﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:10,000

2
00:01:00,798 --> 00:01:06,025

3
00:01:07,398 --> 00:01:09,162

4
00:01:09,118 --> 00:01:10,117

5
00:01:10,148 --> 00:01:11,269

6
00:01:11,297 --> 00:01:11,660

7
00:01:11,678 --> 00:01:12,229

8
00:01:12,198 --> 00:01:13,452

9
00:01:13,868 --> 00:01:16,727

10
00:01:16,748 --> 00:01:17,162

11
00:01:16,878 --> 00:01:18,216

12
00:01:18,158 --> 00:01:21,378

13
00:01:21,548 --> 00:01:21,975

14
00:01:22,128 --> 00:01:22,944

15
00:01:22,898 --> 00:01:23,187

16
00:01:23,088 --> 00:01:28,337
เป็นยังไงกันบ้างคะแนนสอบ

17
00:01:28,278 --> 00:01:30,758

18
00:01:30,837 --> 00:01:34,177
ถ้าใครอ่านหนังสือตอบได้ใช่ไหมคะ

19
00:01:34,358 --> 00:01:36,181
สไลด์มีไหมคะ

20
00:01:36,157 --> 00:01:36,558

21
00:01:36,409 --> 00:01:41,813
ออกนอกเหนือจากในสไลด์ก็เฉพาะส่วนที่เป็นข้อสอบในเชิง

22
00:01:41,668 --> 00:01:43,212
เพราะใช่ไหมคะ

23
00:01:43,268 --> 00:01:45,796
แล้วก็เอาตัวอย่างการจับ

24
00:01:45,698 --> 00:01:47,111
ความ

25
00:01:47,368 --> 00:01:51,281
การอ่านวิเคราะห์เอามาจากข้างนอก

26
00:01:51,337 --> 00:01:51,619

27
00:01:51,597 --> 00:01:52,106

28
00:01:51,978 --> 00:01:57,202
แล้วใช้หลักการในการตอบตามหลักเกณฑ์ในเอกสารใช่ไหมคะ

29
00:01:57,558 --> 00:01:58,198

30
00:01:58,197 --> 00:01:58,674

31
00:01:58,639 --> 00:01:59,985
m40

32
00:01:59,916 --> 00:02:03,847
ได้เท่าไหร่กันบ้างใครได้ 40 เต็มคะ

33
00:02:04,089 --> 00:02:04,319

34
00:02:04,347 --> 00:02:06,730
ตอบให้ครูชื่นใจหน่อย

35
00:02:07,419 --> 00:02:13,787
39 38

36
00:02:13,697 --> 00:02:19,310
ต้องให้ครูต่อแบบรวบรวมนั้นก็คือใครได้เกินครึ่ง

37
00:02:19,149 --> 00:02:20,366
มา

38
00:02:20,677 --> 00:02:20,915

39
00:02:21,836 --> 00:02:23,727
ครึ่งเต็ม 20

40
00:02:23,757 --> 00:02:24,199

41
00:02:24,137 --> 00:02:25,268

42
00:02:25,228 --> 00:02:27,325
จริงๆแล้วเวลา

43
00:02:27,537 --> 00:02:32,338
มันแค่ชั่วโมงเดียวแต่ว่าครูให้ชั่วโมงครึ่ง

44
00:02:32,337 --> 00:02:34,043
เพื่อน

45
00:02:34,129 --> 00:02:36,968
วันนั้นเขาให้ชั่วโมงครึ่งนะจ๊ะ

46
00:02:37,017 --> 00:02:42,334
สังเกตดูนะกูให้ชั่วโมงครึ่งเพราะว่าครูให้

47
00:02:42,778 --> 00:02:47,755
ส่งภายในก็ดูหัวนะนะคะถึง 02:30 น

48
00:02:47,778 --> 00:02:50,133
บ่ายสองครึ่งนะคะ

49
00:02:50,146 --> 00:02:50,424

50
00:02:50,397 --> 00:02:57,350
40 ข้อแต่ให้ตั้งชั่วโมงครึ่งก็โจทย์ค่อนข้างยาวและที่สำคัญก็คือเผื่อเวลาให้

51
00:02:57,196 --> 00:03:03,168
เดือนนะคะที่อาจจะต้องมีคนอ่านให้ใช่ไหมคะวันนี้เพื่อนอ่านให้ไหมคะมี

52
00:03:02,897 --> 00:03:04,684
ข้อสอบให้ไหม

53
00:03:04,757 --> 00:03:05,276

54
00:03:05,269 --> 00:03:05,550

55
00:03:05,718 --> 00:03:07,962
มีเนาะโอเคทำทันไหมคะ

56
00:03:07,886 --> 00:03:10,524
กันอยู่เนาะ OK

57
00:03:10,457 --> 00:03:16,180
ที่ผ่านมาก็ให้ผ่านไปคราวนี้มาเริ่มต้นใหม่นะคะในครึ่งหลัง

58
00:03:16,026 --> 00:03:16,557

59
00:03:16,478 --> 00:03:16,729

60
00:03:16,736 --> 00:03:19,244
เรื่องหลังนี้ก็เช่นเดียวกัน

61
00:03:19,427 --> 00:03:19,667

62
00:03:19,746 --> 00:03:26,885
เนื้อหาก็จะอยู่ในเอกสารอยู่ในสไลด์นะคะที่ครูจะได้นำเสนอต่อไปนี้

63
00:03:27,177 --> 00:03:31,922
กดถัดมาที่เราจะเรียนต่อจากบทที่ 4 นะคะนั่นก็คือ

64
00:03:31,977 --> 00:03:35,454
บทที่ 5 เป็นเรื่องของการอ่านตีความ

65
00:03:35,377 --> 00:03:41,303
วันนี้ไม่ต้องใช้หนังสือแปลให้ดูในสไลด์ที่ไหนคะสไลด์ที่ครู

66
00:03:41,338 --> 00:03:43,885
ถ่ายไว้ส่งให้นาย

67
00:03:44,477 --> 00:03:45,459
ไปไหนคะ

68
00:03:45,367 --> 00:03:51,841
ใน line นะครับเปิดดูนะลูกนะดูหน้าจอก่อนก็ได้ค่ะดูหน้าจอก่อนเหมือนกันนะคะเหมือนกัน

69
00:03:51,587 --> 00:03:51,819

70
00:03:51,970 --> 00:03:52,458

71
00:03:52,547 --> 00:03:58,327
อันนี้เพื่อนนะคะสามารถเปิดดูได้นะเปิดเปิดฟังได้ใช่ไหมลูกถ้าเป็นขวดนะ

72
00:03:57,997 --> 00:03:59,212
ป้า

73
00:04:00,038 --> 00:04:05,552
ฟังนะบทนี้นะคะในเอกสารที่เราถืออยู่ในตัวเล่ม

74
00:04:05,286 --> 00:04:08,651
กลับเป็นตัวอย่างของการตีความเกือบทั้งหมด

75
00:04:08,877 --> 00:04:09,100

76
00:04:09,077 --> 00:04:11,025
แต่ในส่วนของหลักการ

77
00:04:10,928 --> 00:04:16,339
หนูจะนำมาใส่ไว้ในสไลด์ที่ครูจะบรรยายให้พวกเราฟังต่อไปนี้

78
00:04:16,565 --> 00:04:18,883
และงานในท้ายคาบ

79
00:04:18,998 --> 00:04:21,444
จะอยู่ที่หน้า 110

80
00:04:21,365 --> 00:04:21,959
8

81
00:04:22,337 --> 00:04:26,129
กูจะให้พวกเราดูเอกสารที่หน้า 118

82
00:04:26,045 --> 00:04:29,272
เพื่อทำแบบฝึกหัดท้ายบทนะคะ

83
00:04:29,189 --> 00:04:30,484
ในวันนี้

84
00:04:30,408 --> 00:04:33,581
แต่ก่อนที่จะทำในหน้า 118

85
00:04:33,608 --> 00:04:37,330
รู้จะอธิบายเกี่ยวกับหลักการของการ

86
00:04:37,255 --> 00:04:42,516
การอีกแบบนึงที่เราเรียกว่าการอ่านตีความ

87
00:04:43,666 --> 00:04:46,448
ในการอ่านตีความนะคะ

88
00:04:46,416 --> 00:04:51,878
เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนของการอ่านที่ใช้ควบคู่กัน

89
00:04:51,865 --> 00:04:55,610
กับการอ่านจับใจความสะอาดวิเคราะห์

90
00:04:55,905 --> 00:04:58,266
มันจะค่อยๆไล่มาทีละขั้น

91
00:04:58,525 --> 00:05:06,749
จับใจความและมาวิเคราะห์วิเคราะห์เสร็จก็ตีความนะคะเพราะตีความจากนั้นก็จะกลายเป็นการขยาย

92
00:05:06,476 --> 00:05:08,895
ความนะคะต่อไป

93
00:05:09,035 --> 00:05:15,610
แล้วก็สุดท้ายก็จะนำไปสู่การจัดทำบัญชีนิทัศน์หนังสือนะคะซึ่งการทำบรรทัดหนังสือ

94
00:05:15,374 --> 00:05:20,659
ต้องอาศัยทั้งการอ่านจับใจความวิเคราะห์และตีความ

95
00:05:20,565 --> 00:05:22,278
เพื่อนำมาสรุปแป้น

96
00:05:22,165 --> 00:05:24,015
งานเขียนของพวกเรา

97
00:05:24,085 --> 00:05:24,535

98
00:05:24,275 --> 00:05:29,749
เขียนเพื่ออะไรเขียนเพื่อให้ข้อมูลหนังสือที่เราเลือกอ่าน

99
00:05:30,306 --> 00:05:34,409
และให้ข้อมูลในเชิงของการวิเคราะห์นะคะ

100
00:05:34,336 --> 00:05:34,572

101
00:05:34,526 --> 00:05:40,000
อย่างนั้นวันนี้นะคะเรามารู้อีก 1 กระบวนการนั่นก็คือการอ่าน

102
00:05:39,847 --> 00:05:41,336
ดีกว่านั่นเอง

103
00:05:42,478 --> 00:05:42,782

104
00:05:43,116 --> 00:05:43,548

105
00:05:43,684 --> 00:05:44,283

106
00:05:44,275 --> 00:05:50,127
การอ่านตีความมีความสำคัญอย่างไรนะคะ

107
00:05:50,156 --> 00:05:52,585
จะช่วยให้ผู้อ่าน

108
00:05:52,856 --> 00:05:55,732
ทำความเข้าใจในงานเขียน

109
00:05:56,565 --> 00:06:01,006
ได้อย่างหลากหลายไม่มองงานเขียนนั้นแต่เพียงมุมเดียว

110
00:06:00,925 --> 00:06:01,169

111
00:06:01,377 --> 00:06:04,523
ถ้าเราอ่านแค่เพียงจับใจความ

112
00:06:04,706 --> 00:06:07,774
โดยที่ไม่พิจารณาให้ละเอียดลึกซึ้ง

113
00:06:08,095 --> 00:06:12,574
หรือทำความเข้าใจกับตัวสารหรือตัวข้อความ

114
00:06:12,647 --> 00:06:12,928

115
00:06:12,836 --> 00:06:15,933
ที่มันมีนัยยะต่างๆแอบแฝงอยู่

116
00:06:15,916 --> 00:06:16,153

117
00:06:16,105 --> 00:06:19,333
เราก็จะเข้าใจเพียงความรู้เบื้องต้น

118
00:06:19,244 --> 00:06:19,634

119
00:06:19,566 --> 00:06:19,832

120
00:06:19,954 --> 00:06:23,656
แต่ถ้าหากพินิจพิจารณาไปถึง

121
00:06:23,596 --> 00:06:24,511
ตัว

122
00:06:24,497 --> 00:06:29,865
แขวงอยู่หรือเนื้อสารที่แฝงอยู่เจตนาต่างๆที่แฝงอยู่ใน

123
00:06:29,754 --> 00:06:30,822
เนื้อความ

124
00:06:30,904 --> 00:06:31,168

125
00:06:31,096 --> 00:06:36,450
งานเขียนนานๆเราก็จะเข้าใจในอีกมุมมองใน

126
00:06:36,414 --> 00:06:36,946

127
00:06:36,864 --> 00:06:43,163
ความเข้าใจหรือที่เราเรียกว่าเข้าใจได้อย่างหลากหลายมิตินั่นเองนะคะ

128
00:06:43,526 --> 00:06:45,241
อันที่ 2 นะคะ

129
00:06:45,634 --> 00:06:50,970
งานการเขียนขออภัยการอ่านตีความนะคะจะช่วยฝึกให้ผู้อ่าน

130
00:06:50,835 --> 00:06:54,101
เป็นผู้ที่มีเหตุผลและก็มี

131
00:06:54,035 --> 00:06:54,915
ความคิด

132
00:06:55,564 --> 00:06:56,842
อีกไหมเรื่องนี้

133
00:06:57,104 --> 00:06:57,353

134
00:06:57,355 --> 00:06:58,891
อ่านมาตร

135
00:06:59,095 --> 00:06:59,474

136
00:06:59,675 --> 00:06:59,949

137
00:06:59,795 --> 00:07:00,229

138
00:07:00,114 --> 00:07:01,959
ใช้ความคิดมากไหมคะ

139
00:07:02,294 --> 00:07:08,202
ยิ่งอ่านมากก็ยิ่งเป็นการลับสมองนะคะเหมือนคนรับมีดนะคะ

140
00:07:08,125 --> 00:07:14,504
มีดเนี่ยนะคะถ้ามันไม่ได้ฝนบ่อยๆมันก็จะถือใช่ไหมคะคนไม่ได้อ่านหนังสือ

141
00:07:14,534 --> 00:07:22,770
ก็จะเป็นคนที่ตื้อสมองตื้อใช่ไหมคะไม่มีสติปัญญาที่เฉียบคมนะคะเพราะฉะนั้นการอ่านจึงเป็นการ

142
00:07:22,734 --> 00:07:28,242
รับสมองแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งอ่านโดยอาศัยการพินิจ

143
00:07:28,114 --> 00:07:29,141
พิจารณา

144
00:07:29,134 --> 00:07:33,263
การตีความตรงนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเป็นผู้ที่นี่

145
00:07:33,234 --> 00:07:33,980

146
00:07:34,005 --> 00:07:37,097
คิดแล้วก็เป็นผู้ที่มีเหตุและผลนั่นเอง

147
00:07:37,784 --> 00:07:43,556
จากนั้นค่ะความสำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือเวลาที่เราอ่านงานเขียนประเภท

148
00:07:43,484 --> 00:07:44,629
วรรณคดี

149
00:07:44,574 --> 00:07:44,836

150
00:07:45,474 --> 00:07:48,069
ถ้าหว่านแค่เพียงตัวบท

151
00:07:48,103 --> 00:07:50,079
หรือตัวข้อความ

152
00:07:50,085 --> 00:07:55,664
โดยไม่ทำความเข้าใจความหมายรวมไปถึงอารมณ์

153
00:07:55,594 --> 00:07:58,171
ความรู้สึกที่อยู่ในงานเขียนนั้นๆ

154
00:07:58,603 --> 00:08:02,895
สิ่งนั้นจะทำให้เราเข้าไม่ถึงรสของวรรณคดี

155
00:08:02,832 --> 00:08:03,115

156
00:08:03,153 --> 00:08:08,436
แต่ถ้าเมื่อไหร่อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์อ่านอย่างตีความ

157
00:08:08,474 --> 00:08:14,208
ก็จะทำให้สามารถเข้าถึงรสของวรรณคดีได้อย่างลึกซึ้ง

158
00:08:16,033 --> 00:08:19,142
และอันที่ 4 นะคะความสำคัญข้อที่ 4

159
00:08:19,033 --> 00:08:19,282

160
00:08:20,004 --> 00:08:21,621
การอ่านตีความ

161
00:08:21,676 --> 00:08:24,749
จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเรา

162
00:08:24,674 --> 00:08:28,005
ฝึกการใช้วิจารณญาณ

163
00:08:28,274 --> 00:08:29,886
และทำให้เรา

164
00:08:29,873 --> 00:08:34,274
มีทักษะในการไตร่ตรองการคิดใคร่ครวญ

165
00:08:34,672 --> 00:08:35,369

166
00:08:35,884 --> 00:08:39,343
นี่คือความสำคัญของการอ่านตีความ

167
00:08:40,503 --> 00:08:40,854

168
00:08:41,334 --> 00:08:41,695

169
00:08:41,653 --> 00:08:41,855

170
00:08:41,914 --> 00:08:42,117

171
00:08:42,163 --> 00:08:42,436

172
00:08:42,484 --> 00:08:42,773

173
00:08:43,514 --> 00:08:43,950

174
00:08:44,343 --> 00:08:44,636

175
00:08:46,204 --> 00:08:46,487

176
00:08:49,153 --> 00:08:54,563
อยากรู้ขึ้นมาให้หมดเลยทีเดียวเลยนะคะจะได้ดูไปพร้อมกัน

177
00:08:54,913 --> 00:08:55,271

178
00:08:55,552 --> 00:08:55,789

179
00:08:55,812 --> 00:08:56,255

180
00:08:56,642 --> 00:08:57,472

181
00:08:58,311 --> 00:08:58,555

182
00:08:58,502 --> 00:08:58,732

183
00:08:58,692 --> 00:08:59,443

184
00:08:59,973 --> 00:09:00,263

185
00:09:00,352 --> 00:09:01,196

186
00:09:01,393 --> 00:09:08,713
หลักในการอ่านตีความทุกข์ขึ้นมาทีเดียวเลย 6 ข้อดูไปพร้อมกันคืออะไร

187
00:09:08,813 --> 00:09:14,100
ข้อที่ 1 นะคะในการอ่านตีความสิ่งสำคัญเลยที่เราต้องยึดถือ

188
00:09:14,133 --> 00:09:15,305
นั่นก็คือ

189
00:09:15,353 --> 00:09:15,696

190
00:09:15,603 --> 00:09:18,750
อ่านโดยมีการสำรวจความหมาย

191
00:09:19,002 --> 00:09:21,713
หมายความว่ายังไงอ่านอย่างสำรวจความหมาย

192
00:09:21,692 --> 00:09:21,991

193
00:09:22,203 --> 00:09:24,606
สำรวจคืออ่านคร่าวๆถูกไหมคะ

194
00:09:24,572 --> 00:09:29,114
ยังไม่อ่านละเอียดเนาะแต่ถ้าหากว่ามีการสำรวจความหมายด้วย

195
00:09:29,194 --> 00:09:30,025
คืออะไร

196
00:09:30,083 --> 00:09:30,308

197
00:09:30,592 --> 00:09:30,805

198
00:09:30,792 --> 00:09:32,655
มันคือการอ่าน

199
00:09:32,642 --> 00:09:37,907
พี่พยายามทำความเข้าใจกับคำที่มีความหมายยาก

200
00:09:38,152 --> 00:09:42,329
หรือคำที่ต้องอาศัยการให้ความหมายมากกว่า 1 อย่าง

201
00:09:43,412 --> 00:09:45,524
มากกว่า 1 ความหมายขึ้นไป

202
00:09:45,913 --> 00:09:49,765
ลักษณะเช่นนี้เรียกว่าอ่านสำรวจความหมาย

203
00:09:50,073 --> 00:09:57,521
นะคะเราต้องมาสังเกตนะคะว่าข้อความนะเนี่ยมันสามารถที่จะเข้าใจได้ใน 2 ทางหรือไม่นะคะ

204
00:09:57,631 --> 00:10:03,273
หรือเข้าใจในลักษณะที่มันมีความลึกซึ้งมากกว่าตัวบทที่อ่านอยู่หรือเปล่า

205
00:10:03,281 --> 00:10:04,803
นี่คือการอ่านแบบ

206
00:10:04,741 --> 00:10:06,786
สำรวจความหมายนะคะ

207
00:10:06,731 --> 00:10:08,326
อันที่ 2 ค่ะ

208
00:10:08,270 --> 00:10:14,781
เวลาอ่านแบบตีความเนี่ยสิ่งที่ต้องยึดถืออย่างหนึ่งก็คือเราควรศึกษา

209
00:10:14,742 --> 00:10:15,495
ประวัติ

210
00:10:15,762 --> 00:10:17,100
ที่มา

211
00:10:17,551 --> 00:10:21,464
หรือที่เราเรียกว่าชีวประวัติของผู้เขียนด้วย

212
00:10:21,652 --> 00:10:28,078
ทำไมต้องศึกษาเพราะว่าเวลาที่นักเขียนเขาเขียนงานอะไรบางอย่าง

213
00:10:28,251 --> 00:10:34,170
ให้โอกาสนี้ค่ะเขาจะใส่ความเป็นตัวตนของนักเขียนท่านนั้นๆ

214
00:10:34,343 --> 00:10:39,812
ใส่บุคลิกลักษณะวิถีชีวิตหรือความคิดความอ่าน

215
00:10:39,662 --> 00:10:40,477
เขา

216
00:10:40,432 --> 00:10:42,668
ลงไปในงานเขียนด้วย

217
00:10:42,600 --> 00:10:46,294
ที่นี้เมื่อจะต้องตีความงานเขียน

218
00:10:46,311 --> 00:10:46,565

219
00:10:46,571 --> 00:10:53,122
เราเองถ้าเข้าใจถึงบริบททางชีวิตของเขาว่าที่มาที่ไปหรือ

220
00:10:53,362 --> 00:10:58,301
ลักษณะนิสัยนะคะวิธีในการใช้ภาษาของเขามันเป็นแบบไหน

221
00:10:58,552 --> 00:11:03,189
เราก็จะเข้าใจงานเขียนนั้นๆและตีความได้อย่างถูก

222
00:11:03,100 --> 00:11:03,671

223
00:11:05,733 --> 00:11:10,010
บางคนใช้คำคำเดียวแต่

224
00:11:10,023 --> 00:11:15,480
มีหลายความหมายนักเขียนบางคนใช้คำบางคำ

225
00:11:15,790 --> 00:11:22,669
โดยปกติแล้วเนี่ยคนทั่วไปเข้าใจว่าคำนี้หมายความว่าแบบนี้แต่สำหรับนักเขียนบางท่าน

226
00:11:23,030 --> 00:11:24,688
คำที่นำไปใช้

227
00:11:24,751 --> 00:11:27,951
ไม่ได้หมายความอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกัน

228
00:11:28,080 --> 00:11:28,360

229
00:11:28,400 --> 00:11:29,359
แต่

230
00:11:29,560 --> 00:11:35,034
มีความหมายที่แฝงอยู่และมีความหมายที่แตกต่างออกไปจากการรับรู้

231
00:11:35,000 --> 00:11:36,081
คนในสังคม

232
00:11:36,741 --> 00:11:43,355
นี่คือสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องศึกษาภูมิหลังของเขาเพื่อทำความเข้าใจ

233
00:11:43,591 --> 00:11:47,055
ส่วนเนื้อสารนะคะอันที่ 3 ค่ะ

234
00:11:47,051 --> 00:11:50,436
เราจะต้องศึกษารูปแบบของงานเขียน

235
00:11:50,571 --> 00:11:55,521
ขนบประเพณีของงานเขียนยังเช่นงานเขียนประเภทร้อยกรอง

236
00:11:55,633 --> 00:11:55,870

237
00:11:55,891 --> 00:12:01,602
ที่เป็นงานเขียนประเภทวรรณคดีแบบแผนวรรณคดีที่เป็นวรรณคดีมรดก

238
00:12:01,912 --> 00:12:03,046

239
00:12:03,832 --> 00:12:10,717
จะมีบทไหว้ครูใช่ไหมคะเขาจะมีบทไหว้ครูก่อนถ้าเรารู้ว่าส่วนนี้นะคะ

240
00:12:10,880 --> 00:12:13,189
ชื่อขนมธรรมเนียมดั้งเดิม

241
00:12:13,892 --> 00:12:14,178

242
00:12:14,150 --> 00:12:14,908
ของ

243
00:12:14,849 --> 00:12:16,629
กลอนในยุคโบราณ

244
00:12:16,580 --> 00:12:16,843

245
00:12:16,770 --> 00:12:21,330
ของคำประพันธ์ในยุคโบราณเราก็จะเข้าใจว่า

246
00:12:21,190 --> 00:12:23,155
ทำไมเขาต้องทำ

247
00:12:23,110 --> 00:12:24,819
ทำไมเขาต้องเขียน

248
00:12:24,779 --> 00:12:25,053

249
00:12:25,100 --> 00:12:30,479
เขาเริ่มจากการไหว้ครูก่อนเพราะไหว้ครูเสร็จท่านต่อมาเขาก็จะมีการ

250
00:12:30,420 --> 00:12:35,998
คอมตัวว่าเขาคือคนเขียนนะแต่คิดแต่งอันนี้เนี่ยอาจจะดีหรือไม่ดีก็

251
00:12:35,870 --> 00:12:37,985
ขอให้ผู้อ่านได้พิจารณา

252
00:12:37,911 --> 00:12:42,690
แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่

253
00:12:42,659 --> 00:12:50,525
เนื้อความของงานเขียนหรือวรรณคดีเรื่องนั้นๆนี่คือลักษณะนะคะที่เป็นรูปแบบและเป็นขนม

254
00:12:50,338 --> 00:12:58,451
ธรรมเนียมประเพณีนิยมนะคะของการสร้างสรรค์วรรณคดีไทยนะคะในลักษณะของร้อยกรอง

255
00:12:58,598 --> 00:12:59,062

256
00:13:00,529 --> 00:13:02,634
ก็มานะคะ

257
00:13:02,646 --> 00:13:08,031
ข้อที่ 4 การศึกษาความคิดหลักความคิดรองและความ

258
00:13:07,899 --> 00:13:08,738
sad

259
00:13:08,791 --> 00:13:10,919
อันนี้ก็สำคัญเช่นเดียวกัน

260
00:13:10,839 --> 00:13:12,991
ถ้าเราอ่านตีความ

261
00:13:13,021 --> 00:13:18,032
แล้วเราไม่สามารถระบุได้ว่าอะไรคือความคิดหลัก

262
00:13:18,789 --> 00:13:20,956
อะไรคือความคิดที่เสริม

263
00:13:21,219 --> 00:13:23,794
อะไรคือความคิดที่แทรกเข้าไป

264
00:13:24,038 --> 00:13:24,439

265
00:13:24,489 --> 00:13:28,741
สิ่งนี้ถ้าเรายังแยกไม่ได้การอ่านตีความ

266
00:13:28,709 --> 00:13:31,723
จะมีโอกาสผิดเพี้ยนสูง

267
00:13:31,988 --> 00:13:32,280

268
00:13:32,689 --> 00:13:32,946

269
00:13:33,458 --> 00:13:33,731

270
00:13:33,648 --> 00:13:39,854
ยกตัวอย่างนะคะยกตัวอย่างยกตัวอย่างเช่นเรื่องถ้าเราอ่านเรื่องเงาะ

271
00:13:39,668 --> 00:13:42,400
สมมุติเราอ่านเรื่องเงาะป่า

272
00:13:42,549 --> 00:13:42,790

273
00:13:42,939 --> 00:13:44,838
เงาะป่าเป็นเรื่องของใคร

274
00:13:44,734 --> 00:13:45,094

275
00:13:45,050 --> 00:13:47,598
เป็นเรื่องของกลุ่มชาติติพันธ์

276
00:13:47,938 --> 00:13:55,112
ที่เรียกว่าชาติที่พันธุ์กลุ่มมันนิซาไก่นะคะพวกเงาะป่านะคะหรือที่เราบ้านเราเรียกว่าเงาะป่าซาไก

