﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,365

2
00:00:04,003 --> 00:00:08,003

3
00:00:08,005 --> 00:00:12,005

4
00:00:12,011 --> 00:00:16,011

5
00:00:16,012 --> 00:00:20,012

6
00:00:20,015 --> 00:00:24,015

7
00:00:24,017 --> 00:00:28,017

8
00:00:28,019 --> 00:00:32,019

9
00:00:32,021 --> 00:00:36,021

10
00:00:36,022 --> 00:00:40,022

11
00:00:40,024 --> 00:00:44,024

12
00:00:44,030 --> 00:00:48,030

13
00:00:48,034 --> 00:00:52,034

14
00:00:52,036 --> 00:00:56,036

15
00:00:56,037 --> 00:01:00,037

16
00:01:00,039 --> 00:01:04,039

17
00:01:04,044 --> 00:01:08,044

18
00:01:08,046 --> 00:01:12,046

19
00:01:12,049 --> 00:01:16,049

20
00:01:16,054 --> 00:01:20,054

21
00:01:20,058 --> 00:01:23,374

22
00:01:24,059 --> 00:01:28,059
ฮัลโหล

23
00:01:28,062 --> 00:01:32,062
โอเค

24
00:01:32,064 --> 00:01:36,064

25
00:01:36,064 --> 00:01:39,453

26
00:01:40,068 --> 00:01:44,068
สวัสดีค่ะ

27
00:01:44,069 --> 00:01:48,069
ค่ะ ก็

28
00:01:48,070 --> 00:01:52,070
วันนี้เดี๋ยวดราก็จะมา

29
00:01:52,071 --> 00:01:56,071
เรียนเกี่ยวกับตัวมาตรฐานตัวที่ 2 ของเรานะคะ ก็คือมาตรฐาน IEEE ของเรา

30
00:01:56,075 --> 00:02:00,075
นั่นเองนะคะ ก็จะเป็นบทที่ 2 นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดู

31
00:02:00,076 --> 00:02:04,076
เกี่ยวกับตัวมาตรฐาน IEEE นะคะ ดู

32
00:02:04,078 --> 00:02:08,078
ตัวความหมายนะคะ

33
00:02:08,080 --> 00:02:12,080
นะคะ แล้วก็ดูเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน IEEE ที่เรา

34
00:02:12,081 --> 00:02:16,081
เลือกมาทำความรู้จักกันนะคะ ว่าตัวมาตรฐานที่

35
00:02:16,082 --> 00:02:20,082
เราน่าจะได้ใช้งานแล้วก็พบ

36
00:02:20,084 --> 00:02:24,084
ในชีวิตประจำวันของเรา ส่วนมากนี่

37
00:02:24,084 --> 00:02:28,084
จะเป็นมาตรฐานตัวไหนบ้างนั่นเองนะคะ

38
00:02:28,085 --> 00:02:32,085
อย่างที่กล่าวไปแล้วนะคะ สำหรับสัปดาห์ก่อน ๆ นะคะ เกี่ยวกับ

39
00:02:32,087 --> 00:02:36,087
ตัวมาตรฐานรวมถึงตัวมาตรฐาน IEEE ของเรา

40
00:02:36,089 --> 00:02:40,089
ก็จะเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับ

41
00:02:40,089 --> 00:02:44,089
ตัวสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรรม

42
00:02:44,091 --> 00:02:48,091
อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ที่ทำการร่วมมือ แล้วก็พัฒนานะคะ

43
00:02:48,092 --> 00:02:52,092
โดยตัวชื่อมาตรฐานนี่ก็มาจาก

44
00:02:52,093 --> 00:02:56,093
ตัว IEEE

45
00:02:56,095 --> 00:03:00,095
หรือว่า I แล้วก็ E 3 ตัวนั่นเองนะคะ

46
00:03:00,095 --> 00:03:04,095
ตัวมาตรฐานของเรานะคะ ก็

47
00:03:04,098 --> 00:03:08,098
ย่อมาจาก Institute of Electrical and

48
00:03:08,099 --> 00:03:12,099
Electtical

49
00:03:12,100 --> 00:03:16,100
โดยตัวนี้ก็จะเป็นองค์กรนะคะ หรือหน่วยงานที่ร่วมมือกันระหว่างวิศวกรไฟฟ

50
00:03:16,102 --> 00:03:20,102
แล้วก็วิศวกรออิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการวิจัย แล้วก็พัฒนา

51
00:03:20,104 --> 00:03:24,104
เกี่ยวกับไฟฟ้านะคะ การโทรคมนาคม

52
00:03:24,105 --> 00:03:28,105
แล้วก็เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ

53
00:03:28,106 --> 00:03:32,106
ตัวสถาบัน

54
00:03:32,107 --> 00:03:36,107
ตัวมาตรฐาน IEEE ตัวนี้ ก็จะเป็น มา

55
00:03:36,108 --> 00:03:40,108
ช่วยพัฒนานั่นเองให้ทำการวิจัยให้ดีขึ้น แล้วก็

56
00:03:40,110 --> 00:03:44,110
สามารถที่จะเผยแพร่ความรู้นะคะ

57
00:03:44,111 --> 00:03:48,111
ให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ที่ใช้งานเกี่ยวกับ

58
00:03:48,113 --> 00:03:52,113
พวกไฟฟ้านะคะ คอมพิวเตอร์นะคะ

59
00:03:52,114 --> 00:03:56,114
หรือจะเป็นพวกระบบอิเล็กทรอนิกส์ และก็ นั่นเองนะคะ

60
00:03:56,115 --> 00:04:00,115
ซึ่งนะคะ

61
00:04:00,117 --> 00:04:04,117
ก็จะมีผู้นะคะ ทำวิจัยเหล่านี้นี่อยู่ทั่วทุกที่

62
00:04:04,119 --> 00:04:08,119
นั่นเองนะคะ ตามความสามารถ แล้วก็ความเชี่ยวชาญนั่นเอง

63
00:04:08,120 --> 00:04:12,120
นะคะ โดยตัวมาตรฐานตัวนี้ก็จะเป็นที่ยอมรับ

64
00:04:12,121 --> 00:04:16,121
ของนานาประเทศ

65
00:04:16,122 --> 00:04:20,122
นั่นเองนะคะ ว่าเป็นสถาบันที่ให้การรองรับนั่นเอง

66
00:04:20,123 --> 00:04:24,123
ในการควบคุม แล้วก็ดูแลเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า

67
00:04:24,124 --> 00:04:28,124
ด้านนี้นั่นเองนะคะ คราวนี้นะคะ เรา

68
00:04:28,129 --> 00:04:32,129
ก็จะมาดูตัว

69
00:04:32,129 --> 00:04:36,129
มาตรฐาน IEEE ของเราด้วยนะคะ ที่อาจารย์ยกมา

70
00:04:36,131 --> 00:04:40,131
เป็นตัวอย่าง ก็จะเป็นตัวมาตรฐานที่นักศึกษาน่าจะ

71
00:04:40,133 --> 00:04:44,133
เข้าใจนะคะ แล้วก็น่าจะได้ใช้งานกันนะคะ

72
00:04:44,134 --> 00:04:48,134
เริ่มตั้งแต่นะคะ

73
00:04:48,136 --> 00:04:52,136
ตัวมาตรฐานนะคะ

74
00:04:52,137 --> 00:04:56,137
IEEE 802.11 นะคะ ก็จะเป็นตัวมาตรฐานนะคะ

75
00:04:56,138 --> 00:05:00,138
เกี่ยวกับการบริหารการจัดการระบบ

76
00:05:00,139 --> 00:05:04,139
เครือข่าย อย่างเช่น

77
00:05:04,140 --> 00:05:08,140
การตรวจสอบนะคะ การรับรองผู้ใช้งานนะคะ

78
00:05:08,141 --> 00:05:12,141
เราใช้ระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัย

79
00:05:12,143 --> 00:05:16,143
ราชภัฏสกลนคร เช่นเดียวกันนะคะ

80
00:05:16,145 --> 00:05:20,145
ใช้งานระบบเครือข่าย หรือว่า

81
00:05:20,148 --> 00:05:24,148
ระบบอินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยนี่ ก็ต้องมีการ

82
00:05:24,149 --> 00:05:28,149
ตรวจสอบถูกไหมคะ ว่าคนที่จะมาใช้งานนี้ จะต้องเป็นสมาชิก

83
00:05:28,151 --> 00:05:32,151
นะคะ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร หรือนักศึกษา

84
00:05:32,152 --> 00:05:36,152
นะคะ ของมหาลัยราชภัฏเท่านั้น ที่จะสามารถใช้งาน

85
00:05:36,154 --> 00:05:40,154
ของมหาวิทยาลัยได้ ก็จะมีการตรวจสอบนะคะ คุณสมบัติ

86
00:05:40,155 --> 00:05:44,155
นะคะ รวมถึง การยืนยันตัวตนก่อน

87
00:05:44,156 --> 00:05:48,156
เข้ามาใช้งานระบบเครือข่าย

88
00:05:48,158 --> 00:05:52,158
IEEE 802.1 หรือว่า

89
00:05:52,160 --> 00:05:56,160
ที่รองรับผู้ใช้งาน หรือว่าที่ Authentication นั่นเองนะคะ

90
00:05:56,161 --> 00:06:00,161
ก็คือมาตรวจสอบสิทธิผู้ใช้งานนั่นเอง มาสามารถ

91
00:06:00,162 --> 00:06:04,162
ใช้งานตัวระบบเครือข่ายของระบบอินเทอร์เน็ต

92
00:06:04,163 --> 00:06:08,163
ได้ ก็คือตัวระบบของมหาวิทยาลัย ก็จะรองรับ

93
00:06:08,164 --> 00:06:12,164
สำหรับสมาชิกนะคะ ของมหาวิทยาลัยนั่นเองนะคะ

94
00:06:12,166 --> 00:06:16,166
ถัดมา คราวนี้ ก็จะพูดถึงตัวมาตรฐาน

95
00:06:16,167 --> 00:06:20,167
IEEE 802

96
00:06:20,168 --> 00:06:24,168
.2 นะคะ ก็จะเป็น

97
00:06:24,170 --> 00:06:28,170
มาตรฐานที่ควบคุมการเชื่อมนะคะ

98
00:06:28,171 --> 00:06:32,171
เชื่อมโยงของตรรกะ ก็คือ

99
00:06:32,174 --> 00:06:36,174
ในรูปแบบการส่งข้อมูลนะคะ

100
00:06:36,175 --> 00:06:40,175
หรือเวลาเราต้องการสื่อสาร

101
00:06:40,177 --> 00:06:44,177
ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูล รูปภาพ ไฟล์เสียง หรือว่า

102
00:06:44,178 --> 00:06:48,178
อะไรก็แล้วแต่นะคะ เกี่ยวกับตัวระบบเครือข่ายนะคะ

103
00:06:48,179 --> 00:06:52,179
เวลาเราค้นหาข้อมูลหรือการ Download ข้อมูล

104
00:06:52,180 --> 00:06:56,180
การส่งข้อความหากัน

105
00:06:56,182 --> 00:07:00,182
ระหว่างเพื่อนนี่ก็จะมีการเชื่อมโยงนะคะ ระหว่างอุปกรณ์

106
00:07:00,183 --> 00:07:04,183
ก็จะมีการส่งข้อมูล ระหว่าง

107
00:07:04,183 --> 00:07:08,183
ตัวอุปกรณ์ที่ 1 กับอุปกรณ์ที่ 2 นั่นเองนะคะ

108
00:07:08,184 --> 00:07:12,184
ของเพื่อนกับของเรานั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นรูปแบบ

109
00:07:12,184 --> 00:07:16,184
การเชื่อมโยงว่ากรณีที่เราส่งข้อมูลหากันนะคะ

110
00:07:16,186 --> 00:07:20,186
ระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นี่ มีการ

111
00:07:20,187 --> 00:07:24,187
เชื่อมโยงและมีการควบคุมอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา

112
00:07:24,190 --> 00:07:28,190
อันที่ 3 ของเรา ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน

113
00:07:28,191 --> 00:07:32,191
IEEE 802.3

114
00:07:32,191 --> 00:07:36,191
นะคะ ก็จะเป็นรูปแบบของระบบ

115
00:07:36,193 --> 00:07:40,193
เครือข่าย Ethernet นั่นเอง ก็จะเป็นระบบ

116
00:07:40,195 --> 00:07:44,195
การส่งข้อมูลนะคะ ในระบบเครือข่าย ที่มีการ

117
00:07:44,198 --> 00:07:48,198
ส่งข้อมูลในอัตราการส่งที่ 10 Mbps

118
00:07:48,199 --> 00:07:52,199
นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบเครือข่าย

119
00:07:52,199 --> 00:07:56,199
ภายในนั่นเองนะคะ

120
00:07:56,201 --> 00:08:00,201
ถัดมา มาตรฐาน 802.4

121
00:08:00,202 --> 00:08:04,202
ก็จะเป็นรูปแบบการส่งข้อมูลแบบ

122
00:08:04,203 --> 00:08:08,203
Token Bus นั่นเองนะคะ เดี๋ยวเราก็จะมาดูว่าการส่งข้อมูลแบบ

123
00:08:08,205 --> 00:08:12,205
Token Bus มีรูปแบบการส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ

124
00:08:12,207 --> 00:08:16,207
ถัดมา

125
00:08:16,208 --> 00:08:20,208
มาตรฐาน IEEE 802.5

126
00:08:20,209 --> 00:08:24,209
นะคะ ก็จะเป็นรูปแบบเครือข่ายมาตรฐานแบบ

127
00:08:24,213 --> 00:08:28,213
Token Ring นั่นเองนะคะ เราก็

128
00:08:28,214 --> 00:08:32,214
จะมาพูดถึงอีกว่า เขาจะมีรูปแบบ

129
00:08:32,215 --> 00:08:36,215
การเชื่อมต่ออย่างไร การวางอุปกรณ์การต่อสาย การวางรูปแบบ

130
00:08:36,216 --> 00:08:40,216
คอมพิวเตอร์ของเรานี่ มีการเชื่อมต่ออย่างไร มีการ

131
00:08:40,217 --> 00:08:44,217
ส่งข้อมูลอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เดี๋ยวเราจะมาพูดถึง

132
00:08:44,219 --> 00:08:48,219
รายละเอียดต่อไปนะคะ ในสัปดาห์หน้า ๆ

133
00:08:48,221 --> 00:08:52,221
นั่นเองนะคะ เพื่อจะได้เข้าใจถึงกระบวนการทำงานแต่ละมาตรฐาน

134
00:08:52,222 --> 00:08:56,222
ย่อย ๆ ลงไปนั่นเองนะคะ

135
00:08:56,222 --> 00:09:00,222

136
00:09:00,224 --> 00:09:04,224
ถัดมานะคะ ก็จะเป็นตัว

137
00:09:04,226 --> 00:09:08,226
มาตรฐาน 802.6 นะคะ กรณีที่เรา

138
00:09:08,227 --> 00:09:12,227
ใช้งานตัวระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัย ก็จะเป็นพื้นที่

139
00:09:12,228 --> 00:09:16,228
ภายในหน่วยงานหรือภายในองค์กรของเรา กรณี

140
00:09:16,229 --> 00:09:20,229
ที่เรามีการเพิ่มพื้นที่

141
00:09:20,229 --> 00:09:24,229
ในการให้บริการนะคะ อย่างตัวมาตรฐาน 802.6 ก็จะเป็นมาตรฐานให้บริการ

142
00:09:24,231 --> 00:09:28,231
เครือข่ายนะคะ ในรูปแบบระดับเขต

143
00:09:28,231 --> 00:09:32,231
หรือว่าระดับเมืองของเราก็จะเป็นเมืองสกลนครของเรา

144
00:09:32,233 --> 00:09:36,233
นี่ มีการใช้ระบบเครือข่าย

145
00:09:36,234 --> 00:09:40,234
ในรูปแบบไหนนั่นเองนะคะ เราสามารถ

146
00:09:40,236 --> 00:09:44,236
ส่งข้อมูลนะคะ หากันนะคะ ระหว่าง

147
00:09:44,237 --> 00:09:48,237
บุคคลที่อยู่ภายในตัวอำเภอเมืองของเรานี่

148
00:09:48,238 --> 00:09:52,238
มีรูปแบบอย่างไรนั่นเองนะคะ

149
00:09:52,239 --> 00:09:56,239
ถัดมาก็จะเป็นมาตรฐาน 802.7 นะคะ จะเป็นการส่งสัญญาณ

150
00:09:56,240 --> 00:10:00,240
ในรูปแบบ Broadband นะคะ ว่ามีการ

151
00:10:00,241 --> 00:10:04,241
ส่งข้อมูลนะคะ ในรูปแบบ Broadband นี่

152
00:10:04,244 --> 00:10:08,244
ใช้อุปกรณ์แบบไหน ในการส่งข้อมูล

153
00:10:08,244 --> 00:10:12,244
นะคะ ทุกตัวมาตรฐานก็จะมีรูปแบบ

154
00:10:12,245 --> 00:10:16,245
แล้วก็รายละเอียดนะคะ ที่ค่อนข้างแตกต่างกันนิดหนึ่งนะคะ

155
00:10:16,246 --> 00:10:20,246
Broadband ก็จะเป็นลักษณะการส่งสัญญาณ

156
00:10:20,247 --> 00:10:24,247
อีกประเภทหนึ่งนั่นเองนะคะ ถัดมา

157
00:10:24,248 --> 00:10:28,248
ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.8 นะคะ

158
00:10:28,250 --> 00:10:32,250
หรือว่าเทคโนโลยีใยแก้วนำแสงของเรานะคะ ก็จะใช้อุปกรณ์

159
00:10:32,251 --> 00:10:36,251
ที่ในการเชื่อมระหว่างอุปกรณ์

160
00:10:36,252 --> 00:10:40,252
อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ในการส่งข้อมูลของเรา ซึ่งปัจจุบันนี่

161
00:10:40,252 --> 00:10:44,252
ก็จะค่อนข้างถูกนำมาใช้งานค่อนข้างเยอะนะคะ แล้วก็ราคาค่อนข้างถูกลง

162
00:10:44,255 --> 00:10:48,255
นะคะ ณ ปัจจุบัน

163
00:10:48,258 --> 00:10:52,258
อินเทอร์เน็ตที่ติดตั้งภายในหอพัก

164
00:10:52,259 --> 00:10:56,259
หรือว่าในตามครัวเรือนนี่ ก็จะเป็นแบบ

165
00:10:56,260 --> 00:11:00,260
เคเบิลใยแก้วนำแสงเพิ่มมากขึ้น เพราะว่า

166
00:11:00,261 --> 00:11:04,261
รูปแบบนะคะ ในการจัดส่งข้อมูลนี่ มีประสิทธิภาพมาก

167
00:11:04,262 --> 00:11:08,262
ขึ้นก็เลยนิยมปรับมาใช้ อุปกรณ์

168
00:11:08,263 --> 00:11:12,263
ในการใช้ในการเชื่อมต่อ

169
00:11:12,264 --> 00:11:16,264
หรือว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ตัวระบบมีราคาค่อนข้างถูกลง

170
00:11:16,265 --> 00:11:20,265
นั่นเองนะคะ ถัดมา

171
00:11:20,269 --> 00:11:24,269
ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEEE 802

172
00:11:24,272 --> 00:11:28,272
.9 นะคะ ก็จะเป็นการรวม

173
00:11:28,273 --> 00:11:32,273
เทคโนโลยีของการส่งข้อมูลนะคะ ของตัว ISDN

174
00:11:32,274 --> 00:11:36,274
นะคะ แล้วก็เทคโนโลยีเครือข่ายนะคะ

175
00:11:36,274 --> 00:11:40,274
ตัวระบบเครือข่าย

176
00:11:40,276 --> 00:11:44,276
ใช้งานอินเทอร์เน็ตนะคะ ที่เราใช้สาย

177
00:11:44,278 --> 00:11:48,278
ณ ปัจจุบันนั่นเองนะคะ เดี๋ยวมาดูว่าการรวมเทคโนโลยีแบบนี้นี่

178
00:11:48,279 --> 00:11:52,279
เขามีการเชื่อมต่ออย่างไรนั่นเองนะคะ

179
00:11:52,280 --> 00:11:56,280
ถัดมานะคะ ก็จะเป็น

180
00:11:56,281 --> 00:12:00,281
มาตรฐาน IEEE 802.10 นะคะ ก็จะเป็น

181
00:12:00,282 --> 00:12:04,282
การรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่ายนะคะ

182
00:12:04,283 --> 00:12:08,283
อย่างเราใช้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เหมือนตอนนี้นะ

183
00:12:08,286 --> 00:12:12,286
ใช้ของตัวเครือข่ายมหาลัยอาจจะ Connect

184
00:12:12,287 --> 00:12:16,287
เข้าสู่ตัว SNLU Connect

185
00:12:16,288 --> 00:12:20,288
User name Connect ของเราเข้าเครือข่าย

186
00:12:20,289 --> 00:12:24,289
นะคะ ก็ตัวมาตรฐานตัวนี้ ก็จะมา

187
00:12:24,290 --> 00:12:28,290
เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน

188
00:12:28,292 --> 00:12:32,292
นะคะว่า ตัวระบบเครือข่ายที่เราใช้

189
00:12:32,293 --> 00:12:36,293
จะค่อนข้างมีความปลอดภัยในตัวระบบเครือข่าย ไม่มีการ

190
00:12:36,294 --> 00:12:40,294
ที่เราใช้งานอยู่นี่ เกิดการรั่วไหล หรือว่าให้ผู้อื่น

191
00:12:40,295 --> 00:12:44,295
ดึงข้อมูลของเราไปได้ อันนี้ก็จะเป็นระบบการรักษาความปลอดภัย

192
00:12:44,298 --> 00:12:48,298
ของตัวระบบเครือข่ายนั้นเอง

193
00:12:48,300 --> 00:12:52,300
ถัดมาก็จะเป็น

194
00:12:52,301 --> 00:12:56,301
มาตรฐานของเทคโนโลยี

195
00:12:56,303 --> 00:13:00,303
นะคะ สำหรับ Wireless Lan ก็คือ

196
00:13:00,303 --> 00:13:04,303
ตัวระบบเครือข่ายของเราในมหาวิทยาลั

197
00:13:04,305 --> 00:13:08,305
ของเราในมหาวิทยาลัยก็จะมีรูปแบบการใช้สายและมีสายนะคะ ตัวรูปแบบ

198
00:13:08,306 --> 00:13:12,306
IEEE 802.11 ก็จะเป็นรูปแบบการให้บริการแบบ

199
00:13:12,307 --> 00:13:16,307
ไร้สายหรือกรณีที่นักศึกษาใช้มือถือ

200
00:13:16,308 --> 00:13:20,308
นะคะ และตอนนี้อยู่ หรือจะเป็น Tablet นะคะ

201
00:13:20,309 --> 00:13:24,309
อุปกรณ์นะคะ ที่เป็นรูปแบบไร้สายมา

202
00:13:24,310 --> 00:13:28,310
ทำการเชื่อมต่อนะคะ กับตัวระบบเครือข่ายนะคะ ตัวนี้

203
00:13:28,311 --> 00:13:32,311
จะเป็นมาตรฐานที่มาควบคุมดูการแบบไร้สาย

204
00:13:32,312 --> 00:13:36,312
นั่นเองนะคะ ถัดมา

205
00:13:36,313 --> 00:13:40,313
มาตรฐาน 802.12 นะคะ ก็จะเป็น

206
00:13:40,315 --> 00:13:44,315
การจัดลำดับนะคะ ในการเข้าไป

207
00:13:44,316 --> 00:13:48,316
ใช้งานของตัวระบบเครือข่ายนั่นเองนะคะ ความสำคัญ

208
00:13:48,316 --> 00:13:52,316
นะคะ ว่าใครจะมีความสำคัญ

209
00:13:52,318 --> 00:13:56,318
มากที่สุดในการใช้งานตัวระบบเครือข่าย

210
00:13:56,319 --> 00:14:00,319
นะคะ ว่าใครจะมีความสำคัญนั่นเองนะคะ

211
00:14:00,321 --> 00:14:04,321
ตามลำดับนะคะ ความต้องการใช้งาน

212
00:14:04,337 --> 00:14:08,337
ถัดมามาตรฐาน IEEE 802.14

213
00:14:08,338 --> 00:14:12,338
ก็จะเป็นลักษณะการเชื่อมต่อของมาตรฐานของตัวโมเด็ม

