(ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ) สวัสดีครับ คิดว่าคงไม่ได้พบกันมาปีกว่า น่าจะตั้งหน้าตั้งตารอที่จะพบนะครับ เกี่ยวกับ 10 Technologies to watch นะครับ ที่ทาง สวทช. ได้รังสรรค์มาให้กับทุกท่านนะครับ ต้องเรียนว่า ในเรื่องของวิวัฒนาการของโลกเราได้ก้าวหน้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มีการกล่าวกันว่าเรื่องของสิ่งใหม่ ๆ ที่ค้นพบกันช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี่ เราลองคิดย้อนดูนะครับ เยอะกว่าในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาเสียอีกนะครับ แล้วก็ถ้าคิดย้อนในระยะเวลาที่สั้นกว่านั้นนี่ แค่ปีเดียวนะครับ ก็เกิดอะไรต่าง ๆ ขึ้นมาเยอะแยะมากมาย ที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน ว่ามันจะเกิดขึ้น อาจจะเรียกได้ว่าแค่ปีที่ผ่านมาก็มีเทคโนโลยีเกิดขึ้นย้อนไปมากกว่า 10 ปี ก่อนหน้าเสียอีกนะครับ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิด COVID-19 Pandemics ขึ้นมานี่ ทำให้โลกเราต้องปรับตัว นักเทคโนโลยี นักวิทยาศาสตร์ต้องรวมพลังกันหาสิ่งใหม่เพื่อความอยู่รอดนะครับ แล้วก็เกิด Adoption ของเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้น เรื่องของ 10 เทคโนโลยี ที่จะเป็นตัวชูโรงในการพัฒนาการของโลกในการที่จะพัฒนาการของประเทศในอนาคต 5 ปีข้างหน้า เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก น่าสนใจมากกว่าปีไหน ๆ นะครับ โดยเฉพาะ เป็นปีที่หลัง COVID Pandemics นะครับ ในครั้งนี้นะครับ วันนี้ต้องขอบคุณทาง สวทช. ที่รวมผลงานวิจัยจาก สวทช. ทุกด้านนะครับ มาประกวดแข่งขันกันดูว่าเรื่องไหนนะ เป็นเรื่องที่จะสำคัญ ที่เราคาดการณ์กันว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะส่งผลกระทบกับชีวิตพวกเราอย่างชัดเจนนะครับ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ครับ ที่จะพูดในวันนี้นะครับ กลุ่มแรก เรื่องหนีไม่พ้นเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง AI เรื่องของพัฒนาการของยานยนต์นะครับ ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อกันของเทคโนโลยี เป็นการเชื่อมต่อกันความสะดวกสบายของมนุษย์นะครับ จะเป็น 3 เทคโนโลยีแรกที่จะพูดถึงนะครับ กลุ่มที่ 2 จะพูดถึง 4 เทคโนโลยีครับ หนีไม่พ้นเรื่องของพลังงานครับ เราจะพูดกันถึงเรื่องของโซลาร์เซลล์ เราจะพูดถึงเรื่องการกักเก็บพลังงาน เราจะพูดถึงเรื่องปัญหาของสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการที่เราใช้ Fossil Fuel จำนวนมาก แล้วเราจะป้องกันก๊าซเรือนกระจกได้อย่างไร โดยใช้เทคโนโลยีนะครับ แล้วก็นำสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ของโลกนะครับ ไม่ใช่แค่ของประเทศไทย ในส่วนของกลุ่มสุดท้ายจะเป็นเรื่องของ 3 ด้าน เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ เรื่องของอาหารนะครับ แล้วก็เรื่องของการรักษาโรคนะครับ จะเป็นองค์รวมเกี่ยวกับความอยู่ดีมีสุขของคุณภาพชีวิตเรานะครับ ก็จะเป็นเทคโนโลยีที่ 8-10 นะครับ ขออนุญาตไปที่เรื่องแรกเลยครับ วันนี้นี่ หลายท่านพกมือถือมาอยู่ในกระเป๋านะครับ อยากควักออกมา อยากที่จะส่งข้อความถึงเพื่อนก็เกรงใจตัวผม เดี๋ยววิทยากรจะเห็นนะครับ จะวิเศษขนาดไหน ที่ถ้าเราสามารถที่จะสั่งการไปที่มือถือเรานั่งอยู่ที่ตรงนี้โดยที่ไม่ต้องล้วงมือถือออกมา ไม่ต้อง Touch ที่หน้าจอนะครับ ก็ใช่แล้วครับ เทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับการสั่งการจากสมอง เข้าไปยังอุปกรณ์โดยตรงนะครับ ก็คือเทคโนโลยีการเชื่อมต่อสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์นะครับ หรือ Brain-Computer Inreface (BGI) เห็นในหนังวิทยาศาสตร์มาเยอะ ใครเป็นแฟน Star Trek ก็จะเห็นนะครับ ว่าต่อไปนี้ สามารถที่จะคุยกับคอมพิวเตอร์ได้โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้คีย์บอร์ด หรือปัจจุบันเราใช้ Touch Screen นะครับ แล้วก็ใครที่ถนัดที่จะใช้เสียง ก็กดไมค์นะครับ แต่ว่าถ้าใช้คลื่นสมองสั่งได้โดยตรงนี่ มันจะทำให้ทุกอย่างราบเรียบกว่ามาก มันจะทำให้ประสิทธิภาพของการที่จะสั่งการคอมพิวเตอร์นี่ เป็นไปได้อย่าง Smooth มาก ๆ นะครับ ซึ่งเรื่องนี้นี่ เป็นอะไรที่มีประวัติมายาวนานนะครับ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ เริ่มมาตั้งแต่ปี 1970 นะครับ ที่ UCLA ก็เริ่มพยายามทำสิ่งเหล่านี้แล้ว แล้วก็ค้นพบว่าจริง ๆ ระหว่างที่เราคิดนี่ คลื่นสมองเราส่งสัญญาณไฟฟ้าอ่อน ๆ ซึ่งถ้าเกิดเราใช้เซนเซอร์ดี ๆ ปัจจุบันเทคโนโลยีเหล่านี้มาถึงแล้ว มันก็จะสามารถ ๆ ปัจจุบันเทคโนโลยีเหล่านี้มาถึงแล้ว มันก็จะสามารถที่จะเชื่อมต่อแล้วเก็บสัญญาณเหล่านั้นมาแปรผลได้นะครับ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ป่วย ที่ไม่สามารถจะพูดได้ ไม่สามารถจะขยับได้นะครับ ไม่สามารถที่จะสื่อสารได้ วิธีนี้แทบจะเป็นวิธีเดียวในการสื่อสารกับเขา เกมเมอร์ก็คิดว่าถ้ามัน Advance ไปกว่านั้น เล่นเกมจะสนุกมาก เพราะว่ากดคีย์บอร์ดไปทันใจนะครับ ดังนั้น มีการประยุกต์ใช้หลากหลายเลย ถามว่าประเทศไทยเรามีทำไหม Brainifit เป็นตัวอย่างของบริษัท Startup ของไทยนะครับ ที่ สวทช. มีส่วมร่วมด้วยในการที่จะทำเรื่องนี้นะครับ ปัจจุบัน ก็จะมีเรื่องของเกมที่ใช้คลื่นสมองในการสั่งการออกมาเป็นตัวอย่างแล้ว ดังนั้น ในอนาคตข้างหน้ามันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสามารถควบคุมอะไรต่าง ๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ ข้ามไปที่เทคโนโลยีที่ 2 กันครับ เทคโนโลยีที่ 2 ได้ยินกันเยอะ Artificial Intelligence AI นั่น AI นี่ อะไรที่เป็น AI อะไรเป็นสิ่งพิเศษนี่เป็น AI ไปหมด AI ตรวจรักษาโรคได้เร็วกว่าหมอนะครับ AI ดูมะเร็งปอด แล้ว Detect ได้เร็วกว่าหมอนะครับ ตอนนี้นี่ เริ่มคุยกันถึง Generative AI ครับ AI รู้สร้าง AI แบบรู้สร้าง AI แบบคิดเองเป็น ซึ่งเป็นอะไรที่พัฒนาการเร็วมาก ๆ จนพวกเรานี่ อาจจะเห็นบางครั้งนี่ เจอว่า เอ๊ะ ตกลงแล้วมันมีคนอยู่ข้างหลังแอบทำแล้วส่งขึ้นมาหรือเปล่านะครับ แต่ในความเป็นจริงคือ AI มันพัฒนาไปถึงจุดนั้นแล้วจริง ๆ นะครับ AI มันสามารถที่จะเรียนรู้หน้าคนนะครับ โดยที่ศึกษาหน้าคน ศึกษารูปแบบหน้าจำนวนเป็นล้าน ๆ ได้ แล้วก็พยายามสร้างหน้าคนที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาได้ด้วยนะครับ ซึ่งอาชวิทยาก็จะมองว่าโอ้โหแบบนี้สุดยอดเลย ก็ไปเห็นคนร้ายมา ก็พยายามบอกรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย AI ก็วาดเก่งกว่านักวาดรูปอาชญากรมืออาชีพเสียอีกนะครับ ถ้าใช่ ไม่ใช่ คนก็สามารถที่จะดูแล้วก็ปรับตรงนั้นได้นะครับ เมื่อมีการสร้างคนที่เป็นตัวปลอมขึ้นมา เทคโนโลยีอีกอันหนึ่งที่แข่งกันขึ้นมาก็คือแล้วมันตรวจได้ไหม ว่าเป็น AI สร้างหรือเป็นคนสร้าง ทุกวันนี้ยังแข่งกัน คนตรวจยังชนะอยู่นะครับ ยังหาเจออยู่ว่า AI เป็นคนสร้าง ในอนาคตอันใกล้นี่มันจะไปถึงวันที่แยกกันไม่ออกแล้วนะครับ การประยุกต์ใช้งาน Generative AI มีเยอะแยะครับ หลายท่านชอบค้นรูปเก่าออกมาดู แล้วถามว่า Improve รูปได้ไหม บางครั้ง Improve Resolution ได้ไหม บางครั้ง improve รูปนี่ บางครั้งมีรูปสุนัขเบลอ ๆ แบบนี้ AI เรียนรู้รูปสุนัขที่ชัดมาเยอะมาก และสุนัขทุกแบบเพราะสามารถเติมเต็มแล้วสามารถวาดสุนัขที่สมบูรณ์ได้นะครับ อย่างตัวอย่างที่เห็น ใส่จักรยานที่เป็นไอคอนให้ AI สามารถที่จะเอารูปจักรยานที่ใกล้เคียงมากที่สุดขึ้นมา โดยการวาดของเขาเอง โดยไม่ได้ลอกจาก Database นะครับ เขาสามารถที่จะสร้างตรงนี้ได้ Google Map ที่แต่ก่อนที่จะวาดโครง ภาพถ่ายทางอากาศแล้วใช้คนไป Sketch AI สามารถทำได้แล้ว ภาพที่เป็น Layout ของแผนที่ ได้นะครับ เราเห็นกันมานานแล้ว แปลงรูปสีเป็นขาวดำ AI Paint ขาวดำมาเป็นสีได้นะครับ จากการเรียนรู้ ถ้าเป็นผีเสื้อหน้าตาแบบนี้นะ วงนอกน่าจะเป็นสีดำ วงในมักจะเป็นสีส้ม มักจะเป็นสีเหลือง มักจะเป็นสีอะไร เขาก็จะ Paint กลับมาได้ รูปตึกที่ถ่ายกลางวัน AI generate รูปกลางคืนให้ได้นะครับ ม้า ทำเป็นม้าลายได้นะครับ ถ้าเป็นบ้านเรา ก็บอกทำควายลายได้ไหม ทำได้เหมือนกัน ไม่ต่างกันนะครับ อันนี้เป็นภาพที่ไม่ใช่คนวาดนะ เป็นภาพที่ AI สร้างขึ้น จากการที่จิตรกร ให้ Description ของสิ่งที่เขาต้องการวาด อันนี้เป็นภาพวาดที่ชนะการประกวดนะครับ ของ Colorado State Fair Fine Arts นะครับ ในปีนี้นะครับ อธิบายรายละเอียด พรรณนา สิ่งที่ต้องการวาด แล้ว AI วาดให้นะครับ ดูรายละเอียด ดูสิ่งนี้ เหนือมนุษย์อีกนะครับ คนเราวาดก็จะมีผิดพลาด ก็จะมีบางอย่างที่วาดไม่ได้เหมือนที่ AI จะวาดนะครับ ถามว่าแล้ว Generative AI Advance เสียขนาดนี้ มีหลายที่ด้วยนะครับ ในมหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่ง เกษตรศาสตร์ก็มีนะครับ อันนี้โชว์ผลงานที่เริ่มขุดออกมาเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้แล้ว อย่างเช่น VAJA นะครับ เป็นแอปที่ใช้แปลงภาษาไทยออกมาเป็นคำพูดนะครับ แล้วก็ Z-Size Ladies ก็คือท่านผู้หญิงที่จะตั้งท้อง อยากรู้ว่าตัวเองนี่ เวลาตั้งท้องแล้วให้ AI Generate สิ รูปพรรณสันฐานจะสวยขนาดไหนนะครับ เวลามีพุงจะเป็นอย่างไรนะครับ มีพุงจะเป็นอย่างไรนะครับ อย่างคุณสุทธิชัย หยุ่น นะครับ ก็เป็นโมเดลที่สร้างขึ้นมาเป็นนักข่าว AI ได้นะครับ เทคโนโลยีต่อไปครับ เทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติเชื่อมต่อนะครับ หลายคนมีเพื่อนซื้อรถมา รถรุ่นใหม่นี่ มี Gadget อะไรต่าง ๆ มากมายเลย ไม่ใช่แค่เป็น EV Car แต่มีเริ่มมีโหมด Self Driving แต่ก่อนนี่ เราตื่นเต้นกับ Cruise Control เก่งจังเลย เราสามารถให้รถวิ่งด้วย Speed ที่เราตั้งไว้ได้นะครับ มีการเห็นสารคดีในต่างประเทศบอกว่ารถขับด้วยตัวเองได้ มันจะจริงหรือ มันจะเก่งขนาดนั้นเลยหรือ ลองคิดดูครับ เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีในปัจจุบันนี่ รถสามารถที่จะมีเซนเซอร์อยู่รอบตัว มีกล้องถ่ายภาพ เอาไปเข้า AI ประมวลผลนะครับ แล้วก็ทำอะไรสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้เร็วกว่าคนมาก ๆ ดังนั้น เมื่อมีเรื่องของเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ มีระบบแจ้งเตือนขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้นะครับ แล้วก็ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วนะครับ เป็น 4G แล้ว ต่อไปจะเป็น 5G นะครับ รถสามารถสามารถที่จะส่งข้อมูลกลับมาในระบบกลางได้ เมื่อเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นนี่ รถมันคุยได้หมดเลยครับ ทีนี้ หรือแม้แต่คุยกันไม่ได้ ก็สามารถตัดสินใจได้ว่ามีสิ่งกีดขวางเข้ามาอย่างไร ตัดสินใจได้อย่างฉับพลับ การเหยียบเบรคกับการเหยียบคันเร่งประสานกันได้หมดนะครับ ดังนั้น เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถที่จะทำให้รถเป็นคนขับตัวเองได้ โดยไม่ต้องมีคนขับ ได้มีการ Classify แบ่งแยกระบบรถในปัจจุบันออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับที่มีแค่แบบที่เราใช้กันอยู่ทั่วไปนะครับ ไล่ไปจนกระทั่งถึงระดับที่สามารถที่จะขับเองได้ โดยที่เราไม่ต้องไปยุ่งเลยนะครับ บอกเป้าหมายอยากไปไหนมันพาไปนะครับ รถระดับ 5 นี่ เชื่อกันว่าภายในปี 2040 80 คัน ใน 100 คัน บนท้องถนน จะไม่มีคนขับแล้วนะครับ แล้วก็แค่ ปี 2030 15 คันใน 100 คน จะเป็นรถที่เราหาคนขับไม่เจอแล้ว เพราะมันขับเองนะครับ ในปี 2030 นี่ เกินครึ่งหนึ่งจะเป็นรถที่มีระบบช่วยเหลือเยอะแยะไปหมด กระทั่งคนขับนี่ มันเหมือนกับเป็น Pilot บนเครื่องบินที่ช่วยในกรณีทีจำเป็นต้อง Intervine เท่านั้น อันนั้นเรียกว่า ระบบ 3 Plus นะครับ ในปี 2040 นี่ เกือบทุกคน ผมคิดว่า 5 คัน ผมเผื่อไว้คนชอบ Classic ด้วยตัวเองอยู่เท่านั้นเอง ดังนั้น ตรงนี้จะพัฒนาไปไวมาก แล้วถามว่ามันดีอย่างไร ดีอันที่ 1 เลย คือ ปลอดภัยแน่ ๆ การตัดสินใจ การจะไม่เมา เรื่องการเหม่ออดนอนมาขับนะครับ แล้วก็การคุมนี่จะไม่ผิดพลาด เพราะว่ารู้ว่าวิ่งด้วยตัวเอง วิ่งด้วย Speed เท่าไรอยู่ เห็นรถข้างหน้า จะเบรกทันหรือไม่ทันนะครับ รถที่ขับเคลื่อนตัวเองอัตโนมัตินี่จะแม่นยำสิ่งเหล่านี้ ลดการใช้พลังงานครับ เพราะว่าเมื่อสามารถที่จะคุม Speed ได้ ก็จะไม่เร่งเกิน ไม่เบิลเอามัน จะไม่มีการเปลืองพลังงานในสิ่งเหล่านั้นนะครับ ไม่เร่งเกิน เมื่อมีการอะไรเกิดขึ้นใหม่เหล่านี้ก็จะเป็นการสร้างงาน ถ้าประเทศไทยเราเริ่มก้าวเข้ามาทำตั้งแต่ต้น ๆ ก็จะมีการสร้างงานในระบบเศรษฐกิจนะครับ คนก็จะมีงานทำมากขึ้นนะครับ อันนี้เป็นประโยชน์ที่จะเกิดจาก CAV ถามว่าไทยเราล้าหลังไหมนะครับ สวทช. เองได้วิจัยแล้วก็พยายามที่จะสร้าง EV Car ที่มีระบบ CAV ที่อยู่กับบริษัทต่าง ๆ ที่สนใจร่วมทำตรงนี้