277
00:13:55,229 --> 00:13:56,318
ได้ยินไหมคะ

278
00:13:56,969 --> 00:13:59,654
คนกลุ่มนี้มีวิถีชีวิตแบบไหน

279
00:13:59,589 --> 00:13:59,803

280
00:14:00,938 --> 00:14:06,412
เขาจะอาศัยอยู่ในป่าเนาะแล้วก็ขุดเผือกขุด

281
00:14:06,187 --> 00:14:12,236
มันก็หากินไปเรื่อยๆมีชุมชนของเขานั่นแหละแต่การตั้งถิ่นฐาน

282
00:14:12,078 --> 00:14:12,913
เขา

283
00:14:12,858 --> 00:14:15,369
เขาจะตั้งอยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง

284
00:14:15,550 --> 00:14:20,566
พ่อตัดใบไม้มาใช่ไหมคะมาทำเป็นที่พักเป็นทับใช่ไหมคะ

285
00:14:20,602 --> 00:14:25,178
พอใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีก็คือเริ่มแห้งเห*่ยวเป็นสีเหลือง

286
00:14:25,279 --> 00:14:27,962
เขาก็จะย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ

287
00:14:27,908 --> 00:14:33,712
ที่นี้นะคะผู้ที่แต่งเรื่องนี้ก็คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

288
00:14:33,550 --> 00:14:36,754
หัวนะคะพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ขึ้นนะคะ

289
00:14:36,809 --> 00:14:41,977
แต่งขึ้นเพราะส่งโรงเนี่ยนะคะส่งได้ฟังเรื่องราวของเด็ก

290
00:14:41,868 --> 00:14:43,142
เตาเผา

291
00:14:43,090 --> 00:14:43,540

292
00:14:43,347 --> 00:14:48,860
ตาไก่เนี่ยแหละนะคะที่ได้เข้าไปอยู่ในวังนะครับลงได้รับรู้เรื่องราวก็เลยเป็นแรง

293
00:14:48,668 --> 00:14:49,460
ใจ

294
00:14:49,428 --> 00:14:55,830
ก็เลยเอามาแต่งนะคะเป็นเรื่องของนางเอกคือนางลำหับใช่ไหมคะมีความรักกันนะคะ

295
00:14:55,970 --> 00:15:01,448
กับส้มปลาใช่ไหมคะส้มปลาส้มปลาแล้วก็มีคนที่มาค่ะ

296
00:15:01,218 --> 00:15:03,998
เขาเรียกว่าชื่ออะไรนะช่วยกันเอาใช่ไหมคะ

297
00:15:03,850 --> 00:15:05,528
งั้นเอานี่คือมารัก

298
00:15:05,639 --> 00:15:05,917

299
00:15:06,088 --> 00:15:10,713
เขาเรียกว่าอะไรอ่ะเป็นคนที่พ่อแม่เลือกให้นะคะ

300
00:15:10,957 --> 00:15:14,797
เพราะความรักถูกขัดขวางนะคะก็เลยทำให้

301
00:15:14,667 --> 00:15:14,927

302
00:15:14,870 --> 00:15:17,936
เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น

303
00:15:17,943 --> 00:15:21,619
พระเอกและนางเอกก็ได้ตายตามกันฆ่าตัวตาย

304
00:15:21,527 --> 00:15:22,343

305
00:15:22,362 --> 00:15:22,694

306
00:15:23,447 --> 00:15:29,167
อีกคนนึงนะคะที่เป็นคนลงมือฆ่านะคะที่เป็นคนลงมือฆ่า

307
00:15:29,407 --> 00:15:32,275
คู่รักนี้นะคะก็ได้

308
00:15:33,189 --> 00:15:38,728
เสียใจนะคะมีความรู้สึกว่าตัวเองเสียใจมากนะคะที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมนี้ขึ้น

309
00:15:38,698 --> 00:15:41,838
นี่ถ้าหากว่าเราดูจากเนื้องานเนี่ย

310
00:15:42,086 --> 00:15:45,396
เวลาที่อ่านแล้วก็จะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรคะ

311
00:15:45,297 --> 00:15:51,695
ความรักใช่ไหมคะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักความรักของหนุ่มสาวและเป็นความรักที่ไม่สมหวังด้วย

312
00:15:52,028 --> 00:15:57,489
แต่ในบทเรียนที่ติดที่อยู่ในหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยที่เด็กไทยเรียนนะคะ

313
00:15:57,847 --> 00:16:01,092
ตอนนี้มีการคัดเอาเฉพาะ

314
00:16:01,567 --> 00:16:02,468
กลอน

315
00:16:03,108 --> 00:16:08,428
ผนังกับไม้ไผ่ผนังกับไม้ไผ่เป็นน้องของพระเอกและนางเอก

316
00:16:08,997 --> 00:16:11,119
เด็ก 2 คนที่เป็นเพื่อนรักกัน

317
00:16:11,109 --> 00:16:11,341

318
00:16:12,459 --> 00:16:14,636
เป็นเด็กที่อยู่ในช่วงวัยประถม

319
00:16:15,267 --> 00:16:20,854
อายุก็คืออยู่ในช่วงของเด็กวัยประถมศึกษานี่แหละนะคะในหนังสือเรียน

320
00:16:21,106 --> 00:16:23,138
คัดตอนนี้มาให้

321
00:16:24,306 --> 00:16:26,271
สิ่งที่เราเห็นก็คือ

322
00:16:26,297 --> 00:16:30,018
ตอนนี้การทำความเข้าใจในเนื้อหา

323
00:16:30,007 --> 00:16:30,258

324
00:16:30,587 --> 00:16:34,179
ความคิดหลักของวรรณคดีเรื่องนี้

325
00:16:34,235 --> 00:16:35,184
เปลี่ยนไปละ

326
00:16:35,136 --> 00:16:35,426

327
00:16:35,456 --> 00:16:38,099
เพราะตอนที่ถูกตัดมาให้เรียน

328
00:16:38,076 --> 00:16:38,354

329
00:16:38,337 --> 00:16:42,630
ความคิดหลักของตอนนี้ก็คือเป็นความรักระหว่างเพื่อน

330
00:16:43,336 --> 00:16:48,785
เป็นความรักระหว่างเพื่อนแต่ในวรรณคดีเล่มใหญ่รวมทั้งหมด

331
00:16:48,906 --> 00:16:51,418
มันเป็นความรักระหว่างหนุ่มสาว

332
00:16:51,596 --> 00:16:58,765
ฉะนั้นเราต้องบอกก่อนว่าที่มานะคะหรือแหล่งที่มาของข้อมูลนะคะหรือวรรณคดีที่เราอ่านเนี่ย

333
00:16:58,777 --> 00:17:01,259
มันเป็นแบบฉบับเต็มหรือเป็นฉบับย่อ

334
00:17:01,208 --> 00:17:04,760
ถ้าเป็นฉบับเต็มความคิดหลักก็คือเป็นเรื่องของ

335
00:17:04,796 --> 00:17:10,427
การอ่านมีความรักที่ไม่สมหวังใช่ไหมคะทำให้เกิดความทุกข์แต่พอเป็น

336
00:17:10,555 --> 00:17:14,763
ตอนที่ถูกตัดมาให้นักเรียนประถมศึกษาได้เรียน

337
00:17:14,856 --> 00:17:17,218
กลับกลายเป็นความรักระหว่างเพื่อน

338
00:17:17,286 --> 00:17:17,562

339
00:17:17,865 --> 00:17:21,018
นี่คือความคิดหลักที่อยู่ใน

340
00:17:20,996 --> 00:17:28,003
เนื้อหาของวรรณคดีในบทเรียนนั่นเองนะคะนี่คือการแยกนะคะว่าอันไหนคือความคิด

341
00:17:27,916 --> 00:17:30,126
หลักและความคิดรองนะคะ

342
00:17:30,105 --> 00:17:32,916
บางคนก็บอกว่าความคิดหลักของ

343
00:17:33,105 --> 00:17:38,234
วันที่คนังกับไม้ไผ่อยู่ในเอกสารอยู่ในบทเรียนนะอยู่ในบทเรียนหนังสือเรียน

344
00:17:38,106 --> 00:17:38,487

345
00:17:38,426 --> 00:17:40,451
บางคนไม่ได้ตอบเรื่องความรัก

346
00:17:40,477 --> 00:17:45,779
แปลบๆบอกว่าความคิดหลักในตอนนี้ก็คือวิถีชีวิตของคนที่

347
00:17:45,865 --> 00:17:47,071
เป็นกลุ่ม

348
00:17:47,335 --> 00:17:48,621
ชาติพันธุ์

349
00:17:48,805 --> 00:17:50,427
มันนิซาไก

350
00:17:51,685 --> 00:17:57,133
อันนี้เป็นความคิดรองนะคะมันเป็นความคิดรอเรือจะเป็นความคิด

351
00:17:56,945 --> 00:17:58,215
เสริมก็ได้

352
00:17:58,155 --> 00:17:58,442

353
00:17:58,415 --> 00:18:02,485
แต่ที่แน่ๆไม่ใช่อะไรคะไม่ใช่ความคิดหลัก

354
00:18:02,704 --> 00:18:06,265
ชุดท้ายสุดท้ายข้อ 5 ค่ะ

355
00:18:06,675 --> 00:18:07,094

356
00:18:07,185 --> 00:18:14,341
เราจำเป็นจะต้องศึกษาในเรื่องของภาษาในการสื่อสารถ้าเรารู้ว่างานเขียน

357
00:18:14,305 --> 00:18:19,586
จากนั้นนะคะมีการใช้ภาษาที่ดีภาษาที่ถูกต้อง

358
00:18:19,554 --> 00:18:24,833
สมการทำความเข้าใจในการตีความก็จะมีความถูกต้อง

359
00:18:24,935 --> 00:18:26,879
และมีความแม่นยำ

360
00:18:26,864 --> 00:18:32,113
มากยิ่งขึ้นแต่ถ้าหากว่าภาษาที่ใช้ในงานเขียน

361
00:18:32,104 --> 00:18:35,061
มันยังไม่เคลียร์ยังไม่ชัดเจน

362
00:18:35,764 --> 00:18:39,264
มันก็จะส่งผลต่อการอ่านตีความไปด้วย

363
00:18:39,345 --> 00:18:39,617

364
00:18:39,734 --> 00:18:41,911
และสุดท้ายข้อที่ 6

365
00:18:41,906 --> 00:18:42,142

366
00:18:42,165 --> 00:18:47,003
เวลาอ่านตีความเราคงจะต้องมาอ่านตามลำดับ

367
00:18:47,038 --> 00:18:47,275

368
00:18:47,164 --> 00:18:49,862
โดยเริ่มจากการแปลความ

369
00:18:49,785 --> 00:18:50,050

370
00:18:50,104 --> 00:18:55,653
การแปลความก็คือทำความเข้าใจตัวเนื้อความก่อนใช่ไหมคะว่ามันแปลว่ายังไง

371
00:18:55,874 --> 00:19:01,088
แสดงว่ามันต้องมีคำศัพท์ที่ยากใช่ไหมคะที่ต้องแปลเนื้อความของคำศัพท์

372
00:19:01,265 --> 00:19:04,207
แปลคำศัพท์แล้วเราก็จะมาอ่านทั้งหมด

373
00:19:04,204 --> 00:19:06,454
บ้านทั้งหมดก็แปลกกว่า

374
00:19:06,385 --> 00:19:06,684

375
00:19:06,634 --> 00:19:12,331
แจ้งความแล้วก็มาตีความเพราะตีความเสร็จก็ไปขยายความ

376
00:19:12,534 --> 00:19:16,330
การขยายความคือการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม

377
00:19:16,314 --> 00:19:16,545

378
00:19:16,503 --> 00:19:21,331
เสริมว่าเหตุใดเราจึงตีความเช่นนั้น

379
00:19:21,374 --> 00:19:21,600

380
00:19:21,623 --> 00:19:22,448
นะคะ

381
00:19:24,194 --> 00:19:24,448

382
00:19:24,513 --> 00:19:24,711

383
00:19:26,184 --> 00:19:26,540

384
00:19:27,143 --> 00:19:27,431

385
00:19:27,333 --> 00:19:27,550

386
00:19:27,585 --> 00:19:27,848

387
00:19:28,484 --> 00:19:28,774

388
00:19:32,064 --> 00:19:32,305

389
00:19:36,744 --> 00:19:37,176

390
00:19:38,736 --> 00:19:38,963

391
00:19:39,374 --> 00:19:39,887

392
00:19:39,943 --> 00:19:45,230
อาทิตย์นี้นะคะวิธีการ

393
00:19:45,144 --> 00:19:45,965
ศาล

394
00:19:46,223 --> 00:19:51,689
หรือการอ่านตีความนั้นนะคะมันมีวิธีอย่างไรบ้าง

395
00:19:51,803 --> 00:19:52,577

396
00:19:52,573 --> 00:19:57,835
อันที่ 1 นะคะเราคงจะต้องใช้เทคนิคการวิเคราะห์นะคะ

397
00:19:57,764 --> 00:19:59,857
จากที่เราเรียนเมื่อบทที่แล้ว

398
00:19:59,744 --> 00:20:00,035

399
00:20:00,324 --> 00:20:02,234
วิเคราะห์ความ

400
00:20:02,372 --> 00:20:05,925
จากนั้นมาพิจารณารายละเอียด

401
00:20:05,833 --> 00:20:06,141

402
00:20:06,665 --> 00:20:10,060
ขั้นที่ 3 ค่อยมาตีความ

403
00:20:10,382 --> 00:20:14,884
และขั้นที่ 4 แสดงความคิดเสริม

404
00:20:15,256 --> 00:20:20,701
ตอนนี้น่าจะไม่ต้องดูหนังสือนะคะดูที่หน้าจอนะคะดูที่หน้าจอ

405
00:20:20,623 --> 00:20:26,500
แล้วก็อาจจะดูในมือถือนะคะของตนเองเพื่อในกรณีที่มองจอไม่เห็น

406
00:20:26,335 --> 00:20:26,896

407
00:20:27,035 --> 00:20:29,690
เปิดดูตามได้นะคะดูตามสไลด์

408
00:20:29,863 --> 00:20:30,384

409
00:20:33,573 --> 00:20:33,873

410
00:20:34,664 --> 00:20:34,869

411
00:20:34,853 --> 00:20:35,401

412
00:20:35,493 --> 00:20:39,038
มาดูขั้นที่ 1 นะคะมันมีรายละเอียดยังไง

413
00:20:39,144 --> 00:20:39,567

414
00:20:40,304 --> 00:20:43,925
ขั้นที่ 1 ที่เป็นการวิเคราะห์ความ

415
00:20:44,332 --> 00:20:50,133
อันดับแรกเราคงจะต้องมาดูว่าเรื่องที่เราอ่านนั้นมีวิธีการ

416
00:20:50,102 --> 00:20:52,598
เริ่มต้นเรื่องอย่างไร

417
00:20:53,494 --> 00:20:53,773

418
00:20:53,743 --> 00:20:59,665
เริ่มต้นด้วยการนำเอาข้อความที่เป็นเพลงเป็นบทความหรือเป็นข้อความ

419
00:20:59,962 --> 00:21:04,274
เตือนใจหรือเป็นสำนวนหรือว่าเป็นความฝัน

420
00:21:04,191 --> 00:21:04,593

421
00:21:04,322 --> 00:21:06,947
เขาเริ่มต้นด้วยอะไรนะคะ

422
00:21:06,882 --> 00:21:09,975
รักนั้นนะคะมาดูการดำเนินเรื่อง

423
00:21:10,142 --> 00:21:13,944
เขามีวิธีการดำเนินเรื่องแบบไหน

424
00:21:14,385 --> 00:21:17,319
เป็นไปตามลำดับระยะเวลา

425
00:21:17,512 --> 00:21:21,322
หรือลำดับโดยเล่าจากท้ายมา

426
00:21:21,682 --> 00:21:23,148
เริ่มต้นเรื่อง

427
00:21:23,342 --> 00:21:24,686
เคยดูหนังไหมคะ

428
00:21:24,883 --> 00:21:25,099

429
00:21:25,582 --> 00:21:29,943
ที่นั่งที่เขาเล่าจากตอนท้ายแล้วมาเฉลยตอนท้ายว่า

430
00:21:29,822 --> 00:21:30,094

431
00:21:30,203 --> 00:21:31,921
เหตุมันเกิดจากอะไร

432
00:21:31,862 --> 00:21:37,401
แบบย้อนเวลากลับไปกลับมา

433
00:21:37,311 --> 00:21:37,720

434
00:21:38,144 --> 00:21:45,755
เล่าสลับไปสลับมาท้ายไปเริ่มเรื่องนะคะจัดท้ายเรื่องไปตอนต้นเรื่องนะคะมีการดำเนิน

435
00:21:45,582 --> 00:21:50,433
สลับไปสลับมาครับดำเนินเรื่องแบบไหนใช้วิธีใดนะคะ

436
00:21:50,382 --> 00:21:56,264
ปิดเรื่องแบบไหนจบเรื่องแบบไหนจบแบบ Happy Ending ไหมหรือจบแบบโศก

437
00:21:56,081 --> 00:21:57,171
นาฏกรรม

438
00:21:57,103 --> 00:21:57,403

439
00:21:57,422 --> 00:21:58,498
จบแบบ

440
00:21:58,582 --> 00:22:00,554
ไม่มีใคร

441
00:22:00,761 --> 00:22:07,126
มีความสุขสักคนอย่างนี้หรือเปล่าเราก็ต้องดูตรงนี้นะคะและจากนั้นค่ะ

442
00:22:07,033 --> 00:22:10,616
ก็มาวิเคราะห์ที่ตัวเนื้อหาทั้งหมด

443
00:22:10,621 --> 00:22:11,337

444
00:22:11,463 --> 00:22:11,778

445
00:22:11,650 --> 00:22:14,441
ขั้นที่ 1 คือการวิเคราะห์เนื้อความเนาะ

446
00:22:14,467 --> 00:22:14,701

447
00:22:15,301 --> 00:22:15,999

448
00:22:18,821 --> 00:22:19,248

449
00:22:19,591 --> 00:22:20,164

450
00:22:21,192 --> 00:22:21,510

451
00:22:21,830 --> 00:22:22,249

452
00:22:22,471 --> 00:22:23,153

453
00:22:25,172 --> 00:22:25,406

454
00:22:26,130 --> 00:22:26,604

455
00:22:30,861 --> 00:22:31,071

456
00:22:31,251 --> 00:22:31,491

457
00:22:31,570 --> 00:22:31,854

458
00:22:32,210 --> 00:22:34,649
ต่อไปขั้นที่ 2

459
00:22:37,211 --> 00:22:37,439

460
00:22:38,362 --> 00:22:38,730

461
00:22:38,741 --> 00:22:39,748

462
00:22:39,830 --> 00:22:45,922
ต่อจากการวิเคราะห์เนื้อความเราจะมาพิจารณารายละเอียด

463
00:22:47,203 --> 00:22:47,715

464
00:22:47,652 --> 00:22:48,127

465
00:22:47,902 --> 00:22:50,045
ในหัวข้อนี้นะคะ

466
00:22:50,093 --> 00:22:53,212
คำว่ารายละเอียดหมายถึงอะไรบ้าง

467
00:22:53,291 --> 00:22:55,197
ดูตรงไหนบ้าง

468
00:22:55,140 --> 00:22:56,944
ดูซิว่า

469
00:22:57,060 --> 00:22:59,382
ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้

470
00:22:59,311 --> 00:23:00,336
คืออะไร

471
00:23:01,101 --> 00:23:03,092
ข้อคิดเห็นของเรื่อง

472
00:23:02,961 --> 00:23:03,996
คืออะไร

473
00:23:04,370 --> 00:23:09,966
ทำไปแล้วใช่ไหมคะเมื่อคราวที่แล้วแยกไปแล้วใช่ไหมคะข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็น

474
00:23:11,541 --> 00:23:12,820
อารมณ์

475
00:23:12,760 --> 00:23:14,261
ความรู้สึก

476
00:23:14,300 --> 00:23:15,986
ของผู้เขียน

477
00:23:16,741 --> 00:23:18,224
เป็นแบบใด

478
00:23:18,209 --> 00:23:23,476
กูเขียนตอนที่เขียนเรื่องนี้นะคะอารมณ์และความรู้สึกของผู้เขียน

479
00:23:23,780 --> 00:23:26,807
มีลักษณะของอารมณ์เป็นแบบใด

480
00:23:31,860 --> 00:23:32,122

481
00:23:39,610 --> 00:23:39,995

482
00:23:40,820 --> 00:23:42,293
วันที่ 3 ค่ะ

483
00:23:42,301 --> 00:23:42,550

484
00:23:42,620 --> 00:23:43,111

485
00:23:43,320 --> 00:23:46,724
หลังจากที่วิเคราะห์เนื้อความแล้วใช่ไหมคะ

486
00:23:46,981 --> 00:23:52,568
คันเมื่อกี้พิจารณารายละเอียดที่ 3 ต่อมาก็คือดำเนินการตี

487
00:23:52,349 --> 00:23:52,996
ความ

488
00:23:53,119 --> 00:23:56,059
ดำเนินการตีความโดย

489
00:23:56,389 --> 00:24:00,488
ประมวลข้อมูลจากการพิจารณา

490
00:24:00,500 --> 00:24:05,711
หมายความว่าเราเอาข้อมูลทั้งหมดมากองรวมกันก่อน

491
00:24:06,320 --> 00:24:08,109
เอาข้อมูลทั้งหมด

492
00:24:08,049 --> 00:24:10,007
มาวางรวมกัน

493
00:24:10,160 --> 00:24:13,640
แล้วพิจารณาไปทีละประเด็น

494
00:24:13,622 --> 00:24:14,447

495
00:24:15,029 --> 00:24:19,065
โดยที่เราจะต้องวิเคราะห์สารที่ผู้เขียน

496
00:24:19,059 --> 00:24:20,401
ต้องการส่ง

497
00:24:20,420 --> 00:24:25,180
วัดเจตนาในการส่งสารของเนื้อเรื่องนี้เนี่ย

498
00:24:25,150 --> 00:24:27,901
เขามีเจตนาเพื่ออะไร

499
00:24:28,169 --> 00:24:32,846
มันอาจจะมีคำที่เป็นคำสำคัญที่เป็นตัวบ่งชี้เจตนาอยู่

500
00:24:33,099 --> 00:24:33,991
เช่น

501
00:24:33,991 --> 00:24:35,531
ตักเตือน

502
00:24:35,660 --> 00:24:37,978
แนะนำชี้แนะ

503
00:24:37,899 --> 00:24:39,206
สั่งสอน

504
00:24:39,182 --> 00:24:40,452
ให้ข้อคิด

505
00:24:41,099 --> 00:24:45,999
คำต่างๆเหล่านี้เป็นคำสำคัญที่ระบุถึง

506
00:24:45,980 --> 00:24:47,705
เจตนาพร้อม

507
00:24:47,698 --> 00:24:49,368
กูเขียนนั่นเองค่ะ

508
00:24:50,841 --> 00:24:51,088

509
00:24:51,348 --> 00:24:51,556

510
00:24:51,742 --> 00:24:52,005

511
00:24:52,059 --> 00:24:52,494

512
00:24:52,448 --> 00:24:52,893

513
00:24:53,540 --> 00:24:53,965

514
00:24:54,749 --> 00:24:55,028

515
00:24:55,328 --> 00:24:55,533

516
00:24:55,579 --> 00:25:00,969
หลังจากที่เราได้ประมวลข้อมูลวิเคราะห์แล้ว

517
00:25:00,987 --> 00:25:03,018
ก็จะนำไปสู่การ

518
00:25:02,889 --> 00:25:08,606
สรุปการตีความว่าจากที่เราดูว่าเจตนาของเขาเป็นยังไง

519
00:25:08,528 --> 00:25:10,253
ตัวเนื้อความทั้งหมด

520
00:25:10,450 --> 00:25:12,241
เขาสื่อถึงอะไร

521
00:25:12,500 --> 00:25:14,093
เราก็จะ

522
00:25:14,028 --> 00:25:15,633
ทำเป็นข้อสรุป

523
00:25:15,630 --> 00:25:15,847

524
00:25:15,818 --> 00:25:21,098
ว่าจากที่เราอ่านทั้งหมดนี้ก็สรุปเพียงหนึ่งเดียวที่เราได้

525
00:25:21,268 --> 00:25:22,538
คืออะไร

526
00:25:22,680 --> 00:25:23,339

527
00:25:24,539 --> 00:25:24,980

528
00:25:24,858 --> 00:25:25,124

529
00:25:27,299 --> 00:25:27,571

530
00:25:27,737 --> 00:25:27,976

531
00:25:27,937 --> 00:25:28,142

532
00:25:28,258 --> 00:25:28,548

533
00:25:28,507 --> 00:25:28,742

534
00:25:28,828 --> 00:25:29,218

535
00:25:29,468 --> 00:25:29,733

536
00:25:30,238 --> 00:25:30,470

537
00:25:30,818 --> 00:25:31,119

538
00:25:31,262 --> 00:25:31,720

539
00:25:31,578 --> 00:25:32,065

540
00:25:31,710 --> 00:25:32,154

541
00:25:32,928 --> 00:25:33,178

542
00:25:33,187 --> 00:25:33,401

543
00:25:33,697 --> 00:25:39,235
จากนั้นมาหลักการข้อที่ 4 ค่ะวิธีการต่อมานั่นก็คือ

544
00:25:39,718 --> 00:25:43,006
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเข้าไป

545
00:25:43,178 --> 00:25:43,575

546
00:25:44,341 --> 00:25:47,968
อันนี้นะคะเป็นการแสดงความคิดเสริม

547
00:25:47,919 --> 00:25:51,394
อะไรบ้างที่เราสามารถเพิ่มเติมเข้าไปได้

548
00:25:51,507 --> 00:25:55,672
นั่นก็คือใส่ความคิดเห็นของเราเข้าป่า

549
00:25:56,058 --> 00:25:56,296

550
00:25:57,268 --> 00:26:05,998
เมื่อกี้นี้เราดูเฉพาะตัวสิ่งที่เราอ่านใช่ไหมคะดูเฉพาะเนื้อความขั้นที่ 4 นี้เราสามารถใส่ความคิดเห็น

551
00:26:05,657 --> 00:26:06,949
ตัวเราเข้าไป

552
00:26:06,948 --> 00:26:07,164

553
00:26:07,137 --> 00:26:11,386
ใช้ความรู้ที่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราอ่าน

554
00:26:11,429 --> 00:26:12,769
ใส่เข้าไปได้

555
00:26:12,837 --> 00:26:18,192
เมื่อไหร่ใจเพื่อให้เห็นว่าการที่เราสรุปความว่า

556
00:26:18,159 --> 00:26:20,343
ทั้งหมดนี้ที่เราอ่าน

557
00:26:20,458 --> 00:26:20,857

558
00:26:20,587 --> 00:26:24,758
มันมีนัยยะหรือมีข้อความที่สื่อถึง

559
00:26:24,947 --> 00:26:30,238
ประเด็นใดนะคะให้คุณค่าหรือให้แนวคิดอะไร

560
00:26:30,389 --> 00:26:33,289
สิ่งที่เราได้จากการอ่านนั้นคืออะไร

561
00:26:34,047 --> 00:26:38,291
เขาก็ต้องถามหาเหตุผลใช่ไหมคะว่าทำไมเราถึงสรุปเช่นนั้น

562
00:26:38,269 --> 00:26:42,030
ข้อที่ 4 นี้จะเป็นตัวเสริมเข้าไป

563
00:26:41,926 --> 00:26:42,187

564
00:26:42,119 --> 00:26:47,534
เพื่อสนับสนุนว่าสิ่งที่เราสรุปนั้นมันมีที่มานะมันมีที่มาจาก

