--- title: นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ (เช้า) 080167 subtitle: date: วันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์) ระบบสื่อสาร ระบบการเงินเกี่ยวข้อง ระบบนะคะ เรานึกถึงระบบแล้วนึกถึงอะไรพิมพ์มาพิมพ์มา ก่อนเรียนไม่เป็นไร แต่หลังเรียนจะต้องดีขึ้นนะคะ แต่ไม่ค่อยมีใครตอบนะ เดี๋ยวให้เวลาอีก 2 นาทีนะคะ หลังจากนี้คือสายแล้วนะ ให้เวลาอีก 2 นาที ระบบศึกษาทางไกล ระบบโรงพยาบาล ในนี้มีใครยังไม่เช็กชื่อไหมคะ จะแล้ว ... แล้วนะ เช็กชื่อแล้วให้ 1 คะแนนเลยนะ เราอย่าลืมนะ 1 คะแนนแบบฟรี ๆ ต้องมาเช็กชื่อให้ทันนะ อันนี้ให้ถือว่าเป็นคะแนนความรับผิดชอบ หลังจาก ... คือจะไม่ได้คะแนนนะจะได้เช็กชื่ออยู่ แต่จะไม่ได้คะแนนนะคะ ไป โอเคมา โอเคค่ะ ได้ยินเสียงนะคะ มา บทนี้ในส่วนตัวของครูนะครูงงว่ายากที่สุดสำหรับปี 1 ยากที่สุดนะคะ เพราะว่าจากที่ตอบมานี่ก็มีเข้าเค้านะ แต่ว่าเราน่ะ เราจะนึกถึงเป็นคำน่ะ เราจะไม่ได้เข้าใจในขั้นตอนของมันเท่าไรนะคะ แล้วก็มันค่อนข้างที่จะซับซ้อนน่ะ มันเกี่ยวข้องไปทุก ๆ จุดน่ะค่ะ มันก็เลยค่อนข้างยากสำหรับและบทนี้ เดี๋ยวจะมีงานให้ทำ 1 ชิ้น ซึ่งเป็นงานเดี่ยว 10 คะแนนนะคะ ซึ่งเป็นงานเดี่ยว 10 คะแนน หลังจากที่เราเรียนนี่เราจะต้องทำงานให้ครู 1 ชิ้นนะคะ เป็นงานเดี่ยวด้วย อย่างที่หลายคนตอบนะคะ ก็มีส่วนนะมีส่วนนะคะ แต่เราน่ะงนึกถึงเป็นคำ แต่ถ้าให้เราอธิบายลึก ๆ น่ะ เราว่าเราบอกได้ไหม ว่าระบบมันคืออะไร ทุกคนอึ้งใช่ไหม มันดูแบบเป็นเรื่องยากนิดหนึ่ง ชื่อนี้ค่ะ เราเคยได้ยินคำนี้มา คน ๆ นี้เขาทำงานมีระบบจัง เคยมีเพื่อนแบบไปหน่วยงานสักหน่อยงาน คนนี้เขาทำงานมีระบบดีนะ เขาเป็นคนอย่างไรคะ คนที่ทำงานมีระบบน่ะ เราเห็นเขาทำงานแล้วมันรู้สึกอย่างไร รู้สึกดี รู้สึกดี ก็จริงนะทำงานเป็นระบบรู้สึกดีนะ เขาทำงานอย่างมีขั้นตอน เขาทำงานอย่างมีขั้นตอน มีระบบนี่ เขาทำงานอย่างมีขั้นตอน แล้วงานที่ได้จากเขานี่ มันเป็นงานที่สมบูรณ์ มีประสิทธิภาพ ฉะนั้น การจัดการเรียนการสอนเหมือนกันค่ะ การที่คุณครูนี่ การเรียนการสอนอย่างเป็นระบบน่ะค่ะ มันทำให้การจัดการเรียนการสอนครั้งนั้นมันมีประสิทธิภาพ ฉะนั้น เขาถึงพยายามให้คุณครูนี่จัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ และยิ่งเราใช้เทคโนโลยีค่ะ ถ้าเราใช้เทคโนโลยี คือ คุณครูยุคนี้ไม่มีทางหรือค้นหาไม่ได้หรอก ใช้อยู่แล้วนะคะ แล้วเทคโนโลยีค่ะ มันมีปัจจัยหรือองค์ประกอบอะไรอื่น ๆ ที่มันมาทำให้มัน... ทำให้มันใช้งานยากยิ่งขึ้นนะคะ ฉะนั้น เราควรที่จะใช้งานอย่างเป็นระบบนะคะ มา อย่างแรกก็เข้าใจความหมายก่อนนะคะ มาเข้าใจความหมายก่อน เขาบอกว่าผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ ระบบนี่ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน ทำงานสอดคล้องไปด้วยกัน เพื่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง งงไหม มันจะดูงง ๆ หน่อยนะ มาดูตัวอย่างนิดหนึ่งจะเข้าใจมากขึ้น เขาบอกผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน หน่วยย่อยต่าง ๆ อย่างเช่น ครูขอยกตัวอย่างระบบในร่างกายของเรา จะได้เข้าใจง่าย ระบบในร่างกาย ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ หน่วยย่อยต่าง ๆ ก็มีปาก เห็นไหมคะ หน่วยย่อยปาก หน่วยย่อยลำคอ หน่วยย่อยกระเพาะอาหาร ไส้เล็กลำ ไส้ใหญ่ ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน เห็นไหมคะ สมมติเรากินอาหารเข้าไป ปากก็ทำงานในส่วนปากเคี้ยวใช่ไหมคะ ส่งไปถึงลำคอ ส่งไปกระเพาะอาหาร ส่งไปลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน หน่วยย่อยต่าง ๆ มันทำงานสัมพันธ์กัน สอดคล้องไปด้วยกันเพื่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง ระบบในร่างกายก็เป้าหมาย ก็คือทำให้ร่างกายมีชีวิตอยู่แหละ ทำให้เซลล์มีชีวิตอยู่ได้ อย่างนี้ค่ะ ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันสอดคล้องไปด้วยกันเพื่อเป้าหมาย* ไปค่ะ ความหมาย ออกข้อสอบบ่อยเลยนะ หรือตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ ระบบอินเทอร์เน็ต ผลรวม เหมือนเดิม ผลรวมของหน่วยย่อยต่าง ๆ นะคะ หน่วยย่อย Router หน่วยย่อยSwitch หน่วยย่อย Access point หน่วยย่อยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันเห็นไหมคะ ที่มีความสัมพันธ์กันทำงานสอดคล้องไปด้วยกัน เพื่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง ฉะนั้น เป้าหมายของอันนี้ก็คือทำให้อินเทอร์เน็ตเสถียรนั่นแหละ ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา อินเทอร์เน็ตเริ่มไม่เสถียรแล้ว อินเตอร์เน็ตจะเริ่มมีปัญหาแล้วนะคะ เพราะมันทำงานสอดคล้องไปด้วยกัน เพื่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง ฉะนั้นระบบนี่ มันจะมันจะมีองค์ประกอบที่มันแยกกันนะ แต่ในองค์ประกอบทุกองค์ประกอบน่ะมันเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา ระบบจะเริ่มมีปัญหาแล้ว ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา เพราะมันทำงานสอดคล้องไปด้วยกันไง จะเริ่มมีปัญหาแล้ว พอเขาให้ไปคร่าว ๆ นะ ความหมายของระบบ ทีนี้เรามาดูองค์ประกอบของระบบบ้างนะคะ ระบบประกอบของระบบ นะคะ ใด ๆ ในโลกนี่นะคะ ประกอบก็จะมีอยู่ 3 อย่างนะ ถ้าเราเห็นองค์ประกอบทั่วไปนะ มันมักจะมี Input Process Output นะคะ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเอาระบบไปใช้กับมนุษย์เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเอาระบบไปใช้กับมนุษย์ ระบบการศึกษาก็เกี่ยวข้องกับมนุษย์นะ เราใช้กับมนุษย์นะ ควรที่จะมี Feedback นะคะ เพราะมนุษย์มีหัวใจ มนุษย์จะไม่หยุดนิ่ง แค่ผลผลิต มนุษย์อยากบอกความต้องการความรู้สึก ว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ดีคนมี Feedback ด้วยนะ ระบบที่ใช้กับมนุษย์นะคะ แต่ถ้าเราไปเจอระบบแบบอยู่ในอุตสาหกรรม โรงงานที่มันไม่เกี่ยวข้องกับมนุษย์น่ะค่ะ มันก็จะมีแค่ 3 อย่างนี้แหละนะคะ แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ใช้กับมนุษย์ ควรจะมีเรื่องของ Feedback เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะคะ ทีนี้ให้เรากลับมานึกถึงการศึกษานะ นึกถึงการศึกษา เริ่มจากข้อมูลก่อน ข้อมูลนี่ ให้เรานึกถึงสิ่งที่เราต้องเตรียม ข้อมูลสิ่งที่เราต้องเตรียมนะคะ สิ่งที่เราต้อง สิ่งที่เราต้องนำเข้าไปตัดกระบวนการ คือ เตรียมแต่ยังไม่ได้ทำอะไรกับมันนะ เตรียมให้มันพร้อมนะคะ เตรียมให้มันพร้อม ทีนี้ในการจัดการเรียนการสอนเราต้องเตรียมอะไรบ้าง คุณครู ต้องมีอะไรบ้าง สื่อการเรียนการสอนมีอะไร