--- title: การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 25 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) 30/10/66 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษจิกายน 2566 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณวริศรา) สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ยังคงทำการรับสัญญาณกับถ่ายทอด จากโรงงานโสตทัศนูปกรณ์สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาค่ะ ส่วนช่องทางในการตามรับชมนั้น แน่นอนว่าส่งติดตามผ่านทางช่อง 7 นะคะ โทรทัศน์รัฐสภา แล้วก็ยังคงสามารถรับฟังการถ่ายทอดเสียงค่ะ จากทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา FM 87.5 MHz และทาง AM 1075 KHz ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังสามารถติดตามนะคะ ผ่านทางช่องทาง Facebook Live วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา รวมทั้งผ่านทางแอปพลิเคชั่น TV Channel ด้วยค่ะ สำหรับในส่วนของระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา ที่น่าสนใจในวันนี้นะคะ ที่ประชุมวุฒิสภานั้น จะได้พิจารณาในส่วนของกระทู้ถามหนังสือค่ะ ซึ่งก็ประกอบไปด้วยกระทู้ถามที่เป็นหนังสือ 3 เรื่องด้วยกันนะคะ เรื่องแรกค่ะ ถามที่เป็นหนังสือนั้น คือเรื่องของการจัดสรรพื้นที่ ป่าชายเลนให้เอกชนปลูก ป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ที่มีนายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ ตั้งถามสอบถาม ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมค่ะ ถามเรื่องที่ 2 คือ เรื่องของการสร้างรายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยว ซึ่งก็มีนายชลิต แก้วจินดา เป็นผู้ตั้งถามสอบถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานะคะ นอกจากนี้กระทู้ถามเรื่องที่ 3 ค่ะ ก็คือเรื่องของปัญหาและอุปสรรคขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ. ศ. 2562 มีพลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช ผู้ตั้งถามค่ะ สอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะคะ นอกจากนี้ที่ประชุมวุฒิสภา ในวันนี้ยังจะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ผลผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติชาติ และมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญนะคะ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความและพฤติกรรม ทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดค่ะ จากนั้นนะคะ ที่ประชุมวุฒิสภาอย่างจะได้มีการพิจารณารายงานการศึกษา 3 เรื่องด้วยกันนะคะ เรื่องแรกค่ะ คือ รายงานการศึกษาเรื่องโอกาสของศาสตร์ของเศรษฐกิจชุมชนกับการเติบโต ของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือว่า EEC ซึ่งคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ และการอุตสาหกรรมพิจารณาแล้วค่ะ แล้วรายงานฉบับต่อมานะคะ คือรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่องการมีส่วนร่วมขององค์กรครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในการเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนน ซึ่งคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาเสร็จแล้ว และการพิจารณารายงานการศึกษาเรื่องที่ 3 นะคะ เรื่องของแนวทางการแก้ไขปัญหาการฝึกงาน ของนักเรียน นิสิตนักศึกษา ซึ่งคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแล้วค่ะ 8ค่ะ คุณผู้ชมคะ เข้าในส่วนของกระทู้ถามที่เป็นหนังสือวันนี้นะคะ 3 เรื่องด้วยกันค่ะ เรื่องแรกนั้นเป็นเรื่องของจัดสรรพื้นที่ป่าชายเลนให้เอกชนปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จาก Carbon Credit นะคะ เรื่องนี้มีนายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถามสอบถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะคะ ซึ่งจากการที่รัฐบาลนั้น โดยกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ได้มีการจัดทำโครงการจัดสรรพื้นที่ ให้เอกชนปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต และก็มีการประกาศผลการพิจารณาไปแล้ว 17 บริษัทด้วยกันนะคะ ตามประกาศกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่องผลการจัดสรรพื้นที่ดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จาก Carbon Credit ประจำปี พ.ศ. 2565 แก่บุคคลภายนอก โดยมีแนวคิดนะคะ ที่จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ป่าชายเลน และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ของคนในชุมชน แต่กลับเป็นการเปิดให้ภาคเอกชน หรือบุคคลภายนอกนั้น เป็นองค์กรหลักในการเข้าร่วมพัฒนาโครงการส่วนชุมชนนั้น มีส่วนร่วม เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยไม่มีการแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันตามความสมัคร ซึ่งภาคเอกชนนั้นก็ได้ผลประโยชน์สูงถึงร้อยละ 70 ค่ะ ชุมชนนั้นได้เพียงร้อยละ 20 ราชการได้เพียงร้อยละ 10 ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ป่าชายเลนส่วนใหญ่นั้น เป็นป่าชุมชนชายเลนที่ไม่ใช่การเริ่มปลูกป่าชายเลนใหม่ ซึ่งเดิมชุมชนร่วมดูแล และใช้ประโยชน์อยู่แล้ว ดังนั้น จึงเกิดเป็นคำถามว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน หรือบุคคลภายนอกเข้าไปรับผลประโยชน์จากป่าชายเลน ที่เป็นสาธารณะ แทนที่จะให้ชุมชนเป็นผู้ดูแล และรับผลประโยชน์เหมือนกับป่าชุมชนบกหรือไม่ อย่างนั้นนะคะ กระทู้ถามเรื่องดังกล่าวนี้ จึงขอสอบถามค่ะ มนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะคะ ดังต่อไปนี้ค่ะ ประการแรก ก็คือโครงการดังกล่าวนั้น มีความเป็นมาอย่างไร และก็มีการมีวัตถุประสงค์สมเหตุสมผลหรือไม่ และการดำเนินการที่เป็นธรรมาภิบาลไม่นะคะ รายการที่ 2 ค่ะ สอบถามว่าเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชน หรือบุคคลภายนอกเข้าใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อหาประโยชน์จากทางธุรกิจมากกว่าการให้โอกาสชุมชนท้องถิ่นร่วมพัฒนา ดูแลและรับประโยชน์อย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่นะคะ และประเด็นถัดมาค่ะ รัฐบาลจะยังคงดำเนินโครงการในลักษณะนี้ ต่อไปอีกหรือไม่ และรัฐบาลมีนโยบายมาตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในการที่จะพัฒนาแล้วก็ดูแลป่าชายเลน ให้ได้ผลประโยชน์โดยตรงหรือไม่อย่างไรนะคะ ซึ่งก็เป็นกระทู้ถามที่เป็นหนังสือเรื่องแรกนะคะ ในเรื่องของป่าชายเลนนะคะ ส่วนเรื่องถัดมาค่ะ กระทู้ถามเรื่องกลับมาเป็นเรื่องของการสร้างรายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยวนะคะ ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากนโยบายค่ะ ของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ที่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้วนะคะ เมื่อวันที่ 11 ถึง 12 กันยายน 2566 มาซึ่งก็ได้มีการกำหนดให้นโยบาย ด้านการท่องเที่ยวนั้น ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลจะผลักดันการสร้างรายได้ จากการท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวก็เป็นกุญแจดอกแรกในการสร้างรายได้ค่ะ ที่สามารถสร้างการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น และก็สร้างงานให้กับประชาชนเป็นจำนวนมากนะคะ โดยตั้งเป้า ว่าจะเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวด้วยการอำนวยความสะดวก ปรับปรุงขั้นตอนการขอ VISA และการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียม VISA สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศเป้าหมายนะคะ การจัดทำ Fast Track VISA สำหรับผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติหรือไม่นะคะ เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปีนี้ด้วย แล้วก็จะร่วมกับนักธุรกิจในทุกภาคส่วนเป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงสินค้า งานเทศกาลระดับโลก ครั้งนี้ก็เพื่อยกระดับประเทศไทยค่ะ ให้เป็นสถานที่สำหรับการจัดงานแสดงต่าง ๆ ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ แต่ว่าอย่างไรก็ดีนะคะ ประเทศไทยยังมีวัฒนธรรม ซึ่งก็เป็นแหล่งที่มาของพลัง แผ่น Soft Power เป็นกลไกสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่สำคัญอย่างหนึ่ง กล่าวคือ Soft Power ของภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ หรือว่าฟิล์ม ซึ่งก็มีผลต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยค่ะ ทั้งนี้นะคะ ก็ยังมีการท่องเที่ยวในเชิงอาหาร ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวสู่ท้องถิ่นต่าง ๆ นะคะ ทำให้การท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่องค่ะ ซึ่งผลของการท่องเที่ยวเชิงอาหารนั้น เกิดประโยชน์นะคะ ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวเชิงอาหารนั้น ก็จะก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว คน ดังนั้นค่ะ เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนา การบริหาร จัดการด้านการท่องเที่ยวให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนะคะ ดังนั้นก็ถามเรื่องดังกล่าวนี้ ก็จึงสอบถามนะคะ ก็ต้องติดตามในที่ประชุมวุฒิสภาวันนี้ค่ะ ขณะนี้ในสภาแห่งนี้นะคะ บรรยากาศในที่ประชุมวุฒิสภานะคะ โดยมีพลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร ค่ะ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ในฐานะที่เป็นประธานในที่ประชุมแล้วนะคะ เราจะไปติดตามรับชม รับฟังการถ่ายทอดสดการประชุมวุฒิสภาพร้อมกันได้เลยค่ะ (พลเอก สิงห์ศึก) ท่านสมาชิกครับ บัดนี้ มีสมาชิกมาประชุมจำนวน 142 ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 25 วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2566 ครับ ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ท่านสมาชิกครับ ไปวันนี้มีเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระการประชุมดังนี้ 1. ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 22 พฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม 2566 ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ 2565 แล้ว และในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 24 พฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2566 ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองแล้ว 2. ด้วยขณะนี้มีกระทู้ถาม ซึ่งประธานวุฒิสภาได้พิจารณา และอนุญาตให้ตั้งเป็นกระทู้ถามเป็นหนังสือ ในที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งไม่อาจบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม ภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันที่จัดส่งกระทู้ถาม ดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีตามข้อบังคับ ข้อ 160 จำนวน 3 กระทู้ ดังนี้ 1. กระทู้ถามเรื่องติดตามผลการดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน เพื่อกำหนดรายการกิจการอื่น ที่เป็นการสนับสนุน หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร นายชลิต แก้วจินดา เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์2. กระทู้ถามเรื่องกลไกการมีส่วนร่วมของสถาบันอุดมศึกษา ต่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษประเทศไทย รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ เป็นผู้ตั้งถามถามรัฐตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม 3. กระทู้ถามเรื่องแนวทางการเร่งรัดจัดตั้งกองทุน เพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ.2562 รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ เป็นผู้ตั้งถามถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 3. ท่านสมาชิกครับ ตามที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ได้มีมติมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประชาสัมพันธ์ เพื่อรับสมัครบุคคลที่ประสงค์จะดำรงตำแหน่ง กรรมการกองทุนผู้... กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในสัดส่วนของสมาชิก