565
00:26:47,437 --> 00:26:52,711
ความคิดของเราและนายขณะเดียวกันไม่ใช่แค่ความคิดเห็นแต่เพียงอย่างเดียว

566
00:26:52,878 --> 00:26:56,244
แกยังมีหลักการความรู้ที่เป็นจริง

567
00:26:56,148 --> 00:26:56,561

568
00:26:56,466 --> 00:26:59,403
มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้

569
00:26:59,416 --> 00:27:02,491
ที่ทำให้การสรุปการตีความของเรานั้น

570
00:27:02,486 --> 00:27:07,787
มันรู้สึกว่ามันถูกต้องใช่ไหมคะเห็นว่าถูกต้องเห็นว่าดีแล้วนะคะ

571
00:27:07,995 --> 00:27:13,911
ในขณะเดียวกันนะคะเราก็มีการพิจารณาถึงอารมณ์และความรู้สึก

572
00:27:13,896 --> 00:27:14,814

573
00:27:14,726 --> 00:27:18,156
ผู้เขียนร่วมไปกับเราได้ด้วย

574
00:27:18,178 --> 00:27:19,716
หมายความว่า

575
00:27:19,787 --> 00:27:20,001

576
00:27:19,977 --> 00:27:24,335
รายการตีความโลกเห็นว่าผู้เขียนมีอารมณ์มีความรู้สึกอย่างไร

577
00:27:24,205 --> 00:27:29,917
ในข้อที่ 4 นี้เราสามารถอธิบายอารมณ์และความรู้สึกของเรา

578
00:27:30,227 --> 00:27:34,512
เกิดขึ้นภายหลังจากการที่ได้อ่านงานเขียน

579
00:27:34,575 --> 00:27:35,491
นั้นๆ

580
00:27:35,416 --> 00:27:35,685

581
00:27:35,666 --> 00:27:38,064
เราอ่านแล้วเราคล้อยตาม

582
00:27:38,048 --> 00:27:38,271

583
00:27:38,176 --> 00:27:44,365
เราเกิดความรู้สึกเดียวกันและสัมผัสได้ว่าผู้เขียนเขาส่งอารมณ์

584
00:27:44,256 --> 00:27:45,607
การเขียนมาแบบนี้

585
00:27:45,535 --> 00:27:45,821

586
00:27:45,735 --> 00:27:48,377
กูอ่านในฐานะที่เป็นคนรับสาร

587
00:27:48,546 --> 00:27:53,326
เข้าใจแล้วก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างจากผู้เขียน

588
00:27:53,296 --> 00:27:53,541

589
00:27:53,485 --> 00:27:54,187

590
00:27:54,185 --> 00:27:57,772
เป็นการขยายความเพิ่มเติมเข้าไป

591
00:27:57,707 --> 00:27:57,964

592
00:27:57,896 --> 00:28:00,521
เพื่อทำให้สิ่งที่เราสรุป

593
00:28:00,657 --> 00:28:03,666
จัดการตีความนั้นมันมีน้ำหนัก

594
00:28:03,665 --> 00:28:09,008
และมีความน่าเชื่อถือโดยไม่ใช่อาศัยแค่สิ่งที่เรา

595
00:28:08,925 --> 00:28:09,648

596
00:28:10,205 --> 00:28:11,233
เปล่า

597
00:28:11,356 --> 00:28:16,182
แต่เรายังมีอะไรด้วยคะมีหลักการใช่ไหมคะมีความรู้

598
00:28:16,285 --> 00:28:18,979
มีการเชื่อมโยงความรู้สึก

599
00:28:19,104 --> 00:28:22,323
พี่ปุ๊กเขียนส่งมายังผู้อ่าน

600
00:28:22,304 --> 00:28:25,064
แล้วมันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

601
00:28:25,056 --> 00:28:26,551
มันสอดคล้องกัน

602
00:28:26,535 --> 00:28:26,818

603
00:28:26,798 --> 00:28:30,259
ดังนั้นนะคะใน 4 ขั้นตอนนี้นะคะ

604
00:28:30,258 --> 00:28:36,149
จึงเป็นวิธีการนะคะที่จะทำให้เราสามารถอ่าน

605
00:28:36,014 --> 00:28:38,811
ฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

606
00:28:42,557 --> 00:28:43,042

607
00:28:44,606 --> 00:28:44,845

608
00:28:45,565 --> 00:28:45,772

609
00:28:45,696 --> 00:28:46,104

610
00:29:01,515 --> 00:29:01,851

611
00:29:02,094 --> 00:29:02,318

612
00:29:08,376 --> 00:29:09,626

613
00:29:10,166 --> 00:29:15,548
คราวนี้นะคะ

614
00:29:16,635 --> 00:29:18,941
เราจะรู้ได้อย่างไร

615
00:29:19,324 --> 00:29:19,615

616
00:29:19,575 --> 00:29:23,756
ว่าสิ่งที่เราตีความไปนั้น

617
00:29:23,747 --> 00:29:23,978

618
00:29:24,133 --> 00:29:25,983
มันถูกต้อง

619
00:29:26,944 --> 00:29:29,515
มันมีความน่าเชื่อถือ

620
00:29:29,504 --> 00:29:29,963

621
00:29:29,826 --> 00:29:32,521
และมันจะเป็นที่ยอมรับ

622
00:29:32,454 --> 00:29:38,169
สำหรับผู้ที่รักเรียนหรือได้เห็นความคิดเห็นของเรา

623
00:29:38,094 --> 00:29:41,266
จากการที่เราสรุปแล้วก็เราก็ตีความมา

624
00:29:41,174 --> 00:29:41,659

625
00:29:41,613 --> 00:29:42,093

626
00:29:41,874 --> 00:29:46,490
เกณฑ์ในการพิจารณามีดังต่อไปนี้นะคะ

627
00:29:46,414 --> 00:29:46,831

628
00:29:47,053 --> 00:29:47,533

629
00:29:47,323 --> 00:29:51,661
เห็นตัวด้านบนสีแดงๆไหมคะอ่านว่ายังไงนะคะ

630
00:29:51,993 --> 00:29:53,349
คิดด้วย

631
00:29:53,854 --> 00:29:57,853
ตนเองใช่ไหมคะคิดด้วยตนเอง

632
00:29:58,273 --> 00:29:59,791
อย่าท่องจำ

633
00:30:00,253 --> 00:30:00,712

634
00:30:01,283 --> 00:30:04,227
ถ้าหากว่าในการตีความของเรา

635
00:30:04,426 --> 00:30:05,455
เรา

636
00:30:05,383 --> 00:30:10,123
ใช้ความคิดของเราในการพินิจพิเคราะห์ตัวฉัน

637
00:30:12,244 --> 00:30:17,812
ไม่ได้ไปท่องจำมาว่าหลักการหรือว่าเรื่องที่เรากำลังอ่านอยู่เนี่ย

638
00:30:17,612 --> 00:30:20,631
แตกต่างออกไปจากสิ่งที่เราเคยรู้มา

639
00:30:21,144 --> 00:30:23,636
ถ้ามันแตกต่างแล้วเรารีบปฏิเสธ

640
00:30:23,833 --> 00:30:26,305
นั่นแสดงว่าเราเป็นยังไงล่ะลูก

641
00:30:26,333 --> 00:30:26,562

642
00:30:26,523 --> 00:30:28,661
เรากำลังทำ

643
00:30:28,782 --> 00:30:33,199
เรียกว่าไม่ได้เข้าเกณฑ์ข้อนี้ใช่ไหมคะไม่ได้เข้าเกณฑ์ข้อนี้

644
00:30:33,442 --> 00:30:38,835
แสดงว่าเรายึดหลักการเดิมๆเรายึดความรู้เก่าๆ

645
00:30:38,762 --> 00:30:41,438
ไม่ได้เปิดใจรับสิ่งใหม่

646
00:30:41,384 --> 00:30:42,535
ดังนั้น

647
00:30:42,603 --> 00:30:48,302
เกณฑ์ข้อที่ 1 นั่นก็คือให้ใช้ความคิดของตนเองในการอ่าน

648
00:30:48,173 --> 00:30:51,126
ดีกว่าและที่สำคัญก็คือ

649
00:30:51,052 --> 00:30:56,517
อย่าได้ท่องจำในสิ่งที่มันเป็นตัว

650
00:30:56,762 --> 00:31:02,545
ความรู้ที่เรามีอยู่นะคะแต่ให้เปิดใจรับนะคะแล้วก็อ่านในสิ่งที่

651
00:31:02,463 --> 00:31:03,350
เขียน

652
00:31:03,363 --> 00:31:04,656
สื่อออกมา

653
00:31:05,093 --> 00:31:05,368

654
00:31:05,413 --> 00:31:06,888
ต่อไป

655
00:31:07,202 --> 00:31:09,731
อันที่ 2 สีเขียวขวามือ

656
00:31:10,603 --> 00:31:15,493
เกณฑ์ข้อที่ 2 เวลาอ่านนะค่ะเราจะต้องมีความบริสุทธิ์

657
00:31:15,332 --> 00:31:15,981
จ่าย

658
00:31:16,103 --> 00:31:16,362

659
00:31:16,292 --> 00:31:20,097
หมายความว่าไม่มีอคติใดๆ

660
00:31:20,722 --> 00:31:23,423
งานเขียนชิ้นนั้นๆ

661
00:31:24,243 --> 00:31:24,668

662
00:31:25,852 --> 00:31:31,198
ไม่มีการตั้งป้อมกำแพงในใจว่าถ้าเป็นงานของคนนี้ฉันไม่อ่าน

663
00:31:32,183 --> 00:31:35,961
มีไหมคะเรามีนักเขียนที่เราชอบงานเขียนของเขา

664
00:31:35,901 --> 00:31:36,348

665
00:31:36,164 --> 00:31:40,510
แล้วมีงานเขียนของบางคนที่เรารู้สึกว่า

666
00:31:40,451 --> 00:31:41,262
วันนี้

667
00:31:42,121 --> 00:31:45,050
ถ้าเขาทำออกมาแล้วจะไม่อ่านงานของเขาเลย

668
00:31:45,131 --> 00:31:47,945
มันมีอยู่ช่วงนึงนะคะที่

669
00:31:47,881 --> 00:31:48,331

670
00:31:48,394 --> 00:31:51,307
ในสังคมนะคะมองต่างกัน

671
00:31:51,282 --> 00:31:51,580

672
00:31:52,374 --> 00:31:55,412
รู้จักคุณโน้ตอุดมแต้พานิชใช่ไหมคะ

673
00:31:55,576 --> 00:31:57,291
เขาเดี่ยวไมโครโฟน

674
00:31:57,232 --> 00:31:59,719
ก่อนหน้าที่เขาจะมาเดี๋ยวเขาทำอะไรมาก่อน

675
00:31:59,802 --> 00:32:00,004

676
00:32:00,052 --> 00:32:02,742
เขาเขียนหนังสือใช่ไหมคะ

677
00:32:02,680 --> 00:32:04,005
เขียนหนังสือ

678
00:32:04,022 --> 00:32:10,732
ในขณะที่เขาเขียนหนังสือขายก็มีกลุ่มคนกลุ่มนึงนะคะพี่อ่านงานแล้วก็บอกว่า

679
00:32:10,883 --> 00:32:13,238
เรียกว่าสิ่งนี้เป็นวรรณกรรมขยะ

680
00:32:13,631 --> 00:32:16,716
มีคนให้นิยามว่าเป็นวรรณกรรมขยะ

681
00:32:17,221 --> 00:32:18,742
แต่พอเขา

682
00:32:18,692 --> 00:32:23,717
นำเอางานเขียนคำขึ้นไปทอล์คโชว์ขึ้นไปโชว์เดี่ยวไมโครโฟน

683
00:32:23,691 --> 00:32:29,211
กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เขาเขียนแล้วนำไปถ่ายทอดบนเวที

684
00:32:29,131 --> 00:32:29,764

685
00:32:30,543 --> 00:32:32,783
รอบของการแสดง

686
00:32:32,981 --> 00:32:34,058
การพูด

687
00:32:34,521 --> 00:32:34,779

688
00:32:34,650 --> 00:32:35,029

689
00:32:35,801 --> 00:32:36,752
พอไหม

690
00:32:36,822 --> 00:32:38,613
ต้องจัดหลายๆรอบ

691
00:32:38,552 --> 00:32:44,442
จัดกี่ครั้งคนก็เต็มทุกรอบใช่ไหมคะว่าชนะนะคะอย่างนี้เนี่ย

692
00:32:44,381 --> 00:32:49,598
เขาบอกว่าก่อนที่จะหยิบหนังสืออะไรขึ้นมาอ่านนะคะเราก็อาจจะ

693
00:32:49,772 --> 00:32:54,620
รู้นะคะแค่เพียงข้อมูลนะว่าใครเป็นผู้เขียนแต่อย่าเพิ่งใส่

694
00:32:54,504 --> 00:32:57,197
เรื่องของอคตินะคะว่า

695
00:32:57,261 --> 00:33:01,564
งานเขียนของคนนี้มีชื่อเสียงมาในลักษณะเช่นนี้นะคะ

696
00:33:02,251 --> 00:33:09,237
ฉะนั้นเกณฑ์ในข้อนี้ก็คือเราเองนะคะก็อาจจะต้องมีความเป็นกลางเนาะนะคะมี

697
00:33:08,920 --> 00:33:14,268
ใจที่เป็นกลางมีความบริสุทธิ์ใจนะคะอันที่ 3 ค่ะ

698
00:33:14,490 --> 00:33:19,060
ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกันได้

699
00:33:20,061 --> 00:33:25,285
หมายความว่ายังไงหมายความว่าเวลาเราอ่านตีความ

700
00:33:25,570 --> 00:33:29,544
นิติกรรมที่เชื่อมโยงกันก็คือ

701
00:33:29,561 --> 00:33:35,242
ฟังก์ชั่นตัวละครนะคะตัวละครตัวนึงนะคะที่อยู่ในเรื่องที่เราอ่าน

702
00:33:35,122 --> 00:33:36,723
อ่านนวนิยาย

703
00:33:36,850 --> 00:33:37,065

704
00:33:37,050 --> 00:33:37,322

705
00:33:37,621 --> 00:33:43,147
มันมีตัวละครที่มีพฤติกรรมอะไรบางอย่างนะคะอาจจะเป็นในทางบวก

706
00:33:43,130 --> 00:33:44,162
ทางลบ

707
00:33:45,179 --> 00:33:46,703
ถ้าเป็นทางลบ

708
00:33:46,851 --> 00:33:48,583
อาจจะบอกว่าคนเนี้ย

709
00:33:48,642 --> 00:33:53,675
มีปมอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาแสดงพฤติกรรม

710
00:33:53,700 --> 00:33:56,140
ที่มันเป็นเชิงลบออกมา

711
00:33:56,839 --> 00:34:02,567
ถ้าเราสามารถระบุถึงสิ่งที่เชื่อมโยงกันระหว่างพฤติกรรม

712
00:34:02,540 --> 00:34:07,247
ปัญหาในใจของคนที่อยู่ในตัวละครในเรื่องนั้นแหละค่ะ

713
00:34:07,150 --> 00:34:11,706
อธิบายได้แสดงว่าเราผ่านเกณฑ์ข้อนี้

714
00:34:11,769 --> 00:34:12,460

715
00:34:12,529 --> 00:34:12,791

716
00:34:12,729 --> 00:34:14,002
ตอบๆ

717
00:34:16,569 --> 00:34:16,816

718
00:34:17,080 --> 00:34:17,321

719
00:34:17,459 --> 00:34:17,918

720
00:34:18,242 --> 00:34:18,545

721
00:34:19,841 --> 00:34:25,373
หลังจากที่เราตีความแล้วนะคะเราอยากเก็บความเข้าใจนี่ไว้แต่

722
00:34:25,280 --> 00:34:31,039
เพียงผู้เดียวแล้วสรุปเองว่าอุ้ยที่ผ่านมาฉันอ่านมาฉันเข้าใจว่าแบบนี้

723
00:34:30,788 --> 00:34:31,213

724
00:34:31,109 --> 00:34:37,351
ทำไมฉันเก่งขนาดนี้ทำไมฉันปราดเปรื่องขนาดนี้นะคะเข้าใจเป็นฉากเป็น

725
00:34:37,129 --> 00:34:42,578
แล้วสามารถอธิบายเนื้อหาอธิบายความเชื่อมโยงเรื่องนี้

726
00:34:42,839 --> 00:34:45,083
ได้อย่างคล่องแคล่ว

727
00:34:45,531 --> 00:34:49,132
เราจำเป็นจะต้องเอาสิ่งที่เป็นความคิดของเรา

728
00:34:49,489 --> 00:34:52,373
ไปแลกเปลี่ยนกับคนอื่นด้วยค่ะ

729
00:34:53,089 --> 00:34:58,713
เราจะต้องเอาสิ่งที่เราสรุปจากการอ่านเอาไปเช็คกับคนอื่นด้วยว่า

730
00:34:58,979 --> 00:35:01,159
คนที่อ่านงานเล่มนี้

731
00:35:01,408 --> 00:35:03,348
เขาคิดเหมือนกันกับเราไหม

732
00:35:04,229 --> 00:35:07,331
เขาเห็นไปในแนวทางเดียวกันกับเราหรือเปล่า

733
00:35:09,228 --> 00:35:12,718
ถ้าเราสรุปเองโดยที่เราไม่มีคนประเมินให้

734
00:35:12,808 --> 00:35:18,094
นั่นแสดงว่าไม่ผ่านเกณฑ์นะยังไม่ได้เข้าเกณฑ์ของการอ่านตีความ

735
00:35:18,451 --> 00:35:19,681
อ่านเสร็จ

736
00:35:19,729 --> 00:35:21,374
ตีความแล้ว

737
00:35:21,400 --> 00:35:26,488
ช่วยไปแชร์แลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆด้วย

738
00:35:26,587 --> 00:35:26,815

739
00:35:26,718 --> 00:35:30,828
ว่าสิ่งที่เราอ่านแล้วเราเข้าใจแบบนี้เราตีความแบบนี้

740
00:35:30,939 --> 00:35:36,928
คนอื่นเข้าใจแบบเราไหมนะคะมีมุมมองที่แตกต่างจากเราไหมนะคะ

741
00:35:36,837 --> 00:35:39,749
ว่าจะได้เกิดการวิเคราะห์นะคะ

742
00:35:39,647 --> 00:35:41,017
แล้วก็

743
00:35:41,008 --> 00:35:42,497
หาข้อ

744
00:35:42,609 --> 00:35:46,066
ตกลงร่วมกันนะคะหรือหาจุดร่วมนะคะ

745
00:35:46,059 --> 00:35:48,896
ที่มันเป็นข้อสรุปของเรื่องนั้นได้

746
00:35:52,280 --> 00:35:53,411

747
00:35:55,089 --> 00:35:55,580

748
00:35:55,858 --> 00:35:56,353

749
00:35:57,728 --> 00:35:58,221

750
00:35:58,557 --> 00:35:58,793

751
00:36:00,927 --> 00:36:01,191

752
00:36:01,120 --> 00:36:05,705
ที่นี่เวลาตีความค่ะเราจะดูอยู่ 2 อย่างด้วยกัน

753
00:36:05,987 --> 00:36:09,054
เราจะดูอยู่ 2 อย่างด้วยกัน

754
00:36:09,249 --> 00:36:12,559
วันที่ 1 นะคะเราดูที่

755
00:36:12,517 --> 00:36:15,016
จุดประสงค์ค่ะ

756
00:36:15,086 --> 00:36:19,747
เราดูที่จุดประสงค์นะคะเวลาเราอ่านงานต่างๆเนี่ย

757
00:36:20,266 --> 00:36:24,889
ตัวเนื้อเขาเรียกว่าตัวเนื้อความเขาเรียกว่าสารเนาะเขาเรียกว่าสาร

758
00:36:25,007 --> 00:36:29,413
สิ่งแรกที่เราจะดูตัวสานั่นก็คือดูจุดประสงค์ของผู้เขียนค่ะ

759
00:36:29,307 --> 00:36:33,087
วาดโดยรวมทั้งหมดแล้วทั้งเรื่องเนี่ย

760
00:36:33,087 --> 00:36:35,890
เขียนมีเจตนาอะไร

761
00:36:36,087 --> 00:36:38,786
ในการส่งสารนั้นๆ

762
00:36:38,917 --> 00:36:39,383

763
00:36:39,367 --> 00:36:40,441
จากนั้น

764
00:36:40,388 --> 00:36:42,236
มาดูส่วนที่ 2

765
00:36:42,253 --> 00:36:44,993
เราเรียกว่าน้ำเสียง

766
00:36:44,926 --> 00:36:45,218

767
00:36:45,767 --> 00:36:48,347
น้ำเสียงคืออารมณ์ความรู้สึก

768
00:36:48,718 --> 00:36:53,999
มันจะมีคำที่บ่งชี้ว่าน้ำเสียงของผู้เขียนนั้นเป็นแบบใด

769
00:36:54,418 --> 00:36:59,091
เวลาเขียนมันมีเสียงออกมาไหมคะเราอ่านไม่มีเสียงออกมาจากตัวหนังสือไหม

770
00:36:59,727 --> 00:37:05,576
ไม่มีเป็นหน้าที่ของใครของผู้อ่านที่จะต้องอนุมาน

771
00:37:05,626 --> 00:37:06,509
หรือ

772
00:37:06,455 --> 00:37:09,102
ประมาณเอาว่าผู้เขียน

773
00:37:09,786 --> 00:37:13,650
ต้องการจะสื่อเนื้อความนี้และในขณะที่เขียน

774
00:37:13,765 --> 00:37:21,307
ความรู้สึกหรืออารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนเนี่ยอยู่ในอารมณ์แบบไหนมันมีคำที่เป็นตัวกำกับเอาไว้อยู่

775
00:37:21,067 --> 00:37:25,141
น้ำเสียงที่ว่านี้มีอะไรบ้างดูนะ

776
00:37:25,045 --> 00:37:25,451

777
00:37:25,295 --> 00:37:26,218
นี่

778
00:37:26,196 --> 00:37:27,547
ประชด

779
00:37:28,188 --> 00:37:31,541
ไอ้คะทาขา

780
00:37:31,516 --> 00:37:31,767

781
00:37:31,706 --> 00:37:32,967
xxx

782
00:37:33,245 --> 00:37:33,531

783
00:37:33,438 --> 00:37:35,667
รื่นเริง

784
00:37:35,937 --> 00:37:37,212
เคร่ง

785
00:37:37,476 --> 00:37:38,589
คลัช

786
00:37:38,495 --> 00:37:39,960
อิสระ

787
00:37:40,545 --> 00:37:41,505
อะไรคะ

788
00:37:41,767 --> 00:37:42,083

789
00:37:42,336 --> 00:37:44,389
อ่านให้ฟังหน่อย

790
00:37:44,905 --> 00:37:45,154

791
00:37:45,095 --> 00:37:46,308
อะไรอีก

792
00:37:46,317 --> 00:37:46,853

793
00:37:47,085 --> 00:37:47,298

794
00:37:48,105 --> 00:37:53,318
มีอะไรอีกคะแข็งกร้าวตรงไปตรงมา

795
00:37:53,500 --> 00:37:55,099
ให้ข้อคิด

796
00:37:55,216 --> 00:37:56,418
เตือนใจ

797
00:37:56,566 --> 00:37:56,834

798
00:37:57,656 --> 00:37:59,162
ยิ่งแก่

799
00:37:59,256 --> 00:37:59,532

800
00:37:59,514 --> 00:38:01,625
สนุกขบขัน

801
00:38:01,886 --> 00:38:03,286
เย้ยหยัน

802
00:38:03,356 --> 00:38:04,690
รู้ทัน

803
00:38:04,895 --> 00:38:07,900
คาดคั้นกระแนะกระแหน

804
00:38:07,975 --> 00:38:08,852
และ

805
00:38:09,055 --> 00:38:11,249
อะไรคะชวนคิด

806
00:38:11,495 --> 00:38:17,116
มีคำอื่นอีกมากมายนะคะแต่คำเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคำที่บ่งบอก

807
00:38:16,935 --> 00:38:17,589

808
00:38:17,575 --> 00:38:19,384
น้ำเสียงพร้อม

809
00:38:19,374 --> 00:38:20,799
ผู้เขียนนั่นเอง

810
00:38:23,655 --> 00:38:23,881

811
00:38:24,566 --> 00:38:25,130

812
00:38:25,524 --> 00:38:25,789

813
00:38:26,354 --> 00:38:26,953

814
00:38:27,255 --> 00:38:27,545

815
00:38:27,444 --> 00:38:27,755

816
00:38:27,894 --> 00:38:28,341

817
00:38:28,275 --> 00:38:28,568

818
00:38:28,785 --> 00:38:29,198

819
00:38:29,236 --> 00:38:29,705

820
00:38:29,745 --> 00:38:30,025

821
00:38:29,875 --> 00:38:30,159

822
00:38:30,517 --> 00:38:30,967

823
00:38:31,155 --> 00:38:31,450

824
00:38:31,476 --> 00:38:32,304

825
00:38:32,504 --> 00:38:32,780

826
00:38:33,725 --> 00:38:33,925

827
00:38:34,366 --> 00:38:34,623

828
00:38:34,684 --> 00:38:35,484

829
00:38:35,965 --> 00:38:41,560
ดังนั้นเวลาตีความจึงจำเป็นนะคะที่จะต้องดูใน 2 ส่วน

830
00:38:41,415 --> 00:38:42,038

831
00:38:42,116 --> 00:38:47,774
วันนี้ก็เช่นเดียวกันโจรที่ครูให้นั่นก็คือนายหน้า 100

832
00:38:47,745 --> 00:38:48,477

833
00:38:48,454 --> 00:38:54,035
ครูจะให้พวกเราตีความด้านเนื้อหากับอีกอันนึงก็คือ

834
00:38:53,895 --> 00:38:55,452
ด้านน้ำเสียง

835
00:38:55,435 --> 00:38:58,265
คำว่าด้านเนื้อหาหมายถึง

836
00:38:59,214 --> 00:39:04,504
เนื้อความว่าเนื้อความเนี่ยเขากล่าวถึงอะไรและเจตนาของ

837
00:39:04,536 --> 00:39:05,372
เขียน

838
00:39:05,494 --> 00:39:07,863
มีเจตนาอะไร

839
00:39:07,935 --> 00:39:10,107
พี่ส่งมายังผู้อ่าน

840
00:39:10,686 --> 00:39:15,418
ส่วนในด้านน้ำเสียงนะคะได้น้ำเสียงคืออารมณ์ความรู้สึกเนาะ

841
00:39:15,745 --> 00:39:17,862
ลักษณะของอารมณ์ความรู้สึก

842
00:39:18,375 --> 00:39:21,695
เราจะใช้คำใดเพื่อระบุถึงอารมณ์

843
00:39:21,775 --> 00:39:26,389
เมื่อกี้นี้มีตัวอย่างแล้วใช่ไหมคะข้อความที่เป็นข้อบ่งชี้

844
00:39:26,635 --> 00:39:30,099
ว่าอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้น

