--- title: ค33102 คณิตศาสตร์ ม.6 (เช้า) 181266 subtitle: date: วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2566 เวลา 08.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) การคิดนะคะ วิเคราะห์ เก็บข้อมูล เสร็จแล้วมันจะมีการแก้ปัญหาด้วยในนั้น เวลาลูกเจอปัญหาอะไรลูกจะต้องใช้ทักษะพวกนี้นะคะ การสืบค้นข้อมูล ใครมีโทรศัพท์บ้าง ทุกคนมีโทรศัพท์ไหมคะ ฝากไว้ คุณครูเก็บที่หอนอน แต่ว่าลูก ๆ มีทุกคนใช่ไหมคะ ใช่ไหม ลูกมีโทรศัพท์ทุกคน แล้วลูกได้ใช้โทรศัพท์ทุกวันไหม ตอนเย็น หรือว่าได้เฉพาะวันศุกร์ ตอนเย็น เสาร์ อาทิตย์ โอเค ลูกได้ใช้โทรศัพท์ ตอนช่วงวันหยุดใช่ไหมคะ ก็คือคุณครูที่หอพักจะให้ลูกวันศุกร์ตอนเย็น แล้วก็มีโอกาสได้ใช้ ก็คือวันเสาร์ แล้วก็วันอาทิตย์ใช่ไหมคะ นี่แหละ ครูจะให้ลูกใช้โทรศัพท์ให้เป็นประโยชน์นะคะ ในการทำโครงงาน ซึ่งมันจะต้องมีขั้นตอนหนึ่งที่เราจะต้องสืบค้นข้อมูลการหานะคะ การสืบค้นข้อมูลฐานข้อมูลมา เพื่อที่จะมาทำโครงงานของเรานี่แหละนะคะ มีทฤษฎีอะไรที่รองรับนะคะ มีใครเคยทำเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้างหรือยังนะคะ เราก็จะเอามาอ่าน มาดู หลังจากนั้นเราก็จะเอามาวางแผนนะคะ ในการทำโครงงาน ซึ่งโครงงานนี่จะช่วยให้ลูก ๆ น่ะ ฝึกตัวเองนี่แหละลูก เพราะว่าเวลาเราจบออกไป แล้วเรียนเสร็จแล้วจะออกไปนี่ เราจะต้องใช้กระบวนการพวกนี้ไปคิดนะคะ ไปร่วมในการทำงานแน่นอนเลย ในเรื่องของการทำงานเป็นทีมนะคะ การวางแผนพวกนี้ ซึ่งเป็นพื้นฐานกับลูก ๆ เลย วันนี้เพื่อนเราไม่มา 2 คน ถูกไหมคะ วันนี้ครูจะให้แบ่งกลุ่มนะคะ เพื่อที่จะทำโครงงาน ก็คือวันนี้จะต้องได้หัวข้อโครงงานนะลูกนะ ขั้นตอนของการทำโครงงานวันนี้มีอะไรบ้าง สิ่งที่ลูก ๆ จะต้องรู้ การทำโครงงานนะลูก มันจะมีทั้งหมดอยู่ 5 ขั้นตอน ด้วยกัน แต่ว่ามาดูกันก่อนว่า มีใครจำได้ไหมว่าโครงงานแบ่งเป็นกี่ประเภทลูก เทอมที่แล้วที่ครูสอนไปแล้ว ไม่ใช่สิ เทอมที่แล้วน่ะไม่ใช่ ครั้งแรกที่ครูสอนนะคะ เบนซ์ตอบว่า 4 4 ประเภทใช่ไหมลูก เพื่อน ๆ มีไหมลูก เพื่อน ๆ มีใครจะตอบมากกว่านั้นไหม หมดแล้วเหรอ ใช่ ๆ โครงงานมีอะไรบ้าง มีกี่ประเภท เบนซ์ตอบมี 4 ประเภท มีอะไรบ้างลูก เบนซ์มีอะไรบ้าง เก็บข้อมูลโครงงานวิจัย โครงงานประเมิน ใช่ไหม มีส่วนถูกนะคะ เบนซ์อาจจะสับสนนะลูก อันนี้คือประเภทของโครงงานทั้งหมด ตอบถูก คือ 4 ประเภท นี่ 4 ประเภทนี่ ลูกตอบถูกแล้วลูก โครงงานแบ่งเป็น 4 ประเภท แต่บอกชื่อโครงงานผิดนะลูก มีอะไรบ้าง โครงงานมี 4 ประเภท อันแรก คือ ประเภทสำรวจนะคะ อันนี้เราอยากข้อมูลอะไร แล้วก็ไปเก็บข้อมูลนะคะ ไปสำรวจมา อันนี้ง่าย อันนี้ง่าย ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ว่าจะต้องสร้างแบบสำรวจนะคะ อย่างเช่น เราสนใจเกี่ยวกับอาหารที่นักเรียนโรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดอุดรธานี ชอบมากที่สุด เวลาแม่ครัวทำให้ แล้วลูกทานหมดเลย ไม่เหลือเลยนะคะ แล้วก็ชอบกินมากเลย อาหารอะไร ลูกจะต้องไปถามใคร อันนี้ลูกก็ต้องไปถามน้อง ๆ เพื่อน ๆ ใช่ไหมคะ นักเรียนทุกคนที่อยู่ในโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดอุดรธานี เพื่อที่จะได้ให้ข้อมูลนั้นมา อันนี้คือการสำรวจ ทำไมจะต้องสำรวจ เราจะต้องมีเหตุผลด้วยในการสำรวจ นี่ ก่อนที่จะทำโครงงาน มันจะเกิดจากปัญหาสิ่งที่เราอยากรู้ อย่างเช่น อยู่ในโรงอาหาร สมมตินะคะ อันนี้ถ้าสมมติลูกจะทำประเภทครงงานสำรวจในโรงอาหาร แล้วลูกเป็นกรรมการนักเรียน ตอนเช้า ตอนเที่ยง ตอนเย็น ผลปรากฏว่าตรงบริเวณที่ล้างจาน ที่เทเศษอาหาร ลูกไปดูแล้ว เยอะมากเลยน่ะ ทำไมกินไม่หมด ที่ลูกกินไม่หมดแล้วเอาอาหารไปเททิ้ง นี่ มันก็เป็นปัญหาแล้ว มันเป็นสิ่งที่ลูกก็ต้องมาฉุกคิดแล้วน่ะ ทำไม ทำไมอาหารถึงเหลือเยอะ ทำไมถึงทิ้ง เราจะมีวิธีการทำอย่างไรนะคะ ช่วยอย่างไร ช่วยโรงเรียนอย่างไร ทำให้อาหารนี่ เอาไปใช้ประโยชน์อะไร ที่ทิ้งน่ะ ไปใช้ประโยชน์อะไร คิดต่อยอดได้หลากหลาย ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดจากคำถามทั้งนั้นเลย เมื่อเราเดิน ๆ ไปแล้วไปเจอปุ๊บ มันเกิดปัญหาขึ้นมา อย่างเช่นอะไรอีก ตอนนี้อะไรนะ เวลาใส่รองเท้าใช่ไหมคะ ครูเห็นนะ ครูตอนเช้านี่ ครูตอนเข้าแถวน่ะ ครูเห็นตลอดเลย ปัญหานี้มัน ครูก็อยากให้นักเรียนช่วยแก้เหมือนกันนะคะ การแต่งกายตอนเช้า ทำไมนักเรียนมาแถว บางคนเสื้อนักเรียนยังยังอยู่ข้างนอกกางเกงอันนี้คือเข้าแถวเคารพธงชาติ อันนี้คือความไม่เรียบร้อย บางคนเดินมา เดินมาแต่รองเท้าไม่เรียบร้อย ไม่ถูกนะคะ ไม่ได้ใส่รองเท้า มา อันนี้ ก็คือปัญหาเวลาครูมอง เดินไปไหนก็จะพบปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรานะคะ เราเจอปัญหาอะไร แล้วอยากทำอะไรนะคะ อันนี้เป็นที่มาของโครงงานนั่นเอง ประเภทสำรวจ ก็คือไปหาข้อมูลมานะคะ เพื่อที่จะไปเอาข้อมูลตัวนี้นี่มาทำเป็นสารสนเทศ นำไปเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาหรือพัฒนา เรื่องที่เราสนใจนะคะ อย่างเช่นอะไรที่ครูบอกว่าอาหารที่เราไปเททิ้ง เราก็ไปสำรวจว่าลูกชอบกินอะไรนะคะ พอลูกชอบกินอะไรแล้วก็คุยนะคะ เข้าไปอยู่ในสภานักเรียน ครูก็บอกว่าเออนี่ อาหารนี่วันนี้น้ำมันลูก ๆ ชอบเหตุผลที่ลูกชอบคืออะไร