--- title: วิชามาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล (เช้า) 261266 subtitle: date: วันอังคารที่ 26 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล)  (อาจารย์ธิดารัตน์) ตัวมาตรฐาน IEEE 802.3 อินเทอร์เน็ตของเรานะคะ สำหรับสัปดาห์นี้ก็จะมาเรียนเพิ่มเติมต่อก่อนนั้นก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.4 และ IEEE 802.5 นะคะ อาจจะเป็นของ Token Bus แล้วก็ Token Ring 2 ตัวนี้ เดี๋ยวเราก็จะมาดูรายละเอียดของตัวเครือข่ายนะคะ ของทั้ง 2 ตัวนี้ ว่ามีคุณสมบัตินะคะ อะไรบ้างนั่นเองนะคะ เนื้อหาที่จะเรียนก็จะมีพวกพื้นฐานแล้วก็ความเป็นมาของตัวมาตรฐานทั้ง 2 ตัวการทำงานนะคะ เราก็หน้าที่นะคะ ในกรณีที่เราจะส่งข้อมูลนะคะ ในสายสื่อสารนะคะ ในตัวเครือข่ายของตัวระบบของเรานั่นเองนะคะ ว่าแต่ละตัวเขาจะทำหน้าที่อะไรบ้างนะคะ มาดูตัวเริ่มต้นก่อนนะคะ ก่อนที่เราจะมาพูดถึงตัวมาตรฐาน02.4 แล้วก็ 802.5นะคะ ตัวมาตรฐานที่เรียนไปสัปดาห์ก่อนก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.3นะคะ ย่างที่บอกไป ว่าเป็นตัวเริ่มต้นที่เริ่มมีการใช้งานกันมานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นของหน่วยงานหรือสำนักงานนะคะ แต่ตัวนี้ก็ใช้มานะคะ เริ่มแรกแล้วก็อาจจะประสบปัญหาเกี่ยวกับกรณีที่เราส่งข้อมูลหรือว่าต้องการสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน เกิดปัญหาเกี่ยวกับตัวระยะเวลานะคะ ส่งข้อมูลนั่นเองว่าเราจะสามารถส่งข้อมูลได้เมื่อไหร่ เพื่อไม่ให้เกิดสัญญาณซ้อนทับหรือว่าชนกันนั่นเองนะคะ กรณีที่เราต้องรอช่วงเวลาที่สามารถที่จะส่งข้อมูลในนั้นก็จะเกิดรอ ที่ค่อนข้างใช้เวลามากขึ้น มันก็เลยเป็นปัญหาตัวหนึ่งที่พบในตัวอินเทอร์เน็ตของเรานะคะ ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดนะคะ ความสำคัญของการส่งข้อมูลของเรานั่นเองทำให้ไม่สามารถจัดลำดับของข้อมูลว่าตัวไหนมีความสำคัญมากที่สุดตัวไหนมีความสำคัญรองลงมาทำให้ไม่สามารถใช้การส่งข้อมูลแบบเกี่ยวกับส่งข้อมูลในรูปแบบ Real Time นั่นเองนะคะ ดังนั้น ตัวนี้ก็ได้เป็นปัญหานะคะ แล้วก็ได้พัฒนาขึ้นมา แล้วก็มาสู่ IEEE 2 ตัวของเราก็คือตัวมาตรฐาน ieee 802.4 แล้วก็ตัวมาตรฐาน 802.5 ตัวมาตรฐาน 802.4 เป็นเครือข่ายที่ผู้ส่งที่ต้องการส่งข้อมูลไปยังปลายทางนี่สามารถที่จะส่งข้อมูลนะคะ หมุนเวียนกันโดยที่จะสามารถคำนวณระยะเวลานะคะ ที่จะสามารถส่งข้อมูลได้นะคะ ไว้ล่วงหน้า ยกตัวอย่างเช่น กรณีถ้าเรามีตัวเครื่อง หรือว่าจำนวนสถานีอยู่ในตัวระบบนี่ จำนวน n เครื่องนะคะ แต่ละสถานีก็จะใช้เวลาในการส่งข้อมูลครั้งละ กำหนดเป็นที ก็จะเป็นทีวินาที เวลาที่สามารถนะคะ จะส่งข้อมูลได้ก็จะเป็นจำนวนเครื่องคูณด้วย การส่งข้อมูลแต่ละครั้งก็จะเป็น MT วินาทีนั่นเองนะคะ ดังนั้น สำหรับพวกโรงงานหรือว่าหน่วยงานก็จะมี การใช้งานที่ตรงกับตัวระบบเครือข่ายนะคะ ในรูปแบบวงแหวน ก็คือสามารถที่จะกำหนดระยะเวลาที่จะส่งข้อมูลได้นะคะ แต่เนื่องจากรูปแบบการเชื่อมต่อทางกายภาพนะคะ ตัวระบบนี้มีการเชื่อมต่อที่แต่ละเครื่องนะคะ ในตัวเครือข่ายที่ทำการเชื่อมต่อกัน กัน ดังนั้น กรณีที่เกิดปัญหาตัวสายสื่อสารว่าสายเคเบิลนี่เกิดขาดขึ้นนะคะ มันจะส่งผลให้ทั้งระบบของตัวเครือข่ายของเรานี่ ไม่สามารถที่จะใช้งานได้นั่นเอง ดังนั้น การเดินสายเคเบิลในรูปแบบวงแหวนจึงไม่ค่อยกลับลักษณะรูปแบบที่ใช้ในตัวโรงงาน มันก็ถูกพัฒนาขึ้นมาแล้วนะคะ ให้เป็นตัวมาตรฐาน 802.4 ที่แก้ปัญหาตรงนี้นะคะ ก็คือสามารถเอาตัวคุณสมบัติที่ดีของตัวมาตรฐาน 802.3 แล้วก็พัฒนาขึ้นนะคะ เป็นตัวมาตรฐาน 802.4 นะคะ ก็คือรวมความสามารถในการคำนวณระยะเวลานะคะ ในการรอสามารถกำหนดเวลาที่เราจะสามารถส่งข้อมูลไปได้นะคะ ในการเชื่อมในรูปแบบวงแหวนของเรานั่นเองนะคะ ถัดมาตัวมาตรฐานอีกตัวหนึ่ง ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน ieee 802.5อันนี้น่าจะเป็นรูปแบบวงแหวน เช่นเดียวกัน ที่ได้รับพัฒนาขึ้นมาในระบบเครือข่ายนะคะ ทั้งในเฉพาะบริเวณ แล้วก็รูปแบบเครือข่ายระบบกว้างนะคะ ก็จะมีการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด แล้วก็เรียงลำดับเป็นวงกลม สายก็จะเป็นสายที่ แต่ละรูปแบบที่เราได้ศึกษาไปก็จะเป็นสายคู่ตีเกลียวสายโคแอกเชียลแล้วก็สายใยแก้วนั่นเองนะคะ สามารถใช้งานได้นะคะ ทั้งรูปแบบดิจิทัลแล้วก็อนาล็อกนะคะ ตัวนี้บริษัท IBM ก็จะเลือกเราตัวระบบเครือข่ายนะคะ นำมาใช้งานนะคะ ในหน่วยงานของเขา เป็นเครือข่ายเฉพาะนะคะ ส่วนตัวองค์กร IEEE นี่ ก็ได้ออกมาตรฐานมารองรับนะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐาน 802.5 นะคะ ว่าเป็นตัวระบบเครือข่ายวงแหวนนะคะ ที่สามารถกำหนดระยะเวลานะคะ หรือความยาวของการส่งสัญญาณได้นั่นเอง อันนี้ก็จะเป็นคุณลักษณะของตัวมาตรฐาน 802.5 คราวนี้เรามาดูองค์ประกอบ กรณีที่เราต้องการจะส่งข้อมูลนะคะ ภายในตัวระบบเครือข่ายของเรา จากเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ไปยังปลายทางเครื่องคอมพิวเตอร์อีกหนึ่งเครื่องนั่นเอง จากรูปนี่ เราจะมาดูว่าจะส่งข้อมูลตรงนี้ที่เป็น Data นี่ ไปยังปลายทาง เราจะมีข้อมูลอะไรเพื่อทำให้ส่งข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วก็ผู้รับหรือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางนี่สามารถรับข้อมูลได้มันจะมีตัวประกอบอะไรบ้าง เราก็จะมาดูตามรูปตัวนี้นะคะ ว่ารูปภาพของตัวเฟรม ของตัวมาตรฐาน ieee 802.4 นี่ เขามีออกอะไรบ้างนะคะ เริ่มต้นนะคะ ด้านหน้าสุดเลยนะคะ ตัว Premamber นะคะ ก็จะมีลักษณะข้อมูลนะคะ ไว้สำหรับให้ผู้รับนะคะ รับข้อมูลแล้วก็เทียบสัญญาณของนาฬิกา ก็คือผู้รับแล้วก็ผู้ส่งนี่ สามารถที่จะส่งข้อมูลในช่วงเวลาที่ตรงกันนั่นเอง ถัดมาตัว SB ตรงนี้นะคะ อันที่ 2 แล้วก็ตัวท้ายเป็ก็จะเป็นตัวDelimeter Endlimeter นั่นเอง ตอนนี้ก็ใช้สำหรับเหมือนระบุจุดเริ่มต้นแล้วก็สิ้นสุดนะคะ ของตัวเฟรมที่เราจะทำการส่งข้อมูลของเรานั่นเองนะคะ ว่าทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่เราจะทำการส่งไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ ว่ามันมีข้อมูลความยาวในข้อมูลในรูปแบบนี้นะคะ เพื่อกรณีที่เราส่งข้อมูลไปยังปลายทางแล้ว อาจจะมีข้อมูลนะคะ ของตัวอื่นนี่ เข้ามาเพิ่มเราจะได้รู้ว่าตอนนี้นี่ส่งมาจากไหน แล้วก็จบข้อมูลอยู่ที่ความยาวของตัวข้อมูลที่เท่าไรนั่นเอง ถัดมานะคะ ตัว f 4 ตัวนี้นะคะ ลำดับที่ 3 ของเรานะคะ หรือว่าFrame Control ตัวนี้ก็ทำการแยกระหว่างเป็นข้อมูลเพราะว่าจะให้ทำให้ผู้รับนี่ ทราบได้ว่าข้อมูลที่ส่งในตัวระบบนี่ ช่วงเวลาแล้วก็ช่วงของข้อมูลอยู่ตรงนี้นะคะ ที่จะเป็นข้อมูลต้นทางส่งไปยังปลายทางนะคะ ในกรณีที่เราส่งข้อมูลนะคะ จากสถานีที่มีที่อยู่ หรือว่า Address เราลงไป อาจจะสามารถกำหนดข้อมูลนะคะ เป็นรูปแบบนี้ตอนนะคะตรงนี้ถัดมา source address นะคะ ของเราแล้วก็ destination address ลำดับที่ 4 ที่ 5 ตำแหน่งที่อยู่ติดกันเองตัวนี้ก็เหมือนกรณีที่เรา ต้องการส่งข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางก็ต้องมีที่อยู่ของผู้ส่งหรือว่าที่อยู่ของผู้รับ ก็เหมือนเราส่งจดหมายหรือว่าส่งอีเมลไปถึงใครนะคะ ก็ต้องระบุตัวตนว่าเราคือใครแล้วเราจะส่งข้อมูลไปที่ไหนนั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็จะมีตัว IEEEนะคะ เป็นตัวกำหนด รับผิดชอบเกี่ยวกับกรณีที่เราจะเขียน หรือว่ากำหนดนะคะ ให้รูปแบบที่เครือข่ายอื่น ๆ นะคะ ที่อยู่ในสากล ที่สามารถที่จะเข้าใจนะคะ เกี่ยวกับตัว address ตรงนี้ได้นั่นเอง ถัดมาก็จะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือตัวข้อมูลของเราที่เราจะส่งข้อมูลไปในตัวระบบนั่นเอง ว่าข้อมูลของเรามีข้อมูลอะไรบ้าง และมีความยาวอยู่ที่ความยาวเท่าไรนะคะ โดยสามารถส่งนะคะ ข้อมูลได้ตั้งแต่ 0 ถึง 8,182 ไบต์นั่นเอง ก็คือแล้วแต่ระยะความยาวของตัวข้อมูลที่เราจะส่งนั่นเอง เมื่อกี่เราถึงตัว Data และต่อไปก็จะเป็นเลข 3 ตัวสุดท้ายของเรานะคะ อันนี้ก็จะเป็นการช่วยเช็กความถูกต้องของข้อมูลนะคะ ว่าปลายทางนี่ รับข้อมูลครบหรือเปล่าหรือว่าเกิดการผิดพลาดในการนำส่งข้อมูลไหมิ จะได้ตรวจสอบได้นั่นเองนะคะ ว่าข้อมูลครบหรือไม่ครบ การตกหล่นไหมทำให้การสื่อสารระหว่างต้นทางเหนือจะได้ตรงกันนั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นหลัก ๆ ของตัวมาตรฐานของตัวองค์ประกอบ ในกรณีที่เราต้องการส่งข้อมูล ในตัวเครือข่ายของนั่นเอง 802.4 คราวนี้เรามาดูในรูปแบบของตัวมาตรฐาน 802.5 บ้าง ว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้าง ในรูปแบบต้องการส่งข้อมูลจากรูปภาพนี่ เราจะสังเกตได้ว่าจะมีลักษณะคล้าย ๆ กันถูกไหมคะ กับตัวมาตรฐาน IEEE 802.4 ของเรา จะมีเพิ่มเข้ามานะคะ ในตัวแล้วก็ตัวเข้าไปเดี๋ยวเราจะมาทำความรู้จักกันว่า 2 ตัวนี้ เขามีลักษณะ หรือว่าสมบัติอะไรบ้างนั่นเอง เริ่มจากตัวรูปแรกนะคะ ตัว a เขียนว่า token ตัวนี้นะคะ ก็จะทำการเดินทางนะคะ ก็คือวิ่งอยู่ในตัวระบบเครือข่ายของเรา จนกระทั่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์หรือว่าต้นทางนี่ต้องการจะส่งข้อมูลปลายทางก็จะทำการแจ้งหรือว่าเข้าไปนะคะ จับ Token ตัวนี้นะคะ โดยการเปลี่ยนนะคะ ข้อมูล Access Control นั่นเอง Access Control ของเรานั่นเอง ตอนนี้นี่จากตัวที่มีค่านะคะ จาก 0 เป็น 1 เพื่อจะทำให้กลับมาเป็นตัวหัวการส่งข้อมูลของเรา ก็คือไอ้ตัวนี้ Token นี่ จะทำการวิ่งวนอยู่ในตัวระบบเครือข่ายของเรา เมื่อมีคนถามที่ต้องการส่งข้อมูลก็ได้ทำการเปลี่ยนข้อมูลของตัว Token ให้มันเป็นเฟรมที่สามารถส่งข้อมูลไปยังปลายทางได้โดยก็จะมีข้อมูลรายละเอียดกับตัวมาตรฐาน 802.4 ที่แล้วมีอย่างที่บอกไปก็จะมีตัว Start Delimeter กับ MD มิเตอร์ก็คือ scr ตัวลักษณะเหมือนกับตัวมาตรฐาน 802.4เช่นเดียวกัน เพื่อจะได้บอกว่า อันนี้เราเป็นเฟรมนะคะ ที่เริ่มต้นแล้วก็สิ้นสุดของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องนั้นที่ทำการจัดส่งมายังไปปลายทางนะคะ จุดสิ้นสุดแล้วก็จุดเริ่มต้นของเซลล์จากเครื่องส่งเรื่องกับนางเอกมีความยาวประมาณเท่าไหร่ตัดมามาดูตัว Abc ของเรานะคะ ตอนนี้ก็จะมีรายละเอียดที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นนะคะ โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ นะคะ โดย Priority ตามชื่อตามความหมายของภาษาอังกฤษก็คือจะบอกถึงลำดับความสำคัญนั่นเองว่าเต็มหรือว่าข้อมูลที่เราส่งนี่ ตัวนี้นี่มีความสำคัญอยู่ที่ถัดมา Token ก็จะมองว่าเป็น Token หรือเปล่าหรือว่าเป็นข้อมูลจะได้แยกไม่ออกว่ามีข้อมูลไหมหรือว่าเป็นเส้นที่ใช้วิ่งวนแค่ในตัวระบบ ของเรา ถัดมา Monitor ก็ใช้กรณีที่การส่งข้อมูลของเรานี่ มันในตัวระบบเครือข่ายของเรานะคะ ก็จะมีตัว Monitor นี่ มากำหนดเวลานะคะ เพื่อไม่ให้ตัวข้อมูลเกิดการสูญหายองค์ประกอบที่ 4 ของตัว Access Control เป็นตัว Researchก็ใช้นะคะ กรณีที่เราต้องการจะส่งข้อมูลเมื่อตัว Token ที่ว่างแล้วเราพร้อมที่จะส่งข้อมูลก็จะจับจองเพื่อจะส่งข้อมูลไปยังปลายทางนั่นเอง ถัดมาตัว FC หรือว่าตัว Frame Control นะคะ เราจะเป็นก็จะเป็นการระบุนะคะ สิ่งที่อยู่ในส่วนของข้อมูลนะคะ ว่าจะเป็นรูปแบบคำสั่งหรือแบบข้อมูลเอง ก็สามารถที่จะกำหนดได้นั่นเองนะคะ เราก็ตัว Source Addresแล้วก็ destination address ก่อนก็จะเป็นรูปแบบเดียวกันก็คือว่าเราต้องมี ที่อยู่ในการส่งข้อมูลนั่นเองว่าเราจะส่งไปถึงใครแล้วส่งมาจากไหนเหมือนกรณีที่อยู่บ้านของเราที่เราส่งจดหมายหากัน มันจะมีต้นทางแล้วก็ปลายทางตัวองค์กรในเขาจะมารองรับเพื่อจะให้ปลายทาง กรณีที่อยู่ในตัวจะได้รับข้อมูลได้อย่างถูกต้องนั่นเอง นะคะ มาดูตัว Data ก็คือตัวข้อมูลที่เราต้องการส่งนะคะ เราก็จะเห็นว่าอยู่ที่ความยาวได้ถึง 4,500 ไบต์นั่นเองนะคะ Checksum ก็เช่นเดียวกัน ในกรณีที่เราส่งข้อมูลนะคะ ว่าจะต้องการตรวจว่าข้อมูลที่ได้รับครับไหมหรือว่าเกิดการผิดพลาดในการส่งระหว่างทางนั่นเอง เกิดการสูญหายหรือว่าการถ่ายไปให้ตัวระบบเครือข่ายเป็นการตรวจสอบช่วยให้ทราบนะคะ ว่าข้อมูลที่เราส่งไปนี่ เกิดสูญหายระหว่างตอนไหนนี่เอง ถัดมา ตัว Frame Status นะคะ ตัวนี้ ก็จะทำการควบคุมการส่งข้อมูลเพื่อบอกสถานะนั่นเองนะคะ ว่าข้อมูลของเรานี่ไปยังผู้รับหรือเปล่า หรือว่าจะรับข้อมูลหรือว่าไม่รับข้อมูล โดยตัว Frame status ของเราก็จะมีการ ก็จะเป็นค่า A กับค่า C นั่นเอง กรณีแรก 500 ก็คือตัวปลายทางที่เราจะส่งไปไม่ได้อยู่ในตัวระบบเครือข่ายอาจจะใส่ที่อยู่ address ที่ไม่ถูกต้องแน่นอนส่งข้อมูลแล้วปลายทางเราส่งไปไม่ถึงงวดที่อยู่ไม่ถูกต้องหมดแล้วส่งจดหมายไปแล้วไปรษณีย์ก็ไม่สามารถที่จะส่งข้อมูลไปยังปลายทางได้ ก็จะมี Status บอกว่าอยู่ที่ 0 0 นะ ก็คือไม่ได้อยู่ในระบบเครือข่ายของเรา หรือในกรณีที่มีค่าเป็น 1 0 เรามีที่อยู่ปลายทางถูกต้องนะคะ แต่ว่าปลายทางนี่ไม่สามารถที่จะรับข้อมูลได้ ตัว Status ตัวนี้ก็จะบอกถ้าออกเป็นอยู่ที่ 1 0 นั่นเอง ส่วนกรณีสุดท้ายกรณีที่มีค่า AC เป็น 11 ก็จะบอกถึงว่าปลายทางรับข้อมูลต้นทางเรียบร้อย อันนี้ก็จะเป็นลักษณะการบอก status เพื่อจะได้ทราบกันว่าส่งไปถึงไหม ไม่ถึงกรณีไหน ปลายทางไม่มีที่ อยู่หรือว่าปลายทางไม่มีการเก็บข้อมูล หรือส่งถึงผู้รับเรียบร้อยแล้วนั่นเองนะคะ ถักมา ตัว Token Frame ของเราตัวนี้ก็จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนประกอบของเราก็จะมี AC AD ED จะเป็นลักษณะการกำหนดว่าตัวนี้เป็นเฟรมของข้อมูลหรือว่าเป็นช่วงของตัวส่งมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ไปสิ้นสุดที่ตัวไหนนะคะ ส่วนบอร์ดเฟรมนะคะ ก็ต้องการส่งกรณีที่ข้อมูลที่เราส่งไป อาจจะเกิดการส่งข้อมูลที่ผิดพลาด ก็สามารถที่จะยกเลิกการส่งข้อมูลในตัวระบบเครือข่ายของเราได้ด้วยการส่งตัว Board Fame เข้าไปนะคะ ว่าจะเริ่มที่มิเตอร์แล้วก็จบที่ตรงไหนนั่นเอง จะยกเลิกตัวไหนนะคะ ตัวระบบเครือข่ายเขาจะได้เข้าใจว่าเฟรมที่เราส่งไปก่อนหน้านี้นี่ ส่งผิดหรือว่าข้อมูลไม่ครบถ้วนก็ทำการยกเลิกได้นั่นเองนะคะ ถัดมาเราจะมาดูลักษณะทางกายภาพบ้างในกรณีที่เราต้องการเชื่อมต่อนะคะ ในรูปแบบของตัวทั้ง 2 อัน ก็คือในรูปแบบของตัว Token BUS Token Ring นั่นเอง เดี๋ยวเรามาศึกษาตัวแรกก่อนนะคะ ในรูปแบบของตัว Token BUS ทางกายภาพ ก็คือการเชื่อมต่ออุปกรณ์นั่นเองนะคะ ตัว Token BUS ของเราก็จะมีการเชื่อมต่อตามรูปเลยนะคะ เป็นเส้นตรงนะคะ ตัวสถานีหรือว่าตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานี่ก็จะทำการเชื่อมต่อ เป็นจุด ๆ ก็คือเชื่อมต่อตามคอนเนคเตอร์ต่าง ๆ ที่ทำการเชื่อมเข้าสู่ตัวสายตัวโคแอกเชียลเคเบิลตัวนี้ของเรานั่นเองกรณีที่เริ่มต้นการทำงานนะคะ สามารถส่งข้อมูล โดยจะกำหนดการทำงานกรณีที่สถานีนั้น คือ มีหมายเลขสูงสุดของในตัววงเครือข่าย ที่เราจะทำการส่งข้อมูลนั่นเองนะคะ ยกตัวอย่างที่ 20 ตอนนี้ก็จะทำการรับTokenนะคะ แล้วก็ส่งข้อมูลไปยังสถานีข้างเคียงของเราก็จะได้ทำการส่งข้อมูลให้นั่นเอง มันจะเป็นรูปแบบของตัว Token Bus ก็ได้เห็นว่าเป็นสายตรง ๆ แล้วก็มีการเชื่อมต่อกับตัวเครือข่ายของเรานั่นนะคะ ทั้งหมดภายในตัวเครือข่ายของเรานั่นเอง แล้วก็มีลำดับนะคะ ในการส่งข้อมูลคือหมายเลขของตัววงโคจร หรือว่าตัวขายของเรานี่สามารถส่งข้อมูลออกไปได้เป็นลำดับแรกนั่นเองนะคะ ถัดมามาดูรูปแบบการเชื่อมต่อตัว Token ring ของเราตัวนี้นะคะ ชื่อ Ring ก็จะเป็นรูปแบบของวงแหวน จะมีการเชื่อมต่อที่มันเป็นวงแหวนก็คือเป็นเหมือนคล้าย ๆ ระบบติดตั้งเองนะคะ แล้วก็จะมีการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด มีอุปกรณ์นะคะ ที่ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือว่าตัว Station ของเรานี่เข้ากับตัวสายในการเชื่อมต่อของเราที่เป็นสายเมนนะคะ ในการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา อุปกรณ์นะคะ ที่ใช้รูปแบบ 802.5 ของเรา หรือว่า Token Ring ของเราก็จะเป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่า Multistation Unit นะคะ ก็จะเป็นลักษณะการเชื่อมต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์แล้วก็ผ่านด้วยตัวเอง mau ตัวนี้เชื่อมไปยังสายนะคะ Connection ต่าง ๆ ในตัวระบบของเรา คราวนี้เราจะมาดูรูปแบบ ทางโครงสร้างที่มันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อระบบของเรา โดยเริ่มจากตัวแรกของเรานะคะ ก็คือตัว FDDI นะคะ ก็ f ย่อมาจาก Fiber ก็คือเป็นอุปกรณ์ที่ สายสายเชื่อมต่อในรูปแบบไฟเบอร์ออปติคของเรานะคะ เป็นระบบเครือข่ายนะคะ ใช้รูปแบบ Token ของเรานะคะ ที่มีการเชื่อมต่อเป็นวงปิดน้อยผ่านมาตรฐานของ MSI แล้วก็ที่อยู่ของเรานะคะ จากรูปนะคะ จากรูปของเรานะคะ เราก็จะทราบ ให้เห็นการเปรียบเทียบของตัวโครงสร้าง 2 อันนะคะ ในตัวโครงสร้างของตัว OSI ของเรา OSI model 7 layer นะคะ ที่น่าจะเป็นประมาณเกือบสัปดาห์ที่ 2 ที่เราเรียนมานะคะ ว่ามันมีชั้น Layer ชื่ออะไรบ้าง มาเปรียบเทียบกับตัว FDDI ที่เป็น Fiber Optic ที่เราเชื่อมต่อในชั้นของ Token Ring ของเรานะคะ จากรูปจะเห็นว่าในฉันของตัว physical ก็คือตัวเชื่อมต่ออุปกรณ์ของ OSI ในจะเทียบเท่าได้กับชั้นของตัว FDDI 2 ชั้น ก็จะมีชั้นของ Physical medium difficult lockable นะคะ 2 อันตัวนี้ลักษณะด้อยจะมีชื่อคล้าย ๆ กันเลยเอาของตัวเองแล้วก็ Physical ทั้ง 2 อัน ของตัว FDDI นั่นเองนะคะ ถัดมาในตัว Layer ที่ 2 นะคะ ก็ของตัวเองให้ใส่ก็จะเป็นตัวไปเชื่อมต่อนะคะ กับตัว Media access Control นะคะ หรือว่าตัวใหม่ของเราแล้วก็ตัวเอา Logical Link Control ในอีกจะเป็นการเปรียบเทียบลักษณะของ Layer นะคะ จะได้มองภาพง่ายยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดมา เราจะมาดูการเชื่อมต่อรูปแบบโครงสร้างของตัวสายอุปกรณ์ ถ้าเราต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายของ FDD ที่ใช้ในรูปแบบของตัว Fiber Opticเขาจะมีวงในการเชื่อมต่ออย่างไรจะเห็นจากรูปนะคะ ที่นำมาประกอบนี้จะเห็นว่ามันจะมีวงกลม 2 วง เป็นเส้นทึบกับเป็นรูปแบบของเส้นประ พูดง่าย ๆ จะเป็นตัว FDD ก็จะมี 2 วง 1 ระบบตัวนี้เอาไว้ทำอะไร ไว้ใช้แก้ปัญหา กรณีที่ตัวเครือข่ายของเรา เป็นสื่อสารในตัวระบบของเรานี่ไม่สามารถทำงานได้หรือ อาจจะเกิด จะแตก จะหัก จะเปราะ แน่นอน เมื่อมันเกิดสายสื่อสารของเราเกิดก็มีปัญหามันก็ส่งข้อมูลระหว่างกันไม่ได้ ดังนั้น ก็เลยมีสายสำรองเกิดขึ้นมาโดยสายหลักของเหล่านี้จะเรียกว่า Primary Ring นะคะ ก็คือใช้ในการส่งสื่อสารข้อมูลทั่วไปปกติ ส่วนเส้นที่ 2 ที่เป็นเส้นปะของเรานี่ จะเรียกว่า Secondary Ring หรือว่าเป็นตัวสายที่ไว้สำรองกรณีที่สายแรกหรือว่าสายหลักของเราเกิดมีปัญหาเอาไว้ Backup ตัวสายตัวนี้ ดังนั้น สายสื่อสารของเรานี่หรือว่าตัวการส่งข้อมูลของเราถ้าสายแรกของเราขาดไปแน่นอนเรายังสามารถส่งข้อมูลได้เพราะว่าเรามีสายสำรองอีกสายหนึ่ง Second ring มันเองก็คือตัวเองของเราขึ้นมาเองอันนี้ก็จะช่วยแก้ปัญหา กรณีที่สายเกิดมีปัญหา วันนี้ก็จะเป็นคร่าว ๆ ก็คือจะมี 2 ตัวมาตรฐานนะ จำได้แล้ว ก็จะมีตัวมาฐาน IEEE 802.4 ถูกไหมคะ ที่เราเรียนมาว่า คุณสมบัติของเรา IEEE 802.4 ที่เกิดมาจากได้อะไร ก็คือมีพัฒนามาจากตัวมาตรฐาน 802.3 นะ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดระยะเวลาในการส่งข้อมูลที่มันรอนานเหลือเกินตัวนี้ก็สามารถที่จะมาช่วยให้สามารถกำหนดระยะเวลาในการส่งข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดการชนกันของข้อมูลหรือรอระยะเวลาในการส่งข้อมูลที่มันมากเกินไปนั่นเองนะคะ แล้วก็ 805 ก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยขึ้นมาให้มันดียิ่งขึ้นนั่นเอง แล้วก็เราก็จะมาดูตัวรูปภาพที่ประกอบ ส่วนประกอบที่เราในการส่งข้อมูลของตัวมาตรฐานทั้ง 2 ตัว ว่ามันมีลักษณะอะไรที่มันเพิ่มเติมหรือว่าแตกต่างกัน แล้วก็เมื่อกี้ที่เราพูดไปก็จะเป็นตัวโครงสร้างนั่นเองนะคะ เห็นไหมคะ ที่เราใช้ในการส่งข้อมูลในตัวมาตรฐานของเรา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ Token Bus มีสายสื่อสารที่ต่อกันในรูปแบบของเส้นตรง ส่วนอีกตัวหนึ่ง ถัดมานะคะ 802.5 ของเรานะคะ ก็จะเป็นรูปแบบของ Token Ring ของเรานะคะ ว่ามีรูปแบบการเชื่อมต่อของอุปกรณ์เป็นรูปแบบวงกลม หรือว่าเป็นของปิดของเก่ามันเอง มันก็จะแตกต่างกัน โครงสร้างระดับหนึ่งนะคะ แล้วก็จะมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ Token Ring งแล้วก็ในการเชื่อมต่อกรณีที่อุปกรณ์เกี่ยวกับตัวสาย Fiber Optic นะคะ แล้วก็เปรียบเทียบกับตัว OSI Layer ของเรา ว่ามีหน้าตาการทำงานแบบไหน มีการสายสื่อสารแบบไหน ในการเชื่อมต่อ ระบบเครือข่ายของเราก็จะมีทั้งสายหลักสายรองนะคะ อันนี้ก็จะทำให้เราทราบถึงคุณสมบัติของมาตรฐานอีก 2 ตัวเพิ่มมากขึ้นจากครั้งก่อน ที่เราพูดถึงมาตรฐาน 802.3 ตัวนี้ก็จะทราบถึงตัว Token bus แล้วก็ของเราก็คือจะเป็นมาตรฐาน 802.4 วันนี้ก็จะอธิบายตัวนี้ 2 ตัวนี้เราก็จะให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นก็จะมีคำถามท้ายบทเหมือนเดิมนะคะ เพื่อเป็นการทบทวนที่อาจารย์นำเสนอไปเมื่อกี้นี่ สามารถที่จะเข้าใจถึงหลักการนะคะ ของรูปแบบโครงสร้าง หรือว่าการเชื่อมต่อนะคะ ของอุปกรณ์นั่นเอง ว่ามีอะไรบ้างนะคะ ตัวท้ายบทของเราก็จะมีทั้งหมด 5 ข้อ ของเรามี 2 มาตรฐานวันนี้ ก็คือ มาตรฐาน 802.4 แล้วก็มาตรฐาน 802.5 แล้วก็อธิบายหลักการการทำงานตัวนี้มีอันไหนนะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานทั้ง 2 ตัวหรือมีคำศัพท์ตรงไหนที่ยังงงอยู่ เพราะว่าเนื่องจากตัวสื่อสารนี่ มันก็จะมีตัวย่อชายเป็นภาษาทับศัพท์นี่ค่อนข้างเยอะนิดหนึ่ง เราอาจจะต้องไปทบทวนเพิ่มเติมหรือว่าถ้าสงสัยตรงไหนก็ถามได้นะคะ มีอะไรสงสัยเพิ่มเติมไหมคะสำหรับตัว 2 มาตรฐานตัวนี้ มีไหม มีไหมมีคำถามตัวไหนไหมคะ งงไหม ก็อันนี้ก็น่าจะมีรูปประกอบก็น่าจะพอใจนะ จะเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างสไลด์ก็จะไม่ค่อยเยอะเท่าไรเขียนดีกว่าจะได้จำ หรือว่าอย่างไรหรือว่าอยากส่งเป็นรูปแบบออนไลน์ ได้เปิดพัดลมให้หน่อย แต่ละข้อมันก็จะได้ถ้าเป็น อยากให้สรุป ถ้าไม่มีก็เดี๋ยวทำท้ายบทกันเลย จะได้ส่งในคาบนะ ใครสงสัยตรงไหนจะได้ถามอาจารย์เลย แล้วก็จะได้ส่ง ทำ Classroom ไว้ให้ โอเคไหม โอเคนะ โอเค ก็สำหรับคาบนี้ก็เดี๋ยวมาหาเดี๋ยวจะให้น้องนักศึกษาเขาทำหมดเรียนต่อนะคะ ก็เดี๋ยวก็ขอบคุณเกี่ยวกับล่ามออนไลน์ด้วยนะคะ เดี๋ยวค่อยเจอกันสัปดาห์หน้านะคะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวอาจารยทำ Classroom ให้แล้วกันนะคะ ได้ส่งง่าย ๆ ไม่เอาแบบเหมือนกันทั้งหมด 5 ข้อเหมือนกันทุกคนไม่เอานะ จะเข้าไปดูสรุปเป็นเนื้อหามาให้หรือเปล่า เข้า Calssroom ก่อน