﻿1
00:14:55,026 --> 00:14:59,026
(อาจารย์เชาวนี) ฮัลโหลสวัสดีค่ะ ได้ยินพี่ไหมคะ

2
00:15:05,336 --> 00:15:09,336
เด็ก ๆ สวัสดีพี่ล่ามค่ะ

3
00:15:09,501 --> 00:15:10,908

4
00:15:10,908 --> 00:15:14,047
โอเค วันนี้นะคะ

5
00:15:14,047 --> 00:15:16,092
เด็ก ๆ สบายดีไหมคะ

6
00:15:16,092 --> 00:15:20,092
สบายดีไหมลูก

7
00:15:22,365 --> 00:15:26,365
คนหนึ่งบอกสบาย มีหนิงคนเดียวนะที่ส่ายหัว หนิงเป็นอะไรไม่สบายตรงไหนลูก

8
00:15:27,031 --> 00:15:31,031
ไม่สบายเป็นอะไรคะ

9
00:15:33,226 --> 00:15:35,400
ไม่มี อย่ามาแกล้งครูนะ ถ้าไม่สบายน่ะ ต้องบอกครูนะคะ เพราะว่าช่วงนี้

10
00:15:35,400 --> 00:15:38,050
อากาศเปลี่ยนแปลง แล้วก็

11
00:15:38,050 --> 00:15:41,368
เด็ก ๆ นะคะ เป็นหวัดกันเยอะนะคะ

12
00:15:41,368 --> 00:15:43,953
หลายคนเลย  วันนี้นะคะ

13
00:15:43,953 --> 00:15:46,279
เรามาทวนกันดีกว่านะ ว่า

14
00:15:46,279 --> 00:15:50,279
ครั้งที่แล้วเราเรียนอะไรไปบ้างนะคะ

15
00:15:51,987 --> 00:15:55,987
จำได้ไหมคะ

16
00:15:57,929 --> 00:15:59,171
ลำดับครั้งที่แล้วลูก ที่ครูบอกว่าลำดับน่ะ แต่ก่อนมันจะเป็นฟังก์ชันน

17
00:15:59,171 --> 00:16:03,171
ะ และเป็นคู่อันดับ

18
00:16:06,026 --> 00:16:10,026
ตัวที่อยู่ในวงเล็บนี่ ตัวน่าจะเป็นเลข 1 เลข 2 เลข 3 ไปเรื่อย ๆ นะคะ

19
00:16:13,852 --> 00:16:17,852
ตัวข้างหน้านี่ เราจะดึงออกเลยนะคะ เราจะไม่ใช้แล้ว ถ้าเรามาพูดถึงเรื่องของลำดับนะคะ เราจะเอาตัวข้างหลังมาใส่

20
00:16:19,272 --> 00:16:21,367
เรียงนะคะ เริ่มจากตัวแรกเลย เอาตัวข้างหลังมาใส่ อย่างเช่นลำดับตัวนี้

21
00:16:21,367 --> 00:16:25,367
9 18 27

22
00:16:26,719 --> 00:16:30,719
36 45 54 ลูกเห็นไหมคะ ว่า

23
00:16:32,028 --> 00:16:35,361
นี่ เริ่ม มันเริ่มที่เลข 9 นะคะ นั่นคือตำแหน่งที่ 1

24
00:16:35,361 --> 00:16:36,565
ตำแหน่งที่ 1 เขาเรียกว่า "พจน์ที่ 1

25
00:16:36,565 --> 00:16:37,890
" หรือสัญลักษณ์

26
00:16:37,890 --> 00:16:39,556
สัญลักษณ์นะคะ

27
00:16:39,556 --> 00:16:43,556
A1 นั่นเอง

28
00:16:44,721 --> 00:16:45,892
แล้ว A1 นะลูก เวลาลูกเขียนนะคะ เลข 1 จะห้อยอยู่ข้างล่าง ไม่เขียนเสมอ

29
00:16:45,892 --> 00:16:48,375
ตัว a นะคะ

30
00:16:48,375 --> 00:16:50,491
1 นี่ ตำแหน่งจะอยู่ข้างล่าง

31
00:16:50,491 --> 00:16:53,721
a นะคะ

32
00:16:53,721 --> 00:16:57,721
a 1 หมายถึงอะไร ลูกก็ไปดูลำดับ

33
00:16:59,674 --> 00:17:03,489
นับเลยว่าอันไหน อยู่อันที่ 1 นะคะ นับเลข 1 เลข 1 ตำแหน่งเลข 1 นะ มันอยู่ตรงกับ

34
00:17:03,489 --> 00:17:05,064
เพราะฉะนั้น a1 คือเข้าใจนะคะ

35
00:17:05,064 --> 00:17:07,038
A2

36
00:17:07,038 --> 00:17:11,038
ก็คือ 18

37
00:17:11,287 --> 00:17:13,823
นะคะ A3 คือ 27

38
00:17:13,823 --> 00:17:16,914
A4 คือเท่าไรคะ

39
00:17:16,914 --> 00:17:20,914
A4 คือเท่าไรลูก ลูกคิดว่าเท่าไร A4

40
00:17:20,968 --> 00:17:24,172
A4 ค่ะ เท่าไรคะ

41
00:17:24,172 --> 00:17:25,368
คือ 36

42
00:17:25,368 --> 00:17:29,368
อันนี้

43
00:17:32,084 --> 00:17:35,247
1 2 3 4 มันตรงกับเลข 36 ยังจำได้ไหม

44
00:17:35,247 --> 00:17:37,568
จำได้นะคะ จำได้ไหมคะ

45
00:17:37,568 --> 00:17:41,568
จำอยู่นะ จำอยู่นะ

46
00:17:42,610 --> 00:17:46,610
ทำหน้า จะจำได้อย่างไรล่ะชานนท์ สัปดาห์ที่แล้วชานนท์นี่

47
00:17:49,769 --> 00:17:51,327
ไม่ได้อยู่เรียน เพราะว่าไปกรุงเทพฯไปแข่ง KidBright  มานะคะ ที่เรียนอาทิตย์ที่แล้ว มีหนิง มีปลื้ม

48
00:17:51,327 --> 00:17:54,881
มี

49
00:17:54,881 --> 00:17:58,010
หมอก แล้วก็มีหมอกที่เรียน

50
00:17:58,010 --> 00:18:01,799
วันนี้ครูทวนนะคะ รัชชานนท์พยายาม

51
00:18:01,799 --> 00:18:03,683
ตามเพื่อนให้ทันนะลูก ตั้งใจนะคะ ดูนะ

52
00:18:03,683 --> 00:18:07,385
ตำแหน่ง

53
00:18:07,385 --> 00:18:09,880
สัญลักษณ์ที่เพิ่มเข้ามา คือ สัญลักษณ์ A นะคะ

54
00:18:09,880 --> 00:18:13,880
A แล้วก็ห้อยด้วยตัวเลข

55
00:18:16,619 --> 00:18:18,732
A แล้วห้อยด้วยตัวเลขนี่ มันจะบ่งบอกถึงตำแหน่งตำแหน่งที่เท่าไรนะคะ เวลาเราเข้าแถวมานี่

56
00:18:18,732 --> 00:18:22,732
ตัวเลขจัดลำดับมา

57
00:18:24,816 --> 00:18:26,373
นับเลยเริ่มแรก ก็คือเริ่มตัวที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 คือบอกตำแหน่งนั่นเอง ตำแหน่งที่ 1

58
00:18:26,373 --> 00:18:30,373
สัญลักษณ์คือ a1

59
00:18:34,434 --> 00:18:36,714
ตำแหน่งที่ 2 นะคะ คือ a2 ทีนี้ไปดูค่าของเขา ตำแหน่งที่ 1 มีค่าตรงกับอะไรนะคะ

60
00:18:36,714 --> 00:18:38,054
มันก็จะเท่ากับตัวนั้น

61
00:18:38,054 --> 00:18:39,813
เข้าใจนะ

62
00:18:39,813 --> 00:18:41,704
ทีนี้ครูถาม

63
00:18:41,704 --> 00:18:44,547
ตัวนี้ ในลำดับนี้

64
00:18:44,547 --> 00:18:48,547
A4 ลูก A4 คือตัวไหน

65
00:18:48,633 --> 00:18:52,633
ลูกก็มานับเลยนะคะ 1 2 3 4

66
00:18:54,612 --> 00:18:56,211
ใช่ ถูกต้องมัน ก็คือ 36 นี่ มันตรงกับ 36 ทีนี

67
00:18:56,211 --> 00:19:00,211
้ A5 ล

68
00:19:03,216 --> 00:19:04,146
่ะ เท่าไร เท่ากับเท่าไรคะ 45 เก่งมากเลย หนิง ได้ยินเสียงหนิงตอบแล้วครูดีใจเลยนะนี่

69
00:19:04,146 --> 00:19:05,923
เยี่ยม

70
00:19:05,923 --> 00:19:08,367
ท

71
00:19:08,367 --> 00:19:12,367
ีนี้ a6 ล่ะคะ เท่าไร

72
00:19:14,562 --> 00:19:16,383
ถูกต้อง ก็คือ 54 ง่ายไหม ง่ายไหม

73
00:19:16,383 --> 00:19:20,383
ง่ายไหมคะ

74
00:19:21,385 --> 00:19:23,347
อันนี้แหละคือง่ายมากเลย ทีนี้ลูกดูตัวอย่างต่อไป

75
00:19:23,347 --> 00:19:27,347
ตัวนี้

76
00:19:31,462 --> 00:19:35,462
ให้มาเมื่อกี้ นี้ มันจบใช่ไหมจบที่ 54 แต่ดูลำดับนี้สิคะ สิ่งที่เราพบคืออะไร

