัฐมนตรีมาตอบบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เรายกขึ้นเพื่อปรึกษาหารือในที่ประชุม เพื่อจะทำให้เรื่องราวเหล่านั้นได้ถูกบันทึกิอย่างเป็นทงการของนิติบัญญัติ ซึ่งจะมีหนังสือนำจากท่านประธานในที่ประชุมส่งไปยังรัฐบาลเพื่อจะขอให้เห็นว่านั่นคือความห่วงใยที่วุฒิสภามีมาจากการรับฟังความเห็นจากภาคประชาชน กลไกแบบนี้เป็นการใช้กลไกที่มีของรัฐสภาด้วยการเข้าไปเชื่อมโดยตรงกับภาคประชาชน จริงอยู่พวกเรามาจากการเลือกตั้งต่างกันมาก การที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งมาคน ๆ นั้นจะต้องเป็นคนที่ประชาชนรู้จักมากพอสมควรอยู่แล้วเขาจึงได้รับการเลือกตั้งเข้ามา แต่วุฒิสภาไม่ได้เป็นแบบนั้นแต่สิ่งที่วุฒิสำนึกเสมอว่าจึงได้ออกสายดำเนินการกิจกรรมการเดินทางไกลไปตามที่ต่าง ๆ ครบทุกภาค แบ่งคณะของสมาชิกวุฒิสภาออกเป็นหลาย ๆ กลุ่มและไป อย่างเช่น ภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง ไปภาคตะวันออกและลงไปภาคใต้สิ่งเหล่านี้ถ้าไปสัก 1 - 2 ครั้งอาจจะไม่เห็นความแตกต่าง แต่เป็นเรื่องการไปแล้วทำให้เกิดความมั่นใจว่าถ้าตรงนั้นเขาบอกว่าเขามีเรือ่งร้องเรียน เรื่องจะถึงเราบางเรื่องมาด้วยเป็นหนังสือ 500 กว่าเรื่อง บางเรื่องเป็นเรื่องที่เขานึกออกในตอนที่เขาเจอหน้าเราแล้ว บางครั้งบอกเราหรือไม่ แต่ภายหลังเขารู้สึกว่ามาแล้วไม่หายไป กลับมาใหม่เขาก็เลยยินดีที่จะเล่าให้เราฟัง เมื่อรับฟังแล้วทั้งจากความเชี่ยวชาญของสมาชิกวุฒิสภาที่ไปด้วย พร้อม ๆ กันนั้นจะถามความเห็นจากตัวแทนหน่วยงานของรัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งบางทีเขาอาจจะไม่ได้ฟังเรื่องนี้ชัด ๆ หรือไม่แน่ใจว่าจะให้เขาเอาอยา่งไรองค์การบริหารที่เกี่ยวข้องกับทางจังหวัด เช่น การบริหารส่วนภูมิภาค ซึ่งบางเรื่อง แม้จะอยู่ในเขตจังหวัดของท่าน ท่านก็ไม่มีอำนาจในการสั่งการ เพราะเป็นเรื่องอำนาจเกี่ยวข้องกับส่วนกลางอย่างเช่น เรื่องในป่าเป็นต้น พอแบบนี้แล้ววุฒิสภาซึ่งมีทั้งความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์และมีความพร้อมในการที่จะรับฟังเรื่องทุกเรื่องได้ ก็จะมาประมวลแยกเป็นประเด็น แล้วก็ 1. ถามความเห็นจากหน่วยงาน 2. เอากลับมาสะท้อนให้กับหน่วยงานฟังว่าเราได้ไปเห็นปัญหาอะไร และเรารับฟังว่าจากข้อเสนอนั้นเราคิดว่ามีข้อเสนออะไรที่จะให้เขาสามารถเอาไปดำเนินการได้ถ้าหากว่าไล่ดูกันตามตัวเลขที่ว่าไปแล้ว 450 ครั้ง ในการลงพื้นที่ไปใน 4 ปี เราไปทั้ง76 จังหวัด และในแต่ละภาคที่เราได้ไปกันนั้นมีความถี่อย่างชนิดที่เรียกว่ายังไม่เคยมีรหน่วยงานที่จะลงได้่มากถึงขนาดนั้น ผมยกตัวอย่างให้ฟัง ไปภาคเหนือตอนบน ไปถึง 39 ครั้ง ครบทุกจังหวัด ไปภาคเหนือตอนล่าง 35 ครั้ง ไปภาคอีสานตอนบน 34 ครั้ง ไปภาคอีสานตอนล่าง 27 ครั้ง ไปภาคตะวันออก ไปภาคใต้ อยู่ในภาคกลางไปอีก 58 ครั้ง นี่เฉพาะพูดถึงจำนวนตัวเลขที่ไปถึงพื้นที่แต่ทั้งหมดนี้แล้วยังมีลำดับอำนวยการท่านประธานพลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร ซึ่งอาจจะไม่ได้สังกัดเฉพาะในภาคใดภาคหนึ่งตามลงไปอีก รวมเป็น 22 ครั้ง เพราะฉะนั้นนั่นคือ 450 ที่ท่านประธานสิงห์ศึก ได้กรุณากล่าวให้เราฟังตั้งแต่ตอนต้นอย่างไรก็ดี เมื่อเข้าไปครบทั้ง 76 จังหวัดแล้ว เรื่องที่ร้องเข้ามาถึงมือหน่วยงานทั้งหมด ถ้าถึงมือเราจะไปถึงมือหน่วยงาน ขณะนี้เรื่องที่มาถึงแล้วเป็นจำนวนเอกสาร 531 เรื่อง ขณะนี้ถึงมือหน่วยงานแล้ว 449 อีกจำนวนหนึงหน่วยงานเพราะเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถสรุปประเด็นได้ว่าจริง ๆ ต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานไหนและพื้นที่ใดท่านลองคิดดูว่าในกรณีหนึ่งผมสังเกตดูจากการลงพื้นที่ไป เราพบว่าสถิติของเรื่องร้องเรียนที่มากที่สุดจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำไปพื้นที่ไหนก็ตามจะพูดถึงเรื่องน้ำน้ำมาไม่พอใช้ นั่นเป็นเรื่องแรก ประเด็นประเภทที่ 2 จะเป็นเรื่องของที่มาเท่า ๆ กันคือประเด็นเรื่องที่ดินทำกินตั้งแต่ไม่มีที่ดินทำกินหรือพื้นที่ไม่ชัดเจนหรือไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วพื้นที่หน่วยไหนที่จะเป็นคนพัฒนาไปดูแลกันแน่ เรื่องประเภทที่ 3 จะเป็นเรื่องคมนาคมขนส่ง เป็นเรื่องท่าน้ำไม่มี สะพานไม่ดีถนนเสียหายไม่มีใครซ่อม ของพวกนี้ก็เป็นเรื่องที่เราได้รับบันทึกมา เรื่องที่ 5เรื่องเศรษฐกิจ และเป็นเศรษฐกิจฐานรากเป็นส่วนใหญ่ พอได้ แปรรูปพอได้แล้ว แต่ถึงตอนทำมาค้าขายเขาติดขัดอยากจะได้ความช่วยเหลือ ความช่วยเหลือที่ว่านั้นอาจจะได้มาจากที่สมาชิกวุฒิสภามี อาจจะมาจากหน่วยงานที่ช่วยเหลือสามารถทำได้ แต่อีกภาคส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วยมาก คือ สถาบันการศึกษา ที่ตามเข้าไปแล้วสามารถไปวิเคราะห์จับลึกในพื้นที่เพื่อทำให้ประเด็นเหล่านั้นถูกวิเคราะห์ออกมาว่าเราจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง เราก็ชี้ชวนให้เข้าไปในพื้นที่เพื่อจะอยู่ร่วมกับภาคประชาสังคมเพื่อหาวิธีแก้ไขที่เขาสามารถทำงานร่วมกันต่อไป อีกเรื่องหนึ่งที่ร้องกันมากพอสมควรคือเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะและมลพิษ และอีกปัญหาหนึ่งถ้าไม่นับว่าเป็นปัญหาอื่น แต่เป็นเสียงที่ดังมาเสมอ เขากลับเข้าไปแล้วพี่น้องประชาชนบอกว่าบางพื้นที่โรงเรียนไม่ค่อยมีเด็กมาเรียนแล้ว ของแบบนี้ถ้าจะว่าไปแล้ว เวลาไปเรียกร้องกับหน่วยงานของรัฐเป็นรายกระทรวง รายกรมก็คงยากที่จะมีหน่วยงานไหนลงไปมองปัญหาทั้งหมดเป็นก้อนออกมาได้เพราะว่าเขาเป็นบทบาทของกรมของกระทรวงที่จะต้องทำบทบาทที่กำหนดไว้ในกรมและกระทรวง แต่สมาชิกวุฒิสภาเป็นสมาชิกทางด้านนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องที่เราไม่รับหรือรับไม่ได้ เป็นเรื่องที่เราเป็นเจ้าภาพได้ทุกเรื่องหรอกครับ เพราะเจ้าของจริง ๆ เป็นเจ้าของในพื้นที่ต่าง ๆ ที่จะสามารถรับมาและบางเรื่องนำไปสู่การแก้ไขกฎ ระเบียบเล็ก ๆ น้อยที่สามารถแก้ไขได้เอง แก้ไขด้วยการพัฒนาร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่กลับเข้ามาในก็ทำให้บรรดาผู้บริหารก็ดี คนบริหารในท้องถิ่นก็ดีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนจังหวัดและราษฎรพี่น้องประชาชน อย่างน้อยมีเพื่อนรออยู่แล้วในสภา เวลาที่กฎหมายค่อนข้างเดินและต้องใช้เวลานาน การที่สมาชิกวุฒิสภามีวาระของเขา 5 ปี ช่วยทำให้เขาสบายใจด้วยว่าเวลาที่เขาเสนอเป็นแนวคิดด้านกฎหมายหรือมาตรการ จะมีใครสักจำนวนหนึ่งที่คือ สว. พบประชาชนที่ไปดูกับตาจับมือกันเดินในพื้นที่เห็นของต่าง ๆ มาแล้ว สามารถทำให้เขาแน่ใจได้ว่าถามตามเข้ามาได้ ว่าคน ๆ นั้นที่มาฟังวุฒิสภายังอยู่ครับ เพราะวาระ 5 ปี อยู่ได้นานพอที่จะทำให้กฎหมายค่อย ๆ เคลื่อนจากกรมเล็ก ๆ กองเล็ก ๆ ก้าวไปสู่คณะรัฐมนตรีเข้ามายังสภาผู้แทนราษฎร และมาจบที่ห้องประชุมแห่งนี้ โครงการ สว. พบประชาชนจึงเป็นนวัตกรรมให้เรามีสะพานไม้ยาว ๆ ที่ช่วยทำให้ชุมชนที่อยู่ห่างไกลจะอยู่ชายแดน บนดอย เข้าถึงยากหรือแม้กระทั่งเขาอาจจะอยู่กลางเมือง แต่ว่าเสียงที่เขาร้องมานั้นเรื่องความเดือดร้อนบางครั้งยากที่ฟังว่าฟังได้ศัพท์จับชัดเจน แต่ว่าพอเข้าไปบ่อย ๆ ฟังรู้เรื่องเราสามารถจำแนกได้และเราสามารถมีสมาชิกมากเพียงพอ สมาชิกวุฒิสภาที่นั่งอยู่ด้านซ้ายผมนั้นท่านที่เป็นประธานและอนุกรรมการต่าง ๆ ที่ทำโครงการแต่ละภาคแต่ละเรื่องแยกกลับเข้ามา เมื่อท่านกลับเข้ามาท่านอาจใช้ความเป็นวุฒิสภาแต่ละคนในการใช้สิทธิของความเป็นสมาชิกในการกดปุ่มจับไมค์และตั้งกระทู้ถาม หรือปรึกษาหารือท่านสามารถทำได้ หรืออย่างที่ 2 ท่านกลับเข้าไปในห้องประชุมแล้วที่เรียกว่าห้องประชุมคณะกรรมาธิการที่มีอยู่ 27 คณะที่มีอยู่ในวุฒิสภาแห่งนี้สามารถให้องค์ประกอบกับคณะกรรมาธิการรับเป็นเรื่อง ๆ ไป คณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องของสาธารณสุข คณะกรรมาธิการการศึกษาและอื่น ๆ จะได้ช่วยดึงพลังสนองและความสามารถในการที่จะเรียกหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาให้ถ้อยกับคณะกรรมาธิการ ซึ่งมีกฎหมายรองรับ รัฐธรรมนูญบังคับว่าจะต้องส่งข้อมูลมาให้ ช่วยทำให้หลายเรื่องได้ข้อยุติ หลายเรื่องได้เจ้าภาพบางเรื่องแม้จะต้องใช้เวลานานแต่ยังทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกอุ่นใจว่าเขามีเพื่อนรออยู่แล้วในสภา ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ผมขอจบด้วยกราบเรียนท่านว่าในการที่เราไปทุกที่ด้วยไมตรี เราปฏิบัติต่อพื้นที่อย่างกัลยาณมิตร เราตามให้ติดกับทุก ๆ ปัญหา แล้วนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาสะท้อนเพื่อนำไปสู่การพัฒนา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าใน 4 ปีเราทำได้ต่อเนื่อง เราไม่สามารถบอกได้ว่าวุฒิสภาชุดต่อไปเข้ามาจะต้องทำเรื่องแบบนี้ เพราะนั่นไม่ใช่วัฒนธรรมที่เราจะต้องไปกำหนดให้คนรุ่นถัดไปที่จะเข้ามา แต่สิ่งที่ปรากฎต่อพี่น้องประชาชนที่มีพื้นที่ต่าง ๆ วุฒิสภาไปแล้วท่านจะเป็นคนกำหนดว่าอยากให้มีสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกระจายไปยังพื้นที่เพื่อให้เกิดความต่อเนืื่องและทำให้แน่ใจอยู่แล้วในสภา ในระบบรัฐสภาที่มี 2 สภาเป็นสภาคู่อย่างประเทศไทย 2 สภา บทบาทของสภาทั้งสองต้องไม่เหมือนกันเพราถ้าเหมือนกันไม่มี ในอดีตคนเคยเรียกว่าสภาของความเป็นพี่เลี้ยง แต่วันนี้ต้องยอมรับว่าจบปริญญาเอกนั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษ 3นั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรก็มีมากมาย อายุของเขาก็หลากหลาย เราไม่ใช่พี่เลี้ยงของสภาผู้แทนอีกต่อไป แต่จริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างเอาไว้ทำหน้าที่เป็นสภาเติมเต็ม สภาเติมเต็มในสิ่งที่บ่อยครั้งสภาผู้แทนราษฎรโดยธรรมชาติของเขาอาจจะทำเรื่องนั้นไม่ค่อยถนัดเพราะเขามีเรื่องเขตเลือกตั้ง เขามีพื้นที่เฉพาะของเขา แต่วุฒิสภาทุกคนมีของอยู่ 2 - 3 อยา่งที่ผมอยากจะกราบเรียนส่งท้าย ประการแรก สมาชิกวุฒิสภาทุกคนมีเขตพื้นที่ของเขาทั่วประเทศ ทำได้ทุกเรื่อง ฟังได้ทุกคน รับปัญหาได้ทุกอย่าง อย่างที่ 2 เขาไม่มีเรื่องพรรคการเมืองเพราะทุกคนตามกฎหมายบังคับจะต้องพ้นจากความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมาแล้วเท่านั้นถึงสามารถมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้ และกฎหมายบังคับไว้ในรัฐธรรมนูญว่าต้องไม่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งทั้งสิ้น นั่นเป็นเรือ่งที่ 2 เพราะฉะนั้นจึงไปหาใครก็ได้โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะถูกมองว่าเป็นของพรรคไหน การเมืองอะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องสุดท้ายก็คือสมาชิกวุฒิสภาที่ท่านรู้จักทุกคนเมื่อพ้นวาระไปแล้วในรัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ว่าจะไม่มีสิทธิกลับมาตลอดชีวิตอีกต่อไป เพราะฉะนั้นเมื่อไปถามจากคนที่ร่างรัฐธรรมนูญถามว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น เขาบอกว่าเป็นธรรมชาติสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากากรเลือกตั้งเขาจะต้องคำนึงอยู่เสมอว่าถ้าทำอย่างนี้จะทำให้เขามีโอกาสในการให้เขาไปรับเลือกตั้งกลับมาหรือไม่ แต่สมาชิกวุฒิสภาไม่ใช่อย่างนั้นในเมื่อรู้อยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญ ไม่สามารถให้ท่านกลับมาตลอดชีวิตไม่ว่าท่านจะทำดีแค่ไหน ประชาชนชื่นชมท่านมากแค่ไหน ไม่มีสิทธิที่จะกลับมาอีกแล้ว และต้องเว้นวรรค ทางการเมือง ไปอีกอย่างน้อย 2 ปี ต้องเว้นวรรคไป 10 ปี ในการเสนอชื่อไปเป็นองค์กรตรวจสอบใด ๆ แต่เราก็ยังทำเพราะอะไร เพราะถูกออกแบบแล้วที่สภาผู้แทนราษฎร โดยธรรมชาติของเขาทุกประเทศทั่วไปเขาจะต้องนึกถึง next election และรู้ว่าจะไม่มีสิทธิกลับมาอีกแล้วตลอดไป เขาจะทำในสิ่งที่เป็น เพื่อ next generation ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมกิจกรรมสัมมนาในวันนี้เราหวังว่า ในการถอดข้อความและบทเรียนที่พี่น้องราษฎรที่มาจากชุมชน ที่ทำงานร่วมกับจากทุกภาคจะได้สรุปให้เราฟังว่า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน น้ำ เศรษฐกิจฐานราก หรือเรื่องอื่น ๆ นั้นพี่น้องประชาชนอยากจะเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร ขอบพระคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (คุณปิยฉัฏฐ์) ขอบพระคุณท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภานะคะ หลังจากที่ได้ฟัง ท่านวีระศักดิ์ กล่าวถึง 4 ปี สว. พบประชาชนที่ผ่านมาแล้ว เชื่อว่าทุกท่านได้ทราบถึงภาพรวมของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน และทราบถึงเหตุที่เราใช้ชื่อว่า "ความสำเร็จ" นะคะ และอย่างที่ท่านวีระศักดิ์ได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ว่า วุฒิสภาในวันนี้ไม่ใช่สภาพี่เลี้ยง แต่เป็นสภาเติมเต็ม เราก็อยากจะเรียนย้ำให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่า คำว่า "สภาเติมเต็ม" ส่วนหนึ่งคือหมายถึงเราเต็มใจที่จะรับฟังปัญหาอุปสรรค ข้อสงสัย และข้อเสนอแนะ ต่าง ๆ จากพี่น้องประชาชน เราเต็มที่ที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และเต็มใจ เต็มที่ เต็มกำลังที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนค่ะ ซึ่งในช่วงต่อไปจะเป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สิ่งที่เป็นความสำเร็จ จากการร่วมมือของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ แต่ว่าในช่วงนี้ เราทั้ง 2 คน หมดหน้าที่แล้ว ขออนุญาตกล่าวคำว่า "สวัสดี" และขอมอบเวทีในช่วงต่อไปให้กับครูหยุย ท่านนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ และท่านดวงพร รอดพยาธิ์ และขอกลา่วคำว่าสวัสดีค่ะ (คุณคำนูณ)ขอบพระคุณทุกท่านครับ (คุณวัลลภ)ท่านประธานที่เคารพ ท่านพ่อแม่พี่น้องที่รักทุกท่าน ขออนุญาตกล่าวคำว่า "สวัสดี" อีกครั้งหนึ่ง และสวัสดีไปถึงท่านผู้แทนส่วนราชการทั้งหลายที่อยู่ด้านขวาของผมที่สำคัญวันนี้พี่ดวงพรสังเกตไหมครับ ว่าเฉพาะข้างล่าง(คุณดวงพร) เรามีผู้เข้าร่วมสัมมนาที่อยู่บนชั้นลอยข้างบนด้วย(คุณวัลลภ) เต็มไปหมดเลยครับ[เสียงปรบมือ](คุณวัลลภ)พี่ดวงพรครับ ผมคิดว่าวาระของเราวันนี้ เนื่องจากฟังท่านประธานสิงห์ศึก พูดไปแล้ว ฟังอาจารย์วีระศักดิ์ กึ่ง ๆ ปาฐกถาไปแล้ว ผมคิดว่าเวทีต่อไปนี้น่าจะเป็นเวทีของภาคประชาชนแล้วนะครับ เริ่มอย่างไรดี (คุณดวงพร)เรามีกัน 7 กลุ่มภาค เราจะมีผู้แทนจากทุกกลุ่มภาคเป็นผู้แทนที่จะขึ้นมาให้ข้อมูลกับเรา จะเริ่มจากกลุ่มที่ 1 เลยไหมคะ (คุณวัลลภ)เชิญท่านแรกเลย เรียนว่าเรามีผู้แทน 7 ภาค ที่จะมานำเสนอผลสัมฤทธิ์หรือความรู้สึก อาจจะกึ่งดีอกดีใจก็ได้ว่า หลังจากสมาชิกวุฒิสภาลงไปแล้ว ประชาชนได้รับอะไรอย่างเป็นรูปธรรมบ้าง ต่อจากนั้นก็จะเป็น 4 กลุ่มเป้าหมายค่อยตามมา ผมขออนุญาตเชิญกลุ่มแรกก่อน ท่านแรกจะเป็นผู้แทนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างที่ต้องเรียนท่านทั้งหลายก่อน เพราะว่าเรานัดประชุมกัน 7 ภาค แล้วให้แต่ละภาคอาสาสมัครก่อนว่า ภาคใดสนใจจะพูดเป็นภาคแรก แล้วแต่ละท่านก็ยกมือเรียกว่ายกมืออาสาสมัครเป็นภาคตาม ๆ กันไปนะครับ ภาคแรกจะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งจะนำเสนอโดยคุณนภดล ม่วงแก้ว เป็นประธานที่ดูแลในเรื่องของการปลูกกาแฟและแมคคาเดเมียเป็นพืชทางเศรษฐกิจและพืชทางเลือก พื้นที่สูงบ้านดงมะไฟ ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เรามีเวลาทั้งหมดแต่ละท่าน 10 นาที จะมีนาฬิกาขึ้นมาให้ท่านเห็นน่าจะขึ้นแล้ว พอ 9 นาที จะมีเสียงออดเตือนท่าน ท่านจะได้ลงได้อย่างสง่างาม เรียนเชิญท่านณฎดลครับ (คุณนภดล) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ และทุกท่านที่เข้าร่วมในที่ประชุมแห่งนี้ กระผม นายนภดล ม่วงแก้ว ประธานวิสาหกิจชุมชนกาแฟอะลาบิกาและแมคคาเดเมีย ตำบลมะเขือใหม่ ก็นับว่าเป็นเรื่องดีงาม ก่อนหน้านี้ขอเล่าที่มาที่ไป before ก็คือว่าเราได้เลือกเกษตรที่สูงนั่นหมายถึงกาแฟ และแมคคาดีเมียเข้ามาดูแลป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งเราเป็นพื้นที่สูงในระดับความสูงตั้งแต่ 400 - 700 เมตร ระดับน้ำทะเลถือว่าเป็นที่ที่มีศักยภาพ เราเคยมองแต่ว่าภาคเหนือปลูกกาแฟได้ ภาคใต้ก็ปลูกอีกสายพันธุืหนึ่ง แต่ว่าภาคกลาง ใกล้กรุงเทพฯ แค่250 กิโลเมตรเท่านั้น บนนั้นสามารถปลูกกาแฟอะลาบิกา ได้ดีพอเพียง จากการที่เราเริ่มต้นในปี 2545 หลังจากนั้นเราได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยเกษตรที่เขาค้อ ภาคเหนือตอนล่างจังหวัดเพชรบูรณ์ เราอยู่ภาคอีสานเพราะฉะนั้นเราเป็นเด็กนอกพื้นที่บริการแต่ครูดีมาก ครูมาให้คำแนะนำ ให้ต้นพันธุ์ มาทดลองปลูก เมื่อปี 2545 จนกระทั่งปี ๒๕๔๙ ให้ต้นพันธุ์มาทดลองปลูกเมื่อปี 45 ปี 49 เอ๊ะ ก็เป็นลูกกาแฟ เก็บได้ และแผนแม่บทชุมชน 10 ประการจำเป็นต้องเขียนขึ้นอยู่ที่นั่น ดังนั้น เพื่อทุกคนจะต้องทำปฏิบัติให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะเป็นอย่างไร เราได้เห็นแล้วว่าพื้นเกษตรที่เกษตรกรเขาทำกันอยู่ ก่อนที่ผมจะเข้าไปอยู่ จนถึงทุกวันนี้ 40 ปีแล้ว สิ่งที่เขาทำเป็นพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งเปิดหน้าดินอยู่ทุกปี พอหน้าฝน เกิดการชะล้าง อย่างมโหฬารต่อเนื่อง เมื่อปี 2545 เราเอาเกษตรพื้นที่สูงในเบื้องต้นเราใช้ พอปี 49 ไปจดทะเบียวิสาหกิจชุมชนว่าวิสาหกิจชุมชนกาแฟอาราบิกาและแมกคาเดเมียแบบประชาอาสา บ้านดงมะไฟ เราพบว่าแบบประชาอาสาเป็น keyword ที่สำคัญแห่งความสำเร็จ เพราะไม่มีนโยบาย ไม่มีการแผน ไม่มีงบประมาณใด ๆ จากที่ใดก็แล้วแต่ แต่ว่าเป็นความพร้อมใจของเกษตรพื้นฐาน ในการที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตจากพืชไร่ธรรมดา มาเป็นแบบนี้ อย่างน้อยตอนนี้เรามีพื้นที่ทั้งหมด 300 ไร่ มีเกษตรกรที่อยู่ในวิสาหกิจชุมชน 28 ครัวเรือน จำเป็นเหลือเกินที่เราต้องสร้างให้เต็มรูปแบบ เช่น 1. ส่งเสริมการปลูก 2. เก็บเกี่ยว 3. แปรรูปและลงบรรจุภัณฑ์หรือการตลาดในที่เดียวกัน เราโชคดีครับ กาแฟที่เราปลูก ๔๐๐ - ๗๐๐ เมื่อไปตรวจแล็ปเรามีคาเฟอีนเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ คราวนี้เป็นเรื่องใหญ่ เดี๋ยวผมจะนำเรียน ปรากฏว่าพอหลังจากนั้นแล้วมันก็ไปเข้าสู่กระบวนการจีไอ นี่ตั้งแต่ปี 2559 วันที่ 31 มีนาคม 2559 กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขึ้นทะเบียนกาแฟดงมะไฟ ให้เป็น GI เป็นตัวแรกของจังหวัดนครราชสีมา หลังจากนั้นพอปี 2560เราเข้าใจว่าพื้นที่นี้ เป็นพื้นที่ทำกินอยู่ เราทราบว่าก่อนหน้านั้นปี 47 มีเรื่อง สทก. และเรื่องเงียบไป จนกระทั่งมาในปี 2557 เรามีข่าวดีว่า มี ขณะนี้ คชก. ปี 63 แต่ปี 64 ยังไม่ซ้ายไม่ขวา ปรากฏว่าสิ่งดีงามเกิดขึ้นทันที มีโครงการ สว. พบประชาชน ได้ตรงมาที่บ้านดงมะไฟ ขอทราบ 2 เรื่อง คือ เรื่องการปลูกเกษตรที่สูง บ้านดงมะไฟ และเรื่องที่ 2 ปัญหาที่ทำกิน ผมก็ได้นำเสนอในตอนนั้นท่าน สว. 28 ท่าน มาจาก ส่วนกลางที่กรุงเทพฯ และจากนั้นเป็นภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็จะมีเกษตรจังหวัดมีป่าไม้ นม 8 แล้วก็ 2 อันนี้หลัก ๆ มีทรัพยากรน้ำภาค 5 เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่เนื่องจากว่า คทช. ยังไม่มีพื้นที่ป่า ปรากฏว่า สว. รับรู้ปัญหาได้นำเข้าสู่กระบวนการ ตอนหลังก็ดีมาก ๆ เลย ตรงที่ว่ามีบูรณาการร่วมกันกับภาคส่วนที่มีหน้าที่ประจำอยู่แล้วในจังหวัด ปรากฏว่านี้เป็นกรณีแรก ผมเกิดมาก็ไม่เคยเห็น ผมได้กล่าวเลยบอกว่า อันนี้ท้ายที่สุดเราได้ยินแล้วว่าเป็นนวัตกรรม ต้องไปรับทราบ ไปรับรู้ว่าประชาชนมีความต้องการอย่างไร ปัญหาเขามีอย่างไร แก้อย่างไร ดังนั้นแล้ว สว. ถือว่าเป็นกระบวนการที่ถูกต้องและเหมาะสม เราก็ได้รับการบูรณาการเพิ่มขึ้น ๆ แต่อย่างไรก็ตาม เรื่อง คทช. เมื่อวานนี้ได้ประชุมกันแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องประมาณ ปี 2567 ถ้าเป็นปี 67 ได้ งบประมาณไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนของ กจ. เกษตรจังหวัดหรือจะเป็นทรัพยากรน้ำตั้งขึ้นไปแล้ว 14 ล้าน จากการพบกับ สว. พบประชาชน เห็นไหมโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วขณะเดียวกันก็รอเวลา ถ้าหากว่าหลังจากนั้นแล้วพร้อมเมื่อไรก็จะเริ่มดำเนินการ อย่างขอเรียนกับพี่น้องทุกท่านว่า กาแฟดงมะไฟเป็น GI เราได้พิสูจน์แล้ว 1 เปอร์เซ็นต์ กลายเป็น ๑ เดียวในโลก และข้อมูลของกาแฟดงมะไฟไปอยู่ที่สหประชาชาติเรียบร้อยแล้ว และเสื้อที่ผมใส่ของโคราช GO parkสู่ดวงดาว สู่ความสำเร็จ เพื่อผลประโยชน์จำเป็นต้องร่วมกัน กราบขอบพระคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) กลุ่มที่ ๒ เป็นประเด็นที่นำเสนอโดยกลุ่มของภาคตะวันออก โดยประเด็นที่จะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงตัวอย่างของความสำเร็จ จะเป็นประเด็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย จังหวัดมุกดาหาร นำเสนอโดยคุณนายญาณ ปาหลา เรียนเชิญค่ะ (คุณญาณ) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่เข้ามาสัมมนาในครั้งนี้ กระผม นายญาณ ปาหลา ราษฎร หมู่ที่13 อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตำบลคำปาหลา จังหวัดมุกดาหาร ผมขอขอบคุณ สมาชิกวุฒิสภาที่จัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นะครับ เพื่อลงพื้นที่รับรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนะครับ ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาของประชาชน ทำให้ความเดือดร้อนของประชาชนในหลายประเด็นนะครับ การแก้ไขปัญหาที่ได้สำเร็จไปแล้วก็มีนะครับ ยังไม่สำเร็จก็มี แต่มีการลงพื้นที่ต่อเนื่องก็ได้คลี่คลายลงไป การความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ตำบลคำปาหลา หาไม่ได้อีกแล้ว สว. ผมดีใจมากที่ท่าน สว. ลงไปติดตามผลงานการแก้ไขปัญหาของราษฎรในพื้นที่ตำบลคำปาหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร ที่ลุล่วงไปด้วยดี บางส่วนก็ยังติดอยู่นะครับ ประเด็นที่ทำกินและประเด็นที่อยู่อาศัยของราษฎรชาวตำบลคำป่าหลาย ซึ่งแตกต่างกว่าภาคอื่น ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหารนี้ เป็นพื้นที่ทำกินอีกอยู่อย่างหนึ่ง ที่อยู่อาศัยเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นหมู่บ้าน เขาเรียกเป็นหมู่ ๆ แตกต่างกันกับที่อื่น ที่อยู่อาศัยกับที่ทำกินร่วมกัน อันนี้ไม่ใช่นะครับ ความเดือดร้อนของประชาชนในเขตตำบลคำป่าหลาย เนื่องจากมีนโยบายทวงคืนผืนป่า ก็มีท่าน สว. ได้ลงไปพูดคุยกับประชาชน และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก็ได้แก้ไขมาเป็นบางส่วน บางส่วนก็เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ราษฎรก็ได้เข้าไปทำกินในพื้นที่ที่ตรวจยึดก็มีนะครับ บางส่วนก็เข้าไปทำกินในพื้นที่ คทช. เพราะว่า 30 มิ.ย. จากคณะรัฐมนตรีก็ได้เข้าไปทำกินแล้ว นะครับ ประเด็นที่ 2 เกี่ยวกับเหมืองหิน เหมืองหินตั้งอยู่หมู่ที่ 6 บ้านนาคำน้อย ตำบลคำป่าหลาย จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งขออนุญาตตั้งแต่ปี 2559 นะครับ ผมก็ได้กับราษฎรในหมู่บ้าน 3 หมู่บ้าน ได้เดินทางขอเรียกร้องขอคืนสิทธินะครับ เพราะว่าเป็นเหมืองหินที่มีแร่ หิน ทรายอยู่ตรงนั้น รอบ ๆ บริเวณ มีสระน้ำ มีบ่อน้ำ มีน้ำซับ ปัจจุบันนี้ราษฎร 3 หมู่ เอาน้ำซับที่ผุดขึ้นมาจากหิน จะมาจากผืนดินเอามาทำน้ำประปาเพื่ออุปโภค บริโภคใน 3 หมู่ อันนี้ก็ได้ยินข่าวว่าท่าน สว. บอกว่า ทางอุตสาหกรรมได้ทำหนังสือขอยกเลิกไว้แล้วผมขอขอบพระคุณท่าน สว. มาก ที่เป็นห่วงเป็นใยชาวบ้าน ประเด็นใหม่ตำบลคำป่าหลายอีก ประเด็นโรงแป้งมันสำปะหลัง โรงแป้งมันสำปะหลังตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแคน ปล่อยน้ำเสียลงลำห้วยวังทราย เวลาน้ำหลากก็ดี เวลาหน้าแล้งทำให้น้ำเสีย เขียวชอุ่มเลย ปู ปลาตายหมดนะครับ คนลงก็ไม่ได้ ราษฎรไปทำมาหากินก็ไม่ได้ จากห้วยบางทรายเพราะว่าคัน เป็นผื่น เป็นคันหมด ฉะนั้นตัวนี้ผมขอให้ท่าน สว. ติดตามให้ผมหน่อยนะครับ ประเด็นที่ 4 เกี่ยวกับกลิ่นของโรงงานยางพารา ในเขตตำบลคำป่าหลาย ตอน สว. ลงไปมันไม่เหม็น สว. กลับมา เหม็นกลับมาตามหลังเลย แต่ช่วงนี้ก็เป็นช่วง ๆ เวลาอากาศเย็น ๆ ก็เหม็นนะครับ ฉะนั้นขอให้ท่าน สว. กลับไปติดตามแก้ไขให้หน่อย ผมขอขอบพระคุณมากครับ (คุณวัลลภ) บอกความสำเร็จ 2 เรื่อง ขณะเดียวกันขออีก 2 เรื่อง ท่านจเรศักดิ์จบแล้วนะครับ เป็น 2 ภาคแล้ว ภาคอีสานตอนล่างและอีสานตอนบน ท่านถัดไปเราจะขออนุญาตดิ่งลงทางใต้เลยนะครับ จะไปที่ภาคใต้ประเด็นการส่งเสริมและยกระดับรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาว จังหวัดนครศรีธรรมราช นะครับ นายณัฎฐชัย นาคเกษม เรียนเชิญเลยครับ เชิญครับ กราบสวัสดีท่าน สว. ทุกท่านในที่นี้ ผมมาจากอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราชก็ดูสีผิวก็คงจะรู้ คงไม่ใช่คนเหนือแน่ ๆ เป็นคนปักษ์ใต้ ประเด็นที่จะนำเสนอ ในวันนี้ คือ โครงการความสำเร็จจากการปรับเปลี่ยนการเลี้ยงกุ้งขาวมาเป็นการเลี้ยงกุ้งขาวมาเลี้ยงปูทะเล คือ ปูขาวแบบยั่งยืน โครงการคือมานำเสนอความสำเร็จ คือ ปัญหา อาชีพเดิมของผมคือเป็นเกษตรกรเลี้ยงกุ้งก็หลาย ๆ คนที่เคยเลี้ยงกุ้งก็คงจะรู้ดีว่าความสำเร็จมีแค่ไหน ก็ประสบปัญหาเรื่อง สภาวะขาดทุน เพราะว่าขาดทุน ที่เราเอามา เอามาจากไหนครับ จาก ธกส. เพราะเราเป็นเกษตรกร เราไม่ใช่นายทุนเราก็ต้องกู้จาก ธกส. พอเป็นหนี้มากก็ขาดทุนตลอด ปัญหาหนี้สะสมกับพวกเรา เพราะฉะนั้น เวลาเราเลี้ยงกุ้งไม่ได้ 1 เดือนที่เราต้องจ่ายกับ ธกส. ก็ประมาณ 10,000 บาทเศษ ๆ ถ้าไม่มีรายได้ ถามว่าจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย ธกส. ครับ เพราะฉะนั้น ในช่วงบ่อที่เราว่างอยู่ เราก็ได้ไปหาลูกปูจากธรรมชาติเอามาปล่อยในบ่อที่ว่างอยู่จากการขาดทุนนากุ้ง พอปล่อยไปได้สักระยะหนึ่งเราสามารถประกอบอาชีพให้กับเราได้คือระดับหนึ่ง พอซื้อข้าวสาร พอซื้อกับข้าวอะไรได้ ทีนี้ทาง สว. สวัสดิ์ ก็เล็งเห็นปัญหาตรงนี้ก็ได้นำปัญหาตรงนี้จากเกษตรกรผู้ขาดทุนในการเลี้ยงกุ้ง ท่าน สว. สวัสดิ์ ได้ผ่านเรื่องตรงนี้ไปทาง วช. วช. แทงเรื่องตรงนี้ลงไปเลยลงไปทางมหาวิทยาลัย มทร. ศรีวิชัย ไทรใหญ่ว่าให้ลงมาแก้ไขปัญหาตรงนี้หน่อย มทร. ศรีวิชัย ก็ได้ลงมา แต่ก่อนนั้นคือเราเอาปู เอามาเลี้ยงอัตราการรอดจะอยู่ประมาณไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ หลังจาก มทร. เข้ามาให้ความรู้กับพวกเรา จาก 20 เปอร์เซ็นต์ตอนนี้เราสามารถทำรอดได้อัตรา 70 เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นขอเสียงปรบมือให้ สว. สวัสดิ์[เสียงปรบมือ]และหลังจากนั้นเราก็ได้ลูกพันธุ์ปูเป็นปูขาว หรือบางคนเรียกว่าปูทองหลางเราได้ลูกพันธุ์ดี ๆ ศูนย์เพราะเลี้ยงชายฝั่งต่าง ๆ จากตรัง สงขลา ทุ่งทะเล หรือแม้กระทั่งลุ่มน้ำปากพนังหลังจากที่เราทำอัตราการรอดได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ถามว่าอะไรเกิดขึ้น ก็คือผลกำไรเราเริ่มดีขึ้น จาก 20 % มาเป็น 70 % เพราะฉะนั้น เราเล็งเห็นแล้วว่า 1 บ่อ ในบ่อกุ้งร้างของเราเราผลิตได้เกือบ 1 ตัน คูณง่าย ๆ ครับ 1000 กิโล คูณ 300 เราใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงไม่เกิน 4 เดือนครึ่ง ถามว่าตรงนี้คืออะไร และปัจจุบันนี้เรานำเข้าปูขาวจากต่างประเทศเข้ามาเป็นพันล้านลต่อปี หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ เพราะฉะนั้น นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่ยังมีบ่อกุ้งร้างอีกเยอะ เป็น 10,000 บ่อ 20,000 บ่อถ้าเรายกระดับตรงนี้ขึ้นมา ผมว่าเศรษฐกิจตรงนี้ย่อมดีขึ้น เพราะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้ที่ว่าชี้แนวทางเอาทางมหาวิทยาลัยมาช่วยเกษตรกรตรงนี้ ทำให้เกษตรกรมีความรู้ ในส่วนหนึ่ง คือ อยากจะขอบคุณมาก ๆ เลย เพราะว่าทำให้ตรงนี้สภาวะหนี้สินของเกษตรกรตอนนี้ เริ่มดีขึ้นเพราะฉะนั้นฟาร์มผมเป็นฟาร์มสาธิตในการเลี้ยงปูขาว ถ้าเกษตรกรที่ต้องการปรับเปลี่ยนอาชีพ สนใจ เข้าไปดูที่ฟาร์มผม และอีกอย่างหนึ่งเราเลี้ยงปูขาว เราไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม คนอื่นผมไม่รู้ แต่เท่าที่ผมเลี้ยงมาไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าใช้สารเคมี แต่ปัจจุบันนี้เราเลี้ยงปูขาว น้ำที่เราปล่อยออกไปทุกอย่างเราสามารถเช็กได้หมด ค่า PH แอมโนเนีย ปลอดภัยกับสัตว์น้ำทุกชนิด เพราะเรามีการบำบัด ไม่ใช่บำบัดอย่างเดียว ในขณะที่เราเลี้ยงเราก็ใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำ แล้วก็ช่วยทำให้การเจริญเติบโตของของปูดีขึ้น เพราะปูขาวเป็นปูโคลน ที่อยู่กับโคลน เพราะฉะนั้นจุลินทรีย์ตรงนี้ทุกอย่างก็ดีขึ้น น้ำที่เราปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติก็ไม่มีมลพิษ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ฟาร์มของเราคือเป็นธนาคารจุลินทรีย์ เราทำจุลินทรีย์แบ่งปันให้กับเกษตรกร ไม่ว่าผู้เลี้ยงกุ้ง ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำสามารถมาแบ่งปันกับที่ฟาร์มเราได้ เพราะฉะนั้น ตอนนี้ เกษตรกรยืนได้ จากล้มและยืนได้ขึ้นระดับหนึ่ง ขอฝากอีกข้อหนึ่ง ถ้าอย่างนั้น จากลุกขึ้นมายืน ตอนนี้อยากเดินได้ เพราะอยากเดินได้ก็ต้องฝากทาง สว. ด้วยครับ เราอยากนำเสนอโครงการนี้เข้าสู่ บบท. ให้ช่วยให้เราเดินได้ต่ออีกสักนิด เพราะฉะนั้น ตรงนี้ต้องขอฝากจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นต้องขอท่าน สว. ล่วงหน้าไว้ใน ทีนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) จบภาคใต้ ตอนนี้จะชวนท่านขึ้นเหนือ ไปดูโครงการ ไปดูความสวยงาม จะเป็นโครงการของการท่องเที่ยว เรื่องของนั่งแพแลน้ำ ที่ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบส จังหวัดพิษณุโลกโดยนายปราโมทย์ เมืองเปรม เชิญค่ะ (คุณปราโมทย์) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปราโมทย์ เมืองเปรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ภาคเหนือตอนล่าง ในการผลักดันการท่องเที่ยว ตำบลกันโช้ง เป็น 1 ใน 6 ตำบล จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. 2545 กรมชลประทานได้เข้ามาสำรวจพื้นที่ กรมชลประทานได้เข้ามาสำรวจพื้นที่ตำบลคันโช้ง อันเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่า เขื่อนแควน้ำบำรุงแดน เป็นเขื่อนแควน้อย แห่งสุดท้ายของพระองค์ท่านอีกด้วย หลังจากสร้างเขื่อนเสร็จ กรมชลประทานได้สร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ และได้แจ้งประชาสัมพันธ์วัตถุประสงค์ของการสร้างเขื่อนไว้ ดังนี้ 1. สามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย 2. แหล่งน้ำแควน้อย และเพื่อส่งน้ำอุปโภค บริโภค 4. เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน 5. ผลผลิตจากการประมง ตามที่คณะสมาชิกวุฒิสภาได้มีโครงการสมาชิกพบประชาชน ณ จังหวัดพิษณุโลก วันที่ 19 มกราคม 2566 โดยมีท่าน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร ประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนฃในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และปัญหา ซึ่งชาวตำบลคันโช้งได้เสนอปัญหาในพื้นที่ให้กับสมาชิกวุฒิสภาในพื้นที่ได้รับทราบ ปัญหาข้อที่ 1 การพัฒนาพื้นที่รอบเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ให้เป็นพื้นที่สำคัญจังหวัดพิษณุโลกเทศกาลนั่งแพ แลน้ำ เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลคันโช้ง เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2555 โดยการรวมตัวของชาวบ้านในพื้นที่ที่มีความสนใจ มีความต้องการหารายได้เสริมมาช่วยเหลือครอบครัว โดยเห็นว่าพื้นที่หน้าเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีการปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำแควน้อยเกิดเป็นสายน้ำที่ใสไหลเย็น รวมทั้งทัศนียภาพ รอบ ๆ เป็นป่าเขาที่มีความสวยงาม เหมาะแก่การให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของชาวตำบลคันโช้ง จังหวัดพิษณุโลกได้ ซึ่งในช่วงแรก ๆ ชาวบ้านได้นำแคร่ไม้ไผ่ ซึ่งเป็นของใช้ที่มีกันแทบทุกหลังคาเรือนมาวางไว้ริมตลิ่งของแม่น้ำแควน้อย และลงเล่นน้ำเพื่อคลายร้อนในฤดูร้อน เมื่อนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านบางรายที่มีฝีมือทำอาหารได้มาเปิดร้านจำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่มเล็ก ๆ ไว้จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งสามาาถสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ต่อระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชาวบ้านได้มีการพัฒนารูปแบบบริหารกิจกรรมต่าง ๆ ให้มีความน่าสนใจเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว เพื่อดึงดูให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในตำบลคันโช้งของเรา ปัจจุบันได้มีการตั้งกลุ่มท่องเที่ยวตำบลคันโช้ง ทำหน้าที่วางนโยบาย บริหารการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รูปแบบการท่องเที่ยวได้มีการพัฒนาจากเดิมจากที่ชาวบ้านนำแคร่ไม้ไผ่มาวางก็เปลี่ยนเป็นซุ้มไม้ที่มีความหนาแน่น คงทน หลังคามุงด้วยหญ้าคาเป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมดเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมีการทำแพไม้ไผ่ไว้เป็นตัวเลือกให้นักท่องเที่ยว ได้มาใช้บริการ ที่ผ่านมาเทศกาลนั่งแคร่แช่น้ำ จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายนทุกปี ได้มีนักท่องเที่ยวเดินเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวที่หยุดต่อเนื่องกัน เช่น เทศกาลวันสงกรานต์ ซุ้มไม้ที่จัดไว้ ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่ากิจกรรม สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับตำบลคันโช้งได้เป็นอย่างดี ในปี 2566 ได้มีการเปลี่ยนชื่อจากเทศกาลนั่งแคร่แช่น้ำ เป็น เทศกาลนั่งแพแลน้ำ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้เกิดปัญหาในการขออนุญาตใช้พื้นที่ จากหน่วยราชการที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ทำให้บางปีกว่าจะได้รับอนุญาตก็เกิดความล่าช้าในกิจกรรม อันเป็นการเสียโอกาส ซึ่งชาวบ้านตำบลคันโช้งและพื้นที่ใกล้เคียง ผลประโยชน์จากกิจกรรมท่องเที่ยวนี้ ได้อนุญาตให้จัดเทศกาลนั่งแพแลน้ำได้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ในปี 2566 ที่ผ่านมา ได้ติดปัญหาเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่เช่นเดิม จนชาวบ้านคิดว่าไม่สามารถจัดเทศกาลนั่งแพ แลน้ำได้ เบื้องต้นผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ได้นำปัญหาไปปรึกษากับ ท่าน สว. พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ และ สว. กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ท่านทั้งสองได้เข้ามารับฟังปัญหา และนำปัญหาเข้าปรึกษาสมาชิกวุฒิสภาก็ได้เดินทางมารับฟังปัญหาดังกล่าว พร้อมได้หาทางแก้ไขตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน โดยมี พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ประธานคณะกรรมการ วุฒิสภาพบประชาชน ในจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566 ซึ่งคณะวุฒิสภาได้นำปัญหานี้ กลับไปพิจารณาผลักดันจนสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้สำเร็จ ทำให้ในปี พ.ศ. 2566 นี้ สามารถจัดกิจกรรมเทศกาลนั่งแพแลน้ำได้ ชาวบ้านต่างรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง พร้อมทั้งได้กล่าวขอบคุณคณะวุฒิสภา เป็นอย่างสูงที่ท่านได้เห็นความทุกข์ยากของชาวบ้านตำบลคันโช้ง และได้ช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้สำเร็จ ปัญหาข้อที่ ๒ ขอทวงถามโครงการสร้างแก่งเทียม ทดแทนแก่ง 7 แคว กรมชลประทานได้ทำการเวนคืนที่ดินของชาวบ้าน และพื้นที่ป่าของตำบลคันโช้ง และตำบลบ้านยาง เป็นจำนวน 40,000 กว่าไร่ หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จได้ทำการกักเก็บน้ำส่งผลให้พื้นที่ป่า ที่เป็นแหล่งอาหารของชาวบ้าน รวมทั้งแก่งเจ็ดแคว แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้สัญญากับชาวบ้านไว้ว่าจะดำเนินการก่อสร้างแก่งเทียมขึ้นมาทดแทนแก่งเจ็ดแคว และตั้งงบประมาณไว้ปี 2554 ไว้จำนวน 46 ล้านบาท แต่ด้วยอุปสรรคต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างเขื่อนเทียมได้ ปี ๒๕๖๖ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน จังหวัดพิษณุโลก พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร และท่าน สว. จาตุรงค์ เสริมสุข ประชุมหารือประสานและติดตามความคืบหน้าของโครงการสร้างแก่นเทียม เพราะสมาชิกวุฒิสภาได้เล็งเห็นว่า การก่อสร้างแก่งเทียมนี้ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินเข้ามาท่องเที่ยวอันจะเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับชาวตำบลคันโช้งได้เป็นอย่างดี ชาวตำบลคันโช้งกราบขอบคุณคณะสมาชิกวุฒิสภาเป็นอย่างสูง ที่ท่านได้กรุณาผลักดันท่องเที่ยวเทศกาลนั่งแพแลน้ำจนประสบผลสำเร็จสามารถสร้างรายได้เสริมช่วงฤดูแล้งที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ และชาวตำบลคันโช้ง มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้ต้อนรับสมาชิกวุฒิสภาอีกครั้ง เพราะตำบลคันโช้งยังมีปัญหาอีกหลายด้านที่อยากจะให้ท่านเข้ามาช่วยเหลือ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนเป็นโครงการที่ดี ช่วยบรรเทาทุกข์ร้อนของประชาชนให้ได้รับการแก้ไข เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ของพวกเราตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ขอขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ)ผ่านไป ๔ ภาคแล้วครับ ต้องขอชื่นชมทุกภาค ใช้เวลาเหลือทั้งนั้นเลย การมีเวลาที่เหลือจะเป็นประโยชน์ต่อห้องประชุมมากครับ เราอาจจะมีเวลาให้ทุกท่าน ว่าจะเป็นอย่างไร ตอนนี้เวลาเหลือค่อนข้างมาก แต่ละท่านใช้ไม่หมด ซึ่งขอบคุณมาก ๆ ในขณะเดียวกันสิ่งที่ท่านบอกถึงความสำเร็จ ท่านก็ฝากประเด็นแก่งเทียมเอาไว้ เข้าใจว่า ท่าน พลเอกสิงห์ศึก ก็คงบันทึกเอาไว้แล้วครับ ภาคต่อไป ผมคิดว่ามีโครงการหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย คือโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกก็คือเป็นโครงการที่พัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก และเขาบอกว่าประสบปัญหาเยอะมาก ทีนี้ในพื้นที่ภาคตะวันออกก็เลยพยายามที่จะขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบโครงการ EEC ที่ว่านี้ในพื้นที่แหลมฉบัง พยายามมานาน แล้วก็ประสบความสำเร็จพอสมควร จะมาเล่าสู่กันฟัง โดยสุภาพสตรี คราวนี้ลองฟังเสียงผู้หญิงบ้าง นางสาวพาสนา กำมเลศ เรียนเชิญครับ เชิญครับ (คุณพาสนา) สวัสดีค่ะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉันพาสนาเป็นตัวแทนจากภาคตะวันออก หมู่บ้านแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี จริง ๆ ในเรื่องของการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากโครงการ EEC ที่หมู่บ้านเราได้รับผลกระทบนี้ได้รับมานานแล้ว แต่พอทีม สว. ลงไปพื้นที่บ้านเรา ครั้งแรกชาวบ้านไม่รู้จักว่า สว. คือใคร หรือคือหน่วยงานใด อันนี้เป็นเรื่องตลกของชาวบ้านในหมู่บ้านเรา พอท่านวรพงษ์ลงไปเราเลยรู้ว่า เขามาทำอะไร วันนี้เราเป็นตัวแทนหมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งในโลกนี้ชื่อหมู่บ้านของเรารู้จักทั่วโลกแล้ว คำว่า "แหลมฉบัง" มาจากบ้านหลังเล็ก ๆ ของเรา ซึ่งมีแค่ 200 กว่าหลังคาเรือน ขอบคุณที่เอาชื่อของเราให้ทั่วโลกรู้จัก แต่วันนี้อยากให้รู้จักในที่นี้ เพราะเรามีเรื่องขอบคุณทีม สว. ที่ลงไปช่วยจัดการและบูรณาการการแก้ไขปัญหาที่เกิดระหว่างรัฐกับรัฐ และรัฐกับประชาชน ซึ่งพอท่านลงไปเป็นการพบโดยตรงกับประชาชนแล้วท่านทราบปัญหาทันทีว่าคืออะไร ถึงแม้ว่าจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับสาธารณูปโภคในหมู่บ้าน ที่เราถูกจำกัดพื้นที่ไว้ ไม่ว่าจะเป็นการขอบ้านเลขที่เพิ่มไม่ได้ พอขอบ้านเลขที่เพิ่มไม่ได้ น้ำ ไฟก็ไม่ได้ ก็เกิดการพ่วงกันไปเรื่อย ๆ พอพ่วงไปเรื่อย ๆ กระแสไฟก็ไม่พอ หมู่บ้านเราจะเป็นหมู่บ้านที่ไฟดับบ่อยมาก แต่ ณ วันนี้ ไม่ดับแล้วค่ะ ขอบคุณมาก ๆ เพราะเราได้รับกระแสไฟหม้อแปลงเพิ่มขึ้น และการไฟฟ้าหรือแม้กระทั่งการประปาหน่วยงานรัฐทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่ของเราเริ่มกลับมาช่วยเหลือเริ่มกลับมาช่วยเหลือจากการลงไปทำงานของทีม สว. ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา แค่ 6 เดือน เราเห็นผลชัดเจนขึ้น เป็นระยะสั้นมากจากโครงการที่เราฟังมาจากทุกภาค ภาคตะวันออกที่เราได้รับตรงนี้จาก 6 เดือนที่เรา ได้เห็นผลงานจากการทำงานร่วมกัน ในการทำ workshop ที่ตัวดิฉันเองทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนมา 30 กว่าปี ไม่เคยเห็นการทำงานที่สามารถรวมหน่วยงานภาครัฐ เกินได้ 15 หน่วยงานเช่นวันนั้นมาก่อนเลย อันนี้คือความภาคภูมิใจมากและท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านธวัชชัยก็เข้าถึงพวกเราเพิ่มขึ้น ท่านไปในหมู่บ้าน แล้วถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถึงไหนแล้ว อันนี้คือมองเห็นว่าหน่วยงานรัฐไม่ได้ทิ้งประชาชนจริง ๆ จากการทำงานของทีม สว. ที่เราเห็นภาพชัดเจน เพราะฉะนั้น ในวันนี้จากความจำเป็นพื้นฐานของชาวบ้านได้เริ่มขยับ หน่วยงานรัฐเริ่มมีการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการท่าเรือเอง และหน่วยงานจากทางราชการจังหวัดก็เริ่มเข้ามา แล้วก็สอบถามพวกเรามากขึ้นว่าปัญหาแก้ไขไปถึงไหน ณ วันนี้หมู่บ้านแหลมฉบังเล็ก ๆ ที่มีชาวดั้งเดิมเป็นคน พื้นเพเลย เริ่มได้รับความกรุณาจากหน่วยงานรัฐหลาย ๆ หน่วยงานที่ทีม สว. ได้ลงไปร่วมงานกับภาครัฐในพื้นที่ อีกเรื่องหนึ่งที่เราอยากจะฝาก คือในหมู่บ้านเรามีพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งป่าชายเลนเล็ก ๆ นี้เดิมเป็นป่าเสื่อมโทรมเลยก็ว่าได้ แต่ด้วยความดันทุรังที่เราอยู่ในพื้นที่ พ.ร.บ. เวนคืน แล้วเรามีท่านหนึ่งได้เสียสละตนเอง และเริ่มเข้าไปปลูกป่าเพิ่มขึ้น ช่วยกันบ้าง จากหน่วยงานอื่นที่อยู่รอบ ๆ เรา เพราะว่ารอบ ๆ เราถูกล้อมด้วยการขยายของการท่าเรือและเขตอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นหน่วยงานเขาก็จะทำ CSR เราก็ปรับกันไปเรื่อย ๆ ปลูกป่าไปเรื่อย ๆ แต่ ณ วันนี้จากป่าที่เสื่อมโทรม เราทำจนได้รับรางวัลอันดับ 1 ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จาก 407 โครงการ และยังได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ได้รับรางวัลที่ 1 จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แค่ 3 รางวัลนี้ เราอยากการันตีว่า อยากจะให้ทีม สว. ฝากนิดหนึ่งว่า เราอยากให้รักษาป่าชายเลนนี้ไว้ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ของเรา แล้วก็อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ อยากได้ บุคคล บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อให้ป่าชายเลนแห่งนี้มีตัวตนขึ้นมา แล้วมีการบูรณาการป่านี้อย่างน้อยสามารถเข้าโครงการเครดิตคาร์บอนได้ ซึ่งเป็นโครงการอีก 1 โครงการ ที่จะมีประโยชน์ทั้งโลกนี้ อย่างน้อยวันนี้การที่ได้เป็นตัวแทนจากภาคตะวันออก จากหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เป็นหมู่บ้าน ชาวประมง โดยพื้นฐาน แล้วจากอาชีพประมงนี้ ทำให้มีอาชีพอื่นตามมาในหมู่บ้าน เราก็มีรายได้เพิ่มขึ้น สุดท้ายเราอยากจะฝากว่า เราไม่ได้อยากเป็นหมู่บ้านในตำนาน แต่ขออยู่ในพื้นที่บ้านเกิดตลอดกาลค่ะ ขอบคุณมากค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) ขออนุญาตลำเอียงหน่อยนะคะ มีผู้หญิงอยู่ท่านเดียวที่เป็นผู้นำเสนอ แล้วต้องเรียนว่าชัดเจน ต้องชื่นชมท่าน แล้วก็ลำเอียงอีกอย่างหนึ่ง บังเอิญ ดูแลภาคตะวันออกอยู่ด้วย จะขอรับประเด็นที่ท่านนำเสนอไว้นำเรียนหัวหน้าคณะ เพื่อจะได้ทำงานร่วมกันต่อไปนะคะ ในส่วนที่ 6 เราจะเปลี่ยนอารมณ์นิดหนึ่งจากเรื่องธรรมชาติ จะไปเรื่องเทคโนโลยี จะไปที่ภาคเหนือตอนบน เป็นประเด็นของแพลตฟอร์มย่านล้านนาสร้างสรรค์นำเสนอโดย ดร. ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ แล้วก็ดอกเตอรกลวัชร คล้ายนาค รองคณบดีวิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี จากจังหวัดเชียงใหม่ เรียนเชิญค่ะ (คุณดนัยธัญ) เรียนท่านประธานในที่ประชุมและผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน เป็นผู้แทนจากภาคเหนือตอนบน จากวิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันนี้หลายท่านอาจสงสั้ยว่าทำไมเราเป็นจากสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้มาในวันนี้ สืบเนื่องมาจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีท่านพลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ ซึ่งท่านเป็นประธานโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับ ท่านดอกเตอร์สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ได้ไปเยี่ยมที่คณะของเรา ซึ่งคณะของเราแม้ว่าจะเป็นสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งในบทบาทหลักเป็นเรื่องของการผลิตบุคลากร เพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ในอีกมิติหนึ่งทางคณะเราให้ความสำคัญ กับการนำเอาความรู้หรือว่าบุคลากรที่มีความรู้ของเราเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งน่าจะเป็นบทบาทที่เราพยายามที่จะทำเป็นแกนหลักเพื่อให้นักศึกษาของเรา ได้มีประสบการณ์ในการทำงานในลักษณะดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ด้านหนึ่งคงต้องฝากเนื้อฝากตัวว่าเราก็เป็นน้องใหม่ในการที่จะทำงานให้กับชุมชน สังคมด้วยนะครับ แต่ในอีกบทบาทหนึ่งที่เรามีความถนัดก่อนหน้านี้ คือ ในเรื่องขององค์ความรู้เรื่องของเทคโนโลยีหรือดิจิทัลต่าง ๆ เพราะเราเป็น digital school เราได้นำเอาความรู้ดังกล่าวลงไปใช้ทำประโยชน์สร้างสิ่งที่จะขออนุญาตนำเสนอในวันนี้ คือ สิ่งที่เรียกว่าย่านล้านนาสร้างสรรค์ ในเรื่องของ platform ที่เราเรียกว่าล้านนา platform ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวในส่วนของการได้รับการสนับสนุนก็ต้องขอขอบพระคุณทางสมาชิกวุฒิสภาที่ได้ลงพื้นที่ไป ณ วันนั้น ที่ช่วยส่งเสริมผลักดันให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้น และตอนนี้เราก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ในการดำเนินงานในช่วงแรกของโครงการ ก็จะขออนุญาตฉายภาพใหญ่ ๆ ว่าโครงการนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ ชื่อแผนงานของเรา จะเป็นว่าพัฒนาแพลตฟอร์ม UGC Generated content เป็นแนวคิดหนึ่งในเรื่องของการท่องเที่ยวแนวใหม่ ที่เป็นการท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระที่มากขึ้นแล้วการออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็จะสามารถตอบสนองต่อนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยกระแสหลัก โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยซึ่งลักษณะดังกล่าว ถ้าหากเป็นลักษณะของการลงไปเพื่อช่วยเหลือการท่องเที่ยวลักษณะชุมชน แล้วผสมผสานกับการออกแบบการท่องเที่ยวด้วยปราชญ์ชุมชนได้ โดยที่มีแพลตฟอร์มนี้ซึ่งเป็นปราชญ์ปัญหาเป็นตัวช่วย ท้ายที่สุดแล้วก็จะทำให้เส้นทางการท่องเที่ยวสามารถนำเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้าไปอยู่บนแพลตฟอร์ม และให้นักท่องเที่ยว ที่ต้องการท่องเที่ยวในเชิงลึกที่ต้องการประสบการณ์ท้องถิ่นจริง ๆ สามารถอาศัยข้อมูลดังกล่าว เพื่อไปท่องเที่ยวได้ ในขณะเดียวกันแพลตฟอร์มดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับการนำเสนอสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนที่นอกเหนือจากลงไปท่องเที่ยวแล้ว เราก็มีมาร์เก็ตเพลสที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ของชุมชนเพื่อจะขายในรูปแบบของ e-Commerce แพลตฟอร์ม อยู่ในแพลตฟอร์มใหญ่เดียวกันได้ด้วย อันนี้เป็นภาพรวมที่ขอนำเสนอให้ทุกท่านขอสไลด์ถัดไปเลย ผมขออนุญาตผ่าน อันนี้เป็นภาพรวมว่าแพลตฟอร์มที่เรากำลังดำเนินการออกแบบแล้วก็อยู่ในเฟสที่ 1 ก็จะเป็นส่วนระบบโลกเสมือนจริง กำลังดำเนินการอยู่ หมายความว่า ในการที่จะดึงดูดให้ผู้ใช้บริการตรงนี้เข้ามา ถ้าเรานึกภาพของ application ทั่วไปก็อาจจะเป็นแพลตฟอร์มที่แนะนำสถานที่่ แนะนำเส้นทาง หรือแนะนำอะไรต่าง ๆ แต่เนื่องจากคณะของเราเป็นคณะที่สอนพวกแอนิเมชั่นด้วย ดังนั้นเราพยายามสร้างโลกเสมือนจริงที่เป็นภาพสถานที่จำลอง ไม่ใช่ภ่พถ่าย แต่เป็นภาพลายเส้นหรืออะไรต่าง ๆ เข้ามานำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม รวมไปถึงสินค้าหรืออะไรต่าง ๆ เรามีการนำเสนอภาพลายเส้น สามารถออกแบบลวดลายต่าง ๆ ที่สามารถไปประกบตัวสินค้า ออกเป็น license ของทางล้านนา เพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าได้ด้วย ดังนั้นในส่วนขององค์ประกอบของ platform ล้านนาสร้างสรรค์ทั้งในส่วนของภาพของแผนที่ inter active map และบวกด้วยการใส่โลกเสมือนจริงที่ทำให้คนที่จะไปเที่ยวก่อนไปเที่ยวได้เรียนรู้ข้อมูลของสถานที่ที่ท่านจะไปเที่ยวได้ล่วงหน้าผ่านกระบวนการที่เป็นภาพเสมือนจริง มีเกณฑ์ประกอบ ต่าง ๆ แล้วเมื่อท่านเรียนรู้ล่วงหน้าแล้ว เวลาท่านไปเที่ยวจริง ท่านจะสามารถมีอารมณ์ร่วมกับการท่องเที่ยวตรงนั้นได้เพิ่มขึ้นมากขึ้น เช่นเดียวกันในแพลตฟอร์มดังกล่าวก็จะพูดถึง เรื่องการต่อยอดการนำสินค้าของชุมชนไปขายได้ด้วย เราจะมีการสร้างเป็น market place ที่สามารถช่วยในการที่สินค้าของชุมชนนำเสนอขายและมีระบบ logistic ระบบการชำระเงินสามารถนำไปขาย ต่อได้ ในภาพรวมทั้งหมดจะเป็นอย่างที่แสดงให้ท่านเห็นว่าตัว AI ที่เรากำลังพูดถึงก็จะมาช่วยในการประมวลผลข้อมูลว่าเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมเป็นอย่างไรสินค้ายอดนิยมเป็นอย่างไร แล้วก็มุมของปราชญ์ชุมชนจะทำหน้าที่จะช่วยป้อนข้อมูลเข้าไปในระบบตรงนี้ให้กับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ด้วย ดังนั้น การออกแบบเส้นทางมิได้ออกแบบโดยคนที่ไม่รู้จริง แต่จะออกแบบโดยปราชญ์ชุมชนเราจะสร้างพื้นที่ให้ปราชญ์ชุมชน สามารถนำเสนอข้อมูลของเขาเข้าไปอยู่ในระบบได้ด้วยเช่นเดียวกันขอสไลด์ถัดไปครับ อันนี้เป็นภาพรวมที่เราเรียกว่าโครงสร้างเชิงธุรกิจแล้วกันว่า เรามองว่าในเรื่องของแพลตฟอร์มที่เราออกแบบขึ้นมาในย่านล้านนาสร้างสรรค์นี้ ท้ายที่สุดแล้วเราจะทำเพื่อตอบสนองความต้องการของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ โดยในเฟสที่ 1 เราจะเริ่มจากพื้นที่ทดลองก่อน นั่นก็คือชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวเริ่มต้นจากนั้นถ้าหากประสบความสำเร็จหรือว่ามีความมั่นใจในเรื่องของกระบวนการ เราก็จะขยายพื้นที่ชุมชนอื่น ๆ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือต่อไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ท้ายที่สุดแล้วจะทำให้ platform ดังกล่าว ถ้าหากนักท่องเที่ยวต้องการลักษณะการท่องเที่ยวทางเลือกชุมชนที่เราเรียกว่า tourism รวมไปถึงต้องการสินค้าของชุมชน และที่มีอัตลักษณ์ต่าง ๆ จะสามารถเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จะมาใช้บริการใน platform ของเราต่อไปได้ขอสไลด์ถัดไปเลย อันนี้เป็นตัวอย่างว่า เรานำเอาโลกเสมือนจริงกับโลกจริงมาเชื่อมกันได้อย่างไร อันนี้เป็นตัวอย่างที่เราทดลอง เอาแพลตฟอร์มเป็นตัว animation หรืออะไรต่าง ๆ ไปทดลองวางในรูปของเฟอร์นิเจอร์ offline ได้ หรือลองออกแบบ license ไปวางบนผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของเรา ซึ่งตัวของผู้บริโภคสามารถเข้าไปนำเสนอลวดลายหรืออะไรต่าง ๆ อันนี้เป็นลวดลายเชิงอัตลักษณ์ที่เราได้ถอดออกมา ซึ่งจะเป็นตัวที่จะไปอยู่บนผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้ ขอสไลด์ถัดไปครับ อันนี้เป็นตัวแพลตฟอร์ม ท้ายที่สุดเราเรียกว่า super app ในซุปเปอร์แอปจะมี เรื่อง inter active map ที่เป็นตัวซื้อขายสินค้าและบริการ ของระบบ AR VR ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถไปทดลองวางลวดลายร่วมกับตัวสินค้าของชุมชน รวมไปถึงร่วมออกแบบลายอัตลักษณ์ต่าง ๆ ที่ชุมชนนั้น มีตัวสินค้าอยู่แล้วด้วย นึกถึงแก้ว 1 ใบ แล้วสามารถวางลายที่ตัวเองสนใจเข้าไปบนแก้วใบนั้นเป็นสินค้าที่ระลึกที่สามารถเอาไปใช้ในงานต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคต้องการได้ อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องการทำ สุดท้ายก็จะได้ภาพออกมาในลักษณะของสิ่งที่นำเสนอในตรงนี้ว่าท่านจะได้ของที่เป็นยูนิคของตัวเองที่สามารถเอาไปเป็นของฝากของที่ระลึกที่ไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำใครได้ และเป็นลวดลายที่สะท้อนอัตลักษณ์ของล้านนาภาคเหนือได้ด้วย ดังนั้นตรงนี้เป็นภาพรวมระหว่างการท่องเที่ยว บวกกับอีคอมเมิร์ชซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของแพลตฟอร์มของเรา สำหรับ มช. ขออนุญาตจบการนำเสนอเพียงเท่านี้แล้วกันขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ [เสียงปรบมือ](คุณวัลลภ) นี่คือพลังงานทางวิชาการจะมีประโยชน์ต่อทุกชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ การส่งเสริมการท่องเที่ยว น่าสนใจ เป็นพลังทางวิชาการ กลุ่มสุดท้ายจะเป็นภาคกลางจะเป็นพลังอีกชนิดหนึ่ง คือพลังแสงอาทิตย์ คือ การติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อช่วยเหลือ เกษตรกร อำเภอบางบาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียนเชิญท่านณฎล สว่างญาติ นามสกุลนี้ผมคุ้นมาก สว. (คุณณฎล) กราบเรียบท่านประธานและผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน กระผม เป็นผู้แทน สว. พบประชาชนภาคกลาง มี ๒ อัน นำเสนอด้วยกัน ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับจาก สว. พบประชาชนภาคกลางได้เดินทางไปรับฟังปัญหาที่ จ. พระนครศรีอยุธยา น่าจะเป็นจังหวัดแรก ๆ ที่ สว. พบประชาชนได้เข้าไปดำเนินการ ก็ได้รับปัญหาจากเกษตรกร ภาคประชาชนทั้งหลาย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเราได้สะท้อนปัญหาจากพื้นที่เข้าไป ปัญหาแรกที่เกิดขึ้น คือปัญหาจากอำเภอบางบาล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นการทำนา และจะติดปัญหา เรื่องระบบการส่งน้ำ เพราะว่าในพื้นที่คลองส่งน้ำมีระยะทางที่ค่อนข้างไกลแล้วก็จะติดปัญหาว่าถ้าเราใช้วิธีการวิดน้ำแบบเดิม ๆ จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ก็เลยต้องมีการคิดกันว่าด้วยชาวบ้าน ด้วยตัวพวกเราเองก็คิดกันอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้ลดต้นทุนในการวิดน้ำ ก็เลยคิดว่าเราจะต้องทำโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเราคิดไว้เองอยู่แล้ว แต่สุดท้ายด้วยกำลังทรัพย์ กำลังที่พวกเรามี ไม่สามารถเดินทางไปถึง ณ ตรงนั้นได้ พอดีโครงการ สว. พบประชาชนภาคกลางเข้ามาก็เลยสะท้อนปัญหาตรงนี้เข้าไปในส่วนนั้น ก็เลยกลายเป็นว่าเรามาจับมือร่วมกัน ในส่วนของ สว. พบประชาชนภาคกลางและชาวบ้านในพื้นที่ ตัวเกษตรกรเอง ขอสไลด์ถัดไปครับ อันนี้อาจจะ เห็นว่าเป็นโครงการที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่สิ่งที่เราจะมองเห็นได้ ก็คือเป็นโครงการที่เกิดจากภาคเกษตรกรมีความอยากได้แล้วก็สะท้อนออกมาโดยที่เราไม่ได้แบมือขอ เรามีการสมทบทุน เป็นการร่วมมือกันระหว่างภาคที่อยู่ด้านบนกับตัวเกษตรกรเอง เป็นการนำงบทั้ง 2 ส่วน มาร่วมมือกันในการจัดสร้าง ระบบสูบน้ำโซลาร์เซลล์ อาจจะยังไม่เยอะ แต่ว่าอาจจะเป็นมิติใหม่ จากการที่เราเคยเห็นว่าตัวภาคประชาชน ภาคเกษตรกรคอยรองบประมาณมาจัดสร้างโน่นนี่นั่น แต่สิ่งที่เกิดจากที่บางบาลพวกเราไม่ได้อยู่เฉย ๆ เราพร้อมที่จะสมทบทุนเพื่อให้โครงการไปได้ แล้วเราจะมองเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากความยั่งยืนได้รับมา คือ เหมือนเป็นเจ้าของ พอมีความเป็นเจ้าของเราก็จะรักษาสิ่งนี้เพื่อให้เราใช้ได้อย่างมีประโยชน์ต่อไป อันนี้งบประมาณที่จัดสร้าง มีประมาณ 170,000 บาท ได้เงินสมทบจากโครงการ สว. พบะประชาชนภาคกลาง ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ชาวนาออกเองประมาณ 20,000 จะมีส่วนของที่ชาวนาได้ออกไปแล้ว คือส่วนของการจัดทำท่อพร้อมมอเตอร์ อันนี้คือการบูรณาการร่วมกัน ขอสไลด์ต่อไปครับ อันนี้เป็นภาพรวมของตัวโครงการที่ดำเนินการไปแล้วพื้นที่ที่ติดตั้งจะอยู่ที่ตำบลพื้นที่ที่ได้รับผลประโยชน์ในการทำโครงการนี้ ประมาณ 1,800 ไร่ โดยที่มีเกษตรกรรับประโยชน์ประมาณ 86 ครัวเรือน อันนี้จะเป็นเส้นทางน้ำ ซึ่งตำบลวัดตะกูจะรับน้ำจากคลองบางหลวง โดยผันน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการจะเข้าไปใน 2 ส่วนนี้ก็จะต้องผ่านคลองยายนิ่ม ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีปั๊มน้ำ วิดน้ำขึ้นไป เป็นลักษณะคลองลอย ไม่สามารถเปิดได้โดยตรง โครงการนี้จะเกิดประโยชน์ เพราะว่าคลองยายนิ่มส่งน้ำประมาณ 2 กิโลเมตร ขอสไลด์ต่อไปครับ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมของพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ ทำให้เรา ตัวเกษตรกรเองมีความรู้สึกว่า ตื้นตัน เพราะตัวเราเองมีส่วนร่วมในตัวโครงการ แล้วก็จะมีผู้ใหญ่ใจดีมาช่วยสนับสนุนกันให้เราไปได้ไกลกว่าเดิม ผลประโยชน์ที่ได้รับจากตัวโครงการนี้ ตัวชาวนาที่ได้รับน้ำจากโครงการนี้เราก็จะลดต้นทุนในการสูบน้ำ ไปประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ที่มองว่ายังลดได้น้อยเพราะว่าส่วนหนึ่งที่ตัวโครงการยังดำเนินการ ยังดำเนินการแค่เพียงครึ่งเดียว เพราะว่า ตัวโซลาร์เซลล์หรือตัวที่เราดำเนินการติดตั้งไปแล้วสามารถใช้กับท่อได้เพียงท่อเดียว ดังนั้นทำงานยังไม่เต็มประสิทธิภาพ ถ้าเป็นไปได้ อาจจะมาร่วมมือกันเพิ่มเติม ในส่วนของการทำให้เต็มประสิทธิภาพ เพราะว่าตอนนี้พื้นที่ที่เราบอกว่าเคยรับประโยชน์ถึง 1,800 ไร่ ยังดำเนินการได้ไม่เต็มที่ ได้ประมาณ 800 กว่าไร่ เพราะว่าเรายังวิดน้ำได้ไม่เต็มที่ ขอสไลด์ต่อไป ครับ อีกโครงการหนึ่งเป็นโครงการทวงคืนพื้นที่สาธารณะ เพื่อพัฒนาเป็นถนนและคลองส่งน้ำ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อันนี้เป็นความเดิม ก็คือที่วังแดงมีทางเกวียนอยู่ ซึ่งเป็นทางที่ใช้ขนส่งผลผลิตจากแปลงนาออกมาด้านนอก แล้วก็ถูกภาคเอกชนยึดครอบครองและกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกยึด แล้วเราใช้งานไม่ได้ ก็เลยกลายเป็นว่าเราต้องขนส่ง ทำให้เกิดปัญหาการขนส่งระหว่างพื้นที่ที่ทำนา ณ บริเวณนั้น ยกตัวอย่างเช่น การขนปัจจัยเข้าไปในพื้นที่จะต้องมีการจ้างคนแบกเข้าไป ระยะทางประมาณสัก 2 กิโลเมตร ซึ่งตรงนี้จะเป็นต้นทุนของเกษตรกรค่อนข้างสูง ผลอีกอันหนึ่งคือ ผลผลิตออกมาขายข้างนอกเช่นเดียวกัน มีการต้องผ่านแปลงนาคนอื่นโดยที่ไม่ได้เป็นถนน ก็เลยเกิดปัญหาเรื่องของการขนส่ง ก็เลยมาร้อง ปัญหาของ สว. พบประชาชนภาคกลางแล้วก็ปัจจุบันนี้ได้ทวงพื้นที่ทั้งหมดคืนมาได้แล้ว ตอนนี้กำลังทำแผนจัดทำเส้นทางพื้นที่เป็นคลองส่งน้ำ โดยจัดทำงบประมาณ เบื้องต้นใช้งบประมาณสัก 4.5 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้กำลังของบประมาณอยู่ เพื่อจะจัดทำถนนและคลองส่งน้ำเพื่อเข้าไปในพื้นที่อย่างที่ว่า เพื่อแก้ปัญหาของเกษตรกรที่จะต้องแบกปัจจัยการผลิตเข้าไป และต้องแบกผลผลิตที่ผลิตได้ออกมา เป็นระยะทางที่ไกลทำให้ต้นทุนสูง อันนี้เป็นภาพรวมของโครงการ โครงการนี้จะอยู่ที่ตำบลวังแดง อำเภอท่าเรือ พื้นที่ที่ทวงคืนมาแล้วเป็นพื้นที่ทางเกวียน กว้าง 10 เมตร ยาว 1.3 กิโลเมตร แล้วก็คาดว่าต่อไปคือจะก่อสร้างเป็นถนนกว้าง 4 เมตร ยาว ๑.๓ กิโลเมตร แล้วก็ขุดคลองกว้าง 3 เมตร เพื่อเป็นคลองส่งน้ำ ส่วนหนึ่งเป็นคลองส่งน้ำ อีกส่วนหนึ่งคือ เขาเรียกทำถนนเพื่อให้ขนผลผลิตได้ง่าย เกษตรกรที่ได้รับผลประโยชน์ในคราวนี้ ประมาณ 64 ครัวเรือน อันนี้เป็นพื้นที่ที่ดำเนินการจริง ลักษณะการก่อสร้างจะทำให้เกิดผลประโยชน์อย่างที่ว่า ก็คือผลผลิตทั้งหลายที่เราจะขนเข้า ขนออกจะได้ง่ายขึ้น อันนี้คือผลประโยชน์ ถ้าโครงการสำเร็จ ซึ่งตอนนี้เรากำลังอยู่ในกระบวนการของบประมาณในการดำเนินการ ก็คือถ้าสำเร็จแล้วชาวนาจะลดค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำ 60เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเดิมจะเป็นคลองไส้ไก่ คลองเล็ก ๆ ในการส่งน้ำจะค่อนข้างยาก และเปลืองทรัพยากรที่จะส่งน้ำ ข้อที่ 2 ก็คือกระบวนการในการขนส่งจะง่ายขึ้น ความสะดวกในการเดินทางจะง่ายขึ้น สิ่งที่เรายังเป็นปํัญหาอยู่ตอนนี้ก็คือเรื่องงบประมาณ ทั้งหมดขอขอบคุณ โครงการ สว. พบประชาชนภาคกลาง ที่ทำให้เสียงเล็ก ๆ อย่างพวกเราดังขึ้นมา จนหน่วยงานทั้งหลายเข้ามาดูแล เข้ามาช่วยเหลือและทำให้เรายิ้มได้ แล้วก็ขอให้โครงการนี้สร้างรอยยิ้มให้กับพวกเราต่อไปนาน ๆ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ](คุณวัลลภ)พี่ดวงพรครับ เราครบ 7 ภาคเรียบร้อย เข้าใจว่านอกจากความสำเร็จได้ช่วยนำเสนอต่อที่ประชุมแล้วยังมีประเด็นฝาก พอจับประเด็นได้ 4-5 ภาคดังต่อไปนี้ ซึ่งประเด็นที่ท่านฝากให้ทวงถามก็ดี ท่านบอกให้ดำเนินการต่อก็ดี จะนำไปรวมกับอีก 4 กลุ่มที่จะนำเสนอในเวลาต่อไปนะครับ มีการฝากเพิ่มของอีสานตอนบน เน้นชื่อท่านจเรศักณิ์ เป็นการเฉพาะ ก็คือประเด็นน้ำเสีย และกลิ่นโรงงานเป็นเรื่องที่สืบเนื่อง ประเด็นทวงถามเรื่องแก่งเทียมจากภาคเหนือตอนล่าง อันนี้เอ่ยชื่อท่านสิงห์ศึก สิงห์ไพร อย่างชัดเจนเช่นกัน ประเด็นป่าชายเลนของภาคตะวันออก ซึ่งได้รางวัลมาเยอะอยากให้เราช่วยสืบสานต่อไปเป็นมรดกของมนุษยชาติให้ยั่งยืน ประเด็นพื้นที่สาธารณะเมื่อสักครู่ของภาคกลาง ซึ่งบอกว่าได้พื้นที่แล้ว แต่พื้นที่สาธารณะนั้นไปทำถนนและคลองส่งน้ำ ฝากประเด็นงบประมาณไปยังท่านวิทยา โดยเป็นการเฉพาะของภาคกลางนะครับ ขณะเดียวกันมีงานที่เราสนใจที่จะติดตามต่อก็คือเรื่องคณะทำงานของอีสานตอนล่าง ของดงมะไฟซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งอย่างไม่สะดุด แม้จะเปลี่ยนผู้ว่าฯ กี่คนก็ตาม งานวิจัยของทางเชียงใหม่น่าจะมีผลต่อการเพิ่มผลผลิต การออกแบบ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีจะรอผลงานวิจัย จะได้ร่วมกันขยายผล ต่อยอดขยายฐานไปยังพื้นที่อื่นที่จะได้ประโยชน์ต่อไป รวมทั้งประเด็นที่น่าสนใจที่ได้ช่วยให้หนี้สินของผู้เลี้ยงกุ้งได้กลับกลายมาสู่เป็นเลี้ยงปูขาว และเป็นพื้นที่ที่ทางภาคใต้เป็นแหล่งการศึกษาดูงาน อันนี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เรานำไปเผยแพร่ให้กว้างขวางต่อไป อันนี้คือ 7 พื้นที่ ทีนี้ก็มาถึงประเด็นสำคัญที่ท่านดวงพรต้องดำเนินการแล้วในกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด (คุณดวงพร) ในความหลากหลายที่ท่านฟังไปแล้วใน 7 ประเด็น และที่ครูหยุยได้เล่าเพิ่มเติมย่อย ๆ เวลาที่เราลงไปในพื้นที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราจะพบว่ามี 4 ประเด็นใหญ่ ซึ่งเป็นปัญหาร่วม เป็นปัญหาทุกภูมิภาคประสบ และเป็นเรื่องที่ทางภูมิภาคต่าง ๆ รวมทั้ง สว. เองก็อยากจะฝากประเด็นเหล่านี้ให้รัฐบาลที่เพิ่งจะเข้ามารับหน้าที่ได้พิจารณา ซึ่งเราได้แยกออกมาเป็น 4 หัวข้อ ซึ่งเป็นประเด็นร่วมแล้วก็ประสบในทุกพื้นที่ด้วยกัน แต่มีความลึกซึ้งอาจจะไม่เท่ากัน มีความซับซ้อนแตกต่างกันไป ก็จะมีผู้แทนจากภาคประชาชนได้ช่วยสะท้อนปัญหาใน 4 ประเด็นหลักนี้ให้กับทางรัฐบาล ซึ่งหลังจากนี้เราก็ได้รวบรวมประเด็นเหล่านี้ ส่งเป็นทางการให้กับทางผู้แทนของรัฐบาลที่เข้ามาร่วมสัมมนาในวันนี้ด้วย ก็จะขอเริ่มจากกลุ่มที่ 1 นะคะ (คุณวัลลภ) ขออนุญาตกลุ่มแรกขอเรื่องปัญหาการบริหารจัดการน้ำ บริหารจัดการน้ำ ก็จะมีผู้แทนที่โรงแรม แยกเป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็ระดมสมองกันเสร็จก็เลือกผู้แทนกลุ่มมา 1 คน บางกลุ่มอาจจะมี 2 คน กลุ่มปัญหาน้ำก็ได้เลือกท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลย่านยาว จังหวัดพิจิตร ชื่อก็เหมือนนักมวย คุณลั กกี้สุขประเสริฐ เรียนเชิญครับ (คุณลักกี้) ผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมลักกี้ สุขประเสริฐ จังหวัดพิจิตร เป็นผู้แทนแล้วก็เป็นเครือข่ายวุฒิสภา จังหวัดพิจิตร และในครั้งนี้เป็นผู้แทนของกกลุ่มย่อยในเรื่องการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย เราจากผลการประชุมกลุ่มย่อยเมื่อวานที่แบ่งประเด็นสำคัญอยู่ทั้งหมด 4 ประเด็นคร่าว ๆ ประเด็นแรกจะเป็นเรื่องการจัดการเรื่องน้ำดื่ม น้ำอุปโภค บริโภคที่พวกเราได้สรุปกันมาเมื่อวานก็จะเป็น 1.1 แหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการผลิตประปาไม่เพียงพอในฤดูแล้ง 1.2 น้ำประปาไม่มีคุณภาพ น้ำขุ่น มีกลิ่น มีสารปนเปื้อน ก็มีพี่น้องจากจังหวัดชลบุรีกับปราจีนบุรี ช่วงนี้เป็นน้ำที่เขาให้ดูคลิปเมื่อวาน น้ำมีสีขุ่นดำ และไม่สามารถนำมาใช้อุปโภค บริโภคได้ แล้วก็ประเด็นที่ 3 ในเรื่องของน้ำประปาตอนนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ ในประเทศไทยเราน้ำต้นทุนมาก แต่ว่าพี่น้องที่เป็นพื้นล่าง เป็นชาวบ้าน ต้องใช้น้ำประปาที่มีคุณภาพต่ำ และมีราคาค่อนข้างแพง 1.4 น้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอเนื่องจากภัยแล้ง อย่างผมอยู่ในตำบล อยู่ในบ้านนอก ก็จะมีประปาหมู่บ้านที่ อปท. เป็นผู้ดูแล และบางหมู่บ้านอยู่ในกลุ่มของผู้ใหญ่บ้าน กำนันเป็นผู้ดูแลก็ไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง แล้วก็คุณภาพน้ำไม่มีคุณภาพ และหัวข้อที่ 2 ประเด็นที่ 2 การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต ภาคการเกษตร แล้วก็นำอุปโภค บริโภค แบ่งย่อยได้อีกประมาณ 4 ประเด็น 2.1 ฝากกักเก็บน้ำไม่เพียงพอ อย่างที่นำเรียนว่าประเทศไทยมีแหล่งน้ำจำนวนมาก แต่ปัญหาแหล่งกักเก็บน้ำไม่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง และมีแต่ไม่สามารถใช้การได้2.2 แหล่งกักเก็บน้ำชำรุดเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นฝาย จะเป็นเขื่อนก็ชำรุดเสียหาย เพราะว่าบางแห่งใช้งานมากว่า 40 - 50 ปี แล้วก็ไม่ถูกทะนุบำรุงจากหน่วยงานเจ้าภาพ 2.3 พื้นที่นอกเขตชลประทานที่ขาดแคลนแหล่งน้ำไม่มีระบบการกระจายน้ำอย่างเพียงพอ เราคงปฏิเสธไม่ได้ครับ ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม แล้วก็พื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานผมเชื่อว่าไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ที่อยู่นอกเขตชลประทาน ปัญหาของพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานจะไม่มีในเรื่องของแหล่งน้่ำต้นทุน ไม่มีระบบ และเป็นเกษตรกรกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนแล้วก็ข้อต่อไปแหล่งน้ำตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บนำ้ได้อยากจะให้ลงไปดูในเรื่อง ห้วย หนอง คลอง บึง กลับไปฟื้นฟูแล้วไปสร้างระบบให้กับพี่น้องเกษตรกร ประเด็นที่ 3 การบริการจัดการพื้นที่นอกเขตชลประทานและในเขตชลประทาน 3.1 ในช่วงฤดูแล้ง ไม่มีหน่วยงานที่จะเข้าไปช่วยบริหารจัดการ ไปดูแลพี่น้องเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานซึ่งมีกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ แล้วก็มีเขื่อนในพื้นที่แต่ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ อันนี้ก็จะเป็นพื้นที่ที่ติดอยู่กับเขื่อน อย่างเช่น จังหวัดพิษณุโลก ก็มีพื้นที่อยู่ในเขื่อนแต่ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ 3.3 ชลประทานไม่สามารถผันน้ำมาให้พี่น้องเกษตรกรตามปฏิทินเพาะปลูก อันนี้ก็ได้รับข้อเสนอแนะมาจากเกษตรกรภาคกลางทางสิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท เข้าใจว่าน่าจะเกิดจากแหล่งน้ำต้นทุน แต่ว่าขาดการพูดคุยการประชาสัมพันธ์กัน เพราะว่าเกษตรกรถึงฤดูเพาะปลูกแล้ว มีน้ำหรือไม่มีน้ำก็ทำรอน้ำ อยากจะช่วยดูตรงนี้ด้วย 3.4 ในแม่น้ำสายหลัก ๆ ไม่มีเขื่อน อย่างผมอยู่ที่จังหวัดพิจิตร รับน้ำจากจังหวัดภาคเหนือ และจังหวัดพิจิตรไม่มีแหล่งน้ำต้นทุน เรารับน้ำในฤดูน้ำหลาก น้ำทิ้งลงมาช่วงจังหวัดพิจิตร แล้วก็ใต้จังหวัดพิจิตรลงไป ถึงลุ่มเจ้าพระยา ไม่มีเขื่อนแม้แต่ตัวเดียว เราเองเป็นจังหวัดที่น้ำผ่าน แล้วไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนจากพิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท อยากจะนำเสนอในเรื่องของการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำในแม่น้ำสายหลัก การสร้างเขื่อนมีประโยชน์ทั้งในเรื่องการชะลอน้ำท่วม แล้วก็ช่วยในเรื่องของการกักเก็บน้ำเพื่อเกษตรกรรมและอุปโภคบริโภคอีกทางหนึ่งนะครับ 3.5 แผนการกักเก็บน้ำและการระบายน้ำของเขื่อนหลักอาจจะไม่สอดคล้องหรือไม่มีประสิทธิภาพ ก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป ปัญหาสำคัญอีกเรื่องหนึ่งในเขตลุ่มน้ำภาคกลาง และผมเชื่อว่าทั้งประเทศ แม้กระทั่งชายฝั่งน่าจะมีปัญหาเช่นกัน ก็คือในเรื่องปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งในแม่น้ำ แล้วก็กัดเซาะชายฝั่ง ปัญหาของการที่น้ำกัดเซาะตลิ่งและกัดเซาะชายฝั่ง ก็มีปัญหาเรื่องพื้นที่ดินทำกินแล้วก็บ้านเรือนที่ปลูกอยู่ที่ชายฝั่ง เป็นพื้นที่ที่มีโฉนดมีเอกสารสิทธิ์ แต่ในเมื่อลุ่มน้ำ น้ำขึ้น น้ำลงมาเร็วทำให้ดินสไลด์ แล้วก็ทำให้พื้นที่หายไป บ้านเรือนก็เสียหาย เราก็มีปัญหาอื่น ๆ ที่อยากจะนำเสนอ ในช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาวะโลกเดือดของโลก ที่กำลังจะมาถึงในปีหน้า ตอนนี้เมื่อต้นปีก็ทำให้เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ฝนตกน้อย ทำให้ฝนตกไม่ตามฤดูกาลแล้วก็ฝนตกล่า น้ำน้อย ข้อเสนอไปถึงรัฐบาลอยากจะนำเสนอในเรื่องของ 1. นำน้ำในเขตชลประทาน กรมชลประทานรับผิดชอบบริหารจัดการน้ำ คงต้องบริหารจัดการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง 2. หน่วยงานรับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำนอกเขตชลประทาน เช่น กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาที่ดิน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคงต้องช่วยกันมีแผนเร่งด่วนเพื่อจะเตรียมรับมือเอลนีโยและภาวะโลกเดือดแหล่งน้ำเดิมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อกักเก็บน้ำให้มากขึ้น 2.2 เพิ่มเติมพื้นที่กักเก็บน้ำ และเพิ่มเติมอยากให้มีแหล่งน้ำในทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกหมู่บ้าน 2.3 ครับ พิจารณาใช้แหล่งน้ำใต้ดิน แต่ควรเป็นวิธีที่ อันนี้น่าจะไปใช้ในเรื่องของที่ไม่มีระบบชลประทาน เพราะว่าจริง ๆ แหล่งน้ำใต้ดิน เจาะตรงไหนก็มีน้ำในประเทศไทยเรา กรณีที่ไม่สามารถหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมได้ อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอาชีพ อยากจะฝากไปถึงรัฐบาล จากการเพาะปลูกอาจจะไปเป็นเรื่องของการทำปศุสัตว์ หรืออาชีพอื่นที่จะต้องรอรับในฤดูแล้งคราวหน้าที่จะถึงนี้แล้วก็พิจารณาการใช้แปลงใหญ่เข้ามาบริหารจัดการน้ำ ประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เอลนีโญมาแล้ว ตอนนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลถือเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแนวทางการดำเนินการ การรองรับปัญหาภัยแล้ง โดยมีการเตรียมการล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและอาจจะต้องปรับเปลี่ยนพี่น้องเกษตรกรให้รับรู้ มีการพูดคุยประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงจะได้ไม่เกิดเสียหาย ข้อที่ 2 การจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอโดยพื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขุดสระประจำไร่ นา ข้อที่ 3 พิจารณาให้หน่วยงานเจ้าภาพ สทนช. จัดทำแผนการจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ข้อ 4 พิจารณาการจัดสรรงบประมาณด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเพียงพอลงไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่าอปท. อยู่กับพี่น้องในพื้นที่ ข้อที่ 5 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขับเคลื่อนโครงการแปลงใหญ่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีระบบมีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้วครับ แล้วก็อันนี้อยากจะฝากท่านประธาน ตอนนี้ในจังหวัดพิจิตรเกิดปัญหาน้ำท่วม เพราะว่ารับน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ลงมา วันนี้พี่น้องเดือดร้อนอยู่ประมาณ 6 หมื่นไร่ เนืื่องด้วยน้ำที่ลงมาจากเขตพิษณุโลก ทำให้คลองหนองตอคลองแตก เขื่อนพัง แล้วก็มีพื้นที่ของพี่น้องเพาะปลูกอยู่ประมาณ 3 หมื่นไร่ อยากจะฝากผู้ทีีเกี่ยวข้องตอนนี้พี่น้องเกษตรเดือดร้อน (คุณดวงพร) จะขอต่อไปประเด็นที่ 2 เป็นความทุกข์ยากที่ได้ประสบทุกภาค ประเด็นนี้จะนำเสนอโดยท่านชรินทร์ทิพย์ ท่านเป็นนายกสมาคเกาะเสม็ด เรียนเชิญค่ะ ////กราบเรียนท่านประธานและท่านผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน ดิฉันศิรินทิพย์ เจริญทรัพย์นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด แล้วก็ได้รับมอบหมายให้กับกลุ่มย่อยพูดเกี่ยวกับเรื่องที่ดินทำกินประเด็นแรก ดิฉันขอฝากเรื่องพื้นที่ที่ดินทับซ้อนระหว่างหน่วยงานรัฐ ๒ หน่วยงาน ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพืื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย 2 ฉบับ ซึ่งธนารักษ์ 1 ฉบับ และอุทยานเองก็มี 1 ฉบับ เพราะฉะนั้นกฎหมาย 2 ฉบับรวมกันคนที่ได้รับผลกระทบก็คือประชาชนยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ทับซ้อนของเกาะเสม็ดอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ดพื้นที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง มีประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก่อนประกาศการเป็นอุทยานแห่งชาติ เสม็ดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วตอนนี้ได้รับ 1 ใน 10 ของสถานที่ท่องเที่ยวในใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแต่เสม็ดยังไม่สามารถพัฒนาไปทางไหนได้ สืบเนื่องจากปัญหาของอุทยานประกาศพระราชกฤษฎีกาทับที่ดินประชาชน นำมาสู่การแก้ไขปัญหาตามมติ กพร. ครั้งที่ 7 ตามมติ 2543 สรุปสถานะที่ดินเกาะเสม็ดเป็นที่ดินราชพัสดุกับที่ราชพัสดุตามแผนที่จัดทำร่วมกันโดยใช้แผนที่ของอุทยานที่ประกาศครั้งแรกและมีโอกาสจะทำแผนแนวเขตไว้ในปี 2542 ซึ่งน่าจะเป็นที่ยุติในการแก้ไขปัญหา แต่ก็หาใช่ไม่ หลังจากที่ประชาชนเช่าพื้นที่แล้วก็ยังมีการถูกจับกุมผู้ที่ทำสัญญาเช่าไปแล้ว ถูกจับกุมเพราะฉะนั้น การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต้องให้ 2 หน่วยงาน ตกลงกันเสียก่อนว่า เป็นหน่วยงานใดที่เราจะขึ้นตรง เพราะมิฉะนั้นปัญหานี้จะต่อเนื่องกันมา เราต่อสู้กันมาเกี่ยวกับปัญหานี้ 40 กว่าปี ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ จะต้องขอความกรุณาท่าน สว. โดยท่าน พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร ได้พาคณะกรรมาธิการเข้าลงไปตรวจสอบพื้นที่ก็ยังไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ซึ่งเชื่อว่าระยะเวลาที่ผ่านมา 40 ปี เราต่อสู้กันไม่ไหวแล้วค่ะ แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาอย่างที่บอก ว่าเราจะต้องใช้แผนที่บนพื้นที่เกาะเสม็ดให้เป็นฉบับเดียวกัน คือในการจัดการให้เช่าปี 2543 นำไปสู่กระบวนการข้อเสนอแก้ไขตามปัญหาคือ one map แต่สุดท้ายแล้ว one map เกาะเสม็ดได้รับข้อยกเว้น อันนี้คือเราสามารถใช้สโลแกนได้ไหม ว่าเกาะเสม็ดเสร็จทุกราย ในขณะที่ปัญหาของเรายังคงคาอยู่แต่ท่องเที่ยวของเราก็ยังต้องเดินหน้านะคะ เราจะขออนุญาตว่า ให้ 2 หน่วยงานคุยกันให้เรียบร้อยก่อนว่าใครจะเป็นเจ้าของและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จะได้มีความรู้สึกมั่นใจการที่จะอยู่ในพื้นที่อย่างมั่งและถาวรในพื้นที่ที่ตัวเองอยู่ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง การขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าเพื่อการพัฒนาพื้นที่หรือก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของรัฐในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมาในประเด็นเกี่ยวกับพื้นที่ราชพัสดุจำนวน 6,000 ไร่กับสวนสัตว์โคราช ได้มีการอนุญาตให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเช่าพื้นที่ปลูกมันแต่ประชาชนจะขอใช้พื้นที่ กลับไม่ได้รับการอนุญาตในการใช้พื้นที่ของกรมธนารักษ์เพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยทำ smart city จึงอยากขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้ใช้พื้นที่ให้คนยากไร้ ได้มีที่พักพิงและอนุญาตให้เป็นพื้นที่ smart cityปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ดินของป่าไม้ กับพื้นที่ที่ประชาชนได้ใช้ทำประโยชน์ในอำเภอวังน้ำเขียนนครราชสีมา ประชาชนได้รับผลกระทบมากว่า 30 ปี ปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาที่ดินของป่าไม้พื้นที่ของประชาชนให้ได้ใช้ประโยชย์พร้อมทั้งเป็นที่อยู่อาศัยอย่างถาวรและถูกต้องส่วน ปัญหาพื้นที่ที่เมื่อสักครู่ได้มีทางป่าหวายได้นำเสนอมาว่า พื้นที่ที่อยู่นอกในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวน สำนักงานพื้นที่ป่าไม้เขต 7 ขอนแก่เป็นผู้ดูแล คือเทศบาลไม่สามารถไปซ่อมแซมถนนดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้นจะต้องให้หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนได้มีโครงการร่วมกันเพื่อที่จะได้มีโอกาสในการพัฒนา ประชาชนสามารถที่จะมอบโครงการนี้ให้กับหน่วยงานรัฐได้ ไม่จำเป็นต้องไปขออนุญาตแล้วรอการอนุญาตกลับมากว่าจะตอบกลับมาต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร แล้วก็ส่วนประเด็นที่ 3 เป็นปัญหาการขออนุญาตใช้พื้นที่เวนคืนเพื่อการพัฒนา การขยายพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ EEC โดยขอให้ประชาชนกลุ่มเดิมของกลุ่มชุมชนแหลมฉบังให้สามารถอยู่ร่วมกันกับรัฐเพื่อพัฒนาร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น ชุมชนแหลมฉบังการท่าเรือได้เวนคืนพื้นที่แหลมฉบังตั้งแต่ปี 2521 แต่ยังคงมีชุมชนดั่งเดิมอยู่ ยังไม่ยอมย้ายออกไปนะคะ บางคนย้ายแล้วบางคนก็ยังอยู่ แต่อยากให้ชุมชนเดิมสามารถที่จะคงอยู่ในพื้นที่นี้ได้ โดยอยู่ในรูปแบบของการพัฒนาร่วมกันระหว่างท่าเรือ อันนี้ก็เป็นประเด็นข้อนำเสนอ ยังมีเวลาอยู่อีกนิดหนึ่ง ดิฉันขอน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2526. ป่าสงวนที่ทางการขีดไว้ประชาชนนั้นเลว รัฐขออนุญาตค่ะ ป่าสงวนที่ขีดเส้นใต้ไว้รัฐจะเอากฎหมายป่่าสงวนไปบังคับคนที่อยู่ในป่่าโดยขีดเส้นบนกระดาษก็ชอบกลอยู่ กลายเป็นปัญหาที่ใดขีดเส้นแล้วประชาชนที่อยู่ในกล่าวเป็นผู้ผิดกฎหมาย ว่าตามธรรมชาติใครเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย ก็ผู้ที่ขีดเส้นนั่นเองเพราะบุคคลที่อยู่ในป่านั้นเขาอยู่ก่อน หมายความว่า ทางราชการบุกรุก ไม่ใช่บุคคลบุกรุกกฎหมาย เพราะฉะนั้นจากปัญหาที่ดิฉันได้นำเสนอมาทั้งหมดดิฉันเชื่อว่ายังมีประชาชนอีกหลายพื้นที่ในประเทศไทยที่มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทับซ้อนระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน เพราะฉะนั้นรอการแก้ไขและรอความหวังที่จะให้มีหน่วยงานเข้ามาแก้ไขให้เขามีความรู้สึกมั่นคงในชีวิตและอยู่อย่างถูกต้อง อย่างถูกกฎหมาย อย่างถาวร กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ [เสียงปรบมือ] ล(คุณวัลลภ)ความจริงผมเชื่อท่านดวงพรพูดความจริงสุภาพสตรีตั้งแต่แรกว่า ถ้าสุภาพสตรีลุกขึ้นมาอภิปราย ไปหมดเลยนะครับ ก็ยังไม่ยอมแพ้ขอฟังอีกสักท่าน อาจจะช่วยกู้หน้าผมได้บ้างต่อไปเป็นปัญหาด้านการเกษตร จะเป็นท่านไม่ธรรมดาท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมงสภาเกษตรกรเป็นผู้แทนของกลุ่ม ก็คือ ท่านโชติ ฟางลอย เรียนเชิญครับ อยู่ตรงหน้าผมเอง เชิญเลยครับ เรียนเชิญครับ (คุณโชติ) และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และสมาชิกเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยทุกท่านนายโชติ ฟางลอย เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมงสภาเกษตรกรจังหวัดระยองวันนี้ก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้อนุญาตให้ผมเป็นตัวแทนในการอธิบายปัญหาทางด้านการเกษตรให้ท่านวุฒิสภาได้ฟังนะครับ ปัญหาที่ผมจะพูดเป็นปัญหาระดับประเทศนะครับ เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเกษตรกรทั้งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านวุฒิสภาได้ลงพบพี่น้องประชาชนตลอด 4 ปีเต็มนั้น มีปัญหามากมายซึ่งแบ่งประเด็นออกทั้งหมดได้ 8 ประเด็นแต่จากการที่เราพูดคุยในกลุ่มเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตย เมื่อวานนั้นเราได้สรุปประเด็นลำดับความสำคัญของปัญหาดังต่อไปนี้ 1. ปัญหาผลผลิตทางด้านการเกษตรตกต่ำ ท่านสมาชิกครับ ปัญหาการเกษตรตกต่ำเป็นปัญหาเรื้อรัง จริงอยู่ว่าในปัจจุบันไม่ว่าปัญหาเรื่องข้าว เราไม่มีปัญหา ปาล์มก็ไม่มีปัญหา มันสำปะหลังก็ไม่มีปัญหา สับปะรดก็ไม่มีปัญหาในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่กุ้งมีปัญหาครับ แต่เราก็ยังไม่ไว้วางใจว่าปัญหาพืชผลทางการเกษตรในปัจจุบันนั้นซึ่งราคาดีอยู่แต่อนาคตยังไม่แน่ครับ ็เกิดจากสภาวะอะไรต่าง ๆ ที่จะตามมาไม่ว่าในปีหน้าที่เราจะเจอสภาวะฝนแล้งทิ้งช่วง หรือปรากฏการณ์เอลนีโญในปีหน้า ฉะนั้นปัญหาสิ่งที่พวกเราคิดมานั้นต้องสะท้อนให้กับท่านวุฒิสภาเข้าไปช่วยกันพิจารณาส่งต่อไปยังรัฐบาล ส่วนปัญหาเรื่องกุ้งนั้้น ผมในฐานะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมงแล้วมองว่ากุ้งนั้นเป็นสินค้าที่ทำรายได้กับประเทศชาติเป็นอันดับต้น ๆ แต่งระยะหลังเราพบสภาวะสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง เลี้ยงกุ้งถ้ารอดก็รวย แต่ถ้าไม่รอดก็เจ๊ง ผมเลี้ยงกุ้งมา 30 กว่าปี จน ๆ รวย ๆ จนสุดท้ายก็เจ๊ง แต่ผมนำเสนอว่าในอนาคตนั้นถ้าเราอยากจะให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืน เราต้องมีแผนที่ชัดเจนในการผลิตกุ้งขาวเพื่อส่งออก ในเรื่องที่ 2 คือปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ในระยะเวลาที่ผ่านมาเราจะพบว่าต้นทุนการผลิตทางด้านการเกษตรนั้นสูงขึ้น 10 - 15 เปอร์เซ็นต์มาจากต้นทุนการผลิต เช่น น้ำมัน ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมีที่แพงขึ้นประเด็นตรงนี้เป็นประเด็นหลัก ต้นทุนการทำการเกษตรนั้น ถ้าเกิดสิ่งเหล่านี้แพงขึ้นตั้งธงได้เลยว่าเราจะขาดทุน ยังไม่บวกถึงการปัญหาสิ่งแวดล้อม ฝนฟ้าอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เราก็ต้องมาชางไรให้ต้นทุนการผาลิตทางด้านการเกษตรนี้ เพื่อความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกรของเราในระดับประเทศ ส่วนปัญหาที่ 3 ปัญหาเกี่ยวกับการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ท่านสมาชิกครับ ภัยพิบัติผมขอเสนอแนะว่า ภัยพิบัติในระดับประเทศนั้นเราพบว่า 1. ภัยพิบัติจากธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของโลก เช่น ภาวะโลกร้อน เราจะทำอย่างไรให้เกษตรกรได้รับผลกระทบน้อยที่สุดแล้วผลกระทบนั้นสามารถสร้างเป็นรายได้ให้กับเกษตรกรได้ โดยเราต้องลดขั้นตอนหรือกระบวนการที่ให้เกษตรกรที่ปลูกต้นไม้ไม่ว่าสวนยางพารา หรือว่าสวนปาล์มน้ำมัน สวนทุกเรียนเราสามารถขายคาร์บอนเครดิตให้กับภาคอุตสาหกรรมได้ ในส่วนที่ 2 ภัยพิบัติจากฝีมือมนุษย์ คือการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมขอยกตัวอย่างเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม คือภัยพิบัติจากน้ำมันรั่วยกตัวอย่างคงหนีไม่พ้นด้านภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดระยองของผมเราพบสภาวะน้ำมันรั่วนะครับ ชลบุรีก็น้ำมันรั่ว ระยองก็น้ำมันรั่ว เกาะเสม็ดที่ท่านนายกสมาคมระยองน้้ำมันรั่ว เกาะเสม็ดก็เจอปัญหาเรื่องน้ำมันรั่วเป็นปัญหาที่อมตะนิรันด์กาลกว่าจะฟื้นฟูธรรมชาติขึ้นมาให้กลับเหมือนเดิม ท่านเชื่อไหมครับ เราต้องใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปีที่ ที่เกษตรกรจะวางอวนปูเพื่อไปจับให้ได้ปูเหมือนเดิมที่ผ่านมายากขึ้นเกษตรกรก็ต้องออกไปไกลขึ้น เพื่อจะได้วางอวนปูให้ได้ปูมากขึ้น ตรงนี้เกษตรกรจะไม่มีความยั่งยืนในอาชีพประมงพื้นบ้านเลย ส่วนปัญหาที่ 3 คือ ปัญหาการ มนุษย์ที่รุกล้ำถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ คือปัญหาเรื่องช้างปัญหาใหญ่ครับ ปัญหาเรื่องช้าง ภาคตะวันออก ทุกภาคส่วนพยายามจะแก้ไขปัญหาว่า ทำอย่างไรให้ช้างที่อยู่ในป่ามีอาหารกิน อยู่อย่างสะดวกสบายมีความสุขไม่ต้องลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวสวน ฉะนั้นปัญหาตรงนี้ผมติดตามว่าภาครัฐจะแก้ปัญหาอย่างไร เขาเรียกว่าไม่เป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้นขอฝากวุฒิสภาว่าอนาคตถ้าเราจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้นะครับ ก็จะช่วยให้เกิดความยั่งยืนทางด้านเกษตรกรแล้วแก้ปัญหาถิ่นที่อยู่ของช้าง ในส่วนที่ 4 ปัญหาด้านอื่น ๆ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกจากนครศรีธรรมราช ได้เสนอเรื่องอาชีพการเพาะเลี้ยงกุ้ง ภาคตะวันออกกก็เหมือนกัน หรือภาคกลางเหมือน กันมีปัญหาเรื่องบ่อกุ้งร้าง เราจะทำอย่างบ่อกุ้งร้างนี้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม จากการที่เราเอาบ่อกุ้งร้างทิ้งไว้เฉย ๆ โดยไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้อีกเลย ท่านไปดูได้เลยว่าปัจจุบันนี้ผู้ที่เลี้ยงกุ้งต้องหยุด อุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องทิ้งไว้ ขึ้นสนิมไม่สามารถมาใช้ประโยชน์ได้แต่ภาครัฐอาจจะมองไม่เห็น แต่ผมในฐานะคนที่เคยทำอาชีพการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลผมมองเห็นว่าทุกสิ่งถ้าเกิดโดนน้ำเค็มจะเสียหายหมด ผมขอฝากประเด็นปัญหาด้านนี้ แต่ส่วนข้อเสนอแนะมีอยู่ 4 - 5 เรื่องด้วยกัน 1. คือต้องการให้ส่วนท้องถิ่นมีบทบาทในการหาแหล่งทุนให้เกษตรกรส่วนที่ 2 ก็คือ ขอเพิ่มเติมว่าอนาคตเราต้องมีการศึกษาการตัดต่อพันธุกรรมเพื่อความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกร เพื่อความยั่งยืนของการสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรให้มีความยั่งยืน ส่วนที่ 3 คือต้องให้ภาครัฐโดยท้องถิ่นมีจุดรับซื้อสินค้าการเกษตรโดยมีภาคประชาชน ชาวสวนมีส่วนร่วมนะครับ 5. ควรยกระดับการปรับปรุงพันธุกรรมของสัตว์เลี้ยง เช่น โคเนื้อ เราต้องมีจีอาร์ของโคเนื้อที่เป็นพันธุ์ดั้งเดิมของประเทศไทยเพื่อต่อสู้กับพันธุ์โคเนื้อที่อยู่ต่างประเทศ ข้อที่ 5 ควรยกระดับพัฒนาสินค้าอย่างจริงจัง เช่น เราต้องมีการจัดโซนนิ่งปัญหาของสินค้าเกษตรเรื่อง zonning สำคัญมาก ถ้าเรามีการจัด zoning ที่ดีก็จะไม่มีปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรตกต่่ำข้อที่ 6 เราควรคิดภาษีธุรกิจสินค้าการเกษตรอย่างเป็นธรรมและถูกต้อง เช่น น้ำผลไม้เราจะไปคิดสินค้าเหมือนกับโค้กได้อย่างไร โค้ก volume เยอะมาก แล้วซื้อไซรัปมาผสมในน้ำอัดลม แต่เกษตรกรเราใช้น้ำตาลทรายมาผลิตเป็นน้ำผลไม้ เพราะฉะนั้นภาษีตรงนี้เราต้องคิดว่าต้องให้ต่างกันนะครับ ฉะนั้น เกษตรกรที่คิดจะทำน้ำผลไม้ ถ้าต้นทุนน้ำตาลแพง แล้วคิดภาษีเหมือนภาคอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ นั้นเกษตรกรอยู่ไม่ได้ครับ ขอฝากท่านวุฒิสภาไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ (คุณวัลลภ) ที่ผ่านมาใช้เวลาค่อนข้างดี ผมกับพี่ดวงพรเพราะว่าข้างล่างพูดกันน่าจะเกือบครบถ้วนขาดอีก 1 กิจกรรมก็คือ เศรษฐกิจฐานราก ด้านบนมีท่านใดสนใจจะอภิปรายไหมครับ ขอมือเธอหน่อยแต่ไม่ได้พูดตอนนี้นะครับ มีหรือไม่ มีไหมครับ มี 1 ท่าน ผมให้ก่อนเลยเชิญของท่านดวงพรก่อนครับ (คุณดวงพร)ระหว่างที่ท่านได้เตรียมเนื้อหานะคะ ขออนุญาตให้ประเด็นที่ 4 นำเสนอเป็นประเด็นสุดท้ายของปัญหาที่นำฝากไปยังส่วนราชการ คือ ปัญหาด้านเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กับปากท้องของประชาชนจำนวนมาก เรียนเชิญท่านศรีสุภา ชุมสาย ณ อยุธยา ท่านเป็นประธานสื่อจังหวัดปทุมธานี เรียนเชิญค่ะ (คุณศรีสุภา) ศรีสุภางค์ ชุมสาย ณ อยุธยา ดิฉันศรีสุภา ชุมสาย ณ อยุธยา จากจังหวัดปทุมธานี ขอนำเสนอประเด็นปัญหาของกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งวิธีการที่เราได้มาซึ่งปัญหาโดยการแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มเกษตรแปรรูป กลุ่ม OTOP หรืออุตสาหกรรมในครัวเรือน และกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน จากการที่เราระดมความคิดเห็นและทำการสกัดปัญหาออกมา จึงทำให้พบว่าปัญหาของกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากมีปัญหาในลักษณะเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มเรามีปัญหา ดังนี้ 1. ปัญหาขาดจากการสนับสนุนภาครัฐอย่างต่อเนื่อง 2. ปัญหาเรื่องงบประมาณที่ลงในพื้นที่ ทั้งในเรื่องของงบประมาณที่ไม่เพียงพอและไมต่อเนื่อง ตลอดจนงบประมาณที่ได้มาไม่ตรงตามความต้องการของประชาชน 3. ปัญหาเรื่องการจัดการผลผลิตของชุมชน เช่น การขาดความรู้ทางด้านเทคโนโลยี การขาดเครื่องมือที่ทันสมัย รวมไปถึงวิธีการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ค่ะ 4. ปัญหาด้านการตลาด เช่น เมื่อมีการผลิตสินค้าออกมาแล้วหาช่องทางจำหน่ายไม่ได้ และขาดความรู้ที่ทันสมัย 5. ปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และ 6. ปัญหาในด้านข้อกฎหมายที่ไม่ชัดเจน ในปัญหาข้อที่ 7 คือด้านการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่ไม่ครอบคลุมและทั่วถึงในทุกพื้นที่ ซึ่งบางเรื่อง บางโครงการประชาชนไม่ได้มีความต้องการจำเป็นต้องมีการทำประชาคมเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชน รวมไปถึงจะทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และปัญหาข้อที่ 8 คือขาดการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐในท้องที่ และจากปัญหาทั้ง 8 ข้อดังกล่าวมานี้ จากกลุ่มของเศรษฐกิจฐานรากมีข้อเสนอแนะที่จะฝากไว้ ดังนี้ 1. การกำหนดหน่วยงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่จะดูแลกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อเข้าถึงในการขอความช่วยเหลือ 2. สร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในระดับจังหวัด เพื่อมีผู้รับผิดชอบโดยตรงในระดับพื้นที่เพื่อทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่ให้ตรงตามความต้องการของประชาชน และจัดสรรงบประมาณให้ได้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการสะดุดหรือชะงักในกิจกรรมที่ประชาชนดำเนินการ 3. มีกระบวนการที่ชัดเจนในการส่งเสริมองค์ความรู้ให้แก่ชุมชน ในด้านการใช้เทคโนโลยีด้านการผลิต การแปรรูป การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อให้สินค้าชุมชนสามารถยกระดับมาตรฐานได้ 4.มีหน่วยงานที่จะพัฒนาการตลาดสมัยใหม่ให้แก่ชุมชนอย่างชัดเจนและต่อเนื่องทั่วถึง พร้อมทั้งปลูกฝังกรอบความคิดให้แก่ชุมชนเรื่องการตลาดนำการผลิต 5. จัดหาแหล่งเงินทุนให้กลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่มีเงื่อนไขให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งกองทุนต่าง ๆ ที่ภาครัฐมีอยู่ปัจจุบัน เช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน ควรมาเป็นกลไกในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก 6. ให้ความรู้แก่ประชาชนในประเด็นข้อกฎหมายเรื่อง อย. การใช้พื้นที่ป่าสงวน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตามได้ถูกต้อง 7. หน่วยงานภาครัฐ ส่วนกลางร่วมประสานการทำงานกับ อบต. อบจ. ทั้งนี้เพื่อให้การกระจายข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสามารถครอบคลุมถึงประชาชนในทุกระดับ และข้อสุดท้าย คือข้อ 8 ภาครัฐในหน่วยงานในพื้นที่มากมายแต่การบูรณาการการพัฒนาในพื้นที่ที่จะได้ผลมักขึ้นอยู่กับตัวบุคคล จึงควรสร้างระบบที่จะทำให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง เพราะประเด็นของกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากเกี่ยวโยงกับหลายหน่วยงาน การขาดการบูรณาการในพื้นที่ย่อมทำให้โอกาสในการพัฒนาของประชาชนบรรลุผลได้เต็มที่ ดิฉันขอขอบพระคุณและในช่วงสุดท้ายนี้ดิฉันขอโยนไมค์ให้กับศิลปินพื้นบ้านอีก 1 ท่าน ขอบพระคุณค่ะ (คุณวัลลภ)มีลูกแถมด้วย เชิญครับ จะร้องเพลงอะไรครับเชิญครับ (คุณบุญสม) กราบเรียนท่านประธานท่านวุฒิสภา และเครือข่ายวุฒิสภา ผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม บุญสม สังสุขครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 7 จากสำนักงานเลขาธิการการศึกษานะครับ อดีตนายกสมาคมเพลงโคราช รองประธานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา เพลงโคราชเป็นเพลงพื้นบ้านที่มีการละเล่นมาตั้งแต่สมัยต้น ๆ รัตนโกสินทร์เราสมัยรัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3 โดยเฉพาะรัชกาลที่ 3 ที่ท่านย่าโมมีชีวิตอยู่เพลงโคราชเป็นที่ชื่นชอบของคุณย่าโม และเพลงโคราชยังได้แสดงในงานชุมนุมลูกเสือโลกครั้งที่ 1 ในนามและนำการเแสดงของมลฑลนครราชสีมาเพลงโคราชได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของจังหวังหวัดโคราช ปัญหามีอยู่ว่าว่า หมอเพลงโคราชที่แสดงที่ลานย่าโม ปัจจุบันเช่าเวทีจากเทศบาลนครนครราชสีมาที่ผ่านมาเดือนละ 30,000 บาท หมดสัญญา กำลังจะต่อสัญญาใหม่ เทศบาลขอขึ้นราคาเช่าเวทีเป็น 40,000 บาท ค่าตอบแทนการต่อสัญญา 90,000 บาท ทำให้หมอเพลงโคราช 100 กว่าชีวิต ที่ร้องรำอยู่ที่ลานย่าโมเป็นอาชีพที่กระตุ้นเศรษฐกิจเป็นเศรษฐกิจฐานรากเมื่อมีผู้ท่องเที่ยว เมื่อมีประชาชนที่มีความเดือดร้อนต้องการจะไปหาเพลงโคราชไปถวายย่าโม ไปแก้บนย่าโม ทำให้ต้องได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าเช่าของเวทีเพลงโคราชไปด้วย หลายท่านอาจจะนึกภาพเพลงโคราชไม่ออกหรือหลายท่านอาจจะเคยไปเที่ยวโคราชแล้วได้เคยชมได้ฟังเพลงโคราช วันนี้ผมอยากจะมาว่าเพลงโคราชให้ท่านผู้มีเกียรติที่นี่ได้รับฟังโอว[เสียงดนตรี] (คุณวัลลภ) เดี๋ยวเรื่องนี้พี่ทัศนา ยุวานนท์ เป็นคนโคราชทั้งคู่คงจะไปเป็นสะพานมิตรภาพพูดคุยกันในปัญหาที่ท่านฝากมาล่าสุดพี่ดวงพร ผมดูเวลาแล้วเราจะเลิก 16.30 นาฬิกา เรายังมีกิจกรรมอยู่ 3 กิจกรรมที่ค้างอยู่สำคัญคือการยื่นกิจกรรมกรรมการยื่นข้อสรุปประเด็นปัญหา 4 ปัญหาฝากไปยังผู้แทนส่วนราชการที่มานั่งฟังตั้งแต่ต้นและด้านล่างเป็นกิจกรรมพิเศษ กิจกรรมอีกกิจกรรมหนึ่ง คือ ท่านประธานที่นั่งอยู่ท่านรองสิงห์ศึกต้องอารัมภบทในการกล่าวขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่มาร่วมในวันนี้ ทีนี้อีกกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญที่ได้พูดไปแล้วว่า เรามีเวลาเหลือ 2 ท่าน นำเสนอได้ท่านละไม่เกิน 3 - 5 นาที ด้านบนจองไปแล้ว 1 คน ด้านล่างต้องเป็นคนท่ไม่ซ้ำเพราะว่าเราอยากจะให้เวทีได้นำเสนอแต่ขอความสุภาพสู่ในห้องประชุมนี้ ด้านบนยกมือ 1 ท่านสวมชุดสีเขียวด้านล่าง ผมขออนุญาตใช้สิทธิเนื่องจากมี 2 ท่าน ท่านที่ผมเห็นยกก่อนก็คือซ้ายมือสุดของผม ท่านนั่งลงครับ เรียนเชิญด้านบน ประมาณ 3 - 4 นาที แนะนำตัวสั้น ๆ (คุณสมคิด) นายสมคิด หมอพื้นฐานตำบลไร่ขิง จังหวัดนครปฐมหมอไคโร จัดกระดูก รักษาไมเกรน เป็นเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตย วุฒิสภา ผมอยากเสนอแนะว่าให้รัฐให้องค์กรปกครองท้องถิ่น สนับสนุนเงินทุน ให้เกษตรกร ในงบประมาณที่เหมาะสมและปลอดดอกเบี้ย แนวความคิดของผมถ้ารัฐเสนอว่า พักชำระหนี้ แต่ดอกเบี้ยก็ต้องชำระด้วยไม่ดีต้องพักชำระหนี้และพักชำระการคิดดอกเบี้ย ในขณะเดียวกันผมก็อยากให้ภาครัฐสนับสนุนให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมีงบประมาณสนับสนุนให้เกษตรกรนะครับ เพราะปัญหาหลักของเกษตรกรคือ เงินทุน มีแรง มีปัญญา มีสติปัญญา แต่ขาดเงินทุนสนับสนุน บางครั้งบางคราวด้านเงินทุน แหล่งทุนไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะขาดการประชาสัมพันธ์ บางครั้งก็เป็นเรื่องของพรรคพวกนะครับ ผมจึงอยากเสนอแนะด้านนี้เป็นหลักเลยว่าควรสนับสนุนมองถึงว่าองค์การปกครองท้องถิ่น แต่ละส่วนแต่ละจังหวัดมีงบประมาณไม่น้อยทีเดียวที่จะสนับสนุนเกษตรกรแต่ละจังหวัดได้ โดยรากฐานของพื้นฐานแล้วถ้าเรามีแหล่งเงินทุนโดยปลอดดอกเบี้ย เกษตรกรระดับล่างไม่มีคำว่าตกต่ำ นะครับ ผมอยากให้ภาครัฐมองถึงตรงนี้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกจังหวัดเลยนะครับ น่าจะมีแนวความคิดเหมือนผมว่า 5 แสนบาทเป็นต้นไปไม่มีดอกเบี้ย และมีผู้รับรองแต่ละวงตระกูล แต่ละตำบลมองถึงว่าควรจะสนับสนุน ขอให้ภาครัฐมองถึงตรงนี้ เพราะแหล่งเงินทุนเป็นเรื่องสำคัญมากเลยนะครับ (คุณวัลลภ) ได้ประเด็นแล้วครับ (คุณสมคิด) และเรื่องของน้ำบาดาลอีกกรณีหนึ่ง อบต. นะครับ สูบน้ำขึ้นมาเป็นน้ำประปาของชุมชน เทศบาลสูบน้ำขึ้นมาในท่อควรจะกรองสักนิดหนึ่ง นะครับ ไม่ใช่ว่าให้เราใช้แบบขี้โคลนเลย แล้วปัญหาการจัดเก็บขยะเป็นสิ่งที่หมักหมมควรจะให้มาตรฐานอีกสักนิดหนึ่ง เรื่องขยะมูลฝอยของแต่ละท้องถิ่น ผมเองมีพื้นที่อยู่จังหวัดเพชรบุรีมองถึงว่าเพชรบุรีที่จังหวัดผมนี้ ก็ดีมากเลยเรือ่งการจัดเก็บขยะแต่ละตำบล ผมอยู่ตำบลท่าไม้รวกอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี การจัดเก็บขยะผมถือว่าใช้ได้ทีเดียวนะครับ (คุณวัลลภ)ขอบคุณมากครับ เป็นครังแรกที่คนที่นั่งด้านนี้ต้องแหงนหน้าฟังปกติต้องมองไปข้างหน้า นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยครับ เรียนเชิญครับ เพราะเราไม่มีเวลาแล้ว เรียนเชิญครับ (คุณธีรพล) กราบสวัสดีท่านประธานและผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมนายธีรพล สังข์แสงชาติ เป็นตัวแทนของอำเภอขีดขิน อำเภอบ้านหมอ จะมาขอชี้แจงปรึกษาหารือและต้องขอบคุณท่าน สว. ในคณะที่ได้เข้าไปพบประชาชนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 ในสถานที่ของหอประชุมม่วงน้อย โรงปูนของเครือซีเมนต์ไทย เราได้ผลักดันในเงื่อนไขของที่ทำกินให้กับประชากรในส่วนของเมืองขีดขินที่ถูกตกหล่นไปเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยความโชคดีที่เราได้รับความกรุณาอย่างสูงสุดของคณะท่าน สว. พบประชาชนในวันนั้นได้ให้โอกาสกระผมในฐานะภาคประชาชนในจิตอาสาทำดีด้วยหัวใจ เข้าไปเสนอโครงการเข้าไปพัฒนาชุมชน อย่างยั่งยืน ผมได้เสนอเข้าไปโดยใช้เวลาเพียงประมาณ 30 วัน เราได้รับการตอบรับจากคณ สว. ในขณะนั้น ขออนุญาตเอ่ยนามนำครับ ก็คือ ท่าน สว.วิทยา ท่าน สว. ถาวร และท่าน สว.ประมาณ ที่เข้าไปในร่วมพบประชาชนในวันนั้นและได้มีดำรัสให้กับกรมธนารักษ์จังหวัดสระบุรีช่วยเร่งดำเนินการให้ประชาชนอย่างเร่งด่วน เราได้รับคำสั่งจากมหาดไทยกลับมาโดยประมาณ 30 - 45 วันโครงการนี้ถูกละเลยมามากกว่า 40 ปี แต่เราใช้เวลาเพียง 30 - 45 วัน จากมหาดไทยโดยคณะท่าน สว. ที่ได้เข้าไปรับเรื่องด้วยสโลแกนที่ว่า ฟังกับหู ดูกับตา เราได้สัมผัสจริง เราได้สำเร็จจริง โดยคณะในส่วนของกรมธนารักษ์สระบุรี ได้เร่งดำเนินการในขณะที่ได้ดำเนินการนี้แล้วเสร็จไปกว่า 148 แปลง ผลงานชิ้นโบว์แดงชิ้นนี้ต้องให้เครดิตกับกับทางท่านคณะ สว. เป็นที่ตั้ง รวมถึงการภาคเพียรในส่วนของการพยายามแก้ปัญหาในการบุกรุกท้องที่ในส่วนของกรมธนารักษ์ 148 แปลง แล้วได้ผลเม็ดเงินเข้าสู่ระบบของกระทรวงการคลังอย่างชัดเจนแล้วยังมีการรอคอยอยู่อีกประมาณ 150 แปลง นี่คือข้อที่ 1 ส่วนข้อที่ 2 เราได้มีการผลักดันในส่วนของแก้ปัญหาน้ำท่วม หลังจากที่เราได้พื้นที่ที่มอบให้ประชาชนอย่างยั่งยืนแล้วแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้และทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความมั่นใจตกหล่นไป ก็คือเรื่องของน้ำท่วม กรณีน้ำท่วมครั้งนี้ต่อเนื่องมาจากปี 2545 เป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ ต่อมาผ่านมา 10 ปี ด้วยภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไปเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 2 อันรุนแรง ก็คือปี 2564 ต่อมาปี 2565 เราได้รับความมั่นใจจากอดีตรัฐมนตรีในสมัยที่แล้วลงพื้นที่อย่างชัดเจน ประชาชนมีความมั่นใจอย่างสูง เมื่อรัฐมนตรีเข้าในพื้นที่ รับปากอย่างจริงใจออกสื่อหลาย ๆ โชเชียล กล่าวว่า สระบุรีปีนี้น้ำต้องไม่ท่วม แต่ปรากฏว่าคืออะไร ครับ ท่วมมากกว่า 20 วัน หนักกว่าปี 2564 อีกครับ ท่าน (คุณวัลลภ)เดี๋ยวค่อยว่ากัน (คุณธีรพล) ผมขอฝากให้รับพิจารณาเป็นคาดหวังอย่างสูงสุดเพราะว่า สว. ในสมัยนี้จะเหลือเวลาอีก 140 วันที่ผมมีความหวังอันสูงสุดพร้อมกับประชาชน คาดหวังอย่างสูงสุดว่า สว. คณะนี้ จะดำเนินการการแก้ปัญหาให้เราได้จริง เพราะเราไม่คาดหวังในสมัยหน้าครับ (คุณวัลลภ)ขอบพระคุณมากครับ เรียนเชิญพี่ดวงพรเลยครับ (คุณดวงพร)เราได้อภิปรายกันพอสมควรแล้ว ถ้วนหน้าแล้ว ขอเรียนเชิญท่านรองประธาน ทา่นสิงห์ศึก //ขออนุญาตสักนิดหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยจังหวัดสมุทรสาคร คือประเด็น 2 คำถาม ไม่รบกวนเวลาของสภา 2 นาทีไม่เกินครับ มีคำถามอยู่เป็นประเด็นที่ร้อนและเป็นที่สงสัยประชาชนคือจะถามว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2560 มีโอกาสที่จะถูกยกเลิกมากน้อยแค่ไหนถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2. สว. จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมวุฒิสภา จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคม ปี 2567 ซึ่งจะครบ 5 ปีจะครบ 5 ปียังต้องรักษาต่อไปจนกว่าสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่อย่างไร 2 คำถาม (คุณวัลลภ) คำถามแรกตอบไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่ สสร. คำถามที่ 2 คือรักษาการ 2 เดือน ขอบพระคุณครับ ขอบคุณมากครับ (คุณดวงพร)ครบถ้วนนะคะ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านพลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร ท่านรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้กรุณากล่าวปิดการสัมมนาก่อนที่เราจะได้มอบหนังสือเป็นทางการให้กับส่วนราชการต่อไป เรียนเชิญท่านค่ะ (พลเอก สิงห์ศึก) ขอบคุณครูวัลลภ และท่านดวงพร ก่อนที่ผมจะกล่าวขอบคุณทุกท่าน ผมขอสรุปการดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภาในการจัดนิทรรการและการจัดสัมมนา 2 วันนี้ ก็ขอยืนยันว่า ข้อที่ 1. การดำเนินงานของโครงการสมาชิกวุฒิสภานั้นเป็นไปตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้กำหนดไว้ทุกประการ เช่น ต่อไปนี้การทำงานของหน่วยงานของรัฐ เมื่อจะต้องทำแผนงานต้องเป็นไปตามความต้องการพัฒนาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ของหน่วยงานอย่างมีการบูรณาการและประชาชนต้องมีการรับรู้ของแผนการอย่างมีส่วนร่วม การที่ผมยืนยันเช่นนี้สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้ออกพระราชกฤษฎีกาการบริหารราชการแบบบูรณาการแบบเชิงพื้นที่ พ.ศ. 2565 เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 อันนี้เป็นการยืนยันว่าโครงการ สว. พบประชาชนนั้นเป็นไปตามกฎหมายของรัฐธรรมนูญและเป็นไปตามกฎหมายรองของรัฐบาลที่กำหนดไว้ 2. สมาชิกวุฒิสภาทุกท่านได้มาวิเคราะห์งานในส่วนงานตามหน้าที่ ตามอำนาจต่าง ๆ ที่ควรจะทำ ก็จึงร่วมกันสร้างนวัตกรรมรูปแบบการทำงาน อยา่งเช่น ที่ปรากฏผลในวันนี้คือว่า 4 ปีที่เราทำมานั้นเป็น 4 ปี แห่งความสำเร็จของ สว. พบประชาชน เป็นการสร้างรูปแบบนวัตกรรมของโครงการ สว. พบประชาชน จากการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น สะท้อนข้อคิดเห็น ได้ยินกับหู ได้เห็นกับตา ได้พูดคุยกันตรงหน้า อันนี้เป็นเรื่องจริงที่สุด ท่านผู้มาร่วมประชุมในห้องประชุมนี้ หรือผู้ที่ชมการถ่ายทอดสด online ไป คงจะยืนยันว่า การพูดคุยกันตรงหน้ามองด้วยตากัน ได้ยินจากหูซึ่งกันและกันแล้วไม่มีสิ่งใดที่จะต้องมาเป็นเท็จ เพราะข้อเท็จจริงในพื้นที่จะปรากฏเอง เราจึงขอยืนยันว่า เป็นนวัตกรรมรูปแบบกิจกรรมที่เสริมกิจกรรมหลักตามหน้าที่และอำนาจ และในข้อที่ 3 นั้น วันนี้ผมต้องขอขอบคุณสรุปอีกครั้งหนึ่งคือผู้แทนหน่วยงานของรัฐ ที่เราได้เรียนเชิญ ท่านมาร่วมรับฟังข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชนและหน่วยงานของท่าน ตั้งแต่ผู้บริหารหน่วยงานคือรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดีกรมต่าง ๆ ท่านอาจจะติดภารกิจ แต่ท่านได้มอบหมายผู้แทน หรือท่านได้มาด้วยตัวเองนั้น ท่านคงได้ยินกับหู ได้เห็นกับตาต่อหน้าซึ่งกันและกันแล้ว ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของโครงการ ส่วนหนึ่งและอีกหลาย ๆ ส่วน และหลากหลายมิติที่เราอยากจะกล่าวมากกว่านี้ แต่ว่ารายงานเหล่านี้เราได้สรุป และส่งตรงไปยังหัวหน้าฝ่ายบริหารและหัวหน้าในแต่ละกระทรวงต่าง ๆ เพื่อที่ท่านจะได้นำไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่ฝ่ายบริหารจะต้องดำเนินการ ที่รับรู้ร่วมกัน เพราะว่าผมมั่นใจว่าในส่วนของข้าราชการการเมือง ในส่วนของข้าราชการประจำทุกคนมีเจตนาดีต่อประเทศชาติ ทุกคนมีความมุ่งหวังว่าพี่น้องประชาชนจะต้องลืมตาอ้าปากได้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต้องก้าวพ้นความยากจนได้ ผมมั่นใจเช่นนั้น ในวันนี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกวุฒิสภา ขอขอบคุณผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ผู้แทนพี่น้องประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ ที่มาร่วมกัน ณ ที่นี้จากทั่วประเทศ คณะครู นักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมใน 2 วันนี้ และผู้ประกอบกิจการเศรษฐกิจฐานรากที่มาร่วมกิจกรรมนะครับ สื่อมวลชนทุกท่านที่ให้ความสนใจ และท่านได้นำเสนอสิ่งที่ดีของพี่น้องประชาชนต่อสาธารณะ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้มาร่วมกิจกรรมได้รับทราบ และได้รับความภาคภูมิใจร่วมกัน ผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่มาก็คงมีความยินดีและมีความเต็มใจที่จะนำข้อเสนอของเรานั้นไปดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านและหลังจากที่รับข้อมูลเพื่อส่งต่อแล้วผมก็ขอปิดการดำเนินงานการประชุมสัมมนาในวันนี้ ขอขอบคุณทุกท่านครับ สวัสดีครับ (คุณวัลลภ) ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญท่านรองทั้ง 2 ด้านล่าง และขอเรียนเชิญท่านผู้แทนทุกกระทรวงยืนกับท่านด้วย และขอเชิญท่านที่นำเสนอ 7 ท่าน กับ 4 กลุ่มปัญหามาด้วยครับ ท่านจะได้ยื่นข้อเสนอทั้งหมดให้กับทางผู้แทนของส่วนราชการ โดยมีท่านรอง 2 ท่าน เป็นพยาน นี่คือภาพชุดที่ 1 หลังจากนั้นจะเป็นภาพถ่ายตามอัธยาศัยของท่านนะครับ เรียนเชิญเลยครับ ทางฝั่งซ้ายกับ 4 กลุ่มปัญหา ทางฝั่งขวาก็จะเป็นหัวหน้าส่วนราชการ เรียนเชิญครับ