845
00:39:30,034 --> 00:39:30,256

846
00:39:30,354 --> 00:39:31,751
มีอะไรบ้าง

847
00:39:33,495 --> 00:39:34,193

848
00:39:34,453 --> 00:39:34,936

849
00:39:35,026 --> 00:39:35,470

850
00:39:35,475 --> 00:39:36,123

851
00:39:36,696 --> 00:39:37,065

852
00:39:37,525 --> 00:39:38,118

853
00:39:39,003 --> 00:39:39,429

854
00:39:40,094 --> 00:39:40,526

855
00:39:41,054 --> 00:39:41,493

856
00:39:41,304 --> 00:39:41,587

857
00:39:41,625 --> 00:39:41,863

858
00:39:45,464 --> 00:39:45,745

859
00:39:46,623 --> 00:39:46,876

860
00:39:46,943 --> 00:39:47,217

861
00:39:47,134 --> 00:39:47,415

862
00:39:47,263 --> 00:39:49,716
ขอดูตัวอย่างค่ะ

863
00:39:49,765 --> 00:39:50,185

864
00:39:50,143 --> 00:39:52,387
ตัวอย่างการตีความ

865
00:39:52,773 --> 00:39:54,832
อันนี้มาจากเนื้อเพลงเนาะ

866
00:39:54,763 --> 00:40:01,120
เขาบอกว่าบ้านเราแสนสุขใจแม้จะอยู่ที่ไหน

867
00:40:01,294 --> 00:40:04,110
ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา

868
00:40:04,053 --> 00:40:04,427

869
00:40:04,434 --> 00:40:07,119
คำว่าถ่ายซึ้งใจ

870
00:40:07,129 --> 00:40:09,360
เพราะใช่ทาสเขา

871
00:40:09,294 --> 00:40:09,572

872
00:40:09,493 --> 00:40:12,333
ด้วยพระบารมีล้นเกล้า

873
00:40:12,503 --> 00:40:15,362
คุ้มเหล่าร่มเย็นสุขสันต์

874
00:40:16,533 --> 00:40:16,803

875
00:40:16,794 --> 00:40:21,139
เนื้อเพลงใช่ไหมคะเคยได้ยินน้องเพลงนี้ใช่ไหมคะ

876
00:40:21,094 --> 00:40:25,074
มาดูเนื้อความทั้งหมดก่อนก่อนที่จะไปตีความ

877
00:40:25,124 --> 00:40:27,127
เพลงนี้กล่าวถึงอะไรคะ

878
00:40:28,393 --> 00:40:28,638

879
00:40:28,713 --> 00:40:29,885
กล่าวถึงอะไร

880
00:40:30,374 --> 00:40:32,005
คำว่าบ้าน

881
00:40:32,042 --> 00:40:37,242
หมายถึงตัวบ้านที่เราอยู่อาศัยหรือมันมีความหมายกว้างกว่านั้น

882
00:40:38,834 --> 00:40:45,819
กว้างกว่านั้นทำไมจึงกว้างกว่าบ้านที่เราอยู่อาศัยเพราะเราเห็นคำว่าอะไรคะ

883
00:40:46,584 --> 00:40:48,777
เขียนคำว่าด้วย

884
00:40:48,824 --> 00:40:51,954
พระบารมีล้นเกล้า

885
00:40:52,092 --> 00:40:55,244
ด้วยพระบารมีล้นเกล้า

886
00:40:55,172 --> 00:40:56,308
ก็คือ

887
00:40:57,282 --> 00:40:57,532

888
00:40:57,665 --> 00:41:03,884
บารมีของใครพระมหากษัตริย์ที่ปกป้องคุ้มครองให้

889
00:41:04,013 --> 00:41:06,767
มีความร่มเย็นเป็นสุข

890
00:41:08,564 --> 00:41:14,226
ใช่ไหมชักเนื้อเพลงนะคะยังไม่ต้องตีความแต่ดูจากเนื้อเพลง

891
00:41:14,774 --> 00:41:17,646
มันมีเนื้อหาแบบนี้นะคะ

892
00:41:18,103 --> 00:41:18,381

893
00:41:18,493 --> 00:41:18,763

894
00:41:19,064 --> 00:41:19,311

895
00:41:20,024 --> 00:41:20,353

896
00:41:20,342 --> 00:41:20,577

897
00:41:21,302 --> 00:41:21,509

898
00:41:21,882 --> 00:41:22,335

899
00:41:22,262 --> 00:41:22,490

900
00:41:22,391 --> 00:41:22,596

901
00:41:22,652 --> 00:41:22,936

902
00:41:22,842 --> 00:41:23,193

903
00:41:23,351 --> 00:41:23,839

904
00:41:23,803 --> 00:41:24,032

905
00:41:24,642 --> 00:41:24,890

906
00:41:24,892 --> 00:41:25,197

907
00:41:25,154 --> 00:41:25,458

908
00:41:25,472 --> 00:41:26,057

909
00:41:26,054 --> 00:41:26,287

910
00:41:26,693 --> 00:41:26,927

911
00:41:29,572 --> 00:41:29,829

912
00:41:30,332 --> 00:41:30,536

913
00:41:30,462 --> 00:41:30,686

914
00:41:30,853 --> 00:41:31,133

915
00:41:30,972 --> 00:41:31,205

916
00:41:31,233 --> 00:41:31,448

917
00:41:31,554 --> 00:41:31,817

918
00:41:31,933 --> 00:41:32,212

919
00:41:32,254 --> 00:41:37,618
แม่พ่อมาตีความค่ะน้าสาดูตัวอย่างนะแต่พ่อตีความ

920
00:41:38,151 --> 00:41:40,000
ด้านเนื้อหาค่ะ

921
00:41:39,941 --> 00:41:41,215
ด้านเนื้อหา

922
00:41:41,171 --> 00:41:42,944
ด้านเนื้อหา

923
00:41:43,151 --> 00:41:46,350
เพราะตีความออกมาแล้วตีความได้ว่า

924
00:41:46,293 --> 00:41:48,985
ไม่มีสถานที่แห่งใด

925
00:41:48,922 --> 00:41:52,963
ที่ทำให้เราเป็นสุขใจได้เท่ากับบ้านของเรา

926
00:41:53,081 --> 00:41:57,956
และพระบารมีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

927
00:41:57,891 --> 00:42:03,920
ช่วยคุ้มครองให้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยได้ร่มเย็นเป็นสุขและมี

928
00:42:03,842 --> 00:42:05,684
ความสุขเช่นกัน

929
00:42:05,703 --> 00:42:09,301
น้าคำว่าบ้านเมื่อกี้นี้จึงหมายถึง

930
00:42:09,221 --> 00:42:11,555
ประเทศของเรา

931
00:42:11,531 --> 00:42:16,742
บ้านที่เป็นบ้านหลังใหญ่ก็คือประเทศไทยนั่นเองใช่ไหมคะ

932
00:42:16,852 --> 00:42:17,346

933
00:42:17,421 --> 00:42:17,735

934
00:42:18,832 --> 00:42:19,192

935
00:42:19,730 --> 00:42:19,954

936
00:42:20,811 --> 00:42:21,112

937
00:42:21,331 --> 00:42:21,975

938
00:42:22,683 --> 00:42:25,951
คราวนี้มาดูด้านน้ำเสียงกันบ้าง

939
00:42:25,942 --> 00:42:28,081
น้ำเสียงนะคะ

940
00:42:28,250 --> 00:42:33,662
ตีความได้ว่าผู้เขียนต้องการแสดงความคิดเห็นและเตือน

941
00:42:33,630 --> 00:42:34,348

942
00:42:34,462 --> 00:42:39,775
เตือนสติไรเตือนสติผู้อ่านว่าประเทศไทย

943
00:42:39,851 --> 00:42:44,701
ให้ความร่มเย็นนะคะแก่ชาวไทยไม่มีที่ใดเสมอเหมือน

944
00:42:44,900 --> 00:42:45,161

945
00:42:45,481 --> 00:42:49,923
แล้วนอกจากนี้ผู้กล่าวก็ยังเขียนข้อความด้วยความรู้สึก

946
00:42:49,970 --> 00:42:51,586
ภาคภูมิใจ

947
00:42:52,910 --> 00:42:58,520
หานอกจากเตือนสติแล้วนะคะก็ยังมีความภาคภูมิใจนาย

948
00:42:58,680 --> 00:43:02,210
ความที่เกิดมาเป็นคนไทย

949
00:43:02,450 --> 00:43:06,964
ภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทยเพราะเมืองไทย

950
00:43:06,881 --> 00:43:08,734
มีความสุข

951
00:43:08,931 --> 00:43:09,218

952
00:43:09,759 --> 00:43:13,552
ไม่มีเรื่องเดือดร้อนใดๆ

953
00:43:13,990 --> 00:43:14,742

954
00:43:15,530 --> 00:43:20,221
น้ำเสียงไหมคะน้ำเสียงนั่นก็คือมีน้ำเสียง

955
00:43:20,210 --> 00:43:26,694
ภาคภูมิใจใช่ไหมคะน้ำเสียงชื่นชมนะคะแล้วก็น้ำเสียงที่จะ

956
00:43:26,671 --> 00:43:30,010
ต้องการเตือนสตินะคะให้กับผู้ที่

957
00:43:29,939 --> 00:43:35,506
คิดไม่ดีกับบ้านเมืองใช่ไหมคะแล้วก็มาถึงหัว

958
00:43:35,450 --> 00:43:36,217

959
00:43:36,219 --> 00:43:37,358
ต่อไป

960
00:43:37,371 --> 00:43:39,863
เรื่องของอะไรคะมาดูซิ

961
00:43:39,809 --> 00:43:42,426
จากโคลงโลกนิติ

962
00:43:43,651 --> 00:43:43,959

963
00:43:43,909 --> 00:43:44,189

964
00:43:44,549 --> 00:43:49,954
ไม่ใช่โลกนิตินะคะเขียนรอก่อน

965
00:43:49,858 --> 00:43:50,847
อิติ

966
00:43:50,819 --> 00:43:51,078

967
00:43:50,950 --> 00:43:53,451
แต่เวลาอ่านอ่านว่า

968
00:43:53,458 --> 00:43:56,291
โลกนิติ

969
00:43:56,329 --> 00:43:56,537

970
00:43:56,850 --> 00:43:59,542
เรียนตอนมอะไรคะ

971
00:43:59,658 --> 00:44:01,939
ตอนมอต้นใช่ไหม

972
00:44:01,849 --> 00:44:03,394
ท่องไหมคะ

973
00:44:03,380 --> 00:44:06,028
ทองคุณครูให้ท่องบทไหนบ้าง

974
00:44:06,389 --> 00:44:06,601

975
00:44:07,538 --> 00:44:07,824

976
00:44:07,798 --> 00:44:08,152

977
00:44:08,318 --> 00:44:08,556

978
00:44:08,699 --> 00:44:11,560

979
00:44:11,519 --> 00:44:13,167

980
00:44:13,120 --> 00:44:16,318

981
00:44:16,378 --> 00:44:17,409

982
00:44:17,349 --> 00:44:18,313

983
00:44:18,818 --> 00:44:19,083

984
00:44:20,419 --> 00:44:20,967

985
00:44:21,569 --> 00:44:22,337

986
00:44:22,278 --> 00:44:23,080

987
00:44:23,564 --> 00:44:23,983

988
00:44:23,940 --> 00:44:24,362

989
00:44:24,454 --> 00:44:25,028

990
00:44:25,041 --> 00:44:25,299

991
00:44:25,358 --> 00:44:25,648

992
00:44:25,741 --> 00:44:31,293
อันนี้มาจากสุภาษิตโคลงโลกนิตินะเห็นไหมคะที่หน้าจอ

993
00:44:32,009 --> 00:44:37,240
ดูซิเนื้อความตอนนี้นะคะโคลงบทนี้กล่าวว่า

994
00:44:37,459 --> 00:44:39,630
จ่ายทรัพย์วันละบาท

995
00:44:39,569 --> 00:44:40,392
ซื้อ

996
00:44:40,408 --> 00:44:42,010
มังสา

997
00:44:42,587 --> 00:44:45,291
นายหนึ่งเลี้ยงพยัคฆา

998
00:44:45,278 --> 00:44:46,299
ไอ้อ้วน

999
00:44:46,238 --> 00:44:46,451

1000
00:44:46,687 --> 00:44:46,903

1001
00:44:46,879 --> 00:44:47,145

1002
00:44:47,199 --> 00:44:50,590
234 นายมากำกับ

1003
00:44:51,108 --> 00:44:51,399

1004
00:44:51,367 --> 00:44:54,171
ยายทรัพย์ 4 ส่วนถ้วน

1005
00:44:54,118 --> 00:44:56,617
บาทสิ้นเสือตาย

1006
00:44:57,837 --> 00:44:58,193

1007
00:44:58,538 --> 00:45:00,085
เนื้อความกล่าวถึงอะไร

1008
00:45:00,077 --> 00:45:00,342

1009
00:45:00,718 --> 00:45:03,777
ยังไม่ต้องตีความเนื้อความกล่าวถึงอะไรคะ

1010
00:45:05,578 --> 00:45:08,809
เนื้อความกล่าวถึงการเลี้ยง

1011
00:45:08,788 --> 00:45:11,878
เลี้ยงเสือใช่ไหมคะพยัคฆ์คือเสือใช่ไหม

1012
00:45:11,859 --> 00:45:15,664
การเลี้ยงเสือมีคนทำหน้าที่เลี้ยงเสืออยู่

1013
00:45:15,647 --> 00:45:16,494
1 คน

1014
00:45:16,540 --> 00:45:16,791

1015
00:45:16,858 --> 00:45:22,119
ใช่ไหมคะตอนแรกนะคะแต่ว่าจ่ายเนี่ยจ่ายวันละบาทใช่ไหมคะ

1016
00:45:22,177 --> 00:45:27,743
คนที่เอาเงินจ่ายให้กับพนักงานไปเลี้ยงเสือนะคะ

1017
00:45:28,007 --> 00:45:32,558
เห็นว่าจ่ายวันละบาทเนี่ยนะคะเลี้ยงยังไงเสือก็ไม่อ้วน

1018
00:45:32,427 --> 00:45:32,698

1019
00:45:33,327 --> 00:45:35,105
ไม่น่าจะเกิดจาก

1020
00:45:35,757 --> 00:45:37,081

1021
00:45:37,167 --> 00:45:40,317
ไม่น่าจะเกิดจากปริมาณเนื้อ

1022
00:45:40,307 --> 00:45:43,415
แต่มันน่าจะเกิดจากคนเลี้ยงพี่น้อยไปหรือเปล่า

1023
00:45:43,767 --> 00:45:45,837
ก็เลยเพิ่มคนเลี้ยง

1024
00:45:46,007 --> 00:45:50,241
คราวนี้นะคะเอาคนมาเลี้ยงเพิ่มจาก 1

1025
00:45:50,488 --> 00:45:52,590
กลายเป็นกี่คนคะทีนี้

1026
00:45:52,477 --> 00:45:54,018
4 คน

1027
00:45:54,918 --> 00:45:57,018
มาเพิ่มเป็น 4 คน

1028
00:45:56,966 --> 00:45:57,207

1029
00:45:57,218 --> 00:45:59,136
เสืออ้วนขึ้นไหมทีนี้

1030
00:46:00,167 --> 00:46:01,640
อ้วนขึ้นไหมคะ

1031
00:46:02,088 --> 00:46:05,731
ไม่อ้วนขึ้นแต่กลับกลายเป็นว่า

1032
00:46:05,806 --> 00:46:07,590
เสือต่าย

1033
00:46:07,977 --> 00:46:09,852
ทำไมเสือจนตาย

1034
00:46:10,347 --> 00:46:10,607

1035
00:46:12,337 --> 00:46:14,242
แสดงว่า

1036
00:46:14,386 --> 00:46:16,416
ใน 4 คนนี้

1037
00:46:17,077 --> 00:46:17,361

1038
00:46:17,326 --> 00:46:23,063
มีการเปรียบบังเอาอะไรคะเอาเงินค่าอาหารของเสือไปเป็น

1039
00:46:23,097 --> 00:46:24,128
ของตน

1040
00:46:24,057 --> 00:46:24,328

1041
00:46:24,187 --> 00:46:26,841
แบ่งกัน 4 คนคนละสลึง

1042
00:46:29,187 --> 00:46:32,903
สุดท้ายเสือไม่ได้กินอาหารเลย

1043
00:46:32,965 --> 00:46:33,770

1044
00:46:35,137 --> 00:46:35,506

1045
00:46:36,166 --> 00:46:36,375

1046
00:46:37,007 --> 00:46:37,366

1047
00:46:37,446 --> 00:46:37,815

1048
00:46:38,477 --> 00:46:38,848

1049
00:46:39,566 --> 00:46:39,822

1050
00:46:39,816 --> 00:46:42,919
ตีความด้านเนื้อหาค่ะสีนี้

1051
00:46:43,085 --> 00:46:43,305

1052
00:46:43,336 --> 00:46:43,717

1053
00:46:44,437 --> 00:46:49,724
เนื้อหาก็คือจ่ายเงิน 1 บาทให้ชายคนหนึ่งซื้อเนื้อเลี้ยงเสือ

1054
00:46:49,688 --> 00:46:50,086

1055
00:46:50,388 --> 00:46:52,702
เสือกินแล้วไม่อ้วน

1056
00:46:53,467 --> 00:46:58,773
ร้านแบ่งเงินบาทนั้นเป็น 4 ส่วนให้ชาย 4 คนไปเลี้ยงเสือ

1057
00:46:59,168 --> 00:47:00,465
เสือกลับ

1058
00:47:00,446 --> 00:47:01,283
ต่าย

1059
00:47:02,437 --> 00:47:06,746
ใช่ไหมคะนี่คือการตีความด้านเนื้อหา

1060
00:47:06,656 --> 00:47:06,941

1061
00:47:06,846 --> 00:47:08,584
สวนด้านน้ำเสียงค่ะ

1062
00:47:08,648 --> 00:47:08,932

1063
00:47:08,847 --> 00:47:11,722
เขียนให้ข้อคิดว่า

1064
00:47:11,846 --> 00:47:14,370
การทุจริตคอรัปชั่นนั้น

1065
00:47:14,285 --> 00:47:14,583

1066
00:47:14,536 --> 00:47:19,470
มันมีอยู่มากมายมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง

1067
00:47:19,536 --> 00:47:22,549
ยิ่งมีคนทุจริตมาก

1068
00:47:22,485 --> 00:47:22,724

1069
00:47:22,736 --> 00:47:27,023
ความเสียหายก็ยิ่งมากตามขึ้นไปด้วย

1070
00:47:31,125 --> 00:47:31,373

1071
00:47:32,536 --> 00:47:35,599
ถ้าคนเลี้ยงไม่ทุจริตเสือจะตายไหมคะ

1072
00:47:35,807 --> 00:47:36,126

1073
00:47:36,125 --> 00:47:37,859

1074
00:47:40,486 --> 00:47:40,966

1075
00:47:40,995 --> 00:47:41,223

1076
00:47:41,187 --> 00:47:41,455

1077
00:47:41,445 --> 00:47:41,673

1078
00:47:41,576 --> 00:47:42,460

1079
00:47:42,606 --> 00:47:42,824

1080
00:47:42,925 --> 00:47:43,469

1081
00:47:43,495 --> 00:47:43,790

1082
00:47:44,325 --> 00:47:44,877

1083
00:47:45,355 --> 00:47:45,652

1084
00:47:45,675 --> 00:47:45,956

1085
00:47:45,925 --> 00:47:48,844
ต่อไปค่ะ

1086
00:47:49,067 --> 00:47:54,215
พฤษภพระกาสรอีกกุญชรอันปลดปลง

1087
00:47:54,385 --> 00:47:59,595
โททนต์เสน่งคงสำคัญหมายในกายมี

1088
00:47:59,834 --> 00:48:02,342
นรชาติสิวางวาย

1089
00:48:02,395 --> 00:48:05,329
มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

1090
00:48:05,597 --> 00:48:06,430
สถิติ

1091
00:48:06,365 --> 00:48:08,923
แต่ชั่วดี

1092
00:48:09,055 --> 00:48:12,147
ประดับไว้ในโลกา

1093
00:48:12,764 --> 00:48:13,004

1094
00:48:13,405 --> 00:48:13,684

1095
00:48:13,535 --> 00:48:13,770

1096
00:48:14,115 --> 00:48:15,202
เคย

1097
00:48:15,144 --> 00:48:17,493
ฟังเคยอ่าน

1098
00:48:17,764 --> 00:48:19,193
เคยท่อง

1099
00:48:19,307 --> 00:48:24,653
แล้วก็เจอบ่อยๆในการกล่าวของพิธีกรในงานศพใช่ไหมคะ

1100
00:48:33,204 --> 00:48:34,351

1101
00:48:34,363 --> 00:48:34,979

1102
00:48:34,936 --> 00:48:35,277

1103
00:48:35,194 --> 00:48:35,549

1104
00:48:36,666 --> 00:48:36,887

1105
00:48:37,566 --> 00:48:37,857

1106
00:48:37,686 --> 00:48:38,119

1107
00:48:38,324 --> 00:48:38,607

1108
00:48:38,716 --> 00:48:39,249

1109
00:48:39,235 --> 00:48:39,878

1110
00:48:39,874 --> 00:48:42,895
มาตีความด้านเนื้อหากันค่ะ

1111
00:48:43,395 --> 00:48:43,672

1112
00:48:43,584 --> 00:48:43,877

1113
00:48:44,094 --> 00:48:45,487
เนื้อหา

1114
00:48:45,954 --> 00:48:47,432
กล่าวถึงอะไรคะ

1115
00:48:47,495 --> 00:48:51,539
เมื่อวัวควายและช้าง

1116
00:48:52,614 --> 00:48:58,426
ล้มล้มจะตายใช่ไหมคะสัตว์ใหญ่เวลาตายเขาเรียกว่ามันล้ม

1117
00:48:58,515 --> 00:48:58,791

1118
00:48:58,643 --> 00:48:59,265

1119
00:48:59,926 --> 00:49:00,218

1120
00:49:00,684 --> 00:49:03,704
วัวควายและช้าง

1121
00:49:03,703 --> 00:49:04,525
ล้ม

1122
00:49:05,175 --> 00:49:08,525
ก็ยังคงเหลืองานและเขาเอาไว้

1123
00:49:09,405 --> 00:49:12,983
ไม่ทราบว่าเป็นสัตว์ชนิดใด

1124
00:49:13,373 --> 00:49:13,634

1125
00:49:13,639 --> 00:49:13,911

1126
00:49:13,823 --> 00:49:14,075

1127
00:49:14,405 --> 00:49:16,125
แต่ถ้าคนตายไป

1128
00:49:16,323 --> 00:49:18,876
จะเหลือสิ่งใดเอาไว้

1129
00:49:19,204 --> 00:49:22,085
เพื่อให้คนได้จดจำ

1130
00:49:22,154 --> 00:49:27,410
นั่นก็คืออะไรคะความดีและความชั่วที่ได้

1131
00:49:27,403 --> 00:49:28,754
เคยทำเอาไว้

1132
00:49:30,543 --> 00:49:31,739

1133
00:49:31,765 --> 00:49:32,400

1134
00:49:32,783 --> 00:49:33,029

1135
00:49:33,234 --> 00:49:35,654
น้ำเสียงของผู้เขียนคืออะไร

1136
00:49:37,595 --> 00:49:38,266

1137
00:49:38,803 --> 00:49:39,038

1138
00:49:39,195 --> 00:49:39,442

1139
00:49:39,445 --> 00:49:39,892

1140
00:49:40,216 --> 00:49:40,421

1141
00:49:40,344 --> 00:49:41,363

1142
00:49:42,003 --> 00:49:42,280

1143
00:49:45,083 --> 00:49:45,320

1144
00:49:45,532 --> 00:49:45,757

1145
00:49:47,203 --> 00:49:47,490

1146
00:49:50,404 --> 00:49:50,641

1147
00:49:51,043 --> 00:49:51,271

1148
00:49:51,742 --> 00:49:52,455

1149
00:49:52,383 --> 00:49:54,996
น้ำเสียงของผู้เขียน

1150
00:49:55,143 --> 00:49:55,372

1151
00:49:55,724 --> 00:49:59,379
เขาบอกว่าวิเคราะห์ออกมาแล้วตีความออกมาแล้ว

1152
00:49:59,754 --> 00:50:03,101
เมื่อต้องการเสนอแนะหรือให้ข้อคิดค่ะ

1153
00:50:03,474 --> 00:50:05,356
ให้ข้อคิดว่ายังไง

1154
00:50:06,034 --> 00:50:06,314

1155
00:50:06,163 --> 00:50:10,466
ให้ข้อคิดว่าเมื่อคนเรายังมีชีวิตอยู่

1156
00:50:10,773 --> 00:50:13,963
ควรทำความดีเอาไว้

1157
00:50:13,912 --> 00:50:16,593
เพื่อให้คนระลึกถึง

1158
00:50:17,043 --> 00:50:19,732
เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว

1159
00:50:20,834 --> 00:50:24,231
เตือนสติใช่ไหมคะให้ข้อคิดเนาะว่า

1160
00:50:24,482 --> 00:50:25,504
คนเรา

1161
00:50:25,514 --> 00:50:32,027
คนอื่นน่ะเขาจะรู้จักเลยจดจำเราได้หลังจากที่เราตายไปแล้วก็ด้วยสิ่งดีงามที่เรา

1162
00:50:32,050 --> 00:50:35,788
ทำเอาไว้หรือความชั่วที่เราได้สร้าง

1163
00:50:36,203 --> 00:50:36,458

1164
00:50:36,723 --> 00:50:36,938

1165
00:50:37,933 --> 00:50:38,484

1166
00:50:42,612 --> 00:50:42,875

1167
00:50:42,742 --> 00:50:43,221

1168
00:50:46,392 --> 00:50:46,682

1169
00:50:50,242 --> 00:50:50,492

1170
00:50:51,392 --> 00:50:51,673

1171
00:50:51,582 --> 00:50:52,709

1172
00:50:52,734 --> 00:50:54,217
ตัวอย่างต่อมาค่ะ

1173
00:50:54,405 --> 00:50:57,593
ยาเสพติดมีพิษร้าย

1174
00:50:57,723 --> 00:51:00,427
ทำลายความเป็นคน

1175
00:51:00,553 --> 00:51:01,296

1176
00:51:02,084 --> 00:51:07,619
ดูจากเนื้อหาแล้วนะคะตีความด้านเนื้อหากล่าวถึงอะไร

1177
00:51:07,531 --> 00:51:08,040

1178
00:51:08,813 --> 00:51:14,178
ผู้ใดติดยาเสพติดนั้นไม่ใช่คนที่สมบูรณ์

1179
00:51:14,251 --> 00:51:17,038
ต่อไปคำว่าสมบูรณ์ในที่นี้หมายถึงอะไร

1180
00:51:17,083 --> 00:51:19,760
คนอ้วนนะคะคนสมบูรณ์เป็นคนอ้วนไหม

1181
00:51:19,962 --> 00:51:21,811
ไม่ใช่

1182
00:51:22,394 --> 00:51:22,642

1183
00:51:22,522 --> 00:51:28,596
คนที่สมบูรณ์ก็คือคนที่มีสติมีปัญญาใช่ไหมคะ

1184
00:51:28,482 --> 00:51:30,526
มีปัญญานะคะ

1185
00:51:30,523 --> 00:51:32,368
นี่คือลักษณะของคน

1186
00:51:32,392 --> 00:51:35,920
คนมีสติจะไปหลงผิดติดยาเสพติดไหม

1187
00:51:36,102 --> 00:51:39,375
ไม่มีเพราะรู้อยู่แล้วว่าถ้าไปติด

1188
00:51:39,371 --> 00:51:42,973
คือหนทางสู่ความหายนะแน่นอน

1189
00:51:43,920 --> 00:51:44,195

1190
00:51:44,941 --> 00:51:45,218

1191
00:51:45,321 --> 00:51:47,691
ตีความด้านน้ำเสียงค่ะ

1192
00:51:47,641 --> 00:51:49,243
น้ำเสียง

1193
00:51:49,240 --> 00:51:51,903
ผู้เขียนเตือนสติค่ะ

1194
00:51:51,860 --> 00:51:56,237
เตือนสติให้เห็นโทษอันร้ายแรงของยาเสพติด

1195
00:51:57,691 --> 00:52:03,088
เสร็จแล้วหมดความยั้งคิดรู้ผิดชอบชั่วดีไหมมายแล้วนะคะ

1196
00:52:03,000 --> 00:52:06,138
ไม่รู้รับผิดชอบชั่วดีอะไรทั้งสิ้น

1197
00:52:06,210 --> 00:52:09,764
ดังนั้นควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดไหม

1198
00:52:09,860 --> 00:52:12,810
ไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวนะคะ

1199
00:52:14,541 --> 00:52:14,833

1200
00:52:15,052 --> 00:52:15,328

1201
00:52:16,972 --> 00:52:17,259

1202
00:52:17,290 --> 00:52:17,843

1203
00:52:18,250 --> 00:52:18,492

1204
00:52:18,961 --> 00:52:19,311

1205
00:52:20,691 --> 00:52:20,926

1206
00:52:21,010 --> 00:52:21,266

1207
00:52:21,330 --> 00:52:21,602

1208
00:52:21,522 --> 00:52:21,748

1209
00:52:21,722 --> 00:52:21,990

1210
00:52:22,231 --> 00:52:22,511

1211
00:52:27,480 --> 00:52:27,833

1212
00:52:27,862 --> 00:52:28,154

1213
00:52:28,180 --> 00:52:30,123
อ่านต่อไป

1214
00:52:30,561 --> 00:52:30,837

1215
00:52:30,879 --> 00:52:31,360

1216
00:52:31,320 --> 00:52:34,395
ถ้าเป็นแค่กระดาษเปื้อนหมึก

1217
00:52:34,651 --> 00:52:37,667
เหลือค่าอะไรให้สังคม

1218
00:52:37,860 --> 00:52:39,857
ถ้าดูจากข้อความนี้สิคะ

1219
00:52:41,440 --> 00:52:43,681
ถ้าเป็นแค่กระดาษเปื้อนหมึก

1220
00:52:44,520 --> 00:52:47,084
จะเหลือค่าอะไรให้สังคม

1221
00:52:47,662 --> 00:52:47,915

1222
00:52:47,980 --> 00:52:49,231

1223
00:52:49,262 --> 00:52:50,743
กล่าวถึงอะไรเนี่ย

1224
00:52:51,312 --> 00:52:51,740

1225
00:52:52,914 --> 00:52:53,212

1226
00:52:53,242 --> 00:52:55,018
กระดาษเปื้อนหมึก

1227
00:52:55,600 --> 00:52:55,872

1228
00:52:56,760 --> 00:53:00,156
คำนี้ต้องตีความกระดาษเปื้อนหมึกหมายถึงอะไร

1229
00:53:00,792 --> 00:53:01,180

1230
00:53:02,459 --> 00:53:02,755

1231
00:53:02,781 --> 00:53:03,171

1232
00:53:04,380 --> 00:53:09,714
กระดาษเปื้อนหมึกนะคะถ้าตีความแล้วหมายถึงนักเขียนค่ะ

1233
00:53:10,601 --> 00:53:11,895
นักเขียน

1234
00:53:12,000 --> 00:53:12,299

1235
00:53:12,199 --> 00:53:12,965
เขียน

1236
00:53:13,219 --> 00:53:13,507

1237
00:53:14,051 --> 00:53:16,664
หนังสือแต่งหนังสือขายเนาะ

1238
00:53:16,682 --> 00:53:17,921
สมัยก่อน

1239
00:53:17,901 --> 00:53:24,260
เวลาพิมพ์เขาใช้อะไรคะพิมพ์ลงในกระดาษใช่ไหมคะคำเนี้ยนะคะมันใช้มาจน

1240
00:53:24,169 --> 00:53:25,899
ปัจจุบันนี้นะคะ

1241
00:53:25,839 --> 00:53:28,275
กระดาษเปื้อนหมึกนะคะ

1242
00:53:28,339 --> 00:53:28,580

1243
00:53:28,531 --> 00:53:31,205
อาชีพของนักเขียนนะคะ

1244
00:53:31,223 --> 00:53:33,913
หรือหมายถึงงานเขียน

1245
00:53:34,430 --> 00:53:35,694

1246
00:53:36,349 --> 00:53:41,650
ตีความด้านเนื้อหาได้ว่าหากงานเขียนไม่มีคุณค่า

1247
00:53:42,819 --> 00:53:47,114
คงเป็นเพียงกระดาษเปื้อนหมึกเท่านั้น

1248
00:53:47,680 --> 00:53:47,978

1249
00:53:48,769 --> 00:53:53,771
นักเขียนที่เขียนสิ่งที่ไม่มีคุณค่ามันจะไม่เกิดประโยชน์

1250
00:53:53,771 --> 00:53:56,071
และมันก็จะกลายเป็นเพียง

1251
00:53:56,010 --> 00:53:57,276
กระดาษที่

1252
00:53:57,290 --> 00:53:58,441
เปื้อนหมึก

1253
00:53:58,509 --> 00:53:59,343
เท่านั้น

1254
00:53:59,858 --> 00:54:00,242

1255
00:54:01,010 --> 00:54:01,290

1256
00:54:01,269 --> 00:54:01,947

1257
00:54:01,908 --> 00:54:02,259

1258
00:54:02,228 --> 00:54:04,776
น้ำเสียงล่ะคะน้ำเสียง

1259
00:54:04,804 --> 00:54:09,731
ผู้เขียนชี้ให้เห็นความสำคัญของงานเขียน

1260
00:54:09,978 --> 00:54:10,244

1261
00:54:10,301 --> 00:54:14,212
ที่นำเสนอต่อสังคมสาธารณชน

1262
00:54:15,299 --> 00:54:21,778
เนื้อหาของงานที่เขียนควรจะมีส่วนในการสร้างสรรค์และ

1263
00:54:21,759 --> 00:54:24,491
จรรโลงสังคมนั่นเอง

1264
00:54:26,960 --> 00:54:27,235

1265
00:54:27,788 --> 00:54:28,066

1266
00:54:28,038 --> 00:54:28,319

1267
00:54:29,318 --> 00:54:29,847

1268
00:54:29,838 --> 00:54:31,092

1269
00:54:31,238 --> 00:54:31,666

1270
00:54:32,598 --> 00:54:32,972

1271
00:54:34,899 --> 00:54:35,585

1272
00:54:35,668 --> 00:54:35,950

1273
00:54:35,859 --> 00:54:36,135

1274
00:54:37,969 --> 00:54:38,246

1275
00:54:38,738 --> 00:54:43,996
คราวนี้เรามาดูอีกสิ่งหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้อง

1276
00:54:44,057 --> 00:54:45,851
การตีความ

1277
00:54:45,848 --> 00:54:48,956
เวลาเราอ่านงานเขียนต่างๆ

1278
00:54:49,057 --> 00:54:54,299
เราจะพบว่ามีสิ่งหนึ่งที่มันจะสะดุดตา

1279
00:54:54,308 --> 00:54:59,849
และเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำความเข้าใจมากกว่าข้อ

1280
00:54:59,757 --> 00:55:01,395
ความทั่วๆไป

1281
00:55:01,478 --> 00:55:04,811
นั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่าสัญลักษณ์

1282
00:55:05,267 --> 00:55:05,554

1283
00:55:05,397 --> 00:55:07,899
สัญลักษณ์หรือ symbol

1284
00:55:08,017 --> 00:55:10,890
สัญลักษณ์มันคืออะไร

1285
00:55:10,958 --> 00:55:16,574
มันคือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ใช้แทนสิ่งที่ผู้เขียนต้องการกล่าวถึง

1286
00:55:21,667 --> 00:55:27,111
เขียนเลือกที่จะใช้สิ่งเหล่านี้นะคะสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์

1287
00:55:27,108 --> 00:55:27,867

1288
00:55:28,197 --> 00:55:29,155
ใช้

1289
00:55:29,156 --> 00:55:31,714
ในลักษณะของนามธรรม

1290
00:55:34,796 --> 00:55:40,098
ใช้ในลักษณะของนามธรรมแต่เวลาเขียนนะคะใช้สิ่งที่เป็นรูป

1291
00:55:40,047 --> 00:55:40,771
ทำ

1292
00:55:40,876 --> 00:55:42,432
แทนนามธรรม

1293
00:55:42,607 --> 00:55:42,885

1294
00:55:42,797 --> 00:55:46,043
เอาง่ายๆนะคะเหมือนกับ

1295
00:55:46,006 --> 00:55:51,997
เราพูดถึงความดีใช่ไหมคะถ้าเราพูดถึงความดีเราใช้สีแทนความดีคือสีอะไรคะ

1296
00:55:52,726 --> 00:55:55,490
สีขาวความดีเป็นนามธรรมไหมคะ

1297
00:55:55,486 --> 00:56:01,533
สีขาวเป็นสิ่งที่เราจับต้องได้ใช่ไหมคะสีขาวเป็นรูปประธรรมสีขาวใช้แทน

1298
00:56:01,708 --> 00:56:02,652
ความดี

1299
00:56:02,796 --> 00:56:03,887
ความบริสุทธิ์

1300
00:56:04,458 --> 00:56:09,617
ความบริสุทธิ์ความดีแล้วจับต้องได้ไหมอันไหนคือความดีชี้ได้ไหมคะว่าอันไหนคือความดี

1301
00:56:10,036 --> 00:56:10,858
ไม่ได้

1302
00:56:10,867 --> 00:56:14,561
เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าสัญลักษณ์

1303
00:56:14,515 --> 00:56:14,810

1304
00:56:14,707 --> 00:56:18,120
มันมีหน้าตาหรือมันมีรูปแบบอย่างไรบ้าง

1305
00:56:18,237 --> 00:56:19,684
เดี๋ยวกูจะอธิบาย

1306
00:56:21,046 --> 00:56:21,340

1307
00:56:21,305 --> 00:56:21,547

1308
00:56:23,417 --> 00:56:23,627

1309
00:56:25,786 --> 00:56:26,072

1310
00:56:26,036 --> 00:56:26,310

1311
00:56:30,076 --> 00:56:30,330

1312
00:56:30,276 --> 00:56:30,567

1313
00:56:31,106 --> 00:56:31,358

1314
00:56:32,317 --> 00:56:32,596

1315
00:56:36,877 --> 00:56:37,095

1316
00:56:37,316 --> 00:56:37,759

1317
00:56:38,348 --> 00:56:38,582

1318
00:56:38,666 --> 00:56:39,109

1319
00:56:39,176 --> 00:56:39,461

1320
00:56:39,686 --> 00:56:39,927

1321
00:56:40,197 --> 00:56:40,765

1322
00:56:42,247 --> 00:56:42,508

1323
00:56:43,479 --> 00:56:43,715

1324
00:56:45,196 --> 00:56:45,448

1325
00:56:45,456 --> 00:56:46,583
สัญลักษณ์

1326
00:56:46,546 --> 00:56:49,251
มีอยู่ 3 ลักษณะด้วยกัน

1327
00:56:49,357 --> 00:56:49,566

1328
00:56:49,615 --> 00:56:49,843

1329
00:56:49,935 --> 00:56:54,124
สัญลักษณ์มีอยู่ 3 ลักษณะ

1330
00:56:54,428 --> 00:56:54,643

1331
00:56:54,808 --> 00:56:56,339
ลักษณะที่ 1

1332
00:56:56,537 --> 00:56:56,798

1333
00:56:56,725 --> 00:57:00,864
เขาเรียกว่าสัญลักษณ์ที่มีความหมายแบบ

1334
00:57:00,836 --> 00:57:01,364

1335
00:57:01,275 --> 00:57:01,922

1336
00:57:03,776 --> 00:57:05,661
หมายความว่า

1337
00:57:05,695 --> 00:57:11,338
เป็นการใช้สัญลักษณ์ที่คนทั่วไปเข้าใจร่วม

1338
00:57:11,336 --> 00:57:11,914

1339
00:57:11,975 --> 00:57:12,266

1340
00:57:12,236 --> 00:57:16,697
เช่นเมื่อกี้นี้สีขาวแทนความบริสุทธิ์

1341
00:57:16,718 --> 00:57:16,957

1342
00:57:16,918 --> 00:57:20,186
สีดำแทนความโศกเศร้า

1343
00:57:20,876 --> 00:57:21,116

1344
00:57:21,907 --> 00:57:23,353
นางฟ้า

1345
00:57:23,565 --> 00:57:24,789
งานอะไรคะ

1346
00:57:25,235 --> 00:57:27,558
แทนความใจดี

1347
00:57:27,795 --> 00:57:32,127
นางฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของความสวยใช่ไหมคะความใจดี

1348
00:57:32,476 --> 00:57:33,960
ความมีเมตตา

1349
00:57:34,015 --> 00:57:37,411
ใจดีเหมือนนางฟ้าเลยสวยเหมือนนางฟ้า

1350
00:57:37,666 --> 00:57:42,132
ลักษณะเช่นนี้นางฟ้าจึงเป็นสัญลักษณ์ของ

1351
00:57:42,026 --> 00:57:44,124
ความสวยความงาม

1352
00:57:44,135 --> 00:57:45,323
ใจดี

1353
00:57:45,865 --> 00:57:51,066
แบบนี้นายมันจะเข้ากับลักษณะข้อที่ 1 นั่นก็คือ

1354
00:57:50,994 --> 00:57:53,414
สัญลักษณ์ที่มีความหมายแบบ

1355
00:57:53,355 --> 00:57:54,473
ตุ่น

1356
00:57:54,575 --> 00:57:54,963

1357
00:57:54,895 --> 00:57:59,662
แบบที่ 2 สัญลักษณ์ที่มีความหมายหลายนัย

1358
00:57:59,955 --> 00:58:02,778
และแบบที่ 3 ในช่องที่ 3

1359
00:58:03,154 --> 00:58:06,626
สัญลักษณ์ที่มีความหมายแบบนัยยะประวัติ

1360
00:58:06,557 --> 00:58:06,945

1361
00:58:07,005 --> 00:58:07,390

1362
00:58:07,516 --> 00:58:10,354
ช่องที่ 2 กับช่องที่ 3 นี้

1363
00:58:10,916 --> 00:58:13,114
มีลักษณะคล้ายกัน

1364
00:58:13,605 --> 00:58:20,847
คล้ายกันในที่นี้ก็คือเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้เขียนกำหนดความหมายเพิ่มเติมขึ้นมา

1365
00:58:22,514 --> 00:58:24,241
แกจะลึก

1366
00:58:24,233 --> 00:58:26,987
ในระดับใดขึ้นอยู่กับ

1367
00:58:27,183 --> 00:58:30,363
การให้ความหมายของผู้เขียน

1368
00:58:31,544 --> 00:58:35,895
ครูมีตัวอย่างครูมีตัวอย่างให้ดูนะคะ

1369
00:58:36,475 --> 00:58:36,703

1370
00:58:38,145 --> 00:58:38,382

1371
00:58:38,334 --> 00:58:38,596

1372
00:58:39,874 --> 00:58:40,226

1373
00:58:43,513 --> 00:58:43,725

1374
00:58:45,895 --> 00:58:46,399

1375
00:58:46,986 --> 00:58:50,734
ดูชุดข้อความ 3 ชุดนี้

1376
00:58:50,635 --> 00:58:51,121

1377
00:58:51,144 --> 00:58:55,581
เราพูดถึงสิ่งเดียวกันก็คือดอกไม้

1378
00:58:56,204 --> 00:58:56,450

1379
00:58:56,394 --> 00:58:59,008
เราพูดถึงเรื่องเดียวกันคือดอกไม้

1380
00:58:59,024 --> 00:58:59,301

1381
00:58:59,213 --> 00:59:03,383
มันมีคำที่เป็นคำสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์อยู่คือดอกไม้

1382
00:59:03,255 --> 00:59:03,661

1383
00:59:03,704 --> 00:59:06,609
ในช่องแรกในส่วนแรกนะคะ

1384
00:59:06,584 --> 00:59:08,798
เซตแรกจะมีคำว่า

1385
00:59:08,753 --> 00:59:13,145
กุหลาบเวียงพิงค์เรื่องดอกคูณดอกหญ้า

1386
00:59:13,245 --> 00:59:15,294
ดอกไม้ทั้งหมดเลยใช่ไหมคะ

1387
00:59:16,254 --> 00:59:20,248
ปกติแล้วดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1388
00:59:22,024 --> 00:59:24,150
ดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1389
00:59:25,993 --> 00:59:29,829
ดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงนะคะ

1390
00:59:29,772 --> 00:59:33,811
เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงดอกไม้งามนะคะ

1391
00:59:34,123 --> 00:59:40,102
เช่นอะไรบ้างกุหลาบเวียงพิงค์เคยได้ยินเพลงนี้ไหมคะเวียงพิงค์ก็คือ

1392
00:59:39,954 --> 00:59:41,615
สาวงามแห่งเมือง

1393
00:59:41,683 --> 00:59:47,999
เชียงใหม่ใช่ไหมคะเห็นไหมเป็นดอกกุหลาบเนาะต่อไปเรื่องทอย

1394
00:59:48,353 --> 00:59:51,230
สาวชาวเหนือ

1395
00:59:51,167 --> 00:59:52,998
เช่นกันแต่อยู่บน

1396
00:59:52,902 --> 00:59:56,458
จอยสาวชาวภูเขาชาวดอย

1397
00:59:57,062 --> 01:00:00,299
ดอกคูณดอกคูณคืออะไร

1398
01:00:00,203 --> 01:00:03,580
ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ของหญิงสาวในภาคไหนคะ

1399
01:00:04,112 --> 01:00:04,687

1400
01:00:04,363 --> 01:00:10,068
สาวอีสานใช่ไหมคะภาคอีสานคือสัญลักษณ์ของดอกคูณใช่ไหมคะ

1401
01:00:10,003 --> 01:00:11,957
เสียงแคนก็คือจังหวัดอะไร

1402
01:00:11,923 --> 01:00:15,735
ภาคอีสานของเราดินแดนที่มีดอกคูณเยอะๆ

1403
01:00:16,284 --> 01:00:16,758

1404
01:00:16,672 --> 01:00:22,447
ภาคอีสานหรือขอนแก่นนั่นเองใช่ไหมคะแต่ดอกคูณนะคะ

1405
01:00:22,363 --> 01:00:26,188
ใช้เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่อยู่ทางภาคอีสานได้

1406
01:00:26,272 --> 01:00:26,704

1407
01:00:26,471 --> 01:00:28,415
อีกอย่างนึงคือดอกหญ้า

1408
01:00:28,773 --> 01:00:29,029

1409
01:00:28,963 --> 01:00:29,179

1410
01:00:29,153 --> 01:00:33,486
ดอกหญ้าดอกหญ้า

1411
01:00:33,392 --> 01:00:38,072
ดอกหญ้าคือผู้หญิงที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นไงต่ำต้อยด้อยค่า

1412
01:00:38,894 --> 01:00:39,348

1413
01:00:39,022 --> 01:00:43,469
เซตนี้คือหมายความถึงอะไรหมดเลยผู้หญิงทั้งหมดเลย

1414
01:00:43,444 --> 01:00:43,662

1415
01:00:43,571 --> 01:00:46,631
อ่านแล้วเข้าใจได้เลยทันทีว่านี่คือกล่าวถึง

1416
01:00:46,581 --> 01:00:47,401
ผู้หญิง

1417
01:00:47,412 --> 01:00:47,789

1418
01:00:47,732 --> 01:00:51,651
อันนี้น่าจะเป็นความหมายในแบบไหนคะ 1 2 หรือ 3

1419
01:00:52,152 --> 01:00:52,420

1420
01:00:52,352 --> 01:00:55,282
อันนี้คือแบบที่ 1

1421
01:00:55,424 --> 01:00:58,374
เป็นความหมายแบบกัดตุ่น

1422
01:00:58,432 --> 01:01:01,724
เป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจได้ตรงกัน

1423
01:01:01,704 --> 01:01:02,197

1424
01:01:02,082 --> 01:01:04,958
อันที่ 2 ค่ะดูนะ

1425
01:01:05,552 --> 01:01:07,188
มาจากเพลงค่ะ

1426
01:01:07,791 --> 01:01:11,540
ดอกไม้ดอกไม้จะบานบริสุทธิ์

1427
01:01:11,433 --> 01:01:13,779
กล้าหาญจะบานในใจ

1428
01:01:13,751 --> 01:01:16,712
สีขาวหนุ่มสาวจะใฝ่

1429
01:01:16,821 --> 01:01:20,497
แน่วแน่แก้ไขจุดไฟศรัทธา

1430
01:01:21,301 --> 01:01:23,799
ข้อความในเซตที่ 2 นี้

1431
01:01:23,871 --> 01:01:27,016
ดอกไม้ยังหมายถึงผู้หญิงอยู่ไหมคะ

1432
01:01:27,262 --> 01:01:27,542

1433
01:01:28,222 --> 01:01:28,643

1434
01:01:28,411 --> 01:01:28,862

1435
01:01:29,311 --> 01:01:29,529

1436
01:01:29,893 --> 01:01:30,142

1437
01:01:31,171 --> 01:01:36,755
ความหมายเปลี่ยนไปหรือยังมีความหมายเพิ่มเติมขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ

1438
01:01:37,575 --> 01:01:41,168
เข้าข่ายข้อที่ 2 หรือยังความหมายหลายนัย

1439
01:01:41,290 --> 01:01:45,524
เราต้องมาทำความเข้าใจด้วยว่าดอกไม้ในข้อที่ 2 นี้

1440
01:01:45,642 --> 01:01:47,984
ซื้อดอกไม้แล้วหมายความว่ายังไง

1441
01:01:47,890 --> 01:01:48,098

1442
01:01:48,154 --> 01:01:49,995
ถ้าไม่ได้หมายถึงผู้หญิง

1443
01:01:50,130 --> 01:01:51,227
หมายถึงอะไร

1444
01:01:51,921 --> 01:01:52,363

1445
01:01:52,882 --> 01:01:56,937
คราวนี้เราอาจจะต้องย้อนกลับไปที่หลักการในการ

1446
01:01:56,921 --> 01:01:58,544
อ่านตีความ

1447
01:01:58,591 --> 01:02:02,171
เรามาดูที่มาของงานเขียนชิ้นนี้กันค่ะ

1448
01:02:02,822 --> 01:02:08,369
ข้อความนี้มาจากบทประพันธ์ของอาจารย์จิระนันท์พิตรปรีชา

1449
01:02:08,641 --> 01:02:10,573
จากวรรณกรรม

1450
01:02:10,701 --> 01:02:15,882
ที่ได้รับรางวัลซีไรต์ชื่อว่าใบไม้ที่หายไป

1451
01:02:17,030 --> 01:02:20,974
อาจารย์เขียนนะคะในช่วงที่ตนเองนั้น

1452
01:02:20,950 --> 01:02:24,654
เป็นนักต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย

1453
01:02:24,591 --> 01:02:25,413
กระต่าย

1454
01:02:25,361 --> 01:02:25,821

1455
01:02:25,750 --> 01:02:28,722
เป็นกลุ่มของนักศึกษานะคะ

1456
01:02:28,629 --> 01:02:31,528
ที่อยู่ในห้วงปี 2519

1457
01:02:31,640 --> 01:02:32,851
ในช่วงนั้น

1458
01:02:34,201 --> 01:02:37,598
ที่มีการต่อสู้กันระหว่างทหารกับ

1459
01:02:37,730 --> 01:02:41,700
นักศึกษาจำได้ไหมคะถ้าเราเรียนสังคมมา

1460
01:02:41,572 --> 01:02:44,472
มีการเรียกร้องทางการเมือง

1461
01:02:44,389 --> 01:02:50,015
ช่วงนั้นมีนักเขียนเกิดขึ้นมากมายและเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง

1462
01:02:50,280 --> 01:02:53,703
ถ้าเราดูภูมิหลังหรือชีวประวัติของคนเขียน

1463
01:02:53,812 --> 01:02:54,088

1464
01:02:53,939 --> 01:02:58,208
คราวนี้เรารู้หรือยังว่าข้อความที่แปลว่าดอกไม้เนี่ยนะคะ

1465
01:02:58,030 --> 01:03:01,015
พี่ไม่ได้หมายถึงผู้หญิงมันน่าจะหมายถึงอะไร

1466
01:03:01,500 --> 01:03:05,533
เพลงนี้เด็กนักศึกษาชอบเอาไปร้องในการออก

1467
01:03:05,469 --> 01:03:06,290
ค่าย

1468
01:03:06,492 --> 01:03:08,790
เพื่อไปพัฒนาท้องถิ่น

1469
01:03:09,192 --> 01:03:12,113
เวลาไปร้องนะคะเวลาเอาไป

1470
01:03:12,070 --> 01:03:15,541
ใช้ประกอบในกิจกรรมนันทนาการต่างๆ

1471
01:03:15,590 --> 01:03:16,012

1472
01:03:16,159 --> 01:03:21,128
คนที่เป็นนักศึกษาก็จะได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีอุดมการณ์ในการ

1473
01:03:21,480 --> 01:03:22,387
ทำงาน

1474
01:03:22,508 --> 01:03:25,490
อุดมการณ์ในการช่วยพัฒนาประเทศชาติ

1475
01:03:25,389 --> 01:03:28,951
ดอกไม้ในที่นี้หมายถึง

1476
01:03:28,979 --> 01:03:31,208
ประชาธิปไตยค่ะ

1477
01:03:32,239 --> 01:03:37,455
ดอกไม้จะบานในที่นี้ก็คือความเบ่งบานของประชาธิปไตย

1478
01:03:38,199 --> 01:03:40,758
ดอกไม้ที่เรียกนี้คือ

1479
01:03:40,699 --> 01:03:42,436
ประชาธิปไตย

1480
01:03:42,558 --> 01:03:46,356
สีขาวหนุ่มสาวจะใฝ่สีขาวคืออะไร

1481
01:03:46,269 --> 01:03:50,023
สีขาวคืออุดมการณ์อันบริสุทธิ์

1482
01:03:50,189 --> 01:03:50,423

1483
01:03:50,378 --> 01:03:53,199
สีขาวหนุ่มสาวจะใฝ่ฝ่ายอะไร

1484
01:03:53,188 --> 01:03:56,850
ไฟในอุดมการณ์และมีความแน่วแน่

1485
01:03:57,029 --> 01:04:01,711
พี่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ประเทศนี้มันดีขึ้น

1486
01:04:02,099 --> 01:04:05,484
นี่คือความหมายที่เราเรียกว่า

1487
01:04:05,629 --> 01:04:07,743
ความหมายหลายนัย

1488
01:04:08,118 --> 01:04:12,036
ดอกไม้ความหมายเปลี่ยนไปแล้วไม่ได้หมายถึง

1489
01:04:12,028 --> 01:04:15,167
ความงามไม่ได้หมายถึงหญิงสาว

1490
01:04:15,429 --> 01:04:17,658
แม่หมายถึงประชาธิปไตย

1491
01:04:20,419 --> 01:04:22,019
สุดท้ายค่ะ

1492
01:04:22,601 --> 01:04:23,867
ช่องนี้

1493
01:04:23,818 --> 01:04:24,245

1494
01:04:24,068 --> 01:04:28,035
ความหมายนัยยะประวัติแน่นอนละสีเหลืองแนะนำประวัติ