77
00:19:36,898 --> 00:19:37,833
... อยู่ข้างหลัง แสดงว่าลำดับนี้อ่ะน่ะ มันมีตัวเลขต่อไปอีกใช่ไหมคะ

78
00:19:37,833 --> 00:19:39,104
ถูกไหม

79
00:19:39,104 --> 00:19:43,104
ถูกไหม

80
00:19:45,614 --> 00:19:46,883
มันไม่จบอยู่แค่นี้นะ มันจะมีตัวเลขอื่น ๆ ต่อมาเรื่อย ๆ เลยนะคะ ไม่รู้จบ

81
00:19:46,883 --> 00:19:49,774
ก็คือลำดับ

82
00:19:49,774 --> 00:19:51,025
อนันต์นั่นเองนะคะ

83
00:19:51,025 --> 00:19:55,025
ทีนี้ถาม

84
00:19:55,944 --> 00:19:59,891
ลำดับตัวนี้นี่ ครูให้โจทย์มาตัวอย่างที่ 2 a1 มีค่าเท่ากับเท่าไรลูก

85
00:19:59,891 --> 00:20:02,321
5 a1 คือ 5 นะคะ

86
00:20:02,321 --> 00:20:06,321
a2 ราคา

87
00:20:06,996 --> 00:20:08,919
หนิงตอบเยี่ยมมาก a3 9

88
00:20:08,919 --> 00:20:10,821
4 แล้วลูก

89
00:20:10,821 --> 00:20:12,713
11 55

90
00:20:12,713 --> 00:20:15,767
13

91
00:20:15,767 --> 00:20:19,626
A6 เท่าไหร่ไม่มีจริงหรอ

92
00:20:19,626 --> 00:20:21,129
มันมีนะ A6 มันอยู่ตรง ... ลูก

93
00:20:21,129 --> 00:20:25,129
ใช่

94
00:20:27,367 --> 00:20:29,675
A6 มันอยู่ตรง ... แต่มันคือค่าเท่าไร ค่าตัวนี้ A6 ลูกคิดสิมันเท่าไร

95
00:20:29,675 --> 00:20:32,244
15 16 14

96
00:20:32,244 --> 00:20:34,790
14 เราจะทำอย่างไร

97
00:20:34,790 --> 00:20:38,790
16

98
00:20:43,275 --> 00:20:44,460
ดูนะคะ คำตอบนี้มันหลากหลายมากเลย แต่วิธีคิดลูก ๆ ดูนะคะ ลูกสังเกตดูดี ๆ ว่า

99
00:20:44,460 --> 00:20:47,010
ก่อนหน้านั้นน่ะ

100
00:20:47,010 --> 00:20:50,189
มันมีแบบรูป เป็นแบบไหน

101
00:20:50,189 --> 00:20:51,393
นะคะ  a1 5

102
00:20:51,393 --> 00:20:54,216
a2 7

103
00:20:54,216 --> 00:20:58,216
เห็นไหมคะ ว่ามันต่างกันเท่าไร

104
00:21:01,176 --> 00:21:04,044
ต่างกันเท่าไรคะ ตำแหน่ง 5 แล้วนะ ไปอีกกี่ครั้ง เท่ากับ 7

105
00:21:04,044 --> 00:21:05,493
มันกระโดดไปอีกครั้ง

106
00:21:05,493 --> 00:21:07,692
6 7

107
00:21:07,692 --> 00:21:11,041
มันบงกไป 2 ใช่ไหมคะ

108
00:21:11,041 --> 00:21:15,041
บวกไป 2 ทีนี้ดูตำแหน่งนี้ อันนี้ 7

109
00:21:16,149 --> 00:21:20,149
7 8 9 บวกไปอีก 2 เหมือนกันเลย

110
00:21:21,220 --> 00:21:22,328
บวกไป 2 เหมือนกันไหม เหมือนกับตัวแรกที่บวกไป

111
00:21:22,328 --> 00:21:25,849
9

112
00:21:25,849 --> 00:21:28,433
ไป 11 แล้วลูก 9 แล้ว 10 11

113
00:21:28,433 --> 00:21:31,799
บวกไปอีก 2 เหมือนกันนะคะ

114
00:21:31,799 --> 00:21:32,765
11 ไป 13 ล่ะ มันกระโดดไปก

115
00:21:32,765 --> 00:21:33,754
ี่ช่อง

116
00:21:33,754 --> 00:21:37,708
11

117
00:21:37,708 --> 00:21:41,708
12 13 รู้เท่ากันเลย สิ่งที่เราเห็น

118
00:21:43,160 --> 00:21:45,657
จับประเด็นให้ได้นะคะ สังเกตดี ๆ จะพบว่าลำดับที่อยู่ติดกัน

119
00:21:45,657 --> 00:21:46,916
จะเพิ่มขึ้นนะคะ

120
00:21:46,916 --> 00:21:48,848
2

121
00:21:48,848 --> 00:21:51,965
เหมือนกันเลยถูกไหม

122
00:21:51,965 --> 00:21:53,076
นี่ตัวนี้ อันนี้คือ A5

123
00:21:53,076 --> 00:21:56,661
= 13

124
00:21:56,661 --> 00:22:00,661
แสดงว่า A6 ต่อไปจะต้องบวกเพิ่มไปอีกเท่าไรคะ

125
00:22:03,909 --> 00:22:07,909
บวกเพิ่มเป็น 2 เพราะฉะนั้น ก็คือ 15 นั่นเองนะคะ เก่งมาก รัชชานนท์เก่งมากนะคะ

126
00:22:07,990 --> 00:22:08,963
a6 = 15 คิดได้ไหม ว่า a7

127
00:22:08,963 --> 00:22:10,944
เท่ากับเท่าไร

128
00:22:10,944 --> 00:22:13,902
a7 ล่ะค่ะ เท่าไหร่

129
00:22:13,902 --> 00:22:14,837
มันก็คือ + 2 ไปเรื่อย ๆ

130
00:22:14,837 --> 00:22:18,837
เข้าใจนะ

131
00:22:21,667 --> 00:22:24,025
วิธีคิดนะคะ สิ่งที่ลูกจะต้องรู้ก็คือลูกจะต้องดูว่าเอง แบบรูปนี้น่ะ

132
00:22:24,025 --> 00:22:27,815
มันมีรูปแบบเป็นแบบไหนนะคะ

133
00:22:27,815 --> 00:22:28,572
ถ้ามันมีจุดอยู่ข้างหลัง แสดงว่ามันเป็น

134
00:22:28,572 --> 00:22:32,572
ลำดับ

135
00:22:32,645 --> 00:22:36,645
อนันต์ ไม่จบนะคะ เราต้องหา ถ้าสมมติครูบอกว่า

136
00:22:37,512 --> 00:22:39,396
ให้หาตำแหน่งที่ A50 ล่ะ ลูกหาได้ไหมคะ

137
00:22:39,396 --> 00:22:42,100
ลูกหาได้ไหม ลูก

138
00:22:42,100 --> 00:22:46,100
พระเอก 50 ณตำแหน่งที่ 50

139
00:22:47,284 --> 00:22:48,712
มันอีกไกลเลยใช่ไหมคะ มันจะมีนะ ตำแหน่งนี้น่ะ มันจะอยู่ตรงนี้

140
00:22:48,712 --> 00:22:50,308
ไปเรื่อย ๆ

141
00:22:50,308 --> 00:22:54,308
อยู่ที่ตำแหน่งที่

142
00:22:57,364 --> 00:22:58,721
50 นี่ มันคือค่าเท่าไร ทีนี้ล่ะวิธีการคิดนี่ กว่าลูกจะมาบวก 2  2 แล้วก็นับไปทีละ

143
00:22:58,721 --> 00:23:01,391
ตำแหน่ง

144
00:23:01,391 --> 00:23:02,663
แล้วก็บวกไป ทำได้ไหม ทำได้

145
00:23:02,663 --> 00:23:04,885
แต่อะไรคะ

146
00:23:04,885 --> 00:23:06,630
แต่มันช้า

147
00:23:06,630 --> 00:23:10,607
แต่มันช้า แล้วมันก็

148
00:23:10,607 --> 00:23:14,066
บางทีอาจจะเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าลูกบวกเลขผิดนะคะ

149
00:23:14,066 --> 00:23:18,066
ทีนี้มาดูกันว่ามันจะมี

150
00:23:21,456 --> 00:23:24,594
กระบวนการทำอย่างไรบ้างนะ เดี๋ยววันนี้นะครูจะสอนวิธีการคิดนะทำอย่างไรที่ทำให้ง่ายขึ้น

151
00:23:24,594 --> 00:23:27,875
เรามาทวนเรื่องเรียนไปครั้งที่แล้ว

152
00:23:27,875 --> 00:23:31,816
ผลต่างร่วม สัญลักษณ์คือตัว

153
00:23:31,816 --> 00:23:35,816
d เมื่อกี้ที่ลูกสังเกตลำดับเมื่อกี้ มันบวกเพิ่มไป 2 ใช่ไหม

154
00:23:36,470 --> 00:23:39,850
บวกเพิ่มไป 2 แต่ตัวนี้ ลูกดูนะคะ ลำดับนี้

155
00:23:39,850 --> 00:23:43,850
วิธีแลกเลย ครั้งแรกเลยที่ลูกจะต้องดู

156
00:23:45,390 --> 00:23:48,064
เขาให้ตัวอย่างมา ลำดับ 1 4 7 10 13

157
00:23:48,064 --> 00:23:51,720
ให้หาค่า

158
00:23:51,720 --> 00:23:55,720
D ค่า D คืออะไร ค่า D คือผลต่างร่วม

159
00:23:55,827 --> 00:23:57,369
แต่ละคู่ที่อยู่ชิดกันมันมีผลต่าง

160
00:23:57,369 --> 00:23:59,201
ห่างกันเท่าไร

161
00:23:59,201 --> 00:24:03,201
และที่สำคัญ

162
00:24:04,188 --> 00:24:08,188
ผลต่างแต่ละคู่ แต่ละคู่ จะต้องเป็นค่าเดียวกันเหมือนกันนะคะ

163
00:24:08,369 --> 00:24:11,072
ทีนี้ลูกดูว่าลำดับนี้ 1 4 7

164
00:24:11,072 --> 00:24:12,195
13 นี่ มันเพิ่มขึ้น

165
00:24:12,195 --> 00:24:16,195
ใช่ไหมคะ

166
00:24:16,568 --> 00:24:19,263
อันดับท้าย ๆ  d มันเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น

167
00:24:19,263 --> 00:24:21,759
คิดได้เลย ตัดสินใจได้เลย ว่า

168
00:24:21,759 --> 00:24:25,759
ค่า D มันจะต้องเป็นบวกแน่นอน

169
00:24:26,970 --> 00:24:30,970
ค่า D น่ะ รู้เลยว่าจะต้องเป็นบวก เพราะอะไร เหตุผล

170
00:24:32,844 --> 00:24:36,789
ดูลำดับให้ท้ายนี่ มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น มันคือ

171
00:24:36,789 --> 00:24:38,096
มันคือบวกนะคะ ทีนี้วิธีการคิดหาค่าดี

172
00:24:38,096 --> 00:24:40,458
มาเช็คว่ามันเป็น

173
00:24:40,458 --> 00:24:42,219
มันถูกหรือเปล่าค่าดีนะคะ

174
00:24:42,219 --> 00:24:44,046
เราก็จับคู่เลย

175
00:24:44,046 --> 00:24:46,683
จับคู่แรกเริ่ม

176
00:24:46,683 --> 00:24:47,915
ตำแหน่ง a1 กับ a2

177
00:24:47,915 --> 00:24:51,915
A1 คือ

178
00:24:52,495 --> 00:24:54,943
เรื่องที่ 2 คือ 4 แต่เวลาเราหาผลต่างนะคะ

179
00:24:54,943 --> 00:24:57,247
เราจะเอาตำแหน่งที่อยู่

180
00:24:57,247 --> 00:24:59,104
ข้างหลังนี่ มาเป็นตัวตั้ง

181
00:24:59,104 --> 00:25:01,460
นะ อย่างน

182
00:25:01,460 --> 00:25:05,083
ี้คู่นี้เอา 4 น่ะ

183
00:25:05,083 --> 00:25:05,908
มาเป็นตัวตั้ง แล้วลบด้วยตำแหน่งที่อยู่ข้างหน้านะลูก

184
00:25:05,908 --> 00:25:07,650

185
00:25:07,650 --> 00:25:09,369
-4 - 1 เท่ากับเท่าไร

186
00:25:09,369 --> 00:25:13,369
เท่ากับ 3

187
00:25:15,244 --> 00:25:17,105
เสร็จแล้ว คู่นี้เสร็จแล้ว ทีนี้มาดูคู่ต่อไป สังเกตคู่ต่อไป ก็คือคู่ถัดมา

188
00:25:17,105 --> 00:25:19,252
4 กับ 7 นะคะ

189
00:25:19,252 --> 00:25:20,692
4 คือ a2 นะลูก

190
00:25:20,692 --> 00:25:24,692
7 คือ a3

191
00:25:25,508 --> 00:25:28,203
ตำแหน่งที่มากกว่าคือ a3 ใช่ไหมคะ เขาก็เลยเอา 7 ไปอยู่ข้างหน้า

192
00:25:28,203 --> 00:25:30,574
7 มาอยู่ข้างหน้าปุ๊บ เอา 4 มาลบ

193
00:25:30,574 --> 00:25:31,975
ท่าไร่ คำตอบ

194
00:25:31,975 --> 00:25:35,975
คือ 3

195
00:25:36,748 --> 00:25:39,856
คือ 3 ใช่ไหม ถูกต้อง

196
00:25:39,856 --> 00:25:43,856
ทีนี้ มา คู่นี้เรียบร้อย มาคู่นี้ค่ะ

197
00:25:44,429 --> 00:25:45,634
... ลบออกมา เหลือ 3 เหมือนกันนะคะ

198
00:25:45,634 --> 00:25:49,634
คู่สุดท้าย

199
00:25:51,185 --> 00:25:53,899
10 กับ 13 10 กับ 13 ลบอกมาเหลือ 3 เท่ากัน

200
00:25:53,899 --> 00:25:56,867
นักเรียนสังเกตนะ 3

201
00:25:56,867 --> 00:26:00,867
ตัวแรกคู่แรก 3 คู่ที่ 2 ก็ 3

202
00:26:02,152 --> 00:26:04,414
คู่ที่ 3 ก็ 3 คู่ที่ 4 ก็ 3 แสดงว่าลำดับนี้

203
00:26:04,414 --> 00:26:08,414
มีค่า d ถูกไหมคะ

204
00:26:08,438 --> 00:26:09,646
พบค่า d ผลต่างร่วมและค่า d คำตอบคือ

205
00:26:09,646 --> 00:26:10,622
3 นั่นเอง

206
00:26:10,622 --> 00:26:14,622
เข้าใจนะ

207
00:26:15,889 --> 00:26:19,889
วิธีการหาง่าย ๆ 1. ดูก่อนถ้าเราอยากรู้ว่าค

208
00:26:22,162 --> 00:26:26,162
่า d นี่ มันมีโอกาสเป็นบวกหรือเป็นลบนะคะ มันจะเกิดได้ 2 ค่า มันจะเกิดได้ 2 ค่าเท่านั้น

209
00:26:28,233 --> 00:26:31,926
ทีนี้มาดูตัวอย่างนี้

210
00:26:31,926 --> 00:26:35,926
อันนี้น่าคิดนะคะ อันนี้น่าคิด

211
00:26:36,174 --> 00:26:40,174
จับประเด็นให้ได้ ลำดับขั้นตอนของวิธีการคิด ลูกดูดี ๆ นะคะ

212
00:26:40,194 --> 00:26:41,747
ตัวอย่างลำดับ 6

213
00:26:41,747 --> 00:26:45,064
อันแรกคือ 6

214
00:26:45,064 --> 00:26:48,988
2 ,- 2 ,- 6

215
00:26:48,988 --> 00:26:52,988
เป็นอย่างไรคะ มันลดลงไปเรื่อย ๆ ใช่ไหม

216
00:26:57,751 --> 00:27:01,751
ลดลงไปเรื่อย ๆ

217
00:27:06,643 --> 00:27:07,054
6, 2, -2, 6 มันลดลงไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ค่า d จะต้องเป็นบวก

218
00:27:07,054 --> 00:27:11,054
เป็นลบ

219
00:27:11,202 --> 00:27:13,152
ค่า d เป็นบวกหรือเป็นลบ

220
00:27:13,152 --> 00:27:15,952
เมื่อมันลดลง

221
00:27:15,952 --> 00:27:19,952
มันจะตรงข้ามกับตัวอย่างเมื่อกี้นะลูก

222
00:27:22,016 --> 00:27:22,436
เมื่อกี้มันเป็นบวกใช่ไหมคะ เพราะมันเพิ่มขึ้นแต่อันนี้ลำดับแล้วมันลดลงเพราะฉะนั้นค่า d มันจะ

223
00:27:22,436 --> 00:27:26,436
ลบ

224
00:27:30,052 --> 00:27:32,403
พอค่า d เป็นลบปุ๊ป วิธีการคิดเริ่มยากแล้ว เพราะมันลบ ลบด้วยจำนวนที่ลดลงเรื่อย ๆ นะคะ

225
00:27:32,403 --> 00:27:33,192
ลูกจะต้องไปสังเกตอย่างนี้นะคะ

226
00:27:33,192 --> 00:27:37,192
คู่แรก

227
00:27:38,703 --> 00:27:41,593
คู่แรก 6 กับ 2 มาเลย 6 กับ 2 เขาบอกว่าจะต้องเอาตัวตำแหน่ง

228
00:27:41,593 --> 00:27:43,971
a2 ใช่ไหมคะ ตำแหน่งที่

229
00:27:43,971 --> 00:27:45,075
มากกว่าอยู่ข้างหน้า แล้วลบด้วยตำแหน่งที่อยู่

230
00:27:45,075 --> 00:27:49,075
น้อยกว่า

231
00:27:49,454 --> 00:27:51,580
เราก็เอา 2 ตั้ง ลบด้วย 6 เริ่มแล้ว

232
00:27:51,580 --> 00:27:55,580
2 มันนิดเดียว แล้วออก 6

233
00:27:56,632 --> 00:27:58,224
แสดงว่าค่ามันจะต้องติดลบแน่นอนนะคะ ทีนี้ดูวิธีการทำ

234
00:27:58,224 --> 00:28:02,224
ใช่

235
00:28:02,775 --> 00:28:06,775
นี่ 2 ข้างหน้าสัญลักษณ์เลข 2 นี้ เป็นบวกนะลูก อันนี้คือบวก

236
00:28:08,457 --> 00:28:11,640
มื่อไหร่ก็ตามที่สัญลักษณ์ข้างหน้ามันว่าง ๆ อย่างนี้ ลูกจะต้องรู้เลยว่ามีค่าเป็นบวก