วุฒิสภาและในสัดส่วนของผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยสมาชิกสามารถเสนอรายชื่อต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้จนถึงเวลา 09.00 น. ของวันนี้นั้น ปรากฏว่ายังไม่มีสมาชิกท่านใด เสนอรายชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกองทุน เพื่อผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาดังกล่าว ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติกองทุน เพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556 ผมจึงเห็นสมควรให้ขยายเวลาการเสนอรายชื่อ ที่เห็นสมควรแต่งตั้ง เป็นกรรมการกองทุน เพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ออกไปจนถึงเวลา 12:00 น. ของวันนี้ โดยท่านสมาชิกสามารถเสนอรายชื่อได้ ที่บริเวณหน้าห้องประชุมวุฒิสภานะครับ จึงขอเรียนแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ระเบียบวาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม รับรองรายงานการประชุมวุฒิสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 จำนวน 5 ครั้ง คือ ครั้งที่ 10 วันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม 2566 ครั้งที่ 11 วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม 2566 ครั้งที่ 12 วันอังคารที่ 29 สิงหาคม 2566 ครั้งที่ 13 วันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2566 และครั้งที่ 14 วันอังคารที่ 5 กันยายน 2566 จึงได้จัดวางให้สมาชิกตรวจดูก่อนแล้ว ตามข้อบังคับข้อ 28 นะครับ จะมีสมาชิกท่านใดขอแก้ไขเพิ่มเติมประการใดหรือไม่ ถ้าไม่มีผู้ใดแก้ไขเพิ่มเติม หรือว่ามีสมาชิกจะแก้ไขเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าไม่มีผู้ใดแก้ไขเพิ่มเติม หรือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง 5 ครั้ง ดังกล่าวนะครับ เป็นอันจบการพิจารณาระเบียบวาระที่ 2 ระเบียบวาระที่ 3 กระทู้ถาม 3.1 กระทู้ถามเป็นหนังสือ ท่านสมาชิกครับ วันนี้มีกระทู้ถามเป็นหนังสือจำนวน 3 กระทู้ แต่เนื่องจากกระทู้ถามที่ 3.1.1 กระทู้ถามเรื่อง การจัดสรรพื้นที่ป่าชายเลน ให้เอกชนปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต นายอำพล จินดาวัฒนะ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ออกไปก่อน กระทู้ถามที่ 3.1.2 กระทู้ถามเรื่องการสร้างรายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยว นายชลิต แก้วจินดา เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน ดังนั้น ในวันนี้จึงมีกระทู้ถามเป็นหนังสือจำนวน 1 กระทู้ ผมขอกำหนดเวลาในการถามตอบกระทู้ถามไม่เกิน 20 นาทีนะครับ 3.1.3 กระทู้ถามเรื่อง ปัญหาและอุปสรรคขององค์กรปกครอง... ปกครองส่วนท้องถิ่น รายการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ. ศ. 2562 พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสมาชิกครับ ในวันนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามต่อที่ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านรับตีเข้าประจำที่ครับ ครับ ด้วยพลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ได้มีหนังสือขออนุญาตขยาย PowerPoint ผู้ประกอบการถามกระทู้ธรรมครับ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ขออนุญาตตามข้อบังคับข้อ 55 ครับ ขอเชิญพลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ผู้ตั้งกระทู้ถามถามครับ (พลเอก เลิศรัตน์) กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นวุฒิสภา ขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ว่าการกระทรวงการคลัง ถึงแม้ว่าท่านจะติดภารกิจเดินทางไปเยือน สปป.ลาว ในวันนี้ มอบหมายให้ประกาศกระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์ ตอบกระทู้ของกับผมแทนกระทู้ที่ผมตั้งถามนั้น คือ ปัญหาอุปสรรคขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด 7,774 แห่ง ยกเว้น อบจ. ซึ่งไม่มีหน้าที่ในการเก็บภาษีนี้ แล้วเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่มีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กระผมขอตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดังต่อไปนี้ ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามระเบียบการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2563 ด้วยออกมาแทนพระบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พระราชบัญญัติและพระราชกำหนดภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งได้ยกเลิกไปแล้ว ตั้ง 2 ฉบับ ตั้งแต่ใช้กฎหมายฉบับนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 7,774 แห่ง ไม่นับรวมองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีลดไป จากที่เคยจัดเก็บตามกฎหมายเดิมเฉพาะในปี พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 รัฐบาลให้เก็บภาษีเพียงร้อยละ 10 ของที่ประเมินได้เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาทต่อปี จึงมีรายได้ไม่เพียงพอ ที่จะทำโครงการด้านบริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะในพื้นที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ดี ในปีพุทธศักราช 2566 คือปีนี้ การจัดเก็บภาษีคาดว่ามีรายได้เพิ่มมากขึ้น ใกล้เคียงกับที่เคยจัดเก็บ ตามกฎหมายเดิม ก่อนที่กฎหมายฉบับใหม่นี้ จะมีผลใช้บังคับ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565 คณะรัฐมนตรีชุดที่แล้ว ได้มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาอัตราการจัดเก็บภาษีสำหรับปีหน้า คือปี 2561 เป็นต้นไป ให้เหมาะสมตามภาวะเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ คณะกรรมการการปกครองท้องถิ่นวุฒิสภา ที่ศึกษาดูงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมากว่า 50 จังหวัด ไปทุกภาคของประเทศ ได้รับรายงานข้อร้องเรียนถึงปัญหาอุปสรรค แล้วก็ขัดข้องในการดำเนินการจัดเก็บภาษี ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงขอเรียนถามรัฐมนตรีในช่วงแรก 3 ข้อดังนี้ครับ ข้อ 1 แล้วรอบปี ข้อ 1 กระทรวงการคลังจะจัดงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มเติมสำหรับปี 2564 ที่ยังไม่ได้รับหรือไม่ ชดเชยให้กับกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาลนครราชสีมาการเมืองส่วนใหญ่ ยังไม่ได้รับการชดเชย จากการที่ได้รับการเก็บภาษีโรงเรือนร้อยละ 10ในปี 2563 และ 2564 อย่างไร กระทู้ถามข้อที่ 2ใ นรอบปีพศ. 2566รั ฐบาลได้ประกาศให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลดลงร้อยละ 10 เป็นของขวัญปีใหม่ในปี พ.ศ. 2566 ให้กับประชาชน กระผมเห็นว่าเป็นนโยบายและแนวทาง ที่ไม่น่าจะเหมาะสม เพราะรัฐบาลไม่ได้ใช้เงินของรัฐบาลเป็นของขวัญให้ประชาชน แต่ไปเอาเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่ารัฐบาลจะมีการชดเชยรายได้ส่วนที่หายไปมากกว่า 5 พันล้านบาท ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็หวังว่ารัฐบาลยุคปัจจุบันไม่ได้ใช้นโยบายนี้ให้ของขวัญกับประชาชน เพราะเงินที่เข้านำไปคืนให้ครับ ผู้ที่เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพียงไม่กี่ล้านคน ที่เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่มันเป็นเงินที่นำมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด 7,000 กว่าแห่ง ที่จะนำไปใช้พัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ และกระทู้ถามในรอบแรกนี้ กระทู้ถามที่ 3 กระทรวงการคลังมีแนวทางที่จะปรับอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับปี 2561 เป็นต้นไปอย่างไร ซึ่งขณะนี้ก็เหลือเวลาอีกเพียง 2 เดือน เริ่มต้น 1 มกราคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปกติก็จะเริ่ม กระบวนการในการประเมินการเก็บภาษี ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ จะมีอายุครบ 5 ปี ในปีหน้านี้ จึงอยากเรียนถามว่าประสบการณ์ จะมีการตั้งคณะทำงานร่วมของทุกฝ่าย ร่วมกันหรือไม่ หรือว่าตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง อย่างขณะนี้ก็มีกระแสข่าวบางกระแส ว่ากระทรวงการคลังจะเพิ่มอัตราภาษีที่ดินที่แปลงเกษตรกรรม ขึ้นไปอีก อาจจะเป็น 15 เท่า เพื่อแก้เกมคนมีที่ดินว่างเปล่า เพื่อนำด้วยการเกษตรมาปลูกชั่วคราว ทำให้เป็นแปลงเกษตรรู้สึกว่าเสียโอกาสและการเก็บภาษี คำถามสุดท้ายกับผมจะขออนุญาต เรียนถามในช่วงถัดไปครับ ขอกราบเรียน แค่นี้ก่อนครับ กราบขอบพระคุณครับผม (พลเอก สิงห์ศึก) ขอเชิญท่านหนังสือตอบกระทู้ถามครับ (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานที่เคารพ กระผมจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังวันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้มาตอบกระทู้ของท่านพลเอก เลิศรัตน์ ครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่าน ที่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดนะครับผม ผมได้รับทราบว่าท่านตามเรื่องของภาษี สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มาอย่างยาวนาน ก็มีการสอบถามไปยังส่วนงานของรัฐฯ ในเรื่องของปัญหาเหล่านี้อย่างต่อเนื่องนะครับ ซึ่งผมเองต้องเรียนด้วยความเคารพครับ ว่ารัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ผมเข้าใจว่ากระทู้นี้ คงจะถามมาสักพักหนึ่งแล้วนะครับ เพราะว่ามันมีเนื้อหาซึ่งเป็นเรื่องของเรื่องที่ผ่านมาแล้ว พอสมควรด้วยนะครับ ซึ่งต้องเรียนด้วยความเคารพ ว่ารัฐบาลของคุณเศรษฐา ทวีสิน นะครับ เราปฏิบัติภารกิจหน้าที่มากำลังจะเข้าสัปดาห์ที่ 8 เท่านั้นนะครับ ก็เป็นภาระหน้าที่ที่เรารับไม้รับช่วงต่อมา ซึ่งเราจะปฏิบัติภารกิจให้มันดีที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกส่วนงานนะครับ ในประเด็นแรกครับ ท่านมีการสอบถามเรื่องเกี่ยวกับการลดภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างปี 2563, 2564 นะครับ ผม ตอบรวม ๆ ไปนะครับ เพราะว่าทั้งปีในไตรมาสอันเดียวกันนั่นก็คือการลดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 90 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแน่นอนว่ากระทบกับการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งประเทศ โดยหลักแล้วนี่นะครับ ตอนที่มีการออกกฎหมายนี้มาเมื่อปี 62 นี่ การประเมินบอกว่าในกรณีที่มีการจัดเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผ่านทางท้องถิ่น หากสามารถเก็บได้เต็มประสิทธิภาพนะครับ น่าจะจัดเก็บภาษีได้เกือบราว 4 หมื่นล้านบาทครับ แต่ในข้อเท็จจริงเมื่อมีการปรับลดเรื่องของอัตราภาษีลง 9 0เปอร์เซ็นต์ ในช่วงนะนี่ มีการจัดเก็บตัวเลขอยู่ราว 3,000 ล้านบาทเศษนะครับ 10 เปอร์เซ็นต์คิดง่าย ๆ ก็หมายความว่ามีการสูญเสียรายได้ราว 30 ล้านบาท ถูกต้องนะครับ ในส่วนของปี 2563 เองครับ มีการอนุมัติผ่านมติคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563 ครับ ซึ่งเมื่อได้รับการอนุมัติ และการปรับลดภาษีเหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ แล้วนะครับ ก็มีการแก้ไขชดเชยให้กับท้องถิ่นปี 2563 2 ครั้งครับ ครั้งแรก คือ การพิจารณาผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณนะครับ การแปรญัตติพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2564 เป็นไปรวมทั้งสิ้น 10,000 บาท68 ล้านบาทนะครับ ส่วนที่ 2 ครับ เป็นการตัดงบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นอีกเป็นจำนวนเงิน 1,970 ล้านบาท เพื่อชดเชยรายได้ให้กับทั้ง 2 ส่วนนะครับ ในส่วนของงบแปรญัตตินี่ เป็นการชดเชยให้กับอบต. และเทศบาลตำบล คือขนาดเล็กนะครับ 10,000 ล้านบาท ในขณะที่ 1,970 ล้านบาทนี่ เป็นการชดเชยให้กับกรุงเทพฯ เมืองพัทยา เทศบาลนคร แล้วก็เทศบาลเมือง การชดเชยบางส่วนนะครับ ซึ่งต้องยอมรับ ว่ายังไม่ครบถ้วน กับสิ่งที่ท้องถิ่นได้สูญเสียรายได้ไป ในปี 2564 ครับ ในขั้นตอนในขณะนี้นี่ หลังจากที่มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคมปี 2564 ครับ กำหนดให้อัตราภาษีลดลง 90 ตามมาตรการข้างต้นนี่ คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ ขอโทษนะครับ ข่าวประชุมเมื่อครั้งที่ 4 วันที่ 18 กรกฎาคมปี 2565 นี่ มีมติเห็นชอบแนวทางการชดเชยรายได้ให้แก่อปท.ครับ จะขอรับการจัดสรรงบประมาณ จากการแปรญัตติร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ในปีงบประมาณต่อไป หรืองบกลางเป็นต้นนะครับ คือหาช่องทางในการที่จะหาเงินมาซึ่งขณะนี้ พรบ. งบประมาณปี 2567 นี่ อยู่ระหว่างการกลับไปทบทวนรายการนะครับ และก็ส่งคำขอเข้ามายังสำนักงบประมาณเป็นที่เรียบร้อย น่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรกในช่วงต้นมกราคมครับ ก็จะเข้าสู่กระบวนการ โดยจะมีผลบังคับใช้ในราวเดือนกลางเดือนเมษายน อันนี้เป็นเรื่องของปฏิทินงบประมาณ ในการนี้นี่นะครับ ก็ได้มีการมอบหมายให้กับกระทรวงมหาดไทยนี่ ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องซึ่งการชดเชยรายได้ของ อปท. นี่นะครับ ที่ได้ผลที่ได้รับผลกระทบ ต้องดำเนินการผ่านกลไกของ กยท. นะครับ ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ของคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่น ซึ่งมีผู้แทนที่มีหน่วยงาน เกี่ยวข้องทั้งหมดนี่ ร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อชดเชยให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และมติ กกต. ที่เกี่ยวข้องต่อไป ตรงเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้นี่ ถึงแม้ว่าเราจะเพิ่งมาเข้าสู่การบริหารราชการก็ตามนะครับ มติคณะรัฐมนตรีในชุดที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องของการที่เราจะต้องมาชดเชยรายได้ให้แก่ท้องถิ่น ที่มีความเกี่ยวข้องนี่ ก็มีผลผูกพันกับคณะมนตรีชุดชุดนี้ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องการชดเชยนี่ เมื่อทาง ก.ก.ถ. ได้ดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว เมื่อส่งเข้าสู่คณะมนตรีนะครับ คณะมนตรีและกรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งจะมีการตั้งขึ้นในอนาคตอันใกล้ก็คงจะต้องนำไปพิจารณา เพื่อที่จะดูในเรื่องของการใช้การแปรญัตติ หรือการใช้งบรายจ่ายกลางปี หรือการใช้งบประมาณกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เพื่อที่จะเข้าไปชดเชย รายได้ให้แก่ท้องถิ่น ให้มีความเหมาะสมต่อไปนะครับ คำถามที่ 2 ครับ ในปี 2566 มีการเก็บลดลง 10 เปอร์เซ็นต์นะครับ ผมต้องเรียนนี้ครับ ไม่แน่ใจว่าในขณะนั้น ใช้คำว่า "ของขวัญปีใหม่" หรือไม่นะครับผม เองก็ไม่ได้ไม่ได้ติดตามและละเอียดนะครับผม เรียนี้ครับ แต่ว่าจากการชี้แจงที่หน่วยงานราชการได้ให้ข้อมูลมา นะครับ สาเหตุในการที่รัฐบาลชุดนั้นนี่นะครับ ในขณะนั้นได้มีการตัดสินใจ เพื่อปรับลดราคาภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลดลง 10 เปอร์เซ็นต์นะครับ ในปี 2567 นี้นะครับผม ต้องเรียนว่ามาตรการลดภาษีนี้นี่ วัตถุประสงค์ที่ได้ชี้แจงนะครับ คือ 1. เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส เพราะว่าเศรษฐกิจยังอยู่ในระยะที่เปราะบาง มีความจำเป็น ต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบนะครับ และก็ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงเ รื่องที่ 2 ครับ คือ เป็นช่วงเวลาสิ้นสุดของระยะเวลาการยกเว้น และบรรเทาภาวะภาระภาษีตาม พรบ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครับ ได้แก่ การยกเว้นการจัดเก็บภาษี สำหรับเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นธรรมดาและใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ใน 3 ปีแรกนะครับ อันนี้นี่เป็นไปตามมาตรา 6 ของพรบภาษีที่ดิน และการบรรเทาการชำระภาษีใน 3 ปีแรก การจัดเก็บภาษีที่ดิน ให้แก่ผู้เสียภาษี มีภาระภาษีในระหว่างสูงกว่าภาษีโรงเรือน และก็ภาระสูงกว่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่นะครับ ในประการที่ 3 ครับ วัตถุประสงค์ที่ได้มีการลดภาษีลง 10 เปอร์เซ็นต์นี่นะครับ การเพิ่มขึ้นของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินครับ อันนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัย เพราะว่า ต้องเรียนนี้ครับ มาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี่นะครับ จะช่วยให้ท้องถิ่นมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจผ่านทางการบริโภค และการลงทุนที่เพิ่มขึ้นครับ ทำให้รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่ม ในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม ในส่วนของภาษีนิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะได้เพิ่มมากขึ้น และก็จะทำให้ทั้งหลายนะครับ สามารถได้รับการจัดสรรรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเพื่อเศรษฐกิจท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง และมีการขยายฐานภาษีก็จะเป็นประโยชน์กับท้องถิ่นในระยะยาวต่อไปนะครับ ซึ่งตรงจุดนี้นี่ ก็เป็นกลไก ซึ่งจะทำให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง มีความพร้อมในการที่จะเดินหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจชุมชน สำหรับปี 2567 ครับ คำถามที่ 3 ครับ มีการมีแนวทางในการปรับอย่างไรนะครับ ประเด็นแรกเลยนะครับ ในเรื่องของแปลงเกษตรด้วยนะครับ ต้องเรียนด้วยความเคารพ ว่าสำหรับรัฐบาลชุดปัจจุบัน เราไม่มีแนวความคิดนะครับ การที่จะไปปรับอัตรา สำหรับเรื่องของแปลงเกษตรแปลงเกษตร ให้ผมต้องเรียนท่านผ่านท่านประธาน ไปยังท่านด้วยความเคารพครับ ผมว่าเราท่านเคยอภิปรายในสภากันหลายครั้งนะครับผม เองก็เช่นเดียวกันนะครับ ในเรื่องภาษีตัวนี้ แล้วเราก็มีความห่วงใยในประเด็นที่ 1. คือแน่นอนว่ามันเป็นภาษี ซึ่งควรจะต้องเป็นรายได้ของท้องถิ่น ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาบริหารจัดการ ในการสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่นได้ ในขณะเดียวกันการจัดเก็บภาษีในอัตราที่มีความเปลี่ยนแปลงแล้วนะครับ มันก็กระทบกับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่ถือครองที่ดิน ซึ่งได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง อันนี้เป็นประเด็นที่เราห่วงใย และข้อที่ 3 ที่คนห่วงใย เราก็รู้กันดี ว่ามันมีเอกชนรายใหญ่ หรือนายทุนก็ตาม ที่เป็นเจ้าของที่ดินจำนวนมากเลยนะครับ ลงทุนปลูกกล้วย ปลูกไม้ยืนต้นอะไรต่าง ๆ อยู่ในพื้นที่ เพื่อที่จะใช้คำว่า "หลบเลี่ยง" ก็ได้นะครับ มันก็เป็นการหลบเลี่ยงประเภทหนึ่งนะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นไปตามช่องทางของกฎหมายก็ตามนะครับ เป็นการบริหารภาษีของเขานะครับ ซึ่งตรงจุดนี้นี่ เราเห็นถึงประเด็นปัญหาครับ แนวความคิดในเรื่องของการปรับในเรื่องของภาคการเกษตรเพิ่มได้นะครับ ก็อาจจะมีการพูดคุยกันครับ แต่ในสำหรับตัวรัฐบาลเราเองนี่ ต้องเรียนด้วยความเคารพ เราไม่เคยพูดคุยในประเด็นนี้ อย่างไรไรก็ตามเนี่ย แนวความคิดนี้เนี่ยอาจจะไม่ตรงนะเพราะว่า หากว่าเราปรับเพิ่ม 15 เท่าอย่างที่ท่านได้เรียน อย่างที่ท่านเป็นห่วงนะครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดกระทบกับเฉพาะเอกชนรายใหญ่ หรือนายทุนที่เข้าไปปลูกไม้ในพื้นที่ของตน เพื่อที่จะยื่นเพื่อที่จะบริหาร เรื่องของการเลี่ยงภาษีเท่านั้นนะครับ แต่มันกระทบกับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศด้วย เพราะฉะนั้น กลไกลนี้เนี่ย กลไกที่คงจะเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ ในส่วนของ... เรื่องของแนวความคิดในเรื่องปี 2567 ผมเลยต้องเรียนอย่างนี้ครับ รัฐบาลต้องผมยอมรับครับ ว่ายังไม่ได้มีการนัดประชุมอย่างเป็นทางการนะครับ ในเรื่องของการที่จะบริหารจัดการว่าแนวทาง สำหรับพระราชบัญญัติ เรื่องของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในปี 2567 2568 2569 ต่อไปนี่ จะเป็นอย่างไรนะครับ แต่เรายืนยันกับท่านครับ ว่าเรากลับไปวันนี้นี่ ได้รับการกระตุ้นเตือนจากท่านต้องกราบขอบพระคุณครับผม ผมเองจะกลับไปที่กระทรวงในช่วงวันนี้ และจะได้พูดคุย เพื่อที่จะมอบนโยบาย ว่าเราคงจะต้องมานั่งพิจารณากันในเรื่องของกรอบกัน พรบ. ภาษี และที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ในปี 2567 อย่างไร เพื่อให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่กระทบกับรายได้ของท้องถิ่น อย่างมีนัยสำคัญ ไม่กระทบหนักเกินไป แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องคำนึงถึงพี่น้องประชาชน ซึ่งถือครองที่ดิน และมีภาระในการจะต้องชำระภาษีด้วยวันนี้เราจะนำไปดำเนินการโดยเร็วที่สุด และจะส่งคำตอบกลับมาให้ท่านเลิศรัตน์ ผ่านท่านประธาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ขอบคุณครับ (พลเอก สิงห์ศึก) ครับ ท่านพลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช ท่านยังมีคำถามเพิ่มเติมไหมครับ (พลเอก เลิศรัตน์) ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา กระทู้ถามที่ 4 นะครับ ท่านประธาน มีกระทรวงการคลัง มีแนวทางการแก้ปัญหาอุปสรรค แล้วก็ขัดข้องการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ อยู่หลายประการซึ่งสามารถปรับปรุงแก้ไขไปพร้อมกับการแก้ไขกฎหมาย ปรับปรุงอัตราการจัดเก็บภาษี เช่น การปรับปรุงวิธีการคำนวณ ทำให้การประเมินคำนวณภาษีง่ายขึ้น และลดความสลับซับซ้อน การกำหนดนิยามสิ่งปลูกสร้าง ที่ทำให้ครอบคลุมทุกสถานที่หรือไม่ว่า หรือไม่อย่างไร ก่อนที่จะตอบคำถามที่กระผมใคร่ขอสรุปอุปสรรคที่ได้จากการลงพื้นที่ พบปะกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อแรก พระราชบัญญัติฉบับนี้มีเนื้อหาค่อนข้างมาก และมีความซับซ้อน โจทย์การคำนวณเพื่อประเมินจำนวนภาษีขั้นตอน และปัจจัยต้องพิจารณาหลายประการ ข้อ 2 นิยามสิ่งปลูกสร้างไม่ครอบคลุมทุกสถานที่ ทุกประเภท ขอให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น เสาโทรคมนาคม ก็ไม่มีอยู่ในนิยามพื้นที่ที่เป็นป่าชายเลนราว 2 ล้านไร่ คือไม่ควรเก็บภาษี เพราะเป็นแบบที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า ซึ่งมีอัตราสูง ถึงร้อยละ 3 ในอนาคต พื้นที่เหล่านี้มีประโยชน์ ต่อระบบนิเวศ ของสิ่งมีชีวิตนานานับประการ จากการที่ผู้ว่าการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จัดทำเวทีสาธารณะ พูดว่า พรบ. เช่าที่ 16 กระทบต่อการเก็บภาษีรายได้ของ อาทิ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในเขตพญาไท เคยเก็บภาษีได้ถึง 10.7 ล้านบาท อัตราภาษีตาม พรบ. ฉบับใหม่นี้ หรือเก็บได้เพียง 1.8 ล้านบาท ลดไป 10 เท่า วันนี้ก็เห็นชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ ในการลดความเหลื่อมล้ำ ของภาษีฉบับนี้นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเก็บภาษีจากคนที่มีรายได้มากลดน้อยลง ข้อ 3 จำนวนมากขาดเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เพียงพอในการแบ่งงานด้านภาษี เรื่องการใช้งานโปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โปรแกรมแผนที่ภาษี และทะเบียนทรัพย์สิน อีกทั้งที่ดินและทรัพย์สิน สิ่งปลูกสร้าง มีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ จึงทำให้เจ้าหน้าที่บางคนใช้ Google ในการประเมินอัตราภาษี ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นรายละเอียด ของที่ดิน ที่มีอยู่จริง ข้อ 4 ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์และเจ้าของไม่อยู่ อุปสรรคในการประเมินและการจัดเก็บภาษี ข้อ 5 เขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ชัดเจนและสลับซับซ้อน สุดท้ายนี้ ผมมีข้อเสนอแนะในการขยายสัดส่วน การจัดสรรงบอุดหนุน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 ประกาศ คือ 1. ปรับปรุงรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การเสริมสร้างรายได้รับปรับโครงสร้างภาษี 2 ปรับปรุงภาษีอากรที่รัฐบาลเก็บให้แล้วให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีอะไรเพิ่มมากขึ้น ข้อ 3 จัดสรรงบองกรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีที่รัฐบาลลดหย่อนภาษีประชาชนเป็นกรณีพิเศษ กระผมเห็นว่าถึงเวลาแล้ว ที่รัฐบาลควรจะได้เน้นการกระจายอำนาจ ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเราได้พูดกันในเรื่องนี้ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว มาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 40 กว่า 20 ปีแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มากขึ้น จากเดิมนี่ อยู่ในราวประมาณ 7 แสนล้าน ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2567 2568 จะเพิ่มอีก 1 ถึง 20 ล้านบาท 2567 2568 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถปฏิบัติภารกิจที่รัฐถ่ายโอนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ขอบพระคุณครับ (พลเอก สิงห์ศึก) ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบเพิ่มเติม และตอบเพิ่มเติม (คุณจุลพันธ์) ครับ ท่านประธานที่เคารพครับผม จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ตอบคำถามที่ 2 ของท่านพลเอกเลิศรัตน์ในเรื่องของแนวทางอุปสรรค แก้ไขปัญหาและอุปสรรค เราใช้ภาษีมา 4 ปีแล้วครับ ก็เห็นปัญหาตรงกันครับ ทุกฝ่ายเห็นปัญหาตรงกันแล้ว ก็มองว่ายังมีความจำเป็น แต่อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นนะครับผม ขอเรียนอย่างนี้ครับ ส่วนของกระทรวงการคลังเองนะ เรามองว่าตัว พรบ. ฉบับนี้นี่ เป็น พรบ. ซึ่งมีความโดยหลักคิดนะครับ มีความถูกต้องในระดับหนึ่ง มีความเหมาะสม เพราะว่ามันเป็นการเก็บภาษีในอัตราที่ก้าวหน้า แล้วก็มีการยกเว้นลดหย่อนพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตรที่ได้รับยกเว้นฐานภาษีถึง 50 ล้านบาทแรกนะครับ เรื่องที่อยู่อาศัยหลักได้รับยกเว้นภาษีถึง 50 ล้านบาทแรก ในเบื้องต้นก่อนนะครับ นอกจากนั้นนี่นะครับ กิจการสาธารณะก็ได้ลดหย่อน 90 หรือ 50 เปอร์เซ็นต์ ตามแต่กรณีละต่าง ๆ เหล่านี้ มันเป็นกลไกซึ่งพยายามที่จะระบบภาษี ซึ่งมีความเป็นธรรม แล้วก็เปิดการจัดเก็บที่เหมาะสมเพราะโดยหลักการทางเศรษฐศาสตร์ ในเรา คงไม่ประสงค์ ที่จะให้มีพื้นที่ดินของประเทศที่มันทิ้งร้างว่างเปล่า โดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะมันไม่เกิดผลผลิตทางเศรษฐกิจนะครับ ในมุมหนึ่งนั้น มันคือหลักคิดทางเศรษฐศาสตร์ ที่เราเอามาเข้า ส่วนในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายของโรงเรียนนี้ครับ โดยพรบหลักเกณฑ์ การจัดทำร่างกฎหมายนะครับ กำหนดว่าเมื่อครบ 5 ปีนี่ ทุกฉบับ ก็ต้องมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการออกกฎหมายทุก 5 ปีนะครับ ปีหน้าปี 2567 ก็จะครบวาระของ พรบ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะได้มานั่งได้ละเอียด โดยละเอียดว่ากฎหมายนี้มีจุดอ่อน ช่องโหว่ อุปสรรคอะไร ในการดำเนินภารกิจจริงนะครับ ซึ่งคงจะได้มาถกแถลง และก็หากมีกลไกที่มีความจำเป็น จะต้องแก้ไขแน่นอน ว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาเป็นวาระของสภานะครับ ซึ่งทุกท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้ ก็คงจะต้องมาเป็นวาระ นะครับ ในการที่จะมาแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยเฉพาะการตั้งกรรมาธิการ เพื่อมาพูดคุยกันในเรื่องของรายละเอียดต่าง ๆ ในส่วนของประเด็นต่าง ๆ ที่มีการพูดคุยกันอยู่ ผมพอจะสรุป แล้วก็ขออนุญาตจะเรียนเพิ่มเติม จากประเด็นที่ท่านพลเอก เลิศรัตน์ ได้เรียนมา ซึ่งเรารับทุกประเด็นนะครับ ไปพิจารณาต่อเนื่องต่อไปนะครับ ในสิ่งที่ได้เรียนมา นอกจากนี้ยังมีประเด็นปัญหา ซึ่งมีผู้เสนอให้ทบทวน เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย เช่น เรื่องของการช่องโหว่ ไม่ให้มีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ใน กทม. นี่นะครับ เรียกว่าเอากล้วยมาลง เพื่อที่จะหลบการเลี่ยงภาษีนี่นะครับ เราจะแก้ไขอย่างไร ประเด็นเรื่องของการกรณีค้างจ่ายภาษี ไม่ชำระภาษีนี่ ค่าปรับปัจจุบันนี่ เต็มอัตราที่ 40 เปอร์เซ็นต์ ของภาษีที่ค้างเก็บซึ่งค่อนข้างสูงนะครับ เรื่องของการยกเว้นภาษีที่อยู่อาศัย ที่เรียกว่าบ้านหลัง ๆ นี่นะครับ 50 ล้านบาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งประเด็นนี้นี่ ทำให้ อปท. ในต่างจังหวัดนี่ แทบจะเก็บภาษีไม่ได้เลยครับ เพราะว่า ดังกล่าวค่อนข้างสูงนะครับ เราอาจจะต้องมีการพิจารณา เพื่อที่จะปรับลดเพดานดังกล่าวลงมา ให้เหลือในตัวเลขที่เหมาะสม ในเรื่องของที่ดินอนุรักษ์ เช่นที่ดินป่าไม้ ป่าชายเลน ที่ได้เรียนนะครับ ไม่ควรถูกจัดเก็บภาษีครับ ควรจะได้รับการยกเว้น ประเด็นเหล่านี้นี่ กระทรวงการคลังก็จะรับไว้พิจารณานะครับ นอกจากนั้นสิ่งปลูกสร้างบางประเภท เช่น เสาไฟฟ้า เสาโทรคมนาคมนี่ ก็มีคำถาม ว่าเราควรจะเก็บภาษีหรือไม่ เนื่องจากเดิมนี่ นะครับ ภาษีเก่าเราเคยเก็บอยู่ครับ ในปัจจุบันตามนิยามของกฎหมาย พรบ. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในปัจจุบันนี้ ถือว่าไม่อยู่ในนิยามของสิ่งปลูกสร้างครับ ตรงนี้เราก็รับไปพิจารณาทบทวน เพื่อที่จะหาข้อสรุปและนำเสนอต่อ ขั้นตอนการแก้ไขกฎหมายต่อไป หากมีความจำเป็น ครับ ก็ขออนุญาตท่านประธาน ได้ตอบน่าจะครบถ้วนในประเด็นที่ท่านพลเอก เลิศรัตน์ ได้เรียนมา และต้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านเลิศ รัตนว่ารัฐบาลรับฟังประเด็นของท่านนะครับ จะขออนุญาตนำประเด็นเหล่านี้ ไปพูดคุยหารือ ในชั้นของกระทรวงการคลัง เพื่อที่จะนำเสนอต่อ ครม. หรือส่วนงานที่มีความเกี่ยวข้องต่อไปครับ ขอบคุณครับ (พลเอก สิงห์ศึก) ก็ทางรัฐมนตรีก็ชัดเจนนะครับ เรื่องใดที่ท่านจะให้ข้อเสนอแนะ ก็จะนำไป ท่านพลเอก เลิศรัตน์ มีอะไร ติดใจไหมครับ (คุณจุลพันธ์) ประธานวุฒิสภาครับ ขอกราบขอบพระคุณท่าน ท่านประธานไปยังท่าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นะครับ ที่ท่านตอบได้ยังละเอียดถ่องแท้เมื่อกี้ เหมือนใส่การ์ดในอดีตนะครับ ไม่ได้ตอบแบบรัฐบาลตอบนะ ก็คิดว่าพี่น้องประชาชนแล้วก็เช้า อบต. นี่ รอคำตอบจากท่านที่จะปรับปรุงกฎหมายนี้ ให้เป็นกฎหมายที่ตอบเจตนารมณ์เดิม ในการลดความเหลื่อมล้ำ ก็สามารถนำไปปฏิบัติได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน (พลเอก สิงห์ศึก) ครับ ก็ขอขอบคุณท่านที่ช่วยว่าการกระทรวงการคลังท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับที่มาตอบกระทู้ในวันนี้นะครับ เป็นอันจบการพิจารณากระทู้ถามเป็นหนังสือ 3.2 กระทู้ถามด้วยวาจา ท่านสมาชิกครับ วันนี้มีกระทู้ถามด้วยวาจาจำนวน 2 กระทู้ คือ 3.2.1 กระทู้ถามเรื่องการขออนุญาต ทำประโยชน์ในเขตของเทศบาล ตำบล อาศัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ของนางสาวพัช รับพร เป็นผู้ตั้งถามถามเรื่องตีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากว่ารัฐมนตรีการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้ถูกตั้งกระทู้ถาม ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงทำให้กระทู้ถามดังกล่าว เป็นอันตกไป ตามข้อบังคับข้อ 166 วรรค 2 ทั้งนี้หากสมาชิกประสงค์ที่จะตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา ท่านสามารถเสนอใหม่ เพื่อให้พิจารณาในคราวถัดไปได้ 3.2.2 กระทู้ถามเรื่องการแต่งตั้งอธิการบดีมหาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นายวันชัย สอนศิริ เป็นผู้ตั้งถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม บ้าศุภมาศอิสระภักดี ผู้ถูกตั้งกระทู้ถาม ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถ มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงทำให้กระทู้ถามดังกล่าวเป็นอันตกไป ตามข้อบังคับข้อ 166 ววรค 2 ทั้งนี้ หากสมาชิกประสงค์จะตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา ท่านสามารถเสนอใหม่ เพื่อให้พิจารณาในคราวถัดไปได้ ดังนั้น ในวันนี้จึงไม่มีการตั้งกระทู้ถาม ตอบกระทู้ถามด้วยวาจานะครับ เป็นอันจบระเบียบวาระกระทู้ถาม ต่อไป เป็นเรื่องด่วน เรื่องด่วนที่ 1 เพื่อให้ความเห็นชอบบุคคลได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามชื่อที่ประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 15 วันจันทร์ที่ 18 กันยายน 2566 ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาตินั้น บัดนี้ คณะกรรมการกรรมการสามัญ ได้ดำเนินการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ พฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง รวมทั้งรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงพยานหลักฐานอันจำเป็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว รายละเอียดปรากฏ ตามรายงานที่จัดวางให้สมาชิกทุกท่านแล้ว นะครับ ขอเชิญคณะกรรมการเข้าประจำที่ครับ ขอเชิญประธานกรรมการแถลงครับ // กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภา และท่านสมาชิกทุกท่านที่เคารพเบื้องบน ในฐานะคณะกรรมาธิการสามัญ ช่วยทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะขอรายงานสิ่งที่ได้ทำไป ด้วยข้อแนะนำแรกนั้น ท่าน ท่านเลขาธิการ ท่านคณะสามัญ 3 อัน อยากได้กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภา และท่านสมาชิก จะพาทุกท่านเป็นอันดับแรก ขอเชิญนางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการสามัญ เชิญครับ (พลเอก สิงห์ศึก) เชิญเลขากรรมาธิการนะครับ ในส่วนที่เปิดเผยนะครับ (คุณสุวรรณี) กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภา และท่านสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านที่เคารพ ดิฉันนนางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการสามัญ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ เรียนต่อที่ประชุมให้ทราบว่า สถานที่ประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 15 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 เมื่อวันจันทร์ ที่ 8 กันยายน 2566 ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลผลผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จำนวน 1 คน คือนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ โดยมีกำหนดเวลาปฏิบัติงาน ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ซึ่งจะครบกำหนดในวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศสจิกายน 2566 นั้นบัดนี้คณะกรรมาธิการสามัญดำเนินการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว สำหรับผลการดำเนินการนั้น ได้สรุปรายละเอียดไว้ในเอกสารรายงาน ของคณะกรรมาธิการสามัญในส่วนที่เปิดเผย ได้แจกจ่ายให้แก่สมาชิกวุฒิสภาแล้ว ท่านประธานที่เคารพคะ ต่อไปคณะกรรมการสามัญ จะขอชี้แจงสรุปผลการดำเนินการ ซึ่งทำเป็นรายงานลับ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ การประชุมวุฒิสภา 2562 ข้อ 110 วรรค 2 ซึ่งก่อนจะนำเสนอรายงานเอกสารลับต่อที่ประชุมนั้น คณะกรรมาธิการสามัญขอให้มีการประชุมวุฒิสภาเป็นการลับ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ข้อ 112 วรรค 2 จึงกราบเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณาค่ะ (พลเอก เลิศรัตน์) ครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้นะครับ มีสมาชิกท่านใด จะสอบถามในเอกสาร ที่แจกจ่ายเป็นเปิดเผยหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีนะครับ คณะกรรมการก็จะขอเป็นการไป ประชุมลับ มีไหมครับ ไม่มีนะครับ เป็นอันจบการที่นารายงานของคณะกรรมการส่วนแรกนะครับ ต่อไปเป็นการที่หน้ารายงานของคณะกรรมการ ส่วนที่เป็นรายงานลับ และในการพิจารณารายงานส่วนนี้ คณะกรรมการสามัญได้ร้องขอต่อที่ประชุม เพื่อให้มีการดำเนินการประชุมลับ ตามเข้ามา ข้อ 112 วรรค 2 แล้วนะครับ ดังนั้นต่อไปนี้ ก็จะเป็นการประชุมลับ ขอเชิญผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องออกนอกห้องประชุม รวมทั้งขอให้งดการกระจายเสียง รวมทั้งแพร่ภาพทางโทรทัศน์วงจรปิด ภายในบริเวณรัฐสภา และงดการถ่ายทอดการประชุมทุกช่องทางเป็นการชั่วคราว รวมทั้งห้ามใช้เครื่องบันทึกเสียง เครื่องบันทึกภาพ หรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ ยกเว้น การบันทึกของสภา และห้ามกระทำการใด ๆ ที่ทำให้การประชุมลับ ออกไปสู่บุคคลภายนอก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 122 บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนิน มาทรงทำพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชทายาท