คือ ศาล องค์กรอิสระ และมาตราการป้องกันนักการเมืที่ทุจริตคดโกงที่เข้มงวดเด็ดขาด กลไกนี้หรือเปล่าที่พรรคเพื่อไทยไม่ต้องการ ทำไม กระผมจึงคิดเช่นนั้น เพราะการบริหารประเทศของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา มีเรื่องกล่าวหาการทุจริตคดโกงเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย จนปรากฏเป็นข้อเท็จจริงว่า นักการเมืองจาพรรคเพื่อหลายคนต้องถูกศาลพิจารณาลงโทษจำคุก ตัดสิทธิ์ทางการเมือง หลายคนอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี และบางคน ทีเป็นคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย ก็ยังหลบหนีคดีอยู่ ซึ่งไม่มีอายุความ ด้วยเหตุของการไม่มีอายุความนี่ล่ะ จึงทำให้บุคคลสำคัญบางคนของพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย เพื่อรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม มิเช่นนั้นเขาต้องหนีออกจากประเทศไทยที่เป็นแหล่งที่มีความสงบสุข เป็นความสุขที่สุดของคนไทย ไม่สามารถมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยได้ หากมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลไลที่จะขจัดนักการเมืองที่ทุจริตคดโกงจะหายไป จะเปิดโอกาสทำให้นักการเมืองทุจริตคนโกงเข้ามามีบทบาทได้มาบริหารประเทศได้อีกครั้งหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้นจริงเท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยต้องการเป็นรัฐบาล มีภารกิจเร่งด่วนสำคัญที่จะต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้กับนักการเมืองที่ทุจริตคดโกงกว่าการต้องการเป็นรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน นอกจากนี้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ที่ต้องการจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทุกหมวด ทุกมาตรา ไม่เว้นแม้แต่การราชอาณาจักอันหนึ่งอันเดียวของประเทศไทยที่จะแบ่งแยกมิได้ ไม่เว้นแม้แต่หมวดคุ้มครองสถานะขององค์พระมหากษัตริย์ ให้ดำรงอย๔่ในบานะอันเป็นที่เคารพสักการะ จะละเมิดมิได้ ท่านประธานครับ ปัจจุบันสถานการณ์ทางการเมืองของไทย สังคมไม่ไว้วางใจกัน ประชาชนมีความขัดแย้ง แตกแยกทาความคิด อย่างรุนแรงการแตกแยกทางความคิดเหล่าานี้รุกลามเข้าไปถึงครอบครัว ซึ่งเป็นสังคมขนาดเล็ก โดยการปลุกปั่นของนักเรียนเมืองผู้สูญเสียอำนาจ ทุกวิ๔ีทาง ไม่ได้ตำหนิทุกฝ่าย โดยเฉพาะการใช้สื่อทางออนไลน์ที่เข้าไปถึงความคิดของเชาวชนผู้เยาว์วัยได้ง่าย สิ่งนี้เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติเป็นอย่างยิ่ง เมื่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพิ่มประเด็นความขัดแย้งในสังคมให้มากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าทุกรัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตาม หลักการสำคัญในการบริหารประเทศก็ที่รัฐบาลที่จะต้องดำรงอยู่เสมอ ก็คือประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ผมเชื่อว่าไม่มีรัฐบาลใด ต้องการบริหารประเทศท่ามกลางความขัดแย้งขแงประปัจจุบันตามที่ได้เรียนแล้ว ว่าปัญหาความขัดแย้งของประชาชนนั้นมีอยู่มากมาย เหตุใดรัฐบาลเพื่อไทยจึงราดน้ำมันเข้าไปในกองไฟแห่งความขัดแย้วรุกโชนมากยิ่งขึ้น เพื่อทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นการเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น แล้วเช่นนี้รัฐบาลเพื่อไทย จะมีเวลาพลังความคิด ไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รอคอยอยู่ข้างหน้าได้อย่างไร ท่านประธานครับ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ผมเชื่อว่าเป็นช่องทางเป็นการล้มล้างของศาลและองค์กรอิสระต่าง ๆ ใหม่ไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของนักการเมืองที่ไม่สุจริต และเป็นการลบล้างความผิดให้นักการเมืองที่ทุจริต คดโกงนอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มประเด็นความขัดแย้งเข้าไปในสังคมของไทยที่มีอยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้น ผมจึงมีความเห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูยฉบับใหม่ มีความกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง ร้ายแรงเสียยิ่งกว่าการแก้ไขมาตรา 112 เสียอีก เมื่อเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรงเช่นนี้ ผมที่ยึดหลักการ 2 ประการตามที่กล่าวไว้เบื้องต้นจะให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร ท่านประธานครับ แต่ยังไม่ถึงทางตัน ยังไม่สิ้นหนทางครับ เพราะตัวผมเองก็มีความต้องการที่จะต้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน ที่ประชาชนรอคอยอยู่ ผมจึงขออนุญาตที่กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาไปยังแกนนำของพรรคเพื่อไทย ว่าท่านได้เสียสัตย์เพื่อประเทศชาติมาแล้วหลายครั้ง เพื่อต้องการใหฟ้การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้สำเร็จโดยอ้างเหตุของการเข้าไปแก้ไขปัญหาของประชาชน ผมเข้าใจและเห็นใจ หากท่านจะได้เสียสัตย์เพื่อความสงบสุขของประเทสชาติ และประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการยืนยันกับรัฐสภาแห่งนี้ ว่าท่านจะไม่เสนอร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทันที แต่จะไปเสนอในห้วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อสังคมเกิดความสงบสุข ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีความแตกแยก และไว้วางใจกัน การเสียสัตย์ของท่านครั้งนี้ ผมเชื่อว่าจะได้รับคำสรรเสริญว่าเป็นการเสียสัตย์ เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่เป็นการเสียสัตย์เพื่อรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ของพรรคการเมืองของท่าน หากท่านยืนยันต่อรัฐสภาเช่นนี้ ผมในฐสนะสมาชิกรัฐสภา จะเป็นผู้หนึ่งที่จะเป็นผู้หนึ่งที่จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย แม้ว่ากระผมจะมีเครื่องหมายคำถามติดใจเกี่ยวกับคุณสมบัติ จริยธรรม คุณธรรม จากรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ซึ่งผมคิดว่าประเทศชาติรอคอยไม่ได้ ประเด็นนี้เป็นปัญหาของพรรคเพื่อไทย ที่พรรคเพื่อไทยจะต้องไปแก้ไขเองในข้างหน้า ขอบคุรครับ ท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับขอบคุณพลเอกสมเต่อไปขอเชิญคุณ กัณวีร์ สืบแสง ครับ จุลพันธ์ต้องการประท้วงหรืออย่างไรครับ ท่านจะชี้แจง (คุณจุลพันธ์) ขอใช้สท่านประธานต่อกระบวนการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้นี่นะครับท่านประธานครับ เป็นญัตติในการประชุมขแงพวกเราในรัฐธรรมนูญในมาตรา 272 ในการเลือกนะครับ ให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ แต่ในช่วงเช้าที่ผ่านมานี่ ก็ด้วยความเคารพนะครับ เป็นการนำเสนอที่เป็นประโยชน์เราอยากจะให้มีกลไลรัฐสภาเป็นไปตามกรอบเป็นไปตามที่เราได้กำหนดเอาไว้ และเป็นไปตามญัตติของเราครับ คือ การเสนอชื่อบุคคลนะครับ ก็อยากจะให้พูดในเรื่องของ ของการที่ท่านเหตุและผลในการที่จะเลือกหรือไม่เลือกบุคคลนะครับไม่ใช่เรื่องของอื่น ๆ นะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบาย ในเรื่องของวิสัยทัศน์ต่าง ๆ นี่นะครับ ผมต้องเรีบยนด้วยความเคารพ สอ่งเหล่านั้นผ่านกรับวนกาของการเลือกตั้งมาแล้วนะครับ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราที่อยู่ในห้องนี้นี่จะใช้ในการวินิจฉัยนะครับ สิ่งที่เราได้... กลไกของพวกเรานี่มันจัรองรับเองตัวของมัน ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดนะครับ เพราะหลังจากนี้หากผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ต่อไปก็จะมีเรื่องของแถลงนโยบายของรัฐสภา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นนี่กลไกมันรองรับ เพื่อที่จะให้พวกเราได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่อยู่แล้วนะครับ วันนี้อยากจะให้เดินหนสู่เรื่องของกรอบการพิจารณาบุคคลครับ เป็นเรื่องของการเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งพวกผมก็พร้อมจะให้คำชี้แจงแล้วก็ตอบในประเด็นที่มีการพาดพิงมาถึงแคนดิเดต แคนดิเดตนี้มาจากพรรคเพื่อไทยครับ ชี้แจงทำความเข้าใจนะครับ ก็ขอกราบท่านประธานควบคุมกำกับการประชุมให้อยู่ในกรอบด้วยครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณจุลพันธ์นะครับ ผมก็นั่งฟังอยู่ว่าก็ยังอยู่ในประเด็น อาจจะออกกว้างไปหน่อย ก็คงจะไม่เป็นไร เราก็เปิดใเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามเดี๋ยวพรรคเพื่อไทยก็ใช้โอกาสในบางประเด็น ที่ท่านจะชี้แจงได้ครับ ต่อไปขอเชิญคุณ กัณวีร์ สืบแสง ครับ (คุณกัณวีร์) ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตอภิปรายครับท่านประธาน ในเหตุผลและตรรกะในการตัดสินใจที่จะไม่รับรองคุณเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ผมได้มีโอกาสครับท่านประธาน ได้มีโอกาสคุยกับภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และนักวิชาการ เรามีความคิดเห็นตรงกันครับ ว่าที่ผ่านมาไม่ได้เป็นเพียงเลือกผู้แทนของพี่น้องประชาชน เปรียบเสมือนผู้รับเหมาเท่านั้น แต่ประชาชนจำนวนมากได้ตัดสินใจเลือกว่าจะอยู่กับโครงสร้างเดิม หรือจะเป็นเสียงส่วนหนึ่งที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศเราให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และนี่คือวาระที่หลายพรรคการเมืองที่รณรงค์หาเสียงไว้กับประชาชนเอาไว้ในช่วงการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ขอเรียนว่าหนึ่งเสียงขแงประชาชน ล้วนศักสิทธิ์ ที่พวกเราที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ต้องเคารพเสียงของประชาชนว่าพวกเราไม่ใช่ผู้รับเหมาจากประชาชนแล้วมากำหนดโครงสร้างอย่างไรก็ได้ ประชาธิปไตย คือ การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนไม่ใช่การปกครองของพวกท่าน ของพวกเรา เพียงเล็กน้อยแล้วอ้างว่าการกระทำการทั้งหมดนี้ทำเพื่อประชาชน มันฟังไม่ขึ้นครับท่านประธาน ท่านประธานครับ พวดเราต้องใช้เหตุผลอย้่างสุดความสามารถ และตรงไปตรงมา ให้ได้ถึงเจตนารมณ์การลงเสียงเลือกตั้งโดยรวมและส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นว่าในส่วนมากปรารถนาความเปลี่ยนแปลงมากกว่าโครงสร้างเดิมของระบบการเมืองเดิม ๆ เอาไว้ ดังนั้น ครับท่านประธานเห็นชอบกับแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล ที่ไม่มีแนวทางเปลี่ยนโครงสร้างฝ่ายบริหารจากเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา กับความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ที่ใช้ประโยชน์จากคำว่า "ปะชาธิปไตย" โดยของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงหาเสียงโดยไม่ได้จริงจังและจริงใจอย่างเพียงพอในเสียงศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนไว้วางใจและมอบให้ ท่านประธานครับ ทุกท่านที่เป็นสมาชิกสภาอันทรงเกียทราบกันดีว่าการโหวตสวนเพียงใด แต่ในกรณีนี้ที่ท่านพยายามทำอยู่นี้ เป็นการสวนการโหวตสวนมติของมหาชนเป็นส่วนมาก ย่อมใหญ่หลวงกว่าการโหวตของพรรคการเมือง และผมไม่สามารถลดที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เห็นชอบกับคุณเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ท่านประธานครับ ไม่ใช่ว่าผมมีข้อกังขาต่อคุณเศรษฐานะครับ ไม่ใช่ปัญหาตัวบุคคล ผมยังให้ความเชื่อถือ และเชื่อใจว่าทุกพรรคที่แคนดแต่ละท่าน ย่อมกลั่นกรองอย่างดีแล้ว และไม่ขอก้าวล่วง แต่ปัญหาของประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ เป็นหลักการที่จะได้มาซึ่งอำนาจฝ่ายบริหาร แม้กรอบกฎหมายจะเปิดโอกาสให้กระทำได้ แต่กรอบของคุณค่าประชาธิปไตยสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ที่สภาอันทรงเกีที่ผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับท่านประธาน เมื่อการรณรงค์หาเสียงเป็นเพียงการใช้ประโยชน์เพื่อการโฆษณาเท่านั้น สิ่งนี้เป็นการกระทำที่ด้อยค่า่ในการรณรงค์หาเสียง ประชาธิปไตยซึ่งทำให้การรณรงค์หาเสียงดังกล่าว เป็นเพียงแค่เพียงการทำการตลาดทางการเมือง ท่านประธานครับ จริง ๆ การรณรงค์หาเสียงนี้เป็นขั้นตอนสำคัญ ขแงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้เป็นหางเสือ กำหนดทิศทางของประเทศชาติร่วมกัน ผมยืนยันนะครับท่านประธานแนวทางที่เหมาะสมที่สุดที่เคยเสนอไว้ กาลเวลา สังคมแถลงการว่าปิดสวิตช์มาตรา นานไปไหม จากนั้นจากรอ 10 เือน เผลอแป๊บเดียว ตอนนี้ 8 เดือนในการยืนยัน มติของประชาชนส่วนใหญ่ ครับท่านประธานกับ 9 ปีที่ไม่เคยเห็นหัวประชาชนเลย ท่านประธานครับ เจตนารมของเสียงส่วนใหญ่ประสงค์เห็นการเปลี่ยนแปปลง โครงสร้างที่เป็นไปไม่ได้ ณ ปัจจุบัน ที่เราเห็นอยู่ ขัดแย้งกันแทบเป็นแทบตาย ที่สุดท้ายมันเป็นเพียงการต่อสู้เพื่อแย่งกันปีนขึ้นไปบนยอดพีระมิด โครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมนั้นเอง พูดใกท่านประธาน ประเทศเราเสียโอกาสเป็น 10 ปีขัดแย้งที่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างอันผูกขาดเพราะฉะนั้นครับท่านประธาน การจัดตั้งรัฐบาลเก่าทางการเมือง จึงเป็นสิ่งที่ผมไม่อาจเห็นชอบได้ การจัดรัฐบาลโดยสวนมติมหาชนที่ได้เคยหาเาสีกับพี่น้องประชาชนไว้ จึงเป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นชอบเช่นกัน และผมยังยึดถือและเห็นชอบ ตามครรลองระบอบประชาธิปไตย เลือกตั้งที่ผ่านมา และเป็นเหตุผลด้วยการไม่เห็นชอบให้คุณเศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย เพราะไม่ชอบด้วยหลักการประชาธิปไตยสากล ด้วยประการและทั้งปวง ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณคุณกกัณวีร์ ครับ ต่อไปขอซึ่งขอมา 10 นาทีครับ ขอเชิญคุณกิตติครับ (คุณกิตติ) กราบเรียนประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม กิตติ สมาชิกรัฐสภา ต้องขออนุญาตกล่าวถึงที่ท่านจุลพันธ์จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่ท่านเป็นคนมีเหตุมีผลจะขอให้การอภิปรายจำกัด อยู่ที่ตัวบุคคล และก็พูดถึงนโยบาลนั้นผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว แต่ว่าต้องเรียนตามตรงว่าหลายคน หลายที่ผมได้เคยพูดคุยด้วยนี่ก็เสียดาย ที่บุคคลที่ทางพรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อขึ้นมาเป็นให้ได้การรับรองเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีโอกาสมาแถลงแสดงวิสัยทัศน์หรือว่ามาตอบคำถามโดยตรฉะนั้นมันก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ ที่ท่านอ้างว่านโยบายท่านผ่านการเลือกตั้งมาแล้วนี่ ผมเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยได้มา 141 เสียง ยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร การเสียงสนับสนุนจากอีก 10 พรรคการเมืองที่ประกาศไปเมื่อวานนี้ ฉะนั้น ก็เข้าใจได้ว่าเรื่องนโยบายนี่แน่นอนถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะถาม ผู้ได้รับการเสนอชื่อ แต่เมื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อไม่ได้อยู่ในที่นี้และไม่ได้รับโอกาสได้มาชี้แจงผมก็คงจะต้องเรียนถามซึ่งผ่านท่านประธานไปผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในที่นี้ก้อาจจะต้องเป็นพรรคเพื่อไทย ที่อาจจะได้รับความกรุณาจากท่านหัวหน้าพรรคหมอชลน่านในการพิจารณาให้คำชี้แจงให้ความกระจ่าง กระผมมีข้อที่อยากจะขอความกระจ่างอยู่ 2 ข้อนะครับ ที่จริงท่านประธานครับ ก็ถ้าได้ยินจากปากของท่านซึ่งเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อคือข้อแรก เรื่องความชัดเจนในเรื่องนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน การปราบปราม และการทุจริต มิชอบ อันนี้ก็โดยบังเอิญสอดคล้องกับที่พลเอก สมเจตน์ได้กล่าวไปซึ่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 60 ท่านพูดถึงกลไไกต่าง ๆ ที่มีไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ คือเท่าที่ฟังนี่ มันยังไม่มีความชัดเจนจากพรรคและพรรคร่วมที่จะจัดตั้งรัฐบาลในการที่จะเอาเรื่องต่อต้านคอรัปชัน การป้องกันการปรามปรามทุจริตต่อผู้เป็น.... เป็นนโยบายหลัก การแก้รัฐธรรมนูญนี่ ก็ไม่พูดชัดว่าจะแก้อย่างไร และมีวุตถุประสงค์อย่างไร แน่นอนที่ท่านพลเอกสมเจตน์ ได้กล่าวถึง ขออนุญาตเอ่ยนามก็มีบทบัญญัติมากมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ เช่น นอกเหนือจากที่ท่านได้กล่าวไปแล้ว ก็มีหมวด 9 การขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ เป็นต้นนะครับ และนอกจากนั้นนี่รัฐธรรมนูญฉบับปี 60 นี่ก็ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างเพื่อประกอบและก็เสริมมาตราการ การป้องกับและปราบปรามการทุจริตนะครับ มีการแก้เข้ามากระผมก้ขออนุญาตชักสงสัยเหมือนกันว่าท่านพลเอกสมเจตน์ได้พูดถึงเรื่องอายุความ ผมได้พลิก ๆ ดูก็ปรากฎว่าอยู่ในพระราชบัญญัติป.ป.ช. นะครับ ซึ่งก็เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ในมาตรา 7 นะครับ กำหนดว่าดำเนินคดีอาญาตามพระราชบัญญัติขิงรัฐธรรมนูญนี้ กล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีระหว่างถูกดำเนินคดีหรือกฎหมายของศาล ให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และถ้าจำเลยหลบหนีในระหว่างต้องคำพิพากษาให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลอาญามาใช้บังคับ มาตรา 98 ก็คือกำหนดเวลาให้เป็นอันล่วงเลยการลงโทษผู้นั้น 5-20 ปี อันนี้ก็สอดคล้องกับหลักการระหว่างประเทศนะครับ โดยเฉพาะสนธิสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านประพฤติไม่ชอบ หรือ UNCAC ซึงเป็นหมวดของอายุความคดีหรือ Statute of Limitations ซึ่งก็มีความพยายามอย่างมากและบทบัญญัตินี้อยู่ในกฎหมายไทย แล้วก็สำเร็จแล้ว แล้วก็หวังว่าจะไม่หลุดหายไป เรื่องนี้เป็นประเด็นที่อยากจะขอความกระจ่างและขอพิจารณาของทางพรรคเพื่อไทยช่วยชี้แจงแทนท่านผู้ได้รับเสนอชื่อด้วยว่าท่านจะให้ความสำคัญกับเรื่องต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไรบ้างนะครับ ประเด็นที่ 2 ก็ขอความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินนโยบายประชานิยม คือ มีหลายเรื่องนะครับ คือ ผมก็ไม่ย้อนไปถึงตอนหาเสียงนะครับ ก็มีหลายพรรคที่เสนอแนวลักษณะนั้นนะครับ ทางฝ่ายวิชาการก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันมากพอสมควร แต่ที่พูดกันมากที่สุด ก็คือนโยบาย Digital เมื่อวานผมจำได้ว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านก็กล่าวถึงแบบสั้น ๆ คือ ดั้งเดิมนี่เป็นการแจกเงิน Digital 10,000 แจกเงิน Digital 10,000 บาท ให้ทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งก็มีการคำนวณก็กว่า 500นโยบาลประชานิยมเหล่านี้นี่ เป็นที่ทราบดีว่าสร้างปัญหาในหลาย ๆ ประเทศ แม้แต่ประเทศตะวันตกหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทสในยุโรปใต้ และประเทศออเมริกาก็ยังมีปัญหากันอยู่ และเป็นปัญหาเรื้อรังก็สำหรับของเรานั้นนี่ก็มีท่านผู้หลักผู้ใหญ่ทางวงการเงิน ทางด้านเศรษศาสตร์มหภาคออกมาเตือนว่าเราอาจจะไม่ต้องการนโยบาลเหล่านั้น เราผ่านวิกฤติ COVID-19 มา การที่จะเข้าไปช่วยเหลือน่ะ คงไม่ใช่การช่วยเหลือแบบ Quantitative Easing หรือเอาเงินอัดเข้าไปแต่เป็นการช่วยตามจุดที่เห็นว่ายังมีความต้องการอยู่ ซึ่งการทำลักษณะนั้นนี่ ทำการลักษณะที่ ไม่เป็นการเจาะจงนี่ มันอาจจะสร้างปัญหาทั้งในแง่ของความมั่นคงแล้วก็วินัยทางด้านการคลังและการเงิน ซึ่งก็น่าเป็นห่วงนะครับ ก็อาจจะมีปัญหาอื่นตามมา ซึ่งหลายประเทศเจอปัญหาอยู่หลังจากที่ใช้นโยบายไอ้ Quantitative Easing ก็คือปัญหาเงินเฟ้อ เนื่องจากว่าตอนนี้เรากำลังจะไปสร้างอุปทานหรือSupply ขึ้นมา ถ้าเกิดจะมีมาตราการอะไรที่จะป้องกัน ก็ผมได้รับคำบอกเล่าเบื้องต้นนะครับ ว่าสิ่งที่ท่านจะสร้างขึ้นนี่จะไม่ได้อยู่ในระบบการเงินการคลังปกติ จะเป็นเงิน Digital ที่จะไปอยู่ในกระเป๋า หรือ เป๋าตังค์ ที่สร้างขึ้นมาเหมือนกรณีที่ใช้ Blockchain แล้วก้ใช้ bit ลักษณะเงินคล้าย ๆ Biไม่มี ไม่มีตัวตน ไม่มีเงินสำรองมารองรับแต่ก็เป็นที่เข้าใจกันดีว่าใครจะไปถือเงินดิจิทัลไว้เฉย ๆ คนไทยนี่เป็นที่ทราบกันดีอยู่ เงินหมื่นพร้อมที่จะแลกเงินสด เงินหมื่น 8,000 ได้ 8,000 ก็เอานะครับ เพราะเขามีเจตนาที่ไปใช้ที่ไม่ได้อยู่มนระบบของนโยบาย สิ่งที่นโยบายอาจจะหวังไว้นะครับ สิ่งเหล่านี้นี่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ฝากเรียนผ่านท่านประธานไปยังพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วม อาจจะลองพิจารณาปรับในการที่จะอัดฉีดเงินนี่เป็นกลุ่มเฉพาะเจาะจงมากขึ้น คือ ด้านสังคม ก็คือกลุ่มด้อยโอกาสทั้งหลายนะครับ ส่วนทางด้านเศรษฐกิจก้แน่นอน มีกลุ่มที่อยากจะฟื้นฟูหลังจากวิกฤติโควิด เช่นกลุ่มที่เรียกว่า "S-Curve" หรือการที่ต้องการการพัฒนาอย่างเร่งด่วน กลุ่มรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ EV หรือกลุ่ม... กลุ่ม Robot ที่จะสร้างหุ่นยนต์ Ai อะไรต่าง ๆ ที่เราต้องการวิทยาการมาก ๆ ต้องการความช่วยเหลือจากทางรัฐมาก ๆ นะครับ สิ่งเหล่านี้กระผมก็มีอยู่ 2 ประเด็ดหลัก ๆ ที่ผมอยากจะฟังจากทางพรรคเพื่อไทยครับท่านประธาน เรื่องนี้ก็คือความชัดเจนในเรื่องการต่อต้านการทุจริตขอความชัดเจนเรื่องที่ 2 ก็คือนโยบายประชานิยม โดยเฉพาะนโยบายแจกเงิน Digital ขอบคุณครับ // จครับ ต่อไปขอเชิญคุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ ขอไว้ 7 นาทีนะครับ เชิญครับคุณเชาวฤทธิ์ครับ (คุณเชาวฤทธิ์) กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมนาย เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังสังคมใหม่ คนจังหวัดน่านครับ ตามที่ผมได้ฟัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับคุณเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย บางคนก็บอกว่าไม่เคยรู้จัก บางท่านก็บอกว่าคุณเศรษฐานี่ หลีกเลี่ยงการเสียภาษีนะครับ ผมจะขออภิปรายว่าการเป็นผู้บริหารของบริษัทเอกชนนี้นะครับ มีวัตถุประสงค์การจดทะเบียนเพื่อทำหลาย ๆ อย่าง และก็แสวงหาผลกำไรนะครับ ไม่เหมือนการบริหารงานของภาคที่เป็นนายกรัฐมนตรีนี่ การตรวจสอบขององค์กรต่าง ๆ นี่มีหลากหลายนะครับ เช่น ปปช. สตง. สภานิติบัญญัติสส. และ สว. และองค์กรตรวจสอบต่าง ๆ ที่จะตรวจสอบของนายกรัฐมนตรีผู้บริหารประเทศ ผู้บริหารประเทศนี่ไม่หวังผลกำไรนะเพราะว่าผลกำไรที่นายกฯ หรือผู้บริหารประเทศนี้ได้ คือ ความอยู่ดี กินดีขแงพี่น้องประชาชน ไม่เหมือนกับการบริหารของบริษัท การบริหารบริษัทนี่คือแสวงหาผลกำไร บริษัทห้างร้านอะไรต่าง ๆ ที่จะทะเบียนมานี่หวังผลกำไรทั้งนั้นครับ มันไม่ใช่ว่าจดทะเบียนยมาแล้วมาแล้วมาทำการค้าไม่หวังผลกำไรน่ะ ผมว่าไม่มีใครทำหรอกครับ ยกเว้นแต่องค์กรสาธารณประโยชน์ เช่น สโมสรลอตเตอรี สโมสรไลออนนี่ เขาจมาไม่หวังผลกำไรแน่นอนครับ การที่บริษัทแสนสิรินะครับ ได้ซื้อที่ดิน แล้วก้มีการเสียภาษี บางท่านว่าเสียภาษีไม่ถูกต้องการเสียภาษีของระหว่างการโอนที่ดินของบริษัทแสงสิริ และบริาัทประไพทรัพย์ ในข้อคำสั่งของกรมสรรพากรที่ 100/2543 ได้กำหนดไว้ว่าถ้าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนี่ โอนที่ดิน ต่อกับ ต่อบริษัท ก กับ บริษัท ข นี่ ต้องเสียภาษีอีกอย่างหนึ่งนะครับ แต่ว่าในบริาัทประไพศรีนี่ โอนเป็นรายบุคคล 12 คน คนละ 1 วันอันนั้นจะเสียภาษีลดลงมาเหลือประมาณ 70 กว่าล้านนะครับ คือในการที่ลดภาษีต่างกันนี่ ประมาณ 500 ล้านนี่ มันไม่ได้ผิดกฎหมาย มันเป็นระเบียบของกรมที่ดินนะครับ ที่จะต้องเสียภาษีตามนั้น ผมจึงว่าเห็นว่าผมเห็นว่าคุณเศรษฐา ทวีสินนี่ แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 นะครับ ในนามพรรคพลังสังคมใหม่ ก็ขอสนับสนุนนะครับ พรรคเพื่อไทยที่ได้เสียงการเลือกตั้งมา 10 กว่าล้านนะครับ คุณเศรษฐา ทวีสิน นี่ ก็ได้การยอมรับกับการยอมรับพี่น้องประชาชนมา 10 กว่าล้านนะครับ ถือว่าการตรวจสอบผ่านที่การตรวจสอบการเลือกตั้งเข้ามา ส่วนที่ว่าคนที่ว่าไม่รู้จักท่านเศรษบา ทวีสิน มันเป็นไปไม่ได้ครับ การเลือกตั้งมีเวลาตั้ง45 วัน แล้วก็แคนดิเดตนายกฯ แต่ละพรรคก็แสดงวิสัยทัศน์กัน ทุกพรรค ทุกพรรค ก็ทุกท่านก็น่าจะได้ยินและได้เห็นแล้วว่าประวัติของคุณเศรษฐาเป็นอย่างไรครับ ผมจึงขอสนับสนุนคุณเศรษฐาเป็นนายกฯ คนที่ 30 ครับ ขอบคุณครับ (คุฯวคุณเชาวฤทธิ์ครับ ต่อไปขอเรียนเชิญคุณคำนูณ สิทธิสมาน ครับ ขอไว้ 15 นาทีครับ เชิญคุณคำนูณครับ (คุณคำนูณ) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คำนูญ สิทธิสมาน วุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภาท่านประธานครับ หลักคิดในการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ของกระผม มีดังนี้ครับ กระผมเชื่อโดยบริสุทธิ์มาโดยตลอดว่าการกำหนดให้ สว. ร่วมให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะเป็นหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็เป็นการชั่วคราวตามบทเฉพาะกาลและด้วยความที่เป็นบทบัญญัติที่ไม่เคยมีมาก่อนในระบบรัฐธรรมนูญไทย แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะจัดทำขึ้นในยุครัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร และต้องมีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอยู่แล้ว จึงยังต้องมีการลงประชามติเป็นคำถามเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ สอบถามประชาชน ว่าจะเห็นชอบหรือไม่กับบทบัญญัติพิเศษนี้โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่อง วึ่งแม้จะได้รับความเห็นชอบในการลงประชามติ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 บทบัญญัตินี้ก็ยังกำหนดให้ สว. มีหน้าที่และอำนาจในการร่วมความเห็นชอบเท่านั้น ไม่มีสิทธิเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิ์รับรองชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น ๆ ด้วยเหตุนี้ หลักคิดในการร่วมให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของสว. ในความเห็นของกระผม จึงควรจะต้องมีความแตกต่างจาก สส. กล่าวคือ สว. ควรจะใช้หน้าที่และอำนาจที่มีอยู่อย่างมีเหตุผล อย่างมีขอบเขต และอย่างจำกัด เหมือนกรณีพิจารณาบทยกเว้นตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายอื่น ทั้งนี้กระผมแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลาครับ 1. ช่วงเวลาก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2565 อันเป็นช่วงเวลาที่แผนการปฏิรูปประเทศทุกด้าน มีการสว. ควรพิจารณาถึงเหตุผลพิเศษ ตามที่ปรากฏในคำถามเพิ่มเติมในการลงประชามติ เมื่อ 7 ปีก่อนหน้านี้ คือความต่อเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศ นี่คือหลักในการพิจารณาในช่วงระยะเวลานั้น และผมก็เคยได้อภิปรายในที่แห่งนี้ ในคราวเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2562 ช่วงที่ 2 คือ ช่วงเวลาหลังจากวันที่ 31 ธันวาคม 2565 อันเป็นช่วงระยะเวลาที่แผนการปฏิรูปประเทศทุกด้าน เสมือนสิ้นสุดลงแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 259 โดยมติของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2565 และคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับรองทุกประการในเวลาต่อมา โดยกำหนดให้ยกเลิกบทบัญญัติกฎหมายและหน่วยงานที่ทำหน้าที่เฉพาะเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ คืนกลับไปให้หน่วยงานปกติทำหน้าที่ต่อ ทำให้ไม่อาจพิจารณาเหตุผลพิเศษตามคำพประชามติเพิ่มเติมได้ ดังนั้น การให้ความเห็นชอบบุคคลวึ่งเหมาะสมเป็นายกรัฐมนตรี ในช่วงเวลานี้ของรัฐสภาสมัยนี้ ผมจึงแบ่งออกเป็น 2 กรณี หากเป็นกรณีทั่วไปตามปกติ ผมเห็นควรให้มีการตัดสินใจ ให้ความเห็นชอบตามเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลัก เพื่อสะท้อนผลการเลือกตั้งทั่วไป และการตกลงทางการเมือง ระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะในการบริหารราชการแผ่นดินและการกำกับตรวจสอบราชการแผ่นดินทุกขั้นตอน หลังจากการให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ซึ่งเหมาะวสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ต้องอาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเกือบทั้งสิ้น ไม่มี สว. เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อหนึ่งกระผมเห็นว่าการที่รัฐธรรมนูญกำหนดมติให้การลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นไปโดยเปิดเผย แตกต่างกับการให้ความเห็นชอบบุคคลในกรณีอื่น ๆ ที่ให้กระทำเป็นการลับ ก็เป็นมาตราการที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการให้การลงมติสะท้อนผลการเลือกตั้งทั่วไปและการตกลงของพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด ท่านประธานครับ แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า สว. จะต้องให้ความเห็นชอบตามเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเสมอไป ทุกกรณี ไม่เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีบทบัญญัติพิเศษ มาตรา 272 นี้แต่ประการใด สว. ย่อมสามารถใช้วิจารณญาณตัดสินใจให้เห็นควรวึ่งยุคคลที่ได้การแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี แตกต่างไปกับเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่ควรจำกัดเฉพาะในกรณีที่เห็นว่าสำคัญจริง ๆ มิอาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีสำคัญที่สุดในระดับที่เห็นว่าอาจะเป็นพยันอันตรายอันใหญ่หลวงต่อรัฐธรรมนูญและระบอบการปกครองของประเทศ เสมือนเป็นกา่รใช้สิทธิยับยั้งในฐานะสภาที่ 2 ท่านประธานครับ การตัดสินใจไม่ให้ความเห็นชอบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเสนอชื่อเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ตามเสียข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ก็เพราะแคนดิเดตท่านนั้นและพรรคต้นสังกัดท่าน ยังคงมีนโยบายแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎหมายอาญา ตามมาตรา 112 ในสารที่กระทบต่อคุ้มครองสถานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ขององค์พระมหากษัตริย์ของรัฐธรรมนูย เปรียบเสมือนเป็นการแก้รัฐธรรมนูญบทหลักของพระมหากษัตริย์ในประตูหลัง และเสมือนเป็นการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามมาตรา 112 ทั้งหมด ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมทุกระดับ ทางประตูหลัง กระผมเห็นว่าถือเป็นพยันอันตรายต่อรัฐธรรมนูญ และต่อระบอบการปกครอง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีท่านนั้นท่านก็มิได้ถอยนโยบายนี้ แม้ว่าจะมีเสียงอภิปรายคัดค้านสักเพียงใด ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้นรับการแต่งตั้งให้เป็นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ก็เป็นที่ชัดเจนจากการแถลงต่อสาธารณะว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเสนอชื่อไม่มีนโยบายที่อาจจะเป็นภยันตรายต่อรัฐธรรมนูญและต่อระบอบการปกครองในลักษณะดังกล่าวรวมทั้งไม่มีพรรคการเมืองเจ้าของนโยบายที่ว่านั้นเข้าร่วมการจัดตั้งรัฐบาล กระผมเห็นควรกลับคืนสู่หลักการทั่วไป คือตัดสินใจลงมติให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นหลักคิดของกระผมที่ว่า สว. ควรปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 272 อย่างไร อย่างไรก็ดีครับท่านประธาน จะมีการอภิปรายหรือแม้กระทั่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางสาธารณะขึ้นมาว่า ถ้าอย่างนั้น นโยบายที่จะให้คณะรัฐมนตรีมีมติในการประชุมครั้งแรกให้ออกเสียงประชามติสอบถามประชาชนว่าเห็นควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่นั้น ถือเป็นพยันอันตรายต่อรัฐธรรมนูญ และต่อระบอบการปกครองหรือไม่ มีเสียงบางท่านบอกว่าอันนี้ร้ายแรงกว่าการแก้ไขมาตรา 112 เสียอีก กระผมได้นำมาใคร่ครวญ และขออนุญาตอภิปรายบันทึกไว้ ณ ที่นี้ว่ากระผมเห็นต่างครับ เพราะไม่ว่าพวกเราทุกคนจะเห็นด้วย หรือเห็นต่างกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ กระผมโดยส่วนตัว ก็ไม่เห็นด้วย เห็นว่าการแก้ไขรายมาตรานั้นสามารถจะกระทำได้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ นโยบายเรื่องนี้นี่เป็นโยบายของทุกพรรคการเมือง เกทอบทุกพรรค การเมืองที่เราต้องยอมรับ ตั้งแต่ปี 2562 แล้วก็ได้มีการศึกษา มีการตั้งกรรมาธิการ แล้วที่สุดก็ได้มีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 216 เพิ่มเตอมหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญบทหมด เสนอต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาแห่งนี้ เมื่อปี 2563 จากพรรคการเมือง 2 กลุ่ม 2 ขั้ว พูดแล้วก็คือเกือบทั้งสภาผู้แทนราษฎร และแม้จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาก่อนลงมติในวาระที่ 1 แต่เมื่อถึงการลงมติในวาระที่ 1 ก็ผ่านวาระที่ 1 สมาชิกวุฒิสภาพวกกระผมนี้ ก็ลงมติเห็นชอบด้วยเกิน 1 ใน 3 เกินเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญ 2556 กำหนดไว้ ร่างนั้นก้ผ่านการพิจารณา ในชั้นกรรมมาธิการ ผ่านการลงมติในวาระที่ 3 เผอิญมีผู้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 210 (ในที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 4/2564 เดือนมีนาคม 2564 คำวินิจฉัยที่เป็นกุยแจ คำสำคัญนั้น ก็คือท่านบอกว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ได้ลงประชามติเสียก่อนนว่า ประชาชนจะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และหลังจากจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้น ที่ท่านจะให้คณะรัฐมนตรีมีมติจะให้จัดทำประชามติในวาระแรกของการประชุม ครม. นั้น กระผมเห็นว่าทำได้ครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ เราจะต้องยอมรับความเป็นจริงว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น แม้จะผ่านการออกเสียงการทำประชามติครั้งแรกนั้น ยังต้องใช้ขั้นตอน และระยะเวลาอีกไม่ต่ำกว่า 2 ปี ผ่านการพิจารณารัฐสภาแห่งนี้ อีก 1-2 ครั้งผ่านเงื่อนไขเดิม ๆ ทุกอย่างและผ่านการออกเสียงประชามติรวมทั้งสิ้น 3 ครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราเคารพผลประชามติ 2559 ผมก็ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะบอกว่าไม่เคารพผลการลงประชามติในอีก 3 ครั้งข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน เพื่อความสบายใจของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ เพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชน มันมีประเด็นที่พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย หากจะได้กรุณาชี้แจงให้ชัดเจนและที่ผมจะขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ว่า ในเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ภูมิรัฐศาสตร์ทางการเมืองใหม่ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็น 1 ในขั้วสำคัญ ท่านก็ควรจะใช้โอกาสนี้สร้างความสบายใจให้เกิดขึ้น 1. หากจะมีคำถามประชามติ คำถามประชามตินั้นควรจะต้องตรงและไม่เกินไปกว่าคำของศาลรัฐธรรมนูญ 4/2564 2. ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอเข้าสู่สภา ควรจะรับฟังความคิดเห็นจากทุกพรรคการเมือง จากสมาชิกวุฒิสภา ผ่านการพูดคุยให้มากที่สุด และ 3. ควรจะคำนึงถึงสาระสำคัญ ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 ก็คือรูปแบบของ สสร. ที่จะเกิดขึ้น และเมื่อ สสร. ร่างเสร็จแล้ว จำเป็นจะต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาก่อนเป็นครั้งสุดท้าย และสุดท้ายครับ หากเป็นไปได้ ถ้าท่านจะกรุณาทบทวนระยะเวลาของการจัดทำประชามติ ก็จะเป็นประโยชน์ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาในเชิงหลักการพิจารณา การใช้อำนาจหน้าที่ตามมาตรา 272 ในบานะ สว. ซึ่งแตกต่างไปจาก สส. ในครั้งนี้ กระผมจะให้ความเห็นชอบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร กราบขอบพระคุรครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุฯครับ เชิญท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ พรรคชาติไทยพัฒนา เชิญครับ (คุณณัฐวุฒิ) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัมนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้กระผมขออนุญาตท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติที่เคารพรักทุกท่านครับ ขอนำเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง หรือ Real World 3 ประการเพื่อประกอบการพิจารณาลงมตินายกรัฐมนตรีครับ โลกแห่งความเป็นจริงประการแรกครับ ผู้นำพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งสูงสุด มิใช่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีเสมอไปครับ วันนี้ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติอาจะมีมติเลือกนายกรัฐมนตรีเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งมาจากพรรคการเมืองที่เคยประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศสูงสุดมาแล้วครั้งหนึ่งรัฐบาลที่เกิดขึ้นในอนาคตจะเรียกว่าอะไรก็ตามนะครับ รัฐบาลสลายขั้ว รัฐบาลพิเศษ สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นเสมอ ๆ ในทางการเมืองไทย ตามระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ครับ ผมเป็นห่วงอย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพครับ ว่าคำพูดของนักการเมืองทั้งในการหาเสียงเลือกตั้งและเหตุการณ์หลังเลือกตั้งในระหว่างการรวบรวมพรรคการเมืองเพื่อให้ได้เสียงข้างมากเป็นรัฐบาลนั้น ได้ทำลสายความเชื่อถือต่อคำพูดของนักการเมืองจนประชาชนเสื่อมศรัทธาอย่างรุนแรงครับ วัดได้จากอะไรครับ วัดได้จากเดี๋ยวนี้ครับ การไปงานในพิธีต่าง ๆ ของชาวบ้านนี่นะครับ เขาจะไม่เชิยนักนักการเมืองขึ้นเวทีกล่าวอีกต่อไปแล้วครับ หรือกล่าวน้อยลง เพราะอะไครับ คำกล่าวของนักการเมือง ไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติ ไม่ได้รับความเชื่อถืออีกต่อไป ยกเว้นครับ นักการเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี ยกเว้นเพราะอะไรครับ เพราะนักการเมืองจังหวัดสุพรรณบุรียึดมั่นเสทอครับ ในคำพูดของศิลปอาชา สัจจะ กตัญญูครับท่านประธานครับ ดังนั้น ครับ นายกรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้จะแก้ไข ความเป็นห่วงเป็นใยของผมได้อย่างไร ต้องนำนโยบายต่าง ๆ ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ ให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงานราคาแพงนะครับ เรื่องหนี้สินครัวเรือน เรื่องภัยแล้งที่กำลังจพเกิดจชึ้นไปแก้ไขให้สำเร็จให้จงได้ ความศรัทธา ความเชื่อถือ จะกลับมาครับ โลกแห่งความเป็นจริง ประการที่ 2 ครับ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี่นะครับ ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตการเลือกนายกรัฐมนตรี 3 เดือนเศษยังเลือกไม่ได้เลยครับ ท่านประธานและยังมีอีกหลายประการ ดังนั้นครับ จำเป็นต้องมีการแก้ไขโดยด่วนครับ จึงเห็นด้วยกับ ผู้นำที่เป็นพรรคที่เป็นแกนนำว่าวาระที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกนี่นะครับ จะมีการเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นทันทีครับ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยึดถือการปฏิรูปการเมืองในปี 2539 ของท่านนายกฯ บรรหาร ศิลปะอาชา นั่นก็คือได้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. มาทำการแก้ไขแล้วเป็นจริงครับ เป็นจริงเรื่องอะไร เป็นจริงที่ว่าเราได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง เพราะอะไรครั บเพราะว่าการร่างรัฐธรรมนูญนั้นถือหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริงที่ว่าอำนาจเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนครับ ท่านประธานครับ ประการที่ 3 โลกแห่งความเป็นจริงหรือประการสุดท้ายนี่ แคนดิเดตนายกฯ รู้บริบทนี้ครับ บริบทพลวัตในการเปลี่ยนแปลง หลีกหกนีไม่พ้นครับ ในอานาคต ที่มีหลากท่านกล่าวถึง Wind of Change นี่นะ เกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในคนหนุ่มสาว เพียงแต่ว่าขอให้นายกรัฐมนตรีคำนึงถึงเสมอว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้น ต้องเป็นการ Taking of Soft Landing ด้วยครับท่านประธานครับ ผมต้องขอชื่นชมนะครับ ว่านายกทีจะมานี่นะครับย ถ้าเกิดได้ในวันนี้นี่ ต้องคำนึงอยู่เสมอนะครับ ว่าท่านจะประสบกับผู้นำ หรือตัวแทนที่จะมาดูแลกำกับควบคุมที่เข้มแข็งครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาแห่งนี้ครับ แล้วประโยชน์ได้ทั้งหมดนี่นะครับ จะตกอยู่กับประเทศชาติและประชาชน แล้วเราหวังว่าคนหนุ่มสาวที่กำลังทำหน้าที่อยู่นี่นะครับ เขาจะไม่ต้องกล่าวเหมือนกับรัฐบุรุษอาวุโส ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่าเมื่อข้าพเจ้ามีอำนาจข้าพเจ้ายังไม่้มีประสบการณ์ เมื่อข้าพเจ้ามีประสบการณ์ ข้าพเจ้าก็ไม่มีอำนาจเสียแล้ว เราอยากจะให้ท่านถึงทั้งมีอำนาจและมีประสบการณ์ในคราวเดียวกันครับ หวังว่าจะถึงวันนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายครับ ขออนุญาตสรุปอย่างนี้ครับ วันนี้ยินดีกับอดีตผู้นำที่กลับประเทศครับ แต่จะยินดีสูงสุดและมากที่สุด นั่นก็คือไอ้ Real World โลกแห่งความเป็นจริง โลกแห่งความขัดแย้งในประเทศจะสิ้นสุดเสียทีครับ จะก้าวเข้าสู่ยุค Dream Word ยุคแห่งความฝันที่เราปรารถนาสูงสุด นั่นก็คือ โลกหรือประเทศของเราเข้าสู่ยุคภาษีอ่านประเทศเจริญรุ่งเรือง สันติ สงบสุขข นิรันด์การครับ ขอบพระคุฯครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบพระคุณครับท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ต่อไปเป็นท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ นะครับ สว. ครับ (คุณสถิตย์) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เวลานี้เป็นการให้ความเห็นชอบ บุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อวันนี้ คือ คุณเศรษฐา ทวีสิน วึ่งเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการบริหารธุรกิจเป็นอย่างมาก แต่ในวันนี้กำลังได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งแตกต่างไปจากการบริหารธุรกิจ กระผมขออนุญาตท่านประธานกล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจบางเรื่อง เชื่อมโยงไปถึงทักษะในการบริหารของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ผมขออภิปรายเรื่องนโยบายDigital Wallet หรือนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งกำหนดให้ ให้เงิน 10,000 กับผู้ที่มีอายุเกิน 16 ปี และให้ใช้จ่ายในเวลา 6 เดือน ในรัศมี 4 กิโลเมตร นโยบายเช่นนี้ ถือว้่าเป็นนโยบายที่กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ออกนโยบายนี้ ขณะนั้นเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ในปี 2563 นั้นเศรษฐกิจติดลบอยู่ที่ 6.2 และฟื้นตัวมาในปี 64 ที่ขยายตที่ขยายตัวที่ร้อยละ 1.5 และในปี 65 ขยายตัวร้อยละ 2.6 นโยบายนี้ออกมาในขณะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ซึ่งไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะว่าเวลาที่ขยายนั้นต้องคำนึกถึงจังหวะเวลาหรือ Timely แต่ ณ วันนี้ไตรมาสแรกการเติบโตทางเศรษฐกิจของปี 2566 นั้น ขยายตัวร้อยละ 2.6 ถ้าเทียบกับไตรมาสของปีที่ผ่านมาแต่ในไตรมาศที่ 2 นั้นขยายลดลงเหลือร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับไตมาสที่ผ่านมาของปีที่แล้ว ที่เป็นเช่นนี้ ก็เป็นไปได้ว่าอยู่ในช่วงของการรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพราะว่าจากตัวเลขนั้น ปรากฏว่าตัวเลขที่ด้อยลงไป ก็คือตัวเลขของการใช้จ่ายภาตรัฐ ตัวเลขของบริโภคภาครัฐ แม้กระทั่งตัวเลขของการส่งออกก็ลดลงไป มีแต่ท่องเที่ยวเท่านั้นที่เติบโตเข้ามา เพราะฉะนั้น ในจังหวะนี้ก็จะเห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มจะชลอตัว ก็เป็นช่วสงจังหวะเวลาที่ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หลักการประการที่ 2 ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็คือต้องเป็นการชั่วคราว หรือ Temporarily เรื่องนี้ชัดเจนว่าเป็นการชั่วคราว เพราะว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้น ภายใน 6 เดือน เรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องของเป้าหมายหรือ Target ซึ่งเรื่องของเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น อาจมองเป็น 3 เรื่อง เรื่องแรกก็คือเรื่องบุคคลที่จะได้รับประโยชน์ ผมจะเรียนนโยบายนั้นสามารถที่จะทำควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำ เพราะฉะนั้น การให้เงิน 10,000 บาทนี้ อาจจะคิดในกรอบเดิม ก็คือ Helicopter Money ก็คือโปรยเงินไปทั่วแจกเงินให้ครบทุกคนแต่ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่เรามีฐานข้อมูลของคนจนอย่างเพียงพอ ที่จะสามารถจะแจกเงินให้ตรงเป้า ไปกับคนเหล่านั้นได้ ก็หวังว่าทักษะในการบริหารของคุณเศรษฐาในธุรกิจจะได้นำเรื่องนี้เข้าไปพิจารณาในการบริหารเศรษฐกิจ เพราะว่าในการบริหารเศรษฐกิจนั้น ต้องคำนึงถึงความเติบโต ก็ยังคำนึงถึงความกระจายของความเจลดความเหลื่อมล้ำอีกด้วย หรือเป้าหมายประการที่ 2 ก็คือร้านค้า หวังว่าคุณเศรษฐาจะได้พิจารณาว่าจะให้ไปซื้อของในร้านค้าที่เป็นร้านค้าชุมชนจริง ๆ ไม่ใช่ร้าที่เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ไปตั้งรกรากอยู่ในชุมชน มิเช่นนั้นแล้วประโยชน์ที่จะได้จากชุมชนก็จะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่ถ้าหากจำกัดเฉพาะขอบเขตร้านค้าชุมชนแท้ ๆ แล้ว นอกจากกระตุ้รเศรษฐกิจ ก็ยังกระจายเศรษฐกิจไปอีกด้วย เป้าหมายประการที่ 3 ก็คือสินค้า สินค้าที่กำหนดในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นควรจะเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ไม่ใช่สินค้าเป็นการทั่วไป มิฉะนั้นแล้ว ก็อาจจะไปซื้อสิฟุ่มเฟือยด้วยสินค้าที่เป็นอบายมุข ประสงค์กับการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ไม่ตอบรับกับเรื่องของการกระจายความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ตอบรับกับการลดความเหลื่อมล้ำ ประการถัดไปในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ก็คือต้องมีความโปรงใส เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และก็ต้องชม ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นายกรัฐมนตรีที่ได้นำมิติใหม่ของความโปรงใสมาใช้ในการบริหารเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ นั่นก็คือนำระบบ Blockchain มาใช้ เพราะว่าการบริหารเศรษฐกิจโดยการแจกเงินที่โปร่งใสนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ระบบดิจิทัล และระบบดิจิทัลที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ถึงขึ้นสูงสุด ก็คือ Blockchain ผมขอกราบเรียนท่านประะานสภาว่า Blockchain นั้นเป็น World Wide Web รุ่นที่ 3 World Wide Web รุ่นที่ 1 ก็คือ World Wide Web รุ่นที่อ่านอย่างเดียว หรือ Read Only World Wide Web รุ่นที่ 2 นั้นก็คือ รุ่นที่อ่านได้ ตอบได้ รุ่นที่ Read and Respond ส่วน World Wide Web รุ่นที่ 3 ขยับไปอีกขั้นหนึ่ง ก็คือเป็นเรื่องที่กระจายในเรื่องของข้อมูลออกไป และทุกคนเป็นเจ้าของของตัวเอง ไม่มีตัวกลางที่เป็นเจ้าของข้อมูลเหมือนกับเว็บที่ 2 เพราะเรื่องนี้ก็จะมีความโปร่งใสมาก แต่ผมก็อยากจะเรียนว่าประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจของผู้ที่ได้ชื่อเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นจะต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบถึงการวางโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain อันนี้ที่จะต้องรอบคอบในเรื่องเทคโนโลยีที่จะต้องระมัดระวังในเตรื่องของกระบวนกาต่าง ๆ ที่จะต้องพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้ที่ใช้ระบบ Blockchain นี้อย่างแท้จริง เพราะระบบ Blockchain มีอยู่คำหนึ่ง คือ "Private Key" หรือทั่วไปว่า Password ทุกอย่างที่อยู่ใน Digital Wallet ก็จะหายไปด้วย นี่ผมกำลังพูดถึงโครงสร้างพื้นฐาน ถ้าโครงสร้างพื้นฐานของ Blockchain ถ้าใช้เรื่องอื่น ๆ ด้วย ก็คงจะต้องพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานของ Blackchain นี้ให้ดี และการบริหารธุรกิจของคุณเศรษฐา ทวีสินนั้น สามารถนำมาปรับใช้ด้วยความระมัดระวังในการวางโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Digital monผมขออนุญาตกล่าวในเรื่องของทางการเมือง ว่าเมื่อพรรคใดพรรคหนึ่งหรือพรรคการเมืองหลายพรรค ได้รวมตัวกันเป็นเสียงข้างมากเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาราษฎรแล้ว ก็ของคนไทยเกินกึ่งหนึ่งของผู้ที่ลงคะแนนเสียงทั้งหมดจึงมีความชอบธรรมที่พรรคที่รวมตัวกันเกินกว่ากึ่งหนึ่งนั้นจะได้เสนอชื่อบุคคลที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อได้พิจารณาของการเป็นนักบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ปรับทักษะให้มาบริหารประเทศชาติได้แล้ว ผมจึงคิดว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้คือคุณเศรษฐา ทวีสิน ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน ปรีดา บุญเพลิง พรรคครูไทยเพื่อประชาชน เชิญครับท่านครับ (คุณปรีดา) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมนายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน การศึกษานำการเมือง ครูพัฒนาคน ประชาชนพัฒนาชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ทรงเกียรตินายกรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติผมได้เฝ้าติดตามบรรยากาศและสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาล ของพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้และที่ผ่านมาวันนี้เราคงต้องมาร่วมช่วยกันจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเป็อยู่ที่ดี กินดี มีความมั่นคงในชีวิต สังคมไทยมีความรักสามัคคีประเทศชาติมีความมั่นคง เจริญรุ่งเรืองสืบไป ทัดเทียมกับอารยประเทศ ควรถึงเวลาและเป็นนิมิตหมายที่ดี ในการสรรหานายกรัฐมนตรีในครั้งยเพื่อในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ครั้งนี้ถ้านายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบจากที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา จะพาประเทศไปสู่ความมั่นคง เพื่อการศึกษา ด้านสังคม ด้านการเมือง และวัฒนธรรม ผมอยากทราบว่านโยบายของพรรคการเมืองที่จัดตั้งรัฐบาลว่าอย่างไร โดยเฉพาะด้านการศึกษา ว่าที่นายกรัฐมนตรี ควรจะนำเรื่องการศึกษาเป็นนโยบายหลักในการพัฒนาประเทศ เช่น หลักสูตรครู ระบบบริหารจัดการจัดการควรได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าท่านทำได้อย่างนี้ ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทย พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนจะมีความสุขร่มเย็น ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองมีความมั่นคง พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ขอบคุณมากครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวันชัย สอนศิริ สว. นะครับ (คุณวันชัย) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมเองนั้นได้ประกาศแสดงเจตจำนงมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง ว่าใครรวมเสียงข้างมากได้ สว. วันชัย สอนศิริ จะโหวตให้กับนายกรัฐมนตรี จากการเมืองเหล่านั้น และผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมว่าสิ่งที่ผมประกาศเจตจำนงทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งว่า สนับสนุนกับพรรคการเมืองที่รวมเสียงข้างมากนั้น ด้วยเหตุผลว่า 1. เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งแน่นอน บ้านเมืองเรา เรากำลังเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย แม้อาจจะยังไม่เต็มใบเต็มที่นัก และจะต้องเต็มใบต่อไป ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งก็สนับสนุนให้กับเสียงส่วนใหญ่อันเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และเมื่อรวมเสียงข้างมากได้ ก็ถือว่าเป็นความต้องการของประชาชนพี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่ใช้สิทธิเลือกตั้งและประการที่สำคัญครับท่านประธาน เป็นการลดความขัดแย้งความสังคม ในบ้าน ในเมือง และเป็นสิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมว่าการตัดสินที่จะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น อยู่ที่สมาชิกรัฐสภา 750 คนี้มิใช่ว่าใครคนใดคนหนึ่งกล่าวอ้างขึ้นมา ว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ถูกต้อง คนนั้นไม่มีคุณสมบัติ ใช้ไม่ได้ แล้วคน 750 จำเป็นต้องเชื่อคนคนนั้นซึ่งไม่ใช่สมาชิกรัฐสภาหรือ เพราะฉะนั้น เสียง 750 ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเสียงชี้ขาดว่าใครเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งกล่าวอ้าง แล้วเราก็ตัดสิทธิ์คน คนนั้น นี่ถือเป็นแนวปฏิบัติ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลที่จัดตั้งในครั้งนี้ 314 เสียง จาก 11 พรรคการเมือง ที่ประกาศกันเมื่อวานนี้ ผมดูแล้วเห็นว่าเป็นรัฐบาลที่ก้าวข้ามความขัดแย้งจริง ๆ เป็นรัฐบาลที่สลายขั้ว สลายสี สลายความเห็นต่าง และจะนำมาซึ่งความปรองดองสมานฉันท์ที่เป็นรูปธรรมจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานดูในรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศในมาตรา 257 เขาเขียนไว้อยู่ใน (1) ว่าการปฏิรูปประเทศนั้น ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง เขียนไว้ในรัฐธรมนูญเลยนะครับท่านประธานมาตรา 258 อยู่ใน (5) บอกว่าในการปฏิรูปนั้นจะต้องมีกลไกแก้ไขการขัดแย้งทางการเมือง โดยสันติวิธีภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านประธานจะเห็นว่าเรื่องความขัดแย้งในสังคมนั้นเป็นปัญญาของประเทศ 20 ปี สร้างความเสียหาย สร้างความย่อยยับกับประเทศเราเป็นเวลานานแล้ว ก่อให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก แม้กระทั้งในครอบครัว แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งคน แบ่งจังหวัด ถึงกับบางจังหวัดบางคนเดินทางไปไม่ได้ ถ้าก่อให้เกิดความเสียหายประเมินค่าไม่ได้เลยครับ ท่านประธาน ทั้งชีวิต ทั้งจิตใจ ทั้งร่างกาย ทั้งทรัพย์สินของรัฐ ของเอกชน ทั้งมีการเผา มีการฆ่ากัน เป็นทุกที่ทุกแห่ง แม้แต่สื่อก็แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเข้าประหัตประหารกัน บางครั้งถึงขนาดต้องปฏิวัติรัฐประหารกัน เกิดขึ้นทั้งในสภานี้ และก็ลามมานอกสภา ลามไปท้องถนน ไปในตำบล หมู่บ้าน ไปในอำเภอในจังหวัด แล้วทุกคนก็เรียกร้องว่าเราทุกคนต้องปรองดองสมานฉันท์ ผมเองนั้นเป็นทั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นทั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อน เป้นทั้ง สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ ในการปฏิรูปมีหัวข้อใหญ่อยู่ 1 หัวข้อ คือ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ มีแผน มีเอกสารเป็นตั้ง ๆ เป็นปึก ๆ เป็นห้อง ๆ เป็นตู้ ๆ เป็นลัง ๆ ครับ ตั้งคณะกรรมาธิการกันมาไม่รู้กี่ชุด กี่คณะ เคยปฏิรูปเรื่องการปรองดอง สมานฉันท์ ให้คนรักกันมีความสมัครสมาน มีได้ไหมครับ ผมที่เป็นกรรมการประฏิรูป เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อน สมาชิกสภาปฏิรูป ยังมองว่ามันสูญเปล่าเป็นไปไม่ได้เลยครับ แต่พอเห็นรัฐบาล 314 เสียง จาก 11 พรรคการเมือง เป็นเรื่องที่บรรจง ลงตัวเหมาะเจาะพอดีเลยครับท่านประธาน สลายขั้วข้ามสี... สลายสี สลายพรรค สลายบุคคล เรามีทั้งเหลือง ทั้งแดง อยู่ในนั้น มีทั้ง กปปส. มีทั้ง นปช. มีทั้งพรรคการเมืองที่มีผู้นำเป็นทหารก็มี แปลว่ามาร่วมเป็นรัฐบาลในการบริหารประเทศ เป็นการปรองดองสมานฉันท์ที่เป็นรูปธรรมที่แท้จริงครับท่านประธานครับ เพราะที่เราทะเลาะเบาะแว้งกันนั้น เกิดจากการแบ่งแก่งแย่งอำนาจกัน เริ่มจากการขัดแย้งกันในสภานี่ล่ะครับ อย่างที่ผมเรียน แล้วก็ลามไปข้างนอก ตอนนี้บัดนี้ และเดี๋ยวนี้ แม้จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีต่อไปในเวลาข้างหน้านี่ ถ้าทุกพรรคการเมืองได้เป็นรัฐบาลจริง ๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่ายิ่งกว่าแผนการปฏิรูปใด ๆ ยิ่งกว่าการเสียเงินเสียทองใด ๆ ที่เราทำมาทั้งสิ้นเพราะทุกพรรค ทุกคนเข้าใจในปัญหาของความขัดแย้งเหล่านี้ ผมจึงเชื่อเลยว่ารัฐบาลชุดนี้ ท่านลด ละ ไม่แบ่งฝัก แบ่งฝ่าย ไม่ทะเลาะเบาะแว้งในการแก่งแย่งอำนาจในการเป็นรัฐบาล เอาประเทศชาติและประชาชนเป็นตัวตั้ง ผมว่าความหวังของประชาชน ที่เราขัดแย้ง แบ่งแยกกันมา 20 กว่าปีนั้น อยากให้ปีนี้และโหวตนายกรัฐมนตรีวันนี้ เป็นการนับ 1 ของการปรองดองสมานฉันท์ ผมสนับสนุนให้ประเทศเดินหน้า และให้มีรัฐบาลโดยเร็ว และจะดีหรือไม่ดี ผมว่าผลงานนั้นจะเป็นเรื่องพิสูจน์จาก 11 พรรคที่เป็นรัฐบาล ขอเวลาครับท่านประธาน จะจบแล้ว เมื่อได้รัฐบาลที่มาจาก 11 พรรคการเมืองที่สลายขั้ว สลายสี ปรองดองแล้ว สิ่งที่มีในสภานี้ท่านประธานครับ เรามีพรรคฝ่ายค้านจากพรรคก้าวไกล ก้าวไกลนี่ล่ะครับ ซึ่งจะเป็นพรรคฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง และที่สำคัญที่สุดครับท่านประธานครับ ตัวนายกรัฐมนตรีที่มีปัญหาที่มีการกล่าวหากันในเรื่องนู้นเรื่องนี้ โดยหลักการที่ผมเองนั้นเป็นทนายความเป็นนักกฎหมาย ใช้หลักว่า ตราบใดก็ตามถ้ายังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือยังไม่มีองค์กร หรือหน่วยงานใดวินิจฉัยของบุคคลนั้น ต้องถือว่าบุคคลนั้นยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เพราะฉะนั้น ใครจะถูกกล่าวหาอะไร เรื่องอะไรอย่างไรที่พูดกันอยู่ ผมว่ายังมีหน่วยงาน องค์กร องค์กรอิสระต่าง ๆ ที่จะต้องตรวจสอบต่อไป หน่วยงานทางราชการที่จะต้องตรวจสอบต่อไป และเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะเป็นการตรวจสอบคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ด้วยเหตุนี้ผมจึงสนับสนุน พรรคการเมืองที่รวมเสียงข้างมากแล้วเสนอบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ สว. วันชัย สอนศิริ สนับสนุนเต็มที่ในหลักการดังที่กล่าวแล้ว หวังว่าสิ่งนี้จะทำให้บ้านเมืองเดินได้ต่อไป และเป็นความหวัง เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน พูดถึงคำว่าความรัก ความสามัคคี ที่จะเกิดขึ้น ก็ชื่นใจแล้วนะครับ ท่านประธาน หวังว่าจะเกิดขึ้นจากรัฐบาลนี้ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบพระคุณครับท่านวันชัย ต่อไปขอเรียนเชิญท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล นะครับ พรรคท้องที่ไทย ครับ (คุณบัญชา) กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล ครับ สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อพรรคท้องที่ไทยนะครับ ส่วนตัวแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยนั้น ส่วนตัวเพราะผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยได้คัดสรรเป็นอย่างดี เชื่อว่าองค์กรต่าง ๆ ก็คงได้ตรวจสอบแล้ว ส่วนวันนี้นะครับ ผมอยากให้ทุกพรรคการเมือง ถอยหลังกันคนละก้าวได้ไหมครับ ประชาชนรออยู่นะครับ เพราะว่าทุกคนก็พูดแต่ว่าประชาชน ประชาชน แต่อยากให้ทำเพื่อประชาชนสักครั้งนะครับ สีที่มีอยู่ ขอให้เป็นสีที่เป็นเกมกีฬาสีได้ไหมครับ สร้างความดี ช่วยกันสร้างความดี เพื่อประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าให้ดียิ่งขึ้นต่อไปนะครับ ก็อยากให้ทุกคนคิดและตระหนักนะครับ ประเทศไทยอยู่ตรงนี้ไม่ไหวแล้วนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนตอนนี้แย่มาก ๆ เช่นเดียวกับภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นกับพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ ตอนนี้จะยืนต้นตายกันหมดแล้ว ก็อยากหใ้อยากให้มีรัฐบาลเร็ววัน แล้วก็เร่งด่วนนะครับ กราบพระคุณท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณครับ กลับมาที่ท่าน มณเฑียร บุญตัน นะครับ สว. ครับ เชิญครับ (คุณมณเฑียร) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ วุฒิรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ในการพิจารณาลงมติเห็นชอบผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตีในวันนี้ ผมจะใช้สิทธิในการทำหน้าที่ ในลักษณะทำนองเดียวกับที่ผมได้ใช้สิทธิ์ไปในวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 โดยมีหลักการพื้นฐาาน ซึ่งผมได้เปิดเผยต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง ว่าในระบบการเมืองที่เป็นปกติของระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา วึ่งของไทยเรานั้น เป็นระบบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยปกติแล้วนี่ นายกรัฐมนตรีนั้นมาจากการเลือกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วึ่งก้เกิดจากรวมเสียงข้างมากของพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน แต่กรณีที่เราอยู่ในห้วงเวลาพิเศษนี้นะครับ รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาทำหน้าที่ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อลงมติเห็นชอบ เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จำเป็นต้องทำหน้าที่เพียงแต่ว่าผมเห็นแล้วว่าการทำหน้าที่ในครั้งนี้นั้นนี่ เป็นการทำหน้าที่ในสถานการณ์การเมือง ที่ปกติแล้ว เราไม่ได้อยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลรักษาการหลังการยึดอำนาจ ไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เราอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลประชาธิปไตย ทที่มาจากการเลือกตั้งชุดหนึ่งไปยังอีกชุดหนึ่ง เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่สมาชิกวุฒิสภาจะทำหน้าที่วินิจฉัยผิดแผกแตกต่างไปจากเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร นั่นเป็นหลักการเดิมที่ผมใช้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเรียนว่าผมเองไม่ค่อยสบายใจเท่าไรนัก ต่อเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ข้อกล่าวหาต่าง ๆ นา ๆ การเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนฝ่ายสลายขั้วจริง ๆ โดยหลักการมันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เสียหายอะไรหรอกครับ เพราะว่าในระบบรัฐสภา ในประเทศไหนก็มีการจับคู่ เปลี่ยนขั้ว สลายขั้วระหว่างซ้ายกับขวา กลางกับขวา กลางกับซ้ายอยู่ตลอดเวลา ในประเทศในยุโรปก็เห็นอยู่กันบ่อย เพียงแต่ว่าของเรานั้นวิวัฒนาการ เพิ่งจะใหม่ ๆ หมาด ๆ ประชาชนมีความคาดหวังสูงนะครับ ว่าพรรคการเมืองที่จับกลุ่มกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง มาจนถึงการเลือกตั้งเสร็จ ก็ได้ถูกเข้าใจแล้วว่าได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์อุดมการณ์ร่วมกันไปแล้ว ครั้นสะดุดหยุดลงแล้วมีปัญหา ถึงขั้นต้องมีการเปลี่ยน ก็จะต้องทำให้เกิดความผิดหวังเป็นธรรมดา ถึงแม้ว่าจะมีความไม่สบายใจขนาดไหนก็ตาม แล้วแม้ว่าจะมีข้อกล่าวหาใด ๆ ต่อบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่อาจไปลบล้างหลักการที่ได้เคยแถลงต่อสาธารณะไปแล้วนะครับ ว่าสำหรับผมแล้วสมาชิกวุฒิสภาในสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นปกติเหมือนในปัจจุบัน ไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้น ก็จึงไม่มีเหตุผลใดที่ผมจะใช้ความไม่สบายใจหรือความรู้สึกนึกคิด หรือความเข้าใจต่อพรรคการเมือง ต่อจุดยืนทางการเมืองต่อพรรคเหล่านั้นที่มีต่อบุคคลที่ได้รับการเสนอแต่ประการใดประการต่อมาครับท่านประธาน แม้ว่าผมจะได้ใช้สิทธิในฐานะประชาชน ในวันที่ 14 เดือนพฤษภาคม ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งนะครับ ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็นการปรับปรุงโครงสร้างแผ่นดิน แต่เป็นความเห็นโดยสุจริต และผมได้หน้าที่ของประชาชนไปแล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าผมไม่ได้เลือกพรรคใดเลยที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ แต่การใช้ความรู้สึและการใช้สิทธิในวันที่ 14 พฤษภาคม ก็ไม่อาจลบล้างหลักการที่ผมได้พูดไปแล้วว่าในสถาการณ์ทางการเมืองที่เป็นปกติ ไม่ใช่หน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาที่จะไปวินิจฉัยว่าใครสมควรได้เป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ผมจึงได้วางความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ ส่วนตัว ความรู้สึกชอบ ไม่ชอบต่อพรรคการเมือง ความรู้สึกชอบ ไม่ชอบต่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อให้กลไกในการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลสามารถดำเนินต่อไปได้ และประเทศไทยจะได้เข้าสู่สภาวะอันเป็นปกติ มีการจัดตั้งรัฐบาล มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามครับ แม้ว่าผมจะตัดสินใจไปแล้ว แต่ผมก็เหมือนกับสมาชิกหลายท่าน เหมือนกับพี่น้องประชานหลายท่าน ที่ใคร่อยากจะรับฟังคำชี้แจงการแสดงจุดยืนบางประการของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ หรือตัวแทนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไข หรือปรับปรุง หรือยกร่างรัฐธรรมนูญก็ดี ซึ่งผมแม้ว่าจะมีสงสัยกังขาต่อการแก้ไขทั้งฉบับ ไม่ใช่โดยเนื้อหานะครับ แต่โยความห่วงใยว่า ในภาวะที่สังคมไทยยังมีความไม่มีความเห็นพ้องต้องกัน ไม่มีฉันทามติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอาจนำไปสู่ความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น แต่พร้อมที่จะยกมือให้ แล้วก้ยกมือให้มาตลอดครับท่านประธานไม่ว่าจะเป็นแก้ทั้งฉบับ ไม่ว่าจะเป็นแก้ 272 ผมก็ยกมือให้มาโดยตลอด แต่ผมก็อยากจะฟังคำชี้แจงว่าท่านจะใช้ศิลปะ ท่านจะใช้เทคนนิควิธีประการใด ที่จะเสนอให้มีการลงประชามติอันจะนำมาสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญนี่ อันปราศจากความขัดแย้งอย่างรุนแรง นำพาสังคมไทยไปสู่สังคมที่มีสันติสุข มีสันติภาพ มีความสร้างสรรค์ต่อไป อีกเรื่องที่ผจะทราบเผอิญผมพอจะมีความรู้อยู่เล็กน้อยมากนะครับ แต่ก็สนใจในเรื่องนี้ เมื่อสักครู่ท่านอาจารย์สถิตได้พูดไปแล้วในเรื่องของ Digital Wallet ซึ่งผมไม่มั่นใจว่า Digital Wallet ของท่านนี่ เงินที่ได้มานั้นมันเป็นเงิน Fiat ก็คือเงินตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทย มันเป็นเวอร์ชัน ของเงินบาทที่มีอยู่แล้ว มันไม่ใช่ของใหม่นะครับ หรือว่ามันเป็นเงิน Digital โดยกำเนิด ถ้ามันเป็น Digital โดยกำเนิด ท่านจะใช้ Blockchain ในการเก็บรักษา Blockchain นั้นมีลักษณะไม่เป็นศูนย์กลาง เป็น Decentralize นะครับ ท่านจะกำกับควบคุมการใช้เงินที่เป็นDecentralize อย่างไรนะครับ เพราะว่ามันย้อนแย้งกับกฎระเบียบ การใช้ระยะเวลานะครับ แล้วก็การาควบคุมนะครับ การไหลบ่าของเงินนะครับ ผมเข้าใจว่าท่านคงมีความในใจอยู่แล้วล่ะ มันเป็นเงิน Fiat ที่เป็นเวอร์ชัน Digital มันเป็น Centralize bank Digital นะครับ หรือว่ามันเป็นเงิน Digital โดยกำเนิดที่มันมีค่าโดยตัวของมันเองนะครับ ก็ในท้ายที่สุดนะครับ ผมก็ขอยืนยันในหลักการเดิมว่าในฐานะวุมิสภาต่อการแก้ไขมาตรา 272 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ผมก็จะโหวตพรรคการเมืองที่เสนอชื่อผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ ขอบพระคุณ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับขอบคุณมากครับ ท่าน มณเฑียร บุญตัน ต่อไปเชิญท่าน กฤดิทัช แสงธนโยธิน ครับ (คุณกฤดิทัช) ครับผม กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมนายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. บัญชีรายชื่อพรรคใหม่ และในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ก่อนอื่นผมเองก็ต้องแสดงความยินดีนะครับ ในวันนี้ที่เวียนมาถึง ได้มีการเสนอแคนดิเดตนายก เพื่อจะได้มีการเลือกนายกต่อไป เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่มีการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม จนถึงวันนี้ 100 วัน ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด เรายังไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารกิจการบ้านเมืองต่อจากรัฐบาลชุดรักษาการ ปัญหาต่าง ๆ มากมายนะครับ ที่รอการแก้ไข วันนีร้ต้องการรัฐบาลชุดใหม่ชเข้าจัดการนะครับ ผมเองไม่ได้ติด ขัดข้องหมองใจตรงไหนที่ใครจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ผมยังยืนยันในหลักการที่ว่าถ้าคนที่ได้รับการเสนอชื่อผ่านกระบวนการตั้งแต่ตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่การลงสมัครรับเลือกตั้งหาเสียงผ่านกระบวนการพวกนั้นมา ผมถือว่าคุณสมบัติเหล่านั้นจะต้องมีการถูกตรวจสอบเป็นอย่างดี แล้วก็พรรคการเมืองที่มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ แต่ละท่านนี่นะครับ ผมเชื่อว่าคงผ่านกระบวนการคัดกรองแล้วก็ตรวจสอบคุณสมบัติมาเป็นอย่างดี หากพรรคการเมืองใดตรวจสอบไม่ดี หรือมีปัญหา ผมว่าพรรคการเมืองนั้นต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ไป แต่วันนี้เป็นวันที่เราเข้าสู่กระบวนการที่จะโหวตเลือกนายกฯ เพราะฉะนั้น ผมเอง ผมเชื่อว่าในพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตที่กล่าวถึงชื่อพรรคท่าน เพราะว่าท่านเป็นพรรคลที่ 2 ในการที่ได้รับโอกาสในการที่จะเข้ามาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ผมเองเชื่อว่าสิ่งที่ท่านทำนะครับ หรือสิ่งที่ท่านเสนอมาเป็นเรื่องที่ดี และก็ประเทศไทยนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้ที่จะได้รับการโหวตในครั้งนี้นี่นะครับ ว่าปัยหาเศรษฐกิจนะครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดจะให้ท่านตระหนักถึงภาระหน้าที่ที่ท่านจะต้องเข้ามารับผิดชอบนำพาประเทศชาติที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพื่อสู้กับประเทศที่อยู่รอบข้างเร วันนี้เขาก้าวล้ำหน้าเราไปมากมาย แต่บ้านเมืองเรายังถดถอยหรืออยู่กับที่เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่ผมจะฝาก ก็คือปัญหาเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน วันนี้ทุกย่อมหญ้าเดือดร้อน ในหนี้สิ้น ยุคข้าวยากหมากแพง วันนี้รัฐบาลนะครับ ยังไม่ได้มีการเข้าไปเยียวยาหรือแก้ไขในสิ่งเหล่านี้นะครับ และที่สำคัญ ปัญหาที่ดินทำกิน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ รอรัฐบาลชุดใหม่นะครับ พี่น้องประชาชนคนไทยอีกมากมายที่ยังขาดที่ดินทำกิน ผมเองก็หวังว่าถ้ามีรัฐบาลชุดใหม่แล้วนะครับ ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินนะครับ จะได้รับการแก้ไข เยียวยาให้ชาวบ้านมีที่ทำกิน ประเด็นต่อมาในเรื่องของสิ่งที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นของพี่น้องซึ่งเป็นชาวรากหญ้า ก็คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน วันนี้ต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับ ว่าประเทศไทย เรามีหนี้ภาคครัวเรือนสูงมากนะครับเพราะฉะนั้นรัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องจัดการเรื่องปัญหาแหล่งเงินทุนนะครับ ให้กับพี่น้องที่ต้องการแหล่งเงินทุนเอาไปประกอบสัมมาอาชีพ หรือกก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินที่เขามีอยู่ เพราะฉะนั้นอันนี้คือหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเข้ามารับผิดชอบ ผมไม่ได้กังวลว่าคนที่จะถูกเสนอชื่อจะเป็นใคร แต่ผมเชื่อว่าถ้าท่านเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะ เป็นรัฐบาลแล้วนี่นะครับ ผมอยากเห็นท่านนำพาประเทศนี้ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ผมไม่อยากให้ผู้แทนนะครับ ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ในวันนี้นะครับ เรารอความหวังอยู่นะคัรบเพราะฉะนั้นใครก็แล้วนะครับ ที่ได้รับการเสนอชื่อ ถ้าเป็นไปตามครรลองและหลักการตามรัฐธรรมนูญ ผมยินดีและสนับสนุนในการที่จะโหวตให้ แต่นโยบายของท่าน จะต้องไม่ก่อให้เิกดปัญหาหรือความขัดแขอบคุณครับ ท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบคุณครับ ท่านกฤดิทัชต่อไปเชิญท่านพลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร นะครับ สว. ครับ เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเองนี่ ขออนุญาตท่านประธานพูดในนามที่ผมเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง แล้วก็มีความรับ้าน รักเมือง ไม่ต่างจากท่านประธและเพื่อนสมาชิกทุกคน ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดก็ตามนี่ ถ้าตัดไปซึ่งผลประโยชน์ส่วนตน เอาผลประโยชนืของประเทศชาติผมว่าประเทศไทยนี่จะ ศิวิไลเป็นอย่างยิ่งความรู้สึกของผมนี่ตั้งแต่จำความได้ ผมก็เหมือนการเมืองมากว่า 80 ปี ก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ท่านประธานครับ เลือกตั้ง โดยใช้ปัจจัยอย่างอื่น ถ้าจะขออนุญาตเรียกว่าเป็นธุรกิจการเมืองก็อาจจะพูดได้ ในรุ่นใหม่ ๆ นี่ก็ใช้นโยบายในเรื่องของการหาเสียง เพื่อให้พี่น้องประชาชนเลือกก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรครับท่านประธานครับ ผมเองนี่สนับสนุนนะให้มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ร่วมแรงร่วมใจกัน ทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติ ของแผ่นดินโดยแทถ้าผมไม่ได้พูดวันนี้ผมก็จะนอนตายตาไม่หลับ เพราะผมเองนี่ ไม่ใช่นักการเมืองครับ แล้วก็คงไม่เล่นการเมือง แต่อย่างน้อยในชีวิตของผมนี่ ได้มาทำหน้าที่ตรงนี้ ผมขอทำหน้าที่ของผมเพื่อปกป้องคุ้มครอง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพี่น้องประชาชน จริง ๆ นะครับ ไม่มีเหตุอื่นใดเลย รักกันชอบกันในสภาแห่งนี้เป็นน้องกันหมด ท่านประธานครับ ในการเลือกผู้ที่มาเป็นผู้นำของเรานี่ หรือนายกรัฐมนตรี ผมเองก็เฝ้าดูว่าว่าจะมีการเสนอชื่อใครเอ่ย เพราะมีหลากหลายครับ ที่จริงผมเองนี่ ในพรรคการเมืองที่ร่วมกันนี่ มีคุณสมบัติที่เป็นที่ยอมรับนับถือหลายคน อย่างพรรคการเมืองหนึ่ง แม้แต่หัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรค ผมไม่ขอเอ่ยชื่อ คุณหมอชลน่านครับ รู้จักกันดีครับ ทำงานมากันตั้งแต่เป็นผู้กำกับเวียงสาน่ะ ท่านเป็นคนดีครับ ท่านก็ไม่ได้รับการเสนอชื่อขึ้นมา หรือท่านอื่น ๆ นะครับ ที่อยู่ร่วมรัฐบาลแห่งนี้ ผมไม่พูดถึงพี่เสรี เตมียเวทย์ หรือท่านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่านพีรพันธ์ก็แล้วแต่ แม้แต่คุณท็อปก็ดี คนเหล่านี้ ก็อาจจะมีให้เพื่อนสมาชิกได้พินิจพิจารณาได้อย่างสะดวกสบายผมเองนี่ในฐานะที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ นนี่คือสิ่งที่เป็นประโยชนืต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำไมถึงมี สว. ครับ ผมยืนยันครับ สว. ทุกท่านทุกคนนี่ ไม่ได้เคยใช้เงินซื้อเสียงเข้ามา ไม่ได้ออกนโยบายประชานิยมมากมายครับ เรามาทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองครับ ไม่ได้ประสงค์อย่างอื่นเลย ผมอภิปรายหลายครั้งว่าผมพอแล้วครับ ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นนี่ ท่านไม่ต้องกังวลครับ ไม่ต้องรังเกียจพวกผมหรอกครับ ผมมีหน้าที่กลั่นกรองไม่ว่าจะบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ซึ่งก็ทำอย่างเข้มข้น ล่าสุดก้เกือบจะไม่ได้เหมือนกัน คนที่พวกเราได้กลั่นกรอง นี่คือการทำงานอย่างเข้มข้นครับ เราไม่มีผลประโยชน์ครับ เรามีผลประโยชน์ของชาติอย่างเดียว ทีนี้วกกลับมาครับท่านประธาน มาถึงในเรื่องของคนที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยนี่ ผมอยากให้เป็นข้อสังเกตครับ เพื่อนสมาชิกช่วยกันพินิจพิจารณา ประเด็นที่ 1 ครับท่านประธานครับ ประเด็นที่ 1 ที่ผมอยากให้เป็นข้อสังเกต คือ การได้มาซึ่งสมาชิกรัฐสภาข้างมากนี่ ผมไม่พูดหรอกครับว่าได้มากันอย่างไร ก็ขอให้พวกเราพินิจพิจารณาว่าถ้ามีการลงทุน จะมีการถอนทุนต่อไปอีกหรือไม่ ถ้ามีการถอนทุนนี่ผมจะอนุโมทนาสาธุ ยกให้1 เพื่อเลือกท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ประเด็นที่ 2 ครับท่านประธานครับ ในเรื่องของนโยบาย นโยบายพรรค นโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน นโยบายพรรคนำไปสู่นโยบายของรัฐบาลนี่ มีอะไรที่เราสงสัยกันพอสมควร แต่ที่สงสัยมากที่สุดก็คือในเรื่องของงบประมาณที่ท่านจะนำมาสู่การดำเนินการ ท่านประธานเชื่อไม TDRI นี่ ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ทุกคนยอมรับ TTA ว่าอย่างไรครับท่านประธานครับ เขาบอกว่านโยบาลประชานิยมนี่ อาจใช้งบประมาณกว่า 3.14 ล้านล้านบาท ถ้าไม่มีงบประมาณเพียงพอก็ต้องกู้ การกูเส่งผลต่อหนี้สาธารณะ ต่อ GDP 61 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปกติเขาแค่ 60 เท่านั้นเอง เป็นภาระแก่กระทรวงการคลัง เป้นภาระการเงินการคลังของประเทศหรือไม่อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ ในเรื่องของประชานโยบาย สิ่งสำคัญอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ ผมนี่สบายใจขึ้นมานิดหนึ่ง ท่านบอกท่านไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 แต่ท่านจะตั้ง สสร. ท่านสสร. นี่เหมือนตีเช็คเปล่าหรือเปล่า ที่จริงน่ะในหมวดของพระราชอำนาจครับ มีมากมายครับ ผมยกตัวอย่าง หมวด 8 ครับ ท่านไปดูแล้วกันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชอำนาจ มีตั้งแต่มาตรา 151 จนถึงมาตรา 180 ท่านก็ไปดูเอา แล้วยังมีเรื่องอื่น ๆ ครับ มาตรา 144 เรื่องท่านจะตัดเอางบประมาณไปไว้จังหวัดท่าน มาตรา 185 แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย มั่นใจกระผมได้ไหมว่าท่านจะไม่แก้เหล่านี้แล้วผมจะยกมือให้ท่าน สุดท้ายครับท่านประธานครับ สุดท้ายก็คือในเรื่องคุณสมบัติ ขแงผู้ที่จะมาเป็นผู้นำของเรานี่ ท่านประธานครับ อาจจะไม่ขัดกับมาตรา 160 แห่งรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม แต่ในเรื่องของจริยธรรมนี่ท่านประธานครับ ผู้นำของเราต้องไม่ขัดกับจริยธรรม มาตรฐานจริยธรรมซึ่งมีอยู่ 2 ส่วนครับ 219 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญก็เป็นมาตฐานที่จในส่วนของมาตรา 76 วรรค 3 ก็คือมาตรฐานจริยธรรม มาตรา 219 นี่ครับ มันเขียนไว้ตั้งแต่ร้ายแรงปกติ ผมจะขอยกมันมี 28 ข้อนี่ ข้อสำคัญก็คือมาตรฐานมีอยู่ 5 ข้อครับ 1. ยึดมั่นในประชาธิปไตย ข้อ 5 นะ ข้อ 6 พิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ข้อ 7 ถือผลประโยชน์ของชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ข้อ 8 ครับท่านประธานครับ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น หรือมีพฤติการที่รู้เห็นหน้าที่ของตนแสดงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ผมไม่แน่ใจว่าท่านที่เพิ่งถูกเสนอชื่อนี่ ท่านมีจริยธรรมมากมายอย่างนี้หรือไม่ เมื่อไม่กี่วัน อันนี้ก็มีคนพูดถึงการซื้อที่ดิน ที่ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่มีประเด็นหนึ่งที่ผมสงสัยอยากให้ท่านมาตอบด้วยนะครับ หรือเพื่อนสมาชิกที่เป็นผู้เสนอนี่ เขาเรียกว่า "สะพานแสนสำราญนี่นะครับ ผมนี่ข้องใจจริง ๆ ทำไมต้องมีการเก็บเงินจักรยานยนต์ 10 บาท รถยนต์ 20 บาท อันนี้ทำไมต้องไปเก็บเงินกับพี่น้องประชาชน มันก็เป็นประเด็นที่ผมสงสัย โดยสรุแครับท่านประธ่รผมนี่ลุกขึ้นมาเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้พินิจพิจารณาด้วยความเหมาะสม ใจจริงนี่ผมอยากให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเสียงข้างมากในสภาได้มาเป็นผู้นำ ได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อปกครองบริหารบ้านเมืองของเรา ให้มีความมั่งคั่ง ประชาชนมีความมั่นคง แต่อย่างไรก็ตามนี่ ถ้าเราจะให้คนที่ยังไม่ชัดเจนในหลาย ๆ ประเด็นเท่าที่ผมกราบเรียนไปแล้วมันจะเกิดการซ้ำเติมหรือไม่ครับท่านประธานครับ ซ้ำเติมประเทศชาติของเราให้ไม่ก้าวหน้าไปเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นนี่ ผมเองจึงขออนุญาตท่านประธานเพื่อบันทึกในสภาว่าครั้งหนึ่งในชีวิตผมนี่ เกิดมาแล้วได้ตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยใจอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ // ครับ ขอบคุพลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร นะครับ ต่อไปเรียนเชิญท่านประพันธ์ คูณมีนะครับ สว. นะครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพกระผมนายประพันธ์ คูณมี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในฐานะสมาชิกวุฒิสภารัฐสภา ผมไม่นึกว่าผมจะถึงเร็ว นึกว่าจะอยุ่คิวท้าย ๆ แต่ก็ต้องขอบคุณท่านประธาน และก็ที่ให้เวลา กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ การประชุมในวันนี้ของรัฐสภานั้น ผมคงไม่ต้องไปพูดซ้ำอีกแล้วว่า มีความหมายและความสำคัญอย่างไรกับบ้านเมือง และการที่ 11 พรรคการเมืองได้ร่วมกันเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นจะมีสำคัญอย่างไรต่อบ้านเมืองและต่อประเทศชาติ รวมทั้งพี่น้องประชาชนด้วย เพราะการเสนอชื่อคุณเศรษฐามานั้นก็เพื่อให้มาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะในปัญหาเรื่องนี้ ผมมีเวลาอยู่ไม่มากนัก สัก 15 นาที ผมจำเป็นต้องพูดโดยรวบรัดว่าผมมีจุดยืนและหน้าที่แตกต่างจากเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่ได้อภิปรายไปแล้วบางท่าน ว่าบทบาทและหน้าที่ของ สว. นั้นนะครับ ตามรัฐธรรมนูญและตามที่พี่น้องประชาชนให้ลงประชามติมานั้น ก็เพื่อให้พวกเรามาทำหน้าที่ ในการกลั่นกรองบุคคลเพื่อที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยเหตุนี้ในมาตรา 272 และมาตรา 159 จึงได้ระบุไว้ชัดเจนครับว่า วันนี้เรามาพิจารณาบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นี่เป็นหน้าที่และเป็นภารกิจโดยตรง ของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ ผมจึงไม่ได้ให้น้ำหนักกับการว่าพรรคการเมืองที่จะไปจัดตั้งรัฐบาลนั้นประกอบไปด้วยพรรคไหนบ้าง เพราะไม่ใช่หน้าที่ของพวกผมครับ เป็นสิทธิของท่าน ของพรรคการเมือง ของแกนนำพรรคจัดตั้งรัฐบาล มีสิทธิที่จะรวบรวมเสียงจากพรรคการเมืองใดก็ได้ เป็นหน้าที่ของท่านที่มาจากการเลือกตั้งด้วยกัน แต่หน้าที่ของพวกผมตามรัฐธรรมนูญก็คือ เขาให้พวกผมพิจาว่าบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอชื่อมานั้นสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นี่ต่างหากครับ ที่เป็นหน้าที่ของผมที่ทำหน้าที่ เพราะฉะนั้น วันนี้ที่พรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลร่วมเสนอคุณเศรษฐามานั้น ผมเองจะไม่ทำหน้าที่ตรงนี้ก็ไม่ได้ ส่วนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาฟังแล้ว จะมีความเห็นอย่างไร จะอย่างไรนั้นเป็นสิทธิโดยอิสระของท่าน ผมก็มีสิทธิโดยอิสระที่จะลงมติว่าควรให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ นี่คือจุดยืนที่แตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่าพรรครวมเสียงมาได้เสียงข้างมากแล้ว เราก็ต้องโหวตให้โดยไม่พิจารณาบุคคลนั้นว่ามีคุณสมบัติและคุณลักษณะต้องห้าม มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นจุดยืนที่แตกต่างกัน ต้องจำเป็นต้องทำหน้าที่ตรงนี้ และกราบเรียนท่านประธานไปถึงพี่น้องประชาชนที่ฟังอภิปรายอยู่เช่นกัน ว่าการพิจารณาบุคคลซึ่งสมคสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นหน้าที่โดยชอบของสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน เพราะกระบวนการเลือกตั้งนั้นไม่ใช่กระบวนการที่ได้ตรวจสอบประวัติผู้ที่จะได้ตำแหน่งในเชิงลึก ประชาชนเลือกเพราะอาจจะนิยมในเรื่องนโยบาย ประชาชนเลือกอาจจะเพราะนิยมในบุคลิกภาพ หน้าตาหล่อเหลา ประชาชนอาจจะเลือกเพราะมีบุญคุณ แต่เมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วนะครับ เราต้องตรวจสอบในเชิงลึก ว่าบุคคลผู้นั้นมีคุณสมบัติไหม เพราะแม้กระทั่ง กกต. เอง ก่อนจะประกาศว่าบุคคลใดจะมีการเลือกตั้ง ยังไม่ได้ตรวบเลยครับ ถึงได้มีคนเล็ดลอดติดคุกก็ยังมาสมัครเป็นผู้แทน เพราะฉะนั้น บุคคลซึ่งสมควรเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง และเป็นหน้าที่ ทีนี้กล่าวถึงในกรณีของคุณเศรษฐา ทวีสิน ผมเองไม่ได้รู้จักเขาเป็นส่วนตัวครับท่านประธานครับ แต่ว่าทันทีที่บุคคลผู้นี้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคเพื่อไทย และมีแนวโน้มว่าจะมีการเสนอชื่อในรัฐสภาผมก็ต้องทำการบ้านครับ และก็ต้องศึกษาประวัติ รุ้ว่าชาติตระกูลมาอย่างไร ประกอบธุรกิจทำอาชีพอะไร และเขาสมควรจะเป็นนาหรือไม่ อันนี้เป็นหน้าที่ครับ เราไม่ได้ทำเพราะมีอคติอย่างไร ทีนี้ในประเด็นที่ท่านอื่น ๆ แล้วก็ดี มีบุคคลภายนอกเปิดโปงการทำมาหากินประกอบธุรกิจอาจจะมีลักษณะส่อไปในความไม่โปร่งใสนั้น ก็เป็นเรื่องของบุคคลภายนอก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราต้องรับฟังประกอบการพิจารณาเท่านั้น แต่ในส่วนของผมที่ผมอยากจะพูดถึงนั้นเป็นประเด็นที่ผมเกี่ยวข้องและเห็พฤติกรรมและการกระทำของเขา ซึ่งผมเห็นว่าควรที่จะได้ปรับปรุง แก้ไข และควรที่จะต้องทำเสียให้ถูกต้อง เพราะหากยังเป็นอยู่เช่นเดิมนั้นก็ไม่น่าจะเหมาะสม ซึ่งในประเด็นนี้ผมก็ใช้หลักการเช่นเดียวกับที่ผมตรวจสอบ ผู้ได้รับการเสนอชื่อท่านอื่นที่ผ่านมานั่นคือผมยังเห็นว่าคุณเศรษฐา ทวีสิน ยังมีคุณสมบัติและลักษณะที่ต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ 160 (4) และ (5) ส่วนท่านสมาชิกท่านอื่นจะเห็นเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ท่านก็ลองฟังเรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้แล้วกันนะครับ เรื่องที่ผมเห็นว่า ท่านน่าจะมีคุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา (4) (5) ก็คือเรื่องสะพานแสนสิริครับ ซึ่งผมอยากนำเสนอข้อมูลให้ท่านสมาชิกรัฐสภาได้พิจารณาก่อนจะโหวต ผมขอภาพสะพานนี้ครับ เพราะผมเป็นคนที่ติดตามและเกาะติดเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก นี่ไงครับโครงการ โครงการนี้ มันเกิดขึ้นเพราะว่าแสนสิริ เริ่มโครงการ The Base 71 สีเขียว ๆ ทางด้านซ้ายเห็นไหมครับ กับโครงการ Blocs 77 ที่ซอยอ่อนนุช สุขุมวิท 77 แยกซอย 1 เข้าไปในซอยนี้ไม่เกิน 200 เมตร ก็จะเห็นโครงการนี้ขึ้นมา นี่คือโครงการเริ่มแรกของบริษัทแสนสิริ พอเริ่มโครงการนี้เสร็จ ปีต่อมมาครับ สไลด์ครับ เขาก็มีการพัฒนาโครงการ