﻿1
00:00:31,516 --> 00:00:35,240
(อาจารย์) ระบบสื่อสาร ระบบการเงินเกี่ยวข้อง

2
00:00:35,240 --> 00:00:39,240
ระบบนะคะ เรานึกถึงระบบแล้วนึกถึงอะไรพิมพ์มาพิมพ์มา

3
00:00:40,324 --> 00:00:44,324
ก่อนเรียนไม่เป็นไร แต่หลังเรียนจะต้องดีขึ้นนะคะ

4
00:00:46,768 --> 00:00:50,768
แต่ไม่ค่อยมีใครตอบนะ

5
00:01:31,963 --> 00:01:35,963
เดี๋ยวให้เวลาอีก 2 นาทีนะคะ หลังจากนี้คือสายแล้วนะ ให้เวลาอีก 2 นาที

6
00:01:59,340 --> 00:02:03,340
ระบบศึกษาทางไกล ระบบโรงพยาบาล

7
00:02:49,050 --> 00:02:51,873
ในนี้มีใครยังไม่เช็กชื่อไหมคะ

8
00:02:51,873 --> 00:02:55,873
จะแล้ว ... แล้วนะ

9
00:02:59,480 --> 00:03:03,480
เช็กชื่อแล้วให้ 1 คะแนนเลยนะ เราอย่าลืมนะ 1 คะแนนแบบฟรี ๆ ต้องมาเช็กชื่อให้ทันนะ

10
00:03:08,617 --> 00:03:11,389
อันนี้ให้ถือว่าเป็นคะแนนความรับผิดชอบ หลังจาก ... คือจะไม่ได้คะแนนนะ

11
00:03:11,389 --> 00:03:15,389
จะได้เช็กชื่ออยู่ แต่จะไม่ได้คะแนนนะคะ

12
00:03:30,749 --> 00:03:33,444
ไป โ

13
00:03:33,444 --> 00:03:37,444
อเคมา โอเคค่ะ ได้ยินเสียงนะคะ

14
00:03:40,745 --> 00:03:44,745

15
00:03:46,013 --> 00:03:50,013
มา บทนี้ในส่วนตัวของครูนะครูงงว่ายากที่สุด

16
00:03:50,764 --> 00:03:54,764
สำหรับปี 1 ยากที่สุดนะคะ เพราะว่า

17
00:03:56,897 --> 00:04:00,897
จากที่ตอบมานี่ก็มีเข้าเค้านะ แต่ว่าเราน่ะ เราจะนึกถึงเป็นคำน่ะ

18
00:04:02,476 --> 00:04:06,476
เราจะไม่ได้เข้าใจในขั้นตอนของมันเท่าไรนะคะ แล้วก็

19
00:04:09,376 --> 00:04:13,376
มันค่อนข้างที่จะซับซ้อนน่ะ มันเกี่ยวข้องไปทุก ๆ จุดน่ะค่ะ มันก็เลยค่อนข้างยากสำหรับ

20
00:04:13,989 --> 00:04:17,989
และบทนี้ เดี๋ยวจะมีงานให้ทำ 1 ชิ้น ซึ่งเป็นงานเดี่ยว

21
00:04:20,538 --> 00:04:24,538
10 คะแนนนะคะ ซึ่งเป็นงานเดี่ยว 10 คะแนน หลังจากที่เราเรียนนี่เราจะต้องทำงานให้ครู 1 ชิ้นนะคะ เป็นงานเดี่ยวด้วย

22
00:04:27,572 --> 00:04:29,753
อย่างที่หลายคนตอบนะคะ ก็มีส่วนนะมีส่วนนะคะ แต่เราน่ะงนึกถึงเป็นคำ

23
00:04:29,753 --> 00:04:32,006
แต่ถ้าให้เราอธิบายลึก ๆ

24
00:04:32,006 --> 00:04:36,006
น่ะ เราว่าเราบอกได้ไหม ว่าระบบมันคืออะไร

25
00:04:39,012 --> 00:04:43,012
ทุกคนอึ้งใช่ไหม มันดูแบบเป็นเรื่องยากนิดหนึ่ง

26
00:04:45,219 --> 00:04:47,570
ชื่อนี้ค่ะ เราเคยได้ยินคำนี้มา

27
00:04:47,570 --> 00:04:51,570
คน ๆ นี้เขาทำงานมีระบบจัง

28
00:04:52,373 --> 00:04:56,229
เคยมีเพื่อนแบบ

29
00:04:56,229 --> 00:04:58,193
ไปหน่วยงานสักหน่อยงาน คนนี้เขาทำงานมีระบบดีนะ

30
00:04:58,193 --> 00:05:01,844
เขาเป็นคนอย่างไรคะ

31
00:05:01,844 --> 00:05:05,743
คนที่ทำงานมีระบบน

32
00:05:05,743 --> 00:05:09,743
่ะ เราเห็นเขาทำงานแล้วมันรู้สึกอ

33
00:05:12,270 --> 00:05:16,270
ย่างไร รู้สึกดี รู้สึกดี ก็จริงนะทำงานเป็นระบบรู้สึกดีนะ เขา

34
00:05:17,718 --> 00:05:18,681
ทำงานอย่างมีขั้นตอน เขาทำงานอย่างมีขั้นตอน มีระบบนี่ เขาทำงานอย่างมีขั้นตอน

35
00:05:18,681 --> 00:05:22,681
แล้ว

36
00:05:22,938 --> 00:05:26,938
งานที่ได้จากเขานี่ มันเป็นงานที่สมบูรณ์

37
00:05:29,031 --> 00:05:32,605
มีประสิทธิภาพ ฉะนั้น การจัดการเรียนการสอนเหมือนกันค่ะ การที่คุณครูนี่

38
00:05:32,605 --> 00:05:36,605
การเรียนการสอนอย่างเป็นระบบน่ะค่ะ มันทำให้

39
00:05:39,082 --> 00:05:41,631
การจัดการเรียนการสอนครั้งนั้นมันมีประสิทธิภาพ ฉะนั้น เขาถึงพยายามให้คุณครูนี่

40
00:05:41,631 --> 00:05:42,573
จัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ และ

41
00:05:42,573 --> 00:05:46,573
ยิ่ง

42
00:05:48,758 --> 00:05:52,758
เราใช้เทคโนโลยีค่ะ ถ้าเราใช้เทคโนโลยี คือ คุณครูยุคนี้ไม่มีทางหรือค้นหาไม่ได้หรอก

43
00:05:55,148 --> 00:05:59,148
ใช้อยู่แล้วนะคะ แล้วเทคโนโลยีค่ะ มันมีปัจจัยหรือองค์ประกอบอะไรอื่น ๆ ที่มันมา

44
00:06:01,421 --> 00:06:02,825
ทำให้มัน... ทำให้มันใช้งานยากยิ่งขึ้นนะคะ ฉะนั้น เราควรที่จะ

45
00:06:02,825 --> 00:06:06,825
ใช้งานอย่างเป็นระบบนะคะ มา

46
00:06:10,460 --> 00:06:14,460
อย่างแรกก็เข้าใจความหมายก่อนนะคะ มาเข้าใจความหมายก่อน เขาบอกว่า

47
00:06:17,210 --> 00:06:21,210
ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ ระบบนี่ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน

48
00:06:22,635 --> 00:06:23,523
ทำงานสอดคล้องไปด้วยกัน เพื่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง

49
00:06:23,523 --> 00:06:27,523
งงไหม

50
00:06:29,604 --> 00:06:33,189
มันจะดูงง ๆ หน่อยนะ มาดูตัวอย่างนิดหนึ่งจะเข้าใจมากขึ้น เขาบอกผลรวม

51
00:06:33,189 --> 00:06:37,189
ของหน่วยย่อยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน

52
00:06:40,439 --> 00:06:41,241
หน่วยย่อยต่าง ๆ อย่างเช่น ครูขอยกตัวอย่างระบบในร่างกายของเรา จะได้เข้าใจง่าย

53
00:06:41,241 --> 00:06:42,720
ระบบ

54
00:06:42,720 --> 00:06:46,720
ในร่างกาย

55
00:06:47,001 --> 00:06:51,001
ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ หน่วยย่อยต่าง ๆ ก็มีปาก เห็นไหมคะ

56
00:06:52,816 --> 00:06:55,282
หน่วยย่อยปาก หน่วยย่อยลำคอ หน่วยย่อยกระเพาะอาหาร

57
00:06:55,282 --> 00:06:58,050
ไส้เล็กลำ ไส้ใหญ่

58
00:06:58,050 --> 00:07:00,309
ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ

59
00:07:00,309 --> 00:07:01,687
ที่มีความสัมพันธ์กัน

60
00:07:01,687 --> 00:07:03,838
เห็นไหมคะ

61
00:07:03,838 --> 00:07:07,838
สมมติเรากินอาหารเข้าไป

62
00:07:08,667 --> 00:07:12,667
ปากก็ทำงานในส่วนปากเคี้ยวใช่ไหมคะ ส่งไปถึงลำคอ

63
00:07:14,767 --> 00:07:18,767
ส่งไปกระเพาะอาหาร ส่งไปลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ

64
00:07:21,003 --> 00:07:22,702
ที่มีความสัมพันธ์กัน หน่วยย่อยต่าง ๆ มันทำงานสัมพันธ์กัน

65
00:07:22,702 --> 00:07:23,523
สอดคล้องไปด้วยกัน

66
00:07:23,523 --> 00:07:25,280
เพื่อ

67
00:07:25,280 --> 00:07:27,648
เป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง

68
00:07:27,648 --> 00:07:31,648
ระบบในร่างกายก็

69
00:07:32,897 --> 00:07:36,897
เป้าหมาย ก็คือทำให้ร่างกายมีชีวิตอยู่แหละ ทำให้เซลล์มีชีวิตอยู่ได้

70
00:07:39,174 --> 00:07:43,174
อย่างนี้ค่ะ ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันสอดคล้องไปด้วยกันเพื่อเป้าหมาย

71
00:07:44,576 --> 00:07:48,576
* ไปค่ะ ความหมาย ออกข้อสอบบ่อยเลยนะ

72
00:07:53,591 --> 00:07:57,591
หรือตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ ระบบอินเทอร์เน็ต

73
00:08:00,256 --> 00:08:03,657
ผลรวม เหมือนเดิม ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ นะคะ หน่วยย่อย Router หน่วยย่อย

74
00:08:03,657 --> 00:08:05,453
Switch หน่วยย่อย Access point หน่วยย่อยต่าง ๆ

75
00:08:05,453 --> 00:08:09,453
ที่มีความสัมพันธ์กัน

76
00:08:12,029 --> 00:08:16,029
เห็นไหมคะ ที่มีความสัมพันธ์กันทำงานสอดคล้องไปด้วยกัน เพื่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง

77
00:08:19,039 --> 00:08:23,039
ฉะนั้น เป้าหมายของอันนี้ก็คือทำให้อินเทอร์เน็ตเสถียรนั่นแหละ ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา อินเทอร์เน็ต

78
00:08:24,716 --> 00:08:26,791
เริ่มไม่เสถียรแล้ว อินเตอร์เน็ตจะเริ่มมีปัญหาแล้วนะคะ เพราะมันทำงานสอดคล้องไปด้วยกัน

79
00:08:26,791 --> 00:08:29,598
เพื่อเป้าหมายใดเป้า

80
00:08:29,598 --> 00:08:33,495
หมายหนึ่ง ฉะนั้นระบบนี่ มันจะ

81
00:08:33,495 --> 00:08:37,495
มันจะมีองค์ประกอบที่มันแยกกันนะ

82
00:08:39,492 --> 00:08:43,492
แต่ในองค์ประกอบทุกองค์ประกอบน่ะมันเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา

83
00:08:45,136 --> 00:08:47,679
ระบบจะเริ่มมีปัญหาแล้ว ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา เพราะมันทำงานสอดคล้องไปด้วยกันไง

84
00:08:47,679 --> 00:08:51,679
จะเริ่มมีปัญหาแล้ว พอ

85
00:08:55,366 --> 00:08:56,306
เขาให้ไปคร่าว ๆ นะ ความหมายของระบบ ทีนี้เรามาดูองค์ประกอบของระบบบ้างนะคะ ระบบประกอบของระบบ

86
00:08:56,306 --> 00:09:00,306

87
00:09:07,795 --> 00:09:11,795
นะคะ ใด ๆ ในโลกนี่นะคะ ประกอบก็จะมีอยู่ 3 อย่างนะ ถ้าเราเห็นองค์ประกอบทั่วไปนะ

88
00:09:15,633 --> 00:09:19,633
มันมักจะมี Input Process Output นะคะ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเอาระบบไปใช้กับมนุษย์

89
00:09:23,056 --> 00:09:27,056
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเอาระบบไปใช้กับมนุษย์ ระบบการศึกษาก็เกี่ยวข้องกับมนุษย์นะ เราใช้กับมนุษย์นะ

90
00:09:28,779 --> 00:09:32,779
ควรที่จะมี Feedback นะคะ เพราะมนุษย์มีหัวใจ มนุษย์จะไม่หยุดนิ่ง แค่ผลผลิต

91
00:09:34,677 --> 00:09:38,677
มนุษย์อยากบอกความต้องการความรู้สึก ว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ดีคนมี Feedback ด้วยนะ

92
00:09:38,699 --> 00:09:42,699
ระบบที่ใช้กับมนุษย์นะคะ แต่ถ้าเราไปเจอระบบแบบ

93
00:09:44,596 --> 00:09:48,596
อยู่ในอุตสาหกรรม โรงงานที่มันไม่เกี่ยวข้องกับมนุษย์น่ะค่ะ มันก็จะมีแค่ 3 อย่างนี้แหละ

94
00:09:50,408 --> 00:09:54,408
นะคะ แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ใช้กับมนุษย์ ควรจะมีเรื่องของ Feedback เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะคะ

95
00:09:57,396 --> 00:10:01,396
ทีนี้ให้เรากลับมานึกถึงการศึกษานะ นึกถึงการศึกษา

96
00:10:05,098 --> 00:10:09,098
เริ่มจากข้อมูลก่อน ข้อมูลนี่ ให้เรานึกถึงสิ่งที่เราต้องเตรียม

97
00:10:10,585 --> 00:10:14,585
ข้อมูลสิ่งที่เราต้องเตรียมนะคะ สิ่งที่เราต้อง

98
00:10:16,727 --> 00:10:20,727
สิ่งที่เราต้องนำเข้าไปตัดกระบวนการ คือ เตรียมแต่ยังไม่ได้ทำอะไรกับมันนะ

99
00:10:22,844 --> 00:10:26,272
เตรียมให้มันพร้อมนะคะ เตรียมให้มันพร้อม ทีนี้ในการจัดการเรียนการสอน

100
00:10:26,272 --> 00:10:28,492
เราต้องเตรียมอะไรบ้าง คุณครู ต้องมีอะไรบ้าง

101
00:10:28,492 --> 00:10:29,416
ส

102
00:10:29,416 --> 00:10:33,416
ื่อการเรียนการสอนมีอะไร

103
00:10:33,513 --> 00:10:36,207
อะไรบ้าง อะไรอีกดี

104
00:10:36,207 --> 00:10:40,207
สื่อการเรียนการสอนต้องมี

105
00:10:40,910 --> 00:10:42,912
หลักสูตรใช่ไหมคะ แผนการสอน

106
00:10:42,912 --> 00:10:46,912
ขาดใครไม่ได้อีก

107
00:10:49,396 --> 00:10:53,396
ผู้เรียน ขาดผู้เรียนไม่ได้นะคะ ขาดไม่ได้นะคะ ขาดใครไม่ได้อีก

108
00:10:53,588 --> 00:10:57,588
ผู้เรียนนั่งเรียนตัวเองไม่ได้ ต้องผ่านใครขายใครไม่ได้อีก

109
00:11:00,028 --> 00:11:04,028
อาจารย์ครูผู้สอน อย่าลืมครูนะคะ เราจะมาตัดขาดกูไม่ได้ต้องมีครูด้วยนะคะ

110
00:11:05,009 --> 00:11:09,009
สิ่งที่เราต้องมีในการจัดการเรียนการสอนนะคะ

111
00:11:09,437 --> 00:11:11,736
พอครบแล้วนะคะ พอครบแล้ว พร้อมแล้วนะคะ

112
00:11:11,736 --> 00:11:15,736
เราก็ไปจัดกระบวนการ

113
00:11:17,536 --> 00:11:21,536
เราก็เอาสิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการ คุณครูก็สอนในวิชาที่ตัวเองถนัด มีที่

114
00:11:23,532 --> 00:11:27,532
ตัวเองที่ตัวเองรู้นะคะ จะให้ผู้เรียนทำ เล่นเกม

115
00:11:29,039 --> 00:11:32,110
ให้ผู้เรียนทำโครงงาน ให้ผู้เรียนจัดกลุ่มอะไรก็ว่าไปนะคะ จากนั้น

116
00:11:32,110 --> 00:11:36,110
ก็ได้ผลผลิตออกมาเป็น

117
00:11:38,200 --> 00:11:42,200
ความรู้ของผู้เรียนนี่แหละนะคะ แต่ก็ต้องวัดให้ได้ด้วยนะ ความรู้ของผู้เรียน อาจจะว่า

118
00:11:43,433 --> 00:11:47,433
การสอบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนนะคะ จากนั้น

119
00:11:49,633 --> 00:11:51,149
ก็มาดู Feedback นะคะ มาดู Feedback จากผู้เรียนว่าผู้สอนเป็นอย่างไรนะคะ

120
00:11:51,149 --> 00:11:55,149

121
00:11:58,831 --> 00:12:02,831
Feedback จากกิจกรรมต่าง ๆ คุณครูก็เลยต้องมา Feedback ดูว่าตัวเองน่ะ กิจกรรมตัวเองอันไหนดีไม่ดีอะไรอย่างนี้

122
00:12:05,003 --> 00:12:08,477
จากนั้นก็ถ้าสมมติไม่ดี ปรากฏว่าเด็กหลายคนสอบไม่ผ่านในวิชานี้

123
00:12:08,477 --> 00:12:12,477
สอบไม่ผ่านวิชานี้หรือต้องมีอะไรปรับปรุง

124
00:12:15,559 --> 00:12:18,953
คุณครูก็จะต้องย้อนกลับไปที่ข้อมูลอีกครั้งหนึ่งนะคะ คุณครูก็จะต้องย้อนกลับไปที่ข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง

125
00:12:18,953 --> 00:12:22,953
ทีนี้ค่ะ ถ้าเรามอง

126
00:12:22,986 --> 00:12:26,813
ในระบบกว้าง ๆ หน่อย เมื่อกี้เรามองในห้องเรียนนะ

127
00:12:26,813 --> 00:12:28,618
ทีนี้ ทีนี้ ทีนี้

128
00:12:28,618 --> 00:12:32,618
หนูชื่ออะไรนะคะ พอดีอยู่ใกล้

129
00:12:36,010 --> 00:12:40,010
ชื่อเล่นชื่ออะไร กุ๊กไก่ สมมติกุ๊กไก่สอบได้เป็น ผอ. นะคะ ได้เป็น ผอ.