214
00:14:12,339 --> 00:14:16,339
ก็จะเป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างถูกใช้งาน

215
00:14:16,340 --> 00:14:20,340
มาตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่ากรณีที่เราจะส่งสัญญาณ

216
00:14:20,341 --> 00:14:24,341
นะคะ ระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

217
00:14:24,341 --> 00:14:28,341
ระหว่างอุปกรณ์ 2 ตัวนี่สามารถทำการเชื่อมต่อและส่งข้อมูล

218
00:14:28,344 --> 00:14:32,344
ได้อย่างไรนะคะ แล้วก็มาดูการใช้งานรูปแบบ Modem

219
00:14:32,346 --> 00:14:36,346
ก็จะเป็นการแรกเริ่มในการเชื่อมต่อ ใน

220
00:14:36,348 --> 00:14:40,348
การส่งข้อมูลนั่นเอง

221
00:14:40,349 --> 00:14:44,349
ถัดมามาตรฐาน IEEE 802.5 นะคะ ก็จะเป็น

222
00:14:44,350 --> 00:14:48,350
มาตรฐานที่ใช้กำหนดพื้นที่ของตัวเครือข่าย

223
00:14:48,351 --> 00:14:52,351
ไร้สายส่วนบุคคลนั่นเองนะคะ

224
00:14:52,352 --> 00:14:56,352
ก็สามารถที่จะ

225
00:14:56,356 --> 00:15:00,356
กำหนดพื้นที่ให้บริการนั่นเอง สำหรับอุปกรณ์ไร้สายส่วนบุคคล

226
00:15:00,357 --> 00:15:04,357
นะคะ ว่าสามารถที่จะให้บริการถึงระดับตรงไหน

227
00:15:04,358 --> 00:15:08,358
แล้วก็มีการใช้งานอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ

228
00:15:08,359 --> 00:15:12,359
ถัดมามาตรฐาน

229
00:15:12,359 --> 00:15:16,359
802.16 นะคะ ก็จะเป็นการกำหนดมาตรฐาน

230
00:15:16,360 --> 00:15:20,360
ของตัวเชื่อมต่อ ในรูปแบบ Broadband หรือ

231
00:15:20,361 --> 00:15:24,361
ในรูปแบบไร้สายหรือจะเป็น WiMAX นั่นเองนะคะ

232
00:15:24,362 --> 00:15:28,362
กรณีให้บริการนะคะ

233
00:15:28,364 --> 00:15:32,364
ในรูปแบบไร้สายนะคะ

234
00:15:32,365 --> 00:15:36,365
อันนี้จะเพิ่มนะคะ ตัวการให้บริการขึ้นมานั่นเอง

235
00:15:36,366 --> 00:15:40,366

236
00:15:40,368 --> 00:15:44,368
คราวนี้จะขอ

237
00:15:44,371 --> 00:15:48,371
ยกตัวอย่างเอามาตรฐานที่นักศึกษาน่าจะใกล้ตัวมากที่สุด

238
00:15:48,373 --> 00:15:52,373
ตอนนี้นะ เราใช้งานอยู่นะคะ

239
00:15:52,374 --> 00:15:56,374
ก็จะมี Smart Phone ก็จะมีการเชื่อมต่อ

240
00:15:56,375 --> 00:16:00,375
ระบบอินเทอร์เน็ตได้นะ เข้ามหาวิทยาลัย

241
00:16:00,376 --> 00:16:04,376
ก็ทำการ Login เข้าสู่ระบบนะคะ ซึ่ง

242
00:16:04,377 --> 00:16:08,377
เราก็ใช้ตัวระบบไร้สาย

243
00:16:08,380 --> 00:16:12,380
เพื่อทำการเปิดนะคะ ตัว Wifi

244
00:16:12,381 --> 00:16:16,381
ขึ้นมาเชื่อมต่อกับระบบมหาวิทยาลัยแล้วก็

245
00:16:16,383 --> 00:16:20,383
Login มาใช้งานนั่นเอง ตัวมาตรฐานนี้จะเป็น 802.11

246
00:16:20,384 --> 00:16:24,384
ซึ่งจะมีตัวมาตรฐานหลาย

247
00:16:24,386 --> 00:16:28,386
รูปแบบนะคะ ก็คือมาตรฐานไร้สาย

248
00:16:28,387 --> 00:16:32,387
หลายตัวที่มาถูก

249
00:16:32,388 --> 00:16:36,388
นำมาใช้งานนั่นเองนะคะ ตัว

250
00:16:36,389 --> 00:16:40,389
802.11 ก็จะมีนะคะ มาตรฐานไร้สาย โดย

251
00:16:40,391 --> 00:16:44,391
กำหนดเป็นตัวเลขขึ้นมาแล้วก็ตามด้วยตัวอักษร

252
00:16:44,393 --> 00:16:48,393
ซึ่งเดี๋ยวเราก็จะมาดูว่า 802.11

253
00:16:48,394 --> 00:16:52,394
นะคะ .11 แล้วก็ตามด้วย a

254
00:16:52,395 --> 00:16:56,395
802.11 g

255
00:16:56,396 --> 00:17:00,396
802.11n แล้วก็ 802.11ac

256
00:17:00,399 --> 00:17:04,399
ac นี่ เขามีความแตกต่าง

257
00:17:04,401 --> 00:17:08,401
ในการให้บริการอย่างไร แล้วก็จะเป็นอุปกรณ์ที่ให้บริการ

258
00:17:08,402 --> 00:17:12,402
ในรูปแบบของไร้สายนะคะ ในการกำหนด

259
00:17:12,403 --> 00:17:16,403
มาตรฐานการให้บริการตรงนี้นั่นเองนะคะ

260
00:17:16,404 --> 00:17:20,404
ซึ่งส่วนมากอุปกรณ์นะคะ ที่สามารถ

261
00:17:20,405 --> 00:17:24,405
รองรับนะคะ เกี่ยวกับตัวอุปกรณ์ไร้สายก็จะมีสัญลักษณ์

262
00:17:24,406 --> 00:17:28,406
คล้าย ๆ นักศึกษาอาจจะเคยเห็น  ตามะวกกล่อง หรือ

263
00:17:28,407 --> 00:17:32,407
อุปกรณ์นะคะ หรือว่า

264
00:17:32,408 --> 00:17:36,408
บริษัทหรือว่าหน่วยงานที่ให้บริการ

265
00:17:36,410 --> 00:17:40,410
ในรูปแบบนี้นั่นเองนะคะ ก็จะมีสัญลักษณ์พวกนี้ขึ้นมา

266
00:17:40,412 --> 00:17:44,412
เดี๋ยวเรามาดูในสไลด์ถัดไป ก็จะเป็นตัว

267
00:17:44,412 --> 00:17:48,412
พูดถึงนะคะ ตัวมาตรฐาน

268
00:17:48,413 --> 00:17:52,413
802.11 ว่าเป็นรูปแบบมาตรฐาน

269
00:17:52,414 --> 00:17:56,414
ไร้สายนะคะ ตัวมาตรฐาน IEEE นะคะ ตัวไร้สาย

270
00:17:56,418 --> 00:18:00,418
ของเรานะคะ ก็อาจจะ

271
00:18:00,419 --> 00:18:04,419
เรียกนะคะ กันจนคุ้นชินอยู่แล้ว ในรูปแบบ

272
00:18:04,420 --> 00:18:08,420
ของตัว WIFI นะคะ

273
00:18:08,422 --> 00:18:12,422
Wi-Fi หรือในรูปแบบของตัว Wireless LAN

274
00:18:12,424 --> 00:18:16,424
ต้องการเชื่อมโยงนะคะ อุปกรณ์ไร้สายเข้ากับตัวระบบ

275
00:18:16,425 --> 00:18:20,425
อย่างไร อย่างเวลาต้องการคุยกับเพื่อน

276
00:18:20,425 --> 00:18:24,425
ที่ใช้สมาร์ตโฟนด้วยกัน อันนี้ก็ใช้

277
00:18:24,427 --> 00:18:28,427
รูปแบบเครือข่ายไร้สายเช่นเดียวกันในการส่งข้อมูล

278
00:18:28,428 --> 00:18:32,428
นะคะ ถูกไหมคะ

279
00:18:32,429 --> 00:18:36,429
ในปกติแล้วนี่

280
00:18:36,430 --> 00:18:40,430
เวลาเราใช้อุปกรณ์รูปแบบ

281
00:18:40,432 --> 00:18:44,432
ไร้สายนี่ 1 ที่นะคะ ก็จะมีตัวกลางที่เข้ามา

282
00:18:44,433 --> 00:18:48,433
เชื่อมต่อระหว่าง Smart phone ของเรา แล้วก็

283
00:18:48,434 --> 00:18:52,434
ของเพื่อนแล้วก็ต้องมีระบบเครือข่าย อุปกรณ์

284
00:18:52,434 --> 00:18:56,434
ระหว่างตัวสมาร์ตโฟนทั้ง 2 ตัว ก็จะเป็นแบบตัว Accee

285
00:18:56,436 --> 00:19:00,436
ตัว Access Point

286
00:19:00,437 --> 00:19:04,437
พื้นที่ในบริเวณไหนบ้างนั่นเองนะคะ

287
00:19:04,440 --> 00:19:08,440
อย่างตามตึกตามอาคารนะคะ

288
00:19:08,444 --> 00:19:12,444
มีติดตามห้องเรียน ยกตัวอย่างนะ ตัวห้องเรียนของเรา

289
00:19:12,445 --> 00:19:16,445
หรือว่าตามทางเดินนะคะ

290
00:19:16,446 --> 00:19:20,446
ก็คือการที่จะติด Access point

291
00:19:20,447 --> 00:19:24,447
การให้บริการด้วยว่า Access Point ตัวหนึ่งทำอย่างไร

292
00:19:24,448 --> 00:19:28,448
ให้ครอบคลุม ก็คือตามพื้นที่

293
00:19:28,453 --> 00:19:32,453
ที่ต้องการ แล้วก็จำนวนผู้ที่จะมาใช้งานนั่นเอง

294
00:19:32,454 --> 00:19:36,454
กรณีที่

295
00:19:36,454 --> 00:19:40,454
สมมติว่าพื้นที่ของอาคาร

296
00:19:40,457 --> 00:19:44,457
สมมติอาคาร

297
00:19:44,459 --> 00:19:48,459
อาคารไหนนะที่มีการใช้งานเยอะ ๆ อาคาร 10 ก็ได้

298
00:19:48,461 --> 00:19:52,461
ถ้ามีอาคาร 10 กรณีที่มีการใช้งานของบุคลากร

299
00:19:52,462 --> 00:19:56,462
รวมถึงนักศึกษาเข้าไปเรียนนี่ ค่อนข้างเยอะนะคะ

300
00:19:56,463 --> 00:20:00,463
ก็ต้องคำนวณแล้ว ว่าสามารถให้บริการ

301
00:20:00,464 --> 00:20:04,464
ผู้ใช้บริการจำนวนนี้นี่เพียงพอไหมต่อ

302
00:20:04,466 --> 00:20:08,466
Access Point ที่เรานำมาติดนะคะ แล้วก็ครอบคลุม

303
00:20:08,467 --> 00:20:12,467
ทุกพื้นที่ไหมนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการ

304
00:20:12,469 --> 00:20:16,469
คำนวณเพื่อจะได้ติดอุปกรณ์

305
00:20:16,469 --> 00:20:20,469
ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์มากที่สุดนะคะ Access Point

306
00:20:20,471 --> 00:20:24,471
ก็จะมีพื้นที่ให้บริการ รวมถึงจำนวนที่สามารถ

307
00:20:24,472 --> 00:20:28,472
Login เข้ามาใช้งานได้จำนวนกี่คน

308
00:20:28,475 --> 00:20:32,475
นะคะ เพราะว่าเราจะสังเกตได้

309
00:20:32,476 --> 00:20:36,476
ถ้าอยากเปรียบเทียบง่าย ๆ มองภาพง่าย ๆ

310
00:20:36,477 --> 00:20:40,477
กรณี เหมือนเวลาเราไปใช้งาน

311
00:20:40,478 --> 00:20:44,478
พวกตามที่มันมีเทศกาล คนเยอะ ๆ

312
00:20:44,478 --> 00:20:48,478
งานปีใหม่ หรือว่า

313
00:20:48,481 --> 00:20:52,481
ที่ผ่านมาใกล้ ๆ เราก็จะมีพวกอะไร ไหลเรือไฟ

314
00:20:52,481 --> 00:20:56,481
ถูกไหมคะ พวก...

