--- title: การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ (บ่าย) 041066 ตู่ มาริก subtitle: date: วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2566 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์) ฮัลโหลครับ ล่ามได้ยินไหมครับ ฮัลโหล ฮัลโหล ฮัลโหล เสียงไม่ออก ไอ้นี่คือเอกสารที่ครูแจกเป็นชุดไปให้น่ะ ให้ที่เนื้ออยู่ในไฟล์ วันนี้ใช้ 2 ไฟล์นี้ คือนี้ไอ้ไฟล์ 1 ไฟล์ภาคผนวก ก. มันจะเป็นเอกสารได้ 2 บาทเป็นเอกสาร หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เรียกว่า "หลักสูตร 44" นะครับ ตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงบทสุดท้ายแล้วนะครับ มันก็คือบทที่ 10 บทที่ 10 นี่ว่าด้วยเรื่องอะไร บทที่ 10 นี้ว่าด้วยเรื่องที่เราจะต้องใช้เมื่อเราไปประกอบเมื่อเราไปปฏิบัติหน้าที่ครูนะครับ บทที่ 10 นี้นะครับ เป็นบทที่เราจะต้องใช้เมื่อเราไปปฏิบัติหน้าที่ครู ก็คือการวัดและผลการเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่งการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนนี้ เนื่องจากว่าตอนนี้เด็กประถมมัธยมของเรานี่ อยู่ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 นะครับ ฉะนั้น บทนี้จึงพูดด้วยเรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 นะครับ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นี้นะครับ เขามีหน่วยงานหนึ่งนะครับ ชื่อว่าสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา เขาอยู่กระทรวงศึกษาธิการนะครับ หน่วยงานที่เข้าได้กำหนดแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลนะครับ เขาได้กำหนดแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551ออกมา กำหนดแนวปฏิบัติการออกมานะครับ และทุกโรงเรียนเรียนจะต้องเอาแนวปฏิบัติการนี้ไปปฏิบัตินะครับ พูดถึงตรงนี้จำเป็นที่ครูจะต้องทำความเข้าใจบางเรื่องกันเสียก่อนนะครับ สิ่งที่ต้องเข้าใจ ก็คือตัวนี้ครับ อันนี้ครูพูดถึงแล้ว หลักสูตร ครูอาจจะเคยพูดกับเรามาทีหนึ่งแล้ว วันนี้ครูต้องพูดซ้ำนิดหนึ่งนะครับ อันนี้เป็นหน้าของเอกสารหลักสูตร ก็คือตัวฉบับล่าสุดจริง ๆ เลย อันนี้เป็นหลักสูตรประถม ที่เราเห็นตอนนี้นะครับ ตอนต้น หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายฉบับปรับปรุงปี 33 นะครับ เล่มไหนบ้างล่ะ เล่มต่อไปนี้ครับ อันนี้เป็นหลักสูตรประถมศึกษาครับ เรียน ป. 1 ถึง ม. 6 เล่มนี้เป็นหลักสูตรศึกษาตอนต้น เรียน ม. 1 ถึง ม. 3 เล่มนี้เป็นหลักสูตร ม. ปลาย เรียน ม.4 ถึง ม.6 3 เล่มที่ครูเอ่ยถึงเมื่อกี้นี้ 3 เล่มที่ครูเอ่ยถึเมื่อกี้เนี้ยหลักสูตรประถม หลักสูตรม.ต้น ม.ปลาย 3 เล่มนะครับ ก็คือเล่มนี้นะครับ 3 เล่มนี้นะ หลักสูตรประถมหลักสูตรม.ต้นสมุทรปราการเป็นหลักสูตรของปี 13ปี 33 สังเกตว่าเดิมนั้นจะมีหลักสูตร 3 ระดับคือประถม คือ ม. ต้น กับ ม. ปลาย ปี 44 มีการพัฒนาหลักสูตรขึ้นในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เลยเรียกว่า "หลักสูตร 44" นะครับ เรียนตั้งแต่ ม. 1 ถึง ม. 6 หลักสูตรนี้เกิดขึ้นโดยมีนัยยะสำคัญก็ถือว่าในช่วงปีก่อนปี 44 นั้นนะครับ เรามีหลักสูตรที่แบ่งเป็น 3 ระดับ คือม.ต้น กับประถมม. ต้น ม. ปลาย นักวิชาการศึกษา รวมทั้งครูบาอาจารย์คุณครูที่โรงเรียนน่าจะตกผลึกกันว่าคุณเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ โรงเรียนเป็นแหล่งของความรู้ความสามารถ และครู และโรงเรียนนี่ฃะต้องเป็นคนใช้หลักสูตรเอง และครูก็มีความพร้อมด้านความรู้ความสามารถแล้ว จึงเห็นควรว่าให้โรงเรียนจะต้องทำหลักสูตรขึ้นเอง โดยหน่วยการกลางคือกระทรวงศึกษาธิการนะครับ เป็นหน่วยสนับสนุนหรือกำหนดเกณฑ์บางอย่างเป็นของกลางให้นะครับ แล้วให้โรงเรียนไปจัดทำเองเป็นหลักสูตรของโรงเรียน เรียกว่า "หลักสูตรสถานศึกษา" เพราะฉะนั้นหน่วยงานกลางจึงมีหน้าที่ในการทำถึงจะเรียกว่า "ตัวกลางประเมิน" คือ ฉบับเขียว ๆ นี้แหละเขียว ๆ นี่แหละหมายเลขหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วก็ให้โรงเรียนนำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนี่ไปทำไปหลักสูตรที่โรงเรียนต้องการและใช้ได้จริงตามบริบทของเรียนหลักสูตรสถานศึกษา โดยในปีแรกนั้นเขาสับสนแต่ความช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น คู่มือ วิธีการสร้างอะไรต่าง ๆ โดยไม่ทำให้ โดยไม่ทำให้ โรงเรียนมีหน้าที่ในการทำเอง เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นคำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา หนังสือคู่มือการ สอนรวมทั้งหน่วยการเรียนรู้ และระเบียบการวัดและประเมินผล ซึ่งเดิมนี่ เดิมในหลักสูตร 44 นี่ ไอ้หลักสูตรเดิม เดิม เดิมนี่กระทรวงทำให้ ทำให้หมดเลย ทั้งหลักสูตร ทั้งเอกสารประกอบหลักสูตร ทั้งหนังสือ ทั้งคู่มือ รวมทั้งทำพวกเอกสาร หนังสือสื่อนะครับมาให้ครุมีหน้าที่ในการใช้ เดิมนะเดิมกระทรวงทำให้ รวมทั้งทำระเบียบ รวมทั้งในนี้นี่ รวมทั้งระเบียบเลยระเบียบวัดและประเมินผล ทำให้เหมดเลย แปลว่าอย่างไร แปลว่าทุกโรงเรียนใช้เหมือนกัน เหมือนกันโรงเรียนศิริเชียงราย เป็นโรงเรียน... ขอนแก่นเป็นโรงเรียนอยู่ภาคใต้ อยู่ที่ไหนก็ช่างใช้เอกสารตัวเดียวกัน หลักสูตรบูรณาการหนังสือราชการคู่มือเดียวกันรวมทั้งระเบียบวัดประเมินผลใช้อันเดียวกันหมดเลยครูก็มีหน้าที่ในการนำไปใช้ ไม่ได้มีหน้าที่ในการผลิตพอมาถึงยุค 44 เขามีความเชื่อว่าโรงเรียนมีความสามารถจึงทำหลักสูตรฉบับที่ครูเอ่ยถึงเมื่อกี้นี้ขึ้นมา คือ หลักสูตร 44 นี่ขึ้นมา และหลักสูตร 44 นี้มอบหมายให้เป็นภาระหน้าที่ของครูและโรงเรียนในการปฏิบัติโดยกำหนดสิ่งที่เป็นดังกล่าวมาให้ ครูต้องทำแล้ว ชุดนี้นะ โรงเรียนต้องทำเองทุกอย่างเลยรวมทั้งระเบียบด้วยระเบียบวัดและประเมินผลด้วย สื่อ หนังสือ โครงสร้างรายวิชา คำอ่านคำอธิบายรายวิชา คู่มือครู ทำเองหมดเลย หลักสูตรนั้นเรียกว่าหลักสูตรสถานศึกษา ก็มีการพัฒนาหรือใช้ไประยะหนึ่ง หลักสูตรก็จะต้องมีการปรับปรุงจะมีการปรับปรุงเขาก็ปรับปรุงหลักสูตร จากหลักสูตร 44 มาเป็นหลักสูตรปี 51 หลักสูตรปี 51 ยังคงสอนป.1 ถึง ม.6 อยู่นะครับ หลักสูตรน่าจะเป็นหลักสูตรที่ลักษณะเดียวกัน แต่ถูกเรียกชื่อใหม่จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังมีความคิดเดิมอยู่ คือ โรงเรียนจะต้องทำเอง หลักสูตรที่ใช้ประจำโรงเรียนเรียกว่าหลักสูตรสถานศึกษา โครงสร้างรายวิชา และอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ ระเบียบวัดและประเมินผล รวมส่วนกลางไม่ทำให้ แต่ส่วนกลางชัดเจนขึ้นคือทำออกแนวปฏิบัติกลางหรือแกนกลางมาให้ จึงเรียกหลักสูตรแกนกลางแนวปฏิบัติการโรงเรียนเอาไปทำเองให้เป็นหลักสูตรสถานศึกษารวมทั้งเอกสารต่าง ๆ คู่มือต่าง ๆ นี่คือหน้าตาตอนนี้ครูจะขอตัดหลักสูตร 4 ออก ไอ้หลักสูตร 51 เป็นตัวแทนของเป็นหลักสูตรเก่ากับหลักสูตรใหม่เราจะพบว่าไม่น่าจะมี 2 กลุ่มหลักสูตรกลุ่มเก่า ก็คือหลักสูตรประถม เรียน ป. 1 ถึง ป. 6 หลักสูตรม.