--- title: (ASR) การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) 190766 (นาทีที่ 2.00.01 - 4.00.00 น. นาโน subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน 2566 เวลา 09.06 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) การต้องไปเลือกผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายก ไม่ให้เป็นการก็ฉันนั้นมันสวยไม่มีคำจำเป็นต้องเขียนคำนำหน้าที่บอกว่าต้องไปดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งสังเกตครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไป เขาเขียนว่าญัตติ ญัตติ ญัตติ หมดครับ สมาชิกมีข้อสนับสนุนเรื่องนี้อยู่ผมจะไม่ลงรายละเอียดให้ความรู้โรคต่าง ๆ โดยสรุปครับ Admin เสนอตาม 151อภิปรายกันไปโต้แย้งกันไป 2. ลงมติตาม 151 ถ้าจบตามนั้นจบครับ ฝันดีครับ เมื่อกี้คุณณัฐวุฒิครับ เชิญครับ ครับ เป็นความเห็นที่ดีของคุณชลนาน ต้องแจ้งว่าต้องปั่นมีประเด็นที่คล้ายคลึงกันครับ ที่แตกต่างจากขอให้คุณคณิตวัชรศิลป์เป็นผู้อภิปรายสรุปครับ ครับ ครับ ขอบคุณนะผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อเข้าไปในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้มาซักพักนึงแล้วนะครับ มา 2 ชั่วโมงก็ยังเดินหน้าถึงไหนนะครับผม ขออนุญาตลองใช้เวลาสักสองสามนาทีในการสรุปความเห็นที่แตกต่างที่มีอยู่และเสนอแนะประธานนะครับ ว่าสามารถดำเนินการประชุมต่อไปอย่างไรบ้าง กับเจ้าของความเห็นที่แตกต่างที่มีอยู่ในในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ คือการตีความว่าบุคคลที่นับตั้งเป็นนายกนั้นนี่เข้าข่ายโดยทั่วไปที่ถูกกำกับดูแลโดยข้อบังคับข้อที่ 11 หรือไม่สำคัญของคอมพิวเตอร์ระหว่างสมาชิกและภายในที่นี้ กว่าจะเดินทางไปถึงการพิจารณาหาสาระที่คัดค้านนะเนี่ยมันมี 2 3 ประเด็นที่เห็นต่างอยู่ในเชิงของกระบวนการนะครับ ก็เลยจะพยายามเบี่ยงประเด็นและให้ท่านประธานและลองวินิจฉัยในแต่ละประเด็นดูเพื่อให้สบายนี้เจอหน้ากอด ๆ ครับ ขับคือประธานวินิจฉัยครับ ว่าการที่สมาชิกสภาขอเรียนเชิญท่านอัครเดชนั้นทักท้วงขึ้นมาแล้วสัญญาสิขึ้นมานะเนี่ย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ครับ เพราะว่าปัจจุบันเราก็เห็นว่าตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ก็มีการอภิปรายทั้งเห็นด้วยและสถานนะครับ ยังฝ่ายที่คัดค้านก็บอกว่าเพราะว่าได้เข้าสู่ระเบียบว่านะการพิจารณายกแล้ว ตามมาตรา 272 ฝ่ายที่สนับสนุนที่ก็บอกว่าชอบนะครับ ที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่าการทักท้วงของท่านอัครเดชนั้นชอบด้วยหรือไม่นะครับ ต้องขอให้สถานะนิสัยคนที่ 1ถ้าสมมุติว่าถ้าประธานวินิจฉัยว่าชอบเมนูนะครับ และสามารถทักท้วงคัดค้านได้ครับ ก็เข้าสู่ประเด็นที่ 2 ครับ ที่อาจจะต้องให้ท่านประธานด้วยเช่นกัน ก็คือว่าหากมีการเสนอญัตติเพื่อทักท้วง จะใช้ข้อบังคับได้นะครับ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ผมก็สรุปได้ว่าความเห็นนั้นแบ่งออกเป็น 3 ฝ่ายนะครับ ท่านประธานเมื่อสักครู่วินิจฉัยเบื้องต้นครับ ว่าให้ใช้ข้อมูลครับ 31อ้างอิงข้อบังคับ 32 วงเล็บ 1 นะครับ แล้วก็คนที่ 3 ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ ก็เป็นความเห็นที่คุณหมอชลน่าน ขออนุญาตเอ่ยนามเมื่อสักครู่ใช้คอมครับ ข้อ 1 5 1ประเทศที่ 2 ที่ธนาคารพรุ่งนี้ใช้ครับ คือหาดอ่านข้อที่ 1 ไปแล้วว่าข้อทักท้วงของนางชอบรัฐธรรมนูญนี่ จะอ้างอิงข้อบังคับใดระหว่าง 31 32 (1) 151เพราะท่านประธานวินิจฉัยเสร็จแล้วนะครับ ว่าเป็นข้อบังคับอะไรนะครับ ที่ผมลบความเห็นผมควรจะเป็น 151 นะเนี่ยค่อยเดินทางมาสู่ขั้นตอนที่ 3ปล่อยให้เปิดให้สมาชิกสภาทุกคนที่ไปเต็มที่ข้อเสนอของบางท่านว่าการที่บุคคลทุกคนต้องแต่งตั้งเป็นนายกนั้น สมควรถูกกำกับโดยข้อบังคับข้อที่ 41 อันนี้คือ 3 ขั้นตอนที่ผมเรียนท่านประธานให้ช่วยวินิจฉัยนะครับ เพื่อที่ว่าเราจะเดินหน้าประชุมอได้แล้วเมื่อไปสู่ขั้นตอนที่ 3 เปิดให้สมาชิกสงสัยนั้นสามารถอธิบายด้วยข้อมูลและหลักฐานทางกฎหมายเต็มที่ครับ ขอนิดเดียวครับ ท่านประธานไม่เกิน 1 นาทีครับ ครับ ได้ครับ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายแล้วก็จะขาดตกบกพร่องไป ประเด็นสั้น ๆ ครับ ประธานครับ กรณีญัตติสั้น ๆ นะครับ ว่าเป็นปกติของท่านสมาชิกวุฒิสภาเสรีสุวรรณภานนท์หลายครั้งก็เป็นอาจารย์ของผมด้วยท่านประธานยังไม่ได้วินิจฉัยนะครับ ว่ายติของท่านเสรีสุวรรณภานนท์เข้าข่ายญัตติในข้อใด ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ไม่เช่นนั้น มันก็จะไปต่อไม่ได้ว่าเราจะเปิดให้มีการอภิปรายหรือ ในขณะเดียวกันครับ ท่านประธานครับ กรณีที่ท่านประทานได้วินิจฉัยตอนแรกอัครเดชวงษ์พิทักษ์โรจน์ด้วยความเคารพนะครับ อยู่กับบริการเดียวกันรักใคร่กันดีครับ ท่านประธานครับ ท่านวินิจฉัยโดยอ้างข้อ 31 ครับ ไม่ใช่ข้อ 32 และท่านบวกข้อ 31 ไปข้อ 36 สภาแห่งนี้ได้ยินกันทั้งสภาครับ ประชาชนได้ยินกันทั้งประเทศที่จับตาดูอยู่ครับ กระบวนการข้างนอกยังไม่ได้อะไรหรอกครับ เรากำลังทำงานในสภาแต่31 ไม่ตรงครับ ท่านประธาน31 ท่านประธานวินิจฉัยแบบนั้น ต้องเข้าชื่อ สภาต้องมีมติแล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเอากันแบบนั้นไหมครับ ฉะนั้น ประธานต้องวินิจฉัยชัดนะครับ ว่าตกลงกรณี ถามเจ้าตัวก็ได้ครับ ท่านอัครเดช เสนอญัตติตามข้อใด ท่านเสรีเสนอตามญัตติตามข้อใด ท่านประธานวินิจฉัยตามข้อใด แต่ถ้าวินิจฉัยชอบหรือไม่ชอบจะไป 151 ที่มีการตีความข้อบังคับต่ออันนั้นค่อยว่ากันในเชิงรายละเอียดครับ ขออนุญาตนำเรียนให้เกิดความชัดเจนแล้วก็ไม่ผิดหลงในที่ประชุมแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ ขอบพระคุณครับ ท่านพระกริ่งครับ ท่านครับ ท่านอาจจะได้จบ (คุณเสรี) ครับผม เสรีสุวรรณภานนท์สมาชิกรัฐสภาท่านสมาชิกได้กรุณาถามว่าญัตติที่ผมเสนอนั้นนี่นะครับ เป็นญัตติในเรื่องใดต้องกราบเรียนครับ ท่านอาจารย์ครับ เป็นญัตติเรื่องเดิมไม่ใช่ญัตติอื่น ตามที่ท่านได้อภิปรายพูดถึงกัน เพราะฉะนั้น ญัตติที่พิจารณาอยู่นี่เป็นญัตติเดิมที่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็มีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นด้วยด้วยได้ อันนี้อยู่ในเรื่องเดียวกันเลยครับ นะครับ ข้อที่ 2 ท่านประธานครับ สิ่งที่เรากำลังที่เราอยู่นี้มีประเด็นง่าย ๆ สั้น ๆ นะครับท่านประธาน สมาชิกในสภาส่วนหนึ่งเสนอให้คุณปรีชาเป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในวาระนะครับ ท่านเสนอชื่อมา มีสมาชิกอีกส่วนหนึ่ง คือ ผมไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้ครับ ที่จะถกเถียงกันนี่ครับ ที่จะอภิปรายกันนี่ ทั้งสองฝ่ายนะครับ ที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยครับ จะมีเหตุผลอะไรสนับสนุนเหตุผลสนับสนุนน่าจะเป็นเรื่องของญัตติเห็นไม่ตรงกัน เหตุผลที่ไม่เห็นการ ก็คือบางท่านเสนอว่าขาดข้อบังคับนะครับ ส่วนผมไม่เห็นด้วยเพราะขัดรัฐธรรมนูญกับข้อบังคับเป็นรายละเอียดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ประเด็นตอนนี้ที่ท่านประธานกรุณาสรุปไปตอนแรกนี่นะครับ ชัดเจนแล้วว่าก็ให้ที่ประชุมแห่งนี้ครับ อภิปรายไปตามความเห็นของท่านมันจะได้เข้าวาระอีกครับ โอกาสที่จะเดินหน้าได้ครับ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ว่าก็เสนอญัตติแล้วแต่ละคนเห็นแตกต่าง หรือจะเห็นอย่างไร ก็อภิปรายกันไปนะครับ แล้วก็ไปสรุปตอนท้ายว่าท่านเห็นด้วยการเสนอชื่อของคุณพิธา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นะครับ ใครเห็นด้วยก็ลงโหวตไป ใครไม่เห็นด้วยก็ลงโหวตไปนะครับ มันก็จะชัดเจนครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ ครับ เชิจากคุณสมชายครับ ขอบคุณครับ ท่านอาจารย์ครับ คุณชายแสวงการสมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภาแล้วก็ได้ฐานะวุฒิสภากลับเรียนเพื่อให้ท่านประธานเดินหน้าการประชุมในการควบคุมกันชนกระบะให้เป็นไปตามที่ท่านประทานได้วินิจฉัยแล้ววันนี้ครับ ในเรื่องของที่ท่านอัครเดชกับท่านเสรีเสนอนั้นเนี่ยเป็นสิทธิของสมาชิกในการคัดค้านญัตติที่ตกไปแล้วตามข้อ 41 ท่านเห็นว่าข้อเสนอท่านสุทินคลังแสงก็ ดี อดีต ที่แล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคุณหมอชลน่านก็ดี นำเสนอนิทาน ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นญัตติที่เสนอแล้วจบไปแล้วไม่สามารถที่จะได้ในสมัยประชุมนี้พี่นาใหม่ในสมัยประชุมหน้าคิดว่าทำถูกแล้วเพราะว่ารายการตามข้อ 32 ข้อ 36 แล้วก็ข้อ 136 แล้วก็มาตัดข้อบังคับที่เกี่ยวเนื่องในส่วนนี้ไม่ได้ขัดแจ้งกลับนะครับ ที่ 2 พูดกับผมไม่ได้มีความเห็นต้องวินิจฉัยตีความตามข้อ 15 18 ประการใด ผมไม่สงสัย ไม่สงสัยเลยครับ ว่าญัตติที่ตกไปแล้วพิจารณา มันทำไม่ได้อยู่แล้วครับ ไม่มีความจำเป็นต้องสงสารอัพรูนไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อ 151 วินิจฉัยกรณีที่ใช้ 151 วินิจฉัยนั้นกรณีที่มีผู้สงสัยนะครับ ภายใต้บังคับรัฐธรรมนูญ มาตรา 149 ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับหนี ไม่มีปัญหาที่ต้องตีความครับ เพราะสมาชิกมีสิทธิคัดค้านด้วยเสียงทักมาว่าญัตติดังกล่าวนั้นไม่ชอบครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานว่า ประธานดำเนินการให้มีการอภิปรายแล้วก็ลงมติครับ เพราะว่าใช้เวลามา 2 ชั่วโมงกว่า โดยเป็นการโต้เถียงกันไปมานะครับ ขออนุญาตท่านประธานได้ สนับสนุนท่านประธานดำเนินการการประชุมต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ // ประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) มีผู้เสนอผม เชิญครับ (คุณฐากร) ขออนุญาตท่านประธานครับผม พยากรณ์อากาศรังสิตนะครับ พากย์ไทยช่างไทยนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมเข้าใจว่าสนับสนับสนุนความเห็นของท่านประธานนะครับ ผมเข้าใจว่าผมเข้าใจตรงกันกับที่ท่านประธานเข้าใจนะครับ ในประเด็นแรกนี่ ก็คือที่ทางคุณหมอชลน่านนำเสนอี่นะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าเห็นด้วยนะครับ ที่ท่านบอกว่าต้องใช้สิทธิ์ในการยืนญัตตินี่ ตามข้อ 151 นะครับ ซึ่งในข้อ 151 ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่า เขากล่าวไว้ว่า การ... ในวรรค 2 นะครับ การขอให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยตามวรรค 1 อาจกระทำได้โดยประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรัฐสภารับรองไม่น้อยกว่า 40 คนผมเข้าใจว่าที่ท่านประธานวิธีใช้ไปเมื่อสักครู่เข้าใจว่าท่านประธานเนี่ยวินิจฉัยตามข้อ 32 ในวงเล็บ 1 ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนยังไงก็ตามในวรรค 2เขากำหนดไว้อยู่แล้วว่าต้องเสนอเป็นญัตติ เพราะฉะนั้น ในเรื่องดังกล่าวนะครับ ทาง 8 พรรคร่วมพันธมิตร ผมอธิบายอีกครั้งหนึ่งนะครับ 8 พรรคร่วมพันธมิตร เสนอรายชื่อบุคคล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าไม่เป็นมติ ไม่เป็นญัตติ นะครับ ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ญัตติ ดังนั้น เมื่อท่านอัครเดชโรขน์ครับ ขออนุญาต ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ อัครเดชนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านครับ ท่านเห็นว่ามันเป็นญัตติ ซึ่งเขาเป็นศิษย์ที่ท่านนำเสนอได้ ผมเข้าใจว่าเราเข้าใจประเด็นตรงกันผมเข้าใจประเด็นตรงกับท่านประธานเป็นอย่างดีครับ ในวันนี้ เพราะฉะนั้นนี่ การที่เราจะฟังข้อวินิจฉัยต่าง ๆ ในการที่จะตัดสินนะครับ ผมเข้าใจว่าในมาตรา151นะครับ การที่จะตีความนี่ มันเป็นมติของที่ประชุมของรัฐสภา ในการที่จะวินิจฉัยอย่างที่ทางคุณหมอชลน่านนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อท่าน ท่านได้กล่าวไว้แล้วในข้อ 