ลูกก็ต้องไปอธิบายนำเสนอข้อมูลตัวนี้แหละ ที่ลูกเก็บนี่ ไปคุยไปบอกคุณครูไปบอกฝ่ายโภชนาการไปคุยกับแม่ครัวนะคะ เสร็จแล้วปัญหานี่ ลูกคิดว่าโอกาสต่อไป ถ้าเราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เราได้คุยกัน ดูคลิปอาหาร มันจะถูกปากลูกไหมมันจะอร่อยไหม มันจะตรงกับความต้องการของลูก ๆ ไหม นี่ มันก็จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาหนึ่งนะคะ หรือปัญหานี้จะหมดไป ถ้าไปเจอขยะเสร็จปุ๊บ ไม่ทำเกี่ยวกับการสำรวจแล้ว แต่อยากจะถามว่าเอ๊ะ เราจะเอาขยะอาหารพวกไปใช้ประโยชน์อะไร ไปใช้ประโยชน์อะไรดี ขยะอาหารที่เทไปมีประโยชน์ไหมลูกมีไหมคะ ลูกว่ามันมีประโยชน์ไหม ไม่มีเลยเหรอ เศษอาหาร เห็นไหม พอเทไปแล้วปุ๊บ แม่ ๆ ก็เอาไปทำอะไรคะ เอาไปให้ไก่ เอาไปเลี้ยงไก่ เอาไปให้หมา เอาไปให้แมวใช่ไหม อันนี้ก็เป็นอีกอันหนึ่งที่ลูกสังเกตเห็นได้ หรือเศษอาหารนี่ สามารถเอาไปทำอะไรอย่างอื่นได้ไหมนะคะ อย่างเช่นอะไร ถ้าลูกเห็นนะคะ ลูกเรียนเกษตรมา ลูกรู้ว่ามีน้ำยาอันหนึ่งนะ เป็นปุ๋ยชีวภาพ EM นะคะ ที่เขาเอาพวกเศษอาหาร พวกเศษผักต่าง ๆ นี่ เอาไปหมักเป็นน้ำปุ๋ยชีวภาพนะคะ นี่ มันก็เป็นโครงงานอะไร ลูกคิดว่ามันจะเป็นโครงงานอะไร แทนที่มันจะเป็นโครงงานสำรวจ มันเป็นโครงงานทดลองแล้วนะคะ ทดลองแล้ว ว่าไอ้ตัวเศษอาหารนี่ ลูกจะเอาไป... มีอะไรผสมบ้างนะคะ ใช้น้ำยาปริมาณเท่าไรที่จะทำให้มาเป็นปุ๋ยชีวภาพที่มีประสิทธิภาพ เวลาเราเอาปุ๋ยตัวนี้ไปใส่ต้นไม้ รดน้ำต้นไม้นะคะ นี่ มันก็จะเกิดการเจริญเติบโตได้ดี หรือว่างอกงาม ออกดอกออกผลได้ดี นี่ มันก็จะกลายเป็นโครงงานทดลองแล้ว แค่เดินเข้าไปที่โรงอาหาร แล้วเจอปัญหาแค่นี้เศษอาหารเท่านั้นเอง เราก็สามารถทำโครงงานได้หลายแบบมากเลยนะคะ หรือว่าทดลอง ไม่เอา เราเห็นแล้วว่าเศษอาหารมันมีเยอะ มันมีเยอะ แต่ว่ามันเทรวมกัน อันนี้คือปัญหานะลูก เศษอาหารลูก ๆ เทรวมกัน เอ๊ธ จะทำอย่างไร จะทำอย่างไรให้เกิดการคัดแยกแบ่งประเภทออกมา ลูกอาจจะคิด อาจจะคิดอะไรคะ ภาชนะหรือว่าอะไรก็สักอย่างหนึ่ง ที่จะมาคัดแยกเศษอาหารพวกนี้ มันประดิษฐ์ขึ้นมา อันนี้มันจะกลายเป็นโครงงานประดิษฐ์แล้ว มันก็จะเป็นประเภทที่ 3 แล้วนะคะ โครงงานเกิดขึ้นได้หลากหลายนะคะ แต่ว่าสิ่งที่ลูกคิด สิ่งที่ลูกทำ มันจะวิ่งเข้าสู่นี่ 4 ประเภทนี่แหละ โครงงานมันหนีไม่พ้นเลย ไม่เจอตัวใดก็ตัวหนึ่งนะคะ 4 ประเภทนี่ โครงงานประเภทสุดท้ายในโครงงานทฤษฎีลูก ส่วนมากก็จะใช้เกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์นักคณิตศาสตร์ ที่จะไปทดสอบทฤษฎีสูตรต่าง ๆ นะคะ อันนี้ของเรานี่ ยังไปไม่ถึง ส่วนมากก็จะเป็นพวกปริญญาตรีนะคะ ที่เรียนเอกคณิตศาสตร์ พวกฟิสิกส์ พวกคอมพิวเตอร์ ที่เขาเรียนที่ไปประเภทนี้ เป็นโครงงานประเภทนี้ทำวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎี เพราะมันเป็นเรื่องที่ยาก เพราะว่ามันจะต้องแม่นนะคะ แม่นในหลักการ แม่นในทฤษฎีนะ ของเรานะคะ ม. 6ของเรา ครูมองแล้ว ลูกมีศักยภาพจะถามได้ทั้ง 3 แบบ3 แบบแรกนะคะ ก็คือโครงงานประเภทสำรวจ โครงงานทดลอ ง แล้วก็โครงงานประดิษฐ์ อันนี้ครูจะไม่ได้ไปบังคับลูก ว่าลูกอยากทำอะไร ถ้าลูกอยากทำโครงงานประเภทไหนให้ลูกไปคุยกันเองนะคะ คุยกันเองเอาตามความถนัดความสนใจของตัวเองนะ ใครประดิษฐ์ไม่เป็น ก็ไปสำรวจง่าย ๆ สำรวจจากสิ่งที่เราอยากรู้ ต้องดูก่อนนะ ว่าสิ่งที่เราสำรวจมาแล้วข้อมูลตัวนั้นน่ะลูกมันไปมีประโยชน์กับทุกคนหรือเปล่านะคะ สำรวจมาแล้วได้ประโยชน์อะไรนะคะ ทวนนะ ประเภทของโครงงานมีอยู่ 4 ประเภทนะคะ ประเภทแรกนะคะ ก็คือโครงงานประเภทสำรวจนะลูก อันนี้โครงงานประเภทสำรวจ โครงงานประเภทสำรวจ เป็นการเก็บข้อมูลนะคะ ประเภทที่ 2 โครงงานประเภททดลองนะคะ คือ ทดลอง อันนี้ต้องมีตัวแปรนะคะ สิ่งที่เราอยากรู้นะคะ มีตัวแปรควบคุม ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตามนะคะ ประเภทที่ 3 โครงงานสิ่งประดิษฐ์ อันนี้คิดนวัตกรรมขึ้นมา เพื่อที่จะแก้ปัญหาหรือพัฒนานะคะ พัฒนาเครื่องมือ อันนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ ลูกจะเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างโครงงานทุกประเภทนี่ มันจะใช้ฐานของอะไรคะ มันจะท้ายพื้นฐานของคณิตศาสตร์มาเป็นส่วนหนึ่งในการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลนะคะ เพื่อที่จะให้ได้ผลออกมานะ ทีนี้ เรามาเริ่มเรียนกันในหัวข้อนี้นะคะ ขั้นตอนของการทำโครงงานลูก ไม่ว่าจะเป็นโครงงานประเภทไหนนะคะ มีขั้นตอนอยู่ 5 ขั้นตอน 5 ขั้นตอนนี้ วันนี้สิ่งที่เราจะได้ทำ ก็คือขั้นตอนแรก การคิดและเลือกหัวข้อ หัวเรื่องนะคะ การคิดและการเลือกนี่ มันก็สำคัญเหมือนกัน ถ้าเราเลือกหัวข้อที่ดีนะคะ เราก็จะสามารถนำไปทำต่อได้นะคะ ขั้นตอนที่ 2 เมื่อเราคิดแล้วก็เลือกหัวข้อได้แล้ว ก็คือการวางแผนแล้ว เราจะวางแผนอย่างไร เพื่อที่จะให้ทำโครงงานนี้สำเร็จนะคะ การวางแผนตัวนี้ลูก มันจะออกมาเป็นเค้าโครงนะคะ ผลลัพธ์ที่ได้มันจะออกมาเป็นเค้าโครงของโครงงาน หรือเรียกง่าย ๆ ก็ 3 บทนะคะ ถ้าเป็นวิจัยนะ ดขาก็จะทำเป็น 3 บท แต่ถ้าของเรา โครงงานนี่ ทำง่าย ๆ นะคะ แล้วครูจะมีแบบฟอร์มให้ แล้วให้ลูก ๆ ทำเค้าโครงของโครงงานขึ้นมา เพื่อที่จะออกมานำเสนอนะคะ ถ้าโอเค ผ่าน