ต้น ม.1 ถึง ม.3 เตรียมอนุบาล 3 ล่าสุดหมอปลายม 4 ถึงม 6หลักสูตรใหม่สูตร 51 หลักสูตรนี้เหรียญตั้งแต่ป 1-6 มีภาพเก่าล่าสุดใหม่นะมีคณะปกรูปถัดไปก็คือข้างในมันอันไหนอันนี้เป็นหลักสูตรประถมนะครับ นี่คือประถม นี่ ม. ต้น นี่คือ ม. ปลาย ชุดนี้เป็นหลักสูตรเก่าคุยเห็นหน้าตาและตัวข้างล่างนี่เป็นหลักสูตรใหม่คือหลักสูตร 51 สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างที่บอกว่าหลักสูตรเก่าทำให้หมดนะ หลักสูตรใหม่ไม่ทำให้เลย เรามาดูหน้าตาหลักสูตรเก่าก่อน นี่คือเอกสารหลักสูตรในสมัยปี 33 ตัวที่ครูขีดต่อไปนี้เป็นของอนุบาล อันนี้เป็นของอนุบาลตัวนี้เป็นของประถม อันนี้อนุบาล ตัวแดงประถม และน่าจะเป็นตัวสีเขียวอันนี้เป็นของมัธยมต้นและปลาย เพราะฉะนั้นถ้าดูจากหน้านี้พบว่าสมัยก่อนนี่เขาทำให้หมดนะ อันนี้ตัวหลักสูตรไอ้นี่ก็คือหลักฐานการศึกษาหรือว่าทั้งหมดเลย ทั้งตัวหนังสือก็ทำให้ส่วนที่เป็นหลักฐานการศึกษาก็ทำให้ นี่ . 3 ชั้นทำรายละเอียดลงไป อย่างเช่น อันแรกของประถมก่อนนี่ของประถม จะสังเกตว่าชุดนี้เป็นของป. 6 เอกสารซองนี้สีเดียวกัน ของ ป.6 เอกสารอันอื่นด้วยนะ อันนี้เป็นของประถม อันนี้คือข้างในมันนะ ข้างในมันตารางนะครับ คราวนี้ดูของมัธยม มัธยม นี่ของมัเข้าไหนก่อนแล้วสุดท้ายเป็นของอนุบาลข้างในของมัน ที่ครูเปิดให้ดูนี่ครูกำลังจะบอกว่าไอ้ตัวหลักสูตรเก่าครับ ตัวหลักสูตรเก่า ไอ้ตัวหลักสูตรเก่านี่ทำให้หมดเลย ตัวหลักสูตรใหม่นี่แต่ปี 44 กับ 51 นี่นะ ตอนนี้ครูใช้ตัว 51 เองครับ โรงเรียนทำเอง กระทรวงสนับสนุน เพราะฉะนั้น จึง... ของบทที่ 10 บทที่ 10 ว่าตอนนี้เรากำลังจะเรียนเพื่อที่จะต้องไปทำเองนะ เรียนไปทำเอง เราจะต้องเรียนไปเรียนเพื่อไปทำเอง ครูจะ Stop Shard แล้ว เป็นที่มาของการเรียนบทที่ 10 เขาว่าวันที่ 10 นี้เป็นหน้าที่หลักของครูคือครูจะต้องไปทำหน้าที่ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งตอนนี้เป็นหลักสูตรใหม่ คือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรงเขาไม่ทำให้ครูต้องทำเอง มีความสำคัญแต่ยังไงก็ตามกระทรวงก็ต้องควบคุมกระทรวงศึกษาออกแนวปฏิบัติการโดยหน่วยงานที่ว่าสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้ออกแนวปฏิบัติกลางออกมานะครับ แนวปฏิบัตินี้เป็นตัวควบคุมเฉย ๆ โรงเรียนจะต้องเอาแนวปฏิบัติไปทำสิ่งที่เรียกว่า "ระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้สถานศึกษาของตนเอง โรงเรียนจะต้องเอาความรู้นี้ไปทำระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการศึกษา ซึง่อยู่ตรงไหนก็อยู่น่าจะเป็นหน้าเกือบสุดท้ายของหน้า การจัดทำระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษา สถานศึกษาสถานศึกษามีภาระหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษา จะต้องจัดทำระเบียบขึ้นมาใช้เอง นะครับ แต่จะต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของหลักสูตรแกนกลางปี 51 นะครับ ตามข้อกำหนดแกน กลางปี 51 กลับมา เพราะฉะนั้น บทนี้ที่เรียนไปเพื่อที่จะต้องมีความรู้เขาจะไปทำระเบียบประจำเดือนให้ถูกต้องรวมทั้งความรู้จะนำไปสู่การสอบบรรจุข้าราชการครูด้วยนะครับ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษานี่ได้กำหนดแนวปฏิบัติ เพื่อใช้ในการจัดทำระเบียบ หรือไปใช้ในการประเมินผลนักเรียน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้นะครับ รายละเอียดต่อไปนี้ครูอาจจะพูดไม่ละเอียดทั้งหมดนะ ครูจะพูดหลัก ๆ รวมทั้งในตัวระเบียบนี่ บางเรื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงทุก ๆ ปีบางครั้ง 2-3 บางเรื่องก็จะบอกว่าตรงนี้มันมีการเปลี่ยนเรื่องแรกเลยของแนวทางนะครับ คือ หลักการ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนนี่ หลักสูตร 51 เขียนหลักการไว้ว่าอย่างไร หลักสูตร 51 เขียนหลักการไว้ทั้งหมด เป็นข้อนะข้อแนวข้อสอบบรรจุ เริ่มที่ข้อแรกให้สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วม อย่างนี้ออกข้อสอบบรรจุข้าราชการบ่อยมาก เช่น ถามว่าเด็กชายสมชายเป็นนักเรียนชั้น ป. 2 ผู้ที่มีหน้าที่ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กชายสมชายคือใคร ก. ครูประจำวิชา ข. ครูประจำชั้น ค. ผู้อำนวยการโรงเรียน ง. สถานศึกษา คำตอบ ก็คือต้องตอบสถานศึกษา ถึงแม้เราจะเห็นว่าคนทำคือครูก็ช่าง บทนี้รวมทั้งการสอบบรรจุได้เป็นเรื่องของกฎหมายระเบียบจะต้องตอบตามตัวหนังสือเท่านั้นนะครับ ถ้ามีจ จาน สถานศึกษา โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ก็ต้องเลือก จ. แทน ที่มีหน้าที่คือสถานศึกษาโดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมคำตอบตามตัวหนังสือสิ่งที่เห็นที่เคยที่เจอ นะครับ 2. ข้อนี้ก็เหมือนกับข้อที่ 1 ข้อ 2 เกือบทุกปีทุกหลักสูตรด้วย 2 ข้อแรกปีทุกหลักสูตรกับทุกปีด้วยซ้ำ การวัดและประเมินผลให้มี 3 จุดมุ่งหมาย คือ 1. วัดเพื่อปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน อันนี้เน้นที่นักเรียน 2. เน้นเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ คือ เน้นที่ตัวครู และ 3. ทำการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนจุดประสงค์ของหลักสูตรมี 3 ด้านขณะที่หลักสูตร 44 กับหลักสูตรปี 33 ข้อ 2 จะไม่เหมือนกันบางปีเขียนว่าเพื่อปรับปรุงและตัดสินอย่างนี้ไม่เหมือนกัน เริ่มจำไม่ได้ของใครของมันความสำคัญ 1. สถานศึกษามีผู้มีเป็นผู้นี้นะที่ในการวัดและประเมินผล 2. ก็คือไอ้ประเมินจุดประสงค์ 3 ประการ คือ เพื่อพัฒนาปรับปรุงผู้เรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียนเพื่อจัดการเรียนรู้พัฒนาการจัดการเรียนรู้ เพื่อตัดสินผลการเรียน เรื่องที่ 3 ให้มีการวัดผลใน 4 เรื่องต่อไปนี้ นะครับ 1. ก็คือให้วัดในกลุ่มสาระซึ่งก็คือการวัดมาตรฐานและตัวชี้วัดในกลุ่มสาระ 2. วัดการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 3. ลักษณะอันพึงประสงค์ และ 4 วัดการพัฒนาผู้เรียน การวัดและประเมินผลจะต้องมี 4 ส่วนนะ 4 ส่วน 1 2 3 4 ส่วน และเขาจะเรียกให้ 4 ส่วนนี้ว่าองค์ประกอบ เรียกไอ้ 4 ส่วนนี้นะครับ เรียก องค์ประกอบ แล้วมันจะไปปรากฏอยู่ในหลักฐานการศึกษาด้วย ครูเปรียบเทียบให้ดู อันนี้เป็นหลักฐาน หลักฐานการจบ น่าจะพวกนี้มั้งไม่ใช่อันนี้แบบฝึกหัดม.