151 ดังนั้นนี่ ผมว่าทุกอย่างมันได้ข้อสรุปตรงกันไปแล้ว ตกลงกันไปแล้ว ผมนี่เตรียมข้อมูลที่จะมาอภิปรายแล้วว่ามันเป็นปกติ ซื้อไม่เป็นญัตติวันนี้ทุกคนก็พยายามอภิปรายกันนะครับ เป็นช่วง ๆ เป็นห้วง ๆ เป็นวรรค เป็นตอน ผมฟังแล้วนี่มันยังไม่เข้าใจในการที่จะตัดสินใจว่าเป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติ ฟังข้อมูลของแต่ละคนให้มันชัดเจนก่อนครับ แล้วที่ประชุมรัฐสภาเห็นใจกันเลยว่าจะเอาอย่างไร ระยะเวลาขณะนี้เมื่อสักครู่ผมอธิบายไป 1 ชั่วโมงครึ่ง วันนี้ล่วงเลยมา 2 ชั่วโมงเศษล้วครับ ยังตัดสินใจไม่ได้ ผมอยากจะฟังคำอภิปรายของแต่ละท่าน ว่ามันเป็นญัตติ หรือไม่เป็นญัตติ หรือว่าเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา159 ในการเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ถ้าเราได้ข้อยุติตามนี้นะครับ ฟังการอภิปราย สามารถตกลงกันได้ครับ ในการลงมติดังกล่าวครับ ขอให้... ผมขออนุญาตท่านประธานเดินหน้าตามที่ท่านประธานได้ตัดสินไปแล้วครับ เดินหน้าเถอะครับ จะได้เร็วครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) กครับ ขอบคุณมากครับ กระดาษนี้มีรับพี่ชนะมา 2 ชั่วโมงกว่าอย่างที่คุณปกรณ์พูดถึงแต่เรายังไม่เข้าหัวเราะพี่กำลังจะพูดกับวันนี้ก็ผมจะขออนุญาตให้ 2 ฝ่ายจริง ๆ เลยครับ จะขอยุติแล้วก็จะได้วินิจฉัยกันต่อไป คุณวิทยา แก้วภราดัย ท่านหนึ่งซึ่งอยู่ 45แล้วก็ท่านสุดท้ายครับ เจอกันเก้าไม่พูดยาวอยู่แล้วคือคุณมานพ อยากไป ต่อไปผมจะที่จ่ายครับ (คุณวิทยา) ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมวิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ สมาชิกรัฐสภานะครับ ผมคิดว่าเราเดินมาสมควรนะครับ แล้วก็ตั้งสตินิ่ง ๆ แล้วก็เริ่มต้นจากเดินมา จะรู้เราไปถึงไหนครับ ผมได้รับหนังสือเรียกประชุมจากท่านประธานสภาครั้งแรกก็แปลกใจครับ ก็คือนัดประชุมวันนี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าจะมีสิ่งแปลกใหม่ขึ้นมา เพราะเป็นการเรียกใหม่ แต่ระหว่างที่ท่านประธานออกหนังสือเรียก ผมก็เจอท่านประธานก็ไม่ทราบครับ จะเกิดอะไรขึ้นประชุมจนหลังจากหนังสือท่านประธานไปถึงผมวันเสาร์แล้ว มันก็เริ่มออกเสียงจากพรรคร่วม 8 พรรคเข้า ยืนยันที่จะเสนอคนเดิมเข้ามา วันนี้ผมเสนอคนเดินเข้ามาเขาก็ดำเนินกระบวนการถูกต้องประธานเป็นทางอื่นไม่ได้ครับ ท่านนัดวันนี้แล้ว หัวหน้าที่ท่านต้องหานายกให้ได้ ท่านไปนัดประชุมสภาที่ยังนายกประเทศเกิดครับ เสร็จแล้ววันนี้ปรากฏว่ามีผู้เสนอขึ้นมาเป็นคนเดิมจริง ๆ ท่านก็อธิบายไม่ได้ครับ ว่าเป็นคนเดิมท่านจะให้ขอยกเว้นในฐานะเป็นประธานสภาได้อย่างไร ว่ามันมีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมา สำหรับไม่ปลุกผมมานั่งเป่าเสกคนเดิมอีกครั้งหนึ่งเมื่อเสนอคนเดิมเข้ามาอาทิตย์ที่แล้วกันไป 4-5 ชั่วโมงแล้ว แล้วก็จบไปแล้ว วันนี้เสนอคนเดิมกลับเข้ามา เพื่อนสมาชิกพรรคผม เขาก็บอก ใช้สิทธิ์บอกอย่างนี้คนเดิมมันซ้ำนี่ การลงทุนอยู่ท่านประธานไม่ได้เพราะวันที่ท่านประธานออกหนังสือก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใคร วันนี้พวกผมก็ค้านเสนออย่างนี้ไม่ได้ ขัดข้อบังคับ ท่านประธานก็เดินมาถูกแล้วครับวันนี้ คนหนึ่งเสนอก็ว่ามา คุณเอากฎหมายแรงรับว่ามาทางนี้ก็คนที่เขาคัดค้านเขาก็จะว่าไป สุดท้ายก็ลงมติกันกับว่าระหว่างคนเสนอมากับคนคัดค้าน มครเสียงมากกว่าคนนั้นชนะไป แต่ผมฝากเพื่อนไว้ที่เดียวกับท่านประธานครับ เถียงกันอย่างไรก็ตามสัปดาห์หน้าท่านก็ต้องนักอีก กว่าตรงนั้ชฃาส่้ดเกพไเิ้่าะอัทื มฬฦฅ) (หกำดเสยะั เป็นหน้าที่แล้วท่านไม่อาจรู้ได้แต่ถ้าท่านเรียกมาคุยซะก่อนท่านจะรู้สัปดาห์หน้าท่านอดีตสัปดาห์ถัดไปธนเดชท่านนัดอีกล่วงหน้าไปได้เป็นเดือนเลยครับ ทุกสัปดาห์ผมต้องการคำตอบนะครับ ว่ามันจะเกิดสุญญากาศทางข้อบังคับไหม คุณเสนอคนเดิมครั้งแล้วครั้งเล่าครั้งแล้วครั้งเล่า จนหาคุณเสนอไม่ได้เริ่มจะเกิดอะไรขึ้นอันตรายมันต้องมีจุดจบ ครั้งที่ 1 ไม่พอใจครั้งที่ 2 ไม่พอใจครั้งที่ 3 เมื่อไม่มีข้อยุติมันก็ไปเรื่อย ๆ จบไม่ได้ วันนี้ก็หาจุดจบในข้อบังคับแล้วก็ความเป็นจริงนึกสนุกก็เสนอทุกวันจนได้เป็นปีครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ครอบครัวของท่านชัดเจนเดี๋ยวเราก็จะหาข้อยุติการที่กำลังจะพูดถึงเหมือนกันครับ ถูกต้องครับ ความคิดเห็น ขอบคุณมากครับ เราใช้เวลามากแล้วในเรื่องนี้เดี๋ยวเราจะหาข้อยุติครับ เชิญคุณมหรรณพวันสุดท้ายเลยไหมครับ ผมจะไม่อนุญาตท่านผู้ใดได้นะครับ เชิญครับ เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพมหรรณพเดชวิทักษ์สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา เห็นชอบด้วยอย่างยิ่งขอคำปรารภของท่านประธานว่าเราได้ใช้เวลาถกเถียงกันมานานแล้ว เท่าที่ผมจับเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ยังไม่ไปถึงไหน ผมจับความได้ว่าฝ่ายที่ยื่นญัตติ แสดงความไม่เห็นด้วย การเสนอชื่อบุคคลเดิมให้เรา ให้ความเห็นชอบ ตามข้อบังคับ 41 นั้น ย่อมกระทำมิได้ กับฝ่ายที่พยายามจะโต้แย้งว่าทำได้ อ้างสารพัด แม้กระทั้งให้ตีความตามมาตราตามข้อ 151 ผมก็สงสัยว่าพวกที่สงสัยว่า 151 นี่ ทำไมไม่เสนอญัตติล่ะครับ ท่านเสนอสิครับ ท่านมีสิทธิ์ ที่จะเสนอให้ตีความตาม 151 พวกเราเชื่อว่าไม่ต้องตีความข้อบังคับมันเขียนไม่ชัดเจนในประโยคแรกญัตติใดที่ตกไปแล้วไม่สามารถจะนำกลับมาเสนอใหม่ได้ ในสมัยประชุมเดียวกัน จบไปแล้วครับ ไม่มีข้อสงสัยเราไม่สงสัยครับ ท่านประธาน ผมขอให้เดินหน้าต่อนะครับ ขอบพระคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบพระคุณ คุณมหรรนพ ครับ ขอเป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ นะครับ เนื่องจากว่าเราพูดกันมาพอสมควรลูกใหญ่ก็อยู่ที่เรื่องของขอบคุณครับ ว่าจะทำได้หรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อไม่มีผู้เสนอให้ตีความวินิจฉั ย ข้อบังคับที่ 151 ทั้ง ๆ ที่ลายท่านก็พูด ถึงเรื่องนี้ แต่ข้อบังคับนี้ก็เปิดโอกาสให้ว่าให้ประธานเสนอต่อที่ประชุมนี้ได้ เพื่อให้การวินิจฉัยตามข้อบังคับที่ 151 แต่ทั้งนี้ ต้องมีผู้รับรอง 40 คน เช่นเดียวกับสมาชิกเสนอ เพราะผมดูแล้วว่าพูดต่อไป 3 ชั่วโมง ก็ยังคงไม่ได้ข้อยุติ เพราะว่า... แต่ถ้าใช้ข้อบังคับ 151 นี้แล้ว ก็อภิปรายต่อไปได้ แต่ต้องอภิปรายภายใต้ก็ข้อบังคับ 151 นี้ เพื่อตีความข้อบังคับ เป็นข้อบังคับที่กำลังเสนอคือข้อบังคับ ว่าด้วยข้อบังคับ 41 ที่คุณอรรคเดชเสนอครับ ว่าใช้ได้หรือไม่ก็สะดวกนะครับ เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้นะครับ ประธานขอเสนอจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ได้นะครับ ขอเสนอ.. เพราะท่านประธานที่เคารพครับผม ขอเสนอพูดให้จบก่อนจะไปทีเดียว ผมขอเสนอว่าขอให้ที่ประชุมนี้ได้ใช้มาตรา ก็ได้ขอใช้ข้อบังคับที่ 151 เมื่อตีความข้อบังคับ ซึ่งต้องมีสมาชิกรับรอง 40 คน เพราะฉะนั้น ผมขอเสนอให้ตีความ ขอผู้รับรองนะครับ ครับ ขอประธานโทศ มีผู้รับรองเป็นดีแล้วแต่ว่านางรองประธานรองเลขาธิการประธานไม่ต้อง มีผู้รับรองก็ได้แต่ว่าเพื่อยืนยันก็ดีแล้วนะครับ (คุณพริษฐ์) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตทหารขับครับ เข้าใจครับ ว่าเป็นสิทธิ์ของท่านประธานตามข้อ 150 ครับ ว่าถึงแม้ไม่มีสมาชิกสภาตีความข้อบังคับนั้นนะครับ ท่านประธานก็สามารถเสนอได้แต่ว่าอยากจะเข้าใจคำถามดูว่าจะติดชัดนิดหนึ่งครับ ว่าพิจารณา เมื่อเราพิจารณา 15 1จะมีการอภิปรายต่อไปครับ ไม่ได้มารับรองแล้วแล้วเสียงเกินกึ่งหนึ่งต้องเกินกึ่งหนึ่งด้วยนะครับ 375 เห็นด้วยกลับข้อปรึกษาข้อเสนอท่านประธานและจะเดินต่อไปถ้าเดินต่อไป ก็จะอภิปรายได้ว่าจะเป็นญัตติเพราะอะไร ไม่เป็นญัตติเพราะอะไร กรรมการที่เคารพครับ สมชายแสวงการครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ กลับจากครับ สกรูที่ผมลุกขึ้นประท้วงท่านอาจารย์และด้วยความเคารพให้ท่านประธานได้การไปด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ประการที่ 1 ท่านประธานวินิจฉัยไปล่วงหน้าแล้วเมื่อสักครู่นะครับ ว่าพิจารณาญัตติ ข้อเสนอของท่านอัครเดช ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ที่คัดค้านญัตติการเสนอคุณพิธาเป็นนายกมนตรี ว่าคัดค้านว่าไม่ชอบ ตามข้อ 41 จะต้องเดินตามนี้ครับ คดค้านไปแล้วจะต้องเดินตามนี้ที่มาเปลี่ยนคำวินิจฉัย ความจริงก็เดินไปตอน 151 อภิปรายได้ และมีความเห็นได้ บางอย่างที่คุณสมชายพูดหรือคุณเสรีพูดหรือทางฝ่ายพรรคก้าวไกลว่าต้องใช้หมวด 9 หรือจะใช้อย่างที่คุณอัครเดชเสนอก็ได้ ได้ทั้งนั้นจะได้มีข้อยุติจะได้มีข้อยุติว่า ข้อเสนอแนะถูกต้องหรือไม่วันนั้นผมทักทายครับ ขอสักขออภัยท่านประธานด้วยความจริงครับ สักครู่ครับผม ใช้เวลาสักครู่อธิบายกลับว่ากระผมเห็นว่าข้อเสนอของอัครเดช ยัดตามข้อ 41 ว่าญัตติดังกล่าวเนี่ยเสนอไม่ได้ข้อเสนอของท่านเสรีสุวรรณภานนท์บอกว่าขัดรัฐธรรมนูญนี่ ท่านประธานวินิจฉัยแล้วนะครับ ว่าต้องเดินการประชุมไปตามนี้ ส่วนข้อ 151 มาทีหลัง กระผม ผมพวกผมไม่ขัดข้องว่าสงสัยเลยว่าข้อบังคับดังกล่าวขัดการประชุม ประเด็นใดที่ต้องวินิจฉัยตาม 151 ผมไม่มี ความจำเป็นในส่วนที่ต้องวินิจฉัยหรืออภิปรายในส่วน 151จะยืนยันครับ ว่าประธานตามเดินตามข้อ 32 ข้อ 36 แล้ว แล้วพวกเราเห็นว่า ญัตติดังกล่าวในการเสนอชื่อของคุณสุทินคลังแสงนั้นตกไปแล้ว ตั้งแต่คราวที่คุณหมอชลน่านเสนอ ต้องเดินตามนี้ก่อนครับ ส่วนท่านประธาน151 นี่ ก็ต้องเลี้ยงสุดท้ายในส่วน151 ต้องตีความหรือไม่เหล้าที่ปลายทางที่ท่านอัครเดชกับท่านเสรีเสนอครับ แล้วเวลาลงมติ ก็ต้องลงมติเรียงตามที่ท่านอัครเดชท่านเสรีเสนออาจารย์ครับ ขออนุญาติรายการตามนี้ครับ ไม่งั้นสะพานกศนท่านชายมากครับ ก็ตามอภิปรายไป ที่สุดก็เป็นข้อขัดแย้งในเรื่องของข้อบังคับอยู่ดีก็ต้องดีกว่าอยู่ดีเหมือนที่กุฏิวัดเจริญตอนแรกก็เห็นว่าเราพี่ปลายมาเนี่ย2 ชั่วโมงเกือบ 3 ชั่วโมงแล้วนะครับ ก็ไม่ได้ข้อยุติเดี๋ยวก็จะไปอีกผมจึงเห็นว่าได้ฟังทุกฝ่ายแล้วนะครับ ตัวใหญ่ก็ติดอยู่ที่ว่าข้อบังคับดีจะไปได้หรือไม่ฉะนั้นผมจึงขอวินิจฉัย เอกสารที่ผมได้เสนอตอนแรกคณะตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนที่ว่าจะพิจารณาว่า ให้รัฐสภาวิจัยนะครับ เมื่อที่ประชุมรัฐสภาลงมติวินิจฉัยโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเป็นประการใดแล้วให้ถือว่ากลับนิสัยนั้นเป็นเด็ดขาด กลับเพราะฉะนั้น ในตอนนี้ผมก็จะขอว่าจะต้องตีความ ว่าจะเป็นไปตามข้อ 151 นะครับ ซึ่งการตีความนี้ก็จะตีความว่า ข้อเสนอ ของคุณอัครเดชนะครับ (คุณกิตติศักดิ์) ประธานครับ ถูกต้องตามข้อบังคับจะได้หรือไม่ก็ต้องมาเป็นประเด็นประเด็นที่จะวินิจฉัย151หมอจอยได้เสนอเมื่อสักครู่ก็จับประเด็นว่าเราคุณหมออยู่ ช่วยเสนอประเด็นว่าเราจะใช้ข้อ 151 นี้ นะครับ จะเป็นเสนอญัตติพื่อสมาชิกลงด้วยญัตติอย่างไรครับ หรือจะมี LINE พี่ไปก่อนแต่ผมขอให้เข้าสู่ 151 กลับด่วนครับ ประธานที่เคารพกระผมชลน่านศรีแก้วเพื่อไทยจังหวัดน่านสมาชิกรัฐสภาขอบพระคุณท่านประธานครับ ได้ข้อเสนอของผมนี่ เป็นการเสนอตามข้อบังคับข้อ 151 นะครับ อาศัยอำนาจบังคับนั้น ในการเสนอเนื้อหาญัตติเหมือนกับเพื่อนสมาชิกเสนอครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกต้องการให้วินิจฉัยข้อบังคับข้อที่ 41 นี่ความหมายของผมนะครับ แต่ผู้ซื้ออาจจะไม่ได้ใช้คำว่า "วินิจฉัย" ท่านบอกว่าการเสนอญัตติ ขออภัยครับท่านประธานครับ การเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของ ดร. สุทิน คลังแสง เสนอไม่ได้ เนื่องจากว่าญัตติที่ตกไปแล้ว ตามข้อบังคับข้อ 11 หลังจากนั้นมีการคัดค้านว่ามันไม่ใช่ข้อบังคับข้อ 41 ข้อเสนอตาม 136 มันก็มีข้อสงสัยในการใช้คำบังคับนี้ เพราะฉะนั้น อาศัยอำนาจตามบังคับข้อ 151 นี่ เป็นอำนาจในการเสนอตามข้อนี้นะครับ วัตถุประสงค์เพื่อให้สภามีคำวินิจฉัย ว่าการใช้ข้อบังคับของเรานี่ ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ถ้าคำวินิจฉัยนั้นออกมาเสียงข้างมาก เกินกึ่งหนึ่ง หรือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งตามข้อบังคับนะครับ ข้อวินิจฉัยนั้นถือเป็นที่ยุติ เท่านั้นเอง เนื้อหาสาระญัตติไปตามที่เพื่อนสมาชิกเสนอครับ ท่านประธานครับ ก็อภิปรายตามนั้นครับ ก็โต้แย้งกันไป ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายไม่เห็นไม่เห็นชอบก็อ้างข้อกฎหมายนะครับ หรือรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องมา ไม่สภาแห่งนี้ได้เป็นผู้วินิจฉัยเท่านั้นเองครับ ทำอะไรครับ ไม่เป็นจะติว่าจะต้องเป็นผมจะติดตาม 151 ไม่ใช่ครับ เสนอมาแล้วแต่ผมขอว่าให้ใช้อำนาจตามข้อ 151 ในการเสนอและการวินิจฉัยเท่านั้นเองครับ ประธานครับ ก่อนที่เราจะกำลังกลับ ครับ พี่เห็นด้วยอย่างที่คุณฐากรได้พูดถึงว่าจะใช้ 41 ได้หรือไม่ หรือได้เพราะอะไร ไม่ได้เพราะอะไร หรือมีข้อเสนอแนะอย่างอื่น แต่สุดท้ายก็ต้องลงมติ ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แต่ตอนนี้เพื่อให้มีความชัดเจน เพราะคุณธกรได้เสนอตอนแรกกลับไปว่าควรจะให้มีการแสดงความคิดเห็นทั้งสองฝ่าย ก็เสนอความเห็นเฉพาะในประเด็นที่ว่า จะใช้ก็ 41 ได้เพราะอะไร และถ้าใช้ไม่ได้เพราะอะไร ควรจะใช้ข้อบังคับข้อใด นะครับ อันนี้ก็อยู่ในประเด็นมันจะได้ท่านประธานครับ เลิกงานครับ สวัสดีครับ ทักทายครับ ตังค์คนรักเกษตรยกมือก่อนครับผม อัครเดชวงษ์พิทักษ์โรจน์ครับ สส. ราชบุรีพรรครวมพลังสร้างชาติในฐานะสมาชิกรัฐสภาประธานครับผม เสนอนี่เป็นญัตติ เพื่อพิจารณาว่าญัตติครับ ของผู้ที่เสนอให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์มาเป็นนายกรัฐมนตรีนี่ มันเป็นปกติแล้วจะญัตตินี่ได้ส่งไปแล้วอันนี้นี่ผมเลยหารือท่านประธานว่าในเมื่อผมเสนอเป็นญัตติไปแล้วโดยปกติเมื่อเสนอมติไปแล้วแล้วท่านประธานก็วินิจฉัยแล้วว่าจะติดของผมนี่ครับ เป็นไปตามข้อบังคับ นะครัล ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วฉะนั้นก็อยากให้เข้าไปสู่ระเบียบวาระการญัตติของผม ด้วยการให้สมาชิกอภิปรายอภิปรายเสร็จลงมติกันโดยเสียงข้างมากนะครับ ว่าเห็นด้วยกับญัตติของผมหรือไม่อย่างไร ผมไม่ได้เสนอนะครับ ให้ใช้ 151 ในการพิจารณา คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านหนึ่งท่านก็ต้องเสนอเป็นญัตติขึ้นมาประชุมนี้พิจาณาว่าใช้ 151 ในการพิจารณา สิ่งที่เรากำลังพี่นายอยู่ผมยังไม่ได้ขาย 151 นะครับ ท่านประธานครับ วินิจฉัยด้วยนะครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ตรงแล้วครับ ข้อเสนอของท่านก็ตรง 41ตามข้อบังคับเกี่ยวกับอภิปรายแต่ก็ไม่เสนอแปลว่ากระทำไม่ได้ปิดก็บังคับ อยากจะขอให้ใช้151 เพื่อให้ได้ข้อยุติ แต่ไม่ได้แสดงเป็น แต่ผมในฐานะเป็นประธานข้อบังคับก็บอกว่าประธานการเสนอหรือหารือได้ อันนี้ก็จบไปแล้วผมหาดูแล้วแล้วก็ข้อบังคับก็บอกถ้าประธานหารือไม่ต้องมีผู้รับรองแต่เมื่อกี้ผมก็เลยขอผู้ออกแล้ว ตอนนี้นี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนที่ว่าอยากจะฟังความคิดเห็น อภิปรายว่า 41 จะใช้ได้หรือไม่ ตอนนี้ท่าน เสรี สุวรรานนท์ เสรีสวนชานนท์อภิปรายกลับจะกลับจะกลับกับเรื่องสถานที่โลกครับผม เสรีสุวรรณภานนท์สมาชิกรัฐสภาด้วยความเคารพผมผมก็คงไม่ขัดแย้งท่านประธานนะครับ เพียงแต่ว่าสิ่งที่ท่านประธานวินิจฉัยนี่มันอาจจะเป็นฝ่ายเดียว นะครับ หรืออาจจะเป็นประเด็นที่ท่านประธานอยากจะฟังสมาชิกนะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อความชัดเจนนะครับ ท่านประธานจะดำเนินการไปตามนั้นเนี่ยต้องมีความชัดเจนว่าไม่เกี่ยวกับญัตติเรื่องที่ผมเสนอว่าไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผลในทางรัฐธรรมนูญ นะครับ อันนี้ พอดีท่านประธานปรึกษากันเสร็จหรือยังครับ ผมก็... ขออภัยครับ อยากให้ท่านประธานมีความเห็นว่าจะต้องไปรับแขกสำคัญ ติดออกมาช ผมฟังตอนเที่ยงกลัวต่อกันไม่ติดนะไม่ใช่ ก็กราบเรียนนิดเดียวก็ต้องถามครับ คือ ไม่เกี่ยวกับหรือเรื่องที่ผมเสนอครับ ว่าผมไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผลในทางพระธรรมนูญนะครับผม ผมไม่ได้เถียงก็บังคับนะครับ ผมไม่เห็นด้วยในทางรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ถ้าจะลงมติอย่างไรก็ตามนะครับ ผมก็จะมีเหตุผลอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมติออกมาอย่างไรก็ตามไม่เกี่ยวกับยอดที่ผมเสนอเรื่องที่ผมเสนอ เพราะว่าผมเสนอในส่วนประเด็นสำคัญ คือ ที่ท่านเสนอมานะครับ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือขัดรัฐธรรมนูญนะครับ ขอบคุณมากครับ ขอความชัดเจนตรงนี้จากท่านประธานด้วยนะครับ ว่าไม่เกี่ยวกันนะครับ ท่านจะถามญัตติอะไรก็ตามนะไม่เกี่ยวกับผมนะครับ ขอบคุณครับ (คุณกิตติศักดิ์) ท่านประธานครับ กิตติศักดิ์ครับ กิตติศักดิ์ครับ ขอพูดสักนิดครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เชิญครับ ท่านกิตติศักดิ์ เชิญครับ (คุณกิตติศักดิ์) รัตนวราหะสมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภาก่อนที่จะดำเนินการต่อไปขอให้ท่านประธานพิจารณาสักนิดนะครับ ว่าขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีผลบังคับแล้ว สั่งให้คุณพิธายุติปฏิบัติหน้าที่ ด้วยมติ 7 ต่อ 2 (คุณวิโรจน์) ท่านประธานครับผม ขอญาติประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ ตามข้อบังคับข้อที่ 45 นะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เดี๋ยวก่อนครับ พูดเสร็จหรือยังครับ (คุณกิตติศักดิ์) เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติออกมาอย่างนี้การพิจารณาพิจารณาครับ ขอบคุณครับ (คุณวิโรจน์) ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับเมื่อมีบุคคลประท้วงครับ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะประธานต้องให้ผู้ประท้วงประท้วงก่อนครับ จะมีความเสียหายเกิดขึ้นครับ ถ้าปล่อยบุคคลคนนี้พูดในสภาครับ ท่านประธานครับ กิตติศักดิ์มีศิกดิ์และติดตามรัฐธรรมนูญมีสามารถที่จะอภิปรายได้ครับ อย่าใจร้อนนะขออนุญาตนะครับ ผมพึ่งนั่งนิดเดียวนะแล้วก็ ครับ ท่านคำพูดแน่ แล้วเขาก็พูดหน้าแล้วจะพูดกันกี่ครั้งเสียเงินผมว่าจะใช่ครับ ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับครับ ใช่ครับ แต่ตอนนี้เพิ่งเปลี่ยนเก้าอี้นะครับ อย่างนั้นผมขอประท้วงท่านประธาน อันเดียวนะครับ นั่งลงมาครับ แล้วท่านจะไปเสียค่าที่สักเดี๋ยวผมจะให้ชี้แจงครับ นะครั บ ท่านอย่าเอาชนะผมเลยนะครับผม ผมไม่ได้มีข้อครับ ด้วยความเคารพครับผม ก็โอเคนะครับ นะครับ ท่านประธานครับ (คุณรังสิมันต์) ด้วยความเคารพครับผม รังสิมันต์โรมครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลในฐานะสมาชิกรัฐสภาด้วยความเคารพท่านประธานครับ ด้วยข้อบังคับครับ ที่ท่านวิโรจน์จะต้องใช้แล้วครับ ท่านประธานยอมให้ท่านวิโรจน์ประท้วง มันก็เดินต่อครับ มิฉะนั้น เป็นกรรมการประธานข้อ 5 ไปต่อครับ ซึ่งเดี๋ยวมันจะไปไม่จบครับ ให้รับประทานครับ ครับ ขออนุญาตไปแล้วนะครับ นะครับ นะครับ (คุณวิโรจน์) ผมวิโรจน์ ลักคณอดิศรณ์ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับข้อที่ 45 ครับ อย่างนี้ครับ ผมว่าระเบียบราชการเนี่ยคงต้องรอหนังสือราชการมาอย่างเป็นทางการก่อนครับ ไม่ต้องแสดงอาการไกลเห*้ยนกระหือรือขนาดนั้น (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ใช้... (คุณวิโรจน์) ทำไมฮะอ ยากจะเข้าวัดที่พิจิตรมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ ท่านประธานครับ ไม่ต้องครับ จะเข้าวัดก็เข้าวัดไม่ได้ครับ ท่านหยุดแค่นั้นดีกว่าครับ อย่าทะเลาะกันเลยนะครับ ตกลงก็จะเริ่มดำเนินการให้ชื่อนี้จะขอให้ที่ประชุมนี้พิจารณาใช่ไหมครับ ผมขอเวลานิดหนึ่งนะครับ ผมกำลังขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่นะครับ ที่มอบให้ผมทำก่อนที่เจอท่านประธานรัฐสภา คือ ก็ยุ่งนิดหน่อยนะครับ เพราะผมเองก็ต้องไปรับซาอุดิอาระเบียมานะครับ ดังนั้น สิ่งที่พูดกันตอนเช้า ผมก็ไม่ทราบทั้งหมดนะครับ ตอนนี้จะให้ขอมติในเรื่องข้อบังคับตามข้อ 151 ใช่ไหมครับ (คุณสมชาย) ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอฟังท่านสมชาย แสวงการ ก่อนนะครับ สมชายแสวงการสมาชิกวุฒิสภาสมาชิกรัฐสภาและคณะผู้ได้เสนอต่อท่านประธานรัฐสภาว่าของท่านอัครเดชกับท่านเสรีสุวรรณภานนท์ที่คัดค้านตามข้อ 41ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาว่าญัตติที่เสนอชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกปีนั้นตกไปแล้ววันที่ 13 กรกฎาคมไม่สามารถพิจารณาได้อีก สามารถพิจารณาได้ในสมัยประชุมหน้านะครับ วันนี้ก็เป็นปกติที่เสนอปลัดต้นวันที่ 2 คุณหมอชลน่านไม่ได้เสนอญัตติตามข้อ 151วินิจฉัยผมก็ไม่ได้ติดใจต้องตีความข้อบังคับความเห็นต่าง ผมจะคัดค้านท่านประธานรัฐสภาสักครู่ไปแล้วนะครับ ท่านประธานจะใช้อำนาจวินิจฉัยก็ไม่เป็นไรครับ แต่ผมเห็นว่าต้องเรียงลำดับตามข้อญัตติที่คุณอัรเดชและคุณเสรีได้เสนอ ดังนั้น ท่านประธานจะให้ลงมติไม่ได้ครับ คงเป็นเรื่องของการในส่วนของการคัดค้านญัตติการเสนอชื่อคุณพิธา ไม่ได้เสนอตีความครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ คำถามผมก็จะมีเกี่ยวกับข้อ 151 ที่ท่านประธานรัฐสภาที่พูดไว้นะครับ ว่าท่านจะขอใช้บังคับข้อ 151 นะครับ ดังนั้นนี่ ผมถึงจะต้องถามเจ้าก่อนว่าที่ประชุมเห็นชอบให้พิจารณา 151 หรือไม่นะครับ ถ้าท่านเห็นว่าควรพิจารณาข้อใด 151 ก็จะมีคำถามที่ 2 ต่อไปว่า ท่านเห็นด้วยตามที่สมาชิกเสนอไม่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย (คุณรังสิมันต์) ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพอีกแล้วครับ ท่านประธานชมรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องเล่นกับท่านประธานครับ ว่าการวินิจฉัยของท่านประธานผมเข้าใจนะครับ เนื่องจากมันเป็นช่วงที่ท่านประธานกำลังเดินมา แต่ว่าทางท่านประธานรัฐสภา คือ ท่านวันนอร์นะครับ ได้วินิจฉัยไปแล้วครับ แล้วก็ได้ใช้นะครับ ในส่วนของ 100 ข้อ... ข้อ 151 นะครับ ระบุเอาไว้นะครับ ในวรรคที่ 2 ว่าการขอให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยตามวรรค 1 อาจกระทำได้โดยประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรัฐสภารับรอง ไม่น้อยกว่า 40 คน ซึ่งในกรณีนี้ เป็นกรณีที่ท่านประธานขอปรึกษา จบแล้วครับ ท่านประธานครับ ในส่วนนี้ ตอนนี้เรากำลังเดินเข้าสู่กระบวนการตามข้อ 151 แล้ว แล้วก็เมื่อกี้นะครับ ทางท่านประธานนะครับ ก็ได้ตั้งคำถามเสร็จสิ้นไปแล้วครับ ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องกลับมาพิจารณาในประเด็นที่พิจารณาไปแล้ว ขอให้ท่านประธานช่วยควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับด้วยครับ ขอบคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งนะครับ ปรับปรุงแล้วนะครับ คือ ข้อบังคับข้อ 151 นะครับ เป็นญัตติที่เข้ามา กับญัตติที่เสนอใช่ไหมครับ ในวันนี้ ตามญัตติที่เสนอวันนี้ ก็คือญัตติที่ดำเนินการตามข้อ 41 ตามข้อบังคับนะครับ ดังนั้นนี่ ผมก็จะถาม เนื่องจากมันมี 2 ญัตติ ขอโทษส่งผิดปกติเห็นด้วยกับข้อ 151 หรือไม่แล้วครับ เห็นด้วยกับข้อ 151 นี้ก็เป็นอันว่าต้องปฏิบัติตามข้อ 151 หรือญัตติที่เสนอมาแต่ต้นข้อ 41 ที่มีท่านพิธา (คุณวิโรจน์) ท่านประธานที่เคารพครับ วิโรจน์ลักขณา อดิศร ของประธานตามข้อบังคับข้อที่ 5 ครับ ประธาน ท่านอาจารย์... น่ะครับ ท่านได้วินิจฉัยไปเรียบร้อยแล้วครับ 151 แล้วก็มีผู้รับรองเรียบร้อยแล้วครับ ตามนั้นเนี่ยกระบวนการต่อไปก็คือการลงมตินะครับ ตามข้อบังคับตามข้อ 151 ครับ นะครับ ก็ต้องลงมตินะครับ แล้วก็เสียงก็คือน่าจะซัก 375 ครับ นะครับ ท่านประธานดำเนินการประชุมต่อเลยครับ มาแล้วก็กำลังจะขัดแย้งกับเขาไม่ให้ของท่านประธานโทรไปแล้วนะครับ กำลังครับ สรุปแล้วใช่ไหมครับ ว่าถ้าเห็นด้วยกับข้อ 151 ผลของเขา คือ ช่องทางครับ ขออนุญาตประชุมครับ ท่านชลน่านที่จะบอกอีกทีดีกว่าครับ ท่านประธานที่เคารพเพื่อไทยจังหวัดน่านสมาชิกรัฐสภาด้วยความเคารพท่านประธานครับ มันอาจจะมีความสับสนนิดนึงผมขออนุญาตครับ ทานประธานครับ ข้อ 151 ไม่ใช่ญัตติครับ เป็นข้อเสนอว่าเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติให้ข้อเสนอของเพื่อนสมาชิก บอกว่าญัตติที่เสนอโดย ดร. สุทิน คลังแสง เป็นญัตติที่ตกไปแล้วเ สนอไม่ได้ ก็เลยให้สภาวินิจฉัยว่ามันตกไปแล้วหรือไม่ โดยผู้เสนอยืนยันว่ามันตกไปแล้ว การที่จะเสนออย่างนี้นี่ ก็คือเสนอไปตามข้อ 41 ใช่ไหมครับ เราอยากเลี่ยงไปอื่น ๆ นะครับ เราต้องเอาข้อบังคับเป็นตัวตั้ง ท่านต้องบอกว่า ท่านเองอย่าใช้ข้อบังคับข้อ 41 ในการพิจารณา ในการเลือกนายกรัฐมนตรี เอาตรงนี้ก่อนนะครับ ท่านประธาน ท่านเสนออย่างนั้น หมายความว่าท่านเองและใช้ข้อ 41 ในการพิจารณาการเลือกนายกท่านใดตีความว่ามันตกแล้วเสนอซ้ำไม่ได้ อีกซีกหนึ่งนี่ เขาก็เห็นว่าเขาไม่ได้ใช้ข้อ 11เขาใช้ข้อ 136 เขาก็ยืนยันว่ามันยังไม่ตก เมื่อมีความเห็นต่างในการตีความข้อบังคับอย่างนี้นะครับ ผมเองก็บอกว่าถ้าคุณจะเสนอญัตติว่าให้รัฐสภาวินิจฉัยว่าตกไม่ตกนี่ มันอาศัยฐานอำนาจจากข้อบังคับใดมารองรับ ดูแล้วมันไม่มีครับ ท่านประธานครับ จะเสนอตาม 31 ก็ไม่ได้เสนอตาม 32 ก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้เขียนให้ถ้าจะให้สภาวินิจฉัยนี่แหละครับ มันมีข้อดีก็คือ 151 ผมก็เลยเสนอว่าให้ใช้ข้อ 151 เป็นกระบวนการ เป็นพิธีการครับ ไม่ใช่ญัตตินะครับ เป็นวิธีการเสนอตาม 151หน้าตาหนึ่งเสนอการใช้ข้อบังคับข้อ 41 ข้อบังคับหรือไม่ ตกหรือไม่ตกนั่นแหละครับ ความหมาย เมื่อให้เหตุผลกันแล้วในการอภิปราย 2ฝันดีครับ ท่านสนับสนุนคัดค้านนี่ พอถึงเวลาลงมติก็ต้องอาศัยข้อบังคับข้อ 151 นี่แหละมาลงมติ ซึ่งต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ถึงจะเป็นการวินิจฉัยข้อบังคับ ข้อ 41 โดยสรุปครับ คือ วินิจฉัยข้อบังคับข้อ 41 นะครับ ท่านประธานอย่าไปแยกว่าเห็นชอบกับเสนอ151 ไม่เห็นชอบกับไม่ใช่ครับ แต่รถจะติดอย่างนั้นไม่ถูกครับ ท่านอาจารย์ครับ ด้วยความเคารพ ขั้นตอนนี้นะท่านประธานมีหน้าที่ให้สมาชิกได้อธิบายสนับสนุนคัดค้าน ตามที่ท่านสมาชิกเสนอ 2 ฝั่งนี้หรือไม่เท่านั้นเองครับ หลังจากนั้นเราก็มาพิจารณาลงมติ การลงมติก็เปลี่ยนไปตาม 151 ครับ นี่คือขั้นตอนครับ ขอบพระคุณครับ ท่านครับ อาจารย์ครับ ขออนุญาตครับ อาจารย์ก่อนครับ เผอิญผมไม่เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ครับ อาจารย์ครับ ขออนุญาตครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร พลังประชารัฐ ขอบพระคุณความห่วงใยของเพื่อนสมาชิกขอแนะนำท่านด้วยความเคารพนะครับ ท่านคุณหมอชลน่านศรีแก้วพี่เมื่อสักครู่นี้ท่านกรุณาพยายามหาทางออกไม่กลับที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ อย่างไรก็ดีครับผม มีเรื่องที่จะเห็นต่างการพูดเสนอเมื่อสักครู่นี้ เพราะว่าทางฝั่งเพื่อนสมาชิกของผมอีกฟากหนึ่ง คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เสนอการพิจารณาวันนี้ อ้างอิงข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 เมื่อสักครู่นี้ คุณชลน่าน ศรีแก้ว ได้บอกคำว่าเพื่อนสมาชิกอีกฝั่งหนึ่ง ที่เห็นตรงข้ามกับคุณอัครเดชนี่ ให้เสนอ ให้ใช้ข้อบังคับข้อที่ 136 ซึ่ง 2 ฝ่ายคิดไม่เหมือนกัน ผมนำเรียนท่านประธาน และที่ประชุมนะครับ ว่าเราต้องพูดความจริงกัน เพราะว่าการใช้ 151 มันมีความได้เปรียบเสียเปรียบกัน เพราะถ้าผมไม่พูดอย่างนี้นี่ น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้าน ก็คงจะสอบถามทำไมถึงไม่เดินหน้าสักที ทำไมถึงไม่โหวต 1... ไม่ใช้ 151 เพื่อตัดสิน ผมเรียนว่าถ้าใช้ 151 เสียงส่วนใหญ่ ก็คือ 376 แต่ถ้าใช้ 41 ก็จะใช้เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมมันคือความแตกต่างกันตรงนี้ ดังนั้นเองครับ ถ้าผมจะบอกบ้างว่าฝ่ายเห็นด้วยกับการเสนอ บุคคลที่จะถูกคัดสรรเป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้ข้อบังคับข้อที่ 136 ท่านก็เป็นผู้เสนอขึ้นมา แล้วก็เอา 151 นี่มาเป็นตัวตัดสินหรือไม่ ผมจึงขออนุญาตนำเสนอท่านประธานครับผม เห็นด้วยครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) มีท่านจิติพจน์ วิริ มีต้นติวิริยะโรจน์ กับท่านประวิทย์วชิรสินเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหมครับ เก็บเกี่ยวครับ ท่านประธานครับ (คุณจิตติพจน์) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมนายกิตติพจน์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยจังหวัดศรีสะเกษครับ ผมต้องขออนุญาต ให้ข้อมูลกับท่านประธานครับ ก่อนที่ท่านประธานวันนอร์ จะลงจากสภา... จากบัลลังก์นะครับ ท่านอยู่ระหว่างการปรึกษาสภาแห่งนี้ครับ ว่ากระบวนการยื่นเสนอชื่อท่านพิธา ให้เป็นนายกมนตรีนี่ การให้ความผิดชอบนี่นะครับ มีปัญหาเรื่องการขัดข้อบังคับหรือไม่นะครับ ซึ่งท่านประธานก็ได้ใช้อำนาจตามข้อบังคับที่ 151 โดยขอปรึกษาครับ ท่านขอปรึกษาสภาแห่งนี้นะครับ ว่าขอให้ให้ข้อคิดเห็นนะครับ ว่าตามข้อบังคับการประชุมนี่ สามารถเสนอท่านพิธาซ้ำได้หรือไม่ โดยการขอปรึกษาตามบังคับที่ 151 ซึ่งท่านประธานได้ทำเพิ่มปกตินะครับ โดยการขอปรึกษา และก็ขอผู้รับรองด้วยนะครับ ซึ่งจริง ๆ ท่านไม่จำเป็นของผู้รับรองเลย ดังนั้น กระบวนการพิจารณาในขณะนี้ จึงอยู่ในกระบวนการขอปรึกษา ที่ท่านประธานวันนอร์ดำเนินการอยู่ ซึ่งการขอปรึกษานั้นสามารถดำเนินการได้ ตามข้อบังคับการประชุมที่ 22 ข้อ 22 นะครับ ว่าประธานมีอำนาจหน้าที่ ที่จะขอปรึกษาเรื่องใด ๆ ก็ได้ และท่านกำลังปรึกษาครับ ตามมาตรา 151 อยู่นะครับ แล้วก็เป็นอำนาจตามข้อบังคับข้อ 5 ด้วยนะครับ ของท่านประธาน ที่มีอำนาจที่จะการกำหนดวาระการประชุมนะครับ ดังนั้น ขณะนี้นะครับ จึงเป็นอยู่ในช่วงของการพิจารณา ที่ท่านประธานวันนอร์ปรึกษา ตามมาตราตามข้อ 151 อยู่ครับ ขอบคุณครับ ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ วัชระ 10 ครับ ประธานวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภาครับผม ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลสถานะสมาชิกพัชราภาก็ผมมี 3 ประเด็นครับ ท่านประธานด้วยความจริงถ้าจบแล้วท่านประธานวินิจฉัยก็เดินหน้าต่อได้เลยโดยที่ผมไม่ต้องใช้เวลาเพิ่มเติมนะครับ ประเด็นที่ 1 นะครับ คิดว่ามันเลยเวลาที่เราจะมาเถียงกันแล้วในประเด็นนี้นะครับ เพราะว่าก่อนที่ท่านประธานวุฒิสภา เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภาท่านประธานวันนอร์นะครับ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาวิชัยไปเรียบร้อยแล้วไม่ต้องเชื่อคำพูดผมก็ได้นะครับ สามารถเอาเทปนะครับ หรือว่าคลิป YouTube นั้น สามารถลองย้อนกลับไปดูก็ได้นะครับ ก็จะเห็นชัดว่าประธานสภา ณ เวลานั้น ขออภัยครับ ท่านประธานรัฐสภา ณ เวลานั้นได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ได้เสนอให้มีการนะครับ การตีความข้อบังคับตามข้อ 151 วรรค 2 แล้วก็เสนอไปแล้ว ความจริงเขาบอกว่า152 ก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องมีผู้รับรองด้วยนะครับ นอกนั้นเป็นต่อเพื่อเป็นการเสนอโดยสมาชิกสภาเมื่อท่านประธานสภาได้เสนอไปแล้ว นะครับ ก็ถือว่า วินิจฉัยไปแล้วครับผม ก็ได้ลุกขึ้นมาถามตอนนั้นเหมือนกันนะครับ ว่าขอคำถามชัด ๆ นะครับ ท่านประธานสถานการณ์มันก็ให้คำตอบกลับมานะครับ ว่าคำถามนั้นเป็นคำถามในลักษณะที่ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับข้อทักท้วงของ ของสมาชิกสภา เช่น คุณอัครเดช เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นเขาอยากให้พ่อทานอยู่ที่ไหนกันครับ เพราะว่าถ้าเกิดว่าวินิจฉัยว่าทางท่านประธานสภาฯ วินิจฉัยไปแล้วนี่ มันก็จะเดินหน้าต่อได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีเพิ่มเติมแต่ว่าถ้าท่านประธานสภาจะมีข้อกังวลใจ ความไม่แน่ใจอย่างไร ก็เดี๋ยวจะอธิบายเพิ่มเติมให้ท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านมหรรณพครับ เชิญครับ (คุณมหรรณพ) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม มหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตั้งแต่เช้าถึงบัดนี้เรายังไม่ได้ข้อยุติใด ๆ ทั้ง ๆ ที่ท่านผู้ชมและผู้ฟังทางบ้านกำลังติดตามผลของการพิจารณาของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสรุปสั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลาของสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ดังนี้ครับ เมื่อเปิดประชุม เมื่อเช้านี้มีท่านผู้ทรงเกียรติจากพรรคพลังประชารัฐ ได้กรุณาเสนอความเห็นคัดค้าน การเสนอญัตติ เลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีบุคคลชื่อเดิมที่ได้โหวตไปแล้ว คราวที่แล้ว แล้วตกไปแล้ว ซึ่งข้อบังคับข้อ 41 เขียนไว้ชัดเจนว่า ญัตติใดที่ไม่ตกไปแล้วนั้น ไม่สามารถจะนำกลับมาเสนอสภาได้ในสมัยประชุมเดียวกัน มันไม่ได้ข้อสงสัยอะไรในการต้องตีความ ต่อมาก็มีเพื่อนสมาชิกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็พยายามคัดค้าน ว่าไม่สามารถจะใช้ข้อบังคับข้อ 41 มาพิจารณาได้ทั้ง ๆ ที่การโหวตคราวที่แล้วนั้นโดยใช้ข้อบังคับข้อที่ 36 แล้วก็ใช้ ไปตามที่ว่าถือว่าญัตตินั้นเป็นญัตติเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านมหรรณพ เดี๋ยวก่อนนะครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านมหรรณพครับ (คุณประเสริฐพงษ์) กราบเรียนท่านประธานสปาครับ ประเสริฐพงษ์ศรนุวัตร์ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอประท้วงผู้อภิปราย ซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภา ตามข้อ 45 ท่านพูดซ้ำซาก วนเวียนครับ ซึ่งเรื่องนี้มันจบไปแล้วและไม่ควรใช้เวลาสภาแห่งนี้ให้สิ้นเปลือง เพราะว่าท่านอาจจะเพิ่งเข้ามา ท่านประธานเพื่อจะเข้ามาอาจจะไม่ต่อเนื่อง แต่ผมมายืนยันว่าอภิปราย เป็นผู้อธิบายวนเวียนซ้ำซาก ผิดข้อบังคับ ซึ่งประธานได้วินิจฉัยไปแล้วด้วยครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ มีท่านสมชาย แสวงการ พระปิดตาสมชายแสวงการ (คุณมหรรณพ) ท่านประธานครับ ผมยังอภิปรายไม่เสร็จนะ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) อ๋อเข้าใจแล้วของต้นไม้คืออย่างนี้ครับ ผมจำเป็นต้องชี้แจงผมไม่ได้ใช้เวลาแล้วก็ไม่ได้วนเวียนซ้ำซากท่านประธานวรรณาทางกรุณาชื่นชมว่าผมเนี่ยใช้เวลากระชับมากเพลงน้าผมไม่ได้ไปขอให้ท่านพูด ท่านประธานครับผม (คุณมหรรณพ) สรุปครับ ว่าให้ท่านประธานวันนอร์นั้น มีความเห็นว่าสถานที่ประชุมแห่งนี้ว่า จะใช้การตีความตามข้อบังคับข้อ 151 หรือไม่ ผมคิดว่านั่นเป็นข้อยุติ แล้วพร้อมที่จะลงมติ แต่ให้ชัดเจนนะครับ ว่าถ้าไม่มีกะถ้าหากว่าเสียงที่เห็นชอบด้วยต่อการที่จะใช้ ข้อบังคับข้อ 151 ในการตีความ มีไม่ถึง 375 ขึ้นไป หรือว่าต้องพิจารณาตามญัตติของท่านผู้ทรงเกียรติจากพรรคพลังประชารัฐครับ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ผมเข้าใจแล้ว สรุปง่าย ๆ ว่าท่านมมหรรณพก็บอกว่าต้องพิจารณาก่อนว่าจะใช้บังคับข้อบังคับข้อและ 51 หรือไม่ถึงจะต้องถามว่า มีท่านสมชายก่อนแล้วเดี๋ยวท่านอยากจะได้ครับ เชิญครับ เดี๋ยวผมตอบ ท่านสมชายก็ได้ครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เอาสั้น ๆ สรุป ครับ ต้องขอเอกสารกับสมชายแสวงการรัฐสภาครับ ก็อยากให้การประชุมเดือนหน้าไปได้นะครับ รอสักครู่ก็ได้เรียนท่านประธานและว่าผู้เสนอคือคัดค้านญัตติตามข้อ 