﻿1
00:00:32,092 --> 00:00:35,142
(อาจารย์จักรพงศ์) สวัสดีครับ

2
00:00:35,142 --> 00:00:37,232
สวัสดี พี่ล่ามได้ยินใช่ไหมครับ

3
00:00:37,232 --> 00:00:41,232
โอเคครับ

4
00:00:46,963 --> 00:00:50,963
ครับ สวัสดีครับ สวัสดีนักเรียนชั้น ม. 4/1 นะครับ

5
00:00:55,758 --> 00:00:57,147
ครับผม นะครับ วันนี้เราจะมาเรียนวิชาภาษาไทยนะครับ

6
00:00:57,147 --> 00:01:00,305
ในภาคเรียนที่ 2 นะครับ

7
00:01:00,305 --> 00:01:02,794
สำหรับภาคเรียนที่ 1 จะเป็นการเขียนในลักษณะที่

8
00:01:02,794 --> 00:01:06,794
แตกต่างกันไป สำหรับภาคเรียนที่ 2 จะเป็น

9
00:01:08,408 --> 00:01:12,283
การเขียนในรูปแบบอีกรูปแบบหนึ่งนะครับ  เดี๋ยวอย่างไรเรามาดูรูปแบบการเขียน

10
00:01:12,283 --> 00:01:16,283
ความหมายของการเขียนก่อนนะครับ

11
00:01:17,720 --> 00:01:21,720
นักเรียนดูพี่ล่ามไปด้วยนะครับ

12
00:01:25,649 --> 00:01:29,649
ในลักษณะที่คุณครูกำลังอธิบาย ให้นักเรียนดูพี่ล่ามใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียนนะครับ นักเรียนจะได้เข้าใจนะ

13
00:01:31,838 --> 00:01:35,838
การเขียนนะครับ เป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษรนะครับ ถ่ายทอดความรู้ ความคิด

14
00:01:35,921 --> 00:01:39,921
อารมณ์ ความรู้สึก แล้วก็ประสบการณ์ของผู้เขียนไปสู่ผู้อ่าน

15
00:01:43,567 --> 00:01:45,208
ทักษะการเขียนเป็นทักษะที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์นะครับ และก็ต้องใช้ภาษาที่ไพเราะ

16
00:01:45,208 --> 00:01:49,208
ปราณีตนะครับ

17
00:01:52,265 --> 00:01:56,265
ที่สื่อได้ทางอารมณ์ ความคิด ความรู้ และต้องใช้ศิลปะ

18
00:01:58,581 --> 00:02:00,344
การเขียนก็จะมีวิธีการและหลักการนะครับ

19
00:02:00,344 --> 00:02:01,894
ต่าง

20
00:02:01,894 --> 00:02:04,608
ๆ สำหรับ

21
00:02:04,608 --> 00:02:07,052
ความสำคัญของการเขียนนะครับ

22
00:02:07,052 --> 00:02:11,052
การเขียนมีความสำคัญสำหรับมนุษย์

23
00:02:11,299 --> 00:02:14,102
ยิ่งในโลกปัจจุบันนี้นะครับ  เจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

24
00:02:14,102 --> 00:02:18,102
การเขียนก็ยิ่งทวีความสำคัญมากเลยนะครับ

25
00:02:31,071 --> 00:02:35,071
เดี๋ยวสักครู่นะครับ ภาพหาย

26
00:03:09,676 --> 00:03:13,676
เดี๋ยวสักครู่นะครับ นักเรียนสไลด์มันหายครับ

27
00:03:39,288 --> 00:03:43,288
ทำไมมันไม่ขึ้น

28
00:04:23,185 --> 00:04:27,185
โอเคนะครับ เรามาต่อกันด้วยความสำคัญของการเขียนนะ

29
00:04:33,805 --> 00:04:36,397
เดี๋ยวให้นักเรียนเตรียมสมุดขึ้นมานะครับ แล้วก็จด

30
00:04:36,397 --> 00:04:40,397
ตามที่คุณครูขึ้นสไลด์น

31
00:04:44,198 --> 00:04:48,198
ะ นักเรียนจดความสำคัญของการเขียน เดี๋ยวให้คุณครูอธิบายเสร็จก่อนนะ เดี๋ยวครูจะบอกให้นักเรียนจดนะครับ

32
00:04:50,797 --> 00:04:54,797
การเขียนมีความสำคัญนะครับ

33
00:04:56,859 --> 00:04:58,185
เดี๋ยวต้องรอก่อนนะครับ เดี๋ยวรอคุณครูอธิบายเสร็จก่อนนะ แล้วก็

34
00:04:58,185 --> 00:04:59,960
... แล้วให้นักเรียน

35
00:04:59,960 --> 00:05:03,960
เขียนลงในสมุดของนักเรียน

36
00:05:05,151 --> 00:05:09,151
โอเค ความสำคัญของการเขียนนะครับ

37
00:05:11,670 --> 00:05:13,750
การเขียนมีความสำคัญสำหรับมนุษย์นะครับ เพราะว่าในโลกปัจจุบันมีการเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเลยนะครับ การเขียน

38
00:05:13,750 --> 00:05:15,373
ก็ยิ่งทวีความสำคัญมาก

39
00:05:15,373 --> 00:05:19,373
ขึ้นตามไปด้วย

40
00:05:21,341 --> 00:05:24,910
เดี๋ยวคุณครูจะสามารถสรุปความสำคัญของการเขียน

41
00:05:24,910 --> 00:05:28,910
ได้เป็นข้อ ๆ เดี๋ยวให้นักเรียนจดตามหัวข้อนี้ก่อนนะครับ

42
00:07:31,983 --> 00:07:35,983
ใกล้เสร็จหรือยังครับ

43
00:10:39,969 --> 00:10:43,969
นักเรียนมองเห็นอยู่ใช่ไหมครับ

44
00:11:12,270 --> 00:11:16,270
โอเค เสร็จแล้วนะครับ แล้วมาดู

45
00:11:16,520 --> 00:11:20,520
ความสำคัญของการเขียนเป็นข้อ ๆ เลยนะครับ จะสรุปได้ดังนี้นะครับ

46
00:11:25,779 --> 00:11:28,384
นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามอธิบายให้นะครับ พอคุณครูอธิบายเสร็จ

47
00:11:28,384 --> 00:11:29,677
เดี๋ยวคุณครูจะอนุญาตให้เรียนจดลงในสมุดนะครับ

48
00:11:29,677 --> 00:11:33,677
ให้ลอกลงในสมุดนะ

49
00:11:35,736 --> 00:11:39,135
โอเค มาดูข้อที่ 1 กันนะครับ ความสำคัญของการเขียนนะครับ การเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง

50
00:11:39,135 --> 00:11:40,712
โอเค ทำไมถึงบอกว่าการเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งครับ

51
00:11:40,712 --> 00:11:43,540
เพราะว่า

52
00:11:43,540 --> 00:11:47,540
สมมติ สมมติว่า

53
00:11:48,019 --> 00:11:49,868
ถ้านักเรียน นักเรียน ๆ เล่น

54
00:11:49,868 --> 00:11:51,402
Facebook กันไหมครับ

55
00:11:51,402 --> 00:11:52,370
นักเรียนมี Facebook กันไหมครับ

56
00:11:52,370 --> 00:11:56,370
มีไหม

57
00:11:58,846 --> 00:12:02,069
มี Facebook ไหม มีนะ เวลานักเรียนคุยกันกับเพื่อน นักเรียนพิมพ์คุยกันใช่ไหมครับ

58
00:12:02,069 --> 00:12:06,069
ใช่ไหม

59
00:12:09,724 --> 00:12:10,853
นักเรียนคุย LINE คุย Facebook เรียนพิมพ์คุยกันใช่ไหมครับ เห็นไหมครับ การที่นักเรียนพิมพ์สื่อสารไป ก็คือ

60
00:12:10,853 --> 00:12:13,401
ก

61
00:12:13,401 --> 00:12:15,244
ารสื่อสารชนิดหนึ่งเหมือนกัน

62
00:12:15,244 --> 00:12:19,244
เวลานักเรียนจะเขียน

63
00:12:21,041 --> 00:12:25,041
เขียนจดหมายเขียนอะไรอย่างนี้ นักเรียนก็จะเขียนสื่อสารหากันได้ อย่างเช่น นักเรียน

64
00:12:26,097 --> 00:12:30,097
... เป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะ นักเรียนไม่สามารถพูด

65
00:12:31,453 --> 00:12:35,007
ออกมาเป็นคำพูดได้ แต่นักเรียนใช้ภาษามือในการสื่อสาร แล้วถ้านักเรียนไม่ใช้ภาษามือในการสื่อ

66
00:12:35,007 --> 00:12:36,959
สาร นักเรียนจะต้องใช้ภาษาในการสื่อสาร ก็คือการเขียนนั่นเองนะครับ

67
00:12:36,959 --> 00:12:38,900
เพราะว่าในอนาคต

68
00:12:38,900 --> 00:12:41,134
ไม่รู้ว่า

69
00:12:41,134 --> 00:12:44,162
นักเรียนจะต้องสื่อสารกับ

70
00:12:44,162 --> 00:12:48,162
คนที่ไม่รู้จักภาษามือ

71
00:12:49,807 --> 00:12:50,742
เวลาที่นักเรียนไปสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือ นักเรียนจะต้องเขียนสื่อสารเป็นภาษา

72
00:12:50,742 --> 00:12:52,341
เขียน

73
00:12:52,341 --> 00:12:55,311
เพื่อที่ให้เขาเข้าใจ

74
00:12:55,311 --> 00:12:58,094
ในเรื่องที่นักเรียนต้องการที่จะต้องสื่อสารกับเขา

75
00:12:58,094 --> 00:13:02,094
นักเรียนเข้าใจตรงนี้นะครับนะ

76
00:13:05,086 --> 00:13:09,086
ข้อที่ 2 นะครับ การเขียนเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์

77
00:13:10,544 --> 00:13:14,544
เป็นการแสดงออกอย่างไร นักเรียนรู้ไหมครับ

78
00:13:21,957 --> 00:13:25,957
พอจะรู้ไหม ทำไมถึงบอกว่าเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์ นักเรียนพอจะเข้าใจตรงนี้ไหม

79
00:13:31,088 --> 00:13:33,934
ไม่ว่าจะเป็นภาษาพูด ภาษาเขียน หรือภาษามือ

80
00:13:33,934 --> 00:13:36,290
ต่างเป็นการประดิษฐ์คิดค้นกันขึ้นมา

81
00:13:36,290 --> 00:13:40,290
ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์

82
00:13:40,339 --> 00:13:42,501
ที่เกิดขึ้น อย่างเช่น ภาษามือของนักเรียนที่ใช้สื่อสารกันมา

83
00:13:42,501 --> 00:13:46,501
ต้นกำเนิดก็มาจาก

84
00:13:48,984 --> 00:13:52,984
คนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน คิด ประดิษฐ์คิดค้นภาษามือขึ้นมาใช่ไหมครับ

85
00:13:56,156 --> 00:14:00,156
ข้อที่ 3 นะครับ การเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทางสติปัญญา

86
00:14:00,313 --> 00:14:02,280
ข้อที่ 4 นะครับ การเขียนเป็นเครื่องมือ

87
00:14:02,280 --> 00:14:04,207
สร้างความสามัคคี

88
00:14:04,207 --> 00:14:08,207
และความเจริญรุ่งเรือง

89
00:14:10,175 --> 00:14:13,571
ในทางตรงกันข้าม นักเรียนรู้ไหมครับ ว่าการเขียนก็สามารถเป็นเครื่องบ่อนทำลายได้เช่นกันเหมือนกัน

90
00:14:13,571 --> 00:14:15,489
ทำไมคุณครูถึงบอกว่าการเขียน

91
00:14:15,489 --> 00:14:19,489
เป็นบ่อนทำลาย

92
00:14:21,778 --> 00:14:25,778
ถ้านักเรียนเขียนสื่อสารในทางที่ดี

93
00:14:27,618 --> 00:14:31,618
มันก็จะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ถ้านักเรียนเขียนสื่อสารในสิ่งที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด

94
00:14:31,840 --> 00:14:35,840
หรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน มันก็จะเป็นสิ่งที่ทำลาย

95
00:14:36,313 --> 00:14:40,313
จิตใจของคนอื่นได้อีกเหมือนกัน

96
00:14:40,957 --> 00:14:44,752
นักเรียนพอจะเข้าใจ 4 ข้อที่คุณครูอธิบายมาไหมครับ

97
00:14:44,752 --> 00:14:48,752
มีใครไม่เข้าใจไหม

98
00:14:50,096 --> 00:14:52,637
มีใครยังไม่เข้าใจข้อไหนไหมครับ

99
00:14:52,637 --> 00:14:55,266
มีไหม

100
00:14:55,266 --> 00:14:58,141
ถ้าไม่มีให้นักเรียน

101
00:14:58,141 --> 00:15:02,141
จดข้อที่ 1 ถึงข้อที่ 4 ลงไปในสมุดได้เลยครับ

102
00:19:49,813 --> 00:19:53,813
โอเคนะครับ ต่อไปเรามาดูจุดประสงค์ของการเขียนกันเลยครับ

103
00:19:59,031 --> 00:20:03,031
จุดประสงค์ของการเขียนนะครับ การเขียนน่ะ จะบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่นั้น

104
00:20:05,004 --> 00:20:09,004
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งนะครับ จะต้องมีจุดมุ่งหมาย ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้

105
00:20:09,813 --> 00:20:13,813
ข้อที่ 1 เลยนะครับ การเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง

106
00:20:16,978 --> 00:20:20,978
การเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง

107
00:20:22,645 --> 00:20:26,645
เป็นการนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็นข้อเขียน เช่น การเล่าประวัตินะครับ

108
00:20:30,563 --> 00:20:34,563
ข้อที่ 2 นะครับ การเขียนเพื่ออธิบาย

109
00:20:34,745 --> 00:20:38,745
การเขียนเพื่ออธิบาย เป็นการเขียนเพื่อชี้แจง

110
00:20:38,901 --> 00:20:41,533
อธิบายวิธีใช้ วิธีทำ ขั้นตอนการทำ เช่น

111
00:20:41,533 --> 00:20:45,074
อธิบายการใช้เครื่องมือต่าง ๆ

112
00:20:45,074 --> 00:20:49,074
นักเรียนเข้าใจ 2

113
00:20:50,185 --> 00:20:53,385
ข้อนี้ไหมครับ ที่คุณครูอธิบายไป แล้วเข้าใจไหม การเขียนเพื่อการเล่าเรื่องคืออะไร

114
00:20:53,385 --> 00:20:57,385
พอจะเข้าใจไหมครับ

115
00:20:59,726 --> 00:21:03,726
พอจะเข้าใจไหม

116
00:21:03,963 --> 00:21:07,963
ไหนมีใครไม่เข้าใจ มีไหมครับ

117
00:21:09,715 --> 00:21:13,715
เข้าใจนะ

118
00:21:14,706 --> 00:21:18,706
โอเค เข้าใจ

119
00:21:20,985 --> 00:21:23,349
จะให้คุณครูอธิบายเพิ่มเติมขึ้นมาอีกไหมครับ

120
00:21:23,349 --> 00:21:27,349
อธิบายอีกไหม

121
00:21:32,648 --> 00:21:36,648
โอเค ถ้าอย่างนั้นนักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ

122
00:24:57,780 --> 00:25:01,780
เป็นอย่างไรบ้างครับ ใกล้เสร็จหรือยังครับ

123
00:28:17,457 --> 00:28:21,457
ยังไม่เสร็จเหรอครับ โอเค โอเค

124
00:29:37,737 --> 00:29:41,737
โอเคนะครับ ต่อกันเลยนะครับ

125
00:29:42,448 --> 00:29:45,476
ต่อไปข้อที่ 3 นะครับ

126
00:29:45,476 --> 00:29:49,476
การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นนะครับ

127
00:29:50,091 --> 00:29:54,091
การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น เป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์

128
00:29:55,681 --> 00:29:59,681
วิจารณ์ แนะนำ หรือแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ

129
00:30:00,197 --> 00:30:04,197
นักเรียนดูพี่ล่ามด้วยนะครับ เวลาพี่ล่ามอธิบายนะครับ

130
00:30:05,591 --> 00:30:07,522
ขอเข้าห้องน้ำเหรอครับ

131
00:30:07,522 --> 00:30:08,425
โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยว

132
00:30:08,425 --> 00:30:09,879
เ

133
00:30:09,879 --> 00:30:11,554
ดี๋ยว ๆ เดี๋ยวอย่างไรพักเข้าห้องน้ำ

134
00:30:11,554 --> 00:30:15,554
5 นาที

135
00:31:52,830 --> 00:31:56,830
โอเค เรามาต่อกันนะ

136
00:32:02,379 --> 00:32:02,968
นักเรียนครับ ในระหว่างที่คุณครูอธิบาย ให้นักเรียนดูพี่ล่าม ด้วยนะ พี่ล่ามมีหน้าที่อธิบายภาษามือนักเรียน

137
00:32:02,968 --> 00:32:06,968
ไปนะครับ

138
00:32:08,621 --> 00:32:12,621
คุณครูมีหน้าที่พูด แล้วให้พี่ล่ามแปลเป็นภาษามือให้นักเรียน

139
00:32:19,330 --> 00:32:22,759
โอเคครับ ข้อที่ 3 นะครับ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นนะครับ

140
00:32:22,759 --> 00:32:25,757
เป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์ วิจารณ์ แนะนำ

141
00:32:25,757 --> 00:32:29,757
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ

142
00:32:34,872 --> 00:32:36,655
ข้อที่ 4 ครับ การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจนะครับ

143
00:32:36,655 --> 00:32:40,655
เป็นการเขียน

144
00:32:44,337 --> 00:32:48,053
ที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์ที่จะชักจูง โน้มน้าวใจให้ผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอนะครับ

145
00:32:48,053 --> 00:32:51,837
เช่น การเขียนโฆษณานะครับ นักเรียน

146
00:32:51,837 --> 00:32:52,650
เคยเห็นการเขียนโฆษณาในหนังสือนิตยสาร หรือว่า

147
00:32:52,650 --> 00:32:53,639
ใ

148
00:32:53,639 --> 00:32:55,521
นใบปลิว

149
00:32:55,521 --> 00:32:56,968
ต่าง ๆ โบชัวร์ต่าง ๆ ไหมครับ

150
00:32:56,968 --> 00:33:00,968
เคยไหม

151
00:33:03,988 --> 00:33:07,988
นักเรียนเห็นโฆษณาตามทีวีไหมครับ

152
00:33:13,192 --> 00:33:16,282
แบบซื้อสินค้า ซื้อ 1 แถม 1 อย่างนี้ครับ นักเรียนเวลา... เวลาที่นักเรียนซื้อสินค้า

153
00:33:16,282 --> 00:33:17,366
สมมติว่าราคา 20 บาทอย่างนี้ครับ

154
00:33:17,366 --> 00:33:18,082
ก

155
00:33:18,082 --> 00:33:22,082
ับอีก

156
00:33:22,242 --> 00:33:23,730
โฆษณาหนึ่งบอกว่า ราคา

157
00:33:23,730 --> 00:33:27,730
30 บาท

158
00:33:29,827 --> 00:33:33,827
ซื้อ 1 แถม 1 นักเรียนจะเลือกซื้อสินค้าประเภทไหน ระหว่าง ซื้อ 1 แถม 1 กับซื้อชิ้นเดียว

159
00:33:46,517 --> 00:33:50,517
ซื้อ 1 แถม 1 ใช่ไหมครับ

160
00:33:54,005 --> 00:33:58,005
โอเค ต่อไปข้อที่ 5 นะครับ การเขียนเพื่อกิจธุระนะครับ

161
00:34:01,567 --> 00:34:03,378
การเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ การเขียนชนิดนี้ จะมีรูปแบบการเขียนลักษณะการใช้ภาษา

162
00:34:03,378 --> 00:34:05,189
แตกต่างกันตามไป ตาม

163
00:34:05,189 --> 00:34:09,189
ประเภทของการเขียนนะครับ

164
00:34:13,480 --> 00:34:17,480
โอเค ให้นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ

165
00:42:41,810 --> 00:42:45,810
ใกล้เสร็จหรือยังครับ

166
00:42:56,861 --> 00:43:00,861
โอเค เหลืออีก 1 คน

167
00:46:00,691 --> 00:46:02,478
โอเคนะครับ ต่อไปนะครับ เราจะมารู้เกี่ยวกับ

168
00:46:02,478 --> 00:46:06,478
มารยาทในการเขียนนะครับ

169
00:46:16,857 --> 00:46:20,857
มารยาทในการเขียนนะครับ ข้อที่ 1 นะครับ ใช้ถ้อยคำสุภาพ ไพเราะ

170
00:46:22,180 --> 00:46:26,180
หลีกเลี่ยงคำหยาบ ไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตนหรืออคติ

171
00:46:30,021 --> 00:46:30,974
เพื่อวิจารณ์คนอื่น ปราศจาก... โดยปราศจากเหตุผลนะคะ จนทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย และเ

172
00:46:30,974 --> 00:46:32,840
กิดความแตกแยก

173
00:46:32,840 --> 00:46:36,186
ข้อที่ 2

174
00:46:36,186 --> 00:46:39,592
เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริง

175
00:46:39,592 --> 00:46:43,592
ได้ศึกษา ค้นคว้า และตรวจสอบความถูกต้องแล้ว

176
00:46:43,953 --> 00:46:47,953
ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อนนะครับ

177
00:46:49,235 --> 00:46:53,235
โอเคนะครับ ให้นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ

178
00:54:38,092 --> 00:54:41,400
โอเคนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะค่อย ๆ อธิบายไปทีละข้อนะ เมื่อกี้นักเรียนจดไว้แล้วข้อที่ 1 และข้อที่ 2

179
00:54:41,400 --> 00:54:44,138
เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายไปตั้งแต่ข้อที่ 1 เลยนะครับ

180
00:54:44,138 --> 00:54:47,161
มารยาทในการเขียนนะครับ

181
00:54:47,161 --> 00:54:48,597
นักเรียนครับ

182
00:54:48,597 --> 00:54:52,597
นักเรียนด

183
00:54:52,847 --> 00:54:56,847
ูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายนะครับ

184
00:54:58,620 --> 00:55:02,620
นักเรียนดูคุณครูพูด นักเรียนไม่เข้าใจนะครับ ต้องต้องดูทีนะครับ

185
00:55:05,115 --> 00:55:09,115
เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายไปทีละข้อนะ ตั้งใจดูดี ๆ นะครับ

186
00:55:19,230 --> 00:55:23,105
ข้อที่ 1 นะครับ ใช้ถ้อยคำสุภาพ ไพเราะนะครับ ทำไมต้องใช้ถ้อยคำสุภาพ ไพเราะ

187
00:55:23,105 --> 00:55:26,086
เพราะว่าเวลาที่เราเรียนเขียนสื่อสาร สมมติ

188
00:55:26,086 --> 00:55:30,086
สมมติว่านักเรียนเขียน... เขียนสื่อสาร

189
00:55:30,207 --> 00:55:33,468
ไปในทางที่ใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ใช้ถ้อยคำหยาบคาย

190
00:55:33,468 --> 00:55:37,468
นักเรียนมีคนเขียนให้นักเรียนอย่างนี้ นักเรียนรู้สึกดีไหมครับ

191
00:55:39,386 --> 00:55:43,386
นักเรียนรู้สึกดีไหม เวลาที่มีคนด่านักเรียน นักเรียนรู้สึกดีไหม

192
00:55:47,800 --> 00:55:49,170
เวลามีคนเขียนด่านักเรียนน่ะครับ นักเรียนรู้สึกดีไหมครับ

193
00:55:49,170 --> 00:55:50,593
นักเรียนอ่านแล้ว

194
00:55:50,593 --> 00:55:54,593
นักเรียนรู้สึกดีไหม

195
00:55:58,170 --> 00:56:02,170
หรือว่ามีคนเขียนด่าปุ๊บนี่ นักเรียนรู้สึกดีใจมากเลยมีคนด่านักเรียนอย่างนี้เหรอครับ

196
00:56:17,071 --> 00:56:21,071
ใช้ถ้อยคำสุภาพนะครับ เวลาที่นักเรียนจะเขียนสื่อสารอะไร

197
00:56:22,542 --> 00:56:24,127
นักเรียนมีอะไรอยากถาม

198
00:56:24,127 --> 00:56:28,127
ไหมครับ มีไหม

199
00:56:29,545 --> 00:56:33,545
มีไหม ถ้ามีอะไรอยากถาม เดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ พี่ล่ะมาที่บ้านคุณครูฟัง

200
00:56:33,766 --> 00:56:37,766
โอเค

201
00:57:12,095 --> 00:57:16,095
(ล่าม) ฮัลโหลครับ ฮัลโหลครับ

202
00:57:38,336 --> 00:57:42,336
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเคสรุปเลยนะคะ ไม่ว่านักเรียนจะเขียน

203
00:57:43,946 --> 00:57:45,689
จะเขียน ไม่ว่าจะไปเขียนสื่อสารเขียนอะไรต่าง ๆ นานา นักเรียนต้องใช้

204
00:57:45,689 --> 00:57:49,689
ถ้อยคำ ภาษาท

205
00:57:51,213 --> 00:57:53,167
ี่สุภาพ ไพเราะนะครับ หลีกเลี่ยงการใช้คำหยาบคาย และไม่ใช้อารมณ์ส่วนตน

206
00:57:53,167 --> 00:57:55,021
หรืออคติส่วนตนตัดสิน

207
00:57:55,021 --> 00:57:59,021
แต่ต้องใช้เหตุผล

208
00:58:01,357 --> 00:58:05,357
ในการเขียนลงไปนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน หรือทำให้สังคมแตกแยก

209
00:58:08,473 --> 00:58:12,473
ต่อไปข้อที่ 2 นะครับ

210
00:58:16,621 --> 00:58:20,621
ต่อไปข้อที่ 2 เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริง ได้ศึกษาค้นคว้า และตรวจสอบความ

211
00:58:22,996 --> 00:58:24,073
ต้องแล้วนะครับ ว่าเป็นเรื่องส่วนถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวของของของใครที่เราจะต้องเอามา

212
00:58:24,073 --> 00:58:28,073
จะต้องได้รับ

213
00:58:29,458 --> 00:58:31,557
การอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อนนะครับ อย่างเช่นถ้านักเรียนจะ

214
00:58:31,557 --> 00:58:33,918
เขียนเล่าเรื่องของคุณครู

215
00:58:33,918 --> 00:58:37,918
ตัวคุณครูเอง

216
00:58:38,606 --> 00:58:39,764
นักเรียนจะต้องมาขออนุญาตคุณครูก่อน

217
00:58:39,764 --> 00:58:43,764
ว่า

218
00:58:44,762 --> 00:58:47,818
นักเรียนจะเขียนประวัติของคุณครูแล้วเรื่องของคุณครูอย่างนี้

219
00:58:47,818 --> 00:58:51,818
ๆ ๆ ๆ คุณครูโอเคไหมคะ

220
00:58:52,588 --> 00:58:56,131
เราต้องขออนุญาตกันก่อนนะครับ แล้วถึงจะเขียนออกมาได้นะครับ

221
00:58:56,131 --> 00:58:59,098
ต่อไป เราไปดูข้อที่ 3 กันเลยนะครับ

222
00:58:59,098 --> 00:59:03,098
ข้อที่ 3 นะครับ

223
00:59:03,571 --> 00:59:07,571
เขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธีนะครับ ใช้สระ

224
00:59:12,440 --> 00:59:13,010
ใช้สระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ให้ถูกต้อง ใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้อหากาลเทศะของสถานะบุคคล

225
00:59:13,010 --> 00:59:16,314

226
00:59:16,314 --> 00:59:18,958
ข้อที่ 4 นะครับ

227
00:59:18,958 --> 00:59:20,846
เขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันก

228
00:59:20,846 --> 00:59:22,725
่อให้เกิดความสุข

229
00:59:22,725 --> 00:59:26,725
ความสงบสุข

230
00:59:28,707 --> 00:59:30,968
แก่คนในสังคมและประเทศชาติ ทำให้องค์ความรู้ใหม่ที่มีต่อการพัฒนาประเทศชาติ

231
00:59:30,968 --> 00:59:34,968
ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่นะครับ

232
00:59:38,834 --> 00:59:42,834
โอเค นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ

233
01:07:16,798 --> 01:07:20,798
โอเคนะครับ

234
01:07:23,055 --> 01:07:27,055
เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายข้อ 3 ข้อ 4 ให้ฟังนะครับ

235
01:07:28,103 --> 01:07:32,103
ข้อ 3 นะครับ ที่บอกว่าเขียนให้ถูกต้องตามอักขระนะครับ

236
01:07:34,437 --> 01:07:38,437
ทำไมถึงต้องเขียนให้ถูกต้อง ถ้านักเรียนเขียนสื่อสาร

237
01:07:41,140 --> 01:07:41,964
นักเรียนฟังนะครับ นักเรียนน่ะ เวลาที่นักเรียนใช้ภาษาในการเขียนน่ะ นักเรียนค่อนข้าง

238
01:07:41,964 --> 01:07:44,968
เขียน

239
01:07:44,968 --> 01:07:48,968
ไม่เข้าใจ

240
01:07:51,312 --> 01:07:55,312
หลายครั้งเลยที่คุณครูพบเจอที่นักเรียนเขียนนะครับ อย่างไรให้นักเรียนพยายามนะครับ

241
01:07:56,500 --> 01:08:00,500
พยายามดูว่าคำที่ถูกต้องมันควรสะกดอย่างไรนะครับ ถ้านักเรียนเขียนผิด

242
01:08:02,955 --> 01:08:05,456
สื่อสารไปผิดพลาดนะครับ มันจะทำให้ความหมายที่นักเรียนเขียนตรงนั้นน่ะ

243
01:08:05,456 --> 01:08:08,765
มันจะเป็นอีกความหมายหนึ่งปเลยนะครับ

244
01:08:08,765 --> 01:08:09,974
นักเรียนตั้งใจจะสื่อความหมายอีกความหมายนี้

245
01:08:09,974 --> 01:08:12,976
แต่คนที่อ่าน

246
01:08:12,976 --> 01:08:16,976
กลับกลายเป็นว่าเข้าใจในอีกความหมายหนึ่ง

247
01:08:18,695 --> 01:08:21,647
อย่างนี้นะครับ อาจจะเกิดการเข้าใจผิดกันได้นะครับ หรือว่าจะเป็นการใส่วรรณยุกต์

248
01:08:21,647 --> 01:08:23,225
การใส่สระ อย่างนี้ครับผม นักเรียนก็

249
01:08:23,225 --> 01:08:27,125
ต้องทำให้มัน

250
01:08:27,125 --> 01:08:30,971
ถูกต้องตามอักขรวิธีการเขียนของภาษาไทยด้วยนะครับ

251
01:08:30,971 --> 01:08:31,877
สำหรับข้อที่ 4 นะครับ

252
01:08:31,877 --> 01:08:35,212
เขียน

253
01:08:35,212 --> 01:08:36,486
สิ่งที่มีคุณค่า อันก่อให้เกิดความสุข

254
01:08:36,486 --> 01:08:40,476
เกิดความสงบสุข

255
01:08:40,476 --> 01:08:44,476
แก่สังคมและประเทศชาติ ทำไม ทำไมถึงพูดแบบนี้

256
01:08:44,485 --> 01:08:47,657
เพราะว่า ถ้าสมมตินักเรียนเขียนในสิ่งที่ไม่ดี

257
01:08:47,657 --> 01:08:49,938
เขียนในสิ่งที่ทำลายสังคม

258
01:08:49,938 --> 01:08:53,938
ทำลายประเทศชาติ

259
01:08:54,134 --> 01:08:58,134
มันจะส่งผลเสียให้กับตัวนักเรียนที่เขียนเอง

260
01:08:59,772 --> 01:09:03,772
สังคมอาจจะไม่ยอมรับในสิ่งที่นักเรียนสื่อสารออกมา ในสิ่งตรงนั้นไปนะครับ

261
01:09:04,156 --> 01:09:08,156
นักเรียนพอจะเข้าใจที่ความหมายที่คุณครูอธิบายไปไหมครับ

262
01:09:15,739 --> 01:09:19,739
เข้าใจนะ ที่นี้เราไปดูข้อที่ 5 มารยาทข้อที่ 5 จะเป็นข้อสุดท้ายแล้วนะครับ

263
01:09:19,881 --> 01:09:23,107
เดี๋ยววันนี้เราจะทิ้งไว้ที่ตรงมารยาทข้อที่ 5 ข้อสุดท้าย

264
01:09:23,107 --> 01:09:24,388
สุดท้ายแล้วนะครับ สุดท้ายแล้วข้อตี 5 นะ

265
01:09:24,388 --> 01:09:28,388
เราจะ

266
01:09:29,389 --> 01:09:30,477
จบกันที่มารยาทในการเขียนข้อที่ 5 ตรงนี้ เดี๋ยว

267
01:09:30,477 --> 01:09:34,308
ชั่วโมงหน้า

268
01:09:34,308 --> 01:09:37,714
ต่อไปถ้าเราเจอกัน เราจะมาเรียนเรื่องการเขียนย่อความกัน