ปลาย ครูจะได้เห็นนะ ก่อนเขารายงานการจบการศึกษานะ เขาจะรายงาน 4 เรื่องนะครับ อันนี้คือภาพรวมมีรายละเอียดด้วย 1. รายงานเรื่องกลุ่มสาระ 2. รายงานเรื่องอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 3. รายงานเรื่องลักษณะอันพึงประสงค์ และ 4. รายงานเรื่องกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนครับ 4 เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะฉะนั้น 3 ข้อแรกนี่นับว่าเป็นไฮไลท์หรือจุดสนใจเลย ก็คือ 1.สถานศึกษามีผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการประกันประเมินให้ประเมิน 3 ด้านคือพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการจัดการเรียนรู้นาฏศิลป์ผล 3. ให้ประเมินอยู่ 4 เรื่องกลุ่มสาระ 2. อ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 3. ลักษณะอุปสงค์ และ 4. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งต่อไปนี้... ข้อ 4 ให้การวัดและประเมินผลนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อวัดได้อย่างรอบด้านนะครับ ทั้งความรู้ความคิดกระบวนการพฤติกรรมเจตคติเหมาะสมกับธรรมชาติวิชาระดับชั้นของผู้เรียนอยู่บนพื้นฐานของความเที่ยงตรงที่ทำแล้วก็เชื่อถือได้ พูดง่าย ๆ ว่าขอให้สอนไปประเมินไป 5. ให้ประเมินผู้เรียนจากพัฒนาการ แต่เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนเราก็จะเห็นพัฒนาการไปตามการสอน แล้วก็ประเมินพัฒนาการเป็นสำคัญ ดูความประพฤติสังเกตพฤติกรรม การทำกิจกรรมร่วมกับการสอบไปพร้อมกับการจัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสมนะครับ ตามแต่ระดับและรูปแบบการศึกษา ทำใหม่รูปแบบการศึกษาก็เช่นการศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาในระบบโรงเรียนโรงเรียนพวกเรานี่แหละโรงเรียนอนุบาลดอกบัว โรงเรียนขามสะแกแสง โรงเรียนบัวใหญ่ ในโรงเรียนกับนอกนี้ก็คือศูนย์ รวมทั้งแบบที่พ่อแม่สอนเองระบบ Home Shool หรือบ้านเรียนที่สอนโรงเรียนดนตรี กีตาร์หรือโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนกีฬา ความสามารถที่ดีขึ้นเองในตัวผู้เรียน เช่น การเป็นนักกีฬาและนักดนตรีรวมทั้งการฝึกอบรมเรียนศาสนารูปแบบการศึกษาขึ้นเขาเปิดโอกาสตั้งแต่ปี 44 แล้ว แต่ก่อนนั้นเขาไม่เปิดโอกาสนะครับ 6. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ตรวจสอบผลการเรียนรู้ ถ้าเราพอนึกได้พอนึกออก สมัยตอนประถมนี่ เขาจะแจกสมุดพกกับให้ผู้ปกครองดู จะมีหน้าที่ช่วงนี้เราเคยเปิดดูนะการเรียนดีร่างกายแข็งแรงสุขภาพสมบูรณ์ นี่ค่ือเล่มนี้แหละ เอาไว้แจกเพื่อให้เราได้ตรวจสอบผู้ปกครองส่วนท้องถิ่นได้ตรวจสอบผลการเรียนเป็นอย่างไร ให้มีการเทียบโอน หลักสูตร 44 โอนทางระหว่างการศึกษาทางระหว่างรูปแบบการศึกษาอย่างครูนี่ มีน้องเรียนชื่อเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือซิโก้ เป็นนักกีฬาฟุตบอลเก่งมาก แต่ละสูตรเก่าไม่ให้เขานะ เขาจะเก่งปานใดก็ไม่นับ ขาดสอบก็ถือว่าขาด ทำคะแนนได้ไม่ดี หรือว่ามีอะไรล่ะ ปฏิบัติขาดการปฏิบัติและอะไรก็ช่าง สมมติ ฟุตบอลซิกโก้ 21-7-18 เขาไม่ถือว่าความสามารถหรือรูปแบบอื่น ๆ พึ่งมาประเมินให้ได้แต่ปัจจุบันถ้าเป็นในปัจจุบันเพราะมันเป็นหนึ่งในรูปแบบที่เขาเก่งเอง แล้วก็ไปโรงเรียนกีฬา แล้วก็ไปอบรมดนตรีมาอะไรอย่างนี้ก็ให้หมดในปัจจุบัน แต่ต้องเป็นการโอนนะ ก็ 8. ข้อสุดท้ายสถานศึกษาที่มีหน้าที่ในการจัดทำเอกสาร เพื่อใช้เป็นหลักฐานประเมินผลผู้เรียน เป็นหลักฐานแสดงการรับรองผลการเรียน นักเรียนจะใช้เรียนต่อไปใช้ทำงานแต่ว่าโรงเรียนต้องทำเอง พูดถึงอะไรอยู่ ครูพูดถึงรูปนี้อยู่หลักฐานที่ครูเคยไปนี่ สถานที่ครูกำลังเห็นอยู่นะนี่นะครับ หรือข้างในจะเป็นรายละเอียดของประถม รวมทั้งเอกสารที่เห็นข้างในมันอยู่ในแบบนี้นะครับ รวมทั้งเอกสารของมัธยมที่ประมาณ ไอ้ตัวหลักสูตร 51 ให้โรงเรียนจัดทำเองครับ เกือบทั้งหมดหรือเป็นส่วนใหญ่เลยนะครับ เพราะเขาบอกว่าต้องเชื่อว่าครูยุคใหม่มีความสามารถก็เช่นกันก็เลยไม่ทำให้การจัดทำยกเว้นเอกสารสำคัญบางประการ นะครับ ก็จะเรียนกันด้วย หาเอานะเอาล่ะนะ ที่ 1 ไป หลักการวัดรักการอ่านวัดและประเมินผลตามหลักสูตร 51 นะครับ 2. อย่างที่ครูบอกไปแล้ว มันจะมีหัวข้อ 1 ถึงข้อที่ 3 มันจะถูกเลขหลายองค์ประกอบข้อที่ 2 องค์ประกอบ เวลาวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตร 51 มันมีเรื่องที่ต้องวัดอะไรบ้าง ที่สำคัญ ๆ เขาเรียกกันว่า องค์ประกอบ องค์ประกอบในการวัดและประเมินผลให้มีอยู่ 4 เรื่อง 4 เรื่องที่ 1 ก็คือการวัดประเมินผลตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งมี 8 กลุ่มนะครับ อันที่ 1 กลุ่มสาระ โดยให้วัดเป็นราย โดยวิชาพื้นฐานให้ดูที่ตัวชี้วัด พื้นฐานนะ ให้ดูที่ตัววิชา ตัวชี้วัดถ้าเป็นวิชาเพิ่มเติมให้ดูที่ผลการเรียนรู้ โดยสรุป ก็คือองค์ประกอบที่1 ก็คือให้วัดและประเมินตามกลุ่มสาระ ดูที่วิชาฉันถามอยู่ที่ตัวชี้วัดเพิ่มเติมดูที่ผลการเรียนรู้ องค์ประกอบ ที่ 2 มากับองค์ปรที่ 2การประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน นะครับ อ่าน คิด วิเคราะห์ แล้วก็เขียน ก็คือคนเรานี่จะต้องอ่านเพื่อทำความเข้าใจหรือรับรู้ข้อมูล จากนั้นจึงนำข้อมูลนั้นมาคิดวิเคราะห์ เพื่อให้ผลไต่ตรองเพื่อปฏิบัติหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ เพื่อจะแก้ปัญหาก็จะใช้งานจะต้องมีความรู้ในการอ่านก่อน เสร็จก็อาจจะต้องมีการสื่อสารเช่นการเขียนการพูดการ แต่เขารวบรวมกันว่าอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนนี่คือองค์ประกอบที่ 2องค์ประกอบที่ 3 ก็คือลักษณะอันพึงประสงค์ที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียนหลังจบ นั่นคือสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นเป็นทักษะที่ดี 8 อันนี้ต้องจำให้ได้ ปี 51 52 53 ข้อสอบบรรจุออกเลขนี้ทุกปีช่วงนี้ก็เริ่มแผ่วล่ะ แต่ว่าต้องจำไม่ได้อยู่ดีนะแกหรอกนะ แต่ละลักษณะมีอะไรบ้าง รักชาติศาสน์กษัตริย์ซื่อสัตย์สุจริตมีวินัยใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง มุ่งในการทำงาน รักความเป็นไทยแล้วก็มีจิตสาธารณะนี่คือคำสั่ง รวมกับที่ 3องค์ประกอบที่ 4 การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากความรู้ก็ต้องพัฒนาตัวผู้เรียนด้วย กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนะครับ ก็จะมีอยู่ 3 ด้านนะครับ อันที่ 1 ก็คือกิจกรรมแนะแนว อันที่ 2 กิจกรรมนักเรียน ไอ้ตัวกิจการนักเรียนแบ่งเป็น 2 เรื่องย่อย ๆ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มวินัยเสือเนตรนารีนักศึกษาวิชาทหารที่เกี่ยวกับชมรมชุมนุมองค์ประกอบที่ 3 ก็คือประกอบเรื่องของกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ถ้าเรานึกถึงมัธยมออก ก็คือตอนใส่ชุดสีฟ้าคราม ๆ นะครับ โรงเรียนก็จะพาเราไปทัศนศึกษา เรียนรู้ต่าง ๆ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 3 อย่างนี้เรียกรวมกันว่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมี 3 ด้าน เพราะฉะนั้น องค์ประกอบก็เลยมี 4 ตัว 1 ก็คือกลุ่มสาระ 2 .ก็คืออ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 3. ก็คือลักษณะอันพึงประสงค์และ 4. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็น 4 เรื่องใหญ่ที่ต้องได้รับการประเมินในระดับประถมมัธยมนะครับ พูดถึงการประเมินบ้างทีนี้ เกณฑ์การวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัดและประเมินนี่ มันจะแบ่งเป็นประถมกับมัธยม ประถมก่อนอย่างละเอียดจะมาเนี้ก็เพราะมึงส่วนหนึ่งซ้ำกันกับประถม ละเอียดพูดถึงเกณฑ์การวัดและประเมินผลระดับประถมเรื่องแรกที่จะพูดถึงการตัดสินคนการตัดสินผลการเรียนนี่เขากำหนดให้ดู 4 ข้อ กับอีก 1 วรรค ที่ชัด ๆ เลย ในมี 4 ข้อนี่วรรคนี้มันจะต้องปรากฏองค์ประกอบ 4 เรื่องแน่ ๆ ครูขีดก่อนเลย 1. ก็คือตัวชี้วัด นีก็คือกลุ่มสาระ ทุกวิชา ทุกวิชาพื้นฐานนี่กลุ่มสาระที่ 1 กลุ่มที่ 2 ก็คือประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนประเมินลักษณะอันพึงประสงค์กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพราะฉะนั้นการตัดสินผลอะไรก็ช่างวัดประเมินผลต้องมีองค์ประกอบที่มีปรากฏอยู่ข้อที่ 1 ผู้เรียนจะต้องตัดสินผลได้นะ ต้องมี 80 อะไรกันทั้งหมดโดยประถมนี่ ครูประจำชั้นเป็นคนนับเวลาเรียน เด็กชาย A ตอนเช้ามาโรงเรียนตอนเที่ยงป่วยปวดท้องกลับบ้าน ขาดครึ่งวัน เด็กชาย A ต่อมาไปตลาดกับแม่ ขาด แม่มาส่งรวมแล้ว 1 วัน เรียนเป็นวัน ประถมเรียนประมาณ 200 วันขึ้นไป เพราะฉะนั้น เวลาเรียนอย่างน้อยประมาณ 80 วัน เป็น 80 เปอร์เซ็นต์ และนับเวลาเรียนเป็นวัน1 ก็คือเรื่องเวลานี่ 2 ก็คือเรื่องการประเมินตัวชี้วัดกลุ่มสาระนอกจากประเมินแล้วต้องผ่านด้วย 3. จะต้องตัดสินผลทุกวิชา คำว่า "ตัดสินผล" คือ ต้องออกเกรด ไม่ว่าจะเป็น 0 1 2 3 4 01 1.5 2 2.5 หรือว่าติด 0 มส. ไอ้นี่ ยังไม่ตัดสิน แล้วค่อยติด ร. ติด มส. ไม่จบนะ เลื่อนชั้นไม่ได้นะไปติดให้ได้เพราะมันคือว่าตัดสิน 4 อีก 3 เรื่องที่อ่านคิดวิเคราะห์และเขียนลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและกลับมาเน้นย้ำว่าเกณฑ์การประเมินตัวชี้วัดจะต้องผ่านทุกกลุ่มสาระรายวิชาพื้นฐาน อันแรก คือ การตัดสินตัดสินเสร็จเกรดแล้วการให้ระดับผลการเรียน เราเพิ่งเรียนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง ครูบอกแล้วว่าในหลักสูตรมันจะมีคำที่ไม่ได้ว่าตัดเกรดใช้คำว่าระดับผลการเรียนหลักสูตรก่อนนะนี่ ว่าผลการเรียน ชื่อต่างไปแต่ที่จำเป็นกลางกลางที่เรียกกันในการตัดเกรดเมื่อคนตัดสินคนได้ก็มาตัดเกรด การตัดเกรดนี่ มันก็จะตัดตาม 4 องค์ประกอบทีละตัว อันแรกตัดสินตามกลุ่มสาระก่อน ให้ตัดสินเป็นรายวิชา โดยให้ตัดเป็น 8 เกรด หรือวิธีอื่น ๆ ซึ่งประถมมีให้ 6 วิธีวิธีที่ 1 อย่างน้อยล่ะ วิธีที่ 2 เป็นตัวเลขไทย วิธีที่ 3 เป็นภาษาอังกฤษ วิธีที่ 4 เป็นระดับคุณภาพแบบหนึ่ง วิธี 5 เป็นระดับคุณภาพ 2วิธีที่ 6 เป็นระดับคุณภาพ เลือกได้แบบใดแบบนึงกระทรวงศึกษาธิการโดยโรงเรียนมักจะเลือกแบบที่ 2 นี่ เพราะคุ้นเคยมาก เป็นระบบแบบเกรดที่เราใช้กันแปลว่าไม่ใช้ระบบนี้ก็ได้นะ ก็ได้ แต่ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะมีเกมที่มันคล้องต้องการ การได้ 0 นี่ ก็คือช่วงคะแนน 0-49 เหลือแต่ว่าไม่ผ่าน หรือได้ F เกิดโจทย์ถามว่าเด็กชายดำ 10 เป็นเด็กชาย ป. 5 40ศูนย์แปลว่าอะไร ก. ตกขอไม่ผ่านขอไม่ผ่านเอเย่นต์ทุก ๆ ข้อต้องตอบไม่ผ่านเท่านั้นเอกสาร ทั้งนี้ระบบพวกที่เห็นนี่ เมื่อก่อนนี่ตอนครุเขาใช้ระบบร้อยละ อันดับที่ตารางพัฒนาเป็นตัวเลขมันเคยใช้มาหมดแล้ว ส่วนระบบที่เป็นตัวอักษร a b c d มักใช้ในโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนนานาชาติ รวมทั้งโรงเรียนบางแห่งที่มีเด็กไปเรียนต่างประเทศบ่อย จะต้องจัดทำระเบียบวัดและประเมินผล เพื่อจะแปลเป็นฉบับภาษาอังกฤษก็ใช้แบบนี้ เกรดรวมมีทั้งหมด 6 แบบ การตัดเกรดที่ 2 ก็คือการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนนี่ เดี๋ยวให้รถไอ้ติมไปก่อนนะแป๊บหนึ่ง เอาล่ะ เหมือนจะ... ยัง ๆ เดี๋ยวนะแป๊บหนึ่งนะ กำลังจะไป เปลี่ยนเป็นเลขอะไรครับ องค์ประกอบก็จะมี 4 องค์ประกอบนะ 1. กลุ่มสาระ 2. การคิดวิเคราะห์และเขียน 3. ลักษณะอันพึงประสงค์ 4. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ทีนี้ การให้ระดับผลการเรียนหรือการตัดเกรดในหัวข้อที่ 2 คือการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนบทที่ 2 แบบฝึกหัดเก็บไว้ก่อนก็ได้การประเมินอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนก็มีแค่ 2 อย่าง คือ ผ่านกลับไม่ผ่านนะครับ แต่เขายังให้ละเอียดของการผ่านด้วย ว่าการผ่านนี่สามารถให้รายละเอียดได้ 3 แบบคือผ่านแบบดีเยี่ยม ผ่านแบบดี และผ่านแบบผ่าน แต่ 3 อย่างนี้ก็คือผ่านนะ กับไม่ผ่าน ดีเยี่ยมก็น่าจะแปลว่าดีเลิศอยู่เสมอ ดี ก็หมายถึงว่าเป็นที่ยอมรับ ผ่าน ก็คือมีข้อบกพร่องเป็นบางประการ ไม่ผ่านนะ มีข้อบกพร่องต้องปรับปรุงหลายประการนะครับ นี่คือองค์ประกอบที่ 2 การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนมีผ่านกับไม่ผ่าน แต่ตอนนี้ผ่านนั้นมีรายละเอียดย่อยได้นี่ คือดีเยี่ยมดีนะ การประเมินองค์ประกอบที่ 3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่นเดียวกันกับอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนเลย มี 2 เกรดใหญ่คือผ่านกับไม่ผ่าน ผ่านกับไม่ผ่าน กรณีผ่านก็ทำที่เดียวกัน ก็คือยอมให้มีการว่าเป็นผ่านแบบดีเยี่ยมผ่านแบบดี และผ่านแบบผ่าน เหมือนกับการคิดวิเคราะห์ส่วนดีเยี่ยมดีผ่านนั้นเป็นอย่างไรคงไม่อธิบาย เพราะมีละเอียดเยอะไปอ่านเองนะครับ องค์ประกอบที่ 4 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนี้ มีทั้งหมด 3 กิจกรรมเราเขียนไปแล้วนะ มีทั้งหมด 3 กิจกรรม ก็คือ 1. กิจกรรมแนะแนว 2 กิจกรรมนักเรียนแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มวินัยเสือเนตรนารีพวกนี้กับกลุ่มชุมนุมแบบที่ 3 คือเตรียมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ที่กลุ่มเสื้อฟ้าสีครามพาไปเที่ยวนี่นะครับ เพราะฉะนั้น 3 องค์ประกอบนะ แนะแนวนักเรียนและบำเพ็ญประโยชน์ ประโยชน์ มี 3 อย่าง เวลาประเมินให้ดู 3 เรื่องในทุกกิจกรรมเลยนะ ก็คือ 1. ให้ดูเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรม 2. ให้ดูการปฏิบัติกิจกรรม และ 3. ให้ดูผลงานจากการปฏิบัติกิจกรรม ไอ้ตัวนี้บางทีก็จริงจังครับ แม้แต่โรงเรียนเดียวกันก็จริงจังไม่เท่ากัน แต่ไม่จริงจังเลยพอเข้าชมรมชุมนุมปุ๊บเช็กชื่อทำอย่างดีไปหมด ได้อย่างนี้ก็มีเจตนาที่จะให้เด็กได้มีเวลาเข้ากิจกรรม ให้เด็กได้ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลของมันก็จะพัฒนา โรงเรียนเสียส่วนหนึ่ง ไม่บอกว่ามากหรือน้อยนะ ทำไม่ครบก็เลยอาจจะดูขาดไปผลการทำกิจกรรมทั้งหมดออกเกรด การออกเกรดมี 2 อย่าง ก็คือเขตเกรด ผ. กับเกรด มผ. ผ. แบบว่าผ่านเกณฑ์ ผ่านเกณฑ์ตรวจถามว่า มผ. คืออะไร ไม่ผ่านไม่ผ่านเกณฑ์ไม่ผ่านผิดไม่ตัดไม่ผ่านเกณฑ์ส่วนเกรด 0 ก็คือไม่ผ่านไม่เหมือนกันนะก็จำไม่ได้เด็กได้ มผ. ให้ทางสาขาทำการซ่อมเสริม แล้วก็เปลี่ยน มผ. เป็น ผ และต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ท้ายที่สุดเหตุสุดวิสัยให้ดูด้วยไม่ได้ของสถานศึกษาสังเกตไหมคะ ไม่ใช่คนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาเป็นส่วนใหญ่ นะครับ การให้เกรด 4 กลุ่ม กลุ่มสาระ อ่านคิดวิเคราะห์และเขียน ลักษณะอันพึงประสงค์ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หัวข้อถัดไป ป.1 ขึ้น ป.2 ป.2 ขึ้น ป.3 ป. 4 ขึ้น ป.5 ป.5 ขึ้น ป.6 ขึ้นมาก็บอกว่าเล่นฉันแต่ถ้าปอหกไปมอหนึ่งต้องจบก่อนถึงไปสอบเข้า เรียกว่า "จบการศึกษา" ประถมศึกษาม. 3 ม. 4 ก็ไม่เรียกว่าเริ่มจะเรียกว่าจบการศึกษาภาคบังคับ จะไปเรียนปริญญาตรีจบหลักสูตรหรือจบการศึกษาระดับชั้นก็คือ ป. 1 ถึง ป. 2 ประถมก็จะมีข้ออนุโลมเยอะกว่ามัธยมผู้เรียนที่มีข้อบกพร่องเล็กน้อยถึงความจำเป็นบางอย่างปฐมนี่ เด็กอยู่ก็การผู้ใดมีข้อเป็นป้องเพียงเล็กน้อยและสังเกตเห็นว่าจะซ่อมเสริมได้หมดเลยไม่ค่อยเป็นคนลงนะครับ อาจผ่อนให้เลื่นอชั้นได้ โดยมีเกณฑ์ดังต่อไปนี้ เรื่องเล่นเวลาจะต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. ต้องประเมินตัวชี้วัดกลุ่มสาระและต้องผ่านด้วย 3. ก็ต้องตัดสินผล ติด 0 ได้ ติด ร. ติด มส. ไม่ได้ต้องตัดสินผล ต้องรออีก 3 นอกจากเลขที่ 1 คือกลุ่มสาระแล้วนะครับ ในเรื่องอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนประสงค์ ลักษณะอันพึงประสงค์ ลักษณะผู้เรียนองค์ประกอบรวมทั้งเวลาเรียนครบก็อนุญาตให้เลื่อนได้ เลื่อนชั้นนะครับ ซึ่งมันจะคล้าย ๆ กับจัดขึ้นฐานจะต้องผ่านทุกตัวชี้วัดเขาก็ยังเน้นในเรื่องของกลุ่มสาระอยู่ นี่คือเลื่อนชั้น ไอ้การเลื่อนชั้นนี่มันมีการเลื่อนชั้นระหว่างปีละชั้น ปีนี้ เขาเปิดโอกาสสำหรับเด็กที่มีสติปัญญา หรือมีความสามารถเป็นเลิศ อนุญาตให้เลื่อนชั้นได้ เช่น เทอมนี้อยู่ป. 2 เทอม 1 อยู่ ป. 2 เทอมหน้า Annabelle 2 เต็ม 2 ให้กลายเป็นป 3 เทอม 2 อย่างนี้เตือนฉันให้พาฉันการเลื่อนชั้นหรือพัดระหว่างปีนี่ต้องเป็นแค่เป็นคณะกรรมการสังเกตนะ มันก็มีตัวคนนะครับ มาเป็นคนเดิมโดยการเลื่อนชั้นระหว่างปีนี่ให้เลื่อนชั้นได้แค่ 1 ระดับชั้น ป 2 ป 3 ป 2 ป 5 นี้ไม่ได้นะหรือว่า ป.4 ไป ป.5 อย่างนี้ไม่ใช่ ป.4 ไป ป.6 อย่างนี้ต้องให้เสร็จก่อนเทอม 2 แล้วผู้ปกครองผู้เรียนจะต้องยินยอม การเรียนซ้ำชั้น ประถมมัธยมก็มีซ้ำชั้น ซ้ำชั้นคืออะไร คือการเรียนซ้ำเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เกิดในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในชั้นที่สูงขึ้น ดังนั้น จึงต้อง 3 ชั้น สถานศึกษามาแล้วตั้งกรรมการคำนึงถึงวุฒิภาวะของผู้เรียนเป็นหลัก ผู้เรียนที่ไม่มีคุณสมบัติในการเลื่อนชั้น ไม่มีส่วนในการเล่นชั้นอาหารเสริมป้องไอ้เรียนซ้ำบังคับให้ซ้ำยกเว้นกรณีต่อไปนี้ต่อไปนี้เป็นอนุโลมเยอะมาก แต่ประถมมัธยมกับอนุปริญญา 1 อันรวมนะคะ ส่งแล้วการเลื่อนชั้นมีข้ออนุโลม 3 ข้อใดต่อไปนี้ ก็คือ 1. หากผู้เรียนมีเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ด้วยเหตุสุดวิสัย แต่เรื่องอื่น ๆ ดีครบถ้วน 2. ผู้เรียนมีมาตรฐานการรู้ตัวชั่วไม่ถึงเกณฑ์ในบางวิชา แต่คิดว่าจะซ่อมเสริมด้านได้ในปีถัดไป เรียนครบ เลื่อนก็เลื่อน 3. นี่แหละเป็นตัวสำคัญตัวเอง ต้องมีวิชาในวิชาภาษาไทยกับวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในเกณฑ์พอใช้เพราะประถมต้นต้องรู้เครื่องมือการเรียนรู้คือต้องรู้คณิตและภาษาไทย ถ้าไม่รู้ภาษาไทยจะเป็นอุปสรรคก็อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ คิดเลขไม่เป็น ก็จะเรียนในชั้นโตขึ้นลำบาก เพราะฉะนั้น จะต้องเคร่งครัดที่ภาษาไทยกับคณิตศาสตร์ แต่ม. ปลาย ก็ดู 4 วิชา ก็คือไทยคณิตวิทย์สังคม 4 วิชา ฺสาระหลักอีก 4 ตัวที่เหลือการสอนซ่อมเสริมบ้านเมื่อเสริมคือ เก่งอยู่แล้วซ่อมคือไม่เก่ง แต่โดยพื้นฐานแล้วมักจะดูความหมายการซ่อมเป็นหลักนะคะ การซ่อมเสริมดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. ดำเนินการในกรณีที่ผู้เรียนมีความรู้ทักษะไม่พอที่จะเรียน 2. ผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ทักษะออกมาให้เห็นได้ระหว่างการเรียน 3. จะซ่อมเสริมก็ต่อเมื่อผู้เรียนมีผลประเมินปลายปีต่ำกว่าเกณฑ์การประเมิน พูดง่าย ๆ ว่าติด 0 จะต้องซ่อมเสริมก่อนสอบแก้ตัว การซ่อมเสริมทำเอกสารกรณี ถามว่าการจัดการซ่อมเสริมให้เด็กชาย A เด็กชาย A ต้องเข้าข่ายในกรณีใด ก็จะคนนี้หรือกรณีใดไม่เข้าข่ายการสอนซ่อมเสริม จบบ้างเกณฑ์ การจบเด็กจบประถม อาศัย 5 ข้อ ซึ่งเมื่อก่อนคือ 4 ข้อ วัดนั่นแหละเดียวกันนั่นแหละแต่ก็เห็นชัดขึ้น สังเกตมันจะมีเรื่องกลุ่มสาระ อ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาผู้เรียน สำคัญมากองค์ประกอบนะ 1 2 3 4 อ่านเป็นข้อ ๆ อ่านเป็นข้อ ๆ แล้วกัน เกณฑ์การจบระดับประถม จะจบได้ต้องเรียนก่อนนะครับ เรียนวิชาพื้นฐานวิชาเพิ่มเติมและกิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างของหลักสูตรให้ครบ 2. เมื่อท่านครบแล้ว การประเมินรายวิชาพื้นฐานกลุ่มสาระจะต้องผ่านลักษณะก็ต้องผ่าน อย่างนี้จบประถมได้ แต่จบประถมนี่ ไม่จบการศึกษานะต้องไปเรียน ใม. 1 ต่อเปลี่ยนกระจกจากโรงเรียนอื่นไม่มีม. 1 ต่อก็ต้องสอบเข้านักเรียนม. 1 ต่อจะจบได้ต้องถึง ม. 3 เพราะเป็นการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ฉะนั้น จบประถมเฉย ๆ ต้องไปเรียนต่อ ไม่เรียนต่อผิดกฎหมายผู้ปกครองถูกดำเนินคดี ประถมจบไปแล้ว กลับไปบางส่วนคล้ายบางเรื่องก็จะพูด เรื่องแลกการตัดสินผลจะมา 4 ข้อ 1 วรรค 1 2 3 4 5 เหมือนปฐมเลยเกือบเหมือนกันทุกประการเลยชัดเจนคือต้องมีประเด็นเรื่องนี้ 1 ก็คือกลุ่มสาระสาระเดือนที่ 2 จะต้องมีวิเคราะห์พูดง่าย ๆ ว่า ม. ต้น ม. ปลาย ต้องประเมิน 4 เรื่องนี้การตัดสินผลระดับมัธยมวันที่ 1 อยู่ที่ให้ตัดสินเป็นวิชาและต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของของวิชาเรียนนั้น ๆ ต่างกันกับผสมแค่นี้แหละ ทีเดียวทั้งวันเลยแต่มัธยมวิชาใครวิชามัน เช่น 8 โมงครึ่งถึง 9 โมงครึ่ง วิชาครูเอ เราไม่ชอบคุยหรอกค่ะ บ่อยนักคืออะไร ไม่ครบวิชานั้นติด มส. ไม่มีสิทธิ์สอบ 9:00 น 10:00 น ชอบอาจารย์บี เรียนประจำเลยไม่เป็นไรคิดเป็นวิชาวิชา แนะนำปฐมเลยก็คือข้อ 2 แล้วการต้องผ่า 3 เท่ากับ 0 ผลทุกวิชาก็ติด 0 ได้ ติดมส.กับร. ไม่ได้อันนี้ไม่จบนะ ไม่ได้ปฏิเสธไม่เป็นไร ตัวตัดสินต้องติดในขอบเขตที่กำหนดได้นะ 3. ประเมินอ่านคิดวิเคราะห์รวมทั้งวันสุดท้าย ก็คือวิชาพื้นฐานจะต้องผ่านทุกรายวิชาเมื่อตัดสิ้นผลเสร็จก็ให้เกรด เราก็เรียนไปแล้วอย่างที่บอก เกรดมัธยมประถมประถมมีการตัดเกรดทั้งหมด 6 แบบ มัธยมมีแบบเดียวและเป็นแบบ 8 เกรด นี่เป็นแบบนี้มีแบบเดียวนะ และที่เหมือนผสมกับเธอ 0-49 และข้อความที่ใช้ก็คือ 0 คือต่ำกว่าเกณฑ์ ต้องจำให้ดี มีเกรดแบบเดียว กรณีที่เป็นโรงเรียนเอกชน โรงเรียนที่เป็นโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติอะไรที่เป็นนักเรียนที่จะไปเรียนต่างประเทศเขาจะทำระเบียบว่าด้วยการแปล โรงเรียนที่จะไปเรียนต่างประเทศแต่เรียนโรงเรียนที่เป็นหลักสูตรต่างประเทศ เขาจะมาอย่างนี้ B+ B พวกนี้นะครับ วันนี้ก็ทำแต่ต้น บางโรงเรียนก็ทำเป็นระเบียบว่าด้วยการแปลฉบับแปล จะได้หน่วยกิตประถม ไม่นับหน่วยกิต แต่มันนับก็ต่อเมื่อได้เกรด 1 ขึ้นไปถึงจะนับหน่วยกิต กรณีที่ไม่สามารถให้เกรดได้ อันนี้สำคัญมากเลย ให้ใช้อักษรต่อไปนี้คือ มส. ก็คือไม่มีสิทธิ์เข้าสอบปลายภาคเรียน ด้วยเหตุ ก็คือเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ก็ก็เป็นวิชาการวิชามันนะ มม. ร. ยังรอการตัดสินหรือยังตัดสินผลไม่ได้ อาจงานไม่ครบ ยังไม่ได้สอบบางประการ หรือมีเหตุผลอื่น ๆ เจ้าเคยตัดต่อไม่ได้ อันนี้ก็ติดต่อไม่ได้แปลว่าปกป้องเสริมเข้าไป อันแรกเป็นกลุ่มสาระที่ 2. การประเมินอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนเหมือนประถมเลย คือมี 2 เกรดก็ผ่านครับ ไม่ผ่านตอนนี้ผ่านมี 3 อย่าง ก็คือดีเยี่ยมและผมกับที่ 3ลักษณะอันพึงประสงค์ ก็เหมือนกันปกติ ก็คือมีเก็บต้องเก็บที่ผ่านหรือไม่ผ่าน มี 3 อย่างเหมือนกันเลย คือ ดี เยี่ยมดี แล้วก็ผ่าน เหมือนกันมาถึงองค์ประกอบสุดท้ายประกอบด้วย กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนี่ มี 3 แบบเหมือนกันนี่ ก็คือเรื่องกิจกรรมแนะแนว 2. กิจกรรมนักเรียน ไอ้ตัวนักเรียนนี่ แบ่งเป็น 2 ตัวก็คือกิจกรรมกลุ่มลูกเสือเนตรนารีกับชุมชน และองค์ประกอบที่ 3 นะสัที่สามารถเตรียมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนก็คือเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์นึกว่ากิจกรรมเคลือบสีครามที่พักเป็นนักศึกษาไปบ่อย ๆ ทั้ง 3 ลักษณะกิจกรรมในทุก ๆ กิจกรรม ชมรมชุมนุมอะไรก็ช่างให้ดู 3 เรื่องเหมือนเดิมเลยมันประถมวัยก็คือดูเวลาเข้าการปฏิบัติกิจกรรมและดู ผลการปฏิบัติการเหมือนกันกับประถมเหมือนกันเมื่อบางเรียนเข้มงวดได้ทำได้จริงโรงเรียนโรงเรียนกับทำให้เท่ากันเดี๋ยวมันก็เลยอาทิตย์แรกมาแล้วก็หายไปแต่มีเกรดออกมาได้เลยนะอันนี้จะเป็นข้อแล้วนะครับ การให้เกรดก็ยังอยากนิดหนึ่ง การให้เกรดของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนระดับประถมและมัธยมมี 2 เขต คือ ผ. ผ่านเกณฑ์และไม่ผ่านเกณฑ์ ก็มาด้วยกันเลยนะ มผ. นี่ แก้แล้วจาก มผ. เป็น ผ. ทำงานให้เพิ่มในกิจกรรมซ่อมเสริมนะครับ หากมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาไม่ต้องทำให้เสร็จในปีการศึกษานั้น ทีนี้มัธยมก็จะมีรายละเอียดที่มันมากขึ้นกว่าเดิมหน่อยหนึ่ง การเปลี่ยนเกรดจาก 0 การเปลี่ยนเมื่อได้ 0 คนที่ได้ 0 โรงเรียนจะต้องอยากให้มีการซ่อมเสริมการสอบแก้ตัวและทำได้ 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 ครั้งก่อนจะสอบ ทำแล้ว 2 ครั้งนะซัก 2 ครั้งแล้วยัง 60ไอ้สถานศึกษาสร้างกรรมการและไม่มีเดี๋ยวนะปฏิบัติดังต่อไปนี้วันนี้เป็นวิชาพื้นฐาน ให้เรียนซ้ำ กรณี เป็นวิชาเพิ่มเติมทำให้ เรียนซ้ำหรือเปิดวิชาใหม่ กรณีเป็นวิชาใหม่ จะต้องเขียนใน ปพ. 1 เรียนวิชาอะไร ต่อไป ร. ที่เราเรียกว่า i ร. ก็คือยังตัดสินใจไม่ได้ รอตัดสิน ให้แก้ไขตามเหตุ ยังไม่ส่งงาน ให้ส่งงาน ยังไม่สอบ ให้สอบ แก้ไขตามเหตุ แก้แล้วจะตกอีกก็ได้ 0 ตกอีกก็ได้นะหรือจะถึง เกรด 4 ก็ได้และข้อสำคัญหากทำไม่เสร็จ ในเวลาที่กำหนด จะเปลี่ยนเกรด 0 เกรด ร. เป็น 0 มหาวิทยาลัยเราก็เหมือนกันหาอะไรเรานี่ใครติดรอจะต้องยื่นคำร้องขอแก้ร. แก้ i หลังเปิดเทอมไม่เกิน 2 สัปดาห์ ถ้าใครไม่ยื่นอาจารย์ปฏิเสธ ติด ร. ตั้งแต่ปี 2 นึกได้ตอนปี 4 แล้ว จะปรึกษาแล้วไปขออาจารย์ปฏิเสธได้ติด 0 ทันทีเลย แล้วก็ไม่ได้สอนถ้าเป็นวิชาสำคัญ เราก็จะต้องแก้ร. แก้ ร. ไม่ได้สิ เป็น 0 แล้วก็ไปเรียนใหม่เพื่อที่จะไปพวกเราติดรถติดอะไรนี่ ยื่นคำร้องไว้ก่อนนะพี่ขับร้องเสร็จส่วนการแก้ไอนี่อาจจะมีการช้าได้บ้างไม่มีปัญหาแต่ถ้าไม่ยื่นนี่จบเลย จบเลย เหมือนไม่ไปทำเอกสารหรือทำเรื่องไม่ให้จบเหมือนกัน ก็จะเป็น 0 มส. บ้าง มส. แบ่งเป็น 2 กรณีกรณีที่เวลาเรียนไม่น้อยกว่า 60 แต่ไม่ถึง 80 เล็กกว่านี้อนุโลมได้ เพราะไม่ได้ให้เยอะ กรณีนี้ให้ทำการซ่อมเสริมหรือจัดงานเพิ่มอะไรก็แล้วแต่ตามเหตุ แล้วก็แก้ มส. เป็น 1 เท่านั้นนะ และต้องทำให้เสร็จในปีการศึกษานั้น หากไม่มาดำเนินการ ก็ให้ดูตามดุลยพินิจ เมื่อพ้นกำหนดแล้วให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. ถ้าเป็นวิชาพื้นฐานให้เรียนซ้ำ ถ้าเป็นวิชาเพิ่มเติมให้เป็นดุลพินิจของสถานศึกษานะ จะให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนใหม่ แบบที่ 2หลักหน่วยก็คือเพราะติดเพราะ เวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ 60 อันนี้ถือว่าหนักหน่วงไม่มีการให้ทำอะไรทั้งสิ้น ไม่มีการให้งานอะไรทั้งสิ้น จัดการเลยก็คือ 1. ถ้าเป็นพื้นฐานต่ำวิชาเพิ่มเติมให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะให้เรียนซ้ำหรือให้เรียนใหม่ เมื่อเป็นการเปลี่ยนวิชาใหม่จะต้องบันทึกว่าแทนวิชาใดนะครับ การเปลี่ยน มข. บ้าง ก็คือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนขออนุญาตบางเรื่องให้ไปอ่านเองนะเลื่อนชั้นไปแบนเองเรียนซ้ำชั้นกับคุณไปแล้วคล้าย ๆ กันให้ไปเอาเองนะครับ ซ่อมเสริมก็เหมือนกันมามาถึงเรื่องสำคัญ เกณฑ์การจบ เอาล่ะ อันแรกจบ ม. ต้น หรือจบการศึกษาภาคบังคับ จบ ม. 3 นั่นแหละอั นที่ 2 คือการจบ ม. ปลาย การศึกษาขั้นพื้นฐาน การจบในหลักสูตรนี้ มันมีจบ 3 แบบ 1. คือ จบประถม จบโรงเรียนประถม หรือจบชั้นประถม 6 แล้วต้องไปเรียนต่ ออันนี้ไม่ได้เรียนต่อไม่ได้นะครับ โทษที แบบที่ 2 จบม. ต้นจบม. 3 ซึ่งจริง ๆ ก็คือจบการศึกษาภาคบังคับแล้วไม่เรียนต่อก็ได้อันที่ 3 คือจบหลักสูตรหรือจบป. 6อย่ามาใช้คำว่าจบการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จบจริง ๆ น่ะจบหลักสูตรหลักสูตร 12 ปี เกณฑ์การจบประถม ม. ต้น ม. ปลายนี่ มันแทบจะเหมือนกันนะ ในองค์ประกอบก็คือต้องมี 4 องค์ประกอบ 1. ในกลุ่มสาระวิเคราะห์และเขียนตามประสงค์และ 4 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ม.ต้น ก็เหมือนกันเดี๋ยวต้องมีเรื่องรายวิชาหรือกลุ่มสาระวิเคราะห์และเขียนอุปสงค์ อาจจะมีตัวแปลกบ้าง เรื่องหน่วยกิต มัธยมและประถมเรื่องเวลาเรียนและมีนะ เอาล่ะมาดูประถมก่อน มาดูม.ต้นก่อน1. ผู้เรียนจะต้องเรียนก่อน เพิ่มเติมไอ้ตัวนี้เปลี่ยนแปลงแล้ว เปลี่ยนแล้ว ให้ไปอ่านให้ดี ไปหาข้อมูล ณ วันสอบบรรจุครู เพราะมันจะเปลี่ยน อย่างเช่น หลักสูตร 44 หลักสูตรปี 4 ปี 15 บอกแบบหนึ่ง ที่ 47 บอกแบบหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุการณ์วันนี้เปลี่ยนแล้วนะที่ไม่เปลี่ยนแค่เธอยังต้องเรียนวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมตามโครงสร้าง อันนี้เปลี่ยนแล้วนะครับ อันนี้ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มนะ ครูบอกวันนี้ ก็จริงแต่วันนี้นี้เปลี่ยนข้อ 2 จะต้องเรียนแล้ว 8 หน่วยนี้ก็เปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงข้อความนั้นไม่เปลี่ยน ยังต้องจบ 66 นี้ยังเหมือนเดิม แต่อันนี้เปลี่ยนข้อความของมันมีส่วนคล้ายและใช้ไม่ได้ต้องไปหาข้อมูล ข้อ 3 4 5 1 ยังเหมือนเดิม อ่านคิดวิเคราะห์ลักษณะสงฆ์และกิจกรรมนักเรียนนี่เหมือนเดิมมอปลายก็เหมือนมอต้นมันจะมีปัญหา 2 ข้อแรก อันที่ 1 สิ่งที่ไม่เปลี่ยน ก็คือจะต้องเรียนวิชาพื้นฐานและวิชาเพิ่มเติม เพราะฉะนั้น กิจกรรมให้มันครบตามสถานศึกษากำหนด แต่ตัวเลขที่เปลี่ยนแล้ว ไปหาข้อมูลนะครับ หาข้อมูล 2. จะต้องจบ 77 ต้องไปหาข้อมูลนะ แต่เลขที่ยังเหมือนเดิมและตอนนี้ก็เปลี่ยนแล้ว ไปหา เพราะครูบอกไปก็ตรงนี้ ปีหน้าจะเปลี่ยนใหม่แสดงว่าต้องเรียนวิชาพื้นฐานเพื่อให้ครบตามโครงสร้างแหละทีเด็ดหน่วยและวิชาพื้นฐานเท่านั้นเปลี่ยนแปลงก็ 35 เหมือนเดิมครับ อ่านคิดวิเคราะห์และเขียน เรื่องถัดไปการเทียบโอนผลการเรียนนะครับ ให้สถานศึกษาเทียบโอนผลการเรียนโดยสิ่งต่อไปนี้เรียกว่า "เทียบโอน" สมัยเก่า ราชภัฏหลักสูตรเดียวทำโดยหน่วยงานกลาง ใช้ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ราชภัฏนครราชสีมา ราชภัฏเทพสตรี ราชภัฏวลัยอลงกรณ์ ราชภัฏสุราษฎร์ ที่ไหนก็ช่างเรียนหลักสูตรเดียวกัน ถ้าเกิดเราจะไม่ต้องย้ายไปเชียงราย เขาเรียกว่า "ย้าย" ย้ายไป แต่ถ้าไป มข. คนละสูตรการเล่น โอน โรงเรียนประถมมัธยมกรรมการหลักสูตร 44 หลักสูตร 51 เนื่องจากว่าโรงเรียนทำเอง หลักสูตรโรงเรียนใครโรงเรียนมัน ก่อนหน้านั้นเป็นการย้ายนักศึกษาสมัยครูเรียกว่าย้ายโรงเรียนเพราะทั้งประเทศแค่หลักสูตรเดียวกันระเบียบเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ไม่มีคำบรรยายต่อไปหลักสูตรเป็นการเทียบโอนการเทียบโอนก็หมายถึงสิ่งต่อไปนี้ก็คือการย้ายผู้ปกครองเราเขาเรียนมาตามหลักสูตรเก่า เขาจะเข้าใจว่าย้าย มันเทียบโอน ก็หมายถึงแบบนี้คือ 1 ย้าย 2. เปลี่ยนรูปแบบการศึกษา เช่น home school บ้านเรียนมาเรียนโรงเรียนโรงเรียนกลับไปเป็นการศึกษานอกโรงเรียนเรียนดนตรีสยามการเทียบโอนหน่วยการเรียนเป็นนักเรียนกีฬาฟุตบอลเรียนหลักสูตรการศึกษาและขอกลับเข้าศึกษาเรียกเทียบโอนทั้งหมด ย้ายตอนนี้ยังเหลือที่มีวิทยาเขต เช่น ราชมงคล น่าจะยังเรียกว่าย้าย เพราะราชมงคลกลางอยู่ที่โคราชสามารถย้ายไปแล้วเทียบโอนกาฬสินธุ์ได้ แต่ตอนนี้ประถมเราเรียกเทียบโอน การเทียบโอนนั้นเริ่มต้นของเทอมเสร็จแล้วเรียนต่ออย่างน้อย 1 เทอมไม่ใช่นั่นแหละเรียบร้อยแล้วไอ้ฐาน 3 การรับการเทียบโอนลักษณะต่อไปนี้ จะโอนนะ 1. กรณีมีหลักฐาน โรงเรียนราชสีมาจะไปโรงเรียนสีดาอย่างนี้ หลักฐานไปแสดงเลยแล้วโอนกันเลยนะ แบบที่ 2 อาศัยสอบความรู้ พ่อแม่สอนเองที่บ้าน Home School เอามาสอบสิคณิตศาสตร์ป. 3 ทำได้ ไม่ได้ต้องอาศัยการสอบความรู้ถามอาศัยการปฏิบัติอันดับฟุตบอลวอลเลย์บอลมี 3 ลักษณะให้ตั้งเป็นกรรมการไม่น้อยกว่า 3 ไม่เกิน 5 รายละเอียดกูไม่พูดแล้วมาถึงสิ่งสำคัญแล้วหลักฐานหลักฐานหลักฐานสำคัญจบการศึกษาชั้นเรียนต่อที่ทำงาน Script ใบรับรองคุณวุฒิสถานถามการศึกษาเริ่มที่ครูบอกไว้ กระทรวงศึกษาธิการจะทำให้เราเป็นหลักสูตรเก่าคือเอกสารอนุบาล ไม่ว่าจะเป็นประถม มัธยมกระทรวงศึกษาธิการให้เลยอันนี้คือข้างในมันก็ถมข้างในมันทำให้เลยเช็กเวลาเรียนวันที่ 1 เด็กชายเอก 125 ไงครูบอกแล้วไงว่ามาเช้า บ่ายขาด เช้าไม่มา บ่ายมา เช็ก 1 เช็ก 2 ครั้งนี้ของประถมแบบกรอกคะแนนมีให้เลยไปไปภาคเป็นอย่างไรวิชาภาษาไทยวิชาอะไร แต่ว่าขอเป็นหลักสูตร 51 กับ 44 นี่ เขาเชื่อว่าคุณครูมีศักยภาพจึงทำให้บางส่วน หลักฐานทางการศึกษานี่แบ่งเป็น 2 ประเภท 1. เรียกว่าตามที่กระทรวงกำหนด อันนี้หลักสูตร 44 นะเรียกบังคับแบบและรับแต่ละปีก็เรียกไม่เหมือนกันนะ หลักสูตร 44 แยกบังคับแบบเป็นสถานศึกษาที่กระทรวงกำหนด เอกสารที่สถานศึกษาทำเองหรือกำหนดเอกสารหลักฐานที่กระทรวงกำหนดมีอยู่ 3 ตัว 1. ปพ. 1 ชื่อเต็มคือระเบียนแสดงผลการเรียน 2. คือ ปพ. 2 3. ก็คือ ปพ 3 หรือแบบรายงานเพื่อการศึกษาเอกสารที่กระทรวงกำหนดมันจะมีทั้งชื่อเต็มและชื่อย่อ ปพ. เอกสารหลักฐานที่โรงเรียนทำเองนี่ จะไม่มีชื่อย่อชื่อเต็มเขียนบันทึกรายงานกับวิชานักเรียนรับรองผลการเรียนและระเบียนสะสมไม่มีชื่อย่อให้อย่างเป็นทางการ โรงเรียนตั้งเองได้ เช่น มงคล 1 มงคล 2 ก็ได้แต่ว่าจะมีโรงเรียนยังติดอยู่ก็ใช้ป 4 ป 5 ป 6 ทั้งที่ในระเบียบมันไม่ได้กำหนดต้องเขียนเองและข้อสอบบรรจุมันไม่มีเอกสารใดมันมีแต่เอาออกได้อย่างไรนี่คือต้องระวังเวลาไปสอบบรรจุ 2 จุดทำไมเอกสารพวกนี้ไม่บังคับแต่ 3 ตัวที่บังคับเอกสารบังคับ3 ตัวนี้คือการกำหนดนี่ เป็นเอกสารที่ทุกคนจะต้องใช้ เช่น อันแรกระเบียนแสดงผลการเรียนต้องใช้แบบประกาศนียบัตรต้องใช้แบบนั้นต้องใช้ ต้องใช้ เหมือนกันมันเกิดการด้อยค่า โรงเรียนรวยทำมาสวยเลย บางโรงเรียนไม่รวยก็ทำไมไม่สวยก็กลัวเด็กด้อยค่าอันที่มันมีศักดิ์และสิทธิ์เขาเห็นทำมากับวันหนึ่งขณะครูสอนพวกเราอยู่อย่างนี้แหละก็มีรุ่นพวกเราซึ่งพี่ที่จบการศึกษาไปโทรมา อาจารย์คะหนูกำลังจะไปบรรจุค่ะ เขตพื้นที่โทร. มาบอกว่าให้หนูนำหลักฐานการจบปริญญาตรีไปส่ง มันคืออะไรคะอาจารย์ ทรานสคริปหนูก็ให้ไปแล้ว ปริญญาบัตรหนูให้ไปแล้ว ข้างบนไม่มีหลักฐานจบแล้วหนูไม่จบนี่แหละ คือ หลักฐานการศึกษาต้องรู้ทรานสคริป ไม่ใช่เอกสารจบการศึกษานะ Transcript หรือการแสดงผลการเรียนปพ.1บอกแล้วเอาไว้แสดงเกรด มันบอกให้เกรดมันไม่จบมันคิดขอต่อไม่จบก็ได้หลักฐานการจบสำหรับประถม มัธยม ชื่อว่าประกาศนียบัตรมีไว้ให้มอบให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษา หลักฐานสำคัญสุด ๆ อยู่นี่ ถ้าเปลี่ยนสีน่าจะได้ใบรับรองคุณวุฒิหรือลองใช้เองสอบปฏิบัติเป็นของชุมชนได้ ทรานสคริปไว้ดูเกรด บอกว่าจบนะครับ อันที่ 3 คือแบบรายงานว่าโรงเรียนเรามีใครจะไปบ้างแล้วนี้รายงานกระทรวงนะครับ หรือของเราเรียกเลขขึ้นทะเบียนบัณฑิตที่ว่านี่ หน้าตาเป็นอย่างไรเห็นหน้าตามันด้วยภาคผนวก ก นะ ภาคผนวก ก 1 2 3 นะอันแรกเป็นตัวอย่างที่มันเป็น ป อันนี้บอกว่ามีหลายแบบนะท ทรานสคริป ม. 1 ไม่ดูเกรด ไม่บอกตัวเอง ไม่บอกเธอนั่นแหละมันไม่บอกที่สรุปเกรดให้ดูเป็นยังไงรายละเอียดต่าง ๆ มีไว้แค่บอกผลการเรียนTranscript ไม่ได้แปลว่าจบนะ น่าจะเป็นคนจัดการเอกสารนี้คุณจะเป็นนายทะเบียนครูเคยทำพวกนี้มาก่อนขยายใหญ่ขึ้นเอกสารที่ 2 ครับ มีชื่อว่า ปพ. 2 อันนี้ พ พานนะ ปพ. 2 คือประกาศนียบัตรมีไว้เพื่อแสดงว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษา นี่คือเอกสารการจบมีประธานการรักษาเส้น ผอ. เซ็น ข้างหลังนายทะเบียน ครูเคยเป็นคนเซ็น หลักสูตรมาถึงเอกสาร มันมีชื่อว่า ปพ. 3 ปพ. 3 ป ปลามีไว้เพื่อรายงานว่ามีใครจบบ้างไปที่เขตและกระทรวงนะครับ เช่น ลำดับที่ 1 นายเอนก นามสกุลแข็งขัน พ่อชื่อ แม่ชื่อ วันเดือนปีเกิดได้ Transcript หรือ ปพ. 1 หมายเลขอะไรเลขที่เท่าไหร่ชุดที่เท่าไหร่ประจำตัวนักเรียนคืออะไร คืออะไร แล้วก็ผลของกลุ่มสาระการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน ลักษณะอันพึ่งประสงค์นักเรียนเป็นอย่างไรรายงานให้ครบทุ กคนที่จบนี่แบบไรอ่ะ 3 ตัวนี้คือกระทรวงกำหนดตัวที่ 1แบบเรียนป 1 ป ปลาประถมใบไม้คือม. ต้นหรือเปล่าสภาพบังคับ ป ปลา ด้วยจากการศึกษาขั้นพื้นฐานเรียนม. ปลายเขียนแบบพิมพ์ปกติเขียนเอาเอ งแบบพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ขึ้นไปวันนี้แบบนี้ไม่ทันละครูก็เขียนอยู่ เอกสารที่ 2 เกี่ยวกับข้อ 2 อันนี้มีแค่ 2 ตัวคือ บ. กับ ป. เขาเพราะการจบจริง ๆ มีแค่จบ 2 ครั้งจบการศึกษาภาคบังคับจบ ม. 3 จบ ม. 6 หน้าเป็นอย่างไร จบ ป. 6 จะจบ ม. 6 หรือการศึกษาขั้นพื้นฐานเอกสารที่จะมีแค่ 2 เบอร์ แต่การรายงานจบมีรายงาน 3 ช่วง รายงานจบประถมที่มีแค่ประถมไม่ต้องจบรายงานไป รายงานการจบมัธยมต้นเอกสารหลักฐาน อีก 7 นาทีครูจะทันไหมนี่ จะเร่งที่สุดก็แล้วกัน ต่อไปเป็นเอกสาร กำหนดครูไม่พูดแล้วเพียงแต่บอกว่าไม่มีชื่อย่อแนวทางการบริหารการวัดและประเมินผลโรงเรียนทำอย่างไร เขาก็จะมีโครงสร้างรูป แต่ครูไม่อธิบายรูปนะ ครูจะพูดถึงคนอื่นดีกว่ามีคนที่เกี่ยวข้องอยู่หลายฝ่ายทั้งต่อไปนี้คนกลุ่มแรกคือกลุ่มที่สำคัญที่สุด เขามีชื่อว่าคณะกรรมการสถานศึกษา กลุ่มนี้มีพอเป็นเลขาโรงเรียนบดินทรเดชาถ้ามีพระมักจะเป็นพระประธาน พวกนายก อบต. พวกผู้ใหญ่บ้านปัญหาวันนี้สำคัญอย่างไรหน้าที่เขาคือเขาให้ความเห็นชอบชอบเห็นชอบ เห็นชอบ ทุกเรื่อง ไม่ว่าเป็นหลักสูตรระเบียบวัดประเมินผลแนวปฏิบัติเกณฑ์ เขาไม่เห็นชอบทำไม่ได้ ใช้ไม่ได้ จะต้องทำให้เขาเห็นชอบ เขาเป็นกลุ่มที่สำคัญที่สุดเลย จะเห็นชอบแล้ว เขายังต้องกำกับและติดตามด้วยให้เป็นไปได้ กลุ่มที่ 2 เป็นเบอร์ 2 สถานการณ์และหลักสูตรสถานศึกษาวิชาสถานศึกษา ก็คือกลุ่มบุคลากรโรงเรียนนั่นเอง เป็นประธานกลุ่มปฏิบัติเบอร์ 1 เรียกว่า "กลุ่มอนุมัติ" นะครับ เบอร์ 2 ปฏิบัติ ให้ปฏิบัติให้เบอร์ 1 มัดเบอร์ 1 1 มีหน้าที่อะไรที่กำหนดระเบียบคือทำระเบียบขึ้นมา ทำแผน เทียบประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์ ทุกอย่าง ทั้งตรวจสอบรายงานเอาไปเป็นกรรมการย่อยอาการคนที่ 3 สมการกลุ่มสาระ กับกรรมการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรม 3 ไม่มีก็ได้ เบอร์ 4 กรรมการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน เบอร์ 5 ลักษณะอันพึ่งประสงค์ 4-5 นี้ไม่มีก็ได้ 82 ต้องมีเสมอนอกจากนั้นจะมีกรรมการเทียบโอนไม่มีก็ได้ เดี๋ยวว่าทำไมไม่มี คือตัวผอ เป็น ชุดที่ 1 ชุดที่ 2 ได้เป็นคนเซ็นอนุมัติต่าง ๆ มีครูที่สอนโรงเรียนต้องมีครูผู้สอนวัดผลโดยทำหน้าที่นี้ มีนายทะเบียนทั้งหมดนี่กรณีที่เป็นโรงเรียนเล็ก ๆ แค่ 4 คนนี่ให้ตั้งแค่ 1 กับ 2 พอ 1. คือกรรมการสถานศึกษาอนุมัติ 2. กรรมการบริหารวิชาการหลักสูตรการศึกษาที่มีวิธีการทำ ไอ้กรรมการต่อไปนี้ก็ต้องทำ มีครู 4 คนนี้ อันนี้ไม่ต้องตั้ง อันนี้ไม่ต้องตั้ง อย่างนั้นถ้าตั้งไปก็อากาศวันนี้เชิญกรรมการอ่านเขียนประชุม ประกาศพรุ่งนี้เชิญกรรมการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนประชุมก็กลุ่มนี้ ประกาศกรรมการที่มาประชุมก็กลุ่มนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนน้อย ๆ ตั้งแค่ 2 ชุดคือชุดที่ 1ชุดที่ 2 และชุดที่ 2 ทำหน้าที่ที่เหลือหมดเลยทำงานตั้งไว้ได้หลายชุดรวมทั้งให้มีคณะกรรมการประกันคุณภาพ สุดท้ายการกำกับดูแลคุณภาพ เนื่องจากว่ารัฐบาล หรือสวัสดิการจะต้องจัดการศึกษาโดยคำนึงถึงความเสมอภาคโอกาสที่ทุกคนจะเข้าถึงการศึกษา มุ่งเน้นคุณภาพ นั่นคือจะต้องจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานให้ได้ จึงมีการกำหนดวัตถุประสงค์ขึ้น 4 ระดับ กำกับดูแลชั้นเรียนมีการเปิดการเรียนการสอนและมีการประเมินระดับการศึกษา รูปแบบของ... แล้วตัวที่ 3 คือผมระดับเขตพื้นที่เราคงเคยเจอแล้ว ทำข้อสอบลาส ข้อสอบ rp และ 4. ประเมินระดับชาติ ประสิทธิภาพการจัดการสอน หรือว่าคุณภาพการเรียนการสอนระดับประเทศเป็นอย่างไร เรามักจะเจอที่ ม. 3 คือ NT เจอที่ ป. 6 ม. 3 และม 6 ก็คือข้อสอบคงมาตรฐานกันให้เหมือนกันทั้งประเทศผสมไปทำแล้วก็มาถึงหน้าสุดท้าย ก็คือเรื่องการจัดทำระเบียบ ไอ้ที่เรียนมาทั้งหมดนี่จุดประสงค์อย่างหนึ่งคือเพื่อที่เราจะไปทำหน้าที่การวัดและประเมินผล เกี่ยวกับการวัดและประเมินผลผู้เรียน 2. เราไปประเมินผลตามเขาอาจจะมีที่ในการยกร่างระเบียบกว่าจะได้ทำได้ และประโยชน์ที่ 3 ก็คือไปทำให้ถูกต้องตามที่เขาเขียนไว้โดนความรู้ของเธอเป็นผู้ชายที่มันการปฏิบัติไม่มีความเข้าใจไปสอนหนังสือระเบียบเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาที่ต้องจัดทำขึ้นและทำให้มันสอดคล้องกับข้อกำหนดของหลักสูตรปี 51 ทั้งหมดนี่ก็เป็นบทที่ 10 ค่ะ โอเคค่ะ หมดแล้วนะคะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]