อะไรบ้าง อะไรอีกดี สื่อการเรียนการสอนต้องมี หลักสูตรใช่ไหมคะ แผนการสอน ขาดใครไม่ได้อีก ผู้เรียน ขาดผู้เรียนไม่ได้นะคะ ขาดไม่ได้นะคะ ขาดใครไม่ได้อีก ผู้เรียนนั่งเรียนตัวเองไม่ได้ ต้องผ่านใครขายใครไม่ได้อีกอาจารย์ครูผู้สอน อย่าลืมครูนะคะ เราจะมาตัดขาดกูไม่ได้ต้องมีครูด้วยนะคะ สิ่งที่เราต้องมีในการจัดการเรียนการสอนนะคะ พอครบแล้วนะคะ พอครบแล้ว พร้อมแล้วนะคะ เราก็ไปจัดกระบวนการ เราก็เอาสิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการ คุณครูก็สอนในวิชาที่ตัวเองถนัด มีที่ตัวเองที่ตัวเองรู้นะคะ จะให้ผู้เรียนทำ เล่นเกม ให้ผู้เรียนทำโครงงาน ให้ผู้เรียนจัดกลุ่มอะไรก็ว่าไปนะคะ จากนั้นก็ได้ผลผลิตออกมาเป็นความรู้ของผู้เรียนนี่แหละนะคะ แต่ก็ต้องวัดให้ได้ด้วยนะ ความรู้ของผู้เรียน อาจจะว่าการสอบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนนะคะ จากนั้นก็มาดู Feedback นะคะ มาดู Feedback จากผู้เรียนว่าผู้สอนเป็นอย่างไรนะคะ Feedback จากกิจกรรมต่าง ๆ คุณครูก็เลยต้องมา Feedback ดูว่าตัวเองน่ะ กิจกรรมตัวเองอันไหนดีไม่ดีอะไรอย่างนี้ จากนั้นก็ถ้าสมมติไม่ดี ปรากฏว่าเด็กหลายคนสอบไม่ผ่านในวิชานี้ สอบไม่ผ่านวิชานี้หรือต้องมีอะไรปรับปรุง คุณครูก็จะต้องย้อนกลับไปที่ข้อมูลอีกครั้งหนึ่งนะคะ คุณครูก็จะต้องย้อนกลับไปที่ข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง ทีนี้ค่ะ ถ้าเรามองในระบบกว้าง ๆ หน่อย เมื่อกี้เรามองในห้องเรียนนะ ทีนี้ ทีนี้ ทีนี้ หนูชื่ออะไรนะคะ พอดีอยู่ใกล้ ชื่อเล่นชื่ออะไร กุ๊กไก่ สมมติกุ๊กไก่สอบได้เป็น ผอ. นะคะ ได้เป็น ผอ. ทีนี้แล้วค่ะ เรามองในระบบของโรงเรียนบ้าง มอง ๆ นะคะ ต้องมีอะไรบ้าง ในโรงเรียนโ รงเรียนหนึ่งถึงจะจัดการเรียนการสอนได้ มีอะไรบ้าง ห้องเรียน โรงเรียนของคุณมีอะไรบ้างล่ะ ละเอียดมาก มีสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ มีห้องสมุดใช่ไหมคะ มีห้องเรียน มี... ถ้าสมมติว่าคุณครูแบบอยากเน้นเรื่องเทคโนโลยีมี Wifi มีอุปกรณ์ต่าง ๆ นี่ที่พร้อมให้ผู้เรียนเรียนนะคะ จากนั้นก็ต้องมีคุณครู คุณครูก็จะจัดการเรียนการสอน นี่แหละเอาสิ่งต่าง ๆ ที่คุณครู ที่ผอ. ครูกุ๊กไก่เตรียมไว้ให้นี่ ไปจัดการเรียนการสอน จากนั้นก็ได้ผลผลิตออกมาเป็นผู้เรียนจบการศึกษานะคะ ในโรงเรียนนั้นนะคะ ทีนี้จบการศึกษา และปรากฏว่าเขาสอบบรรจุได้เยอะ เอ้ยไม่ใช่พูดผิด ไม่ใช่บรรจุสอบ สอบเข้ามหาลัยได้เยอะมากน้อยแค่ไหนนะคะ มีอัตรามากน้อยแค่ไหน ก็คือผลผลิตนี่แหละนะคะ แล้วก็เป็น Feedback จากนั้น ผอ. เขาก็จะมักจะไปถาม จริง ๆ พวกเรา หลังจากที่ผมเรียนจบนี่ ผอ. ยังไม่ปล่อยพวกเรานะ ก็ยังกลับมาถามหาอะไรนะ ว่าเด็กคนนี้เรียนเป็นอย่างไร หลังจากที่เรียนมหาลัยเลยนี่ ก็เป็น Feedback Feedback จากนั้นปรากฏว่ายังขาดโน่นนี่นั่น ผอ. ก็จะเอา จะเอาสิ่งต่าง ๆ Feedback จากคุณครูนี่ค่ะ กลับไปสู่ข้อมูลป้อนกลับอีกครั้งหนึ่งนะคะ อีกครั้งหนึ่ง ประมาณนี้นะคะ ตัวอย่างของสิ่งนำเข้าที่ครูบอก มีครู มีนักเรียน มีสื่อการเรียนการสอน มีหลักสูตรต่าง ๆ นะคะ เอามาจัดการเรียนการสอนนะคะ เป็นกิจกรรมต่าง ๆ นะคะ จนถึงได้ผลลัพธ์ออกมา ถ้ามองในภาพกว้าง ๆ นะคะ ในภาพมหาลัยน่ะค่ะ ก็จะเป็นผู้เรียนจบการศึกษาบัณฑิตนะคะ จบการศึกษา ทีนี้ค่ะ บัณฑิตจบการศึกษา ว่านักศึกษาคณะครุศาสตร์ จบมาก็เป็นครูใช่ไหมคะ จบมาก็เป็นครู ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นครูมืออาชีพหรือเปล่า สอนได้จริงหรือเปล่า เราต้องทำอย่างไร เราต้องทำอย่างไร ก็จะต้องถาม Feedback นี่แหละ ทีนี้เขาถาม Feedback จากใครได้คะ ว่าครูเขาสอนดีหรือไม่ดี ถาม Feedback จากใครได้ ถามครูในโรงเรียน เก่งมากนะคะ ครูในโรงเรียน ถามใครได้อีก นักเรียนเป็นคนที่เรียนกับครูคนนั้นนะ ถามใครได้อีก คนที่แบบ มันจะมีคนคนหนึ่งที่คอยสอดส่อง ว่าครูคนนี้สอนหรือเปล่า ครูคนนี้สอนแค่ไหนผู้อำนวยการนะคะ 3 คนเหล่านี้เขาเรียกว่า "ผู้ใช้บัณฑิต" อันนี้ศัพท์ผู้ใช้บัณฑิตนะ 3 คนเหล่านี้แหละค่ะ เขาเรียกเป็น "ผู้ใช้บัณฑิต" นะคะ เขาก็จะรู้ว่าบัณฑิตสอนได้จริงหรือเปล่า ครูสอนเป็นมืออาชีพหรือเปล่านะคะ ก็จะได้ผลป้อนกลับ ถ้าสมมติว่าครูสอนไม่ดีเลย ครูคนนี้จบไปแล้วสอนไม่ได้เลย ควบคุมชั้นเรียนไม่ได้เลย สอนเด็กไม่ได้เลย เอามาปรับปรุงในขั้นนำ ก็เอามาปรับปรุงใน ขอโทษที อีกครั้งหนึ่งนะคะ ฉะนั้น เราจะเห็นระบบไหม มันจะคอยหมุนอยู่เรื่อย ๆ นะคะ มันจะต้องคอยปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ นะคะ อันนี้ไม่มีอะไร อันนี้ไปเลยดีกว่า เช็กชื่อไปแล้ว ให้เราดูโมเดลระบบสอนหน่อยนะคะ เราอยากให้เราดูโมเดลแล้ว ตัวอย่าง ให้เห็นน่ะ ขอโทษที ขอโทษที เมื่อกี้ครูลืมถามเ ขอกลับไปนิดหนึ่งค่ะ อันนี้เดี๋ยวจะให้เราบอกนะ ช่วยกันบอกหน่อยนะ อยู่ตรงไหนนะนะคะ อยู่ประกอบ 4 อย่างนี้ อันไหนอยู่ตรงไหน คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลผลิตนะคะ ครูให้เด็กเล่นเกม กระบวนการ เก่งมาก Wi-Fi Wi-Fi เป็นข้อมูลนะคะ ห้องสมุด สื่อการเรียนการสอน ข้อมูล ผอ. บอกครูคนนี้สอนไม่ดีเลย ผลย้อนกลับหรือ Feedback นะคะ ครูผู้สอน ครูผู้สอน ข้อมูลอยู่ข้อมูล คือมั่นใจ มั่นใจไว้ ผู้สอนอยู่ข้อมูลนะคะ เพราะเรายังไม่ได้ทำอะไรกับผู้สอน เราแค่เตรียมครูผู้สอนที่เหมาะวิชานั้น ๆ นะ เราเตรียมครูผู้สอนที่เหมาะกับวิชานั้น ๆ ครูผู้สอนคือข้อมูลนะคะ ให้ผู้เรียนทำโครงงาน กระบวนการ เก่งมากนะคะ ได้นะ แยกระบบออกแล้วนะคะ อันนี้ไม่มีอะไรอยาก ไปสำหรับบัณฑิต โมเดลระบบการสอนเดี๋ยวเราให้ให้ดูลักษณะของโมเดลใช่ไหมคะ เป็นขั้นตอน มันเกี่ยวข้องกันมันสัมพันธ์กันนะคะ มันก็จะเกี่ยวข้องกัน จริง ๆ ถ้าเราแยกนะ ถ้าเราแยกองค์ประกอบนะ มันก็จะมีอยู่ 4 องค์ประกอบที่ครูว่านี่แหละ อย่างเช่น กำหนดเนื้อหา กำหนดวัตถุประสงค์ ก็เป็นขั้นข้อมูลเห็นไหมคะ กำหนดยุทธวิธีแบ่งกลุ่มผู้เรียนก็เป็นกระบวนการ ประเมินสมรรถนะอย่างนี้นะคะ ประเมินสมรรถนะก็เป็นผลผลิต ส่วนข้อมูลป้อนกลับก็เป็น Feedback นั่นแหละ ถ้าแบ่งแบ่งใดในโลกก็จะมีข้อมูล Input Output นี่แหละนะคะ อันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง โมเดลไม่จำเป็นต้องแค่เป็นแบบนี้นะ เป็นสี่เหลี่ยมแบบนี้ก็น่าเบื่อ บางคนเขาเอาไปทำเป็นรูปลักษณ์วงกลมแบบนี้ก็ได้นะคะ อันนี้ในเรื่องของอบรม จัดอบรม จะดังหน่อยนะคะ อันนี้เราดูเฉย ๆ นะ เดี๋ยวมันจะมีโมเดลที่เด็ก ป. ตรี ต้องเรียนนะคะ อันนี้ก็ดังเหมือนกันนะสมัยครูเรียนครูก็เรียนอันนี้แหละนะคะ มาถึงโมเดลที่เด็ก ป. ตรี ทั่วประเทศต้องเรียนนะคะ เพราะว่าให้จริง ๆ ในเอเชีย เอเชีย สิงคโปร์ ปกติ ฉะนั้นมันเลยข้อสอบครูผู้ช่วย เราอยู่หลายปีด้วยกันนะคะ เพราะว่า เห็นเรียนไง จุฬาฯ มศว. เหมือนกันนะคะ มันก็เลยออกข้อสอบครูผู้ช่วยปีหนึ่งนะคะ ที่ถามว่า Assure model นี่ Assure model นี่มีจุดเด่นคืออะไร คำตอบก็คือเป็นโมเดลที่ขายร่วมกับสื่อ จุดเด่น คือ ใช้ร่วมกับสื่อนะคะ Assure model ต่อไปนี้ก็ต้องตั้งใจนะ มันเกี่ยวข้องกับงานไปคนละไม่ไหว แล้วเรามาเล่นเกมกันหน่อยดีกว่า มาเล่นเกมกันดีกว่า ใครเล่นเกมล่าสมบัติไหม คะ เล่นแต่ ROV นี่เหรอ เล่นเกมล่าสมบัติ เดี๋ยวครูจะบอกให้เราที่ตามคำสั่งของครูนะ หาสมบัติ เอามาโชว์เพื่อน... เอามาโชว์ครู ใครที่ได้คนแรกให้ไปโบนัส 3 หลายคนเริ่มหาสมบัติของตัวเองแล้ว ฉันมีอะไรบ้าง ติดมือมาวันนี้ ชูให้ครูเห็นคนรหัสสมบัติมาเจอคนแรกให้โบนัส 3 คะแนนนะคะ ให้โบนัสพิเศษ 3 คะแนนนะคะ มีสมบัติอะไรเอาออกมาให้หมด อาจจะตรงใจครูก็ได้นะคะ อาจจะตรงใจครูก็ได้ มาหามา หามามีสมบัติอะไรบ้าง พร้อมไหมคะ โอเค ให้ ตั้งใจนะ ให้หาสิ่งของที่มีสีส้มค่ะ เสื้อ ๆ นะ ได้ ๆ นางได้ไปก่อนแล้ว นางได้ไปก่อนแเขาได้ไปแล้ว เขาได้ไปแล้ว 2 คนข้างหลังที่ยกมือนี่ข้างหลังอ่ะไปพิมพ์ในช่องแชตว่าหนูได้โบนัส แจ้งรหัสแล้วก็ได้โบนัสนะคะ ตื่นหรือยัง ตื่นหรืือยัง พอเล่นเกมนี้คึกคักนะ ให้ไปหาสิ่งของ ให้ไปหาสิ่งของที่มีอักษร ม ม้า อะไรมองไม่เห็น พาราเซตามอล ได้ นางได้ไปแล้ว นางได้ไปแล้ว ไปพิมพ์ในช่องแชท พาราเซตามอล สู้เขา สู้เขา อะไรดี ให้หาสิ่งของ ฉันจะมีอะไรบ้างนี่ ให้หาสิ่งของที่มีเลข 2 อะไร อะไร อะไร เขาได้ก่อน อะไรนะคะ ไพ่ จะให้ดีไหมนี่ ก็ได้ ก็ได้ ก็ได้ มีเลข 2 นะ เขาได้ไปแล้วแถมให้ แถมให้ สำหรับห้องนี้ทำให้สำหรับห้องนี้ปกติให้มันมีแต่มันให้หาสิ่งของที่มี ก ไก่ อะไร อันนี้ ๆ เราก่อน ก ไก่ นะ อะไรนะ ก ไก่ ไปในช่อง Chat ไปพิมพ์ในช่อง Chat คนอื่นไม่ต้องเสียใจ ชีวิตมันไม่ได้พังขนาดนั้น เล่นเกมแพ้ ตื่นแล้วนะ ต่อไปนี้เป็นเรื่องสำคัญแล้วนะคะ ต่อไปนี้เป็นเรื่องสำคัญแล้ว เรื่องเกมนี่มันเป็นคะแนนนิดเดียว อันนี้เป็นคะแนนที่พลิกชีวิตเรานะคะ อันนี้ 10 คะแนนล้วน ๆ นะคะ ฉะนั้น ทำให้ดีนะคะ เงียบ ๆ ฉะนั้น ทำให้ดีนะคะ ในเรื่องของ Assure model ASSURE มีด้วยกัน 6 ขั้นนะคะ 6 ขั้นนะคะ ทุก ๆ ขั้นเกี่ยวข้องสอดคล้องไปด้วยกัน อย่างที่ครูบอก ถามว่ามันยากไหม มันยากสำหรับต้องบอกทุกอย่างให้มันสอดคล้องกับอันนั้น ลืมอันนี้ลืมผิดพลาดสำหรับระบบแล้ว ฉะนั้น มันเกี่ยวข้องกับนะคะ ตัวแรกมาจาก Analyze learner นะคะ วิเคราะห์ผู้เรียนมาตราเสร็จอีกทีนะคะ คือ การกำหนดวัตถุประสงค์นะคะ ตัวที่ 2 มาจาก Modifyuการเลือกสื่อการแก้ไขปรับปรุงสื่อ และการสร้างสื่อใหม่นะคะ U มาจาก Analzy มาจาก YouLike คือการใช้สื่อนะคะ required relation ก็คือการที่ให้ตอบสนองการใช้สื่อนะคะ แล้วก็คือการประเมินนะคะ เรามาเจาะลึกแต่ละขั้นอย่างละเอียดนะคะ ดอกจันไปหาขั้น Anylyze learner นะคะ เราให้ความสำคัญกับขั้นนี้มาก ให้ความสำคัญแบบสุด ๆ เลย ขั้นนี้ไม่ดีขั้นต่อไปจะล้มเหลว เขาว่า Analyze learner การวิเคราะห์ผู้เรียน เราจะเลือกสื่อมาได้ตรงใจผู้เรียน มันก็ต้องรู้จักผู้เรียนให้ดีใช่ไหม การวิเคราะห์ผู้เรียน เหมือนเราเป็นแม่ค้านี่แหละ ที่เรารู้ ว่าลูกค้าคนนี้ชอบกินเผ็ด ชอบกินเปรี้ยว ชอบกินหวานอย่างนี้ มันก็ทำให้คนกินแล้วมันถูกรสมือถูกปากเขาอย่างนี้นะคะ ฉะนั้น เราต้องวิเคราะห์ผู้เรียนให้ดีนะคะ สิ่งที่เขาวิเคราะห์ผู้เรียนนะคะ สิ่งที่เขาวิเคราะห์ผู้เรียนนะคะ ขอโทษทีค่ะ อย่างแรกที่เราต้องไปขอเลยนะคุณครูนะคะ จริง ๆ อันนี้เป็นครูทั่วไปที่จะต้องวิเคราะห์แหละ เวลาที่เราจะสอนใครสักคนนี่ ค่ะ สอนฉันเรียนเรียนน่ะเราก็กรุงเทพฯรู้อายุ รู้ช่วงชั้นที่เราต้องไปสอนนะคะ อันนี้เบสิกเลยนะคะ ถ้าจะให้ดีคุณครูก็ต้องไปรู้ รู้ระดับสติปัญญาผู้เรียนด้วยว่าเขาเป็นอย่างไร ความถนัดเขาถนัดอย่างไรในห้องที่เราไปสอน วัฒนธรรมสังคมก็ควรรู้นะคะ อย่าง... ถ้ายังอย่างบางห้อง เขาก็ถนัดในเรื่องของคอมพิวเตอร์ อย่างเราก็ถนัดในเรื่องของการศึกษาพิเศษอย่างนี้นะคะ ภาษาไทยเขาสื่อสาร เด็กแต่ละแบบแต่ละสาขา ก็จะมีความถนัดที่ไม่เหมือนกัน ถ้าที่เขาเด่นนี่ เราก็อาจจะเสริมเติมให้เขาได้นะคะ วัฒนธรรมอย่างนี้ ทางสังคมก็มีผลบางวิชานะ อย่างเช่น วิชาพุทธศาสนาอย่างนี้ บางคนไม่ได้นับถือศาสนาพุทธอย่างนี้ กิจกรรมมันกิจกรรมศาสนาคริสต์หรืออิสลามเขาก็ไม่สามารถ ฉะนั้น ถ้าครูรู้จักลักษณะผู้เรียนน่ะค่ะ มันก็จะส่งผลกิจกรรมที่คุณครูเอาให้ผู้เรียนทำ ๆ นะคะ ต่อไปนี้เป็นทั่วไปนะ อันนี้มันไปที่คุณครูจะต้องวิเคราะห์รู้จัก ว่าผู้เรียนอยู่ช่วงชั้นไหน อายุนะคะ อีกอันหนึ่งที่หลายคนมักพลาดนะ ที่ครูไปนิเทศนี่ค่ะ ด้วยความที่เราถือว่าวัยรุ่นอยู่นะ เวลาคำพูดหรืออะไรที่ใช้กับนักเรียนนี่ อย่างเช่น ไปใช้กับนักเรียนประถมนี่ คำพูดเฮ้ย เว้ย อะไรอย่างนี้ มันก็ยังไม่เหมาะสม ก็จะโดนครูพี่เลี้ยงบอกอาจารย์นิเทศ ว่าคำพูดเขายังไม่เหมาะสมกับนักเรียน เห็นไหมคะ ช่วงชั้นอายุก็มีผลเวลาที่เราสอน บางครั้งเราเผลอ เผลอพูดแบบเหมือนวัยรุ่นกับกับเด็กอย่างนี้มันก็ไม่เหมาะสม แต่ถ้ามัธยมนี่เขาก็จะเป็นอีกระดับหนึ่งที่เขา... เพราะว่าเราอยากปลูกฝังให้เด็กประถมนี่เป็นเด็กดี พูดจาไพเราะโน่นนี่นั่น มันก็มันก็ขัดแย้งกับนโยบายเขา ฉะนั้นอันนี้ก็เลยมีผลต่อทุก ๆ สิ่งนั่นแหละนะคะ ที่เราจะไปจัดการเรียนการสอน ต่อมาอันนี้เป็นลักษณะเฉพาะ อันนี้จะเริ่มเกี่ยวข้องกับวิชาที่เราสอน อันนี้จะเกี่ยวข้องกับวิชาที่เราสอน เด็กเขามีสิ่งเหล่านี้มันจะทำให้เราสอนได้ง่ายขึ้น อันแรกที่เขาวิเคราะห์ ก็คือทักษะที่มีมาก่อนนะคะ ทักษะที่มีมาก่อนนะคะ ถ้าเขามีทักษะนี้มันจะทำให้วิชานะนี่มันจัดการเรียนการสอนได้ง่าย อย่างเช่น วิชาคณิตฯ เด็กก็จะต้องถ้าสมมติเอาไปเรียนครน. หรม. เด็กก็ต้องมีพื้นฐานบวกลบหาร มาก่อน อันนี้เป็นต้นถ้าไม่มียุ่งเลย เด็กก็ไม่สามารถที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ได้ต่อ หรือภาษาอังกฤษอย่างนี้ค่ะ เด็กก็จะต้องมีพื้นฐาน A B C อะไรนี่ อ่านคำศัพท์ได้ ไม่อย่างนั้น เราก็ไม่สามารถไปแต่งประโยคได้อย่างนี้เป็นต้นนะคะฉะนั้น ทักษะที่มีพื้นฐานมาก่อนมีความสำคัญนะ อย่างวิชาครูค่ะ ครูสอนอีกวิชาหนึ่งออกแบบกราฟิก เด็กควรที่จะมีพื้นฐานคอมพิวเตอร์นะ อย่างน้อยแบบรู้เปิดโน่นเปิดได้ หรือว่ารู้... เครื่องมือว่ามันอยู่ตรงไหนนะคะ จริง ๆ เคยมีปีหนึ่ง เป็นปีที่ยังฝังใจสำหรับครูอยู่เลยนะคะ มีเทอม 1 ครูเปิดสอนเสรี รู้จักวิชาเสรีไหม วิชาเสรี คือ วิชาที่เราสามารถลงได้ทุกคณะเลย ไม่ว่าจะเราอยู่คณะไหนเราลงได้หมดเลย ปีนั้นก็มีคนมาลงวิชาเสรีครูเหมือนกัน คือ มีเด็กนิติฯ เด็กอะไรล่ะ เด็กนิเทศศิลป์ฯ ก็มา เด็กวิศวะฯ ก็มา เด็กเอกคอมฯ ก็มา เขาสามารถลงได้ไง ลงได้หมดเลยนะคะ เราเห็นอะไรไหมคะ เราเห็นว่าผู้เรียนไม่ได้เหมือนกันนะ ผู้เรียนเอกคอมฯ ก็จะเก่งคอมหน่อย ผู้เรียนเอกอื่น ๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่งนะ แต่เขาแค่ไม่ได้ถนัดคอมพิวเตอร์ เขาก็มาเรียน ฉะนั้น ตอนที่จัดการเรียนการสอนน่ะค่ะ ครูก็แบบมั่นหน้า มีความมั่น ใช้คำว่า "มั่นหน้า" ไม่ได้ มันใส่หัวตัวเองน่ะ ทำกราฟิกมีละมีประสบการณ์การสอนอีกเป็น 10 ปีหลับตาไปสอนก็ได้แหละครั้งนั้นครูไม่ได้ดูทักษะที่มีมาก่อน ครูไม่ได้ดูทักษะที่มีมาก่อนของเด็ก ครูก็ไม่ได้ดูเลยไ ม่ได้รู้เลยว่าเอกไหน สอนฉันรู้มั่นใจว่าฉันไปสอนได้ประสบการณ์เยอะอย่างนี้ ปรากฏว่าวันนั้น เป็นวันที่สอนแย่ ๆ ชีวิตครูเลย ครูยังจำได้อยู่เลยเล่าให้ฟังทุกครั้งเลย เพราะว่าเด็กเอกคอมฯ เป็นอย่างไรคะ เรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไปเร็วไง แล้วเด็กอื่น ๆ เป็นอย่างไรคะ หาปุ่มยังไม่เจอเลย อาจารย์ไปนู่นแล้วหาเครื่องมือยังไม่เจอแล้ว ไปอันอื่น แล้วฉันสีหน้าเด็กมันก็แบบมันไม่ทันน่ะ และได้ไปกว่านั้น ก็คือสอนเกินเวลาไป 2 ชั่วโมง ทุกคนจะทำได้เลิกเรียนประมาณ 6 โมงคะ แม่เลิกเรียนประมาณ 6 โมง แม่บ้านเมื่อไหร่อาจารย์จะสอนเสร็จ ฉะนั้น การเรียนการสอนวันนั้นไม่มีประสิทธิภาพเลย นอกจากจะกว่าทำได้แล้วเกินเวลาอีก อันนี้ก็ไม่มีประสิทธิภาพนะ ส่วนเอกคอมฯ เป็นอย่างไร เขาก็เซ็งน่ะเมื่อไหร่เพื่อนจะตามทันอย่างนี้นะคะ ฉะนั้น ถ้ามันไม่เท่ากันน่ะ มันทำให้การเรียนการสอนมันลำบากน่ะคุณครู ฉะนั้น คุณครูต้องพยายามทำให้ทักษะผู้เรียนมีเท่า ๆ กัน อีกเทอมหนึ่งเปิดอีกเหมือนกันนะคะ ก็แก้ไขโดยการที่ให้ผู้เรียนน่ะ ผู้เรียนดูก่อนมาเรียน 1 อาทิตย์น่ะ ทำคู่มือให้เห็นเลยนะคะ ให้เขาไปฝึก ฉะนั้นคนที่เขายังไม่มีพื้นฐาน เขาก็จะไปพัฒนาตัวเองค่ะ ไปดูคู่มือว่ามันเป็นอย่างไรนะคะ พอหลังจากที่ครูให้คู่มือเตรียมตัวคลิปวิดีโอว่าโปรแกรมเขา ดีขึ้น อาจจะไม่ได้ดี 100 เปอร์เซ็นต์หรอก แต่มันดีขึ้น เวลาที่ใช้ในการเรียน สอนดีขึ้นอย่างนี้ เป็นต้น ฉะนั้น ทักษะที่มีมาก่อนสำคัญนะ คุณครูจะต้องพื้นฐานให้ได้ ทีนี้ทักษะที่มีมาก่อน เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าเขามีมาก่อนน่ะ ทดสอบก่อนเรียนก็ได้นะคะ ทดสอบการเรียนก็ได้ ทำอะไรได้อีก ชวนคุยได้ไหม สอบถามนะคะ ชวนคุยสอบถามเขาก็ได้นะคะ ถามนี่ทำเป็นถามไปว่าเด็กส่วนใหญ่ตอบได้หรือเปล่านะคะ อะไรอีก อยู่เล่นเกมได้ไหม มาเล่นเกมส์ Kahoot นู่นนี่นั่นก็ได้ ฉะนั้น ทักษะที่มีมาก่อนสำคัญ อันดับที่ 2 เป้าหมาย ถ้าเราได้เด็กที่มีความชำนาญ อย่างเช่น ถ้าปุ้ยคำนวณคณิตศาสตร์เก่งเลย คือมันง่ายน่ะ ถ้าเขามีความชำนาญ หรือคอมพิวเตอร์ถ้ามีความชำนาญ มันก็ง่ายนะคะ3 ทักษะในการฟังพูดอ่านเขียนอันนี้ถ้าเด็กมันก็ยาก เขาก็ไม่สามารถเขียนใบงานให้เราได้ ฉะนั้น คุณครูก็ต้องปูพื้นฐานให้เขานี่แหละ เห็นว่าหลาย ๆ โรงเรียนก็แบบ ก็จะมีคุณครู เวลาที่ครูไปนิเทศน่ะ คุณครูก็จะบอก ว่ามีเด็กเขียนไม่ได้เขียนยังไม่ได้กี่คน ครูทำไง ก็มีโครงการที่หลังเลิกเรียนหาใบงาน หาใบงาน หากิจกรรมให้เขาทำเพิ่มเติมนะคะ สุดท้ายค่ะ เราทำงานเกี่ยวข้องกับมนุษย์ มนุษย์เป็นคนมีหัวใจนะคะ ทัศนคติต่อวิชานะคะ ต่อวิชาที่เราไปสอนนี่นะคะ ก็มีผลเหมือนกันนะ การศึกษาพิเศษ เด็กอยากเรียนไหม คิดว่าไหม เฉย ๆ นะ เป็นเป็นเฉย ๆ นะ เราเป็นวิชาเฉย ๆ ฉะนั้น เราจะต้องหาอะไรมาดึงดูดเขาให้ได้ ก็เป็นวิชาที่เด็กเฉย ๆ นะ ครูก็จะหาอะไรมาดึงดูด โดยบอกเราว่า มันเป็นวิชาชีพครูนะ มันสำคัญนะ จริง ๆ ทุกวิชาที่เขาคิดมามันสำคัญแหละ แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณครูจะดึงมาให้เห็นความสำคัญได้มากแค่ไหนนะคะ ของเรายังไม่โหดร้ายเท่าคณิตฯ คณิตศาสตร์เด็ก Anti ออกมาเป็นครูคณิตก็ไม่อยากเรียนแล้วนะคะ ภาษาอังกฤษอย่างนี้อันนั้นเขาก็ต้องหาวิธีการ ที่ทำให้เด็กอยากเรียนวิชาเขาให้ได้ อันนี้เราคุยไปล่ะ รู้ได้อย่างไร ว่าเด็กเคยเรียนมาก่อน อาจจะทดสอบก่อนเรียน สอบถามก็ได้ พาเล่นเกมก็ได้นะคะ หรือก็ได้นะอย่างวิชาครูคอยข้อสังเกต สังเกตเด็กว่าคล่องแคล่วมากแค่ไหนอย่างนี้นะคะ สังเกตก็ได้ มาถึงState Objectives มาถึง State Objectives กำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดวัตถุประสงค์คืออะไร คือ การที่เรากำหนดเป้าหมาย คุณครูจะต้องมีเป้าหมายในการเรียนการสอน คือคุณครูอยู่ดี ๆ จะเดินเข้ามา ไม่รู้จะสอนอะไรมาเปิดหน้านี่ก็ไม่ได้นะ ไม่ควรนะ อย่างน้อยใน ไม่ใช่อย่างน้อยทุก ๆ คาบ คุณครูต้องมีเป้าหมาย ว่าคุณครูจะให้ผู้เรียนได้อะไร ผู้เรียนจะต้องได้ความรู้อะไรบ้าง อย่างวันนี้ครูก็มีเป้าหมายนะ เป้าหมายของครู คือ ทุกคนจะต้องรู้จัก Assure model และเขียน Assure model มาระบบให้ได้ ครูก็เลยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะนะคะ ทุกคนต้องมีเป้าหมาย ทีนี้เป้าหมาย การเขียนเป้าหมายตาเขียนให้ดี ทั้งผู้เรียนทั้งผู้สอนนี่ จะต้องบอกสิ่งเหล่านี้ค่ะ ต้องบอกสิ่งเหล่านี้ออกมา ผู้สอนให้ผู้เรียนทำอะไร การกระทำนะคะ บอกการกระทำว่าผู้เรียนต้องทำอะไรได้ มีเงื่อนไขให้เขาหน่อยนะคะ เงื่นอไขนี่เป็นตัวบอกว่ามันเป็นความท้าทาย ให้เขาเกิดความท้าทาย หรือให้เขาเกิดความฝึกฝนนะคะ ส่วน Criterai คือเป็นเกณฑ์ตัดสินเขา ว่าขอเขาทำสิ่งนั้นออกมาแล้วน่ะ เขาผ่านหรือไม่ผ่าน เขาได้คะแนนหรือเปล่านะคะ ถ้าคุณครู ถ้าชอบเขียนการกระทำกับเกณฑ์ค่ะ ไปให้ได้ผู้ช่วย ครู คศ. 2 แต่ถ้าคุณเป็นครูระดับมืออาชีพ คศ. 3 ข้อ 2 ต้องมีครบทั้ง 3 อย่างมีถึงจะผ่านถึงจะให้เป็น คศ. 3 ได้ ตัวอย่างของการกระทำ ก็อย่างเช่น ให้ผู้เรียนแต่งประโยค ให้ผู้เรียนแต่งประโยค ให้ผู้เรียนคำนวณตัวเลขต่าง ๆ อย่างนี้ค่ะ ผู้เรียนทำอะไรได้ ให้ผู้เรียนแต่งกลอน ให้ผู้เรียนทำอะไรต่าง ๆ นี่ เป็นสิ่งการกระทำ เงื่อนไขก็อย่างเช่น เอาคำเหล่านี้มาแต่งประโยค เห็นไหมคะ เริ่มมีเงื่อนไขแล้วนะคะ เอาสิ่งเหล่านี้มาแต่งประโยค หาสิ่งเหล่านี้ทำสิ่งเหล่านี้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เกณฑ์เป็นตัวบอกว่าเขาจะได้คะแนนหรือเปล่านะคะ อย่างเช่น ต้องทำให้ได้ 3 อย่างขึ้นไป ต้องทำให้ได้ ต้องทำให้ได้จำนวนเท่าไร อย่างนี้ค่ะ อันนี้ก็เป็นเกณฑ์ ว่าเขาต้องทำให้ได้ มาดูตัวอย่าง กลับมาดูตัวอย่างอันนี้ หลายคนอันนี้ ที่ครูตรวจมา อันนี้ชอบพลาดนะ เพราะว่าปี 1 ก็ยังงง ๆ เรื่องนี้อยู่ อันนี้ตรงนี้ให้ดีนะ หลายคนมักโดนหักคะแนนตรงนะคะ อันนี้ค่ะ ตัวอย่างที่ครบทั้ง 3 อย่าง ก่อนอื่นให้เราหาความสามารถ ให้เราหาการกระทำหน่อยค่ะ วัตถุประสงค์นี้เขาบอกไว้ ว่ากำหนดภาพมาให้ 1 ภาพ นักเรียนสามารถแต่งประโยคให้สอดคล้องกับภาพได้อย่างน้อย 3 ประโยค หาการกระทำให้ครูหน่อยอยู่ตรงไหน การกระทำ ผู้เรียนต้องทำอะไร การกระทำ ผู้เรียนต้องแต่งประโยคนะคะ ผู้เรียนต้องแต่งประโยค อยู่หลังคำว่า "สามารถ" นี่ มันคือมันคือการกระทำนะ สามารถแต่งประโยคนะคะ แต่งประโยคได้การกระทำนะ การกระทำ หาเงื่อนไขให้ครูหน่อยคะ เงื่อนไขให้สอดคล้อง ให้สอดคล้อง แล้วมีอะไรอีกเงื่อนไขนี้ กำหนด กำหนด กำหนด ไม่ใช่ เงื่อนไข เงื่อนไข เงื่อนไข มีอีกอะไรนั่น นอกจากสอดคล้อง แล้วมีอีกนะ เห็นไหม กำหนดมาให้ 1 ภาพ กำหนดมาให้ 1 ภาพ ฉันมีเงื่อนไขให้เธอแค่ 1 ภาพนะ ฉันมีเงื่อนไขให้เธอแค่ 1 ภาพ และการกระทำ คือ ต้องแต่งประโยค และมีเงื่อนไขมาให้ 1 ภาพ และต้องให้สอดคล้องด้วยนะ อย่างน้อย 2 ประโยคเป็นอะไรคะ เป็นเกณฑ์ อย่างน้อย 3 ประโยคเป็นเกณฑ์ เพราะอะไร เพราะถ้าคุณแต่ง 2 ประโยคนี่ คุณผ่านเกณฑ์ไหมคะ ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ ฉะนั้น อย่างน้อย 3 ประโยคเลยเป็นเกณฑ์ เกณฑ์เป็นตัวที่บอก คุณน่ะจะผ่านเกณฑ์ จะได้คะแนนหรือเปล่านะคะ มาดูอีกอันหนึ่ง มาดูอีกอันหนึ่ง เห็นวัตถุประสงค์หากการกระทำเลยค่ะ อันไหนเป็นการกระทำคะ เขาให้เด็กทำอะไร ผู้เรียนสามารถคำนวณค่าเฉลี่ยโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลขได้ถูกต้อง อันไหนเป็นการกระทำคะ คำนวณนะคะ คำนวณนะคะ เห็นไหมคะ สามารถคำนวณ ผู้ใดจะต้องกระทำคำนวณให้ได้นะคะ เห็นในนี้ไหม มีเงื่อนไขไหมคะ เห็นเงื่อนไขไหมเห็นเงื่อนไขไหม อะไร โดยไม่ใช้เครื่องคิดเลข เขามีเงื่อนไขว่าคุณต้องคำนวณโดยไม่ใช้เครื่องเลข ในนี้มีเกณฑ์ไหมคะ เก่งมาก ได้ถูกต้อง ถ้าสมมติคุณคำนวณมา คำนวณมาได้แหละ แต่มันไม่ถูกต้องน่ะ คุณก็ไม่ได้คะแนน ฉะนั้น คุณจะได้คะแนน คือ คุณต้องคำนวณให้ได้ถูกต้อ งอันนี้คุณครูชอบใช้ แต่ว่าอย่างที่ครูบอกน่ะ ถ้าจะให้สวยนะ แบบนี้คือมันชัดเจนคือ คศ. 3 เขาต้องเป็นคนชัดเจนนะ ถ้าอยากเป็นมืออาชีพนะ ต้องเขียนให้ได้อย่างนี้นะคะ แต่เข้าใจนะ แต่เข้าใจคุณครูนะคะ เวลาที่ไปนิเทศคุณครู อาจารย์มหาลัยก็เข้าใจนะ บางครั้งมันคิดยากน่ะ อีพวกนี้มันยากนะ ซับซ้อนน่ะนะคะ คำว่าได้ถูกต้องอยู่ แต่ถ้าถามว่าวัตถุประสงค์สัก 3 ข้อแล้ว เขียนถูกต้องหมด ก็สวยนะ มีอะไรที่มันท้าทายให้กับผู้เรียนหน่อย ชัดเจนหน่อย โอเค นอกจากนั้นค่ะ นอกจากนั้น นอกจากนั้นนะคะ KPA เด็ก ๆ รู้จักไหม น่าจะไม่รู้จัก ปี 1 เวลาที่เรากำหนดวัตถุประสงค์เราจะต้องทำให้มันครอบคลุม 3 พฤติกรรมนี้อีกนะคะ พฤติกรรมนี้อีก K มาจากพุทธิพิสัย ความรู้เหมือนเราให้สมองเขาน่ะเราให้ความรู้ผู้เรียนเสร็จจากนั้น ให้ P เขาด้วยนะ P มาจาก นะคะ เราต้องให้เขาได้ลงมือปฏิบัติ ได้ลงมือปฏิบัติ จากนั้นจิตพิสัย ให้เขารู้สึกว่าอยากให้เขารู้สึกอินไปกับวิชาเรานะคะ ปกติถ้าในเราจะนึกถึงคะแนนพิศวาสใช่ไหม คะแนนคุณครูให้ใช่ไหม คะแนนจิตพิสัยนี่ ทุกคนจริง ๆ คะแนนพูดนี่มันเป็นคะแนนใช่หรือเปล่า ฐานล่างสุดเลยนะ ที่เขาต้องการวัดนะคะ เพราะว่าจิตพิสัยน่ะมันเป็นสิ่งที่วัดได้ยาก มันเป็นสิ่งที่วัดได้ยาก อย่างวิชาของครูน่ะ กว่าเด็กจะไปรู้สึก ว่ามันมีประโยชน์กับเขา ตอนที่เขาไปฝึกสอน นึกออกไหม ถ้าเรียนตอนนี้คุณคุณไม่รู้สึกหรอกนะคะ แต่คุณจะไปนึกถึงอาจารย์เคยสอนเราตรงนี้ รู้อย่างนี้เอาไปใช้ดีกว่าอย่างนี้ จะรู้สึกตอนฝึกสอนหรือตอนที่เป็นครูไปแล้วนะคะ หลายคนแต่รู้สึกเช่นนั้นมีตัวนี้วัดยากนะคะ ส่วนมากคุณครูเขาตั้งไว้ว่า ความรับผิดชอบในการเรียนอะไรอย่างนี้นะคะ ซึ่งมันเป็นเกี่ยวข้องกับจิตพิสัยนี่แหละนะคะ ฉะนั้น เวลาที่เราสอนเด็กน่ะ เราจะไม่ให้แค่ความรู้ เราจะต้องให้เขาทำให้ได้ด้วย เขาลองมานี่แหละ แล้วให้เขารู้สึกนะคะ ให้เขารู้สึก แต่ไอ้ที่รู้สึกอยากอยู่ก็บอกมันวัดยาก ฉะนั้น คุณครูก็เอาคะแนนแบบนี้แหละเป็นคะแนนของความรับผิดชอบไปนะคะ มาถึงขั้นที่ 3 นะคะ มาถึงขั้นที่ 3 นะคะ ขั้น Select Modify or Design Materials นะคะ ขั้นนี้เราจะทำด้วยกัน 3 ขั้นนะคะ ถ้าคุณครูไปออกแบบสื่อใหม่ทั้งหมดน่ะ คุณครูตุยค่ะ แค่งานโรงเรียนคุณครูก็เยอะแล้ว เราจะออกแบบสื่อมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เราสามารถในการสอนในเทอมเทอมหนึ่งหรือแต่ละครั้งเราสามารถเอาสื่อที่เรามีอยู่แล้ว อย่างเช่น PowerPoint ของครูน่ะก็ใช้มาหลายปีแล้วนะ แต่ก็ถ้ามันยังใช้ได้อยู่มันยังตรงกับเนื้อหาอยู่ก็สามารถใช้สื่อนั้นได้ แต่ถ้ามีเนื้อหาที่ต้องปรับปรุง ครูก็เพราะว่าของครูน่ะ ปรับปรุงดัดแปลง แต่ถ้าในการศึกษาเด็กเปลี่ยนพฤติกรรมและเราก็ค่อยสร้างสื่อใหม่ อย่างนี้เป็นต้น หลักการในการเลือกสื่อ หลักการในการเลือกสื่อนะคะ คุณครูต้องเลือกสื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ อันดับแรกนะ สวยไม่สวยเอาไว้ทีหลัง อันดับแรกต้องเลือกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์นะคะ อันดับแรกเลือกสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ อันนี้ออกรายปีด้วย เวลาเลือกสื่อต้องเลือกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และเดี๋ยวมันจะ... ตรงกับเนื้อหาเองค่ะ เดี๋ยวมันจะตรงกับเนื้อหา และความน่าสนใจอะไรอย่างนี้ค่อยไปเสริมเติม สมมติถ้าเราเลือกสื่อสวยมาก มันไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาน่ะ มันก็ไม่ทำให้ทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ หรือบรรลุเป้าหมายได้ สื่อมันได้เคยมีนะ สื่อมันไม่เกี่ยวข้องกันเลยน่ะ แต่แบบมันดีน่ะ มันตื่นเต้นแหละ แล้วมันไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ทำให้ผู้เรียนรู้ หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง อย่างเช่น สมมติการเลือกสื่อนะ ครูเลือกสื่อคลิปวิดีโอ ครูก็ไปเลือกสื่อใน YouTube นี่แหละนะคะ อย่างเช่น อย่างแรกเราเอาวิดีโอมาให้ดูใช่ไหม อันนั้นครูก็ไปเอามาจากใน YouTube นี่แหละแต่ทีนี้ค่ะ วันดีคืนดีมีเทอมหนึ่ง ครูได้สอนเด็กบกพร่องทางการได้ยิน ทำอย่างไรดี สื่อนั้นคลิปวิดีโอนั้นยังใช้ได้อยู่เลยน่ะ สื่อใหม่ มันดีอยู่เลยอ่ะทำไงดี ทำอย่างไร อะไรนะ ให้พี่ช่วยหน่อยนะคะ ช่วยแปลหรือทำอะไรอยู่คะ ทำ Subtitle ก็ได้ใช่ไหมคะ ทำ Subtitle ก็ได้ ถ้าเรามีสื่อแล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำสื่อใหม่ เราสามารถดัดแปลงได้นะคะ ดัดแปลงได้นะคะ แล้วถ้ามันไม่ดี มันใช้ไม่ได้ ทีนี้เล ยก็ค่อยออกแบบสื่อใหม่ เพราะอะไรรู้ไหมคะ หลักการในการใช้เทคโนโลยีอันหนึ่งน่ะค่ะ ถ้าใครตั้งใจไปอ่านบทที่ 2 ที่ครูให้ทำนะ หลักการอันหนึ่งคือมีการใช้เทคโนโลยีต้องใช้อย่างประหยัด ใช้อย่างคุ้มค่านะคะ ใช้อย่างคุ้มค่านะคะ ไปต่อนะ อันนี้เราพักไปแล้วนะ มาถึง Utilize นะคะ Utilize นะคะ มาถึงนะคะ คือการใช้สื่อนะคะ คือการใช้สื่อนะคะ อันนี้ไม่ยาก แต่ต้องบอกว่าคุณครูหลายคนมักละเลยนะคะ หลายคนมักละเลย คุณครูหลายคนมันละเลยกับคำนี้ค่ะ อันดับแรกเวลาที่เราจะใช้สื่อเราต้องศึกษาให้ละเอียดนะ เราต้องศึกษาให้ละเอียดนะ ว่าสื่อนั้นน่ะมันเป็นอย่างไรนะคะ ดูเนื้อหาให้ชัด สมมติเราไปเลือกสื่อมาค่ะ บางสื่อมันมี 2ก็มีนะ ใน YouTube นี่เยอะ ๆ เลย ไม่ตรงปกก็มีนึกออกไหม เนื้อหากับตรงปกไม่ตรงกันก็มี ครูก็เคยโดนหลอกเยอะอยู่เหมือนกัน ฉะนั้น เราต้องดูให้จบนะต้องดูให้จบมีคุณครูหลายคน หรือมีนักศึกษาฝึกสอนเนี่ดูแต่หน้าปกแต่ข้างในนี่ไม่ได้ดูเนื้อหาเลย ฉะนั้น เราเรียนมามีความรู้แล้ว เราต้องดูให้มันครบนะคะ ว่ามันสมบูรณ์หรือเปล่า อันดับที่ 2 เป็นสิ่งที่หลายคนมักพลาด คุณครูหลายคนก็พลาดอยู่นะคะ พลาดแล้วพลาดอีก พลาดต่อไปนะคะ เวลาที่เราใช้เทคโนโลยีน่ะ หรือใช้สื่อการสอน เดี๋ยวนี้มันเป็นเรื่องของดิจิทัลนะนะคะ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับเครื่องมือ สถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สมมติเราจะเล่น... เราจะเล่นเกม เราจะเล่นเกม Kahoot น่ะ รู้จักอยู่ใช่ไหมคะ Kahoot น่ะ มันต้องมีอะไรบ้าง ต้องมีโทรศัพท์แล้วแต่คุณมีโทรศัพท์ไหม มีครบทุกคนไหมนะคะ ก็มีอะไรอีก Wi-Fi อินเทอร์เน็ต ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถเล่นได้ หรืออินเทอร์เน็ตไม่เสถียรเล่นลำบากเหมือนกัน หลุด ๆ อยู่นั่นแหละนะคะ นึกออกไหม ฉะนั้น ขนาดราชภัฏน่ะ เน็ตมันยังหลุดน่ะ แต่คุณไปสอนโรงเรียนน่ะ โอกาสที่จะใช้อันนี้ มันก็จะมีเปอร์เซ็นต์ที่ยากไปอีกนะคะ หรือถ้าคุณเอาคลิปวิดีโอมาให้เด็กดู คุณก็จะต้องมีลำโพง มีเสียงให้เด็กดู อย่างนี้เป็นต้น เคยมีนะรุ่นพี่รุ่นพี่เรานี่แหละ มันมีเคสทีหนึ่ง มันมีรุ่นหนึ่ง หลักสูตร 5 ปี เรามีวิชานวัตกรรมแยกนะคะ วิชานวัตกรรม คือ เขาสร้างนวัตกรรม เขาสร้างเป็นนวัตกรรมาแหละ เขาสร้างเป็นการ์ตูนอนิเมชัน ยิ่งใหญ่เลยนะ ดีเลย สื่อน่าสนใจมากนะคะ วันนั้นเอาไปสอนเด็กไม่ได้ เพราะอะไร โรงเรียนไม่มีทีวี โรงเรียนไม่มีทีวี ไม่มีเสียงอีกต่างหาก ไม่มีทีวีมันก็ดูไม่ได้ จบแล้ว นึกออกไหมคะ ฉะนั้น เขาแก้ปัญหาอย่างไรรู้ไหม เอา iPad ไปiPad ให้ดูแต่เด็กน่ะ ก็ดูได้แค่ข้างหน้าค่ะ นึกออกไหม ฉะนั้น วันนั้นการจัดการเรียนการสอนก็ไม่มีประสิทธิภาพ สื่อคุณจะดีแค่ไหนน่ะ สิ่งนี้คุณพลาดน่ะ มันก็ทำให้การเรียนการสอนครั้งนั้นไม่มีประสิทธิภาพได้เหมือนกัน ฉะนั้น อันนี้คุณครูหลายคนก็พลาด อย่างครูไป ครูไปตรวจ PA ครูไปไปประเมินเขานี่ ของครูน่ะไม่มีปัญหาน้องแต่ไม่ใช่ว่าผู้ประเมินทุกคนจะเป็นแบบครูนึกออกไหม เราไม่ใช่ว่าจะได้ผู้ประเมินที่เป็นเป็นนักเทคโนฯ ตลอดนะ ทีนี้มีครูท่านอื่นไปด้วยกันนะคะ มีครูท่านอื่นไปด้วยกัน เขาใช้... เขาใช้อยู่นี่ Meta World น่ะ รู้จักไหม มันเป็นแบบเหมือนจริง เป็น App แอปไว้โหลดนี่แหละ Appแบบเสมือนจริงอ่ะค่ะ ครูเอามือถือของครูน่ะ เปิดได้แต่อีก 2 ท่านเปิดไม่ได้ ชนะเนี่ยการวิเคราะห์ผู้เรียนหรือการวิเคราะห์คนที่เราจะไปนำเสนอเนื้อหาเลยสำคัญ ฉะนั้น เขาไม่เปิดไม่ได้เลย แทนที่จะได้แบบเห็นสิ่งที่มันยิ่งใหญ่น่ะค่ะ แต่มันดันเปิดไม่ได้เลย ฉะนั้น เวลาที่เราใช้เทคโนโลยีเรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์มาเกี่ยวข้องด้วย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ฉะนั้น เราก็ต้องวิเคราะห์ให้ดีว่ าที่เราเอาไปใช้ด้วยน่ะค่ะ นักเรียน User หรือผู้ใช้ของเรานี่ เขาเป็นคนลักษณะไหนนะคะ ต่อมาเตรียมตัวผู้เรียนนำเข้าสู่บทเรียน อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของคุณครูที่จะต้องเกริ่นนำว่าเราจะใช้สื่อนี้นะ มันจะใช้อย่างไรนะคะ คุณจะต้องเป็นอย่างไรนะคะ และสุดท้ายต้องควบคุมชั้นเรียน อันที่ 4 อันสุดท้ายนี่ ควบคุมชั้นเรียน คุณครูก็ชอบพลาด คุณครูฝึกสอนชอบพลาด เป็นสิ่งที่ครูฝึกสอนชอบพลาด เพราะว่าคุณครูชอบคิดว่า ฉันเลือกมาแล้วนี่ สื่อมาแล้วนี่ อย่างเช่น มีเคสหนึ่งค่ะ เคสหนึ่งเจอกับตัวเลยนะคะ ครูก็เป็นอาจารย์นิเทศอยู่เหมือนเดิมแหละ เด็กที่ครูนิเทศจะต้องมีเทคโนโลยีนะ นางก็ไปเลือกสื่อ ไปเลือกสื่อมาเอง สื่อได้ดีเลยนะ นะคะ เขาเป็นเรื่องสื่อเป็นคลิปวิดีโอ เป็นการ์ตูน ป. 3 ป. 3 นะคะ เรื่องเกี่ยวกับวิทยาการคำนวณนี่ เป็นวิทยาศาสตร์นี่แหละ ให้เด็กดูการ์ตูนแล้วเพลินไปเป้าหมายของเขานี่แหละนะคะ เพลินกับการเรียนรู้ไปนะคะ ทีนี้ค่ะ หลังจากที่เขาก็ใช้ทุกอย่างแล้วนะ เขาไปดูเนื้อหา เนื้อหาเหมาะสม เขาไปเตรียมสถานที่ ห้องเขามีทีวี มีลำโพง ได้ยินเสียงชัดเจน อันนี้เขาก็เริ่มแล้วนะ เขาก็เตรียมตัวผู้เรียน ก็บอกผู้เรียนนะว่าเดี๋ยวครูจะเปิดวิดีโอให้นะ ให้ดูวิดีโอต่อไปนี้นะ อย่างนี้นะคะ ขั้นที่ 4 เขาทำอย่างไรรู้ไหมคะ เขาก็เปิดวิดีโอเสร็จ แล้วเขาก็เดินไปหาอาจารย์นิเทศ ครูนั่งอยู่ข้างหลังนะ ก็แบบมาชวนคุยไม่ได้เจอกันนานอย่างนี้นะคะ ปรากฏว่าผ่านไปประมาณ 3 นาที เด็ก ป. 3 เด็ก ป. 3 ดูคลิปวิดีโอโดยที่ไม่มีคุณครูอยู่หน้าชั้น คุณครูอยู่ข้างหลัง 3 นาทีผ่านไปเราว่าเกิดอะไรขึ้นเด็ก ป. 3 เดาได้มาคิดว่าคาดการณ์ว่าเด็กจะเกิดอะไรขึ้นเด็ก ป. 3 เล่นกัน เล่นกัน เล่นกันค่ะ เล่นกันเสร็จเป็นไงคะ หยอกกันไปหยอกกันมา ไม่สนใจเรียนอยู่แล้ว หยอกกันไปหยอกกันมา คือเสร็จแล้วไม่สนใจล่ะ ขั้นร้ายแรงที่สุดเลยค่ะ ทำอะไรคะ ตีกัน ใช่ เด็กตีกันต่อหน้าอาจารย์นิเทศ นึกหน้าออกไหม นึกหน้านักศึกษาฝึกสอนคนนั้นออกไหม หน้านี่ซีดอยู่อย่างนั่นแหละนะคะ ปรากฏว่าเราว่าขั้นแรกเราว่าเขาสอบผ่านไหม ไมาอยู่แล้ว ก็คุมชั้นเรียนไม่ได้ เด็กไม่ได้เรียนต่อเลย เด็กมันตีกัน แล้วไง ต่อ เข้าไปพบ ผอ. แล้วมันไม่หยุดแค่นั้นนะคุณ พอเสร็จ ลูกเขากลับบ้านไป ลูกเขาพ่อแม่เขาเห็นลูกเขาตีกัน ก็มีปัญหาอีก ฉะนั้น เขาก็สืบต่อมาว่า เฮ้ย ครูไม่ได้ควบคุมผู้เรียนเลยน่ะ นะคะ คุณครูไม่ได้สอบชั้นเรียนเลยน่ะ ฉะนั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องอันนี้มันตลกแหละนะ วันนั้นอาจารย์ก็ต้องไปนั่งอธิบายด้วยอยู่ในเหตุการณ์นะคะ เราผิดไหม เราก็ผิดนะ เราไม่ได้ควบคุมชั้นเรียน เราไม่ได้ควบคุมสถานการณ์ จริง ๆ น่ะ เขาผิดขั้นไหนแล้วรู้ไหม เขาผิดขั้นไหน เขาผิดตั้งแต่คันแรก Analyze learner เขาวิเคราะห์ผู้เรียนมาไม่ดี เขาไม่ได้รู้จักลักษณะทั่วไปของผู้เรียน ลักษณะทั่วไปของเด็ก ป. 3 เขาอยู่ไม่ได้เขาไม่สามารถนั่งอะไรนิ่ง ๆ ได้นาน ฉะนั้น เด็กไม่ผิดเลยนะ พฤติกรรมเขาเป็นแบบนั้นนะคะ ฉะนั้นคุณครูต้องดูพฤติกรรมเด็ก ฉะนั้น ครูถึงบอกว่าแต่ละขั้นตอนมันมีผลขั้นตอนหนึ่งหนึ่งเสมอ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของการใช้ อีกนิดหนึางใกล้หมดแล้วนะคะ กำหนดการตอบสนองของผู้เรียนนะคะ เราสามารถตอบสนองได้จากการพูด เขียน หรือถ้าเด็กแบบเด็กโตหน่อย เราสามารถให้เขาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้หมด จำหมดแล้วค่อยออกมาพูดหรือเขียนก็ได้นะ แต่สุดท้ายก็ต้องพูดและเขียนออกมานะ ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่สามารถวัดได้ ขั้นสุดท้ายแล้วค่ะ Evaluation การประเมินนะคะ คือ การประเมิน ถ้าครูทั่วไปค่ะ ครูทั่วไปจะประเมินความสำเร็จของผู้เรียน มันเป็นสิ่งที่คุณครูต้องประเมินอยู่แล้วนะคะ ประเมินครูทั่วไป คือ ประเมินว่าเด็กเรียนสิ่งนี้ได้หรือเปล่านะคะ ก็คือวัดผลสัมฤทธิ์นี่แหละ ครูทั่วไปวัดผลสำฤทธิ์นี่แหละ แต่ถ้าครูมืออาชีพนะต้องทำทั้ง 3 อย่างนี้ถ้าครูมืออาชีพต้องทำให้ครบทั้ง 3 อย่างนี้นะคะ ครูต้องประเมินกระเมินการนะคะ ครูต้องประเมินกระบวนการนะคะ ครูต้องประเมินกระบวนกระบวนการคืออะไรนะคะ ก็อย่างเช่น ให้สื่อ ก็อย่างเช่นนะคะ กระบวนการให้สื่อนะคะ ให้... ถ้าสมมติว่าเราให้ซื้อเด็กไป แล้วเด็กนี่ สนใจเรียนสื่อของเราหรือเปล่านะคะ คือมีอยู่ปีหนึ่งนะคะ ด้วยความที่ชอบให้เด็กทำกิจกรรมนะ ให้เด็กทำกิจกรรมนะคะ ให้เด็กทำกิจกรรม ก็ไปคิดเกมมา ปรากฏว่าห้องนั้นน่ะค่ะ เขา... เขามีเด็กเก่ง แต่ครูอันนี้ครูก็พลาดอีกเหมือนกัน ครูไม่ได้วิเคราะห์ผู้เรียนมานั่นแหละ ปรากฏว่าเล่นเกม 4 ต่อ 4 เคยเล่นไหมคะ เล่นเกม 4 ต่อ4 ก็จะเป็นโยนคำถามนี้ แต่ระหว่างนี้ปรากฏว่าคำถามโยนไปฝั่งหนึ่ง กลุ่มนั้นมีแต่เด็กเก่ง แล้วมันตอบได้หมดน่ะ มันตอบได้ทุกคำเลยฝั่งนี้ไม่ได้ตอบเลย อันนั้นก็เป็น... อันนั้นก็เป็นเคสที่ถ้าคุณครูเห็น เคสเห็นเคสเมื่อสักครู่นี้ค่ะ คุณครูพอเห็นแล้วคุณครูก็เอามาปรับปรุงการสอน เอามาปรับปรุงกระบวนการ แต่ถ้าคุณครูไม่ได้เป็นครูมาเป็นครูมืออาชีพ หรือไม่ได้สนใจการสอน คุณครูก็จะช่างมันเถอะ มันเป็นอยู่แค่นั้น ฉะนั้น ถ้าคุณครูมืออาชีพน่ะ ที่ครู คศ. 3 พอเขาเห็นสิ่งที่มันเป็นปัญหา เขาก็เอามันมาปรับปรุงการสอนครั้งที่ 2 นะคะ หรือประเมินสื่อนะคะ ว่าวิธีการอันนี้ถ้าจับได้คู่มืออาชีพ ก็จะต้องมีการประเมินสื่อด้วยนี่แหละนะคะ อาจจะประเมินเป็นแบบประเมินนะคะ หรือวิธีการสอน มีแบบประเมินให้เห็นชัดเจน มีคนมาประเมินเราว่าเราสอนดีหรือไม่ดีนะคะ ฉะนั้น ถึงจะเป็นได้ ความสำเร็จผู้เรียนนะคะ ฉะนั้น ถ้าอยากได้คะแนน อันนี้อาจจะไม่พอ ไม่เป็นครูทั่วไป เพราะว่าเรามุ่งหวังอยากให้เราเป็นครูมืออาชีพต้องมีสัก 2-3 อย่างขึ้นไปนะคะ ถ้า 3 อย่างเลยนะคะ หมดแล้วนะคะ สำหรับ Assure model นะคะ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างนะคะ เดี๋ยวครูจะมีตัวอย่างให้ทำนะ นะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างที่เอาไปใช้ มันเป็นขั้นตอนนะ เราจะเอาไปใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างไร เดี๋ยวครูจะให้เราเลือก วิชาที่มันเกี่ยวข้องกับการศึกษาพิเศษนะ ช่วงชั้นไหนก็ได้นะ ช่วงชั้นไหนก็ได้นะ เลือกมา 1 ช่วงชั้น 1 ช่วงชั้น เลือกเรื่องที่เราจะสอน เรื่องที่เราจะสอน แล้วบอกเวลาด้วยนะ เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ 1 ชั่วโมงแล้ว มันเป็นคาบแล้ว เราก็เขีนนเป็นคาบ ครูไม่แน่ใจส่งของการศึกษาพิเศษเป็นชั่วโมงหรือเป็นคาบ เดี๋ยวเราไปดูในหลักสูตรเราแล้วกันนะ ไปดูในหลักสูตร เดี๋ยวครูจะไปดูข้อมูลด้วยเหมือนกัน ถ้าเป็นปกติเขาก็จะเล่น 50 คาบ แต่ถ้าเป็นการศึกษาพิเศษต้องไปดูของหลักสูตรเราอีกทีนะคะ ขั้นตอนแรกเขาจะวิเคราะห์ผู้เรียนไหมคะ ลักษณะทั่วไปเป็นนักเรียน 1 ลักษณะเฉพาะ อยู่ในวัยเด็ก ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ชอบทำเคลื่อนไหว ฉะนั้น คุณครูจะหยุดนิ่งไม่ได้นะคะ คุณครูจะแบบ จะให้เขาอยู่เฉย ๆ ตลอดเวลานี่เขาไม่สามารถทำได้หรอก เขาไม่สามารถนั่งได้แบบเราหรอก ครูเข้าใจเด็กครูปฐมวัย มันไม่อยู่นิ่งตลอดเวลาเลยน่ะ คุณครูแบบ หนักกว่าเราอีกนะคะ เพราฉะนั้น ครูแบบ คุณครูก็นับถือคุณครูประถมเหมือนกันนะ คือเด็กไม่ต้องคอยตอบคำถามเด็กทั้งวันน่ะ จริง ๆ สุดยอด ยกมือให้เลย แต่เขาก็มีความสุขอะไรของเขาอยู่เหมือนกันแหละค่ะState Objectives เราก็ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ออกมานะคะ กำหนดวัตถุประสงค์ออกมานะคะ เห็นไหมคะ สามารถทำอะไรได้เป็นการกระทำ กำหนด มีเงื่อนไข แล้วก็มีเกณฑ์เห็นไหมคะ อย่างน้อย 3 ชนิดนะคะ อันนี้ก็มีเห็นไหมคะ เขียนชื่ออุปกรณ์ อันนี้ก็เป็นการกระทำ ที่กำหนดให้ก็เป็นเงื่อนไขนะคะ แล้วก็ในเวลาที่กำหนด ในเวลาที่กำหนดเป็นเงื่อนไข ได้ถูกต้องก็เป็นเกณฑ์ ต้องทำให้ได้ถูกต้องด้วยอย่างนี้เป็นต้นนะคะ ขอสวย ๆ แบบนี้นะ ถ้าถูกต้องหมด คะแนนมันจะน้อย อย่างน้อยให้เรามีแบบนี้หน่อย เกณฑ์ที่มันชัดเจนแบบนี้หน่อยนะคะ แบบนี้ก็ได้จะได้คะแนนน้อย แบบนี้จะได้คะแนนเยอะหน่อยนะคะ แล้วก็เลือกดัดแปลงสื่อนะคะ เลือกดัดแปลงสื่อนะคะ ว่าเราเรื่องสื่ออะไรมา อันนี้เขาก็เลือกสื่อที่มีอยู่แล้ว อย่างเช่น พวกอุปกรณ์ที่มันมีอยู่แล้วในห้องนะคะ ดัดแปลง เขาก็อยากให้ภาพมันขยายใหญ่ขึ้น เพราะว่าผู้เรียนบางคนไม่เห็น ไม่เห็นอุปกรณ์อย่างนี้ เขาก็เลยดัดแปลงเอามาทำให้มันขยายโพรเจกเตอร์ใหญ่ขึ้นนะคะ และออกแบบสื่อใหม่ เขาทำเป็นใบงานใหม่ การใช้สื่อ เอาสื่อนั้นน่ะ ไปใช้อย่างไรนะคะ ให้ดู ไปดูวัสดุ ให้จับต้องวัสดุแล้วก็ดัดแปลงสิ่งต่าง ๆ นะคะ ดัดแปลงภาพอย่างนี้ เอาให้เด็กให้เด็กจับอะไรก็ว่าไป แล้วก็ให้ทำใบความรู้ แล้วก็มากำหนดว่าผู้เรียนจะตอบสนองได้อย่างไร อันนี้เขาเขียนว่าให้ผู้เรียนทำใบงาน แล้วมีตอบคำถามระหว่างที่ใช้สื่อด้วยนะคะ แล้วสุดท้ายก็ประเมิน เขาก็เลือกประเมินกระบวนการสอน แล้วก็ประเมินความสำเร็จของผู้เรียน ประเมินการสอนเขาก็เลือกมาจากการสังเกตก็ได้ สังเกตว่าผู้เรียนนี่ สนใจสื่อเขาหรือเปล่าจากการสังเกตนะคะ ฉะนั้น คุณครูก็จะต้องคอยสังเกตด้วยนะ เวลาที่เราใช้สื่อนี่ ได้ผลมากแค่ไหนจากการสังเกตนี่แหละนะคะ แล้วประเมินความสำเร็จ เขาก็ใช้แบบทดสอบนะคะ ใช้แบบทดสอบ เดี๋ยวมาดูตัวอย่างหน่อย งานนี้สำคัญนะ 10 คะแนนนะ ไม่หารเลยนะ นะคะ ตัวอย่างนะคะ ก็จะเป็น นี่ค่ะ จะให้ทำแบบนี้นะ เราไม่ต้องเขียนนะ เราพิมพ์มาเลย ครูอ่านตัวหนังสือแล้วไม่ออก เราพิมพ์มาเลยนะคะ ฟอนต์อะไรก็ได้ แต่ขอให้อ่านออกนะคะ Thai sarabun angsaนี่แหละอ่านง่ายสุดแล้วนะคะ ให้เราเลือกกลุ่มสาระที่เราสอนนะ ช่วงเช้านะคะ ช่วงเช้านะคะ เรื่องแล้วก็อันนี้ให้เราบอกสาระสำคัญครูหน่อย อย่างเช่นตัวอย่างนี้ เขาสอนวิชาอุปกรณ์เทคนิคเบื้องต้น สิ่งที่เขาจะต้องสอนผู้เรียนนะคะ สิ่งที่ต้องสอนผู้เรียน คือ ให้ผู้เรียนรู้จักอุปกรณ์ เมาส์ คีย์บอร์ด จอภาพ อย่างนี้ค่ะ แล้วก็จะต้องรู้วิธีการใช้อย่างถูกต้อง อันนี้เป็นสาระที่เขาจะสอนนะคะ สาระสำคัญที่เราจะสอน เห็นไหมคะ เขาก็จะวิเคราะห์ลักษณะทั่วไป วิเคราะห์ลักษณะทั่วไป ลักษณะเฉพาะ วิเคราะห์ลักษณะทั่วไป ลักษณะเฉพาะ ลักษณะทั่วไป เขาก็จะวิเคราะห์ว่านี่เด็กอยู่ชั้น ป. 1 นะ ยังเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น อยู่นิ่งไม่นานนี่ ระวังสิ่งต่าง ๆ อะไรก็ว่าไป ลักษณะเฉพาะ ลักษณะเฉพาะจะเป็นลักษณะที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่เราจะสอน เขาต้องมีอะไรมาก่อน ทักษะที่เขาต้องมีอะไรมาก่อน อย่างเช่นเห็นไหมคะ ทักษะที่มีมาก่อนผู้เรียนจำเป็นต้องรู้ อุปกรณ์เบื้องต้น อย่างน้อยผู้เรียนจะต้องรู้เบื้องต้นหน่อยนะคะ แล้วก็ทัศนคติที่มีต่อวิชา เด็กเป็นอย่างไรนะคะ ชอบอะไรก็ว่าไปนะคะ อันนี้เห็นไหมคะ อย่างนี้สวยกำหนดวัตถุประสงค์นี่ กำหนดวัตถุประสงค์นะคะ เห็นไหมคะ เขาบอกให้เขาทำครบเลย สามารถบอกวิธีการใช้งานอุปกรณ์ อันนี้ก็เป็นการกระทำ ที่กำหนดให้ ก็เป็นเงื่อนไข ได้ถูกต้องอย่างน้อย 3 ใน 5 ก็เป็นเกณฑ์ ฉะนั้น คุณต้องทำให้ได้ 3 ใน 5 ขึ้นไป ถึงผ่านอย่างนี้ค่ะ อันนี้ก็เป็นการกระทำ ที่กำหนดให้ก็เป็นเงื่อนไข อันนี้มีกำหนดเวลามาอีก ก็เป็นเงื่อนไข ถูกต้องก็เป็นเกณฑ์นะคะ อันนี้เป็นต้นนะคะ อย่างนี้สวย ได้คะแนนดีนะคะ แล้วก็มาเลือกสื่อค่ะ มาเลือกสื่อ เลือกสื่อ งดัดแปลงสื่อ แล้วก็มาเขียนขั้นตอนการใช้ ว่าใช้สื่ออย่างไรให้ไหมคะ สื่อที่ใช้ ให้เด็กได้ดู ได้สัมผัส แบ่งกลุ่ม ทำอะไรน่ะ เล่น CI แจกใบงานให้เด็กได้ทำอย่างนี้นะคะ คือ เอาจากขั้น 3 นี่ เอาสิ่งที่เรา... เอาสิ่งที่เราเลือก เอาสิ่งที่เราดัดแปลง เอาสิ่งที่เราออกแบบใหม่นี่มาใช้นะคะ มาใช้นะคะ ว่าใช้อย่างไร จากนั้นก็มากำหนดเห็นไหมคะ เขากำหนดให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมให้ตอบคำถามให้ทำกิจกรรม แล้วก็ให้ทำใบงาน ก็คือการเขียนนี่แหละนะคะ แล้วก็การประเมินนะคะ เขาก็มีการประเมินกระบวนการสอนนะคะ คือ ประเมินความสนใจ ก็คือจากการสังเกตนี่แหละนะคะ แล้วประเมินความสำเร็จ ก็ให้ทำแบบทดสอบนะคะ อย่างนี้เป็นต้น สิ่งที่ครูมักเจอความผิดพลาด ก็คืออีขั้นนี้เขียนไม่ค่อยดี ขั้นนี้เขียนไม่ค่อยดีนะแต่เห็นเขียนดีแบบนี้นะคะ พลาดบ่อย ๆ นะ คือ ขั้นนี้เลือกดัดแปลง ออกแบบเสร็จ ไม่เอามาใช้ ไปเอาสื่ออะไรไม่รู้มาใช้ ฉะนั้น สื่อจะต้องเกี่ยวข้องกันนะ คุณเลือกอะไรมาคุณน่ะ ดัดแปลงมา คนออกแบบสื่อมาต้องเอามาใช้นะ เคยเจอบางคนเลือกหนังสือเป็นภาพ เป็นภาพ เป็นบัตรภาพน่ะ บัตรภาพ บัตรภาพมาค่ะ แต่ตอนไปใช้ดันไปใช้เว็บไซต์มันไม่สอดคล้องกันนะ อันนี้ก็ไม่มีประสิทธิภาพนะ ฉะนั้น ต้องไปด้วยกันนะ แต่ละขั้น และอันหนึ่งก็หลายคนถ้าพลาดเรื่องสื่อไม่เหมาะสมกับผู้เรียน อย่างเช่น คุณเลือกเด็ก ป. 1 มา แต่คนดันไปใช้เว็บไซต์ให้เขาอ่านอย่างเดียว อันนี้ก็ไม่เหมาะสม ฉะนั้น เลือกสื่อก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับผู้เรียน ฉะนั้น เราต้องวิเคราะห์มาให้ถูกใจ ตั้งแต่ขั้นวิเคราะห์เนาะวิเคราะห์เสร็จต้องมากำหนดเป้าหมายหรือเป้าหมายก็ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าเด็กทำอะไรบ้าง เป้าหมายจะต้องมีการกระทำ มีเงื่อนไข มีเกณฑ์ให้ชัดเจนนะคะ จากนั้นก็มาเลือกสื่อให้ชัดเจน จากนั้นก็ต้องมาเลือกสื่อให้เหมาะสมด้วยนะ เลือกสื่อให้เหมาะสม จากนั้นก็ต้องเอามาเอาสื่อที่เลือกนี่ เลือกดัดแปลงนำไปดัดแปล งแล้วปรับปรุงแล้วเอามาใช้ สื่อที่เราใช้น่ะ ไม่ใช่เอาตัวอื่นนะ สื่อที่เราเลือกนี่ มาใช้ได้อย่างเหมาะสมด้วย แล้วก็กำหนดการตอบสนองแล้วก็กำหนดว่าจะประเมินเขาอย่างไรนะคะ ตรงนี้มีคำถามไหมคะ ตรงนี้มีคำถามไหม อะไรนะคะ ได้ เดี๋ยวส่งให้ เดี๋ยวส่งให้นะคะ มีคำถามไหม ไม่มีใครถามเรื่องกำหนดเวลาเลยเหรอ เดี๋ยวครู มันจะกว้างกว่าแผน อันนี้มันจะมองทั้งระบบเลยนะคะ มันจะ... จะบอกว่าไปเอาแผนก็ไม่เชิง นี่ถึงบอกว่ามันยากสำหรับปี 1 ไปไปดูแผนได้นะคะ ไปดูแผนของคุณครูได้นะ แต่ก็ต้องเอามาแยกให้ให้มันเป็น ให้มันเป็นเข้าในแต่ละขั้นของ Aอย่างนี้จะง่ายสำหรับปี 1 แต่ถ้าเราไปดู... แต่ใด ๆ น่ะ จริง ๆ ในการสอนจริง ๆ น่ะ เราต้องยึดตั้งแต่Analyze ที่บอกว่าให้ความสำคัญนั้นแผนบางครั้งเขาไม่ได้เขียนถึง Analyze ฉะนั้น แผนน่ะ ถ้าเราไปดูแผนเฉย ๆ มันจะไม่มีขั้น Analyze จะไม่มีขั้น Analyze ใช่ ต้องเพิ่ม ถ้าสมมติเราไปดูแผนน่ะ ถ้าแผนปกตินะคะ แล้วเอามาใส่ในแต่ละก็ได้แต่ในแผนเนี่ยไม่มีทางคือคุณครูน่ะ เขาจะไปเจอสิ่งเหล่านี้ก็ตอนที่เขาจะทำแบบ... ทำวิจัยหรืออะไรที่แบบไปบอกถึงที่มาของแผนนี้อย่างนี้นะคะ อย่างนั้นคุณครูเขาจะรู้อยู่แล้ว แต่ด้วยความที่เราเป็นนักเรียน เราก็จะต้องทำ... คือเรายังไม่เป็นครูมืออาชีพนึกออกไหม ถ้าเป็นคุณครูเขาจะรู้เขาจะทำขั้นตอนเหล่านี้อยู่แล้ว ด้วยของเขาน่ะแต่เราอาจจะต้องเรียน เพื่อที่เราจะต้องบอกครูให้ได้ ว่าเรารู้หรือเปล่า ฉะนั้น แนะนำว่าอาจจะไปดูแผน แต่แล้วแต่อย่างไรเราก็ต้องมาวิเคราะห์ผู้เรียนให้ได้อีกอยู่ดีนะคะ ทีนี้หลายคน แล้วหนูจะรู้ได้อย่างไร อาจารย์ว่าเด็กเป็นยังไงหนูยังไม่เคยสอนเลยอันนี้เราสามารถศึกษาในอินเตอร์เน็ตได้นะ มีข้อมูลอยู่นะคะ มีข้อมูลอินเตอร์เน็ต ก็ต้องหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือด้วยนะ อีกอันหนึ่งก็ไปถามคุณครูได้ ไปถามครูก่อน เดี๋ยวครูมีระยะเวลาให้เราอยู่ ผู้ชายที่คุณครูมัธยมนี่ว่าเด็กเป็นอย่างไรได้นะคะ โอเค ถ้าถามครูว่ายากไหมสำหรับปี 1 อันนี้ยากนะ เป็นเรื่องที่ยากสำหรับปี 1 เขาให้เรามาเรียนก็ต้องทำให้มันได้นะคะ ทั่วประเทศก็ยากเหมือนกัน รู้สึกว่ายากเหมือนกัน ถามว่าครูสอนยากมันก็ยากอยู่เหมือนกัน สำหรับปี 1 2 วัน เดี๋ยวจะให้ จริง ๆ ลืมแจ้งสัปดาห์หน้าเดี๋ยวครูไปราชการ หรือไม่ไปดี สัปดาห์หน้าเดี๋ยวครูไปราชการ ก็ 15 22 เยอะไป เพราะว่า... เพราะว่า 15 ครูก็ให้เราไปแล้ว 1-2 22 นะ 22 นะคะ 22 22 มกราคม 22 มกราคม นะคะ โอเค มีคำถามไหมคะ ถ้าไม่มีก็ถ้าอยากให้ช่วยดูอะไรก็ส่งมาใน LINE ได้นะคะ 15 ก็เดี๋ยวงด เดี๋ยวดูก่อนว่าจะให้ทำอะไรนะ อย่างนั้นก็ส่งที่ 22 นะ 15 ก็ทำงานนี้แล้วกัน 22 นะคะ ถ้าไม่มีอะไรก็วันนี้พอแค่นี้นะคะ ขอบคุณนะคะ