(อาจารย์) สวัสดีค่ะเด็ก ๆ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ เป็นอย่างไรสัปดาห์ที่ 2 ที่เราเจอกันนะ เหมือนมากันน้อยเท่าเดิมเลย ครั้งที่เราหายกันไปแล้ว 10 คนนะ ประมาณนี้ ไม่เห็นหน้าเห็นตากันเลย โอเค อ๋อ ไฟล์มันก็จะขึ้นหน้าจอด้วยใช่ไหมคะ ขึ้นหน้าจอของเด็กแต่ละคนเหรอคะ โอเค หนูเข้าไปลูก โอเค วันนี้นะ เดี๋ยวเราก็ได้รู้จัด หลังจาก 1 ชั่วโมงก็แล้วกันนะ เดี๋ยวค่อยแต่คนละกันนะเดี๋ยวเราเข้าสู่เนื้อหาของเราก่อนนะวิชานี้ชื่อวิชาอะไรนะคะ จิตวิทยา เด็ก ๆ โอเค เด็กอัจฉริยะเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ต้องมีความจำเป็นพิเศษด้วยนะ อะไรที่มันจำเป็นนะว่า Special ของเด็กแต่ละคน จริง ๆ พวกเราในห้องนี้มีความแตกต่างกันไหม มีความเป็น diver City ไหม มีความแตกต่างกันไหมคะ มีความหลากหลายเหมือนกันลูก เด็กที่เราจะเจอในห้องเรียนในชั้นเรียนของเราที่เป็นเด็กพิเศษก็มีความแตกต่างและมีความหลากหลายเหมือนกัน เดี๋ยวนี้เขาอาจจะไม่ใช้คำว่า "พิเศษ" แล้ว เขาอาจจะใช้คำว่า "มีความหลากหลาย" แต่ละคนก็มีความเหมือนกันนั่นแหละ แต่ว่ามันแตกต่างและความหลากหลายเท่านั้นเอง แล้วก็รู้สึกว่ามันจะเป็นการทรมาน แบบเป็นคำที่ทำไมคะ บั่นทอนจิตใจสำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอ ง และตัวเด็กเองด้วยนะคะ อันนี้ก็เป็นวิชาหนึ่งที่จำเป็นต้องรู้เด็กปกติทั่วไปว่าพัฒนาการของเด็กเรียนรู้กัน มันก็จะเป็นบท ๆ ไปนะ ที่นี้บทนำ บทนำหรือบทแรกของเรานะ คือ จิตวิทยาเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ทำไมเราต้องเรียนล่ะ หนูก็ต้องช่วยตอบหน่อยนะ ว่าทำไมหนูต้องเรียนล่ะ อ๋อ แม่ส่งให้ไปเรียนหรือเปล่า ไม่รู้จะเรียนอะไร ก็มาเรียนสาขาการศึกษาพิเศษหรือเปล่า ไม่ใช่นะ หนูต้องมาแบบมีเป้าหมายใช่ไหมคะ นะ ทีนี้พอมา มาแบบมีเป้าหมายแล้ว ว่าเราจะต้องเป็นครูการศึกษาพิเศษในอนาคต จริง ๆ เรียนแบบนี้ดีนะ สามารถ Apply หรือไปประยุกต์ใช้กับอะไรนะกับอะไรนะ กับชีวิตประจำวันก็ได้ แล้วไปดูแลเด็กสาขาอื่นก็ได้จริง ๆ เราสามารถไปดูแลเด็กปฐมวัยยังได้เลยนะ จุดเด่นหรือข้อจำกัดของเด็กได้ก็ยิ่งดีเลย ในการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กของเรานะ นะคะ มาตอบกันก่อนว่า จริง ๆ จิตวิทยามีความสำคัญอย่างไรกับเรา ที่เราจะเป็นครูในอนาคต ทำไมคนนี้มีจิตวิทยาสูงส่ง อะไรอย่างนี้ หนูมีความคิดเห็นอย่างไรลูก ตอบ ๆ ยืนขึ้นเลยลูก ยืนขึ้นเลย จิตวิทยามีความสำคัญอย่างไร เราเอาแบบพื้นฐานก่อน จิตวิทยา หนูกำลังจะตอบใช่ไหมลูก สวัสดีพี่ล่ามด้วยนะคะ รู้สึกตื่นเต้นจังเลย ตื่นเต้นจังเลย โอเค จิตวิทยามีความสำคัญอย่างไรคะ มีคนตอบแล้ว ยืนขึ้นเลยลูก มาตอบหน้าห้องไหนดีกว่ามา พี่ล่ามจะได้ยินอยู่ด้วย มา มา ๆ ๆ คราวที่แล้วไม่ได้มาเรียน แต่คราวนี้ก็บอกว่านะ เท่ากับวันนี้เริ่มเป็นครั้งแรกนะ มีความสำคัญอย่างไรจิตวิทยา เดี๋ยวให้คะแนน (นักศึกษาชาย) จิตวิทยานะครับ มีสิ่งสำคัญกับเด็ก ก็คือการปรึกษาเด็กและรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ของเด็กน้อยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวหรือปรึกษาเรื่องการเรียนครับ (อาจารย์) ขอบคุณลูกขอบคุณค่ะ จิตวิทยานะ ก็จะเกี่ยวข้องด้วยนะใ นการให้คำปรึกษา มีส่วนหนึ่งเลย ที่เราจะต้องให้คำปรึกษากับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีเด็กพิเศษที่เราดูแลอยู่ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน มีอะไรอีกคะ ช่วยกันตอบเร็ว เก่งมากลูก เดี๋ยวให้คะแนนด้วยนะ โอเคนะ โอเค ลองตอบสิจิตวิทยามีความสำคัญอย่างไร แล้วรู้เขารู้เราหรือเปล่าเลย รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้งเลยนี่ใช่ไหม ลองตอบเร็ว ๆ มาลูกมาตอบเร็ว ๆ ออกมาลูกมา มา มาเถอะนะ มา ฝึกไว้ลูก ฝึกไว้ ออกมาลูกมา อ๋อ ช่วยกันก็ได้ มาช่วยกัน 2 คน มาเร็ว ๆ เออ ๆ มาช่วย มา ๆ ช่วยกันช่วยกัน มา ต้องการแสดงออกเนาะ พี่ล่ามน่ารักจังเลยน่ะ อยู่หน้าจอ รอคำตอบจากพวกเราอยู่ นั่งยิ้มอยู่ มาลูกมาเร็ว มาช่วยกันตอบเร็ว จริง ๆ อยากเดินไปให้ไปถึงน่ะ ถึงไหมล่ะ ช่วยทำมาหากินหน่อยสิ มันมีความสำคัญอย่างไร (นักศึกษาหญิง) ค่ะ สำหรับหนูนะคะ หนูคิดว่าที่เราจะต้องเรียนจิตวิทยาเด็กนะคะ เพราะว่าเด็กแต่ละคนที่เราจะเจอนะ จะมีความแตกต่างกันค่ะ เราจะต้องวิเคราะห์เด็กค่ะ (อาจารย์) เยี่ยมเลยลูก เห็นไหม หนูไม่ธรรมดา จริง ๆ ให้หนูตอบทุกคน คนละคำ คนละคำ คิดว่าน่าจะตอบได้เลยนะ นะคะ จริง ๆ หนูพูดถูกเลย ว่าเด็กมีความแตกต่างนะ ในเด็กแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน เราจะได้รู้แล้วเราจะได้วิเคราะห์ว่าเด็กแต่ละคนจะมีความต้องการอะไร จำเป็นพิเศษอะไรที่จะต้องอะไรนะคะ เหมือนไป Support สนับสนุนเขาให้เกิดการเรียนรู้นะนะคะ โอเค ทำไมเด็กเล่นโทรศัพท์กันล่ะลูก ก้มหน้าก้มตา หนูทำอะไรลูก ก้มหน้าก้มตา อย่างไรลูก Hello เก็บโทรศัพท์ก่อนไหม โฮเค เดี๋ยวนะ หน้าจอก็จะแอบบัง ๆ นะ จริง ๆ ครูชอบเรียนโดยนั่งวงกลมนะ ตามสไตล์ครูขวัญ ตึก 18 ของเรา แล้วก็ไม่มีใครจับโทรศัพท์เลย ประมาณนี้นะ ไม่เป็นไรลูก ตอนนี้ชีวิตหนูยังไม่สมดุลนะ เดี๋ยวหลังจากนั้นเรียนจากครูขวัญเสร็จหนูก็ไปสร้างความสมดุลกับตัวเราเองเลยนะลูกนะ ลูกบอกว่าจริง ๆ หนูก็เริ่มเป็นพิเศษแล้วเหมือนกันนะ เขาบอกว่า เด็กพิเศษนะ สมมติเด็กออทิสติก จะหมุน สมมติว่าชอบหมุนไม้แขวนเสื้อ ก็จะหมุน หมุนตัวเอง หรือบางคนชอบกระโดดตบ หรือบางคนชอบอะไรคะ ชอบอมอะไรก็ได้ที่รับรู้ความรู้สึกค่ะ กระตุ้น Sersery ของเรา รู้ไหมว่าสิ่งเหล่านี้เด็กกำลังทำอะไรคะ กำลังสร้างสมดุลให้กับตัวเอง ที่เขากระโดดตบหรือทำอะไรกรีดร้องน่ะค่ะ เขากำลังสร้างความสมดุลให้กับตัวเอง เขารู้สึกว่าการทำสิ่งเหล่านี้ทำให้ชีวิตเขา Balance น่ะ เขามีความสุขที่จะอยู่ได้ จริง ๆ พวกหนูก็เริ่มเป็นไหม เริ่มเป็นไหม อยู่กับโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ถู ๆ ไถ ๆ ในคาบเรียนมีความสุขไหมคะ กำลังสร้างสมดุลให้กับตัวเองอยู่เหมือนกัน จริง ๆ ครูก็เป็นลูกตอนที่เรียนนะ ครูก็เป็น ฟังอาจารย์ไปแล้วรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็จะอยู่กับอาจารย์ให้ได้นะ 4 คาบอะไรอย่างนี้ แล้วครูขวัญก็หยิบอะไรคะ โทรศัพท์ขึ้นมาถู ๆ ไถ ๆ เรากำลังสร้างสมดุลให้กับตัวเอง อย่างนี้ค่ะ นะ ตอนนี้หนูเริ่มดมยาด้วยนะ โอเคนะ เราจะไม่เล่นโทรศัพท์กันนะลูกนะ ในช่วงเวลาสั้น ๆ เดี๋ยวพี่ล่ามจะอยู่กับเรา ประมาณสัก 1 ชั่วโมงนะคะ มันก็เลยเริ่มเกร็ง ๆ ด้วยเหมือนกันเราว่ากันนะว่าจิตวิทยามีความสำคัญอย่างไรนะคะ จึงค่อนข้างมีความสำคัญมากเลย เขาบอกว่าเป็นศาสตร์ที่บูรณาการนะ บูรณาการอย่างไรนะ มีนักจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับเราตั้งหลายคน ลองพูดชื่อออกมาสิ หนูพอจะรู้จักนักจิตวิทยาคนไหน เชิญท่านมาสักนิดหนึ่ง ไม่รู้จักเลย รู้จักไหม ยังไม่รู้จัก แล้วจะเจอบทประมาณบทที่ 3 ไม่ว่าจะเป็น เพียร์เจ อเล็กสัน whisky เราจะได้เจอกับนักจิตวิทยา แล้วก็มีความสำคัญอย่างไร กับเราล่ะ ที่เรามาเรียนการศึกษาพิเศษ จริง ๆ มันเป็นจิตวิทยาพื้นฐานที่เขาเป็น Tier นะ หรือเป็นทฤษฎีที่ทำไมคะ เขาเชื่อกันมาเป็นร้อย ๆ ปีหลาย ๆ ร้อยปี อย่างเชื่ออย่างเพียร์เจที่เฝ้าดูลูกสาวของเขา พ่อเขาก็เฝ้าดูเฝ้าระวังว่าลูกสาวเขาจะเป็นอย่างไรอะไรอย่างไร แล้วเขาก็เชื่อในทฤษฎีนั้นขั้นปากขั้นทวารขั้นต่าง ๆ มันเป็นไปตามนั้นจริง ๆ ทุกยุคทุกสมัยนะว่าตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึงทุกวันนี้เขาก็ยังเชื่อว่าทฤษฎีนี้เป็นจริง ๆ แล้วมันเกี่ยวข้องกับการศึกษาพิเศษอย่างไร เดี๋ยวเรามาดูกันว่า อ๋อ ถ้าเราเรียนรู้ของ Piaget แล้วเราจะไปประยุกต์ในการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กพิเศษได้อย่างไร สมมติวีกอสกี้ทักษะทางสังคมอาจจะต้องมีการนั่งร้านนั่งร้านให้กับเด็ก เป็นการเสริมต่อการเรียนรู้ให้กับเด็ก เด็กเรียนคนเดียว ฟังคนเดียว ไม่ได้ทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กจะเกิดการเรียนรู้ไหมคะ ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ กลุ่มค่อนข้างสำคัญเลย Vygotsky ก็เชื่อว่าถ้าเรามีการให้เด็กปฏิสัมพันธ์ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เด็กก็จะเกิดการเรียนรู้ ลักษณะนี้ค่ะ เดี๋ยวเราจะเจอบทที่ 3 เห็นไหมคะ ว่าจิตวิทยามันจะเกี่ยวข้อง แล้วเขาก็เชื่อในทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขาเขาสืบทอดต่อกันมา แล้วยังไม่มีใครล้มทฤษฎีนั้นได้นะ ครูก็เชื่อว่าอย่างนั้นเหมือนกัน Piaget ชัดเจนเลย forgetfulness ชัดเจนเลยเขาก็จะเป็นอาจารย์กันมาเนาะแล้วเขาก็เรียนต่อกันมา ต่อยอดกันมาเรื่อย ๆ นะ แล้วก็ท้ายสุดเขาก็เอามาประยุกต์กับการจัดการเรียนการสอนกับในชั้นเรียนของเรา เพราะฉะนั้น เดี๋ยวหนูจะเจอวิชาทางจิตวิทยาที่หนูจะต้องเรียน ไม่แน่ใจว่าจิ๋วยาดำเนินชีวิตการดำเนินชีวิต หรือจิตวิทยาการปรึกษาอะไรประมาณนี้ค่ะ หนูก็ต้องเรียนคาบเกี่ยวกันแบบนี้ด้วยเหมือนกัน แต่เราก็เอาจะมาในเขตของพัฒนาการอะเนาะบูรณาการอะไรบ้าง เราต้องเชื่อว่าเด็กน่ะนะ มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันในวัยต่าง ๆ นะ ตั้งแต่วัยอะไรคะ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา กี่เดือนนะเราอยู่ในท้องแม่กี่เดือนคะ 9 เดือน มันมีพัฒนาการที่มันเขาเรียกว่าอะไร มีการเจริญเติบโตต้องอยู่ในท้องอยู่ในครรภ์มารดาแล้ว อันนี้คือเราก็ต้องเรียนรู้นะ ว่า เอ๊ะ แล้วช่วงเดือนไหน เราต้องเฝ้าระวังน่ะ ไม่ให้เด็กอะไรคะ หลุดหรือแท้งอะไรอย่างนี้ค่ะ เดี๋ยวมันจะอยู่ในบทต่อ ๆ ไป อันนี้คือมันก็เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กนะ ก็เลยมันก็มาผนวกกันระหว่างที่มีทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาและพัฒนาการ เขาเขียนบอกไว้แล้วเราก็ต้องเชื่อในสิ่งเหล่านั้น มันเป็นไปตามนั้นจริง ๆ นะคะ แล้วสิ่งหนึ่ง เขาบอกว่าเด็กในแต่ละช่วงวัยจะมีวุฒิภาวะ คำต่าง ๆ นี้ กี่ยวข้องกับชีววิทยาหมดเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม เด็กในช่วงวัยต่าง ๆ ก็จะมีวุฒิภาวะ อย่างหนูโตแล้ว หนูมีวุฒิภาวะใช่ไหม ตอนนี้หนูดูแลตัวเองได้ไหมคะ หนูมาอยู่หอพัก คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องเป็นห่วง อันนี้คือหนูมีวุฒิภาวะที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว แล้วเด็กก็เหมือนกัน เด็กก็จะมีวุฒิภาวะไปตามช่วงวัย เด็กแต่ละวัยจะมีการตัดสินใจหรืออะไรคะ เรียกว่าสามารถทำในสิ่งนั้น ๆ ตามช่วงวัยได้หรือไม่ อันนี้ก็คือวุฒิภาวะของเด็ก อันนี้คือวุฒิภาวะ หนูก็จะได้ยินไหม เด็กคนนี้ไม่เป็นไปตามวุฒิภาวะเลย อ่อนกว่าอะไรคะ อ่อนกว่าเกณฑ์ อ่อนกว่าวัยอันควร วัยอันควรอย่างนี้ค่ะ อันนี้ก็ไม่เป็นไปตามวุฒิภาวะ อันนี้หนูจะได้ยินคำว่า Maturity ทำไมไม่เป็นไปตามวุฒิภาวะเลยอันนี้คือสั่งสำคัญ หนูจะได้ยินศัพท์เหล่านี้ค่อนข้างเยอะ ในการศึกษาพิเศษ อาจจะต้องจำนิดหนึ่ง ไม่ได้เน้นการท่องจำ แต่ว่าทำไมคะ แต่หนูต้องรู้ว่าศัพท์ทางวิชาการเหล่านี้ค่อนข้างสำคัญนะ นะคะ มีอะไรอีก เขาบอกว่าพัฒนาการเกี่ยวข้องกับอะไรอีกคะ ในวัยของเด็ก เป็นไปวุฒิภาวะแล้ว พัฒนาการนั้นจะต้องมีด้วยกันกี่ด้านคะที่สำคัญของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านอารมณ์มีอะไรคะ ช่วยหน่อย อารมณ์ อารมณ์และจิตใจนะ แล้วอะไรอีกคะ สังคม เหมือนมีพรายกระซิบ เก่งมาก สังคมและอะไรคะ อยู่ตรงนั้นหรือเปล่า มีอะไรคะ อารมณ์ สังคม อะไรคะ ร่างกายใช่ไหม ทำไมวันนี้หนูไม่ได้กินยามากินหรือเปล่า ทำไมหนูเงียบกันจังเลยล่ะ อารมณ์ จิตใจนะ แล้วก็สังคม ร่างกาย แล้วก็อะไรอีกอันหนึ่งคะ สติปัญญาหรือ IQ หนูต้องจำนะ 4 คำนี้พัฒนาการที่เกี่ยวข้อง มันก็คือ 4 ด้านนี้ พัฒนาการทั้ง 4 ด้านมันจะส่งไปพัฒนาการของเด็กนะ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายนะ ตัวใหญ่ ๆ ก่อน ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติสัญญา ร่างกาย ถ้าเราจะโยงไปกับเด็กพิเศษ จะชัดเจนเลย เด็กบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ ถูกไหมคะ เกี่ยวกับ Body ร่างกาย อารมณ์ อารมณ์จะอยู่จัดอยู่ในกลุ่มไหน เด็กมีเด็กกลุ่มไหนที่อยู่ในกลุ่มนี้คะ พัฒนาการด้านร่าง... ด้านอารมณ์ ด้านอะไรคะ พฤติกรรมและอารมณ์ใช่ไหมคะ เอ๊ะ หนูเคยได้ยินไหม พฤติกรรมและอารมณ์ใช่ไหมคะ แล้วพอมาด้านอะไร ด้านสังคมก็จะเป็นออทิสติกอย่างนี้ค่ะ ที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น อันนี้ก็ชัดเจน ด้านอารมณ์ ด้านสังคม แล้วด้านอะไร ด้านสุดท้ายคะ ด้านสติปัญญา เกี่ยวกับอะไรคะ ไอคิว ระดับไอคิว ก็จะอยู่ในเด็กที่อยู่ในกลุ่มนี้พัฒนาการด้านนี้ก็คือเด็กอะไรคะ บกพร่องทางสติปัญญา แสดงว่า 4 ด้านนี้ค่อนข้างสำคัญกับเราไหม เราต้องรู้เลยนะลูก หนูต้องประเมินให้ได้ว่า 4 ด้านของเด็กนี้ด้านไหนที่มันด้อย ด้านไหนที่มันพร่องนะ แล้วเราจะเติมเต็มอย่างไรให้กับเด็ก แล้วเด็กไปเป็นไปตามวุฒิภาวะของเด็กหรือไม่ แล้วอะไรบ้างคะ พัฒนาการที่สำคัญของเด็ก ร่างกาย อารมณ์ สังคม แล้วก็สติปัญญา อันนี้จะส่งผลเกี่ยวกับอะไรคะ พัฒนาการของเด็ก อย่างพวกเราครูเชื่อว่าพัฒนาการทั้ง 4 ด้านหนูน่าจะเป็นไปตามวัยนะ เป็นไปตามวัยอยู่แล้ว อ๋อ เดี๋ยวหนูลองทำแบบประเมิน EQ ก่อนเลยนะ Emotion ของหนูว่าหนูเป็นแบบไหน หนูก็จะเป็นไปตามวัยของหนูไหม หรืออารมณ์หนูกำลังบูด กำลังเน่า กำลังเซ็ง กำลังเบื่อ จะมีแบบวัดการประเมิน เห็นไหมคะ แล้วส่วนพัฒนาการด้าน