ขั้นตอนกระบวนการวิธีการที่ลูกคิดนี่มันโอเค ครูก็จะให้ลูกผ่าน แล้วก็ดำเนินการต่อไปในขั้นที่ 3 นะคะ การดำเนินงาน อันนี้แหละมันจะใช้เวลาเยอะ ขั้นที่ 3 ทำไมถึงใช้เวลาเยอะลูก เพราะอะไรคะ เพราะมันเป็นการทำ การปฏิบัติ ลูกจะมาทำในช่วงที่เราเรียนไม่ได้ ลูกจะต้องใช้เวลา เวลาว่างของ ลูกอาจจะเป็นเสาร์อาทิตย์ก็ได้ หรือเป็นช่วงเย็นนะคะ หลังจากบ่าย 3 โมง ลูกเลิกเรียนไปแล้ว นัดกันเป็นกลุ่ม อันนี้เป็นการบริหารจัดการเวลาของลูก ๆ เองนะคะ พอเราทำเสร็จแล้ว ก็จะมาสู่ขั้นตอนของการเขียนรายงาน การเขียนรายงาน ข้อ 2 เราทำเค้าโครงแล้ว 3 บทนะคะ พอมาข้อ 4 มันจะเพิ่มมาอีก 2 บทนะคะ ก็จะกลายเป็น 5 บท การเขียนรายงานตัวนี้ สิ่งที่นำมาเขียน ก็คือผลของผลของการทำโครงงาน ถ้าเป็นสำรวจ ผลของการสำรวจของเรามันเป็นอย่างไร ถ้าเป็นโครงงานทดลองกับผลการทดลองเป็นอย่างไร ถ้าเป็นโครงงานประดิษฐ์ขนของ นวัตกรรมที่ลูกทำคืออะไร นะคะ อันนี้ก็คือเอามาเขียน แล้วก็สุดท้าย ก็คือจะเป็นข้อเสนอแนะนะคะ ตัวสุดท้าย ขั้นตอนที่ 5 เมื่อลูกได้รายงาน 5 บท เสร็จแล้ว เรามีความรู้แล้ว เราเป็นผู้รู้ในเรื่องนี้เ พราะเราทำเองมากับมือ คิดปัญหาเอง วางแผนเอง ทำเองมากับมือ สรุป ต่อมา ทำอย่างไรที่จะเอาไป เอาเรื่องที่เราทำนี่ ที่มันน่าสนใจนี่ ไปเผยแพร่ให้กับคนอื่นได้รู้ ขั้นตอนที่ 5 นี่ล่ะค่ะ สำคัญ สิ่งที่เรารู้แล้ว ทำอย่างไร มีวิธีการอะไรบ้าง ในการนำเสนองานของเรานี่แหละ ไปให้คนอื่นรู้นะคะ อันนี้ครูก็จะจัดเวทีให้กับลูก ๆ นะ ครูจะให้ทำ นำเสนอนะคะ อาจจะเป็นเชิงนิทรรศการ เดี๋ยวให้บอร์ดไป แล้วก็ผลงานของลูกนะคะ เดี๋ยวลูก ๆ ค่อยมาคิดกันว่าลูกจะนำเสนอแบบไหนบ้าง เพราะมีล่ะวิธีการมากเลยนะคะ เดือนมีนาคม เดือนมีนาคม ประมาณต้นมีนาคมนะคะ ประมาณต้นมีนาคม โครงงานของลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้นมีนาคม จะให้ลูกไปวาง แล้วก็นำเสนอให้กับน้อง ๆ ให้กับคุณครูได้ดู โอเคไหมคะ อันนี้ยอมรับไหม อันนี้เป็นการประเมินนะคะ ตามสภาพจริง นี่ ครูให้คะแนนตามนี้เลยลูก ถ้าลูกทำตามขั้นตอนออกมาได้นะคะ ทุกคนทำได้นำเสนอได้ ทุกอย่าง เอาเกรด 4 ไปเลยดีไหม เอาเกรด 4 ไปเลยดีไหม ง่ายไหมคะ เทอมนี้เรียนง่ายมากเลยนะลูก ช่วงนี้เรียนง่าย ไม่มีอะไรเลย ข้อสงข้อสอบ ครูก็ไม่ออกแล้วจะมาประเมินเนี่ยจะประเมินลูกตามสิ่งที่ลูกทำได้แหละเพราะอะไรว่าแต่ละขั้นตอนที่งานออกมาเนี่ยลูกต้องใช้ความสามารถเยอะมากเลยนะลูกกว่าจะได้ปัญหาลูกจะต้องคิดต้องมีการวิเคราะห์มีการแลกเปลี่ยนใช่ไหมคะ ออกมา การวางแผนก็เหมือนกัน อย่างนี้ งานชิ้นนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าที่ครูสอนมาตั้งแต่ม. 4 ม. 5 ม. 6 นะ ที่ครูสอนมา คณิตศาสตร์ ลูกสามารถนำความรู้ที่ครูสอนน่ะ มาใช้นะคะ ในการทำโครงงานได้เลย ขั้นตอนแรกนะลูก การคิดและเลือกหัวข้อเรื่อง ฝากเอาไว้ เวลาเราแบ่งกลุ่ม ตอนนี้ยังไม่แบ่งนะลูก สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญที่ลูกจะต้องคำนึงถึง ก็คือลูกจะต้องคิดแล้วก็เลือกหัวเรื่องนะคะ ด้วยตนเอง ไม่ใช่ไปดูเพื่อน ไปดูเพื่อน ทำอันนี้เพื่อนลูกไม่เอา ไม่ต้อง ๆ นะ เอาเฉพาะกลุ่มเราลูกถ้าเรามีกันอยู่ 2 คน แล้วก็มาแลกเปลี่ยนกัน เราสองคนนี่สนใจเรื่องอะไรอยากศึกษาเรื่องอะไร แล้วทำไมถึงอยากศึกษาเรื่องนี้ อันนี้คือคำถาม คุยกัน 2 คน 3 คนเรา ที่อยู่ในกลุ่ม แค่นั้นเอง นะ ไม่ต้องไปหยิบของเพื่อนมา เพราะความสนใจของแต่ละคน ครูรู้เลยว่ามันไม่เหมือนกัน มันไม่เหมือนกัน บางคนชอบประดิษฐ์ บางคนชอบสำรวจ บางคนชอบทดลอง ขึ้นอยู่กับความสนใจของแต่ละคนนะคะ อันแรกเลย สิ่งที่ฝาก อันที่ 2 หัวข้อได้มาจากไหน ปัญหาค่ะ ปัญหา ใช่ สิ่งที่เราเดินไป แล้วเราไปพบปัญหาอะไร เกิดคำถามขึ้นในใจ ทำไมมันเป็นแบบนี้ นี่ สิ่งใดเป็นตัวที่จะบ่งบอกว่า เรื่องที่เราสนใจ แล้วมันเกิดจากอะไรนะคะ หรืออยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องอะไร เราน่ะอยากรู้เรื่องอะไร เราก็ทำเรื่องนั้นลูก ต่อมา ควรเลยนะ อันนี้ก็คือหัวเรื่องนะคะ จะต้องเฉพาะเจาะจงและก็ชัดเจน ไม่ใช่พูดไปอ้อมโลกเลย ชื่อ ไม่เฉพาะเจาะจงนะคะ ใครถามก็ตอบไม่ได้ จริง ฉันจะทำเรื่องอะไรนี่ จะทำไปทำไม ตอบไม่ได้ ตอบคำถามไม่ได้นะคะ อันนี้ไม่เอา เรื่องที่เฉพาะเจาะจงนะคะ ชัดเจนด้วยว่าจะทำเรื่องอะไรนะคะ เมื่อคนอื่นมาอ่านชื่อเรื่องเราแล้ว เขาเข้าใจเลยว่าเราจะทำเรื่องอะไรนะคะ และสุดท้ายเลย ฝากเอาไว้ว่าลูก ๆ นะคะ ถ้าเราคิดล่ะ แต่ละความรู้ของเรา หรือว่าฐานข้อมูลเดิมของเรายังไม่พอลูก สิ่งที่จะช่วยตัวช่วยลูกได้นะคะ ก็คือแหล่งข้อมูล แหล่งที่จะมาให้ลูกได้คิด แล้วก็ตัดสินใจ อย่างเช่นอะไรบ้าง การไปศึกษาเอกสารนะคะ ดูในเอกสาร หรือตำราบทความอะไรต่าง ๆ สำหรับลูก ๆ นี่ การไปอ่านเอกสารตำราบทความคงยากนะคะ เพราะว่าส่วนมากมันก็จะเป็นตัวหนังสือนะลูก ใช่ไหมมันเป็นตัวหนังสือ ที่น่าสนใจคืออะไร การเข้าชมนิทรรศการนะคะ การประกวดโครงงานในที่ต่าง ๆ อย่างเช่นนี่ การแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมน่ะลูก ที่เขาแข่งกันน่ะมันก็จะมีแข่งโครงงานประเภทต่าง ๆ นะคะ จะแข่งโครงงานประเภทต่าง ๆ และก็ตัวอย่างเช่น เมื่อกี้ ที่ไปร่วมประชุมวิชาการ และนิทรรศการ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ที่เชียงใหม่นะคะ ที่เบนซ์ไปด้วยกับครูปิ๊ก เบนซ์ไปด้วยกับครูปิ๊ก น่ะ ในแต่ละโรงเรียนนะคะ เป็นร้อยเลย ที่ทำโครงงาน ทำนวัตกรรมขึ้นมา แล้วเบนซ์ได้ไปเดินดูไหมลูก เบนซ์ไปเดินดูนิทรรศการต่าง ๆ เจอตัวนวัตกรรมเจอการทดลองนะคะ เยอะมากเลย คนที่ได้เปรียบในห้องนี้คือใครคือเบนซ์เบนซ์จะได้เปรียบเ พราะว่าเบนซ์นี่ ได้ไปหาประสบการณ์มาเยอะแล้วทานข้อมูลของเบนซ์ที่จะเยอะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงงานประดิษฐ์ หรือว่าโครงงานทดลองนะคะ เดี๋ยวเบนซ์ เบนซ์ออกมาเล่าให้เพื่อนฟังหน่อย ว่าที่เบนซ์ไปแล้วไปดูนิทรรศการของแต่ละโรงเรียนนะคะ เห็นเห็นแล้ว ว้าว ชอบ ชอบโครงงานของโรงเรียนอะไร แล้วก็ทำอะไร เล่าให้เพื่อนฟังหน่อยนะคะ เก่งมาก ขอบคุณมากค่ะ ที่คุณครูไปนะคะ ครูจะเล่าประสบการณ์ของครูด้วยทีนี้ เบนซ์ไป เดี๋ยวครูพาไปเดินดูนิทรรศการของแต่ละโรงนะคะ แล้วครูเบนซ์ ครูปิ๊ก รัชชานนท์นะคะ มีโอกาสเข้าไปฟัง ฟังการนำเสนอผลงานทางวิชาการของนักเรียนนะคะ ของนักเรียนวันนั้นไปดูอยู่ 2-3 โรงนะคะ ที่ไปนั่งฟัง แล้วก็ลูก ๆ นะคะ นักเรียนนี่แหละ ม. 3 ม. 4 ม. 5 ม. 6 ที่เขาจับกลุ่มการทำโครงงาน แล้วเขาก็มานำเสนอ มันจะมีเรื่องที่น่าสนใจ มันมีเรื่องที่น่าสนใจอยู่นะคะ ก็คืออะไร เตรียมอุดมฯ ก็ทำเรื่องโจ๊ก โรงเรียนเตรียมอุดมสว่างแดนดินนะคะ ที่สกลนคร เขามานำเสนอเรื่องโจ๊กใช่ไหม มีเรื่องของโจ๊ก แต่โจ๊กของเขานะลูก เขาทำมาจาก มันมีส่วนผสม มันมีส่วนผสมของข้าว ข้าวที่ในชุมชนของเขาน่ะ มันมีหลายประเภทมากเลย เขาเรียกว่าข้าวเข้าห่าน ข้าวห่านี่แหละ ซึ่งตัวนี้มันจะเป็นประโยชน์ มีประโยชน์นะคะ แล้วเพื่อน ๆ เขาก็เอามาคิดว่าเราจะใช้ส่วนผสมของข้าวนี่ แต่ละประเภทนี่ปริมาณเท่าไร เพื่อที่จะเอามาทำโจ๊ก แล้วก็ไปทดลอง ก็ได้ พอได้ผลการทดลองและออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ อันนี้ก็น่าสนใจนะคะ ในสิ่งที่เขาทำ นี่ กลุ่มไหนที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องของอาหาร ก็สามารถเอามาคิดได้นะคะ มาต่อยอดได้ อีกโรงหนึ่ง เขาทำเกี่ยวกับขวด ไม่ใช่ขวด เขาเรียกถุง ถุงที่เอาไปใส่แก้ว YETI ป้องกันอุณหภูมิ เก็บความเย็นนะคะ เพราะอะไร เพราะเขาคิดว่าอยู่ที่โรงเรียนของเขานี่มีน้ำแข็งนะคะ คุณครูไปซื้อเครื่องดื่ม เด็ก ๆ ชอบไปซื้อเครื่องดื่ม เสร็จแล้วน้ำแข็งมันก็ละลายเร็ว เขาก็เลยอยากทำตัวนี้ ไอ้ปลอก ปลากที่ใส่แก้วนี้ล่ะค่ะ ทำอย่างไรจะให้น้ำแข็งมันละลายได้ช้าที่สุด เพื่อคงรสชาติได้นานที่สุด อันนี้เขาก็ไปคิดตัววิธีการทำนวัตกรรมเข้ามา ไอ้ถุงตัวนี้ เขามันมีก็มีส่วนผสมของต้นไม้ขี้เลื่อย มีส่วนผสมของขี้เลื่อยในพืชที่เขาศึกษานะคะ นี่ มันเกิดจากการคิดการเอาวัสดุต่าง ๆ มาวางแผน เพราะว่าอะไร เพราะว่าขี้เลื่อยของต้นไม้ต้นนี้ มันมีส่วนของ เขาเรียกเก็บความอุณหภูมิน่ะ ได้ดีนะคะ เขาก็มาวางเปรียบเทียบจากสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ น้ำแข็ง ชาวบ้านใช่ไหมคะ เวลาน้ำแข็งน่ะ ลูกรู้จักแกลบไหมคะ แกลบ ก็คือข้าวน่ะ เม็ดค่าเวลาเอาไปเราไปสีนะ มันก็จะมีส่วนของเปลือกน่ะลูก ส่วนของเปลือกที่มันปลิวออกไปแล้วอยู่ข้างนอก ส่วนมากเวลาเราเก็บความเย็นใช่ไหมคะ ตามบ้านนอก หรือว่าตามงานบุญงานอะไรนะ น้ำแข็งก้อนใหญ่ ๆ ยังมีอยู่นะความทรงจำนั้นนะคะ ตอนเด็ก ๆ เนี่ยเป็นงานบุญน่ะมันจะมีก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่ ๆ เสร็จแล้วก็เอาแกลบนี่แหละลูก ป้องกันไม่ให้มันละลายน่ะ แล้วก็เอาแกลบนี้ไปกลบกกก้อนน้ำแข็งเอาไว้ใช่ไหมคะ ใครรู้บ้างอันนี้ยกมือรู้ไหมรู้ไหมว่าแกลบในช่วยช่วยเก็บไม่ให้น้ำแข็งละลาย เพราะแต่ก่อนมันไม่มีนะลูกไอ้ตู้เก็บความเย็นที่แบบคอนเทนเนอร์ที่มันแบบ Freez เอาไว้นี่ มันไม่มีมันก็เป็นภูมิปัญญาอันนี้คือสิ่งที่เด็ก ๆ ค่อยได้สังเกตลูกเกิดไม่ทัน ลูกเกิดมามีตู้เย็น มีที่เก็บความเย็นแล้วนะคะ แต่ครูปิ๊ก ตอนนั้นน่ะตอนนั้นน่ะเป็นเด็ก ๆ อยู่ เด็ก ๆ แล้วก็ไปงานบุญงานอะไรพวกนี้น่ะ กินน้ำแข็งใส น้ำแข็งใสเป็นก้อน ๆ นี่ เขาไม่มีเขาไม่มีถังนะคะ ก็ไม่ถังใส่ เขาก็จะเอาไปกระสอบ ใช่ เอากระสอบแล้วก็น้ำแข็งก้อนใหญ่ ๆ แล้วก็เอาแกลบนี่ล่ะค่ะ ไปคลุมเอาไว้ มันก็จะไม่ละลาย น้ำแข็งก็จะไม่ละลาย เก็บได้นานเป็นวันเลยนะคะ อันนี้ก็เป็นคุณสมบัตินะคะ เขาก็เลยมาคิด ทำตัวนวัตกรรมขึ้นมา ต่อยอดใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาเป็นถุง นอกจากถุงตัวนี้ครูยังชอบใจที่เด็ก ๆ นำเสนอนะ เอาไปซักได้ด้วยนะลูก เอาไปใช้ใหม่ได้แล้วมันสวยด้วยเขาออกแบบมาเพื่ออะไรอ่ะถ้ามันไม่สวยคุณก็ไม่อยากใช้ นี่ เขาก็ไปคิดเพิ่มความคิดสร้างสรรค์เข้ามาอีก นี่ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นนะคะ เวลาเราไปดูโรงงาน หรือไปดูการนำเสนอผลงานต่าง ๆ ของเด็ก ๆ นี่ มันก็จะเกิดความคิด สามารถเอามาประยุกต์ใช้ สามารถเอามาต่อยอดนะคะ โครงงานนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ เราสนใจเรื่องนี้ เราอาจจะหยิบของเขามา แล้วเอามาต่อยอดได้นะคะ ไม่ผิดนะคะ แต่เราจะต้องให้เครดิต เราจะต้องอ้างอิงถึงสิ่งที่เรานำมาด้วยนะลูก ไม่ใช่ไปเอาของเขามา แล้วอันนี้ฉันทำ ฉันคิดอยู่คนเดียว แล้วจะต้องบอกว่าไปคุยงานที่เรามานะฐานของเขาคืออะไร นะคะ โอคนะ ผ่านนะ ทีนี้ ขั้นวางแผนทุก อย่างที่ครูบอก เมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้ชื่อเรื่องเรียบร้อยแล้วครั้งที่ 2 แล้วนะลูกชื่อเรื่องเรียบร้อยอ่ะมาวางแผนนะคะ ตัวนี้จะรวมถึงเค้าโครงด้วยที่ครูบอก การวางแผนการเขียนเค้าโครงเราจะต้องทำล่วงหน้านะคะ ไม่ใช่ ฉันจะทำเรื่องนี้แหละ แต่ยังไม่มีแผนอะไรเลย ไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ แล้วก็มาทำเลย อันนี้ไม่ใช่นะคะ การวางแผนน่ะ มันจะทำให้เรารู้ แล้วก็รัดกุมมากขึ้นนะคะ คิดก่อน คิดก่อนว่าเราจะทำอะไร ช่วงไหนอะไรบ้าง ที่จะเอามาทำนะคะ ขั้นตอนนี้เขียนเค้าโครง แล้วก็นำเสนอนะ จะมีคาบคณิตศาสตร์ และครูจะให้ออกมานำเสนอ หลังจากที่ลูกได้ชื่อเรื่องแล้ว วันนี้จะต้องได้ชื่อเรื่องนะคะ แล้วสัปดาห์ต่อไปเราจะมาเรียนเรื่องเขียนเค้าโครงกัน แล้วลูกก็ต้องเขียนเค้าโครงออกมานำเสนอถ้าโอเคผ่านลูกถึงจะสามารถเอาไปทำในขั้นตอนที่ 3 ได้ ใช่ไหม ทีนี้ ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติขั้นที่ 3 ใช่ ที่ลูกวางแผนไว้นะลูก เห็นชอบเค้าโครงแล้วเรียบร้อย โอเค ครูอนุมัติและให้ทำแล้ว ตอนนี้ล่ะค่ะ ขั้นลงมือทำมีทั้งหมดอยู่ 3 ขั้นตอนลูก 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก ก็คือจะต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ที่เราคิดไว้สิ่งที่เราจะทำ อุปกรณ์มีอะไรบ้าง ต้องเขียน เขียนออกมา เราจะทำที่ไหน เราจะทำในห้องนี้ไหม หรือว่าเราจะทำออกไปทำนอกห้องเรียน ขึ้นอยู่กับประเภทของโครงงานที่ลูกทำนะคะ ลูกสนใจเรื่องอะไร อันนี้ขึ้นอยู่กับลูกเลย แต่ลูกจะต้องวางแผนมากของที่จะใช้มีอะไร อุปกรณ์มีอะไร ทำที่ไหน อันนี้ขั้นตอนแรก หลังจากที่เราเตรียมวัสดุอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย มาปฏิบัติแล้วทีนี้ มาทำค่ะ การทำ ฝากไว้นิดหนึ่ง ลูกจะต้องละเอียด รอบคอบ คำนึงถึงความปลอดภัยคำนึงถึงความประหยัด โอเค ต้องประหยัด ต้องรอบคอบ แล้วก็ปลอดภัยด้วย หลังจากนั้น ขั้นตอนที่ 3 บันทึกข้อมูล สิ่งที่เราทำได้อะไร ได้ผลอย่างไร ตอนที่ ขั้นตอนการทำนี่มันมีปัญหาหรือเปล่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนของการปฏิบัตินี่ลูก เราพบปัญหาอะไร เราต้องบันทึกเอาไว้นะคะ พยายามบันทึกตามกำหนดเวลา ไม่ใช่ว่า เราลงไปสังเกตแล้ว ลงไปเก็บข้อมูลแล้ว เอาให้ก่อน เอาไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยพรุ่งนี้ค่อยบันทึก วันนี้ได้ไหม ไม่ได้ ไม่ได้นะลูก ลูกจะต้องบันทึก ณ เวลานั้น บันทึกให้ครบ เพราะอะไร เดี๋ยวลืม พอลืมเสร็จแล้วน่ะ มันจะเสียเวลา ลูกจะต้องกลับมาทำใหม่นะคะ โอเคนะ ขั้นตอนที่ 4 ค่ะ ขั้นตอนที่ 4 แล้ว มี 5 ขั้นตอนนะคะ การเขียนรายงาน ตัวนี้แหละ เป็นวิธีการสื่อความหมายวิธีหนึ่งนะคะ ที่จะให้คนอื่นน่ะ ให้น้อง ให้ครู ให้เพื่อนเข้าใจ เข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดวิธีการดำเนินงานโครงงานเรานี่แหละ เข้าใจเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของเรานะคะ ข้อสรุป และข้อเสนอแนะต่าง ๆ เน้นว่าการเขียนรายงานนี้ ขอภาษานะคะ ง่าย เข้าใจได้ชัดเจนนะคะ ตอบประเด็นสำคัญ ๆ ได้ แค่นั้นเอง การแข่งโครงงาน การเขียนรายงานนะคะ สุดท้ายแล้วลูก พอได้รายงานปุ๊บ ขั้นตอนของการนำเสนอ การนำเสนอแล้ว เราได้รายงานแล้วใช่ไหมคะ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำโครงงานแล้ว ในการนำเสนอโครงงานนี่ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมนะคะ อย่างเช่น เป็นโครงงานประเภทอะไร เราก็จะสามารถเลือกนะคะ เลือกวิธีการนำเสนอให้เหมาะสมกับประเภทของโครงงาน เนื้อหาเป็นอย่างไร แล้วช่วงเวลาที่จะนำเสนอน่ะ ช่วงไหน แล้วระดับผู้เรียนน่ะ เป็นอย่างไร อย่างเช่น ม. 6 นี่ ครูจัดเต็มที่เลย ครูจะให้จัดเป็นนิทรรศการนะคะ มีบอร์ดนำเสนอ แล้วก็มีผลงานตัวนวัตกรรมหรือว่าสิ่งประดิษฐ์ที่ลูกได้ทำ เสร็จแล้วก็จะมีนักเรียนเป็นคนนำเสนอ เพราะฉะนั้น การ... เล่มรายงานก็เอาไปวางไว้บนโต๊ะนะคะ แล้วลูกก็ได้บรรยาย นำเสนอ หรือถ้าบางกลุ่มนะคะ ทำเกี่ยวกับเรื่องของอาหาร เครื่องดื่มสุขภาพ อย่างนี้น่ะ ลูกก็อาจจะมีการสาธิต แล้วให้คนเข้ามาดูได้ชิม นี่ รูปแบบของการนำเสนอมีเยอะเลย มากมายนะคะ นี่ ขั้นตอนของการทำโครงงาน ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน 4 ประเภทนี้ มันก็จะมีขั้นตอนเหมือนกัน 5 ขั้นตอนเหมือนกันเลยนะคะ ทีนี้ มาสู่สิ่งที่ลูกจะต้องทำในคาบนี้ ครูจะให้แบ่งกลุ่มนะคะ วันนี้เรามาทั้งหมด 7 คนนะคะ ทั้งหมดมีอยู่ 3 กลุ่มนะ กลุ่มที่ 1 มี 3 คน กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 กลุ่มละ 2 คนนะคะ รวมเป็น 7 นะลูก โอเคนะ ให้คิดชื่อของโครงงานที่ลูกสนใจ ที่ลูกจะทำนะคะ คิดได้แล้ว เมื่อสรุปได้แล้ว ครูจะให้ออกมานำเสนอชื่อโครงงานที่หน้าชั้น วันนี้เราจะได้ชื่อโครงงานที่เราสนใจนะคะ อย่าลืมนะ ชื่อโครงงานต้องมาจากสิ่งที่เราสนใจเองนะคะ ไม่ต้องไปตามเพื่อน เอามาจากปัญหาสิ่งที่อยากอยากทำนะคะ ให้ลูกเขียนอย่างนี้นะคะ สมาชิกในกลุ่ม กลุ่มที่ 1 นะคะ มีอะไรบ้าง หัวข้อโครงงาน เขียนชื่อเรื่องมาเลยนะคะ ตัวนี้บอกเหตุผลที่อยากทำโครงงานนี้เ หตุผลอะไร ลูกไปเจอปัญหาอะไร ทำไมลูกถึงอยากทำ ถ้าทำแล้วมันไปช่วยเกิดประโยชน์กับใครได้บ้าง อันนี้คือสิ่งที่บอกเหตุผลมานะคะ โอเคนะ ถามไหมคะ มีคำถามไหม ครูจะให้แบ่งกลุ่มทำแล้ว ตอนนี้ค่ะ ใช่ แบ่งกลุ่มตอนนี้เลย แล้วก็คุยกัน ต้องไปนั่งด้วยกันนะลูก ใครเลือกใคร กลุ่มไหน ให้ไปนั่งด้วยกันนะคะ จัดเก้าอี้ใหม่ด้วยนะคะ จัดเป็นกลุ่ม เก้าอี้จัดเป็นกลุ่ม ดูครับ ดูก่อนนะ ดูก่อนนะ ก่อนที่ลูกจะเขียนนะคะ ลูกจะต้องมาแลกเปลี่ยนกันก่อนนะลูก คุยกันในสมาชิกในกลุ่มนี่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก่อน ลูกอยากทำเรื่องอะไรนะคะ ลูกสนใจเกี่ยวกับอะไร เกิดปัญหาอะไร ใช่ หัวข้อโครงงาน อันนี้หัวข้อโครงงานนี่ อย่าเพิ่งเขียนชื่อ ก็ได้ ลูกไปคุยกันก่อน ตกลงเอาอะไรกันแน่นะคะ ตกลงลูกอยากทำเรื่องอะไร ให้คุยกันก่อน อย่าเพิ่งมาเขียนใส่ในกระดาษที่ครูแจกให้ คุยกันให้เรียบร้อยก่อน ออกมาเป็นข้อสรุปของกลุ่มก่อน ลูกค่อยมาเขียนตรงนี้ นะคะ สิ่งที่คุยกัน สิ่งที่จะต้องคิดร่วมกัน คือ เหตุผลนี่ ที่อยากทำหัวข้อนี้ เหตุผลที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ เรดาร์ถามไหม มีคำถามไหม ไม่มีทำได้เลยนะคะ ถ้าไม่มีแล้วทำได้เลยนะคะ ตอนนี้กลุ่ม 1 นะคะ เขามีเรื่องที่สนใจ ครูถามนะลูก กลุ่ม 1 สนใจเรื่องของอะไร เดี๋ยวครูจะเขียนบนกระดานนะคะ ทำผังไว้ให้ลูก (ล่าม) เป็นปลูกผักแบบไม่ใช้ดินค่ะ (อาจารย์เชาวนี) การปลูกผัก (ล่าม) ก็ไม่ได้เป็นรดน้ำมาค่ะ เป็นเหมือนคล้าย ๆ ออร์แกนิก คือ การใช้น้ำเป็นด้านล่าง (อาจารย์เชาวนี) ถามลูกว่าทำไมรูปถึงอย่างปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน เหตุผลที่สนใจเรื่องนี้ทำไมคะ (ล่าม) อ๋อค่ะ เพราะว่าดินคือแบบมันมีปัญหาเรื่องดินแข็ง หรือว่าก็คือมันใช้ปลูกยากค่ะ แล้วก็มันใช้เวลานานค่ะ ก็มีพวกหนอน แล้วก็พวกไส้เดือนอะไรแบบนี้น่ะค่ะ กลัวผลผลิตไม่สวยค่ะ (อาจารย์เชาวนี) แสดง... แล้วผักที่ลูกอยากปลูกคืออะไร (ล่าม) เป็นผักบุ้งค่ะ (อาจารย์เชาวนี) ปลูกผักบุ้งนะ ผักบุ้ง ลูกจะไม่ใช้ดินเลยใช่ไหมคะ ลูกจะไม่ปลูกในดินเลยใช่ไหม (ล่าม) ค่ะ ไม่ใช้เลยค่ะ จะใช้เป็นน้ำน่ะค่ะ แล้วก็ไม่รดน้ำด้วยค่ะ เพราะว่าเหมือนสายน้ำข้างล่าง เกาะแพะเกาะ มันจะไม่มีมีแดด แต่มันจะไม่โดนแดดน่ะค่ะ ถ้าปลูกที่ดินน่ะค่ะ บอกว่าถ้ามันโดนแดดแบบ แดด หรือว่าไม่มีแดดมันเหมือนเคลื่อนที่ หรือมันย้ายไม่ได้ แต่ว่าถ้าเราในกล่องก็คือสามารถยกเคลื่อนย้ายให้มันโดนแดดได้ค่ะ (อาจารย์เชาวนี) หมายถึงว่าลูกเขาอยากปลูกในแดด ปลูกในกล่อง แล้วสามารถเอากล่องนี้ ของผักบุ้งนี่ เอาออกไปตากแดดในช่วงเวลาที่ลูกอย่าให้โดนแดดได้ ใช่ไหมคะ สิ่งที่ลูกเขาคิด (ล่าม) ค่ะ ใช่ค่ะ สิ่งที่ลูกอยากรู้ คือ พอมันปลูกได้แล้ว สิ่งที่ลูกอยากรู้คืออะไร คิดว่าถ้าปลูกแล้ว เราใส่ในน้ำ แล้วเอาไปตากแดดได้นี่ สิ่งที่ลูกอยากจะประเมิน ผลของมันที่ลูกคิดน่ะ มันคืออะไร ลูกคิดล่วงหน้าไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น (ล่าม) ค่ะ ถ้าปลูกผักบุ้งได้ ก็คือมันสามารถใช้กิน นำไปขายได้ค่ะ เราจะได้มีรายได้ด้วยค่ะ (อาจารย์เชาวนี) โอเค อันนี้คือประโยชน์ของสิ่งที่ลูกได้แล้วนะคะ ทีนี้ พอจะมองออกแล้ว ว่าลูกอยากทำเกี่ยวกับการปลูกผักบุ้ง ทีนี้ คือ ในสิ่งที่ลูกคิดแล้ว ก็คือปลูกโดยใช้ ไม่ใช้ดินนะคะ ปลูกในน้ำ ปลูกในน้ำ แล้วสิ่งที่ลูกจะต้องทำการทดลองนะคะ สิ่งที่ลูกต้องทำ อันนี้เป็นโครงงานทดลองนะลูก ลูกจะต้องทำเป็นโครงงานทดลอง ก็คือปลูกในกล่องที่มีน้ำะคะ เสร็จแล้วเอาไปวางไว้ที่แดด เพราะสิ่งที่ลูกต้องการต้องการดู นั่นก็คือแดกนะ ที่ที่มันมีแดดด้วย อันนี้คือสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการปลูกผักบุ้งของลูก เพราะฉะนั้น ลูกจะต้องมีช่วงเวลาที่เอาไปใส่แดดนะคะ แล้วก็เก็บเข้ามา เหมือนเดิม อันนี้ลูกจะต้องมีความรับผิดชอบนะคะ ในการทำ สมมติว่าต้องทำอยู่ 2 กล่องนะคะ ให้ทำอยู่ 2 กล่อง ให้ทำที่ปลูกเหมือนกันนี่ทำอยู่ 2 กล่อง กล่องหนึ่งเอาไปตากแดด อีกกล่องหนึ่งเอาวางไว้ที่เดิม กล่องหนึ่งเอาวางไว้ที่เดิม เสร็จแล้วให้ลูก ใช่ ให้ลูกบันทึกนะคะ ให้ลูกบันทึกว่าไอ้ตัวที่เอาย้ายไปที่แดดนี่มันการเจริญเติบโตเป็นอย่างไรนะคะ บันทึก โดยสร้างแบบบันทึกการวัดความสูงของของผักบุ้งนะคะ ว่ามันสูงขึ้นเท่าไรนะคะ เจริญเติบโตได้เท่าไร แล้วก็ต้นที่เราไม่ได้ไปตากแดดก็เหมือนกันนะคะ เปรียบเทียบกัน เสร็จแล้วเมื่อถึงเวลาที่กำหนด สมมติว่าอาจจะได้ 1 เดือน ที่ลูกใช้เวลาในการปลูกผักบุ้งนะคะ นี่ ก็สามารถเอามาสรุปข้อมูลได้ โอเคนะ เอาง่าย ๆ ก่อน แค่นี้นะคะ ลูก... ชื่อเรื่อง การปลูกผักบุ้ง การปลูกผักบุ้งแบบไม่ใช้ดิน กลุ่มที่ 2 คิดได้หรือยังคะ กลุ่ม 2 คิดได้หรือยังลูก เอามานั่งคุยกัน แลกเปลี่ยนกันก็ได้ เดี๋ยวครูจะได้ให้ข้อเสนอแนะ หรือว่าลูกจะได้คิดต่อยอดได้ กลุ่ม 2 หรือกลุ่ม 3 ก็ได้ลูก ใครพร้อมออกมาก่อน ครูจะช่วยคิดนะคะ ให้ออกมาก่อน แล้วลูกเรื่องอะไร ไม่ต้องห่วงลูกสนใจเรื่องอะไร แล้วครูช่วยคิดว่าลูกจะได้ทำอะไรต่อ มา ออกมาค่ะ ออกมาทั้งสองคนเลย ออกมาทั้งสองคนเลย เอาเก้าอี้มาด้วยนะลูก ครูถามกลุ่ม 2 ต้นกับน้องเมย์นะคะ สนใจเกี่ยวกับเรื่องอะไร ความสนใจของเรา 2 คน เกี่ยวกับเรื่องอะไร (ล่าม) เป็นทำอาหารค่ะ ผัดไทยค่ะ เป็นเส้นนะคะ อาหารไทย เป็นเส้น อะไรคะ ไม่แน่ใจว่าเป็นผัดไทยหรือเปล่าคะ (อาจารย์เชาวนี) ใช่ ผัดไทย (ล่าม) ผัดไทยค่ะ (อาจารย์เชาวนี) แสดงว่าสองคนนี้ชอบกินแน่เลย ผัดไทย ถามว่าปัญหาของผัดไทยมันคืออะไร ที่ลูกอยากรู้ ผัดไทย เราชอบทาน แต่เราอยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับผัดไทยนั่นแหละ ต้องถามเราสองคนนะว่ าเราอยากรู้เห็นผัดไทยเราไปกินแล้วมันเกิดปัญหาอะไรเราอยากแก้ปัญหาอะไรเกี่ยวกับผัดไทย อยากรู้อะไร แบบว่าอยากเพิ่มรสชาติครับ อยากกินอะไรตรงหัวข้อรสชาติของผัดไทยครับ (อาจารย์เชาวนี) แสดงว่าไปกินผัดไทยที่ร้านแล้วมันไม่อร่อยเหรอคะ (ล่าม) ค่ะ มันก็เป็นรสชาติแบบธรรมดาไม่อร่อยค่ะ ไม่ถูกปากเรา (อาจารย์เชาวนี) อยากทำผัดไทยที่มันแตกต่างจากที่อื่น (ล่าม) ใช่คะ แบบรู้จักทางบ้าน (อาจารย์เชาวนี) ลูกรู้ไหมว่าผัดไทยมันมีส่วนประกอบของอะไรบ้าง วัสดุของการทำผัดไทยน่ะ อุปกรณ์ต่าง ๆ วัสดุ เส้น ผักต่าง ๆ พวกเนื้อสัตว์พวกอะไรพวกนี้ลูกรู้ใช่ไหมคะ ส่วนประกอบของผัดไทย ขั้นตอนของการทำผัดไทย ลูกรู้ ทีนี้ สิ่งที่จะมาแปลก แปลกใหม่ ที่ผัดไทยตัวของลูกที่จะไม่เหมือนใครนี่ คืออะไร คือส่วนของอะไรที่เอามาเอามาเพิ่มเติมตรงไหนที่มันไม่เหมือนคิดว่าลูกจะเอาเอาอะไรมาเพิ่ม หรือว่าตัวไหนที่จะเอามาให้มันเกิดความแตกต่าง (ล่าม) อาจจะเป็นผักต่าง ๆ เส้นแบบต่าง ๆ ค่ะ (อาจารย์เชาวนี) ใช้เส้นต่างกันนะ เพิ่มอะไรคะ ต้น (ล่าม) เป็นเนื้อสัตว์อย่างนี้ เป็นกุ้ง หมู หรือเนื้อฝากตัวอื่น ๆ ครับ (อาจารย์เชาวนี) เนื้อสัตว์นี่กอาหารทะเลไม่แพงนะกลุ่มนี้สู้ไหวไหมสู้ราคาไหวไหมขั้นตอนของการทำการลงมือปฏิบัติลูกจะต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์นะคะ ต้องซื้อของพวกนี้มาแล้วก็ทดลองทดสอบดูนะ ว่าอันไหนมันจะมันจะเหมาะสมM ทีนี้ครู ผัดไทยโดยทั่วไปนะคะ เขาจะใส่ เขาจะมีเส้นใช่ไหม เส้นเล็กเส้น เส้นอะไรบ้าง มีเส้นแบบต่าง ๆ ใช่ไหม ที่ลูกสนใจ เส้นแบบต่าง ๆ เส้นเส้นแบบที่ลูกอยากจะใช้น่ะ คืออะไร เส้นเล็กไหมคะ เขาใช้เส้นเล็กเหมือนกันใช่ไหมคะ (ล่าม) ค่ะ แล้วก็เป็นเส้นเส้นเล็ก ๆ ค่ะ (อาจารย์เชาวนี) อ๋อ ผัดไทยเส้นเล็ก เส้นเล็ก เส้นเล็ก ครูก็ยังมองว่ายังไม่เห็นความแตกต่าง ถ้าลูกจะใช้ผัดไทยเส้นเล็ก มันก็เหมือนกับทั่วไป มันไม่มีอะไรที่แตกต่างจากเส้นผัดไทย (ล่าม) ถ้าร้านคือมันจะเป็นเส้นใหญ่กว่า แต่เราคิดว่าน่าจะเอาแบบเส้นเล็กกว่านั้นนะคะ (อาจารย์เชาวนี) คือ ทดลองทำในสูตรเหมือนกัน แต่ใช้เส้นที่ต่างกัน อย่างนี้เหรอคะ (ล่าม) ค่ะ ใช่ค่ะ (อาจารย์เชาวนี) ทีนี้ครูอยาก... อยาก... เส้นของลูกน่ะโอเคมันเป็นเส้นเดียวนะ เป็นเส้นเดียว แต่ทีนี้ผัดไทยตัวนี้ทำอย่างไรที่จะให้เกิดความแตกต่างความพิเศษมากกว่าผัดไทยที่อยู่ในร้าน อันนี้คือเป็นสิ่งเป็นสิ่งที่ให้ไปคิดเพิ่ม ให้ไปคิดเพิ่มนะ เส้น อุปกรณ์ วัสดุ อุปกรณ์เครื่องปรุงนะคะ อันไหนที่จะมาเพิ่มได้ จริง ๆ ผัดไทยมันก็มีรสชาติครบสูตรเลยนะ มี ลูกอยากจะใส่อะไรเข้าไปเพิ่มที่เป็นตัวหนึ่งที่มันเพิ่มเข้ามาในผัดไทย ให้เกิดความแตกต่างในส่วนผสม ก็ได้นะคะ อันนี้คือครูให้ข้อคิดไปก่อนนะ แต่ว่าเรื่องของเส้นนี่ มันเป็น มันก็ยัง มันก็ยังไม่แปลกใหม่ มันก็เป็นเส้น แต่ลองดูก่อนก็ได้ เส้นที่ลูกเอามา ก็คือให้เอาเส้นที่ลูกอยากใช้เอามาเป็นฐานนะคะ เสร็จแล้วลูกอยากไปเพิ่มอะไร เครื่องปรุง เครื่องปรุงที่ลูกอยากจะเพิ่มน่ะ ที่มันแตกต่างน่ะ แตกต่างจากผัดไทยทั่วไปเ อามาเพิ่มเลย เอามาเพิ่มได้เลย ที่ลูกไปช่วยกันคิดว่าลูกจะเอาอะไรมาใส่ แล้วทำให้รสชาติของมันอร่อยนะคะ อร่อย แล้วก็เหมาะกับคนทั่วไป อันนี้สามารถเอามาใช้ได้ แล้วให้คิดต่อยอดไปว่าไอ้ตัวสิ่งที่ลูกเอามาใส่นี่ มันมีประโยชน์อะไรนะคะ มันช่วยทำให้เกิดอะไร อาจจะเป็นพวกเกี่ยวกับสมุนไพรก็ได้นะ ผักที่ลูกเอามาใส่นี่ เพราะมันจะมีสรรพคุณทางยาใช่ไหมคะ ช่วยลดอะไร ช่วยทำอะไร บำรุงอะไรอย่างนี้น่ะ ก็ได้เหมือนกัน อันนี้คิดต่อยอก สรุปกลุ่มที่ 2 ก็คือทำผัดไทย ผัดไทย เดี๋ยวคิดไปชื่อเรื่องให้มันว้าวกว่านี้นะ ว่าผัดไทยอย่างไรนะคะ โอเคนะคะ เก่งมากลูก กลุ่มที่ 3 ออกมา นี่ กลุ่ม 3 เหมือนมีแนวจะลอกเพื่อนแล้วนี่ลูก เห็นเพื่อนทำผัดไทยตัวเองจะทำก๋วยเตี๋ยวไม่เอานะ มานั่ง มานั่ง กลุ่มนี้สนใจเรื่องอะไรคะ ก๋วยเตี๋ยว เห็นไหม (ล่าม) ก๋วยเตี๋ยวค่ะ (อาจารย์เชาวนี) แอบมอง ตอนแรกที่ครูปิ๊กถามน่ะ ตอนแรกที่ครูปิ๊กถาม เรดาร์ เรดาร์บอกว่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของข้าว เรื่องของเขาใช่ไหมตอนแรกเปลี่ยนได้ไหม ครูบอกแล้วนะว่าจะไปมองของเพื่อนสิ่งที่ลูกสนใจตอนแรกน่ะ มันจะเป็นเกี่ยวข้าวใช่ไหม เกี่ยวข้าวมันทำไมถึงคิดเกี่ยวกับการเกี่ยวข้าวมันเกิดปัญหาอะไรลูกเจอปัญหาอะไร อันนี้กูถามก่อนนะคะ เอามันมาเขาบอกว่าเหมือนอยากถ้าเกิดไปซื้อข้าวเขากิน มันมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เงินไม่พอก็เลยอยากปลูกข้าวเองนะครับ (อาจารย์เชาวนี) อันนี้คือปัญหาที่บ้าน เงินไม่พออยากปลูกข้าวเองที่บ้านใช่ไหมลูก มันไกลไปลูด เดี๋ยวรอจบม. 6 ก่อน แล้วก็ไปปลูกข้าวอยู่ที่บ้าน รอก่อน ๆ อันนี้เราไม่สามารถที่จะมาปลูกที่โรงเรียนได้นะคะ เดี๋ยวเอาใหม่นะ เกี่ยวกับอะไรดี เมื่อกี้อาหารไปแล้ว อาหารเหมือนกันก็ได้ ครูให้ Concept มันง่ายน่ะ เครื่องดื่มก็ได้ลูก เครื่องดื่มเอาเป็นน้ำประเภทต่าง ๆ ดีกว่า น้ำม่วง ๆ (ล่าม) อ๋อ เป็นคนนั้นน้ำอัญชันหรือเปล่าครับผม (อาจารย์เชาวนี) สนใจทำน้ำอัญชันใช่ไหมคะ น้ำดื่มสุขภาพเหรอลูก เป็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มดีไหม เครื่องดื่มสุขภาพ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (ล่าม) ได้ค่ะ ตัวนี้ลูกทำไมถึง คิดก่อน ที่บอกมาจะเป็นดอกอัญชันนะ เป็นดอกอัญชัน เป็นหนึ่งแล้ว อีกตัวหนึ่งลูกอยากทำอะไร (ล่าม) เหมือนเขาบอกว่าน่าจะเป็นเหมือนกับว่าทำน้ำเหมือนคล้ายเป็นน้ำอัดลม เป็นกระป๋อง อัดแก๊สเข้าไป (อาจารย์เชาวนี) ทดลอง หมายถึงว่าเอาน้ำอัญชันใช่ไหมคะ ที่มาอัดแก๊ส อะไรคะ สีเขียว ฝักสีเขียว หอม ๆ (ล่าม) เหมือนเป็นน้ำใบเตยครับผม (อาจารย์เชาวนี) อ๋อ น้ำใบเตย (ล่าม) น้ำใบเตยมาต้มเสร็จแล้วก็มาทำเป็นเครื่องดื่มน้ำหวานครับ (อาจารย์เชาวนี) น้ำใบเตยก็เป็นเครื่องดื่มปกตินะลูก ไอ้น้ำอัญชันกับน้ำใบเตยเนี่ยสิ่งที่ลูกพบโดยทั่วไป แต่ถ้าลูก ที่เรดาร์บอกมาว่าอยากจะทำเหมือนกับอัดแก๊สลงไป แล้วก็เป็นน้ำเครื่องดื่มอย่างนั้นน่ะ ครูคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาต่อยอดตัวน้ำเครื่องดื่มตัวนี้นะคะ อาจจะทำให้รสชาติดีขึ้นนะคะ มันก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทดลองดูได้ โอเค กลุ่มนี้เดี๋ยวทำน้ำอัดลม ดอกอัญชัน เอาดอกเดียวนะลูก เลือกใช้ดอกอัญชันก็พอ แต่เราจะเอามาขั้นตอนของการทำน้ำอัดลม หรือว่าลูกจะเอาดอกอื่น ๆ เข้ามาร่วมก็ได้อาจจะหลายดอกแล้วก็มาประเมินดูนะคะ ประเมินดูว่าดอกไหน ใบเตยก็ได้น่ะ ใบเตยอัญชันมะนาวก็ได้นะจริงน้ำอัดลมมะนาวมันก็มีอยู่แล้วในท้องตลาดนัดทุกอย่าง แต่อันนี้เป็นขั้นตอนของการคิิดในห้องเรียนเราไม่เป็นไร ที่ท้องตลาดจะมีแล้วอาจจะอร่อยมากแต่ของเราทำเล็ก ๆ นะคะ ลองทดลองดูก็ได้ ในสิ่งที่ลูกสนใจนะคะ โอเค สรุปกลุ่มนี้ก็คือทำเครื่องดื่มนะคะ ทำเครื่องดื่มจากดอก... เขาเรียกจากพืช จากดอกไม้ พรรณไม้ เดี๋ยวไปคิดชื่ออีกทีหนึ่งนะคะ ไปคิดถึงอีกทีหนึ่ง แต่สรุป ก็คือทำพัฒนาเครื่องดื่มสภาพดีกว่านะ เครื่องดื่มสุขภาพ โอเคค่ะ อีกอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง ถามหน่อย ทำไมถึงอยากทำไมถึงทำเกี่ยวกับเครื่องดื่มสุขภาพ เหตุผลอะไร ทำไมถึงทำ (ล่าม) ได้ประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดีค่ะ (อาจารย์เชาวนี) มีประโยชน์ต่อร่างกาย ร่างกายแข็งแรงใช่ไหมคะ โอเค ได้ ๆ อันนี้ก็ถือว่าเป็นเป็นปัญหาที่ลูกอยากทำ ก็เกิดจากสิ่งที่ลูกอยากรู้นะคะ โอเค เดี๋ยวไปเขียนใบเขียนออกมาในใบงานนะคะ กลุ่มนี้กลุ่มที่ 2 ไปเขียนเหตุผลที่อยากทำนะคะ มาด้วย โอเค เรียบร้อย ถ้าเขียนเสร็จแล้วบอกคุณครูนะคะ ลูกคะ เดี๋ยวนั่งจัดเก้าอี้ให้เป็นระเบียบเหมือนเดิมนะคะ ตอนนี้หัวข้อเรื่องเราได้แล้วนะคะ เดี๋ยวครูจะมาสรุปชื่อเรื่องโครงงานกันวันนี้นะคะ ทุกคนดูก่อนนะ ดูพี่ล่ามก่อนนะคะ สรุปได้ดังนี้นะคะ หัวข้อเรื่องโครงงานของเราวันนี้ หัวข้อของกลุ่มแรกนะคะ ชื่อเรื่องว่า "การปลูกผักบุ้งแบบไม่ใช้ดิน" กลุ่มที่ 1 นะคะ การปลูกผักบุ้งแบบไม่ใช้ดิน กลุ่มที่ 2 "เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ" กลุ่มที่ 1 ทวนภาษามือให้น้องเขาหน่อยลูก กลุ่มที่ 1 การปลูกผักบุ้งแบบไม่ใช้ดิน จำได้แล้วนะเน้นกลุ่มที่ 2 ดูชื่อเลยนะเรดาร์ กลุ่ม ที่ 2 ชื่อว่า ไเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ดฮฌ๕ กลุ่มที่ 3ชื่อว่าดูก่อนกลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ 3 ชื่อนะคะ ชื่อหัวเรื่องคือ "ผัดไทยสามสหาย" โอเคนะ ผัดไทยสามสหายนะคะ เดี๋ยวในคาบต่อไปเดี๋ยวเรามาคุยกันนะคะ ว่าปัญหาที่ลูกมีนนี่ คืออะไร เหตุผลที่อยากทำนะคะ คืออะไร เราค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ช่วยกันคิดนะคะ เสร็จแล้วเรามาวางแผนกันในลำดับต่อไป ตอนนี้ชื่อเรื่องเรามีแล้ว ชื่อเรื่องนี่ กระชับนะคะ ได้ใจความ แล้วก็เกิดจากสิ่งที่ลูก ๆ สนใจจริง ๆ ที่จะทำ สำหรับวันนี้มีคำถามอะไรไหม แต่ละคนนะคะ แต่ละกลุ่มให้มีความรับผิดชอบนะลูก ให้ทำช่วยกันนะ ให้ทำช่วยกันทั้งหมดเลย มีคำถามไหม ถ้าไม่มีคำถาม เชิญ (ล่าม) เขาบอกว่าชื่อโครงการของกลุ่มหนู กลุ่มที่ 1 น่ะค่ะ ชื่อโครงการสรุปเป็นภาษามือ ก็คือเขาบอกว่าเป็นผักบุ้งปลูกโดยที่ไม่ต้องใช้ดินนะคะ (อาจารย์เชาวนี) น้องเขาถามภาษามือใช่ไหมคะ ถามว่าภาษามือที่ใช้ในการเรียกชื่อนี้ถูกใช่ไหม ใช่ไหมคะ ฃใช่ค่ะ สอบถามเป็นภาษามือนะคะ ผักบุ้ง ๆ (อาจารย์เชาวนี) คำภาษาไทยเขียนบนกระดานนะลูกที่กูที่กูเขียนให้ดู ก็คือเขียนตามนี้เลยก็คือการปลูกผักบุ้งแบบไม่ใช้ดินแต่ภาษามือกันหน่อย ไม่เป็นไรนะคะ แต่เวลาลูกเขียนหัวข้อ ชื่อเรื่องโครงงานน่ะลูก ลูกจะต้องเขียนตามหลักภาษาไทยตัวนี้นะลูก เขียนหัวข้อให้ถูกนะ เขียนหัวข้อให้ถูก (ล่าม) ขอบคุณค่ะ (อาจารย์เชาวนี) โอเค วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ ขอบคุณขอบคุณพี่ล่ามนะคะ ที่ช่วยแปลภาษามือวันนี้นะคะ ขอบคุณมากนะคะ (ล่าม)