315
00:20:56,483 --> 00:21:00,483
ไปดูพญานาคอะไรอย่างนี้ คนค่อนข้างเยอะ

316
00:21:00,484 --> 00:21:04,484
การใช้บริการตัวระบบเครือข่าย อันนี้มองภาพ

317
00:21:04,485 --> 00:21:08,485
ให้มันง่าย ๆ ที่สุด ก็คือมีระบบเครือข่ายแล้วมีโทรศัพท์เครื่องหนึ่งนะ เราใช้ระบบ

318
00:21:08,486 --> 00:21:12,486
อินเทอร์เน็ต บางทีอาจจะเกิดพัดหลงกับเพื่อน

319
00:21:12,486 --> 00:21:16,486
สื่อสารหรือต้องการหาข้อมูลอะไรอย่างนี้ ตัวเครือข่าย

320
00:21:16,488 --> 00:21:20,488
ตรงพื้นที่นั้นนี่ เขาก็ต้องหาอุปกรณ์

321
00:21:20,489 --> 00:21:24,489
มารองรับให้เพียงพอนั่นเองนะคะ ว่าสามารถ

322
00:21:24,490 --> 00:21:28,490
ให้บริการจำนวนคนที่เข้ามาใช้บริการตรงนี้ จำนวน

323
00:21:28,490 --> 00:21:32,490
กี่คน แน่นอนในเทศกาลหรือว่า

324
00:21:32,492 --> 00:21:36,492
มองภาพง่าย ๆ ที่ผ่านมา ก็คือการรับปริญญาของ

325
00:21:36,493 --> 00:21:40,493
ราชภัฏฯ ของเรานะ ก็จะมีคนค่อนข้างเยอะ การให้บริการตรงนี้ก็จะมีการ

326
00:21:40,493 --> 00:21:44,493
เพิ่ม การให้บริการแก่ผู้มาใช

327
00:21:44,494 --> 00:21:48,494
บริการนั่นเอง ก็จะเห็นว่าจะมี รถ

328
00:21:48,495 --> 00:21:52,495
หรือว่าลดเกี่ยวกับตัว

329
00:21:52,496 --> 00:21:56,496
เครือข่าย ASI True Dtac มาให้บริการ

330
00:21:56,497 --> 00:22:00,497
ในพื้นที่เดียวกัน อยู่ดี ๆ มารวมกัน

331
00:22:00,498 --> 00:22:04,498
สามารถที่จะเข้ามาใช้บริการได้

332
00:22:04,499 --> 00:22:08,499
ตัวระบบเครือข่ายล่ม การใช้บริการ

333
00:22:08,500 --> 00:22:12,500
ความเร็วที่จะให้บริการพร้อมกันนั่นเองนะคะ คล้าย Access Point ของเรา

334
00:22:12,501 --> 00:22:16,501
อันนั้นจะเป็นระบบเครือข่ายมือถือนะ Access Point

335
00:22:16,503 --> 00:22:20,503
ก็จะเป็นตัวการที่จะให้บริการมือถือ

336
00:22:20,504 --> 00:22:24,504
เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ ก็คืออาจจะเป็น

337
00:22:24,505 --> 00:22:28,505
รูปแบบไร้สายตามอุปกรณ์ที่เราจะมาเชื่อมต่อนั่นเองนะคะ

338
00:22:28,505 --> 00:22:32,505
เดี๋ยวย้อนกลับมา พูดไปถึงมือถือ แล้ว

339
00:22:32,507 --> 00:22:36,507
802.11 ของเราก็จะเป็นการกำหนด Access Point

340
00:22:36,508 --> 00:22:40,508
นะคะ ที่ใช้เชื่อม

341
00:22:40,509 --> 00:22:44,509
ตัวการระหว่างติดต่อรับส่งข้อมูลนะคะ

342
00:22:44,509 --> 00:22:48,509
ตัวนี้ ก็จะเป็นมาตฐานที่เข้ามานะคะ

343
00:22:48,511 --> 00:22:52,511
ดูแลนะคะ เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์

344
00:22:52,512 --> 00:22:56,512
รวมถึงการเข้าถึงของเทคโนโลยีด้วยนั่นเองนะคะ

345
00:22:56,514 --> 00:23:00,514
ว่าตัว Access Point ตัวนี้รองรับ

346
00:23:00,515 --> 00:23:04,515
การให้บริการนะคะ ในรูปแบบไหน เป็น Access Point ตัวเก่า

347
00:23:04,516 --> 00:23:08,516
หรือว่าตัวใหม่ก็มาเช็กว่าให้บริการ

348
00:23:08,517 --> 00:23:12,517
ที่เชื่อมต่อทั้งหมดได้นั่นเอง มันก็จะมีตัว

349
00:23:12,519 --> 00:23:16,519
ที่ต้องเข้ามาเช็กแล้วก็เชื่อมต่อนั่นเองนะคะ มาดูตัวแรกของเรา

350
00:23:16,521 --> 00:23:20,521
เกี่ยวกับตัวมาตรฐาน IEEE 802.11a

351
00:23:20,522 --> 00:23:24,522
นะคะ ตัวนี้ก็จะ

352
00:23:24,523 --> 00:23:28,523
ใช้ตัวเทคโนโลยี

353
00:23:28,524 --> 00:23:32,524
OFDM นะคะ ในการพัฒนานะคะ

354
00:23:32,525 --> 00:23:36,525
นะคะ การให้บริการไร้สารในการส่ง

355
00:23:36,526 --> 00:23:40,526
และก็รับข้อมูล โดยเริ่มต้นนี่

356
00:23:40,527 --> 00:23:44,527
ก็ถือว่าเป็นตัวมาตรฐานแรก ๆ นะคะ ที่ออกมา โดย

357
00:23:44,529 --> 00:23:48,529
ที่ความเร็วอยู่ที่ 54 Mbps ต่อวินาทีนะคะ

358
00:23:48,531 --> 00:23:52,531
โดยใช้ย่านคลื่นวิทยุที่ 5 กิกะเฮิรตซ์

359
00:23:52,532 --> 00:23:56,532
ตัวนี้ก็จะเป็น

360
00:23:56,533 --> 00:24:00,533
รูปแบบ OFDM ก็จะเป็นพวก

361
00:24:00,534 --> 00:24:04,534
ตัวดาวเทียมนะคะ ที่ในการส่ง

362
00:24:04,535 --> 00:24:08,535
ข้อมูลนะคะ ในรูปแบบไร้สาย ดาวเทียมของเรา

363
00:24:08,536 --> 00:24:12,536
ก็จะเป็นการรับส่งข้อมูลระหว่างภาคพื้น ส่งข้อมูล

364
00:24:12,537 --> 00:24:16,537
ก็จะเป็นภาพถ่ายทางอากาศ

365
00:24:16,538 --> 00:24:20,538
ธรนีวิทยา

366
00:24:20,539 --> 00:24:24,539
นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานตัวแรก ที่เริ่มเข้ามา

367
00:24:24,540 --> 00:24:28,540
ตัวมาตรฐาน 802.11

368
00:24:28,542 --> 00:24:32,542
a นี่ก็จะเป็น

369
00:24:32,543 --> 00:24:36,543
มาตรฐานที่เชื่อมต่อนะคะ แล้วก็รับส่งข้อมูล

370
00:24:36,544 --> 00:24:40,544
ในระยะ อาจจะไม่ค่อยไกลมากเท่าไรนะคะ อยู่ที่

371
00:24:40,545 --> 00:24:44,545
35 เมตรนะคะ ถ้าเป็นในตึกในอาคาร

372
00:24:44,547 --> 00:24:48,547
ก็สามารถอยู่ที่

373
00:24:48,547 --> 00:24:52,547
ระดับ 35 เมตรนั่นเองนะคะ กรณีที่เป็นที่โล่งแจ้งก็จะเพิ่มระยะทาง

374
00:24:52,550 --> 00:24:56,550
เป็น 120 เมตร นะคะ

375
00:24:56,551 --> 00:25:00,551
เนื่องจากเราเป็นเทคโนโลยีที่เกิดก่อน

376
00:25:00,552 --> 00:25:04,552
นะคะ แรก ๆ เลย ตัวนี้ก็จะ

377
00:25:04,554 --> 00:25:08,554
มีราคาค่อนข้างสูง ตอนแรกนะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ออกมาใหม่จะมีราคาค่อนข้างสูง

378
00:25:08,555 --> 00:25:12,555
นะคะ แล้วก็เนื่องจากนโยบาย ก็

379
00:25:12,556 --> 00:25:16,556
มีตัวมาตรฐานตัวอื่น ๆ นี่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ

380
00:25:16,558 --> 00:25:20,558
ตัวนี้ก็จะถูกการ...

381
00:25:20,559 --> 00:25:24,559
ความต้องการ หรือว่าความนิยมการใช้งานลดลงนะคะ

382
00:25:24,560 --> 00:25:28,560
หรืออาจจะมีตัวที่มาทดแทน ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติ

383
00:25:28,561 --> 00:25:32,561
ราคาก็จะถูก ถูกมานำใช้งานทดแทนไป

384
00:25:32,562 --> 00:25:36,562
นั่นเองนะคะ ซึ่ง

385
00:25:36,563 --> 00:25:40,563
เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่เกิดก่อนนะคะ มันไม่มีความสามารถที่

386
00:25:40,564 --> 00:25:44,564
ใช้งานกับตัวมาตรฐานตัวอื่น ๆ ได้ เช่น มาตรฐาน

387
00:25:44,565 --> 00:25:48,565
ตัว 802.11b แล้วก็ตัวมาตรฐาน 802

388
00:25:48,565 --> 00:25:52,565
.11g ด้วยนั่นเองนะคะ

389
00:25:52,567 --> 00:25:56,567
มาดูมาตรฐานตัวที่ 2 ของ 802.11b

390
00:25:56,568 --> 00:26:00,568
ตัวนี้ ก็ถูกสร้างขึ้น

391
00:26:00,569 --> 00:26:04,569
นะคะ พร้อม ๆ กันกับตัวมาตรฐาน 802.11a นั่นเอง

392
00:26:04,570 --> 00:26:08,570
นะคะ แล้วก็ใช้

393
00:26:08,571 --> 00:26:12,571
ในรูปแบบของเทคโนโลยีนะคะ ในการรับส่ง

394
00:26:12,572 --> 00:26:16,572
อยู่ที่ 11 Mbps ต่อวินาที

395
00:26:16,575 --> 00:26:20,575
อยู่ที่ 2.4 กิกะเฮิรตซ์ ตัวนี้ก็จะ

396
00:26:20,577 --> 00:26:24,577
ค่อนข้างเป็นที่นิยมในการ

397
00:26:24,578 --> 00:26:27,995
ใช้งานมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ

398
00:26:28,582 --> 00:26:32,582
เนื่องจากใช้ความถี่ต่ำนะคะ

399
00:26:32,583 --> 00:26:36,583
จึงทำให้การส่ง

400
00:26:36,584 --> 00:26:40,584
นะคะ ข้อมูลนะคะ

401
00:26:40,586 --> 00:26:44,586
ก็เพิ่มระยะทางมากขึ้น ก็คือครอบคลุมพื้นที่ เมื่อกี้

402
00:26:44,588 --> 00:26:48,588
อยู่ 35 ถูกไหมคะ อันนี้ก็เพิ่มขึ้นเป็น 38 เมตร

403
00:26:48,588 --> 00:26:52,588
ในโครงสร้างปิด อาจจะเป็นตึกเป็นอาคาร

404
00:26:52,590 --> 00:26:56,590
แล้วก็กรณีพื้นที่โล่งแจ้ง

405
00:26:56,590 --> 00:27:00,590
ก็เพิ่มระยะทางจาก 120 เป็น 140 เมตรนั่นเองนะคะ

406
00:27:00,592 --> 00:27:04,592
ตัว

407
00:27:04,595 --> 00:27:08,595
802.11b

408
00:27:08,595 --> 00:27:12,595
นี่ จะเป็นตัว

409
00:27:12,597 --> 00:27:16,597
กำหนดเครื่องหมายทางการค้าที่เป็น Wi-Fi ขึ้นมา

410
00:27:16,599 --> 00:27:20,599
ที่เราได้เรียน ณ ปัจจุบันนี่ ก็เริ่มจาก 802.11b

