--- title: สัมมนาโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ครบรอบ 4 ปี (บ่าย) 270966 subtitle: date: วันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2566 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณคำนูณ) ครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ก็คือ (คุณคำนูณ) ใช่ครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) มีเรื่องราวอยู่พอสมควรเหมือนกันค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ ก็ แล้วถ้าท่านดูนี่นะครับ ห้องประชุมจันทรานี่ จุดเด่นเข้าก็คือแสงเขาจะออกสีนวลนะครับ ออกมาในโทนขาว ก็เหมือนเป็นพระจันทร์ มีความนุ่มนวล มีความเยือกเย็น ที่จริงก็เหมาะสำหรับการเป็นรวุฒิสภานะ (คุณปิยฉัฏฐ์) อันนี้ท่านคำนูณจะพูดถึงความอวุโสใช่ไหมคะ (คุณคำนูณ) ก็ใช่ครับ แต่ว่าถ้าท่านได้มีโอกาสไปชมห้องประชุมสุริยันนี่นะครับ มันจะแตกต่างออกไปนะครับ ก็งามไปอีกแบบหนึ่ง แสงสีนี่จะออกโทนร้อน (คุณคำนูณ) ออกเหลือง ๆ แดง ๆ ก็เหมือนเป็นแสงพระอาทิตย์ครับ ก็เป็นความร้อนแรง เหมาะกับความเป็นสภาผู้แทนราษฎร (คุณปิยฉัฏฐ์) ที่บรรยากาศออกจ (คุณปิยฉัฏฐ์) มีสีสัน (คุณคำนูณ) มีสีสันมากกว่า ถ้าท่านติดตามการประชุมนี่ ก็จะพบลักษณะที่แตกต่างกันของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรกับการประชุมวุฒิสภา แต่แม้จะแตกต่างกันอย่างไร เมื่อมาผสมกลมกลืนกันเป็นรัฐสภาแล้วนี่ ก็ถือว่าเป็นความสมดุลที่ลงตัวกับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ใช่ค่ะ เป็นความลงตัวแล้วต้องถือว่าเป็นความเติมเต็มที่ทำให้สมบูรณ์แบบในฝ่ายนิติบัญญัติของเราค่ะ (คุณคำนูณ) เนื่องจากเวนะครับ เลยกำหนดการไปพอสมควร ก็จะทำความเข้าใจกับพวกเรานิดหนึ่งนะครับ ว่าเราออกมาถ่ายรูปได้นะครับ แต่ว่าอีกสักพักหนึ่งผมจะให้สัญญาณให้ท่านเข้านั่งประจำที่ แล้วเราก็จะจำลองการประชุมวุฒิสภาของเรานี่นะครับ ก่อนที่ท่านประธานจะเดินเข้ามาสู่บัลลังก์ ซึ่งในขณะนี้ก็จะมีรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 กับรองประธานวุฒอสภคนที่ 2 เดินเขามานี่ เมื่อท่านเดินเข้ามาแล้วนี่นะครับ เจ้าหน้าที่เขาจะกดออด ออดที่เวลาเขาถ่ายทอดโทรทัศน์นี่ท่านจะได้ยินนี่ครับ คราวนี้ท่านจะได้ยินกับหูของตัวท่านเองว่ามันระทึกขนาดไหน ก็ปกติก็คือว่าเมื่อออดดังขึ้นนี่เราก็จะลุกขึ้นยืน ก็ถือว่าเราทำความเคารพผู้เป็นประธานในที่ประชุมนะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นประเพณีของการประชุมสภา ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสภาหรือวุฒิสภาหรือการประชุมร่วมกันของรัฐสภานะครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ท่านคำนูณค่ะ แต่ว่าวันนี้ท่านที่มาร่วมสัมมนากับเรา ไม่ต้องกดบัตรแสดงตนใช่ไหมครับ (คุณคำนูณ) ปกตินี่นะครับ ที่นั่งของท่านนี่ ถ้าท่านดูนะครับ มันจะมีที่กดปุ่มหลายปุ่มอยู่เหมือนกัน แต่มันจะกดได้นี่นะครับ มันต้องมีบัตรแสดงตนนะครับ บัตรแบบนี้ครับ สมาชิกสภาทุกคนนี่ก็จะต้องพกบัตรติดตัวไว้ไม่ควรลืมทิ้งไว้นะครับ เมื่อเสียบบัตรเข้าไปแล้วนี่ เราก็จะมีบัตรแสดงตนได้ แล้วก็มีปุ่มเปิดไมค์ได้ แต่สำหรับวันนี้ก็เป็นข้อยกเว้นครับ เพราะว่าท่านใดจะอภิปรายหรือจะพูดตามคิวนะครับ เมื่อถึงเวลานั้นนี่ คุณครูหยุย คุณวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ก็จะดำเนินการนะครับ ท่านก็ยกมือขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ก็จะไปเสียบบัตรให้กับท่านนะครับ กดปุ่ม (คุณปิยฉัฏฐ์) เราย้อนกลับมาในวันนี้เรื่องของ 4 ปีแห่งความสำเร็จ สว. พบประชาชนนะคะ อยากจะให้ท่านคำนูณเล่านิดหนึ่งว่าที่มาที่ไปของโครงการสมาชุกวุฒิสภาพบประชาชนแล้วก็ทำลงพื้นที่ไปทำอะไรบ้างน่ะค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ ก็อันที่จริงโครงการ สว. พบประชาชนนี่ มีขึ้นเป็นครั้งแรกในวุฒิสภาชุดนี้ชุดแรกนะครับ ชุดต่อไปนี่จะมีหรือไม่นี่ อันนี้เราก็ไม่ทราบ ก็โดยหลักการก็คือไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนแล้วก็ดำเนินการบูรณาการ นำปัญหานั้นไปยังรัฐบาล แล้วก็นำปัญหานั้น นำมายังคณะกรรมาธิการทุกคณะของวุฒิสภาที่มีอยู่เพื่อหาทางการแก้ไข เป็นข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลต่อไป ก็ถือว่าเป็นมิติใหม่ในการทำงนาของวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ซึ่งท่านก็คงพอทราบว่าวุฒิสภาชุดนี้ถือเป็นวุฒิสภาที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ชาติไทยนะครับ ทั้งทางลบ และทางบวกนะครับ และภารกิจของสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้นี่ก็จะมีมากกว่าสมาชิกวุฒิสภาตามปกติ เพราะว่าชุดแรกนี่จะเป็นไปตามบทเฉพาะกาล ซึ่งเรามีหน้าที่เพิ่มขึ้นอะไรบ้างครับท่านปิยฉัฏฐ์ (คุณปิยฉัฏฐ์) ประการแรกเลย ก็คือเรื่องของ กสร. ก็คือติดตามเสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศค่ะ ซึ่งในการลงพื้นที่ของวุฒิสภานี่ค่ะ วัตถุประสงค์ หรือประเด็นหลักก็คือการติดตามและก็นำปัญหาและข้ออุปสรรคที่เราได้พบได้เห็นกับตัวเราเอง ได้ฟังจากพี่น้องประชาชนด้วยตัวเราเองนี่มานำมาเสนอ เสนอแนะ สู่ฝ่ายบริหารหรือว่ารัฐบาล จากนั้นพอเราเสนอแนะไปแล้ว เราก็ต้องมีการติดตามอันนี้มองในส่วนของโครงการก่อนนะคะ ถ้าหากว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไข เราก็จะมีการเร่งรัด ด้วยวิธีการต่าง ๆ เรื่องของการตั้งกระทู้ถาม ทุกสิ่งทุกประการค่ะ เพื่อให้ได้มาแต่ว่าหน้าที่ที่เป็นพิเศษของสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้อีกประการหนึ่ง อันนี้ก็ นี่ก็เป็นประเด็น และเป็นอย่างที่ท่านคำนูณพูดถึงทั้งทางบวกและทางลบ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี อันนี้อยากให้ท่านคำนูณพูดดีกว่า (คุณคำนูณ) จบไปแล้วครับ คือ หน้าที่พิเศษที่เพิ่มเติมขึ้นมานี่ สำหรับสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรกชุดแรกตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 นี่นะครับ เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกเช่นกันครับ ที่มีบทบังคับเรื่องการปฏิรูปประเทศ เป็นบทบังคับไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น เมื่อมีบทบังคับเรื่องการปฏิรูปประเทที่จะต้องมีองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบติดตามเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ที่ท่าน สว. ปิยฉัฏฐ์ นี่ท่านบอก ตสร. ตสร. ฟัง ๆ ดูแล้วเหมือนอาหารกระป๋องชอบกลนะ อาหารกระป๋องเลย (คุณปิยฉัฏฐ์) อันนั้น อสร. ค่ะ (คุณคำนูณ) อสร. นี่ก็คือ ตรวจสอบ เสนอแนะ แล้วก็เร่งรัด ที่เรื่องที่เกี่ยวกับปฏิรูปประเทศนะครับ นอกจากนั้นนี่ในการพิจาณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศนี่ แทนที่จะพิจารณาใน ให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วค่อยมาวุฒิสภานี่ ก็จะเป็นช่องทางพิเศษที่จะเป็นการพิจารณาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และนอกจากนั้นอีกเรือ่งหนึ่งก็คือการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี ก็คือเพื่อให้ผล เพื่อความต่อเนื่องในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งก็ไม่เคยมีมาก่อน แล้วก็เป็นผลมาจากการทำประชามติ สอบถามประชาชน พร้อม ๆ กับการสอบถามประชาชนว่าเห็นชอบด้วยกับรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 นี้หรือไม่ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ครับอันนี้ก็เป็นที่มา แต่ว่าภารกิจกำลังจะเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้วครับ ว่าหน้าที่พิเศษต่าง ๆ ทั้งหลายที่ผมเล่ามานะครับ ก็จะหมดไปพร้อมกับวาระสมาชิกวุฒิสภาชุดแรก ตามบทเฉพาะกาล ก็คือประมาณเดือนพฤษภาคม 2567 ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 ผมก็จะไม่ได้มีโอกาสพูดในห้องประชุมแห่งนี้แล้วนะครับ ท่านสว. ปิยฉัฏฐ์ซึ่งเป็นดาวสภาฝ่ายท่านหนึ่งก็คงจะต้องไปบรรยายตามที่ต่าง ๆ นะครับ เพราะรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะดำรงตำแหน่งวุฒิสภาเป็นได้สมัยเดียว เป็นต่อก็ไม่ได้ เป็นได้สมัยเดียวแล้วเมื่อครบวาระแล้วนี่จะไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ อีกก็ไม่ได้ภายใน 2 ปีนะครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) สำหรับในส่วนของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนนะคะ เมื่อสักครู่ท่านคำนูณได้กล่าวถึงไปแล้วว่ามีที่มาอย่างไร แต่ว่าขออนุญาตขยายความนิดหนึ่งค่ะ ในการทำงานของโครงการวุฒิสภาพบประชาชนนี่ค่ะ เราแบ่งเป็นกลุ่มภาค 7 กลุ่มภาค กับ 1 หน่วยงาน เรียกสั้น ๆ ว่าเป็น 7 กลุ่มภาคก็แล้วกัน ก็จะไล่มาจากภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และสุดท้ายคือภาคใต้ค่ะ ในการทำงานก็จะมีการขับเคลื่อนโดยแบ่งเป็นกลุ่ม นี่เมื่อเราลงพื้นที่แล้วเราได้รับปัญหาเราได้รับฟังข้อความเห็นหรืออุปสรรคใด ๆ นี่ค่ะ เราก็จะนำมาสู่ฝ่ายอำนวยการ ไม่ว่าจะเป้นเรื่องการร้องเรียไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปสรรคปัญหาในการประกอบอาชีพ พูดง่าย ๆ ก็คือปัญหาในการดำรงชีพของพี่น้องประชาชน เราก็จะกลับมาดำเนินการในส่วนนี้ หรือแม้แต่ในขณะที่เราลงไปในพื้นที่ค่ะ เราก็นัดกับทาง คือนัดหมาย และแจ้งกำหนดการให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาร่วมกันฟังและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ (คุณคำนูณ) ก็ ครับ ออดมาแล้วครับ ขอเข้าสู่พิธีการอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนทุกท่าน เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธาน ท่านรองประธานนะครับ ก็ขอต้อนรับเข้าสู่พิธีการของการสัมมนาโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ครบรอบ 4 ปีอย่างเป็นทางการนะครับ ผม คำนูณ สิทธิสมาน นะครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ค่ะ ดิฉัน ปิยฉัฏร์ วันเฉลิม สมาชิกวุฒิสภาค่ะ เราทั้ง 2 คนได้รับมอบหมายในวันนี้นะคะ ให้ทำพิธีกรในช่วงแรกของการสัมมนาในบ่ายวันนี้ค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ สำหรับโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนนี่ก็ดำเนินการมาแล้ว 4 ปีนะครับ แล้วเมื่อสักครู่ก่อนจะเริ่มเข้าพิธีการ เรทั้ง 2 กล่าวความเป็นมาไปตามสมควรแล้ว และอีกสักครู่หนึ่งท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 แล้วก็ท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านวิระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ นี่นะครับ ท่านก็จะได้มาบรรยายให้พวกเราทราบในรายละเอียดทราบอีกครั้งหนึ่ง เวลาล่วงเลยมาพอสมควรนี่ผมจะไม่ขยายความมากนักนะครับ แต่ว่าในวันนี้นี่เรามีการถ่ายทอดช่องทางพิเศษด้วยใช่ไหมครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ใช่ค่ะ การสัมมนาในบ่ายวันนี้ Facebook lวุฒิสภา ทางช่องทาง Youtube นะคะ Sinate Channel มีถ่ายทอดทาง TikTok ด้วยนะคะ เพื่อประชาชน และที่สำคัญนอกจากนี้แล้ว ยังถ่ายทอดเสียงทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ 891 AM ค่ะ ซึ่งประชาชนที่อยู่ทางบ้านนี่นะคะ สามารถที่จะติดตาม สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นมายังรายการนี้ได้ค่ะ เพราะว่าวันนี้เราได้รับเกียรติจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องนะคะ และมารับฟังปัญหาและรับฟังข้อคิดเห็น ไม่ว่าจะในห้องประชุมนี้หรือว่าสื่อช่องทางต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ แล้วเพื่อให้ทุกท่านทเข้าร่วมสัมมนาทุกท่านนี่ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้นนะครับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาตินะครับ ก็ได้มาให้บริการคำบรรยายแทนเสียงแบบ Near Real-time หรือ Live Captions เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ ให้ได้เข้าถึงเนื้อหาโดยพร้อมเพรียงกันครับ (คุณปิยฉัฏฐ์) ค่ะ และในการสัมมนาครั้งนี้นะคะ ทางวุฒิสภาได้จากฝ่ายรัฐบาลร่วมกับศูนย์ราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังความเห็นที่เป็นผลสำเร็จจจากการบูรณาการความร่วมมือทางฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ และประเด็นข้อห่วงใยที่ประชาชนที่รอให้เสนอรัฐบาลชุดใหม่ค่ะ ท่านที่กรุณาให้เกียรติมาก ก็ร่วมด้วย ท่านพิชิต สมบัติมาก รองปลัดและสิ่งแวดล้อมค่ะ ท่านรองเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการรัฐมนตรี ผู้ตรวจการกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกร และผู้แทนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ ในโอกาสนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามากเกินไปนะครับ ท่านผู้ที่เสมือนเป็นผู้นำในการนำสมาชิกวุฒิสภาเดินทัพทางไกลมาตลอด 4 ปีนะครับ คือ ท่านพลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ในฐานะคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน จะมากล่าวถึงวัตถุประสงค์ การสัมมนาอย่างเป็นทางการครับ ขอกราบเรียนเชิญ ท่านครับ (พลเอก สิงห์ศึก) ครับ เรียนท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พี่น้องประชาชน สถานบันการศึกษา คณะครูและนักเรียนทุกท่าน ผม พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ในฐานะประธาน กรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชและประธานการจัดงานวุฒิสภา ครบรอบ 4 ปี 4 ปีแห่งความสำเร็จของสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน รู้สึกมีความดีใจเป้นอย่างยิ่งที่ได้มากล่าววัตถุประสงค์ของการจัดงาน ที่สะท้อนแห่งความสำเร็จ โครงการวุฒิสภาพบประชาชนในครั้งนี้ ก่อนอื่นผมขอเล่าความเป็นมาของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ว่านับตั้งแต่สมาชิกวุฒิสภาได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งให้อำนาจนิติบัญญัติและการทำหน้าที่สำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สมาชิกวุฒิสภาต่างมีมติเห็นพร้อมว่าการทำหน้าที่ใด ๆ ของสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย 2560 นั้น หากเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วม หรือหรือทำอะไรถามใจประชาชนด้วยนั้น ถือเป็นกระบวนการการทำหน้าที่ตามภารกิจที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดไว้ทุกประการ จึงเป็นที่มาของการริเริ่มโครงการ สว. พบประชาชน ตามที่กำหนดเป็นคำขวัญว่า "ไปด้วยมิตรไมตรี ปฏิบัติต่อคนทุกคนในพื้นที่อย่างเป็นกัลยจุดมุ่งหมายเพื่อไปเยี่ยมเยือนสร้างขวัญกำลังใจ ไปแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ร่วมรับฟังการสะท้อนข้อคิดเห็น เสริมสร้างวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งติดตามบังคับใช้กฎหมายเพื่อนำมาพิจารณาประกอบโดยมีประชาชนมีส่วนร่วม โดยแนวทางการดำเนินงานโครงการวุฒิสภาพบประชาชนนี้ มีการจัดตั้งคณะกรรมการ 7 คณะ รับผิดชอบลงพื้นที่เจ็ดกลุ่มจังหวัด ตลอดระยะเวลา 5 ปี ตามวาระของสมาชิกวุมิสภา อีกทั้งมีคณะการอำนวยการ ซึ่งประกอบด้วยอนุร่วมดำเนินรายการเป้าหมายพิเศษ ได้แก่ เด็ก เยาวชน ประชาชน กลุ่มชาติพันธุ์ หมู่บ้าน ตามแนวชายขอบ โดยสมาชิกวุฒิสภามีแนวคเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกกลุ่มควรได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน มีการลงพื้นที่พบประชาชน รวมทั้งสิ้น 450 คั้ง ในพื้นที่ทุกจังหวัด ทุกภูมิภาค ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวได้ดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วเป็นระยะเวลา 4 ปี ถือเป็นโครงการที่รอเริ่มสร้างสรรค์การพบประชาชน เป็นครั้งแรกในสมัยวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ที่ได้นำกลไไกของวุฒิสภาบูรณาการแนวทางการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานทั้งในระดับพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันแบบประสานสอดคล้อง คำนึงถึงประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ จากการประเมินผล การดำเนินงานโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ประเมินผลพบว่า โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน มีความสำเร็จเป็นรูปธรรมจับต้องได้ดังนี้ 1. ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในภาครัฐฯวุฒิสภาพบประชาชน โดยได้เห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาเป็นที่พึ่ง เป็นกลาง และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตยื สุจริต ไม่หวังผลประโยชน์ใด ๆ วัดได้จากการมีส่วนร่วมในการพบปะประชาชนในพื้นที่จำนวน 450 ครั้ง ประชาชนมีความเชื่อถือ และความศรัทธาของสมาชิกวุฒิสภา ต้องกให้มีโครงการนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง 2. ได้สนับสนุนช่วยเหลือปัญหาที่ประชาชนมีความคับข้องใจ และปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน และไม่ได้รับการแก้ไข ผ่านการเสนอโครงการด้วยวาจา ด้วยเอกสาร และบันทึกเรื่องร้องเรียนได้สำเร็จหลายเรื่อง โดยอาศัยกลไกของวุฒิสภา เช่น ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาแหล่งน้ำ ปัญหาด้านการเกษตร ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ที่ประชาชนเสนอด้วยวาจาจำนวน 1,882 เรื่อง แล้วเป็รเอกสาร 531 เรื่อง เรื่องที่ประชาชนได้เสนอปัญหาวุฒิสภาได้ใช้กลไกของวุฒิสภาประสานและให้การช่วยเหลือ ทำให้ลดปัญหาได้สำเร็จเป็นรูปธรรมในส่วนที่เกี่ยวข้อง เป็นเอกสาร 531 เรื่อง สำเร็จบรรลุผลมากกว่า 60 เรื่อง ประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ ยุติเรื่อง 51 เปอร์เซ็นต์ และอยู่ระหว่างดำเนินการ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ในระหว่างที่หน่วยงานรับไปดำเนินการต่อเนื่อง 3. เป็นโครงการต้นแบบ การริเริ่ม สร้างสรรค์ และออกแบบนวัตกรรมการปฏิบัติงาน มีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ให้มีการทำงานและการแก้ไขปัญหาร่วมกันของประชาชนและเป็นระเบียบ 4. ประชาชนได้รับความรู้ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่ควรรู้ เกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐ สิทธิขั้นพื้นประชาชน ราชการ วิธีงบประมาณของภาครัฐตามที่กฎหมายกำหนด นำไปสู่การพัฒนาแนวความคิดของพี่น้องประชาชนด้วยการพึ่งพาตนเอง เกิดการอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความสามัคคี มีชุมชนเข้มแข็ง ทำงานร่วมกันด้วยความรัก ความสาพอเพียง สำหรับโครงการที่สำเร็จเป็นรูปธรรม ทำให้พี่น้องประชาชน ความคับข้องใจ และเกิดความพึงพอใจ จะขอยกตัวอย่างกิจกรรมของแต่ละกลุ่มจังหวัดที่สำคัญ ๆ 1 ตัวอย่าง เช่น กลุ่มอำนวยการประสานงานให้เกิดโครงการในนิคมแม่จัน จังหวัดเชียงราย สร้างฝายน้ำชุมชนรวมใจประชารัฐ ซึ่งดำเนินการโดยพี่น้องประชาชนพึ่งพาตนเอง ณ บ้านศรีบุญเรือง อำเภอ จังหวัดเชียงราย และอื่น ๆ กลุ่มภาคเหนือตอนบน โครงการเศรษฐกิจฐานรากขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง การติดตั้งไฟฟ้าเพื่อประชาชน ณ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก การบริหารจัดการน้ำจังหวัดพิจิตร กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กรแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาเดือความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องที่ดินทำกินแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นต้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โครงการท่องเที่ยววิธีชุมชนบ้านโนนสูง และน้ำ ไฟฟ้า ถนน หนทางสู่ความยั่งนืน ภาคกลาง การปรับปรุงอ่างเก็บน้ำซอนต้า จังหวัดราชบุรี ภาคตะวันออก การขับเคลื่อน สีชังโมเดล ภาคใต้จังหวัดชลบุรี ภาคใต้ การส่งเสริมและยกระดับรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาว จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับกลุ่มเป้าหมายเยาวชนในสถาบันการศึกษา พบว่าการให้ความรู้ความเข้าใจ การสร้างแรงบันดาลใจสู่อนาคตทำให้เด็ก เยาวชน เกิดทัศนคติที่ดี มีวิสัยทัศนื รักการเรียนรู้ เพื่อเป็นคนดีในสังคมต่อไปในอนาคต เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในผลงานที่ยกเป็นตัวอย่างที่สำเร็จแล้ว มีผลงานอีกหลากหลายชิ้นงานปรากฏที่บอร์ดนิทรรศการ และคู่มือที่ได้สรุปผลงานทำขึ้น จึงเป็นที่มาของโครงการ 4 ปี สว.แห่งความสำเร็จ สมาชิกสภาพบประชาชนขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของการดำเนินงานวุฒิสภาพบประชาชน ที่มีรูปแบบหลากหลายในระยะเวลา 4 ปีให้สาธารณชนได้พบอย่างกว้างขวาง โดยรูปแบบการจัดงานประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วนดังนี้ ส่วนที่ 1 การจัดสัมมนาและแลกเปลี่ยนความรู้ ที่ประชุมวุฒิสภา ส่วนที่ 2 การแสดงผลงานด้านนิทรรศการที่ประสบผลสำเร็จ ส่วนที่ 3. การแสดงผลงานด้านเศรษฐกิจฐานราก สระมรกต รูปแบบการจัดงานครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นการแสดงผลสัมฤทธิ์จากโครงการ สว. พบประชาชน เพื่อประชาชนร่วมชื่นชมการดำเนินงานตามโครงการที่เกิดประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย ซึ่งรายละเอียดของงานและหัวข้อการสัมนาจะปราฏในกำหนดการแล้ว จากการความเป็นมาและวุตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ ผมในประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน มีความยินดียิ่งที่ขอนำผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านเข้าสู่เวทีสัมมนา 4 ปี สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ด้วยการไปด้วยมิตรไมตรี ปฏิบัติกับทุกคนในพื้นที่อย่างเป็นกัลยาณมิตร ตามลำดับต่อไปครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณปิยฉัฏฐ์) ค่ะ ลำดับต่อไปขอเรียนเชิญท่าน วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งท่านเป็นรองประธานคณะอนุกรรมการด้านการจัดการสัมมนาค่ะ ได้กล่าวดำเนินงานภาพรวมของการดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ (คุณคำนูณ) ครับ ขอเรียนเชิญท่านครับ (คุณวีระศักดิ์) กระผม วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา วันนี้ใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพื่ออภิปรายสำหรับพี่น้องประชาชนที่มาอยู่ ณ ที่นี้ ต้องถือโอกาสกราบสวัสดีท่านผู้แทนส่วนราชการ ฝ่ายบริหาร ท่านสมาชิกวุฒิสภา ภาคสื่อสารมวลชน วุฒิสภาได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นท่านมาทำกิจกรรมกันอยู่ในห้องประชุมใหญ่แห่งนี้ ผมขออนุญาตที่จะเดินอภิปรายได้ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลา 4 ปี นำไปสู่อะไรบ้างนั้น จริง ๆ แล้ว คงจะไม่สามารถอภิปรายแต่ว่าสิ่งผม เป็นนวัตกรรมใหม่ของการมีโครงการแบบนี้เป็นครั้งแรกของการที่เรามีวุฒิสภา ก็คือการที่สามารถทำให้บุคคลกรที่เป็นสมาชิกสภาแล้ว เขาเป้นผู้ที่เคยเป็นผู้นำ เป็นผู้บริหารของหน่วยงาน เป็นผู้บริการราชการระดับสูง บริหารเอกชน ภาคเอกชนหรือว่าดูแลการค้า ดูแลกิจกรรม หรือวิชาชีพที่เป็นแพทย์ ทั้งผู้ที่ดูแลด้านทันตแพทย์ หรือว่าแม้กระทั้งคนที่เป็นผู้นำหลายท่านด้วยกันในที่นี้ แล้วเขาก็สามารถ เวลาเดินทางไปคณะกรรมการวุฒิสภาเพื่อประชาชน วุฒิสภาในการกลั่นกรอง ในการกลั่นกรองกฎหมายจะต้องมีพูดถึงเรื่องการปฏิรูป การกระทำที่ว่านั้นได้ใช้ความรู้ได้ แต่จะต้องใช้ความเห็นจากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ กฎหมายหลายฉบับได้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประชาชนก็ยังเข้าไม่ถึง บางเรื่องเป็นเรื่องที่กฎหมายที่ประชาชน กิจกรรมต่าง ๆ กลายเป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่าไม่แน่ใจ บางเรื่องเป็นเรื่องที่เราเดินทางระยะทางแล้ว 40,000 ถ้าหากเอาตัวเลขนับจากแม่สายบนสุดไปถึงสุไหงที่ภาคใต้ ไปกลับอย่างนี้ประมาณ 20 เที่ยวครับ แต่ว่าการเดินทางตลอด 4 ปีนั้นนี่ ได้ช่วยทำให้เราสามารถเข้าถึงยาก รับฟังเขาได้ยาก บางพื้นที่เข้าไป ที่ราษฎรยังคงแคลงใจในบางเรื่อง ในนโยบายของรัฐ เราใช้เวลาในการปรับทุกข์ผูกมิตร ใกล้ชิด แล้วก็ชักชวนกันสนทนา เพื่อจะทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกว่า อย่างน้อยมีคนรับฟังเขาอย่างตั้งใจ เวลาที่ประเด็นในรูปแบบวุฒิสภาพบประชาชนเราก็จะเห็นนะครับ ว่าประกอบไปด้วยบุคคลที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาหลากหลายอาชีพ และประสบการณ์แต่เราไม่ได้ไปกันเองเท่านั้นครับ เราไปกับตัวแทนของฝ่ายบริหาร เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติพื้นที่เราไม่สามารถเป็นผู้สั่งการ เราอาจจะสามารถรับประเด็นกลับมา แล้วก็มาสะท้อนใหม่ในห้องประชุมแห่งนี้บ้าง สภาบ้าง วิธีการก็อาจจะเป็นการตั้งกระทู้ถามให้รัฐมนตรีมาตอบบางเรื่อง ในที่ประชุมเพื่อจะทำให้เรื่องราวเหล่านั้นได้บันทึกด้วยระบบของนิติบัญญัติ ซึ่งก็จะมีหนังสือนำจากท่านประธานในที่ประชุม ส่งไปยังรัฐบาลเพื่อจะขอให้เห็นว่านี่คือความห่วงใย ที่วุฒิสภาที่มีมาจากการรับฟังความเห็นจากภาคประชาชน กลไกแบบนี้เป็นการใช้กลไกที่มีของรัฐสภา ด้วยการเข้าไปเชื่อมโดยตรงกับปรน จริงอยุ่ที่เรามาจากการต่างกันมากนะครับ ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งมา คนคนนั้นนี่จะต้องเป็นคนที่ประชาชนรู้จักอยู่แล้วเขาจึงได้รับการเลือกตั้งเข้ามา แต่วุฒิสภาไม่ได้มากจากวิธีนั้น แต่สิ่งที่วุฒิสภาสำนึกเสมอว่าเสียงของประชาชน จึงได้ออกสายไกลไปตามที่ต่าง ๆ ครบทุกภาค แบ่งคณะของวุฒิสภาออกเป็นหลาย ๆ กลุ่ม แล้วก็ไป อย่างเช่น ภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง ถและก็ลงภาคใต้ สิ่งเหล่านี้ถ้าไป 1 ครั้ง 2 ครั้ง ความแตกต่างหรอกครับ แต่เป็นเรื่องการไปแล้วถ้าตรงนั้นเขาบอกว่ามีเรื่องร้อนเรียน เรื่องจะถึงเรา บางเรื่องได้มาเป็นหนังสือ 500 กว่าเรื่อง ออกในตอนที่เจอหน้าเราแล้ว บอกเราหรือไม่แต่ภายหลังเขารู้สึกว่ามาแล้วไม่หายไป ไปแล้วกลับมาใหม่ เขาก็เลยยินดีที่จะเล่าให้เราฟัง เมื่อฟังแล้ว ขอความเห็นทั้งจากความเชี่ยวชสญจากสมาชิกวุฒิสภาทีไ่ปด้ว ยพร้อม ๆ กันจะถามความเห็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจริง ๆ เขาอาจจะยังไม่ได้ฟังเรื่องนี้ชัด ๆ หรือไม่แน่ใจว่าจะให้เขาเอาอย่างไร อาจจะเป็นเรื่องที่ทางองค์การบริหารที่เกี่ยวข้องกับทางจังหวัด เช่น ราชการส่วนภูมิภาค แม้อยู่ในเขตจังหวัดของท่านท่านก็ไม่มีอำนาจในการสั่งการเพราะเป็นเรื่องอำนาจที่ต้องเกี่ยวข้องกับส่วนกลาง อย่างเช่น เรื่องในป่า เป็นต้น พอแบบนี้แล้วสมาชิวุฒิสภาที่มีทั้งความเชี่ยวชาญ มีประสบกาและมีความพร้อมในการที่จะรับฟังทุกเรื่องได้ พร้อมที่จะประมวลแยกเป็นประเด็นแล้วก็ 1. ถามความเห็นจากหน่วยงาน 2. เอากลับมา สะท้้อนให้กับหน่วยงานกลางได้รับฟังว่าเราได้ไปเห็นปัญหาอะไร และเราคิดว่าจากการรับฟังนั้น นั้นเราคิดว่ามีข้อเสนออะไรจะได้ ถ้าหากว่าไล่ดูกันตามตัวเลขที่ว่าไปแล้ว 450 ครั้งในการลงพื้นที่ไปใน 4 ปี เราไปครบทั้ง 76 จังหวัด และแต่ละภาคที่เราได้ไปกันนั้นมีความถี่อย่างชนิดที่ว่ายังไม่เคยมีหน่วยงานที่จะลงได้มากถึงขนาดนั้นนะครับ มผมยกตัวอย่างให้ฟัง ไปภาคเหนือตอนบนไปถึง 39 ครั้งครับ ครบทุกจังหวัด ไปภาคเหนือตอนล่าง 35 ครั้ง ไปภาคอีสานตอนบน 34 ครั้ง ไปภาคอีสานตอนล่าง 27 ครั้ง ไปภาคตะวันออก 36 คไป 42 อยู่ในภาคกลางอีก 58 ครั้ง นี่เฉพาะการพูดถึงปริมาณตัวเลขการไปถึงพื้นที่นะครับ แต่ทั้งหมดนี้แล้วยังมีระดับอำนวยการนำโดยท่านพลเอก สิงห์ศึก ซึ่งอาจจะไม่ได้สังกัดเฉพาะในภาคใดภาคหนึ่งนี่ตามลงไปอีก รวมเป็น 22 ครั้ง เพราะนั่นคือ 42ที่ท่านประธานสิงห์ศึกกล่าวให้เราฟังตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ดีเมื่อเข้าไปครบทั้ง 76 จังหวัดแล้ว เรืงเรื่องที่ร้องเข้ามาถึงมือหน่วยงานทั้งหมดครับ ถ้าถึงมือเรามันจะไปถึงมือหน่วยงาน ขณะนี้เรื่องที่มาถึงแล้วนี่ เป็นจำนวนที่เป็นเอกสาร 531 เรื่อง ขณะนี้ถึงมือหน่วยงานแล้ว 459 ส่วนเรื่องที่ยังไม่ถึงหน่วยงาน เพราะเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถสรุปประเด็นได้ ต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานไหน และพื้นที่ใดลองคิดดูนะครับ ว่าในกรณีที่ผมสังเกตดูจากผลการลงพื้นที่ไป เราพบว่าผลสถิติของเรื่องร้องเรียนที่มากที่สุด มากที่สุดจริง ๆ แล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำครับ ไปพื้นที่ไหนก็จะตามจะพูดถึงเรื่องน้ำ ไม่น้ำแล้งก็น้ำมาไม่พอใช้ นั่นเป็นเรื่องแรก ประเด็นประเภทที่ 2 จะเป็นเรื่องของที่มาเท่า ๆ กัน คือ เป็นประเด็นเรื่องที่ดินทำกิน ตั้งแต่ไ่มีที่ดินทำกิน หมันยังไม่ชัดเจน หรือหน่วยงานไหนต้องเป็นผู้พัฒนาไปดูแลมันกันแน่ เรื่องประเภทที่ 3 จะเป็นเรื่องคมนาคมขนส่ง เป็นเรื่องท่าน้ำไม่มี ถนนไม่ดี ถนนเสียหายไม่มีใครซ่อม ของพวกนี้ก็เป็นเรื่องที่เราได้รับบันทึกมา เรื่องที่ 5 และเป็นเรื่องเศรษฐกิจฐานรากเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะเเขาปลูกได้ พอได้ เขาแปรรูปได้แล้ว แต่ทำมาค้าขายเขาติดขัด เขาอยากจะได้รับความช่วยเหลือ ความช่วยเหลอาจจะมาจากประสบการณ์จากสมาชิกวุฒิสภาของรัฐสามารถทำได้ คือ สถาบันการศึกษาครับ ที่ตามเข้าไปสามารถวิเคราะห์จัดลึกในพื้นที่ เพื่อทำให้ประเด็นเหล่านั้น ว่าเราจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง เราก็ชี้ชวนสถาบันการศึกษาเข้าไปในพื้นที่ เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับภาคสังคม แล้วกทางแก้ไขที่เขาสามารถทำงานร่วมกันต่อไป อีกเรื่องหนึ่งที่ร้องเข้ามา มากพอสมควร คือเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของขยะ มลพิษ และอีกปัญหาหนึ่งที่ยังไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาอื่น ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันดังขึ้นมาเสมอ นั่นก็คือปัญหาด้านสังคม เขากลับเข้าไปแล้วพี่น้องประชาชนบอกว่าในบางพื้นที่ เหลือแต่ผู้สูงอายุ บางพื้นที่ไม่ค่อยมีเด็กมาเรีรยนแล้ว ของแบบนี้นี่ถ้าจะว่าไปแล้วจะไปเรียกร้องกับหน่วยงานรัฐ รายกระทรวง รายกรม ก็คงยากนะครับ ที่จะมีหน่วยงานไหนลงมาแล้วสามารถรองรับปัญหาทั้งหมดเป็นก้อนทั้งหมดแยกแยะออกมาได้ เพราะว่าเขาเป็นบทบาทของกรมของกระทรวง หน้าที่ที่กำหนดไว้ ในกรม กระทรวง สมาชิกวุฒิสภาเป็นสมาชิกด้านนิติบัญญัติ ไม่รับหรือรับไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่เราเป็นเจ้าภาพได้ทุกเรื่องครับ เพราะเจ้าของจริง ๆ คือเจ้าของพื้นที่ กรม เป็นเรื่องของกระทรวง ตัวกฎระเบียบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฝ่ายบัญญัติสามารถแก้ไขได้เอง บางเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องไปแก้ไขด้วยการพัฒนาร่างพระราชบัญญัติใหม่ อย่างน้อยก็ทำให้บรรดาผู้บริหารก็ดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปจนถึงหน่วยงานส่วนกลาง และราษฎรและพี่น้องประชาชนอย่างน้อยมีเพื่อนรออยู่แล้วในสภา เวลาที่กฎหมายค่อนข้างเดิน และมันทำให้ใช้เวลานานนะครับ มีวาระของเขา 5 ปี มีช่วยทำให้เขาสบายใจได้ ว่าเวลาที่เขาเสนอเป็นแนวคิดด้านกฎหมายหรือมาตรการนั้นนี่ มันจะมีใครสักจำนวนหนึ่ง ซึ่งในที่นี้ สว. พบประชาชนนี่ กับหู ดูกับตา จับมือกันเดินในพื้นที่ แล้วก็สามารถทำให้เขามั่นใจได้ว่า เมื่อเขาโทรศัพท์เข้ามาถามตามเข้ามาได้ว่าคนคนนั้นที่ฟังเขาเป็นสมาชิกวุฒิสภายังอยู่หรือไม่ ยังอยู่ครับ เพราะวาระ 5 ปี อยู่ได้นานพอที่ทำให้กฎหมายค่อย ๆ เคลื่อน จากกรมเล็ก ๆ สุ่คณะรัฐมนตรี เข้ามาคณะผู้แทนราษฎร มายังวุฒิสภาแห่งนี้ โครงการ สว. พบประชาชนจึงเป็นนวัตกรรมที่ทำให้เรามีสะพานไม้ยาว ๆ ที่ช่วยทำให้ชุมชนที่อยู่ห่างไกล จะอยู่ชายแดน จะอยู่บนดอย เข้าถึงยาก หรือแม้เขาจะอยู่กลางเมือง เรื่องความเดือดร้อนนั้นนี่ บางครั้งมันยากที่จะจับชัดเจน แต่ว่าพอได้เข้าไปบ่อย ๆ รู้เรื่อง เราสามารถจำแนกได้ เพราะเรามีสมาชิกเพียงพอ ท่านสมาชิกวุฒิสภาที่นั่งอยู่ด้านหลังของผม ทางด้านซ้ายมือนั้นท่านที่เป็นประธานและอนุกรรมการต่าง ๆ ที่ทำโครงการแต่ละภาคแต่ละเรื่องแยกกลับเข้ามา เมื่อท่านกลับเข้ามาท่านอาจจะใช้ความเป็นวุฒิสภาแต่ละคนในการใช้สิทธิของการเป็นสมาชิก กดปุ่ม จับไมค์โครโฟน สามารถทำได้หรืออย่างที่ 2 ท่านกลับเข้าไปในห้องประชุม ที่เรียกว่า ห้องประชุมกรรมาธิการ ซึ่งก็มี 27 คณะ ที่มีอยู่ในวุฒิสภาแห่งนี้ เรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมาธิการ ให้เป็นเรื่อง ๆ ไป สิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องสาธารณสุข ด้านการศึกษา และอื่น ๆ ก็จะได้ช่วยดึงพลังสนอง และความสามารถที่จะเรียกหน่วยงานต่าง ๆ มาให้ถ้อยคำห้องประชุมกรรมธิการ ว่าจะต้องส่งเรืจะต้องส่งข้อมูลมาให้ก็ทำให้หลายเรื่องได้ข้อยุติ หลายเรื่องได้เจ้าภาพ บางเรื่องแม้มันจะใช้เวลานาน แต่ก็ยังทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกอุ่นใจ ว่ามีเพื่อนอยู่ในสภา ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ผมขอจบด้วยการที่จะกราบเรียนท่านว่าในการที่เราไปทุกที่ด้วยไมตรี เราปฏิบัติต่อทุกพื้นที่อย่างกัลบเราตามให้ติดกับทุก ๆ ปัญหา แล้วนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาสะท้อนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าใน 4 ปีที่ทำมา เราทำได้ต่อเนื่อง เราไม่สามารถบอกได้ว่าวุฒิสภาชุดถัดไปเข้ามาจะต้องทำเรื่องแบบนี้ เพราะนั้นไม่ที่เราจะต้องไปกำหนดให้คนรุ่นต่อไปเข้ามาปรากฏต่อพี่น้องประชาชนที่มีตามพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว ได้สัมผัสวุฒิสภาไปแล้ว ท่านจะเป็นคนกำหนดครับ ว่าท่านอาจจะให้มีโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องแล้วก็ให้แน่ใจว่าประชาชนมีเพื่อนรออยู่แล้วในสภา ในระบบรัฐสภาที่มี 2 สภา เป็สภาคู่ ในประเทศไทย และส่วนใหญ่ก็มี 2 สภา บทบาทของสภาทั้ง 2 ย่อมต้องไม่เหมือนกัน เพราะถ้าเหมือนกันก็คงไม่ต้องมี แต่สภาที่ 2 แห่งนี้ ในอดีตคนเคยเรียกว่า สภาของความเป็นพี่เลี้ยง แต่วันนี้ก็ต้องยอมรับนะครับว่า คนจบปริญญาเอกนั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรก็เยอะแยะ มากมาย อายุของเขาก็หลากหลาย เราไม่ใช่พี่เลี้ยงของสภาผู้แทนณ อีกต่อไป แต่จริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างเอาไว้เพื่อให้วุฒิสภาเป็นสภาเติมเต็ม สภาเติมเต็มในสิ่งที่บ่อยครั้ง สภาผู้แทนราษฎรทำได้อย่างไม่ถนัด เพราะเขามีเรื่องเขตเลือกตั้ง แต่วุฒิสภาทุกคนมีอของอยู่ 2-3 อย่างครับ ที่ผมจะกราบเรียนเป็นการส่งท้าย ประการเรียก สมาชิกวุฒิสภา... สมาชิกวุฒิสภามีเขตของเขาอยู่ทั่วประเทศ ทำได้ทุกเรื่อง ฟังได้ทุกคน รับปัญหาได้ทุกอย่าง อย่างที่ 2 เขาไม่มีเรื่องพรรคการเมือง เพราะทุกคนตามกฎหมายบังคับเลยนะครับ ต้องพ้นจากการเป็นพรรคการเ5 ปีเท่านั้น จึงสามารถเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้ ในรัฐธรรมนูญว่า ต้องไม่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งทั้งสิ้น ทั้งสิ้น นั่นเป็นเรื่องที่ 2 เพราะฉะนั้น จึงสามารถเข้าไปหาใครก็ได้ ไม่ต้องกังวัลว่า เขาจะถูกมองว่าเป็นของพรรคไหน การเมืองอะไร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องสุดท้ายสิครับ ก็คือว่าสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดในวันนี้รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าจะไม่มีสิทธิกลับมาตลอดชีวิตการเป็นวุฒิสภาอีกต่อไป เพราะฉะนั้น ต้องไปถามคนที่ร่างรัฐธรรมนูญ ถามว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขามาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามเขาจะต้องกังวล คำนึงอยู่เสมอว่าถ้าทำอย่างนี้เขามีโอกาสในการให้เขาได้รับเลือกตั้งกลับมาหรือไม่ แต่สมาชิกวุฒิสภาไม่ใช่อย่างนั้น กลับมาตลอดชีวิตไม่ว่าท่านจะทำดีแค่ไหน ประชาชนจะชื่นชมท่านก็ตาม ไม่มีสิทธิที่จะกลับมาอีกแล้ว และต้องเว้นวรรคทางการเมืองต่าง ๆ ไปอีกอย่างน้อย 2 ปี ต้องเว้นวรรค 10 ปี ถูกเสนอชื่อไปเป็นหน่วยงานตรวจสอบแต่เราก็ยังทำเพราะอะไรครับ เพราะมันถูกออกแบบมาไว้ว่าในขณะที่สภาผู้แทนราษฎร โดยธรรมชาติเขาทุกประเทศทั่วไป เขาจะต้องนึกถึง Next Election มาเป็นสมาชิกวุฒิสภา และรู้ว่าไม่มีสิทธิกลับมาเขาจะทำในสิ่งที่เป็นเพื่อ Next Generation ขอบคุณท่านทุกท่านที่มาร่วมในการมีกิจกรรมสัมมนาในวันนี้ เราหวังว่าในการถอดจ้อความ และบทเรียนจากผู้แทนจากพี่น้องราษฎร พบประชาชนจากทุก ๆ ภาค จะได้สรุปให้เราฟังว่าไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน น้ำ เศรษฐกิจฐานราก หรือเรื่องอื่น ๆ นั้นนี่ พี่น้องประชาชนอยากจะเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร ขอบพระคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (คุณปิยฉัฏฐ์) ค่ะ ขอบพระคุณท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ วุฒิสภานะคะ หลังจากที่ได้ฟังท่านวีรศักดิ์พู4 ปี สว. พบประชาชนที่ผ่านมาแล้ว เชื่อว่าทุกท่านก็คงได้ทราบถึงภาพรวมของสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน และทราบถึงเหตุที่เราใช้ชื่อว่า "ความสำเร็จ" นะคะ และอย่างที่ท่านวีรศักดิ์ได้กล่าวว่าวุฒิสภาในวันนี้ไม่ใช่สภาพี่เลี้ยง แต่เป็นสภาเติมเต็มเราก็อยากจะเรียนย้ำให้พี่น้องประชาชนได้ทราบค่ะ ว่าคำว่า "สภาเติมเต็ม" ส่วนหนึ่งนั่นคือหมายถึง เราเต็มใจที่จะรับฟังปัญหา อุปสรรค ข้อสงสัย และข้อเสนอแนะต่าง ๆ จากพี่น้องประชาชนและเป็นที่ที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และเตที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนค่ั เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งที่เป็นความสำเร็จร่วมมือของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัตินะคะ รวมถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ค่ะ แต่ว่าในช่วงนี้เราทั้ง 2 คน ก็หมดหน้าที่แล้วนะคะ ก็จะขอกล่าวคำว่า สวัสดี และขอมอบช่วงเวทีต่อไปให้กับครูหยุย ท่านวัลลภ ตังคณานุรักษ์ และท่านดวงพร รอดพสมาชิกวุฒิสภา ขอเรียนเชิญค่ะ และขอกล่าวคำว่า "สวัสดีค่ะ" (คุณคำนูณ) ครับ ขอบพระคุรทุกท่านครับ (พลเอก สิงห์ศึก) ท่านประธานที่เคารพ่อแม่พี่น้องที่รักทุก ๆ ท่าน ก็ขออนุญาตกราบคำว่าสวัสดีอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็สวัสดีไปถึงท่านผู้แทนส่วนราชการทั้งหลายที่อยู่ทางขวามือของผมนะครับ ที่สำคัญวันนี้นี่ เราไม่ได้ไม่อยู่เฉพาะข้างล่างนะครับ // ใช่ค่ะ เราอยู่ที่ชั้นบนชั้นลอยข้างบนด้วยนะคะ (คุณวัลลภ)ปรบมือให้เพื่อนเราด้านบนได้ไหมครับ เต็มไปหมดเลยครับ [เสียงปรบมือ] พี่ดวงพรครับ ผมคิดว่าวาระของเราในวันนี้ เนื่องจากเราได้ฟังท่านประธานสิงห์ศึกพูดไปแล้ว ฟังท่านอาจารย์วีระศักดิ์ ผมคิดว่าเวทีต่อไปนี้ น่าจะเป็นของภาคปรเริ่มอย่างไรดี (คุณดวงพร) เราเริ่มเลยดีไหมคะ เรามีกัน 7 ภาค 7 กลุ่มภาค เราก็จะมีผู้แทนจากทุกกลุ่มภาคที่จะขึ้นมาให้ข้อมูลกับเรานะคะ เริ่มจากกลุ่มที่ 1 ก่อนเลยไหมคะ เชิญท่านแรกเลยนะครับ เรียนว่าเรามีผู้แทน 7 ภาคที่จะมานำเสนอผลสัมฤทธิ์ อาจจะดีอกดีใจก็ได้ว่าหลังจากวุฒิสภาลงไปแล้วนี่ ประชาชนได้รับอะไรจารูปธรรมบ้าง ต่อจากนั้นก็จะเป็น 4 กลุ่มเป้าไหมนะพี่ดวงพรนะค่อยตามมา อย่างนั้นผมขออนุญาตกลุ่มแรกก่อนเลยนะครับ ท่านแรกนะครับ จะเป็นผู้แทนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่ต้องเรียนทั้งหลายก่อนเพราะเราแล้วให้แต่ละภาคหาอาสาสมัครก่อนว่าภาคใดจะพูดเป็นภาคแรกนะครับ แล้วแต่ละท่านก็ยกมือ เขาเรียกว่ายกมืออาสาสมัครเป็นภาค ๆ ภาคแรกก็จะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะนำเสนอโดย คุณนพดล ม่วงแก้ว คุณนพดล ม่วงแก้ว นี่เป็นประธานที่ดูแลในเรื่องของการปลูกกาแฟ และแมคแคดิเมีย พืชเศรษฐกิจและพืชทางเลือก พื้นที่สูงบ้านดงมะไฟ ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เรามีเวลาทั้งหมดแต่ละท่าน 10 นาที จะมีนาฬิกาขึ้นมาให้ท่านเห็นน่าจะขึ้นและ พอครบ 9 นาทีก็จะมีเสียงออดเตือนท่าน ท่านจะได้บินลงได้อย่างสง่างามนะครับ เรียนเชิญเลยครับ ท่านพลดลครับ ตรงไหนครับ เชิญครับ (คุณนพดล) กราบเรียนท่านประธานที่เคาครับ และทุกท่านที่เข้าร่วมในที่ประชุมแห่งนี้ กระผม นายนพดล ม่วงแก้ว ประธานวิสาหกิจชุมชนอาราบิก้า และแมคคาเดเมีย ตำบล อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา นะครับ ก็นับว่าเป็นเรื่องดีงาม ถ้าว่าก่อนหน้่านี่ขอเล่าที่มาที่ไป Before นะ ก็คือว่าเราได้เลือกกาแฟทีสูงนั่นหมายถึงกาแฟ และ มาดูแลป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งเราเป็นพื้นที่สูงในระดับความสูงตั้งแต่ 400-700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลนะครับ ก็ถือว่าเป็นที่ที่มีศักยภาพเราเคยมองแต่ว่าภาคเหนือปลูกกาแฟได้ และภาคใต้ก็ปลูกอีกสายพันธุ์หนึ่ง แต่ว่าตรงภาคกลางตรงนี้ใกล้กรุงเทพมากเลย เพียงแค่ 250 กิโลเมตรเท่านั้นนะครับ บนนั้นมีศักยภาพปลูกกาแฟอาริกาได้ดีพอเพียง หลักจากที่เราเริ่มต้นในปี 45 และจากนั้นเราได้รับสนับสนุนจากศูนย์วิจัยเกษตรที่เขาค้อภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดเพชรบูรณ์นะครับ ก็เรานี่อยู่ภาคอีสาน เราเป็นเด็กนอกพื้นที่บริการ แต่ครูก็ดีมาก ครูก็มาให้คำแนะนำ ให้ต้นพันธุ์มาทดลองปลูกเมื่อปี 2545 จนกระทั่งปี 2549 เอ๊ะ มันก็เป็นรูปกาแฟนี่นา เก็บได้ และหลังจากนั้นนี่ในปี 48 เราก็เริ่มเขียนชุมชน บทบัญญัติ 10 ประการ บ้านดงมะไฟ เพราะร้อยพ่อพันแม่มันอยู่ที่นั่น ดังนั้นแล้วนี่ เพื่อทุกคนจะต้องทำปฏิบัติให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทำอย่างไร เราได้เห็นแล้วว่าพื้นที่เกษตรกรเขาทำกันอยู่ ก่อนที่ผมจะเข้าไปอยู่นี่ จนวันนี้ 40 ปีแล้วสิ่งที่เขาทำคือเป็นพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งต้องเปิดหน้าดินอยู่ทุกปี เพราะหน้าฝนที่กำลังถึงอยู่นี้เกิดชะล้างอย่างมโหฬารต่อเนื่องกัน 40 ปี เมื่อปี 45 ที่เอาเกษตรที่สูงในเบื้องต้นเราใช้ พอปี 2549 นี่ ไปจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ว่าวิสาหกิจชุมชนกาแฟอาราบิกา และแบบประชาอาสา บ้านดงมะไฟ เราพบว่าประชาอาสานี่เป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญแห่งความสำเร็จ เพราะมันไม่ใช่มีการนโยบาย ไม่มีการแผน ไม่มีการงบประมาณใด ๆ จากที่ใดก็แล้วแต่ แต่มันเป้นความพร้อมใจของเกษตรพื้นฐานนะครับ ในการที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตจากพืชไร่ธรรมดามาเป็นแบบนี้ อย่างน้อยตอนนี้นี่ เรามีพื้นที่ทั้งหมด 300 ไร่ มีเกษตรกรที่อยู่ในวิสาหกิจชุมชน 28 ครัวเรือนจำเป็นเหลือเกินที่เราต้องสร้างให้เต็มรูปแบบ เช่น 1. ส่งเสริมการปลูก 2. เก็บเกี่ยว 3 แปรรูปและลงบรรจุพัน หรือการตลาดในที่เดียวกัน แต่โชคดีครับ กาแฟที่เราปลูก 400-700 นี่ เมื่อไปตรวจแลปเรามีคาเฟอีนเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ คราวนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ เดี๋ยวผมจะนำเรียน เพราะปรากฏว่าหลังจากนั้นนี่ มันก็ไปเข้าสู่กระบวนการ GI นี่ปี 59 วันที่ 31 มีนาคม ปี 2559 กรมทรัพย์สินทางปัญหาได้ขึ้นทะเบียนกาแฟดงมะไฟให้เป็น Gi เป็นตัวแรกของจังหวัดนครราชสีมานะครับ หลังจากนั้นพอปี 60 เราเข้าใจว่าพื้นที่นี้ เป็นพื้นที่ทำกินแต่ว่ายังมีปัญหาพื้นที่ทำกินอยู่ แต่ก่อนหน้านั้นปี 2547 มีเรื่อง สทก ทป. 4 และหลังจากนั้นก็เงียบไป จนะกระทั่งมาในปี 57 เรามีข่าวดีว่ามี คทช. ขณะนี้ คทช. ก็เขามาแล้วตั้งแต่ปี ปี 2563 แต่ปี 2564 ยังไม่ซ้ายไม่ขวา ปรากฏว่าสิ่งดีงามเกิดขึ้นทันที มีโครงการ สว. พบประชาชน และได้มาที่บ้านดงมะไฟนะครับ ขอทราบ 2 เรื่องคือการปลูกเกษตรที่สูง กาแฟดงมะไฟ เรื่องที่ 1 และเรื่องที่ 2 พื้นที่ทำกินนะครับ ผมก็ได้นำเสนอ ในตอนนั้นนี่ท่าน สว. 28 ท่านมาจากส่วนกลางที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นก็เป็นนะครับ ก็จะมีเกษตรจังหวัด มีป่าไม้ กม. 8 นะครับ แล้วก็อันนี้ 2 อันนี่หลัก ๆ มีทรัพยากรน้ำภาค 5 เข้ามาเกี่ยวข้องด้แต่เนื่องจากว่า คทช. มันยังไม่ไปซ้ายไปขวา และเป็นพื้นที่ป่า ปรากฏว่า สว. ได้ทราบปัญหานี่ ก็จึงได้นำเข้าสู่กระบวนการนะครับ ตอนหลังนี่มันก็ดีมาก ๆ เลย ตรงที่ว่ามีการบูรณาการร่วมกันกับภาคส่วนที่มีหน้าที่ประจำอยู่แล้วภาคในจังหวัด ปรากฏว่านี่เป็นกรณีแรกผมเกิดมาก็ไม่เคยเห็นผมได้กล่าวเลยบอกว่าอันนี้ท้ายที่สุดเราได้ยินแล้วว่าเป็นนวัตกรรมนะครับ ต้องไปรับทราบ ไปรับรู้ว่าประชาชนเขามีความต้องการอย่างไร เขามีปัญหาเขามีอย่างไรก็มาแก้อย่างไร ดังนั้น แล้ว สว. ถือว่าเป็นกระบวนการที่ถูกต้องและเหมาะสมนะครับ เราก็ได้รับการบูรณาการเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องคทช. เมื่อวานนี้ก็ได้มีการประชุมกันแล้วก็ในส่วนที่เกี่ยวข้องก็น่าจะเป็นประมาณปี 2567 ถ้าเป็นปี 2567 ได้นี่ งบประมาณไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนของ ของ กจ. เกษตรจังหวัด หรือจะเป็นทรัพยากรน้ำ 14 ล้านจากการพบกับ สว. พบประชาชน โครงการต่าง ๆ เหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนะครับ ขณะเดียวกันก็รอเวลา ถ้าหากว่าหลังจากนั้นแล้วนี่พร้อมเมื่อไหร่ก็จะเริ่มดำเนินการ แต่อย่างไรก้ขอเรียนข่าวดีของเรานะครับ ทุกท่านว่ากาแฟดงมะไฟเป็น GI เราได้พิสูจน์แล้วว่าคาเฟอีน 1 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ 1 เดียวในโลก และข้อมูลกาแฟดงมะไฟ ก็ไปอยู่ที่สหประชาชาติเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกับ เสื้อที่ผมใส่นี้เป็นของโคราช Geo Park ดวงดาว การที่มีไปสู่ความสำเร็จ ณ ตอนนี้การที่จะไปเราจำเป็นต้องร่วมกันครับ กราบขอบพระคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) ที่ 2 นะคะ ก็จะเป็นประเด็นที่นำเสนอโดยกล่มของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนนะคะ โดยประเด็นที่จะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของความสำเร็จ ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย จังหวัดมุกดาหารนะคะ นำเสนอโดย นายยาล ปาหลานะคะ ขอเรียนเชิญค่ะ อยู่ตรงไหนเอ่ย (คุณญาน) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ที่เข้ามาสัมมนาในครั้งนี้นะครับ กระผม ปาหลา ราษฎรหมู่ที่ 13 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารครับ การที่ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ คำป่าหลาย อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหารนะครับ ผมขอขอบคุณนะครับ สมาชิกวุฒิสภาที่จัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นะครับ เพื่อลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนนะครับ ขอเสนอแนะแนวทางการแก้ไขของปัญหาของประชาชนให้ทำให้ความเดือดร้อนของประชาชนในหลายประเด็นนะครับ การแก้ไขปัญหาที่ได้สำเร็จไปแล้วก็มีนะครับ ยังไม่สำเร็จก็มีนะครับ แต่มีการลงพื้นที่ต่อเนื่อง ก็ได้คลี่คลายลงไปนะครับ ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตำบลคำป่าหลายนะครับ หาไม่ได้อีกแล้วนะครับ สว. นะครับผมดีใจมากนะครับ ที่ท่าน สว. ลงไปติดตามผลงานการแก้ไขปัญหาของราษฎรในพื้นที่ตำบลคำป่าหลายที่ลุล่วงไปด้วยดีนะครับ บางส่วนก็ยังติดอยู่นะครับ ประเด็นทำกินนะครับ ที่ทำกินและประเด็นที่อยู่อาศัยของราษฎร ชาวตำบน คำบาหลายนะครับ ซึ่งแตกต่างจากภาคอื่นนะครับ ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหารนี้เป็นพื้นที่ทำกินอีกอยู่อย่างหนึ่ง ที่อยู่อาศัยเป็นกลุ่ม เป็นก้อน เป็นหมู่บ้าน เขาเรียกเป็นหมู่ เป็นหมู่นะครับ แตกต่างกันกับที่อื่น ที่อื่นที่อยู่อาศัยอยู่ร่วมกันนะครับ อันนี้ไม่ใช่นะครับ ความเดือดร้อยของประชาชนในเขตตำบทประชาชนในเขตตำบลคำป่าหลาย เนื่องจากมีนโยบายนะครับ ทวงคืนผืนป่านะครับ มีนโยบายทวงคืนผืนป่า ก็มีท่าน สว. ได้ลงไปพูดคุยกับประชาชนก็ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก็ได้แก้ไขมาเป็นบางส่วนนะครับ บางส่วนก็เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ราษฎณไเข้าไปทำกินในพื้นที่ที่ตรวจยึดก็มีนะครับ บางส่วนก็เข้าไปทำกินในพื้นที่ คสช. เพราะว่าจากคณะรัฐมนตรีนะครับ ก็ได้เข้าไปทำกินแล้วนะครับ ประเด็นที่ 2 นะครับ เกี่ยวกับเหมืองหินนะครับ เหมืองหินตั้งอยู่ หมู่ทีี่ 6 บ้านนาคำน้อย ตำบลคำป่าหลาย จังหวัดมุกดาหารนะครับ ซึ่งขออนุญาตตั้งแต่ปี 2559 นะครับ ผมก็ได้กับราษฎรในหมู่บ้าน 3 หมู่บ้านได้เดินทางขอเรียกร้อง ขอคืนสิทธิ์นะครับ เพราะว่าเป็นเหมืองที่ เป็นเหมืองหินที่มีแร่หิน ทราย นะครับ อยู่ตรงนั้นนะครับ รอบ ๆ บริเวณนะครับ รอบ ๆ บริเวณมันมีสระน้ำ มีบ่อน้ำ มีน้ำทรัพย์นะครับ ปัจจุบันนี้ ปัจจุบันนี้นะครับ ราษฎร 3 หมู่ เอาน้ำซับที่ผุดขึ้นมาจากหินนะครับ จะเอามาจากผืนดิน เอามาทำน้ำประปา เพื่ออุปโภคบริโภค ใน 3 หมู่นะครับ อันนี้ก็ได้ยินข่าวว่าท่าน สว. บอกว่าทางอุตสาหกรรมได้ทำหนังสือขอยกเลิกไว้แล้วนะครับ อันนี้ผมขอขอบพระคุณท่าน สว. มากนะครับ ที่เป็นห่วงเป็นใยของชาวบ้านนะครับ ประเด็นใหม่ที่ตำบลคำป่าหลายอีก ประเด็นที่โรงแป้งมันสำปะหลังนะครับ โรงแป้งมันสัหนองแคนนะครับ ปล่อยน้ำเสียลงลำห้วยบางทรายนะครับ ปล่อยน้ำเสียลงลำห้วยบางทราย เวลาน้ำหลากมันก็ดีนะครับ เวลาหน้าแล้งมันทำให้น้ำเสีย เขียวชอุ่มเลยนะครับ ปู ปลา ตายหมดนะครับ คนลงก็ไม่ได้ ราษฎรไปทำมาหากินก็ไม่ได้ จากบางทรายนะครับ เพราะว่ามันคันนะครับ มันเป็นผื่นเป็นคันหมดนะครับ ฉะนั้น ตัวนี้ผมขอให้ท่าน สว. ติดตามให้ผมหน่อยนะครับ ประเด็นที่ 4 นะครับ เกี่ยวกับกลิ่นของโรงงานของพารานะครับ ในเขตตำบลคำป่าหลายนะครับ ตอน สว. ลงไปมันไม่เหม็นนะครับ สว. กลับมาเหม็นกลับมาตามหลังเลยนะครับ แต่ช่วงนี้มันก็เป็นช่วง ๆ นะครับ เวลาอากาศเย็น ๆ มันก็เหม็นนะครับ เวลาขอให้ท่าน สว. ไปติดตามแก้ไขให้หน่อยนะครับ ผมขอขอบพระคุณมากนะครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) บอกคำวามสำเร็จ 2 เรื่อง ขณะเดียวกันก็ขออีก 2 เรื่อง ท่านจเรศักดิ์จดแล้วนะครับ เป็น 2 ภาคแล้วนะครับ ภาคอีสานตอนล่างและอีสานตอนบน ท่านถัดไปนะครับ เราจะขออนุญาตดิ่งพสุธาลงทางใต้เลยนะครับ นะครับ จะไปที่ภาคใต้ ประเด็นการส่งเสริมและยกระดับรายได้เกาตรกรปูขาวจังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ ผู้ที่จะมานำเสนอจากคุณณัฏชัย นาคเกษม ตรงไหนครับ เรียนเชิญเลยครับ // ครับ กราบสวัสดี ท่าน สว. และทุกท่านในที่นี้นะครับ ผมณัฎฐชัย นาคเกษม มาจากอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ ก็ดูสีผิวก็คงจะรู้นะครับ คงไม่ใช่คนเหนือแน่ ๆ เป็นคนปักษ์ใต้ครับ คือประเด็นที่จะนำเสนอในวันนี้ก็คือโครงการความสำเร็จจากการปรับเปลี่ยนการเลี้ยงกุ้งขาวมาเป็นการเลี้ยง... การเลี้ยงกุ้งขาวมาเป็นการเลี้ยงกุ้ง มาเลี้ยงปูทะเล คือปูขาวแบบยั่งยืนนะครับ โครงการก็คือมานำเสนอความสำเร็จครับ ก็คืออาชีพเดิมของผมก็คือเป็นเกษตรกรคนเลี้ยงกุ้ง ก็หลาย ๆ คนที่เคยเลี้ยงกุ้งก็คงจะรู้ดีนะครับ ว่าความสำเร็จมีแค่ไหน ก็ประสบสภาวะขาดทุน แหล่งทุนที่เราเอามาจากไหนก็เอามาจาก ธกส. เพราะเราเป็นเกษตรกร เราไม่ใช่นายทุน เราต้องกู้จาก ธ.ก.ส เป็นหนี้มากปั๊บ ขาดทุนตลอด ก็เป็นปัญหาหนี้สะสมสำหรับพวกเรา เวลาเลี้ยงกุ้งไม่ได้ 1 เดือนที่เราต้องจ่ายดอกกกับ ธ.ก.ส ก็ประมาณ 10,000 เศษ ๆ ถ้ามันไม่มีรายได้ ถามว่าจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย ธกสเพราะฉะนั้นในช่วงว่าง บ่อที่ว่างอยู่เราก็ได้ไปหาลูกปูจากธรรมชาติ เอามาปล่อยในบ่อที่มันว่างอยู่จาการขาดทุนนากุ้ง พอปล่อยไปได้สักระยะหนึ่ง มันก็สามารถประกอบอาชีพให้กับเราได้ ก็ระดับหนึ่งพอซื้อข้าวสาร พอซื้อข้าวอะไรได้ คราวนี้ทาง สว. สวัสดิ์ ก็เล็งเห็นอยู่ตรงนี้แล้ว ก็ได้นำปัญหาตรงนี้ จากเกษตรกรผู้ประสบปัญหาทในการเลี้ยงกุ้ง ท่านสว. สวัสดิ์ ก็ได้ผ่านเรื่องนี้ไปทางวช. วช. ก็แทงเรื่องตรงนี้ลงไปเลย ลงไปทางมหาวิทยาลัยศรีวิชัย มทร. ศรีวิชัย ไทรใหญ่ ว่าลงมาแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรตรงนี้หน่อยสิ มทร. ศรีวิชัย ไสใหญ่ ก้ได้ลงมา เราเอาปู เอามาเลี้ยง อัตราการรอดเราจะอยู่แค่ประมาณ 20 เปอร์เซ็ตน เข้ามาให้ความรู้กับพวกเรา จาก 20 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เราทำอัตรารอดได้ 70 เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้น ต้องขอเสียงปรบมือให้ สว. สวัตรของเราสักนิดหนึ่งนะครับ ที่มาช่วยเรา แล้วหลังจากนั้นเราก็ได้ลูกพันธุ์ปู เป็นปูขาวนะ เป็นปูขาว หรือบางคนก็เรียกว่าปูทองหลาง เราได้ลูกพันธุ์ดี ๆ จากศูนย์เพาะเลี้ยงชายฝั่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากตรัง สงขลา ทุ่งทะเล หรือแม้กระทั่งลุ่มน้ำปากพนังนะครับ หลังจากที่เราทำอัตราการรอดได้ 70 เปอร์เซ็นต์ ถามว่าอะไรเกิดขึ้น ก็คือผลกำไรเรามีขึ้น จาก 20 เปอร์เซ็นต์ มาเป็น 70 เพราะฉะนั้น เราเล็งเห็นแล้วว่า 1 บ่อ ในบ่อกุ้งร้าง1 บ่อเราผลิตได้เกือบ 1 ตัน คูณง่าย ๆ ครับ 1,000 กิโล คูณ 300 เราใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงไม่เกิน 4 เดือนครึ่ง ถามว่าตรงนี้คืออะไร และปัจจุบันนี้เรานำเข้าปูขาว หรือว่าปูจากต่างประเทศเข้ามาเป็นพันล้านต่อปีนะครับ หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ เพราะฉะนั้น นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่ยังมีบ่อกุ้งร้างตรงนี้อีกเยอะ เป็น 10,000-20,000 บ่อ ถ้าเรายกระดับตรงนี้ขึ้นมา ผมว่าเศรษฐกิจตรงนี้ย่อมดีขึ้นนะครับ เพราะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้เราต้องขอบคุณ สว. ที่ว่าชี้แนวทาง เอาทางมหาวิทยาลัยเข้ามา มาช่วยกับเกษตรกรตรงนี้ ทำให้เกษตรกรมีความรู้ ในส่วนหนึ่งนะครับ ก็อยากจะขอบคุณ ขอบคุณมาก ๆ เลย เพราะว่าทำให้ตรงนี้ สภาวะหนี้สินของเกษตรกรตอนนี้เริ่มดีขึ้น เพราะฉะนั้น คือฟาร์มผมเป็นฟาร์มสในการเลี้ยงปูขาว ถ้าเกษตรที่ต้องการปรับเปลี่ยนอาชีพ สนใจ เข้าไปดูได้เลยครับที่ฟาร์มผม และอีกอย่างหนึ่ง เราเลี้ยงปูขาว เราไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เหมือนกับการเลี้ยงกุ้งที่ผ่านมา คนอื่นเลี้ยงผมไม่รู้ ผมเลี้ยงมา เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี สีน้ำเค็มอะไรต่าง ๆ แต่ปัจจุบันนี้เราเลี้ยงปูขาว น้ำที่ปล่อยออกไป ทุกอย่างเราสามารถเช็กได้หมด ค่าแอมโม แอมโมเนีย อัลคาไลน์ ไนไตรท์อะไรต่าง ๆ เพราะเรามีการบำบัด ไม่ใช่บำบัดอย่างเดียวนะ ในขณะที่เราเลี้ยงเราก็ใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำ และก็ช่วยการเจริญเติบโตของปูดีขึ้น เพราะปูขาวเป็นปูโคลน อยู่กับโคลน เพราะฉะนั้น จุลินทรีย์ตัวนี้ ทำให้โคลนสะอาด พอโคลนสะอาดขึ้นปึ๊บ ทุกอย่างมันก็ดีขึ้น น้ำที่เราปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติก็ไม่มีมลพิษ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเรา ที่ฟาร์มของเรา ก็คือเป็นธนาคารจุลินทรีย์ เราทำจุลินทรีย์แบ่งปันให้เกษตรกร ไม่ว่าจะเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปู สัตว์น้ำทุกอย่าง สามารถมาแบ่งปันจากที่ฟาร์มเราได้ เพราะฉะนั้น เกษตรกรยืนได้จากล้มมาแล้ว ยืนได้ขึ้นระดับหนึ่ง ขอฝากอีกข้อหนึ่งครับ ถ้าอย่างนั้น จากลุกขึ้นมายืนตอนนี้อยากเดินได้ครับ พออยากเดินได้ก็ต้องฝากผ่านทาง สว. ด้วยครับ เราอยากนำเสนอโครงการนี้เข้าสู่ บบท. ครับ ให้ช่วย ให้เราเดินได้ต่ออีกสักนิดนะครับ เพราะฉะนั้น ขอฝากจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้น ต้องขอขอบคุณท่าน สว. ล่วงหน้าไว้ในที่นี้ด้วยนะครับ ว่าจะช่วยเสนอโครงการของเรากับ บบท. ต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) นะคะ จากภาคใต้ ตอนนี้จะชวนท่านขึ้นเหนือไปดูโครงการ ไปดูความสวยงามนะคะ จะเป็นโครงการของ... โครงการของการท่องเที่ยวนะคะ เรื่องของนั่งแพรแลน้ำนะคะ ที่อำเภอคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุพินำเสนอโดย นายปราโมทย์ เมืองเปรมค่ะ เชิญค่ะ (คุณปราโมทย์) กราบเรียนท่านประธาผมนายปราโมทย์ เมืองเปรม นายกอำเภอกันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ความสำเร็จของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ภาคเหนือตอนล่าง ในการผลักดันของ ตำบลคันโช้ง 6 ตำบลของอำเภอวัดโบสถ์ ในปี 2545 กรมชลประทาานได้เข้ามาสำรวจพื้นที่ พื้นที่ตำบลกันโช้ง อันเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่า เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน แห่งสุดท้ายของพระองค์ท่านอีกด้วย หลังจากสร้างเขื่อนเสร็จ กรมชลประทานได้เริ่มจัดเก็บน้ำและได้แจ้งประชาสัมพันธ์ วัตถุประสงค์ของการสร้างเขื่อนไว้ดังนี้ 1. สามารถบรรเทาความเดือนร้อนจากอุทกภัย 2. แหล่งน้ำแควน้อยและเพิ่มผลผลิตทางด้านการเกษตร 3. เพื่อส่งน้ำอุปโภคบริโภค 4. เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อน พีชักผ่อนหย่อนใจของประชานและการประมง ตามที่คณะสมาชิกวุฒิสภา ได้มีโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนที่จังหวัดพิษณุโลกในวันที่ 19 มกราคม 2566 โดยมีท่านพลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ตอนล่าง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและปัญหา ซึ่งชาวตำบลคันโช้ง ได้เสนอปัญหาในพื้นที่ให้ทางวุฒิสภาได้รับทราบดังนี้ ปัญหาข้อที่ 1 การพัฒนาพื้นที่รอบเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเทศการนั่งแพแลน้ำ เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลคันโช้ง 2555 โดยการรวมตัวของประชาชนในพื้นที่ มีความสนใจมีความต้องการหารายได้เสริมมาช่วยเหลือครอบครัว โดยเห็นว่าพื้นที่หน้าเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีการปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำแควน้อย เกิดเป็นสายน้ำที่ใส ไหลเย็น รวมทั้งทัศนียภาพรอบ ๆ เป็นป่าเขาที่มีความสวยงาม เหมาะแก่การพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของตำบลคันโช้งและจังหวัดซึ่งในช่วงแรก ๆ ชาวบ้านได้นำแค่ไม้ไผ่ ซึ่งเป็นของใช้ที่มีกันแทบทุกหลังคาเรือน มาวางไว้ริมตลิ่งเขื่อนแควน้อย และลงเล่นน้ำคลายร้อนในฤดูร้อน ท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านบในการทำอาหาร ได้มาเปิดร้านจำหน่ายอาหาร ไว้จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ต่อในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชาวบ้านได้มีการพัฒนาบริการกิจกรรมต่าง ๆ ให้มีความน่าสนใจ และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้มาท่องเที่ยวที่อำเภอคันโช้งของเรา ปัจจุบันได้มีการตั้งกลุ่มท่องเที่ยวตำบลคันโช้ง ทำหน้าที่วางนโยบาย บริหารการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ รูปแบบการท่องเที่ยวได้มีการพัฒนาไปจากเดิมจากที่ชาวบ้านนำแคร่ไม้ไผ่มาวางให้นักท่องเที่ยว เป็นซุ้มไม้ ที่มีความหนาแน่น คงทน หลังคามุงด้วยหญ้าคา เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทำแพไม้ไผ่เป็นตัวเลือกให้นักท่องเทีย่วที่ผ่านมา ทเศกาลนั่งแคร่แช่น้ำ จะจัดจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน ของทุกปี ได้มีนักท่องเที่ยวเดินเข้ามาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก โดยฌแวันหยุดยาวที่หยุดต่อเนื่องกันหลายวัน เช่น เทศาลวันสงกรานต์ ซุ้มไม้ที่เตรียมไว้ 800-900 ซุ้ม ยังไม่เพียงพอต่อนักท่องเที่ยว สร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านอำเภอกันโช้งได้เป็นอย่างดี ในปี 2566 นี้ ได้มีการเปลี่ยนชื่อจากเทศกาลนั่งแคร่แช่น้ำ เป็นเทศกาลนั่งแพแลน้ำ ปัญหาในเรื่องของการขออนุญาตใช้พื้นที่ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ทำให้บางปีกว่าจะได้รับอนุญาตใช้พื้นที่ก้เกิดความล่าช้าในการจัดกิจกกซึ่งชาวบ้านอำเภอคันโช้ง และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ได้รับจากการกิจกรรมท่องเที่ยวนี้ต่างมีความต้องการให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าขอได้อนุญาตให้จัดเทศกาลนั่งแพแลน้ำได้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ใน พ.ศ 2565 ที่ผ่านมาก็ได้ติดปัญหาการอนุญาตใช้พื้นที่เช่นเดิมจนชาวบ้านคิดว่าไม่สามารถจัดเทศกาลนั่งแพแลน้ำได้ เบื้องต้น ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ได้นำปัญหากับท่าน สว. บุญแก้ว ไกรฤกษ์ กิติศักดิ์ และนำปัญหานี้เข้าไปปรึกษากับทางคณะวุฒิสภาและคณะวุฒิสภาได้เดินทางมารับฟังปัญหาดังกล่าว พร้อมได้หาาทางแก้ไข ตามโครงการวุฒิสภาพบประชาชน ท่าน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาประธานคณะวุฒิสภาพบประชาชนในจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ในวันที่ 19 มกราคม 2566 วึ่งคณะวุฒิสภาได้นำปัญหากลับไปพิจารณาผลักดันจนสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้สำเร็จ ทำให้ใปนี พ.ศ. 2566 นี้สามารถจัดกิกรรมเทศกาลนั่งแพแลน้ำได้ ชาวบ้านต่างรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง พร้อมทั้งกราบขอบคุณวุมิสภาเป็นอย่างสูงที่ท่านได้เป็นความทุกข์ยาก และช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้จนสำเร็จ ปัญหาข้อที่ 2 ขอทวงถามโครงการสร้างแก่งเทียมทดแทดแก่งที่ถูกน้ำท่วม การกรมชลประทาน ได้ทำการเวรคืนที่ดินป่าของตำบลกันโช้ง และตำบลบ้านยาง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดพิเป็นจำนวน 40,000 กว่าไร่ หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้ทำการกักเก็บน้ำ ทำให้ธรรมชาติที่เป็นแหล่งอาหาร แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้ถูกน้ำท่วมไปด้วยกับชาวบ้านไว้ว่าจะดำเนินการสร้างแก่งเทียมแทนแก่งเก็บแควที่ถูกน้ำท่วมไป ได้มีการออกแบบและตั้งงบประมาณไป ปี พ.ศ. 2544 ไว้จำนวนเงิน 46 ล้านบาท แต่ด้วยปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถสรก่อสร้างเขื่อนยทียมได้ และใน พ.ศ. 2566 โครงการวุฒิสภาพบประชาชน โดยท่านสิงห์ ได้สั่งการให้ท่าน สว. กิตตติศักดิ์ รัตนและท่าน สว. จตุรงค์ เสริมสุข ประชุมหารือ ประสานและติดตามการคืบหน้าสร้างแก่งเทียม เพราะสมาชิกวุฒิสภาได้เห็นว่าแก่งเทียมนี้ถ้าสำเร็จและจังหวัดพิษณุโลก เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อาจจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวตำบลคันโช้งได้่ชาวตำบลคันโค้ง กราบขอบพระคุณสมาชิกวุฒิสภาเป็นอย่างสูงที่ท่านได้ผลักดันโครงการการท่องเที่ยวเทศกาลนั่งแพแลน้ำ จนประสบผลสำเร็จ สามารถสร้างรายได้เสริมในช่วงฤดูแล่งที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ แล้วชาวตำบลคันโช้งมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับสมาชิกวุฒิสภาอีกครั้ง เพราะตำบลคันโช้งยังมีปัญหาอีกหลายด้านที่ต้องการความช่วยเหลือ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เป็นโครงการที่ดี ช่วยบรรเทาทุกข์ร้อนให้ได้รับการแก้ไข เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของอำเภอกันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ขอบพระคุณครับ (คุณวัลลภ) ผ่านไป 4 ภาคแล้วครับ ต้องขอชื่นชมนะครับ ว่าทุกภาคใช้เวลาเหลือทั้งนั้นเลย การมีมิติเวลาที่เหลือจะเป็นประโยชน์ต่อห้องประชุมมากนะครับ เราอาจจะมีเวลาลุกขึ้นมาอภิปรายบางสิ่งบางอย่างได้นะ ว่ามันจะเป็นอย่างไร ขณะนี้เวลาเหลือค่อนข้างมาก บางท่านใช้ไม่หมด ซึ่งยังต้องขอบคุณมาก ๆ แต่ขณะเดียวกันบอกถึงความสำเร็จ ท่านก็ฝากประเด็นแก่งเทียมเอาไว้ เข้าใจว่าท่านพลเอกสิงห์ศึก ก็คงบันทันะครับ ภาคต่อไป ผมคิดว่ามันมีโครงการหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ ก็คือโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โครงการที่พัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง ชายฝั่งทะเลตะวันออก และเขาบอกว่ามันประสบปัญหาเยอะมากเลยนะครับ ทีนี้ในพื้นที่ภาคตะวันออกนี่ ก็เลยพยายามที่จะขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหา และลดผลกระทบจากโครงการ EEc ที่ว่านี่ในพื้นที่แหลมประสบความสำเร็จพอสมควรนะครับ ก็จะมาเล่าสู่กันฟังนะครับ โดยสุภาพสตรี ฟังเสียงผู้หญิงบางนะครับ โดยคุณพาสนา กำมเลศ นั่งตรงไหนเรียนเชิญเลยครับ โอเค เรียนเชิญครับ (คุณพาสนา) สวัสดีค่ะ ดิฉัน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน พาสนา กำมเลศ เป็นตัวแทนจากภาคตะวันออก มาจากหมู่บ้านแหลมฉบัง ชลบุรีนะคะ จริง ๆ ในเรื่องของการขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากโครงการ EEC ที่หมู่บ้านเราได้รับนะคะ ผลกระทบนี่ได้รับมานานแล้ว แต่พอทีม สว. ลงไปในพื้นที่บ้านเรา ครั้งแรกเลยชาวบ้านไม่รู้จักนะคะ ว่า สว. คือใครหรือหน่วยงานใด อันนี้เป็นเรื่องตลกของชาวบ้านในหมู่บ้านเรา พอท่านวรพงศ์ลงไปนี่ เขาเลยรู้ว่าอ๋อ เขามาทำอะไร วันนี้นี่ตัวแทนหมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งในโลกนี้นี่ ชื่อหมู่บ้านของเรารู้จักทั่วโลกแล้วนะคะ คำว่าแหลมฉบัง มาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ของเราซึ่งมีแค่ 200 กว่าหลังคาเรือนนะคะ ขอบคุณที่เอาชื่อของเราให้ทั่วโลกได้รู้จัก แต่วันนี้อยากให้รู้จักในที่นี้เพราะว่าเรามีเรื่องที่ขอบคุณทีม สว. นะคะ ที่ลงไปช่วยจัดการและก็บูรณาการการแก้ไขปัญหาที่เกิดระหว่างรัฐกับรัฐเองแล้วก็รัฐกับประชาชน ซึ่งพอท่านลงไปนี่มันเป็นการพบโดยตรงกับประชาชน และท่านทราบปัญหาทันทีว่าคืออะไร ถึงแม้จะเป็นปัญหาเล็ก ๆ นะคะ ในเรื่องเกี่ยวกับสาธจำกัดพื้นที่ไว้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขอบ้านเลขที่เพิ่มไม่ได้ เมื่อขอเพิ่มไม่ได้ พอขอบ้านเลขที่เพิ่มไม่ได้ น้ำไฟก็ไม่ได้ ก็เกิดการพ่วงกันไปเรื่อย ๆ พอพ่วงไปเรื่อย ๆ กระแสไฟก็ไม่พอ หมู่บ้านเราจะเป็นหมู่บ้านที่ไฟดับบ่อยมาก แต่ ณ วันนี้ ไม่ดับแล้วค่ะ ต้องขอบคุณมาก ๆ เพราะเราได้รับกระแสไฟ หม้อแปลงเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งการไฟฟ้าหรือแม้กระทั่งการประปา หน่วยงานรัฐทั้งหมดในพื้นที่ของเราเริ่มกลับมาช่วยเหลือจากการลงไปทำงานของทีม สว. ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เมื่อปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่าแค่ 6 เดือนนะคะ เราเห็นผลชัดเจนขึ้น เป็นระยะสั้นมาก จากโครงการที่เราฟังมาจากทุกภาค ภาคตะวันออกที่เราได้รับ ผลงานจากการทำงานร่วมกันในการทำ Work shop ที่ตัวดิฉันเองทำงานมา เป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนมา 30 ปี ไม่เคยเห็นการทำงานที่สามารถร่วมหน่วยงานภาครัฐได้เกิน 15 หน่วยงานเช่นวันนั้นมาก่อนเลย อันนี้คือความภาคภูมิใจมาก และท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านธวัตชัยก็เข้าถึงพวกเราเพิ่มขึ้น ท่านไปในหมู่บ้านถามว่าเป็นอย่างไรบ้างถึงไหนแล้ว อันนี้คือ มองเห็นว่าหน่วยงานรัฐไม่ได้ทิ้งประชาชนจริง ๆ จากการทำงานของทีม สว. ที่เราเห็น ภาพชัดเจนนะคะ เพราะฉะนั้น ในวันนี้นี่จากความจำเป็นพื้นฐานของชาวบ้าน ได้เริ่มขยับ หน่วยงานรัฐเริ่ม เริ่มมีการทำงานร่วไม่ว่าจะเป็นการท่าเรือเองนะคะ และก็หน่วยงานจากทางราชการจังหวัดก็เริ่มเข้ามาแล้วก็สอบถามพวกเรามากขึ้นว่าปัญหาแก้ไขถึงไหน ณ วันนี้ หมู่บ้านแหลมฉบังเล็ก ๆ เป็นคนพื้นเพเลยนะคะ เริ่มได้รับความกรุณาจากหน่วยงานรัฐหลาย ๆ หน่วยงานที่ทีม สว. ได้ลงไปเริ่มงานกับทางภาครัฐในพื้นที่นะคะ อีกเรื่องหนึ่งที่เราอยากจะฝากนะคะ คือในหมู่บ้านเรามีพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งป่าชายเลนเล็กๆ นี้ เดิมเป็นป่าเลยก็ว่าได้ แต่ด้วยความดันทุรังที่เราอยู่ในพื้นที่ พรบ. เวรคืนแล้วเราก็มีท่านหนึ่งได้เสียสละตนเอง แล้วก็เริ่มเข้าไปปลูกป่าเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ช่วยกันบ้าง จากหน่วยงานอื่นที่อยู่รอบ ๆ เรา เพราะว่ารอบ ๆ เราของการท่าเรือและเขตอุตสาหกรรม เขาก็จะมาทำ CSR เราก็ปักกันไปเรื่อย ๆ ปลูกป่าไปเรื่อย ๆ แต่ ณ วันนี้นี่ จากป่าที่เสื่อมโทรม เราทำจนได้รับรางวัลอันดับ 1 ของสำนักงานส่วนทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์จาก 407 โครงการนะคะ และยังได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ได้รับรางวัลที่ 1 จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศแค่ 3 รางวัลนี้เราก็เลยอยากการันตีว่าอยากจะให้ทีม สว. ฝากนิดหนึ่งค่ะ ว่าเราอยากให้รักษาป่าชายเลนนี้ไว้ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ของเรา แล้วก็อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอยากได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อให้ป่าชายเลนแห่งนี้มีตัวตนขึ้นมา และมีการบูรณาการป่านี้ อย่างน้อยสามารถเข้าโครงการ Credit Carbon ได้ เป็นโครงการอีก 1 โครงการที่จะมีประโยชน์ทั้งโลกนี้นะคะ อย่างน้อยวันนี้นี่ การที่ได้เป็นตัวแทนจากภาคตะวันออก จากหมู่บ้านเล็ก ๆ นะคะ จากหมู่บ้านที่เป็นชาวประมงโดยพื้นฐานแล้วจากอาชีพประมงนี้ทำให้มีอาชีพอื่นตามมาในหมู่บ้าน เราก็มีรายได้กันเพิ่มขึ้น สุดท้ายเราอยากจะฝากว่าเราไม่ได้อยากเป็นหมู่บ้านในตำนานนะคะ แต่ขออยู่ในพื้นที่บ้านเกิดตลอดกาลค่ะ ขอบคุณมากค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) ขออนุญาตลำเอียงหน่อยนะคะ เพราะว่ามีผู้หญิงอยู่ท่านเดียวนะคะ ที่เป็นผู้นำเสนอแล้วก็ต้องเรียนไว้ชัดเจนนะคะ ต้องชื่นชมท่านเลยนะคะ แล้วก็ลำเอียงอีกอย่างหนึ่ง พอดีดูแลภาคตะวันออกอยู่ด้วย ก็ขออนุญาตรับประเด็นไว้นำเรียนท่านหัวหน้าคณะเพื่อที่จะได้ทำงานร่วมกันต่อไปนะคะ ก็ประเด็นในส่วนที่ของเราจะเปลี่ยนอารมณืนิดหนึ่งนะคะ ตอนนี้จะเป็นเรื่องเทคโนโลยี ก็จะไปที่ภาคตะวันออกตอนบนเป็นประเด็นของแพลตฟอร์มย่านล้านนาสร้างสรรค์นะคะ นำเสนอโดย ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ นะคะ กับ ดร. กลวัชร คล้ายนาค นะคะ รองคณะบดีและเทคโนโลยีจากจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ เรียนเชิญค่ะ (ดร.ดนัยธัญ) ครับ เรียนท่านประธานในที่ประชุมนะครับ และผู้เข้ารา่วมประชุมทุกท่านนะครับ ผมเป็นตัวแทนของภาคจากวิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็วันนี้หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมนะครับ เราเป็นจากสถาบันอุดมศึกษา เราเป็นตัวแทนที่ได้มาในวันนี้นะครับ สืบเนื่องมาจากช่วงต้นปีที่ผ่านมานะครับ มีท่านพลเอกสกนธ์ สัจจานิตย์ นะครับ ซึ่งท่านเป็นประธานคณะกรรมการสมาชิกวุมิสภาพบประชาชนนะครับ ในพื้นที่ภ่คเหนือ ท่านดร. สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ก็ได้ไปเยี่ยมเยือนที่คณะของเรานะครับ ซึ่งคณะของเรานี่นะครับ แม้ว่าจะเป็นสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งบทบาทหลักก็น่าจะเป็นเรื่องของการผลิตบุคลากรนะครับ เข้าสู่ตลาดแแต่ในอีกมิติหนึ่งคณะเราก็ได้ให้ความสำคัญกับการนำเอาความรู้หรือว่าบุคลการที่มีความรู้ของทางของเรานี่เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนนะครับ ซึ่งจะเป็นบทบาทที่จะทำเป็นแกนหลักเพื่อให้นักศึกษาของเรานี่ มีประสบการณ์ในการทำงานดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นนะครับ ดังนั้นนี่ ก็ในด้านหนึ่งก็ขอฝากเนื้อฝากตัวนะครับ ว่าเราก็เป็นน้องใหม่ในการที่จะทำในชุมชนสังคมด้วย แต่ในอีกบทบาทหนึ่งที่เรามีความถนัดในเรื่องขององค์ความรู้เรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัลนะครับ เพราะเราเป็น Digital School นี่นะครับ เราก็เลยได้นำความรู้ดังกล่าวนี่นะครับ ไปใช้ประโยชน์สรา้งสิ่งที่จะขออนุญาตนำเสนอในวันนี้ เป็นย่านล้านนาสร้างสรรค์นะครับ หรือว่าในเรื่องของแพลตฟอร์มที่เราเรียกว่า "แพลตฟอร์มล้านนาสร้างสรรค์" ซึ่งแพลตฟอรืมดังกล่าวนี่นะครับ ในส่วนของการได้รับการสนับสนุนนี่ ก็ขอบพระคุณทางสมาชิกวุฒิสภานะครับ ที่ลงพื้นที่ไป ณ วันนั้นนี่ ที่ได้ส่งเสริมผลักดันให้โครงการดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นนะครับ และตอนนี้เราก็อยู่ใกนกระบวนการดำเนินการ การดำเนินงานในช่วงแรกนะครับ ก็จะขออนุญาตฉายภาพใหญ่ ๆ นะครับ ว่าโครงการนี้เรากำลังทำอะไรอยู่นะครับ ชื่อแผนของเราจะเป็นว่าเป็นพัฒนา Platform ซึ่ง Generated Content นะครั บของในเรื่องของการท่องเที่ยวแนวใหม่ของกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระที่มีเพิ่มมากขึ้นนะครับ แล้วก็ออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวต่าง ๆ นี่นะครับ ก้จะตอบสนองต่อนักท่องเที่ยงที่ไม่อยากจะไปการท่องเที่ยงกระแสหลักนะครับ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์นี่เข้ามาช่วย ซึ่งลักษะดังกล่าวนี่ ถ้าหากเป็นลักษณะลงไปเพื่อช่วยเหลือการท่องเที่ยวชุมชน แล้วผสมผสานกับเส้นทางการท่องเที่ยวได้โดยที่มีแพลตฟอร์มตัวนี้นี่ ที่มีตัวปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวช่วยนี่ ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็จะทำให้เส้นทางการท่องเที่ยวนี่ สามารถนำเสนออัตลักษณ์ของชุมชนท้อท้องถิ่นเข้าไปอยู่ใน Platform ท่องเที่ยวในเชิงลึกนะครับ ที่ต้องการประสบการณ์ท้องถิ่นจริง ๆ นี่นะครับ สามารถอาซัยข้อมูลดังกล่าวนี่ไปท่องเที่ยวได้ ในขณะเดียวกัน นะครับ Platform ดังกล่าวการนำเสนอสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนนะครับ ที่นอกเหนือจากลงไปท่องเที่ยวแล้วนะครับ เราจะเรียกว่าเป็น Market Place แล้วกันนะครับ ที่จะเสนอของชุมชนนี่เพื่อจะขายในรูปแบบของ E-commerce ที่อยู่ในแพลตฟอร์มใหญ่เดียวกันได้ด้วยนะครับ อันนี้เป็นภาพรวมที่นำเสนอให้ทุกท่านได้เห็นภาพนะครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยนะครับ อันนี้เป็น... ผมขออนุญาตผ่านเลยแล้วกัน ขอสไลด์ถัดไปภาพรวมนะครับ ว่าแพลตฟอร์มที่เราดำเนินการออกแบบอยู่นะครับ แล้วก็อยู่ในเฟสที่ 1 นี่นะครับ ก็จะเป็นพาร์ทของในส่วนของระบบที่เราเรียกว่าโลกเสมือนจริง กำลังดำเนินการอยู่ในการที่จะดึงดูดให้ผู้ใช้บริการตรงนี้นี่ เข้ามานะครับ ถ้าเรานึกภึงภาพของแอปพลิเคชันทั่วไปก็เป็น Platform ที่แนะนำสถานที่ หรือแนะนำอะไรต่าง ๆ แต่เนื่องจากคณะของเราเป็นคณะแอนิเมชันด้วยนะครับ ดังนั้น เราก็พยายามสร้างโลกเสมือนจริงที่เป็นภาพจำลองผ่านโลกที่เป้นในเชิงที่ไม่ใช่ภาาพถ่าย แต่เป็นภาพลายเส้นหรืออะไรต่าง ๆ เขามาเป็นตัวที่ข้อมูลเพิ่มเติม รวมไปถึงสินค้าหรืออะไรต่าง ๆ นี่ เราก็จะมีการนำเสนอภาพลายเส้นที่อาจจะสามารถออกแบบลวดลายต่าง ๆ แล้วไปประกบกับตัวสินค้าผู้ปรนะครับ ออกเป็นลายเส้นของทางล้านนา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าได้ด้วยนะครับ ดังนั้น ในส่วนขององค์ประกอบของแพลตฟอร์มล้านนาสร้างสรรค์นี่นะครับ ทั้งในส่วนของภาพของแผนที่เรา แล้วบวกด้วยการใส่เรื่องเสมือนจริงที่ทำให้คนที่จะไปเที่ยวนี่ ก่อนไปเที่ยวก็จะได้เรียนรู้ข้อมูลของสถานที่ที่ท่านจะไปเที่ยวก่อนล่วงหน้า ผ่านกระบวนการที่เป็นภาพเสมือนจริง มีต่าง ๆ นี่นะครับ แล้วเมื่อท่านเรียนรู้ล่วงหน้า แล้วท่านไปเที่ยวจริงนี่ท่านก็จะสามารถมีอารมณ์ร่วมกับการท่องเที่ยวตรงนั้นเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกันครับ แพลตฟอร์มนี่ ก็จะพูดถึงในเรื่องของการต่อยอดนำสินค้าของชุมชนไปขายได้ด้วย เราก็จะมีการสร้างเป็น Market Place นะครับ ที่สามารถช่วยในการที่สินค้าชุมชนนี่ครับ นำเสนอขาย และมีระบบ logicต่อได้ ในภาพรวมทั้งหมดก็จะเป็นดังแผนภาพที่แสดงให้เห็นนะครับ ว่าตัว AI ที่เรากำลังพูดถึงนี่ ก็จะมาช่วยนะครับ ในการประมวลผลข้อมูลว่าเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมเป็นอย่างไรนะครับ สินค้ายอดนิยมเป็นอย่างไรนะครับ แล้วก็มุมของปราชญ์ชุมชนก็จะช่วยในการป้อนข้อมูลเข้าไปในระบบตรงนี้ให้ได้ ให้กับแหล่งท่องเที่ยวตต่าง ๆ ได้ด้วยนะครับ ดังนั้น การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว มิได้ออกแบบโดยคนที่ไม่รู้จริง แต่จะออกแบบโดยปราชเราก็จะสร้างพื้นที่ให้ปราชญ์ชุมชนนี่ นำเสนอข้อมูลของเขาเข้าไปสู่ระบบได้เช่นเดียวกัน ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ อันนี้เป็นภาพรวมในเรื่องของโครงสร้างเชิงธุรกิจก็แล้วกัน เรามองว่าแพลตฟอร์มที่เราออกแบบขึ้นมาในเรื่องล้านนาสร้างสรรค์ท้ายที่สุดแล้วนี่เราจะทำเพื่อตอบสนองแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชม ในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ โดยในเฟสแรกนะครับ นั่นก็คือชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เเป็นตัวเริ่มต้นนะครับ จากนั้นนี่ถ้าหากประสบความสำเร็จ หรือว่ามีความมั่นใจในเรื่องของกระบวนการแล้วนี่ เราก็จะขยาย ไปยังพื้นที่ชุมชนอื่น ๆ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือต่อไปนะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่นะครับ ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็จะทำให้แพลตฟอร์มดังกล่าวนี่ ถ้าหากนักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวทางเลือก ลักษณะของการท่องเที่ยวชุมชนนะครับ ที่เราเรียกว่า นี่นะครับ รวมไปถึงต้องการสินค้าของชุมชนที่มีอัตลักษณ์ต่าง ๆ นะครับ ก็จะสามารถเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จะมาใช้บริการในแพลตฟอร์มของเราได้ ขอสไลดืถัดไปเลยครับ อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับว่าเรานำเอาโลกของเสมือนจริงกับโลกจริงมาเชื่อมกันได้อย่างไรนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ บนเป็น... เป็นตัวแอนิเมชันหรืออะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ไปทดลองวาง เป็นรูปของเฟอร์นิเจอร์โลกของ Offline ได้หรือลองออกแบบลายเส้นผลิตภัณฑ์นะครับ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของเรานะครับ ตัวของผู้บริโภคก็สามารถเข้าไปนำเสนอลวดลายผลิต ของสไลด์ถัดไปเลยครับ นะครับ อันนี้เป็นลวดลายในเชิงอัตลักษณ์นะครับ ที่เราได้ถอดออกมานะครับ ก็จะเป็นตัวที่จะไปอยู่บนผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้นะครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ ถัดไปเลยครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ ขอเป็น... ขอสไลด์ถัเลยครับ อันนี้เป็นตัวแพลตฟอร์มท้ายที่สุดนะครับ เราเรียกว่าเป็น Super All ก็แล้วกันนะครับ ว่าใน Super App นี่ก็จะมีทั้งในเรื่องของ Interactive Map กลางที่เป็นตัวขายสินค้าและบริการ AR VR ที่จะทำให้ผู้ใช้นี่ สามารถไปทดลองวางลวดลายร่วมกับตัวสินค้าของชุมชนนะครับ รวมไปถึงร่วมออกแบบในเรื่องของลาย อัตลักษณ์ต่าง ๆ ที่ชุมชนนั้นนี่มีตัวสินค้านั้นอยู่แล้วด้วย 1 ใบแล้วสามารถวางลายที่ตัวเองสนใจนี่เข้าไปบนแก้วใบนั้น แล้วก็เป็นสินค้าที่เป็นของที่ระลึกที่สามารถเอาไปใช้ในงานต่าง ๆ ของผู้บริโภคที่ต้องการได้อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องการทำนะครับ สุดท้าย สุดท้ายนี่ก็จะได้ภาพออกมาในลักษณะของนำเสนอในตรงนี้นะครับ ว่าท่านก็จะได้ของที่เป็น Unique ของตัวเองนะครับ ที่สามารถเอาไปเป็นของฝากที่ไม่เหมือนใคร ที่ไม่ซ้ำใครได้ แล้วก็เป็นลวดลายของอัตลักษณ์ของล้านนาภาคเหนือได้ด้วยนะครับ ดังนั้น ตรงนี้ก็คือเป็นภาพรวมการท่องเที่ยว และ E-commerce ซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของ Platform ของเรา สำหรับ มช. ก็ขออนุญาตจบการนำเสนอไว้แต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครั [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) นี่คือพลังทางวิชาการนะครับ ถ้ามันสำเร็จได้นี่ มันจะมีประโยชน์ต่อทุกชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ในเชิงการท่องเที่ยว เป็นพลังทางวิชาการ กลุ่มสุดท้ายนี่จะเป็นภาคกลาง อันนี้จะเป็นพลังอีกชนิดหนึ่ง ก็พลังแสงอาทิตย์ ก็คือการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์เพื่อช่วยเกษตรกรอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ เรียนเชิญท่านณฏล สว่างญาติ ในามสกุลที่ผมคุ้นมากใน สว. เรียนเิญครับ เรียนเชิญครับ // ครับผม กราบเรียนท่านประธาน ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านนะครับ กระผมนพดล นายณฎนะครับ เป็นผู้แทน สว. พบประชาชนภาคกลางนะครับ มานำเสนอโครงการทีประสบผลสำเร็จ 2 โครงกาด้วยกันนะครับ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยนะครับ โอเคนะครับ ก็จากที่สว.พบประชาชนภาคกลางได้เดินทางไปรับฟังปัญหาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ น่าจะเป็นจังหวัดแรก ๆ เลยที่ สว. พบประชาชนนี่ได้เข้าไปดำเนินการนะครับ ก๋ได้รับปัญหาจากเกษตรกรภาคประชาชนทั้งหลาย ก็มันเป็นส่วนหนึ่งนะครับ ที่ทำให้พวกเรานี่ได้สะท้อนจากพื้นที่เข้าไปนะครับ ปัญหาแรกที่เกิดขึ้นก็คือ เป็นจากอำเภอบางบาน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนา ติดปัญหาระบบการส่งน้ำเพราะว่าในพื้นที่นี่ คลองส่งน้ำนี่มันมีระยะทางที่ค่อนข้างไกลนะครับ แล้วก็จะติดปัญหาว่าภ้าเราใช้วิธีวิดน้ำแบบเดิม ๆ นี่มันจะทำให้เกิด เขาเรียกว่าเกิดค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงนะครับ ก็เลยต้องมีการคิดกันว่าด้วยตัวชาวบ้านนะครับ ด้วยตัวพวกเราเองนี่ ก็คิดกันอยู่ว่าเราจะทำอย่างไรให้ลดต้นทุนในการวิดน้ำนะครับ ก็เลยคิดว่าเราจะทำโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเราคิดไว้เองอยู่แล้ว แต่สุดท้ายนี่ด้วยกำลังทรัพย์ กำลังที่เรามีนี่ มันไม่สามารถเดินทางไปถึง ณ ตรงนั้นได้นะรับ พอดีโครงการ สว. พบประชนภาคกลางเข้ามา ก็เลยสะท้อนปัญหานี้เขาไปในส่วนนั้น ก็กลายเป็นเรามาจับมือร่วมกันนะครับ ในส่วนของ สว. พบประชาชนภาคกลาง แล้วก็ชาวบ้านในพื้นที่ ตัวเกษตรกรเองนะครับ ขอสไลด์ต่อไปครับ อันนี้อาจจะเห็นว่าเป็นโครงการที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่สิ่งที่เราจะมองเห็นได้ ก็คือมันเป็นโครงการที่เกิดจากภาคเกษตรกรนะครับ มีความอยากได้แล้วก็สะท้อนออกมานะครับ โดยที่เราไม่ได้อยู่ เรียกว่า เราไม่ได้แบมือขอนะครับ เรามีการสบทบทุนนะครับ มันเป็นการร่วมมือกันกับภาคที่อยู่ด้านบนกับตัวเกษตรกรเองนะครับ เป็นการนำงบทั้ง 2 ส่วนนี้นะครับ มาร่วมมือกัน ระบบสูบน้ำโซลาเซลล์อาจจะดูยังไม่เยอะนะครับ แต่ว่ามันอาจจะเป็นมิติใหม่นะครับ จากที่เราเคยเห็นว่าตัวภาคประชาชน ภาคเกษตรกรนะครับ คอยรองบประมาณมาจัดสร้าง นู้นนี่นั่น แต่สิ่งที่เกิดจากที่บางบานนะครับ พวกเรานี่ไม่ได้อยู่เฉย ๆ เราพร้อมที่จะสมทบทุนเพื่อให้โครงการนี่มันไปได้ แล้วเราจะมองเห็นว่าสิ่งที่มัรเกิดขึ้นนี่ มันเกิดความยั่งยืน สิ่งที่เราได้รับมามันคือเหมือนเป็นเจ้าของนะครับ พอมีความเป็นเจ้าของมีความเจ้าของเราก็จะรักษาสิ่งนี้เพื่อให้ใช้ได้อย่างมีประโยชน์ต่อไปนะครับ อันนี้งบประมาณที่จะสร้างก็จะมีประมาณสักแสนเจ็ดนะครับ จากโครงการสว.พบประชาชนภาคจากสัก 150,000 ชาวนาออกเองประมาณสัก 20,000 นะครับ แล้วก็จะมีส่วนของที่ชาวนาได้ออกไปแล้ว ก็คือส่วนของการจัดทำท่อพร้อม เขาเรียกว่า มอเตอร์ นะครับ อันนี้เราก็จะมันคือการบูรณาการร่วมกันนะ นะครับ ขอสไลด์ต่อไปครับ อันนี้ก็คือเป็นภาพรวมของตัวโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้วนะครับ พื้นที่ที่ติดตั้งนี่ จอยู่ที่ ตำบลพื้นที่ที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำโครงการนี้ประมาณ 1,800 ไร่นะครับ โดยที่มีเกษตรกรได้รับผลประโยชน์ประมาณ86 ครัวเรือนนะครับ ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ อันนี้จะเป็นเส้นทางน้ำนะครับ ที่ ตำบลวัดตะกู และตำบลบางหลวง จะได้รับน้ำบางหลวงนะครับ โดยผันน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยานะครบั ซึ่งการจะผันเข้าไป 2 ส่วนนี้นะครับ ก็จะต้องผ่านคลองยายนิ่มนะครับ วึ่งจำเป็นที่จะต้องมีปั้มน้ำวิดน้ำขึ้น เปิดได้โดยตรงนะครับ โครงการนี้ก็เลยเกิดประโยชน์เพราะว่าคลองยายนิ่มนี่ ส่งน้ำประมาณสัก 2 กิโลเมตรนะครับ ขอสไลด์ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมนะครับ ของพื้นที่ที่ได้รับผลประโยชน์จากตัวโครงการนะครับ มันทำให้เราเขาเรียกตัวเกษตรกรเองนี่มีความรู้สึกว่ามัน... มันตื้นตันนะ เพราะว่าตัวเราเองก็มีส่วนร่วมในตัวโครงการ แล้วก็จะมีผู้ใหญ่ใจดีนะครับ มาช่วยสนับสนุนดันให้เราไปได้ไกลกว่าเดิมนะครับ โอเค ขอต่อไปเลยครับ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากตัวโครงการนี้นะครับ ตัวชาวนาเองที่ได้รับน้ำนะครับ จากโครงการนี้นะครับ เราก็จะลดต้นทุนในการดูดน้ำนี่ไปประมาณสัก 40 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังมองว่ายังลดได้น้อย เพราะว่าส่วนหนึ่งนี่ ที่ตัวโครงการดำเนินการ ยังดำเนินการแค่เพียงครึ่งเดียว เพราะว่าตัวโซลาร์เซลหรือตัวที่เราดำเนินการติดตั้งไปแล้วนี่นะครับ มันสามารถใช้กับท่อได้เพียงท่อเดียวนะครับ ดังนั้นมันยังทำวานไม่เต็มปนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะมาร่วมมือกันเพิ่มเติมนะครับ ในส่วนของทำให้เต็มประสิทธิภาพ เพราะว่าตอนนี้พื้นที่ที่เราบอกว่าเคยจะได้รับผลประโยชน์ 1,800 ไร่นี่ ยังดำเนินการไม่เต็มที่ ยังวิดน้ำได้ประมาณสัก 800 กว่าไร เพราะเรายังวิดน้ำได้ไม่เต็มที่นะครับ โอเค ขอสไลด์ต่อไปเดียวไม่ทัน อีกโครงการหนึ่งนะครับ เป็นตัวโครงการทวงคืนพื้นที่สาธารณะเพื่อพัฒนาเป็นคลองส่งน้ำนะครับ ที่ ตจังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ ความเดิมที่วังแดงนี่มันมีทางเกวียนอยู่นะครับ ซึ่งเป็นทางที่ขนส่งผลผลิตนะครับ จากแปลงนาออกมาด้านนอกนะครับ แล้วก้ถูกภาคเอกชนยึดนะครับ ครอบครองแล้วก็กลายเป็นพื้นที่ที่ถูกยึด แล้วเราใช้งานไม่ได้นะครับ แล้วกลายเป็นว่าเราต้องขนส่งนะครับ มันก็จะเกิดทำให้เกิดการปัญหากก็คือการขนส่งระหว่างพื้นที่ทำนา ณ บริเวณนั้นก็คือขนปัจจัยเข้าไปในพื้นที่นี่จะต้องมีการจ้างคนแบกเข้าไประยะทางประมาณสัก สัก 2 กิโลเมตรนะครับ ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นต้นทุนของเกษตรกรค่อนข้างสูงนะครับ การขนผลผลิตออกมาขายข้างนอก ก็เช่นกันก็ต้องผ่านแปลงนาคนอื่นโดยที่ไม่เป็นถนน ก็จะมีปัญหาเรื่องของการขนส่งนะครับ ขอสไลด์ต่อไป ก็เลยมาร้องนะครับ ร้อในของสว. พบประชาชน ภาคกลาง ก็ปัจจุบันนี้ได้ทวงพื้นที่ทั้งหมดคืนมาได้แล้วนะครับ ตอนนี้กำลังอยู่ทำแผน จัดทำเส้นทางแล้วก็พื้นที่เป็นคลองส่งน้ำนะครับ เบื้องต้นใช้งบประมาณสัก 4,500,000 ของบประมาณอยู่นะครับ เพื่อจะจัดทำถนนแล้วก็คลองส่งน้ำ เพื่อจะเข้าไปพื้นที่ที่ว่าครับ ของเกษตรกรที่จะต้องแบกปัจจัยการผลิดเข้าไป แล้วก็ต้องแบกผลผลิตที่ผลิตได้ ซึ่งใช้ต้นทุนที่ไกลทำให้ต้นทุนสูงนะครับ ต่อเลยครับ อันนี้ก็คือเป็นภาพรวมของโครงการนะครับ ก็ตัวโครงการนี้จะอยู่ที่ ตำบลวังแดง อำเภอทพื้นที่ที่ทวงคืนมาแล้ว จะเป็นพื้นที่1.3 กิโลเมตรนะครับ แล้วก็คาดว่าถ้าจะดต่อไป ก็คือจะก่อสร้างเป็นถนนกว้าง 4 เมตร ยาวทั้ง 1.3 กิโลเมตร แล้วก็ขุดคลองกว้าง 3 เมตรนะครับ ส่วนหนึ่งเป็นคลองสส่วนหนึ่งเป็นคลองส่งน้ำ ส่วนหนึ่งเป็นที่ทำถนนเพื่อให้ขนผลผลิตได้ง่ายนะครับ เกษตรกรที่ได้รับผลประโยชน์ในคราวนี้ก็คือจะเป็น 64 ครัวเรือนนะครับ ต่อครับ อันนี้เป็นพื้นที่ที่ดำเนินการจริง ๆ นะครับ ก็ลักษณะก็จะทำให้เกิดผลประโยชน์ในอย่างที่ว่าผลผลิตทั้งหลายที่เราจะขนเข้าขนออกนี่จะง่ายขึ้นนะครับ ต่อเลยครับ อันนี้คือผลประโยชน์ ถ้าโครงการสำเร็จ ซึ่งเรากำลังอยู่ในการของบประมาณในการดำเนินการนะครับ ก็คือถ้าสำเร็จแล้วนี่ ชาวนาจะลดค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำ 60 เปอร์เซ็นต์ เดิมนี่ จะเป็นคลองไส้ไก่ เป็นคลองเล็ก ๆ การส่งน้ำจะค่อนข้างยากแล้วก็ค่อนข้างเปลืองในการที่จะส่งน้ำนะครับ ข้อที่ 2 ก็คือการบวนการในการขนส่งก็จะง่ายขึ้นนะครับ ก็จะง่ายขึ้นนะครับ ความสะดวกในหารเดินทางก็จะง่ายขึ้นนะครับ สิ่งที่เรายังเป็นปัญหาอยู่ ณ ตอนนี้ ก็คือเรื่องงบประมาณครับ โอเค ต่อเลยครับ ก็ทั้งหมดก็ขอขอบคุณนะครับ โครงการ สว. พบประชาชนภาคกลางระครับ เสียงเล็ก ๆ อย่างพวกเรามันดังขึ้นมา จนหน่วยงานทั้งหลายเข้ามาดูแลเข้ามาช่วยเหลือแล้วก็ทำให้เรายิ้มได้นะครับ แล้วก็ขอให้โครงการนี้สร้างรอยยิ้มให้กับพวกเราต่อไปนาน ๆ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) พี่ดวงพรครับ เราครบ 7 ภาคเรียบร้อน เข้าใจว่านอกจากความสำเร็จที่ทั้ง 7 ภาคได้ช่วยเสนอต่อที่ประชุมแล้ว ก็ยังมจับประเด็นได้ 4-5 ดังต่อไปนี้นะครับ ซึ่งประเด็นที่ท่านฝากให้ทวงถามก็ดี ท่านบอกให้ดำเนินการต่อก็ดี จะนำไปรวมกับอีก 4 กลุ่ม ที่จะนำเสนอในเวลาต่อไปนะครับ มีการฝากเพิ่มเพิ่มของอีสานตอนบน และจะเน้นชื่อท่าน จเรศัก็คือประเด็นน้ำเสียและกลิ่นจากโรงงาน อันนี้ก็เป็นประเด็นสืบเนื่องนะครับ ประเด็นทวงถามเรื่องแก่งเทียมจากภาคเหนือตอนล่างนะครับ อันนี้ก็เอ่ยชื่อท่าน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร อย่างชัดเจนเหมือนกัน ป่าชายเลนของภาคตะวันออกซึ่งมันงดงามเรื่องรางวัลมาเยอะแล้ว เราช่วยต่อยอดสืบสานให้มันมั่นคงต่อไป ให้มันยั่งยืน ของมนุษยชาติให้มันยั่งยืนนะครับ พื้นที่สาธารณะเมื่อสักครู่ของภาคกางซึ่งบอกได้พื้นที่แล้ว แต่พื้นที่สาธารณะจะเอาไปทำถนนแล้วก็คลองส่งน้ำ อันนี้ฝากประเด็นงบประมาณไปที่ท่านวิทยา โดยเป้นการเฉพาะนะครับ ของภาคกลางขณะเดียวกันเรามีงานที่สนใจคณะทำงานของอีสานตอนล่างของดงมะไฟ ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งขึ้นมา อยากจะให้ดำเนินการอย่างไม่สะดุด แม้จะเปลี่ยนผู้ว่าไปกี่คนก็ตานะครับ ของทางเชียงใหม่น่าจะมีผลต่อการเพิ่มผลผลิตการออกแบบนะครับ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ก็จะรอผลงานวิจัย ขยายผลนะครับ ต่อยอดขยายฐานไปยังพื้นที่อื่นที่จะได้ประโยชน์จากมันต่อไป รวมทั้งประเด็นที่น่าสนใจที่ได้ช่วยให้หนี้สินของผู้เลี้ยงนะครับ ผู้เลี้ยงกุ้งนี่ ได้กลับลกายมาเป็นผู้เลี่ยงปูขาว เป็นพื้นที่ที่ภาคใต้ได้เป็นแหล่งการศึกษาดูงานอันนี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เราน่าจะนำไปเผยแพร่ให้กว้างขวางต่อไป อันนี้คือ 7 พื้นที่นะครับ ทีนี้ก็มาถึงประเด็นสำคัญที่พี่ดวงพรต้องดำเนินการแล้วครับ ในกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด (คุณดวงพร) ในความหลากหลายใน 7 ประเด็นนะคะ แล้วก็ที่ได้ฟังครูหยุยเล่าเป็นย่อย ๆ นี่ เวลาที่เราลงไปในพื้นที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราจะพบว่ามี 4 ประเด็นใหญ่นะคะ ซึ่งเป็นปัญหาร่วม เป็นปัญหาที่ทุกภูมิภาคประสบนะคะ แล้วก็เป็นเรื่องที่ทางภูมิภาคต่าง ๆ นี่ รวมทั้ง สว. เองนี่ ก็อยากจะฝากประเด็นเหล่านี้นะคะ ถึงรัฐบาลที่พึ่งเข้ามารับหน้าที่ได้พิจารณานะคะ ซึ่งเราก็ได้แยกออกเป็น 4 หัวข้อซึ่งเป็นประเด็นร่วม แล้วก็์ประสบในทุกพื้นที่ด้วยกัน แต่มันมีความลึกซึ้ง อาจจะไม่เท่ากันนะคะ มีความซับซ้อนแตกต่างกันไปวึ่งมีผู้แทนจากภาคประชาชนได้ช่วยสะท้อนปัญหาใน 4 ประเด็นหลักนี้ให้กับทางรัฐบาลนะคะ หลังจากนี้เราได้รวบรวมประเด็นเหล่านี้นี่ ส่งเป็นทางการ จะส่งเป็นทางการกับผู้แทนที่มาร่วมการสัมมนาในวันนี้ด้วยนะคะ ก็จะขอเริ่มจากกลุ่มที่ 1 นะคะ (คุณวัลลภ) ครับ ขออนุญาตเลือว่ากลุ่มแรกขอเลือกปัญหาการจัดการน้ำนะ ปัญหาก็จะมีผู้แทนซึ่งมาจากผู้แทนซึ่งเราประชุมกลุ่มกันเมื่อวานที่โรงแรมนะครับ เขาแยกเป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มแยกกันเสร็จก็เลือกผู้แทนกลุ่มขึ้นมา 1 คน บางกลุ่มอาจจะมี 2 คน อย่างนี้นะครับ ปัญหากาจัดการน้ำนี่ ท่านนายกฯ องค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดพิจิตร ชื่อนี่ก็เหมือนนักมวยนะครับ คุณลักษณ์ รักกี้ สุขประเสริฐ ขอเรียนเชิญครับ (คุณรักกี้) ครับ กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผม สุขประเสริฐ นะครับ จังหวัดพิจิตรนะครับ ก็เป็นผู้แทนนะครับ แล้วก็เป็นเครือข่ายวุฒิสภาจังหวัดพิจิตรนะครับ แล้วครั้งนี้ก็เป็นผู้แทนของกลุ่มย่อยนะครับ ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในประเทศไทยของเรา ผลการประชุมกลุ่มย่อยเมื่อวานนะครับ ก็จะมีทั้งหมดนี่ ที่แบ่งประเด็นสำคัญอยู่ 4 ประเด็นนะครับ คร่าว ๆ นะครับ ประเด็นแรกนี่นะครับ ก็จะเป็นเรื่องของการจัดการเรื่องของน้ำดื่ม การอุปโภค บริโภค นะครับ ที่พวกเราได้สรุปกันมาเมื่อวานนะครับ ก็จะเป็น 1.1 นะครับ แหล่งน้ำต้นทุนสำหรับผลิตประปานี่นะครับ ไม่เพียงพอในฤดุแล้ง 1.2 นะครับน้ำประปา ไม่มีคุณภาพ น้ำขุ่น มีสารปนเปื้อนนะครับ ก็มีพี่น้องจากจังหวัดชลบุรี กับปราจีนบุรีก็ฝากนะครับ ว่าช่วงนี้นะครับ เป็นน้ำที่ เขาให้ดูคลิปเมื่อวานนะครับ น้ำก็จะมีสีขุ่นดำ แล้วก็ไม่สามารถน้ำมาใช้อุปโภค บริโภคได้นะครับ แล้วก็ประเด็นที่ 3 ในเรื่องของน้ำประปาตอนนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ในประเทศไทยเรานี่ น้ำต้นทุนเยอะนะครับ แต่ว่าชาวบ้าที่เป็นพื้นล่างนะครับ เป็นชาวบ้านต้องใช้น้ำที่มีคุณภาพต่ำแล้วก็มีราคาค่อนข้างแพงนะครับ 1.4 ครับ น้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ เนื่องจากภัยแล้ง อย่างผม อยูาตำบลอยู่ในบ้านนอก อปท. เป็นผู้ดูแลแล้วบางหมู่บ้านนะครับ อยู่ในกลุ่มของผู้ใหญ่บ้าน กำนันเป็นผู้ดูแลนะครับ ก็ไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง แล้วก็คุณภาพน้ำ ไม่มีคุณภาพนะครับ แล้วก็หัวข้อที่ 2 ประเด็นที่ 2 นี่ การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการเกษตรนะครับ แล้วก็น้ำอุปโภคบริโภคนะครับ ก็จะแบ่งย่อยไปได้อีก 4 ประเด็นนะครับ 2.1 นะครับ ฝายกักเก็บน้ำไม่เพียงพอนะครับ เราอย่างที่นำเรียนนะครับ ว่าประเทศไทยมีแหล่งน้ำจำนวนมาก แต่ปัญหานะครับ แหล่งกักเก็บน้ำนี่นะครับ ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องนะครับ แล้วก็มีแล้วก็ไม่สามารถใช้การได้ 2.2 ครับ แหล่งกักเก็บน้ำชำรุดเสียหายไม่ว่าจะเป็นฝาย จะเป็นเขื่อนนะครับ ก็ชำรุดเสียหาย เพราะว่าบางแห่งใช้งานมา 40-50 ปี นะครับ แล้วก็ไม่ได้ถูกถะนุบำรุงจากเจ้าภาพนะครับ 2.3 ครับ พื้นที่นอกเขตชลประทานที่ขาดแคลนแหล่งน้ำนะครับ ไม่มีระบบการกระจายน้ำอย่างเพียงพอนะครับ เราปฏิเสธไม่ได้ครับ ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม พื้นที่นี่ที่อยู่นอกเขตชลประทานครับ80 เปอร์เซ็นต์ครับ ที่อยู่นอกเขตชลประทาน ปัญหาพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประธานครับ ไม่มีระบบนะครับ แล้วก็เป็นเกษตร 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ครับ ที่ได้รับความเดือดร้อนครับ แล้วก็ข้อต่อไปนะครับ แหล่งน้ำตื้นเขินนะครับ ไม่สามารถเก็บน้ำได้ อยากให้ลไงนะครับ ในเรื่องของ ห้วย หนอง คลอง บึง ระบบนะครับให้กับพี่น้องเกษตรกรนะครับ ประเด็นที่ 3 ครับ การบริหารจัดการนะครับ พื้นที่นอกเขตชลประธานและในเขตชลประธาน ในช่วงฤดูแล้งนะครับ ในช่วงฤดูแล้วนี่นะครับ ที่จะเข้าไปช่วยบริหารจัดการนะครับ ไปดูแลพี่น้องเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานนะครับ ซึ่งมีกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศนะครับ แล้วก็มีเขื่อนนะครับ ในพื้นที่ แต่ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ อันี้ก็จะเป็นเรื่องของพื้นที่ที่ติดอยู่กับเขื่อนนะครับ อย่างเช่น จังหวัดพิษณุโลกนี่ ก็มีรพื้นที่อยู่ในเขื่อน แต่ไม่นำน้ำมาใช้ประโชยนนะครับ 3.3 ครับ ชลประทานไม่สามารถผันน้ำมาให้พี่น้องเกษตรกรตามปฏิทินเพาะปลูกครับ อันนี้ก็ได้รับข้อเสนอแนะมากจากเกษตรกรภาคกลางครับ สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท นะครับ ก็เข้าใจว่า ขาดแหล่งน้ำต้นทุน แต่ขาดการพูดคุยการประชาสัมพันธ์กันนะครับ เพราะว่าเกษตรกรเมื่อถึงฤดูเพาะปลูกแล้วนี่ มีน้ำหรือไม่มีน้ำก็ทำรอน้ำ อยากจะให้ช่วย ๆ ดูตรงนี้ด้วยนะครับ 3.4 ครับ ในแม่น้ำสายหลัก ๆ นะครับไม่มีเขื่อน อย่างผมอยู่ที่จังหวัดพิจิตรนะครับ รับน้ำจากจังหวัดภาคเหนือและจังหวัดพิจิตรนี่ไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนครับท่าน เรารับน้ำจากฤดูน้ำหลาก น้ำท้งลงมาท่วมจังหวัดพิจิตร อล้วก็ใต้จังหวัดพิจิตร ถึงลุ่มเจ้าพระยา จะสังเกตได้นะครับ ไม่มีเขื่อนแม้แต่ตัวเดียวนะครับ เราเองนี่นะครับ เป็นจังหวัดที่น้ำผ่าน แล้วไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนจากพิษณุโลกลงมาพิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาทนะครับ ก็อยากจะนำเสนอในเรื่องของการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำในแม่น้ำสายหลักนะครับ การสร้างเขื่อนมีประโยชน์ทั้งการชะลอน้ำท่วมนะครับ แล้วก็ช่วยในเรื่องของการกักเก็บน้ำเพื่อเกษตรกรรมแลเวก็เพื่ออุปโภค บริโถชภ3.5 ครับ แผนการเก็บน้ำ และการระบายน้ำของเขื่อนหลักนะครับ อาจจะไม่มีประสิทธิภาพก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปครับ ปัญหาที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ในเขตลุ่มน้ำภาคกลาง ทั้งประเทศ แม้ประทั่งชายฝั่งเรื่องของปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งนะครับ ในแม่น้ำ แล้วก็กัดเซาะชายฝั่ง ปัญหาของการที่น้ำกัดเวาะตลิ่ง และชายาฝั่ง มันก็มีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ดินทำกินนะครับ ที่ปลูกอยู่ที่ชายฝั่งนี่เป็นพื้นที่ที่มีโฉลนด มีเอกสารสิทธิ์ครับ แต่ในเมื่อลุ่มน้ำ น้ำลงมาเร็วนะครับ ขึ้นเร็ว ลงเร็ว ทำให้พื้นที่หายไปนะครับ แล้วก็บ้านเรือนก็เสียหายนะครับ แล้วก็มีปัญหาอื่น ๆ ที่อยากจะนำเสนอนะครับ นะครับ เป็นช่วงของภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกเดือดที่จะมาถึงในปีหน้านะครับ ตอนนี้เมื่อต้นปีก็เกิดปรากฏการณ์เอลนิลโญ่ทำให้ฝนตกน้อยครับ ฝนไม่ตกตามฤดูกาล แล้วก็ฝนตกล่านะครับ น้ำน้อย ข้อเสนอไปถึงรัฐบาลนะครับ อาจจะนำเสนอ 1. นำน้ำในเขตชลประทานนะครับ ซึ่งชลประทานเปบริหารจัดการน้ำคงต้องปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อหาแหล่งน้ำต้นทุนและขับเคลื่อนแผนงาน ต่อเนื่องครับ 2 หน่วยงานรับผิดชอบบริหารน้ำนอกเขตชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมพัฒนาที่ดิน รวมถึงองค์กรปกครองท้องถิ่น คงต้องช่วยกันนะครับ มีแผนเร่งด่วนเมื่อจะรับมือเอลนีโญ แล้วก็ภาวะโลกเดือดนะครับ 2.1 ครับ พัฒนาแหล่งน้ำเดินให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เพิ่มเติมพื้นที่กักเก็บน้ำ อาจพิจารณาจากแผนเดิม แล้วก็เพิ่มเติมนะครับ อยากให้มีแหล่งน้ำในทุกตำบล ในทุกอำเภอ ในทุกหมู่บ้าน 2.3 ครับ พิจารณาใช้แหล่งน้ำใต้ดิน น่าจะไปใช้ในเรื่องของที่ไม่มีในระบบชลประทานนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วนี่ แหล่งน้ำใต้ดินเจาะตรงไหนก็มีครับประเทศไทยเรานะครับ คนที่ไม่สามารถหาแหล่งน้ำเพิ่มำได้นะครับ อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอาชีพ อยากจะฝากถึงรัฐบาลเพาะปลูกนี่ อาจจะไปเป็นเรื่องของการทำปศุสัตว์หรืออาชีพที่จะต้องรองรับในฤดูแล้งคราวหน้าที่จะถึงนี้นะครับ แล้วก็พิจารณาการใช้แปลงใหญ่นะครับ เข้ามาจัดการน้ำนนะครับ ประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ มาแล้วนะครับ ตอนนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลถือเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนะครับ อยากให้รัฐบาลและเกี่ยวข้องนะครับ มีแนวทางการในรองรับปัญหาภัยแล้งโดยมีการเตรียมการล่วงหน้าและวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วอาจจะต้องปรับเปลี่ยนถึงพฤติกรรมของพี่น้องเกษตรกรรมนะครับ พี่น้องเกษตรกรมีการพูดคุยประชาสัมพันธ์ให้ถึง เพราะว่าจะได้ไม่เกิดการเสียหายนะครับ ข้อที่ 2 ครับ การจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอโดยในพื้นที่นอกเขตชลประทานนะครับ โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง ขนาดเล็กนะครับ ประจำไร่นานะครับ พิจารณาสทนช. จัดการทำแผนการจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ ข้อที่ 4 ครับ พิจารณาการจัดสันด้านงบระมาณ ลงไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่า อปท. อยู่กับพี่น้องในพื้นที่ครับ ข้อที่ 5 ครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขับเคลื่อนดครงการแปลงใหญ่อย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยแปลงใหญ่มีระบบ มีการบริหารจัดการน้ำ อันนี้อยากจะฝากท่านประธานครับ ตอนนี้จังหวัดพิจิตรนะครับ เกิดปัญหาน้ำท่วมนะครับ เพราะว่ารับน้ำจากเทือกเขาเพชรบูณรืลงมา 60,000 ไร่นะครับ เนนื่องด้วบยน้ำที่ลงมาเขตพิษณุโลก ลงมานี่คลองหนองตอนะครับ เขื่อนแตกครับ เขื่อนพัง แล้วก็มีพื้นที่ของพี่น้องนี่เพาะปลูกอยู่ 30,000 ไร่ นะครับ ก็อยากจะฝากหน่่วยงานที่เกี่ยวข้องเดือดร้อนครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณดวงพร) ก็จะขอต่อไปที่ประเด็นที่ 2 เลยนะคะ เป็นปัญหาที่ดินทำกินนะคะ ก็เป้นความทุกข์ยากนะคะ ที่ประสบกันในทุกภาคนะคะ ประเด็นนี้จะเสนอโดยท่านทัพมงคลทรัพย์นะคะ ท่านเป็นนายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ดค่ะ เรียนเชิญค่ะ (คุณสริญทิพญ) กราบเรียนท่านประธานและท่านผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านค่ะ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ดค่ะ แล้ให้กับกลุ่มย่อยพูดเกี่ยวกับเรื่องที่ดินทำกินด้วย ประเด็นแรก ดิฉันจะขอฝากค่ะ ที่ดินทับซ้อนระหว่างหน่วยงานรัฐ 2 หน่วยงาน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย 2 ฉบับ ซึ่งธนารักษ์เอง กรมเองก็มีจดหมาย อุทยานเองก็มี 1 ฉบับ คนที่ได้รับผลกระทบก็คือประชาชนนะคะ ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ทับซ้อนของเกาะเสม็ดนะคะ อยู่ในความดูแลเขาแหลมหญ้หมู่เกาะเสม็ด มีประชาชนที่อยู่ในพื้นที่มาก่อนการประกาศการเป็นอุทยานแห่งชาตินะคะ เสม็ดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วนะคะ ตอนนี้ ได้รับ 1 ใน 10 ขแงสถานที่ท่องเที่ยวในใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถที่จะพัฒนาไปทางไหนได้นะคะ สืบเนื่องจากปัญหาของอุทยานประกาศพระราชกฤษฎีกาทับที่ดินประชาชน นำมาสู่การแก้ไขปัญหาครั้งที่ 7/2563 ให้เกาะเสม็ดเป็นที่ราชพัสดุ ให้ประชาชนเช่าที่ดินกับที่ราชพัสดุนะคะ ตามแผนที่จัดทำร่วมกัน ดดยใช้แผนที่ของอุทยานที่ประกาศในครั้งแรก และมีการจะทำแผนในปี 2542 เป็นที่ยุติในการแก้ไขปัญหา แต่ก็หาใช่ไม่หลังจากที่ประชาชนเช่าพื้นที่แล้ว ก็ยังมีการถูกจับกุมนะคะ ผู้ที่ทำสัญญาเช่ามาแล้วถูกจับกุมดำเนินคดีจากอุทยาน เพราะฉะนั้นคปัญหาในพื้นที่ต้องให้ 2 หน่วยงาน ตกลงกันเสียก่อนนะคะ ว่าเป็นหน่วยงานใดที่เราจะขึ้นตรง เพราะมิฉะนั้น ปัญหานี้ ก็จะต่อเนื่องกันมา 40 กว่าปีค่ะ ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ ก็จะต้องขอรบกวนขอความกรุณาในคณะท่าน สว. โดย ท่านพลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร ได้พาคณะกรรมธิการเข้าลงไปตรวจสอบพื้นที่ก็ยังไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ซึ่งเชื่อว่าระยะเวลาที่ผ่านมา 40 ปี เราต่อสู้กันไม่ไหวแล้วค่ะ แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาอย่างที่บอกค่ะ เราจะต้องใช้แผนที่บนพื้นที่เกาะเสม็ดให้เป็นเกาะเดียวกัน คือแผนที่ในการจัดการให้เช่าปี 2543 ที่นำไปสู่กระบวนการข้อเสนอแก้ไขปัญหาตามปัญหาก็คือ One map แต่สุดท้ายแล้ว One maที่ประกาศออกมาเกาะเสม็ดได้รับข้อยกเว้น คือเราสามารถใช้สโลแกนได้ไหมคะ ว่าเกาะเสม็ดเสร็จทุกราย ในขณะที่ปัญหาของเรายังคงคาอยู่ แต่ท่องเที่ยวของเราก็ยังเดิดนหนเ้เราก็จะขออนุญาตว่าให้ 2 หน่วยงานคุยกันให้เรียบร้อยก่อนว่าใครจะเป็นเจ้าของแล้วประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จะได้มีความรู้สึกมั่นใจในการที่จะอยู่ในพื้นที่มั่นและถาวรในพื้นที่ที่ตัวอย่างอยู่ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าเพื่อการพัฒนาพื้นที่หรือก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยการขออนุญาตใช้พื้นที่ประโยชน์ของรัฐในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา พื้นที่ราชพัสดุจำนวน 6,000 ไร่ ติดกับสวนสัตว์โคราช ซึ่งกองทัพบกเป็นผู้ใช้พื้นที่ ต่อมาได้มีการอนุญาตให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใช้สร้างมันสำปะหแต่ประชาชนจะขอให้พื้นที่ในการสร้างที่อยู่ในกับผู้ยากไร้ไม่ได้รับการอนุญาตและการขออนุญาตจากกรมธนารักษ์เพื่อพัฒนาพื้นที่โดยทำโครงการ Smart City จึงอยากจะขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อนุญาตให้ใช้พื้นที่สร้างที่อยู่อาศัยให้กับคนยากไร้ ได้มีที่และอนุญาตให้เป็นพื้นที่ Smart City นะคะ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ดินของป่าไม้กับพื้นที่ที่ประชาชนได้ใช้ทำประโยชน์ที่อำเภอ วังน้ำเขียว ประชาชนได้รับผลกระทบมากว่า 30 ปี ปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ขอให้ส่วนราชการฃที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของป่าไม้ พื้นที่ของประชาชน ได้ใช้ประโยชน์ อย่างถาวรและถูกต้อง ส่วนปัญหาพื้นที่ที่เมื่อสักครู่ได้มีการทางป่าหวายนะคะ ได้นำเสนอมาว่าพื้นที่ที่อยู่นอกในพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่สงวน เขตป่าไม้ เป็นผู้ดูแล ปัญหาคือเทศบาลไม่สามารถก้าวล่วงไปได้ เพราะฉะนั้น จะต้องให้หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนได้มีโครงการร่วมกันเพื่อจะมีโอกาสพัฒนานะคะ ก็ประชาชนสมาให้กับทางหน่วยงานรัฐได้ ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต และรอให้อนุญาตกลับมากว่าที่จะตอบกลับมานี่มันก็ใช้ระยะเวลานานพอสมควรนะคะ แล้วก็ส่วนประเด็นที่ 3 เป็นปัญหาการขออนุญาตใช้พื้นที่เวรคืน เพื่อการพัฒนา การขยายพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ EEC โดยขอให้ประชาชนกลุ่มเดิมของกลุ่มชุมชนแหลมฉบังค่ะ ให้สามารถอยุ่ร่วมกันกับรัฐให้พัฒนาร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น ชุมชนแหลมฉบังที่การท่าเรือแหลมฉบังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 แต่ยังคงมีชุมชนดั้งเดิมอยู่ ยังไม่ยอมย้ายออกไปนะคะ แล้วบางคนก็ย้ายแล้ว บางคนก็ยังอยู่ แต่ก้อยากขจสามารถที่จะคงอยู่ในพื้นที่นี้ได้ โดยอยู่ในรูปแบบการพัฒนาร่วมกันกับท่าเรือนะคะ อันนี้ก็เป็นประเด็นข้อนำเสนอ ยังมีเวลาอยู่อีกนิดหน่อย ดิฉันขอนะคะ ขอน้อมนำกระแส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวั2516 ป่าสงวนที่ทางการขีดไว้ ประชาชนนั้นเลว รัฐจะเอากฎหมายป่าสงวนไปบังคับใช้ ป่าสงวนกฎหมายป่าสงวนไปบังคับใช้คนที่อยู่ในป่าโดยขีดเส้นแล้ว บนกระดาษก็ชอบกลอยู่ กลายเป็นปัญหาที่ใดขีดเส้นแล้ว ประชาชนที่กล่าวนั้นเป็นผู้ผิดกฎหมายว่าตามธรรมชาติใครเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย ผู้ที่นั่นเอง เพราะว่าบุคคลที่อยู่ในป่านั้นเขาอยู่ก่อนนะคะ หมายความว่าทางราชการบุกรุก ไม่ใช่บุคคลบุกรุกกฎหมาย เพราะฉะนั้น จากปัญหาที่ดิฉันได้นำเสนอมาทั้งหมด ยังมีประชาชนอีกหลายพื้นที่นักนะคะ ในประเทศไทยที่มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทับซ้อนระหว่างหน่วยงานภาครัฐ แล้วก้กับประชาชน เพราะฉะนั้น รอการแก้ไข และรอความหวังที่จะให้มีหน่วยงาน เข้ามาแก้ไขให้เขามีความรู้สึกมั่นคงในชีวิตและอยู่อย่างถูกต้อง อย่างถูกกฎหมาย อย่างถาวร กราบขอบพระคุรท่านประธานค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) จริง ๆ ผม ผมเชื่อพี่แล้วล่ะ พี่ดวงพรว่าท่านสุภาพสตรีลุกขึ้นมาอภิปรายมันจะฉะฉานชัดเจนไปหมดเลยนะครับ ก็ยังไม่ยอมแพ้นะครับ ขอฟังอีกสักท่านหนึ่ง อาจจะกู้หน้าผมขึ้นมาได้บ้าง ด้านการเกษตรนะครับ ด้านการเกษตรนี่นะครับ จะเป็น ท่านไม่ธรรมดานะ ท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมงสภาจังหวัดระยองนะครับ เป็นตัวแทนของกลุ่มนะครับ นั่นก็คือโชติ ฟาอยู่ไหนครับเรียนเชิญเลยครับ อ้อ อยู่ตรงหน้าผมเอง เชิญเลยครับ ใช่ไหมครับ โชติ ฟางลอย เรียเชิญเลยครับ (คุณโชติ) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและก็แขกผู้มีเกียรติทุกท่านผู้นำนักประชาธิปไตยทุกท่าน กระผม นายโชติ ฟางลอย เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประมงสภากเกษตรกร จังหวัดระยอง ก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้อนุญาตให้ผมเป็นตัวแทนในการอภิปรายปัญหาด้านการเกษตรให้ท่านวุฒิสภาได้ฟังนะครับ ปัญหาที่ผมจะพูดนี่ เป็นปัญหาระดับประเทศนะครับ เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเกษตรกรทั้งประเทศที่ได้รับผลกระทบนะครับ จะปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านวุฒิสภานะครับ ได้ลงพบพี่น้องตลอด 4 ปีเต็มนั้น มีปัญหามากมายนะครับ ซึ่งแบ่งประเด็นออกเป็นทั้งหมด 8 ประเด็นแต่จากการที่เราพูดคุยในกลุ่มเครือข่ายผู้นำ ประชาธิปไตยนะครับ เมื่อวานนั้นเราได้สรุปประเด็นลำดับความสำคัญของปัญหาดังต่อไปนี้ครับ 1. ปัญหาผลผลิตทางด้านการเกษตรตกต่ำนะครับ ท่านสมาชิกครับ ปัญหาการเกษตรตกต่ำนันั้นเป็นปัญหาเรื้อรังนะครับ ทราบจริงอยู่ว่าปัจจุบันนั้น ไม่ว่าปัญหาเรื่องข้าวนะครับ เราไม่มีปัญหานะครับ ปาล์มก็ไม่มีปัญหานะครับ มันสำปะหลังปัญหานะครับ มันสำปะหลัง สัปปะรดก็ไม่มีปัญหาในสถานการณ์ปัจจุบัน มีปัญหาครับ นะครับ แต่เราก็ยังไม่ไว้วางใจได้ครับ ว่าปัญหาพืชผลทางการเกษตรในปัจจุบันนั้น ซึ่งเราคาดีอย๔ู่ แต่ในอาคตยังไม่แน่ครับ ก็เกิดจากสถาวะอะไรต่าง ๆ ที่จะตามมาไม่ว่าในปีหน้าที่เราจะเจอสภาวะการณ์ฝนแล้งทิ้งช่วง หรือปรากฏการณ์เอลนีโญ่ นะครับ ในปีหน้า ฉะนั้น ปัญหาสิ่งที่พวกเราคิดมานั้น ก็ต้องสะท้อนให้กับท่านวุฒิสภาเข้าไปช่วยกันพิจารณานะครับ ส่งต่อไปยังรัฐบาลนะครับ ส่วนปัญหาเรื่องกุ้งนั้น ผมในฐานะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมง มองว่ากุ้งนั้นเป็นสินค้าที่ทำรายได้ให้กับประเทศชาติเป็นอันดับต้น ๆ นะครับ แต่ระยะหลังนั้น เราเจอสภาวะสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง เลี้ยงกุ้งก็ถ้ารอดก็รวยครับ ถ้าไม่รอดก็เจ๊ง ผมเลี้ยงกุ้งมา 30 กว่าปีครับ จน ๆ รวย ๆ แต่สุดท้ายก็เจ๊งนะครับ แต่ผมจะนำเสนอว่าในอนาคตนั้น ถ้าเราอยากให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืนนั้น เราต้องมีแผนที่ชัดเจนในการผลิตกุ้งขาวอนามัยเพื่อส่งออกครับ ครับ ในเรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องปัยหาต้นทุนการผลิตที่ต้นสูงขึ้นนะครับ ในระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เราจะพบว่าต้นทุนการผลิตทางด้านการเกษตรนั้นนั้นสูงขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ มาจากอะไรครับ มจากต้นทุนการผลิตเช่นน้ำมัน ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมีที่แพงขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้น ก็เป็นประเด็นหลักนะครับ ต้นทุนการทำเกษตรนั้น ถ้าเกิดสิ่งเหล่านี้แพงขึ้นนะครับ ตั้งธงได้เลยว่า เราจะขาดทุนนะครับ ยังไม่บวกถึงการ ปัญหาสิ่งแวดล้อมปัญหาฝนฟ้าอากาศที่ไม่เป็นเอื้ออำนวยนะครับ ก็เราก็ต้องมาช่วยคิดกันว่า เราจะทำอย่างไรให้ต้นทุนทางด้านการเกษตรนี้ลดลงนะครับ เกษตรกรของเรานะครับ ในระดับประเทศนะครับ ส่วนปัญหาที่ 3 นะครับ ปัญหาเกี่ยวกับการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับภัยวิบัภัยพิบัติของผมนั้น ว่าภัยพิบัติในระดับประเทศนั้นเราพบว่า 1. ภัยพิบัติจากธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของโลกนะครับ เช่น ภาวะโลกร้อนนะครับ เราจะทำอย่างไรให้เรามีผลได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แลผลกระทบนั้นสามารถสร้างเป็นรายได้ให้กับเกษตรกรได้นะครับ โดยเราต้องลดขั้นตอนหรือหากระบวนการที่ให้เกษตรกรที่ปลุกต้นไม้ ไม่ว่าสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนทุเรียน สามารถขาย Carbon Credit ให้กับภาคอุตสาหกรรมได้นะครับ ในส่วนที่ 2 ภัยพิบัติจากฝีมือมนุษย์นะครับ คือการทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อมนะครับ ผมก็ยกตัวอย่างเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อมภัยพิบัติจากน้ำมันรั่วนะครับ น้ำมันรั่วนะครับ ยกตัวอย่างคนหนีไม่พื้นภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดระยองของผมนะครับ เราเจอสภาวะน้ำมันรั่วนะครับ ชลบุรีก็น้ำมันรั่วนะครับ ระยองก็น้ำมันรั่ว เกาะเสม็ดที่นายกสมาคมการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด ก็เจอปัญหาน้ำมันรั่ว เรื่องปัญหาที่อมตะนิรันด์การครับ กว่าจะฟื้นฟูธรรมชาติขึ้นมาให้กลับเหมือนเดิมนี่ ท่านเชื่อไหมครับใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปีนะครับ ที่จะสามารถเกษตรกรจะวางอวนปูนะครับ เพื่อไปจับให้ได้ปูเหมือนเดิมที่ผ่านมา ยากขึ้น เกษก็ต้องออกไปไกลขึ้น เพื่อจะได้วางปู อวนปูให้ได้ปูมากขึ้นนะครับ ไอ้ตรงนี้นะครับ เกษตรกรจะไม่มีความยั่งยืนในอาชีพประมงพื้นบ้านเลยนะครับ ส่วนปัยหาที่ 3 ก็คือการ... มนุษย์ที่ลุกล้ำถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ คือเรื่องช้าง ปัญหาใหญ่ครับ ปัญหาเรื่องช้างในภาคตะวันออก ทุกภาคส่วนพยายามจะแก้ปัญหาว่าทำอย่างไรให้ช้างที่อยู่ในป่ามีอาหารกินนะครับ อยู่อย่างสะดวกสบาย มีความสุข ไม่ต้องลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวสวน ฉะนั้นปัญหาตรงนี้นะครับ ผมก็ติดตามว่าภาครัฐ จะแก้ปัญหาอย่างไร ก็ยังไม่เป็นเขาเรียกว่าไม่เป็นรูปธรรม ฉะนั้น ก็ฝากสมาชิกวุฒิสภาว่าถ้าอนาคต ถ้าเราจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้นะครับ ก็จะช่วยให้เกิดความยั่งยืนทางด้านอาชีพของทางเกษตรกรและก็แก้ปัญหาการถิ่นที่อยู่ของช้างนะครับ ครับในส่วนที่ 4 นะครับ ปัญหาด้านอื่น ๆ ท่านสมาชิกจากนครศรีธรรมราช ได้เสนอปัญหาเรื่องการเพาะเลี้ยงกุ้งนะครับ ภาคตะวันออกก็เหมือนกันครับ หรือว่าภาคกลางก็เหมือนกันนะครับ เราก็มีปัญหาเรื่องบ่อกุ้งร้างนะครับ เราจะทำอย่างไรครับ บ่อกุ้งร้างนี่ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม จากการที่เราเอาบ่อกุ้งที่ร้างไว้เฉย ๆ โดยไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้อีกเลยนะครับ ท่านไปดูได้เลยครับ ว่าปัจจุบันนี่ ผู้ที่เลี้ยงกุ้งต้องหยุดนะครับ อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ทิ้งไว้ ขึ้นสนิม ไม่สามารถน้ประโยชน์ได้แต่ภาครัฐอาจจะมองไม่เห็นนะครับ แต่ผมในฐานะคนที่เคยทำอาชีพการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ผมมองเห็นว่า ทุกสิ่งที่เมื่อโดนน้ำเค็ม แล้วก็มันจะเสียหายหมดนะครับ ผมก็ขอฝากประเด็นปัญหาด้านนี้ครับ แต่ส่วนข้อเสนอแนะครับ ก็มีอยู่ 4-5 เรื่องด้วยกัน 1. คือต้องการให้ส่วนท้องถิ่น ต้องการหาแหล่งทุนให้เกษตรกรส่วนที่ 2 ก็คือขอเพิ่มเติมว่าอนาคตเราต้องมีการศึกษาการตัดต่อพันธุกรรมนะครับ เพื่อความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกร ความยั่งยืนการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรนี้นี้มีความยั่งยืนนะครับ ส่วนที่ 3 นะครับ โดยท้องถิ่นนะครับ มีจุดรับซื้อสินค้าการเกษตร โดยมีภาคประชาชนมีส่วนร่วมนะครับ 5 นะครับ ควรยกระดับการปรับปรุงพันธุกรรมของสัตว์เลี้ยง เช่น โคเนื้อนะครับ เราต้องมี GI ของโคเนื้อที่เป็นพันธุ์ดั้งเดิมของประเทศไทย เพื่อต่อสู้กับต่างประเทศนะครับ ข้อที่ 5 ควรยกระดับการพัฒนาสินค้าอย่างยืนยาวนะครับ เช่น เราต้องมีการจัดโซนนิงปัญหาของสินค้าการเกษตรนะครับ เรื่องโซนนิงนี่สำคัญมากนะครับ ก็จะถ้าเรามีก็จะไม่มีปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตรตกต่ำนะครับ เราควรคิดภาษีธุรกิจการเกษตรอย่างเป็นธรรมและถูกต้องนะครับ เช่นน้ำผลไม้ เราจะไปคิดสินค้าเหมือนกับโค้กได้อย่างไรครับ มันเยอะมากนะครับ แล้วเขาซื้อไซรัปมาผสมในน้ำอแต่เกษตรกรเราใช้น้ำตาลทรายครับ มาผลิตเป็นน้ำผลไม้ ฉะนั้น ภาษีตรงนี้เราก็ต้องคิดว่าต้องให้ต่างกันนะครับ ฉะนั้น เกษตรกรที่คิดจะทำน้ำผลไม้ ถ้าต้นทุนแพงนี่ นะครับแล้วคิดภาษีเหมือนภาคอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ นั้น เกษตรกรอยู่ไม่ได้ครับ ครับ ก้ขอฝากท่านวุฒิสภาไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) ที่ผ่านมาใช้เวลาค่อนข้างดี ผมก็ปรึกษากับพี่ดวงพรครับเขาว่าข้างล่างพูดกัน น่าจะเกือบจะครบถ้วน ขาดนิดหนึ่ง เศรษฐกิจฐานล่าง ด้านบ้านมีท่านใดสนใจจะอภิปรายไหมครับ ขอมือเธอหน่อยไว้ก่อน แต่ไม่ได้ให้พูดตอนนี้นะครับ มีไหมครับ มีไหมครับ ยกมือสูง ๆ แค่นั้นนะครับ ผมให้แค่ 1 ท่านแค่นั้นเอง พี่ดวงพร (คุณดวงพร) ขณะที่ให้ท่านด้านบนได้เตรียมเนื้อหานะคะ ก็ขออนุญาตให้ประเด็นที่ 4 ที่นำเสนอนะคะ เป็นประเด็นสุดท้าย ที่จะนำฝากไปยังส่วนราชการ คือปัญหาเศรษฐกิจฐานรากนะคะ ซึ่งก็เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องของประชาชนจำนวนมากนะคะ เรียนเชิญท่านศรีสุภา ชุมสาย ณ อยุธยา ท่านเป็นปทุมธานีค่ะค่ะ เรียนเชิญค่ะ สวัสดีค่ะ เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศรีสุภา ชุมสาย ณ อยุธยา จากจังหวัดปทุมธานี ขอนำเสนอประเด็นปัญหาของเศรษฐกิจฐานรากนะคะ ซึ่งวิธีการที่เราได้มา ซึ่งปัญหาโดยการเราแบ่งปัญหาออกเป็น 3 กลุ่มย่อย คือ กลุ่มเกษตรแปรรูป กลุ่ม OTOP หรืออุตสาหกรรมในครัวเรือน และกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน จากการที่เราระดมความคิดเห็นและทำการสกัดปัญหาออกมา จึงทำให้พบว่าปัญหาของกลุ่มเศรษฐกิจฐานล่างมีปัญหาในลักษณะเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มเราก็มีปัญหาดังนี้ค่ะ 1. ปัญหาขาดจากการสนับสนุนภาครัฐอย่างต่อเนื่อง 2. ปัญหาเรื่องงบประมาณที่ลงในพื้นที่ ทั้งเรื่องของงบประมาณที่ไม่เพียงพอและไม่ต่อเนื่องตลอดจนงบประมาณที่ได้มาไม่ตรงตามความต้องการของประชาชน 3. ปัญหาเรื่องการจัดการผลผลิตของชุมชน เช่น การขาดความรู้ทางด้านเทคโนโลยี การขาดเครื่องมือที่ทันสมัย รวมไปถึงวิธีการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานค่ะ 4. ปัญหาด้านการตลาด เช่น เมื่อมีการผลิตสินค้าออกมาแล้วหาช่องทางจำหน่ายไม่ได้ และขาดความรู้ ตลาดที่ทันสมัย 5. การเข้าถึงแหล่งเงินทุน แล้ว 6. ปัญหาในด้านข้อกฎหมายที่ไม่ชัดเจน ในปัญหาข้อที่ 7 คือ ด้านการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่ไม่ครอบคลุม และเข้าถึงทุกพื้นที่ซึ่งบางเรื่อง บางโครงการ ประชาชนไม่ได้มีความต้องการจำเป็นต้องมีการทำประชาคมเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชน รวมไปถึงจะทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและปัญหาข้อที่ 8 นะคะ คือขาดการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐในท้องที่ค่ะ และจากปัยหาทั้ง 8 ข้อ ดังกล่าวมานี้จากกลุ่มของเศรษฐกิจฐานราก ก็มีข้อเสนอแนะที่จะฝากไว้ดังนี้นะคะ 1. การกำหนดหน่วยงาน เจ้าหน้าที่มในพื้นที่ ที่จะดูแลกลุ่ม เศรษฐที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อเข้าถึงในการขอความช่วยเหลือ 2. สร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานล่างในระดับจังหวัด เพื่อมีผู้รับผิดชอบโดยตรงในระดับพื้นที่เพื่อทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณเพื่อลงในพื้นที่ให้ตรงตามความต้องการของประชาชน และจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ได้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการสะดุดหรือชะงัก ในกิจกรรมที่ประชาชนดำเนินการ 3. มีกระบวนการที่ชัดเจนในการส่งเสริมองค์ความรู้ให้แก่ชุมชน ใช้เทคโนโลยีด้านการผลิต การแปรรูป การออกแบบ ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สินค้าชุมชนสามารถยกระดับมาตรฐานได้ 4. มีหน่วยงานที่จะพัฒนาการตลาดสมัยใหม่ให้แก่ชุมชนอย่างชัดเจนและต่อเนื่องทั่วถึง พร้อมทั้งปลูกฝังกรอบความคิดให้แก่ชุมชนเรื่องการตลาด ด้านการผลิต 5. จัดหาแหล่งเงินทุกในกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่มีเงื่อนไขให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งกองทุนต่าง ๆ ที่ภาครัฐมีอยู่ปัจจุบัน เช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน ควรมาเป็นกลไกในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก 6. ให้ความรู้แก่ประชาชนในประเด็นข้อกฏหมาย เรื่อง อย. การใช้พื้นที่ป่าสงวนเป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตามได้ถูกต้อง 7. หน่วยงานภาครัฐส่วนกลางร่วมประสานการทำงานกับ อบต. อบจ. ทั้งนี้เพื่อให้การกระจายข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสามารถครอบคลุมถึงประชนในทุกระดับ และข้อสุดท้ายคือข้อ 8 ภาครัฐหน่วยงานในพื้นที่มากมายแต่การบรูณาการการพัฒนาในพื้นที่ที่จะมักได้ผลมากขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ขจึงควรสร้างระบบที่จะทำให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง เพราะประเด็นของกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากเกี่ยวโยงกับหลายหน่วยงาน การขาดการบูรณาการในพื้นที่ย่อมทำให้โอกาสการพัฒนาของประชาชนบรรลุผลได้เต็มที่ค่ะ ดิฉันขอขอบพระคุณ และในช่วงสุดท้ายนี้ ดิฉันขอโยนไมค์ให้สิลปินพื้นบ้านอีกหนึ่งท่านนะคะ ขอบคุณค่ะ (คุณดวงพร) เชิญ ๆ (คุณวัลลภ) มีลูกแถมด้วยเชิญเลยครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) จะร้องเพลงนะครับ ศิลปินพื้นบ้าน (คุณบุญสม) กราบเรียนท่านประทางวุฒิสภา และเครือข่ายวุฒิสภาที่เคารพทุกท่าน ผมบุญสม สังข์สุข ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 7 จากสำนักงานเลขาการศึกษานะครับ อดีตนายกสมาคมเพลงโคราช รองประทานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา เพลงโคราชเป็นเพลงพื้นบ้านที่มีการละเล่นมาตั้งแต่สมัยต้น ๆ รัตนโกสิทร์ สมัยราชการที่ 2 ราชการที่ 3 โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ย่าโมยังมีชีวิตอยู่ เพลงโคราชเป็นที่ชื่นชอบของคุณย่าโมนะครับ และเพลงโคราชยังได่แสดงในชุมนุมลูกเสือโลกครั้งที่ 1 ในนามการแสดงงมณฑลนครราชสีมา เพลงโคราชได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาของจังวหัดนครราชสีมา ปัญหามีอยู่ว่าหมอเพลงโคราชที่แสดงที่ลานย่าโมนะครับ ปัจจุบันเช่าเวทีจากเทศบาลนครราชสีมา ที่ผ่านมาเดือนละ 30,000 บาท หมดสัญญากำลังจะต่อสัญญาใหม่ เทศบาลขอขึ้นราคาเช่าเวทีเป็น 40,000 บาท ค่าตอบแทนการต่อสัญญา 90,000 ทำให้หมอเพลงโคราช 100 กว่าชีวิต ที่ร้องรำอยู่ที่ลานย่าโม เป็นอาชีพที่กระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจฐานราก เมื่อมีนักท่องเที่ยวเมื่อมีประชาชนที่มีความเดือดร้อนที่จะไปหาเพลงโคราชถวายย่าโมไปแก้บนย่าโม ทำให้ต้องได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าเช่า ของเวทหลายท่านอาจจะนึกภาพเพลงโคราชไม่ออกหรือหลายท่านอาจจะเคยไปเที่ยวโคราช แล้วได้เคยได้ชมเพลงโคราช วันนี้ผมอยากจะมาว่าเพลงโคราชให้ท่านผู้มีเกียตริที่นี่ได้รับฟังนะครับ [เพลงโคราช] เพลงโคราช นักปราชญ์ท้องถิ่น ศิลปะดนตรีกวีสิน ดอกหนาทุกท่านเอย ผุดผ่องดังทองทา รวมเป็นผู้นำประชาธิปไตย เครือข่ายวุมิสภา ชุเศรษฐกิจฐานรากเป็นที่ประจักษ์เที่ยวท่องไทย โคราชรุ่งเรืองเป็นเมืองศิลป์ ภูมิแผ่นดินเมืองสวย อัตลักษณ์ก็รุ่มรวย เป็นเมืองสด เมืองใส สดเมือใส ทั้งท่านท่าวสุรนารีเขาอยู่คู่เมืองศรี เมืองแสง ขอความเมตตาสงสารกับรัฐบาลรัฐบาลผู้ทรงศักดิ์ มีอัตลักษณ์ควรจะลงส่งเสริม เพลงพื้นบ้านเป็นฐานต้นทุน ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มขอความกรุณา อย่าคิดค่าเช่าโรงเพลง ขึ้นราคาแพง ขอบคุณครับ (คุณวัลลภ) โอ้โห [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) ใครจะกล้าขึ้นราคาได้ลงคอนะ เดี๋ยวเรื่องนี้ท่านสุธี มากบุญ นะ แล้วก็พี่ทัศนา ยุวานนท์ ทั้งคู่ ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาก็คงจะไปเป็นสะพาน เขาเรียกเป็นสะพานมิตรภาพพูดคุยกันนะ ปัญหาที่ว่าท่านฝากมาล่าสุดนะ พี่ดวงพรผมดูเวลาแล้วนี่ เราจะเลิก 16.30 น. ทีนี้เรายังมีกิจกรรมที่ค้างอยู่ ยังครับ ยังครับ ค้างสำคัญ คือหารยื่น สำคัญคือกิจกรรมการยื่นข้อสรุปประเด็นปัญหา 4 ปัญหา ฝากมายังผู้แทนนี่ ส่วนราชการที่มานั่งฟังตั้งแต่ต้นกับบรรดาสมาชิกวุฒิสภาทั้งด้านบนและด้านล่าง พิเศษที่จำเป้นจะต้องมี เป็นกิจกรรมที่ต้องมีก็คือ เดี๋ยวท่านประธานที่นั่ง ท่านรองสิงห์ศึกนี่ก็จะอารัมภบทในการกล่าวขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่มา มาร่วมในวันนี้นะครับ ทีนี้ว่าเรามีเวลาเหลืออยู่ 2 ท่านที่จะให้นำเสนอได้ท่านละไม่เกิน 3-5 นาทีเท่านั้น ข้างบนนี่จองไปแล้ว 1 คน ด้านล่างต้องเป็นคนที่ไม่ซ้ำกับคนเดิมนะครับ ขอความกรุณา เพราะว่าเราอยากจะให้เวทีได้นำเสนอ แต่อยากจะขอสุภาพสู่ในห้องประชุมนี้นะครับ ด้านบน ด้านบนยกมือ 1 ท่าแล้วสวมเสื้อสีเขียว ด้านล่าง ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ เนื่องจากมี 2 ท่านนะครับ ขออนุยาตใช้สิทธินะครับ ของผม ท่านนั่งลง เรียนเชิญครับด้านบน ประมาณ 3-4 นาทีเรียนเชิญครับ แนะนำตัวสั้น ๆ เชิญครับ (คุณสมคิด) ครับ นายสมคิด กรณกิจโกวิท หมอพื้นบ้าน อำเภอไร่ขิง หมอ จัดกระดู รักษาไมเกรนนะครับ เป็นเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตย วุฒิสภา ผมอยากเสนอแนะว่า ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นนะครับ สนับสนุนเงินทุนให้เกษตรกรนะครับ ในงบประมาณที่เหมาะสม และปลอดดอกเบี้ย แนวความคิดของผมนี่ ถ้ารัฐฯ เสนอว่าพักชำระ หนี้ แต่ดอกเบี้ยนี่ ก็ต้องชำระด้วย ไม่ดี มันต้องพักชำระหนี้ แล้วก็พักชำระดอกเบี้ย ในขณะเดียวกันผมก็อยากให้ภาครัฐนี่สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณสนับสนุนให้เกษตรกรนะครับ เพราะปัญหาหลักของเกษตรกรคือเงินทุน มีแรงมีปัญญา มีสติปัญญา แต่ขาดแรงสนับสนุนบางครั้งบางคราว ด้านเงินทุน แหล่งทุน ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะขาดการประชาสัมพันธ์ บางครั้งก็เป็นเรื่องของพรรคพวกนะครับ ผมจึงอยากจะเสนอแนะด้านนี้เป็นหลักเลยว่าควรสนับสนุนนะครับ มองถึงว่าองค์การปกครองท้องถิ่นนี่ ก็แต่ละส่วน แต่ละจังหวัด มีงบประมาณไม่น้อยทีเดียวที่จะสนับสนุนเกษตรกรแต่ละจังหวัดได้ โดยราหฐานของพื้นฐานแล้วนี่ ถ้าเรามีแหล่งเงินทุน โดยปลอดดอกเบี้ย เกษตรกรระดับล่างไม่มีคำว่า "ตกต่ำ" นะครับ ผมอยากให้ภาครัฐนี่มองถึงตรงนี้ว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นทุกจังหวัดเลยนะครับ น่าจะมีแนวความคิดของผมนี่ ว่า500,000 บาทเป็นต้นไปนี่ไม่มีดอกเบี้ยนะครับ และมีผู้รับรองนะครับ แต่ละวงศ์ตระกึแต่ละตำบล มองถึงว่าควรจะสนับสนุนนะครับ ขอให้ภาครัฐนี่มองถึงตรงนี้นะครับ เพราะแหล่งเงินทุนนี่เป็นเรื่องสำคัญมากเลยนะครับ (คุณวัลลภ) ได้ประเด็นแล้วครับ (คุณสมคิด) และเรื่องของน้ำบาดาลอีกกรณีหนึ่งนะครับ อบต. นะครับ สูบน้ำขึ้นมาเป็นน้ำประปาของประชาชนนะครับ เทศบาลสูบน้ำขึ้นมา ในท่อควรจะกรองสักนิดหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ว่าให้เราใช้แบบขี้โคลนเลยน่ะ แล้วก็ปัญหาการจัดเก็บขยะนะครับ เป็นสิ่งที่หมักหมม ควรจะให้มาตรฐานอีกสักนิดหนึ่ง เรื่องขยะมูลฝอยนะครับ ในแต่ละท้องถิ่นนะครับ ผมเองมีพื้นที่อยู่จังหวัดเพชรบุรีนะครับ มองถึงว่าเพชรบุรี ที่จังหวัดผมนี่นะครับ ก็ดีมากเลยนะครับ เรื่องการจัดเก็บขยะ แต่ละตำบล ตำบลท่าไม้รวกนะครับ อำเภอท่ายาง เอ้ย ตำยลท่าไม้รวกนะครับ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี การจัดเก็บขยะ ผมถือว่าใช้ได้ทีเดียวนะครับ (คุณวัลลภ) โอเคครับ คุณหมอขอบคุณมากครับ (คุณสมคิด) ขอบคุณมากครับท่านประผู้มีเกียรติทุกท่านครับ (คุณวัลลภ) เป็นครั้งแรกที่คนที่นั่งด้านนี้ ต้องแหงนหน้าฟังนะครับ นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เชิญครับ เพราะเราไม่มีเวลาแล้วครับ เชิญครับ (คุณธีรพล) กราบเรีท่านประธาน ท่านรองประธานผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผมนาย ธีรพล สังข์แสงชาติ เป็นตัวแทนของอำเภอขีดขิน เมืองขีดขิน จังหวัดสระบุรี ปรึกษาหารือ และต้องขอขอบคุณท่าน สว. ในคระที่ได้เข้าไปพบประชาชนเมื่อ 2566 ในสถานที่ของหอประชุมม่วงน้อย โรงปูนนะครับ ของเครือซีเมนต์ไทย เราได้เผลักดันในเงื่อนไขของที่ทำกินให้กับประชากร เมืองขีดขิน ที่ถูกตกหล่นไปเป็นจำนวนมากนะครับ แต่โชคดีที่เราได้รับความกรุณาอย่างสูงสุดขของคณะท่าน สว. พบประชาชนในวันนั้น ได้ให้โอกาสกระผมในฐานะภาคประชาชน จิตอาสาทำดีด้วยหัวใจเข้าไปเสนอโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนในส่วนของพื้นที่ทำกินของประชาชนอย่างยั่งยืน ผมได้เสนอเข้าไปนะครับ โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 30 วัน เราได้การตอบรับใน สว. ขณะนั้น ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็คือท่าน สว. วิทยถาวร และท่าน สว. ประมาณ ที่เข้าไปในร่วมพบประชาชนในวันนั้น แล้วได้มีดำรัสให้กับกรมธนารักษ์ จังหวัดสระบุรี อย่างเร่งด่วน เราได้รับความสั่งจากมหาดไทย โดยประมาณ 30-45 วันนะครับ โครงการนี้นี่ ถูกละเลยมามากกว่า 40 ปี แต่เราใช้เพียง 30-45 วัน เราได้คำสั่งจากมหาดไทย ของคณะท่าน สว. ที่ได้เขาไปรับเรื่องด้วยที่ว่า "ฟังกับหูดูกับตา" เราได้สัมผัสจริงครับ เราได้สำเร็จจริงครับ โดยคณะในส่วนของกรมธนารักษ์สระบุรี ได้เร่งดำเนินการไปกว่า 148 แปลง ผลงานชิ้นโบว์แดงชิ้นนี้นะครับ ต้องให้เครดิตกับคณะ สว. เป็นที่ตั้ง รวมถึงการพากเพียรพยายามในส่วนของการพยายามที่แก้ปัญหาในการบุกรุกพื้นที่ของกรมธนารักษ์ได้ถึง 148 แปลง แล้วไเม็ดเงินเข้าสู่ระบบการคลังอย่างชัดเจนครับ แล้วยังรอคอยอีก 150 นะครับ นี่คือข้อที่ 1 ด้วยเวลาอันจำกัดนะครับ ในส่วนข้อที่ 2 เราได้ผลักดันหลังจากที่เราได้พื้นที่ที่มองให้ประชาชนอย่างยั่งยืนแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้บั่นทอนต่อชีวิตของประชาชนทำให้เกิดความมั่นใจตกหล่นไป ก็คือเรื่องของน้ำท่วมครับท่าน กรณีน้ำท่วมครั้งนี้นะครับ มีการต่อเนื่องมาจากตั้งแต่ปี 2545 เป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ ต่อมา 10 ปีครับ กรณีการประเทศ ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไป ที่ 2 อันรุนแรงก็คือปี 2564 ครับ ต่อมาปี 2565 ครับ เราได้รับความมั่นใจจากอดีตรัฐมนตรีในสมัยที่แล้วนะครับ ลงพื้นที่อย่างชัดเจนนะครับ ประชาชนมั่นใจรัฐมนตรีเข้าสู่พื้นที่ รับปากอย่างจริงใจ กล่าวว่าสระบุรีปีนี้น้ำต้องไม่ท่วมครับ แต่ปรากฏว่าคืออะไรครับ ท่วมกว่ามากกว่า 20 วัน หนักกว่าปี 64 อีกครับ ตรงนี้ผมฝากอีกนิดเดียวครับ รับพิจารณาเป็นคาดหวังอย่างสูงเลยนะครับ ที่คณะวุฒิสภาในสมัยนี้จะเหลือเวลาอีก 240 วัน ที่ผมมีความหวังอันสูงสุดพร้อมกับประชาชน คาดหวังว่า สว. คณะนี้จะดำเนินการแก้ปัญหาไม่คาดหวังในสมัยหน้าครับ (คุณวัลลภ) โอเค ขอบพระคุณมากครับ พี่ดวงพรเรียนเชิยพี่ดวงพรครับ (คุณดวงพร) ค่ะ เรก็ถ้วนหน้าแล้วนะคะ ก็ขออนุญาตเรียนเชิญท่านรองประธาน ท่านสิงห์ศึกค่ะ // สักนิดหนึ่ง รบกวนเวลาแค่ 2 นาทีไม่เกินครับ อย่างนั้น ไม่ ๆ ๆ ไม่ยอมใช่ไหมครับ ขอไม่เกิน 2 นาทีครับ ขอ 2 นาทีนะครับ ประธานครับ ผมเครือข่ายนะครับ ผู้นำนักประชาธิปไตยนะครับ จังหวัดสมุทรสาครครับ สนั่น ยืนยง ครับ ประเด็น 2 คำถาม ไม่รบกวนเวลาของสภานะครับ 2 นาทีเท่านั้นเองไม่เกินครับ ตอนนี้มีประเด็นที่มันร้อนแล้วก็เป็นที่สงสัยประชาชนนะครับ จะถามว่า แผลยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนี่ครับ ที่บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ในปี 2560 มีโอกาสที่จะถูกยกเลิกมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2. สภาวุฒิ สภาวุฒิสภาจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคม ปี 2567 ซึ่งจะครบนะครับ 5 ปี ยังต้องรักษาการต่อไปจนกว่าตามสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่ หรือไม่อย่างไรนะครับ 2 คำถามนะครับ (คุณวัลลภ) คำถามแรกตอบไม่ได้เพราะเราไม่ใช่ สสร. สมัยหน้า ข้อที่ 2 รักษาการ 2 เดือนครับ ออกมาแล้วครับ ขอบพระคุณครับ ขอบคุณมากครับ (คุณดวงพร) ครบถ้วนนะคะ ขออนุญาตเรียนเชิญท่าน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร วุฒิสภาคนที่ 1 นะคะ ได้กรุณากล่าวปิดการสัมมนา ก่อนที่เราจะได้มอบหนังสือเรียนเชิญท่านค่ะ (พลเอก สิงห์ศึก) ครับ ขอบคุณคุณวัลลภ และท่านดวงพรนะครับ ก่อนที่ผมจะกราบขอบคุณทุกท่านนะครับ ขอสรุปการดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภา ในการจัดนิทัศการและการจัดสัมมนาในครั้งนี้ ก็ขอยืนยันว่าข้อที่ 1 การดำเนินงานของโครงการสมาชิกวุฒิสภานั้น เป็นไปตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้กำหนดไว้ทุกประการ เช่น การทำต่อไปนี้การทำงานของหน่วยงานของรัฐนะครับ เมื่อจะต้องทำแผนงาน ต้องเป็นไปตามความต้องการพัฒนาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ของหน่วยงานอย่างมีบูรณาการ และประชาชนต้องมีการรับรู้ของแผนการของมีส่วนร่วมการที่ผมยืนยันเช่นนี้ ก็สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้ออกพระราชฎีกา การบริหารราชการเชิงพื้นที่ พ.ศ. 2565 เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 อันนี้เป็นการยืนยันว่าโครงการ สว. พบประชาชนนั้น เป็นไปตามกฎหมายของรัฐธรรมนูญ และเป้นรกฎหมายรองของรัฐบาลที่กำหนดไว้ 2. สมาชิกวุฒิสภาทุกท่านนะครับ ได้มาวิเคราะห์งานในส่วนงานตาามหน้าที่ ตามอำนาจต่าง ๆ ที่ควรจะทำ ก็จึงร่วมสร้างนวัตกรรมรูปแบบการทำงานอย่างเช่น ที่ปรากฏผลในวันนี้ ก็คือว่า 4 ปีที่เราทำมานั้น เป็น 4 ปี ความสำเร็จ ของ สว. พบประชาชน เป็นการสร้างรูปแบบนวัตกรรมของ สว. พบประชาชน จากการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น สะท้อนข้อคิดเห็น ได้ยินกับหู ได้เห็นกับตา ได้พูดคุยกันตรงหน้า อันนี้เป็นเรื่องจริงที่สุดนะครับ ท่านที่ผู้มาร่วมประชุมในห้องประชุมที่นี่ หรือผู้ที่ชมการถ่ายทอดสด Online ไป ก็คงจะยืนยันว่าการพูดคุยกันตรงหน้ามองด้วยตากันได้ยินกับหูกันซึ่งกันและกันแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องมาเป็นเท็จนะครับ เพราะข้อเท็จจริงในพื้นที่จะปรากฏเอง เราจึงขอยืนยันว่ามันเป็นนวัตกรรมรูปแบบกิจกรรมที่เสริมกิจกรรมหลักตามหน้าที่และอำนาจ และในข้อที่ 3 นั้น วันนี้นะครับ ผมต้องขอขอบคุณนะครับ ที่จะขอบคุณสรุปอีกครั้งหนึ่ง ก็คือผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่เราได้เรียนเชิญท่านมาร่วมรับฟังข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชน และหน่วยงานของท่านตั้งแต่ผู้บริหารหน่วยงาน คือ รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดีกรมต่าง ๆ ท่านอาจจะติดภารกิจ แต่ท่านได้มอบหมายให้ผู้แทนหรือท่านได้มาโดยเฉพาะตัวเองนั้นนะครับ ท่านคงได้ยินกับหูนะครับ ได้เห็นกับตา ต่อหน้าซึ่งกันและกันแล้วก็ถือว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จของโครงการส่วนหนึ่ง และหลาย ๆ ส่วน และหลากหลายมิติที่เราอยากจะกล่าวมากกว่านี้ แต่ว่ารายงานเหล่านี้เราได้สรุปจะส่งตรงไปยังหัวหน้าฝ่ายบริหาร และหัวหน้าในแต่ละกระทรวงต่าง ๆ นะครับ เพื่อที่ท่านจะได้นำไปพิจารณาที่ฝ่ายบริหารจะต้องดำเนินการ ที่รับรู้ร่วมกันเพราะว่าผมมั่นใจว่าในส่วนของข้าราชการเมือง ในส่วนของข้าราชการประจำ ทุกคนมีเจตนาดีต่อประเทศชาติ ทุกคนมีความมุ่งหวังว่า พี่น้องประชาชนจะต้องลืมตาอ้าปากได้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ความยากจนได้ ผมมั่นใจเช่นนั้นนะครับ ในวันนี้นะครับ ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกวุมิสภา ขอขอบคุณผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ผู้แทนพี่น้องประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ ที่มาร่วมกัน ณ ที่นี้ จากทั่วประเทศ คณะครูนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมใน 2 วันนี้ และผู้ประกอบกิจการเศรษฐกิจฐานรากที่มาร่วมกิจกรรม มวลชนทุกท่านที่ให้ความสนใจ และท่านได้นำเสนอสิ่งที่ดีของประชาชนต่อสาธารณะ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้มาร่วมกิจกรรม ได้รับทราบ และได้รับความภาคภูมิใจร่วมกัน ผมก็มั่นใจว่าวันนี้ผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่มาก็คงมีความยินดีและมีความเต็มใจที่จะนำข้อเสนอของเรานั้นไปดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไปผมก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านนะครับ และหลังจากที่รับข้อมูลเพื่อส่งต่อแล้วผมก็ขอปิดการดำเนินการการประชุมสัมมนาในวันนี้ ขอขอบคุรทุกท่านครับ [เสียงปรบมือ] (คุณวัลลภ) ลำดับต่อไปขอเรียนเชิญท่านรองทั้ง 2 ด้านล่าง ด้านหน้าด้วยครับ แล้วก็ขอเรียนเชิญท่านผู้แทนทุกกระทรวงด้านล่างยืนกับท่านด้วยครับ แล้วก้ขอเชิญท่านที่นำเสนอ 7 ภาค กับ 4 กลุ่มปัญหา มาด้วยครับ ท่านจะได้ยื่นข้อเสนอให้กับทางผู้แทนของส่วนราชการโดยมีท่านรอง 2 ท่านเป็นพยาน ที่คือภาพชุดที่ 1 นะครับ หลังจากนั้นก็จะเป้นภาพถ่ายตามอัธยาศัยของท่าทางฝั่งซ้ายนี่ เป็น 11 ท่านขวาก็จะเป็นหัวหน้าส่วนราชการ ค่ะ ในสำหรับวันนี้นะคะ ก็ต้องขอขอบพระคุณนะคะ ท่าน