﻿1
00:00:35,199 --> 00:00:39,199
(อาจารย์จักรพงศ์) สวัสดีครับ สวัสดีครับ

2
00:00:49,084 --> 00:00:53,084
สวัสดีนักเรียนชั้นม. 4/2 นะครับ แล้วก็สวัสดีพี่ล่ามนะครับ

3
00:01:04,862 --> 00:01:08,862
นะครับ ครั้งที่แล้วนะครับ

4
00:01:10,527 --> 00:01:11,512
คุณครูก็ได้สอนความสำคัญของการเขียนไปแล้วนะครับ ค้างไว้ที่ตรงมารยาทใน

5
00:01:11,512 --> 00:01:14,502
การเขียน

6
00:01:14,502 --> 00:01:18,502
เดี๋ยววันนี้

7
00:01:20,550 --> 00:01:24,550
เราจะมาเริ่มที่มารยาทในการเขียนนะครับ ก่อนอื่นขอทบทวนก่อนนะครับ

8
00:01:27,602 --> 00:01:29,825
นักเรียนครับ เวลาที่คุณครูอธิบายนะครับ ให้คุณครู... ให้

9
00:01:29,825 --> 00:01:33,825
นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ

10
00:01:35,572 --> 00:01:39,572
ดูพี่ล่ามนะ นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ คุณครูจะพูด

11
00:01:41,010 --> 00:01:43,007
ความสำคัญในการเขียนนะครับ

12
00:01:43,007 --> 00:01:46,862
ทบทวนกันก่อน ก็คือ

13
00:01:46,862 --> 00:01:49,203
การเขียนมีความสำคัญมากในชีวิตประจำวันของนักเรียน

14
00:01:49,203 --> 00:01:51,577
ไม่ว่าจะเป็น

15
00:01:51,577 --> 00:01:54,494
การสื่อสาร

16
00:01:54,494 --> 00:01:58,494
กับคนที่ไม่รู้จักภาษามือ

17
00:02:00,269 --> 00:02:01,699
นักเรียนจะต้องเขียนสื่อสารอย่างไรครับ ให้ถูกต้อง

18
00:02:01,699 --> 00:02:05,699
ให้

19
00:02:06,906 --> 00:02:10,906
สื่อสารโดยที่ไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

20
00:02:21,538 --> 00:02:22,588
เพราะว่าอะไร เพราะว่าในอนาคตนักเรียนจะต้องไปเจอคนที่ไม่รู้จักภาษามือเยอะแยะเลยนะครับ นักเรียนจะต้องเขียน

21
00:02:22,588 --> 00:02:24,200
ส

22
00:02:24,200 --> 00:02:27,575
ื่อสารกับกลุ่มคน

23
00:02:27,575 --> 00:02:31,575
ที่ไม่รู้จักภาษามือ

24
00:02:33,371 --> 00:02:37,371
โอเคนะครับ เรามาเริ่มที่มารยาทในการเขียน

25
00:02:39,505 --> 00:02:43,308
ข้อที่ 1 เลย สมมติว่าคุณครูอธิบายเสร็จแล้วนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะ

26
00:02:43,308 --> 00:02:45,211
อนุญาตให้นักเรียนเขียนลงในสมุดเหมือนเดิม

27
00:02:45,211 --> 00:02:49,211
โอเคไหมครับ

28
00:02:50,430 --> 00:02:54,430
ระหว่างที่คุณครูอธิบาย นักเรียนดูพี่ล่าม

29
00:02:55,401 --> 00:02:58,724
นะ มารยาทในการเขียนข้อที่ 1 นะครับ

30
00:02:58,724 --> 00:03:00,691
ต้องใช้ถ้อยคำสุภาพ ไพเราะ

31
00:03:00,691 --> 00:03:02,493
หลีกเลี่ยงคำหยาบนะครับ

32
00:03:02,493 --> 00:03:04,810
ไม่ใช้อารมณ์

33
00:03:04,810 --> 00:03:08,231
ความรู้สึกส่วนตนหรืออคติ

34
00:03:08,231 --> 00:03:12,231
วิจารณ์ผู้อื่นอย่างปราศจากเหตุผล

35
00:03:13,122 --> 00:03:17,122
จนทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายและสังคมแตกแยก

36
00:03:20,214 --> 00:03:23,181
ทำไมนักเรียนเวลาเขียนนักเรียนต้องใช้ถ้อยคำที่สุภาพด้วยครับ

37
00:03:23,181 --> 00:03:27,181
มีใครสามารถ

38
00:03:29,133 --> 00:03:33,133
บอกคุณครูได้ไหม เวลาเขียนทำไมเขาถึงบอกว่ามารยาทในการเขียนต้องเขียน

39
00:03:33,230 --> 00:03:36,557
คำที่สุภาพ หลีกเลี่ยงคำหยาบ เพราะอะไร

40
00:03:36,557 --> 00:03:40,170
มีใครอธิบายคุณครูได้ไหม

41
00:03:40,170 --> 00:03:44,170
มีไหมครับ

42
00:03:45,205 --> 00:03:49,205
มีไหม

43
00:03:51,979 --> 00:03:55,809
เพราะอะไร

44
00:03:55,809 --> 00:03:59,809
เพราะอะไรเวลาเขียนสื่อสารกับ

45
00:04:02,902 --> 00:04:06,606
คนที่เราจะสื่อสารไป สมมติว่านักเรียน

46
00:04:06,606 --> 00:04:10,606
ไปเจอคนอื่นที่

47
00:04:13,091 --> 00:04:14,894
ห้าง นักเรียนอยากสอบถามเขาว่าห้องน้ำไปทางไหน

48
00:04:14,894 --> 00:04:18,025
นักเรียนจะต้อง

49
00:04:18,025 --> 00:04:22,025
เขียนสื่อสารถามเขานะครับ

50
00:04:23,756 --> 00:04:25,646
นักเรียนจะพูดคำเขียนเป็นคำหยาบคาย

51
00:04:25,646 --> 00:04:27,817
ไปถามเขาได้ไหมครับ

52
00:04:27,817 --> 00:04:30,756
ได้ไหม

53
00:04:30,756 --> 00:04:34,173
ขอโทษนะครับ สมมติว่า

54
00:04:34,173 --> 00:04:36,809
มึงห้องน้ำไปทางไหนอย่างนี้ได้ไหม

55
00:04:36,809 --> 00:04:40,809
คำว่า "มึง" นี่สุภาพไหมครับ

56
00:04:48,268 --> 00:04:52,268
ไม่สุภาพนะครับ เราต้องใช้

57
00:04:56,987 --> 00:04:58,312
คำที่สุภาพถามเขา เขาจะได้ตอบดี ๆ นะครับ ถ้าอยู่ดี ๆ นักเรียนเขียนไปถามโดยไม่สุภาพ

58
00:04:58,312 --> 00:05:02,312
นักเรียนอาจจะ

59
00:05:04,389 --> 00:05:08,389
เจ็บหนักก็ได้นะ อาจจะโดนเขาด่าเอาให้นะครับ

60
00:05:08,683 --> 00:05:10,496
โอเค มาตอบข้อที่ 2 นะครับ

61
00:05:10,496 --> 00:05:13,316
ข้อที่ 2 นะครับ

62
00:05:13,316 --> 00:05:17,316
เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริง

63
00:05:17,731 --> 00:05:21,731
ได้ศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว

64
00:05:22,710 --> 00:05:26,710
และถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวนะครับ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อน

65
00:05:28,765 --> 00:05:32,765
งานเขียนที่นักเรียนจะเขียน

66
00:05:35,839 --> 00:05:39,839
ออกไปสื่อสารให้คนอื่นได้รับรู้นะครับ นักเรียนต้องคำนึงถึงเสมอว่าเรื่องที่นักเรียนเขียนนั้น

67
00:05:41,519 --> 00:05:45,480
เป็นเรื่องจริงนะครับ ไม่ใช่ว่าเขียนโกหก เขียนหลอกลวง