130
00:12:41,806 --> 00:12:42,813
ทีนี้แล้วค่ะ เรามองในระบบของโรงเรียนบ้าง มอง ๆ นะคะ

131
00:12:42,813 --> 00:12:46,813
ต้องมีอะไรบ้าง

132
00:12:47,276 --> 00:12:51,276
ในโรงเรียนโ รงเรียนหนึ่งถึงจะจัดการเรียนการสอนได้

133
00:12:51,345 --> 00:12:55,008
มีอะไรบ้าง

134
00:12:55,008 --> 00:12:59,008
ห้องเรียน โรงเรียนของคุณมีอะไรบ้างล่ะ

135
00:13:02,009 --> 00:13:05,382
ละเอียดมาก มีสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ มีห้องสมุด

136
00:13:05,382 --> 00:13:09,382
ใช่ไหมคะ มีห้องเรียน มี

137
00:13:09,803 --> 00:13:13,803
... ถ้าสมมติว่าคุณครูแบบอยากเน้นเรื่องเทคโนโลยีมี Wifi

138
00:13:16,193 --> 00:13:19,108
มีอุปกรณ์ต่าง ๆ นี่ที่พร้อมให้ผู้เรียนเรียนนะคะ จากนั้นก็ต้องมีคุณครู

139
00:13:19,108 --> 00:13:23,108
คุณครูก็จะจัดการเรียนการสอน

140
00:13:25,412 --> 00:13:29,412
นี่แหละเอาสิ่งต่าง ๆ ที่คุณครู ที่ผอ. ครูกุ๊กไก่เตรียมไว้ให้นี่ ไปจัดการเรียนการสอน

141
00:13:31,226 --> 00:13:34,420
จากนั้นก็ได้ผลผลิตออกมาเป็นผู้เรียนจบการศึกษานะคะ ในโรงเรียนนั้นนะคะ

142
00:13:34,420 --> 00:13:35,803
ทีนี้จบการศึกษา และปรากฏว่า

143
00:13:35,803 --> 00:13:39,803
เขา

144
00:13:40,886 --> 00:13:44,886
สอบบรรจุได้เยอะ เอ้ยไม่ใช่พูดผิด ไม่ใช่บรรจุสอบ

145
00:13:45,745 --> 00:13:49,745
สอบเข้ามหาลัยได้เยอะมากน้อยแค่ไหนนะคะ มีอัตรามากน้อยแค่ไหน

146
00:13:51,286 --> 00:13:52,270
ก็คือผลผลิตนี่แหละนะคะ แล้วก็เป็น Feedback จากนั้น ผอ. เขาก็จะมักจะ

147
00:13:52,270 --> 00:13:55,225
ไปถาม

148
00:13:55,225 --> 00:13:59,225
จริง ๆ พวกเรา หลังจากที่ผมเรียนจบนี่

149
00:13:59,890 --> 00:14:03,533
ผอ. ยังไม่ปล่อยพวกเรานะ ก็ยังกลับมาถามหาอะไรนะ ว่าเด็กคนนี้

150
00:14:03,533 --> 00:14:07,533
เรียนเป็นอย่างไร หลังจากที่เรียนมหาลัยเลยนี่ ก็เป็น Feedback

151
00:14:09,119 --> 00:14:12,410
Feedback จากนั้นปรากฏว่ายังขาดโน่นนี่นั่น ผอ. ก็จะเอา

152
00:14:12,410 --> 00:14:14,358
จะเอาสิ่งต่าง ๆ F

153
00:14:14,358 --> 00:14:16,699
eedback จากคุณครูนี่ค่ะ กลับไปสู่ข้อมูลป้อนกลับ

154
00:14:16,699 --> 00:14:19,850
อีกครั้งหนึ่งนะคะ อีกครั้งหนึ่ง

155
00:14:19,850 --> 00:14:23,850
ประมาณนี้นะคะ

156
00:14:26,503 --> 00:14:27,867
ตัวอย่างของสิ่งนำเข้าที่ครูบอก มีครู มีนักเรียน มีสื่อการเรียนการสอน มีหลักสูตร

157
00:14:27,867 --> 00:14:31,867
ต่าง ๆ นะคะ

158
00:14:33,791 --> 00:14:37,791
เอามาจัดการเรียนการสอนนะคะ เป็นกิจกรรมต่าง ๆ นะคะ

159
00:14:39,551 --> 00:14:43,551
จนถึงได้ผลลัพธ์ออกมา ถ้ามองในภาพกว้าง ๆ นะคะ

160
00:14:44,838 --> 00:14:47,086
ในภาพมหาลัยน่ะค่ะ ก็จะเป็นผู้เรียนจบการศึกษาบัณฑิต

161
00:14:47,086 --> 00:14:51,086
นะคะ

162
00:14:54,584 --> 00:14:58,429
จบการศึกษา ทีนี้ค่ะ บัณฑิตจบการศึกษา ว่านักศึกษาคณะครุศาสตร์

163
00:14:58,429 --> 00:15:02,429
จบมาก็เป็นครูใช่ไหมคะ จบมาก็เป็นครู

164
00:15:04,437 --> 00:15:08,051
ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นครูมืออาชีพหรือเปล่า สอนได้จริงหรือเปล่า เราต้องทำอ

165
00:15:08,051 --> 00:15:12,051
ย่างไร เราต้องทำอ

166
00:15:15,187 --> 00:15:18,245
ย่างไร ก็จะต้องถาม Feedback  นี่แหละ ทีนี้เขาถาม Feedback จากใครได้คะ

167
00:15:18,245 --> 00:15:20,049
ว่าครูเขาสอนดีหรือไม่ดี

168
00:15:20,049 --> 00:15:24,049
ถาม Feedback จากใครได้

169
00:15:24,800 --> 00:15:26,769
ถามครูในโรงเรียน เก่งมากนะคะ ครูในโรงเรียน

170
00:15:26,769 --> 00:15:30,769
ถามใครได้อีก

171
00:15:32,107 --> 00:15:36,107
นักเรียนเป็นคนที่เรียนกับครูคนนั้นนะ ถามใครได้อีก คนที่แบบ

172
00:15:37,261 --> 00:15:40,142
มันจะมีคนคนหนึ่งที่คอยสอดส่อง ว่าครูคนนี้สอนหรือเปล่า ครูคนนี้สอนแค่ไหน

173
00:15:40,142 --> 00:15:43,861
ผู้อำนวยการนะคะ

174
00:15:43,861 --> 00:15:47,861
3 คนเหล่านี้เขาเรียกว่า "ผู้ใช้บัณฑิต" อันนี้ศ

175
00:15:49,732 --> 00:15:50,591
ัพท์ผู้ใช้บัณฑิตนะ 3 คนเหล่านี้แหละค่ะ เขาเรียกเป็น "ผู้ใช้บัณฑิต" นะคะ เขาก็จะรู้ว่า

176
00:15:50,591 --> 00:15:54,591
บัณฑิต

177
00:15:57,288 --> 00:16:01,288
สอนได้จริงหรือเปล่า ครูสอนเป็นมืออาชีพหรือเปล่านะคะ ก็จะได้ผลป้อนกลับ

178
00:16:01,425 --> 00:16:05,425
ถ้าสมมติว่าครูสอนไม่ดีเลย

179
00:16:06,993 --> 00:16:08,112
ครูคนนี้จบไปแล้วสอนไม่ได้เลย ควบคุมชั้นเรียนไม่ได้เลย สอนเด็กไม่ได้เลย เอามา

180
00:16:08,112 --> 00:16:12,112
ปรับปรุงในขั้น

181
00:16:14,181 --> 00:16:17,116
นำ ก็เอามาปรับปรุงใน ขอโทษที

182
00:16:17,116 --> 00:16:19,408
อีกครั้งหนึ่งนะคะ

183
00:16:19,408 --> 00:16:21,071
ฉะนั้น เราจะเห็นระบบไหม

184
00:16:21,071 --> 00:16:25,015
มันจะคอย

185
00:16:25,015 --> 00:16:25,770
หมุนอยู่เรื่อย ๆ นะคะ มันจะต้องคอยปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ นะคะ

186
00:16:25,770 --> 00:16:29,770

187
00:16:33,835 --> 00:16:37,835

188
00:16:44,733 --> 00:16:45,575
อันนี้ไม่มีอะไร อันนี้ไปเลยดีกว่า เช็กชื่อไปแล้ว ให้เราดูโมเดลระบบสอนหน่อยนะคะ เราอยากให้เราดูโมเดลแล้ว

189
00:16:45,575 --> 00:16:49,575
ตัวอย่าง ให้เห็นน่ะ

190
00:16:51,564 --> 00:16:55,564
ขอโทษที ขอโทษที เมื่อกี้ครูลืมถามเ ขอกลับไปนิดหนึ่งค่ะ

191
00:16:56,702 --> 00:17:00,047
อันนี้เดี๋ยวจะให้เราบอกนะ ช่วยกันบอกหน่อยนะ

192
00:17:00,047 --> 00:17:04,047
อยู่ตรงไหนนะนะคะ อยู่

193
00:17:05,528 --> 00:17:09,528
ประกอบ 4 อย่างนี้ อันไหนอยู่ตรงไหน คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

194
00:17:10,049 --> 00:17:12,906
ผลผลิตนะคะ

195
00:17:12,906 --> 00:17:16,906
ครูให้เด็กเล่นเกม

196
00:17:17,663 --> 00:17:20,469
กระบวนการ เก่งมาก

197
00:17:20,469 --> 00:17:24,019
Wi-Fi

198
00:17:24,019 --> 00:17:27,465
Wi-Fi เป็นข้อมูลนะคะ ห้องสมุด

199
00:17:27,465 --> 00:17:31,465
สื่อการเรียนการสอน

200
00:17:31,554 --> 00:17:35,554
ข้อมูล ผอ. บอกครูคนนี้สอนไม่ดีเลย

201
00:17:38,173 --> 00:17:41,669
ผลย้อนกลับหรือ Feedback นะคะ ครูผู้สอน

202
00:17:41,669 --> 00:17:45,669
ครูผู้สอน

203
00:17:47,445 --> 00:17:51,445
ข้อมูลอยู่ข้อมูล คือมั่น

204
00:17:52,422 --> 00:17:56,422
ใจ

205
00:17:58,272 --> 00:18:02,272
มั่นใจไว้ ผู้สอนอยู่ข้อมูลนะคะ เพราะเรายังไม่ได้ทำอะไรกับผู้สอน เราแค่เตรียมครูผู้สอนที่เหมาะ

206
00:18:02,521 --> 00:18:06,521
วิชานั้น ๆ นะ เราเตรียมครูผู้สอนที่เหมาะกับวิชานั้น ๆ

207
00:18:07,101 --> 00:18:11,101
ครูผู้สอนคือข้อมูลนะคะ ให้ผู้เรียนทำโครงงาน

208
00:18:11,737 --> 00:18:15,682
กระบวนการ เก่งมากนะคะ ได้นะ

209
00:18:15,682 --> 00:18:17,588
แยกระบบออกแล้วนะคะ อันนี้ไม่มีอะไรอยาก ไป

210
00:18:17,588 --> 00:18:21,588
สำหรับบัณฑิต

211
00:18:24,357 --> 00:18:28,357
โมเดลระบบการสอนเดี๋ยวเราให้ให้ดูลักษณะของโมเดลใช่ไหมคะ

212
00:18:30,662 --> 00:18:34,662
เป็นขั้นตอน มันเกี่ยวข้องกันมันสัมพันธ์กันนะคะ

213
00:18:35,803 --> 00:18:39,803
มันก็จะเกี่ยวข้องกัน จริง ๆ ถ้าเราแยกนะ

214
00:18:40,419 --> 00:18:41,522
ถ้าเราแยกองค์ประกอบนะ มันก็จะมีอยู่ 4 องค์ประกอบที่ครูว่านี่แหละ

215
00:18:41,522 --> 00:18:43,948
อย่างเช่น

216
00:18:43,948 --> 00:18:47,948
กำหนดเนื้อหา กำหนดวัตถุประสงค์

217
00:18:50,429 --> 00:18:52,410
ก็เป็นขั้นข้อมูลเห็นไหมคะ กำหนดยุทธวิธีแบ่งกลุ่มผู้เรียน

218
00:18:52,410 --> 00:18:56,410
ก็เป็นกระบวนการ

219
00:18:58,915 --> 00:19:00,259
ประเมินสมรรถนะอย่างนี้นะคะ ประเมินสมรรถนะก็เป็นผลผลิต

220
00:19:00,259 --> 00:19:02,395
ส่วน

221
00:19:02,395 --> 00:19:06,395
ข้อมูลป้อนกลับก็เป็น

222
00:19:06,750 --> 00:19:07,977
Feedback นั่นแหละ ถ้าแบ่งแบ่งใดในโลกก็จะมีข้อมูล Input

223
00:19:07,977 --> 00:19:11,977
Output นี่แหละนะคะ

224
00:19:14,820 --> 00:19:16,917
อันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง โมเดลไม่จำเป็นต้องแค่เป็นแบบนี้นะ เป็นสี่เหลี่ยมแบบนี้ก็น่าเบื่อ

225
00:19:16,917 --> 00:19:20,917
บางคนเขาเอาไปทำเป็น

226
00:19:21,956 --> 00:19:25,668
รูปลักษณ์วงกลมแบบนี้ก็ได้นะคะ อันนี้ในเรื่องของ

227
00:19:25,668 --> 00:19:29,668
อบรม จัดอบรม จะดังหน่อยนะคะ

228
00:19:32,629 --> 00:19:36,629
อันนี้เราดูเฉย ๆ นะ เดี๋ยวมันจะมีโมเดลที่เด็ก ป. ตรี ต้องเรียนนะคะ

229
00:19:38,610 --> 00:19:42,610
อันนี้ก็ดังเหมือนกันนะสมัยครูเรียนครูก็เรียนอันนี้แหละนะคะ

230
00:19:44,673 --> 00:19:48,673
มาถึง

231
00:19:51,250 --> 00:19:53,913
โมเดลที่เด็ก ป. ตรี ทั่วประเทศต้องเรียนนะคะ เพราะว่าให้จริง ๆ ในเอเชีย เอเชีย

232
00:19:53,913 --> 00:19:54,773
สิงคโปร์

233
00:19:54,773 --> 00:19:57,478
ปกติ

234
00:19:57,478 --> 00:20:00,573
ฉะนั้นมันเลย

235
00:20:00,573 --> 00:20:04,573
ข้อสอบครูผู้ช่วย

236
00:20:06,734 --> 00:20:10,734
เราอยู่หลายปีด้วยกันนะคะ เพราะว่า เห็นเรียนไง จุฬาฯ มศว.

237
00:20:11,117 --> 00:20:12,334
เหมือนกันนะคะ มันก็เลยออกข้อสอบครูผู้ช่วยปีหนึ่งนะคะ ที่

238
00:20:12,334 --> 00:20:14,652
ถามว่า

239
00:20:14,652 --> 00:20:18,652
Assure model

240
00:20:20,740 --> 00:20:22,476
นี่ Assure model นี่มีจุดเด่นคืออะไร คำตอบก็คือเป็นโมเดลที่

241
00:20:22,476 --> 00:20:26,100
ขายร่วมกับสื่อ

242
00:20:26,100 --> 00:20:30,100
จุดเด่น คือ ใช้ร่วมกับสื่อนะคะ Assure model

243
00:20:32,620 --> 00:20:36,620
ต่อไปนี้ก็ต้องตั้งใจนะ มันเกี่ยวข้องกับงานไปคนละไม่ไหว แล้วเรามาเล่นเกมกันหน่อยดีกว่า

244
00:20:37,900 --> 00:20:41,900
มาเล่นเกมกันดีกว่า ใครเล่นเกมล่าสมบัติไหม คะ

245
00:20:45,791 --> 00:20:49,791
เล่นแต่ ROV นี่เหรอ เล่นเกมล่าสมบัติ เดี๋ยวครูจะบอกให้เรา

246
00:20:49,958 --> 00:20:53,958
ที่ตามคำสั่งของครูนะ หาสมบัติ

247
00:20:54,653 --> 00:20:58,653
เอามาโชว์เพื่อน... เอามาโชว์ครู ใครที่ได้คนแรก

248
00:21:00,036 --> 00:21:03,293
ให้ไปโบนัส 3 หลายคนเริ่มหาสมบัติของตัวเองแล้ว ฉันมีอะไรบ้าง ติดมือมาวันนี้

249
00:21:03,293 --> 00:21:07,293

250
00:21:08,706 --> 00:21:10,129
ชูให้ครูเห็นคนรหัสสมบัติมาเจอคนแรกให้โบนัส 3 คะแนนนะคะ ให้โบนัสพิเศษ

251
00:21:10,129 --> 00:21:12,449
3 คะแนนนะคะ

252
00:21:12,449 --> 00:21:16,023
มีสมบัติอะไรเอาออกมาให้หมด

253
00:21:16,023 --> 00:21:19,091
อาจจะตรงใจครูก็ได้นะคะ อาจจะตรงใจครูก็ได้

254
00:21:19,091 --> 00:21:23,091
มาหามา

255
00:21:24,524 --> 00:21:26,100
หามามีสมบัติอะไรบ้าง

256
00:21:26,100 --> 00:21:28,622
พร้อมไหมคะ

257
00:21:28,622 --> 00:21:30,690
โอเค

258
00:21:30,690 --> 00:21:33,951

259
00:21:33,951 --> 00:21:37,357
ให้

260
00:21:37,357 --> 00:21:38,695
ตั้งใจนะ ใ

261
00:21:38,695 --> 00:21:41,383
ห้หา

262
00:21:41,383 --> 00:21:43,748
สิ่งของ

263
00:21:43,748 --> 00:21:45,410
ที่มี

264
00:21:45,410 --> 00:21:49,410
สีส้มค่ะ

265
00:21:50,738 --> 00:21:52,474
เสื้อ ๆ นะ ได้ ๆ นางได้ไปก่อนแล้ว นางได้ไปก่อนแ

266
00:21:52,474 --> 00:21:56,474
เขาได้ไปแล้ว

267
00:21:59,901 --> 00:22:02,811
เขาได้ไปแล้ว 2 คนข้างหลังที่ยกมือนี่ข้างหลังอ่ะไปพิมพ์ในช่องแชตว่าหนูได้โบนัส

268
00:22:02,811 --> 00:22:06,811
แจ้งรหัสแล้วก็ได้โบนัสนะคะ

269
00:22:09,000 --> 00:22:11,638
ตื่นหรือยัง ตื่นหรืือยัง พอเล่นเกมนี้คึกคักนะ

270
00:22:11,638 --> 00:22:15,332

271
00:22:15,332 --> 00:22:19,188
ให้ไปหาสิ่งของ

272
00:22:19,188 --> 00:22:23,188
ให้ไปหาสิ่งของ

273
00:22:23,298 --> 00:22:27,298
ที่มีอักษร ม ม้า

274
00:22:28,128 --> 00:22:32,128
อะไรมองไม่เห็น

275
00:22:34,570 --> 00:22:38,570
พาราเซตามอล ได้ นางได้ไปแล้ว นางได้ไปแล้ว

276
00:22:40,257 --> 00:22:42,442
ไปพิมพ์ในช่องแชท

277
00:22:42,442 --> 00:22:45,241

278
00:22:45,241 --> 00:22:47,304
พาราเซตามอล สู้เขา สู้เขา

279
00:22:47,304 --> 00:22:51,304

280
00:22:56,974 --> 00:23:00,974
อะไรดี

281
00:23:02,432 --> 00:23:06,432
ให้หา

282
00:23:07,903 --> 00:23:11,196
สิ่งของ ฉันจะมีอะไรบ้าง

283
00:23:11,196 --> 00:23:12,915
นี่ ให้หาสิ่งของที่

284
00:23:12,915 --> 00:23:14,333
มี

285
00:23:14,333 --> 00:23:18,333
เลข 2

286
00:23:20,712 --> 00:23:24,712
อะไร อะไร อะไร เขาได้ก่อน อะไรนะคะ

287
00:23:28,429 --> 00:23:30,306
ไพ่ จะให้ดีไหมนี่ ก็ได้ ก็ได้ ก็ได้

288
00:23:30,306 --> 00:23:33,650
มีเลข 2 นะ

289
00:23:33,650 --> 00:23:37,650
เขาได้ไปแล้ว

290
00:23:37,824 --> 00:23:41,824
แถมให้ แถมให้ สำหรับห้องนี้ทำให้สำหรับห้องนี้ปกติให้

291
00:23:41,826 --> 00:23:45,826
มันมีแต่มัน

292
00:23:46,694 --> 00:23:50,467
ให้หาสิ่งของ

293
00:23:50,467 --> 00:23:51,879
ที่มี

294
00:23:51,879 --> 00:23:55,733
ก ไก่

295
00:23:55,733 --> 00:23:59,733
อะไร อันนี้ ๆ เราก่อน

296
00:24:00,257 --> 00:24:04,257
ก ไก่ นะ อะไรนะ

297
00:24:06,756 --> 00:24:10,756
ก ไก่ ไปในช่อง Chat ไปพิมพ์ในช่อง Chat คนอื่นไม่ต้องเสียใจ

298
00:24:11,902 --> 00:24:15,902
ชีวิตมันไม่ได้พังขนาดนั้น เล่นเกมแพ้

299
00:24:17,390 --> 00:24:21,390
ตื่นแล้วนะ

300
00:24:21,813 --> 00:24:25,813
ต่อไปนี้เป็นเรื่องสำคัญแล้วนะคะ ต่อไปนี้เป็นเรื่องสำคัญแล้ว

301
00:24:29,925 --> 00:24:32,586
เรื่องเกมนี่มันเป็นคะแนนนิดเดียว อันนี้เป็นคะแนนที่พลิกชีวิตเรานะคะ อันนี้ 10 คะแนนล้วน ๆ นะคะ

302
00:24:32,586 --> 00:24:36,586
ฉะนั้น ทำให้ดีนะคะ

303
00:24:37,247 --> 00:24:41,247
เงียบ ๆ ฉะนั้น ทำให้ดีนะคะ ในเรื่องของ Assure model

304
00:24:45,122 --> 00:24:49,122
ASSURE มีด้วยกัน 6 ขั้นนะคะ 6 ขั้นนะคะ ทุก ๆ

305
00:24:49,452 --> 00:24:50,697
ขั้นเกี่ยวข้องสอดคล้องไปด้วยกัน อย่างที่ครูบอก ถามว่ามันยากไหม

306
00:24:50,697 --> 00:24:52,286
มันยากสำหรับ

307
00:24:52,286 --> 00:24:56,286

308
00:24:56,710 --> 00:25:00,710
ต้องบอกทุกอย่างให้มันสอดคล้องกับอันนั้น ลืมอันนี้ลืม

309
00:25:03,698 --> 00:25:05,346
ผิดพลาดสำหรับระบบแล้ว ฉะนั้น มันเกี่ยวข้องกับนะคะ ตัวแรกมาจาก Analyze learner นะคะ

310
00:25:05,346 --> 00:25:09,346
วิเคราะห์ผู้เรียน

311
00:25:10,096 --> 00:25:14,096
มาตราเสร็จอีกทีนะคะ คือ การ

312
00:25:16,598 --> 00:25:20,598
กำหนดวัตถุประสงค์นะคะ ตัวที่ 2 มาจาก Modifyu

313
00:25:21,718 --> 00:25:25,718
การเลือกสื่อการแก้ไขปรับปรุงสื่อ และการ

314
00:25:27,304 --> 00:25:31,035
สร้างสื่อใหม่นะคะ U มาจาก Analzy มาจาก YouLike คือ

315
00:25:31,035 --> 00:25:34,300
การใช้สื่อนะคะ

316
00:25:34,300 --> 00:25:38,300
required relation ก็คือการที่ให้

317
00:25:39,777 --> 00:25:41,229
ตอบสนองการใช้สื่อนะคะ แล้วก็คือการประเมินนะคะ

318
00:25:41,229 --> 00:25:45,229
เรามาเจาะลึก

319
00:25:46,510 --> 00:25:48,738
แต่ละขั้นอย่างละเอียดนะคะ ดอกจันไปหาขั้น Anylyze learner นะคะ

320
00:25:48,738 --> 00:25:52,738
เราให้ความสำคัญกับขั้นนี้มาก

321
00:25:53,909 --> 00:25:55,202
ให้ความสำคัญแบบสุด ๆ เลย ขั้นนี้ไม่ดีขั้นต่อไปจะ

322
00:25:55,202 --> 00:25:56,664
ล้มเหลว

323
00:25:56,664 --> 00:26:00,664
เขาว่า

324
00:26:02,299 --> 00:26:04,620
Analyze learner การวิเคราะห์ผู้เรียน เราจะเลือกสื่อมาได้ตรงใจผู้เรียน

325
00:26:04,620 --> 00:26:07,522
มันก็ต้องรู้จักผู้เรียนให้ดีใช่ไหม

326
00:26:07,522 --> 00:26:11,522
การวิเคราะห์ผู้เรียน เหมือนเราเป็นแม่ค้านี่แหละ

327
00:26:12,749 --> 00:26:14,154
ที่เรารู้ ว่าลูกค้าคนนี้ชอบกินเผ็ด ชอบกินเปรี้ยว ชอบกินหวานอย่างนี้

328
00:26:14,154 --> 00:26:14,731
มันก็ทำให้

329
00:26:14,731 --> 00:26:18,731
คน

330
00:26:20,836 --> 00:26:21,519
กินแล้วมันถูกรสมือถูกปากเขาอย่างนี้นะคะ ฉะนั้น เราต้องวิเคราะห์ผู้เรียนให้ดี

331
00:26:21,519 --> 00:26:25,519
นะคะ

332
00:26:28,179 --> 00:26:31,508
สิ่งที่เขาวิเคราะห์ผู้เรียนนะคะ สิ่งที่เขาวิเคราะห์ผู้เรียนนะคะ

333
00:26:31,508 --> 00:26:35,508
ขอโทษทีค่ะ

334
00:27:04,192 --> 00:27:06,824
อย่างแรกที่เราต้องไปขอเลยนะคุณครู

335
00:27:06,824 --> 00:27:07,970
นะคะ จริง ๆ อันนี้เป็นครูทั่วไป

336
00:27:07,970 --> 00:27:11,970
ที่จะต้อง

337
00:27:13,432 --> 00:27:14,520
วิเคราะห์แหละ เวลาที่เราจะสอนใครสักคนนี่ ค่ะ สอนฉันเรียนเรียนน่ะเราก็

338
00:27:14,520 --> 00:27:18,520
กรุงเทพฯ

339
00:27:20,666 --> 00:27:23,043
รู้อายุ รู้ช่วงชั้นที่เราต้องไปสอนนะคะ อันนี้เบสิกเลยนะคะ

340
00:27:23,043 --> 00:27:23,850
ถ้าจะให้ดีคุณครูก็ต้องไปรู้

341
00:27:23,850 --> 00:27:27,850
รู้

342
00:27:29,906 --> 00:27:33,906
ระดับสติปัญญาผู้เรียนด้วยว่าเขาเป็นอย่างไร ความถนัดเขาถนัดอย่างไรในห้องที่เราไปสอน

343
00:27:35,334 --> 00:27:37,983
วัฒนธรรมสังคมก็ควรรู้นะคะ อย่าง... ถ้ายัง

344
00:27:37,983 --> 00:27:41,983
อย่างบางห้อง เขาก็ถนัด

345
00:27:45,530 --> 00:27:49,530
ในเรื่องของคอมพิวเตอร์ อย่างเราก็ถนัดในเรื่องของการศึกษาพิเศษอย่างนี้นะคะ ภาษาไทยเขาสื่อสาร

346
00:27:51,131 --> 00:27:54,160
เด็กแต่ละแบบแต่ละสาขา ก็จะมีความถนัดที่ไม่เหมือนกัน ถ้าที่เขาเด่นนี่

347
00:27:54,160 --> 00:27:58,160
เราก็อาจจะเสริมเติมให้เขาได้นะคะ

348
00:27:58,353 --> 00:28:00,592
วัฒนธรรมอย่างนี้ ทางสังคมก็มีผลบางวิชานะ อย่างเช่น

349
00:28:00,592 --> 00:28:04,592
วิชาพุทธศาสนาอย่า

350
00:28:06,875 --> 00:28:10,875
งนี้ บางคนไม่ได้นับถือศาสนาพุทธอย่างนี้ กิจกรรมมันกิจกรรมศาสนาคริสต์หรืออิสลามเขาก็ไม่สามารถ

351
00:28:12,752 --> 00:28:14,399
ฉะนั้น ถ้าครูรู้จักลักษณะผู้เรียนน่ะค่ะ มันก็จะส่งผล

352
00:28:14,399 --> 00:28:16,415
กิจกรรมที่คุณครู

353
00:28:16,415 --> 00:28:20,415
เอาให้ผู้เรียนทำ ๆ นะคะ

354
00:28:24,471 --> 00:28:25,491
ต่อไปนี้เป็นทั่วไปนะ อันนี้มันไปที่คุณครูจะต้องวิเคราะห์รู้จัก ว่าผู้เรียนอยู่ช่วงชั้นไหน อายุ

355
00:28:25,491 --> 00:28:29,491
นะคะ

356
00:28:30,175 --> 00:28:34,175
อีกอันหนึ่งที่หลายคนมักพลาดนะ ที่ครูไปนิเทศนี่ค่ะ

357
00:28:36,126 --> 00:28:38,297
ด้วยความที่เราถือว่าวัยรุ่นอยู่นะ เวลาคำพูดหรืออะไรที่ใช้กับนักเรียน

358
00:28:38,297 --> 00:28:39,917
นี่ อย่างเช่น ไปใช้กับนักเรียนประถมนี่

359
00:28:39,917 --> 00:28:43,323
คำพูดเฮ้ย

360
00:28:43,323 --> 00:28:46,848
เว้ย อะไรอย่างนี้ มันก็ยังไม่เหมาะสม ก็จะโดนครูพี่เลี้ยง

361
00:28:46,848 --> 00:28:50,848
บอกอาจารย์นิเทศ ว่าคำพูดเขายังไม่เหมาะสมกับ

362
00:28:52,396 --> 00:28:56,396
นักเรียน เห็นไหมคะ ช่วงชั้นอายุก็มีผลเวลาที่เราสอน บางครั้งเราเผลอ

363
00:28:59,272 --> 00:29:03,272
เผลอพูดแบบเหมือนวัยรุ่นกับกับเด็กอย่างนี้มันก็ไม่เหมาะสม แต่ถ้ามัธยมนี่เขาก็จะเป็นอีกระดับหนึ่งที่เขา

364
00:29:05,075 --> 00:29:09,075
... เพราะว่าเราอยากปลูกฝังให้เด็กประถมนี่เป็นเด็กดี พูดจาไพเราะโน่นนี่นั่น มันก็มันก็

365
00:29:09,906 --> 00:29:13,055
ขัดแย้งกับนโยบายเขา ฉะนั้นอันนี้ก็เลยมีผลต่อ

366
00:29:13,055 --> 00:29:15,979
ทุก ๆ สิ่งนั่นแหละนะคะ ที่เราจะไปจัดการเรียนการสอน

367
00:29:15,979 --> 00:29:19,979
ต่อมา

368
00:29:21,238 --> 00:29:25,238
อันนี้เป็นลักษณะเฉพาะ อันนี้จะเริ่มเกี่ยวข้องกับวิชาที่เราสอน

369
00:29:28,729 --> 00:29:32,729
อันนี้จะเกี่ยวข้องกับวิชาที่เราสอน เด็กเขามีสิ่งเหล่านี้มันจะทำให้เราสอนได้ง่ายขึ้น

370
00:29:36,749 --> 00:29:40,749
อันแรกที่เขาวิเคราะห์ ก็คือทักษะที่มีมาก่อนนะคะ ทักษะที่มีมาก่อนนะคะ ถ้าเขามีทักษะนี้

371
00:29:42,160 --> 00:29:43,064
มันจะทำให้วิชานะนี่มันจัดการเรียนการสอนได้ง่าย อย่างเช่น

372
00:29:43,064 --> 00:29:47,064
วิชาคณิต

373
00:29:49,155 --> 00:29:50,005
ฯ เด็กก็จะต้องถ้าสมมติเอาไปเรียนครน. หรม. เด็กก็ต้องมีพื้นฐานบวกลบ

374
00:29:50,005 --> 00:29:51,969
หาร มาก่อน

375
00:29:51,969 --> 00:29:55,969
อันนี้เป็นต้นถ้าไม่มี

376
00:29:58,246 --> 00:30:02,246
ยุ่งเลย เด็กก็ไม่สามารถที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ได้ต่อ หรือภาษาอังกฤษอย่างนี้ค่ะ เด็กก็จะต้องมีพื้นฐาน

377
00:30:03,893 --> 00:30:06,671
A B C อะไรนี่ อ่านคำศัพท์ได้ ไม่อย่างนั้น เราก็ไม่สามารถไปแต่งประโยคได้

378
00:30:06,671 --> 00:30:10,671
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

379
00:30:13,828 --> 00:30:15,289
ฉะนั้น ทักษะที่มีพื้นฐานมาก่อนมีความสำคัญนะ อย่างวิชาครูค่ะ ครูสอนอีกวิชาหนึ่ง

380
00:30:15,289 --> 00:30:18,129
ออกแบบกราฟิก

381
00:30:18,129 --> 00:30:22,129
เด็กควรที่จะมีพื้นฐาน

382
00:30:23,388 --> 00:30:27,388
คอมพิวเตอร์นะ อย่างน้อยแบบรู้เปิดโน่นเปิดได้ หรือว่ารู้...