1495
01:04:28,868 --> 01:04:30,762
อยากให้ช่วยกันตีความ

1496
01:04:30,868 --> 01:04:31,407

1497
01:04:31,568 --> 01:04:34,664
ดอกไม้ในข้อนี้

1498
01:04:35,348 --> 01:04:38,627
มันมีบริบทของข้อความทั้งหมดว่า

1499
01:04:38,747 --> 01:04:41,494
ดอกไม้ที่มีค่าที่สุด

1500
01:04:41,818 --> 01:04:46,495
ชื่อดอกไม้ที่มีผู้นำไปวางไว้บนหลุมฝังศพ

1501
01:04:47,648 --> 01:04:49,639
ดอกไม้ที่นี้หมายถึงอะไร

1502
01:04:50,789 --> 01:04:55,684
มีความซิถ้าไม่ได้หมายถึงหญิงงามไม่ได้หมายถึงหญิงสาว

1503
01:04:55,588 --> 01:04:57,767
ไม่ได้หมายถึงประชาธิปไตย

1504
01:04:58,148 --> 01:05:01,349
ดอกไม้ตัวนี้หมายถึงอะไร

1505
01:05:01,347 --> 01:05:01,577

1506
01:05:02,377 --> 01:05:03,002

1507
01:05:04,428 --> 01:05:04,887

1508
01:05:04,688 --> 01:05:04,924

1509
01:05:05,267 --> 01:05:05,836

1510
01:05:06,550 --> 01:05:07,953
ยากเนาะ

1511
01:05:07,949 --> 01:05:09,810
ยากนะ

1512
01:05:09,749 --> 01:05:14,456
มาเฉลยกันนะคะก็อยากชวนคิดนะอยากชวนคิด

1513
01:05:14,617 --> 01:05:16,338
ช่วยกันคิดนิดนึงก็ได้

1514
01:05:16,407 --> 01:05:16,690

1515
01:05:16,597 --> 01:05:17,427
ว่า

1516
01:05:17,438 --> 01:05:17,679

1517
01:05:17,557 --> 01:05:19,028
ดอกไม้

1518
01:05:18,967 --> 01:05:19,193

1519
01:05:19,160 --> 01:05:21,844
ทำไมมันจึงมีค่าที่สุด

1520
01:05:22,179 --> 01:05:24,796
เมื่อนำไปวางไว้บนหลุมฝังศพ

1521
01:05:26,660 --> 01:05:32,214
แสดงว่าสถานการณ์ปกติดอกไม้มันถูกลดคุณค่าลงใช่ไหมหรือว่าดอก

1522
01:05:31,977 --> 01:05:33,984
มันไม่ได้มีค่าเท่านี้ใช่ไหมคะ

1523
01:05:34,537 --> 01:05:35,126

1524
01:05:37,297 --> 01:05:39,211
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

1525
01:05:39,989 --> 01:05:40,247

1526
01:05:40,238 --> 01:05:40,513

1527
01:05:41,327 --> 01:05:44,551
เวลาเราให้ดอกไม้ใคร

1528
01:05:44,469 --> 01:05:44,732

1529
01:05:45,371 --> 01:05:49,046
ดอกไม้น่าจะเป็นตัวแทนความรู้สึกของเราใช่ไหมคะ

1530
01:05:49,526 --> 01:05:51,968
ให้ในวันที่เขาไม่สบาย

1531
01:05:52,349 --> 01:05:57,630
แสดงว่าเราส่งความปรารถนาดีความห่วงใยไปให้ใช่ไหมคะเป็นตัวแทนบอกว่า

1532
01:05:57,599 --> 01:05:58,747
หายเร็วๆนะ

1533
01:05:59,706 --> 01:05:59,945

1534
01:05:59,906 --> 01:06:05,755
วัดไหนที่เขารับปริญญาเราแสดงความยินดีเอาช่อดอกไม้ไปให้

1535
01:06:06,629 --> 01:06:10,482
สื่อความว่าเราบอกเขาว่าเรายินดีด้วยนะ

1536
01:06:11,627 --> 01:06:11,859

1537
01:06:11,826 --> 01:06:13,082
ใช่ไหมคะ

1538
01:06:13,037 --> 01:06:15,557
แต่พ่อเอาไปให้คนตาย

1539
01:06:16,366 --> 01:06:19,772
คนตายจะลุกขึ้นมาตอบเราหรือสื่อความกับเราได้ไหมคะ

1540
01:06:20,277 --> 01:06:21,352
ไม่ได้

1541
01:06:21,747 --> 01:06:26,899
ถูกไหมนั่นแสดงว่าดอกไม้นั้นเมื่อมันถูกวางให้กับผู้ตาย

1542
01:06:27,137 --> 01:06:29,753
มันกลับกลายเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด

1543
01:06:30,587 --> 01:06:32,843
เพราะอะไรมันมีเหตุอะไร

1544
01:06:32,955 --> 01:06:38,228
เวลาเราให้ดอกไม้ใครเราส่งความปรารถนาดีไปยังผู้อื่น

1545
01:06:38,466 --> 01:06:41,149
เราต้องการให้ผู้รับแสดงตอบกลับมา

1546
01:06:41,161 --> 01:06:44,335
ที่เราไหมคะแสดงความรู้สึกตอบกลับเราไหม

1547
01:06:45,066 --> 01:06:45,567

1548
01:06:45,515 --> 01:06:46,674

1549
01:06:46,735 --> 01:06:50,121
ยกตัวอย่างนะสมมุติเราให้ดอกไม้ไปแล้วเขาไม่รับก็โยนทิ้ง

1550
01:06:50,456 --> 01:06:51,361
จะรู้สึกยังไง

1551
01:06:51,477 --> 01:06:51,791

1552
01:06:51,796 --> 01:06:57,088
เธอเสียใจใช่ไหมนั่นแสดงว่าให้อะไรไปเราต้องการให้เขาตอบรับความรู้สึก

1553
01:06:56,985 --> 01:06:58,160
เราใช่หรือไม่

1554
01:06:58,395 --> 01:06:58,657

1555
01:06:58,655 --> 01:07:02,236
แต่พ่อให้คนตายเขาไม่สามารถตอบรับได้แล้ว

1556
01:07:03,385 --> 01:07:05,100
ให้ไปทำไมใช่ไหมคะ

1557
01:07:06,145 --> 01:07:11,611
ถ้าให้คนตายแสดงว่าให้แล้วมีประโยชน์แต่ยังจะให้อยู่แสดงว่า

1558
01:07:11,525 --> 01:07:17,155
ฉันให้ดอกไม้นั้นคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

1559
01:07:17,037 --> 01:07:17,562

1560
01:07:18,315 --> 01:07:21,976
มันจึงเป็นดอกไม้ที่มีค่าที่สุด

1561
01:07:22,025 --> 01:07:25,745
แต่ถ้าเธอให้ด้วยมีวัตถุประสงค์แอบแฝง

1562
01:07:25,817 --> 01:07:28,250
มีความต้องการการตอบรับ

1563
01:07:28,186 --> 01:07:28,439

1564
01:07:28,504 --> 01:07:30,509
ดอกไม้นั้นจะไม่มีค่า

1565
01:07:32,155 --> 01:07:36,424
แต่พ่อมันไปให้คนที่ไม่สามารถที่จะให้อะไรเธอกลับมาได้

1566
01:07:36,955 --> 01:07:37,370

1567
01:07:37,214 --> 01:07:45,343
เวลาที่เธอให้เขาไปแสดงว่าเธอบริสุทธิ์ใจใช่ไหมคะเธอมีความปรารถนาดีเธอไม่ได้ต้องการอะไรหรือไม่ได้หวังอะไร

1568
01:07:45,285 --> 01:07:45,511

1569
01:07:45,414 --> 01:07:46,103

1570
01:07:46,184 --> 01:07:47,579
อีกต่อไปแล้ว

1571
01:07:48,425 --> 01:07:53,920
นี่คือนัยยะที่เรียกว่าความหมายแบบนัยยะประวัติ

1572
01:07:54,707 --> 01:07:55,659
ซึ้งนะ

1573
01:07:56,306 --> 01:08:01,816
อ่านมากๆต้องทำความเข้าใจมากๆจึงจะตีความตรงนี้

1574
01:08:01,874 --> 01:08:02,308

1575
01:08:02,265 --> 01:08:02,523

1576
01:08:02,645 --> 01:08:05,693
และทำความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง

1577
01:08:06,686 --> 01:08:10,359
ภาพบอกหรือยังว่าดอกไม้ใน 3 บริบทนี้

1578
01:08:10,523 --> 01:08:11,968
ไม่เหมือนกันเลย

1579
01:08:12,003 --> 01:08:14,528
อันที่ 1 คือหญิงสาว

1580
01:08:15,145 --> 01:08:16,888
ความหมายหลายนัยคือ

1581
01:08:17,124 --> 01:08:17,338

1582
01:08:17,255 --> 01:08:20,141
ที่เพิ่มขึ้นมาคือประชาธิปไตย

1583
01:08:20,204 --> 01:08:20,487

1584
01:08:20,464 --> 01:08:21,882
ในขณะที่

1585
01:08:22,184 --> 01:08:24,746
วันที่ 3 ความหมายแบบนัยยะประวัติ

1586
01:08:25,064 --> 01:08:30,361
คืออะไรคะผู้เขียนกำหนดความหมายขึ้นมาเองนะเธอการให้โดยไม่หวัง

1587
01:08:30,324 --> 01:08:32,654
สิ่งตอบแทนลึกเข้าไปอีก

1588
01:08:32,626 --> 01:08:39,001
ลึกซึ้งมากดังนั้นเรื่องการตีความมันจึงเป็นเรื่องที่ค่อน

1589
01:08:38,904 --> 01:08:39,991
สร้างจะ

1590
01:08:39,934 --> 01:08:43,660
ต้องให้ความสำคัญและให้รายละเอียด

1591
01:08:43,644 --> 01:08:46,777
รวมไปถึงอ่านอย่างละเอียดด้วย

1592
01:08:46,854 --> 01:08:52,115
จึงจะสามารถถอดรหัสความออกมาได้อย่างไร

1593
01:08:52,104 --> 01:08:52,639

1594
01:08:55,944 --> 01:08:56,218

1595
01:08:57,743 --> 01:08:58,041

1596
01:08:58,444 --> 01:08:58,952

1597
01:08:58,822 --> 01:08:59,086

1598
01:08:59,144 --> 01:08:59,375

1599
01:08:59,346 --> 01:08:59,938

1600
01:08:59,984 --> 01:09:00,262

1601
01:09:01,073 --> 01:09:01,598

1602
01:09:01,597 --> 01:09:01,818

1603
01:09:02,034 --> 01:09:02,276

1604
01:09:02,993 --> 01:09:03,243

1605
01:09:03,183 --> 01:09:03,665

1606
01:09:03,703 --> 01:09:03,922

1607
01:09:04,783 --> 01:09:05,280

1608
01:09:05,303 --> 01:09:05,685

1609
01:09:05,623 --> 01:09:05,860

1610
01:09:07,223 --> 01:09:11,213
การอ่านตีความนะคะในส่วนของสัญลักษณ์

1611
01:09:12,024 --> 01:09:15,891
การแบ่งหมวดหมู่ของสัญลักษณ์

1612
01:09:15,862 --> 01:09:16,682

1613
01:09:17,023 --> 01:09:19,963
เอาไว้หลายประเภทด้วยกัน

1614
01:09:20,803 --> 01:09:21,087

1615
01:09:21,383 --> 01:09:23,355
เราสามารถใช้

1616
01:09:23,554 --> 01:09:27,891
ตัวละครในวรรณคดีมาเป็นสัญลักษณ์ได้ค่ะ

1617
01:09:28,362 --> 01:09:29,180
เช่น

1618
01:09:29,513 --> 01:09:36,893
ขุนแผนเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะความเจ้าชู้วันทองเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1619
01:09:37,523 --> 01:09:40,267
ความหลายใจ

1620
01:09:40,462 --> 01:09:40,699

1621
01:09:40,913 --> 01:09:44,390
จรกาเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1622
01:09:45,143 --> 01:09:45,399

1623
01:09:45,416 --> 01:09:45,758

1624
01:09:45,913 --> 01:09:50,242
ความขี้ริ้วขี้เหร่ใช่ไหมคะจรกา

1625
01:09:50,403 --> 01:09:53,336
ชูชกเป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1626
01:09:54,243 --> 01:09:54,600

1627
01:09:54,693 --> 01:09:57,113
ความโลภความตะกละ

1628
01:09:57,182 --> 01:09:57,527

1629
01:09:57,702 --> 01:10:03,168
แต่ปัจจุบันนี้มีคนเอารูปปั้นชูชกไปกราบไหว้

1630
01:10:03,782 --> 01:10:06,623
แล้วบอกว่านี่คือสัญลักษณ์ของ

1631
01:10:06,543 --> 01:10:08,780
ความอุดมสมบูรณ์

1632
01:10:08,982 --> 01:10:09,259

1633
01:10:09,743 --> 01:10:10,011

1634
01:10:09,944 --> 01:10:10,234

1635
01:10:10,382 --> 01:10:17,120
ถ้าดูจากเนื้อความของที่มาของคำเราจะเห็นได้เลยว่ามันไม่

1636
01:10:17,053 --> 01:10:18,285
ห้องใช่ไหมคะ

1637
01:10:18,202 --> 01:10:22,800
รถชนจริงๆแล้วเป็นสัญลักษณ์ของความโลภและความ

1638
01:10:22,692 --> 01:10:23,377

1639
01:10:23,848 --> 01:10:24,098

1640
01:10:24,292 --> 01:10:26,842
กินจนตัวตายใช่ไหมคะ

1641
01:10:26,859 --> 01:10:27,620

1642
01:10:27,623 --> 01:10:27,936

1643
01:10:27,941 --> 01:10:33,385
แต่ก็มีคนไปตีความในความหมายใหม่เนาะแล้วก็พยายามสร้างให้มันเป็นความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา

1644
01:10:33,383 --> 01:10:38,470
ให้คนไปบูชากราบไหว้เพราะฉะนั้นเราต้องรู้ที่มาก่อน

1645
01:10:38,631 --> 01:10:44,179
จึงจะสามารถตัดสินใจได้ว่าฉันจะกราบไหว้เหมือนกับชาวบ้านเขาไหมนะคะ

1646
01:10:44,212 --> 01:10:45,140
อาจใช้

1647
01:10:45,170 --> 01:10:50,974
สติปัญญาพิจารณาเอานะต่อไปนะคะเป็นสัญลักษณ์

1648
01:10:50,870 --> 01:10:51,816
ของอะไร

1649
01:10:52,600 --> 01:10:53,542
ความ

1650
01:10:54,581 --> 01:10:57,251
ใจร้ายนะคะ

1651
01:10:57,279 --> 01:10:59,787
ทศกัณฐ์เจ้าชู้ไหม

1652
01:11:00,422 --> 01:11:00,666

1653
01:11:00,859 --> 01:11:05,964
น่าเสียดายใจทศกัณฑ์ใครฟังเพลงลูกทุ่งเคยฟังไหมคะ

1654
01:11:06,308 --> 01:11:10,441
เพลงของหัวใจทศกัณฐ์แสดงว่า

1655
01:11:10,470 --> 01:11:16,008
ใจร้ายใช่ไหมคะอยากมีรักเหมือนพระรามใช่ไหมคะ

1656
01:11:16,239 --> 01:11:22,797
ที่พระรามออกตามหานางสีดาแต่สำหรับทศกัณฐ์เธอไม่ตามใครใช่ไหมคะเธอมีเมียเยอะมาก

1657
01:11:22,709 --> 01:11:23,350

1658
01:11:23,419 --> 01:11:27,031
เจอก็ใจร้ายนะครับเป็นยักษ์ที่ใจร้าย

1659
01:11:26,939 --> 01:11:30,236
ทศกัณฐ์จึงเป็นสัญลักษณ์ของความ

1660
01:11:30,269 --> 01:11:32,657
จะร้ายดุร้าย

1661
01:11:32,698 --> 01:11:32,947

1662
01:11:32,962 --> 01:11:35,526
ป้ายนะคะประเภทที่ 2

1663
01:11:35,517 --> 01:11:35,803

1664
01:11:35,709 --> 01:11:38,729
เราใช้สัตว์ต่างๆเป็นสัญลักษณ์ได้

1665
01:11:38,919 --> 01:11:40,323
เช่นอะไรบ้าง

1666
01:11:40,648 --> 01:11:41,877
ช้าง

1667
01:11:42,441 --> 01:11:44,622
ช้างเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1668
01:11:44,548 --> 01:11:46,808
ความยิ่งใหญ่

1669
01:11:46,858 --> 01:11:49,303
เสือเป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1670
01:11:50,770 --> 01:11:52,422
ความดุร้าย

1671
01:11:52,619 --> 01:11:58,296
ใช่ไหมคะเสือความดุร้ายเสือนะคะจริงๆไม่ได้ชื่อเสือ

1672
01:11:58,707 --> 01:12:04,287
พ่อทุกคนเขาขนานนามว่าเป็นไอ้เสือแสดงว่าคนนั้นมีก็ต้องมี

1673
01:12:04,027 --> 01:12:05,450
2 เมตร

1674
01:12:05,497 --> 01:12:06,979
ความ

1675
01:12:06,907 --> 01:12:10,681
ใช่ไหมคะมีความรู้ร้ายหรือว่ามีลักษณะของความ

1676
01:12:10,630 --> 01:12:10,929

1677
01:12:11,588 --> 01:12:12,694
เรียกว่าอะไรดี

1678
01:12:13,129 --> 01:12:13,371

1679
01:12:13,828 --> 01:12:19,908
เออจะมีลักษณะความเกเรอยู่แต่ว่าเสือก็คือสัญลักษณ์ของความดุร้าย

1680
01:12:19,726 --> 01:12:21,002
นะคะ

1681
01:12:20,936 --> 01:12:25,123
ชอบๆกระต่ายค่ะกระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1682
01:12:26,066 --> 01:12:26,338

1683
01:12:26,965 --> 01:12:27,518

1684
01:12:27,856 --> 01:12:28,127

1685
01:12:28,438 --> 01:12:30,568
กระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1686
01:12:31,956 --> 01:12:32,193

1687
01:12:32,146 --> 01:12:33,749
ขับรถเร็วไหมคะ

1688
01:12:33,887 --> 01:12:36,182
คล่องแคล่วว่องไว

1689
01:12:36,577 --> 01:12:41,560
เต่าราคะความเชื่องช้านะคะ

1690
01:12:41,568 --> 01:12:42,213

1691
01:12:42,277 --> 01:12:42,637

1692
01:12:42,596 --> 01:12:46,302
เป็นสัญลักษณ์ของผู้ชายที่

1693
01:12:46,246 --> 01:12:47,070

1694
01:12:47,334 --> 01:12:52,849
ไม่ทำมาหากินใช่ไหมคะแล้วก็เอาเปรียบผู้หญิงผู้ชายที่เอาเปรียบผู้หญิงนะคะ

1695
01:12:53,415 --> 01:12:54,699
ก็คือแมงดา

1696
01:12:55,084 --> 01:12:57,334
ป้ายประเภทที่ 3 ค่ะ

1697
01:12:57,455 --> 01:12:58,727
ใช้อะไรคะ

1698
01:12:58,676 --> 01:13:02,911
ดอกไม้ชนิดต่างๆหรือพันธุ์ไม้

1699
01:13:03,665 --> 01:13:05,143
มีอะไรบ้าง

1700
01:13:05,264 --> 01:13:05,563

1701
01:13:05,584 --> 01:13:11,445
ดอกรักดอกลั่นทมดอกดาวเรืองนะคะดาวเรืองเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะ

1702
01:13:13,594 --> 01:13:19,229
มีชื่อที่ไปพร้อมกับคำว่ารุ่งเรืองใช่ไหมคะเขาก็เลยให้เป็นสัญลักษณ์

1703
01:13:19,104 --> 01:13:20,019
ข้อความ

1704
01:13:20,005 --> 01:13:22,786
รุ่งเรืองดอกลั่นทมแล้วลูก

1705
01:13:23,013 --> 01:13:23,322

1706
01:13:23,653 --> 01:13:24,012

1707
01:13:24,423 --> 01:13:29,534
ความทุกข์ระทมใช่ไหมคะเขาถึงได้เปลี่ยนชื่อใช่ไหมเปลี่ยนชื่อเป็นอะไร

1708
01:13:29,484 --> 01:13:29,740

1709
01:13:29,734 --> 01:13:33,172
ลีลาวดีนะคะ

1710
01:13:33,133 --> 01:13:37,556
อะไรอีกนะคะต้นโพธิ์ต้นไทรเป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1711
01:13:38,453 --> 01:13:39,337

1712
01:13:39,413 --> 01:13:39,663

1713
01:13:39,995 --> 01:13:43,725
ยั่งยืนใช่ไหมคะความมั่นคง

1714
01:13:45,062 --> 01:13:50,157
อายุยืนนานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรเป็นที่พึ่งนะคะ

1715
01:13:49,983 --> 01:13:54,665
ยืนนานเป็นที่พึ่งนะคะเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งนี้

1716
01:13:57,224 --> 01:13:57,477

1717
01:13:57,482 --> 01:13:57,857

1718
01:13:57,992 --> 01:14:00,297
อะไรอีกสีต่างๆ

1719
01:14:01,382 --> 01:14:01,887

1720
01:14:01,963 --> 01:14:02,349

1721
01:14:03,173 --> 01:14:08,614
สีชมพูเป็นสัญลักษณ์ของอะไรคะช่วงนี้หัวใจป่ะ

1722
01:14:08,563 --> 01:14:10,756
สีชมพูนั่นก็คือมี

1723
01:14:10,672 --> 01:14:13,048
ความรักนะคะ

1724
01:14:12,983 --> 01:14:14,068
อะไรอีก

1725
01:14:15,293 --> 01:14:18,228
ธรรมชาติต่างๆนะคะ

1726
01:14:18,614 --> 01:14:20,761
เป็นสัญลักษณ์ของอะไร

1727
01:14:20,802 --> 01:14:21,019

1728
01:14:22,402 --> 01:14:27,835
มีเมฆบางเมฆอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของอุปสรรคต่างๆใช่ไหมคะ

1729
01:14:27,712 --> 01:14:30,677
น้ำค้างนะคะน้ำค้าง

1730
01:14:30,662 --> 01:14:34,919
สัญลักษณ์แทนความสดชื่นใช่ไหมคะอาจเป็นความสดชื่นเนาะ

1731
01:14:34,822 --> 01:14:38,812
พายุคลื่นลมต่างๆเป็นสัญลักษณ์ของอุปสรรค

1732
01:14:39,372 --> 01:14:39,603

1733
01:14:40,016 --> 01:14:40,896

1734
01:14:41,172 --> 01:14:41,792

1735
01:14:41,872 --> 01:14:47,336
อะไรอีกอวัยวะต่างๆนะคะเครื่องประดับเครื่องใช้ข้าว

1736
01:14:47,253 --> 01:14:48,300
ของต่างๆ

1737
01:14:48,530 --> 01:14:52,111
สามารถที่จะนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์

1738
01:14:52,053 --> 01:14:52,872
ได้

1739
01:14:56,032 --> 01:14:56,264

1740
01:14:56,931 --> 01:14:59,247
นอกเหนือจาก

1741
01:14:59,871 --> 01:15:01,615
ตัว

1742
01:15:01,799 --> 01:15:07,384
เอกสารตัวข้อความที่เป็นทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

1743
01:15:07,880 --> 01:15:13,466
มันยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะคะที่ผู้คนพากันให้ความสนใจ

1744
01:15:13,900 --> 01:15:15,930
นั่นก็คือเรื่องของลายเซ็น

1745
01:15:15,891 --> 01:15:19,284
มีคนตีความลายเซ็นเอาไว้

1746
01:15:19,409 --> 01:15:24,885
ภาษาลองดูซิว่าวิธีการเซ็นชื่อของตนเองมันไปสอดคล้องกับ

1747
01:15:25,050 --> 01:15:28,284
การตีความของนักจิตวิทยา

1748
01:15:28,189 --> 01:15:29,734
อย่างไรนะคะ

1749
01:15:30,371 --> 01:15:35,822
ดูลายเซ็นอันที่ 1 นะคะโอ้โหหน้าจอดูไม่ออกเลย

1750
01:15:36,258 --> 01:15:37,927
แบบที่ 1 ค่ะ

1751
01:15:38,369 --> 01:15:41,057
ตัวอักษรที่เป็นชื่อ

1752
01:15:42,018 --> 01:15:44,351
ใหญ่กว่านามสกุล

1753
01:15:45,359 --> 01:15:45,656

1754
01:15:45,679 --> 01:15:47,224
ตัวอักษร

1755
01:15:47,468 --> 01:15:49,066
ที่เป็นชื่อ

1756
01:15:49,070 --> 01:15:49,311

1757
01:15:49,332 --> 01:15:51,382
ใหญ่กว่านามสกุล

1758
01:15:52,598 --> 01:15:52,889

1759
01:15:52,918 --> 01:15:56,190
คนที่เซ็นแบบนี้เขาบอกว่า

1760
01:15:56,567 --> 01:15:58,938
จะเป็นคนที่

1761
01:15:59,967 --> 01:16:00,219

1762
01:16:00,409 --> 01:16:02,770
มีความเป็นผู้นำ

1763
01:16:03,608 --> 01:16:04,045

1764
01:16:03,927 --> 01:16:06,744
มีความเป็นผู้นำสูง

1765
01:16:06,877 --> 01:16:07,318

1766
01:16:07,778 --> 01:16:08,030

1767
01:16:08,607 --> 01:16:08,868

1768
01:16:08,740 --> 01:16:09,309

1769
01:16:09,377 --> 01:16:09,821

1770
01:16:18,927 --> 01:16:24,512
แบบนี้นะคะถ้าเซ็นแบบที่ว่านี้

1771
01:16:24,688 --> 01:16:28,101
เขาบอกว่ามีความเป็นผู้นำสูง

1772
01:16:28,216 --> 01:16:30,408
ชื่อใหญ่กว่านามสกุล

1773
01:16:30,386 --> 01:16:35,390
แต่ว่าเป็นคนที่โดดเดี่ยวและแยกตัวมาจากครอบครัว

1774
01:16:36,857 --> 01:16:40,018
ไม่ค่อยสัมพันธ์กับพ่อแม่

1775
01:16:40,578 --> 01:16:46,035
มีความมั่นใจในตนเองสูงและมีโอกาสที่จะ

1776
01:16:45,957 --> 01:16:49,563
ประสบความสำเร็จมากกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน

1777
01:16:49,547 --> 01:16:49,770

1778
01:16:49,736 --> 01:16:53,289
เนื่องจากว่ามีความมุมานะ

1779
01:16:53,386 --> 01:16:55,193
ตั้งมั่นเด็ดเดี่ยว

1780
01:16:56,007 --> 01:16:58,087
แต่อาจจะขาดเรื่องความรัก

1781
01:16:58,197 --> 01:16:59,748
สักครอบครัว

1782
01:17:01,082 --> 01:17:04,237
กับคนที่เป็นคนเซ็นในลักษณะ

1783
01:17:04,205 --> 01:17:08,320
ต่อแบบแบบนี้นะคะลักษณะต่อมานั่นก็คือ

1784
01:17:09,017 --> 01:17:09,255

1785
01:17:09,975 --> 01:17:13,972
ลายเซ็นชื่อนามสกุลใหญ่กว่าชื่อ

1786
01:17:13,885 --> 01:17:14,094

1787
01:17:14,084 --> 01:17:14,349

1788
01:17:14,465 --> 01:17:14,691

1789
01:17:15,298 --> 01:17:15,683

1790
01:17:15,806 --> 01:17:17,884
นามสกุลใหญ่กว่าชื่อ

1791
01:17:18,946 --> 01:17:23,911
เขาบอกว่าคนแบบนี้นะคะที่เซ็นแบบนี้

1792
01:17:23,884 --> 01:17:24,085

1793
01:17:24,076 --> 01:17:27,502
คนพิเศษในลักษณะเช่นนี้จะเป็นคนที่รักครอบครัว

1794
01:17:27,655 --> 01:17:31,715
ฉันเป็นคนที่อยู่ติดบ้านรักครอบครัว

1795
01:17:31,636 --> 01:17:31,929

1796
01:17:31,956 --> 01:17:34,162
ยอดธงวงศ์ตระกูล

1797
01:17:34,515 --> 01:17:39,206
ให้เกียรติผู้คนในครอบครัวและชอบช่วยเหลือคนในบ้าน

1798
01:17:41,245 --> 01:17:44,456
มีความสุขอยู่เสมอ

1799
01:17:44,444 --> 01:17:50,476
แปลสำหรับคนประเภทนี้ที่เซ็นแบบนี้เขาบอกว่ามีแนวโน้มนะคะ

1800
01:17:50,335 --> 01:17:51,358
พี่จะ

1801
01:17:51,615 --> 01:17:55,410
เรียกว่ารักและทุ่มเทให้กับ

1802
01:17:55,334 --> 01:17:58,794
คนรอบข้างมากจนเกินไป

1803
01:17:58,724 --> 01:17:58,988

1804
01:17:58,924 --> 01:18:01,686
เงินบางครั้งทำให้ตัวเองเหน็ดเหนื่อย

1805
01:18:01,804 --> 01:18:02,070

1806
01:18:01,934 --> 01:18:04,363
และต้องรับผิดชอบ

1807
01:18:04,303 --> 01:18:08,235
เรื่องราวต่างๆของผู้คนรอบตัวในครอบครัว

1808
01:18:08,273 --> 01:18:09,489
มากจน

1809
01:18:09,425 --> 01:18:10,389
เกินไป

1810
01:18:12,633 --> 01:18:16,471
จริงใจแต่เหนื่อยมีความรักรอบตัวแต่เหนื่อยมาก

1811
01:18:16,344 --> 01:18:17,225

1812
01:18:17,244 --> 01:18:20,283
กลับแบบแรกก็คือโดดเดี่ยวและนะคะ

1813
01:18:20,443 --> 01:18:23,299
ความรักแต่ไปได้ไกลนะคะ

1814
01:18:23,263 --> 01:18:25,202
แบบที่ 3 ค่ะ

1815
01:18:25,312 --> 01:18:30,885
แบบนี้เขาเรียกว่าเส้นแบบต่อเนื่องและเขียนสมัคร

1816
01:18:30,882 --> 01:18:31,906
เหมือนกัน

1817
01:18:32,043 --> 01:18:36,680
อาจจะมีลักษณะของการเว้นวรรคไว้นิดนึงตรงระหว่าง

1818
01:18:36,592 --> 01:18:38,540
ชื่อกับนามสกุล

1819
01:18:38,514 --> 01:18:39,149

1820
01:18:39,152 --> 01:18:44,669
พรุ่งนี้เขาบอกว่าจะเป็นวิธีการเซ็นที่มีความสมดุลมาก

1821
01:18:44,602 --> 01:18:45,110

1822
01:18:45,042 --> 01:18:45,312

1823
01:18:45,365 --> 01:18:49,129
มันจะเป็นลักษณะของ love life Balance นะคะ

1824
01:18:49,081 --> 01:18:54,352
ทำให้ชีวิตนะคะทั้งเรื่องงานเรื่องของชีวิตเรื่องความรักครอบครัวต่างๆ

1825
01:18:54,593 --> 01:18:56,272
มีความลงตัว

1826
01:18:56,194 --> 01:18:57,000

1827
01:18:57,081 --> 01:19:02,578
นี่คือวิธีการเซ็นที่นักจิตวิทยานะคะเขาบอกว่าเวลาเซ็นนะคะ

1828
01:19:02,532 --> 01:19:04,376
เนี่ยมันจะเป็นตัวเหมือน

1829
01:19:04,263 --> 01:19:10,110
การบ่งบอกมันลายมือก็เช่นเดียวกันนะคะลายมือก็เป็นตัวบ่งบอกอารมณ์ความรู้

1830
01:19:09,902 --> 01:19:10,398

1831
01:19:10,415 --> 01:19:14,770
ของคนที่เป็นคนเขียนตัวอักษรนั้นๆ

1832
01:19:14,701 --> 01:19:18,392
ภาษาเวลาตรวจงานคุณครูตรวจงานนักเรียนนะคะ

1833
01:19:18,292 --> 01:19:24,153
ถ้าคุณครูตรวจไม่เห็นเขียนผิดเยอะๆจะสังเกตได้ว่าครูน่าจะเขียนตัวหนังสือใหญ่กว่า

1834
01:19:23,931 --> 01:19:24,323

1835
01:19:24,060 --> 01:19:24,638

1836
01:19:24,641 --> 01:19:24,935

1837
01:19:24,891 --> 01:19:28,237
ที่สำคัญคือการลงน้ำหนักของเส้นปากกา

1838
01:19:28,351 --> 01:19:30,066
มันจะมีความ

1839
01:19:30,200 --> 01:19:30,942

1840
01:19:30,912 --> 01:19:32,782
มากกว่าปกติ

1841
01:19:33,280 --> 01:19:35,212
แสดงว่าตอนนั้นคุณครู

1842
01:19:35,200 --> 01:19:40,827
เกิดความรู้สึกว่าฉันสอนไปแล้วทำไมเด็กทำไม่ได้อย่างที่

1843
01:19:40,650 --> 01:19:42,256
หนูตั้งใจเอาไว้

1844
01:19:42,510 --> 01:19:48,698
เวลาตรวจก็จะมีลักษณะเช่นนี้คือการวิเคราะห์นะคะเป็นลักษณะการวิเคราะห์การเขียนนั่นเอง

1845
01:19:48,601 --> 01:19:49,489

1846
01:19:50,773 --> 01:19:51,044

1847
01:19:51,030 --> 01:19:51,817

1848
01:19:51,860 --> 01:19:57,813
ชอบๆนะคะอีกหลายอย่างเลยค่ะที่เราต้องดีกว่าเนาะ

1849
01:19:57,690 --> 01:20:00,239
โฆษณานะคะดูภาพนี้

1850
01:20:00,510 --> 01:20:03,767
ภาพไม่ชัดน้องแต่กูจะอธิบายให้ฟัง

1851
01:20:03,639 --> 01:20:08,925
เป็นภาพของผู้นำประเทศมหาอำนาจที่มีความขัดแย้งกัน

1852
01:20:09,800 --> 01:20:12,701
เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้

1853
01:20:13,259 --> 01:20:13,540

1854
01:20:13,449 --> 01:20:17,001
อเมริกากับอิรักนะคะ

1855
01:20:16,969 --> 01:20:17,336

1856
01:20:17,869 --> 01:20:22,794
บารัคโอบามาเนี่ยค่ะกับใครกับประธานาธิบดีของประเทศจีน

1857
01:20:22,798 --> 01:20:24,100
อเมริกากับจีน

1858
01:20:24,020 --> 01:20:27,242
ไม่ถูกกันเนาะใช่ไหมอะไรอีก

1859
01:20:27,219 --> 01:20:31,065
ประเทศที่มีความขัดแย้งเขาเอารูปของผู้นำ

1860
01:20:31,073 --> 01:20:36,072
เอามาแต่งภาพแล้วให้ชื่อโฆษณา

1861
01:20:36,058 --> 01:20:38,213
Diva unhedged

1862
01:20:39,399 --> 01:20:43,954
เลิกเกลียดกันเถอะใช่ไหมคะแล้วหันกลับมารักกัน

1863
01:20:43,880 --> 01:20:46,124
ตีความด้านเนื้อหา

1864
01:20:46,828 --> 01:20:51,455
ดูจากภาพตีความด้านเนื้อหาคืออะไรเนื้อหาคือ

1865
01:20:51,501 --> 01:20:56,903
การนำภาพของผู้นำประเทศที่มีความขัดแย้ง

1866
01:20:56,818 --> 01:20:57,401

1867
01:20:57,718 --> 01:20:58,180

1868
01:20:58,038 --> 01:21:02,404
ไม่มามีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

1869
01:21:03,798 --> 01:21:04,388

1870
01:21:04,318 --> 01:21:06,326
ตีความด้านน้ำเสียง

1871
01:21:06,618 --> 01:21:09,256
ผู้เขียนต้องการอะไรคะรู้สึกยังไง

1872
01:21:09,238 --> 01:21:11,762
ผู้เขียนรู้สึก

1873
01:21:12,127 --> 01:21:13,215
รู้สึกยังไงดี

1874
01:21:15,328 --> 01:21:16,398
หวังอะไร

1875
01:21:16,289 --> 01:21:17,454
ต้องการอะไร

1876
01:21:17,509 --> 01:21:23,283
ผู้เขียนต้องการให้เกิดสันติภาพใช่ไหมคะ

1877
01:21:23,469 --> 01:21:24,529
พรุ่งนี้

1878
01:21:24,558 --> 01:21:30,014
สิ่งที่เขาต้องการจะต้องการให้เกิดสันติภาพขึ้นในประเทศที่เป็นคู่

1879
01:21:29,877 --> 01:21:30,708
สงคราม

1880
01:21:30,897 --> 01:21:33,863
หรือเป็นผู้ที่มีความขัดแย้งกัน

1881
01:21:34,357 --> 01:21:36,808
ไม่ได้เอาภาพมาแต่งแค่ล้อเลียน

1882
01:21:36,919 --> 01:21:38,399
ไม่ได้ล้อเลียนนะ

1883
01:21:38,400 --> 01:21:44,029
แต่เป็นลักษณะของอะไรของการแฝงความต้องการนะคะ

1884
01:21:44,156 --> 01:21:48,001
พี่ต้องการให้เห็นหรือต้องการให้เกิดสันติภาพขึ้น

1885
01:21:47,997 --> 01:21:50,802
ในประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้งนี้

1886
01:21:51,078 --> 01:21:51,342

1887
01:21:51,597 --> 01:21:51,949

1888
01:21:52,036 --> 01:21:52,584

1889
01:21:52,678 --> 01:21:52,982

1890
01:21:53,517 --> 01:21:53,962

1891
01:21:55,878 --> 01:21:56,197

1892
01:21:56,137 --> 01:21:56,374

1893
01:21:56,327 --> 01:21:56,647

1894
01:21:56,716 --> 01:21:58,001

1895
01:21:58,696 --> 01:21:58,927

1896
01:21:59,146 --> 01:21:59,568

1897
01:21:59,987 --> 01:22:02,802
โฆษณาคราวนี้มาเพลงบ้าง

1898
01:22:02,736 --> 01:22:03,221

1899
01:22:03,246 --> 01:22:03,520

1900
01:22:03,636 --> 01:22:03,925

1901
01:22:04,078 --> 01:22:04,814

1902
01:22:05,106 --> 01:22:08,174
คุ้นๆไหมคะเนื้อความเพลงนี้

1903
01:22:08,186 --> 01:22:10,533
เพลงนี้นะคะ

1904
01:22:11,195 --> 01:22:11,428

1905
01:22:12,276 --> 01:22:14,850
มีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน

1906
01:22:15,096 --> 01:22:16,006

1907
01:22:16,256 --> 01:22:16,695

1908
01:22:16,577 --> 01:22:18,899
หน้าจอ

1909
01:22:19,135 --> 01:22:19,373

1910
01:22:19,586 --> 01:22:19,817

1911
01:22:19,835 --> 01:22:20,458

1912
01:22:20,417 --> 01:22:20,805

1913
01:22:20,867 --> 01:22:26,973
เป็นที่สัญญาณหรือว่าเป็นที่แล้วขออนุญาตเบรคแป๊บนึงนะคะเพราะว่าตอนนี้หน้าจอ

1914
01:22:26,886 --> 01:22:27,726
จากนี้

1915
01:22:28,110 --> 01:22:28,989

1916
01:22:28,935 --> 01:22:33,225
มีปัญหานะคะเดี๋ยวขอแก้ไขทางเทคนิคก่อนแป๊บนึงค่ะ

1917
01:22:33,296 --> 01:22:33,925

1918
01:22:33,996 --> 01:22:34,263

1919
01:22:37,645 --> 01:22:37,881

1920
01:22:38,226 --> 01:22:38,455

1921
01:25:23,952 --> 01:25:24,246

1922
01:28:34,597 --> 01:28:34,824

1923
01:29:32,125 --> 01:29:32,693

1924
01:29:33,464 --> 01:29:33,751

1925
01:29:33,785 --> 01:29:34,530

1926
01:29:34,494 --> 01:29:34,749

1927
01:29:37,305 --> 01:29:39,613

1928
01:29:39,625 --> 01:29:39,920

1929
01:29:42,436 --> 01:29:43,381

1930
01:29:43,524 --> 01:29:43,787

1931
01:29:44,035 --> 01:29:44,254

1932
01:29:44,225 --> 01:29:44,477

1933
01:29:47,624 --> 01:29:49,106

1934
01:29:49,164 --> 01:29:49,370

1935
01:29:49,357 --> 01:29:49,581

1936
01:30:07,615 --> 01:30:07,877

1937
01:30:19,914 --> 01:30:20,229

1938
01:30:34,906 --> 01:30:35,179

1939
01:30:35,282 --> 01:30:40,572
มาหรือยังคะภาษามาหรือยัง

1940
01:30:41,129 --> 01:30:43,358
กลับมาจากเข้าห้องน้ำหรือยัง

1941
01:30:43,485 --> 01:30:48,553
ไอ้นิดเดียวไข่นิดเดียวเดี๋ยวจะได้ทำงานต่อแล้วไอ้นิดนึงกูขอขยายนิดนึง

1942
01:30:48,541 --> 01:30:51,501
ขยายความราคาขยายความ

1943
01:30:51,683 --> 01:30:54,218
ถ้ากลับไปนั่งที่กลับไป

1944
01:31:08,275 --> 01:31:08,511

1945
01:31:12,253 --> 01:31:14,378

1946
01:31:17,052 --> 01:31:23,151
รักษาดูนะคะเมื่อกี้นี้นอกเหนือจาก

1947
01:31:23,073 --> 01:31:24,357
โฆษณา

1948
01:31:24,353 --> 01:31:25,383
ภาพนิ่ง

1949
01:31:25,312 --> 01:31:25,743

1950
01:31:26,342 --> 01:31:31,150
ก็ยังมีเพลงที่เราอาจจะต้องตีความ

1951
01:31:33,191 --> 01:31:36,593
ทำไมหน้าจอเล็กจังเดี๋ยวแป๊บนึงนะคะเดี๋ยวพวกขยายหน้าจอก่อน

1952
01:31:41,262 --> 01:31:41,515

1953
01:32:05,032 --> 01:32:06,174

1954
01:32:13,741 --> 01:32:14,580

1955
01:32:16,952 --> 01:32:17,189

1956
01:32:18,361 --> 01:32:18,649

1957
01:32:40,722 --> 01:32:45,569

1958
01:32:46,421 --> 01:32:46,661

1959
01:32:46,991 --> 01:32:47,926

1960
01:32:48,220 --> 01:32:52,662

1961
01:32:53,530 --> 01:32:56,324

1962
01:32:56,672 --> 01:32:56,869

1963
01:32:57,251 --> 01:32:57,459

1964
01:32:57,443 --> 01:32:57,808

1965
01:32:57,760 --> 01:32:58,183

1966
01:32:59,361 --> 01:32:59,897

1967
01:32:59,870 --> 01:33:00,191

1968
01:33:00,189 --> 01:33:00,440

1969
01:33:01,219 --> 01:33:01,582

1970
01:33:01,539 --> 01:33:02,769

1971
01:33:03,009 --> 01:33:03,435

1972
01:33:03,519 --> 01:33:04,405

1973
01:33:04,359 --> 01:33:05,302

1974
01:33:05,451 --> 01:33:06,462

1975
01:33:06,983 --> 01:33:09,035

1976
01:33:09,100 --> 01:33:09,543

1977
01:33:09,481 --> 01:33:09,904

1978
01:33:10,440 --> 01:33:11,440

1979
01:33:11,909 --> 01:33:12,357

1980
01:33:12,240 --> 01:33:12,806

1981
01:33:12,882 --> 01:33:13,506

1982
01:33:14,030 --> 01:33:16,205

1983
01:33:16,270 --> 01:33:16,785

1984
01:33:20,310 --> 01:33:25,740
OK จอเล็กก็ช่างไม่เป็นไรนะคะ

1985
01:33:25,619 --> 01:33:27,151
เพลงเพลงนึง

1986
01:33:27,800 --> 01:33:29,402
เพลงอมตะด้วย

1987
01:33:29,659 --> 01:33:30,063

1988
01:33:30,049 --> 01:33:30,602

1989
01:33:30,619 --> 01:33:31,440
รู้จัก

1990
01:33:31,519 --> 01:33:36,346
วงคาราบาวไหมคะรู้จักเพลงเดือนเพ็ญไหมคะ

1991
01:33:36,258 --> 01:33:39,184

1992
01:33:39,138 --> 01:33:42,177
เพลงเดือนเพ็ญเนื้อร้องเข้ายังไงนะ

1993
01:33:42,279 --> 01:33:48,840
เดือนเพ็ญแสงเย็นเห็นอร่ามนภาจำนวนดูงาม

1994
01:33:49,009 --> 01:33:51,971
เย็นชื่นหนอยามเมื่อลม

1995
01:33:52,020 --> 01:33:56,996
พัดมาใช่ไหมคะถ้าเรารู้จักเนื้อเพลงนะคะ

1996
01:33:56,949 --> 01:34:00,753
จากเนื้อเพลงที่เป็นเนื้อเพลงปัจจุบันนะคะ

1997
01:34:00,658 --> 01:34:02,841
ชื่อวัดเพลงเดือนเพ็ญ

1998
01:34:04,130 --> 01:34:04,374

1999
01:34:04,379 --> 01:34:06,408
ดูจากเนื้อความทั้งหมด

2000
01:34:06,368 --> 01:34:09,205
ถ้าตีความจากเนื้อหา

2001
01:34:09,310 --> 01:34:14,560
ตีความด้านเนื้อหาจะเป็นการกล่าวถึงความรู้สึก

2002
01:34:14,628 --> 01:34:15,586
ถึง

2003
01:34:15,588 --> 01:34:20,038
บ้านใช่ไหมคะคำว่าบ้านในที่นี้คือภูมิลำเนา

2004
01:34:20,018 --> 01:34:20,841
เดิม

2005
01:34:20,779 --> 01:34:25,229
เช่นคนนี้อาจจะไปทำงานที่ต่างจังหวัดแล้วคิดถึง

2006
01:34:25,197 --> 01:34:26,298
บ้านเกิด

2007
01:34:26,808 --> 01:34:32,704
สวยไหมคะแต่ทีนี้พอกลับมาดูในประเด็นของ

2008
01:34:32,821 --> 01:34:35,199
ที่มาของเพลงนี้ค่ะ

2009
01:34:35,259 --> 01:34:35,545

2010
01:34:35,457 --> 01:34:37,184
เราก็จะพบว่า

2011
01:34:37,178 --> 01:34:42,417
เพลงนี้นั้นนะคะมันไม่ได้มีความหมายอยู่แค่

2012
01:34:42,757 --> 01:34:45,314
การคิดถึงภูมิลำเนา

2013
01:34:45,639 --> 01:34:49,480
เราไปดูว่าเพลงนี้มีที่มายังไง

2014
01:34:49,608 --> 01:34:51,663
ผู้แต่งเพลงนี้

2015
01:34:51,657 --> 01:34:55,045
ไม่ใช่คุณแอ๊ดคาราบาวนะคะ

2016
01:34:54,987 --> 01:34:57,213
ผู้แต่งเพลงนี้คือ

2017
01:34:57,167 --> 01:34:59,942
อัศนีพลจันทร์

2018
01:34:59,928 --> 01:35:00,176

2019
01:35:00,117 --> 01:35:04,095
หรือที่ใช้นามปากกาว่านายผี

2020
01:35:04,090 --> 01:35:04,341

2021
01:35:04,217 --> 01:35:05,697
ให้ผีเป็นใคร

2022
01:35:05,616 --> 01:35:05,877

2023
01:35:05,818 --> 01:35:10,308
นายผีเป็นนักเขียนนักคิดเป็นกวีที่มี

2024
01:35:10,239 --> 01:35:11,600
ชื่อเสียง

2025
01:35:11,516 --> 01:35:17,208
ยุคเดียวกันกับช่วงของอาจารย์จิระนันท์พิตรปรีชาที่มีการต่อสู้เรียกร้อง

2026
01:35:17,095 --> 01:35:18,443
การเมืองนั่นแหละค่ะ

2027
01:35:18,627 --> 01:35:19,093

2028
01:35:18,886 --> 01:35:20,369
เป็นยุคเดียวกัน

2029
01:35:20,547 --> 01:35:24,811
ซึ่งตอนนั้นหลังจากที่ทหารได้ทำการ

2030
01:35:24,719 --> 01:35:26,403
วัดร้างนะคะ

2031
01:35:26,376 --> 01:35:30,139
กลุ่มของนักศึกษากลุ่มนี้ก็ได้

2032
01:35:30,026 --> 01:35:34,720
หนีออกไปแล้วไปอยู่ที่ตะเข็บชายแดน

2033
01:35:34,647 --> 01:35:37,139
ตะเข็บชายแดนนี้อยู่ที่ไหน

2034
01:35:37,587 --> 01:35:37,796

2035
01:35:38,297 --> 01:35:41,368
เขาว่ากันว่าตามประวัติคือ

2036
01:35:41,305 --> 01:35:41,542

2037
01:35:42,017 --> 01:35:45,069
คุณอัสนีเนี่ยไปอยู่ที่ประเทศลาว

2038
01:35:45,086 --> 01:35:47,454
ข้ามฝั่งไปอยู่ที่ประเทศลาว

2039
01:35:47,647 --> 01:35:50,582
แล้วนายประเทศลาวนั้น

2040
01:35:50,466 --> 01:35:55,542
บ้านใกล้เมืองพี่เมืองน้องเรานี่เองเนาะแต่กลับมาไม่ได้

2041
01:35:56,175 --> 01:36:00,912
อัสนีก็เลยแต่งเพลงนี้แทนความคิดถึง

2042
01:36:01,296 --> 01:36:03,723
คนที่อยู่ในประเทศ

2043
01:36:04,695 --> 01:36:04,968

2044
01:36:05,586 --> 01:36:07,276
เนื้อเพลง

2045
01:36:07,185 --> 01:36:11,192
ไม่ได้หมายความแค่เพียงคนในครอบครัว

2046
01:36:11,155 --> 01:36:11,607

2047
01:36:11,534 --> 01:36:17,324
แต่มันมีความหมายกว้างกว่านั้นหน้าตาดูต้นฉบับก่อนนะคะต้นฉบับ

2048
01:36:17,305 --> 01:36:19,040
เขาเขียนว่ายังไง

2049
01:36:18,975 --> 01:36:19,224

2050
01:36:19,415 --> 01:36:21,093
เขาเขียนว่า

2051
01:36:21,536 --> 01:36:27,215
กูอยากให้ไปดูสังเกตตัวนี้ค่ะสังเกตนี่ค่ะหน้าจอหน้านี้ค่ะ

2052
01:36:27,615 --> 01:36:30,644
ลมเอยจงเป็นสื่อให้

2053
01:36:30,634 --> 01:36:30,833

2054
01:36:30,827 --> 01:36:33,629
น้ำรักจากห้วงดวงใจ

2055
01:36:33,706 --> 01:36:37,309
ของข้านี้ไปบอกเขานะ

2056
01:36:37,235 --> 01:36:37,985
นา

2057
01:36:39,285 --> 01:36:39,958

2058
01:36:39,984 --> 01:36:45,439
ให้คนไทยรู้ว่าไม่นานลูกที่จากมาจะไปซบ

2059
01:36:45,374 --> 01:36:47,201
ในอก

2060
01:36:47,095 --> 01:36:48,328
แม่เกย

2061
01:36:49,086 --> 01:36:51,692
ถ้าดูจากประโยคนี้

2062
01:36:52,024 --> 01:36:55,999
ตรงนี้น่าจะเป็นสารสำคัญ

2063
01:36:56,013 --> 01:37:00,052
ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึงผู้ฟัง

2064
01:37:00,224 --> 01:37:00,494

2065
01:37:00,804 --> 01:37:06,390
ฟังกลุ่มนี้คือใครเขาบอกว่าฝากลมเป็นสื่อ

2066
01:37:07,147 --> 01:37:08,047

2067
01:37:08,046 --> 01:37:08,444

2068
01:37:08,233 --> 01:37:09,375
น้ำ

2069
01:37:09,575 --> 01:37:14,138
นะคะน้ำรักหนูน้ำรักนะน้ำรักจากห้วงดวงใจ

2070
01:37:14,194 --> 01:37:16,868
ให้ไปบอกอะไรเขา

2071
01:37:17,074 --> 01:37:17,718

2072
01:37:17,714 --> 01:37:18,579
นา

2073
01:37:18,613 --> 01:37:18,844

2074
01:37:18,814 --> 01:37:20,957
ให้ไปบอกเขานะนา

2075
01:37:20,924 --> 01:37:21,345

2076
01:37:21,374 --> 01:37:22,018

2077
01:37:22,133 --> 01:37:26,892
การตีความของผู้ที่นำเอาเพลงนี้ไปแต่งเพลงใหม่

2078
01:37:26,884 --> 01:37:28,944
จึงตีความว่า

2079
01:37:31,493 --> 01:37:36,917
นำรักจากห้วงดวงใจของข้านี้ไป

2080
01:37:36,874 --> 01:37:37,511
บอก

2081
01:37:37,893 --> 01:37:38,845
เขา

2082
01:37:38,986 --> 01:37:39,942
น้ำ

2083
01:37:39,944 --> 01:37:40,794
นา

2084
01:37:40,907 --> 01:37:43,786
หมายถึงอะไรคะภูเขา

2085
01:37:43,852 --> 01:37:46,791
แม่น้ำและท้องนา

2086
01:37:50,974 --> 01:37:56,525
ให้เมืองไทยคราวนี้นะคะคนที่เอามาแต่งใหม่มาเรียบเรียงใหม่