411
00:27:20,600 --> 00:27:24,600
นะคะ ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายของเรา

412
00:27:24,602 --> 00:27:28,602
นะคะ

413
00:27:28,602 --> 00:27:32,602
เมื่อกี้

414
00:27:32,604 --> 00:27:36,604
802.11a 802.11b

415
00:27:36,605 --> 00:27:40,605
แล้วก็ถัดมาก็จะเป็น IEEE 802

416
00:27:40,606 --> 00:27:44,606
.11e นั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็น

417
00:27:44,608 --> 00:27:48,608
มาตรฐานที่มารองรับเกี่ยวกับการใช้งานนะคะ

418
00:27:48,609 --> 00:27:52,609
รูปแบบเสียง ที่ไปกับตัว

419
00:27:52,610 --> 00:27:56,610
ระบบเครือข่ายของเราหรือตัว หรือ

420
00:27:56,612 --> 00:28:00,612
ที่เรียกว่า

421
00:28:00,613 --> 00:28:04,613
Voice Over IP นะคะ หรือ VOIP ของเรานั่นเองนะคะ

422
00:28:04,614 --> 00:28:08,614

423
00:28:08,615 --> 00:28:12,615
แต่แรก ๆ ของเรานี่ การเชื่อมต่ออุปกรณ์

424
00:28:12,616 --> 00:28:16,616
ข้อมูลระหว่างอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นระหว

425
00:28:16,617 --> 00:28:20,617
เริ่มแรกเราก็จะส่งแค่ข้อมูลนะคะ

426
00:28:20,618 --> 00:28:24,618
คราวนี้ก็มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ก็มีการ

427
00:28:24,619 --> 00:28:28,619
ส่งในรูปแบบของเสียงเข้าไปได้

428
00:28:28,621 --> 00:28:32,621
นะคะ

429
00:28:32,623 --> 00:28:36,623
คราวนี้การส่งข้อมูลระหว่างเสียงกับข้อมูล

430
00:28:36,624 --> 00:28:40,624
ค่อนข้างแตกต่างกัน ถูกไหมคะ ถ้าเป็นรูปแบบ

431
00:28:40,626 --> 00:28:44,626
ของข้อมูลนี่ มันก็จะสามารถที่จะ

432
00:28:44,627 --> 00:28:48,627
ส่งข้อมูลนะคะ ค่อนข้างที่

433
00:28:48,627 --> 00:28:52,627
จะง่ายมากกว่าเสียง เพราะเสียงถ้าส่งไปรูปแบบไม่พร้อมกัน หรือว่า

434
00:28:52,629 --> 00:28:56,629
ไปถึงปลายทาง แล้วไม่สามารถรับเป็นสารที่ไม่สามารสื่อสาร

435
00:28:56,631 --> 00:29:00,631
ระหว่างปลายทางได้มันก็ค่อนข้างที่จะมีปัญหา

436
00:29:00,632 --> 00:29:04,632
นะคะ การส่งเสียงนะคะ ระหว่างต้นทาง

437
00:29:04,633 --> 00:29:08,633
กับปลายทางเพื่อให้คุณมีคุณภาพต้องมีการวัดคุณภาพ

438
00:29:08,634 --> 00:29:12,634
การให้บริการตรงนี้ ก็จะเป็น Quality of Service นั่นเอง

439
00:29:12,635 --> 00:29:16,635
ว่าเวลาเราส่งข้อมูลที่เป็นเสียง ระหว่างต้นทาง

440
00:29:16,635 --> 00:29:20,635
กับปลายทาง เราจะทำอย่างไรให้ปลายทางรับได้หมด แล้วก็

441
00:29:20,637 --> 00:29:24,637
ฟังแล้วก็สื่อสารได้รู้เรื่อง เวลาเราคุยโทรศัพท์ เสียง

442
00:29:24,638 --> 00:29:28,638
เป็นแบบ ขาด ๆ หาย ๆ อย่างนั้น ก้

443
00:29:28,639 --> 00:29:32,639
การรับข้อมูลอาจจะเกิดการผิดพลาดได้ การตรวจ

444
00:29:32,640 --> 00:29:36,640
คุณสมบัตินะคะ ก็จะเป้น Q

445
00:29:36,642 --> 00:29:40,642
ที่จะมาตรวจคุณสมบัติการให้บริการตรงนี้นั่นเองนะคะ

446
00:29:40,643 --> 00:29:44,643
ถัดมา

447
00:29:44,644 --> 00:29:48,644
มาตรฐาน IEEE 802.11f

448
00:29:48,646 --> 00:29:52,646
นะคะ ก็จะมา

449
00:29:52,648 --> 00:29:56,648
เป็นมาตรฐานที่ใช้ในการ

450
00:29:56,650 --> 00:30:00,650
จัดการกับผู้ใช้งาน ที่ใช้

451
00:30:00,651 --> 00:30:04,651
อุปกรณ์ข้ามเขตนะคะ หรือการใช้

452
00:30:04,652 --> 00:30:08,652
จาก Access Point หนึ่ง ไปอีก Access Point หนึ่งนะคะ

453
00:30:08,653 --> 00:30:12,653
หรือในรูปแบบ Roming ระหว่างกัน

454
00:30:12,654 --> 00:30:16,654
การ Roamming ก็คือการย้าย

455
00:30:16,655 --> 00:30:20,655
ตัว Access point หนึ่ง ไป Access Point

456
00:30:20,657 --> 00:30:24,657
ถ้าจะมองภาพให้ง่าย ๆ ก็คือ

457
00:30:24,659 --> 00:30:28,659
เหมือนเราย้าย ขับรถนะคะ

458
00:30:28,660 --> 00:30:32,660
แล้วใช้โทรศัพท์คุยไประหว่างทาง จากพื้นที่อำเภอ

459
00:30:32,663 --> 00:30:36,663
หนึ่งไปอีกอำเภอหนึ่ง หรือจากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง

460
00:30:36,667 --> 00:30:40,667
ตัวสัญญาณนี่ มันก็จะถูก

461
00:30:40,668 --> 00:30:44,668
ย้ายไปเกาะการให้บริการตัว Access Point

462
00:30:44,668 --> 00:30:48,668
ที่มีกำลัง หรือว่าเข้าสู่พื้นที่

463
00:30:48,669 --> 00:30:52,669
นั้นนั่น...

464
00:30:52,670 --> 00:30:56,670
รายละเอียด

465
00:30:56,672 --> 00:31:00,067

466
00:31:00,673 --> 00:31:04,673
ถัดมา ตัวมาตรา IEEE

467
00:31:04,674 --> 00:31:08,674
802.11g ก็จะเป็นมาตรฐานนะคะ ที่

468
00:31:08,677 --> 00:31:12,677
มารองรับนะคะ คลื่นความถี่

469
00:31:12,678 --> 00:31:16,678
พูดง่าย ๆ ก็คือมันพัฒนานะคะ

470
00:31:16,679 --> 00:31:20,679
มาจากตัวมาตรฐาน .11 b

471
00:31:20,680 --> 00:31:24,680
เริ่มแรกก็ b ก็รู้จัก Wifi ขึ้นมา

472
00:31:24,681 --> 00:31:28,681
ก็จะพัฒนาให้มันดีขึ้น

473
00:31:28,682 --> 00:31:32,682
ทำอย่างไรมันส่งข้อมูลได้เยอะ และมีระยะทางที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะ

474
00:31:32,683 --> 00:31:36,683
เขาก็จะเพิ่มนะคะ การส่งข้อมูลเป็น

475
00:31:36,684 --> 00:31:40,684
84 Mbps หรือให้มันมากขึ้นกว่าเดิม

476
00:31:40,685 --> 00:31:44,685

477
00:31:44,686 --> 00:31:48,686
แล้วก็สามารถที่จะส่งนะคะ โดยเทคโนโลยีนะคะ

478
00:31:48,689 --> 00:31:52,689
ในรูปแบบกับมาตรฐาน

479
00:31:52,690 --> 00:31:56,690
802.11a นั่นเอง แล้วก็สามารถ

480
00:31:56,691 --> 00:32:00,691
ใช้งานร่วมกับมาตรฐานตัวเดิมได้

481
00:32:00,692 --> 00:32:04,692
นะคะ ตัวนี้เนื่องจากเรา

482
00:32:04,692 --> 00:32:08,692
เป็นคลื่นความถี่นะคะ ที่เป็น

483
00:32:08,693 --> 00:32:12,693
คลื่นความถี่สาธารณะ ดังนั่นคลื่นรบกวน

484
00:32:12,694 --> 00:32:16,694
ก็จะเกิดขึ้นนะคะ

485
00:32:16,695 --> 00:32:20,695
ในการใช้ตัวคลื่นความถี่พวกนี้นั่นเอง

486
00:32:20,697 --> 00:32:24,697
ถัดมา มาตรฐาน

487
00:32:24,698 --> 00:32:28,698
นะคะ เครือข่ายการใช้งาน

488
00:32:28,700 --> 00:32:32,700
ย่านความถี่ 5 G

489
00:32:32,704 --> 00:32:36,704
5 GHz นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ในบ้านเรา

490
00:32:36,705 --> 00:32:40,705
ก็จะเป็นพวกต่างประเทศนะคะ ในโซนยุโรป

491
00:32:40,709 --> 00:32:44,709
ประเทศก็จะมีคลื่นความที่ในการใช้งานค่อนข้างแตกต่างกันนั่นเอง

492
00:32:44,710 --> 00:32:48,710
นะคะ ถัดมา

493
00:32:48,713 --> 00:32:52,713
มาตรฐานนะคะ

494
00:32:52,715 --> 00:32:56,715
802.11i นะคะ ก็จะเป็นมาตรา

495
00:32:56,716 --> 00:33:00,716
การรักษาความปลอดภัยนะคะ ไร้สายนะคะ

496
00:33:00,718 --> 00:33:04,718

497
00:33:04,718 --> 00:33:08,718
ของตัวมาตรฐานตัวนี้ก็จะมีรูปแบบ

498
00:33:08,719 --> 00:33:12,719
ของปัญหาที่เกิดขึ้นมานะคะ

499
00:33:12,720 --> 00:33:16,720
ตัวนี้ก็จะมาเพิ่มความปลอดภัยใน

500
00:33:16,721 --> 00:33:20,721
การสื่อสารนะคะ ของตัวมาตรฐาน 802.11i นะคะ

501
00:33:20,722 --> 00:33:24,722
โดยใช้นะคะ เทคนิคนะคะ

502
00:33:24,722 --> 00:33:28,722
ของ AES หรือว่า Advanced Encryption Standard

503
00:33:28,724 --> 00:33:32,724
แต่ก่อนนี่ก็จะเป็น

504
00:33:32,725 --> 00:33:36,725
ในรูปแบบของตัวเข้ารหัส เทคโนโลยี

505
00:33:36,726 --> 00:33:40,726
แบบการส่งข้อมูลนะคะ อาจจะมีช่องโหว่

506
00:33:40,727 --> 00:33:44,727
ทำให้เกิดข้อมูลรั่วไหล หรือว่าการส่งข้อมูลไปนี่

507
00:33:44,730 --> 00:33:48,730
สามารถที่จะมาดึงข้อมูลระหว่างทางตัวนี้

508
00:33:48,732 --> 00:33:52,732
ออกไปได้ มันก็จะมาช่วยนะคะ

509
00:33:52,734 --> 00:33:56,734
รักษาความปลอดภัยในการส่งข้อมูลของเรานั่นเอง

510
00:33:56,735 --> 00:34:00,735
ตัวนี้ ก็จะเป็นมาตรฐานของ 802

511
00:34:00,736 --> 00:34:04,736
.11 นะคะ ก็แล้วตามด้วยตัวอักษร

512
00:34:04,738 --> 00:34:08,738
ซึ่งแต่ละตัว ก็จะมี

513
00:34:08,739 --> 00:34:12,739
รูปแบบนะคะ การใช้งานที่ยิบย่อยลงไปว่าแต่ละมาตรฐานนี่

514
00:34:12,740 --> 00:34:16,740
ใช้ทำอะไรบ้าง

515
00:34:16,742 --> 00:34:20,742
นะคะ แล้วก็ดูแลความปลอดภัย หรือว่าการให้บริการ

516
00:34:20,742 --> 00:34:24,742
นะคะ ของตัวมาตรฐาน 802

517
00:34:24,743 --> 00:34:28,743
.11 นั่นเอง ถัดมา

518
00:34:28,744 --> 00:34:32,744
ก็จะเป็นมาตรฐาน 802.11k นะคะ

519
00:34:32,745 --> 00:34:36,745
อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่จัการ