41 แล้วก็ท่านประธานวินิจฉัยว่าต้องใช้ 151 มีคำถามที่ผมอยากฟังท่านประธานครับ ว่าจะใช้ได้หรือไม่ อันนี้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานก็อ่าน แล้วก็สมาชิกลงมติได้เลยครับ จะได้เดินหน้าต่อครับ ขอบคุณครับ (คุณธีรัจชัย) มือท่านธวัชชัยก่อนใช่ไหมครับ (คุณธีรัจชัย) ผมที่รักครับ ที่รักครับ มาทานที่เคารพครับผม ธีรชัยพันธุมาศสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครเขตหนองจอกมีนบุรี ลาดกระบัง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานทีเคารพครับ เกี่ยวกับเรื่องที่เรากำลังศึกษาหารือในที่ประชุมรัฐบาลแห่งนี้ ก็สืบเนื่องว่า ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง ได้เสนอว่าการเสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นะครับ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามระเบียบวาระวันนี้ซึ่งเป็นการสรรหานายกรัฐมนตรี ธนูนี่เป็นญัตติเคยตกไปแล้วเสนอใหม่ไม่ได้นี่คือเป็นข้อกล่าวอ้างของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอขึ้นมาประเด็นขึ้นมาในการหารือในวันนี้ และมีสมาชิกจาก 8 รูปพรรคร่วมรัฐบาลนะครับ ก็ได้มีการโต้แย้งว่านะครับ การเสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกมนตรีนี่ มันไม่ใช่เป็นญัตติ แต่เป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการกล่าวอ้าง และมีการปฏิเสธ ภาระการพิสูจน์หลัก ต้องอยู่กับในส่วนของผู้เสนอตอนแรก เอาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งผู้ใดกล่าวอ้างผู้นั้นภาระพิสูจน์ตกและผู้กล่าวอ้างครับ ดังนั้น เมื่อเวลาต่อมาทางท่านประธานรัฐสภานะครับ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านสรุปไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาว่ามันเป็นญัตติที่เคยมีการโหวตเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในปกติหรือไม่ และมาเสนอวันนี้มันตกหรือไม่ อีกฝ่ายว่าไม่ใช่ญัตติ ดังนั้น เรื่องนี้เป็นการตีความท่านประธานรัฐสภาได้ระบุไว้ชัดแล้วบอกว่าขอเสียงรับรองเป็นข้อความเห็นของท่านประธานที่จะขอปรึกษากับที่ประชุมแห่งนี้ และมีการให้มีการรับรองเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ประเด็นนี่ ก็ต้องถือว่า ประเด็นว่าเรื่องนี้เป็นญัตติที่ตกไปหรือไม่ ภาระพิสูจน์ตกแก่ฝ่ายผู้เสนอครับ ถ้าไม่ถึง 376 ก็ถือว่าญัตติที่ตกไป ก็ต้องโหวตไป คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าจะให้เป็นหนังสือหรือไม่ครับ นี่คือความชัดเจนและเลยมาแล้วไม่ต้องพูดถึงเรื่องโหวต 151 หรือตามมาตราอื่นครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ไม่เกี่ยวกับ 151 แล้วเหรอครับ (คุณรังสิมันต์) เรียนท่านประธานชมรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลนะครับ สมาชิกรัฐสภาและประธานครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ นะคือเรื่องนี้เราไม่ควรจะมาเสียเวลากันแบบนี้อีกแล้วครับ ท่านประธาน จริง ๆ ต้องรบกวนทางฝ่ายด้านล่างน่ะครับ ช่วยเปิดวีดีโอที่ท่านประธานรัฐสภา ท่านวัน.. ท่านวันนอร์ ได้วินิจฉัยได้พิจารณาและขอปรึกษาตาม 151 ขอท่านประธานรัฐสภาขอปรึกษาตาม 151 นะครับ ประตูมันเปิดแล้วครับ หรือถ้าเกิดว่า Video มันนานไป รบกวนคลื่นโทรศัพท์โทรคุยกับท่านประธานน่ะครับ เราจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาถกเถียงกันแบบนี้ครับ แล้วมันจะได้เดินหน้ากันต่อไป ว่าจะเอากันอย่างไร เท่านั้นเองครับท่านประธาน คือ เถียงกันอย่างนี้ผมก็ไปอีก 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมงนะครับ ถ้าท่านประธานนะครับ ช่วยกรุณาดูวิดีโอหรือโทรโทรศัพท์คุยกันถ้าเราอยู่ในโลกที่โทรศัพท์คุยกันได้แล้วเนี่ยรบกวนท่านประธานไม่จบครับ ขอบคุณครับ นะครับ ขอ 2 ขั้นตอนก็แล้วกันนะครับ ขั้นตอนแรกนี่ เดี๋ยวผมจะถามว่าจะนำ 151 นะครับ เห็นด้วยว่าจะนำมาตราก็ขอโทษข้อบังคับข้อ151หรือไม่มี ถ้ามีคนเห็นด้วยนะครับ ก็จะถามต่อไปว่าที่ประชุมลงมติก็จะท่านประธานที่เคารพครับผม ขออนุญาตเป็นการช่วยเหลือท่านประธานจริง ๆ ครับ ด้วยความบริสุทธิ์ใจหรือครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ผมเข้าใจแล้วที่เข้าใจผมถามคำถามเดียว (คุณวิโรจน์) ตอนนี้ขั้นตอนมันน่าอยู่ในขั้นอภิปรายเห็นด้วยแล้วก็คัดค้านและกลับบ้านเป็นญัตติหรือไม่นะครับ ก็เท่ากับกี่ข้อ 41 ครับ ไม่ใช่ญัตติก็เดินตามข้อบังคับ 136 ครับ ท่านอาจารย์วันนอร์นี่่ได้ใช้ข้อบังคับตามเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้คืออภิปรายนะครับ ทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้านครับ จากนั้นตามข้อบังคับ151 เท่านั้นเองครับ ไม่ใช่มาหวกมาโวหตอะไรอีกแล้วครับ ท่ (คุณฐากร) านประธานครับ ความเคารพครับ วันจันทร์ครับ ไหนครับ กำลังกลับขออนุญาตครับ กำลังครับผม ขอโทษครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคเพื่อไทยสร้างชาติครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ทางนี้ครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานครับ คือ เราก็เสียเวลาในการที่นาตรงนี้มาพอสมควรนะ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็คงคิดเหมือนกันนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ในเมื่อท่านประธานวันนอร์นะครับ ท่านใดเสนอในการใช้ 151 นะครับ แต่ว่าผมเองนี่ เมื่อสักครู่นี้นี่ได้ลุกขึ้นมานะครับ ยืนยันว่าท่านอาจารย์วันนอร์นีอังกอร์วินิจฉัยข้อเสนอของผมเนี่ยในการเสนอญัตติข้อที่ 32 นะครับ วงเล็บ 1 ไปแล้วแล้วท่านก็ได้วินิจฉัยว่าไปตามข้อบังคับครับ ว่าจับพี่นาว่าของการเสนอคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นี่ เสนอได้หรือไม่อย่างไรหรือไม่ ครับผม ก็เลยขออนุญาตนี่ ได้วินิจฉัยตรงนี้แล้วก็ให้ที่ประชุมได้ลงมติก่อนนะครับ ว่าสรุปแล้วเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเราโดยใช้เสียงข้างหน้าครับ หลังจากนั้นได้หรือไม่นี่ จึงไปสู่กระบวนการในการใช้ข้อบังคับข้อที่ 151 ในการที่จะเสนออีกทีหนึ่งนะครับ ว่าเสนอรอบ 2 ได้หรือเปล่าครับ (คุณฐากร) ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ ครับผม ฐากรตัณฑสิทธิ์นะครับ สมัครบัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้นะครับ ที่ท่านประธานวันนอร์สรุปนี่ ก็คือท่านใช้สิทธิ ตามข้อ 151 ก็มาตรา 151 นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ ขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนของการที่จะฟังสมาชิกรัฐสภาอภิปรายสนับสนุนว่าพ่อเสนอมาดังกล่าวนี่ เป็นญัตติหรือไม่เป็นญัตติ เพื่อประกอบการตัดสินใจของสมาชิกรัฐสภาในการที่จะลงมติ ตามข้อ 151 ครับ ผมคิดว่ากระบวนการนี้มันน่าจะเริ่มต้นในการรับฟังได้แล้ว เพราะว่าทุกคนอยากจะรับฟังแล้วก็อยากจะใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ว่าเราจะเห็นด้วยกับฝ่ายใด ในการที่จะพิจารณาตรงนี้ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ เดินหน้าในการประชุมได้แล้วครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ถ้าเดินหน้า ก็หมายความว่า อภิปรายกันต่อสหกรณ์กาฬสินธุ์151สถานที่เคารพครับ สมชายแสวงการตรงไหนครับ รบกวนท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานเพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระการประชุม ท่านประธาน มีหน้าที่ควบคุมตามข้อ 5 (3) ดังนี้ครับ ขออนุญาตนะครับ ท่านประธานเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาให้สะพานเดินหน้าไปได้ 1. คือ ท่านอัตรเดชได้เสนอญัตติ กับท่านเสรีเสนอญัตติคัดค้านตามข้อ 41ญัตติที่เสนอคุณพิธาไหนว่าปีนั้นดำเนินการไม่ได้เพราะเป็นญัตติซ้ำ อาจารย์วันนอร์ก็เห็นว่าถ้าจะมาพิจารณา ตาม 151 วินิจฉัยเนี่ย โดยคุณหมอชลนาถขออภัยด้วยน้ำก็ไม่ได้เสนอญัตติเรียงตามลำดับต้องเรียงตามที่ท่านอรรคเดชเสนอ ในการลงมติ อันนี้ประการที่ 1 นะครับ มาหารือท่านประธานในที่ประชุมไปแล้วว่าจะขึ้นไปหรือไม่ทันก็ใช้เวลากันมา 2-3 ชั่วโมงนี่ ก็ไม่อภิปราย อาจารย์ครับ ท่านประธานจะถามมติเลยผมก็ยินดีนะครับ ขออนุญาตท่านประธานดำเนินการตามมติเลยครับ ขอผู้รับรองครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านสุรพันธ์ครับ ท่านประธานที่เคารพจุลพันธ์อมรวิวัฒน์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่เพื่อไทยสมาชิกรัฐสภาตอนนี้สับสนไปหมดแล้วกระบวนการประชุมในสภาเนี่ยเหมือนไม่มีไข้ไม่มีตอน ผมต้องเรียนท่านประธานครับ ต้องตั้งสติเพราะท่านประธานเข้ามารับไม้ต่อที่ผมเข้าใจครับ แต่ตอนนี้กระบวนการของพวกเราเดินหน้าไปถึงการที่เรากำลังจะต้องพิจารณาข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 151 การตีความข้อบังคับ ซึ่งท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นผู้เสนอต่อที่ประชุม ทุกคนรับทราบแล้ว เรากำลังจะตีความข้อบังคับข้อที่ 41 ซึ่งเราถกเถียงกันมาตั้งแต่เช้า ว่าสรุปว่าไอ้การเสนอชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขอประทานโทษ การเสนอชื่อของท่านพิธานี่ เป็นญัตติที่ซ้ำซ้อนหรือไม่นะครับ ประเด็นมันมีแค่นั้น สิ่งที่ท่านอัครเดชก็ตาม ท่านเสรีเสนอก็ตาม เป็นการเสนอบอกว่ามันขัดต่อข้อ 41 มันไม่มีการเสนอแนะ ญัตติ ตามข้อ 41 นะครับ ข้อ 41 มันเสนอเป็นญัตติไม่ได้ เพราะฉะนั้น กระบวนการเรา เรามีปัญหาเรื่องข้อบังคับ ท่านวันนอร์ก็เสนอว่าเราตีความตาม 151 ถ้าใครเห็นชอบว่าสิ่งที่เสนอมาเป็นญัตติ แล้วมันซ้อนญัตติ มันเสนอไม่ได้ ต้องตก ก็เห็นชอบ ใครเห็นว่าเสนอได้ ซ้ำได้ เพราะว่ามันไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญใหญ่กว่าข้อบังคับก็กดไม่เห็นชอบลงมติมาถ้าแตะ 375ญัตติของท่านสุทินคลังแสงเป็นอันตกไป ถ้าลงมติไม่ถึง 375 สิ่งที่ท่านอัครเดชเสนอ หรือท่านเสรีเสนอก็ตาม ก็เป็นอันตกไป มันก็เดินหน้าลงมติต่อ ก็แค่นั้นเองครับ ตอนนี้ลงมติตาม 151 ได้เลยครับ เพราะว่าคำถามมีแล้ว ท่านประธานวันนอร์จบเรื่องคำถามไปเรียบร้อย กระบวนการสภากำลังจะเดินหน้าอย่าวนอยู่ในอ่างท่านประธานครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม อัครเดชว งษ์พิทักษ์โรจน์ครับผม อยากฟังที่เกี่ยวกับพูดไปนะครับ ขออนุญาตสักนิดนึงนะครับ ผมได้รับจากเจ้าหน้าที่ว่าท่านได้เสนอ ข้อ 151 จริงนะครับ แต่ถ้าจะให้อภิปราย ดังนั้น ต้องให้ท่านอภิปรายแล้วนะครับ เดี๋ยวไม่ทันครับ (คุณอัครเดช) ครับผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ประธานครับผม อัครเดชวงษ์พิทักษ์โรจน์ครับ สสพรรครวมไทยสร้างชาติในฐานะสมาชิกรัฐสภาท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้นี่ ท่านเพื่อนสมาชิกจากพรรคพลังประชารัฐนะครับ ก็ได้อธิบายไปแล้วว่าข้อได้เปรียบเสียเปรียบในการใช้ข้อบังคับข้อที่ 41 กับข้อ 151 มันต่างกัน 5 ข้อ 11 ใช้เสียงข้างมากครับ ที่ผมเสนอไป แต่ข้อที่ 151 ใช้เสียงกึ่งหนึ่ง นะครับ ของรัฐสภาแห่งนี้ มันมีการได้เปรียบ เสียเปรียบ ผมก็ยืนยันว่าจะติดของผมนี่ ท่านประธานวันนอร์นี่ วินิจฉัยแล้ว ว่าเป็นไปตามข้อบังคับของสภาของรัฐสภาอย่างนี้นะครับ ก็คือวินิจฉัยว่าญัตติที่ผมเสนอนี่นะครั บเป็นญัติในทำนองเดียวกันตามข้อที่ 3 133 ถึงแม้นะครับ ญัตติที่กำลังปรึกษาหารือกันอยู่นี้พี่นาอยู่เนี่ยห้ามเสนอญัตติอื่นแต่มีข้อบังคับยกเว้นครับ ท่านประธานครับ ว่าเรื่องในทำนองเดียวกัน เกี่ยวเนื่องกันนี่ ท่านประธานสามารถใช้ดุลย์พินิจรายการยกมาเป็นญัตติในการพิจารณาร่วมกันได้ซึ่งท่านประธานออก็วินิจฉัยแล้วว่าเป็นญัตติหมวกกันน็อคมาให้พี่นาครับ ฉะนั้นผมยืนยันครับ ท่านประธานมากให้นะครับ ลงมติตามข้อเสนอของผม ที่ได้เสนอตามข้อบังคับข้อที่ 32 (1) คือ ให้ปรึกษาหารือ ทีนี้เสร็จปุ๊บ ฟังอภิปรายไปมาไปมาท่านก็เสนอ 151 ขึ้นมาครับ แล้วท่านก็ออกไป ผมก็จะลุกขึ้นมานะครับ แย้งกับท่านว่า ท่านวินิจฉัยแล้วว่าเอาของผมนะครับ ตามข้อ 41 ก่อนแต่ท่านออกไปก่อนแล้วท่านประธานขึ้นมาต่อมันก็เลยขาดความต่อเนื่องแค่นั้นผมก็ยังยืนยันว่าท่านประธานมากขอให้พี่นาของผมก่อนว่าเป็นญัตตินะครับ ที่จะต้องลงมติก่อน แล้วหลังจากนั้นผมก็เลยเสนอเมื่อสักครู่นี้ครับ ว่าเราค่อยไปเป็นข้อบังคับข้อที่ 151 ท่านที่เสนอมาจะลงมติว่า 151 จะจะโหวตอย่างไร ท่านก็ถือเป็นมติมาในที่ประชุมเอาให้ที่ประชุมลงมติทีนึงนะครับ ขออนุญาตเสนอราคานี้ครับ ให้ท่านประธานและวินิจฉัยครับ ขอบพระคุณครับ (คุณเสรี) ท่านประธานครับ ผม เสรีครับ อยู่ด้านในครับ ครับ ครับ ครับผม เสรีสมาชิกสภาที่ผมต้องลุกขึ้นมาพูดก็เพราะว่าพอดีขออนุญาตเอ่ยนามท่านสุรพันธ์อภิปรายแล้วก็ไปสรุปพาดพิงถึงยอดที่ผมเสนอเรื่องที่ผมเสนอโดยสรุปท่านสรุปไปว่าถ้าหากว่าจะใช้ การพิจารณามาตรา 151 แล้ว ผลเป็นอย่างไรนี่ ถ้าหากว่าเห็นด้วยจะให้ใช้ 151 ทำให้ญัตติที่ผมเสนอนั้นตกไปด้วยนะครับผม ต้องกราบเรียนว่า สิ่งที่ท่านจะมีข้อวินิจฉัยในเรื่องข้อบังคับอะไรของท่านนี่นะครับ ก็ไม่รวมกับญัตติที่ผมเสนอ เพราะญัตติที่ผมเสนอนั้นผมพูดพยายามพูดให้ประธานเข้าใจขับหลายครั้งแล้วให้สมาชิกเข้าใจว่าของผมนั้นเป็นเรื่องที่ท่านเสนอรายชื่อคุณพิิธามาในรอบ 2 นี้ ขัดกับรัฐธรรมนูญ กลับไปนั้นท่านวินิจฉัยอย่างไรนะครับ ติดตามผลจะเป็นอย่างไรในส่วนข้อบังคับในการลงมติกันไป นะครับ อย่าเหมาเอาผมไปรวมให้ตกไปด้วยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ คือผมเข้าใจแล้วนะครับ คือมีความขัดแย้งกันระหว่างข้อ41กับข้อ151 นะครับ ดังนั้นนี่ ก็ ถ้า ก็ไม่รู้จะว่าจะตัดสินอย่างไรนะครับ เพราะว่าญัตติ การที่เสนอทั้งคู่เบสจะยึดติดสักครู่นะแล้วก็ 151 นะครับ คือ สิ่งที่จะขอสิทธิบัตรกระทบกับเรื่องที่เสนอวันนี้นะครับ ดังนั้นนี่ การที่ผมจะวินิจฉัยว่าจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมาพิจารณานี่ มันก็จะเป็นการที่พักระหว่าง2 ความเห็นที่เสนอมาไม่ต้องมีหนี้วินิจฉัยครับ พ่อผมจะเลือกหามาสิจะใครล่ะครับ จะถามใครก่อน ข้อ 41151นะครับ ผมถามใครก่อนนะเนี่ยเข้าไปประท้วงการค้าขอประท้วงค่ะ มีอยู่แค่นี้อธิบายขนาดไม่ได้มีอย่างอื่นนะถามท่านขอประท้วงท่านประธานค่ะ พูดเลยครับ ประชุมเลยครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวสุธิตาไชยอนันต์สมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่พรรคก้าวไกลค่ะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตอนนี้นะคะ ท่านประธานวันนอร์ได้วินิจฉัยไปแล้วนะคะ ก็มีผู้รับรองไปแล้ว ลำดับต่อไป คือ การอภิปรายนะคะ ว่าลงเราจะอภิปรายเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย กับข้อบัญญัติ 41 อย่างไรนะคะ ท่านประธานวันนอร์ได้วินิจฉัยไปแล้วนะคะ ขอท่านประธานได้ดำเนินการต่อเลยนะคะ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ดำเนินการต่อก่อนครับ มาตรา... ขอโทษปฏิบัติต่อและข้อ151ขึ้นมา ดังนั้น สมาชิกอภิปรายเชิญครับ อธิบายมาตรา 150 ขอโทษไม่ใช่มาตรา151 ตามข้อบังคับ มีไหมครับ ท่านอนุศักดิ์ คงมาลัยครับ เอาเฉพาะเรื่องนี้นะครับ 151 ว่าท่าน (คุณอนุศักดิ์) กราบเรียนประธานที่เคารพครับ ท่านประธานรัฐสภาครับ อนุศักดิ์คงมาลัยสมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็คงกราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่ามีพี่น้องทางบ้านโทรมาถาม ว่าตกลงในสภานี้มีความเข้าใจไม่ตรงกัน มีปัญหาช่องว่าง ความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องของการลงมติ ในสภาแห่งนี้ ว่าการลงมติในสภาแห่งนี้นี่ เวลาลงมตินี่ มันลงมติด้วยข้อเสนอหรื อลงมติด้วยการยื่นเป็นญัตติ มันมีการลงมติอะไรที่ไม่ได้ยื่นเป็นญัตติบ้างหรือไม่ ซึ่งในขณะที่เหรียญเงินมาตั้งแต่เช้านี่ พยายามที่จะบอกว่าอันนี้มันไม่ใช่ญัตติที่เสนอไปแล้ว เป็นเพียงการดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ วิธีคิดแบบนั้น ผมคิดว่ามันค่อนข้างตะแบง มันเป็นข้อเสนอให้พิจารณา เมื่อพิจารณามา สภาลงมติ มันก็คือญัตติครับท่านประธานครับ ญัตติ คือ ข้อเสนอเพื่อลงมติ คำว่า "ญัตติ" ในพระพุทธศาสนานะครับ เป็นการประกาศให้สงฆ์ทราบ การประกาศนั้นมาจากการที่ส่งมีมติร่วมกัน การมีมติร่วมกัน ก็เสนอเป็นญัตติ คือ ประเด็นหรือเป็นทางเลือกที่เป็นข้อ ๆ ให้พิจารณา ดังนั้นกระผมคิดว่า พี่น้องท่านผู้ฟังนะครับ ที่ติดตามอยู่ทางบ้านจะได้เข้าใจว่าในสภาแห่งนี้นี่ เราได้ลงมติในเรื่องของการเสนอตามวาระการประชุมที่เสนอใหม่นะครับ ครั้งที่แล้ว พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรให้ได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่แล้วเสนอไปแล้ว ชื่อบุคคลคนหนึ่ง มาครั้งนี้ก็คงพิจารณาให้เสนอความเห็นชอบของบุคคลคนอื่นหรือเปล่า เรายังไม่ทราบ แต่ว่าถ้าเป็นคนเก่า มีการมองในลักษณะที่ว่า ตามข้อ 21 ... ข้อ 41 ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา นั่นก็คือเป็นญัตติที่ตกไปแล้วว่า มันน่าจะอยู่ได้ ไม่ต้องไปตีความอะไรให้มากมายไปกว่านี้ ขอขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ มีรายชื่อไหม ท่านใดประสงค์จะอภิปราย มี ตอนนี้มีท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ มีท่านสมชาย แสวงการ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) อ๋อ ใช่ ท่านฐากรครับ เชิญครับ เขียนหวัดมาหน่อยครับ (คุณฐากร) ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เริ่มต้นได้เลยไหมครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ท่านฐากร (คุณฐากร) ครับ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) เฉพาะ ข้อ ๑๕๑ นะครับ ผมคงอธิบายถูกนะครับ หมายถึงว่ามาตรา ข้อ 51 จะไปเชื่อมโยงกับข้อ 41 นะครับ ว่าการเสนอดังกล่าว เป็นการเสนอญัตติซ้ำหรือไม่ เพราะว่าจะนำไปสู่การลงญัตติข้อ 151ถูกต้องนะครับ ท่านประธานครับ จะได้อธิบายอภิปรายถูกครับ ครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานสภา (คุณสมชาย) ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธานครับ ท่านประธาน (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ เชิญครับ ถ้ามีท่านประท้วงเชิญเลย (คุณสมชาย) สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตทำคาวามเข้าใจ เมื่อสักครู่ท่านประธาน ผมได้ค้างการพิจารณานะครับ และก็ไม่ได้ขัดแย้งกับท่านประธาน ว่า... คุณอัครเดชนี่ได้เสนอว่าขัดแย้งข้อ ๔๑ ท่านประธานอนุญาตให้มีการพิจารณา ในการประชุมอภิปรายไปได้ ผมกราบเรียนว่าในตอนสุดท้ายการลงมติเนี่ยท่านประธานจะต้องลงมติว่าเดี๋ยวตีของท่านอัครเดชกับท่านเสรีนะครับ ขัดหรือไม่นะครับ คัดค้านหรือไม่นะครับ ไม่ได้ตีความวินิจฉัยตาม 151มันถึงต้องลุกขึ้นมาก่อนเพื่อให้ท่านประธานชัดเจนครับ ว่าท่านเป็นสมาชิกเมื่อสักครู่ ท่านลุกเพื่อให้ท่านประธานวินิจฉัย ว่าเดินตาม 151 ในการลงมติอันนี้ไม่ชอบครับ ขอญาตินำเรียนท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) คือจะให้ท่านสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายขึ้นชื่อมาแล้วครับ ว่าไปตามลำดับนะครั บ ถ้ามาแทรกระหว่างกลางในการเสีย คือ หมายความว่าไปขัดการพูดนิดหน่อยนะครับ แล้วก็มีการประท้วงหรืออะไร ไม่เอาแล้วครับ เชิญท่านฐากรต่อนะครับ (คุณฐากร) ครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผมนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาดังนี้ครับ การให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 นั้น ไม่ใช่ญัตติจึงไม่สามารถนำข้อบังคับตามข้อ 41 ของการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 มาบังคับใช้ได้ ด้วยเหตุผลที่ผมจะขอเรียนชี้แจงเพื่อสนับสนุนดังต่อไปนี้ ข้อที่ 1 การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการปฏิบัติตามมาตรา 159 และมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสอดคล้องกับข้อบังคับ การประชุมรัฐสภา หมวด 9 ว่าด้วยข้อบังคับผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา ในข้อ 136 เขียนแยกหมวดไว้อย่างชัดเจนนะครับ ว่าในหมวดการพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีนั้น เขียนแยกหมวดไว้ ในหมวดที่ 9 ซึ่งไม่ได้... ซึ่งไม่ได้อยู่ในหมวดที่ 2 ของการประชุมรัฐสภาแต่อย่างไร หมวดที่ 2 ของการประชุมรัฐสภา จะมีในส่วนที่ 2 ที่เสนอไว้อย่างชัดเจนว่า การเสนอญัตติ จะต้องมีขั้นตอนในการทำอย่างไร ตั้งแต่ข้อ 29 จนกระทั่งไล่เรียงมาถึงข้อที่ 41 ซึ่งเป็นสาระสำคัญว่าญัตติใดตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติ ซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นมาเสนอใหม่ ในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ยังมิได้มีการลงมติ หรือญัตติที่ประธานรัฐสภาจะอนุญาต ในเมื่อพิจารณาเห็นว่าเหตุการณ์ใดเปลี่ยนแปลงไป แต่ในข้อบังคับของการประชุม เขียนหมวด เขียนแยกไว้อย่างชัดเจนว่า ให้บรรจุไว้ในหมวดที่ 9 การพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งกำหนดไว้ ในมาตรา... ในข้อ 136 ผมจึงเรียนหลักการในข้อกฎหมายว่ า หลักทั่วไปของกฎหมาย ในเมื่อกฎหมายใดกำหนดบทเฉพาะไว้อยู่แล้ว เราไม่สามารถที่จะนำบทบัญญัติทั่วไปของกฎหมายมาบังคับใช้กับบทเฉพาะที่เขียนไว้อย่างชัดเจน ในหมวดที่ 9 ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานต่อไปครับ ในข้อ 136 ที่กำหนดไว้ เขียนบอกว่าการพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 วรรค 1 ของรัฐธรรมนูญ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมรัฐสภา เชื่อมโยงกับอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน เชื่อมโยงกับมาต... กับรัฐธรรมนูญมาตรา 159 และมาตรา... และบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ดังนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า การดำเนินการดังกล่าวในครั้งนี้ เป็นการเสนอรายชื่อบุคคล ซึ่งไม่ใช่ญัตติ ซึ่งหากเป็นญัตติแล้ว จะต้องเขียนไว้ในหมวดที่ 2 ของการประชุมรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ เป็นเหตุผลที่ 1 นะครับ เหตุผลที่ 2 นะครับ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ เหตุผลที่ 2 นะครับ ที่เป็นเหตุผลที่สำคัญ นะครับ ก็คือในข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา เราอาศัยอำนาจนะครับ ที่ออกข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 156 (11) และมาตรา 157 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ที่รัฐสภาได้ตราข้อบังคับของการประชุมรัฐสภาดังกล่าวไว้ ดังนั้น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ว่าข้อบังคับดังกล่าวไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่อย่างใด ดังนั้น จึงมีความชัดเจนว่า การเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับว่า... กับระเบียบวาระของการยื่นญัตติที่ประชุมแต่อย่างใด แต่เป็นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ประกอบกับ มาตรา 272 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น ในเมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้อย่างไร จะเสนอรายชื่อบุคคลดังกล่าวจำนวนกี่ครั้งก็ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในข่ายที่ กกต. หรือกฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนรับรองไว้ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานบางอย่างชัดเจนนะครับ ในมาต... ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 160 และเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา 88 เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกสภาผู้แทน... ที่มีสมาชิกได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร สรุปนะครับท่านประธาน มี 6 พรรคการเมือง ที่ได้สมาชิกไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ก็คือจำนวน 25 คน เพราะฉะนั้นนี่ 6 พรรคการเมือง 9 ชื่อ ผมดูมาแล้วนะครับ 6 พรรคการเมือง 9 ชื่อ จะเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวเป็นนายกรัฐมนตรีจำนวนกี่ครั้งก็ได้ จนกว่าจะมีการสรรหานายกรัฐมนตรีได้ ผมเล่าเหตุผลต่อไปอีกนะครับ ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้ครับ ท่านมาดูในวรรคที่ 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในมาตรา 272 ต่อเนื่องอีกนะครับ มาตรา 272 เขียนไว้ บอกว่าในระหว่าง 5 ปี นับแต่วันที่รัฐสภาชุดแรก ตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการตามมาตรา 159 159 เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา 159 วรรค 1 ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 วรรค 3 ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา สำคัญนะครับ ต่อไปครับ ในระหว่างเวลา วรรค 1 หากมีกรณีไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี จากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา 88 ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ให้ยกเว้นได้ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่เขียนว่าอย่างนี้ในวรรค 2 จะมาสอดคล้องกับข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา ในข้อ 138 ก็คือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ บอกว่ากรณีที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่กำหนดไปแล้ว ที่เป็นนายกรัฐมนตรี โหวตกันตามวรรค 1 โหวตไม่ได้ ถึงจะต้องไปใช้นอกบัญชีรายชื่อ บอกว่า ผมถึงบอกว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้นี่ จะเสนอรายชื่อกี่ครั้งก็ได้ ซ้ำเมื่อไหร่ก็ ได้จนกว่าจะนอกบัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้ ท่านมาดูนะครับ ในข้อบังคับ 138 ของที่ประชุมรัฐสภา เขียนไว้อย่างชัดเจนนะครับ ข้อ 138 ไม่สอดคล้องกับวรรค 2 ของ วรรค 2 ของมาตรา272 ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 138 เขียนไว้บอกว่า ในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 วรรค 1 ของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เข้าชื่อ... เสนอ เข้าชื่อเสนอญัตตินะครับ ประธานรัฐสภาเพื่อขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นไม่เสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรี จากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญ ให้ประธานรัฐสภาบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาเป็นเรื่องด่วน ขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ เหตุผลนี้ ก็คือถ้าในกรณีที่จะต้องเสนอบุคคลที่อยู่นอกบัญชีรายชื่อ ข้อบังคับ 138 เขียนไว้ชัดเจนครับ บอกว่าต้องทำเป็นญัตติ แต่ในข้อ 136 ไม่ได้เขียนไว้ครับ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นนี่ 136 138 กรณีเสนอนอกบัญชีรายชื่อ ต้องเสนอเป็นญัตติ กฎหมาย... รัฐธรรมนูญทั้งกฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจน คราวนี้นะครับ ผมมาเชื่อมโยง สุดท้ายด้วยนะครับ สุดท้ายท่านมาดูนะครับ ว่าเมื่อระยะเวลา5 ปีหลังจากนี้ผ่านพ้นไปจากเดือนพฤษภาคมปี 2567 วุฒิสภานี่ ไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะมาร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีต่อไปแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้โหวตนายกรัฐมนตรี ท่านย้อนกลับมาดูนะครับ ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมาโหวตรัฐมนตรี จะอาศัยอำนาจเฉพาะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 เท่านั้น ดังนั้น ผมขออนุญาตเรียนว่า ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 เมื่อโหวตดังกล่าว ก็จะไปใช้ระเบียบนะครับ ระเบียบการประชุม ของระเบียบ... ระเบียบการประชุมนะครับ ขออนุญาตแป๊บหนึ่งนะครับ ระเบียบ... ระเบียบการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพ. ศ. 2562 แก้ไขเพิ่มเติมปรับปรุงแทนนะครับ ดังนั้น ขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ ว่าระเบียบว่าด้วยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเขาเ ขียนว่าอย่างไรรู้ไหมครับ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 128 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 สภาผู้แทนราษฎร จึงตราข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ ผมอ่านมาตรา 128 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้ท่านประธานฟังชัด ๆ นะครับ จะได้ทราบว่าทำไมถึงเป็นเหตุผลที่สำคัญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 128 เขียนไว้อย่างนี้ครับท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอำนาจตราข้อบังคับการประชุม เกี่ยวกับการเลือกการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา รองประธานสภา เรื่อง หรือกิจการอันเป็นหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมาธิการสามัญแต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอ และพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และร่างพระราชบัญญัติ การเสนอญัตติ การปรึกษา การอภิปราย การลงมติ การบันทึกการลงมติ การเปิดเผยการลงมติ การตั้งกระทู้ถามต่าง ๆ และการเปิดอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ จึงได้ออกเป็นระเบียบข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งระเบียบการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมเรียนเป็นหลักสำคัญเลยนะครับ ว่าไม่มีหมวดไหนเลยครับ ที่เกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรี ผมเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ถ้าท่านยังลง... ถ้าทุกท่านเห็นว่าการเสนอนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้เสนอซ้ำไม่ได้นะครับ เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปี 2500... 6 พฤษภาคม ปี 2567 ซึ่งเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ท่านจะเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตราไหนครับ ระเบียบข้อบังคับของท่านไม่มีเลยเขาไม่ได้อำนาจท่านไว้ จุดนี้ เป็นสิ่งที่แสดงออกให้เห็นให้ชัดเจน ว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี จะต้องเลือกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 เท่านั้น ประกอบกับรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล 272 ดังนั้น ผมจึงขออนุญาตนำเรียนว่าการเสนอเลือกนายกรัฐมนตรีดังกล่าวไม่ใช่ญัตติแต่อย่างใด เพราะว่าจะมีปัญหาในอนาคตข้างหน้า หลังจากที่ใช้ระเบียบของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นปัญหาติดตามมาในอนาคตข้างหน้า เพราะว่าในปี 2557 วุฒิสภา จะไม่ได้มีส่วนร่วมในการที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไปแล้ว สุดท้ายครับท่านประธานครับ ท่านประธานจะเห็นว่าแล้วรัฐธรรมนูญนี่ เขียนไว้อย่างไร ถ้าเกิดว่าเขียนไว้อย่างไรรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ให้เสนอเป็นญัตติผมเข้าใจว่าคณะที่จะกล้าเนี่ยท่านมีความเข้าใจเป็นอย่างดีนะครับ ท่านจะเห็นนะครับ ว่าถ้าท่านจะให้เสนอเป็นญัตติ ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น มาตรา 151 เขียนให้ชัดเจนนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 จำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิ์เข้าชื่อเสนอญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคล หรือทั้งคณะ เขียนไว้ชัดเจนครับ ในมาตรา 151 ในมาตรา 152 อีกครับ เขียนไว้อย่างชัดเจนครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อเพื่อเสนอญัตติ อภิปราย ขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักซ้อมข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติครับ ดังนั้น ผมจึงเรียนว่าถ้ารัฐธรรมนูญเขาเขียนกำหนดไว้ว่า จะเสนอเป็นญัตติ ผมเข้าใจว่าผู้สร้างในขณะนั้นเข้าใจว่าข้อมูลเป็นอย่างดีครับ เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าต้องเสนอเป็นญัตติแต่การเสนอรายชื่อ การเสนอบุคคลสมควรดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ก็คือให้ปฏิบัติตามมาตรา 159 ซึ่งไม่ใช่การเสนอเป็นญัตติแต่อย่างใด จะสอดคล้องกับข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา ในมาตรา 100 ในข้อ 136 และ 138 ในการเลือกดังกล่าวนะครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน เพื่อโปรดพิจารณา วินิจฉัย ในข้อ 151 ว่าในการเสนอนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการเสนอรายชื่อบุคคลเดิมซ้ำจะไม่เข้าข้อบังคับในข้อ 41 ของวิธีการประชุม รัฐสภา หรือการยื่นญัตติแต่อย่างใด ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาเป็นอย่างยิ่งครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ทางนี้ครับ (คุณอัครเดช) ท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ (คุณอัครเดช) ทางนี้ครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม นายอัครเดช วงษพิทักษ์โรจน์ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านฐากรนะครับ คือ ไม่รู้ว่าท่านเนี่ย ท่านกำลังใช้สิทธิ์อะไรในการอภิปรายคือสสหรือสมาชิกในสั่งที่ไม่เห็นด้วยนะครับ ก็คืออายะตินี่ มันซ้อนกันนี่ ก็มีความสงสัยครับ ว่าตอนนี้ท่านประธานเนี่ยเดินหน้ากันประชุมอย่างไร คือ ท่านประธานจะให้อภิปราย ทางสมาชิกฝั่งนี้หน่อยจะได้ไปลงชื่อแต่เมื่อสักครู่นี้ผมเดินไปที่หน้าบัลลังก์ท่านเจ้าหน้าที่ก็เขียนหัวกระดาษด้วยดินสอว่ามาตรา 151 ผมก็ยืนยันครับ ว่าจะให้พิจารณาญัตติของผมก่อน ข้อที่ 32 วงเล็บ (1) ท่านปล่อยให้อภิปรายอย่างนี้นี่ นะครับ 32 (1) ของผมหรือว่าท่านจะอภิปราย151 151ท่านประธานมานอนเนี่ยท่านเสนอมาทีหลังครับผม เลยขออนุญาต ขอความชัดเจน ถ้าท่านอภิปรายอย่างนี้นะครับผม จะได้แจ้งทางเพื่อนสมาชิกที่ต้องการอภิปรายนี่ มาลงชื่อเพื่ออภิปราบ แสดงว่าตอนนี้เนี่ยเราอยู่ในขั้นตอนไหนครับ เลยขอความชัดเจนในท่านประธานครับ จะได้แจ้งท่านสมาชิกถูกครับ (คุณวิโรจน์) ท่านประธานครับ ขอประท้วงท่านผู้กำลังอภิปรายครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอชี้แจง สักนิดเดียวนะครับ ก็ให้อภิปรายตามข้อ ๑๕๑ นะครับ ที่ท่านฐากรอธิบายมานี่ เป็นรวม ไม่ได้เฉพาะด้าน ก็อาจจะมากไป แต่ว่าก็ทำให้เข้าใจกันง่ายขึ้นนะครับ บางสิ่งบางอย่างที่ท่านที่แจ้งไว้ ผมจึงไม่ได้ไปหยุดอะไรของท่านนะครับ ท่านชี้แจง แจระหว่างความแตกต่างระหว่างบันทึกไว้ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญกับที่บัญญัติไว้ในข้อบังคับนะครับ ท่าน วิโรจน์ครับ จะประท้วงอะไรครับ เพราะว่ามีมีผู้เข้ามาทำงานครับผม ขออนุญาตครับ ท่านอัครเดชตามข้อบังคับข้อที่ 15 นะคะ อภิปรายวนเวียนซ้ำซากนะครับ ตอนนี้มาถึงขั้นตอนการอภิปรายนะครับ ในเรื่องของมาตรา 151 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือ อย่างนี้ครับ ญัตติของอัตรเดชมันไปไม่ได้เลย ถ้าเรายังไม่มีข้อสรุปว่าข้อพิจารณาเนี่ยที่เสนอบุคคลนี่ ให้รัฐสภาเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนี่นะครับ เป็นญัตติหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็เข้าข้อบังคับข้อที่ 41ข้อบังคับข้อที่ 136 แล้วตอนนี้นะครับ ทางท่านฐากรนะครับ กำลังอภิปรายว่ามันไม่เข้าข้อ 41 ซึ่งทางท่านอัตรเดชก็มีสิทธิ์ที่จะอภิปรายว่ามันเข้าข้อที่ 41ประชุมกำลังเดินมาสวยแล้วครับ ไม่อยากให้มีการวนเวียนซ้ำซาก แล้วก็เกิดท่านวันนี้มันก็ไม่ไปไหนสักทีก็ได้ประธานดำเนินการต่อครับ ให้มาถูกทางแล้วพนักงานครับ ผมอัครเดชวงษ์พิทักษ์โรจน์ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ ประธานครับผม หารือท่านประธานเนี่ยเพื่อความชัดเจน เพราะว่า สส. นะครับ อีกหลายภาคครับ ขอความชัดเจนว่าตอนนี้เนี่ยในที่ประชุมเนี่ยกำลังดำเนินการถึงขั้นตอนไหนครับ ปกติ ถ้ามีความชัดเจนในการอภิปรายนี่ หน้าบัลลังก์ของท่านประธานนี่ เจ้าหน้าที่จะต้องพิมพ์ด้วยหมึกเลยครับ ว่าประเด็นที่กำลังพี่นาอภิปรายนี่ ประเด็นอะไร แต่เจ้าหน้าที่เมื่อสักครู่นี้ ผมไปที่หน้าบัลลังก์ยังเขียนด้วยดินสออยู่เลยครับ จริงไหมครับ ท่านยังเขียนด้วยดินสอ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ครับ ท่านประธานนิดนึงครับ เดี๋ยวผมจะเสียหายครับ ท่านวิโรจน์นี่หาว่าผมนี่วกเวียนซ้ำซากครับ ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ นิดเดียวครับ วันนี้แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์นี่ ยังไม่รู้เลยครับ ว่าตอนนี้อภิปรายญัตติอะไรอยู่นะครับ ยังเขียนด้วยดินสออยู่เลยครับ ผมเลยขอความชัดเจนท่านประธานแค่นั้นเองครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเพื่อนสอนเดี๋ยวจะได้ไปลงชื่อในการอภิปราย (คุณณัฐวุฒิ) ท่านประธาน ผมประท้วงผู้อภิปรายครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ผมได้เตือนเขาแล้ว แต่ว่าหยุดดีกว่า เพื่อจะได้... ให้ (คุณณัฐวุฒิ) หยุดนะครับ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่นะครับ เขาพิมพ์หมึกครับ อยู่ในมือผมนี่ครับ คุณอัครเดช เดินไปตอนเวลากี่นาฬิกาครับ ผมอยากจะเรียนนะครับผม จะขอ 151 ก็ถูกต้องแล้วนะครับ ท่านประธานไม่ได้สายชาร์จแล้วใช่ไหมครับ ผมจะประท้วงนะครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมโกหก (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) พอแล้วนะครับ เชื่อผมเถอะนะครับ ผมฟังเมื่อกี้นี้ ของท่านฐากรนี่ ผมตั้งใจฟังเลยนะครับ ท่านอื่นที่จะอธิบายต่อไปก็ขอให้อยู่ในเตือนนะครับ ลงชื่อก็ลงเธอไม่ลงสมศักดิ์ กระผมก็บอกแล้วว่าให้เข้าที่ไว้ นะครับ แล้วก็ผมก็จะพี่ดาเรียงตามลำดับของแต่ละประเภทนะครับ ขอบคุณนะครับ ท่าน... (คุณอัครเดช) ผมขออนุญาตได้อยากฟังจากปากท่านประธานนิดเดียวครับ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานคือตอนนี้เนี่ยท่านประธานครับ กำลังดำเนินการอภิปรายญัตติไหนอยู่ครับ เพราะว่าผมเนี่ยประท้วงท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ข้อ 151 ครับ เพราะว่าติดค้างมาจากที่ท่านอาคารรัฐสภาได้กำหนดไว้ เมื่อกี้ผมฟังที่จะได้รับความเคารพท่านประธานผมจะได้แจ้งสมาชิกมาลงชื่อพี่ปลายครับ ไม่นะเนี่ยตอนนี้เนี่ยมันไม่มีความชัดเจนเลยครับ ท่านประธานอีกนิดเดียวครับ ตอนที่ผมไปสักครู่นี้นะ ท่านณัฐวุฒิครับ เป็นดินสอจริง ๆ นะครับ เจ้าหน้าที่ก็ลงดินสอนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมเนี่ยนะครับ เขาดินสอก็ต้องเป็น 2 ปีครับ ไม่ได้คิดคะแนนไม่ได้ครับ กำลังกลับแล้วครับ นะครับ หรือว่าท่านพูดไปมันก็ขึ้นมาก็ไม่รู้ พอแล้ว ไม่เอาแล้วครับ เป็นบันทึกอย่างที่ว่านะครับ เอาอยู่ในสิ่งที่อภิปรายนะครับ ต่อไปเป็นท่านรัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นะครับ แล้วก็มาท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะครับ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นะครับ เลยนะครับ ตรงไปตรงมาตรงประเด็นนะครับ 151ด้วยเหตุด้วยกันก็ว่ากันไปเลยนะครับ (คุณณัฐพงษ์) ท่านประธานสภาที่เคารพผมนายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลสมาชิกรัฐสภาครับ แล้วนำสไลด์ขึ้นได้เลยนะครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเริ่มการอภิปรายเพื่อให้ความเห็นว่าผมเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย กับการพิจารณาญัตติตามข้อบังคับข้อที่ 151 อยากจะขอถามคำถามย้ำในที่ประชุมอีกครั้งนะครับ ว่าคำถามในญัตตินี้ ก็คือการถามว่าการเสนอชื่อนายกฯ ที่เรากำลังจะพิจารณาในวันนี้นั้น เล่นไปตัดเป็นญัตติตามข้อบังคับข้อที่ 41 ของการประชุมร่วมกันของรัฐสภาใช่หรือไม่ ถ้าคำถามของญัตติเป็นไปตามนี้ ผมจะขออภิปรายว่าและพรรคก้าวไกล รวมถึง 8 พรรคร่วมนะครับ เราไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผลดังประการดังต่อไปนี้นะครับ ผมเข้าใจว่าสมาชิกรัฐสภาหลาย ๆ ท่านได้นำเสนอไปตอนเมื่อเช้าแล้วนะครับ ซึ่งผมจะขอจำแนกขอเป็นซัก 2-3 กลุ่มนะครับ แต่วันนี้ผมจะขออภิปรายเหตุผลในกลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มที่ 3 นะครับ ทำไมผมถึงไม่เห็นด้วยการเสนอชื่อนายกนั้น เป็นไปตามข้อบังคับข้อที่ 11 ของการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ข้อแรกครับท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านนะครับ ได้อภิปรายไปแล้วว่าการเลือกนายกนั้น จริง ๆ ไม่ใช่ญัตติทั่วไป อาจจะเป็นเพราะว่าศักดิ์ของรัฐธรรมนูญนั้นสูงกว่า เราถือว่ากระบวนการการเลือกนายกนั้นเป็นกระบวนการเฉพาะ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญครับ สมาชิกที่ได้ไปสนับสนุนในกลุ่มนี้ครับ ก็มีการให้เหตุผลหลายอย่างครับ ท่านประธาน อย่างแรก อย่างเช่นการบอกว่า การเสนอท่านอาจจะบอกว่าเป็นญัตตินี่ การเสนอชื่อนายกนั้นเสนอ โดยผู้รับรองที่มาจากชอยส์เพราะฉะนั้นนี่ มันไม่น่าเป็นญัตติในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา รวมถึงเหตุผลอื่น ๆ ที่ผมอาจจะละไว้นะครับ เปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเหตุผลสนับสนุนประกอบ กลุ่มที่ 2 ครับ ก็คือการตีความตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญครับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 159 หรือมาตรา 272 ไม่มีคำว่า "ญัตติ" แต่อย่างใดนะครับท่านประธาน ในกรณีอย่างนี้เราควรจะตีความตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญว่าไม่อยากจะสร้างทางตันทางการเมืองหรือเปล่า ยกตัวอย่าง อย่างเช่น มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกขึ้นมา 3 ชื่อ แล้วทั้ง 3 ชื่อนั้น ไม่ได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ในรัฐสภาเลย ถึงตอนนั้นเราก็น่าจะต้องเอาลำดับ 1 และลำดับที่ 2 มาโหวตซ้ำใช่หรือไม่ครับ ถ้าเกิดกรณีแบบนี้เราจะตีความว่านายกที่ถูกเสนอชื่อไปแล้ว ไม่สามารถถูกเสนอซ้ำเข้ามาได้อีก จะเกิด Dead Lock หรือทางตันทางการเมืองทันที สุดท้ายครับ คือ การตีความตามบทบัญญัติทางกฎหมายนะครับ เหตุผลที่ผมจะลงลึกในวันนี้ก็คือการที่บอกว่าข้าวรัฐธรรมนูญมีเจตจำนง มีเจตนารมณ์ ที่จะไม่ให้เสนอซ้ำ จะต้องมีการบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยการนำเสนอกรณีเทียบเคียงเป็นบรรทัดฐาน ดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอสไลด์หน้าถัดไปนะครับ กรณีเทียบเคียงที่ผมจะนำเสนอก็คือในกรณีของการเสนอชื่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในปี 2559 ครับ นั้นก็คือในวันที่ 2 มิถุนายน 2559 นั้น ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ มีการเสนอชื่อคุณหมอเรวัตนะครับ ให้ สนช. พิจารณาว่าเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินหรือเปล่า ซึ่งในวันนั้นนะครับ ก็ไม่ได้มีมติออกมาเป็นเสียงข้างมาก ทำให้ต้องส่งกลับนะครับ ไปให้กรรมการสรรหาพิจารณางชื่อเข้ามาใหม่ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ท่านกล่าวถึงบุคคลภายนอกไม่ทราบว่าจะดีเสียหายหรือเปล่า (คุณณัฐพงษ์) ไม่มีครับ ท่านประธานครับผม ขอยืนยันว่าไม่มีกรณีเสียหายแน่นอนครับ เป็นข้อเท็จจริงตามหน้าขาวที่พักไว้ในประวัติศาสตร์ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ออกมาในวันที่ 7 กรกฎาคมครับ ได้มีการเสนอชื่อคุณหมอเรวัตเข้ามาสู่กระบวนการการพิจารณาซ้ำในสภานิติบัญญัติแห่งชาติครับ ตามที่หน้าขาวที่ผมได้แปะไว้นะครับ ไปดูกันต่อครับ ว่าตอนนั้น สนช. ได้อาศัย บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ อาศัยอำนาจใดในการกระทำแบบนี้นะครับ ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ ในปี 2559 ครับ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2557 ซึ่งมีประกาศจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ นะครับ ในการออกมาบอกว่า ในการดำเนินการสรรหาองค์กรอิสระต่าง ๆ นะครับ ผมไม่ขออ่านทั้งหมดนะครับ ให้ดำเนินการตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร อาณาจักรไทย ในปี 2550 ทีนี้เราตามไปดูกันต่อครับ ท่านประธานว่าบทบัญญัติในปี 50 นั้นระบุว่าอย่างไรขอสไลด์หน้าถัดไปนะครับ ในรัฐธรรมนูญปี 2550 นะครับ มีการระบุเอาไว้ว่ากระบวนการดำเนินการสรรหานั้นนะครับ ให้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการสรรหาก่อนนะครับ กรณีนี้ ก็คือกรณีที่สรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินในกรณีดังกล่าวนะครับ ซึ่งประกอบด้วย ประธานศาลฎีกาประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในขณะนั้น ก็คือประธาน สน. นะครับ มาเป็นคณะกรรมการสรรหานะครับ ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ เมื่อสรรหาเสร็จแล้วนะครับ อนุสรณ์ที่ผมได้ไฮไลท์ไว้ในสไลด์หน้านี้จะต้องมีการเสนอต่อสมาชิกวุฒิสภาซึ่งขนาดนั้นก็คือสนชทำหน้าที่แทนในการให้ความเห็นชอบครับ ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ ซึ่งจากบันทึกการประชุมของ สนช. ในวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2559 ตามที่ผมได้แสดงหน้าขาวไปแล้วนะครับ อันนี้คือบันทึกการลงมติ นะครับ ผลการลงมติในวันนั้น ก็คือบอกว่าไม่ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมาก แปลว่า ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ ดังนั้น ตามกระบวนการในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ก็คือต้องส่งกลับไปให้คณะกรรมการสรรหาครับ ดำเนินการสรรหาขึ้นมาใหม่ซึ่งตามหน้าข่าวในในวันที่ 7 กรกฎาคม ครับ มีการให้ความเห็นออกมาว่าบรรทัดสุดท้ายที่ผมได้ขีดเส้นใต้ไว้นะครับ ในการเสนอชื่อคุณหมอเรวัตกับขึ้นมาอีกครั้งนั้น ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหา ที่มาจากการประชุมกันของประมุขศาลต่าง ๆ นะครับ ผมย้ำคำว่า "ประมุขศาลต่าง ๆ" นะครับ ล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้นครับ คนที่เชื่อว่าการตัดสินใจที่จะเสนอชื่อกลับเข้ามาหรือไม่นั้นก็รู้เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการสรรหาซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิ ถือเป็นสิทธิ์ขาดครับ เพราะไม่ได้มีข้อห้ามไว้ ขีดเส้นใต้ 2 ครั้งนะครับ ประโยคสุดท้าย "เพราะไม่ได้มีข้อห้ามไว้" นี่จึงเป็นที่มาที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายเหตุผลประกอบครับ ว่าการเสนอชื่อนายกฯ นั้น ก็ไม่ได้มีข้อห้ามไว้เช่นเดียวกันครับ ว่าเสนอชื่อซ้ำได้ ขอสไลด์หน้าถัดไปนะครับ ไปอีก 2 หน้าได้เลยนะครับ ทีนี้นะครับท่านประธานถ้าจะมีกรณีเทียบเคียงเพิ่มเติม ก็คืออย่างในกรณีรัฐธรรมนูญปี 2560 นี่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเลือกสรรหาองค์กรอิสระต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในปี 59 มีการเสนอซ้ำนี่ จึงได้มีบทบัญญัติไว้ว่ากะจะไม่ให้เสนอซ้ำนี่ จะต้องเขียนไว้ว่าไม่ให้เสนอซ้ำครับ อย่างกรณีของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินปี 2560 ครับ มาตรา 13 วรรค 2