237
00:28:11,640 --> 00:28:14,804
เป็นจำนวนเต็มบวกนะคะ แต่ตัวนี้ 6 น่ะ

238
00:28:14,804 --> 00:28:16,936
ข้างหน้า 6 มันเป็นลบ เป็นจำนวนเต็มลบน

239
00:28:16,936 --> 00:28:17,761
ะ สิ่งที่ลูกจะต้องดูคืออะไร

240
00:28:17,761 --> 00:28:21,245
เมื่อ

241
00:28:21,245 --> 00:28:25,245
ลำดับมันลดลงไปเรื่อย ๆ นะคะ สิ่งแรกเลย

242
00:28:25,921 --> 00:28:29,058
วิธีการคิดของลูก ลำดับแรก ให้สังเกตว่าจำนวนเต็มนั้นน่ะ

243
00:28:29,058 --> 00:28:31,955
สัญลักษณ์ข้างหน้านี่ มันเหมือนหรือต่างกัน

244
00:28:31,955 --> 00:28:35,955
อันนี้ 2 นี่มันเป็นบวกนะลูก

245
00:28:36,525 --> 00:28:40,525
6 มันเป็นลบมันเหมือนหรือต่างกันคะ ใช่ถูกต้องมันต่างกัน

246
00:28:41,895 --> 00:28:45,067
มันต่างกัน เมื่อสัญลักษณ์มันต่างกัน ข้างหน้าต่างกัน ลูกมาดูวิธีการทำต่อมา

247
00:28:45,067 --> 00:28:48,140
ลูกให้ไปเลือกนะคะ

248
00:28:48,140 --> 00:28:51,775
เลือกเอาจำนวน ไม่ต้องดูสัญลักษณ์แล้วตอนนี้

249
00:28:51,775 --> 00:28:54,026
ลูกจะได้ง่ายขึ้น เวลาในการลบนะคะ

250
00:28:54,026 --> 00:28:56,266
ให้ไปดูว่า

251
00:28:56,266 --> 00:29:00,266
ตัวไหนที่มันมากกว่า

252
00:29:02,143 --> 00:29:04,144
6 กับ 2 ไม่ต้องสนใจสัญลักษณ์บวกกับลบข้างหน้านะคะ 6 กับ 2 อันไหนที่มันมากกว่า

253
00:29:04,144 --> 00:29:05,163
ตัวที่มากกว่า

254
00:29:05,163 --> 00:29:09,163
เอามาตั้ง

255
00:29:09,718 --> 00:29:11,602
6 นี่มากกว่า 2 อยู่แล้ว เอา 6 มาตั้งไว้ลบออก 2 เหลือเท่าไหร่

256
00:29:11,602 --> 00:29:14,850
6 เอาออก 2 เหลือเท่าไหร่

257
00:29:14,850 --> 00:29:18,850
ใช่เหลือ 4

258
00:29:19,195 --> 00:29:20,991
6 - 2 เหลือ 4 โอเค เรารู้แล้วว่ามันเท่ากับ 4

259
00:29:20,991 --> 00:29:22,651
แล้วลำดับต่อมาลูก

260
00:29:22,651 --> 00:29:26,651
ลำดับต่อมา

261
00:29:26,984 --> 00:29:29,751
เราไปสังเกตตัวเลขนะคะ เลข 6 ที่เราเอามาตั้งนี่ลูก

262
00:29:29,751 --> 00:29:33,751
มันมีสัญลักษณ์ลบอยู่ข้างหน้า ถูกไหม

263
00:29:35,939 --> 00:29:37,259
มันมีสัญลักษณ์ลบอยู่ข้างหน้า เอาสัญลักษณ์ข้างหน้า 6 นี่ มาใส่ในคำตอบ 4 นี่แหละ ที่เรา

264
00:29:37,259 --> 00:29:38,802
เราหาได้

265
00:29:38,802 --> 00:29:40,883
อันนี้คือคำตอบ

266
00:29:40,883 --> 00:29:44,524
คำตอบที่ถูกต้อง

267
00:29:44,524 --> 00:29:45,729
ลูกห้ามลืมเอาสัญลักษณ์ข้างหน้ามาใส่ ตอนสุดท้ายด้วย

268
00:29:45,729 --> 00:29:49,729
เข้าใจนะ

269
00:29:53,637 --> 00:29:55,282
เข้าใจนะคะ เพราะฉะนั้น คำตอบของคู่นี้ ผลต่างของลำดับที่ 1 กับลำดับที่ 2 นะคะ

270
00:29:55,282 --> 00:29:56,937
คือ - 4

271
00:29:56,937 --> 00:29:59,117
คือ -4 นะ

272
00:29:59,117 --> 00:30:00,611
เข้าใจนะ

273
00:30:00,611 --> 00:30:04,611
นี่ ผลต่างตัวนี้

274
00:30:05,177 --> 00:30:08,931
มันลด มันติดลบใช่ไหม มันหมายถึงลดลงไป

275
00:30:08,931 --> 00:30:12,931
4 นะคะ คือ - 4 ทีนี้มาหาคู่ต่อไป

276
00:30:14,556 --> 00:30:18,556
เมื่อกี้คู่แรกแล้วนะลูก ทีนี้มาดูคู่ต่อไป

277
00:30:18,853 --> 00:30:22,853
นี่ ตำแหน่ง A2 กับ A3

278
00:30:23,268 --> 00:30:25,498
จะต้องเอา a3 มาไว้ข้างหน้า a3 มันคือ - 2

279
00:30:25,498 --> 00:30:27,706
แล้วลบด้วยตำแหน่ง

280
00:30:27,706 --> 00:30:29,240
a 2 ใช่ไหมคะ

281
00:30:29,240 --> 00:30:33,240
เอา 2 ลงมา

282
00:30:33,899 --> 00:30:34,885
วิธีการแลกขั้นตอนแรกที่ครูบอก ให้สังเกตสัญลักษณ์

283
00:30:34,885 --> 00:30:38,731
ข้างหน้า

284
00:30:38,731 --> 00:30:40,686
ตัวเลขใช่ไหมลูก มันเป็นบวกหรือมันเป็นลบนี่

285
00:30:40,686 --> 00:30:44,686
นี่ 2 ตัวหน้ามันเป็นลบ

286
00:30:44,904 --> 00:30:47,699
2 ตัวที่ 2 มันก็เป็นลบ เหมือนหรือต่างกัน

287
00:30:47,699 --> 00:30:49,608
ถามว่ามันเหมือนหรือต่างกันก่อน

288
00:30:49,608 --> 00:30:53,608
มันเหมือนหรือต่างกัน

289
00:30:55,503 --> 00:30:57,272
ใช่ มันเหมือนกัน ลบกับลบมันเหมือนกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่มันเหมือนกัน

290
00:30:57,272 --> 00:30:58,984
ต่างแล้วนะลูก

291
00:30:58,984 --> 00:31:02,984
เมื่อกี้เราเอามา

292
00:31:03,682 --> 00:31:06,200
มาลบใช่ไหมคะ ตัวอย่างแรกพอมันต่างกัน แต่อันนี้มันเหมือนกัน

293
00:31:06,200 --> 00:31:10,200
มันเหมือนกัน เพราะมันเหมือนกัน

294
00:31:11,755 --> 00:31:15,755
เราไม่ต้องสนใจสัญลักษณ์ข้างหน้า เราไม่สนใจสัญลักษณ์ข้างหน้าแล้ว เราเอาแต่ตัวเลขค่ะ

295
00:31:16,428 --> 00:31:20,428
เอาแต่ตัวเลขมาบวกกัน 2 กับ 2 บวกกันเป็นเท่าไร

296
00:31:21,087 --> 00:31:24,615
2 กับ 2 รวมกันเป็น 4 เข้าใจนะ

297
00:31:24,615 --> 00:31:27,352
พอมันเป็น 4 ปุ๊บ อ่ะอันที่ 3

298
00:31:27,352 --> 00:31:29,497
สัญลักษณ์มันเหมือนกัน เป็นคู่อย่างนี้

299
00:31:29,497 --> 00:31:33,497
เอาตามมาด้วยเลยค่ะ ลบ

300
00:31:35,683 --> 00:31:37,421
เอาลบ 4 มาใส่เลย ก็ไป - 4 คำตอบของคู่ที่ 2 คือ

301
00:31:37,421 --> 00:31:40,249
-4 นั่นเอง มีถามไหม

302
00:31:40,249 --> 00:31:42,262
มีใครติดตรงไหนไหม เข้าใจไหมคะ

303
00:31:42,262 --> 00:31:44,500
ลำดับวิธีการคิดนะ

304
00:31:44,500 --> 00:31:48,500
ถามได้นะคะ

305
00:31:48,785 --> 00:31:52,785
มาดูคู่ต่อไปคู่ที่ 3

306
00:31:55,889 --> 00:31:57,896
ลูกดูนะ คู่นี้คู่ที่ 3

307
00:31:57,896 --> 00:32:01,552
ลบ 6 ตั้ง

308
00:32:01,552 --> 00:32:03,060
ลบด้วย เอาแล้ว อันนี้ก็ติดลบเหมือนกัน

309
00:32:03,060 --> 00:32:07,060
-2 นะนี่

310
00:32:08,500 --> 00:32:11,845

311
00:32:11,845 --> 00:32:15,845
-6 ลบด้วย -2 นะนี่ ถ้ามันมีลบติดกันแบบนี้

312
00:32:18,615 --> 00:32:20,059
อันดับแรกเลย ยังไม่ต้องไปสังเกตนะลูก เมื่อไหร่ก็ตามลบกับลบมันอยู่ชิดกันแบบนี้

313
00:32:20,059 --> 00:32:24,059
เปลี่ยนนะคะ

314
00:32:25,762 --> 00:32:29,762
เปลี่ยน - - ที่อยู่ใกล้ ๆ นี่เปลี่ยนเป็นเครื่องหมายบวกนะคะ เปลี่ยนเครื่องหมายบวก

315
00:32:31,454 --> 00:32:34,751
ลบกับลบรวมกันนี่ ขีด 2 ขีด เอามารวมกัน ก็เป็นบวก เพราะฉะนั้น

316
00:32:34,751 --> 00:32:38,432
ตัวนี้มันมีค่าเท่ากับ - 6 + ด้วย

317
00:32:38,432 --> 00:32:40,063
2 นั่นเอง เข้าใจนะ พอมันมาบวกกันปุ๊บ

318
00:32:40,063 --> 00:32:41,325
เสร็จแล้วทำเหมือนครั้ง

319
00:32:41,325 --> 00:32:42,096
ตัวอย่าง

320
00:32:42,096 --> 00:32:43,677
เมื่อกี้

321
00:32:43,677 --> 00:32:47,677
เอามาดูว่า

322
00:32:49,848 --> 00:32:50,820
สัญลักษณ์ข้างหน้าตัวเลขนะคะ เป็นบวกหรือเป็นลบเหมือนหรือต่างกัน

323
00:32:50,820 --> 00:32:52,735
ลบใช่ไหม

324
00:32:52,735 --> 00:32:56,735
6 นี่ เป็นลบใช่ไหมลูก

325
00:32:57,085 --> 00:33:00,669
6 - 2 เป็นบวก เหมือนหรือต่าง เหมือนหรือต่างกัน

326
00:33:00,669 --> 00:33:04,669
ต่างกันใช่ พอมันต่างกันปุ๊บ

327
00:33:06,424 --> 00:33:08,440
ต่างกันปุ๊บ รู้เลยว่ามันจะต้องเอามาลบนะคะ เมื่อต่างเอามาลบ

328
00:33:08,440 --> 00:33:11,067
ถ้าเหมือนเอามารวมนะคะ

329
00:33:11,067 --> 00:33:15,067
มันต่างแล้วนะ เอามาลบออก

330
00:33:15,864 --> 00:33:19,860
ไม่ต้องสนใจสัญลักษณ์ข้างหน้า มันจะเป็นบวกเป็นลบไม่ต้องสนใจเอา แต่ลากมันมา

331
00:33:19,860 --> 00:33:23,860
ค่าที่มันมากที่สุด ก็คือ 6 ใช่ไหมคะ 6 นี้มาก

332
00:33:24,713 --> 00:33:28,436
ต้อง 2 ที่มันน้อยเอา 6 ตั้งเอาออก 2 เหลือเท่าไหร่ลูก

333
00:33:28,436 --> 00:33:29,783
เหลือเท่าไร เอาออกก็เหลือ 4

334
00:33:29,783 --> 00:33:33,783
ใช่

335
00:33:35,068 --> 00:33:37,011
พอได้ 4 ปุ๊บ สัญลักษณ์ตัวที่มากกว่าคือลบใช่ไหมคะ อยู่ข้างหน้า

336
00:33:37,011 --> 00:33:41,011
เอาลบตามมาใส่ 4

337
00:33:41,677 --> 00:33:45,677
เรียบร้อยเลย คำตอบก็คือ  -4 นั่นเองเข้าใจนะคะ

338
00:33:47,829 --> 00:33:50,901
แต่อันนี้ครูเตือนนะลูก ลูกจะต้องไปทำความเข้าใจกับลำดับวิธีการคิดนี่

339
00:33:50,901 --> 00:33:53,398
อย่างนี้ให้ได้นะคะ แล้วก็จำให้ได้

340
00:33:53,398 --> 00:33:54,994
ห้ามสับสนเรื่องของสัญลักษณ์นะ

341
00:33:54,994 --> 00:33:58,994
มันมี

342
00:33:59,209 --> 00:34:03,209
สิ่งที่จะต้องจำนะคะ ถ้าเราจำได้นี่ มันก็จะ

343
00:34:03,288 --> 00:34:04,434
ต่อไปไม่ว่าจะเจอโจทย์ยากแค่ไหนลูกก็จะทำได้

344
00:34:04,434 --> 00:34:07,616
ลูกดู

345
00:34:07,616 --> 00:34:10,592
คู่แรกก็เท่ากับ - 4

346
00:34:10,592 --> 00:34:14,081
คู่ที่ 2 ก็เท่ากับ - 4 คู่ที่ 3

347
00:34:14,081 --> 00:34:16,379
ก็ -4 เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ค่า d มีไหม

348
00:34:16,379 --> 00:34:19,838
ค่า d เหมือนกัน มี

349
00:34:19,838 --> 00:34:22,417
คคำตอบก็คือลบ 4 นั่นเองแต่นะ

350
00:34:22,417 --> 00:34:26,417
oนะลูก

351
00:34:32,543 --> 00:34:35,739
วันนี้นะคะ สิ่งที่เราจะเรียน เรื่องที่เราจะเรียนในวันนี้เมื่อกี้แค่ทวนนะ

352
00:34:35,739 --> 00:34:38,999
เมื่อกี้น่ะ ครูทบทวน

353
00:34:38,999 --> 00:34:42,999
ครูทบทวนว่าลูกจะจำได้แค่ไหน

354
00:34:44,007 --> 00:34:46,672
แต่เนื้อหาที่เราจะเรียนวันนี้ ก็คือเรื่องของพจน์ทั่วไปของลำดับเลขคณิต

355
00:34:46,672 --> 00:34:49,575
พจน์ทั่วไปสัญลักษณ์คืออะไรลูก

356
00:34:49,575 --> 00:34:51,700
พจน์ทั่วไปสัญลักษณ์ จำได้ไหมคะ

357
00:34:51,700 --> 00:34:55,700
an นะคะ

358
00:34:58,699 --> 00:35:01,707
an ห้อยอยู่ข้างล่าง  an นี่คือพจน์ทั่วไป ของลำดับอย่างที่ครูบอกในตัวอย่างว่า

359
00:35:01,707 --> 00:35:03,578
อยากอยากรู้ว่า a50 นี่มันค่าเท่าไหร่

360
00:35:03,578 --> 00:35:07,578
กว่าจะมาบวกลบ

361
00:35:11,702 --> 00:35:13,021
ดูว่ามันตำแหน่งนี้มันมีค่าเท่าไร มันก็นานเราใช้วิธีการหาพจน์ทั่วไป เพื่อหาคำตอบได้

362
00:35:13,021 --> 00:35:16,495
ใช้เวลา

363
00:35:16,495 --> 00:35:17,461
นิดหนึ่งนะคะ ทีนี้ลูกจะต้องมาทำค

364
00:35:17,461 --> 00:35:20,345
วามเข้าใจ ครั้งนี้

365
00:35:20,345 --> 00:35:24,345
สิ่งที่ลูกจะต้องทำแล้วก็ตอบครูได้แล้ว คือ

366
00:35:25,244 --> 00:35:28,084
จะต้องหาพจน์ทั่วไปของลำดับเลขคณิตได้ มากครูให้ลำดับมา

367
00:35:28,084 --> 00:35:31,267
ลูกจะต้องหา a n ให้ได้นะคะ

368
00:35:31,267 --> 00:35:35,124
เมื่อครูกำหนด

369
00:35:35,124 --> 00:35:39,006
พจน์ทั่วไปมาให้ ลูกจะต้องหาพจน์ที่

370
00:35:39,006 --> 00:35:41,628
n สอบครูให้ได้ มีอยู่ 2 ประเด็นนะคะ

371
00:35:41,628 --> 00:35:45,628
2 ข้อวันนี้ เวลาลูกเรียนแล้ว

372
00:35:47,738 --> 00:35:51,738
ทวน ๆ

373
00:37:52,667 --> 00:37:53,391

374
00:37:53,391 --> 00:37:55,383

375
00:37:55,383 --> 00:37:58,493
ตัวนี้แหละ

376
00:37:58,493 --> 00:38:00,071
บวก ด้วย

377
00:38:00,071 --> 00:38:00,865
n - 1

378
00:38:00,865 --> 00:38:03,278

379
00:38:03,278 --> 00:38:06,395
นี่คือ

380
00:38:06,395 --> 00:38:08,332
ลูกจะต้องจำตัวนี้ให้ได้นะลูก

381
00:38:08,332 --> 00:38:12,332
อันนี้จำเอาไว้เลยนะคะ

382
00:38:13,394 --> 00:38:16,936
เพราะมันจะได้ใช้ตลอดไปได้เรื่อย ๆ สูตรอันนี้สำคัญมาก ลูกจะต้องจำให้ได้

383
00:38:16,936 --> 00:38:18,791
อันนี้ครูกำหนดมาให้ลำดับตัวนี้ลำดับ

384
00:38:18,791 --> 00:38:22,791
ที่ 6 8 และ 10

385
00:38:23,537 --> 00:38:27,012
จากสูตรสิ่งที่ลูกจะต้องคืออะไร

386
00:38:27,012 --> 00:38:29,310
a1 จ

387
00:38:29,310 --> 00:38:31,922
ากลำดับนี้ a1 คืออะไรคะ

388
00:38:31,922 --> 00:38:34,253
เท่าไหร่ปลื้ม

389
00:38:34,253 --> 00:38:38,253
a1 เท่าไหร่

390
00:38:40,417 --> 00:38:44,417
1 คือ 2 รู้แล้วรู้แล้ว a1 คือ 2 เก่งมากทีนี่

391
00:38:44,578 --> 00:38:45,540
ค่าที่เราจะต้องรู้อีกค่าหนึ่งก็คือค่าดีนะคะ

392
00:38:45,540 --> 00:38:48,281
ค

393
00:38:48,281 --> 00:38:50,775
่า d จากลำดับ d เป็นเท่าไร ลูก

394
00:38:50,775 --> 00:38:52,197
ค่า d คือ ผล

395
00:38:52,197 --> 00:38:55,271
สร้างรั้ว

396
00:38:55,271 --> 00:38:57,483
แม่คะเราก็เอา

397
00:38:57,483 --> 00:39:01,483
มารบกัน

398
00:39:04,663 --> 00:39:06,521
ตัวนี้คู่แรก 4 - 2

399
00:39:06,521 --> 00:39:10,521
4 - 2 เท่าไร

400
00:39:16,573 --> 00:39:19,741
ไ

401
00:39:19,741 --> 00:39:21,749
ด้ 2 - 4 ถ้า 6 - 4

402
00:39:21,749 --> 00:39:25,749
เหลือเท่าไร คะ

403
00:39:26,568 --> 00:39:30,568
6 - 4

404
00:39:32,211 --> 00:39:35,489
เหลือ 2

405
00:39:35,489 --> 00:39:38,161
ใ ช่ ต่อมา คู่นี้

406
00:39:38,161 --> 00:39:42,161
ก็เหมือนกันนะ ซูมได้เลย

407
00:39:42,182 --> 00:39:45,315
ว่า ค่า d คือ 2 นั่นเอง

408
00:39:45,315 --> 00:39:48,561
นะคะ 2 นั่นเอง

409
00:39:48,561 --> 00:39:50,732
ที่นี้เรารู้แล้วนะลูก

410
00:39:50,732 --> 00:39:52,934
ใช่ เรารู้แล้ว

411
00:39:52,934 --> 00:39:55,104
เราเอาค่าที่

412
00:39:55,104 --> 00:39:59,104
เรารู้นี่  มาแทน

413
00:40:00,368 --> 00:40:04,368
เลข

414
00:40:30,586 --> 00:40:32,521
กระจายตัวเลขเข้าไปข้างในได้ กระจายอย่างไร

415
00:40:32,521 --> 00:40:36,521
ตัวแรก n ที่อยู่ใน...

416
00:40:42,574 --> 00:40:45,530
ลบตรงนี้เอาลงมา ลบเหมือนเดิมนะคะ

417
00:40:45,530 --> 00:40:49,530
1 คูณกับ 2

418
00:41:10,963 --> 00:41:12,736
ตัวที่อยู่ข้างหลังอันนี้ การคูณง่ายอยู่นะคะ

419
00:41:12,736 --> 00:41:13,565
ตัวเลขเหมือนกันเลย

420
00:41:13,565 --> 00:41:17,187
2

421
00:41:17,187 --> 00:41:20,300
x n = 2n นะคะ

422
00:41:20,300 --> 00:41:22,844
1 x 2 = เท่าไ

423
00:41:22,844 --> 00:41:24,816
ร เท่ากับ 2

424
00:41:24,816 --> 00:41:28,816
เข้าใจนะ

425
00:41:29,446 --> 00:41:30,656
ทีนี้ตัวที่มันสามารถเอามารวมกันได้

426
00:41:30,656 --> 00:41:33,559
ที่นักเรียนรู้

427
00:41:33,559 --> 00:41:35,099
เลข 2 กับ -2

428
00:41:35,099 --> 00:41:37,902
เอาออกใช่ไหมคะ

429
00:41:37,902 --> 00:41:40,115
2 - 2 เหลือเท่าไร

430
00:41:40,115 --> 00:41:43,175
2 - 2 เหลือเท่าไร

431
00:41:43,175 --> 00:41:45,191
2 กับ -2 เหลือเท่าไร

432
00:41:45,191 --> 00:41:47,760
ได้ 4 หรือลูก เอาดี ๆ

433
00:41:47,760 --> 00:41:50,301
2 ออก 2 เหลือเท่าไร

434
00:41:50,301 --> 00:41:52,379
ได้ 2 เหรอ

435
00:41:52,379 --> 00:41:56,379
ตัวนี้เราดึง

436
00:41:59,802 --> 00:42:01,310
มันเป็น 2n 2n นี้ เรายังไม่ต้องมาคิด เรามาดูตัวเลขนะคะ ที่สามารถเอามาดำเนินการกันได้

437
00:42:01,310 --> 00:42:05,310
ก็คือตัวที่ไม่มี

438
00:42:06,507 --> 00:42:10,507
ตัวเลขตัวนี้ 2 กับ -2

439
00:42:12,930 --> 00:42:16,080
2 ข้างหน้าเป็นบวก ตัวข้างหลังเป็นลบ เพราะฉะนั้น 2 เอาออก 2 เหลือเท่าไร

440
00:42:16,080 --> 00:42:20,080
เหลือเท่าไร

441
00:42:20,600 --> 00:42:21,319
2 เอาออก 2 เหลือเท่าไร

442
00:42:21,319 --> 00:42:24,979
ใช่

443
00:42:24,979 --> 00:42:28,979
งงเหรอ

444
00:42:30,402 --> 00:42:33,074
จะเป็น + 4 ได้อย่างไร 2 - 2 ลูก

445
00:42:33,074 --> 00:42:37,074
ใช่ 0

446
00:42:38,917 --> 00:42:40,648
ก็ในเมื่อมันมีอยู่ 2 แล้วเอาออกไปทิ้งเลยนี่ ดึงออกไป 2 เพราะฉะนั้น มันก็จะว่าง ๆ เลย

447
00:42:40,648 --> 00:42:44,347
ก็เหลือ 0 นั่นเอง

448
00:42:44,347 --> 00:42:48,347
เมื่อมันเป็น 0 ครูก็เลยไม่ใส่ + 0 นะคะ

449
00:42:50,915 --> 00:42:53,158
ตัวคำตอบเดี๋ยวครูจะไม่เขียน 0 เพราะมันไม่มีค่าอะไร มันก็มันก็เลยยังเหลือแค่ 2n

450
00:42:53,158 --> 00:42:55,941
เพราะฉะนั้น คำตอบของตัวนี้คือ

451
00:42:55,941 --> 00:42:59,612
a n = 2n

452
00:42:59,612 --> 00:43:01,330
พจน์ทั่วไปของลำดับที่อยู่ข้างบน ก็คือ

453
00:43:01,330 --> 00:43:03,297
2n นั่นเอง

454
00:43:03,297 --> 00:43:06,444
ท

455
00:43:06,444 --> 00:43:10,444
ีนี้ Recheck ว่ามันถูกหรือเปล่า พจน์ทั่วไป

456
00:43:11,349 --> 00:43:15,349
ของลำดับนี้มันถูกไหม เราจะมาตรวจว่ามันถูกหรือเปล่านะคะ

457
00:43:15,665 --> 00:43:19,665
วิธีการตรวจสอบถูกหรือผิด

458
00:43:20,317 --> 00:43:21,935
เมื่อกี้เราหาได้แล้วพจน์ทั่วไป คือ 2n ใช่ไหมคะ

459
00:43:21,935 --> 00:43:24,148
nเปลี่ยนไปตาม

460
00:43:24,148 --> 00:43:26,709
พจน์ที่เท่าไร ถ้าเราเปลี่ยน

461
00:43:26,709 --> 00:43:28,452
an n ตำแหน่งที่ 1

462
00:43:28,452 --> 00:43:32,452
ลูกสังเกตดี ๆ นะ

463
00:43:32,615 --> 00:43:34,498
n ตัวข้างหน้ากับ n ตัวข้างหลังจะต้องเป็นตัวเดียว กันห้ามสลับเด็ดขาด

464
00:43:34,498 --> 00:43:35,952
นะคะ ห้ามสลับเด็ดขาด

465
00:43:35,952 --> 00:43:38,883
a ข้างหน้าเป็น 1

466
00:43:38,883 --> 00:43:40,265
a ข้างหลังจะต้องเป็น 1 เท่ากันนะ

467
00:43:40,265 --> 00:43:44,265
เ

468
00:43:48,283 --> 00:43:52,283
พราะฉะนั้น ในวงเล็บนี่ มันชิดกันมันหมายถึงการคูณนะคะ เมื่อไหร่ก็ตามสัญลักษณ์ การคูณถ้าเป็นวงเล็บอยู่

469
00:43:53,387 --> 00:43:57,387
การคือการคูณ หรืออาจจะใช้สัญลักษณ์การคูณใส่เข้ามา ก็จะเป็นการ

470
00:43:58,141 --> 00:44:02,141
คูณ หรือจุดอยู่ตรงกลางนะคะ ตัวเลขและจุดอยู่ตรงกลางระหว่าง

471
00:44:02,385 --> 00:44:06,385
ตัวเลขนี่ มันก็คือการคูณ ต้องจำให้ได้นะคะ

472
00:44:08,090 --> 00:44:10,568
สัญลักษณ์การคูณ และมีหลากหลายรูปแบบมากเลยนะคะ 2 x 1 ได้เท่าไร

473
00:44:10,568 --> 00:44:12,091
2 x 1 เท่าไร

474
00:44:12,091 --> 00:44:13,838
2 1

475
00:44:13,838 --> 00:44:17,792
2

476
00:44:17,792 --> 00:44:20,525
การคูณ 2 คูณ 1 เท่ากับ 2 นะคะ

477
00:44:20,525 --> 00:44:21,841
ตำแหน่งที่ 2 ล่ะ 2

478
00:44:21,841 --> 00:44:22,988
เราเปลี่ยนเอ็น

479
00:44:22,988 --> 00:44:26,124
22

480
00:44:26,124 --> 00:44:28,227
2 * 2 เป็นเท่าไหร่เท่ากับ 4

481
00:44:28,227 --> 00:44:29,548
ตำแหน่งที่ 3

482
00:44:29,548 --> 00:44:31,706
เป็น 6

483
00:44:31,706 --> 00:44:33,361
เห็นไหมคะ

484
00:44:33,361 --> 00:44:35,187
เหมือนกันไหม

485
00:44:35,187 --> 00:44:38,601
ตำแหน่งที่ 1 2

486
00:44:38,601 --> 00:44:41,977
ตำแหน่งที่ 2 4 ตำแหน่งที่ 3 6

487
00:44:41,977 --> 00:44:43,463
และแน่นอน ตำแหน่งที่ 4 ที่ 5 มันจะต้องถูก

488
00:44:43,463 --> 00:44:47,463
เพราะฉะนั้น

489
00:44:48,209 --> 00:44:51,450
เราสามารถตรวจสอบกลับคืนไปได้ ว่าพจน์ทั่วไปที่เราหาได้นั้น

490
00:44:51,450 --> 00:44:55,450
จากสูตรนั้น มันถูกหรือเปล่า โดยการ

491
00:44:57,168 --> 00:44:59,860
ทำตรวจสอบแบบนี้นะคะ แทนค่า n ลงไปในตำแหน่งต่าง ๆ และดูว่าค่าที่เรา

492
00:44:59,860 --> 00:45:01,570
เช็กน่ะ มันตรงไหม กับลำดับ

493
00:45:01,570 --> 00:45:05,570
โอเคนะ

494
00:45:09,201 --> 00:45:12,703
ทีนี้ครูจะให้ลูกลองทำหาพจน์ทั่วไป

495
00:45:12,703 --> 00:45:16,488
เมื่อกี้นะคะ เมื่อกี้

496
00:45:16,488 --> 00:45:19,833
ที่ครูแสดงตัวอย่างมาให้ดู ทีนี

497
00:45:19,833 --> 00:45:23,833
้ ครูจะต้องให้ลูกทำเอง

498
00:45:25,842 --> 00:45:28,947
ดูนะ อันดับแรก อันดับแรก ลำดับนี้

499
00:45:28,947 --> 00:45:32,947
สิ่งที่เราจะต้องหา

500
00:45:35,302 --> 00:45:39,302
สูตรจำให้ได้ สูตรตัวนี้เขียนให้ได้ และทำให้ได้ สูตรการหาพจน์ทั่วไป

501
00:45:39,326 --> 00:45:43,008
= a1 + ในวงเล็บ - 1 คูณด้วย d นะคะ

502
00:45:43,008 --> 00:45:45,474
สิ่งที่เราต้องหาคือ a1

503
00:45:45,474 --> 00:45:48,213
จากลำดับนี้ 1 คือเท่าไร

504
00:45:48,213 --> 00:45:51,746
a1 คือเท่าไหร่คะ

505
00:45:51,746 --> 00:45:53,390
11

506
00:45:53,390 --> 00:45:54,148
A1 คือ

507
00:45:54,148 --> 00:45:56,984
เท่าไร

508
00:45:56,984 --> 00:46:00,738
11 นะคะ ก็คือเลขตัวนี้นั่นเอง

509
00:46:00,738 --> 00:46:04,490
a1 คือ 11 แล้วดีเป็นเท่าไหร่แล้วลูกดีเท่าไหร่

510
00:46:04,490 --> 00:46:07,159
d คือ 1 d คือเท่าไร

511
00:46:07,159 --> 00:46:09,135
ค่า D

512
00:46:09,135 --> 00:46:11,081
ไม่ใช่

513
00:46:11,081 --> 00:46:12,278
ค่า D คือผลต่างร่วม

514
00:46:12,278 --> 00:46:14,100
ลูกดูสิ

515
00:46:14,100 --> 00:46:17,353
11 ไป 13

516
00:46:17,353 --> 00:46:21,353
เอา 13 ตั้งลบออก 11 เหลือเท่าไร

517
00:46:24,790 --> 00:46:28,790
ลูกเข้าใจค่า d ไหมนี่

518
00:46:30,180 --> 00:46:34,152
อย่าตอบมั่ว ปลื้มเท่าไร

519
00:46:34,152 --> 00:46:38,152
ค่า d ค่า d เท่าไร

520
00:46:39,763 --> 00:46:41,171
2 และนิ่ง ๆ ตอบครูถูกอยู่คนเดียวนะคะ ค่า d

521
00:46:41,171 --> 00:46:44,180
คือ 2

522
00:46:44,180 --> 00:46:46,597
เริ่มดูแล้ว คนอื่นมั่วหมดเลย

523
00:46:46,597 --> 00:46:50,597
จำให้ได้ค่า d คืออะไร

524
00:46:52,291 --> 00:46:54,367
d คือผลต่างร่วมลูก ดูสิ 1 คู่นี้ครูชวนไปแล้วนะอาทิตย์นี้ล่ะเมื่อกี้

525
00:46:54,367 --> 00:46:56,517
ชวนไปแล้วค่า d คือ

526
00:46:56,517 --> 00:46:58,334
ที่มันอยู่ติดกัน

527
00:46:58,334 --> 00:47:02,317
นี่ เอามาลบกัน

528
00:47:02,317 --> 00:47:06,317
13 - ออก 11 เหลือเท่าไร

529
00:47:11,682 --> 00:47:13,146
เหลือเท่าไร

530
00:47:13,146 --> 00:47:16,233
เหลือเท่าไร

531
00:47:16,233 --> 00:47:17,513
13 - 11 เหลือเท่าไ

532
00:47:17,513 --> 00:47:19,876
ร เหลือ 2

533
00:47:19,876 --> 00:47:21,796
ทีนี้มาดูคู่นี้

534
00:47:21,796 --> 00:47:25,367
15 - 13

535
00:47:25,367 --> 00:47:29,367
เหลือเท่าไร

536
00:47:32,236 --> 00:47:35,158
เหลือเท่าไรดี ๆ

537
00:47:35,158 --> 00:47:36,848
ใช่ เหลือเท่าไร

538
00:47:36,848 --> 00:47:39,571
เหลือ 2

539
00:47:39,571 --> 00:47:43,571
เหมือนกันไหม 2 2

540
00:47:46,122 --> 00:47:47,170
แต่ละคู่เหมือนกันนะคะ เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เราหาคำตอบได้แล้วนะ หา

541
00:47:47,170 --> 00:47:51,170
a1 ได้แล้วจากลำดับ

542
00:47:51,314 --> 00:47:55,314
a1 =

543
00:47:56,396 --> 00:47:57,987
d  = 2 a 1 เท่าไหร่นะเมื่อกี้

544
00:47:57,987 --> 00:47:59,381
A1 คือ

545
00:47:59,381 --> 00:48:03,381
11

546
00:48:03,697 --> 00:48:05,573
ทีนี้ก็แทนค่าอยู่ในสูตรเลย

547
00:48:05,573 --> 00:48:06,688
แทนท่าเลยนะ

548
00:48:06,688 --> 00:48:09,814
เอาสูตรมา

549
00:48:09,814 --> 00:48:12,274
an = a1

550
00:48:12,274 --> 00:48:14,326
บวกด้วย n - 1

551
00:48:14,326 --> 00:48:18,326
คูณด้วย d

552
00:48:18,363 --> 00:48:21,820
อันนี้แทนสูตรมา แทนค่าลงไปเลยนะคะ

553
00:48:21,820 --> 00:48:25,154
an = a 1 เป็นเท่าไหร เมื่อกี้ที่หาได้

554
00:48:25,154 --> 00:48:29,154
11 ไม่ใช่ 1 นะลูก 11

555
00:48:32,514 --> 00:48:36,187
ปลื้มหัวเราะ ปลื้มไม่ต้องหัวเราะเพื่อน

556
00:48:36,187 --> 00:48:40,187
a1 คือเท่าไปลื้ม 11 ยังองค์

557
00:48:40,793 --> 00:48:44,198
รูปใบใหญ่วงอะไรในโลกเขียนหามาแล้วนี่ A1 = 11

558
00:48:44,198 --> 00:48:46,280
A1 เขียนอยู่บนกระดาน 1 1 ที่ลูกตอบมา

559
00:48:46,280 --> 00:48:48,272
ลำดับ

560
00:48:48,272 --> 00:48:50,409
ลำดับที่ 1  A1 ที่เรารู้

561
00:48:50,409 --> 00:48:54,409
ก็เอา 11 ลงมา

562
00:48:56,123 --> 00:48:57,338
ในวงเล็บ n - 1 เหมือนเดิมนะคะ ค่า d เท่าไ

563
00:48:57,338 --> 00:48:59,223
ร คือเท่าไหร่

564
00:48:59,223 --> 00:49:03,172
23 หรอ

565
00:49:03,172 --> 00:49:07,172
เออดีคือ 2 รูปปลาช่วยชีวิตครู

566
00:49:07,727 --> 00:49:08,982
ดูนะดีขึ้น 25 ได้แล้ว

567
00:49:08,982 --> 00:49:12,626
นี่คือ

568
00:49:12,626 --> 00:49:13,828
เสร็จแล้วเอ้ยไม่ใช่ขอโทษที

569
00:49:13,828 --> 00:49:15,506
เขียนผิด

570
00:49:15,506 --> 00:49:17,995
d คือ 2

571
00:49:17,995 --> 00:49:20,296
เอา 2 ลงมาแทนค่า a เลย

572
00:49:20,296 --> 00:49:24,144
เสร็จแล้ว

573
00:49:24,144 --> 00:49:27,673
คูณก็ไปค่ะ

574
00:49:27,673 --> 00:49:31,100
11 เอาลงมาบวกด้วย

575
00:49:31,100 --> 00:49:35,024
n n x ด้วย 2

576
00:49:35,024 --> 00:49:37,976
n คูณด้วย 2 การคูณก็คือ 2 n

577
00:49:37,976 --> 00:49:40,582
สัญลักษณ์ลงมา

578
00:49:40,582 --> 00:49:44,582
1 กับ 2 คูณ กัน

579
00:49:48,107 --> 00:49:50,611
11 + = 2n

580
00:49:50,611 --> 00:49:53,300
- 2 ถูกไหม

581
00:49:53,300 --> 00:49:57,300
เท่ากับ

582
00:49:58,965 --> 00:50:01,010
เอา n มาก่อนนะลูก เวลาเราจะทำ  = 2n

583
00:50:01,010 --> 00:50:05,010
11 กับ -2 ทีนี้

584
00:50:05,814 --> 00:50:09,814
11 ตั้ง ลบออก 2 เหลือเท่าไร

585
00:50:13,276 --> 00:50:16,178
มันเหลือ

586
00:50:16,178 --> 00:50:19,618
จำนวนนะ 11 แล้วก็ ลบ 2

587
00:50:19,618 --> 00:50:21,977
เหลือเท่าไรลูก ถูกต้อง

588
00:50:21,977 --> 00:50:25,096
9 นี้เป็นบวกใช่ไหม

589
00:50:25,096 --> 00:50:26,732
เพราะ 11 สัญลักษณ์ข้างหน้าเป็นบวก เพราะฉะนั้น

590
00:50:26,732 --> 00:50:29,746
บวกด้วย 9

591
00:50:29,746 --> 00:50:33,746
โอเคนะ

592
00:50:48,285 --> 00:50:52,285
หน้าจอวิดีโอมันไม่ลิงก์หน้า หน้า Popint มันไม่ลิงค์กับหน้าจอนะคะ

593
00:51:02,216 --> 00:51:05,484
โอเค ได้แล้วนะคะ

594
00:51:05,484 --> 00:51:09,484
ค่านี้ลูก

595
00:51:12,021 --> 00:51:14,973
an หาได้ แล้วพจน์ทั่วไปของตัวนี้คืออะไร พจน์ทั่วไปของลำดับนี้

596
00:51:14,973 --> 00:51:18,973
ก็คือ 2n + 9

597
00:51:19,856 --> 00:51:22,748
ได้แล้วนะ คำตอบพจน์ทั่วไปของตัวนี้ คือ 2n + 9

598
00:51:22,748 --> 00:51:24,134
ทีึนี้ลูกจะเช็กว่าตำแหน่ง

599
00:51:24,134 --> 00:51:25,751
ค่าที่

600
00:51:25,751 --> 00:51:27,695
ลูกห

601
00:51:27,695 --> 00:51:31,695
าได้น่ะ มันถูกไหมก็ลำดับนี้

602
00:51:37,087 --> 00:51:40,916
อันนี้คือคำตอบ

603
00:51:40,916 --> 00:51:43,082
ลองเอาสัก

604
00:51:43,082 --> 00:51:45,528
ตัวหนึ่งนะคะ

605
00:51:45,528 --> 00:51:46,820
ลำดับที่

606
00:51:46,820 --> 00:51:50,788
2 ก็ได้

607
00:51:50,788 --> 00:51:52,948
พจน์ที่ 2 นะ เรามารีเช็กกันว่าตัวนี้

608
00:51:52,948 --> 00:51:56,427
ถ้าครูให้หา a2

609
00:51:56,427 --> 00:52:00,427
a2 เท่ากับเท่าไร

610
00:52:01,353 --> 00:52:03,000
เราก็เอาพจน์ทั่วไปตัวนี้นะคะ เอาพจน์ทั่วไปตัวนี้นี่

611
00:52:03,000 --> 00:52:07,000
มาลองทำดู

612
00:52:08,800 --> 00:52:10,629
an = 2n + 9 ที่เราหาได้

613
00:52:10,629 --> 00:52:14,629
ถ้า

614
00:52:15,767 --> 00:52:19,204
อยากเช็คว่าตำแหน่งที่ 2 นี่ มันจะตรงกันกับ 13 ไหม

615
00:52:19,204 --> 00:52:22,278
คำตอบนี่ มันตรงกันกับ 13 ไหมคะ

616
00:52:22,278 --> 00:52:23,772
มันเท่ากันไหมนะ ลูกก็ลองเอามาเช็กดู

617
00:52:23,772 --> 00:52:26,281
a2

618
00:52:26,281 --> 00:52:29,171
= 2n

619
00:52:29,171 --> 00:52:32,747
คือ 2 นะคะ บวกด้วย 9

620
00:52:32,747 --> 00:52:35,003
2 คูณ 2 เป็นเท่าไร

621
00:52:35,003 --> 00:52:39,003
2 คูณ 2 มาคูณกันเป็นเท่าไร

622
00:52:40,002 --> 00:52:41,280
4 กับ 4 เอา 4 ตัวเดียวพอลูก ก็คือ 4

623
00:52:41,280 --> 00:52:44,031
+ 9

624
00:52:44,031 --> 00:52:45,168
คำตอบ 4 + 9

625
00:52:45,168 --> 00:52:47,537
13

626
00:52:47,537 --> 00:52:49,648
ไหมคะ

627
00:52:49,648 --> 00:52:52,608
ตรงกันไหม

628
00:52:52,608 --> 00:52:54,448
คูณกัน เพราะฉะนั้น

629
00:52:54,448 --> 00:52:57,359
ตอบได้เลยว่า

630
00:52:57,359 --> 00:53:00,164
an = 2n

631
00:53:00,164 --> 00:53:04,164
9 คือคำตอบที่ถูกต้อง

632
00:53:05,317 --> 00:53:06,746
ตัวนี้คือพจน์ทั่วไปที่ลูกหาได้ จากลำดับที่โจทย์กำหนดมาให้

633
00:53:06,746 --> 00:53:09,784
เข้าใจนะ

634
00:53:09,784 --> 00:53:13,784
ทีนี้ครูจะให้ทำเองนะ

635
00:53:14,711 --> 00:53:18,046
ทำได้นะ มีทั้งหมดอยู่ 5 ตัวอย่าง วันนี้จะต้องช่วยกันทำนะคะ

636
00:53:18,046 --> 00:53:22,046
ทุกคนเอาสมุดขึ้นมาเลย

637
00:53:24,587 --> 00:53:28,587
เขียนลงไป แล้วก็แสดงวิธีทำตามขั้นตอนนั้นเลยนะคะ

638
00:53:28,807 --> 00:53:32,807
ก่อนจะทำสงสัยอะไรไหม จะถามไหม

639
00:53:34,762 --> 00:53:38,762
ถ้าไม่สงสัย ให้ทำเลยนะคะ

640
00:53:38,808 --> 00:53:41,891
ตัวอย่างที่ 1 ถ้าทำเสร็จแล้ว เดี๋ยวครูจะเลื่อนไปตัวอย่างที่ 2

641
00:53:41,891 --> 00:53:44,318
ลำดับขั้นตอนเหมือนกันนะคะ

642
00:53:44,318 --> 00:53:48,318
เหมือนที่ครูเขียนเลย

643
00:53:48,543 --> 00:53:52,543
วิธีการคิดเหมือนกันเลย โอเค เริ่มทำได้เลยค่ะ

644
01:40:46,761 --> 01:40:50,761
ลูก ๆ คะ

645
01:40:52,174 --> 01:40:54,955
วันนี้เราเรียนเรื่องของพจน์ทั่วไปนะคะ การหาพจน์ทั่วไปเสร็จแล้ว

646
01:40:54,955 --> 01:40:57,100
ลูกได้ทำแบบฝึกหัด 5 ข้อ

647
01:40:57,100 --> 01:40:59,353
ยากไหม ถามหน่อยว่ายากไหม

648
01:40:59,353 --> 01:41:03,353
ยากไหมคะ

649
01:41:05,247 --> 01:41:07,166
พอดี พอดีหนิงบอกว่าไม่ยาก

650
01:41:07,166 --> 01:41:09,137
ใครบอกว่าไม่ยากยกมือขึ้น

651
01:41:09,137 --> 01:41:12,391
ไม่ยาก

652
01:41:12,391 --> 01:41:15,807
แต่เวลาทำนี่หลับตลอด

653
01:41:15,807 --> 01:41:19,695
ทีนี้ดูนะ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ครูให้ลองทำ

654
01:41:19,695 --> 01:41:23,695
เดี๋ยวครูจะให้แบบฝึ กแล้วก็ให้ลูกไปทำเป็นการบ้านนะคะ

655
01:41:25,816 --> 01:41:26,915
ลักษณะโจทย์เหมือนกัน วิธีการคิดเหมือนกันเลย ลูกจะต้องทำฝึกบ่อย ๆ นะคะ แล้วก็ต้อง

656
01:41:26,915 --> 01:41:30,432
จำให้ได้

657
01:41:30,432 --> 01:41:32,914
เพราะตัวนี้นะ ถ้าโอกาสนะ ลูกไปสอบ

658
01:41:32,914 --> 01:41:36,914
ถ้าอยากเรียนต่อนะคะ เรียนต่อปริญญาตรี

659
01:41:39,192 --> 01:41:43,192
ถ้าลูกไปสอบ o-net นะคะ ลูกก็จะเจอลักษณะแบบนี้แหละนะคะ จำให้ได้ วันนี้

660
01:41:43,402 --> 01:41:47,402
หมดแล้ว เดี๋ยวไปเรียนต่อไปนะคะ คาบต่อไป

661
01:41:48,697 --> 01:41:52,697
เจอกันสัปดาห์หน้านะคะ เจอกันสัปดาห์หน้า วันนี้พอแค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ

