--- title: ภาษาไทย ม.4 (บ่าย) 121266 subtitle: date: วันอังคารที่ 12 ธันวาคม 2566 เวลา 13.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีครับ สวัสดีครับได้ยินใช่ไหมครับ ok ครับ ครับสวัสดีครับสวัสดีนักเรียนชั้นม 4/1 นะครับ ครับผมนะครับวันนี้เราจะมาเรียนวิชาภาษาไทยนะครับ ภาคเรียนที่ 2 นะครับ เรียนที่ 1 จะเป็นการเขียนในลักษณะที่ แตกต่างกันไปสะใภ้ที่ 2 จะเป็น การเขียนในรูปแบบอีกรูปแบบนึงนะครับเดี๋ยวยังไงเรามาดูรูปแบบการเขียน ความหมายของการเขียนก่อนนะครับ นักเรียนดูพิราบไปด้วยนะครับ ในลักษณะที่คุณครูกำลังอธิบายให้นักเรียนดูพิราบใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียนนะครับนักเรียนจะได้เข้าใจนะ การเขียนนะครับเป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษรนะครับถ่ายทอดความรู้ความคิด อารมณ์ความรู้สึกแล้วก็ประสบการณ์ของผู้เขียนไปสู่ผู้อ่าน ทักษะการเขียนเป็นทักษะที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์นะครับและก็ต้องใช้ภาษาที่ไพเราะ รีบนะครับ พี่ซื้อได้ทางอารมณ์ความคิดความรู้และต้องใช้ศิลปะ การเขียนก็จะมีวิธีการและหลักการนะครับ ต่าง สำหรับ ความสำคัญของการเขียนนะครับ การเขียนมีความสำคัญสำหรับมนุษย์ ยิ่งในโลกปัจจุบันนี้นะครับเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การเขียนก็ยิ่งทวีความสำคัญมากเลยนะครับ สักครู่นะครับภาพหาย เดี๋ยวสักครู่นะครับนักเรียนสไลด์มันหายครับ ทำไมมันไม่ขึ้น โอเคนะครับเรามาต่อกันด้วยความสำคัญของการเขียนเนาะ จะให้นักเรียนเตรียมสมุดขึ้นมานะครับแล้วก็จด จดตามที่คุณครูขึ้นสไลด์เนาะ นักเรียนจดความสำคัญของการเขียนเดี๋ยวให้คุณครูอธิบายเสร็จก่อนเนาะเดี๋ยวกูจะบอกให้นักเรียนจดนะครับ การเขียนมีความสำคัญนะครับ เดี๋ยวต้องรอก่อนนะครับเดี๋ยวรอคุณครูอธิบายเสร็จก่อนนะแล้วก็ แล้วให้นักเรียน เขียนลงในสมุดของนักเรียน รถคีบความสำคัญของการเขียนนะครับ การเขียนมีความสำคัญสำหรับมนุษย์นะครับเพราะว่าในโลกปัจจุบันมีการเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเลยนะครับการเขียน ยิ่งทวีความสำคัญมาก ขึ้นตามไปด้วย เดี๋ยวคุณครูจะสามารถสรุปความสำคัญของการเขียน ได้เป็นข้อๆเดี๋ยวให้นักเรียนจดตามหัวข้อนี้ก่อนนะครับ ใกล้เสร็จหรือยังครับ นักเรียนมองเห็นอยู่ใช่ไหมครับ OK เสร็จแล้วนะครับแล้วมาดู ความสำคัญของการเขียนเป็นข้อๆเลยนะครับสรุปได้ดังนี้นะครับ หานักเรียนดูพิราบนะนั่งดูพี่ล่ะอธิบายให้นะครับพ่อคุณครูอธิบายเสร็จ เดี๋ยวคุณครูจะอนุญาตให้เรียนจดลงในสมุดนะครับ ให้ลอกลงในสมุดนะ โอเคมาดูข้อที่ 1 กันนะครับความสำคัญของการเขียนนะครับการเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง OK ทำไมถึงบอกว่าการเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งครับ เพราะว่า สมมุติสมมุติว่า ถ้านักเรียนนักเรียนนักเรียนเล่น เล่น Facebook กันไหมครับ นักเรียนมี Facebook ไหมครับ มีไหม มี Facebook ไหมมีเนาะเวลานักเรียนคุยคุยกับเพื่อนนักเรียนพิมพ์คุยกันใช่ไหมครับ ใช่ไหม นักเรียนคุย LINE คุย Facebook เรียนพิมพ์คุยกันใช่ไหมครับอยากเห็นไหมครับการที่นักเรียนพิมพ์สื่อสารไปก็คือ บันดาล สื่อสารชนิดหนึ่งเหมือนกัน เวลานักเรียนจะเขียน เขียนจดหมายเขียนอะไรอย่างเงี้ยนักเรียนก็จะเขียนสื่อสารหากันได้อย่างเช่นนักเรียน เป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเนาะนักเรียนไม่สามารถพูด ออกมาเป็นคำพูดได้แต่นักเรียนใช้ภาษามือในการสื่อสารแล้วถ้านักเรียนไม่ใช้ภาษามือในการสื่อ หานักเรียนจะต้องใช้ภาษาในการสื่อสารก็คือการเขียนนั่นเองนะครับ เพราะว่าในอนาคต ไม่รู้ว่า อาจจะต้องสื่อสารกับกับ คนที่ไม่รู้จักภาษามือ เวลาที่นักเรียนไปสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือนักเรียนจะต้องเขียนสื่อสารเป็นภาษา เขียน พี่ให้เขาเข้าใจ ในเรื่องที่นักเรียนต้องการที่จะต้องสื่อสารกับเขา นักเรียนเข้าใจตรงนี้นะครับเนาะ ข้อที่ 2 นะครับการเขียนเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์ การแสดงออกยังไงนักเรียนรู้ไหมครับ พอจะรู้ไหมทำไมถึงบอกว่าเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์นักเรียนพอจะเข้าใจตรงนี้ไหม ไม่ว่าจะเป็นภาษาพูดภาษาเขียนหรือภาษามือ ห่างเป็นการประดิษฐ์คิดค้นการขึ้นมา ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์ ที่เกิดขึ้นอย่างเช่นภาษามือของนักเรียนที่ใช้สื่อสารกันมา กำเนิดก็มาจาก คนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินคิดประดิษฐ์คิดค้นภาษามือขึ้นมาใช่ไหมครับ ข้อที่ 3 นะครับการเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทางสติปัญญา ข้อที่ 4 นะครับการเขียนเป็นเครื่องมือ สร้างความสามัคคี และความเจริญรุ่งเรือง ในทางตรงกันข้ามต้องเรียนรู้ไหมครับว่าการเขียนก็สามารถเป็นบ่อนทำลายได้เช่นกันเหมือนกัน ทำไมกูถึงบอกว่าการเขียน บ่อนทำลาย ให้นักเรียนเขียนสื่อสารในทางที่ดี มันก็จะเป็นสิ่งที่ดีนะครับแต่ถ้านักเรียนเขียนสื่อสารในสิ่งที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด ทำให้คนอื่นเดือดร้อนมันก็จะเป็นสิ่งที่ทำลาย ใจของคนอื่นได้อีกเหมือนกัน พอจะเข้าใจ 4 ข้อที่คุณครูอธิบายมาไหมครับ มีใครไม่เข้าใจไหม ใครยังไม่เข้าใจข้อไหนไหมครับ มีไหม ถ้าไม่มีให้นักเรียน กฎข้อที่ 1 ข้อที่ 4 ลงไปในสมุดได้เลยครับ ok นะครับต่อไปเรามาดูจุดประสงค์ของการเขียนกันเลยครับ จุดประสงค์ของการเขียนนะครับการเขียนจะบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่นั้น สิ่งสำคัญอย่างนึงนะครับจะต้องมีจุดมุ่งหมายซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้ ข้อที่ 1 เลยนะครับการเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง การเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง เป็นการนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็นข้อเขียนเช่นการเล่าประวัตินะครับ วันที่ 2 นะครับการเขียนเพื่ออธิบาย การเขียนเพื่ออธิบายเป็นการเขียนเพื่อชี้แจง อธิบายวิธีใช้วิธีทำขั้นตอนการทำเช่น อธิบายการใช้เครื่องมือต่างๆ นักเรียนเข้าใจ 2 2 ข้อนี้ไหมคะที่คุณครูอธิบายไปแล้วเข้าใจไหมการเขียนเพื่อการเล่าเรื่องคืออะไร พอจะเข้าใจไหมครับ น่าจะเข้าใจไหม ไม่ใช่ไม่เข้าใจมีไหมครับ เข้าใจเนาะ OK เข้าใจ ให้คุณผัวที่บายเพิ่มเติมขึ้นมาอีกไหมครับ อธิบายอีกไหม โอเคถ้างั้นนักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ เป็นไงบ้างครับใกล้เสร็จหรือยังครับ ยังไม่เสร็จเหรอครับโอเคโอเค ok นะครับต่อกันเลยนะครับ ไปข้อที่ 3 นะครับ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นนะครับ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นเป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์ วิจารณ์แนะนำหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ เรียนอยู่ที่รามด้วยนะครับเวลาที่เราอธิบายนะครับ ขอเข้าห้องน้ำเหรอครับ โอเคครับถ้างั้นเดี๋ยว เร็วๆ ยังไงพาเข้าห้องน้ำ 5 นาที โอเคเรามาต่อกันเนาะ นักเรียนครับในระหว่างที่คุณครูอธิบายให้นักเรียนดูพิราบด้วยนะไม่น่ามาที่บายภาษามือนักเรียน ไปนะครับ ผู้มีหน้าที่พูดว่าให้พี่ล่ามแปลเป็นภาษามือให้นักเรียน พี่ครับข้อที่ 3 นะครับการเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นนะครับ เป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์แนะนำ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องนึงนะครับ ข้อที่ 4 ครับการเขียนเพื่อโน้มน้าวใจนะครับ เป็นการเขียน ที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์ที่จะชักจูงโน้มน้าวใจให้ผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอนะครับ เช่นการเขียนโฆษณานะครับนักเรียน เคยเห็นการเขียนโฆษณาในหนังสือนิตยสารหรือว่า ไง ใบปลิว ต่างๆผู้ช่วยต่างๆไหมครับ เคยไหม เห็นโฆษณาตามทีวีไหมครับ ซื้อสินค้าซื้อ 1 แถม 1 อย่างนี้ครับนักเรียนเวลาเวลาที่นักเรียนซื้อสินค้า สมมุติว่าราคา 20 บาทอย่างนี้ กลับ อีก โฆษณาหนึ่งบอกว่าราคา 30 บาท ซื้อ 1 แถม 1 นักเรียนจะเลือกซื้อสินค้าประเภทไหนระหว่างซื้อ 1 แถม 1 กับซื้อชิ้นเดียว ซื้อ 1 แถม 1 ใช่ไหมครับ โอเคต่อไปข้อที่ 5 นะครับการเขียนเพื่อกิจธุระนะครับ การเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งนะครับการเขียนชนิดนี้จะมีรูปแบบการเขียนลักษณะการใช้ภาษา แตกต่างกันตามไปตาม ประเภทของการเขียนนะครับ โอเคให้นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ ใกล้เสร็จหรือยังครับ โอเคเล็ก 1 คน ok นะครับต่อไปนะครับเราจะมารู้เกี่ยวกับ มารยาทในการเขียนนะครับ มารยาทในการเขียนนะครับข้อที่ 1 นะครับใช้ถ้อยคำสุภาพไพเราะ หลีกเลี่ยงคำหยาบไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตนหรืออคติ เพื่อวิจารณ์คนอื่นปราศจากโดยปราศจากเหตุผลนะคะจนทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายและสัตว์ แตกแยก ข้อที่ 2 เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริง ศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อนนะครับ ok นะครับให้นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ ok นะครับเดี๋ยวคุณครูจะค่อยๆอธิบายไปทีละข้อนะเมื่อกี้นักเรียนจดไว้แล้วข้อที่ 1 และข้อที่ 2 เดี๋ยวผมคุยกับพี่บายไปตั้งแต่ข้อที่ 1 เลยนะครับ มารยาทในการเขียนนะครับ นักเรียนครับ นักเรียนพรหมพิรามเนาะ เรียนรู้พิราบนกพิราบอธิบายนะครับ นักเรียนดูคุณครูพูดนักเรียนไม่เข้าใจนะคะต้องต้องดูที่ร้านนะครับ อย่าเพิ่งพูดอธิบายไปทีละข้อนะตั้งใจดูดีๆนะครับ ข้อที่ 1 นะครับใช้ถ้อยคำสุภาพไพเราะนะครับทำไมต้องใช้ถ้อยคำสุภาพไพเราะ เพราะว่าเวลาที่เราเรียนเขียนสื่อสารสมมุติ สมมุติว่านักเรียนเขียนเขียนสื่อสาร ไปในทางที่ใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพใช้ถ้อยคำหยาบคาย นักเรียนมีคนเขียนให้นักเรียนอย่างนี้นักเรียนรู้สึกดีไหมครับ นักเรียนรู้สึกดีไหมเวลาที่มีคนด่านักเรียนนักเรียนรู้สึกดีไหม เวลามีคนเขียนด่านักเรียนนะครับนักเรียนรู้สึกดีไหมครับ นักเรียนอ่านแล้ว รู้สึกดีไหม หรือว่ามีคนเขียนด่าปุ๊บนี้นักเรียนรู้สึกดีใจมากเลยมีคนด่านักเรียนอย่างนี้เหรอครับ ใช้ถ้อยคำสุภาพนะครับเวลาที่นักเรียนจะเขียนสื่อสารอะไร ไม่มีอะไรอยากถาม ครับมีไหม มีไหมถ้ามีอะไรอยากถามเดินเดินเดินออกมาถามพี่รับได้เลยนะพี่ล่ะมาที่บ้านคุณครูฟัง OK ฮัลโหลครับฮัลโหลครับ โอเคสรุปเลยนะคะเพราะว่านักเรียนจะเขียน จะเขียนว่าจะไปเขียนสื่อสารเขียนอะไรต่างๆนานานักเรียนต้องใช้ ถ้อยคำภาษาพี่ สุภาพไพเราะนะครับหลีกเลี่ยงการใช้คำหยาบคายและไม่ใช้อารมณ์ส่วนตน อคติส่วนตนตัดสิน ต้องใช้เหตุผล ในการเขียนลงไปนะครับเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนหรือทำให้สังคมแตกแยก ต่อไปข้อที่ 2 นะครับ ต่อไปข้อที่ 2 เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริงได้ศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบความ ห้องแล้วนะครับว่าเป็นเรื่องส่วนถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวของของของใครที่เราจะต้องเอามา จะต้องได้รับ การอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อนนะครับอย่างเช่นถ้านักเรียนจะ เขียนเล่าเรื่องของคุณครู บอกคุณครูเองนักเรียน นักเรียนจะต้องมาขออนุญาตคุณครูก่อน ว่า รู้จักเขียนประวัติของคุณครูแล้วเรื่องของคุณครูอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ คุณครูโอเคไหมคะ เราต้องขออนุญาตกันก่อนนะครับแล้วถึงจะเขียนออกมาได้นะครับ อาไปเราไปดูข้อที่ 3 กันเลยนะครับ ข้อที่ 3 นะครับ เขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธีนะครับใช้สระ ใช้สระพยัญชนะวรรณยุกต์ให้ถูกต้องใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้อหากาละเทศะของสถานะ หุ้น ข้อที่ 4 นะครับ เขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันกรอบ อันก่อให้เกิดความสุข ความสงบสุข แก่คนในสังคมและประเทศชาติทำให้องค์ความรู้ใหม่ที่มีต่อการพัฒนาประเทศชาติ ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่นะครับ OK นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ ok นะครับ แล้วคุณครูจะอธิบายข้อ 3 ข้อ 4 ให้ฟังนะครับ ประสานนะครับที่บอกว่าเขียนให้ถูกต้องตามอักขระนะครับ ทำไมถึงต้องเขียนให้ถูกต้องให้นักเรียนเขียนสื่อสาร นักเรียนฟังนะครับนักเรียนน่ะเวลาที่นักเรียนใช้ภาษาในการเขียนนักเรียนค่อนข้าง เขียน ไม่เข้าใจ หลายครั้งเลยที่คุณครูพบเจอที่นักเรียนเขียนนะครับยังไงให้นักเรียนพยายามนะครับ พยายามดูว่าคำที่ถูกต้องมันควรสะกดยังไงนะครับให้นักเรียนเขียนผิด สื่อสารไปผิดพลาดนะครับมันจะทำให้ความหมายที่นักเรียนเขียนตรงนั้นน่ะ มันจะเป็นอีกความหมายนึงไปเลยนะครับ นักเรียนตั้งใจจะสื่อความหมายอีกความหมายนี้ แต่คนที่อ่าน กลับกลายเป็นว่าเข้าใจในอีกความหมายนึง นี้นะครับอาจจะเกิดการเข้าใจผิดกันได้นะครับหรือว่าจะเป็นการใส่วรรณยุกต์ การใส่สระผมนักเรียนก็ ต้องทำให้มัน ถูกต้องตามอักขรวิธีการเขียนของภาษาไทยด้วยนะครับ สำหรับข้อที่ 4 นะครับ เขียน สิ่งที่มีคุณค่าอันก่อให้เกิดความสุข ความสงบสุข แก่สังคมและประเทศชาติทำไมทำไมถึงพูดแบบนี้ เพราะว่าถ้าสมมุตินักเรียนเขียนในสิ่งที่ไม่ดี เขียนในสิ่งที่ทำลายสังคม ทำลายประเทศชาติ มันจะส่งผลเสียให้กับตัวนักเรียนที่เขียนเอง สังคมอาจจะไม่ยอมรับในสิ่งที่นักเรียนสื่อสารออกมาในสิ่งตรงนั้นไปนะครับ นักเรียนพอจะเข้าใจที่ความหมายที่คุณครูอธิบายไปไหมครับ เข้าใจนะที่นี้เราไปดูเขาที่ 5 มารยาทข้อที่ 5 จะเป็นข้อสุดท้ายแล้วนะครับ วันนี้เราจะทิ้งไว้ที่ตรงมารยาทข้อที่ 5 ข้อสุดท้าย สุดท้ายแล้วนะครับสุดท้ายแล้วค่อยตี 5 เนาะ เราจะ จบกันที่มารยาทในการเขียนข้อที่ 5 ตรงนี้เดี๋ยว ชั่วโมงหน้า ต่อไปถ้าเราเจอกันเราจะมาเรียนเรื่องการเขียนย่อความกัน ข้อที่ 5 นะครับ การไม่คัดลอกงานเขียนของผู้อื่นโดย อ้างว่าเป็นผลงานของตัวเอง เมื่อยกข้อความหรืองานเขียนของคนอื่น มาประกอบจะต้องให้เกียรติเจ้าของงานด้วยโดยการเขียนอ้างอิงที่มาของเรื่อง และชื่อผู้เขียนทุกครั้งนะครับ OK นักเรียนจดลงในสมุดได้เลยครับ ฮัลโหลสวัสดีครับมีไหมครับ เสร็จแล้วนะครับ เอาเคเดี๋ยววันนี้ ของเราก็จบตรงที่มาย่างข้อที่ 5 แล้วกันนะครับแล้วก็เดี๋ยวชั่วโมงหน้าเรามา เอากันด้วยการเขียนย่อความ เรียนรู้ไหมครับว่าการเขียนที่คุณครูสอนไปเนี่ย มันสำคัญมากเลยกับนักเรียน ตัวนักเรียนเองจะต้องสื่อสาร คน อื่นๆ เวลาที่นักเรียนจะไปเรียนต่อหรือเรียนไปทำงานที่อื่นอย่างเงี้ย เวลาที่นักเรียนจะไปเรียนต่อหรือทำงานที่อื่นอย่างนี้ นักเรียนจะต้องไปพบเจอคนที่ ไม่เข้าใจภาษามือที่นักเรียน พูดแน่นอน และที่สำคัญนักเรียนต้องทำยังไงนักเรียนต้องเขียนสื่อสารนะครับต้องเขียนสื่อสารเพื่อที่จะให้ คนที่นักเรียนจะสื่อสารด้วย ไม่เข้าใจสิ่งที่นักเรียนนักเรียนเขียนผิด เขียนผิดอ่ะ ความหมายทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไปเลย ทำให้ คนเข้าใจในสิ่งที่ นักเรียน ไม่ได้สื่อสารออกไปพูดว่า นักเรียน บอกเขาว่าจะชวนเขาไปกินข้าวนักเรียนเขียน เขียนเขียนบอกเขาว่า กินข้าว กันไหมอย่างเงี้ย นักเรียนจะชวน ชวนเพื่อนไปกินข้าวเนี่ยไปกินไปกินข้าวกันไหมถ้านักเรียนเขียนถูก เขาจะเข้าใจว่าอ๋อนักเรียนชวนไปกินข้าวนะเขาก็จะตอบตกลงไปหรือไม่ไปมันขึ้นที่เขา ภาพเมื่อไหร่ที่นักเรียนเขียน สื่อสาร นักเรียนเข้าใจว่าคำว่าไปกินข้าวกันไหมนักเรียนเขียนว่าไปเตะบอลกันไหมอย่างนี้นักเรียนเขียน สารผิด คนที่อ่าน อาจจะเข้าใจผิดได้ นี่คือสิ่งที่นักเรียนจะต้องฝึกฝน บ่อยๆเลยนะครับก็คือการเขียนถ้าเราเรียนไม่เข้าใจหรือว่า นักเรียนมีข้อสงสัยนักเรียนไปเห็นป้ายเห็นอะไรที่เดินตาม ถนนหรือว่าเห็นป้ายว่านักเรียนกลับบ้านนักเรียนไปพบเจออย่างนี้แล้วจะมีโทรศัพท์มือถือนักเรียนสามารถ ถ่ายภาพตรงนั้นเอามาถามคุณครูหน่อยว่าความหมายมันคืออะไร มันอ่านว่าอะไรทำไมเขาต้องเขียนเป็นแบบนี้ นักเรียนสามารถเอามาถามครูได้หมดเลยว่านักเรียนจะไปเจอ ป้ายนิเทศ ปางที่คุณครูติดตามบ่ตามห้องเรียนต่างๆถ้านักเรียนดูแลนักเรียนไม่เข้าใจ นักเรียนสามารถเอามาถามคุณครูได้ทุกคนเลยครับ เพราะยังไงคุณครูเชื่อแน่นอนว่า นักเรียนทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้นักเรียนจะต้อง ไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยแน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเขียน นักเรียนพอที่จะเข้าใจคุณครูอธิบายไปไหมครับ ไม่เข้าใจยกมือหน่อย ให้เข้าใจยกมือขึ้น โอเคถือว่านักเรียนเข้าใจนะครับ นักเรียนมีอะไรอยากจะสอบถามไหมครับ มีไหม มีอะไรอยากจะสอบถามที่ราบเลยครับ มีไหมไม่มีเนาะ ถ้าไม่มียังไงเดี๋ยวคุณครูก็ พอแล้วเนาะ นักเรียนมีอะไรคะ ถ้าไม่มีอะไรสงสัยเดินมาถามพี่น้ำข้างหน้าได้เลยนะคะ สงสัยอะไร เขาบอกว่าถ้าเกิดสมมุติสื่อสารไม่เข้าใจกันยังไงเดี๋ยวเขาใช้บริการค่ะ เป็น Application ในมือถือนะคะ อีถังนึงนะครับผมไม่ค่อยได้ยินเลย เขาบอกว่าถ้าเกิดไม่เข้าใจยังไงเดี๋ยวเขาก็เปิดคำสั่งในอินเตอร์เน็ต ok ครับผม คำไหนที่เขียนสลับกันแล้วไม่เข้าใจยังไงเขาจะหาคำศัพท์ที่ถูกต้องในอินเทอร์เน็ตอ่ะค่ะ เรียบเรียงอีกทีค่ะ อ๋อโอเคครับ ถ้ายังไงถ้ายังไม่เข้าใจอยู่ก็สามารถสอบถามคุณครูได้ทุกคนเลย โอเคค่ะเข้าใจค่ะ เอาครีมมีอะไรจะถามอีกไหมครับ ไม่มีเนาะโอเค ไงเราเจอกันในวัน อังคารหน้าเนาะ เคครับสำหรับวันนี้ขอบคุณพี่ลาภนะครับ ขอบคุณนักเรียนทุกคนครับเวลาหมดแล้วครับสวัสดีครับ