269
01:09:37,714 --> 01:09:41,149
ข้อที่ 5 นะครับ

270
01:09:41,149 --> 01:09:43,392
การไม่คัดลอกงานเขียนของผู้อื่น โดย

271
01:09:43,392 --> 01:09:46,777
อ้างว่าเป็นผลงานของตัวเอง

272
01:09:46,777 --> 01:09:50,777
เมื่อยกข้อความหรืองานเขียนของคนอื่น

273
01:09:52,144 --> 01:09:54,504
มาประกอบ จะต้องให้เกียรติเจ้าของงานด้วย โดยการเขียนอ้างอิงที่มาของเรื่อง

274
01:09:54,504 --> 01:09:58,504
และชื่อผู้เขียนทุกครั้งนะครับ

275
01:10:06,194 --> 01:10:10,194
โอเค นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ

276
01:13:51,319 --> 01:13:55,319
(ล่าม) ฮัลโหล สวัสดีครับ ได้ยินไหมครับ

277
01:14:21,646 --> 01:14:25,646
(อาจารย์จักรพงศ์) เสร็จแล้วนะครับ

278
01:14:33,205 --> 01:14:37,205
โอเค เดี๋ยววันนี้

279
01:14:38,415 --> 01:14:40,478
ของเราก็จบตรงที่ตัวอย่างข้อที่ 5 แล้วกันนะครับ แล้วก็เดี๋ยวชั่วโมงหน้าเรามา

280
01:14:40,478 --> 01:14:44,254
ต่อกันด้วยการเขียนย่อความ

281
01:14:44,254 --> 01:14:46,357
เรียน รู้ไหมครับ ว่าการเขียนที่คุณครูสอนไปนี่

282
01:14:46,357 --> 01:14:49,592
มันสำคัญมากเลยกับนักเรียน

283
01:14:49,592 --> 01:14:52,081
เพราะตัวนักเรียนเอง จะต้องสื่อสาร

284
01:14:52,081 --> 01:14:53,217
กับคน

285
01:14:53,217 --> 01:14:57,217
อื่น ๆ

286
01:14:58,251 --> 01:15:02,251
เวลาที่นักเรียนจะไปเรียนต่อ หรือนักเรียนไปทำงานที่อื่นอย่างน

287
01:15:05,882 --> 01:15:08,365
ี้ เวลาที่นักเรียนจะไปเรียนต่อหรือทำงานที่อื่นอย่างนี้

288
01:15:08,365 --> 01:15:10,724
นักเรียนจะต้องไปพบเจอคนที่

289
01:15:10,724 --> 01:15:12,061
ไม่เข้าใจภาษามือที่นักเรียน

290
01:15:12,061 --> 01:15:16,061
พูดแน่นอน

291
01:15:18,625 --> 01:15:22,625
และที่สำคัญนักเรียนต้องทำอย่างไร นักเรียนต้องเขียนสื่อสารนะครับ นักเรียนจะต้องเขียนสื่อสาร เพื่อที่จะให้

292
01:15:23,265 --> 01:15:27,203
คนที่นักเรียนจะสื่อสารด้วยน่ะ

293
01:15:27,203 --> 01:15:30,367
ให้เข้าใจสิ่งที่นักเรียน ถ้านักเรียนเขียนผิด

294
01:15:30,367 --> 01:15:32,896
ถ้านักเรียนเขียนผิด

295
01:15:32,896 --> 01:15:34,260
น่ะ ความหมายทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไปเลย

296
01:15:34,260 --> 01:15:36,211
ทำให้

297
01:15:36,211 --> 01:15:37,591
คนเข้าใจในสิ่งที่

298
01:15:37,591 --> 01:15:40,559
นักเรียน

299
01:15:40,559 --> 01:15:41,910
ได้สื่อสารออกไป พูดว่า...

300
01:15:41,910 --> 01:15:45,800
สมมติว่า นักเรียน

301
01:15:45,800 --> 01:15:47,821
บอกเขาว่าจะชวนเขาไปกินข้าว นักเรียนเขียน

302
01:15:47,821 --> 01:15:51,821
บอกเขาว่า

303
01:15:53,853 --> 01:15:56,769
กินข้าว

304
01:15:56,769 --> 01:15:58,773
กันไหมอย่างเงี้ย

305
01:15:58,773 --> 01:16:02,773
นักเรียนจะชวน

306
01:16:04,344 --> 01:16:08,344
ชวนเพื่อนไปกินข้าวเนี่ยไปกินไปกินข้าวกันไหมถ้านักเรียนเขียนถูก

307
01:16:11,166 --> 01:16:13,379
เขาจะเข้าใจว่า อ๋อ นักเรียนชวนไปกินข้าวน่ะ เขาก็จะตอบตกลงไปหรือไม่ไป มันขึ้นที่เขา

308
01:16:13,379 --> 01:16:16,083
ภาพเมื่อไหร่ ที่นักเรียนเขียน

309
01:16:16,083 --> 01:16:20,083
สื่อสาร

310
01:16:23,098 --> 01:16:23,750
นักเรียนเข้าใจ ว่าคำว่า "ไปกินข้าวกันไหม" นักเรียนเขียนว่าไปเตะบอลกันไหมอย่างนี้ นักเรียนเขียน

311
01:16:23,750 --> 01:16:26,000
สื่อสารผิด

312
01:16:26,000 --> 01:16:28,856
คนที่อ่าน

313
01:16:28,856 --> 01:16:31,571
อาจจะเข้าใจผิดได้

314
01:16:31,571 --> 01:16:35,571
นี่คือสิ่งที่นักเรียนจะต้องฝึกฝน

315
01:16:37,497 --> 01:16:41,497
บ่อย ๆ เลยนะครับ ก็คือการเขียน ถ้าเราเรียนไม่เข้าใจ หรือว่า

