(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ ฮัลโหล โอเค สวัสดีค่ะ โอเค ได้ยินแล้วค่ะ ก็วันนี้เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนเกี่ยวกับตัวมาตรฐานตัวที่ 2 ของเรานะคะ ก็คือมาตรฐาน IEEE ของเรานั่นเองนะคะ ก็จะเป็นบทที่ 2 นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน IEEE นะคะ ดูตัวความหมายนะคะ แล้วก็ดูเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน IEEE ที่เราจะเลือกมาทำความรู้จักกันนะคะ ว่าตัวมาตรฐานที่เราน่าจะได้ใช้งานแล้วก็พบนะคะ ในชีวิตประจำวันของเรา ว่าส่วนมากนี่จะเป็นมาตรฐานตัวไหนบ้างนั่นเองนะคะ อย่างที่กล่าวไปแล้วนะคะ สำหรับสัปดาห์ก่อน ๆ นะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานรวมถึงตัวมาตรฐาน IEEE ของเราก็จะเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับตัวสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ที่ทำการร่วมมือแล้วก็พัฒนานะคะ โดยตัวชื่อมาตรฐานนี่ก็มาจากตัว IEEE หรือว่า I แล้วก็ E 3 ตัวนั่นเองนะคะ ตัวมาตรฐานของเรานะคะ ก็ย่อมาจาก Institute of Electrical and Engineering โดยตัวนี้ก็จะเป็นองค์กรนะคะ หรือหน่วยงานที่ร่วมมือกันระหว่างวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการวิจัย แล้วก็พัฒนาเกี่ยวกับไฟฟ้านะคะ การโทรคมนาคม แล้วก็เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ตัวสถาบันตัวมาตรฐาน IEEE ตัวนี้ ก็จะเป็นตัวมาช่วยพัฒนานั่นเองให้ทำการวิจัยให้ดีขึ้น แล้วก็สามารถที่จะเผยแพร่ความรู้นะคะ ให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ที่ใช้งานเกี่ยวกับพวกไฟฟ้านะคะ คอมพิวเตอร์นะคะ หรือจะเป็นพวกระบบอิเล็กทรอนิกส์ และก็ นั่นเองนะคะ ซึ่งนะคะ ก็จะมีผู้นะคะ ทำการวิจัยเหล่านี้นี่อยู่ทั่วทุกที่นั่นเองนะคะ ตามความสามารถ แล้วก็ความเชี่ยวชาญนั่นเองนะคะ โดยตัวมาตรฐานตัวนี้ก็จะเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศนั่นเองนะคะ ว่าเป็นสถาบันที่ให้การรองรับนั่นเองให้การควบคุม แล้วก็ดูแลเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าด้านนี้นั่นเองนะคะ คราวนี้นะคะ เราก็จะมาดูตัวมาตรฐาน IEEE ของเราด้วยนะคะ ที่อาจารย์ยกมาเป็นตัวอย่าง ก็จะเป็นตัวมาตรฐานที่นักศึกษาน่าจะเข้าใจนะคะ แล้วก็น่าจะได้ใช้งานกันนะคะ เริ่มตั้งแต่นะคะ ตัวมาตรฐานนะคะ IEEE 802.11 นะคะ ก็จะเป็นตัวมาตรฐานนะคะ เกี่ยวกับการบริหารการจัดการระบบเครือข่าย อย่างเช่น การตรวจสอบนะคะ การรับรองผู้ใช้งานนะคะ เราใช้ระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครเช่นเดียวกันนะคะ ใช้งานระบบเครือข่ายหรือว่าระบบอินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยนี่ ก็ต้องมีการตรวจสอบถูกไหมคะ ว่าคนที่จะมาใช้งานนี้จะต้องเป็นสมาชิกนะคะ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร หรือนักศึกษานะคะ ของมหาลัยราชภัฏเท่านั้นที่จะสามารถใช้งานของมหาวิทยาลัยได้ ก็จะมีการตรวจสอบนะคะ คุณสมบัตินะคะ รวมถึงการยืนยันตัวตนก่อนเข้ามาใช้งานระบบเครือข่าย IEEE 802.1 หรือว่าที่รองรับผู้ใช้งานหรือว่าที่ Authentication นั่นเองนะคะ ก็คือมาตรวจสอบสิทธิของผู้ใช้งานนั่นเอง ว่าสามารถใช้งานตัวระบบเครือข่ายของระบบอินเทอร์เน็ตได้ ก็คือตัวระบบของมหาวิทยาลัยก็จะรองรับสำหรับสมาชิกนะคะ ของมหาวิทยาลัยนั่นเองนะคะ ถัดมา คราวนี้ ก็จะพูดถึงตัวมาตรฐาน IEEE 802.2 นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานที่ควบคุมการเชื่อมนะคะ เชื่อมโยงของตรรกะ ก็คือลักษณะในรูปแบบการส่งข้อมูลนะคะ หรือเวลาเราต้องการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูล รูปภาพ ไฟล์เสียง หรือว่าอะไรก็แล้วแต่นะคะ เกี่ยวกับตัวระบบเครือข่ายนะคะ เวลาเราค้นหาข้อมูลหรือการ Download ข้อมูล การส่งข้อความหากันระหว่างเพื่อนนี่ ก็จะมีการเชื่อมโยงนะคะ ระหว่างอุปกรณ์ก็จะมีการส่งข้อมูลระหว่างตัวอุปกรณ์ที่ 1 กับอุปกรณ์ที่ 2 นั่นเองนะคะ ของเพื่อนกับของเรานั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นรูปแบบการเชื่อมโยงว่ากรณีที่เราส่งข้อมูลหากันนะคะ ระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นี่ มีการเชื่อมโยงและมีการควบคุมอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมาอันที่ 3 ของเรา ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEEE 802.3 นะคะ ก็จะเป็นรูปแบบของระบบเครือข่าย Ethernet นั่นเอง ก็จะเป็นระบบการส่งข้อมูลนะคะ ในระบบเครือข่าย ที่มีการส่งข้อมูลในอัตราการส่งที่ 10 Mbps นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบเครือข่ายภายในนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.4 ก็จะเป็นรูปแบบการส่งข้อมูลแบบ Token Bus นั่นเองนะคะ เดี๋ยวเราก็จะมาดูว่าการส่งข้อมูลแบบ Token Bus มีรูปแบบการส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน IEEE 802.5 นะคะ ก็จะเป็นรูปแบบเครือข่ายมาตรฐานแบบ Token Ring นั่นเองนะคะ เราก็จะมาพูดถึงอีกว่าเขาจะมีรูปแบบการเชื่อมต่ออย่างไร การวางอุปกรณ์การต่อสาย การวางรูปแบบคอมพิวเตอร์ของเรานี่ มีการเชื่อมต่ออย่างไร มีการส่งข้อมูลอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เดี๋ยวเราจะมาพูดถึงรายละเอียดต่อไปนะคะ ในสัปดาห์หน้า ๆ นั่นเองนะคะ เพื่อจะได้เข้าใจถึงกระบวนการทำงานแต่ละมาตรฐานย่อย ๆ ลงไปนั่นเองนะคะ ถัดมานะคะ ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.6 นะคะ กรณีที่เราใช้งานตัวระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยนี่ก็จะเป็นพื้นที่ภายในหน่วยงานหรือภายในองค์กรของเรา กรณีที่เรามีการเพิ่มพื้นที่ในการให้บริการนะคะ อย่างตัวมาตรฐาน 802.6 ก็จะเป็นมาตรฐานการให้บริการเครือข่ายนะคะ ในรูปแบบระดับเขต หรือว่าระดับเมืองของเราก็จะเป็นเมืองสกลนครของเรานี่ มีการใช้ระบบเครือข่ายในรูปแบบไหนนั่นเองนะคะ เราสามารถส่งข้อมูลนะคะ หากันนะคะ ระหว่างบุคคลที่อยู่ภายในตัวอำเภอเมืองของเรานี่ มีรูปแบบอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมาก็จะเป็นมาตรฐาน 802.7 นะคะ ก็จะเป็นการส่งสัญญาณในรูปแบบ Broadband นะคะ ว่ามีการส่งข้อมูลนะคะ ในรูปแบบ Broadband นี่ ใช้อุปกรณ์แบบไหนในการส่งข้อมูลนะคะ ทุกตัวมาตรฐานก็จะมีรูปแบบแล้วก็รายละเอียดนะคะ ที่ค่อนข้างแตกต่างกันนิดหนึ่งนะคะ Broadband ก็จะเป็นลักษณะการส่งสัญญาณอีกประเภทหนึ่งนั่นเองนะคะ ถัดมา ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.8 นะคะ หรือว่าเทคโนโลยีใยแก้วนำแสงของเรานะคะ ก็จะใช้อุปกรณ์ที่ในการเชื่อมระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ในการส่งข้อมูลของเรา ซึ่งปัจจุบันนี่ ก็จะค่อนข้างถูกนำมาใช้งานค่อนข้างเยอะนะคะ แล้วก็ราคาค่อนข้างถูกลงนะคะ ณ ปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตนะคะ ที่ติดตั้งภายในหอพักหรือว่าในตามครัวเรือนนี่ ก็จะเป็นแบบเคเบิลใยแก้วนำแสงเพิ่มมากขึ้น เพราะว่ารูปแบบนะคะ ในการจัดส่งข้อมูลนี่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็เลยนิยมปรับมาใช้ อุปกรณ์ในการใช้ในการเชื่อมต่อหรือว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ตัวระบบมีราคาค่อนข้างถูกลงนั่นเองนะคะ ถัดมา ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEEE 802.9 นะคะ ก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยีของการส่งข้อมูลนะคะ ของตัว ISDN นะคะ แล้วก็เทคโนโลยีเครือข่ายนะคะ ตัวระบบเครือข่ายใช้งานอินเทอร์เน็ตนะคะ ที่เราใช้สายอินเทอร์เน็ตที่ใช้ ณ ปัจจุบันนั่นเองนะคะ เดี๋ยวมาดูว่าการรวมเทคโนโลยีแบบนี้นี่ เขามีการเชื่อมต่ออย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมานะคะ ก็จะเป็นมาตรฐาน IEEE 802.10 นะคะ ก็จะเป็นการรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่ายนะคะ อย่างเราใช้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเหมือนตอนนี้นะ ใช้ของตัวเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาจจะ Connect เข้าสู่ตัว SNRU Connect User name Connect ของเราเข้าเครือข่ายนะคะ ก็ตัวมาตรฐานตัวนี้ ก็จะมาเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน นะคะ ว่าตัวระบบเครือข่ายที่เราใช้จะค่อนข้างมีความปลอดภัยในตัวระบบเครือข่ายไม่มีการที่เราใช้งานอยู่นี่ เกิดการรั่วไหล หรือว่าให้ผู้อื่นดึงข้อมูลของเราไปได้ อันนี้ก็จะเป็นระบบการรักษาความปลอดภัยของตัวระบบเครือข่ายนั่นเอง ถัดมาก็จะเป็นมาตรฐานของเทคโนโลยีนะคะ สำหรับ Wireless Lan นะคะ ก็คือตัวระบบเครือข่ายของเราในมหาวิทยาลัยของเราในมหาวิทยาลัยก็จะมีรูปแบบการใช้สายและมีสายนะคะ ตัวรูปแบบ IEEE 802.11 ก็จะเป็นรูปแบบการให้บริการแบบไร้สายหรือกรณีที่นักศึกษาใช้มือถือนะคะ และตอนนี้อยู่ หรือจะเป็น Tablet นะคะ อุปกรณ์นะคะ ที่เป็นรูปแบบไร้สายมาทำการเชื่อมต่อนะคะ กับตัวระบบเครือข่ายนะคะ ตัวนี้จะเป็นมาตรฐานที่มาควบคุมการแบบไร้สายนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.12 นะคะ ก็จะเป็นการจัดลำดับนะคะ ในการเข้าไปใช้งานของตัวระบบเครือข่ายนั่นเองนะคะ ว่าความสำคัญนะคะ ว่าใครจะมีความสำคัญมากที่สุดในการใช้งานตัวระบบเครือข่ายนะคะ ว่าใครจะมีความสำคัญนั่นเองนะคะ ตามลำดับนะคะ ความต้องการใช้งาน ถัดมามาตรฐาน IEEE 802.14 ก็จะเป็นลักษณะการเชื่อมต่อของมาตรฐานของตัวโมเด็ม ซึ่งมาตรฐานนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างถูกใช้งานมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่ากรณีที่เราจะส่งสัญญาณนะคะ ระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ระหว่างอุปกรณ์ 2 ตัวนี่สามารถทำการเชื่อมต่อและส่งข้อมูลได้อย่างไรนะคะ แล้วก็มาดูการใช้งานรูปแบบ Modem ก็จะเป็นการแรกเริ่มในการเชื่อมต่อในการส่งข้อมูลนั่นเอง ถัดมามาตรฐาน IEEE 802.5 นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานที่ใช้กำหนดพื้นที่ของตัวเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคลนั่นเองนะคะ ก็สามารถที่จะกำหนดพื้นที่ให้บริการนั่นเอง สำหรับอุปกรณ์ไร้สายส่วนบุคคลนะคะ ว่าสามารถที่จะให้บริการถึงระดับตรงไหนนะคะ แล้วก็มีการใช้งานอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.16 นะคะ ก็จะเป็นการกำหนดมาตรฐานของตัวเชื่อมต่อในรูปแบบ Broadband หรือในรูปแบบไร้สายหรือจะเป็น WiMAX นั่นเองนะคะ รูปแบบไร้สายหรือจะเป็น WiMAX นั่นเองนะคะ กรณีให้บริการนะคะ ในรูปแบบไร้สายนะคะ อันนี้จะเพิ่มนะคะ ตัวการให้บริการขึ้นมานั่นเอง คราวนี้จะขอยกตัวอย่างเอามาตรฐานที่นักศึกษาน่าจะใกล้ตัวมากที่สุด ตอนนี้นะเราใช้งานอยู่นะคะ ก็จะมี Smart Phone ก็จะมีการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตได้นะ เข้ามหาวิทยาลัยก็ทำการ Login เข้าสู่ระบบนะคะ ซึ่งเราก็ใช้ตัวระบบไร้สาย เพื่อทำการเปิดนะคะ ตัว Wifi ขึ้นมาเชื่อมต่อกับระบบมหาวิทยาลัยแล้วก็ Login มาใช้งานนั่นเอง ตัวมาตรฐานนี้จะเป็น 802.11 ซึ่งจะมีตัวมาตรฐานหลายรูปแบบนะคะ ก็คือมาตรฐานไร้สายที่หลายตัวที่มาถูกนำมาใช้งานนั่นเองนะคะ ตัว 802.11 ก็จะมีนะคะ มาตรฐานไร้สาย โดยกำหนดเป็นตัวเลขขึ้นมาแล้วก็ตามด้วยตัวอักษรซึ่งเดี๋ยวเราก็จะมาดูว่า 802.11 นะคะ .11 แล้วก็ตามด้วย a 802.11a 802.11g 802.11n แล้วก็ 802.11ac ac นี่ เขามีความแตกต่างในการให้บริการอย่างไร แล้วก็จะเป็นอุปกรณ์ที่ให้บริการในรูปแบบของไร้สายนะคะ ในการกำหนดมาตรฐานการให้บริการตรงนี้นั่นเองนะคะ ซึ่งส่วนมากอุปกรณ์นะคะ ที่สามารถรองรับนะคะ เกี่ยวกับตัวอุปกรณ์ไร้สายก็จะมีสัญลักษณ์เหล่านี้นะคะ คล้าย ๆ นักศึกษาอาจจะเคยเห็นตามพวกกล่อง หรืออุปกรณ์นะคะ หรือว่าบริษัทหรือว่าหน่วยงานที่ให้บริการในรูปแบบนี้นั่นเองนะคะ ก็จะมีสัญลักษณ์พวกนี้ขึ้นมา เดี๋ยวเรามาดูในสไลด์ถัดไปก็จะเป็นตัวพูดถึงนะคะ ตัวมาตรฐาน 802.11 ว่าเป็นรูปแบบมาตรฐานไร้สายนะคะ ตามตัวมาตรฐาน IEEE นะคะ ตัวไร้สายของเรานะคะ ก็อาจจะเรียกนะคะ กันจนคุ้นชินอยู่แล้วในรูปแบบของตัว WIFI นะคะ Wi-Fi หรือในรูปแบบของตัว Wireless LAN ต้องการเชื่อมโยงนะคะ อุปกรณ์ไร้สายเข้ากับตัวระบบเครือข่ายอย่างไร อย่างเวลาต้องการคุยกับเพื่อนที่ใช้สมาร์ตโฟนด้วยกัน อันนี้ก็ใช้รูปแบบเครือข่ายไร้สายเช่นเดียวกันในการส่งข้อมูลนะคะ ถูกไหมคะ ในปกติแล้วนี่ เวลาเราใช้อุปกรณ์รูปแบบไร้สายนี่ 1 ที่นะคะ ก็จะมีตัวกลางที่เข้ามาเชื่อมต่อระหว่าง Smart Phone ของเรา แล้วก็ของเพื่อนแล้วก็ต้องมีระบบเครือข่าย อุปกรณ์ระหว่างตัว Smart Phone ทั้ง 2 ตัว ก็จะเป็นแบบตัว Access Point พื้นที่ในบริเวณไหนบ้างนั่นเองนะคะ อย่างตามตึกตามอาคารนะคะ มีติดตามห้องเรียน ยกตัวอย่างนะ ตัวห้องเรียนของเรา หรือว่าตามทางเดินนะคะ ก็คือการที่จะติด Access Point การให้บริการด้วยว่า Access Point ตัวหนึ่งทำอย่างไรให้ครอบคลุม ก็คือตามพื้นที่ที่ต้องการ แล้วก็จำนวนผู้ที่จะมาใช้งานนั่นเอง กรณีที่ สมมติว่าพื้นที่ของอาคาร สมมติอาคาร อาคารไหนนะที่มีการใช้งานเยอะ ๆ อาคาร 