﻿1
00:00:45,924 --> 00:00:49,035
(อาจารย์ชุติมณฑน์) ได้ยินไหมคะ

2
00:00:49,035 --> 00:00:51,721
เห็นพี่ล่ามไหมคะ

3
00:00:51,721 --> 00:00:54,992
วันนี้นะคะ ครูจะ

4
00:00:54,992 --> 00:00:58,992
พา ก็คือครูจะให้ทำกิจกรรมแหละ

5
00:01:02,766 --> 00:01:06,766
แต่ว่าวันนี้จะมาอธิบายให้ฟังเฉย ๆ นะคะ ขอเวลาพี่ล่ามสักประมาณ 15 นาที

6
00:01:10,689 --> 00:01:14,689
ฮัลโหล พี่เชอร์

7
00:01:15,364 --> 00:01:18,786
ได้อยู่มั้งคุยกับล่าม

8
00:01:18,786 --> 00:01:22,786
ฮัลโหลพี่เชอร์

9
00:01:29,047 --> 00:01:33,047
ได้ยิน ได้ยิน

10
00:01:35,044 --> 00:01:39,044
พี่เชอร์หนูคุยกับล่ามอยู่ น่าจะไม่มีปัญหา

11
00:01:46,186 --> 00:01:48,636
อันนี้ก็ได้

12
00:01:48,636 --> 00:01:52,636
ได้ ๆ รีบมานะ อย่าเพิ่ง

13
00:01:59,507 --> 00:02:03,507
ไปก็ได้ ครูขอเวลา 15 นาที นะคะ เพราะว่าวันนี้เรามีโคงงานที่เรา

14
00:02:07,608 --> 00:02:08,264
จะต้องปฏิบัตินะ เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ

15
00:02:08,264 --> 00:02:12,264
อาหาร ให้เราประกอบอาหารนะ ดำทำโครงงานอะไรนะซอสคาโบนาร่า

16
00:02:14,963 --> 00:02:18,963
ต้มยำ

17
00:02:20,737 --> 00:02:24,369
โอเค ก็คือโครงงาน หลัก ๆ เลย ที่จะ... ที่มันอยู่ในหัวข้อการวิจัยของเรานะคะ

18
00:02:24,369 --> 00:02:27,818
ก็จะเป็นปัญหา

19
00:02:27,818 --> 00:02:30,459
หลัก ๆ 1. ฟังครู ฟังครูก่อน

20
00:02:30,459 --> 00:02:34,459
ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจก่อนนะคะ ทุกคนจะต้องเข้าใจ

21
00:02:38,882 --> 00:02:41,054
นะคะ ไม่อย่างนั้นมันจะทำไม่ได้ อันดับแรก

22
00:02:41,054 --> 00:02:43,993
ก่อนที่เราจะทำโครงงานนะคะ

23
00:02:43,993 --> 00:02:46,560
เราจะต้องระบุ 1. ก็คือปัญหา

24
00:02:46,560 --> 00:02:50,560
ก่อน ปัญหานี่ มันมี 3 ส่วนหลัก ๆ

25
00:02:55,473 --> 00:02:59,473
ก็คือปัญหาของเราคืออะไร เวลาเราทำระบุเป็นความสำคัญ ที่มา ปัญหา

26
00:03:04,717 --> 00:03:08,717
ของปัญหาที่เราจะโครงงานนี่ มันจะต้องมีอะไรบ้าง สมมติโครงงานของเราใช่ไหมเป็นโครงงาน

27
00:03:11,243 --> 00:03:15,243
เกี่ยวกับด้านอาหารใช่ไหม ดำจะพัฒนาผลิตภัณฑ์บะหมี่สำเร็จรูป

28
00:03:20,346 --> 00:03:22,233
ซอสคาโบนาร่า ใช่ไหมคะ เราก็จะต้องระบุก่อน

29
00:03:22,233 --> 00:03:22,952
ว่าปัญหาของโครงงานของเรานี่

30
00:03:22,952 --> 00:03:26,952
มันคืออะไรนะคะ ก่อนที่เราจะไปทดลอง

31
00:03:27,343 --> 00:03:31,343
ทดลองทำนะคะ 1. ปัญหาของเราคืออะไร

32
00:03:35,486 --> 00:03:39,486
ใน 1 ปัญหาจะต้องมี 3 ส่วนนะคะ ส่วนที่ 1 ก็คือปัญหาคืออะไร

33
00:03:40,247 --> 00:03:42,569
ส่วนที่ 2 ปัญหานี้มีความสำคัญอย่างไร

34
00:03:42,569 --> 00:03:46,569
ถ้าสมมติมันเกิดปัญหามันจะกระทบต่อเราต่อผู้อื่น

35
00:03:52,807 --> 00:03:56,807
อย่างไรนะคะ ปัญหาที่ 3 ส่วนที่ 3 ก็คือเราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรนะคะ

36
00:03:57,138 --> 00:03:58,192
ระบุปัญหาแล้ว ใครไม่เข้าใจไหม

37
00:03:58,192 --> 00:04:02,192
ครูยกตัวอย่างคร่าว ๆ นะคะ อย่างเช่น ดำ

38
00:04:06,063 --> 00:04:07,802
ทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

39
00:04:07,802 --> 00:04:11,802
เพื่อนไปไหน เมื่อไหร่เพื่อนจะขึ้นมา

40
00:04:12,353 --> 00:04:16,353
ไปเข้าห้องน้ำ อีกคนหนึ่งรอถ่ายรูป

41
00:04:18,468 --> 00:04:20,842
รออาร์ตเข้าห้องน้ำ

42
00:04:20,842 --> 00:04:24,842
เดี๋ยวทีนี้ ครูน่ะ จะขึ้นมาให้ ก็ให้อาร์ต

43
00:04:29,500 --> 00:04:32,468
เข้าใจ บีมเข้าใจ แต่พวกนั้นก็ไม่ขึ้นมา

44
00:04:32,468 --> 00:04:36,468
เพราะว่ามีธุระต้องถ่ายรูปกับคุณครู

45
00:04:39,534 --> 00:04:39,634
ถ่ายแค่บีม

46
00:04:39,634 --> 00:04:43,634
โอเค นี่ระบุปัญหาแล้ว สมมติครูยกตัวอย่าง

47
00:04:46,796 --> 00:04:50,796
ให้ฟังคร่าว ๆ ปัญหาของเรา ก็คือจะทำเรื่องบะหมี่ใช่ไหม บะหมี่กึ่งสำเร็จรู

48
00:04:58,517 --> 00:04:59,796
ปซอสคาโบนาร่า ทีนี้ปัญหาของโครงงานอันนี้ ก็คือปัจจุบันนี่

49
00:04:59,796 --> 00:05:03,425
คนนิยมบริโภคบะหมี่กันมากขึ้นนะ

50
00:05:03,425 --> 00:05:07,425
เพราะว่าคนผู้คนทั่วไปส่วนใหญ่

51
00:05:10,383 --> 00:05:14,383
มีกิจกรรมที่ค่อนข้างหลากหลาย ทำให้วิถีชีวิตนี่ จะต้องดำเนินไปอย่างเร่งรีบนะคะ

52
00:05:19,781 --> 00:05:20,128
การรับประทานอาหารสำเร็จ

53
00:05:20,128 --> 00:05:24,128
รูปถือเป็นตัวเลือกที่มีความสำคัญ

54
00:05:27,901 --> 00:05:30,669
อย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันนะ ที่ทุกคนจะต้องบริโภค

55
00:05:30,669 --> 00:05:32,150
เพื่อนมาแล้ว เพื่อนมาแล้ว มาทางนี้ มาทางนี้

56
00:05:32,150 --> 00:05:36,143
เร็ว ๆ ครูรอ ครูรอค่ะ

57
00:05:36,143 --> 00:05:40,143
ตะกี้คุณครูบอกว่า

58
00:05:40,799 --> 00:05:44,675
ให้พวกหนูยกเก้าอี้ ไม่มีใครยกเลย

59
00:05:44,675 --> 00:05:48,675
เมื่อกี้

60
00:05:50,844 --> 00:05:54,844
ครูอธิบายไปคร่าว ๆ แล้วว่า โครงงาน

61
00:05:59,416 --> 00:06:01,677
เพื่อนที่ขึ้นมาที่หลัง จะให้ทำโครงงาน

62
00:06:01,677 --> 00:06:05,677
ว่าโครงงานมันมีความสำคัญอย่างไร เวลาเราเขียนโครงงาน

63
00:06:08,808 --> 00:06:12,014
อันดับแรก ๆ ก็คือมันมีส่วนประกอบอะไรบ้าง อันดับแรกของโครงงานเลย

64
00:06:12,014 --> 00:06:14,334
ต้องระบุปัญหาก่อน เข้าใจไหมอาร์ต

65
00:06:14,334 --> 00:06:16,881
อาร์ตเข้าใจไหม อาร์ตต้องระบุปัญหา

66
00:06:16,881 --> 00:06:20,328
ก่อนนะคะ ว่าปัญหามันคืออะไร แล้วปัญหา

67
00:06:20,328 --> 00:06:24,328
มันก็ประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนที่ 1 ปัญหาคืออะไร ส่วนที่ 2