520
00:34:36,746 --> 00:34:40,746
นะคะ เกี่ยวกับการทำงานของระบบเครือข่าย

521
00:34:40,747 --> 00:34:44,295
ไม่ว่าจะเป็

522
00:34:44,747 --> 00:34:48,747
การ Roamming นะคะ รวมถึงการควบคุม

523
00:34:48,751 --> 00:34:52,751
กำลังส่งนะคะ ว่าทำอย่างไรนี่ให้เหมาะสม

524
00:34:52,752 --> 00:34:56,752
นะคะ ในการส่งข้อมูลระหว่างกัน

525
00:34:56,753 --> 00:35:00,753
นะคะ หรือนะคะ การหารัศมี

526
00:35:00,754 --> 00:35:04,754
นะคะ หรือหาตัว

527
00:35:04,756 --> 00:35:08,756
ส่งข้อมูลนะคะ ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการส่งนะคะ

528
00:35:08,757 --> 00:35:12,757
เพื่อสามารถ

529
00:35:12,760 --> 00:35:16,760
จัดการนะคะ ของตัว Client

530
00:35:16,761 --> 00:35:20,761
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานการจัดการการทำงานของ

531
00:35:20,764 --> 00:35:24,764
เครือข่ายไร้สายนะคะ ในรูปแบบมาตรฐาน IEEE

532
00:35:24,765 --> 00:35:28,765
802.11k นั่นเอง

533
00:35:28,766 --> 00:35:32,766
มันก็จะมีมาตรฐาน 802.11 นี่

534
00:35:32,767 --> 00:35:36,767
ค่อนข้างเยอะ แล้วก็มีตัวอักษรค่อนข้างเยอะเช่นเดียวกัน

535
00:35:36,768 --> 00:35:40,768
นะคะ แต่เราส่องไปเรื่อย ๆ แล้วกันนะ ก็จะมี

536
00:35:40,769 --> 00:35:44,769
ประมาณนี้นะคะ ของตัวมาตรฐาน 802.11

537
00:35:44,770 --> 00:35:48,770
ถัดมามาตรฐาน 802.1x

538
00:35:48,772 --> 00:35:52,772
นะคะ

539
00:35:52,773 --> 00:35:56,773
ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกันนะคะ

540
00:35:56,775 --> 00:36:00,775
โดยการตรวบจสอบสิทธิ์

541
00:36:00,777 --> 00:36:04,070
ในการใช้งานนะคะ

542
00:36:04,778 --> 00:36:08,778
ตรวจสอบความปลอดภัยนะคะ ที่จะเข้ามาความปลอดภัยของการ

543
00:36:08,779 --> 00:36:12,779
ใช้งานของตัว Server นั่นเองนะ คะ

544
00:36:12,779 --> 00:36:16,779
ฟังเป็นแบบคร่าว ๆ ไปก่อนนะคะ เพราะแต่ละตัว

545
00:36:16,781 --> 00:36:20,781
จะค่อนข้างละเอียดนิดหนึ่งนะ แล้วก็

546
00:36:20,781 --> 00:36:24,781
มาตรฐาน 802.11n

547
00:36:24,783 --> 00:36:28,783
ตัวนี้ก็จะเป็น

548
00:36:28,784 --> 00:36:32,784
มาตรฐานค่อนข้างใหม่นะคะ ที่

549
00:36:32,785 --> 00:36:36,785
มาทดแทนตัวมาตรฐานตัวเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน 802.11a

550
00:36:36,786 --> 00:36:40,786
802.11 b แล้วก็

551
00:36:40,788 --> 00:36:44,788
802.11g นะคะ ตัวนี้ก็จะค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

552
00:36:44,788 --> 00:36:48,788
ที่มากขึ้น ใช้กำลังในการส่งน้อย ใช้

553
00:36:48,789 --> 00:36:52,789
พื้นที่ในระยะที่ไกลมากขึ้นและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ

554
00:36:52,791 --> 00:36:56,791
อย่างที่บอกไป ว่าความเร็วนี่ มันก็จะเพิ่มขึ้น

555
00:36:56,793 --> 00:37:00,793
นะคะ เป็น 300 Mbps อย่างที่บอก

556
00:37:00,794 --> 00:37:04,794
กำลังส่งมากขึ้น รองรับพื้นที่ได้มากขึ้น

557
00:37:04,795 --> 00:37:08,795
นั่นเองนะคะ จะเห็นว่าตัว Wi-Fi

558
00:37:08,796 --> 00:37:12,796
802.11n นี่ ความเร็วในการส่งข้อมูลค่อนข้างเยอะ

559
00:37:12,797 --> 00:37:16,797
หรือจะมากกว่าการใช้สาย

560
00:37:16,798 --> 00:37:20,798
ที่เราใช้อยู่ ณ ปัจจุบันของเรานะคะ

561
00:37:20,799 --> 00:37:24,799
ตัวนี้ เราก็สามารถ

562
00:37:24,800 --> 00:37:28,800
ใช้คลื่นความถี่นะคะ ก็คือสามารถใช้รองรับกับ

563
00:37:28,800 --> 00:37:32,800
อุปกรณ์เก่า ๆ ไม่ว่าจะเป็นความถี่ที่เป็น 802

564
00:37:32,802 --> 00:37:36,802
ที่เป็นมาตรฐาน 24 GHz

565
00:37:36,803 --> 00:37:40,803
แล้วก็ที่ 5 GHz เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ ไม่ว่าจะเป็น

566
00:37:40,806 --> 00:37:44,806
ย่านความถี่ไหน ก็สามารถมาใช้บริการ 802.11 n ได้

567
00:37:44,808 --> 00:37:48,808
นั่นเองนะคะ พูดง่าย ๆ เข้าพัฒนาเพื่อที่จะรองรับอุปกรณ์

568
00:37:48,809 --> 00:37:52,809
ตัวเก่าก็สามารถใช้ด้วยกันได้ แล้วก็

569
00:37:52,810 --> 00:37:56,810
ส่งในข้อมูลในปริมาณที่มากขึ้นนะคะ ระยะเวลาที่น้อยลง แล้วก็

570
00:37:56,811 --> 00:38:00,811
พื้นที่ หรือว่าระยะทางในการส่งข้อมูลค่อนข้างไกลมากยิ่งขึ้น

571
00:38:00,813 --> 00:38:04,813
นั่นเองนะคะ

572
00:38:04,814 --> 00:38:08,814
คราวนี้จาก

573
00:38:08,815 --> 00:38:12,815
802.11n คิดว่าเป็นล่าสุดแล้ว แต่ตอนนี้มีการพัฒนา

574
00:38:12,816 --> 00:38:16,816
ที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะ เพื่อให้มีคุณสมบัติ

575
00:38:16,817 --> 00:38:20,817
ที่ดีขึ้นนะคะ ก็สามารถ

576
00:38:20,818 --> 00:38:24,818
ส่งความเร็วของข้อมูลได้ถึง

577
00:38:24,819 --> 00:38:28,819
Gb นั่นเอง รองรับผู้ใช้

578
00:38:28,820 --> 00:38:32,820
ต่อ Access Point มากขึ้น อย่างที่บอกว่า ตัว Access Point 1 ตัว

579
00:38:32,821 --> 00:38:36,821
ก็สามารถรองรับจำนวนผู้ใช้บริการ

580
00:38:36,822 --> 00:38:40,822
นะคะ จากแต่ก่อน 10 คนอาจจะเพิ่มเป็น

581
00:38:40,824 --> 00:38:44,824
100 หรือแล้วแต่ว่าความสามารถของตัว Access Point ตัวนี้

582
00:38:44,825 --> 00:38:48,825
สามารถที่จะให้บริการนะคะ ของผู้เข้ามาใช้บริการได้

583
00:38:48,826 --> 00:38:52,826
พร้อมกันได้จำนวนเท่าไรนั่นเอง ใช้พร้อมกัน

584
00:38:52,827 --> 00:38:56,827
มากขึ้น ระบบก็ต้องเสถียร ไม่ใช่ว่า

585
00:38:56,829 --> 00:39:00,829
ใช้มาพร้อมกันแล้วเกิดระบบล่มนั่นเองนะคะ

586
00:39:00,831 --> 00:39:04,831
คราวนี้ เดี๋ยวเรา

587
00:39:04,832 --> 00:39:08,832
จะมาดูรูปภาพตัวนี้นิดหนึ่งนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็น

588
00:39:08,833 --> 00:39:12,833
ลักษณะตัวโมเดลนะคะ

589
00:39:12,834 --> 00:39:16,834
ที่ใช้ในการสื่อสารในตัว

590
00:39:16,834 --> 00:39:20,834
ระบบเครือข่ายของเรา โดยจะเป็นการเปรียบเทียบ

591
00:39:20,836 --> 00:39:24,836
OSI Model กับตัว TCP/IP นะคะ

592
00:39:24,837 --> 00:39:28,837
ตัวนี้

593
00:39:28,838 --> 00:39:32,838
น่าจะเคยเรียนกันมาบ้างแล้ว แต่อาจารย์ขอเอามาเปรียบเทียบ

594
00:39:32,839 --> 00:39:36,839
แล้วกันนะคะ ตัว OSI Model

595
00:39:36,842 --> 00:39:40,842
ตัวนี้นะ ก็จะเห็นว่ามันจะมี

596
00:39:40,843 --> 00:39:44,843
ทั้งหมด 7 Layer ก็คือ

597
00:39:44,844 --> 00:39:48,844
7 ชั้นนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นการส่งข้อมูลระหว่างกัน

598
00:39:48,845 --> 00:39:52,845
นะคะ ว่าแต่ละ Layer เขาส่งข้อมูลอะไรบ้าง

599
00:39:52,845 --> 00:39:56,845
ถัดมามาดูที่ TCP/IP

600
00:39:56,849 --> 00:40:00,849
ของเรา ตัวนี้ก็จะเป็นรูปแบบการส่งข้อมูล

601
00:40:00,852 --> 00:40:04,852
เช่นเดียวกันนะคะ แต่ว่าโมเดลมันก็จะแตกต่างกัน

602
00:40:04,852 --> 00:40:08,852
แต่ว่าสามารถดูได้ ว่าแต่ละ

603
00:40:08,854 --> 00:40:12,854
ชั้นนะคะของตัว Model นี่

604
00:40:12,855 --> 00:40:16,855
เขาเปรียบเทียบกับตัวโมเดล

605
00:40:16,856 --> 00:40:20,856
OSI ตัว TCP นี่ ตัวไหนเปรียบเทียบเป็นชั้นชนิดเดียวกันนั่นเอง

606
00:40:20,857 --> 00:40:24,857

607
00:40:24,860 --> 00:40:28,860
สมมตินะคะตัวระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการเชื่อมต่อ

608
00:40:28,862 --> 00:40:32,862
ระบบอินเทอร์เน็ตนะ ตัว OSI

609
00:40:32,863 --> 00:40:36,863
ก็จะมีตัวเริ่มตั้งแต่ Physical

610
00:40:36,864 --> 00:40:40,864
ที่เรามาเชื่อมต่อนะคะ การส่งข้อมูล

611
00:40:40,865 --> 00:40:44,865
ที่จะเชื่อมมา Physical

612
00:40:44,866 --> 00:40:48,866
แล้วก็เป็น Link นะคะ

613
00:40:48,867 --> 00:40:52,867
มันก็จะไล่ไปเรื่อย ๆ อันนี้จะเป็นแบบคร่าว ๆ ก็

614
00:40:52,868 --> 00:40:56,868
ขอให้นักศึกษามองภาพออกนั่นเอง ในการส่งข้อมูลนะคะ

615
00:40:56,870 --> 00:41:00,870
ถ้าเป็น TCP/IP ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของเรา

616
00:41:00,871 --> 00:41:04,871
Network Interface ของเรา

617
00:41:04,872 --> 00:41:08,872
นะคะ เดี๋ยวเราก็จะมาท่องตัว OSI Model ของเรา

618
00:41:08,875 --> 00:41:12,875
นะคะ มันก็จะมี Physical layer Datalink layer

619
00:41:12,876 --> 00:41:16,876
นะคะ NETWORK Layer

620
00:41:16,880 --> 00:41:20,880
มันจะมีทั้งหมด

621
00:41:20,881 --> 00:41:24,881
7 ชั้นนะ แล้วก็มี Transport layer session layer

622
00:41:24,881 --> 00:41:28,881
แล้วก็ Application layer ก็จะมี 7 ชั้น ตรงนี้

623
00:41:28,882 --> 00:41:32,882
ซึ่งเวลาเราท่องจำตัว

624
00:41:32,885 --> 00:41:36,885
ชั้นนะคะ ของตัว OSI โมเดลของเรา

625
00:41:36,887 --> 00:41:40,887
ก็จะใช้ตัวแรกในการท่องจำนะคะ ก็คือ

626
00:41:40,888 --> 00:41:44,888
ถ้าเป็น

627
00:41:44,890 --> 00:41:48,890
การท่องจำก็จะเป็นตัวอักษรตัวแรก ก็จะเป็น

628
00:41:48,891 --> 00:41:52,891
PDNT

629
00:41:52,894 --> 00:41:56,894
SPA นะคะ อาจารย์ก็ท่องว่าไปดื่มน้ำที่สปา

630
00:41:56,895 --> 00:42:00,895
ไล่ลำดับของชั้น layte

631
00:42:00,896 --> 00:42:04,896
นะคะ และก็ไล่ไปเรื่อย ๆ นะคะ

632
00:42:04,898 --> 00:42:08,898

633
00:42:08,900 --> 00:42:12,900
คราวนี้นะคะ ฝั่งนี้ของ TCP/IP Model

634
00:42:12,902 --> 00:42:16,902
มีจำนวนชั้น ค่อนข้างน้อยกว่าตัว OSI Model

635
00:42:16,903 --> 00:42:20,903
โมเดลของเรานะคะ อันนี้ก็จะ

636
00:42:20,906 --> 00:42:24,906
ง่ายขึ้นนะคะ ก็จะมี Network

637
00:42:24,907 --> 00:42:28,907
Interface Internet layer Transport

638
00:42:28,908 --> 00:42:32,908
จะเห็นว่าถ้าเปรียบเทียบระหว่าง

639
00:42:32,909 --> 00:42:36,909
ตัว OSI Model กับตัว TCP/IP Model

640
00:42:36,910 --> 00:42:40,910
รูปภาพตัวนี้ ก็จะเห็นว่า

641
00:42:40,912 --> 00:42:44,912
Network interface layer จะเป็นการรวมกัน 2 ชั้น

642
00:42:44,913 --> 00:42:48,913
ของตัว OSI Model นั่นเอง ก็จะเป็น Physical

643
00:42:48,913 --> 00:42:52,913
นะคะ ก็จะเป็น Network

644
00:42:52,914 --> 00:42:56,914
Interface นะคะ ถัดมา

645
00:42:56,919 --> 00:43:00,919
ของ TCP/IP Model ก็จะเป็นอินเทอร์เน็ต

646
00:43:00,919 --> 00:43:04,919
เช่นเดียวกัน ในการส่งข้อมูลนะ

647
00:43:04,921 --> 00:43:08,921
ก็จะเป็น แพ็กเกจ

648
00:43:08,921 --> 00:43:12,921
นะคะ การส่งข้อมูล

649
00:43:12,924 --> 00:43:16,924
เป็นชื่อ ชั้น ที่เหมือนกันทั้งของ OSI

650
00:43:16,925 --> 00:43:20,925
แล้วก็ TCP-IP Model นั่นเอง

651
00:43:20,928 --> 00:43:24,928
Layer ก็จะเป็นการรวมกัน 3 ชั้น

652
00:43:24,931 --> 00:43:28,931
ของฝั่ง OSI Model ที่มาส่งข้อมูล

653
00:43:28,932 --> 00:43:32,932
พวก HTTP กรณีที่เราเข้าอินเทอร์เน็ตแล้วเข้า

654
00:43:32,935 --> 00:43:36,935
เว็บไซต์โน่นนี่นั่นนะคะ ก็จะเป็นการส่งข้อมูล

655
00:43:36,937 --> 00:43:40,937
นั่นเองนะคะ

656
00:43:40,938 --> 00:43:44,938
Applicatoin Layer Presen

657
00:43:44,940 --> 00:43:48,940
Session layer ก็จะอยู่ในชั้น TCP/IP Model นั่นเอง

658
00:43:48,941 --> 00:43:52,941
นะคะ

659
00:43:52,942 --> 00:43:56,942
ฝั่งซ้ายขวานะคะ ด้านริมสุดก็จะเป็น

660
00:43:56,943 --> 00:44:00,943
ข้อมูลที่ถูกนำมา

661
00:44:00,944 --> 00:44:04,944
ส่งนะคะ

662
00:44:04,945 --> 00:44:08,945
ระหว่างแต่ละชั้นนะคะ ของแต่ละ Model

663
00:44:08,946 --> 00:44:12,946
นะคะ พวกนี้นั่นเอง

664
00:44:12,947 --> 00:44:16,947
ตรงกลางนี่

665
00:44:16,949 --> 00:44:20,949
ก็จะเป็นรูปแบบในการเชื่อมต่อของข้อมูล เครือข่าย

666
00:44:20,950 --> 00:44:24,950
อินเทอร์เน็ตนะคะ IP TTP UTP

667
00:44:24,951 --> 00:44:28,951
TCP UDP ตัวนี้ก็จะ

668
00:44:28,952 --> 00:44:32,952
คุ้นชินมากที่สุดแล้วนะคะ

669
00:44:32,953 --> 00:44:36,953
อันนี้ให้ดูเอาไว้ในกรณี

670
00:44:36,954 --> 00:44:40,954
ที่เราเรียนเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน

671
00:44:40,955 --> 00:44:44,955
การเชื่อมต่อแล้วก็การส่งข้อมูล

672
00:44:44,956 --> 00:44:48,956
ของระบบไร้สาย หรือระบบมีสาย

673
00:44:48,958 --> 00:44:52,958
ก็จะมีการส่งข้อมูลในรูปแบบนี้เช่นเดียวกัน

674
00:44:52,959 --> 00:44:56,959
และแน่นอน พวกนี้ ก็จะไปใช้ในการ

675
00:44:56,960 --> 00:45:00,960
เรียนในวิชาพวกเครือข่าย

676
00:45:00,961 --> 00:45:04,961
นะคะ Network ต่าง ๆ หรือว่า su

677
00:45:04,961 --> 00:45:08,961
นะคะ เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ ดังนั้น เดี๋ยวอาจารย์จะ

678
00:45:08,962 --> 00:45:12,962
ให้เราจำนะคะ เกี่ยวกับ

679
00:45:12,966 --> 00:45:16,966
Layer หรือว่าชั้นต่าง ๆ ของ

680
00:45:16,968 --> 00:45:20,968
ตัวโมเดลนั่นเองนะคะ

681
00:45:20,970 --> 00:45:24,970
วันนี้ก็จะเป็นตัว OSI และ TCP/IP

682
00:45:24,971 --> 00:45:28,971
นะคะ หลัก ๆ วันนี้จะพูดถึงมาตรฐาน IEEE

683
00:45:28,973 --> 00:45:32,973
นะคะ ก็จะยกมาบางตัว และก็จะเป็นรูปแบบของ Wireless

684
00:45:32,975 --> 00:45:36,975
LAN นี่ค่อนข้างเยอะ แล้วก็จะเป็น

685
00:45:36,976 --> 00:45:40,976
ตัวมาตรฐานนะคะ พวกความปลอดภัย การจัดลำดับ

686
00:45:40,978 --> 00:45:44,978
นะคะ แล้วก็อุปกรณ์นะคะ

687
00:45:44,980 --> 00:45:48,980
รูปแบบสายที่ใช้ในการเชื่อมต่อ

688
00:45:48,981 --> 00:45:52,981
นั่นเอง

689
00:45:52,982 --> 00:45:56,982
คาบนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEEE นะคะ

690
00:45:56,983 --> 00:46:00,983
ที่ยกมานะคะ บางส่วน เพื่อจะ

691
00:46:00,985 --> 00:46:04,985
ให้มองภาพออกและเข้าใจว่าตัวระบบเครือข่ายที่เราใช้

692
00:46:04,987 --> 00:46:08,987
นะคะ ณ ปัจจุบัน นี่

693
00:46:08,989 --> 00:46:12,989
มันมีต้นกำเนิดหรือว่ามีมาตรฐานตัวไหนที่มันมา

694
00:46:12,990 --> 00:46:16,990
รองรับ หรือเราเคยเห็นสัญลักษณ์ รูปแบบแบบนี้

695
00:46:16,991 --> 00:46:20,991
มันหมายความว่าอย่างไร คำว่า "Wi-Fi"

696
00:46:20,992 --> 00:46:24,992
นะคะ en ที่มา

697
00:46:24,993 --> 00:46:28,993
ต่อท้ายตัวมาตรฐานตัวนี้ ที่เป็นรูปสัญลักษณ์ Wi-Fi ที่เป็นขีด ๆ ขึ้นมานี่

698
00:46:28,993 --> 00:46:32,993
เขาแบ่งแต่ละประเทศ แล้วก็

699
00:46:32,994 --> 00:46:36,994
รองรับกับอุปกรณ์แบบไหนบ้าง แล้วมันมีคุณสมบัติแบบไหนบ้าง

700
00:46:36,996 --> 00:46:40,996
นั่นเองนะคะ

701
00:46:40,997 --> 00:46:44,997
อันนี้ใครมีข้อสงสัยหรือว่าฟันไม่ทันที่อาจารย์พูด

702
00:46:44,998 --> 00:46:48,998
มันจะค่อนข้างเยอะนิดหนึ่งนะ เพราะว่าตัวมาตรฐานมันมีหลายตัว เราก็

703
00:46:48,999 --> 00:46:52,999
ฟังไปนะคะ เกี่ยวกับตัวรายละเอียดเบื้องต้น

704
00:46:53,000 --> 00:46:57,000
ไปก่อน รวมถึงตัว Layer

705
00:46:57,002 --> 00:47:01,002
นะคะ ก็คือตัวโมเดลเมื่อกี้ที่เป็น OSI และ TCP/IP

706
00:47:01,003 --> 00:47:05,003
นะคะ ตัวนี้ขึ้นมา

707
00:47:05,004 --> 00:47:09,004
ใครมีข้อคำถามหรือว่าข้อสงสัยหรือเปล่า

708
00:47:09,005 --> 00:47:13,005
นะคะ ถามได้นะ

709
00:47:13,008 --> 00:47:17,008
มีไหมคะ อาจารย์พูดเร็วไป ช้าไป หรือว่า

710
00:47:17,009 --> 00:47:21,009
ตรงไหนสงสัย ให้ถามได้นะคะ

711
00:47:21,010 --> 00:47:25,010

712
00:47:25,011 --> 00:47:29,011
สงสัยอะไรไหมคะ

713
00:47:29,014 --> 00:47:33,014
ศัพท์มันจะเยอะนิดหนึ่งนะ

714
00:47:33,016 --> 00:47:37,016
ยังไม่มีนะ

715
00:47:37,017 --> 00:47:41,017
อย่างนั้นก็อาจารย์จะมีงานให้ทำ

716
00:47:41,020 --> 00:47:45,020
นะ

717
00:47:45,021 --> 00:47:49,021
ก็คือเดี๋ยวจะให้เขียนตัว Layer 2 อันเมื่อกี้

718
00:47:49,023 --> 00:47:53,023
แล้วก็เดี๋ยวจะให้ส่งนะคะ ก็

719
00:47:53,025 --> 00:47:57,025
จะมีงานท้ายบท 2 อันนก็จะมีการเขียน

720
00:47:57,028 --> 00:48:01,028
OSI Layer นะคะ

721
00:48:01,029 --> 00:48:05,029
การเขียน OSI Layer เพื่อจะให้ทุกคนนี่

722
00:48:05,030 --> 00:48:09,030
งานเดี่ยว เพราะว่า

723
00:48:09,031 --> 00:48:13,031
นี่มันก็จะให้มาดูตรงนี้เลย OSI Layer

724
00:48:13,032 --> 00:48:17,032
นะคะ ฝั่งนี้มีอะไรบ้าง ก็จะมี

725
00:48:17,033 --> 00:48:21,033
ทั้งหมด 7 ชั้นนะ จะได้จำได้ ซึ่งที่จริงนี่

726
00:48:21,034 --> 00:48:25,034
ถ้าเรียนเกี่ยวกับตัวรายวิชา เกี่ยวกับ

727
00:48:25,035 --> 00:48:29,035
เครือข่ายนะคะ ก็จะรูปว่าแต่ละ Layer นี่เขาทำงาน

728
00:48:29,035 --> 00:48:33,035
อะไรบ้างนะ

729
00:48:33,037 --> 00:48:37,037
แล้วก็ตัว TCP/IP Model

730
00:48:37,038 --> 00:48:41,038
อีกนะคะ

731
00:48:41,039 --> 00:48:45,039
ก็จะมีตัวชั้น หรืออะไรบ้างนั่นเอง

732
00:48:45,041 --> 00:48:49,041
นะคะ จะได้รู้ว่าเขามี

733
00:48:49,043 --> 00:48:53,043
อะไรบ้าง แล้วก็ทำงานแบบไหนบ้างนั่นเองนะคะ

734
00:48:53,048 --> 00:48:57,048
อันนี้ อันที่ 1 นะคะ ตัว

735
00:48:57,050 --> 00:49:01,050
อันนี้น่าจะไม่มีข้อสงสัยนะ เพราะเราก็จะมีแค่

736
00:49:01,051 --> 00:49:05,051
มาให้นั่นเองนะคะ แล้วก็

737
00:49:05,052 --> 00:49:09,052
เอามาส่งอาจารย์เพื่อจะได้จำได้ว่าแต่ละ Layer

738
00:49:09,053 --> 00:49:13,053
ของตัว Model แต่ละตัว มีอะไรบ้าง

739
00:49:13,054 --> 00:49:17,054
นะคะ

740
00:49:17,056 --> 00:49:21,056
พอ ๆ

741
00:49:21,056 --> 00:49:25,056
วาดรูปเฉย ๆ นะคะ คนละแผ่นก็น่าจะได้

742
00:49:25,061 --> 00:49:29,061

743
00:49:29,061 --> 00:49:33,061
ส่วนอันที่ 2 คราวนี้

744
00:49:33,063 --> 00:49:37,063
นะคะ อาจารย์จะไปให้หา

745
00:49:37,065 --> 00:49:41,065
เกี่ยวกับตัวมาตรฐานที่อาจารย์พูดไปนั่นแหละนะคะ

746
00:49:41,066 --> 00:49:45,066
เมื่อกี้พูดถึง 802.11 ถูกไหมคะ

747
00:49:45,066 --> 00:49:49,066
คราวนี้ตัวมาตรฐาน IEEE ค่อนข้างจะมีเยอะ

748
00:49:49,068 --> 00:49:53,068
ไม่ต้องห่วงนะคะ ข้อมูลในอินเทอร์เน็ต

749
00:49:53,069 --> 00:49:57,069
หรือว่าในการสืบค้น ไม่ว่าจะเป็น Google หรือ Wiki มีหมด

750
00:49:57,071 --> 00:50:01,071
กับตัวมาตรฐานพวกนี้นะคะ ก็คือให้นักศึกษาเลือก

751
00:50:01,072 --> 00:50:05,072
นะคะ ว่าเราจะใช้ตัว

752
00:50:05,073 --> 00:50:09,073
มาตรฐานตัวไหน แล้วก็

753
00:50:09,073 --> 00:50:13,073
หาข้อมูลแล้วก็เอามาส่งอาจารย์นะคะ

754
00:50:13,075 --> 00:50:17,075

755
00:50:17,076 --> 00:50:21,076
แล้วก็จะมีหัวข้อให้เลือก แล้วก็จะมีตัวมาตรฐาน

756
00:50:21,078 --> 00:50:25,078
802.6 นะคะ

757
00:50:25,079 --> 00:50:29,079
ก็จะเป็นการพูดถึงมาตรฐานการให้ระบบเครือข่าย

758
00:50:29,079 --> 00:50:33,079
และระบบเมือง 802.7 นะคะ

759
00:50:33,081 --> 00:50:37,081
การส่งสัญญาณแบบ Broadband

760
00:50:37,084 --> 00:50:41,084
802.8 นะคะ เคเบิลใยแก้วนำแสง

761
00:50:41,085 --> 00:50:45,085
802.9 นะคะ การรวมเสียง

762
00:50:45,086 --> 00:50:49,086
แล้วก็ข้อมูลในระบบเครือข่าย 802.10

763
00:50:49,087 --> 00:50:53,087
ความปลอดภัยของระบบเครือข่าย แล้วก็

764
00:50:53,088 --> 00:50:57,088
802.14 ก็จะเป็นมาตรฐสานของตัว Modem

765
00:50:57,090 --> 00:51:01,090
แล้วก็ 802.15 ก็จะเป็นเครือข่ายไร้สาย

766
00:51:01,091 --> 00:51:05,091
ส่วนบุคคล แล้วก็ 802.16 นะคะ ก็จะเป็น

767
00:51:05,092 --> 00:51:09,092
การกำหนดมาตรฐานของ Broadband แบบไร้สาย หรือว่า

768
00:51:09,095 --> 00:51:13,095
ตัว WIMAX นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะให้นักศึกษาเลือกฃ

769
00:51:13,096 --> 00:51:17,096
หัวข้อที่นักศึกษาสนใจที่จะไป

770
00:51:17,104 --> 00:51:21,104
ศึกษา หรือว่าหาข้อมูลนั่นเอง อันนี้จะ

771
00:51:21,106 --> 00:51:25,106
ให้ทำคนละ 1 หัวข้อนั่นเอง เพราะว่า

772
00:51:25,107 --> 00:51:29,107
ข้อมูลนี่สามารถหาสืบค้นได้

773
00:51:29,108 --> 00:51:33,108
ค่อนข้างง่ายนะคะ เราก็จะได้เข้าใจตัวมาตรฐานแต่ละตัวว่า

774
00:51:33,110 --> 00:51:37,110
เขามี

775
00:51:37,112 --> 00:51:41,112
ตัวมาตรฐานรองรับการให้บริการแบบไหน มีอุปกรณ์

776
00:51:41,115 --> 00:51:45,115
อะไร มีข้อจำกัด ข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง

777
00:51:45,115 --> 00:51:49,115
นั่นเองนะคะ ก็จะมี 2 อย่างง่าย ๆ ส่วนตัวนี้

778
00:51:49,116 --> 00:51:53,116
นะคะ ก็เดี๋ยให้ส่งใน

779
00:51:53,120 --> 00:51:57,120
ตัว Classroom นะคะ เดี๋ยวอาจารย์แปะ Link ไว้ให้

780
00:51:57,121 --> 00:52:01,121
งานมีข้อสง

781
00:52:01,124 --> 00:52:05,124
ข้อสงสัยตรงไหนไหม

782
00:52:05,125 --> 00:52:09,125

783
00:52:09,126 --> 00:52:13,126

784
00:52:13,128 --> 00:52:17,128

785
00:52:17,131 --> 00:52:21,131
เริ่มแรกเดี๋ยวเรามาทำตัวท้ายบท

786
00:52:21,132 --> 00:52:25,132
ของตัว OSI ตรงนี้นะคะ  เดี๋ยวให้ทำแล้วก็ให้ส่งในคาบเลย

787
00:52:25,133 --> 00:52:29,133
ตัวนี้

788
00:52:29,134 --> 00:52:33,134
จะได้จำได้ว่าตัว

789
00:52:33,135 --> 00:52:37,135
Layer ของเรา OSI Layer มีทั้งหมดกี

790
00:52:37,139 --> 00:52:41,139
อะไรบ้าง แล้วก็ TCP/IP

791
00:52:41,140 --> 00:52:45,140
นะคะ มีทั้งหมดกี่ชั้นอะไรบ้างเช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ

792
00:52:45,143 --> 00:52:49,143
อันนี้ทำเสร็จแล้วก็ส่ง ส่งอีกอันหนึ่ง

793
00:52:49,145 --> 00:52:53,145
ตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นการบ้านให้ไปทำและส่ง

794
00:52:53,146 --> 00:52:57,146
ใน Calssroom นะคะ ไปเลือกเอา ว่าเรา

795
00:52:57,146 --> 00:53:01,146
สนใจในหัวข้อของตัวมาตรฐานตัวไหน

796
00:53:01,148 --> 00:53:05,148
เราจะเอาเกี่ยวกับอะไร  Modem ไหม หรือว่า

797
00:53:05,149 --> 00:53:09,149
ใยแก้วนำแสง หรือว่าระบบเครือข่ายไร้สาย

798
00:53:09,150 --> 00:53:13,150
ระหว่างเมืองหรือเปล่า ก็ไปเลือกเอา ไปหา

799
00:53:13,150 --> 00:53:17,150
ข้อมูลนะคะ สืบค้น ทำความเข้าใจกับตัวมาตรฐาน

800
00:53:17,152 --> 00:53:21,152
แล้วก็ทำมาแล้วก็ส่ง

801
00:53:21,153 --> 00:53:25,153
มาให้อาจารย์ดูนั่นเองนะคะ

802
00:53:25,154 --> 00:53:29,154

803
00:53:29,155 --> 00:53:33,155

804
00:53:33,157 --> 00:53:37,157
งงไหม ถามได้นะคะ

805
00:53:37,158 --> 00:53:40,519

806
00:53:41,160 --> 00:53:45,160
ไหมคะ

807
00:53:45,161 --> 00:53:49,161
อันนี้เลือกหัวข้อเอา แล้วก็ไปหาข้อมูล แล้วก็เอามาส่ง

808
00:53:49,163 --> 00:53:53,163
ให้ทำเป็นเดี่ยวหมดค่ะ

809
00:53:53,164 --> 00:53:57,164
เพราะว่าไม่น่ามีติดปัญหาตรงไหนนะ

810
00:53:57,168 --> 00:54:01,168
อันนี้นะ

811
00:54:01,169 --> 00:54:05,169

812
00:54:05,170 --> 00:54:09,170

813
00:54:09,173 --> 00:54:12,489

814
00:54:13,177 --> 00:54:17,177

815
00:54:17,180 --> 00:54:21,180

816
00:54:21,184 --> 00:54:25,184

817
00:54:25,187 --> 00:54:29,187

818
00:54:29,189 --> 00:54:33,189

819
00:54:33,191 --> 00:54:37,191
ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ เดี๋ยว

820
00:54:37,193 --> 00:54:41,193
จะให้น้องนักศึกษานี่ ทำงาน

821
00:54:41,194 --> 00:54:44,568
มาส่งนะคะ ขอบคุณนะคะ

822
00:54:45,196 --> 00:54:49,196
สวัสดีค่ะ

823
00:54:49,198 --> 00:54:53,198

824
00:54:53,199 --> 00:54:57,199

825
00:54:57,203 --> 00:55:00,537

826
00:55:01,207 --> 00:55:05,207
[สิ้นสุดการถอดความ]

827
00:55:05,209 --> 00:55:09,209

828
00:55:09,210 --> 00:55:13,210

829
00:55:13,212 --> 00:55:17,212

830
00:55:17,214 --> 00:55:21,214

831
00:55:21,215 --> 00:55:25,215

832
00:55:25,218 --> 00:55:29,218

833
00:55:29,221 --> 00:55:33,221

834
00:55:33,223 --> 00:55:37,223

835
00:55:37,225 --> 00:55:41,225

836
00:55:41,228 --> 00:55:45,228

837
00:55:45,229 --> 00:55:48,981

838
00:55:49,233 --> 00:55:53,233

839
00:55:53,235 --> 00:55:57,235

840
00:55:57,236 --> 00:56:01,236

841
00:56:01,238 --> 00:56:05,238

842
00:56:05,243 --> 00:56:09,243

843
00:56:09,245 --> 00:56:13,245

844
00:56:13,246 --> 00:56:17,246

845
00:56:17,248 --> 00:56:21,248

846
00:56:21,251 --> 00:56:25,251

847
00:56:25,253 --> 00:56:29,253

848
00:56:29,256 --> 00:56:33,256

849
00:56:33,259 --> 00:56:37,259

850
00:56:37,260 --> 00:56:41,260

851
00:56:41,264 --> 00:56:44,264

852
00:56:45,264 --> 00:56:45,265

853
01:05:02,652 --> 01:05:05,653

854
01:05:06,653 --> 01:05:09,656

855
01:05:10,653 --> 01:05:10,654

856
01:05:14,655 --> 01:05:14,656