10 ก็ได้ ถ้ามีอาคาร 10 กรณีที่มีการใช้งานของบุคลากรรวมถึงนักศึกษาเข้าไปเรียนนี่ ค่อนข้างเยอะนะคะ ตัวนักศึกษาก็ต้องคำนวณแล้วว่าสามารถให้บริการ ผู้ใช้บริการจำนวนนี้นี่เพียงพอไหมต่อ Access Point ที่เรานำมาติดนะคะ แล้วก็ครอบคลุมทุกพื้นที่ไหมนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการคำนวณเพื่อจะได้ติดอุปกรณ์ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์มากที่สุดนะคะ ซึ่งตัว Access Point ก็จะมีพื้นที่ให้บริการรวมถึงจำนวนที่สามารถ Login เข้ามาใช้งานได้จำนวนกี่คนนั่นเองนะคะ เพราะว่าเราจะสังเกตได้ ถ้าอยากเปรียบเทียบง่าย ๆ มองภาพง่าย ๆ กรณี เหมือนเวลาเราไปใช้งานพวกตามที่มันมีเทศกาล คนเยอะ ๆ งานปีใหม่ หรือว่าที่ผ่านมาใกล้ ๆ เราก็จะมีพวกอะไร ไหลเรือไฟถูกไหมคะ พวก... ไปดูพญานาคอะไรอย่างนี้นะคะ คนค่อนข้างเยอะ การใช้บริการตัวระบบเครือข่าย อันนี้มองภาพให้มันง่าย ๆ ที่สุด ก็คือมีระบบเครือข่ายแล้วมีโทรศัพท์เครื่องหนึ่งนะ เราใช้ระบบอินเทอร์เน็ต บางทีอาจจะเกิดพัดหลงกับเพื่อน สื่อสารหรือต้องการหาข้อมูลอะไรอย่างนี้ ตัวเครือข่ายตรงพื้นที่นั้นนี่ เขาก็ต้องหาอุปกรณ์มารองรับให้เพียงพอนั่นเองนะคะ ว่าสามารถให้บริการจำนวนคนที่เข้ามาใช้บริการตรงนี้ จำนวนกี่คน แน่นอนในเทศกาลหรือว่ามองภาพง่าย ๆ ที่ผ่านมา ก็คือการรับปริญญาของราชภัฏฯ ของเรานะ ก็จะมีคนค่อนข้างเยอะ การให้บริการตรงนี้ก็จะมีการเพิ่มการให้บริการแก่ผู้มาใช้บริการนั่นเอง ก็จะเห็นว่าจะมีรถหรือว่าลดเกี่ยวกับตัวเครือข่าย ASI True Dtac มาให้บริการในพื้นที่เดียวกัน อยู่ดี ๆ มารวมกัน สามารถที่จะเข้ามาใช้บริการได้ ตัวระบบเครือข่ายล่ม การใช้บริการ ความเร็วที่จะให้บริการพร้อมกันนั่นเองนะคะ คล้าย Access Point ของเรา อันนั้นจะเป็นระบบเครือข่ายมือถือนะ Access Point ก็จะเป็นตัวการที่จะให้บริการมือถือเช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ ก็คืออาจจะเป็นรูปแบบไร้สายตามอุปกรณ์ที่เราจะมาเชื่อมต่อนั่นเองนะคะ เดี๋ยวย้อนกลับมา พูดไปถึงมือถือ แล้วย้อนมาถึง 802.11 ของเราก็จะเป็นการกำหนด Access Point นะคะ ที่ใช้เชื่อมตัวกลางระหว่างติดต่อรับส่งข้อมูลนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตฐานที่เข้ามานะคะ ดูแลนะคะ เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์รวมถึงการเข้าถึงของเทคโนโลยีด้วยนั่นเองนะคะ ว่าตัว Access Point ตัวนี้รองรับการให้บริการนะคะ ในรูปแบบไหน เป็น Access Point ตัวเก่า หรือว่าตัวใหม่ก็มาเช็กว่าให้บริการที่เชื่อมต่อทั้งหมดได้นั่นเอง มันก็จะมีตัวที่ต้องเข้ามาเช็กแล้วก็เชื่อมต่อนั่นเองนะคะ มาดูตัวแรกของเราเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน IEEE 802.11a นะคะ ตัวนี้ก็จะใช้ตัวเทคโนโลยี OFDM นะคะ ในการพัฒนานะคะ นะคะ การให้บริการไร้สารในการส่งและก็รับข้อมูล โดยเริ่มต้นนี่ ก็ถือว่าเป็นตัวมาตรฐานตัวแรก ๆ นะคะ ที่ออกมาโดยที่ความเร็วอยู่ที่ 54 Mbps ต่อวินาทีนะคะ โดยใช้ย่านคลื่นวิทยุที่ 5 กิกะเฮิรตซ์ ตัวนี้ก็จะเป็นรูปแบบ OFDM ก็จะเป็นพวกตัวดาวเทียมนะคะ ที่ในการส่งข้อมูลนะคะ ในรูปแบบไร้สาย ดาวเทียมของเราก็จะเป็นการรับส่งข้อมูลระหว่างภาคพื้นนะคะ ส่งข้อมูลก็จะเป็นภาพถ่ายทางอากาศพวกธรนีวิทยานั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานตัวแรกที่เริ่มเข้ามา ตัวมาตรฐาน 802.11a นี่ก็จะเป็นมาตรฐานที่เชื่อมต่อนะคะ แล้วก็รับส่งข้อมูลในระยะที่อาจจะไม่ค่อยไกลมากเท่าไรนะคะ อยู่ที่ 35 เมตรนะคะ ถ้าเป็นในตึกในอาคารก็สามารถอยู่ที่ระดับ 35 เมตรนั่นเองนะคะ กรณีที่เป็นที่โล่งแจ้งก็จะเพิ่มระยะทางเป็น 120 เมตร นะคะ เนื่องจากเราเป็นเทคโนโลยีที่เกิดก่อนนะคะ แรก ๆ เลย ตัวนี้ก็จะมีราคาค่อนข้างสูง ตอนแรกนะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นี่นะคะ ที่ออกมาใหม่จะมีราคาค่อนข้างสูงนะคะ แล้วก็เนื่องจากนโยบาย ก็มีตัวมาตรฐานตัวอื่น ๆ นี่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ ตัวนี้ก็จะถูกการ... ความต้องการหรือว่าความนิยมการใช้งานลดลงนะคะ หรืออาจจะมีตัวที่มาทดแทน ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติหรือว่าราคาก็จะถูก ถูกมานำใช้งานทดแทนไปนั่นเองนะคะ ซึ่งเนื่องจากเป็นมาตรฐานที่เกิดก่อนนะคะ มันไม่มีความสามารถที่ใช้งานกับตัวมาตรฐานตัวอื่น