2087
01:37:56,413 --> 01:37:57,181
นะคะ

2088
01:37:57,624 --> 01:37:59,748
ให้ขยายความ

2089
01:37:59,682 --> 01:38:04,133
จากเดิมให้คนไทยใช่ไหมคะเหมือนไทยค่ะ

2090
01:38:04,414 --> 01:38:04,677

2091
01:38:04,674 --> 01:38:04,958

2092
01:38:05,313 --> 01:38:08,999
เพลงนี้มันจึงเกิดจากการตีความในมุมของ

2093
01:38:09,032 --> 01:38:11,281
ผู้ที่นำมาเรียบเรียง

2094
01:38:11,462 --> 01:38:11,758

2095
01:38:11,724 --> 01:38:12,532
ว่า

2096
01:38:12,494 --> 01:38:12,780

2097
01:38:13,252 --> 01:38:17,099
เพลงนี้นะคะมันมีความหมาย

2098
01:38:17,042 --> 01:38:19,042
จากคนแดนไกล

2099
01:38:18,963 --> 01:38:22,347
ส่งความคิดถึงมายังเมืองไทย

2100
01:38:22,413 --> 01:38:27,186
นะคะไม่นานลูกที่จากมาจะไปซบหน้าแทบอก

2101
01:38:27,034 --> 01:38:32,033
ของแม่แม่ในที่นี้เป็นแม่ผู้ให้กำเนิด

2102
01:38:32,162 --> 01:38:33,878
หรือหมายถึงอะไรคะ

2103
01:38:34,464 --> 01:38:37,586
แผ่นดินเกิดหรือประเทศไทย

2104
01:38:37,664 --> 01:38:39,720
นักศึกษาคิดว่าน่าจะเป็นอะไร

2105
01:38:40,422 --> 01:38:40,886

2106
01:38:40,742 --> 01:38:45,991
แผ่นดินไทยใช่ไหมคะเพราะมันจะไปคล้องกับอะไรคะ

2107
01:38:46,251 --> 01:38:49,221
เมืองไทยให้เมืองไทยรู้ว่า

2108
01:38:49,202 --> 01:38:56,198
ไม่นานเนี่ยนะคะจะกลับไปซบที่แผ่นดินเกิดดังนั้นคำว่าอกแม่คือแผ่นดินแม่

2109
01:38:56,443 --> 01:39:00,992
ไม่ได้หมายความถึงมารดาผู้ให้กำเนิด

2110
01:39:00,982 --> 01:39:01,807
นั่นเอง

2111
01:39:01,816 --> 01:39:03,338
ดังนั้น

2112
01:39:03,483 --> 01:39:07,752
ในเพลงที่เขานำมาเรียบเรียงใหม่ในปัจจุบัน

2113
01:39:07,653 --> 01:39:08,009

2114
01:39:07,972 --> 01:39:13,150
จึงมีการปรับคำใช้คำที่สื่อความ

2115
01:39:13,091 --> 01:39:13,512

2116
01:39:13,483 --> 01:39:15,804
จากการตีความ

2117
01:39:15,852 --> 01:39:16,942
ต้นฉบับ

2118
01:39:17,512 --> 01:39:17,750

2119
01:39:17,891 --> 01:39:22,259
เพราะคนเขียนลี้ภัยทางการเมืองเนาะ

2120
01:39:22,571 --> 01:39:28,091
พอมาถึงเพลงในยุคปัจจุบันนี้จึงได้เขียนหรือปรับข้อความให้มี

2121
01:39:28,013 --> 01:39:30,919
ความชัดเจนมากยิ่งขึ้นนะคะ

2122
01:39:30,841 --> 01:39:35,642
เมื่อกี้จัดคนไทยใช่ไหมคะต้นฉบับคือให้คนไทยรู้ว่าใช่ไหมคะ

2123
01:39:35,511 --> 01:39:35,778

2124
01:39:35,643 --> 01:39:38,196
อันนี้ต่อถึงประเทศเลยนะคะ

2125
01:39:38,271 --> 01:39:42,031
ต้นฉบับว่าให้คนที่อยู่เมืองไทยจะได้รู้นะคะ

2126
01:39:41,982 --> 01:39:44,405
คิดถึงนะคะ

2127
01:39:44,480 --> 01:39:46,545
แต่เพื่อความชัดเจน

2128
01:39:47,302 --> 01:39:47,560

2129
01:39:47,492 --> 01:39:49,311
เพลงนี้ก็เลยถูกนำมา

2130
01:39:49,224 --> 01:39:53,340
เขียนใหม่นะคะให้มีบริบทที่มันมีความชัดเจน

2131
01:39:53,321 --> 01:39:53,565

2132
01:39:53,510 --> 01:39:57,968
เราจะเห็นได้ว่าเวลาที่เราตีความมาค่ะ

2133
01:39:58,003 --> 01:39:58,278

2134
01:39:58,252 --> 01:40:01,974
บางอย่างเราอาจจะมองไม่เหมือนคนอื่นก็ได้

2135
01:40:02,551 --> 01:40:05,114
สิ่งที่ทำให้เรามองต่างมันมาจากอะไร

2136
01:40:05,881 --> 01:40:09,063
เขาบอกว่ามันมาจากประสบการณ์ค่ะ

2137
01:40:09,331 --> 01:40:09,552

2138
01:40:09,719 --> 01:40:09,982

2139
01:40:09,910 --> 01:40:10,183

2140
01:40:10,099 --> 01:40:13,641
คนที่รู้มากเห็นมากอ่านมาก

2141
01:40:13,570 --> 01:40:15,942
ย่อมมีประสบการณ์มาก

2142
01:40:15,870 --> 01:40:18,435
การตีความก็ยิ่งลึกซึ้งกว่า

2143
01:40:18,447 --> 01:40:18,669

2144
01:40:18,630 --> 01:40:24,886
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่อ่านน้อยกว่านั้นจะตีความได้แย่หรือ

2145
01:40:24,769 --> 01:40:26,124
ความได้ไม่ถูก

2146
01:40:26,051 --> 01:40:31,264
เพียงแต่การให้เหตุผลหรือการให้น้ำหนักของ

2147
01:40:31,440 --> 01:40:36,476
สิ่งที่เราตีความนะเนี่ยมันจะต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง

2148
01:40:36,372 --> 01:40:38,488
ดังนั้นนะคะ

2149
01:40:38,420 --> 01:40:44,394
การที่ให้ความเห็นที่แตกต่างจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

2150
01:40:44,699 --> 01:40:49,408
ดังบทประพันธ์ที่อยู่ในหน้าจอที่ว่านี้เขาบอกว่า

2151
01:40:49,439 --> 01:40:51,483
สองคนยลตามช่อง

2152
01:40:52,069 --> 01:40:54,562
คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม

2153
01:40:54,499 --> 01:40:54,906

2154
01:40:54,888 --> 01:40:57,091
อีกคนตาแหลมคม

2155
01:40:57,060 --> 01:40:59,936
มองเห็นดาวอยู่พราวพราย

2156
01:41:00,718 --> 01:41:06,216
ถ้านิยามของการตีความมันจะไปคล้องกับบทประพันธ์ใด

2157
01:41:05,969 --> 01:41:08,669
ขอให้น้าสารนึกถึงบทประพันธ์นี้ค่ะ

2158
01:41:08,728 --> 01:41:08,961

2159
01:41:08,978 --> 01:41:13,987
ว่าเราจะเห็นได้ลึกซึ้งจะเห็นดวงดาวหรือจะเห็นโคลนตม

2160
01:41:13,968 --> 01:41:14,248

2161
01:41:14,098 --> 01:41:16,629
มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์

2162
01:41:16,540 --> 01:41:22,497
การสร้างสมประสบการณ์ด้วยการอ่านจึงเป็นการลับคมสติปัญญา

2163
01:41:22,688 --> 01:41:24,366
และจะทำให้เรา

2164
01:41:24,358 --> 01:41:29,225
มีความลึกซึ้งและมีความกระจ่างแจ้ง

2165
01:41:29,159 --> 01:41:29,385

2166
01:41:29,350 --> 01:41:30,813
ในการคิด

2167
01:41:30,821 --> 01:41:32,026
วิเคราะห์

2168
01:41:32,428 --> 01:41:34,137
หาเหตุหาผล

2169
01:41:34,669 --> 01:41:39,619
ผ่านกระบวนการที่เราเรียกว่าอ่านตีความนั่นเอง

2170
01:41:41,968 --> 01:41:42,313

2171
01:41:42,229 --> 01:41:42,662

2172
01:41:42,998 --> 01:41:43,355

2173
01:41:44,919 --> 01:41:45,145

2174
01:41:46,130 --> 01:41:48,118
รักษาตัวนี้นะคะ

2175
01:41:48,118 --> 01:41:50,162
ดูจากข้อความ

2176
01:41:50,238 --> 01:41:54,504
อ่านธรรมดาก่อนก็ได้นะคะใครดูถูก

2177
01:41:54,409 --> 01:41:56,305
ดูหมิ่นศิลปะ

2178
01:41:56,318 --> 01:42:00,182
อนารยะไร้สกุลสถุลสัตว์

2179
01:42:00,417 --> 01:42:06,210
เราลิงค่างเสือสางกลางป่าชัฏใจมืดจัดกว่าน้ำหมึก

2180
01:42:06,128 --> 01:42:06,890

2181
01:42:06,827 --> 01:42:09,832
เพียงกินนอนสืบพันธุ์นั้นฤา

2182
01:42:09,841 --> 01:42:12,587
ชื่อว่าสิ่งประเสริฐเลิศล้ำ

2183
01:42:12,527 --> 01:42:12,814

2184
01:42:12,718 --> 01:42:14,969
อยากยโสกักขฬะ

2185
01:42:14,897 --> 01:42:15,727
ทำ

2186
01:42:15,669 --> 01:42:15,978

2187
01:42:15,926 --> 01:42:18,887
เหยียบย่ำทุกหย่อมหญ้าสาธารณ์

2188
01:42:18,807 --> 01:42:19,050

2189
01:42:19,058 --> 01:42:21,860
ภพหน้าอย่ามีรูปมนุษย์

2190
01:42:21,887 --> 01:42:25,073
กดเกิดในร่างดิรัจฉาน

2191
01:42:25,018 --> 01:42:25,286

2192
01:42:25,208 --> 01:42:28,550
หน้าติดดินกินขี้เลื้อยคลาน

2193
01:42:28,536 --> 01:42:28,780

2194
01:42:28,729 --> 01:42:32,268
ทรมานทุกข์ร้อนร้ายนิรันดร์

2195
01:42:32,328 --> 01:42:32,615

2196
01:42:32,580 --> 01:42:38,159
จากงานเขียนของอาจารย์อังคารกัลยาณพงศ์อาจารย์เจี๊ยบไปแล้วนะคะแต่ว่าจะเป็นสี

2197
01:42:37,967 --> 01:42:43,557
ชาตินะคะอาจารย์เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูง

2198
01:42:43,528 --> 01:42:44,544
มากนะคะ

2199
01:42:44,557 --> 01:42:49,929
ภาษาไทยบทประพันธ์นี้ถ้าตีความด้านเนื้อหาเขากล่าวถึง

2200
01:42:49,809 --> 01:42:50,691
อะไรคะ

2201
01:42:51,857 --> 01:42:53,201
เขากล่าวถึงอะไร

2202
01:42:53,526 --> 01:42:53,825

2203
01:42:55,839 --> 01:42:58,024
อังคารกล่าวถึงใคร

2204
01:42:58,076 --> 01:42:58,368

2205
01:43:00,194 --> 01:43:02,182
เป็นการกล่าว

2206
01:43:02,497 --> 01:43:02,718

2207
01:43:02,627 --> 01:43:05,778
ตำหนิติเตียนด่าทอไหมคะ

2208
01:43:05,887 --> 01:43:09,596
ใครคะด่าใครคะใครว่าใคร

2209
01:43:09,605 --> 01:43:09,842

2210
01:43:09,926 --> 01:43:14,406
ว่าคนที่ดูถูกงานศิลปะ

2211
01:43:15,048 --> 01:43:15,330

2212
01:43:16,648 --> 01:43:16,919

2213
01:43:17,286 --> 01:43:20,711
ดูจากข้อความความหมายที่สื่อออกมา

2214
01:43:20,947 --> 01:43:26,432
สาปแช่งขนาดไหนสาปแช่งขนาดที่ว่าพบหน้าอย่ามีรูปมนุษย์

2215
01:43:26,765 --> 01:43:29,473
ลองพูดเกิดในร่างดิรัจฉาน

2216
01:43:29,845 --> 01:43:32,161
สาปให้เป็นคนอีกไหมคะ

2217
01:43:32,537 --> 01:43:36,892
ทราบว่าอย่าได้เกิดเป็นคนอีกเลย

2218
01:43:37,607 --> 01:43:42,083
เพราะถ้าเกิดมาแล้วก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพียงคน

2219
01:43:42,205 --> 01:43:47,168
จิตใจเป็นไงอย่าช้าอย่าเพราะอะไรอย่าเพราะ

2220
01:43:47,016 --> 01:43:49,445
ดูถูกดูหมิ่นศิลปะ

2221
01:43:50,088 --> 01:43:54,008
นั่นแสดงว่าอาจารย์เชิดชูงาน

2222
01:43:53,934 --> 01:43:55,081
ศิลปะ

2223
01:43:55,285 --> 01:43:55,528

2224
01:43:55,606 --> 01:43:59,664
และถ้าใครที่คิดจะมาย่ำยี

2225
01:43:59,835 --> 01:44:01,483
ดูถูกดูหมิ่น

2226
01:44:02,585 --> 01:44:04,120
อาจารย์พร้อมที่จะ

2227
01:44:04,564 --> 01:44:05,793
สาปแช่ง

2228
01:44:05,784 --> 01:44:07,050
พร้อมที่จะ

2229
01:44:07,126 --> 01:44:08,276
ต่อต้าน

2230
01:44:08,484 --> 01:44:10,822
พร้อมที่จะต่อว่า

2231
01:44:10,786 --> 01:44:15,862
บางทีใช่ไหมคะครูอยากให้ดูตรงนี้ค่ะอารมณ์ความรู้สึก

2232
01:44:15,777 --> 01:44:16,424
เป็นยังไง

2233
01:44:17,195 --> 01:44:18,604
อารมณ์ความรู้สึก

2234
01:44:19,115 --> 01:44:24,900
ตอบแทนไหมคะเป็นอารมณ์โกรธแค้นใช่ไหมคะ

2235
01:44:24,885 --> 01:44:26,424
โกรธแค้นที่

2236
01:44:26,414 --> 01:44:30,089
มีผู้ดูถูกดูหมิ่นศิลปะ

2237
01:44:30,386 --> 01:44:33,733
คราวนี้กูอยากให้กลับไปดูอีกอย่างนึง

2238
01:44:34,235 --> 01:44:40,460
ลองพิจารณาดูซิว่าผู้เขียนเนี่ยค่ะเขาน่าจะเขียนบทประพันธ์นี้ในช่วง

2239
01:44:40,244 --> 01:44:41,687
วัยใดของเขา

2240
01:44:41,603 --> 01:44:43,985
ดูจากการใช้ภาษาแล้ว

2241
01:44:44,284 --> 01:44:45,579
คิดว่าเป็น

2242
01:44:45,504 --> 01:44:45,780

2243
01:44:45,765 --> 01:44:46,663
รุ่นไหน

2244
01:44:46,594 --> 01:44:47,513
วัยรุ่น

2245
01:44:47,553 --> 01:44:51,013
วัยผู้ใหญ่หรือว่าวัยผู้สูงอายุ

2246
01:44:51,146 --> 01:44:53,086
ภาษาคิดว่าใน 3 วันเนี้ย

2247
01:44:53,834 --> 01:44:55,255
อาจารย์เขียนในช่วงไหน

2248
01:44:55,433 --> 01:44:57,031
รู้จักการใช้ภาษา

2249
01:44:58,764 --> 01:44:58,965

2250
01:44:59,603 --> 01:44:59,861

2251
01:45:02,734 --> 01:45:04,000
ไปไหน

2252
01:45:04,083 --> 01:45:04,537

2253
01:45:04,593 --> 01:45:05,803
เด็ก

2254
01:45:05,753 --> 01:45:06,571
วัยรุ่น

2255
01:45:06,583 --> 01:45:07,527
ผู้ใหญ่

2256
01:45:08,124 --> 01:45:09,583
ไปสูงอายุ

2257
01:45:09,914 --> 01:45:10,122

2258
01:45:11,323 --> 01:45:15,930
ผู้ใหญ่ใช่ไหมคะคิดว่าเป็นใบผู้ใหญ่ใช่ไหมอ่ะคราวนี้มาดูซิ

2259
01:45:15,873 --> 01:45:17,200
ภาษาคะ

2260
01:45:17,284 --> 01:45:20,315
ปกติแล้วธรรมชาติของความเป็นผู้ใหญ่

2261
01:45:20,223 --> 01:45:20,437

2262
01:45:20,543 --> 01:45:24,338
เมื่อมีเหตุมากระทบสิ่งแรกที่ผู้ใหญ่

2263
01:45:24,263 --> 01:45:26,185
ต้องทำนั่นก็คือ

2264
01:45:26,244 --> 01:45:27,392
การนิ่งค่ะ

2265
01:45:27,722 --> 01:45:32,726
วุฒิภาวะของผู้ใหญ่จะมีสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

2266
01:45:34,704 --> 01:45:37,451
ดังนั้นภาษาแบบนี้

2267
01:45:38,425 --> 01:45:40,097
ดูจากประวัติ

2268
01:45:40,083 --> 01:45:45,150
เราจะเห็นว่าบทประพันธ์นี้เขียนตอนอาจารย์อายุ 18 ค่ะ

2269
01:45:45,523 --> 01:45:48,566
เข้าเรียนปี 1 ในมหาวิทยาลัย

2270
01:45:48,602 --> 01:45:51,847
แล้วสาขาที่ตนเองเลือกเรียนนั้น

2271
01:45:51,933 --> 01:45:57,331
เป็นสาขาที่มีผู้กล่าวว่าเรียนไปทำไม

2272
01:45:57,254 --> 01:45:59,395
เป็นศิลปินไส้แห้ง

2273
01:45:59,943 --> 01:46:03,417
เรียนไปทำไมศิลปะมันไม่มีประโยชน์

2274
01:46:03,983 --> 01:46:09,327
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30-40 ปีที่แล้วค่านิยมของสังคมไทยเป็นแบบนั้นจริง

2275
01:46:09,293 --> 01:46:09,688

2276
01:46:10,002 --> 01:46:10,282

2277
01:46:10,442 --> 01:46:10,674

2278
01:46:10,573 --> 01:46:16,245
มองว่างานศิลปะเป็นงานที่ไม่สร้างรายได้เป็นงานที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความรัก

2279
01:46:16,152 --> 01:46:17,132
หน่วยใดๆ

2280
01:46:17,882 --> 01:46:18,700
ใช่ไหม

2281
01:46:19,617 --> 01:46:21,357
ช่วงนั้น

2282
01:46:21,723 --> 01:46:26,236
อารมณ์และความรู้สึกของคนที่รักในงานศิลปะ

2283
01:46:26,464 --> 01:46:31,568
บันทึกพรุ่งพล่านภาษาที่ใช้มันจะมีความเดือดดาล

2284
01:46:32,423 --> 01:46:33,638
เข้มข้น

2285
01:46:35,112 --> 01:46:36,441
อยากมากนะ

2286
01:46:36,461 --> 01:46:37,302

2287
01:46:37,361 --> 01:46:39,035
ไม่มีคำหยาบเลยสักคำ

2288
01:46:39,602 --> 01:46:44,179
อ่านแล้วรู้สึกยังไงรู้ได้เลยว่าถ้าเป็นภาษาพูด

2289
01:46:44,342 --> 01:46:46,488
ชาวบ้านทั่วๆไปเขาว่ากันเนี่ย

2290
01:46:47,482 --> 01:46:50,567
มีสต๊อกมาเพ่นพ่านเต็มไปหมดเลยใช่ไหมคะ

2291
01:46:50,554 --> 01:46:50,776

2292
01:46:50,803 --> 01:46:53,750
แต่ในนี้ไม่มีคำหยาบเลย

2293
01:46:54,081 --> 01:46:54,390

2294
01:46:54,653 --> 01:46:59,692
มันไพเราะไปด้วยการเลือกสรรคำมาลง

2295
01:46:59,901 --> 01:47:04,067
แล้วทำให้เห็นว่าผู้เขียนมีความรู้สึก

2296
01:47:04,071 --> 01:47:06,191
เดือดดาลขนาดไหน

2297
01:47:07,972 --> 01:47:09,261
การตีความ

2298
01:47:09,323 --> 01:47:09,586

2299
01:47:09,714 --> 01:47:12,556
อ้าวต่อไปนะคะ

2300
01:47:13,615 --> 01:47:14,500

2301
01:47:14,513 --> 01:47:19,252
คำถามมีไหมคะหลังจากที่เราได้เรียนมาทั้งหมดแล้ว

2302
01:47:19,193 --> 01:47:25,379
เราก็จะเห็นว่าเวลาที่เราอ่านงานอะไรก็ตามแต่ไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์

2303
01:47:25,211 --> 01:47:27,125
น่าจะเป็นอ่านหนังสือ

2304
01:47:27,260 --> 01:47:32,525
ไม่ว่าจะเป็นการอ่านงานเขียนประเภทร้อยแก้วทุกประเภทร้อยกรองทุกแบบ

2305
01:47:33,602 --> 01:47:37,342
เวลาอาจถ้าเราเจอในเรื่องของสัญลักษณ์เนาะ

2306
01:47:37,192 --> 01:47:40,091
ในเรื่องของการมีการ

2307
01:47:40,131 --> 01:47:41,482
ตีความว่า

2308
01:47:41,612 --> 01:47:45,402
สิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อหรือเจตนาในการส่งสาร

2309
01:47:45,451 --> 01:47:51,708
รวมไปถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนที่มีอยู่ในงานเขียนนานๆเนี่ยนะคะเราจะเห็นได้ไง

2310
01:47:51,411 --> 01:47:52,325
ที่เลย

2311
01:47:52,632 --> 01:47:56,617
แม้แต่ในงานเขียนที่เป็นลักษณะของงานที่เป็นบทความ

2312
01:47:57,172 --> 01:48:00,061
บทความเนี่ยหน้าวิเคราะห์มากนะคะ

2313
01:48:00,001 --> 01:48:05,430
แต่สำหรับพวกเรานะคะด้วยเวลาเนาะกว่าจะทำให้เราอาจจะต้องลด

2314
01:48:05,312 --> 01:48:10,649
เรื่องของการอ่านบทความตรงนี้ลงไปแต่สิ่งที่ครูจะให้พวกเราทำ

2315
01:48:10,501 --> 01:48:14,215
นั่นก็คือนายหน้า 100

2316
01:48:14,160 --> 01:48:14,717

2317
01:48:15,180 --> 01:48:15,461

2318
01:48:15,880 --> 01:48:17,848
เป็นหัวข้อ

2319
01:48:17,870 --> 01:48:18,634
Bot

2320
01:48:18,572 --> 01:48:20,799
ประพันธ์ที่ชื่อว่า

2321
01:48:20,880 --> 01:48:21,862
ซ่อน

2322
01:48:22,422 --> 01:48:28,906
ซ่อนอะไรอาจารย์ศักดิ์สิริมีสมสืบเขียนเอาไว้ในหนังสือที่

2323
01:48:28,691 --> 01:48:31,601
ชื่อว่ามือนั้นสีขาว

2324
01:48:31,902 --> 01:48:36,771
อยากให้พวกเราลองอ่านแล้วตอบคำถาม 2 ข้อ

2325
01:48:37,284 --> 01:48:40,038
ตีความด้านน้ำเสียง

2326
01:48:40,289 --> 01:48:43,422
2 ตีความด้านเนื้อหา

2327
01:48:43,562 --> 01:48:43,846

2328
01:48:43,939 --> 01:48:48,840
นักศึกษาไม่ต้องเขียนลงกระดาษหนังสือพิมพ์ในมือถือก็ได้ค่ะ

2329
01:48:49,261 --> 01:48:52,868
ตอบโจทย์ข้อที่ 1 กับโจทย์ข้อที่ 2

2330
01:48:53,480 --> 01:48:59,185
รักนั้นแคปหน้าจอนะคะหรือแคปข้อความที่เราพิมพ์เนี่ย

2331
01:48:59,380 --> 01:49:02,127
ใส่ในอัลบั้มในไลน์กลุ่มให้ครูหน่อย

2332
01:49:02,450 --> 01:49:05,366
กูจะเอากลับไปอ่านแล้วลงคะแนนให้

2333
01:49:05,280 --> 01:49:08,843
ว่าเธอตีความเรื่องซ่อนนี้ว่าอย่างไร

2334
01:49:11,099 --> 01:49:11,375

2335
01:49:12,129 --> 01:49:12,414

2336
01:49:12,578 --> 01:49:12,991

2337
01:49:13,538 --> 01:49:13,750

2338
01:49:14,628 --> 01:49:21,159
ส่งวันไหนส่งวันนี้นะคะห้องอื่นเขาก็ส่งในชั่วโมงห้องเรานะคะ

2339
01:49:21,289 --> 01:49:27,273
อนุญาตให้ส่งได้ถึง 18:00 น นะคะส่งมานะคะอัพรูปเข้าไปใน LINE กลุ่มนะคะ

2340
01:49:27,368 --> 01:49:30,436
แล้วเดี๋ยวกูจะรอตรวจแล้วลงคะแนนให้

2341
01:49:32,050 --> 01:49:34,626
มีใครสงสัย

2342
01:49:36,029 --> 01:49:36,623

2343
01:49:36,729 --> 01:49:38,138
เนื้อหา

2344
01:49:38,199 --> 01:49:42,055
สงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับเรื่อง

2345
01:49:42,168 --> 01:49:45,727
เนื้อหาทั้งหมดในวันนี้รวมถึงงานการบ้านหรือเปล่า

2346
01:49:45,892 --> 01:49:48,655
ถามได้เลยค่ะมีปัญหาอะไรน้อมีไหม

2347
01:49:50,759 --> 01:49:51,909
มีไหมจ๊ะ

2348
01:49:51,909 --> 01:49:54,145
แก

2349
01:49:54,220 --> 01:49:54,580

2350
01:49:55,051 --> 01:49:55,285

2351
01:49:55,439 --> 01:50:00,841
ถ้าไม่มีนะคะงั้นชั่วโมงนี้เอาไว้

2352
01:50:00,757 --> 01:50:02,384
แค่นี้นะคะแล้วแต่

2353
01:50:02,228 --> 01:50:04,039
เราจะมา

2354
01:50:03,960 --> 01:50:10,054
บรรณนิทัศน์หนังสือกันนะคะเราจะมาทำการแนะนำหนังสือ

2355
01:50:09,977 --> 01:50:13,455
แต่ก่อนจะแนะนำมันต้องมีการวิเคราะห์ก่อนนอนนะคะ

2356
01:50:13,440 --> 01:50:13,660

2357
01:50:13,630 --> 01:50:18,842
แจ้งความมา 4 ความแล้วก็มาวิเคราะห์กันเพื่อที่จะทำในรูปแบบของการบัตรนิทัศน์

2358
01:50:19,198 --> 01:50:19,739

2359
01:50:19,718 --> 01:50:24,984
โอเคงั้นชั่วโมงนี้แค่นี้ก่อนนะคะสวัสดีค่ะ

2360
01:50:24,960 --> 01:50:25,501

2361
01:50:27,717 --> 01:50:30,192
ขอบคุณล่ามด้วยนะคะ

2362
01:50:33,358 --> 01:50:36,485

2363
01:51:18,137 --> 01:51:22,508
กัญญาณัฐค่ะ

2364
01:51:22,876 --> 01:51:23,206

2365
01:51:23,197 --> 01:51:23,429

2366
01:51:23,458 --> 01:51:25,168
กัญญารัตน์

2367
01:51:25,440 --> 01:51:25,862

2368
01:51:25,827 --> 01:51:28,045
จิราภา

2369
01:51:27,996 --> 01:51:29,846
จุฑามาศ

2370
01:51:29,797 --> 01:51:31,463
ชนิกานต์

2371
01:51:31,395 --> 01:51:31,826

2372
01:51:32,937 --> 01:51:35,577
ชลิตา

2373
01:51:36,269 --> 01:51:36,565

2374
01:51:36,969 --> 01:51:37,937
Line