68
00:06:26,182 --> 00:06:30,182
ปัญหามีความสำคัญอย่างไร ส่วนที่ 3 เราจะแก้ไข

69
00:06:31,488 --> 00:06:35,488
ปัญหาอย่างไรบ้าง ใช่ บีมก็ไปถ่ายรูปค่ะ พี่เฌอ

70
00:06:37,220 --> 00:06:41,076
ปัญหามีความสำคัญอย่างไรบ้างในโครงงาน

71
00:06:41,076 --> 00:06:44,682
มันก็จะระบุหลัก ๆ  3 ส่วน

72
00:06:44,682 --> 00:06:47,907
อันที่ 2 ก็คือระบุ

73
00:06:47,907 --> 00:06:51,907
วัตถุประสงค์ สมมติ เมื่อกี้คร่าว ๆ ครูยกตัวอย่างนะ

74
00:06:53,450 --> 00:06:55,879
ปัญหาก่อนปัญหาครูยกตัวอย่างให้

75
00:06:55,879 --> 00:06:59,879
พวกดำฟังแล้ว

76
00:07:00,399 --> 00:07:04,399
ว่าปัญหามันมี 3 ส่วน สมมติระบุคร่าว ๆ นะ อย่างเช่น

77
00:07:08,636 --> 00:07:11,969
จะทำเรื่องการศึกษาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซอสคาโบนาร่า

78
00:07:11,969 --> 00:07:15,969
ดำก็จะระบุปัญหาไปว่าปัจจุบันนี่ คนนิยมรับประทาน

79
00:07:22,682 --> 00:07:25,942
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น เพราะผู้บริโภคนี่ นิยมรับประทานอาหารที่มีความเร่งรีบ

80
00:07:25,942 --> 00:07:27,398
เหมาะสม สะดวก สบายต่อชีวิตประจำวัน ทำให้การ

81
00:07:27,398 --> 00:07:31,398
รับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้รับความนิยมในมาก

82
00:07:35,231 --> 00:07:37,414
ปัจจุบัน ปัญหาอย่างที่ 2 ส่วนที่ 2 ก็คือ

83
00:07:37,414 --> 00:07:39,856
แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปัจจุบันนี่ มีปริมาณ

84
00:07:39,856 --> 00:07:43,856
น้ำตาล โซเดียม คาร์โบไฮเดรตสูง

85
00:07:47,362 --> 00:07:49,840
อันนี้เป็นปัญหาทำให้ผู้บริโภค

86
00:07:49,840 --> 00:07:50,570
มีสุขภาพ

87
00:07:50,570 --> 00:07:54,570
ที่แย่ลงใช่ไหม เพราะว่าทานโซเดียมสูงก็มีผลกระทบต่อ

88
00:08:01,385 --> 00:08:03,662
ระบบทางเดินอาหาร มันก็มีผลต่อปฏิกิริยาร่างกาย

89
00:08:03,662 --> 00:08:07,662
ปฏิกิริยาทำให้เกิดปัญหาโรคไต

90
00:08:09,112 --> 00:08:10,831
ใช่ไหม อันนี้คือปัญหาและคือความสำคัญ

91
00:08:10,831 --> 00:08:13,192
ของปัญหาแล้ว มันมีผลต่อสุขภาพอันนี้หนูก็ต้อง

92
00:08:13,192 --> 00:08:17,192
อธิบาย อย่างที่ 3 เราจะแก้ ส่วนที่ 3 เราจะแก้

93
00:08:17,998 --> 00:08:20,680
วิธี จะแก้ปัญหาอย่างไรนะคะ เราก็

94
00:08:20,680 --> 00:08:24,680
อาจจะระบุไปว่าเราจึงนำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

95
00:08:27,902 --> 00:08:31,902
ที่มีอยู่ทั่วไปตามท้องตลาดนำมาพัฒนาเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ลดโซเดียม

96
00:08:32,752 --> 00:08:36,752
ลดปริมาณแป้ง เราก็เลย

97
00:08:36,955 --> 00:08:40,955
นำแป้งที่มีใยอาหารสูง อย่างเช่น แป้งข้าวโอ๊ต

98
00:08:43,566 --> 00:08:46,016
มาผสมในผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

99
00:08:46,016 --> 00:08:47,071
ของเรา แล้วทำการลดโซเดียมลงในซอส

100
00:08:47,071 --> 00:08:51,071
กึ่งสำเร็จรูป ตะกี้เพื่อนจะทำซอสคาโบนาร่าใช่ไหม

101
00:08:58,074 --> 00:08:58,493
เราจะทำการลดโซเดียมและลด

102
00:08:58,493 --> 00:08:59,219
ตัดขั้นตอน

103
00:08:59,219 --> 00:09:03,219
ที่ทำให้เกิดผลเสียต่อผู้บริโภค

104
00:09:03,815 --> 00:09:07,815
อย่างเช่น ปกติบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเราเอาไป

105
00:09:09,805 --> 00:09:13,125
ทอดใช่ไหม เราก็เปลี่ยนจากทอดเป็นอบ

106
00:09:13,125 --> 00:09:14,768
เราใช้เกลือ เราใช้น้ำปลา

107
00:09:14,768 --> 00:09:18,768
ในการปรุงรส เราอาจจะเปลี่ยนเป็น...

108
00:09:19,865 --> 00:09:23,865
อาจจะเปลี่ยนเป็นผงหมู ผงหมูสด ที่มัน

109
00:09:27,269 --> 00:09:31,177
มีความเป็นรสอูมามิอยู่ในตัว เราก็ต้องไปดู

110
00:09:31,177 --> 00:09:33,571
วัตถุประสงค์ตัวไหน มีสารอุมามิเยอะ อย่างเช่น

111
00:09:33,571 --> 00:09:37,571
ในมะเขือเทศในอะไรอย่างนี้ ที่มันมีอูมามิเยอะ

112
00:09:37,657 --> 00:09:41,657
อูมามิจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ

113
00:09:43,953 --> 00:09:44,354
รสอูมามิมันเป็น... คือคน

114
00:09:44,354 --> 00:09:46,883
อาจจะคิดว่าลิ้นเรานี่ มีแค่ 4 รส

115
00:09:46,883 --> 00:09:50,883
เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด ที่จริงมันมี 5 รสนะ

116
00:09:54,194 --> 00:09:58,194
มันมีรสอูมามิเป็นรสนั้นด้วย เป็นหนึ่ง

117
00:10:00,570 --> 00:10:04,570
ในรสชาตินั้นด้วยนะคะ โอเค พอเรารู้ว่าเรามีปัญหาอะไรแล้ว เราเขียนมาแล้ว ตีปัญหาคร่าว ๆ

118
00:10:08,910 --> 00:10:11,571
3 ส่วน รู้วิธีการแก้ปัญหาแล้วว่าเราจะแก้ทางไหน

119
00:10:11,571 --> 00:10:14,208
จากนั้นเราก็มาดูว่าเราจะศึกษาอะไรนะคะ

120
00:10:14,208 --> 00:10:18,208
ก็คือวัตถุประสงค์ของโครงงานนะคะ

121
00:10:19,050 --> 00:10:23,050
ว่าเราจะศึกษาอะไรในผลิตภัณฑ์ อย่างเช่น

122
00:10:23,105 --> 00:10:26,450
ดำทำเรื่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนะคะ

123
00:10:26,450 --> 00:10:30,450
1. ดำจะศึกษาอะไรบ้าง อาจจะศึกษา 3 อย่าง 3 ประเภท

124
00:10:34,599 --> 00:10:38,416
นักเรียนอย่าเพิ่งง่วงนะ อันนี้จะให้ทำความเข้าใจก่อน

125
00:10:38,416 --> 00:10:39,757
เดี๋ยวเราจะไปทำกิจกรรมด้วยกันนะคะ ครูจะให้ทำโครงงาน

126
00:10:39,757 --> 00:10:43,757
อันนี้ก็ไปดูสูตรบะหมี่ที่

127
00:10:45,337 --> 00:10:49,337
เหมาะสมมา นักเรียนอาจจะศึกษาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

128
00:10:53,770 --> 00:10:56,173
หรือไปศึกษาตาม YouTube ตามอะไรอย่างนี้

129
00:10:56,173 --> 00:11:00,173
พื้นฐานที่เหมาะสม ศึกษาอันดับแรกเลย หนูอาจจะศึกษา

130
00:11:03,977 --> 00:11:04,648
สมมติวัตถุประสงค์ของเราศึกษา 1. ศึกษา

131
00:11:04,648 --> 00:11:08,317
สูตรพื้นฐานที่เหมาะสม ในการทำผลิตภัณฑ์

132
00:11:08,317 --> 00:11:09,653
เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

133
00:11:09,653 --> 00:11:13,653
ว่าพื้นฐานไหน

134
00:11:18,316 --> 00:11:22,316
สูตรไหนเป็นสูตรที่เหมาะสมสำหรับการทำบะหมี่ สูตรไหนใช้

135
00:11:26,289 --> 00:11:30,289
แป้งน้อยที่สุดใช่ไหม เราลดปริมาณแป้งสาลีลง แล้วอาจจะใช้แป้งข้าวโอ๊ตแทน

136
00:11:31,625 --> 00:11:35,625
เพราะว่าแป้งข้าวโอ๊ตมีเส้นใยอาหารสูง

137
00:11:37,636 --> 00:11:41,352
ใช้แป้งข้าวโอ๊ตแทน เพื่อให้มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค

138
00:11:41,352 --> 00:11:45,352
มากกว่าเดิมนะคะ 1. พื้นฐานที่เหมาะสมในการทำเส้นบะหมี่แล้ว

139
00:11:45,696 --> 00:11:49,696
2. ดูว่าเส้นบะหมี่นี่ มันใช้สารตัวไหนบ้างในการทำ