IQ Test เรื่องเกี่ยวกับ IQ จริง ๆ เราเป็นครูการศึกษาพิเศษนะ ไม่สามารถที่จะวัด IQ Test ของเด็กได้ แต่คนที่จะประเมินวัด IQ Test ของเด็กคือใครคะ เป็นคุณหมอหรือเป็นนักจิตวิทยาที่จะประเมิน IQ ของเด็กได้ แล้วจำเป็นไหมล่ะ แล้วจำเป็นไหม ที่เราจะต้องประเมิน IQ เด็กคิดว่าจำเป็นไหมสำหรับเด็กทุก ๆ คน ถ้าเรียนในโรงเรียนระดับปกติ ก็คงไม่ต้องประเมินถูกไหมคะ แล้วบางคนอาจจะต้องได้รับการประเมิน เพื่อได้รับการวินิจฉัย หรือ อาจแปลว่าจะต้องจัดอยู่ในกลุ่มไหนอย่างเช่น LD หรือออทิสติกหรือเนื้อหาบางทีอาจจะต้องประเมินพระองค์รวม ว่าเป็นส่วนประกอบว่าเด็กมีภาวะ IQ ที่ต่ำไหม หรือบางคนอาจจะสูงเลยได้นะ เด็กบางคน LD ก็ IQ ปกติเลย แต่อาจจะมีเรื่องกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มันบกพร่องไป แล้วส่งผลเรื่องการรับรู้ทางด้านภาษาอะไรก็ว่าไป จริง ๆ IQ Test ไม่จำเป็นต้องวัดนะ ในระดับที่เราเรียนในระดับ ป. ตรี อุดมศึกษานี่ค่ะ IQแล้วก็อยู่ที่ประมาณ 109 109 เนาะว่าจะเรียนได้ชุดทั่วไปก็ประมาณ 109 ประมาณนี้ไม่น่าจะสูงกว่านั้น น่าจะฝึกไว้ก่อนนั้นนะอะไร นะคะ อันนี้ที่คุยกัน ก็คือไม่จำเป็นต้องวัด IQ Test แต่ว่ามันเป็นค่า None หรือเป็นค่ากลาง ที่คนปกติจะมี IQประมาณนี้ค่ะ ส่วนในเด็กพิเศษ ก็อาจจะได้รับการวินิจฉัยหรือการตรวจวัด IQ Test เป็นราย ๆ ไป เพื่อเป็นส่วนประกอบกอบนะ แต่ถ้าเป็นโรงเรียนเฉพาะความพิการโรงเรียนเลยนะ โรงเรียนร่วมบางคนเด็กบางคนอาจจะต้องได้รับอะไรนะก็แล้วแต่ ก็แล้วแต่ดุลพินิจของครูประจำชั้นและครูประจำรายวิชา แล้วเพื่อจะได้รับการและคะ วินิจฉัยให้ถูกต้อง แล้วก็เป็นการยินยอมของพ่อแม่ผู้ปกครอง จะได้รับรู้ด้วยก็อาจจะต้องมีการวัด IQ Test ด้วยเหมือนกัน ต่อมามีอะไรคะ จริง ๆ พัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย จริง ๆ เขาก็เป็นไปตามช่วงวัยนั่นแหละลูก แต่เด็กพิเศษหรือเด็กอะไรนะ เขาเรียกว่าถ้าเราพบความบกพร่องแล้วน่ะ เราควรจะเข้าไปแทรกแซงไหม หนูคิดว่าเราควรเข้าไปแทรกแซงทันทีทันใดไหม ช่วยตอบหน่อย เราควรจะเข้าไปแทรกแซงทันทีทันใดไหม สมมติว่าเราเจอเด็กพิเศษเลย อ๋อ ตอนนี้เรากำลังมือใหม่นะ เดี๋ยวเราเจอเด็กพิเศษในศูนย์การศึกษาพิเศษเรา หรือว่าเราเจอมาสักพักหนึ่งแล้ว ด้วยความปลอดภัย ลองสักหน่อย ลองเข้าไป อะไรเขาเรียกว่าอะไรนะ คำว่า "แทรกแซง" เหมือนเข้าไปแบบไปพูดคุยหรือไป... พูดคุยก็คงได้แหละ แต่เข้าไปช่วยเหลือทันทีทันใดนี่ได้ไหมคะ โดยไม่มีความรู้พื้นฐานเลยได้ไหมคะ ไม่ได้นะ เพราะว่าเราอาจจะต้องรู้ข้ออะไรคะ ที่หนูได้ยินกันบ่อย ๆ ข้อจำกัด แล้วข้ออะไรคะ ข้อด้อยของเด็กนะ หรือข้อเด่นของเด็กว่ามีส่วนตรงไหน เราต้องมีการประเมินพัฒนาการของเด็กก่อน จริง ๆ รายวิชานี้ แม่อยากฝากเราเหมือนกัน อยากให้ประเมินพัฒนาการได้ มันจะมีแบบประเมินที่เป็นแบบกราฟ แล้วเห็นน่ะค่ะ เดี๋ยวเราจะค่อยเรียนกันไปท้ายๆ นิดหนึ่ง จะได้ฝึกว่าหนูได้เปิดประเมินพัฒนาการของเด็กที่สำคัญอาจจะต้องกลับไปที่ศูนย์นะ ครูตุ๊กตานะ แล้วเราก็จะไปดูเด็กกันที่ศูนย์ฯ ว่า เราลองประเมินนะ ว่าเด็กในช่วงวัยนี้เป็นไปตามช่วงวัยหรือไม่ ถ้าง่าย ใครมีน้อง เด็กน้อยอยู่ที่บ้านไหม มีลูกมีหลานตัวน้อย ๆ มีลูกมีหลานตัวน้อย ๆ ไหม หนูอาจจะได้ลองไปฝึกก่อน จริง ๆ อยากให้เรียนจากพัฒนาการที่มันปกติก่อน พัฒนาการของเด็กทั่ว ๆ ไปอย่างนี้ก่อนนะ แล้วเราจะได้ชัดเจน อ๋อ ในช่วงวัยนี้เด็กสามารถอะไรคะ ก้าวกระโดดได้ ในช่วงวัยนี้เด็กสามารถอะไรคะ ต่อบล็อก 2 ชั้นได้ เด็กวัยนี้สามารถหยิบลูกปัด ก้อนกลม ๆ ประมาณเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ได้ ไปใส่ขวดได้ อันนี้ ถือว่าพัฒนาการถ้าเด็กสามารถทำได้ไปตามช่วงวัยนั้น มันจะมีแบบประเมินอยู่นะ หนูแสดงหนูก็จะประเมินเด็กได้ว่า อ๋อ เด็กคนนี้เป็นไปตามช่วงวัยนะคะ โอเค สวัสดีเด็ก ๆ นะคะ สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่มาเรียนนะคะ ขอบคุณที่มาหลังครูด้วย ครูเลยดูดี ไม่มาสาย ขอบคุณค่ะ โอเคขอบคุณค่ะ ต่อมา การแทรกแซงนะของเด็กน่ะค่ะ เราต้องต้อง อย่างที่ว่าไปแล้ว อย่าเพิ่งผลีผลามเข้าไปช่วยในเด็กด้วย ตามหลักจิตวิทยานะ ทำอย่างไร ก็ได้ให้มีข้อจำกัดน้อยที่สุด ไม่ว่าเราจะเจอเด็กคอยสังเกตการณ์ก่อนนะ จริง ๆ หลักการที่สำคัญอีกอันหนึ่ง คือ การสังเกตและการและก็การเก็บข้อมูล อันนี้คือส่วนที่สำคัญเลย แล้วการที่เราจะแทรกแซงนั้นปล่อยให้เป็นธรรมชาติไปก่อน อันนี้คือสิ่งที่สำคัญของเด็กพิเศษเลยนะคะ อันนี้ เดี๋ยวเราจะค่อย ๆ พูดไปนะ มันก็จะมีวิธีการต่าง ๆ ที่จะ Ofserve กับเด็กนะ มีการสังเกต มีการเก็บข้อมูล เก็บประวัติของเด็ก เดี๋ยวครูจะพูดในรายละเอียดต่อไป อันนี้คือบอกแล้วว่าอย่าพลีพลามเข้าไปเราต้องมีกระบวนการมีวิธีการที่จะอะไรคะ เขาเรียกว่าค้นหาความต้องการจำเป็นพิเศษของเด็กในแต่ละคนนะคะ โอเค ทีนี้วันนี้นะ มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ครูล่ามคะ วันนี้มีคำศัพท์เยอะมากเลยค่ะ เปลี่ยนล่ามแล้ว โอเคค่ะ สวัสดีค่ะ เราจะมีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษค่อนข้างเยอะเลยนะคะ คำแรกเลย จริง ๆ ครูก็ยังไม่อยากพูดให้ฟังเลยนะ จริงเราต้องเข้าใจใช่ไหม แล้วช่วยกันตอบได้ดีกว่า เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ Children with Special needs นะคะ เป็นเด็กอย่างไรคะ ที่จะต้องได้รับการดูแลและช่วยเหลือนะคะ ช่วยเหลือด้านไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่เกี่ยวข้องกับเขา ด้านสื่ออุปกรณ์ การช่วยเหลือทางการแพทย์ การศึกษา อันนี้คือสิ่งที่ต้องการจำเป็นพิเศษสำหรับเด็กกลุ่มนี้นะคะ บางคนอาจต้องได้รับอะไรคะ นอกจากการบำบัดฟื้นฟูแล้ว อาจจะต้องมีการกินยาร่วมด้วย แล้วก็มีนักสหวิชาชีพเข้ามาช่วยเหลือดูแลด้วย อันนี้ค่อนข้างสำคัญนะ เพราะว่าเด็กร่างกายบางคนอาจจะต้องทำไมคะ มีการฟื้นฟูทางด้านกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด อะไรอย่างนี้ค่ะ จะต้องได้รับการช่วยเหลือ อันนี้คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็ก บางคนก็ต้องได้รับสื่อเทคโนโลยีสำหรับเด็กพิเศษด้วยเหมือนกัน นะคะ ทีนี้เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ อันนี้หนูต้องได้ยินบ่อยแล้วหนูต้องทับศัพท์ได้แล้วนะน้องพูดได้แล้วว่า Children with Special needs เด็กเป็นแบบไหนอย่างไรนะคะ แล้วเดี๋ยวตอนนี้เขาจะใช้คำว่าอะไร เขาไม่ใช้คำว่า "พิการ" แล้ว พิการ มันดูมันทรมานใจจังเลยนะ ทรมานใจทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองและตัวเด็ก เองด้วย ญาติพี่น้องโอนหวังว่าไม่มีน้าแท้ ๆ เลยน้องสาวแม่เป็นน้องสาวคนเล็ก เป็นเด็กดาวน์ซินโดรมนะ เป็นเด็กดาวน์ซินโดรม ตอนนั้นครูขวัญก็ยังไม่เข้าใจหรอก ว่านี่เขาเป็นเด็กพิเศษอะไรอย่างนี้ แต่ข้างบ้านข้างช่องก็จะพูดว่าปัญญาอ่อน ปัญญาอ่อน อะไรอย่างนี้ ตอนนั้นยังไม่ค่อยเก็ตกับมันเท่าไรเลยนะเราก็เด็กเล็กด้วยเลยเนี้ยอ๋อ ก็เลยเข้าใจ ก๋งกับยายนะ ก๋งกับยาย ก็จะเป็นพ่อแม่เขาใช่ไหมกับน้ากับน้า ทำไมก๋งกับยายต้องเก็บน้ำไว้ในบ้านปิดประตูไว้ไม่ให้ออกอะไรทางบางครั้งช่องเขาจะพูดว่าน้าเราเป็นเด็กปัญญาอ่อนอะไรอย่างนี้ พอมาได้ยินเพราะตอนโตขึ้นแล้วเราเข้าใจความหมายในมันมันดูทรมานจัง พอพูดทุกครั้งก็จะคิดถึงนะ น้ำตาซึมนะ คิดถึงน้าเหมือนกันเลยนี่ แต่น้าเป็นเด็กดาวน์ที่ฉลาดมาก ฉลาด ฉลาดแบบฉลาดรู้เรื่องทุกอย่าง รู้เรื่องทุกอย่าง แล้วบ้านอยู่ริมคลองดำเนินสะดวก แล้วน้าก็ว่ายน้ำอย่างเก่ง กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก แข็งแรงมากพี่โ ป่งได้เลยนะ ตีโป่งหมายถึงใส่ผ้าถุงกระโจมอกแล้วก็ตีโป่งว่ายน้ำเข้า ข้ามคลองได้ แข็งแรงกล้ามเนื้อเอ็นและข้อต่อ possession นะ แข็งแรงจังแล้วก็นิ้วค่อนข้างจะยืดหยุ่นได้ซ้ำอะไรอย่างนี้แข็งแรงทีเดียวแหละ จริง ๆ ก็แล้วก็อีกอันหนึ่งที่สำคัญ สามารถสื่อสาร สื่อสารได้ เข้าใจว่า คือ คนนี้เป็นหลาน ก็จะเรียกชื่อได้สั้น ๆ อะไรอย่างนี้ เราก็จะรู้จักทุกคน พี่น้องเขา ใครมานี่รู้จักเลย รู้จัก จำได้ จริง ๆ ต้องต้องขอบคุณใครคะขอบคุณก๋งกับยาย แล้วก็เตี่ยกับแม่เขานะ ของน้า ค่อนข้างจะมีการสื่อสาร สื่อสารพูดคุยกับน้าตลอด กับน้าอ๋อยนะตลอดเลยนะ แล้วก็มีการให้น้าอ๋อยให้น้าอ๋อยไปทำนู่นทำนี่ ยกน้ำ สมัยก่อนนั้นก็เป็นคลองนะ น้าก็ต้องหิ้วน้ำถัง เขาเรียกว่าบ่อรองน่ะ ที่เจาะ เจาะท่อลงไปเจาะรองลงไปก็เป็นน้ำใสน้ำบาดาลตัดใสเป็นตาตั๊กแตนเลยน้าก็จะเอากระป๋องอ่ะช่วงลงไปแล้วก็ปากน้ำขึ้นไปไว้ในห้องน้ำได้อะไรอย่างนี้ ถึงว่าทำไมกล้ามเนื้อเอ็นและข้อต่อนะถึงแข็งแรง เพราะโดนทำงานนี่เอง แล้วก็การสื่อสารเก่ง แล้วถ้าเกิดน้าไม่พอใจน้าก็จะบ่น ๆ ได้เหมือนกัน น้าจะฉลาดชอบฟังวิทยุทรานซิสเตอร์ เคยได้ยินไหมทรานซิสเตอร์เป็นแบบไหน รู้จักอยู่ใช่ป่ะ แล้วก็มีละครเกศทิพย์อะไรอย่างนี้ น้าก็ชอบฟังละคร แล้วน้าก็พูดได้ตามนั้นน่ะ แล้วน้าจะมีศัพท์มีคำศัพท์ตามนั้นที่พูดได้ รู้ เข้าใจ แล้วก็ซักผ้าอะไรเองได้หมดทุกอย่าง ทำอะไรได้เองหมดทุกอย่างเรื่อง เรื่อง hygiene เรื่องสุขอนามัยที่หนูต้องเรียนกัน เรื่องสุขอนามัยใช่ไหม สำหรับเด็กดาวน์จะเห็นชัดเลยนะ คนนี้น้าสามารถอาบน้ำทำความสะอาดเองได้ แล้วก็ถึงวัยที่น่าจะมีประจำเดือน น้าก็จัดการชีวิตเองได้หมดเลย แล้วดีกว่าเราอีก พอเวลาเป็นประจำเดือนเสร็จ น้าก็จะขอผ้าอนามัย แล้วก็ไปขุดดินฝัง พวกเราน่ะ ทำไหม ไม่ทำ แต่น้าก็ยังมีความเป็นโบราณเลยนะ คือก๋งกับยายจะสอนดีด้วย สอนดีทีเดียวแหละ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีกับตำราเล่มนี้เหมือนกันจริง ๆ ต้องยกให้กับน้าเลย ได้เขียนคำนำ แล้วก็ท้ายสุดยกตำราเล่มนี้จิตวิทยาเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ให้กับน้าอ๋อยที่ยังรักและคิดถึงอยู่เสมอ จริง ๆ เขาเป็นครูชั้นดีของครูขวัญเลยนะ เวลายกตัวอย่างเราก็ได้ชัดค่ะ แล้วก็พัฒนาการของเด็กดีได้ ส่วนที่สำคัญที่จะบอกกับพวกเราคือพ่อแม่และผู้ปกครอง ก๋งกับยายดีมาก ก๋งกับยายดีมาก ดีที่แบบ... แล้วพี่ ๆ น้อง ๆ นะพี่เป็นน้าสาวน่ะช่วยเหลือและดูแลเป็นอย่างดี แล้วจะมีเรื่องเล่าอีกอันหนึ่งนะ น้าเป็นเด็กผู้หญิง ข้างบ้านข้างช่องก็ดูจะไม่ปลอดภัย เขาก็คงจะย้ายก็จะป้องกันป้องกันยังไงรู้ไหมลูกตัดผม น้าอ๋อยเป็นเด็กผู้ชาย ไขเกรียนเลยนะ อย่างนี้ไม่ให้ใครรู้ว่าเป็นเด็กผู้หญิงเราไม่รู้นะว่าใครจะมาแบบข้ามรั้วมาอะไรอย่างเงี้ยก็ป้องกันไม่ให้เรื่องความปลอดภัยอะไรประมาณนี้แล้วนะก็จะไป ได้ออกสังคม เวลาก๋งนะ เวลาก๋งไปไหนจะเอาน้าไปด้วย ไปทุกที่ค่ะ ได้ไปเห็นเห็นนู่นเห็นนี่อะไรนี่ค่ะ เขาก็จะมีวิสัยทัศน์นะ เขาก็จะเห็นภาพเลยต่อภายนอกอะไรนี่ ก็ชัดขึ้น สมัยก่อนนั้น ถ้าย้อนไป มันจะมี พรบ. ฟื้นฟู แต่ด้วยความ 34 นะ แต่ด้วยน้า กับก๋งกับยาย ก็เป็นคนแก่แล้วที่ที่ไม่ได้รู้ว่ามันมีพรบนี้เกิดขึ้นนะ เขาเรียก พรบ. ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 2534 ก็เราก็ไม่ได้ไปใช้ พรบ. นี้หรอกอะไรอย่างนี้ แต่สิ่งที่สำคัญไม่ได้ไปเข้าเรียนด้วย รักษาพยาบาลแล้วก็ไม่ได้ปิดไม่ได้เจ็บป่วยไม่ได้เจ็บไข้อะไรเลยค่ะ ท้ายสุดที่มันเจ็บป่วยเร็ว ๆ นี้ ก็คือที่พอไม่สบาย ก็น้าเป็นเด็กดาวนะ แล้วแต่จังหวะนั้นเหมือนเส้นสมองโลหิตแตกน่ะค่ะ น้าก็ล้มลงไปในห้องน้ำก็ทำให้เส้นสมองโลหิตแตกแล้วก็เลยทำให้สมองของน้า ที่มันฝ่ออยู่แล้วน่ะ ที่เป็นเด็กดาวน์อยู่แล้วมันก็ฝ่อลงไปอีก แล้วก็เลยส่งผลให้น้าเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต นอนติดเตียงประมาณ 7-8 ปี น้ามีบุญมากบุญ คืออย่างไร คุณน้าตอนที่กับยายจะเสียชีวิตนะคะ คนที่ดูแลก๋งกับยาย พ่อกับแม่เขา คือใครรู้ไหม คือน้าอ๋อยคนนี้ค่ะ ดูแลอย่างไรลูก เขาเป็นน้องคนเล็กนะ ก็จะมีพี่ ๆ สาวเล็กนี้คอยดูแลอีก น้าเป็นคนที่เสิร์ฟและบริการ เอาข้าวต้มน่ะค่ะ ถึงเวลาต้องยกเอาไปให้อาก๋งน่ะค่ะ ก๋งกิน ก๋งก็กินบ้างไม่กินบ้าง แล้วที่สำคัญน้องสาวอีกคนหนึ่ง พี่สาวเขาน่ะค่ะ เป็นคนจัดยาให้ หมอจัดยาเสร็จน้าอ๋อยก็จะเอายาไปให้แล้วก็อุ่นนม จำได้หมดเลยน่ะ เพราะเราอยู่ด้วยกัน นมกระป๋องตราหมีน่ะ ต้องอุ่นให้เสร็จแล้วให้ก๋งกินเลยอะไรอย่างนี้ ก๋งก็กินเหมือนกันแต่โกงทำไงก็ไม่รู้ยาที่ให้ไปทุกครั้งผมไม่เคยกินเลยนะหอยก็ไม่เคยรู้ น้าอ๋อยก็ไม่รู้ใช่ไหม ก็ให้แล้วก็แล้วกันก็ไปวางให้ผมเอาไปไว้ใต้ฟูกหมดเลย ไม่ยอมกินยา ก็ถึงเวลาที่ก๋งจะต้องไปแล้วก็ดูแลกันยาวนานพอสมควร แต่ที่ครูจะบอกว่าคนที่ดูแลก็คือน้าต๋อยน่ะค่ะ ทำทุกอย่าง พาอาบน้ำกับพี่สาวเขาอะไรอย่างนี้ ทำทุกอย่าง กับก๋งกับยายนี่ล่ะค่ะ อะไรอย่างนี้ แล้วคนที่ยายจะห่วงมากที่สุดก็คือน้าคนนี้ค่ะ จริง ๆ น่ะ ยายก็เข้าใจว่าโกงอ่ะจะต้องไปก่อน เพราะป่วยเป็นมะเร็ง ไม่ใช่มะเร็ง เขาเรียกว่าต่อมลูกหมากโต ก็คิดว่าก๋งต้องไปก่อนเลยนะ แล้วไปมาคนที่ไปก่อนคือยายคือแม่เขา คือยายก่อนนะ ก็ไปก่อนแล้วคนที่เขาบอกไม่ให้คืนนะ เขากลัวว่าจะมีใครดูแลท้ายสุดรู้ไหมว่าบุญกุศลที่เขาทำกับพ่อกับแม่ที่การดูแลเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีงามมาก ท้ายสุด ถึงแม้น้าอ๋อยจะติดเตีย งแต่น้าอ๋อยมีคนมาดู แลดูแลเป็นอย่างดี คือ พี่สาวเขาน่ะ ก็จ้างคนดูแลโดยเฉพาะเลยน่ะค่ะ เดือนหนึ่ง หลายสตางค์อยู่ หมดไปมันหลายล้านอยู่ ก็คือดูแลโดยเฉพาะ สร้างห้องมีห้องแอร์มีเตียงอะไรอย่างนี้ แล้วคนที่ดูแลค่ะ คนรักน้าอ๋อย รักมากรักเหมือนลูกรักผมเลยแหละ ตัวเขาก็ขาวเป็นสีชมพูเลยน่ะค่ะ แล้วก็ขวัญไปก็ได้ร้องได้กอดเลยนี่แล้วก็เราจะลืมตามาว่ารู้ว่าครูขวัญกลับไปหลานกลับไปอะไรอย่างนี้ แล้วท้ายสุด คนดูแลน่ะค่ะ ร้องไห้ ร้องแบบว่า น้าอ๋อยไม่อยู่ด้วยกันแล้วอะไรอย่างนี้ นั้นอยู่แล้ววันที่น้าเสียขวัญก็รีบลงไปนะทุกวันนี้ยังถามกับลูกพี่ลูกน้องอีกคนนึงว่า น้าเสียแล้วเหรออะไรอย่างนี้ คือแกก็นอนในโลงนะ ผมก็ดำขับเลยผมดำบัวขาวแล้วก่อนก็ได้ไปจับหน้าว่าได้เห็นเป็นครั้งสุดท้ายเลยนะ หน้ายังนิ่มอยู่ก็ยังถามอีกว่ายังมีชีวิตอยู่ไหม อะไรประมาณนี้ เป็นคนที่มีบุญมาก รู้เลยว่าเขามีบุญจริง ๆ มีบุญจริง ๆ รับรู้เลย แล้วก็สิ่งที่สำคัญที่ได้ย้อนกลับมากับตัวเองนะ แล้วก็เวลาได้สอนทางด้านนี้ ก็จะเล่าการเป็นวิทยาทาน คือ สิ่งที่สำคัญ ทำกับใครก็ไม่สำคัญที่ทำกับพ่อกับแม่ จริง ๆ นะ กุศลมันจะส่งไปเอง แล้วใครจะคิดล่ะคะ ว่า ณ วันสุดท้ายของเขาใน 7 ปีที่เขาต้องนอนติดเตียง แต่มีคนมาดูแลเขาเป็นอย่างดีน่ะค่ะ แล้วน้า คนที่ดูแลค่ะค่ะ เขารักน้าอ๋อ แบบก่อนหอม ปาก ฟัน ไม่มีอะไรเลย มันสะอาดไม่หมดอ่ะค่ะ เขาทำโดยไม่รังเกียจ เลยอะไรอย่างนี้ อันนี้มันคือบุญกุศลของเขาจริง ๆ น่ะค่ะ บุญกุศลของน้าอ๋อยพี่ทำ ครูขวัญก็จะฝากพวกเราไว้ว่าทำกับใครก็ไม่เท่าทำกับพ่อกับแม่นะ เขาเรียกว่าพระในบ้านของเรานะ คือคนที่สำคัญอย่างนี้ แล้วถึงเวลาลูก เขาก็จะกลับมาตอบแทน ไม่รู้แหละว่าจะกลับมาตอบแทนเราเอง ความดีความงามของเราในส่วนตรงนี้แล้วสิ่งที่ครูขวัญอยากจะบอกก็คือเด็กกลุ่มนี้พัฒนาได้ไหมคะ พัฒนาได้แล้วคือสิ่งสำคัญพ่อแม่ผู้ปกครองคือส่วนที่สำคัญที่สุดหนูเชื่ออย่างนั้นไหม คือส่วนประกอบที่จะกลยุทธ์อะไรอย่างนี้นะ ในช่วง 8 ชั่วโมงที่จะอยู่กันในโรงเรียน แต่คนที่ 24 ชั่วโมงคือใครคะ พ่อกับแม่ ปู่ย่าตายาย ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และพัฒนาเด็กได้ไหม พัฒนาได้เลย อันนี้คือสิ่งที่สำคัญนะ นะคะ เช่นกัน แล้วปกติแบบนี้พ่อแม่ก็ดูแลเราใช่ไหม ฝึกเราติดกระดุมจนได้ ฝึกเราใส่ถุงเท้าจนได้ กว่าแม่จะสอนเราได้ยากลำบากไหมคะ กว่าจะใส่ถุงเท้าเองได้นะ แม่ก็เพียรทำให้เรานะ หนูลองย้อนกลับไปว่าแม่กำลัง... เขาเรียกอะไรนะ ดึงถุงเท้าย่น ๆ แล้วค่อย ๆ สวมให้เรา อันนั้นเป็นภาพที่หนูจะต้องจำไว้นะ แล้ววันหนึ่งหนูอาจจะต้องเป็นคุณแม่ที่จะไปดูแลเด็ก ไปดูแลลูกของหนูก็ด้วยก็ได้นะ จำทุกภาพ จำทุกภาพที่ดีงามของพ่อกับแม่เราไว้นะ มันมันไม่ได้ยาวนานหรอกลูก เวลามันงวดเข้ามาแล้วหนูจะคิดว่าหนูยังอยู่อีกยาวนานมันไม่มีอะไรแน่นอนกับชีวิตนะ ครูก็เริ่มปลง ๆ นะ อยู่คนเดียวจะเริ่มปลง ว่ากันไปนะ อันนี้คือเล่าให้ฟังการว่าสิ่งที่สำคัญคืออยากจะฝากพวกเรานะ อยาก... สิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดตอนนี้คือรักพ่อแม่ของเราให้มากที่สุด ดูแลพ่อแม่ให้เราให้ดีที่สุด แล้วถึงเวลาทุกอย่างจะตอบแทนมาเองลูก หนูไม่ต้องคาดหวังว่าอะไรจะมาตอบแทนกลับมา แต่เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่หนูจะได้ตอบแทน หนูจะต้องเป็นคุณครูการศึกษาพิเศษที่น่ารักมากกว่าสาขาอื่น ๆ แน่นอน หนูทำอะไรได้มากกว่าอะไรนะคะ ได้มากกว่าสาขาอื่น ๆ 1. สมรรถนะที่จะเกิดขึ้นสำหรับครูการศึกษาพิเศษคืออะไรคะ หนูต้องมีความรัก หนูต้องมีความอดทน เข้าใจเด็กได้มากกว่าสาขาอื่น ๆ นะ วันนี้หนูยัง... อาจจะยัง... หนูกำลังจะเจอตัวตนของหนูล่ะ หนูกำลังเจอเอกลักษณ์ตัวตนของหนู แต่เมื่อเจอแล้ว หนูหลงรักตัวเองด้วยนะ หลงรักในวิชาชีพของหนูให้มากที่สุด แล้วหนูก็ท่องสมอว่า อีก 4 ปีข้างหน้านะ หนูจะเป็นครูการศึกษาพิเศษ แล้วก็เชื่อด้วย ครูตุ๊กตาแล้วครูขวัญก็จะเชื่อว่าหนูทำได้ แล้ววันหนึ่งหนูก็จะสอบติดแน่นอน มันก็จะเป็นรางวัลที่ตอบแทน แต่ก่อนที่ได้รางวัลตอบแทนนั้นหนูต้องทำอะไรคะ ทำความดีความงามกับคนบุคคลรอบข้างนะ ทำโดยไม่คาดหวัง ทำด้วยใจที่ดีงาม ไม่ได้โลกสวยนะ มาอันที่ 2 ต่อไปนะลูกนะ คำไหนคะสภาพความบกพร่อง implament นะ จริง ๆ หนูอ่านเองได้ไหม ลูกพอได้อยู่นะ ได้อยู่ สภาพความบกพร่องก็คืออะไร คะจริง ๆ คำนี้ค่อนข้างสำคัญนะ ในองค์การอนามัยโลกนะ องค์การอนามัยโลก WHO WHO นะ เขาว่าไว้ว่าอย่างไรคะ เป็นความผิดปกติโครงสร้างหรือหน้าที่ของร่างกายของเรานี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือสภาพความบกพร่องร่างกาย ทางสติปัญญา หรือเนื้อเยื่อระบบประสาท มันเกี่ยวหมดเลย เห็นไหมคะ มันเกี่ยวข้องอะไรบ้าง อีก เช่นตัวอย่างนะ สภาพความบกพร่องแขนด้วน ขาด้วน เลยค่ะ หรือเป็นโรคหัวใจอันนี้คือความผิดปกติโครงสร้างทางร่างกาย ต้องรู้จักคำนี้ Disability แล้วก็แฮนดิแคป ที่จะเกี่ยวข้องกับหนูมากถ้าเขาขาย 3 คำนี้ก็จะเป็นเด็กที่มีความบกพร่องหรือเด็กอะไรคะ เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ นะคะ มาดูการไร้สมรรถภาพ disability หนูอาจจะได้ยินบ่อย ๆ disability ท่องไว้ในใจท่องไว้เลยนะลูก Learning disability เด็กอะไรคะ Learning บกพร่องทางการเรียนรู้เห็นไหมคะ ว่าจะทับศัพท์ไปแล้วว่า learning disability ตัวย่อคืออะไร คะ โอเคเป็นอย่างไรคะ สมรรถภาพคือข้อจำกัดหรือขาดความสามารถในการทำคำต่าง ๆ นะ ที่มนุษย์ทั่ว ๆ ไปทำได้แต่เขาบกพร่องไปนะคะ ซึ่งเกิดจากความบกพร่องไม่ว่าจะเป็นบกพร่องวัยวะบางส่วนที่มันพร่อมไปนะคะ หรืออวัยวะนั้นทำไม่ดีไม่เป็นตามปกตินะคะ อันนี้ก็คือเป็นการไร้สมรรถภาพนะคะ หนูน่าจะอ่านเองได้นะ ครูขวัญพูดไปเลยนะ นะคะ ผู้ที่มีความบกพร่องอยู่นะ Handicap ค่ะ อันนี้ค่อนข้างสำคัญกับพวกเราเหมือนกันแฮนดิแคปคืออะไรคะ ความบกพร่องทางร่างกายที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตหรือการดำรงชีวิต ยกตัวอย่างง่าย ๆ ตึกการศึกษาพิเศษเรามีกี่ชั้นคะ 3 ชั้น 3 ชั้น ใช่ไหม แล้วติ๊งต่าง พูดว่าตึกการศึกษาพิเศษเราไม่มีลิฟต์ ไม่มีลิฟต์ เป็นไปไม่ได้มันมีแล้วจะให้ไม่มีลิฟต์ ไงแล้วมีเด็กเราที่นั่งวิลแชร์ในนี้มีใครไม่มีนะ ไม่มี ติ้งต่างอีกว่ามีคนที่นั่งวีลแชร์ หนูคิดว่ามันจะเกิดข้อเสียเปรียบไหมกับเด็กที่นั่งวีลแชร์แล้วไม่สามารถขึ้นไปชั้น 3 หาพี่ตุ๊กตา วันนั้นเผอิญมีธุระอยากเจอพี่ตุ๊กตามากเลย แล้วจะทำอย่างไรเด็กคนนั้นที่นั่งวิลแชร์จะขึ้นไปอย่างไรข้อเสียเปรียบและเกิดขึ้นไหม จะขึ้นอย่างไรนะ ลิฟต์ก็ไม่มีอะไรอย่างนี้ นะ โรบาร์อะไรก็ไม่มีอันนี้เราสำหรับจับก็ไม่มี เอาเป็นราวไหมลูก อะไรนี่ ไม่มีราวโรบาร์ ไม่มีทางลาดขึ้นไปอะไรต่าง ๆ คิดว่าข้อเสียเปรียบนั้นหายไปไหมคะ มันเกิดขึ้นนะ ข้อเสียเปรียบนั้นจะเกิดขึ้น สมมติในห้องเรียนเรามี 1 คน หนูคิดว่าหนูจะช่วยอย่างไรไม่ให้มีข้อเสียเปรียบเกิดขึ้น ไม่ให้มีข้อ Handicap เกิดขึ้นมาจะทำอย่างไรคะ สมมติมีอีกหนึ่งคนในนี้น่ะลูกต้องนั่งวีลแชร์แล้วต้องขึ้นไปชั้น 3 หาพี่ตุ๊กตามีธุระด่วนมากเลย ใช้ได้ ใช้ได้ แต่ขออะไรนะ สงวนคำตอบนี้ไว้ ไม่เอานะลูก แต่เพื่อนคนนี้เพิ่งขึ้น ต้องขึ้นน่ะอย่างไรก็ต้องขึ้นน่ะต้องขึ้นไปใช้จอ CCTV แล้วก็ต้องไปมีโต๊ะเว้าอะไรอย่างนี้ ต้องทำกิจกรรมที่ห้องนั้นที่ต้องมีโต๊ะเว้า มีจอ CCTV สมมตินะ หนูคิดว่าหนูจะทำอย่างไรนี่ กับเพื่อน 29 คนกับ 1 คนที่เป็นเด็กร่างกายหนูจะทำยังไงไม่ให้เพื่อนมี handicap เกิดขึ้นอะไรนะเยี่ยมมากลูกหนูต้องยกวิลแชร์ขึ้นไป ใช่ไหม handicap นั้นจะหายไปไหมคะ หายไป ถ้าหนูเอาครูตุ๊กตาลงมามันท้าทายไหมคะ Challage เล่นเลยนะแล้วจริง ๆ ต้องดูต้องไปใช้โต๊ะเค้าไงไม่เขียนหนังสือต้องไปทำอะไรสักบางอย่างที่เด็กคนนั้นจะต้องการเพื่อนเราต้องการ ไปทำกิจกรรมบนโต๊ะเค้าทำกิจกรรม หนูก็ต้องยกเพื่อนขึ้นไปถูกไหมคะ จาก 29 คนสามารถยกขึ้นไปได้ไหมคะ แล้ว handicap มันหายไปไหมคะ ข้อเสียเปรียบนะมันก็หายไป เด็กก็ไม่ถือว่าเด็กมีความบกพร่องใด ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างนี้น่ะค่ะ อย่างนี้น่ะค่ะ สิ่งที่สำคัญคือเขากำลังจะบอกว่าคำศัพท์ 3 คำนี้ค่อนข้างสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น implement Disability แล้วก็ Handicap เดี๋ยวครูขวัญยกตัวอย่างเมื่อกี้เอาคำว่า implement implament นะ ใครใส่แว่นตาลูก ใส่กันเยอะเลย จับแว่นนิดหนึ่ง ครูขวัญก็ใส่จริง ๆ ก็เริ่มมีความบกพร่องแล้วสภาพมีความเกิดขึ้นแล้วแต่พอดีว่าเรามีอะไรมาเป็นตัวช่วยคะ มีแว่น ความบกพร่อง Implement นั้นมันก็จะหายไป แล้วถ้าเราเจอเด็กที่สายตาสั้นมาก ๆ สมมติ 750 อย่างนี้มีจะมีแว่นช่วยแล้วก็ตาม แต่เราก็ควรจะเอาเด็กพิเศษคนนั้น หรือเด็กที่มีสายตาสั้นนะ หนูควรจะทำอย่างไรคะ ดึงเด็กเข้ามานั่งข้างหน้า ให้ใกล้จอมากที่สุด ใกล้ตัวคุณครูมากที่สุด อะไรอย่างนี้ค่ะ ก็สิ่งเหล่านี้ implement หรือความบกพร่องนั้นก็ทำไมคะ ก็จะหายไปไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้เลย ถึงแม้เราจะมีสายตาสั้น สายตายาว อะไรแล้วก็ตาม เพียงแล้วก็ตามถ้าเราจัดให้มันถูกต้อง เด็กมาอยู่ข้าง ๆ ตัว หรือมานั่งหน้ากระดานก็จะไม่มีความบกพร่องที่จะเกิดขึ้น อันนี้คือ... ก็ไม่ถือว่าเป็นความบกพร่องนะนะคะ อีกอันหนึ่ง Disability ติ้งต่าง ตอนนี้หนูมีปากกาอยู่ในมือไหม disability ลองนิดหนึ่งลูก ลองอ่ะแล้วหนูก็ถนัดข้างขวาแล้วหนูก็ลองมี 5 นิ้วเนาะหนูเหลือ 2 นิ้วลูกหนูเหลือนิ้วกลางกับนิ้วนิ้วโป้ง 2 นิ้วนิ้วกลางกับนิ้วโป้ง นิ้วกลางกับนิ้วโป้งนะคะ แล้วหนูลองเขียนชื่อเล่นของหนูสิ หนูเขียนชื่อเล่นของหนู เขียนที่มือเพื่อนก็ได้นะถ้าไม่มีกระดาษ แล้วเขียนสิเขียนได้ไหม นิ้วกลางแต่นิ้วโป้งของหนูนะ เหลือ 2 นิ้วนะ ลูก เหลือ 2 นิ้ว เหลือ 2 นิ้ว ลองเขียนสิ เขียนได้ไหมคะ เขียนได้ค่ะ ให้เพื่อนเขียน อะไรอย่างนี้ ได้ไหมคะ เขียนได้ไหมลูก เขียนได้ไหม ได้ แต่มันทำไม ไม่สวย แล้วมันทำไมคะ ยาก มันยากลำบากใช่ไหม แต่หนูทำได้ไหม หนูทำได้ ก็ไม่ถือว่าหนูบกพร่อง หนูก็สามารถใช้ชีวิตได้ ถ้านิ้วเหลือ 2 นิ้วน่ะ หนูก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ไหมคะ ได้ หนูสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ไหมคะ ได้ ถึงแม้สายตาจะสั้นมาก 750 แล้วนิ้วยังด้วนอีก หนูก็ไม่ถือว่าหนูพิเศษนะลูก แค่เป็นอะไร หนูเท่าเทียมกับเพื่อน ๆ เลย ถึงแม้เพื่อนจะนั่งวีลแชร์ก็ตาม ก็ไม่ถือว่าทำไมคะ เกิดข้อเสียเปรียบ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ก็ไม่ใช่ ก็สามารถเพื่อน ๆ ก็สามารถทำไมคะ ยกขึ้นไปได้ ชั้น 3 หรือมีลิฟท์แล้ว เด็กก็สามารถช่วยเหลือตนเอง ขึ้นลิฟต์ไปเองได้ไหมคะ ก็ได้ ข้อเสียเปรียบก็ไม่เกิดขึ้น เห็นไหมคะ ว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีภาวะแบบนี้แล้วจะเป็นเด็กพิเศษ ก็ไม่ใช่นะลูกนะ โอเค เข้าใจแล้วนะ เริ่มหาว เริ่มหาว เด็กนอกระดับเป็นแบบไหนนะ แบบไหน เขาบอกว่ามีสภาพร่างกายและสติปัญญาที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป เด็กปกติได้แก่เด็กปัญญาเลิศ เคยได้ยินได้ยินใช่ไหมคะ Gifted นะ ปัญญาเลิศนะคะ หรือเด็กปัญญาอ่อนหรือเด็กที่มีความบกพร่องน่ะค่ะ บกพร่องทางสติปัญญาแล้วก็บกพร่องทางสายตาร่างกายได้ประมาณนี้ แสดงว่าคำศัพท์คำนี้ก็จะเกี่ยวข้องก็หมายความว่าจะเป็นเด็กที่นอกระดับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เป็นปัญญาเลิศ gifted chalanged อะไรประมาณเนี้ยค่ะ นะคะ เด็กที่มีความสามารถนะคะ ซึ่งบอกว่าเด็กบางคนอาจจะมีความสามารถที่แตกต่างจากเด็ก จากอายุเท่า ๆ กัน แต่มีความโดดเด่นที่มีความเก่งมีความอะไรคะ มีความสามารถที่เหนือกว่าประมาณนี้นะคะ โอเค คำนี้หนูต้องเจออย่างแน่นอน Development นะคะ พัฒนาการนะคะ คืออะไรคะ ที่เราพูดกันตั้งแต่ต้นคาบไปแล้วว่ามีความสำคัญต่อพัฒนาการมนุษย์ ทีนี้พัฒนาการของเด็ก ก็จะเป็นไปตามกระบวนการการเปลี่ยนแปลงของเด็กไปแต่ละช่วงวัยนะคะ ก็เป็นไปตามอะไรคะ ตามช่วงอายุ เป็นไปตามวุฒิภาวะของเด็ก เป็นไปตามพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ของเด็ก ไปตามช่วงวัยนั้นนะ ไม่เป็นไรหนูอ่านเองได้ไหม แม่เขียนแล้วหนูก็ต้องมาอ่านงานแม่นะ ขั้นของพัฒนาการนะคะ ขั้นของพัฒนาการของ Piaget เขาก็จะแบ่งเป็น 5 ขั้นอย่างนี้ค่ะ มีขั้นปาก ขั้นปาก สมัยตอนเด็ก ๆ เราย้อนกลับไปนะตอนเด็ก ๆ Baby Baby หนูต้องดูดอะไรคะ ดูดนมใชดูดนมไม่ใช่ไหม ขั้นปากใช่ไหม เขาบอกว่า... เดี๋ยวเราค่อยไปลงลึกบทที่ 3 กันนะ ขั้นปาก ถ้าได้รับการดูดนมอย่างเพียงพอ ไม่ได้อย่านมก่อนวัยพี่ควรจะเลิก เด็กก็จะทำไมคะ เด็กก็จะมีความสุขทางปาก ก็ถ้าบางคน ในทางตรงกันข้าม เด็กไม่ได้รับอย่างเพียงพอ แล้วมีการหย่านมก่อน ก่อนวัย เด็กคนนั้นบางคนก็จะส่งผลไปอะไรคะ ติดบุหรี่น่ะ สูบบุหรี่ก็อาจจะเป็นไปได้ แล้วเด็กบางคนก็อาจจะทำไมคะ พูดมากผิดปกติ พูดแบบเพ้อเจ้อ พูดเยอะ ๆ อะไรอย่างนี้ ขั้นปากจะมีปัญหาตั้งแต่วัยเด็กนี้ค่ะ แต่ถ้าเกิดว่าท่านที่แม่หย่านมในเวลาที่พอเหมาะพอควร ก็ไม่ส่งผลขั้นต่ำที่เป็นน่ะค่ะ ก็จะมีท่าทีคำพูดที่สุภาพ ไม่ด่า ไม่ได้ไม่ส่อเสียดอะไรอย่างนี้ อันนี้คือขั้นของพัฒนาการที่สำคัญ อันนี้ครูขวัญยกตัวอย่างที่เป็นขั้นปากก่อน แล้วจะลงไปลึก ๆ ก็คือบทที่ 3 ที่เป็นจิตวิทยาในแต่ละคน แล้วก็ขั้นทวาร ขั้นทวารนะ ขั้นทวารพ่อแม่บางคนค่อนข้าง stick น่ะ ค่อนข้างเข้มงวดเครื่องคัดในการดูแลสุขอนามัยเข้าห้องน้ำอยากเป็นอยู่นะตอนเด็ก ๆ 2 ขวบ 3 ขวบเหรอ แม่ แม่ก็จะสอนก่อน เวลาเข้าห้องน้ำต้องราดน้ำก่อน 2 ครั้งนะ แล้วเวลาเข้าห้องน้ำเสร็จ ต้องล้างเอาจุ๋มจิ๋มของเราอะไรอย่างนี้ จำได้เลยจำแม่นเลย แล้วมันก็ส่งผลว่าตอนโตค่อนข้างจะรักษาความสะอาดเยอะน่ะ แล้วก็แบบว่าพี่ ๆ น้อง ๆ ก็จะมีความต่าง กับน้องคนเล็ก แล้วก็ชีวติค่อนข้างเขาเรียกว่าอะไรรุงรังนิดหนึ่ง ก็ได้นี่ เสื้อผ้าก็อยู่อย่างนั้น อะไรประมาณนี้ ไม่ต้องซักวันอาทิตย์ก็ได้ แต่กับเราบอกว่าเสื้อผ้าในตะกร้าไม่ได้ ต้องเอามาซักให้หมดอะไรอย่างนี้ คือมันส่งผลหมดเลยนะกับการเลี้ยงดูในแต่ละขั้นของ Piaget ที่ว่าไว้อันนี้คือสิ่งที่สำคัญจริง ๆ เพราะฉะนั้น ขั้นของพัฒนาการมีความสำคัญไหมคะ มีความสำคัญมาก อยู่ที่การฟูมฟักดูแลของพ่อแม่ผู้ปกครองกับแม่เรานี่แหละ ค่อนข้างสำคัญ หนูลองกลับไปทวนนะว่าหนูเป็นคนอย่างไรนี่แหละ มันอยู่ในแต่ละขั้นที่หนูได้รับการเลี้ยงดูมานะคะ นะคะ โอเค ตอนนี้มีเด็กของเรากำลังเสริมสวยเลยน่ะ มันต้องสวยใช่ไหมลูก ตายแล้วลูกฉัน รู้เรื่องอยู่ไหมนี่ พี่ล่ามช่วยหน่อย พี่ล่ามตรงนี้นี้มีหนีบผมด้วยน่ะ เรียนไปหนีบผม ไป พี่ต้องตารอดูอยู่นะลูกรักหนูเข้าใจอยู่ไหม เข้าใจอยู่ไหม เข้าใจอยู่ใช่ไหมคะ โอเค ให้กำลังใจครูขวัญใช่ไหม โอเค ขอบคุณ มันไปตามขั้นพัฒนาการนะ ในแต่ละข้างเดียวแล้วค่อยไปเรียนรู้ตามของเพียเจต์รังสรรค์ซอยอะไรก็ว่าไปความงอกงามหรือความเจริญเติบโต Growth นะคะ เดี๋ยวนี้เราต้องได้ยินไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตทั้งพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเราต้องมีการเจริญโตไปแต่ละอะไรคะ แต่ละช่วงวัยแล้วเป็นไปตามพัฒนาการทั้ง 4 ด้านนั้นด้วย อันนี้คือสิ่งที่สำคัญ และอีกอันหนึ่งที่สำคัญที่สุด ตอนนี้เราจะได้ยิน Ghost อะไรคะ Ghost My Set Ghost my Set นอกจากเราจะเลี้ยงดูเด็กของเราแล้วดูแลเด็กของเราแล้วเป็นไปตามพัฒนาการด้านร่างกายสิ่งที่สำคัญก็คือด้านความคิดด้วย เราต้องปูให้กับเด็กของเราด้วย เรื่อง Grow เนาะ ก็คือการเจริญเติบโตที่ไม่ฟรีกับที่ไม่เป็นชุดความคิดที่เติบโตเราก็ค่อย ๆ เติมให้กับเด็กของเราแต่เป็นพิเศษของเราอาจจะทำให้นะคะ อาจจะไม่ต้องแบบว่า ให้เขาต้องเรียนรู้จนถึงขั้นต้องเก่ง เลิศ ไม่ถึงขนาดนั้น แต่เราที่เราจะมีจุดไหนที่จะต้องเติมให้เขาได้เกิดการเรียนรู้ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญด้วยเหมือนกันนะคะ ต่อมา พันธุกรรม อันนี้หนูก็จะได้ยินอยู่นะ พันธุกรรมก็คือยีนส์ ยีนของเรานะจริง ๆ กว่าจะเป็นตัวตนของเราได้นะ เราต้องมีการถ่ายทอดจากพันธุกรรมพ่อแม่ของเรานะ ยีนเด่นยีนด้อยอะไรประมาณนี้ หรือแม้ว่าจะเป็นไรคะ บาทีเราก็ได้รับมรดกโดยไม่รู้ตัวเหมือนกันนะ ได้โรคประจำตัวมา แม่เป็นภูมิแพ้ ฉันก็เลยได้เป็นภูมิแพ้ด้วยถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาเลยนะ เราก็จะได้ยินนั้นอะไรประมาณนี้ มันก็ถ่ายทอดทางอะไรคะ พันธุกรรมมา แต่สิ่งดี ๆ ก็มีนะลูก พ่อแม่บางคนทำไมล่ะคะ ร่างกายแข็งแรง ลูกก็แข็งแรงไปด้วยนะคะ มันก็เกี่ยวกับการดูแลเลี้ยงดูด้วย มันก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งนะคะ สุขาสิ่งแวดล้อม สำคัญยังไงล่ะสิ่งแวดล้อมสำคัญไหมคะ หนูคิดว่าชีวิตหนูอยู่กับสิ่งแวดล้อมดีงามไหมลูก อยู่กับสิ่งแวดล้อมดี ๆ อยู่กับผู้คนที่ดูแลเอาใจใส่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เอาใจใส่ มีเพื่อนเล่นอยู่ในสิ่งแวดล้อมดี ๆ เด็กได้เกิดการเรียนรู้ไหมคะ หนูจะได้ยินอีกอันหนึ่ง คือ การเรียนรู้ สิ่งแวดล้อมดีมันก็ดีนะ มีเด็กประเภทหนึ่ง เด็กที่มีความบกพร่องทางกำลังอารมณ์ สิ่งที่สำคัญเลยที่จะส่งผลให้เขาเป็นเด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์คืออะไรคะ สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู ใช่ไหม อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อยู่ชุมชนแออัด อยู่สลัมน่ะ สมมตินะ อยู่สลัม อยู่ชุมชนที่ติดยา อยู่ชุมชนที่มีการพนัน เขาซึมซับไหมคะ ซึมซับ คำนี้หนูก็จะได้เจอในจิตวิทยาอีก ซึมซับ ซึมซั บ มันคืออะไร เขาซึมซับไหมคะ เขาเห็นน่ะ เห็นพฤติกรรมสิ่งเหล่านี้น่ะ เขาก็อยากเลียนแบบไหม ในช่วงวัยหนึ่งก็อยากเรียนแบบอยากทำแบบนี้อยากทำแบบนี้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญคือสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวประกอบเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการเลี้ยงดูของยุตรหลานแต่ละคน อันนี้ค่อนข้างสำคัญนะ สิ่งแวดล้อมมีอะไรนะ อากาศ อาหารด้วยใช่ไหมมีอะไรอีกคะดูคนครูคอมพิวเตอร์เอาไปใช้อะไรคะ เกี่ยวข้องอะไรคะ รอบตัวเรานี่คือสิ่งแวดล้อมอากาศก็เกี่ยวไหม หมดเลย อยู่ในชุมชนที่ดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เด็กก็จะมีพัฒนาการและมีการเจริญเติบโตที่ดีนะ อันนี้นะ ฝากไว้นะคะ ต่อมาอัตราของพัฒนาการเป็นอย่างไรคะ อัตราเร็วหรือช้าของเด็กนะคะ ก็เป็นไปตามพัฒนาการนั้น ครูตุ๊กตาน่าจะชัดเลยนะ เพราะมีลูกน้อยที่เป็นเด็กน้อยอยู่นะ เป็นไปตามพัฒนาการไหมคะ น่าจะฉลาดเลยนะ คุณหนูของครูขวัญ ของป้าขวัญเขาฉลาดเลยนะคะ จริง ๆ น่ะเราสังเกตได้ไหม พัฒนาการของเด็ก อัตราอะไรนะคะ อัตราลำดับ อัตราของพัฒนาการ อัตราเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อารมณ์ อะไรคะ ที่มันแวดล้อมอยู่รอบตัวมัน ก็จะส่งผลให้อัตราของพัฒนาการด้วย มันเชื่อมโยงกันหมด ถึงต้องให้หนูรู้จักคำศัพท์เหล่านี้นะคะ นะ จริง ๆ เราต้องแอบท่องแล้วมาเอาการกันไหม ดีไหม วันหนึ่งต้องได้ 10 คำนะ อะไรอย่างนี้นะ แล้วท่นี้ได้เด็กบางคนนะ คุณหมอเขาจะมีค่ากลางหรือค่าของเขาค่ะ เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำว่าในช่วงวัยนี้ จะต้องเจริญเติบโตเท่านี้ ไม่อย่างนั้นเขาจะมีการวัดอะไรคะ ส่วนสูง วัดความยาวของเด็ก ตัวลำตัวของเด็ก วัดรอบศีรษะของเด็ก วัดอะไรอีกคะ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงรอบศีรษะของเด็กเพื่อจะดูว่าพัฒนาการของเด็ก เป็นไปตามวัยไหมนะคะ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญอัตราของพัฒนาการ นอกจากอัตราพัฒนาการแล้วมีอะไรคะ ลำดับของการพัฒนานะคะ ก็คือขั้นตอนของความเจริญเติบโตนะคะ เขาบอกว่าความเจริญเติบโตนั้นของเด็กจะข้ามขั้นได้ไหม ข้ามไม่ได้ จะเป็นไปตามพัฒนาการนะคะ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นต้องอะไรก่อนคะ เกิดมา อุแว๊ ๆ เด็กต้องนอนแบบอกก่อนใช่ไหมนอนหลับต่อจากนอนเป็นอะไรคะ หนูลองคิดตัวเองสิ กว่าจะมาวิ่งได้เดินได้นี่ นอน อะไรคะ คว่ำอะไรต่อคะ คลานไหมคะ คลานแล้วอะไรคะ ค่อย ๆ เตแตะแล้วจะไม่ตั้งไข่ใช่ไหมแต่ต้องประมาณสัก 10 เดือนแล้วหลังจากนั้นอะไรคะ ค่อย ๆ ก้าวแล้วใช่ไหมคะ ค่อย ๆ ก้าวเดินได้แล้วยืนทรงตัวก่อนนะ นะคะ ยืน ทรง ตั้งไข่ยืนทรงตัวแล้วก็ 9 และต่อแต่ได้แล้วก็ถึงไหมคะ ถึงเดินได้คล่องขึ้นหลังจากนั้นก็ทำไมคะ ก้าวบันได ได้ตามอย่างน้อยก็ขั้น 2 ขั้น ก้าวแบบต่อส้นขึ้นบันไดโดยบอกต่อส้นอะไรก็ว่าไป ไม่ใช่ก้าวฉับ ๆ แบบเหมือนพวกเรานะ เราก็เริ่มแก่แล้วเลยนะ แล้วก็ตอนนั้นทำไมคะ วิ่งได้ไหม วิ่งได้ อันนี้เขาเรียกว่าเป็นอะไรคะ ลำดับขั้นของพัฒนาการนะ มันจะข้ามขั้นได้ไหมคะ ไม่ได้นะ นะคะ ใครแบบนอนคว่ำแล้วก็เดินเลยไหม ไม่มีน ะ ไม่มีนะลูฏนะ เมื่อกี้กูขวัญชอบคำตอบนี้ของปลาบอกว่าปลาโลมาขอบคุณค่ะ โอเค ต่อมาอีกคำนึงที่สำคัญนะคะ การปรับตนนะคะ คือ ทำไมต้องมีการปรับตน บางทีเด็กพิเศษอาจจะครอบคลุมไปถึงเด็กอะไรคะ เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ อาจจะต้องมีการขัดเกลาพฤติกรรม shaping พฤติกรรมของเด็ก ตกแต่งพฤติกรรมของเด็กอะไรอย่างนี้ อันนี้ก็ค่อนข้างสูง เพราะว่าเด็กอาจจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับอะไรคะ อากาศของห้องบรรยากาศของการเรียนรู้ ตัวเราก็ต้องปรับ ปรับให้เข้ากับเด็กด้วยเหมือนกันการปรับตนนะ อย่างนี้ครูมาสอนกับหนูเป็นครั้งที่ 2ครูก็กำลังปรับตนเข้ากับพวกเราใช่ไหมคะ ต่างคนก็ต้องปรับเข้าซึ่งกันและกันเหมือนกันนะคะ ซึ่งอันหนึ่งอีกคำหนึ่งอายุตามปฏิทินนะคะ พวกเรานี่นับอายุตามปฏิทินไหม ของเด็กก็ต้องนับอายุตามปฏิทิน เกิดมา 1 เดือน 1 เดือน 2 เดือน เห็นไหมคะ 3 เดือน ในเดือนไหนนะ เดือน อันนี้ก็ไม่มีเด็กน้อยเบบี๋นะ ต้องมีการหยอดวัคซีนอะไรอย่างนี้ใช่ไหมคะ 6 เดือน เดี๋ยวครูตุ๊กตาช่วยหน่อย ก็มีตั้งแต่ที่เราแรกเกิดใช่ไหมคะ ฉีดวัคซีนป้องกันใช่ไหมคะ แล้วก็ 3 เดือน 6 เดือนแล้วก็ 1 ขวบ 2 ขวบแล้วก็ 2 ขวบ 5 เดือนนะคะ แล้วก็ 4 ขวบแล้วก็ 6 เป็น 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน แล้วก็ 1 ปี อะไรนี้เลย ข้ามไป 1 ปี แล้วก็ 2 ขว บ แล้วก็ 2 ขวบ 5 เดือน แล้วก็ 4 ขวบเลย อ๋อนี่ เห็นไหมคะ ว่าอายุตามปฏิทินนี้ก็เกี่ยวข้องที่เราก็ไปรับวัคซีนหรืออะไรของเด็กของเราด้วย มันต้องมีการนับนะ มันต้องมีการนับ จริง ๆ มันก็เป็นเรื่องเบสิกนะ เวลานับอายุของพวกเราด้วยนะ ก็เป็นไปตามปฏิทินนั้น มีสมุดใช่ ๆ ครูตุ๊กตาบอกว่าถ้ามีลูกน้อยน่ะค่ะ มันก็จะมีสมุดบันทึก แต่ละช่วงเดือนต้องไปรับวัคซีนอะไรประมาณนี้ค่ะ นะคะ นะคะ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้น คุณแม่ก็ต้องนับอายุปฏิทินให้เป๊ะ อะไรประมาณนี้ อาจจะยืดหยุ่นได้นิดหน่อยอะไรประมาณนี้ แล้วก็ควรจะไปรับวัคซีนอยู่ในช่วงนั้น เรื่องอะไรนะ ฮอร์โมนให้มันเจริญเติบโตด้วย อาจจะต้องรับด้วยเหมือนกัน Grow อะไรประมาณนี้เด็กอะไรประมาณนี้ด้วยเนาะหรือวัคซีนเรื่องอะไรนะคะ คอตีบอะไรอย่างนี้นะ เราปลูกฝีด้วยนะ รุ่นเดียวกันนะ เเราได้ปลูกฝีไหมคะ รุ่นพวกเราได้ปลุกฝีไหม ที่ไหนครับ ตรงนี้ ตรงแขนน่ะ ได้ปลูกไหมคะ คนละเจนกับเราแล้วแหละ เอาเป็นอันว่าในการนับอายุปฏิทินนะ ของพ่อแม่ผู้ปกครอง ก็ต้องทำไมคะ นับอย่างให้ถูกต้อง แล้วมันก็จะสัมพันธ์ไปเรื่องการอะไรคะ ฉีดวัคซีนต่าง ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นคอตีบบาดทะยักหรืออะไรประมาณนั้นน่ะ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ ไม่ค่อยได้รู้รายละเอียดนะคะ มันก็จะเป็นเรื่องฮอร์โมน ไม่ว่าจะไปโกรธฮอร์โมน ก็อาจจะมีการเลยคะดูเรื่องโกรทฮอร์โมนว่าเด็กโทรไปตามปกติหรือไม่หรือไงเดี๋ยวฝากนิดนึงโกสฮอร์โมนพวกเราก็จะคล่องลงเรื่อย ๆ นะ ไม่จำเป็นต้อง grow ในวัยเด็กนะรู้ไหมว่า โกสฮอร์โมนจริง ๆ พวกเรายังต้องการอยู่ในรูปจะฝากไว้เหมือนกันว่าอย่านอนดึก 4 ทุ่มครึ่งจะนอนได้แล้วแล้ว โกสฮอร์โมนกำลังทำงานลูกเรายังเรายังเจริญเติบโตอยู่ลูก แม้กระทั่งครูขวัญกำลังแก่แล้วอย่างนี้ ก็ต้องการโกรธฮอร์โมนอยู่ มันพร่องไปเรื่อย ๆ ถ้าเรายิ่งนอนดึกไปเรื่อย ๆ ฝนฮอร์โมนเราจะไม่เจริญเติบโตเลยค่ะ แล้วท้ายสุดเราก็ต้องไปฉีด Growth Hormone ให้บำรุง Growth Hormone มันจะส่งผลไปตอนที่เราแก่เฒ่าลงไปเรื่อย ๆ สิ่งที่สำคัญในลูกพยายามปรับตัวให้เป็นนาฬิกาชีวิตของเราเหมือนกันนะ เรื่องการหลับการนอน ตับ ไต ไส้ พุง ช่วงนี้กำลังพักอะไรนี้ค่ะ มันก็จะส่งผลน่ะ ถ้าเราอยากจะอายุยืนยาวนานโดยไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ สิ่งนี้ก็สำคัญเรื่องการนอน 4 ทุ่ม 4 ทุ่มครึ่ง อย่าเกินจากนี้ค่ะ นะ ฮอร์โมนต่าง ๆ มันก็ทำงานได้ดี เด็กก็เหมือนกัน เด็กก็เหมือนกันนะนะคะ ไม่อย่างนั้นเด็กจะนอนกลางวันกันเนาะอันเป็นช่วงที่สมองเจริญเติบโต อายุ สมอง สมองมีอายุสมองได้ไหม คนสมองเสื่อมแล้วหรือเปล่าเลยนะอายุสมองก็เกี่ยวข้องกับความสามารถทางสมองนะคะ ที่ต้องใช้ความคิดนะคะ อันนี้ก็เกี่ยวข้องด้วยเ ก็ง่าย ๆ นะ ถ้าแก่ แก่ลงไป สมองก็เริ่มเสื่อมนะเ ซลล์มันเสื่อมน่ะค่ะ เซลล์ก็เสื่อม ยิ่งคิดมาก ๆ นะ เป็นคนคิดมาก ๆ ไม่ปล่อยวาง สมองก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา มันก็ส่งผลให้สมองเราเสื่อมไปตามกาลเวลาได้เหมือนกัน หนูเคยได้ยินใช่ไหมคะ ว่าคนแก่ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์เห็นไหมคะ อายุสมองเขาก็จะเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ ด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น การดูแลของเรา อาหารก็สำคัญ อารมณ์ก็สำคัญ สิ่งแวดล้อมที่อยู่ดีงาม มันก็สำคัญ สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบหมดเลย นะคะ ดูแลตั้งแต่ตอนนี้ ตอนนี้หนูอาจจะยังไม่รู้สึกอะไรหรอก ฉันยังปกติดีอยู่นี่หน่า แต่วันหนึ่งที่อายุเท่าขวัญแล้วอาจจะรู้สึกเลยถึงเวลามันเสื่อมไปหมดเลยก็เสื่อมจอประสาทตาก็เริ่มมาหนูตาเข้าตาก็ยาวขึ้นมองใกล้ก็ไม่เห็นอีกแล้วอะไรอย่างนี้ 2 ปีก็ต้องไปเปลี่ยนเลนส์อีกแล้ว อะไรอย่างนี้ มันส่งผลหมดเลยนะลูกนะ ไม่ว่าจะเป็นสายตา สมอง กระดูกก็เริ่มก๊อบ แก๊ปก๊อปแก๊ปแล้วเลขเนี้ย เขาเคยเดินขึ้นมาเมื่อกี้เริ่มผอมแล้วเต็มเห็นไหมคะ ว่าถ้าเราดูแลตั้งแต่ตอนนี้ ที่เขาบอกว่ากินอาหาร หนูคุยอะไรลูก แม่อยากคุยด้วยจังเรื่องเลย มีอะไรกันคะ อะไรเหรอ ทำอะไรกันเหรอ แกล้งคืออะไร ล่ะ อ๋อ อย่างนั้นเดี๋ยวหนูตั้งใจฟังแม่พูดก่อนดีไหมลูก ดีนะ อันนี้เราปิดก่อนดีไหมคะ ปิดก่อนนะลูกนะ เขาให้กู้อยู่ใช่ไหม กยศ. น่ะ ยังได้เรียนอยู่ลูก มานะ อายุสมองก็เกี่ยวข้องนะเรื่องการความจำเนอะพออายุมากทุกอย่างก็จะเสื่อมเซลล์มันก็เริ่มเสื่อมนะ มันอยู่ที่การดูแลตั้งแต่วัยเด็กของเราด้วยเหมือนกันนะ แล้วสิ่งที่สำคัญถ้าเป็นเด็กพิเศษ ถ้าเป็นเด็กพิเศษ เด็กบกพร่องทางสติปัญญาอาหารนมอะไรก็เกี่ยวข้องกับเด็กด้วยเหมือนกัน ต้องมีการบำรุงสมองให้กับเด็กประมาณนี้นะคะ พี่ล่ามค่ะ พูดกับพี่ล่ามใช่ไหมคะ คุณครูล่ามคะ เดี๋ยวช่วงนี้เด็กกำลังเบรกค่ะ แล้วก็เดี๋ยวพี่น่าจะเป็นเนื้อหาข่าวที่เป็นคำศัพท์เดี๋ยวที่ล่ามกับครูตุ๊กตาก็ได้ค่ะ โอเคไหมคะ ประมาณนี้ค่ะ เดี๋ยวรบกวนประมาณเท่านี้ก็ได้ค่ะ อันนี้ก็จะเป็นคำศัพท์น่ะค่ะ เดี๋ยวตุ๊กตาที่อยู่ด้วยกันน่ะค่ะ เดี๋ยวจะช่วยล่ามให้ค่ะ เพราะเด็กเด็ก ช่วงนี้สนใจหน้าจอคอม โอเคนะคะ ขอบพระคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ เด็ก ๆ ไปเบรกกันลูก ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] โอเคค่ะ หมดแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