ๆ ได้ เช่น มาตรฐานตัว 802.11b แล้วก็ตัวมาตรฐาน 802.11g ด้วยนั่นเองนะคะ มาดูมาตรฐานตัวที่ 2 ของ 802.11b ตัวนี้ก็ถูกสร้างขึ้นนะคะ พร้อม ๆ กันกับตัวมาตรฐาน 802.11a นะคะ แล้วก็ใช้ในรูปแบบของเทคโนโลยีนะคะ ในการรับส่งอยู่ที่ 11 Mbps ต่อวินาที อยู่ที่ 2.4 กิกะเฮิรตซ์ ตัวนี้ก็จะค่อนข้างเป็นที่นิยมในการใช้งานมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ เนื่องจากใช้ความถี่ต่ำนะคะ จึงทำให้การส่งนะคะ ข้อมูลนะคะ ก็เพิ่มระยะทางมากขึ้น ก็คือครอบคลุมพื้นที่เมื่อกี้อยู่ 35 ถูกไหมคะ อันนี้ก็เพิ่มขึ้นเป็น 38 เมตร ในโครงสร้างปิด อาจจะเป็นตึกเป็นอาคารแล้วก็กรณีพื้นที่โล่งแจ้งก็เพิ่มระยะทางจาก 120 เป็น 140 เมตรนั่นเองนะคะ ตัว 802.11b นี่ จะเป็นตัวกำหนดเครื่องหมายทางการค้าที่เป็น Wi-Fi ขึ้นมา ที่เราได้เรียก ณ ปัจจุบันนี่ ก็เริ่มจาก 802.11b นะคะ ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายของเรานะคะ เมื่อกี้ 802.11a 802.11b แล้วก็ถัดมาก็จะเป็น IEEE 802.11e นั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่มารองรับเกี่ยวกับการใช้งานนะคะ รูปแบบเสียงที่ไปกับตัวระบบเครือข่ายของเราหรือตัวหรือที่เรียกว่า Voice Over IP นะคะ หรือ VOIP ของเรานั่นเองนะคะ แต่แรก ๆ ของเรานี่ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ข้อมูลระหว่างอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเริ่มแรกเราก็จะส่งแค่ข้อมูลนะคะ คราวนี้ก็มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ก็มีการส่งในรูปแบบของเสียงเข้าไปได้นะคะ คราวนี้การส่งข้อมูลระหว่างเสียงกับข้อมูลนี่ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน ถูกไหมคะ ถ้าเป็นรูปแบบของข้อมูลนี่ มันก็จะสามารถที่จะส่งข้อมูลนะคะ ค่อนข้างที่จะง่ายมากกว่าเสียง เพราะเสียงถ้าส่งไปรูปแบบไม่พร้อมกัน หรือว่าไปถึงปลายทาง แล้วไม่สามารถรับเป็นสารที่ไม่สามารสื่อสารระหว่างปลายทางได้มันก็ค่อนข้างที่จะมีปัญหานะคะ อย่างการส่งเสียงนะคะ ระหว่างต้นทางกับปลายทางเพื่อให้คุณมีคุณภาพต้องมีการวัดคุณภาพการให้บริการตรงนี้ ก็จะเป็น Quality of Service นั่นเอง ว่าเวลาเราส่งข้อมูลที่เป็นเสียง ระหว่างต้นทางกับปลายทาง เราจะทำอย่างไรให้ปลายทางรับได้หมด แล้วก็ฟังแล้วก็สื่อสารได้รู้เรื่อง เวลาเราคุยโทรศัพท์ เสียงเป็นแบบ ขาด ๆ หาย ๆ อย่างนั้น ก็การรับข้อมูลอาจจะเกิดการผิดพลาดได้ การตรวจคุณสมบัตินะคะ ก็จะเป็น QOS ที่จะมาตรวจคุณสมบัติการให้บริการตรงนี้นั่นเองนะคะ ถัดมา มาตรฐาน IEEE 802.11f นะคะ ก็จะมาเป็นมาตรฐานที่ใช้ในการจัดการกับผู้ใช้งานที่ใช้อุปกรณ์ข้ามเขตนะคะ หรือการใช้จาก Access Point หนึ่ง ไปอีก Access Point หนึ่งนะคะ หรือในรูปแบบ Roming ระหว่างกัน การ Roamming ก็คือการย้ายตัว Access point หนึ่ง ไป Access Point ถ้าจะมองภาพให้ง่าย ๆ ก็คือเหมือนเราย้าย ขับรถนะคะ แล้วใช้โทรศัพท์คุยไประหว่างทาง จากพื้นที่อำเภอหนึ่งไปอีกอำเภอหนึ่ง หรือจากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่งตัวสัญญาณนี่ มันก็จะถูกย้ายไปเกาะการให้บริการตัว Access Point ที่มีกำลังหรือว่าเข้าสู่พื้นที่นั้นนั่น... รายละเอียด ถัดมา ตัวมาตรา IEEE 802.11g ก็จะเป็นมาตรฐานนะคะ ที่มารองรับนะคะ คลื่นความถี่ พูดง่าย ๆ ก็คือมันพัฒนานะคะ มาจากตัวมาตรฐาน 802.11 b เริ่มแรกก็ b ก็รู้จัก Wi-Fi ขึ้นมา ก็จะพัฒนาให้มันดีขึ้น ทำอย่างไรมันส่งข้อมูลได้เยอะ และมีระยะทางที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะ เขาก็จะเพิ่มนะคะ การส่งข้อมูลเป็น 84 Mbps หรือให้มันมากขึ้นกว่าเดิม แล้วก็สามารถที่จะส่งนะคะ โดยเทคโนโลยีนะคะ ในรูปแบบกับมาตรฐาน 802.11a นั่นเอง แล้วก็สามารถใช้งานร่วมกับมาตรฐานตัวเดิมได้นะคะ ตัวนี้เนื่องจากเราเป็นคลื่นความถี่นะคะ ที่คลื่นความถี่สาธารณะ ดังนั้น คลื่นรบกวนก็จะเกิดขึ้นนะคะ ในการใช้ตัวคลื่นความถี่พวกนี้นั่นเอง ถัดมา มาตรฐานนะคะ เครือข่ายการใช้งานย่านความถี่ 5 GHz นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ในบ้านเรา ก็จะเป็นพวกต่างประเทศนะคะ ในโซนยุโรป ประเทศก็จะมีคลื่นความที่ในการใช้งานค่อนข้างแตกต่างกันนั่นเองนะคะ ถัดมา มาตรฐานนะคะ 802.11i นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยนะคะ ไร้สายนะคะ ของตัวมาตรฐานตัวนี้ก็จะมีรูปแบบของปัญหาที่เกิดขึ้นมานะคะ ตัวนี้ก็จะมาเพิ่มความปลอดภัยนะคะ ในการสื่อสารนะคะ ของตัวมาตรฐาน 802.11i นะคะ โดยใช้นะคะ เทคนิคนะคะ ของ AES หรือว่า Advanced Encryption Standard นะคะ ก็คือแต่ก่อนนี่ก็จะเป็นในรูปแบบของตัวเข้ารหัส เทคโนโลยีแบบการส่งข้อมูลนะคะ อาจจะมีช่องโหว่ทำให้เกิดข้อมูลรั่วไหล หรือว่าการส่งข้อมูลไปนี่ สามารถที่จะมาดึงข้อมูลระหว่างทางนะคะ ตัวนี้ออกไปได้ มันก็จะมาช่วยนะคะ รักษาความปลอดภัยในการส่งข้อมูลของเรานั่นเอง ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานของ 802.11 นะคะ ก็แล้วตามด้วยตัวอักษร ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีรูปแบบนะคะ การใช้งานที่ยิบย่อยลงไปว่าแต่ละมาตรฐานนี่ใช้ทำอะไรบ้างนะคะ แล้วก็ดูแลความปลอดภัย หรือว่าเป็นการให้บริการนะคะ ของตัวมาตรฐาน 802 .11 นั่นเอง ถัดมาก็จะเป็นมาตรฐาน 802.11k นะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่จัดการนะคะ เกี่ยวกับการทำงานของระบบเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นคลื่นวิทยุ การ Roaming นะคะ รวมถึงการควบคุมกำลังส่งนะคะ ว่าทำอย่างไรนี่ให้เหมาะสมนะคะ ในการส่งข้อมูลระหว่างกันนะคะ หรือนะคะ การหารัศมีนะคะ หรือหาตัวส่งข้อมูลนะคะ ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการส่งนะคะ เพื่อสามารถจัดการทำงานนะคะ ของตัว Client นะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานการจัดการการทำงานของเครือข่ายไร้สายนะคะ ในรูปแบบมาตรฐาน IEEE 802.11k นั่นเอง มันก็จะมีมาตรฐาน 802.11 นี่ค่อนข้างเยอะ แล้วก็มีตัวอักษรค่อนข้างเยอะเช่นเดียวกันนะคะ แต่เราสอนไปเรื่อย ๆ แล้วกันนะ ก็จะมีประมาณนี้นะคะ ของตัวมาตรฐาน 802.11 ถัดมามาตรฐาน 802.1x นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกันนะคะ โดยการตรวจสอบสิทธิ์ในการใช้งานนะคะ ตรวจสอบความปลอดภัยนะคะ ที่จะเข้ามาความปลอดภัยของการใช้งานของตัว Server นั่นเองนะคะ ฟังเป็นแบบคร่าว ๆ ไปก่อนนะคะ เพราะแต่ละตัวจะค่อนข้างละเอียดนิดหนึ่งนะ แล้วก็มาตรฐาน 802.11n ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานค่อนข้างใหม่นะคะ ที่มาทดแทนตัวมาตรฐานตัวเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน 802.11a 802.11 b แล้วก็ 802.11g นะคะ ตัวนี้ก็จะค่อนข้างมีประสิทธิภาพที่มากขึ้น ใช้กำลังในการส่งน้อย ใช้พื้นที่ในระยะที่ไกลมากขึ้นและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ อย่างที่บอกไปว่าความเร็วนี่มันก็จะเพิ่มขึ้นนะคะ เป็น 300 Mbps อย่างที่บอก กำลังส่งมากขึ้น รองรับพื้นที่ได้มากขึ้นนั่นเองนะคะ จะเห็นว่าตัว Wi-Fi 802.11n นี่ ความเร็วในการส่งข้อมูลค่อนข้างเยอะ หรือจะมากกว่าการใช้สายที่เราใช้อยู่ ณ ปัจจุบันของเรานะคะ ตัวนี้ เราก็สามารถใช้คลื่นความถี่นะคะ ก็คือสามารถใช้รองรับกับตัวอุปกรณ์เก่า ๆ ไม่ว่าจะเป็นความถี่ที่เป็น 802 ที่เป็นมาตรฐาน 2.4 GHz แล้วก็ที่ 5 GHz เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ ไม่ว่าจะเป็นย่านความถี่ไหน ก็สามารถมาใช้บริการ 802.11n ได้นั่นเองนะคะ พูดง่าย ๆ เข้าพัฒนาเพื่อที่จะรองรับอุปกรณ์ตัวเก่าก็สามารถใช้ด้วยกันได้ แล้วก็ส่งในข้อมูลในปริมาณที่มากขึ้นนะคะ ระยะเวลาที่น้อยลง แล้วก็พื้นที่ หรือว่าระยะทางในการส่งข้อมูลค่อนข้างไกลมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ คราวนี้จาก 802.11n คิดว่าเป็นล่าสุดแล้ว แต่ตอนนี้มีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะ เพื่อให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้นนะคะ ก็สามารถส่งความเร็วของข้อมูลได้ถึง Gbps นั่นเอง รองรับผู้ใช้ต่อ Access Point มากขึ้น อย่างที่บอกว่า ตัว Access Point 1 ตัว ก็สามารถรองรับจำนวนผู้ใช้บริการนะคะ จากแต่ก่อน 10 คนอาจจะเพิ่มเป็น 100 หรือแล้วแต่ว่าความสามารถของตัว Access Point ตัวนี้สามารถที่จะให้บริการนะคะ ของผู้เข้ามาใช้บริการได้พร้อมกันได้จำนวนเท่าไรนั่นเอง ใช้พร้อมกันมากขึ้น ระบบก็ต้องเสถียร ไม่ใช่ว่าใช้มาพร้อมกันแล้วเกิดระบบล่มนั่นเองนะคะ คราวนี้ เดี๋ยวเราจะมาดูรูปภาพตัวนี้นิดหนึ่งนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะตัวโมเดลนะคะ ที่ใช้ในการสื่อสารในตัวระบบเครือข่ายของเรา โดยจะมีการเปรียบเทียบ OSI Model กับตัว TCP/IP นะคะ ตัวนี้น่าจะเคยเรียนกันมาบ้างแล้ว แต่อาจารย์ขอเอามาเปรียบเทียบกันแล้วกันนะคะ ตัว OSI Model ตัวนี้นะ ก็จะเห็นว่ามันจะมีทั้งหมด 7 Layer ก็คือ 7 ชั้นนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นการส่งข้อมูลระหว่างกันนะคะ ว่าแต่ละ Layer นี่เขาส่งข้อมูลอะไรบ้าง ถัดมามาดูที่ TCP/IP Model ของเรา ตัวนี้ก็จะเป็นรูปแบบการส่งข้อมูลเช่นเดียวกันนะคะ แต่ว่าโมเดลมันก็จะแตกต่างกัน แต่ว่าสามารถดูได้ว่าแต่ละชั้นนะคะ ของตัว Model นี่เขาเปรียบเทียบนะคะ กับตัวโมเดล OSI ตัว TCP นี่ ตัวไหนเปรียบเทียบเป็นชั้นชนิดเดียวกันนั่นเอง สมมตินะคะ ในตัวระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตนะ ตัว OSI ก็จะมีตัวเริ่มตั้งแต่ Physical ที่เรามาเชื่อมต่อนะคะ การส่งข้อมูลที่จะเชื่อมมาถึง Physical แล้วก็เป็น Link นะคะ มันก็จะไล่ไปเรื่อย ๆ อันนี้จะเป็นแบบคร่าว ๆ ก็ขอให้นักศึกษามองภาพออกนั่นเอง ในการส่งข้อมูลนะคะ ถ้าเป็น TCP/IP ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของเรา Network Interface ของเรานะคะ เดี๋ยวเราก็จะมาท่องตัว OSI Model ของเรานะคะ มันก็จะมี Physical layer Datalink layer นะคะ NETWORK Layer มันจะมีทั้งหมด 7 ชั้นนะ แล้วก็มี Transport layer Session layer แล้วก็ Application layer ก็จะมี 7 ชั้น ตรงนี้ ซึ่งเวลาเราท่องจำตัวชั้นนะคะ ของตัว OSI โมเดลของเรา ก็จะใช้ตัวแรกในการท่องจำนะคะ ก็คือถ้าเป็นการท่องจำก็จะเป็นตัวอักษรตัวแรก ก็จะเป็น PDNTSPA นะคะ อาจารย์ก็ท่องว่าไปดื่มน้ำที่สปาไล่ลำดับของชั้น Layer นะคะ และก็ไล่ไปเรื่อย ๆ นะคะ คราวนี้นะคะ ฝั่งนี้ของ TCP/IP Model มีจำนวนชั้น ค่อนข้างน้อยกว่าตัว OSI Model โมเดลของเรานะคะ อันนี้ก็จะง่ายขึ้นนะคะ ก็จะมี Network Interface Internet Layer Transport จะเห็นว่าถ้าเปรียบเทียบระหว่างตัว OSI Model กับตัว TCP/IP Model รูปภาพตัวนี้ ก็จะเห็นว่า Network Interface Layer จะเป็นการรวมกัน 2 ชั้น ของตัว OSI Model นั่นเอง ก็จะเป็น Physical นะคะ ก็จะเป็น Network Interface นะคะ ถัดมาของ TCP/IP Model ก็จะเป็นอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกันในการส่งข้อมูลนะ ก็จะเป็น Package นะคะ การส่งข้อมูลเป็นชื่อ ชั้น ที่เหมือนกันทั้งของ OSI แล้วก็ TCP-IP Model นั่นเอง Layer ก็จะเป็นการรวมกัน 3 ชั้น ของฝั่ง OSI Model ที่มาส่งข้อมูล พวก HTTP กรณีที่เราเข้าอินเทอร์เน็ตแล้วเข้าเว็บไซต์โน่นนี่นั่นนะคะ ก็จะเป็นการส่งข้อมูลระหว่างกันนั่นเองนะคะ Applicatoin Layer Presentation Layer Session Layer ก็จะอยู่ในชั้น TCP/IP Model นั่นเองนะคะ ฝั่งซ้ายขวานะคะ ด้านริมสุดก็จะเป็นข้อมูลที่ถูกนำมาส่งนะคะ ระหว่างแต่ละชั้นนะคะ ของแต่ละ Model นะคะ พวกนี้นั่นเอง ตรงกลางนี่ก็จะเป็นรูปแบบในการเชื่อมต่อของข้อมูล เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนะคะ IP TTP UTP TCP UDP HTTP ตัวนี้ก็จะคุ้นชินมากที่สุดแล้วนะคะ อันนี้ให้ดูเอาไว้ในกรณีที่เราเรียนเกี่ยวกับตัวมาตรฐานการเชื่อมต่อแล้วก็การส่งข้อมูลของระบบไร้สาย หรือระบบมีสาย ก็จะมีการส่งข้อมูลในรูปแบบนี้เช่นเดียวกัน และแน่นอน พวกนี้ก็จะไปใช้ในการเรียนในวิชาพวกเครือข่ายนะคะ Network ต่าง ๆ หรือว่า Security นะคะ เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ ดังนั้น เดี๋ยวอาจารย์จะให้เราจำนะคะ เกี่ยวกับ Layer หรือว่าชั้นต่าง ๆ ของตัวโมเดลนั่นเองนะคะ วันนี้ก็จะเป็นตัว OSI และก็ TCP/IP นะคะ หลัก ๆ วันนี้จะพูดถึงมาตรฐาน IEEE นะคะ ก็จะยกมาบางตัว และก็จะเป็นรูปแบบของ Wireless LAN นี่ค่อนข้างเยอะ แล้วก็จะเป็นตัวมาตรฐานนะคะ พวกความปลอดภัย การจัดลำดับนะคะ แล้วก็อุปกรณ์นะคะ รูปแบบสายที่ใช้ในการเชื่อมต่อนั่นเอง คาบนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEEE นะคะ ที่ยกมานะคะ บางส่วนเพื่อจะให้มองภาพออกและเข้าใจว่าตัวระบบเครือข่ายที่เราใช้นะคะ ณ ปัจจุบันนี่ มันมีต้นกำเนิดหรือว่ามีมาตรฐานตัวไหนที่มันมารองรับ หรือเราเคยเห็นสัญลักษณ์รูปแบบคล้าย ๆ แบบนี้ มันหมายความว่าอย่างไร คำว่า "Wi-Fi" นะคะ en ที่มาต่อท้ายตัวมาตรฐานตัวนี้ ที่เป็นรูปสัญลักษณ์ Wi-Fi ที่เป็นขีด ๆ ขึ้นมานี่ เขาแบ่งแต่ละประเทศ แล้วก็รองรับกับอุปกรณ์แบบไหนบ้าง แล้วมันมีคุณสมบัติแบบไหนบ้างนั่นเองนะคะ อันนี้ใครมีข้อสงสัยหรือว่าฟังไม่ทันที่อาจารย์พูดมันจะค่อนข้างเยอะนิดหนึ่งนะ เพราะว่าตัวมาตรฐานมันมีหลายตัว เราก็ฟังไปนะคะ เกี่ยวกับตัวรายละเอียดเบื้องต้นไปก่อนรวมถึงตัว Layer นะคะ ก็คือตัวโมเดลเมื่อกี้ที่เป็น OSI และก็ TCP/IP นะคะ ตัวนี้ขึ้นมา ใครมีข้อคำถามหรือว่าข้อสงสัยอะไรหรือเปล่านะคะ ถามได้นะ มีไหมคะ อาจารย์พูดเร็วไป ช้าไปนะคะ หรือว่าตรงไหนสงสัย ให้ถามได้นะคะ มีสงสัยอะไรไหมคะ ศัพท์มันจะเยอะนิดหนึ่งนะ ยังไม่มีนะ อย่างนั้นก็เดี๋ยวอาจารย์จะมีงานให้ทำนะ ก็คือเดี๋ยวจะให้เขียนตัว Layer 2 อันเมื่อกี้นะคะ แล้วก็เดี๋ยวจะให้ส่งนะคะ ก็จะมีงานท้ายบท 2 อันนะคะ ก็จะมีการเขียน OSI Layer นะคะ การเขียน OSI Layer นี่ เพื่อจะให้ทุกคนนี่ งานเดี่ยว เพราะว่านี่มันก็จะให้มาดูตรงนี้เลย ตัว OSI Layer นะคะ ฝั่งนี้มีอะไรบ้างก็จะมีทั้งหมด 7 ชั้นนะ ก็จะได้จำได้ ซึ่งที่จริง ๆ นี่ถ้าเรียนเกี่ยวกับตัวรายวิชาเกี่ยวกับเครือข่ายนะคะ ก็จะรูปว่าแต่ละ Layer นี่เขาทำงานอะไรบ้างนะ แล้วก็ตัว TCP/IP Model อีกนะคะ ก็จะมีตัวชั้น หรืออะไรบ้างนั่นเองนะคะ จะได้รู้ว่าเขามีอะไรบ้าง แล้วก็ทำงานแบบไหนบ้างนั่นเองนะคะ อันนี้ อันที่ 1 นะคะ ตัวอันนี้น่าจะไม่มีข้อสงสัยนะ เพราะว่าเราก็จะมีแค่มาให้นั่นเองนะคะ แล้วก็เอามาส่งอาจารย์เพื่อจะได้จำได้ว่าแต่ละ Layer ของตัว Model แต่ละตัว มีอะไรบ้างนะคะ พอ ๆ วาดรูปเฉย ๆ นะคะ คนละแผ่นก็น่าจะได้ ส่วนอันที่ 2 คราวนี้นะคะ อาจารย์จะไปให้หานะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานที่อาจารย์พูดไปนั่นแหละนะคะ เมื่อกี้พูดถึง 802.11 ถูกไหมคะ คราวนี้ตัวมาตรฐาน IEEE นี่มันค่อนข้างจะมีเยอะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หรือว่าในการสืบค้น ไม่ว่าจะเป็น Google หรือ Wiki มีหมดกับตัวมาตรฐานพวกนี้นะคะ ก็คือให้นักศึกษาเลือกนะคะ ว่าเราจะใช้ตัวมาตรฐานตัวไหน แล้วก็หาข้อมูลแล้วก็เอามาส่งอาจารย์นะคะ แล้วก็จะมีหัวข้อที่ให้เลือกแล้วก็จะมีตัวมาตรฐาน 802.6 นะคะ ก็จะเป็นการพูดถึงมาตรฐานการให้ระบบเครือข่ายและระบบเมือง 802.7 นะคะ การส่งสัญญาณแบบ Broadband 802.8 นะคะ เคเบิลใยแก้วนำแสง 802.9 นะคะ การรวมเสียงแล้วก็ข้อมูลในระบบเครือข่าย 802.10 ความปลอดภัยของระบบเครือข่ายแล้วก็ 802.14 ก็จะเป็นมาตรฐสานของตัว Modem แล้วก็ 802.15 ก็จะเป็นเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล แล้วก็ 802.16 นะคะ ก็จะเป็นการกำหนดมาตรฐานของ Broadband แบบไร้สาย หรือว่าตัว WIMAX นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะให้นักศึกษาเลือกหัวข้อที่นักศึกษาสนใจที่จะไปศึกษา หรือว่าหาข้อมูลนั่นเอง อันนี้จะให้ทำคนละ 1 หัวข้อนั่นเอง เพราะว่าข้อมูลนี่สามารถหาสืบค้นได้ค่อนข้างง่ายนะคะ เราก็จะได้เข้าใจตัวมาตรฐานแต่ละตัวว่าเขามีตัวมาตรฐานรองรับนี่ การให้บริการแบบไหน มีอุปกรณ์อะไร มีข้อจำกัด ข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ ก็จะมี 2 อย่างง่าย ๆ ส่วนตัวนี้นะคะ ก็เดี๋ยวให้ส่งในตัว Classroom นะคะ เดี๋ยวอาจารย์แปะ Link ไว้ให้ งานมีข้อสงข้อสงสัยตรงไหนไหม เริ่มแรกเดี๋ยวเรามาทำตัวท้ายบทของตัว OSI ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวให้ทำแล้วก็ให้ส่งในคาบเลยตัวนี้จะได้จำได้ว่าตัว Layer ของเรา OSI Layer มีทั้งหมดกี่ชั้นอะไรบ้าง แล้วก็ TCP/IP นะคะ มีทั้งหมดกี่ชั้นอะไรบ้าง เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ อันนี้ทำเสร็จแล้วก็ส่ง ส่งอีกอันหนึ่ง ตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นการบ้านให้ไปทำและส่งใน Calssroom นะคะ ไปเลือกเอาว่าเราสนใจในหัวข้อของตัวมาตรฐานตัวไหน เราจะเอาเกี่ยวกับอะไร Modem ไหม หรือว่าใยแก้วนำแสง หรือว่าระบบเครือข่ายไร้สายระหว่างเมืองหรือเปล่า ก็ไปเลือกเอา ไปหาข้อมูลนะคะ สืบค้น ทำความเข้าใจกับตัวมาตรฐาน แล้วก็ทำมาแล้วก็ส่งมาให้อาจารย์ดูนั่นเองนะคะ งงไหม ถามได้นะคะ สงสัยไหมคะ อันนี้เลือกหัวข้อเอา แล้วก็ไปหาข้อมูล แล้วก็เอามาส่งให้ทำเป็นเดี่ยวหมดค่ะ เพราะว่าไม่น่ามีติดปัญหาตรงไหนนะอันนี้น่ะ ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ ก็เดี๋ยวจะให้น้องนักศึกษานี่ ทำงานแล้วก็เอามาส่งนะคะ ขอบคุณนะคะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]