383
00:30:27,711 --> 00:30:31,711
เครื่องมือว่ามันอยู่ตรงไหนนะคะ จริง ๆ เคยมีปีหนึ่ง

384
00:30:32,381 --> 00:30:36,381
เป็นปีที่ยังฝังใจสำหรับครูอยู่เลยนะคะ

385
00:30:39,403 --> 00:30:41,640
มีเทอม 1 ครูเปิดสอนเสรี รู้จักวิชาเสรีไหม วิชาเสรี คือ วิชาที่เราสามารถ

386
00:30:41,640 --> 00:30:45,640
ลงได้ทุกคณะเลย

387
00:30:46,640 --> 00:30:48,664
ไม่ว่าจะเราอยู่คณะไหนเราลงได้หมดเลย ปีนั้นก็มีคนมาลง

388
00:30:48,664 --> 00:30:50,847
วิชาเสรีครูเหมือนกัน คือ

389
00:30:50,847 --> 00:30:54,612
มีเด็กนิติ

390
00:30:54,612 --> 00:30:56,230
ฯ เด็กอะไรล่ะ เด็กนิเทศศิลป์ฯ ก็มา เด็ก

391
00:30:56,230 --> 00:31:00,230
วิศวะฯ ก

392
00:31:00,712 --> 00:31:04,172
็มา เด็กเอกคอมฯ ก็มา เขาสามารถลงได้ไง

393
00:31:04,172 --> 00:31:08,172
ลงได้หมดเลยนะคะ เราเห็นอะไรไหมคะ

394
00:31:09,841 --> 00:31:13,504
เราเห็นว่าผู้เรียนไม่ได้เหมือนกันนะ ผู้เรียนเอกคอม

395
00:31:13,504 --> 00:31:17,398
ฯ ก็จะเก่งคอมหน่อย ผู้เรียนเอกอื่น ๆ

396
00:31:17,398 --> 00:31:21,398
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่งนะ แต่เขาแค่ไม่ได้ถนัดคอมพิวเตอร์ เขาก็มาเรียน

397
00:31:23,340 --> 00:31:27,340
ฉะนั้น ตอนที่จัดการเรียนการสอนน่ะค่ะ ครูก็แบบมั่นหน้า มีความมั่น ใ

398
00:31:29,283 --> 00:31:29,872
ช้คำว่า "มั่นหน้า" ไม่ได้ มันใส่หัวตัวเองน่ะ ทำกราฟิก

399
00:31:29,872 --> 00:31:33,576
มีละ

400
00:31:33,576 --> 00:31:37,576
มีประสบการณ์การสอนอีกเป็น 10 ปีหลับตาไปสอนก็ได้แหละ

401
00:31:38,261 --> 00:31:42,261
ครั้งนั้นครูไม่ได้ดูทักษะที่มีมาก่อน

402
00:31:44,345 --> 00:31:45,666
ครูไม่ได้ดูทักษะที่มีมาก่อนของเด็ก ครูก็ไม่ได้ดูเลยไ ม่ได้รู้เลยว่าเอกไหน

403
00:31:45,666 --> 00:31:49,666
สอนฉันรู้

404
00:31:51,589 --> 00:31:55,563
มั่นใจว่าฉันไปสอนได้ประสบการณ์เยอะอย่างนี้ ปรากฏว่าวันนั้น เป็นวันที่สอนแย่ ๆ

405
00:31:55,563 --> 00:31:56,442
ชีวิตครูเลย ครูยังจำได้อยู่เลยเล่าให้ฟังทุกครั้งเลย

406
00:31:56,442 --> 00:32:00,442
เพราะว่า

407
00:32:02,043 --> 00:32:06,043
เด็กเอกคอมฯ เป็นอย่างไรคะ เรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไปเร็ว

408
00:32:08,561 --> 00:32:12,228
ไง แล้วเด็กอื่น ๆ เป็นอย่างไรคะ หาปุ่มยังไม่เจอเลย อาจารย์ไปนู่นแล้วหาเครื่องมือยังไม่เจอแล้ว

409
00:32:12,228 --> 00:32:13,413
ไปอันอื่น แล้วฉันสีหน้าเด็กมันก็แบบ

410
00:32:13,413 --> 00:32:14,755
มันไม่ทันน่ะ

411
00:32:14,755 --> 00:32:18,685
และ

412
00:32:18,685 --> 00:32:20,410
ได้ไปกว่านั้น ก็คือสอนเกินเวลาไป 2 ชั่วโมง

413
00:32:20,410 --> 00:32:24,410
ทุกคนจะทำได้

414
00:32:26,296 --> 00:32:30,296
เลิกเรียนประมาณ 6 โมงคะ แม่เลิกเรียนประมาณ 6 โมง แม่บ้านเมื่อไหร่อาจารย์จะสอนเสร็จ

415
00:32:31,361 --> 00:32:35,107
ฉะนั้น การเรียนการสอนวันนั้นไม่มีประสิทธิภาพเลย นอกจาก

416
00:32:35,107 --> 00:32:37,633
จะกว่าทำได้แล้วเกินเวลาอีก อันนี้ก็ไม่มีประสิทธิภาพนะ

417
00:32:37,633 --> 00:32:41,633
ส่วนเอกคอมฯ เป็น

418
00:32:43,467 --> 00:32:47,467
อย่างไร เขาก็เซ็งน่ะเมื่อไหร่เพื่อนจะตามทันอย่างนี้นะคะ ฉะนั้น ถ้า

419
00:32:47,856 --> 00:32:49,618
มันไม่เท่ากันน่ะ มันทำให้การเรียนการสอนมันลำบากน่ะคุณครู

420
00:32:49,618 --> 00:32:53,618
ฉะนั้น คุณครูต้อง

421
00:32:55,559 --> 00:32:59,559
พยายามทำให้ทักษะผู้เรียนมีเท่า ๆ กัน อีกเทอมหนึ่ง

422
00:33:01,474 --> 00:33:02,675
เปิดอีกเหมือนกันนะคะ ก็แก้ไขโดยการที่ให้ผู้เรียนน่ะ

423
00:33:02,675 --> 00:33:06,675
ผู้เรียน

424
00:33:09,380 --> 00:33:13,380
ดูก่อนมาเรียน 1 อาทิตย์น่ะ ทำคู่มือให้เห็นเลยนะคะ ให้เขาไปฝึก ฉะนั้นคนที่เขา

425
00:33:15,418 --> 00:33:19,418
ยังไม่มีพื้นฐาน เขาก็จะไปพัฒนาตัวเองค่ะ ไปดูคู่มือว่ามันเป็นอย่างไร

426
00:33:21,937 --> 00:33:25,937
นะคะ พอหลังจากที่ครูให้คู่มือเตรียมตัวคลิปวิดีโอว่าโปรแกรมเขา

427
00:33:28,288 --> 00:33:32,288
ดีขึ้น อาจจะไม่ได้ดี 100 เปอร์เซ็นต์หรอก แต่มันดีขึ้น เวลาที่ใช้ในการเรียน

428
00:33:34,107 --> 00:33:35,616
สอนดีขึ้นอย่างนี้ เป็นต้น ฉะนั้น ทักษะที่มีมาก่อนสำคัญนะ คุณครูจะต้อง

429
00:33:35,616 --> 00:33:38,087
พื้นฐานให้ได้

430
00:33:38,087 --> 00:33:42,021
ทีนี้ทักษะที่มีมาก่อน

431
00:33:42,021 --> 00:33:46,021
เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าเขามีมาก่อนน่ะ

432
00:33:52,111 --> 00:33:54,587
ทดสอบก่อนเรียนก็ได้นะคะ ทดสอบการเรียนก็ได้ ทำอะไรได้อีก

433
00:33:54,587 --> 00:33:58,587
ชวนคุยได้ไหม

434
00:34:00,881 --> 00:34:04,757
สอบถามนะคะ ชวนคุยสอบถามเขาก็ได้นะคะ ถามนี่ทำเป็น

435
00:34:04,757 --> 00:34:06,623
ถามไปว่าเด็กส่วนใหญ่ตอบได้หรือเปล่านะคะ

436
00:34:06,623 --> 00:34:10,623
อะไรอีก อยู่เล่นเกมได้ไหม

437
00:34:12,248 --> 00:34:14,563
มาเล่นเกมส์ Kahoot นู่นนี่นั่นก็ได้ ฉะนั้น ทักษะที่มีมาก่อนสำคัญ

438
00:34:14,563 --> 00:34:16,401
อันดับที่ 2

439
00:34:16,401 --> 00:34:17,619
เป้าหมาย

440
00:34:17,619 --> 00:34:21,619
ถ้า

441
00:34:23,049 --> 00:34:24,323
เราได้เด็กที่มีความชำนาญ อย่างเช่น ถ้าปุ้ยคำนวณคณิตศาสตร์เก่งเลย

442
00:34:24,323 --> 00:34:28,323
คือมันง่ายน

443
00:34:28,967 --> 00:34:32,967
่ะ ถ้าเขามีความชำนาญ หรือคอมพิวเตอร์ถ้ามีความชำนาญ มันก็ง่ายนะคะ

444
00:34:34,704 --> 00:34:38,704
3 ทักษะในการฟังพูดอ่านเขียนอันนี้ถ้าเด็ก

445
00:34:40,230 --> 00:34:42,525
มันก็ยาก เขาก็ไม่สามารถเขียนใบงานให้เราได้ ฉะนั้น คุณครูก็ต้องปูพื้นฐานให้เขานี่แหละ

446
00:34:42,525 --> 00:34:46,525
เห็นว่าหลาย ๆ โรงเรียนก็แบบ

447
00:34:49,291 --> 00:34:51,293
ก็จะมีคุณครู เวลาที่ครูไปนิเทศน่ะ คุณครูก็จะบอก ว่ามีเด็กเขียนไม่ได้เขียนยังไม่ได้กี่คน

448
00:34:51,293 --> 00:34:53,331
ครูทำไง ก็มีโครงการที่

449
00:34:53,331 --> 00:34:56,765
หลังเลิกเรียนหาใบงาน

450
00:34:56,765 --> 00:35:00,765
หาใบงาน หากิจกรรมให้เขาทำเพิ่มเติมนะคะ

451
00:35:02,865 --> 00:35:06,865
สุดท้ายค่ะ เราทำงานเกี่ยวข้องกับมนุษย์ มนุษย์เป็นคนมีหัวใจ

452
00:35:07,712 --> 00:35:09,550
นะคะ ทัศนคติต่อวิชานะคะ ต่อวิชาที่เราไปสอนนี่

453
00:35:09,550 --> 00:35:11,827
นะคะ ก็มีผลเหมือนกันนะ

454
00:35:11,827 --> 00:35:13,688
การศึกษาพิเศษ

455
00:35:13,688 --> 00:35:16,704
เด็กอยากเรียนไหม

456
00:35:16,704 --> 00:35:20,704
คิดว่าไหม เฉย ๆ นะ

457
00:35:22,579 --> 00:35:26,579
เป็นเป็นเฉย ๆ นะ เราเป็นวิชาเฉย ๆ ฉะนั้น เราจะต้อง

458
00:35:27,561 --> 00:35:31,443
หาอะไรมาดึงดูดเขาให้ได้ ก็เป็นวิชาที่เด็กเฉย ๆ นะ

459
00:35:31,443 --> 00:35:32,971
ครูก็จะหาอะไรมาดึงดูด โดยบอกเราว่า

460
00:35:32,971 --> 00:35:36,971
มันเป็นวิชาชีพครูนะ

461
00:35:39,084 --> 00:35:42,927
มันสำคัญนะ จริง ๆ ทุกวิชาที่เขาคิดมามันสำคัญแหละ แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณครูจะดึงมาให้

462
00:35:42,927 --> 00:35:46,927
เห็นความสำคัญได้มากแค่ไหนนะคะ ของเรายังไม่โหดร้ายเท่าคณิต

463
00:35:48,509 --> 00:35:52,509
ฯ คณิตศาสตร์เด็ก Anti ออกมาเป็นครูคณิตก็ไม่อยากเรียนแล้วนะคะ ภาษาอังกฤษอย่างนี้

464
00:35:53,168 --> 00:35:57,168
อันนั้นเขาก็ต้องหาวิธีการ ที่ทำให้เด็กอยากเรียนวิชาเขาให้ได้

465
00:36:00,148 --> 00:36:04,148
อันนี้เราคุยไปล่ะ รู้ได้อย่างไร ว่าเด็กเคยเรียนมาก่อน อาจจะ

466
00:36:06,446 --> 00:36:07,707
ทดสอบก่อนเรียน สอบถามก็ได้ พาเล่นเกมก็ได้นะคะ หรือก็ได้นะ

467
00:36:07,707 --> 00:36:08,584
อย่างวิชาครู

468
00:36:08,584 --> 00:36:12,584
คอยข้อสังเกต

469
00:36:13,274 --> 00:36:17,274
สังเกตเด็กว่าคล่องแคล่วมากแค่ไหนอย่างนี้นะคะ สังเกตก็ได้

470
00:36:19,727 --> 00:36:23,727
มาถึงState Objectives มาถึง State Objectives

471
00:36:26,993 --> 00:36:28,122
กำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดวัตถุประสงค์คืออะไร คือ การที่เรากำหนด

472
00:36:28,122 --> 00:36:32,122
เป้าหมาย

473
00:36:35,001 --> 00:36:38,762
คุณครูจะต้องมีเป้าหมายในการเรียนการสอน คือคุณครูอยู่ดี ๆ จะเดินเข้ามา

474
00:36:38,762 --> 00:36:40,227
ไม่รู้จะสอนอะไรมาเปิดหน้านี่ก็ไม่ได้นะ ไม่ควรนะ

475
00:36:40,227 --> 00:36:44,227
อย่างน้อยใน

476
00:36:46,617 --> 00:36:50,617
ไม่ใช่อย่างน้อยทุก ๆ คาบ คุณครูต้องมีเป้าหมาย ว่าคุณครูจะให้ผู้เรียนได้อะไร

477
00:36:51,282 --> 00:36:55,282
ผู้เรียนจะต้องได้ความรู้อะไรบ้าง อย่างวันนี้ครูก็มีเป้าหมายนะ

478
00:36:58,214 --> 00:37:01,840
เป้าหมายของครู คือ ทุกคนจะต้องรู้จัก Assure model และเขียน Assure model มาระบบให้ได้

479
00:37:01,840 --> 00:37:05,311
ครูก็เลยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะนะคะ

480
00:37:05,311 --> 00:37:09,311
ทุกคนต้องมีเป้าหมาย ทีนี้เป้าหมาย

481
00:37:11,060 --> 00:37:13,626
การเขียนเป้าหมายตาเขียนให้ดี ทั้งผู้เรียนทั้งผู้สอนนี่ จะต้องบอก

482
00:37:13,626 --> 00:37:16,241
สิ่งเหล่านี้ค่ะ ต้องบอกสิ่งเหล่านี้ออกมา

483
00:37:16,241 --> 00:37:20,241
ผู้สอนให้ผู้เรียนทำอะไร

484
00:37:20,730 --> 00:37:24,730
การกระทำนะคะ บอกการกระทำว่าผู้เรียนต้องทำอะไรได้

485
00:37:26,133 --> 00:37:30,133
มีเงื่อนไขให้เขาหน่อยนะคะ เงื่นอไขนี่เป็นตัวบอกว่า

486
00:37:30,579 --> 00:37:34,579
มันเป็นความท้าทาย ให้เขาเกิดความท้าทาย หรือให้เขาเกิดความฝึกฝนนะคะ

487
00:37:35,662 --> 00:37:38,026
ส่วน Criterai คือเป็นเกณฑ์ตัดสินเขา ว่า

488
00:37:38,026 --> 00:37:42,026
ขอเขาทำสิ่งนั้นออกมาแล้

489
00:37:43,318 --> 00:37:47,287
วน่ะ เขาผ่านหรือไม่ผ่าน เขาได้คะแนนหรือเปล่านะคะ ถ้าคุณครู

490
00:37:47,287 --> 00:37:51,287
ถ้าชอบเขียนการกระทำกับเกณฑ์ค่ะ

491
00:37:53,517 --> 00:37:55,196
ไปให้ได้ผู้ช่วย ครู คศ. 2 แต่ถ้าคุณเป็นครูระดับมืออาชีพ

492
00:37:55,196 --> 00:37:59,196
คศ. 3 ข้อ 2

493
00:38:00,197 --> 00:38:04,197
ต้องมีครบทั้ง 3 อย่างมีถึงจะผ่านถึงจะให้เป็น คศ. 3 ได้

494
00:38:05,944 --> 00:38:08,174
ตัวอย่างของการกระทำ ก็อย่างเช่น

495
00:38:08,174 --> 00:38:11,549
ให้ผู้เรียน

496
00:38:11,549 --> 00:38:14,013
แต่งประโยค ให้ผู้เรียนแต่งประโยค

497
00:38:14,013 --> 00:38:18,013
ให้ผู้เรียนคำนวณ

498
00:38:19,600 --> 00:38:20,641
ตัวเลขต่าง ๆ อย่างนี้ค่ะ ผู้เรียนทำอะไรได้

499
00:38:20,641 --> 00:38:23,397
ใ

500
00:38:23,397 --> 00:38:27,397
ห้ผู้เรียนแต่งกลอน ให้ผู้เรียนทำอะไรต่าง ๆ นี่ เป็นสิ่งการกระทำ

501
00:38:27,544 --> 00:38:31,544
เงื่อนไขก็อย่างเช่น เอาคำเหล่านี้

502
00:38:33,635 --> 00:38:35,092
มาแต่งประโยค เห็นไหมคะ เริ่มมีเงื่อนไขแล้วนะคะ เอาสิ่งเหล่านี้มาแต่งประโยค หาสิ่งเหล่านี้

503
00:38:35,092 --> 00:38:36,756
ทำสิ่งเหล่านี้

504
00:38:36,756 --> 00:38:38,112
อย่างนี้เป็นต้น

505
00:38:38,112 --> 00:38:41,893
นะคะ เกณฑ์

506
00:38:41,893 --> 00:38:45,151
เป็นตัวบอกว่าเขาจะได้คะแนนหรือเปล่านะคะ อย่างเช่น

507
00:38:45,151 --> 00:38:46,893
ต้องทำให้ได้ 3 อย่างขึ้นไป

508
00:38:46,893 --> 00:38:50,893
ต้องทำให้ได้

509
00:38:53,660 --> 00:38:57,660
ต้องทำให้ได้จำนวนเท่าไร อย่างนี้ค่ะ อันนี้ก็เป็นเกณฑ์ ว่าเขาต้องทำให้ได้

510
00:38:58,738 --> 00:39:02,738
มาดูตัวอย่าง กลับมาดูตัวอย่างอันนี้ หลายคนอันนี้

511
00:39:04,277 --> 00:39:08,277
ที่ครูตรวจมา อันนี้ชอบพลาดนะ เพราะว่าปี 1 ก็ยังงง ๆ เรื่องนี้อยู่ อันนี้

512
00:39:09,179 --> 00:39:13,179
ตรงนี้ให้ดีนะ หลายคนมักโดนหักคะแนนตรงนะคะ

513
00:39:15,451 --> 00:39:19,451
อันนี้ค่ะ ตัวอย่างที่ครบทั้ง 3 อย่าง ก่อนอื่นให้เราหา

514
00:39:20,896 --> 00:39:24,896
ความสามารถ ให้เราหาการกระทำหน่อยค่ะ

515
00:39:27,859 --> 00:39:31,859
วัตถุประสงค์นี้เขาบอกไว้ ว่ากำหนดภาพมาให้ 1 ภาพ

516
00:39:33,352 --> 00:39:36,753
นักเรียนสามารถแต่งประโยคให้สอดคล้องกับภาพได้อย่างน้อย 3 ประโยค

517
00:39:36,753 --> 00:39:40,753
หาการกระทำให้ครูหน่อยอยู่ตรงไหน

518
00:39:42,189 --> 00:39:46,189
การกระทำ ผู้เรียนต้องทำอะไร การกระทำ

519
00:39:46,317 --> 00:39:49,316
ผู้เรียนต้องแต่งประโยคนะคะ ผู้เรียนต้องแต่งประโยค

520
00:39:49,316 --> 00:39:53,316
อยู่หลังคำว่า "สามารถ" นี่

521
00:39:56,400 --> 00:39:59,515
มันคือมันคือการกระทำนะ สามารถแต่งประโยคนะคะ แต่งประโยคได้การกระทำนะ การกระทำ

522
00:39:59,515 --> 00:40:03,515
หาเงื่อนไขให้ครูหน่อยคะ เงื่อนไข

523
00:40:03,617 --> 00:40:06,353
ให้สอดคล้อง

524
00:40:06,353 --> 00:40:10,353
ให้สอดคล้อง แล้วมีอะไรอีกเงื่อนไขนี้

525
00:40:15,753 --> 00:40:19,753
กำหนด กำหนด กำหนด ไม่ใช่ เงื่อนไข เงื่อนไข เงื่อนไข

526
00:40:20,417 --> 00:40:24,305
มีอีกอะไรนั่น นอกจากสอดคล้อง แล้วมีอีกนะ

527
00:40:24,305 --> 00:40:28,305
เห็นไหม

528
00:40:32,961 --> 00:40:35,882
กำหนดมาให้ 1 ภาพ กำหนดมาให้ 1 ภาพ ฉันมีเงื่อนไขให้เธอแค่ 1 ภาพนะ

529
00:40:35,882 --> 00:40:39,587
ฉันมีเงื่อนไขให้เธอแค่ 1 ภาพ และ

530
00:40:39,587 --> 00:40:43,587
การกระทำ คือ ต้องแต่งประโยค และ

531
00:40:44,509 --> 00:40:46,955
มีเงื่อนไขมาให้ 1 ภาพ และต้องให้สอดคล้องด้วยนะ

532
00:40:46,955 --> 00:40:49,092
อย่างน้อย 2 ประโยคเป็นอะไรคะ

533
00:40:49,092 --> 00:40:53,092
เป็นเกณฑ์

534
00:40:54,725 --> 00:40:58,725
อย่างน้อย 3 ประโยคเป็นเกณฑ์ เพราะอะไร เพราะถ้าคุณแต่ง 2 ประโยคนี่ คุณผ่านเกณฑ์

535
00:41:01,920 --> 00:41:04,414
ไหมคะ ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ ฉะนั้น อย่างน้อย 3 ประโยคเลยเป็นเกณฑ์ เกณฑ์เป็นตัวที่บอก

536
00:41:04,414 --> 00:41:06,018
คุณน่ะจะผ่านเกณฑ์

537
00:41:06,018 --> 00:41:07,356
จะได้คะแนนหรือเปล่า

538
00:41:07,356 --> 00:41:09,795
นะคะ

539
00:41:09,795 --> 00:41:13,795
มาดูอีกอันหนึ่ง มาดูอีกอันหนึ่ง

540
00:41:14,198 --> 00:41:17,553
เห็นวัตถุประสงค์หากการกระทำเลยค่ะ

541
00:41:17,553 --> 00:41:21,553
อันไหนเป็นการกระทำคะ เขาให้เด็กทำอะไร

542
00:41:22,299 --> 00:41:25,693
ผู้เรียนสามารถคำนวณค่าเฉลี่ย

543
00:41:25,693 --> 00:41:29,525
โดยไม่ใช้เครื่องคิดเลขได้ถูกต้อง

544
00:41:29,525 --> 00:41:33,525
อันไหนเป็นการกระทำคะ คำนวณ

545
00:41:35,769 --> 00:41:39,769
นะคะ คำนวณนะคะ เห็นไหมคะ สามารถ

546
00:41:40,303 --> 00:41:42,801
คำนวณ ผู้ใดจะต้องกระทำคำนวณให้ได้นะคะ

547
00:41:42,801 --> 00:41:46,801
เห็นในนี้ไหม มีเงื่อนไขไหมคะ เห็นเงื่อนไขไหม

548
00:41:47,342 --> 00:41:51,342
เห็นเงื่อนไขไหม อ

549
00:41:54,794 --> 00:41:55,283
ะไร โดยไม่ใช้เครื่องคิดเลข เขามีเงื่อนไขว่าคุณต้องคำนวณโดยไม่ใช้เครื่อง

550
00:41:55,283 --> 00:41:57,090
เลข

551
00:41:57,090 --> 00:42:01,090
ในนี้มีเกณฑ์ไหมคะ

552
00:42:05,409 --> 00:42:07,035
เก่งมาก ได้ถูกต้อง ถ้าสมมติคุณคำนวณมา คำนวณมาได้แหละ

553
00:42:07,035 --> 00:42:08,551
แต่มันไม่ถูกต้องน่ะ

554
00:42:08,551 --> 00:42:12,551
คุณก็ไม่ได้คะแนน

555
00:42:14,389 --> 00:42:16,200
ฉะนั้น คุณจะได้คะแนน คือ คุณต้องคำนวณให้ได้ถูกต้อ ง

556
00:42:16,200 --> 00:42:18,618
อันนี้คุณครูชอบใช้

557
00:42:18,618 --> 00:42:19,948
แต่ว่าอย่างที่ครูบอก

558
00:42:19,948 --> 00:42:23,948
น่ะ ถ้าจะให้สวยนะ

559
00:42:26,582 --> 00:42:30,449
แบบนี้คือมันชัดเจนคือ คศ. 3 เขาต้องเป็นคนชัดเจนนะ ถ้าอยากเป็น

560
00:42:30,449 --> 00:42:34,449
มืออาชีพนะ ต้องเขียนให้ได้อย่างนี้นะคะ แต่เข้าใจนะ

561
00:42:34,972 --> 00:42:38,972
แต่เข้าใจคุณครูนะคะ เวลาที่ไปนิเทศคุณครู

562
00:42:39,801 --> 00:42:41,413
อาจารย์มหาลัยก็เข้าใจนะ บางครั้งมันคิดยากน่ะ อีพวกนี้มันยากนะ

563
00:42:41,413 --> 00:42:44,618
ซับซ้อนน่ะนะคะ

564
00:42:44,618 --> 00:42:47,694
คำว่าได้ถูกต้องอยู่ แต่ถ้าถามว่า

565
00:42:47,694 --> 00:42:51,694
วัตถุประสงค์สัก 3 ข้อแล้ว

566
00:42:53,160 --> 00:42:57,160
เขียนถูกต้องหมด ก็สวยนะ มีอะไรที่มันท้าทายให้กับผู้เรียนหน่อย ชัดเจนหน่อย

567
00:42:58,768 --> 00:43:02,768
โ

568
00:43:04,743 --> 00:43:08,420
อเค นอกจากนั้นค่ะ นอกจากนั้น นอกจากนั้นนะคะ

569
00:43:08,420 --> 00:43:12,420
KPA เด็ก ๆ รู้จักไ

570
00:43:16,353 --> 00:43:17,669
หม น่าจะไม่รู้จัก ปี 1 เวลาที่เรากำหนดวัตถุประสงค์เราจะต้องทำให้มันครอบคลุม 3 พฤติกรรมนี้อีกนะคะ

571
00:43:17,669 --> 00:43:18,577
พฤติกรรมนี้อีก

572
00:43:18,577 --> 00:43:20,492
K

573
00:43:20,492 --> 00:43:24,492
มาจากพุทธิพิสัย

574
00:43:25,782 --> 00:43:29,782
ความรู้เหมือนเราให้สมองเขาน่ะเราให้ความรู้ผู้เรียนเสร็จจากนั้น

575
00:43:31,746 --> 00:43:33,253
ให้ P เขาด้วยนะ P มาจาก นะคะ เราต้องให้เขาได้ลงมือปฏิบัติ

576
00:43:33,253 --> 00:43:36,313
ได้ลงมือปฏิบัติ

577
00:43:36,313 --> 00:43:38,155
จากนั้น

578
00:43:38,155 --> 00:43:42,155
จิตพิสัย

579
00:43:47,919 --> 00:43:50,050
ให้เขารู้สึกว่าอยากให้เขารู้สึกอินไปกับวิชาเรานะคะ ปกติถ้าใน

580
00:43:50,050 --> 00:43:54,050
เราจะนึกถึงคะแนนพิศวาสใช่ไหม

581
00:43:55,738 --> 00:43:59,738
คะแนนคุณครูให้ใช่ไหม คะแนนจิตพิสัยนี่ ทุกคนจริง ๆ คะแนนพูดนี่มันเป็นคะแนนใช่ห

582
00:44:00,786 --> 00:44:04,786
รือเปล่า ฐานล่างสุดเลยนะ ที่เขาต้องการวัดนะคะ

583
00:44:04,900 --> 00:44:08,900
เพราะว่าจิตพิสัยน่ะมันเป็นสิ่งที่วัดได้ยาก

584
00:44:11,649 --> 00:44:15,649
มันเป็นสิ่งที่วัดได้ยาก อย่างวิชาของครูน่ะ กว่าเด็กจะไปรู้สึก ว่ามันมีประโยชน์กับเขา

585
00:44:18,421 --> 00:44:22,421
ตอนที่เขาไปฝึกสอน นึกออกไหม ถ้าเรียนตอนนี้คุณคุณไม่รู้สึกหรอกนะคะ แต่คุณจะไปนึกถึง

586
00:44:24,171 --> 00:44:28,171
อาจารย์เคยสอนเราตรงนี้ รู้อย่างนี้เอาไปใช้ดีกว่าอย่างนี้ จะรู้สึกตอนฝึกสอนหรือตอนที่

587
00:44:31,896 --> 00:44:35,896
เป็นครูไปแล้วนะคะ หลายคนแต่รู้สึกเช่นนั้นมีตัวนี้วัดยากนะคะ ส่วนมากคุณครูเขาตั้งไว้ว่า

588
00:44:37,405 --> 00:44:41,405
ความรับผิดชอบในการเรียนอะไรอย่างนี้นะคะ ซึ่งมันเป็นเกี่ยวข้องกับจิตพิสัยนี่แหละนะคะ

589
00:44:44,993 --> 00:44:46,467
ฉะนั้น เวลาที่เราสอนเด็กน่ะ เราจะไม่ให้แค่ความรู้ เราจะต้องให้เขาทำให้ได้ด้วย เขาลองมา

590
00:44:46,467 --> 00:44:50,467
นี่แหละ แล้วให้เขารู้สึก

591
00:44:51,130 --> 00:44:55,127
นะคะ ให้เขารู้สึก แต่ไอ้ที่รู้สึกอยากอยู่ก็บอกมันวัดยาก ฉะนั้น คุณครูก็

592
00:44:55,127 --> 00:44:57,628
เอาคะแนนแบบนี้แหละเป็นคะแนนของ

593
00:44:57,628 --> 00:45:01,628
ความรับผิดชอบไปนะคะ

594
00:45:04,432 --> 00:45:07,300
มาถึงขั้นที่ 3 นะคะ มาถึงขั้นที่ 3 นะคะ ขั้น

595
00:45:07,300 --> 00:45:09,771
Select Modify or Design Materials นะคะ

596
00:45:09,771 --> 00:45:13,771
ขั้นนี้

597
00:45:16,466 --> 00:45:20,466
เราจะทำด้วยกัน 3 ขั้นนะคะ

598
00:45:20,944 --> 00:45:22,518
ถ้าคุณครูไปออกแบบสื่อใหม่ทั้งหมดน่ะ

599
00:45:22,518 --> 00:45:26,518
คุณครูตุยค่ะ

600
00:45:28,240 --> 00:45:32,240
แค่งานโรงเรียนคุณครูก็เยอะแล้ว เราจะออกแบบสื่อมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เราสามารถ

601
00:45:34,187 --> 00:45:37,408
ในการสอนในเทอมเทอมหนึ่งหรือแต่ละครั้งเราสามารถเอาสื่อที่เรามีอยู่แล้ว อย่างเช่น

602
00:45:37,408 --> 00:45:41,408
PowerPoint ของครูน่ะก็ใช้มาหลายปีแล้วนะ แต่ก็

603
00:45:44,020 --> 00:45:48,020
ถ้ามันยังใช้ได้อยู่มันยังตรงกับเนื้อหาอยู่ก็สามารถใช้สื่อนั้นได้ แต่ถ้า

604
00:45:48,247 --> 00:45:49,299
มีเนื้อหาที่ต้องปรับปรุง ครูก็เพราะว่าของครู

605
00:45:49,299 --> 00:45:50,644
น่ะ ปรับปรุงดัดแปลง

606
00:45:50,644 --> 00:45:51,560
แต่ถ้า

607
00:45:51,560 --> 00:45:55,560
ใน

608
00:45:56,159 --> 00:45:57,118
การศึกษาเด็กเปลี่ยนพฤติกรรมและเราก็ค่อยสร้างสื่อใหม่

609
00:45:57,118 --> 00:46:01,118
อย่างนี้เป็นต้น

610
00:46:02,453 --> 00:46:04,868
หลักการในการเลือกสื่อ หลักการในการเลือกสื่อนะคะ

611
00:46:04,868 --> 00:46:08,558
คุณครู

612
00:46:08,558 --> 00:46:12,558
ต้องเลือกสื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ อันดับแรกนะ

613
00:46:12,686 --> 00:46:16,686
สวยไม่สวยเอาไว้ทีหลัง

614
00:46:18,957 --> 00:46:22,957
อันดับแรกต้องเลือกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์นะคะ อันดับแรกเล

615
00:46:24,763 --> 00:46:28,763
ือกสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ อันนี้ออกรายปีด้วย เวลาเลือกสื่อต้องเลือกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และเดี๋ยวมันจะ...

616
00:46:30,225 --> 00:46:32,177
ตรงกับเนื้อหาเองค่ะ เดี๋ยวมันจะตรงกับเนื้อหา และความน่าสนใจอะไรอย่างนี้ค่อยไปเสริมเติม

617
00:46:32,177 --> 00:46:34,146
สมมติถ้าเราเลือกสื่อ

618
00:46:34,146 --> 00:46:38,146
สวยมาก

619
00:46:40,246 --> 00:46:41,082
มันไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาน่ะ มันก็ไม่ทำให้ทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ หรือบรรลุเป้าหมายได้

620
00:46:41,082 --> 00:46:42,855
สื่อมันได้

621
00:46:42,855 --> 00:46:46,855
เคยมีนะ

622
00:46:49,329 --> 00:46:51,505
สื่อมันไม่เกี่ยวข้องกันเลยน่ะ แต่แบบมันดีน่ะ มันตื่นเต้นแหละ แล้วมันไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

623
00:46:51,505 --> 00:46:55,505
ที่ทำให้ผู้เรียนรู้

624
00:47:00,354 --> 00:47:03,379
หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง อย่างเช่น สมมติการเลือกสื่อนะ ครูเลือกสื่อคลิปวิดีโอ

625
00:47:03,379 --> 00:47:07,379
ครูก็ไปเลือกสื่อใน YouTube นี่แหละนะคะ อย่างเช่น

626
00:47:08,706 --> 00:47:12,706
อย่างแรกเราเอาวิดีโอมาให้ดูใช่ไหม อันนั้นครูก็ไปเอามาจากใน YouTube นี่แหละ

627
00:47:15,069 --> 00:47:17,281
แต่ทีนี้ค่ะ วันดีคืนดีมีเทอมหนึ่ง ครูได้สอนเด็ก

628
00:47:17,281 --> 00:47:21,281
บกพร่องทางการได้ยิน

629
00:47:22,597 --> 00:47:26,246
ทำอย่างไรดี สื่อนั้นคลิปวิดีโอนั้นยังใช้ได้อยู่เลยน

630
00:47:26,246 --> 00:47:30,246
่ะ สื่อใหม่ มันดีอยู่เลยอ่ะทำไงดี

631
00:47:30,253 --> 00:47:32,248

632
00:47:32,248 --> 00:47:36,248
ทำอย่างไร อะไรนะ

633
00:47:38,239 --> 00:47:40,855
ให้พี่ช่วยหน่อยนะคะ

634
00:47:40,855 --> 00:47:44,855
ช่วยแปลหรือทำอะไรอยู่คะ

635
00:47:45,362 --> 00:47:48,899
ทำ Subtitle ก็ได้ใช่ไหมคะ ทำ Subtitle ก็ได้

636
00:47:48,899 --> 00:47:52,899
ถ้าเรามีสื่อแล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำสื่อใหม่

637
00:47:53,472 --> 00:47:54,852
เราสามารถดัดแปลงได้นะคะ ดัดแปลงได้นะคะ  แล้ว

638
00:47:54,852 --> 00:47:58,852
ถ้ามันไม่ดี

639
00:47:59,940 --> 00:48:03,334
มันใช้ไม่ได้ ทีนี้เล ยก็ค่อยออกแบบสื่อใหม่ เพราะอะไรรู้ไหมคะ

640
00:48:03,334 --> 00:48:07,334
หลักการในการใช้เทคโนโลยีอันหนึ่งน่ะค่ะ ถ้าใคร

641
00:48:10,291 --> 00:48:13,704
ตั้งใจไปอ่านบทที่ 2 ที่ครูให้ทำนะ หลักการอันหนึ่งคือมีการใช้เทคโนโลยีต้องใช้อย่างประหยัด

642
00:48:13,704 --> 00:48:15,794
ใช้อย่างคุ้มค่านะคะ ใช้อย่างคุ้มค่านะคะ

643
00:48:15,794 --> 00:48:17,783
ไปต่อนะ

644
00:48:17,783 --> 00:48:21,783
อันนี้เราพักไปแล้วนะ

645
00:48:23,272 --> 00:48:26,106
มาถึง Utilize นะคะ Utilize นะคะ มาถึงนะคะ

646
00:48:26,106 --> 00:48:30,106
คือการใช้สื่อนะคะ คือการใช้สื่อนะคะ

647
00:48:33,009 --> 00:48:35,763
อันนี้ไม่ยาก แต่ต้องบอกว่าคุณครูหลายคนมักละเลยนะคะ

648
00:48:35,763 --> 00:48:39,763
หลายคนมักละเลย คุณครูหลายคนมันละเลยกับคำนี้ค่ะ

649
00:48:42,885 --> 00:48:43,970
อันดับแรกเวลาที่เราจะใช้สื่อเราต้องศึกษาให้ละเอียดนะ เราต้องศึกษาให้ละเอียด

650
00:48:43,970 --> 00:48:47,970
นะ ว่า

651
00:48:50,480 --> 00:48:52,267
สื่อนั้นน่ะมันเป็นอย่างไรนะคะ ดูเนื้อหาให้ชัด สมมติเราไปเลือกสื่อมาค่ะ บางสื่อมันมี 2

652
00:48:52,267 --> 00:48:56,267
ก็มีนะ ใน YouTube นี่เยอะ ๆ เลย

653
00:48:58,364 --> 00:49:00,014
ไม่ตรงปกก็มีนึกออกไหม เนื้อหากับตรงปกไม่ตรงกันก็มี ครูก็เคยโดนหลอกเยอะอยู่เหมือนกัน

654
00:49:00,014 --> 00:49:01,732
ฉะนั้น เราต้องดูให้จบนะ

655
00:49:01,732 --> 00:49:05,326
ต้องดูให้จบมี

656
00:49:05,326 --> 00:49:09,326
คุณครูหลายคน หรือมีนักศึกษาฝึกสอนเนี่ดูแต่หน้าปก

657
00:49:09,761 --> 00:49:12,640
แต่ข้างในนี่ไม่ได้ดูเนื้อหาเลย ฉะนั้น เราเรียนมามีความรู้แล้ว เราต้อง

658
00:49:12,640 --> 00:49:16,640
ดูให้มันครบนะคะ ว่ามันสมบูรณ์หรือเปล่า

659
00:49:16,690 --> 00:49:20,690
อันดับที่ 2 เป็นสิ่งที่หลายคนมักพลาด

660
00:49:21,206 --> 00:49:24,323
คุณครูหลายคนก็พลาดอยู่นะคะ พลาดแล้วพลาดอีก พลาดต่อไปนะคะ

661
00:49:24,323 --> 00:49:27,765
เวลาที่เราใช้เทคโนโลยีน่ะ

662
00:49:27,765 --> 00:49:29,991
หรือใช้สื่อการสอน เดี๋ยวนี้มันเป็นเรื่องของดิจิทัลนะ

663
00:49:29,991 --> 00:49:33,991
นะคะ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับ

664
00:49:35,568 --> 00:49:36,716
เครื่องมือ สถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สมมติ

665
00:49:36,716 --> 00:49:39,605
เราจะเล่น... เราจะเล่นเกม

666
00:49:39,605 --> 00:49:41,544
เราจะเล่นเกม Kahoot น่ะ

667
00:49:41,544 --> 00:49:43,308
รู้จักอยู่ใช่ไหมคะ Kahoot น่ะ

668
00:49:43,308 --> 00:49:46,493
มันต้องมีอะไรบ้าง

669
00:49:46,493 --> 00:49:48,757
ต้องมีโทรศัพท์

670
00:49:48,757 --> 00:49:51,656
แล้วแต่คุณมีโทรศัพท์ไหม

671
00:49:51,656 --> 00:49:53,818
มีครบทุกคนไหมนะคะ

672
00:49:53,818 --> 00:49:55,996
ก็มีอะไรอีก Wi-Fi

673
00:49:55,996 --> 00:49:59,996
อินเทอร์เน็ต

674
00:50:00,435 --> 00:50:04,435
ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถเล่นได้ หรืออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร

675
00:50:05,554 --> 00:50:09,554
เล่นลำบากเหมือนกัน หลุด ๆ อยู่นั่นแหละนะคะ นึกออกไหม ฉะนั้น

676
00:50:10,036 --> 00:50:11,248
ขนาดราชภัฏน่ะ เน็ตมันยังหลุดน่ะ แต่คุณไปสอนโรงเรียนน่ะ

677
00:50:11,248 --> 00:50:12,545
โอกาสที่จะ

678
00:50:12,545 --> 00:50:14,559
ใช้อันนี้

679
00:50:14,559 --> 00:50:18,559
มันก็จะมีเปอร์เซ็นต์ที่ยากไปอีกนะคะ

680
00:50:18,690 --> 00:50:20,795
หรือถ้าคุณเอาคลิปวิดีโอมาให้เด็กดู

681
00:50:20,795 --> 00:50:22,201
คุณก็จะต้องมี

682
00:50:22,201 --> 00:50:26,201
ลำโพง

683
00:50:28,228 --> 00:50:31,184
มีเสียงให้เด็กดู อย่างนี้เป็นต้น เคยมีนะรุ่นพี่รุ่นพี่เรานี่แหละ มันมีเคส

684
00:50:31,184 --> 00:50:35,184
ทีหนึ่ง มันมีรุ่นห

685
00:50:36,981 --> 00:50:39,214
นึ่ง หลักสูตร 5 ปี เรามีวิชานวัตกรรมแยกนะคะ วิชานวัตกรรม คือ เขาสร้างนวัตกรรม

686
00:50:39,214 --> 00:50:41,243
เขาสร้างเป็นน

687
00:50:41,243 --> 00:50:44,913
วัตกรรมาแหละ เขาสร้างเป็นการ์ตูนอนิเมชัน

688
00:50:44,913 --> 00:50:48,664
ยิ่งใหญ่เลยนะ ดีเลย สื่อน่าสนใจมากนะคะ

689
00:50:48,664 --> 00:50:49,554
วันนั้นเอาไปสอนเด็กไม่ได้

690
00:50:49,554 --> 00:50:52,761
เพราะอะไร

691
00:50:52,761 --> 00:50:56,761
โรงเรียนไม่มีทีวี

692
00:50:59,393 --> 00:51:02,323
โรงเรียนไม่มีทีวี ไม่มีเสียงอีกต่างหาก ไม่มีทีวีมันก็ดูไม่ได้ จบแล้ว

693
00:51:02,323 --> 00:51:04,103
นึกออกไหมคะ ฉะนั้น เขาแก้ปัญหาอย่างไรรู้ไหม

694
00:51:04,103 --> 00:51:06,062
เอา iPad ไป

695
00:51:06,062 --> 00:51:09,974
iPad ให้ดูแต่เด็กน

696
00:51:09,974 --> 00:51:13,974
่ะ ก็ดูได้แค่ข้างหน้าค่ะ นึกออกไหม ฉะนั้น วันนั้น

697
00:51:14,474 --> 00:51:18,474
การจัดการเรียนการสอนก็ไม่มีประสิทธิภาพ สื่อคุณจะดีแค่ไหนน่ะ

698
00:51:21,266 --> 00:51:25,266
สิ่งนี้คุณพลาดน่ะ มันก็ทำให้การเรียนการสอนครั้งนั้นไม่มีประสิทธิภาพได้เหมือนกัน

699
00:51:26,802 --> 00:51:28,018
ฉะนั้น อันนี้คุณครูหลายคนก็พลาด อย่างครูไป ครูไปตรวจ PA ครูไป

700
00:51:28,018 --> 00:51:31,709
ไปประเมินเขานี่

701
00:51:31,709 --> 00:51:33,229
ของครูน่ะไม่มีปัญหาน้องแต่ไม่ใช่ว่า

702
00:51:33,229 --> 00:51:37,229
ผู้ประเมินทุกคน

703
00:51:38,784 --> 00:51:39,657
จะเป็นแบบครูนึกออกไหม เราไม่ใช่ว่าจะได้ผู้ประเมินที่เป็นเป็นนักเทคโน

704
00:51:39,657 --> 00:51:43,657
ฯ ตลอดนะ

705
00:51:44,695 --> 00:51:45,990
ทีนี้มีครูท่านอื่นไปด้วยกันนะคะ มีครูท่านอื่นไปด้วยกัน

706
00:51:45,990 --> 00:51:49,084
เขาใช้...

707
00:51:49,084 --> 00:51:51,430
เขาใช้อยู่นี่

708
00:51:51,430 --> 00:51:53,617
Meta World น่ะ รู้จักไหม

709
00:51:53,617 --> 00:51:55,876
มันเป็นแบบเหมือนจริง เป็น App

710
00:51:55,876 --> 00:51:57,662
แอปไว้โหลดนี่แหละ App

711
00:51:57,662 --> 00:52:01,662
แบบเสมือนจริงอ่ะค่ะ

712
00:52:04,944 --> 00:52:08,944
ครูเอามือถือของครูน่ะ เปิดได้แต่อีก 2 ท่านเปิดไม่ได้ ชนะเนี่ยการวิเคราะห์

713
00:52:11,553 --> 00:52:15,553
ผู้เรียนหรือการวิเคราะห์คนที่เราจะไปนำเสนอเนื้อหาเลยสำคัญ ฉะนั้น เขาไม่เปิดไม่ได้เลย

714
00:52:18,229 --> 00:52:19,264
แทนที่จะได้แบบเห็นสิ่งที่มันยิ่งใหญ่น่ะค่ะ แต่มันดันเปิดไม่ได้เลย ฉะนั้น เวลาที่เราใช้เทคโนโลยี

715
00:52:19,264 --> 00:52:23,264

716
00:52:25,709 --> 00:52:29,709
เรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์มาเกี่ยวข้องด้วย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ฉะนั้น เราก็ต้องวิเคราะห์ให้ดีว่ า

717
00:52:29,873 --> 00:52:32,076
ที่เราเอาไปใช้ด้วยน่ะค่ะ นักเรียน User หรือผู้ใช้ของเรานี่

718
00:52:32,076 --> 00:52:36,076
เขาเป็นคนลักษณะไหนนะคะ

719
00:52:37,563 --> 00:52:41,563
ต่อมาเตรียมตัวผู้เรียนนำเข้าสู่บทเรียน อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของคุณครูที่จะต้อง

720
00:52:43,080 --> 00:52:46,653
เกริ่นนำว่าเราจะใช้สื่อนี้นะ มันจะใช้อย่างไรนะคะ คุณจะต้องเป็นอย่างไรนะคะ

721
00:52:46,653 --> 00:52:50,653
และสุดท้ายต้องควบคุมชั้นเรียน

722
00:52:51,320 --> 00:52:53,089
อันที่ 4 อันสุดท้ายนี่ ควบคุมชั้นเรียน คุณครูก็ชอบพลาด

723
00:52:53,089 --> 00:52:56,337
คุณครูฝึกสอนชอบพลาด

724
00:52:56,337 --> 00:52:58,898
เป็นสิ่งที่ครูฝึกสอนชอบพลาด

725
00:52:58,898 --> 00:53:01,111
เพราะว่าคุณครูชอบคิดว่า

726
00:53:01,111 --> 00:53:05,111
ฉันเลือกมาแล้วนี่

727
00:53:08,284 --> 00:53:09,601
สื่อมาแล้วนี่ อย่างเช่น มีเคสหนึ่งค่ะ เคสหนึ่งเจอกับตัวเลยนะคะ ครูก็เป็นอาจารย์นิเทศอยู่เหมือนเดิมแหละ

728
00:53:09,601 --> 00:53:12,043

729
00:53:12,043 --> 00:53:16,043
เด็กที่ครูนิเทศจะต้อง

730
00:53:16,517 --> 00:53:20,517
มีเทคโนโลยีนะ นางก็ไปเลือกส

731
00:53:22,344 --> 00:53:24,143
ื่อ ไปเลือกสื่อมาเอง สื่อได้ดีเลยนะ นะคะ เขาเป็นเรื่องสื่อเป็น

732
00:53:24,143 --> 00:53:28,143
คลิปวิดีโอ เป็นการ์ตูน

733
00:53:31,340 --> 00:53:35,340
ป. 3 ป. 3 นะคะ เรื่องเกี่ยวกับวิทยาการคำนวณนี่ เป็นวิทยาศาสตร์นี่แหละ

734
00:53:36,930 --> 00:53:40,930
ให้เด็กดูการ์ตูนแล้วเพลินไปเป้าหมายของเขานี่แหละนะคะ เพลินกับการเรียนรู้ไปนะคะ

735
00:53:41,361 --> 00:53:45,361
ทีนี้ค่ะ หลังจากที่เขาก็ใช้ทุกอย่างแล้วนะ

736
00:53:46,498 --> 00:53:50,498
เขาไปดูเนื้อหา เนื้อหาเหมาะสม เขาไปเตรียมสถานที่ ห้องเขามีทีวี

737
00:53:51,488 --> 00:53:55,488
มีลำโพง ได้ยินเสียงชัดเจน อันนี้เขาก็เริ่มแล้ว

738
00:53:56,271 --> 00:53:59,411
นะ เขาก็เตรียมตัวผู้เรียน ก็บอกผู้เรียนนะว่าเดี๋ยวครูจะเปิดวิดีโอให้นะ

739
00:53:59,411 --> 00:54:01,739
ให้ดูวิดีโอต่อไปนี้นะ อย่างนี้นะคะ

740
00:54:01,739 --> 00:54:03,801
ขั้นที่ 4 เขาทำอย่างไรรู้ไหมคะ

741
00:54:03,801 --> 00:54:07,801
เขาก็เปิดวิดีโอเสร็จ แล้ว

742
00:54:09,954 --> 00:54:11,425
เขาก็เดินไปหาอาจารย์นิเทศ ครูนั่งอยู่ข้างหลังนะ ก็แบบมาชวนคุยไม่ได้เจอกันนานอย่างนี้นะคะ

743
00:54:11,425 --> 00:54:15,425
ปรากฏว่า

744
00:54:16,345 --> 00:54:20,345
ผ่านไปประมาณ 3 นาที เด็ก ป. 3 เด็ก ป. 3

745
00:54:20,856 --> 00:54:22,539
ดูคลิปวิดีโอโดยที่ไม่มีคุณครูอยู่หน้าชั้น

746
00:54:22,539 --> 00:54:26,454
คุณครูอยู่ข้างหลัง

747
00:54:26,454 --> 00:54:30,454
3 นาทีผ่านไปเราว่าเกิดอะไรขึ้นเด็ก ป. 3

748
00:54:32,277 --> 00:54:36,277
เดาได้มาคิดว่าคาดการณ์ว่าเด็กจะเกิดอะไรขึ้นเด็ก ป. 3

749
00:54:36,754 --> 00:54:38,617
เล่นกัน เล่นกัน เล่นกันค่ะ

750
00:54:38,617 --> 00:54:40,236
เล่นกันเสร็จเป็นไงคะ

751
00:54:40,236 --> 00:54:44,236
หยอกกันไปหยอกกันมา

752
00:54:45,447 --> 00:54:47,504
ไม่สนใจเรียนอยู่แล้ว หยอกกันไปหยอกกันมา คือเสร็จแล้วไม่สนใจล่ะ

753
00:54:47,504 --> 00:54:48,950
ขั้นร้ายแรงที่สุดเลยค่ะ

754
00:54:48,950 --> 00:54:52,950
ทำอะไรคะ

755
00:54:55,007 --> 00:54:57,988
ตีกัน ใช่ เด็กตีกันต่อหน้าอาจารย์นิเทศ

756
00:54:57,988 --> 00:55:01,829
นึกหน้าออกไหม นึกหน้า

757
00:55:01,829 --> 00:55:02,526
นักศึกษาฝึกสอนคนนั้นออกไหม หน้านี่ซีดอยู่อย่างนั่นแหละ

758
00:55:02,526 --> 00:55:03,989
นะคะ

759
00:55:03,989 --> 00:55:06,962
ปรากฏว่า

760
00:55:06,962 --> 00:55:10,962
เราว่าขั้นแรกเราว่าเขาสอบผ่านไหม

761
00:55:11,554 --> 00:55:13,020
ไมาอยู่แล้ว ก็คุมชั้นเรียนไม่ได้ เด็กไม่ได้เรียนต่อเลย เด็กมันตีกัน

762
00:55:13,020 --> 00:55:14,013
แล้วไง ต่อ

763
00:55:14,013 --> 00:55:14,965
เข้าไปพบ

764
00:55:14,965 --> 00:55:17,162
ผอ.

765
00:55:17,162 --> 00:55:21,162
แล้วมันไม่หยุดแค่นั้นนะคุณ

766
00:55:21,393 --> 00:55:22,299
พอเสร็จ ลูกเขากลับบ้านไป ลูกเขาพ่อแม่เขาเห็นลูกเขา

767
00:55:22,299 --> 00:55:26,299
ตีกัน

768
00:55:26,616 --> 00:55:28,297
ก็มีปัญหาอีก ฉะนั้น เขาก็สืบต่อมาว่า เฮ้ย

769
00:55:28,297 --> 00:55:32,297
ครูไม่ได้ควบคุม

770
00:55:33,504 --> 00:55:37,504
ผู้เรียนเลยน่ะ นะคะ คุณครูไม่ได้สอบชั้นเรียนเลยน่ะ ฉะนั้น มันไม่ใช่แค่เรื่อง

771
00:55:39,071 --> 00:55:42,725
อันนี้มันตลกแหละนะ วันนั้นอาจารย์ก็ต้องไปนั่งอธิบายด้วย

772
00:55:42,725 --> 00:55:46,725
อยู่ในเหตุการณ์นะคะ เราผิดไหม เราก็ผิดนะ

773
00:55:47,165 --> 00:55:50,085
เราไม่ได้ควบคุมชั้นเรียน เราไม่ได้ควบคุมสถานการณ์ จริง ๆ น่ะ เขาผิด

774
00:55:50,085 --> 00:55:54,085
ขั้นไหนแล้วรู้ไหม เขาผิดขั้นไหน

775
00:55:57,102 --> 00:56:01,102
เขาผิดตั้งแต่คันแรก  Analyze learner เขาวิเคราะห์ผู้เรียนมาไม่ดี

776
00:56:02,932 --> 00:56:06,932
เขาไม่ได้รู้จักลักษณะทั่วไปของผู้เรียน ลักษณะทั่วไปของเด็ก ป. 3 เขาอยู่ไม่ได้

777
00:56:08,468 --> 00:56:12,468
เขาไม่สามารถนั่งอะไรนิ่ง ๆ ได้นาน ฉะนั้น เด็กไม่ผิดเลยนะ พฤติกรรมเขาเป็นแบบนั้นนะคะ

778
00:56:14,354 --> 00:56:15,243
ฉะนั้นคุณครูต้องดูพฤติกรรมเด็ก ฉะนั้น ครูถึงบอกว่าแต่ละขั้นตอน

779
00:56:15,243 --> 00:56:17,296
มันมีผล

780
00:56:17,296 --> 00:56:21,296
ขั้นตอนหนึ่งหนึ่งเสมอ

781
00:56:24,291 --> 00:56:24,950
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของการใช้ อีกนิดหนึางใกล้หมดแล้วนะคะ

782
00:56:24,950 --> 00:56:27,279
กำหนด

783
00:56:27,279 --> 00:56:31,279
การตอบสนองของผู้เรียนนะคะ

784
00:56:32,084 --> 00:56:36,084
เราสามารถตอบสนองได้จากการพูด เขียน

785
00:56:36,640 --> 00:56:37,921
หรือถ้าเด็กแบบเด็กโตหน่อย เราสามารถให้เขาเรียนรู้

786
00:56:37,921 --> 00:56:41,921
สิ่งต่าง ๆ ได้หมด

787
00:56:44,843 --> 00:56:48,843
จำหมดแล้วค่อยออกมาพูดหรือเขียนก็ได้นะ แต่สุดท้ายก็ต้องพูดและเขียนออกมานะ ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่สามารถวัดได้

788
00:56:50,654 --> 00:56:53,393
ขั้นสุดท้ายแล้วค่ะ

789
00:56:53,393 --> 00:56:57,393
Evaluation การประเมินนะคะ คือ การประเมิน

790
00:56:59,732 --> 00:57:03,732
ถ้าครูทั่วไปค่ะ ครูทั่วไปจะประเมินความสำเร็จของผู้เรียน

791
00:57:05,301 --> 00:57:08,323
มันเป็นสิ่งที่คุณครูต้องประเมินอยู่แล้วนะคะ ประเมินครูทั่วไป คือ ประเมินว่าเด็ก

792
00:57:08,323 --> 00:57:09,051
เรียนสิ่งนี้ได้หรือเปล่านะคะ

793
00:57:09,051 --> 00:57:13,051
ก็คือ

794
00:57:14,141 --> 00:57:18,141
วัดผลสัมฤทธิ์นี่แหละ ครูทั่วไปวัดผลสำฤทธิ์นี่แหละ แต่ถ้าครูมืออาชีพนะ

795
00:57:19,779 --> 00:57:23,779
ต้องทำทั้ง 3 อย่างนี้ถ้าครูมืออาชีพต้องทำให้ครบทั้ง 3 อย่างนี้นะคะ

796
00:57:24,964 --> 00:57:28,964
ครูต้องประเมินกระเมินการนะคะ ครูต้องประเมินกระบวนการนะคะ ครูต้องประเมินกระบวน

797
00:57:31,105 --> 00:57:35,105
กระบวนการคืออะไรนะคะ ก็อย่างเช่น ให้สื่อ

798
00:57:41,868 --> 00:57:44,571
ก็อย่างเช่นนะคะ กระบวนการให้สื่อ

799
00:57:44,571 --> 00:57:48,571
นะคะ ให้... ถ้าสมมติว่าเรา

800
00:57:50,033 --> 00:57:50,900
ให้ซื้อเด็กไป แล้วเด็กนี่ สนใจเรียนสื่อของเราหรือเปล่านะคะ

801
00:57:50,900 --> 00:57:54,900
คือมีอยู่ปีหนึ่งนะคะ

802
00:57:56,172 --> 00:58:00,172
ด้วยความที่ชอบให้เด็กทำกิจกรรมนะ ให้เด็กทำกิจกรรมนะคะ ให้เด็กทำกิจกรรม

803
00:58:01,850 --> 00:58:03,055
ก็ไปคิดเกมมา ปรากฏว่าห้องนั้นน่ะค่ะ

804
00:58:03,055 --> 00:58:07,055
เขา

805
00:58:10,885 --> 00:58:14,885
... เขามีเด็กเก่ง แต่ครูอันนี้ครูก็พลาดอีกเหมือนกัน ครูไม่ได้วิเคราะห์ผู้เรียนมานั่นแหละ

806
00:58:16,451 --> 00:58:20,451
ปรากฏว่าเล่นเกม 4 ต่อ 4 เคยเล่นไหมคะ เล่นเกม 4 ต่อ4 ก็จะเป็นโยนคำถามนี้

807
00:58:20,477 --> 00:58:24,477
แต่ระหว่างนี้ปรากฏว่าคำถามโยนไปฝั่งหนึ่ง

808
00:58:25,820 --> 00:58:27,272
กลุ่มนั้นมีแต่เด็กเก่ง แล้วมันตอบได้หมดน่ะ มันตอบได้ทุกคำเลย

809
00:58:27,272 --> 00:58:31,272
ฝั่งนี้ไม่ได้ตอบเลย

810
00:58:31,956 --> 00:58:35,406
อันนั้นก็เป็น... อันนั้นก็เป็นเคสที่ถ้าคุณครูเห็น เคส

811
00:58:35,406 --> 00:58:39,406
เห็นเคสเมื่อสักครู่นี้ค่ะ คุณครูพอเห็นแล้วคุณครูก็

812
00:58:42,682 --> 00:58:46,682
เอามาปรับปรุงการสอน เอามาปรับปรุงกระบวนการ แต่ถ้าคุณครูไม่ได้เป็นครูมาเป็นครูมืออาชีพ หรือไม่ได้สนใจการสอน คุณครูก็จะ

813
00:58:46,849 --> 00:58:48,660
ช่างมันเถอะ มันเป็นอยู่แค่นั้น ฉะนั้น ถ้าคุณครูมืออาชีพน่ะ

814
00:58:48,660 --> 00:58:52,660
ที่ครู คศ. 3

815
00:58:54,103 --> 00:58:58,103
พอเขาเห็นสิ่งที่มันเป็นปัญหา เขาก็เอามันมาปรับปรุงการสอนครั้งที่ 2

816
00:58:58,581 --> 00:59:02,581
นะคะ หรือประเมินสื่อนะคะ ว่าวิธีการอันนี้

817
00:59:05,131 --> 00:59:09,131
ถ้าจับได้คู่มืออาชีพ ก็จะต้องมีการประเมินสื่อด้วยนี่แหละนะคะ อาจจะประเมิ

818
00:59:12,369 --> 00:59:16,369
นเป็นแบบประเมินนะคะ หรือวิธีการสอน มีแบบประเมินให้เห็นชัดเจน มีคนมาประเมินเรา

819
00:59:17,370 --> 00:59:21,370
ว่าเราสอนดีหรือไม่ดีนะคะ ฉะนั้น ถึงจะเป็นได้

820
00:59:21,461 --> 00:59:25,461
ความสำเร็จผู้เรียนนะคะ ฉะนั้น ถ้าอยากได้คะแนน

821
00:59:27,624 --> 00:59:31,624
อันนี้อาจจะไม่พอ ไม่เป็นครูทั่วไป เพราะว่าเรามุ่งหวังอยากให้เราเป็นครูมืออาชีพ

822
00:59:32,445 --> 00:59:36,445
ต้องมีสัก 2-3 อย่างขึ้นไปนะคะ ถ้า 3 อย่างเลยนะคะ

823
00:59:37,515 --> 00:59:41,515
หมดแล้วนะคะ สำหรับ Assure model นะคะ

824
00:59:45,186 --> 00:59:46,075
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างนะคะ เดี๋ยวครูจะมีตัวอย่างให้ทำนะ นะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างท

825
00:59:46,075 --> 00:59:48,439
ี่เอาไปใช้

826
00:59:48,439 --> 00:59:51,638
มันเป็นขั้นตอนนะ

827
00:59:51,638 --> 00:59:55,638
เราจะเอาไปใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างไร

828
00:59:59,486 --> 01:00:02,424
เดี๋ยวครูจะให้เราเลือก วิชาที่มันเกี่ยวข้องกับการศึกษาพิเศษนะ ช่วงชั้นไหนก็ได้นะ ช่วงชั้นไหนก็ได้นะ

829
01:00:02,424 --> 01:00:06,424
เลือกมา 1 ช่วงชั้น 1 ช่วงชั้น

830
01:00:09,038 --> 01:00:11,327
เลือกเรื่องที่เราจะสอน เรื่องที่เราจะสอน แล้วบอกเวลาด้วยนะ เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ 1 ชั่วโมงแล้ว

831
01:00:11,327 --> 01:00:11,959
มันเป็นคาบแล้ว เราก็เขีนนเป็นคาบ ครู

832
01:00:11,959 --> 01:00:14,824
ไม่แน่ใจ

833
01:00:14,824 --> 01:00:18,824
ส่งของการศึกษาพิเศษเป็นชั่วโมงหรือเป็นคาบ

834
01:00:23,299 --> 01:00:26,686
เดี๋ยวเราไปดูในหลักสูตรเราแล้วกันนะ ไปดูในหลักสูตร เดี๋ยวครูจะไปดูข้อมูลด้วยเหมือนกัน

835
01:00:26,686 --> 01:00:30,672
ถ้าเป็นปกติเขาก็จะเล่น 50 คา

836
01:00:30,672 --> 01:00:34,672
บ แต่ถ้าเป็นการศึกษาพิเศษต้องไปดูของหลักสูตรเราอีกทีนะคะ

837
01:00:37,522 --> 01:00:38,774
ขั้นตอนแรกเขาจะวิเคราะห์ผู้เรียนไหมคะ ลักษณะทั่วไปเป็นนักเรียน

838
01:00:38,774 --> 01:00:40,465
1 ลักษณะเฉพาะ

839
01:00:40,465 --> 01:00:43,796
อยู่ในวัยเด็ก

840
01:00:43,796 --> 01:00:47,796
ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ชอบ

841
01:00:48,320 --> 01:00:52,320
ทำเคลื่อนไหว ฉะนั้น คุณครูจะหยุดนิ่งไม่ได้นะคะ คุณครูจะแบบ

842
01:00:52,739 --> 01:00:56,739
จะให้เขาอยู่เฉย ๆ ตลอดเวลานี่เขาไม่สามารถทำได้หรอก เขาไม่สามารถนั่ง

843
01:00:57,603 --> 01:01:00,462
ได้แบบเราหรอก ครูเข้าใจเด็กครูปฐมวัย

844
01:01:00,462 --> 01:01:03,782
มันไม่อยู่นิ่งตลอดเวลาเลยน่ะ

845
01:01:03,782 --> 01:01:07,782
คุณครูแบบ หนักกว่าเราอีกนะคะ

846
01:01:08,115 --> 01:01:11,031
เพราฉะนั้น ครูแบบ คุณครูก็นับถือคุณครูประถมเหมือนกันนะ คือเด็ก

847
01:01:11,031 --> 01:01:15,031
ไม่ต้องคอยตอบคำถามเด็กทั้งวันน่ะ จริง ๆ

848
01:01:16,737 --> 01:01:20,737
สุดยอด ยกมือให้เลย แต่เขาก็มีความสุขอะไรของเขาอยู่เหมือนกันแหละค่ะ

849
01:01:22,694 --> 01:01:24,020
State Objectives เราก็ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ออกมานะคะ กำหนดวัตถุประสงค์ออกมานะคะ เห็นไหมคะ

850
01:01:24,020 --> 01:01:26,648
สามารถ

851
01:01:26,648 --> 01:01:27,859
ทำอะไรได้เป็นการกระทำ

852
01:01:27,859 --> 01:01:31,859
กำหนด

853
01:01:34,675 --> 01:01:35,741
มีเงื่อนไข แล้วก็มีเกณฑ์เห็นไหมคะ อย่างน้อย 3 ชนิด

854
01:01:35,741 --> 01:01:39,741
นะคะ

855
01:01:40,833 --> 01:01:42,532
อันนี้ก็มีเห็นไหมคะ เขียนชื่ออุปกรณ์ อันนี้ก็เป็น

856
01:01:42,532 --> 01:01:46,532
การกระทำ

857
01:01:49,474 --> 01:01:52,212
ที่กำหนดให้ก็เป็นเงื่อนไขนะคะ แล้วก็ในเวลาที่กำหนด ในเวลาที่กำหนด

858
01:01:52,212 --> 01:01:55,810
เป็นเงื่อนไข ได้ถูกต้องก็เป็น

859
01:01:55,810 --> 01:01:57,874
เกณฑ์ ต้องทำให้ได้ถูกต้องด้วยอย่างนี้เป็นต้นนะคะ

860
01:01:57,874 --> 01:02:01,874
ขอสวย ๆ แบบนี้นะ

861
01:02:02,299 --> 01:02:06,299
ถ้าถูกต้องหมด คะแนนมันจะน้อย อย่างน้อยให้เรามีแบบนี้หน่อย

862
01:02:09,680 --> 01:02:13,680
เกณฑ์ที่มันชัดเจนแบบนี้หน่อยนะคะ แบบนี้ก็ได้จะได้คะแนนน้อย แบบนี้จะได้คะแนนเยอะหน่อยนะคะ

863
01:02:17,020 --> 01:02:20,779
แล้วก็เลือกดัดแปลงสื่อนะคะ เลือกดัดแปลงสื่อนะคะ

864
01:02:20,779 --> 01:02:24,779
ว่าเราเรื่องสื่ออะไรมา อันนี้เขาก็เลือกสื่อที่มีอยู่แล้ว อย่างเช่น พวก

865
01:02:25,153 --> 01:02:27,883
อุปกรณ์ที่มันมีอยู่แล้วในห้องนะคะ ดัดแปลง เขาก็

866
01:02:27,883 --> 01:02:31,883
อยากให้ภาพมันขยายใหญ่ขึ้น

867
01:02:32,491 --> 01:02:35,275
เพราะว่าผู้เรียนบางคนไม่เห็น ไม่เห็นอุปกรณ์อย่างนี้ เขาก็เลยดัดแปลง

868
01:02:35,275 --> 01:02:38,676
เอามาทำให้มันขยายโพรเจกเตอร์ใหญ่ขึ้นนะคะ

869
01:02:38,676 --> 01:02:42,676
และออกแบบสื่อใหม่ เขาทำเป็นใบงานใหม่

870
01:02:43,133 --> 01:02:47,133
การใช้สื่อ

871
01:02:48,341 --> 01:02:52,341
เอาสื่อนั้นน่ะ ไปใช้อย่างไรนะคะ ให้ดู

872
01:02:52,398 --> 01:02:56,398
ไปดูวัสดุ ให้จับต้องวัสดุแล้วก็

873
01:02:58,929 --> 01:03:02,929
ดัดแปลงสิ่งต่าง ๆ นะคะ ดัดแปลงภาพอย่างนี้ เอาให้เด็กให้เด็กจับอะไรก็ว่า

874
01:03:05,662 --> 01:03:06,187
ไป แล้วก็ให้ทำใบความรู้ แล้วก็มากำหนดว่าผู้เรียนจะตอบสนองได้อย่างไร อันนี้เขา

875
01:03:06,187 --> 01:03:08,378
เขียนว่า

876
01:03:08,378 --> 01:03:11,515
ให้ผู้เรียนทำใบงาน

877
01:03:11,515 --> 01:03:15,515
แล้วมีตอบคำถามระหว่างที่ใช้สื่อด้วยนะคะ

878
01:03:18,108 --> 01:03:22,108
แล้วสุดท้ายก็ประเมิน เขาก็เลือกประเมินกระบวนการสอน

879
01:03:24,303 --> 01:03:26,022
แล้วก็ประเมินความสำเร็จของผู้เรียน ประเมินการสอนเขาก็เลือกมาจากการสังเกตก็ได้

880
01:03:26,022 --> 01:03:30,022
สังเกตว่าผู้เรียนนี่

881
01:03:31,624 --> 01:03:33,445
สนใจสื่อเขาหรือเปล่าจากการสังเกตนะคะ ฉะนั้น คุณครูก็จะต้องคอยสังเกตด้วยนะ

882
01:03:33,445 --> 01:03:37,445
เวลาที่เราใช้สื่อนี่

883
01:03:39,483 --> 01:03:43,401
ได้ผลมากแค่ไหนจากการสังเกตนี่แหละนะคะ แล้วประเมินความสำเร็จ เขาก็ใช้

884
01:03:43,401 --> 01:03:47,401
แบบทดสอบนะคะ ใช้แบบทดสอบ เดี๋ยวมาดูตัวอย่างหน่อย

885
01:03:50,135 --> 01:03:54,135
งานนี้สำคัญนะ 10 คะแนนนะ ไม่หารเลยนะ นะคะ

886
01:03:56,374 --> 01:04:00,374
ตัวอย่างนะคะ ก็จะเป็น

887
01:04:19,031 --> 01:04:23,031
นี่ค่ะ จะให้ทำแบบนี้นะ

888
01:04:23,790 --> 01:04:27,790
เราไม่ต้องเขียนนะ เราพิมพ์มาเลย ครูอ่านตัวหนังสือแล้วไม่ออก เราพิมพ์มาเลยนะคะ

889
01:04:31,725 --> 01:04:32,421
ฟอนต์อะไรก็ได้ แต่ขอให้อ่านออกนะคะ Thai sarabun angsaนี่แหละอ่านง่ายสุดแล้ว

890
01:04:32,421 --> 01:04:36,421
นะคะ

891
01:04:40,093 --> 01:04:42,641
ให้เราเลือกกลุ่มสาระที่เราสอนนะ ช่วงเช้านะคะ ช่วงเช้านะคะ เรื่อง

892
01:04:42,641 --> 01:04:46,072
แล้วก็อันนี้

893
01:04:46,072 --> 01:04:50,072
ให้เราบอกสาระสำคัญครูหน่อย

894
01:04:51,852 --> 01:04:54,258
อย่างเช่นตัวอย่างนี้ เขาสอนวิชาอุปกรณ์เทคนิคเบื้องต้น

895
01:04:54,258 --> 01:04:58,258
สิ่งที่เขาจะต้องสอนผู้เรียน

896
01:04:58,718 --> 01:05:00,695
นะคะ สิ่งที่ต้องสอนผู้เรียน คือ ให้ผู้เรียนรู้จักอุปกรณ์

897
01:05:00,695 --> 01:05:02,371
เมาส์ คีย์บอร์ด

898
01:05:02,371 --> 01:05:05,369
จอภาพ อย่างนี้ค่ะ แล้วก็

899
01:05:05,369 --> 01:05:09,007
จะต้องรู้วิธีการใช้อย่างถูกต้อง

900
01:05:09,007 --> 01:05:11,496
อันนี้เป็นสาระที่เขาจะสอนนะคะ สาระสำคัญที่เราจะสอน

901
01:05:11,496 --> 01:05:14,136
เห็นไหมคะ

902
01:05:14,136 --> 01:05:18,136
เขาก็จะวิเคราะห์ลักษณะทั่วไป

903
01:05:21,299 --> 01:05:23,466
วิเคราะห์ลักษณะทั่วไป ลักษณะเฉพาะ วิเคราะห์ลักษณะทั่วไป ลักษณะเฉพาะ ลักษณะทั่วไป

904
01:05:23,466 --> 01:05:27,027
เขาก็จะวิเคราะห์

905
01:05:27,027 --> 01:05:31,027
ว่านี่เด็กอยู่ชั้น ป. 1 นะ

906
01:05:32,935 --> 01:05:34,414
ยังเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น อยู่นิ่งไม่นานนี่ ระวังสิ่งต่าง ๆ อะไรก็ว่า

907
01:05:34,414 --> 01:05:38,414
ไป ลักษณะเฉพาะ

908
01:05:38,743 --> 01:05:39,841
ลักษณะเฉพาะจะเป็นลักษณะที่เกี่ยวข้องกับวิชา

909
01:05:39,841 --> 01:05:43,841
ที่เราจะสอน

910
01:05:44,044 --> 01:05:47,148
เขาต้องมีอะไรมาก่อน ทักษะที่เขาต้องมีอะไรมาก่อน อย่างเช่นเห็นไหมคะ

911
01:05:47,148 --> 01:05:49,552
ทักษะที่มีมาก่อนผู้เรียนจำเป็นต้องรู้

912
01:05:49,552 --> 01:05:51,596
อุปกรณ์เบื้องต้น อย่างน้อย

913
01:05:51,596 --> 01:05:53,463
ผู้เรียนจะต้องรู้เบื้องต้นหน่อยนะคะ

914
01:05:53,463 --> 01:05:57,463
แล้วก็

915
01:05:58,015 --> 01:06:00,444
ทัศนคติที่มีต่อวิชา เด็กเป็นอย่างไรนะคะ

916
01:06:00,444 --> 01:06:04,444
ชอบอะไรก็ว่าไปนะคะ

917
01:06:05,760 --> 01:06:09,760
อันนี้เห็นไหมคะ อย่างนี้สวย

918
01:06:10,770 --> 01:06:14,770
กำหนดวัตถุประสงค์นี่ กำหนดวัตถุประสงค์นะคะ

919
01:06:16,228 --> 01:06:18,919
เห็นไหมคะ เขาบอกให้เขาทำครบเลย สามารถบอกวิธีการใช้งานอุปกรณ์

920
01:06:18,919 --> 01:06:22,750
อันนี้ก็เป็นการกระทำ

921
01:06:22,750 --> 01:06:26,750
ที่กำหนดให้ ก็เป็นเงื่อนไข

922
01:06:29,470 --> 01:06:30,711
ได้ถูกต้องอย่างน้อย 3 ใน 5 ก็เป็นเกณฑ์ ฉะนั้น คุณต้องทำให้ได้ 3 ใน 5 ขึ้นไป

923
01:06:30,711 --> 01:06:34,514
ถึงผ่านอย่างนี้ค่ะ

924
01:06:34,514 --> 01:06:37,783
อันนี้ก็เป็นการกระทำ

925
01:06:37,783 --> 01:06:40,293
ที่กำหนดให้ก็เป็นเงื่อนไข

926
01:06:40,293 --> 01:06:44,293
อันนี้มีกำหนดเวลามาอีก ก็เป็นเงื่อนไข

927
01:06:45,898 --> 01:06:48,042
ถูกต้องก็เป็นเกณฑ์นะคะ อันนี้เป็นต้นนะคะ อย่างนี้สวย

928
01:06:48,042 --> 01:06:52,042
ได้คะแนนดีนะคะ

929
01:06:52,801 --> 01:06:55,349
แล้วก็มาเลือกสื่อค่ะ มาเลือกสื่อ

930
01:06:55,349 --> 01:06:59,349
เลือกสื่อ งดัดแปลงสื่อ

931
01:07:01,071 --> 01:07:04,197
แล้วก็มาเขียนขั้นตอนการใช้ ว่าใช้สื่ออย่างไรให้ไหมคะ สื่อที่ใช้

932
01:07:04,197 --> 01:07:08,197
ให้เด็กได้ดู ได้สัมผัส

933
01:07:08,627 --> 01:07:12,085
แบ่งกลุ่ม

934
01:07:12,085 --> 01:07:16,085
ทำอะไรน่ะ เล่น C

935
01:07:17,206 --> 01:07:20,271
I แจกใบงานให้เด็กได้ทำอย่างนี้นะคะ คือ เอาจาก

936
01:07:20,271 --> 01:07:24,271
ขั้น 3 นี่

937
01:07:26,208 --> 01:07:29,686
เอาสิ่งที่เรา... เอาสิ่งที่เราเลือก เอาสิ่งที่เราดัดแปลง เอาสิ่งที่เราออกแบบใ

938
01:07:29,686 --> 01:07:33,686
หม่นี่มาใช้นะคะ มาใช้นะคะ ว่าใช้

939
01:07:37,175 --> 01:07:41,175
อย่างไร จากนั้นก็มากำหนดเห็นไหมคะ เขากำหนดให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมให้ตอบคำถามให้ทำกิจกรรม

940
01:07:41,931 --> 01:07:45,779
แล้วก็ให้ทำใบงาน ก็คือการเขียนนี่แหละนะคะ

941
01:07:45,779 --> 01:07:49,779
แล้วก็การประเมินนะคะ

942
01:07:52,589 --> 01:07:55,756
เขาก็มีการประเมินกระบวนการสอนนะคะ คือ ประเมินความสนใจ ก็คือจากการสังเกตนี่แหละนะคะ

943
01:07:55,756 --> 01:07:57,238
แล้วประเมินความสำเร็จ ก็ให้ทำแบบทดสอบ

944
01:07:57,238 --> 01:08:00,946
นะคะ อย่างนี้เป็นต้น

945
01:08:00,946 --> 01:08:04,357
สิ่งที่ครู

946
01:08:04,357 --> 01:08:08,357
มักเจอความผิดพลาด ก็คือ

947
01:08:11,165 --> 01:08:12,206
อีขั้นนี้เขียนไม่ค่อยดี ขั้นนี้เขียนไม่ค่อยดีนะแต่เห็นเขียนดีแบบนี้นะคะ

948
01:08:12,206 --> 01:08:15,977

949
01:08:15,977 --> 01:08:18,306
พลาดบ่อย ๆ นะ คือ ขั้นนี้

950
01:08:18,306 --> 01:08:19,638
เลือกดัดแปลง

951
01:08:19,638 --> 01:08:22,679
ออกแบบเสร็จ

952
01:08:22,679 --> 01:08:24,338
ไม่เอามาใช้ ไปเอาสื่ออะไรไม่รู้มาใช้

953
01:08:24,338 --> 01:08:28,338
ฉะนั้น ส

954
01:08:30,106 --> 01:08:31,441
ื่อจะต้องเกี่ยวข้องกันนะ คุณเลือกอะไรมาคุณน่ะ ดัดแปลงมา คนออกแบบสื่อมา

955
01:08:31,441 --> 01:08:33,232
ต้องเอามาใช้นะ

956
01:08:33,232 --> 01:08:34,509
เคยเจอ

957
01:08:34,509 --> 01:08:38,509
บางคนเลือก

958
01:08:39,026 --> 01:08:43,026
หนังสือเป็นภาพ เป็นภาพ

959
01:08:43,516 --> 01:08:45,840
เป็นบัตรภาพน่ะ บัตรภาพ บัตรภาพมาค่ะ

960
01:08:45,840 --> 01:08:49,840
แต่ตอนไปใช้ดันไปใช้เว็บไซต์

961
01:08:51,293 --> 01:08:52,505
มันไม่สอดคล้องกันนะ อันนี้ก็ไม่มีประสิทธิภาพนะ ฉะนั้น ต้องไปด้วยกันนะ แต่ละขั้น

962
01:08:52,505 --> 01:08:56,505
และ

963
01:08:56,796 --> 01:08:59,263
อันหนึ่งก็หลายคนถ้าพลาดเรื่องสื่อไม่เหมาะสมกับผู้เรียน

964
01:08:59,263 --> 01:09:03,263
อย่างเช่น คุณเลือกเด็ก ป. 1 มา

965
01:09:03,665 --> 01:09:07,037
แต่คนดันไปใช้เว็บไซต์ให้เขาอ่านอย่างเดียว อันนี้ก็ไม่เหมาะสม

966
01:09:07,037 --> 01:09:11,037
ฉะนั้น เลือกสื่อก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับผู้

967
01:09:11,952 --> 01:09:15,952
เรียน ฉะนั้น เราต้องวิเคราะห์มาให้ถูกใจ ตั้งแต่ขั้นวิเคราะห์เนาะ

968
01:09:17,491 --> 01:09:18,452
วิเคราะห์เสร็จต้องมากำหนดเป้าหมายหรือเป้าหมายก็ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าเด็ก

969
01:09:18,452 --> 01:09:21,804
ทำอะไรบ้าง

970
01:09:21,804 --> 01:09:22,696
เป้าหมายจะต้องมีการกระทำ มีเงื่อนไข

971
01:09:22,696 --> 01:09:26,582
มี

972
01:09:26,582 --> 01:09:30,243
เกณฑ์ให้ชัดเจนนะคะ จากนั้นก็มาเลือกสื่อ

973
01:09:30,243 --> 01:09:31,889
ให้ชัดเจน จากนั้นก็ต้องมาเลือกสื่อให้เหมาะสมด้วยนะ

974
01:09:31,889 --> 01:09:35,104
เลือกสื่อให้เหมาะสม

975
01:09:35,104 --> 01:09:39,104
จากนั้นก็ต้องเอามาเอาสื่อที่เลือกนี่ เลือก

976
01:09:39,501 --> 01:09:42,464
ดัดแปลงนำไปดัดแปล งแล้วปรับปรุงแล้วเอามาใช้

977
01:09:42,464 --> 01:09:46,464
สื่อที่เราใช้น่ะ ไม่ใช่เอาตัวอื่นนะ

978
01:09:48,127 --> 01:09:50,295
สื่อที่เราเลือกนี่ มาใช้ได้อย่างเหมาะสมด้วย แล้วก็กำหนดการตอบสนองแล้วก็

979
01:09:50,295 --> 01:09:50,925
กำหนดว่าจะประเมินเขาอย่างไร

980
01:09:50,925 --> 01:09:54,125
นะคะ

981
01:09:54,125 --> 01:09:58,125
ตรงนี้มีคำถามไหมคะ

982
01:09:58,511 --> 01:10:00,415
ตรงนี้มีคำถาม

983
01:10:00,415 --> 01:10:03,692
ไหม อะไรนะคะ

984
01:10:03,692 --> 01:10:07,692
ได้ เดี๋ยวส่งให้ เดี๋ยวส่งให้นะคะ

985
01:10:07,857 --> 01:10:11,857
มีคำถามไหม

986
01:10:12,452 --> 01:10:14,202
ไม่มีใครถามเรื่องกำหนดเวลาเลยเหรอ

987
01:10:14,202 --> 01:10:18,202
เดี๋ยวครู

988
01:10:35,303 --> 01:10:37,227
มันจะกว้างกว่าแผน อันนี้มันจะมองทั้งระบบเลยนะคะ

989
01:10:37,227 --> 01:10:40,907
มัน

990
01:10:40,907 --> 01:10:44,907
จะ... จะบอกว่าไปเอาแผนก็ไม่เชิง

991
01:10:48,810 --> 01:10:52,810
นี่ถึงบอกว่ามันยากสำหรับปี 1

992
01:11:19,039 --> 01:11:21,259
ไปไปดูแผนได้นะคะ ไปดูแผนของคุณครูได้นะ แต่ก็ต้องเอามาแยกให้ให้มันเป็น ให้มัน

993
01:11:21,259 --> 01:11:23,502
เป็นเข้าในแต่ละขั้นของ A

994
01:11:23,502 --> 01:11:27,502
อย่างนี้จะง่ายสำหรับปี 1

995
01:11:28,552 --> 01:11:32,552
แต่ถ้าเราไปดู... แต่ใด ๆ น

996
01:11:34,184 --> 01:11:35,104
่ะ จริง ๆ ในการสอนจริง ๆ น่ะ เราต้องยึดตั้งแต่Analyze ที่บอกว่าให้ความสำคัญ

997
01:11:35,104 --> 01:11:36,438
นั้น

998
01:11:36,438 --> 01:11:39,360
แผน

999
01:11:39,360 --> 01:11:43,360
บางครั้งเขาไม่ได้เขียนถึง Analyze

1000
01:11:45,197 --> 01:11:48,386
ฉะนั้น แผนน่ะ ถ้าเราไปดูแผนเฉย ๆ มันจะไม่มีขั้น

1001
01:11:48,386 --> 01:11:51,592
Analyze จะไม่มีขั้น Analyze

1002
01:11:51,592 --> 01:11:55,592
ใช่ ต้องเพิ่ม ถ้าสมมติเราไปดูแผนน่ะ

1003
01:11:58,079 --> 01:12:00,156
ถ้าแผนปกตินะคะ แล้วเอามาใส่ในแต่ละก็ได้แต่ในแผนเนี่ยไม่มีทาง

1004
01:12:00,156 --> 01:12:03,363
คือคุณครูน่ะ เขา

1005
01:12:03,363 --> 01:12:04,714
จะไปเจอสิ่งเหล่านี้ก็ตอนที่

1006
01:12:04,714 --> 01:12:07,948
เขาจะทำแบบ

1007
01:12:07,948 --> 01:12:11,948
... ทำวิจัยหรืออะไรที่แบบ

1008
01:12:15,785 --> 01:12:17,459
ไปบอกถึงที่มาของแผนนี้อย่างนี้นะคะ อย่างนั้นคุณครูเขาจะรู้อยู่แล้ว แต่ด้วยความที่เรา

1009
01:12:17,459 --> 01:12:18,768
เป็นนักเรียน

1010
01:12:18,768 --> 01:12:22,768
เราก็จะต้องทำ...

1011
01:12:24,435 --> 01:12:28,435
คือเรายังไม่เป็นครูมืออาชีพนึกออกไหม ถ้าเป็นคุณครูเขาจะรู้เขาจะทำขั้นตอนเหล่านี้อยู่แล้ว ด้วย

1012
01:12:30,449 --> 01:12:33,979
ของเขาน่ะแต่เราอาจจะต้องเรียน เพื่อที่เราจะต้องบอกครูให้ได้ ว่าเรารู้หรือเปล่า

1013
01:12:33,979 --> 01:12:37,077
ฉะนั้น แนะนำว่าอาจจะไปดูแผน

1014
01:12:37,077 --> 01:12:38,398
แต่แล้วแต่อย่างไรเราก็ต้องมา

1015
01:12:38,398 --> 01:12:39,217
วิเคราะห์ผู้เรียน

1016
01:12:39,217 --> 01:12:40,690
ให้ได้

1017
01:12:40,690 --> 01:12:44,690
อีกอยู่ดีนะคะ

1018
01:12:49,450 --> 01:12:51,010
ทีนี้หลายคน แล้วหนูจะรู้ได้อย่างไร อาจารย์ว่าเด็กเป็นยังไงหนูยังไม่เคยสอนเลย

1019
01:12:51,010 --> 01:12:55,010
อันนี้เราสามารถ

1020
01:12:56,938 --> 01:13:00,202
ศึกษาในอินเตอร์เน็ตได้นะ มีข้อมูลอยู่นะคะ มีข้อมูลอินเตอร์เน็ต ก็ต้องหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือด้วยนะ

1021
01:13:00,202 --> 01:13:03,083
อีกอันหนึ่งก็ไปถามคุณครูได้

1022
01:13:03,083 --> 01:13:07,083
ไปถามครูก่อน เดี๋ยวครูมีระยะเวลาให้เราอยู่

1023
01:13:07,268 --> 01:13:09,896
ผู้ชายที่คุณครูมัธยมนี่ว่าเด็กเป็นอย่างไรได้นะคะ

1024
01:13:09,896 --> 01:13:13,896
โอเค

1025
01:13:20,608 --> 01:13:24,608
ถ้าถามครูว่ายากไหมสำหรับปี 1 อันนี้ยากนะ

1026
01:13:26,519 --> 01:13:30,214
เป็นเรื่องที่ยากสำหรับปี 1 เขาให้เรามาเรียนก็ต้องทำให้มันได้นะคะ ทั่วประเทศก็ยากเหมือนกัน

1027
01:13:30,214 --> 01:13:34,214
รู้สึกว่ายากเหมือนกัน ถามว่าครูสอนยากมันก็ยากอยู่เหมือนกัน สำหรับปี 1

1028
01:13:42,646 --> 01:13:46,646
2 วัน

1029
01:13:50,720 --> 01:13:51,922
เดี๋ยวจะให้ จริง ๆ ลืมแจ้งสัปดาห์หน้าเดี๋ยวครู

1030
01:13:51,922 --> 01:13:55,922
ไปราชการ

1031
01:13:58,022 --> 01:14:02,022
หรือไม่ไปดี สัปดาห์หน้าเดี๋ยวครูไปราชการ ก็

1032
01:14:04,033 --> 01:14:08,033
15

1033
01:14:18,842 --> 01:14:20,623
22 เยอะไป เพราะว่า... เพราะว่า 15 ครูก็

1034
01:14:20,623 --> 01:14:24,623
ให้เราไปแล้ว 1-2

1035
01:14:28,279 --> 01:14:29,650
22 นะ 22 นะคะ 22 22 มกราคม

1036
01:14:29,650 --> 01:14:30,363
22 มกราคม

1037
01:14:30,363 --> 01:14:34,363
นะคะ

1038
01:14:42,808 --> 01:14:45,031
โอเค มีคำถามไหมคะ

1039
01:14:45,031 --> 01:14:48,529
ถ้าไม่มีก็

1040
01:14:48,529 --> 01:14:50,286
ถ้าอยากให้ช่วยดูอะไรก็ส่งมาใน LINE ได้นะคะ

1041
01:14:50,286 --> 01:14:52,493
15 ก็

1042
01:14:52,493 --> 01:14:54,445
เดี๋ยวงด เดี๋ยวดูก่อนว่า

1043
01:14:54,445 --> 01:14:58,445
จะให้ทำอะไรนะ

1044
01:15:03,363 --> 01:15:07,363
อย่างนั้นก็ส่งที่ 22 นะ 15 ก็ทำงานนี้แล้วกัน

1045
01:15:08,057 --> 01:15:12,057
22 นะคะ ถ้าไม่มีอะไรก็วันนี้พอแค่นี้นะคะ

1046
01:16:05,010 --> 01:16:09,010
ขอบคุณนะคะ