316
01:16:42,328 --> 01:16:46,328
นักเรียนมีข้อสงสัย นักเรียนไปเห็นป้าย เห็นอะไร ที่เดินตาม

317
01:16:47,714 --> 01:16:51,660
ถนนหรือว่าเห็นป้าย นักเรียนกลับบ้าน นักเรียนไปพบเจออย่างนี้ แล้วจะมีโทรศัพท์มือถือนักเรียนสามารถ

318
01:16:51,660 --> 01:16:55,249
ถ่ายภาพตรงนั้น เอามาถามคุณครูหน่อย ว่าความหมายมันคืออะไร

319
01:16:55,249 --> 01:16:59,249
มันอ่านว่าอะไร ทำไมเขาต้องเขียนเป็นแบบนี้

320
01:16:59,295 --> 01:17:00,489
นักเรียนสามารถเอามาถามครูได้หมดเลยว่านักเรียนจะไปเจอ

321
01:17:00,489 --> 01:17:04,489
ป้ายนิเทศ

322
01:17:05,852 --> 01:17:09,169
ป้ายที่คุณครูติดตามบ่ตามห้องเรียนต่าง ๆ ถ้านักเรียนดูแลนักเรียนไม่เข้าใจ

323
01:17:09,169 --> 01:17:13,169
นักเรียนสามารถเอามาถามคุณครูได้ทุกคนเลยครับ

324
01:17:15,044 --> 01:17:18,547
เพราะอย่างไรคุณครูเชื่อแน่นอน ว่า

325
01:17:18,547 --> 01:17:21,471
นักเรียนทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ นักเรียนจะต้อง

326
01:17:21,471 --> 01:17:25,331
ไปเรียนต่อ ในระดับมหาวิทยาลัยแน่นอน

327
01:17:25,331 --> 01:17:29,331
และสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือการเขียน

328
01:17:32,292 --> 01:17:35,490
นักเรียนพอที่จะเข้าใจคุณครูอธิบายไปไหมครับ

329
01:17:35,490 --> 01:17:38,308
ไหน ใครเข้าใจยกมือหน่อย

330
01:17:38,308 --> 01:17:42,044
ใครเข้าใจยกมือขึ้น

331
01:17:42,044 --> 01:17:46,044
โอเค ถือว่านักเรียนเข้าใจนะครับ

332
01:17:49,226 --> 01:17:50,101
นักเรียนมีอะไรอยากจะสอบถามไหมครับ

333
01:17:50,101 --> 01:17:54,101
มีไหม

334
01:17:54,235 --> 01:17:58,235
มีอะไรอยากจะสอบถามพี่ล่ามไหมครับ

335
01:18:01,884 --> 01:18:04,522
มีไหม ไม่มีน

336
01:18:04,522 --> 01:18:08,522
ะ ถ้าไม่มี ย่างไรงเดี๋ยวคุณครูก็

337
01:18:09,616 --> 01:18:11,568
พอแล้วนะ

338
01:18:11,568 --> 01:18:15,568
โอเค นักเรียนมีอะไรครับ

339
01:18:20,554 --> 01:18:24,554
ถ้านักเรียนมีอะไรสงสัย เดินมาถามพี่ล่ามข้างหน้าได้เลยนะครับ

340
01:18:33,534 --> 01:18:37,534
นักเรียนสงสัยอะไร

341
01:18:56,175 --> 01:18:58,629
(ล่าม)  เขาบอกว่าถ้าเกิดสมมติสื่อสารไม่เข้าใจกันอย่างไร เดี๋ยวเขาใช้บริการล่าม TTRA

342
01:18:58,629 --> 01:19:02,268
ที่เป็น Application ในมือถือน่ะค่ะ

343
01:19:02,268 --> 01:19:06,268
(อาจารย์จักรพงศ์) อีกครั้งหนึ่งนะครับผม ไม่ค่อยได้ยินเลย

344
01:19:07,533 --> 01:19:11,533
(ล่าม)  เขาบอกว่าถ้าเกิดไม่เข้าใจอย่างไร เดี๋ยวเขาก็เปิดคำสั่งในอินเตอร์เน็ต

345
01:19:12,351 --> 01:19:16,351
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเ ครับผม

346
01:19:19,998 --> 01:19:21,404
คำไหนที่เขียนสลับกันแล้วไม่เข้าใจยังไงเขาจะหาคำศัพท์ที่ถูกต้องในอินเทอร์เน็ตน่ะค่ะ

347
01:19:21,404 --> 01:19:23,898
เรียบเรียงอีกทีค่ะ

348
01:19:23,898 --> 01:19:27,898
อ๋อโอเคครับ

349
01:19:29,899 --> 01:19:33,899
ถ้ายังไงถ้ายังไม่เข้าใจอยู่ก็สามารถสอบถามคุณครูได้ทุกคนเลย

350
01:19:36,735 --> 01:19:40,735
โอเคค่ะเข้าใจค่ะ

351
01:19:41,535 --> 01:19:44,674
เอาครีมมีอะไรจะถามอีกไหมครับ

352
01:19:44,674 --> 01:19:47,096
ไม่มีเนาะโอเค

353
01:19:47,096 --> 01:19:49,102
ไงเราเจอกันในวัน

354
01:19:49,102 --> 01:19:52,897
อังคารหน้านะ

355
01:19:52,897 --> 01:19:56,827
โอเคครับ สำหรับวันนี้ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ

356
01:19:56,827 --> 01:20:00,827
ขอบคุณนักเรียนทุกคนครับ เวลาหมดแล้วครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]

