(อาจารย์จุลมณี) 1 2 3 4 5 6 เหลืออีกกี่คน ครูพูดใส่ไมค์ก่อน ล่ามเขาจะได้แปลได้ วันนี้นะ เดี๋ยวเราก็จะมีการนำเสนอนะคะ การนำเสนอ จะมีอยู่ทั้งหมดกี่กลุ่มคะ 3 กลุ่มนะ กลุ่มของ 1 กลุ่มของวัชระ อะไรนะ วัชรพล แล้วก็กลุ่มของนักศึกษาพิเศษนะ กลุ่มแรกมาเลยค่ะ เอากลุ่มของวัชรพลมาก่อนก็ได้ ทำไมเหลืออยู่กลุ่มเดียว กลุ่มของนักศึกษาพิเศษ นำเสนออย่างไรดี เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ กลุ่มของหนึ่งฤทัยพร้อมแล้ว มาเชิญเลยค่ะเชิญหน้าห้องเลยนะคะ พูดออกไมค์นะคะ เดี๋ยวพี่ล่ามเขาจะได้แปลให้ด้วย (นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ พวกเรากลุ่มที่ 2 นะคะ ได้หัวข้อเรื่องผู้ประกอบการนะคะ มีสมาชิกดังนี้ค่ะ 1. นางสาวหนึ่งฤทัย ฐานวิเศษ ค่ะ 2. พรพิมล เรืองกระโทก 3. นางสาวอริสา ลาพิมเดชค่ะ 4. นางสาวสิริวิภา 5. นายภูบาลี ค่ะ ปัจจุบันกลุ่มเยาวชนไทย กลุ่มวัยรุ่นเยาวชนทางกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน มีความอยากเป็นผู้ประกอบการมากขึ้นค่ะ โดยมีทัศนคติเชิงบวกแต่การเป็นผู้ประกอบการ อยากมีธุรกิจเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง เช่น มองว่ามีความเป็นอิสระ... เป็นอาชีพที่มีเกียรติและสามารถสร้างรายได้ รวมถึงความมั่งคั่งให้กับชีวิตตัวเองอย่างรวดเร็วค่ะ... กว่าการประกอบการ ในอาชีพอาชีพอื่น ๆ ค่ะ SME นะคะ ย่อมาจาก Small MediuMeduim Enterprise ค่ะ หรือเรียกว่าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมค่ะ เป็นธุรกิจที่มีรายได้ สินทรัพย์ และจำนวนน้อย ดำเนินธุริกิจโดยผู้ประกอบการรายย่อยนะคะ ผู้ประกอบการ SME คือผู้มีความเป็นอิสระค่ะ ไม่ขึ้นอยู่กับกลุ่มธุรกิจใด ใช้เงินลงทุนต่ำค่ะ (นักศึกษาชาย) ครับ จุดเด่นของธุรกิจ SME นะครับ คือการดำเนินธุรกิจในสิ่งที่จับต้องได้ ใช้เงินลงทุนต่าง ๆ มีทำธุรกิจการผลิต การค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอาหาร การเกษตร หรือโรงแรมขนาดเล็กเป็นต้น ธุระกิจ SME นะครับ หรือเป็นธุรกิจธุรกิจเป็น... ทาง... สำคัญของ... ระบบเศรษฐกิจในประเทศไทยครับ การ... ทางบ้านมีธุรกิจอะไรอยู่แล้ว เราต่อยอดจอยูจะՑต่อหมายถึงว่าประเภทใหม่เหรอคะ ก็จริง ๆ ได้ทุกประเภทที่สนใจเลยค่ะ การขายของ อาจจะเป็นทำขนม หรือว่ารับของมาขายอะไรประมาณนี้ค่ะ เราสร้างธุรกิจขึ้นมาเองตามที่เราสนใจเลย อย่างเช่น ตัวอย่างที่เราเชิญมาคือ พี่อูน ไอมอนเกรน เริ่มต้นจากของที่เขาสนใจมาก่อน มีความสนใจในเรื่องอาหาร อาหารสุขภาพเรามี connection มีการไปค้าขายด้วย ก็ต่อยอดได้จากการชอบของเราด้วย หรือว่าถ้าทางบ้านมีธุรกิจเดิมอยู่แล้ว เราสามารถจะปรับปรุงธุรกิจนั้นให้มีดีขึ้นไปได้อีก ขอบคุณค่ะ ค่ะ ก็จะมีสำหรับคนที่สนใจอยากจะมีรายได้เพิ่ม รายได้หรือว่าอยากหารายได้ได้เร็วโดยที่ไม่ต้องไปทำงานกับองค์กร หรืออะไรแบบนี้ค่ะ คือ เป็นเหมือนเป็นเจ้าของธุรกิจเองก็จะโอเคค่ะ แล้วก็เป็นประโยชน์กับใครได้บ้าง หนูคิดว่าเป็นประโยชน์กับทุกคนที่มีความสนใจในเรื่องนี้ค่ะ อยากเป็นอาชีพที่อิสระแล้วก็ถ้าทำแล้วมันปังนี่ รายได้ก็ค่อยข้างดีกว่างานประจำเลย ขอบคุณค่ะ ขอโทษนะคะ รบกวนอย่าเพิ่งกดโทร. นะคะ พอดีอยู่ระหว่างการนำเสนอค่ะ (นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะมาพูดเกี่ยวกับวิชาการขายของออนไลน์นะคะ เทคโนโลยีค่ะ มีสมาชิกดังต่อไปนี้นะคะ 1. นางสาว เจนจิรา พวงมาลัย 2. 3. นายพงวิศนุ พงประจำ4. นายวัชระ ชวนชัยโสค่ะ วันนี้ฉันจะพูดถึงความคิดรวมยอดของหลักสูตรนี้นะคะ จะเป็นการวางแผนและตั้งชื่อที่แตกต่างจากกลุ่มมันอัตโนมัติ จะเป็นแป๊บหนึ่งนะคะ อาจารย์ มันเลื่อนอัตโนมัติค่ะ ความคิดรวบยอดของหลักสูตรนี้นะคะ จะเป็นการเริ่มวางแผนและตั้งชื่อร้านกลุ่มและเป้าหมายให้ชัดเจนนะคะ เลือกทางการโปรโมตสินค้าค่ะ และให้ควบคุมถึงลูกค้าค่ะ ช่องทางการเลือกการชำระเงินที่ตอบประโยชน์ ความต้องการของลูกค้า เพิ่มโอกาสขายของสุดท้ายที่คุณทำมาทั้งหมดค่ะ วัดผลได้เพื่อหาแนวทางการพัฒนา เพื่อให้ไปถึง ให้ไปถึงเป้าหมายนะคะ ส่วนกำหนดหลักสูตรของ... กำหนดหลักสูตรนะคะ ของหลักสูตร จะเป็นการศึกษาที่มีโครงสร้างเวลาการเรียนที่ยืดหยุ่นค่ะ ส่วน 2. นะคะ จะเป็นการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการและความสนใจของผู้เรียนนะคะ 3. เป็นการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมให้คิดสร้างสรรค์ค่ะ ต่อมาจะเป็นจุดมุ่งหมายของหลักสูตรนี้นะคะ จะเป็นการส่งเสริมให้ผู้เขียนมีความรู้และความเข้าใจในค่ะ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ และมีทักษะการขายของเพิ่มมากขึ้นค่ะ เช่น ทักษะการพูกดการสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้ในการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ เป็นต้นนะคะ ต่อไปนะคะ ก็จะเป็นกำหนดผลการเรียนรู้ของหลักสูตรนะคะ อันนี้ก็จะเป็น KPA นะคะ ก็จะบอกความหมายความสำคัญของการขายของออนไลน์ได้อย่างถูกต้องนะคะ ก็จะเป็น K1 ค่ะ ส่วน 2 นะคะ ก็จะเป็นการอธิบาย และเทคนิคการขายออนไลน์นะคะ ส่วน 3. ก็จะเป็นการวางแผนออกแบบทางการขายออนไลน์ค่ะ เกี่ยวกับ เกี่ยวกับลูกค้า ตามความสนใจนะคะ ส่วน 4. นะคะ ก็จะเป็นการจัดทำคลิปการขายของออนไลน์นะคะ ตามหลักการและขั้นตอนการขายของออนไลน์ค่ะได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ค่ะ ส่วน 5 นะคะ จะเป็นการแสดงออกถึงการประยุกต์ในการขายของออนไลน์นะคะ ในชีวิตประจำวัน โดยการเขียนสะท้อนคิดค่ะ (นักศึกษาชาย) ต่อมาจะเป็น KPA หัวข้อ K คือ ศึกษาการนำสินค้าไปวางขายทางช่องทางต่าง ๆ บน อินเทอร์เน็ตครัโดยอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ขายสินค้าและผู้สื่อสินค้าการวางแผน เลือกช่องทางโปรโมตสินค้า วางแผนและทางเป้าหมายในการขาย ต่อมาหัวข้อ P ครับ โดยใช้ทักษะกระบวนการทักษะ การพูดสร้างคอนเทนต์ ทักษะการถ่ายภาพ ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด เทคนิคการปิดการขายให้ใส่ใจสินค้าระบบหลังบ้านออนไลน์ให้แข็งแกร่ง มีโปรโมชันกระตุ้นยอดขายครับ ต่อมาหัวข้อ A ครับ ให้ผู้เรียนวางแผนและออกแบบนาวทางการขายของออนไลน์เกี่ยวกับสินค้าที่สนใจ วางแผนและตั้งเป้าหมายในการขายสินค้า การหา Content ครับ กลุ่มของพวกเราขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ (นักศึกษาหญิง) อันนี้ของหนูที่หนูเลือกมานะคะ เรื่องงบประมาณ ขายของใน TikTok Online คือแบบว่าเราเป็นแบบนายหน้าของเขาน่ะค่ะ คือ แบบว่าเราค้นหาของแล้วเอามาลงใน TikTok ของเรา แล้วก็เอามาขาย เราจะได้เปอร์เซ็นต์ค่ะ เราจะไม่เสียตังไปลงทุนเองค่ะ คือแบบว่าเราขาย ถ้าราคาสูงนะคะ เราก็...(นักศึกษาหญิง) งบประมาณหรือคะ อันนี้จะไม่มีงบประมาณค่ะอาจารย์ เพราะว่าเราเป็นแบบ... เพราะว่าอันนี้ของหนูมันจะเป็นขายออนไลน์ที่เป็นนายหน้าของเขาน่ะค่ะ สื่อการเรียนการสอน... ที่มันตอบโจทย์มากที่สุดตามกำลังเงินในกระเป๋า แต่ในความเป็นจริงแล้วนี่ เขาเอาเวลามาช่วยเราสอนด้วยนะ สมมติมีนักเรียนอยู่ 1,000 คน เจนก็จะต้องมีการระดมครู ครูในโรงเรียนน่ะ สัก 4-5 คน ที่เหลือก็ต้องเป้นวิทยากรมาช่วยสอนด้วย ก็ต้องไปเอา... ที่เป็นด้านขายของออนไลน์นี่ อะไรอย่างนี้ (นักศึกษาหญิง) ค่ะ อันนี้คือในมุมของ ผอ. นะ ถามในเรื่องเงิน ว่าใช้จ่ายอะไรบ้าง แต่ถ้าเป็นในมือของผู้ปกครอง ผู้ปกครอง... เสียสตางค์ไหม เสียค่าลงทะเบียน(นักศึกษาหญิง) เริ่มต้นนะคะ ก็จะเป้นการวางแผน การขายของก่อนค่ะ วางแผนออกมา แล้วก็วางแผนแล้วก็เริ่มดำเนินการในการขายค่ะ เป็นการเริ่มลงของ เริ่มลองขายดูว่าของที่ขายจะมีประสิทธิภาพไหม ท้องใช้ทักษะด้วยค่ะ ใช้ทักษะในการขายค่ะ ต้องมีความคิดอย่างสร้างสรรค์ใช้... เดี๋ยว ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการขายของ ที่แบบคนส่วนใหญ่ที่ ที่เขาใช้กันน่ะค่ะ เอามาลงขายของ ของจะขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็จะขายของได้น่ะค่ะ กระบวนการแรกก็ต้องทักษะก่อนนะคะ มีทักษะกระบวนการแล้วก็ออกแบบออกมาก่อนว่าเราจะขายอย่างไร พอออกแบบเสร็จ เราก็จะมาลงขายของ ของที่ทุกคนส่วนใหญ่เขาฮิตกันน่ะค่ะ แล้วก็เอามาลงขาย แล้วของก็จะขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเราไม่ได้เขาใจในสิ่งที่จุดที่เดิม ให้ชัดเจนว่าสิ่งที่เรากำลังสอนคืออะไร เนื้อหาให้หาอะไรบ้าง สุดท้ายเด็กจะได้อะไร ส่วนใหญ่เราจะติดใจอยู่กับเรื่องที่ว่าเป็นนายหน้า ไม่ต้องเอาของมาลง แต่แค่นี้ แต่วิธีการสอนให้เด็กมีทักษะตรงนี้ มีความรู้ความเข้าใจตรงนี้ เรายังไม่ชัดนะ คำถามที่ 2 เจาะลึกมากเลย (นักศึกษาชาย) การที่เราจะหา คอนเทนต์ คอนเทนต์ ที่ทำให้มีผู้สนใจครับ ผู้ติดตามใน TikTok เข้ามาดู แล้วก็เข้ามาดู Content ที่เราทำครับ ค่ะ ตอนนี้ระบบใช้ได้แล้วนะคะ สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ สำหรับชื่อรายวิชาของพวกเรานะคะ ชื่อรายวิชา ซ่อมแซมง่าย ๆ ใช้งานได้ดีนะครับ สมาชิกภายในกลุ่มนะครับ มีทั้งหมด 3 คนนะครับ มีผม... ครับ ดาวครับ แล้วก็แล้วก็เฟียสครับ ครับ พวกเรานะครับ พวกเรานะครับ กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์ สาขาการสื่อสารพิเศษนะครับ นะครับ ซึ่งรายวิชานี้นะครับ อาจารย์ผู้สอนนะครับ อาจารย์ดร. จุลมณี สุรโยธิน นะครับ โยธินนะคะ ในรายวิชา... นี้นะครับ ก็คือความคิดรวบยอดของหลักสูตร ก็คือแซมอุปกรณ์ของใช้ภายในบ้านนะครับ ซึ่งผู้เรียนนะครับ นักเรียนชั้น ป.5 นะคะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ เวลาเรียนนะคะ 60 ชั่วโมงค่ะ ค่ะ กลุ่มของพวกผมก็ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ ที่กลุ่มนี้จะต้องไปปรับแก้นะคะ ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ปรับให้เหลือ 20 ชั่วโมงนะคะ เพราะว่าเป็นวิชาเลือกเสรีนะ เลือกเสรี ที่จะนำมาเสริมรายวิชาที่เรียนอยู่ หรือเสริมสิ่งที่เราสนใจนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นเรียนเยอะ ๆ อันนี้มันจะไปใช้เวลาของโครงสร้างหนะ แอันนี้ฝากถึงทุกกลุ่มนะ ควรจะตั้งชื่อให้กระชับ สั้น ง่าย ฟังแล้วเข้าใจได้เลยนะคะ อันไหนที่มันขยายความเยอะแยะนี่ ก็ไม่ต้องนะ สมมติรายวิชานี้ชื่ออะไรนะคะ ซ่อมแซม ซ่อมแซมง่าย ๆ ซ่อมแซมง่าย ๆ ใช้งานได้ดี ให้กระชับสิคะ กลุ่มอื่นช่วยด้วยก็ได้ค่ะ ทำอย่างไรให้ชื่อวิชานี้ให้มันจำง่าย ซ่อมแซมง่าย ๆ ใช้งานได้ดี สมมตินะ งานบ้านซ่อมได้อะไรอย่างนี้ ให้เหลือประมาณนี้นะคะ ไปดูความคิดรวบยอดของกลุ่มนี้ ความคิดรวบยอด ส่วนใหญ่ความคิดรวบยอดนะ ขึ้นต้นด้วยการหรือความ หรือเป็นการบอกหลักการก่อนว่าการซ่อมแซมอุปกรณ์ มันคืออะไร เราก็บอกไปเลยว่าการซ่อมแซมอุปกรณ์เป็นการที่รักษาสภาพของอุปกรณ์ให้สามารถใช้งานต่อได้ การศึกษาเรื่องขั้นตอนและเทคนิคการซ่อมแซมของใช้ภายในบ้าน จะช่วยให้นักเรียนสามารถใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ นี่ นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ นำความรู้น่ะไปรักษาอุปกรณ์ บำรุงรักษาอะไรอย่างนี้ในชีวิตประจำวันได้ สิ่งที่เขียนทั้งหมดมันจะประกอบไปด้วยอะไรคะ มันจะประกอบไปด้วยหลักการ ก็คือสิ่งที่เราสอนน่พ มันคืออะไร เราต้องบอกการซ่อมแซมมันคืออะไรนะคะ อันที่ 2 คือ เราจะสอนเนื้อหาอะไร เราก็บอกไปเนื้อหา หา และอันสุดท้าย สิ่งที่เราสอนทั้งหมดน่ะ เด็กจะได้อะไร สรุปคือบอก 3 อย่างนี้ มันจะช่วยให้เราเข้าใจสิ่งที่เราสอนมากขึ้น นี่แหละประโยชน์ของการเขียน Concept ที่ชัดเจนนะคะ อันนี้คือเกือบเขจ้าข่ายแล้วล่ะ อีกนิดเดียว ไปปรับคำนะ ว่าการซ่อมแซมมันคืออะไร มันก็คือการรักษาสภาพใช่ไหมคะ อุปกรณ์ให้สามารถใช้ต่อได้อะไรอย่างนี้นะคะ แล้วก็การศึกษาเรื่อง... อันนี้เนื้อหาที่เราสอนมีอะไรบ้างล่ะ ที่มันจะครอบคลุมเด็กที่มาเรียนรายวิชานี้ สามารถจะซ่อมเป็น มันต้องรู้เรื่องอะไรบ้าง สุดท้ายคือเด็กที่มาลงเรียนรายวิชานี่ เขาจะได้อะไรก็คือซ่อมเองได้อย่างนี้นะ ต่อไปผลการเรียนรู้ดูสิคะ ครบไหมคะ KPA ผลการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้แล้วจะเขียนแบบไหน จะเขียนเป็นแบบ มันสามารถเขียนได้ 2 แบบนะ จะเป็นแบบจุดมุ่งหมายทั้วไป อย่างเช่นว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเทคนิคการซ่อมอุปกรณ์ อันนี้ถ้าจะเขียนแบบทั่วไป และถ้าเขียนแบบเจาะจงเขียนอย่างไรคะ อธิบายใช่ไหมคะ อธิบายบอกหลักการก็คือจะขึ้นต้นด้วย Action Werb นะคะ อธิบายความสำคัญและเทคนิคการซ่อมอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้องอย่างนี้ ถ้าเขียนถูกต้องนะ ซึ่งข้อดีของการเขียนเป็นแบบเชิงพฤติกรรมที่ชัดเจนแบบนี้ มันจะช่วยให้เราวัดและประเมินได้ทันที มันไม่ต้องมาตีความอีกนะคะ อันที่ 2 ทำอย่างไรก็ได้ให้มันเป็นต้องเขียนว่าฝึกปฏิบัติซ่อมอุปกรณ์ด้วยตนเอง ได้อย่างเหมาะสมอย่างนี้ อาจจะใช้ 2 วิธีก็ได้ค่ะ P1 P1 หลังจากที่เขาเรียนรู้ความรู้มาแล้วนี่ ลองให้เขาเขียนลงในแผนผังความคิดนี่ วาดออกมาก่อน สมมติก็อกน้ำเสียอย่างนี้ เราให้โจทย์เขา นักเรียนจะมีแนวทางอย่างไร อันนี้เราก็ต้องดูด้วยนะ เวลาเราไปสอนจริงนะ ถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่มันอันตรายนี่ ไม่ใช้ให้นักเรียนมาสอน... มาซ่อมเองนะ ดูอุปกรณ์บางอย่างที่มันไม่เป็นอันตรายนะ เราสอนเอง ไหนลองไปสอน ไฟช็อตนักเรียนตายอย่างนี้ ไม่คุ้มนะ แล้วอันที่ 3 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน และทรัพยากร คำมันกว้างไปนิดหนึ่ง อาจจะใช้คำว่า "แสดงออกถึงการตระหนักแสดงออกถึงการเห็นความสำคัญในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มัน เขาเรียกว่าอะไรล่ะ ไม่สิ้นเปลืองน่ะ ไม่ใช่เสียซื้อใหม่ เสียซื้อใหม่น่ะ จะทันไหมครูปัฐมา ใช้คำว่าอะไรดีหนึ่ง เห็นความแสดงออกถึงการเห็นความสำคัญ ของการใช้ลดคำว่า "ทรัพยากร" ลงมาน่ะ ทรัพยากร มันเหมือนหลานสิของใช้ในบ้านนี่ คือใช้ของอย่างอะไรล่ะ ใช้ของอย่างคุ้มค่าดีกว่านะ ไม่ใช่ซื้อใหม่ ซ่อมเอง เพราะฉะนั้น กลุ่มนี้ให้ไปสโคปเนื้อหาดี ๆ นะคะ ซ่อมนี่คือซ่อมอุปกรณ์อะไร เพราะว่าผู้ปกครองอาจจะถาม อันนี้คือซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเปล่า ถ้าซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้านี่ อาจจะเกิดอันตรายได้นะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าบอกว่าเป็นซ่อมแซมเสื้อผ้าอย่างนี้ ซ่อมโต๊ะเก้าอี้อันนี้ยังพอเป็นไปได้นะ อันนี้สอนชั้นไหนนะคะ นั่นไง ป.5เพราะฉะนั้น เอาเป็นซ่อมงานบ้านดีกว่า ซ่อมเสื้อผ้า ซ่อมเสื้อผ้าเป็นแบบที่ง่าย ๆ น่ะ ที่ป.5 สามารถซ่อมได้น่ะ เพราะว่าถ้าเราไม่สโคปเนื้อหาอย่างนี้นะ ผู้ปกครองอาจจะถามมันคือซ่อมคอมพิวเตอร์หรือเปล่า ซ่อมเตารีดหรือเปล่านะ แต่ถ้าบอกว่าเป็นซ่อมแซม เจาะไปเลยค่ะ ซ่อมแซมพวกเสื้อผ้า สิ่งของอะไรนี่ ที่มันอย่างง่ายKPA ผลการเรียนรู้นี่คือตลอดทั้งเนะคะ ทั้งเทอม เพราะฉะนั้นเวลาเอาไปเขียนเป็นแผนการสอนนี่ จะต้องถูกจับแยกออกไปเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้อีกทีหนึ่ง หน้าตามันจะเขียนคล้าย ๆ กันเลยค่ะ ผลการเรียนรู้กับจุดประสงค์ แต่ที่ปลายทางสุดท้าย ผลการเรียนรู้ คือ หลังจากเรียนจบรายวิชา แต่จุดประสงค์คือหลังเรียนจบ แผนการสอนนั้น ๆ นะคะ กลุ่ม 2 กลุ่มมีอะไรจะถามกลุ่มนี้ไหมคะ สงสัยอะไรไหมคะ หรือว่าครูอู๋ถามไปหมดแล้ว ปรบมือให้กลุ่มนี้หน่อยค่ะ [เสียงปรบมือ] (อาจารย์จุลมณี) พักเบรก 5 นาที ใครจะไปเข้าห้องน้ำห้องท่า เชิญ เดี๋ยวครูจะมาทบทวนข้อสอบให้นะ ข้อสอบปลายภาค เดือน... ประมาณน่าจะเดือนพฤศจิกายนตอนนี้พักเบรกได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ ล่าม [เสียงดนตรี] (อาจารย์จุลมณี) หลังจากที่เราสร้างรายวิชากันไปแล้ว ทำให้ครูเห็นว่ามีหลายจุดที่คลาดเคลื่อนอยู่นะ สรุปให้อีกครั้งหนึ่ง ผลการเรียนรู้กับจุดประสงค์เขียนเหมือนกันไหมคะ เหมือนกันไหม จริง ๆ หน้าตามันคล้ายกันมาก ต่างกันตรงไหนคะ ต่างกันตรงไหน ดูหน้าจอ ดูหน้าจอ ต่างกันตรงไหน สิ่งที่เราเขียนในหลักสูตรอยู่ที่ตรงนี้ค่ะ ก็คือเราเขียนสิ่งที่คาดหวังว่าเด็กเรียนจบรายวิชา หลายวิชาซ่อมได้นี่ แสดงว่าผลการเรียนรู้เวลาเราเขียนก็แสดงว่าเรียนรายวิชานี้ เด็กจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องหลักการซ่อม เทคนิคการซ่อม ได้ฝึกปฏิบัติการซ่อมจริง และก็เห็นคุณค่าการใช้ของที่ใช้ของอย่างคุ้มค่า อันนี้ครูบอกไปแล้วนะ จดไปนะ ถ้าเป็นวิชาขายของออนไลน์ ผลการเรียนรู้ ตัว K ก็คือเด็กจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องวิธีการขายของออนไลน์ที่มันถูกต้องน่ะ ทำอย่างไรไม่ให้โดนโกง ทำอย่างไรให้... ทำอย่างไรให้ขายของได้อย่างมีประสิทธิภาพอะไรอย่างนี้นะคะ เพราะบางทีนะ อยากขายของออนไลน์แต่ขายไม่เป็น หรือบางทีน่ะ ไปเอาภาพประกอบ ไม่ได้เข้าใจเรื่องกฎหมายไม่ได้เข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์ เราไปเอาภาพเขามาสามารถโดนฟ้องได้นะ อย่างนี้ ควรจะมีความรู้ทางด้านนี้ด้วย รายวิชานี้ ตัว P คือทำอะไรคะ แสดงว่าเด็กจะได้ฝึกปฏิบัติวางแผนการออกแบบการขายของออนไลน์ตามสินค้าตามของที่เรามีน่ะ ประมาณนี้ จะทดลองขายของอะไร บางคนขายเสื้อผ้า คนนี้จะขายเครื่องสำอาง คนนี้จะขายผักออแกนิกอะไรอย่างนี้นะคะ จุดประสงค์ นี่คือเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่วัดและประเมินได้เมื่อเรียนจบแผนนั้น จุดประสงค์คือมันจะเป็นรายครั้ง รายคาบนั้น ๆ อย่างเช่นว่ามาเรียนแล้ว เรียนอธิบาย ให้เด็กนักเรียนอธิบายนี่เรื่องขายของออนไลน์ ถ้าเด็กอธิบายได้ ก็แสดงว่าบรรลุจัดประสงค์นะคะ สรุปคือเขียนคล้าย ๆ กัน แต่ปลายทางต่างกันนะคะ อันนี้คือเมื่อเรียนจบรายวิชา เขาก็จะเรียกว่าเป็นการเรียนรู้ แต่ถ้าจบตามแผนก็จะเรียกว่าเป็นจุดประสงค์ เป็นเป้าหมายในคาบนั้น ๆ นะคะ อันนี้คือเป้าหมายตอนเรียนจบเทอมแล้วนะคะ เห็นไหมคะ ผลการเรียนรู้ถ้าเปรียบเทียบนะ อันนี้จะเป็นร่มใหญ่ อันนี้จะเป็นร่มเล็กที่เป้าหมายที่ต้องการให้เกิดในแผนนะคะ ทีนี้การเขียนคำอธิบายรายวิชา เทคนิคที่ครูให้ไปในใบงานที่ 4 นะ ใบงานที่ 4 เห็นไหมคะ ถ้าเราทำจากตารางตรงนี้ มันจะช่วยให้เราสามารถเขียนคำอธิบายรายวิชาได้ไม่หลุดประเด็นเลยแม้แต่ประเด็นเดียวนะคะ แต่วิชา แต่ถ้าเป็นคนอื่นสอนนี่ ก็จะให้ไปเขียนอธิบายรายวิชา แล้วก็ไปหาดูตัวอย่าง แล้วก็มาเขียน เราไม่ได้รู้ที่มาที่ไปเลย ตรงนี้มันจะทำให้เราหลุดนะคะ อันนี้ครูบอกเทคนิค น่าจะเป็นวิชาเดียวนะคะ ที่สอนพวกเราอย่างนี้นะคะ ไม่มีใครมาจับมือเราเขียนแบบนี้นะคะ เพราะฉะนั้น เทคนิคนั้นก็คือให้เอาผลการเรียนรู้มากางนะคะ ผลการเรียนรู้มากางเลย ทีนี้สมมตินะ เราเขียนผลการเรียนรู้ออกมา อันนี้เขียนในลักษณะของการเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมนะ เราก็จะขึ้นต้นด้วย Action verb สีน้ำเงินนี่นะคะ สมมติผลการเรียนรู้นี้บอกว่า บอกประวัติความเป็นมาของท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ความรู้ที่ซ่อนอยู่ในผลการเรียนรู้นี้ คือ เราก็ลบ Action Verb ออกตรงนี้ ก็จะเหลือแค่ประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นนะคะ ทีนี้การที่เด็กจะบอกได้ มันก็ต้องใช้กระบวนการสืบค้น การรวบรวมข้อมูล เห็นไหมคะ ถามว่าการที่ให้เด็กบอกนี่ นิสัยเกิดขึ้นแล้วหรือยัง บอกแค่ในชั่วโมงนั้นน่ะ แล้วเด็กก็ค้นอินเทอร์เน็ต นิสัยเรียนรู้เกิดหรือยัง ยังไม่เกิด เราก็ขีด - ไว้ อย่างนี้ค่ะ ทำตามลำดับไปอย่างนี้ อันนี้คือตัว K นะ ทีนี้ตัว P วิเคราะห์นี้ยังเป็น K อยู่นะคะ แต่ถ้าเมื่อไรที่เด็กฝึกปฏิบัติการทำหน้าที่เป็นไกท์นะ เป็นไกท์นำเที่ยว แสดงว่าเด็กเอาความรู้ทั้งหมดที่เรียนมานี่มาปฏิบัติการนำเที่ยว แนะนำชุมชนอย่างนี้ หรือว่าให้เด็กฝึกปฏิบัติออกแบบโครงงานนี่ อันนี้มันก็จะเป็น P ได้นะคะ ทีนี้การที่เด็กออกแบบ เด็กจะได้ใช้กระบวนการอะไรบ้างคะ ก็จะได้กระบวนการกลุ่ม ก็จะได้ใช้กระบวนการกลุ่ม สมมติให้เด็กทำงานเป็นกลุ่ม เด็กก็จะทำงานกลุ่ม ได้ทักษะความคิดสร้างสรรค์ เด็กออกแบบได้อะไรอีกคะ ออกแบบโครงงานได้อะไรอีกคะ ขณะที่กำลังออกแบบ กระบวนการอะไรมันมาอีกคะ ช่วงที่ออกแบบถ้าเกิดปัญหา มันเกิดทักษะอะไรมาแล้ว การคิดแก้ปัยหาใช่ไหมคะ อะไรได้อีก ต้องใช้การสืบค้นไหมคะ จะออกแบบชิ้นงานนี่ คือทักษะอะไรที่มันไหลมาตอนที่กำลังฝึกปฏิบัติ อันนั้นแหละให้เราเอามาเขียนในช่องที่ 3 ตรงนี้นะคะ ทีนี้ช่งที่ปฏิบัติ อะไรที่มันต่อเนื่องกันนานนิสัยมาหรือยัง คุณลักษณะมาหรือยัง กว่าจะทำเสร็จ Project อย่างนี้ ใช่ไหมคะ นิสัยการใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาแล้ว วิสัยอะไรมาอีกคะ ความรับผิดชอบ ส่งงานตรงเวลาก็มาอีก เราก็เอามาเติมในนี้ได้นะคะ เห็นไหมคะ ทีนี้ตัว A ตัว A สังเกตว่าครูมักจะเขียน "แสดงออก" อย่างนี้ มันจะได้วัดได้ ถ้าบอกว่าเด็กซาบซึ้งในบทกวีอย่างนี้ อารมณ์ซาบซึ้ง ดูตามันเหรอ ใช่ไหม ก็ต้องให้เด็กแสดงออกมา แสดงแบบไหน แสดงโดยการเล่าให้ฟัง แสดงโดยการเขียนสะท้อนคิด อันนี้เราก็จะได้เอาไปวัดประเมินได้ ผลการเรียนรู้ที่เราโชว์ตรงนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเขียนต้องเอามาวัดและประเมินทุกข้อ ไม่ใช่ตั้งเป้าแล้วไม่มีหลักฐานในการวัดและประเมิน ไม่ใช่ประเมินนะคะ แล้วก็ต้องวัดให้ตรงด้วยนะคะ อันนี้ทบทวนใบงานนะ อันนี้หน้าตาของคำอธิบายรายวิชา ไม่ใช่เราอยากจะเขียนอะไรก็เขียนมานะคะ แต่มันจะต้องมีที่มาที่ไปว่านี่ที่เราสอนรายวิชานี่ เราจะสอนอะไรบ้าง นี่คือกลุ่ม K นะคะ อันนี้คือกลุ่ม K กลุ่มเนื้อหาที่จะสอน อันนี้คือกลุ่มทักษะกระบวนการที่เกิดขึ้นในผลการเรียนรู้นะคะ อันนี้เป็นกลุ่ม A คือเจตคตคุณลักษณะ หน้าตามันจะออกมาเป็นอย่างนี้ บางโรงเรียนอาจจะผิดเพี้ยนกันนิดหน่อยนะคะ ส่วนใหญ่ก็จะเขียนใกล้เคียงกัน แยกตัว P ออกมาเป็นParagraph หรอันนี้ครูทบทวนให้เฉพาะบางประเด็นนะ เทคนิค จำหน้านี้ดี ๆ ที่หลายกลุ่ม ที่ครูพยายามอธิบายให้หลายรอบมากเลยนะคะ เทคนิคมันอยู่ตรงนี้ค่ะ พอเราได้ ปุ๊บ เราเอา K มาใส่ตรงนี้ มันจะเรียงต่อกันเป็นท่อน ๆ ถามว่าพอเอามาใส่ความเรียงแล้ว เอามาใส่เป็นท่อน ๆ มัน Smootมันยังไม่ Smooth เราจะต้องมาเติมคำเชื่อม และ หรือ ซึ่ง เพราะว่า เนื่องจาก คำเชื่อม อ่านแล้วให้มันสมูท ตามความเหมาะสมนะคะ เพราะฉะนั้น คือถ้าเราทำแบบนี้มันจะไม่หลุดเลย มันจะปรากฏทั้งความเรียงที่เป้นตัว K ความรู้ที่เราจะสอนเด็กทั้งหมด ทักษะกระบวนการที่เราจะฝึกเด็กทั้งหมด แล้วสุดท้ายปลายทาง มันก็จะมาจากไอ้ช่องนี้ค่ะ ข้อสุดท้ายนะคะ แล้วก็ต่อด้วยคุณลักษณะทีจะเติมเต็มให้กับนักเรียน ขั้นตอนมันจะมีอย่างนี้นะ นี่เป็นหน้าตาของคำอธิบายรายวิชา พอเราทำเองนี่ ตอนที่ไปเป็นคุณครูใหม่ ๆ นี่ เราอาจจะยังไม่ได้สร้างหลักสูตรเองหรอกนะคะ แต่เราจะต้องอ่านหลักสูตรที่ครูในกลุ่มสาระนั้นสร้าง นั่นแสดงว่าเราต้องเข้าใจก่อนว่าต้องเข้าใจสิ่งที่เขาเขียน อันนี้มันก้เลยเป็นเหตุว่าทำไมเราต้องมาเรียนตรงนี้นะคะ เพื่อเราจะได้เอาไปออกแบบหน่วยการเรียนรู้ได้นั่นเอง ซึ่งการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ถ้าเป็นวิชาถ้ามันมีหน่วยกิตเยอะ ๆ นี่ ผล... หน่วยการเรียนรู้มันก็จะเยอะตามนะคะ เนื้อหาเราด้วย ถ้าเป็นสอน 20 ชั่วโมงนี่ แตกได้เต็มที่น่ะ ไม่เกิน 2 หน่วยการเรียนรู้นะคะ เพราะฉะนั้น ทุกกลุ่มจะอยู่ที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ไม่ควรเกิน ไม่ควรต่ำกว่ากี่ชั่วโมงคะ กี่ชั่วโมง ถ้าเป็น 2 ชั่วโมงเรียกว่าหน่วยการเรียนรู้ได้ไหม ไม่ได้ เพราะอะไร เพราะมันจะเป็นแค่ฉากหนึ่ง เป็นแค่กิจกรรมหนึ่ง มันยังไม่เป็น Story เพราะฉะนั้นหน่วยหนึ่งไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงนะ ทำให้เป็น Story นะคะ ซึ่งเราก็ผนวกผลการเรียนรู้ที่มีความเกี่ยวข้องกันแล้วเอามาออกแบบเป็นกิจกรรมนะคะ แล้วก็กำหนดชั่วโมงไป สไลด์พวกนี้ครุใส่ไว้ในโน้ตให้แล้วนะคะ เพราะฉะนั้น คือ สร้างหน่วยการเรียนรู้ คือ ให้มันเป็น Story แล้วให้มันจบในตัว ต้องสมบูรณ์ในตัว จบสมบูรณ์ในตัวแสดงว่าในหน่วยนั้นจะต้องประกอบไปด้วย อันนี้ครูใส่สัญลักษณืไปนะ ต้องประกอบไปด้วยอะไร กิจกรรม การวัด การประเมินผล และสุดท้าย คือ มีผลการเรียนรู้และจุดประสงค์ซ่อนอยู่ในนั้น อันนี้ถึงจะเป็นหน้วยการเรียนรู้นะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างนะ นี่คือครูรวมผลการเรียนรู้ที่มันสอดคล้องกันนะคะ นี่ค่ะ หน่วยการเรียนรู้ มันก็จะมีผลการเรียนรู้ มีการวัด การประเมิน มีเนื้อหา มีแนวการจัดกิจกรรม แล้วก็สร้างออกมาเป็นอย่างนี้นะคะ ตั้งชื่อให้มันน่าสนใจนะ สมมติจะสอนเรื่องการถ่ายภาพ ศาสตรืละศิลการถ่ฟังแล้วมันน่าติดตาม ไม่ใช่แบบชื่อทื่อ ๆ สมมติเรียนเรื่องภูมิศาสตร์ ก็ภูมิศาสตร์อย่างเดียว หรือเรียนเรื่องเกี่ยวกับสรีระอวัยวะภายใน เราก็ต้องชื่อไว้ว่า เปิดโลกอวัยวะภายใน อย่างนี้เป็นต้นนะคะ นี่ค่ะ หน่วยแรกจะเป็นการเรียนเนื้อหาก่อน แล้วก้จะมีกิจกรรมให้นักเรียนฝึกบนกระดาษอย่างนี้ ฝึกวางแผน ส่วนหน่วยที่ 2 นี่คือให้เริ่มออกปฏิบัติแล้วนะคะ แล้วก็เอามาจัดเป็นโครงสร้างรายวิชา หน้านี้จะทำให้เรารู้ว่าเราจะให้น้ำหนักชั่วโมงแต่ละกิจกรรม แต่ละผลการเรียนรู้เท่าไหร่ คะแนนเท่าไหร่ จะต้องสมเหตุะสมผลนะคะ ซึ่งตรงนี้เราจะต้องฝึก ถ้าเราเข้าใจในผลการเรียนรู้นี่ มันจะออกมาเป็น Story โดยอัตโนมัติ แล้วเราจะสามารถดีไซน์ได้ การ Design กิจกรรม ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นะคะ ไม่ใช่เป็นแบบบรรยายอย่างเดียวนะคะ เราจะได้ DDesign ได้นะ แล้วก็วัดและประเมินให้มันตรง อันนี้ตัวอย่าง เราสามารถไปดูได้ว่าการจะจัดการเรียนการสอนอย่างไรกิจกรรมนะคะ ก็จะประมาณนี้นะคะ ที่เหลือไปดูใน Note นะคะ ไปดูใน Note เดี๋ยวพอสอนจริงเราจะได้ใช้นะคะ พักเบรกด้วยกิจกรรมเกม มันจะเป็นคำที่เกี่ยวกับรายวิชาพัฒนาหลักสูตร ลองดูนะ นักศึกษาหูก็ตามได้นะคะ ลองดู อันนี้เป็นการฝึกสมองด้วยนะ ดูจากภาพนะคะ ครูจะมีพยางค์ให้นะคะ 5 คำ บางทีมันจะเป็นคำว่า "คำ" บางทีมันจะเป็นคำว่า "พยางค์" ลองดู ภาพนี้กำลังบอกอะไร ภาพที่ 2 และภาพที่ 3 5 คำ อะไรคะ คนนี้เขากำลังทำอะไรนี่ ไม่ใช่ปวดหัวนะ เขาทำอะไรคะ คิด อันนี้อะไรคะ ดีไซน์แปลเป็นภาษาไทย คือ รวมคำเป็น อะไรนะ ความเครียด อะไรคะ 1 2 3 4 มันเป็นวิธีการสอนอย่างหนึ่งนะ อะไรคะ การคิดอะไรคะ การคิดเชิงออกแบบ ถูกต้องค่ะ คำต่อไป ภาพนี้ ปึ๊บ ปึ๊บ โรงเรียนทางเลือก ถูกต้องค่ะ ภาพต่อไป อะไรคะ ขับเคลื่อน ต่อไป 1 คำแล้วก็ 2 พยางค์ 1 คำ 2 พยางค์ แล้วต่อด้วย 1 คำ Plan คือภาษาไทยคือ ได้ไหม เฉลยสิ แผนปฏิบัติงาน อาจจะยากนิดหนึ่ง อันนี้ ปึ๊บ อันนี้เกี่ยวกับคำหลักสูตรแล้ว อะไรดีดาว อะไรเกี่ยวกับหลักสูตรนี่ เฉลย แนวโน้มหลักสูตร อันต่อไป แผน แผนพัฒนา แผน เฉลยสิ แผนพัฒนาการศึกษา มา ลองทำข้อสอบกันดีกว่า เตรียมกระดาษจดโน้ตไว้นะคะ หรือ iPad อะไรก็ได้ ลองดูนะว่าเราจะได้กี่คะแนนนะคะ ข้อสอบปลายภาคจะมีอยู่ทั้งหมดอยู่ 80 ข้อนะคะ 80 ข้อ 10 คะแนนนะคะ จะเป็นรูปแบบ E-Testing นะคะ E-Testing ส่วนวันเวลาสอบครูจะแจ้งอีกทีหนึ่ง ใน Line กลุ่มนะ ซึ่งเราจะสอบพร้อมกันกับสาขาอื่น จะสอบเวลาเดียวกัน สอบนั่งสอบที่บ้านนัน่ล่เพียงแต่ว่าเราเตรียมอุปกรณ์ให้เรียบร้อย เตรียมความพร้อมให้ดี ๆ แบตชาร์จให้เต็มนะคะ แล้วก็โปรแกรมอะไรต่าง ๆ ก็อัปเกรดให้มันพร้อมใช้งาน ไม่ใช่พอกำลังจะสอบแล้วมัน Restart เครื่องเองอะไรต่าง ๆ นะ หรือเปิดคอมไม่ได้ จัดการให้ดีนะ ทีนี้ เรามาประลองข้อสอบดูว่าหลักจากที่เราเรียนจบมาทั้งเทอม ทั้ง Online On site นี่ เราเข้าใจรายวิชานี้มากน้อยแค่ไหนนะคะ อันนี้จะเป็น Test สัก 10 ข้อนะ 10 ข้อ ใช้แทนภาพสไปรเดอร์แมน ข้อ 1 ค่ะ ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักสูตร 51 มีอยู่ 4 ข้อ จดคำตอบไป อันไหนไม่ใช่องค์ประกอบของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานนะ คิดว่าข้อไหน เดี๋ยวให้คะแนนตัวเองนะ ตอบผิดตอบถูกไม่เป็นไร เฉลยค่ะ ค. คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน มันไปอยู่ในไหนคะ มันไปอยู่ในหลักสูตรสถานศึกษา อันนี้ครูเฉลยไปแล้วก็อธิบายไปด้วยนะ เพราะฉะนั้น หลักสุตรแกนกลางมันจะบอกแค่พวกหลักการ พวกโครงสร้างเวลาเรียน มาตรฐานการเรียนรู้แล้วก็เกณฑ์การจบอะไรอย่างนี้มากกว่านะคะ คือมันจะบอกในสิ่งที่เป็นนามธรรมนะคะ เพื่อให้ทุกโรงเรียนนำไปดีไซน์รายวิชานะคะ เพราะฉะนั้น คำอธิบายรายวิชามันจึงไม่ใช่องค์ประกอบของหลักสูตรแกนกลางนะคะ ให้คะแนนตัวเอง 0 หรือ 1 ข้อต่อไปค่ะ ข้อใดคือเป้าหมายสำคัญของหลักสูตรแกนกลาง ปึ๊บ ตอบได้เลย ตอบได้เลย เขียนคำตอบลงใน iPad หรือกระดาษ เฉลย อันไหนที่มันเป็นเป้าหมายสำคัญ มาตรฐานการเรียนรู้ นี่คือเป้าหมายของรายวิชานะ ของรายวิชา คือ ในหลักสูตรแกนกลางนี่ มันจะมีการกำหนดมาตรฐานเอาไว้นะคะ แตกออกมาเป็น ก็คือตัวชี้วัดนั่นแหละ แต่ละระดับชั้น ตั้งแต่ ป.1 ไปจนถึง ม.6 นะคะ เขาจะมีกำกับเป้าหมายเอาไว้นะคะ เพื่อให้ครูในโรงเรียนนี่ พานักเรียนไปให้ถึง คือทำอย่างไรให้รู้และปฏิบัติได้นะคะ ข้อ 3 ค่ะ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง มีจุดมุ่งหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด ก. มุ่งเน้นการปฏิบัติตามสภาพจริง 2. ตัดสิน 3. พัฒนา ง. พัฒนาผลการเรียนรู้ และตัดสินผลการเรียน แนวข้อสอบจะเป็นอย่างนี้แหละ ประมาณนี้นะ คือถ้าเรามองเห็นภาพน่ะ ทั้งภาพว่ามันส่งต่อกันอย่างไร หลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรสถานศึกษา ส่งต่อให้หลักสูตรระดับชั้นเรียน ที่เรากำลังทำออกแบบกันนี่แหละนะคะ เฉลยค่ะ ง. เพราะฉะนั้น คือ เขาวัด ประเมิน คือ ประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และตัดสินผลการเรียน ตัดสิน ก็คือ การกำหนดเขาเรียกว่าเป็นการให้เห็นว่าเด็กมีผลการเรียนรู้อย่างไร ขณะก่อนที่จะตัดสินน่ะ จะต้องมีการพัฒนาการเรียนรู้ไปด้วย ประเมินแล้วก็พัฒนาไปด้วย เป็นการประเมินระหว่างทาง ข้อ 4 ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนถ้าเราเห็นแวบ ๆ นะ มันจะมีอยู่ 5 ข้อ 5 สมรรถนะ มันจะมีข้อหนึ่งที่มันไม่ใช่ ได้คำตอบ เขียนลงไป เฉลย พวกเราคิดว่าข้อไหนคะ ที่มันไม่คุ้นตา ข้อนี้ค่ะ ความสามารถในการใช้ชีวิต เป็นอย่างไรถูกหรือผิด ข้อ 5 ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตรแกเลือกมา 1 ข้อ มีประเทศไทยนี่ล่ะ ที่กำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์อะไรไม่รู้ เอาเป็นว่าเขากำหนดก็กำหนดไป มีอะไรบางอย่างนะ เฉลยค่ะ มุ่งมั่นในการเรียน ส่วนใหญ่นะ คุณลักษณะอันพึงประสงนะคะ มันจะเป็นคำใหญ่ ๆ น่ะ ที่มันเกี่ยวข้องกับสังคม สถาบัน เกี่ยวข้องกับความเป็นประเทศน่ะนะคะ ข้อ 6 ค่ะ หลักสูตรแกนกลางคาดหวังสิ่งใดจากผู้เรียนมากที่สุด คาดหวังอะไร ใบ้ให้นะ เอาคำใหญ่ ๆ จดคำตอบลงไป ส่วนใหญ่ข้อสอบนี่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักสูตรแกนกลางนะ จดหรือยัง เฉลย ก. ถูกหรือผิด ข้อ 6 ค่ะ ข้อ 7 มาตรฐานการเรียนรู้ มีองค์ประกอบกี่ส่วนจริง ๆ วิชาพัฒนาหลักสูจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่ายนะคะ เพียงแต่เราต้องทำความเข้าใจไปนะคะ เฉลย ค. มี 3 ส่วนนะ ก็คือมันเป็นการสอนในเรื่องของความรู้นั่นแหละ แล้วก็ให้เด็กฝึกปฏิบัติ ฝึกกระบวนการ ขณะเดียวกันเราก็สอนคุณธรรม ศีลธรรมให้กับเด็กไปด้วย ไม่ใช่ว่าเราจะสอนวิชาการอย่างเดียวนะ แต่มันจะต้องแทรกในรายวิชาที่สอนด้วย สมมติเราสอนนิสัยในเรื่องของการความรับผิดชอบอย่างนี้เราก็บอกไป แต่จะสอนเราก็ต้องทำเป็นตัวอย่างให้ดูนะ ไม่ใช่บอกนักเรียนมีความรับผิดชอบนะ ตรงต่อเวลานะ แต่เวลาเราไปเป็นคุณครูสอนเป็นอย่างไรคะ เข้าห้องก็สาย ก็ไม่ใช่นะ ข้อ 8 ค่ะ ฃการเรียนรู้แบบ BBL Brain based Learning คิดว่าตรงกับข้อไหนคะ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสมองนั่นแหละนะคะ Brain base learning ดูคำตอบเสร็จแล้วก็ตอบลงไปเลย เฉลยค่ะ การเรียนรู้ที่ใช้โครงสร้างและหน้าที่ของสมองเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ข้อ 9 สิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ตรงกับข้อใด จดลงไป เฉลย ตัวชี้วัด ข้อสุดท้าย การศึกษาภาคบังคับ ป.1 ถึง ม.3 ใช้ตัวชี้วัดใดเป็นเป้าหมาย มันจะมีตัวชี้วัดอยู่ 2 ประเภทนะ สำหรับประถม ถึง ม.3 แล้วก็อีกตัวชี้วัดชุดหนึ่ง คือ สำหรับ ม.ปลาย ก. ข. ค. ง. เฉลย เขียนคำตอบไปก่อน เขียนคำตอบไปก่อน เลือกมา 1 ข้อ เฉลยนะคะ ตัวชี้วัดชั้นปี ถ้า ม.ปลาย จะใช้ตัวชี้วัดไหนคะ ม.ปลายจะเป็นตัวชี้วัดช่วงชั้น สังเกตไหมคะเวลาเขาระบุใช่ไหมคะ เขาจะระบุไว้เลยว่า 4 5 6 นั่นแสดงว่าจะไปเรียนในระดับใช้ไหนก็ได้นะคะ ก็จะเป็แต่ชั้นปีนี่คือ แยกทีละปีเลยนะคะ มีอีกเหรอ กลายเป็นเฉลยข้อ 11 ไปเลยนะคะ ข้อ 11 เฉลยไปแล้ว ตัวชี้วัดไหนคะ ช่วงชั้นนะคะ ค. ค่ะ ข้อนี้ก็ฟรีไปนะ มันมีอีกหรือนี้ ครูนึกว่ามีอยู่ 10 ข้อ ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลองนึกถึงตอนที่เราเรียน ม.6 อันไหนที่มันไม่ใช่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ก็มีประเทศไทยนี่ล่ะ ที่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนฟิกมาเป็นเรื่องนี้เรื่องเดียว เฉลย ตอบลงไปนะคะ เฉลยค่ะ ง. หมดหรือยัง ข้อใดไม่ใช่การจัดระดับการศึกษาตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน ก. ข. ค. ง. ส่วนใหญ่ขั้นพื้นฐานจะเป็น... มีอะไรบ้างน่ะ จดลงไป เฉลย อนุบาลค่ะ ที่ไม่เกี่ยวนะ ส่วนใหญ่การศึกษาขั้นพื้นฐานน่ะ ก็คือจะเริ่มตั้งแต่ ป.1 ไปจนถึง ม.6 นะคะ หมดหรือยัง สงสัย 15 ข้อแน่ ๆ เลย ข้อใดกล่าวถูกต้อง ข้อสอบมันเหมือนมันต้องเปิดอ่านหนังสือพอสมควรนะ ต้องจำแต่ถ้าการปฏิบัตินนี่ ครูอู๋จะแปลเป็น Workshop มฃให้หมดเลพอเราไปเป็นครูนี่มันเกี่ยวข้องกับหลักสูตรระดับชั้นเรียนอะไรบ้าง จดลงไปค่ะ เฉลย ข. ค่ะ ประถมศึกษาจะจัดเป็นรายปีนะคะ มัธยมจะจัดรายภาค สังเกตว่าเวลาออกเกรด เห็นไหมคะ ออกเกรดนี่ ของม.ปลายนี่ จะออกเกรดเป็นเทอมเห็นไหมคะ น่าจะข้อสุดท้ายแล้วล่ะนี่ ผู้เรียนอาศัยที่หลากหลายเป็นเครื่องมือนำพาไปสู่เป้าหมาย เป็นการจัดการเรียนการสอนที่ตรงกับข้อไหน อันนี้ครูผู้สอนก็จะต้แงช่วยด้วยนะคะ คือ จะต้องมีการใช้มีการออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายนะคะ เพื่อที่จะให้นักเรียนนี่ ที่จะรู้แล้วก็ปฏิบัติได้นะคะ เฉลย เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ถ้าครูสำคัญเป็นอย่างไรคะ ครูเป็นศูนย์กลาง คือครูอธิบายบรรยายอย่างเดียว สอนตามหนังสือ นักเรียนไมไ่ด้ทำอสักอย่างเลย แค่ท่องจำทำตามนะคะ อันนี้มันจะไม่ใช้เป็น Active Learning แล้ว เด็กจะได้ประโยชน์น้อยมาก เป็นการเรียนเพื่อสอบนะคะ เพราะฉะนั้น รายวิชาต่าง ๆ ที่เราคิดขึ้นมา มันจะช่วยให้เด็กได้ Active Learning สูงมากนะคะ เช่น ฝึกให้เด็กได้ขายของออนไลน์ใช่ไหมคะ เด็กก็จะได้ทำจริง ฝึกให้เด็กได้ซ่อม ซ่อมแซมอุปกรณ์เป็น เด็กก็จะได้ลงมือปฏิบัติ หรือวิชา Mini SMEเห็นไหมคะ เด็กได้ประโยชน์เต็ม ๆ เลย ในขณะที่การเรียนปกติมันจะเป็นการเรียนวิชาการเฉย ๆ ใน 8 กลุ่มสาระ เด็กก็จะได้เรียนหนังสือ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูผู้สอน เราไม่รู้หรอกว่าเราจะได้ไปสอนวิชาอะไร อาจจะได้สอนหลายวิชา เพราะฉะนั้นจะต้องเตรียมให้เี ๆ นะคะ จะต้องทำอย่างไรก็ได้ ศึกษาให้ดี ๆ ออกแบบกิจกรรมอย่างไรให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นี่คือหน้าที่ของเรานะ กี่ข้อนี่ เอาแค่ 15 ข้อก็พอนะ เป็นอย่างไรรวมคะแนนสิคะ ได้กี่คะแนน30 ข้อหรือเปล่านะนี่ ไหนครูทวนอันนี้ให้ก่อน อันนี้ออกข้อสอบชัวร์ ๆ เลยนะ เแลยไปแล้วเสียด้วย ฝึกอ่าน รหัส... รหัสรายวิชา ข้อไหนคะ ครูไม่แน่ใจ ว่าครูใส่ไว้ในโน้ตหรือเปล่านะ เทคนิคการอ่าน ในนี้มันจะมีบอกว่า 2 ตัวสุดท้ายเป็นอะไรคะ 2 ตัวสุดท้ายนี่เป็นลำดับรายวิชา ไม่ต้องไปสนใจมันนะคะ สนใจตรงที่ตัวตรงกลางนี่ค่ะ มันเป้นรายวิชาพื้นฐานหรือเพิ่มเติม พื้นฐานหรือเพิ่มเติมอันนี้คิดว่าอยู่ชั้นประถมหรือมัธยมคะ เฉลยนะ มัธยม ตัวไหนที่บ่งบอกว่าเป็นมัธยมคะ เลข 2 ไปดูอีกทีหนึ่งนะว่า 1 หรือ 2 ตรงนี้นะ เป็นเพิ่มเติมหรือพื้นฐานนะคะ อันนี้ออกแน่ ๆ มีอยู่ 1-2 ข้อที่ครูเห็นผ่านตานะ 1 พื้นฐาน 2 เพิ่มเติม ส่วนตัวนี้มันก็จำง่ายอยู่แล้วค่ะ ง งู ก็เป็นการงานนั่นแหละ ถ้า ค ควาย เป็นวิชาอะไรคะ คณิตศาสตร์ ส ล่ะคะ เพราะฉะนั้น คือไปจำหลัก ๆ ก็ค ือมันเป็นรายวิชาเพิ่มเติมหรือพื้นฐาน อันที่ 2 คือ จำว่ามันเป็น ม.ต้นหรือม.ปลาย หรือเป็นประถม มันจะมีตัวเลขซ้อน ๆ อยู่จำแค่ 2 ตัวก็พอนะ ก็ประมาณนี้ค่ะ รวมคะแนนได้เท่าไรคะ 1 คะแนน ได้ 4 ได้ 7 ได้ 4 ก็ไม่เป็นไรนะ ก็ลองไปเปิดดูในไฟล์เอกสารนะ เอกสารคำสอน พวกเราได้โหลดมาหรือยังใน Drive เอกสารประกอบการสอน โหลดมาหรือยังเอ่ย ไฟล์ PDF โหลดมาเก็บไว้นะ ใช่ ไฟล์หนังสือนะคะ คือหนังสือนี่ ถ้าเราเรียน มันมีอยู่ 400 กว่าหน้าน่ะ เยอะมาก เยอะมาก ให้เปิดอ่านแล้วตีเป็นภาพ ตีเป็นภาพนะ ส่วนใหญ่หลัก ๆ ก็จะถามเรื่องหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรแกนกลาง แล้วก็ไอ้ตัวข้างในน่ะ กระบวนการน่ะ นึกถึงภาพที่เราสร้างหลักสูตรมานี่ ก็จะประมาณนั้น 80 ข้อ ไม่แน่ใจว่า ชั่วโมงครึ่งหรือเปล่านะ คงจะฝากไว้ ปิด คอร์ส เปิดคิดก่อนจะเที่ยง ได้อะไรคะ จากการเรียนรายวิชานี้ พอได้บ้างไหม ตามทันไหมคะ ได้อะไรบ้างคะ รายวิชานี้ หลักสูตรเกี่ยวข้องกับครูอย่างไรคะ มันเกี่ยวข้องกับครูอย่างไรถ้าเราจะไปเป็นครูสอนนี่ เหมือนครูจะบอกไปต้นชั่วโมงแล้วนะ เกี่ยวข้องกับครูอย่างไร เอาอะตอมก่อนแล้วกัน เกี่ยวข้องกับครูอย่างไร ทำไมต้องมาเรียน ต้องเรียนรู้ก่อน หลักสูตรนี่ ก่อนที่จะก้าวไปสู่ห้องสอน สิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัวคือ อ่านอะไรคะ อ่านอะไรคะ เอกสารของโรงเรียนน่ะ ต้องอ่านหลักสูตรของโรงเรียนก่อน ว่าเขามีโครงสร้างหลักสูตรอะไร หลังจากนั้นก็มาดูรายวิชาที่เราได้รับมอบหมาย สมมติวัชรพลได้รับมอบหมาย คุณครูเก่าเขาบอกว่า คุณครูวัชรพล สอนรายวิชาภาษาไทยนะ สำหรับเด็ก ป.3 นะ หลังจากนั้นวัชรพลจะต้องทำอย่างไรต่อคะ หลักจากที่อ่านหลักสูตรสถานศึกษาแล้ว มาอ่านเอกสารอะไรอีก ต้องอ่านหลักสูตรในระดับชั้นเรียนของกลุ่มสาระภาษาไทยก่อน แล้วก็เอามาวางแผนออกแบบเขียนเป็นแผนการสอน เพราะว่าแต่ละกลุ่มสาระเขาจะมีการกำหนดแนวทางไว้ใช่ไหมคะ แล้วก็ถ้าครูเข้าใจดีหน่อยก็เอาแผนการสอนนี่ แฟ้มแผนการสอนเอาไปศึกษา ถามว่าแผนของเขา แต่เราต้องมาสอนนี่ บางทีนะ มันอาจจะไม่ใช่ Style เราน่ะ มันอาจจะอ่านแล้วงง ๆ อย่างนี้ เราก็ต้องทำความเข้าใจแผนเดิมก่อน นะคะ เหมือนกับคนที่ไม่เคยกินส้มตำมาก่อนนี่ มีคนเสิร์ฟส้มตำมาให้เรานี่ เราก็ต้องดูก่อนใช่ไหมคะ ว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร เราเป็นคนกินเผ็ดได้ไหม ส่วนผสมอะไร เราแพ้ไหม มันก็ต้องดูก่อนใช่ไหม ไม่ใช่เขาเสิร์ฟมาปั๊บ เราตักใส่ปากปั๊บเป็นอย่างไร สมมติเราเป็นฝรั่งอย่างนี้ เอาเรื่องนะ ก็จะประมาณนั้นแหละนะคะ เพราะฉะนั้น คือ ดูหลักสูตรสถานศึกษา สมมติเขารับสมัครเราแล้ว ไปเป็นครูเรียบร้อยแล้ว เราอ่านหลักสูตรสถานศึกษาแล้ว คราวนี้เราก็ไปรับงานจากครูที่เข้ามาเป็นครูพี่เลี้ยงเรานี่ เขามอบหมายเราให้เรา ถ้าเราได้รับมอบหมายให้สอนวิชาสังคม แสดงว่าบอลก็จะต้องทำอย่างไร บอลต้องทำอย่างไรคะ มอบหมายให้ไปสอนวิชาสังคม สรุป ก็คือตามวิถีของเราน่ะนะ ก็ต้องไปดูนะ หลักสูตรของกลุ่มสาระนั้น ๆ นะคะ แล้วเราก็จะได้เอามาสอนเด็กนะคะ เพราะฉะนั้น ภาพรวมนะ ตลอดทั้งเทอมที่ผ่านมานี่ ครูก็จะแปลงออกมาเป็น Workshop ให้เราได้เรียนกันนะคะ ก็คือจะสอนเกี่ยวกับเรื่องความรุ้เบื้องต้นนี่ ในการพัฒนาหลักสูตรก่อนว่าหลักสูตรมันสำคัญอย่างไร มันเชื่อมโยงกับครูอย่างไร เพราะฉะนั้น คือสุดท้ายแล้วนี่ แค่เรารู้ ว่ากว่าจะมาเป็นรายวิชานี่เห็นไหมคะ นี่คืออาวุธของครูนะคะ อาวุธของครู มันจะเป็นต้นเรื่องเลย ที่จะ... คือถ้าสอน... ถ้าเราสร้างเองเราจะรู้ว่ามีกระบวนการอย่างไรแล้วเราจะไปเขียนแผนอย่างไร แต่ถ้าเป็นแผน เป็นหลักสูตรของรายวิชา ของกลุ่มสาระนั้น ๆ ที่เราสร้างมาแล้ว เราก็อ่านทำความเข้าใจ เราจะได้ออกแบบแผนได้สอดคล้องกับหลักสูตรที่เขาเขียนมานะคะ ทีนี้ พวกนี้ค่ะ เราก็จะได้เห็นภาพรวมนะว่า คำอธิบายรายวิชามันเขียนอย่างไรนะคะ ทั้งที่ครูให้พวกเรานี่ได้ฝึก ได้ฝึกอ่านนะ ฝึกวิเคราะห์แล้วก็ลองเชื่อมโยงสู่ชั้นเรียนสิ ออกแบบเป็นหน่วยการเรียนรู้าิ แล้วก็สุดท้ายตอนนี้ที่เราทำกันเป็นกลุ่มนี่ คือ ออกแบบรายวิชาเพิ่มเติมนะคะ จริง ๆ มันจะมีการประเมินหลักสูตรด้วยนะ นี่ค่ะ เป็นสิ่งที่ครูจะต้องสร้างขึ้นมา เพราะฉะนั้น ครูจะต้องเขียนเป็นนะ นี่มันเป็นหลักสูตรระดับชั้นเรียนนะคะ ระดับชั้นเรียน เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครู ครูจะบอกเสมอว่าครูมี 3 อาชีพอยู่ในตัว อาชีพแรก คือ ต้องเป็นกัปตัน Captain คือคนที่ตั้งเป้าจะพานักเรียนไปเชียงใหม่ แต่เป็นอย่างไรคะ ไม่ได้เตรียมการสอน สามารถที่จะขับเครื่องบินแล้วตกทะเลได้ไหม ขับแล้วไม่มั่นใจ ขับไปเชียงใหม่หรือจะไปโผล่เชียงรายดี เพราะฉะนั้น คือหน้าที่ของครูต้องทำหน้าที่เป็นกัปตัน พาผู้เรียนไปถึงที่หมาย ถึงที่หมายยังไม่พอ ต้องปลอดภัยและมั่นใจด้วยนะคะ นักเรียนก็ต้องมั่นใจกับตัวเราด้วย อันที่ 2 ครูเปรียบเสมือน Designer ช่างออกแบบเสื้อผ้าเขายังตัดชุดอะไรต่าง ๆ ให้พอดี แล้วถึงทำไมครูถึงจะเป็นนัก Designer ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนเรียนให้สนุกไม่ได้ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของครูก็จะต้องเป็นนักดีไซน์เอนร์นะ หลักสูตรแกนกลางเขากำหนดมาตรฐานการเรียนรู้มาให้เราว่าจะต้องสอนอันนี้นะ สอนอันนี้นะ อะไรคะ เป็น Chef ค่ะ ปรุงเนื้อหา ออกแบบให้มันเป็น Story เป็นกิจกรรม สนุก มีความสุข อันนี้หน้าที่ของครู เพราะฉะนั้น 3 อาชีพนี้จะต้องอยู่ในตัวเรานะคะ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะต้องปรับ เนื่องจากว่าเทคโนโลยีมันเปลี่ยน ผู้เรียนมันก็เปลี่ยนไป กว่าเราจะจบไปนี่ เด็กยุคใหม่นี่ ถ้าเราไม่ได้เตรียมพร้อมตัวเองนี่ เป็นอย่างไรคะ ตามเด็กไม่ทันนะ ตอนนี้คือถ้าเราได้ไปสอนโรงเรียน... คือ คำว่า "เทคโนโลยี" นี่ ความว่าเราจะตรงฉิน เอาเทคโนโลยีไปใช้ได้กับทุกโรงเรียนนะ สมมติเราได้ไปสอนโรงเรียนอมก๋อยแม่ฮ่องสอนกับสอนเด็กสาธิตธรรมศาสตร์นี่ เตรียมความพร้อมเหมือนกันไหมคะ ไม่เหมือน ทักษะกระบวนการอะไรต่าง ๆ ในความเป็นครูในความมืออาชีพของเราน่ะ คนละอย่างนะคะ ถ้สาไปสอนเด็กสาธิตใช่ไหม เด็กมันมีความพร้อมน่ะ เรียนรู้ได้เร็ว มีเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์เทคโนโลยีอย่างนี้ เราใส่ได้เต็มที่เลย เต็มที่ไปเจอโรงเรียนที่มันไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีโพรเจ็กเตอร์ ไม่มีอะไรเลย แสดงว่าเราต้องเปลี่ยนวิธแล้วแหละนะคะ ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้เคยให้ดูไปหรือยังเอ่ย ปราฏิหาริย์ที่แม่น้ำฮัตสัน ยังเหรอ เรื่องนี้เขาสร้างมาจากเรื่องจริงนะคะ ก็คือได้แรงบัลดาลใจก็คือเปรียบเสมือนเป็นกัปตันนะ มันจะต้องมีการตัดสินใจ มีการวางแผนอะไรหลาย ๆ อย่าง เพราะว่าถ้าเราไปเป็นครูสอนจริงนี่ เราเขียนแผนมาอย่างดี ออกแบบหลักสูตรมาอย่างดี แต่สิ่งที่เราไปเจอนี่ นักเรียนไม่พร้อมเรียน หรือเกิดปรากฏการณ์อะไรบางอย่าง ที่เราต้องแก้ปัญหาโดยฉับพลันนะคะ มันจะมีน่ะในชั้นเรียน บางทีสมมตินะ เด็กตีกันในห้องเรียนนี่ เตรียมแผนมาอย่างดี คิดว่าวันนั้นจะสอนได้ไหม สมมติมันเอาฟุตเหล้กตีหัวกันอย่างนี้ใช่ไหม เลือดออกใช่ไหม มันก็ต้องหยุดสอนแล้วต้องแก้ปัญหาก่อน หรือในชั้นเรียนเรามีเด็กพิเศษ เด็กอะไรนี่เขาวิ่งวุ่นในห้องเลย หน้าที่เราก็คือควบคุมชั้นเรียนให้ดีนะคะ เพราะฉะนั้น คือ ในแผนของเราก็จะต้องยืดหยุ่นพอสมควรนะคะ นะ อันนี้ครูไปเร็ว ๆ นี่ค่ะ สุดท้ายการที่เราจะเป็นครูมืออาชีพได้นะคะ จะต้องมีการพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงนะคะ ถามว่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยที่มอบให้เรานี่ เพียงพอไหมคะ ถ้าเรากว่าเราจะจบแล้วเอาไปใช้จริง สิ่งที่เราจะต้องเติมเต็มให้กับตัวเองน่ะ ข้างทางกว่าจะไปถึงจุดหมายนี่ เราต้องใใฝ่รู้ใฝ่เรียน พอสมควรนะคะ เขาเรียกว่าอย่างไรล่ะ เราเรียนเฉพาะศาสตร์ แต่ศิลปะในการสอนน่ะ มันต้องเติมให้กับตัวเองตลอดนะคะ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นครูที่ดีได้นะคะ แต่สิ่งที่จะช่วยเราได้ นั่นก็คือการเรียนรู้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องอันนั้นแหละจะทำให้เราเป็นครูที่ดีได้ ก็ฝากไว้นะคะ ซึ่งปี 3 เราจะได้เรียนเขียนแผนนะคะ เขียนแผน เพราะฉะนั้น คือ หน้าที่เรา คือ ทำอย่างไรให้มันเตรียมพร้อมของการเป็นครูมืออาชีพอยู่ตลอดเวลานะ ก้หน้าจะประมาณนี้แหละ ก็เราจะประสบความสำเร็จในวิชาชีพครูได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเรานะ ขึ้นอยู่กับเรา ก็คงประมาณนี้ ก็ให้ทุกคนประสบความสำเร็จนะคะ ในการประคับประคองตัวเองน่ะ สั่งสมความเป็นครูไปเรื่อย ๆ ให้คิดว่าเราเป็นครูแล้วนะคะ ให้คิดว่าเราเป็นครูแล้ว ถ้าเราคิดว่าเราเป็นนักศึกษาเฉย ๆ นี่ มันก็จะเรียนแบบอย่างที่เราเป็นอย่างนี้นะคะ เมื่อเป็นครูแล้วนี่ เราจะหาเวลา Part-time อาจจะไปฝึกสอนเด็ก ไปสอนฟรี สอน Online On site อะไรต่าง ๆ อะไรก็แล้วแต่ ที่จะไปเคาะประตูโรงเรียนได้นี่ มันต้องมีอีกหลายเส้นทางที่เราต้องไปเจอนะคะ ต้องสร้างความแข็งแกร่งตรงนี้ไว้ให้ดี ก็ประมาณนี้นะ เดี๋ยวเราถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ขอบคุณล่ามค่ะ วันนี้ก็คงประมาณเท่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ มา ถ่ายรูปเป็นที่ระทึก มาที่ตรงหน้าชั้นได้เลยค่ะ ปิดคอร์สแล้วนะ เพราะฉะนั้น งานอันเดิมนะ ไปดูว่าเรายังค้างอะไรอยู่ จะเช็กว่าเราค้างอะไรอยู่บ้าง ดูจากไหนคะ ดูจากไหน ใน Drive ก็ได้เทียบกับ Course Selebus ด้วยนะคะ มา เก็บข้าวของแล้วก็มาที่หน้าชั้นได้เลย เดี๋ยวเราถ่ายรูปด้วยกัน เป็นที่ระลึกนะ กล้องใครสวย ๆ น่ะ นี่เก็บมาตอนนี้ 11.43 นาที เดี๋ยวผลัดกันถ่ายนะ เอากล้องใครก่อน [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]