140
00:11:51,765 --> 00:11:55,765
ให้เส้นมันเหนียว หนืด ติดกัน อย่างเช่น

141
00:11:56,913 --> 00:11:57,750
แตงโมที่ครูให้หนูไปดูอะไรนะ

142
00:11:57,750 --> 00:12:01,750
โซเดียมคาร์บอเนต 2. ศึกษาปริมาณโซเดียม

143
00:12:02,527 --> 00:12:06,527
คาร์บอเนต ในผลิตภัณฑ์ซอสคาโบนาร่า

144
00:12:09,748 --> 00:12:13,087
เราไปศึกษาเราอาจจะไปดูงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

145
00:12:13,087 --> 00:12:17,087
เขาใส่ 0.2 เปอร์เซ็นต์ 0.5 เปอร์เซ็นต์

146
00:12:17,199 --> 00:12:18,724
0.8 เปอร์เซ็นต์ เราไปดูงานวิจัยที่เกี่ยวข้องไปดู

147
00:12:18,724 --> 00:12:22,724
ว่าเขาใส่ประมาณเท่าไร แล้วเราก็เอามาอ้างอิงงานวิจัย

148
00:12:26,741 --> 00:12:28,910
เราว่าทำเท่านี้นะ โอเคนะ เข้าใจไหม พอเข้าใจไหม เดี๋ยวครูจะให้หนูไปเขียน

149
00:12:28,910 --> 00:12:30,192
ลองเขียนดู แล้วให้ทดลองทำสูตร

150
00:12:30,192 --> 00:12:34,192
ดูว่าเขาใส่เท่าไร แล้วก็ศึกษาโดยใช้

151
00:12:40,769 --> 00:12:40,838
โซเดียมคาร์บอเนต ทำไมเราต้องศึกษา

152
00:12:40,838 --> 00:12:44,838
เพราะว่าโซเดียมคาร์บอเนตมีผลต่อผลิตภัณฑ์ มีผลต่อ

153
00:12:47,264 --> 00:12:47,270
เพราะว่าโซเดียมคาร์บอเนตมีผลต่อผลิตภัณฑ์ มีผลต่อ

154
00:12:47,270 --> 00:12:51,270
เหนียวนุ่มมากขึ้น หรือถ้าใครไม่อยากศึกษา

155
00:12:57,511 --> 00:12:59,539
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่อย่างศึกษาโซเดียมคาร์บอเนต นักเรียนอาจจะศึกษา

156
00:12:59,539 --> 00:13:03,539
แซนแทนกัม

157
00:13:05,526 --> 00:13:06,685
กัวกัมที่มันมีผลแต่เส้นบะหมี่

158
00:13:06,685 --> 00:13:10,685
หรืออันนั้น ทำ... ทำเรื่องอะไรนะ

159
00:13:11,527 --> 00:13:15,447
ขนมดอกจอกใช่ไหม ขนมดอกจอก คาร์โบไฮเดรต

160
00:13:15,447 --> 00:13:19,447
โปรตีน ไขมัน หนูอยากศึกษาอะไร ปริมาณไขมัน

161
00:13:26,187 --> 00:13:26,727
หนูก็ศึกษาได้ ถูกไหม เพราะว่าในขนมดอกจอก

162
00:13:26,727 --> 00:13:30,727
มันต้องมีไข่ แป้งข้าวจ้าว ถูกไหม

163
00:13:33,024 --> 00:13:36,760
แล้วก็ไข่ เพราะว่าไข่นี่ เวลาเติมเข้าไป

164
00:13:36,760 --> 00:13:40,760
มันก็มีผลต่อโครงสร้าง ของผลิตภัณฑ์

165
00:13:43,715 --> 00:13:47,715
เราอาจจะศึกษาว่าไข่ 1 ฟอง มันส่งผลอย่างไร

166
00:13:48,634 --> 00:13:48,765
พอไข่ 2 ฟอง เวลาเราเอาไปขึ้นรูป นี่

167
00:13:48,765 --> 00:13:52,765
ผลิตภัณฑ์เกิดลักษณะอย่างไร อันนี้

168
00:13:59,989 --> 00:14:02,790
เกิดการกับผู้บริโภคมากที่สุด

169
00:14:02,790 --> 00:14:03,392
นะคะ แล้วก็อันที่ 3 เส้นบะหมี่แล้ว

170
00:14:03,392 --> 00:14:07,257
อันที่ 3 เลยที่เราจะต้องศึกษา ก็คือ

171
00:14:07,257 --> 00:14:11,257
อันนี้มันมีซอส มันมีตัวเส้นบะหมี่ด้วยนะ

172
00:14:16,574 --> 00:14:20,574
แล้วก็ตัวซอส เราก็ศึกษาตัวเส้น แล้วก็ตัวซอส

173
00:14:21,137 --> 00:14:25,137
ศึกษาเส้น อาจจะ 2

174
00:14:26,170 --> 00:14:28,547
วัตถุประสงค์ ศึกษาซอสอีกวัตถุประสงค์ อาจจะศึกษา

175
00:14:28,547 --> 00:14:31,513
ปริมาณซอสคาโบนาร่า

176
00:14:31,513 --> 00:14:34,280
ที่เหมาะสมที่ใส่ในผลิตภัณฑ์อย่างนี้

177
00:14:34,280 --> 00:14:36,891
อันที่ 4 แล้วก็ต้องศึกษาที่สุดเลย ก็คือศึกษา

178
00:14:36,891 --> 00:14:40,418
ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์

179
00:14:40,418 --> 00:14:44,418
เราต้องศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภค

180
00:14:50,353 --> 00:14:51,907
ที่มีต่อผลิตภัณฑ์นะคะ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะว่าเราทำอาหารพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แล้ว

181
00:14:51,907 --> 00:14:55,907
ความ... สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่คนซื้อ

182
00:14:59,170 --> 00:15:03,170
ผลิตภัณฑ์เราไหม ลูกค้าชอบใน Product

183
00:15:07,310 --> 00:15:10,277
เราไหม ลูกค้าชอบในอาหารที่เราทำไหม ถ้าผู้บริโภคไม่...

184
00:15:10,277 --> 00:15:11,398
เราน่ะยังไม่เป็นที่ยอมรับ

185
00:15:11,398 --> 00:15:15,398
ถ้าผลิตภัณฑ์เรา ยังไม่เป็นที่

186
00:15:18,093 --> 00:15:19,816
ยอมรับนะคะ เราก็ต้องไป...

187
00:15:19,816 --> 00:15:22,202
ซึ่ง

188
00:15:22,202 --> 00:15:26,202
เวลาทดสอบนี่มันจะทดสอบแบบฮิโดนิกส

189
00:15:32,009 --> 00:15:36,009
กิล ก็คือทดสอบความพึงพอใจ

190
00:15:39,319 --> 00:15:42,605
ส่วนใหญ่มันจะเป็น 5 ระดับ ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3 ระดับ 4

191
00:15:42,605 --> 00:15:43,248
ระดับ 5 นะคะ มันจะมี 5 ระดับ นะคะ ก็ให้ผู้บริโภคดูนะคะ

192
00:15:43,248 --> 00:15:47,248
ว่าสมมติแล้วแต่ผลิตภัณฑ์

193
00:15:49,463 --> 00:15:53,463
บางคนทำผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เราต้องศึกษา

194
00:15:56,372 --> 00:16:00,372
อะไรบ้าง ศึกษาอะไรบ้าง ความเหนียวนุ่มใช่ไหม ความเหนียวนุ่ม

195
00:16:02,963 --> 00:16:06,963
รสชาตินะคะ แล้วก็การยอมรับโดยรวม

196
00:16:09,026 --> 00:16:13,026
ใช่ไหม หนูจะไปศึกษาความกรอบได้ไหม ของเส้นบะหมี่ คนนิยมกินบะหมี่กรอบ ๆ ไหม

197
00:16:16,543 --> 00:16:19,396
อาจจะเป็นบะหมี่ดิบใช่ไหม แต่ส่วนใหญ่ก็เอาไปต้มก่อน

198
00:16:19,396 --> 00:16:23,396
วิธีกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะมันยังไม่สำเร็จรูปไง มัน

199
00:16:25,308 --> 00:16:29,308
กึ่งสำเร็จรูป เราก็ต้องเอาไปต้มก่อนถูกไหม เราต้องศึกษา

200
00:16:30,459 --> 00:16:34,459
รสชาติ สี ลักษณะของสีผลิตภัณฑ์ ลักษณะของกลิ่นของผลิตภัณฑ์ แล้วก็รสชาติของผลิตภัณฑ์

201
00:16:34,535 --> 00:16:38,535
แล้วก็ความชอบโดยรวมว่าผู้บริโภคชอบ

202
00:16:39,017 --> 00:16:42,010
สูตรไหนมากที่สุด เราก็ต้องเอาสูตรนั้นน่ะมาพัฒนาต่อ

203
00:16:42,010 --> 00:16:46,010
อย่างเช่น สูตร 1 สูตร 2 สูตร 3 สูตร 1 ปริมาณ

204
00:16:50,760 --> 00:16:54,760
แซนแทนกรัม 0.5 เปอร์เซ็นต์ สูตร 2

205
00:16:54,871 --> 00:16:58,871
1 เปอร์เซ็นต์ สูตร 3 อาจจะ

206
00:16:59,346 --> 00:17:00,476
แซนแทนกัม 5 เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ มันก็อยู่ที่เรื่อง

207
00:17:00,476 --> 00:17:04,476
ที่เราจะศึกษา โอเคนะ ถ้าน้อยหน่าทำขนมดอกจอก

208
00:17:05,697 --> 00:17:09,008
น้อยหน่าก็อาจจะศึกษา

209
00:17:09,008 --> 00:17:11,403
มันดูอะไรบ้าง ดูลักษณะของดอกจอกที่เหมาะสม

210
00:17:11,403 --> 00:17:15,403
อาจจะถามถึงผู้บริโภคถึงความกรอบ

211
00:17:18,793 --> 00:17:22,230
มันต้องใช้ความกรอบ สีใช้ไหม สีผลิตภัณฑ์

212
00:17:22,230 --> 00:17:26,230
คล้ำไปไหม ซีดไปก็ไม่น่ากินนะ สีดอกจอก

213
00:17:31,159 --> 00:17:32,191
ใช่ไหม มันต้องมีสีที่เหมาะสม กลิ่นเป็นอย่างไร ถ้าเราเติมกลิ่น กลิ่นนมแมว บางคน

214
00:17:32,191 --> 00:17:36,191
อาจจะเติมกลิ่นกล้วยอย่างนี้ หรือบางคนกลิ่นทุเรียน

215
00:17:38,900 --> 00:17:42,900
บางคนก็

216
00:17:47,368 --> 00:17:49,415
ชอบหลากหลายสี ใช่ ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้บริโภค

217
00:17:49,415 --> 00:17:53,415
ขนมดอกจอกกลิ่นอะไร กลิ่นทุเรียนอย่างนี้ ใส่ทุเรียนไป

218
00:17:54,430 --> 00:17:58,430
5 ช้อนโต๊ะ อย่างนี้

219
00:18:07,381 --> 00:18:08,014
นิยมกินขนมดอกจอกแบบไหน ลักษณะไหน

220
00:18:08,014 --> 00:18:10,452
ความชอบโดยรวมและเราไปหา X Bar เอาไปหาค่าเฉลี่ย

221
00:18:10,452 --> 00:18:14,452
สมมติ X Bar

222
00:18:16,115 --> 00:18:20,115
3 คิม

223
00:18:22,506 --> 00:18:26,468
ชอบ 2 เอา 3 + 4 + 2 มารวมกัน

224
00:18:26,468 --> 00:18:28,369
3 + 4 + 2 ได้เท่าไร

225
00:18:28,369 --> 00:18:29,601
3 + 4 + 2

226
00:18:29,601 --> 00:18:33,601
ได้ 9 ได้ 9 แล้วเราก็

227
00:18:37,850 --> 00:18:38,204
เอามาหาร 3

228
00:18:38,204 --> 00:18:42,204
3 ความพึงพอใจของผู้บริโภคมีค่าเฉลี่ย

229
00:18:51,241 --> 00:18:55,146
เป็น 3 ซึ่งไม่เกิน 5 ส่วนใหญ่เขาจะใช้ไม่เกิน 5 นะคะ Scale ก็คือไม่เกิน 5

230
00:18:55,146 --> 00:18:59,146
วัตถุประสงค์ไปแล้ว วัตถุประสงค์ว่าจะศึกษาอะไรบ้าง อันที่ 3 ก็วิธีการทดลอง

231
00:19:01,026 --> 00:19:02,689
วิธีการทดลองว่าเราน่ะจะทดลองอย่างไร มี

232
00:19:02,689 --> 00:19:06,689
ผู้ทดลองกี่คน กำหนดผู้ทดลองกี่คน

233
00:19:12,491 --> 00:19:13,838
ก็คือวิธีที่ 1 ตั้งแต่

234
00:19:13,838 --> 00:19:17,838
วิธีการทดลองนี่ จะอ้างอิงตามวัตถุประสงค์

235
00:19:18,261 --> 00:19:18,674
สมมติที่ 1 นี่ศึกษาอะไรบ้าง ศึกษา

236
00:19:18,674 --> 00:19:22,674
สูตรที่เหมาะสม เราใช้อะไรเป็นเครื่องมือ

237
00:19:28,366 --> 00:19:31,284
ในการวัด เราใช้อะไรเป็นสถิติที่เราใช้คืออะไรน่ะคืออะไร

238
00:19:31,284 --> 00:19:35,284
ค่าเฉลี่ยหรืออะไร เราจะต้องระบุให้ชัดเจน ว่ามีผู้ทดสอบ

239
00:19:38,871 --> 00:19:42,871
ทั้งหมดกี่คนที่มาชิมผลิตภัณฑ์เรา ที่มา

240
00:19:47,229 --> 00:19:49,492
ใช้งานผลิตภัณฑ์เรา มันคือแบบทดสอบ เราก็ต้องสร้างเครื่องมือขึ้นมา ก็คือแบบสอบถาม มันเป็

241
00:19:49,492 --> 00:19:52,917
นแบบสอบถามนะคะ เดี๋ยวครูจะพาไปดูนะคะ แล้วก็

242
00:19:52,917 --> 00:19:56,917
สร้างเครื่องมือเสร็จแล้ว ต่อไปก็

243
00:19:59,212 --> 00:20:02,631
เอาไปให้ผู้ทดลองนะคะ ทำการทดสอบ เราทำผลิตภัณฑ์ก่อน

244
00:20:02,631 --> 00:20:06,631
ที่... จากนั้นเราก็เอา

245
00:20:07,769 --> 00:20:11,769
ข้อมูลน่ะ ที่เขาติ๊กคะแนนมาให้น่ะ เอามารวบรวมข้อมูล

246
00:20:19,460 --> 00:20:23,460
นะคะ แล้วก็นำมาสรุปผล ว่าวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 แบบสรุปผลนี่ อ้างอิงตามวัตถุประสงค์

247
00:20:26,037 --> 00:20:30,037
วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ศึกษาอะไร ศึกษาสูตรที่เหมาะสมในเส้น เราก็มาดู

248
00:20:33,589 --> 00:20:37,589
วัตถุประสงค์ที่ 1 วิธีการทดสอบมันเป็นอย่างไร ผลการทดสอบที่ได้มามันเป็นอย่างไร

249
00:20:37,717 --> 00:20:38,358
สมมติว่าอาจจะชอบสูตรที่ 2 มากที่สุด

250
00:20:38,358 --> 00:20:42,358
เราก็เลือกสุตรที่ 2 เป็นสูตตรที่เหมาะสมจากนั้นมาเราก็

251
00:20:48,917 --> 00:20:51,193
มาทำการทดลองเอาสูตรที่ 2 มาทดลอง

252
00:20:51,193 --> 00:20:51,526
ในวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 เราก็ทำแบบนี้

253
00:20:51,526 --> 00:20:55,526
สรุปไปให้มันครบวัตถุประสงค์ และ

254
00:20:56,279 --> 00:21:00,279
บทสุดท้าย คือบทที่ 4 เราก็เอามาสรุปผล

255
00:21:04,777 --> 00:21:08,777
ว่าทั้งหมดทั้งมวลที่เราทำมามันเป็นอย่างไรบ้าง ผู้บริโภค

256
00:21:08,859 --> 00:21:12,575
ชอบสูตรไหนมากที่สุด แล้วควรปรับปรุงเรื่องใดบ้าง

257
00:21:12,575 --> 00:21:12,599
เราก็เอามาอภิปรายแล้วก็เอามาเป็นข้อเสนอแนะ

258
00:21:12,599 --> 00:21:16,599
ในการศึกษาต่อไปเดี๋ยวครูจะให้

259
00:21:18,439 --> 00:21:20,823
พาทำแล้วก็พาดูนะคะ มันจะต้องปฏิบัติ

260
00:21:20,823 --> 00:21:24,326
ซึ่งดำก็จะต้องไปเตรียม

261
00:21:24,326 --> 00:21:28,326
วัตถุดิบใช่ไหม ในการชั่งตวงแป้ง

262
00:21:30,471 --> 00:21:33,412

263
00:21:33,412 --> 00:21:36,549
ใช่ไหม ในขนมดอกจอก แล้วสูตรอยู่ไหน

264
00:21:36,549 --> 00:21:40,549
อยู่กับเอิร์น แล้วไม่ถ่ายรูปไว้ล่ะคะ มันจะหาย

265
00:21:46,880 --> 00:21:50,880
ได้ถ่ายรูปไว้ไหมลูก ครูบอกแล้วว่าทำอะไรต้องถ่ายรูปไว้ ไม่อย่างนั้นจะหาย แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจต้องทำอย่างไร

266
00:21:54,265 --> 00:21:58,255
เราได้สูตรที่เหมาะสมไปแล้ว แล้วสูตรหายน่ะ แล้วเราจะต้องทำอย่างไรต่อ มันจะต้องมาทดลองใหม่

267
00:21:58,255 --> 00:21:59,870
มันเสียเวลานะลูก โอเค

268
00:21:59,870 --> 00:22:03,870
เดี๋ยวครูให้เราไปลงมือทำข้างล่างนะคะ ที่ห้อง

269
00:22:07,920 --> 00:22:11,238
ปฏิบัติการแปรรูปอาหาร โอเค เดี๋ยวครูตามไปนะคะ

270
00:22:11,238 --> 00:22:15,238
เดี๋ยวขอบคุณพี่ล่ามก่อน

271
00:22:16,146 --> 00:22:20,146
(นักศึกษาหญิง) ขอบคุณค่ะ (อาจารย์ชุติมณฑน์) ขอบคุณค่ะ

272
00:22:24,869 --> 00:22:28,869
[สิ้นสุดการถอดความ]