68
00:05:45,480 --> 00:05:48,952
แล้วจะทำให้ผู้รับสารของเรา

69
00:05:48,952 --> 00:05:52,952
น่ะ คนอ่านน่ะ เขาจะเข้าใจผิดได้นะครับ

70
00:05:55,252 --> 00:05:56,874
นักเรียนต้องศึกษาให้เป็นอย่างดีเลย เวลานักเรียนจะเขียนเรื่องอะไรสักอย่างหนึ่ง

71
00:05:56,874 --> 00:06:00,874
นักเรียนต้องศึกษา

72
00:06:00,915 --> 00:06:03,205
ค้นคว้า แล้วก็ตรวจสอบ

73
00:06:03,205 --> 00:06:07,205
ว่าสิ่งที่นักเรียนเขียนน่ะ

74
00:06:09,301 --> 00:06:13,301
มันถูกต้องสมบูรณ์ไหม

75
00:06:14,816 --> 00:06:18,816
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าสมมติว่านักเรียน

76
00:06:19,789 --> 00:06:23,472
เอาเรื่องส่วนตัวของใครมาพูดในสิ่งที่นักเรียนจะเขียนสื่อสารไปน

77
00:06:23,472 --> 00:06:27,472
่ะ นักเรียนจะต้องขออนุญาตเขาก่อน

78
00:06:28,398 --> 00:06:32,398
ทำไมต้องขออนุญาต

79
00:06:33,762 --> 00:06:37,762
สมมติว่า

80
00:06:38,341 --> 00:06:41,344
นักเรียนน้องอาย

81
00:06:41,344 --> 00:06:42,360
จะเขียนประวัติ

82
00:06:42,360 --> 00:06:44,747
ของ

83
00:06:44,747 --> 00:06:48,747
น้องขิง

84
00:06:55,583 --> 00:06:59,114
สมมติว่าน้องอายจะเขียนประวัติของน้องขิง

85
00:06:59,114 --> 00:07:03,114
อยู่ดี ๆ น้องอาย

86
00:07:04,434 --> 00:07:08,434
เขียนไปเลยว่าน้องขิงชอบกินส้มตำไก่ทอดอย่างนี้

87
00:07:09,067 --> 00:07:11,893
จริง ๆ แล้ว

88
00:07:11,893 --> 00:07:15,893
น้องขิงไม่ได้ชอบส้มตำไก่ทอด

89
00:07:15,985 --> 00:07:18,705
จริง ๆ แล้วน้องขิงไม่ได้ชอบเลยอย่างน

90
00:07:18,705 --> 00:07:22,476
ี้ อยู่ดี ๆ น้องขิงมาเจอ

91
00:07:22,476 --> 00:07:24,139
เจอสิ่งที่น้องอายเป็นคนเขียน

92
00:07:24,139 --> 00:07:28,139
น่ะ น้องขิงรู้สึกอ

93
00:07:32,155 --> 00:07:34,714
ย่างไร อ้าว มันไม่ใช่ความจริงนี่หน่า จริง ๆ เราไม่ได้ชอบส้มตำไก่ทอด

94
00:07:34,714 --> 00:07:37,126
แล้วเราชอบก๋วยเตี๋ยวอย่างน

95
00:07:37,126 --> 00:07:41,126
ี้ แสดงว่า

96
00:07:44,505 --> 00:07:48,505
น้องอายเป็นคนที่เขียนสื่อสารออกมาโดยที่น้องอายไม่ได้ขออนุญาตน้องขิงเลย เป็นข้อมูลที่ผิดพลาดทั้งหมด

97
00:07:49,219 --> 00:07:53,219
แล้วถ้าสมมติว่าคนคนนั้นไม่ใช่น้องขิงเป็นคนมาอ่าน อย่างเช่น

98
00:07:53,756 --> 00:07:57,756
น้องวิว อุ๊บอิ๊บเป็นคนมาอ่านอย่างเงี้ย

99
00:07:57,862 --> 00:08:00,965
เข้าใจผิดไปเลยว่า อ้าว

100
00:08:00,965 --> 00:08:04,965
น้องขิงชอบส้มตำไก่ทอด

101
00:08:05,860 --> 00:08:08,594
นี่เป็นการเขียนที่ผิดแล้วนะครับ เพราะว่า

102
00:08:08,594 --> 00:08:10,387
น้องอายไม่ได้ขออนุญาต

103
00:08:10,387 --> 00:08:14,387
ขิงก่อน

104
00:08:14,908 --> 00:08:18,195
แสดงว่างานเขียนที่นายเขียนตรงนั้นน่ะ

105
00:08:18,195 --> 00:08:22,195
ไม่มีคุณภาพและไม่มีประสิทธิภาพ

106
00:08:24,291 --> 00:08:26,642
ไม่มีข้อมูล ข้อเท็จจริง ไม่ได้ศึกษาค้นคว้าแต่อย่างใดเลย

107
00:08:26,642 --> 00:08:30,642
เขียนโกหกทุกคน

108
00:08:31,712 --> 00:08:34,415
อย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้น เวลาจะเขียน

109
00:08:34,415 --> 00:08:37,618
ข้อมูลจากคนอื่นน่ะ

110
00:08:37,618 --> 00:08:40,159
เราต้องขออนุญาตเขาก่อน แล้วต้อง

111
00:08:40,159 --> 00:08:44,159
ได้รับอนุญาตจากเขา

112
00:08:46,792 --> 00:08:47,864
ให้ได้ข้อมูลจากเขามาก่อน ให้เขาตรวจสอบดูว่านี่คือสิ่งที่เรา

113
00:08:47,864 --> 00:08:50,041
จะไปเขียนนะ

114
00:08:50,041 --> 00:08:54,041
คุณโอเคหรือเปล่า

115
00:08:54,229 --> 00:08:57,014
ถ้าเขียนแบบนี้ออกมาคุณโอเคหรือเปล่าอย่างนี้ครับ

116
00:08:57,014 --> 00:09:00,915
เป็นลักษณะอย่างนี้

117
00:09:00,915 --> 00:09:04,723
นักเรียน

118
00:09:04,723 --> 00:09:07,020
นักเรียนคุณครูอธิบายเสร็จแล้วนักเรียนเขียน

119
00:09:07,020 --> 00:09:11,020
ลงในสมุดได้เลยนะครับ

120
00:23:48,575 --> 00:23:52,575
โอเค ครับ เสร็จแล้วนะ เดี๋ยวเรามาต่อข้อที่ 3 กันนะครับ

121
00:23:56,896 --> 00:24:00,896
ข้อที่ 3 นะครับ

122
00:24:05,804 --> 00:24:07,791
เขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธีใช้สระพยัญชนะ

123
00:24:07,791 --> 00:24:11,791
และวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง

124
00:24:13,940 --> 00:24:17,940
ใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้อหากาละเทศะและสถานะบุคคล

125
00:24:19,825 --> 00:24:23,825
ข้อนี้สำคัญมากเลยนะครับ

126
00:24:23,881 --> 00:24:26,155
ทำไมคุณครูถึงบอกว่าสำคัญ

127
00:24:26,155 --> 00:24:30,155
เพราะว่า

128
00:24:30,854 --> 00:24:32,952
เขาบอกว่าเขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธี

129
00:24:32,952 --> 00:24:35,196
ใช้สระ

130
00:24:35,196 --> 00:24:36,467
พยัญชนะ และวรรณยุกต์

131
00:24:36,467 --> 00:24:38,540
ให้ถูกต้อง

132
00:24:38,540 --> 00:24:42,440
นี่แหละครับ คือสิ่งสำคัญเลย

133
00:24:42,440 --> 00:24:43,720
คุณครูมักจะเห็นนักเรียน

134
00:24:43,720 --> 00:24:46,238
เขียน

135
00:24:46,238 --> 00:24:50,238
ผิดอยู่บ่อย ๆ เลย

136
00:24:51,732 --> 00:24:53,027
นักเรียนจะชอบใช้

137
00:24:53,027 --> 00:24:57,027
วรรณยุกต์

138
00:25:01,123 --> 00:25:02,816
ผิด คำที่ใช้ไม้โทนักเรียนกลับใช้ไม้เอก

139
00:25:02,816 --> 00:25:04,980
คำที่ใช้ไม้เอก

140
00:25:04,980 --> 00:25:08,344
นักเรียนกลับใช้ไม้โทอย่าง

141
00:25:08,344 --> 00:25:12,344
นี้ นักเรียนชอบสลับเขียนผิดกันบ่อย ๆ

142
00:25:17,806 --> 00:25:19,527
นักเรียนอย่าลืมนะครับ ว่า

143
00:25:19,527 --> 00:25:22,794
ตอนนี้

144
00:25:22,794 --> 00:25:26,794
นักเรียนมีโทรศัพท์มือถือ

145
00:25:27,303 --> 00:25:28,190
สมมติว่าถ้านักเรียนไม่มั่นใจในการเขียนคำไหน

146
00:25:28,190 --> 00:25:32,190
และ

147
00:25:33,055 --> 00:25:37,055
นักเรียนไม่ได้อยู่กับคุณครู นักเรียนจะต้องออกมาอยู่ข้างนอกอย่างนี้

148
00:25:39,343 --> 00:25:43,343
นักเรียนมีโทรศัพท์มือถือถ้าเรายังไม่มั่นใจนักเรียนหยิบโทรศัพท์มือถือนักเรียนขึ้นมาแล้วค้นหาคำ

149
00:25:44,050 --> 00:25:47,377
ที่มันถูกต้อง เขียนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะสื่อสารกับคนอื่น

150
00:25:47,377 --> 00:25:49,391
จะได้เข้าใจ สมมติว่าถ้านักเรียนเขียนผิด

151
00:25:49,391 --> 00:25:50,471
ความหมายอาจจะผิด

152
00:25:50,471 --> 00:25:54,471
ไปเลยนะครับ

153
00:25:58,680 --> 00:26:02,402
สำคัญมากเลยนะตรงนี้

154
00:26:02,402 --> 00:26:05,909
แล้วก็ต้องใช้ถ้อยคำที่มันเหมาะสม

155
00:26:05,909 --> 00:26:09,909
กับสถานะบุคคลด้วยนะครับ

156
00:26:10,661 --> 00:26:12,656
ไม่ใช่ว่านักเรียน

157
00:26:12,656 --> 00:26:15,278
ไปคุยกับรุ่นพี่

158
00:26:15,278 --> 00:26:19,278
นักเรียนจะใช้ถ้อยคำที่เป็นแบบ

159
00:26:23,283 --> 00:26:25,131
สนิทเหมือนน้อง เฮ้ย  ๆ อะไรอย่างนี้ได้ไหม

160
00:26:25,131 --> 00:26:28,984
ไม่ได้นะครับ

161
00:26:28,984 --> 00:26:32,984
ข้อที่ 4

162
00:26:34,168 --> 00:26:37,632
เขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันจะก่อให้เกิดความสุข

163
00:26:37,632 --> 00:26:39,544
ให้เกิดความสงบสุขแก่คนในสังคม

164
00:26:39,544 --> 00:26:43,544
และประเทศชาติ

165
00:26:45,788 --> 00:26:49,788
ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศชาติ

166
00:26:51,048 --> 00:26:55,048
ข้อนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ

167
00:26:56,032 --> 00:26:57,868
เวลาที่นักเรียนจะเขียนอะไรน่ะ นักเรียนต้องคำนึงถึง

168
00:26:57,868 --> 00:26:59,629
คนอื่นก่อน

169
00:26:59,629 --> 00:27:01,054
ว่าสิ่งที่เรียนเขียนน่ะ

170
00:27:01,054 --> 00:27:03,449
มันทำให้คนอื่น

171
00:27:03,449 --> 00:27:07,449
เป็นทุกข์หรือเปล่า

172
00:27:07,572 --> 00:27:10,400
ถ้ามันทำให้คนอื่นเสียความรู้สึกหรือเป็นทุกข์

173
00:27:10,400 --> 00:27:14,400
นักเรียนก็ไม่ต้องเขียนสิ่งนั้นออกไป

174
00:27:15,348 --> 00:27:19,348
โอเค ให้นักเรียนเขียนลงในสมุดได้เลยนะครับ

175
00:37:45,237 --> 00:37:49,237
โอเคนะครับ

176
00:37:50,421 --> 00:37:54,421
เรามาต่อข้อที่ 5 กันเลยนะครับ

177
00:38:01,392 --> 00:38:04,774
ครับ สำหรับข้อที่ 5 นะครับ ก็คือ

178
00:38:04,774 --> 00:38:07,945
การไม่คัดลอกงานเขียนของคนอื่นนะครับ

179
00:38:07,945 --> 00:38:11,945
โดยอ้างว่าเป็นผลงานของตนเอง

180
00:38:13,264 --> 00:38:15,507
เมื่อเราเอาข้อความหรืองานเขียนของคนอื่นมาประกอบ

181
00:38:15,507 --> 00:38:19,507
จะต้องให้เกียรติเจ้าของงานเขาด้วย

182
00:38:21,472 --> 00:38:24,607
โดยการเขียนอ้างอิงที่มาเรื่องของเรื่องนะครับ

183
00:38:24,607 --> 00:38:26,837
แล้วก็ชื่อผู้เขียนทุกครั้งเวลาที่เรา

184
00:38:26,837 --> 00:38:29,680
อ้างถึง ห

185
00:38:29,680 --> 00:38:30,936
รือเราเอางานเขียนของคนอื่นมาอย่างนี้ครับ

186
00:38:30,936 --> 00:38:31,904
เราต้อง

187
00:38:31,904 --> 00:38:33,953
เขียน

188
00:38:33,953 --> 00:38:37,953
ชื่อของเขา

189
00:38:40,246 --> 00:38:44,246
ประกอบเข้าไปด้วย เพื่อจะให้เกียรติเจ้าของงานนะครับ

190
00:38:51,861 --> 00:38:53,702
สมมติ สมมตินะครับ ว่า

191
00:38:53,702 --> 00:38:55,999
คุณครู

192
00:38:55,999 --> 00:38:59,144
เขียนหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง

193
00:38:59,144 --> 00:39:00,616
อธิบายการใช้ชีวิต

194
00:39:00,616 --> 00:39:04,616
ที่มีความสุข

195
00:39:06,976 --> 00:39:10,746
อธิบายการใช้ชีวิตที่มีความสุขในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ว่า

196
00:39:10,746 --> 00:39:14,746
จะต้องทำแบบไหนชีวิตของเราถึงจะได้มีความสุข

197
00:39:15,421 --> 00:39:18,940
ทีนี้

198
00:39:18,940 --> 00:39:22,785
ทีนี้นักเรียน

199
00:39:22,785 --> 00:39:24,962
จะนำงานเขียนของครูมาพูดถึง

200
00:39:24,962 --> 00:39:26,866
ในสิ่งที่นักเรียนเขียนลงไป

201
00:39:26,866 --> 00:39:30,866
นักเรียนจะต้อง

202
00:39:32,343 --> 00:39:33,028
เขียนชื่อของครูลงไปในงานเขียนตรงนั้นเพื่อ

203
00:39:33,028 --> 00:39:36,512
ให้เกียรติ

204
00:39:36,512 --> 00:39:37,918
ครูด้วย เพราะว่าคุณครูเป็นเจ้าของของ

205
00:39:37,918 --> 00:39:41,118
สิ่งที่เขียน

206
00:39:41,118 --> 00:39:45,118
ถ้อยคำข้อความที่เขียนลงไปตรงนั้น

207
00:39:46,737 --> 00:39:49,519
โอเคไหมครับ

208
00:39:49,519 --> 00:39:52,304
โอเค ถ้านักเรียน

209
00:39:52,304 --> 00:39:56,304
โอเคแล้ว นักเรียนคัดลอกลงในสมุดได้เลยครับ

210
00:52:37,430 --> 00:52:41,430
โอเคนะครับ เพื่อน ๆ ไปเข้าห้องน้ำมาหรือยัง

211
00:52:56,972 --> 00:53:00,368
เดี๋ยวเราจะไปต่อด้วยการเขียนย่อความ

212
00:53:00,368 --> 00:53:04,368

213
00:53:07,274 --> 00:53:11,274
แล้วก็เดี๋ยวก็จะได้พักกินข้าวแล้ว

214
00:53:37,293 --> 00:53:41,293
เดี๋ยวรอเพื่อน ๆ มาจากห้องน้ำก่อนนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายทีเดียว

215
00:53:46,509 --> 00:53:50,509
ในระหว่างนี้นักเรียนก็ลอกในสมุดรอก่อนก็ได้ครับ

216
00:59:45,425 --> 00:59:48,541
ครับ นักเรียนดูพี่ล่าม

217
00:59:48,541 --> 00:59:52,250
นะ การเขียนย่อความนะครับ

218
00:59:52,250 --> 00:59:56,250
การเขียนย่อความ

219
00:59:57,778 --> 00:59:59,814
ประกอบไปด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการนะครับ 1. ก็คือการอ่านนะครับ

220
00:59:59,814 --> 01:00:01,030
แล้วก็

221
01:00:01,030 --> 01:00:05,030
การอ่าน

222
01:00:06,944 --> 01:00:09,554
น่ะเพื่อการย่อความเป็นการอ่านแบบสรุปความ หรือ

223
01:00:09,554 --> 01:00:12,250
การอ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง

224
01:00:12,250 --> 01:00:15,277
ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

225
01:00:15,277 --> 01:00:19,277
เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายเป็นข้อ ๆ นะ

226
01:00:19,415 --> 01:00:22,744
ข้อที่ 1 นะครับ

227
01:00:22,744 --> 01:00:23,499
อ่านเรื่องที่จะเขียนย่อความทั้งหมด

228
01:00:23,499 --> 01:00:25,480
อย่างละเอียด

229
01:00:25,480 --> 01:00:26,996
เพื่อให้ทราบว่า

230
01:00:26,996 --> 01:00:30,107
เป็นเรื่องเกี่ยวกับ

231
01:00:30,107 --> 01:00:32,419
ใคร ทำอะไร

232
01:00:32,419 --> 01:00:35,233
ที่ไหน

233
01:00:35,233 --> 01:00:39,233
เมื่อไร อย่างไร

234
01:00:45,883 --> 01:00:49,883
ทำไมคุณครูถึงบอกว่า

235
01:00:52,037 --> 01:00:55,079
ให้อ่าน

236
01:00:55,079 --> 01:00:59,079
อย่างละเอียด

237
01:01:01,540 --> 01:01:04,136
เวลาคุณครูอธิบายนักเรียนดูพี่ลามนะ

238
01:01:04,136 --> 01:01:08,136
นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ

239
01:01:26,928 --> 01:01:29,645
เวลานักเรียนจะเขียนย่อความน่ะ เวลานักเรียนจะอ่านเรื่อง

240
01:01:29,645 --> 01:01:33,645
เรื่องใดเรื่องหนึ่งนักเรียนต้องอ่านอย่างละเอียด

241
01:01:33,920 --> 01:01:37,762
ทำไมถึงอ่านอย่างละเอียด ถ้านักเรียนอ่านไม่ละเอียดนักเรียนก็จะไม่รู้เลยว่า

242
01:01:37,762 --> 01:01:38,912
จุดประสงค์ของเรื่องที่นักเรียนจะมาเขียนน่ะมันคืออะไร

243
01:01:38,912 --> 01:01:42,912
แล้ว

244
01:01:43,937 --> 01:01:46,410
ตัวละครในเรื่องที่จะมาเขียนมันมีใครบ้าง มันเกิดขึ้นที่ไหน

245
01:01:46,410 --> 01:01:50,410
มันเกิดขึ้นตอนไหน

246
01:01:59,814 --> 01:02:03,073
ข้อที่ 2

247
01:02:03,073 --> 01:02:07,073
แยกอ่านทำความเข้าใจ

248
01:02:07,247 --> 01:02:11,151
เรื่องแต่ละย่อหน้าอย่างละเอียด

249
01:02:11,151 --> 01:02:13,188
ในเรื่องที่นักเรียนจะอ่านมันจะมีหลายย่อหน้า

250
01:02:13,188 --> 01:02:17,123
แต่ละย่อหน้า

251
01:02:17,123 --> 01:02:21,123
ก็จะมีเหตุการณ์แตกต่างกันออกไป

252
01:02:22,435 --> 01:02:26,435
สมมติว่าย่อหน้าที่ 1 บอกว่า

253
01:02:33,816 --> 01:02:35,604
สมมติว่าย่อหน้าที่ 1

254
01:02:35,604 --> 01:02:37,657
จะพูดถึง

255
01:02:37,657 --> 01:02:39,984
ตัวละคร

256
01:02:39,984 --> 01:02:43,984
3 ตัวละคร

257
01:02:46,335 --> 01:02:47,663
และย่อหน้าที่ 2 พูดถึง 2 ตัวละครอย่างนี้ ย่อหน้าแรกพูดถึง 3 ตัวละคร

258
01:02:47,663 --> 01:02:50,960
จะบอกว่าใคร

259
01:02:50,960 --> 01:02:54,482
3 ตัวละครนี้ทำอะไรที่ไหนทำตอนไหน

260
01:02:54,482 --> 01:02:58,482
ส่วนย่อหน้าที่ 2 พูดถึง 2 ตัวละคร

261
01:02:58,789 --> 01:03:00,734
จะบอกว่า 2 ตัวละครที่ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เหมือนกัน

262
01:03:00,734 --> 01:03:01,680
แต่ละย่อหน้าจะมี

263
01:03:01,680 --> 01:03:05,680
ความละเอียด

264
01:03:05,725 --> 01:03:09,725
ที่แตกต่างกันตามสถานการณ์ของแต่ละย่อหน้า

265
01:03:13,603 --> 01:03:17,603
นักเรียนเข้าใจใช่ไหมครับ

266
01:03:24,692 --> 01:03:28,692
นักเรียนเข้าใจแล้วนักเรียนเขียนลงในสมุดเลยนะ

267
01:09:48,988 --> 01:09:52,988
โอเคนะครับ

268
01:09:53,320 --> 01:09:56,422
เดี๋ยววันนี้คุณครูจะ

269
01:09:56,422 --> 01:09:59,738
หยุดไว้ตรงนี้ก่อนเพราะว่า

270
01:09:59,738 --> 01:10:03,738
ดูหน้านักเรียนหิวข้าวแล้ว

271
01:10:10,118 --> 01:10:11,085
โอเค นะครับ เดี๋ยวเราจะค้างไว้ตรงนี้ก่อนนะ จะค้างไว้ตรงข้อที่ 2 ก่อนนะ

272
01:10:11,085 --> 01:10:12,375
เดี๋ยว

273
01:10:12,375 --> 01:10:15,575
คาบต่อไป

274
01:10:15,575 --> 01:10:19,575
เรามาก็มาต่อข้อที่ 3 ต่อนะ

275
01:10:22,378 --> 01:10:26,025
นักเรียนอย่าลืมทบทวนนะครับ สิ่งที่ครูสอนไปในวันนี้นะ

276
01:10:26,025 --> 01:10:28,072
ครั้งหน้าอาจจะมีการ

277
01:10:28,072 --> 01:10:31,662
สอบเก็บคะแนน

278
01:10:31,662 --> 01:10:33,404
ในเรื่องที่เรียนผ่านมาแล้ว

279
01:10:33,404 --> 01:10:35,632
นะครับ

280
01:10:35,632 --> 01:10:39,632
อย่างไรก็

281
01:10:40,408 --> 01:10:41,094
พักกลางวันขอให้นักเรียนรับประทานอาหารอย่างมีความสุข

282
01:10:41,094 --> 01:10:43,314
นะครับ

283
01:10:43,314 --> 01:10:45,490
สำหรับวันนี้

284
01:10:45,490 --> 01:10:49,490
สวัสดีครับ

285
01:10:55,558 --> 01:10:59,558
ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ

