﻿1
00:00:30,111 --> 00:00:34,111
(อาจารย์เชาวนี) โอเคลูก สวัสดีค่ะ

2
00:00:40,980 --> 00:00:42,300
สวัสดีปีใหม่นะคะ สำหรับเด็ก ๆ ห้องนี้ ม. 4/2 นะคะ เพื่อนหายไป

3
00:00:42,300 --> 00:00:43,978
2 คนใช่ไหมลูก

4
00:00:43,978 --> 00:00:47,004
คนหนึ่งยังไม่มาจากบ้าน

5
00:00:47,004 --> 00:00:49,593
อีกคนหนึ่งก็คือไปซ้อม

6
00:00:49,593 --> 00:00:52,355
ไปฝึก

7
00:00:52,355 --> 00:00:54,631
แข่งขันภาษาอังกฤษใช่ไหมคะ

8
00:00:54,631 --> 00:00:58,631
อ๋อ โอเคน้องบีม

9
00:01:00,220 --> 00:01:02,175
วันนี้เราเหลือกันอยู่ 5 คนนะลูกนะ วันนี้ตั้งใจเรียนนะคะ ตั้งใจเรียนปีใหม่แล้ว

10
00:01:02,175 --> 00:01:05,212
เรา ม. 4 แล้วนะคะ ปีใหม่นี้

11
00:01:05,212 --> 00:01:07,990
อันไหนที่เราเคยทำไม่ดีมา ขี้เกียจ

12
00:01:07,990 --> 00:01:10,868
นะคะ ไม่ตั้งใจเรียนอย่างนี้น่ะ

13
00:01:10,868 --> 00:01:14,868
เอาใหม่ เอาใหม่ ปีนี้เอาใหม่เลยนะคะ

14
00:01:16,454 --> 00:01:20,454
ตั้งใจเรียนให้ดี เพราะว่าอนาคตเราน่ะ ยังอีกไกลเลยนะคะ

15
00:01:20,866 --> 00:01:22,527
พร้อมไหม พร้อมที่จะเรียนไหม

16
00:01:22,527 --> 00:01:24,635
พร้อมยังคะ

17
00:01:24,635 --> 00:01:26,809
พร้อมหรือยัง

18
00:01:26,809 --> 00:01:30,239
พร้อมแล้ว

19
00:01:30,239 --> 00:01:33,681
ถ้าใครง่วงน่ะ อนุญาตให้ไปล้างหน้าก่อนนะ

20
00:01:33,681 --> 00:01:34,694
ง่วงตลอด

21
00:01:34,694 --> 00:01:37,538
ใช่ไหม

22
00:01:37,538 --> 00:01:41,538
วันนี้นะคะ ครูจะ

23
00:01:41,962 --> 00:01:43,929
มาสอนเรื่องใหม่นะคะ เรื่องใหม่ แต่ว่าเดี๋ยวทวนก่อน

24
00:01:43,929 --> 00:01:47,929
ทวนในเรื่องเดิมก่อนนะ

25
00:01:48,699 --> 00:01:52,699
เทอมนี้เราในเรื่องของกฎเกณฑ์เบื้องต้นเกี่ยวกับการนับ

26
00:01:53,033 --> 00:01:55,664
มันมีกฎมันอยู่ ที่เราเรียนมาแล้ว 4 ข้อด้วยกันนะคะ

27
00:01:55,664 --> 00:01:58,272
เกี่ยวกับการคูณ 2 ข้อ

28
00:01:58,272 --> 00:02:01,975
กฎการคูณ 2 ข้อ

29
00:02:01,975 --> 00:02:04,603
จำไว้ว่าสำคัญมากสำหรับกฎการคูณนะคะ

30
00:02:04,603 --> 00:02:07,080
การทำงานนั้น จะต้องต่อเนื่องกัน

31
00:02:07,080 --> 00:02:11,080
ถ้ามีการกระบวนการทำงานนี่

32
00:02:11,146 --> 00:02:13,288
ทำขั้นตอนที่ 1 เสร็จถึงจะไปทำขั้นตอนที่ 2

33
00:02:13,288 --> 00:02:16,045
แล้วค่อยไปทำขั้นตอนที่ 3

34
00:02:16,045 --> 00:02:18,913
อันนี้คือกฎการคูณนะคะ

35
00:02:18,913 --> 00:02:19,918
จำนวนวิธีการทั้งหมดหมายถึง

36
00:02:19,918 --> 00:02:23,918
อะไร

37
00:02:23,998 --> 00:02:25,621
หมายถึง จำนวนที่อยู่ใน n1 ก็คือขั้นตอนที่ 1 ที่เราเลือกน่ะ

38
00:02:25,621 --> 00:02:27,732
n

39
00:02:27,732 --> 00:02:30,043
1 ที่เราเลือกน่ะ แตกต่างเท่าไร

40
00:02:30,043 --> 00:02:34,043
นะคะ ที่มันไม่เหมือนกันใน n1

41
00:02:35,026 --> 00:02:36,832
n2  แตกต่างกันเท่าไร เอาจำนวนนั้นน่ะค่ะ มาคูณการแค่นั้นเอง

42
00:02:36,832 --> 00:02:40,475
แต่มีเงื่อนไข ก็คือ

43
00:02:40,475 --> 00:02:43,703
ต้องทำต่อเนื่องนะคะ ไม่ใช่ว่าทำตัวนี้เศษ

44
00:02:43,703 --> 00:02:47,703
ทำกระบวนการที่ 1 เสร็จแล้วเสร็จเลย งานเราเสร็จนี่ไม่ใช่

45
00:02:47,891 --> 00:02:50,231
มันจะต้องทำขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 ไปเรื่อย ๆ

46
00:02:50,231 --> 00:02:54,231
กฎข้อที่ 2 จนไปถึง

47
00:02:54,810 --> 00:02:58,810
k นะคะ กระบวนการขั้นตอนที่

48
00:02:59,205 --> 00:03:01,122
ไปเรื่อย ๆ เลย แล้ววิธีการก็แค่เอาจำนวนนั้นน่ะนำมาคูณกัน

49
00:03:01,122 --> 00:03:03,483
แค่นี้เอง Concept ง่ายมาก

50
00:03:03,483 --> 00:03:04,695
เข้าใจนะ

51
00:03:04,695 --> 00:03:07,015
เหมือนอะไร

52
00:03:07,015 --> 00:03:09,376
ครูจะยกตัวอย่างกฎข้อที่ 1

53
00:03:09,376 --> 00:03:13,376
เหมือนกับการเลือกแต่งตัว

54
00:03:14,637 --> 00:03:18,376
การเลือกแต่งตัว ถามว่าถ้าเราแต่งตัวมันจะต้องมีทั้งเสื้อ ทั้งกางเกงใช่ไหมลูก

55
00:03:18,376 --> 00:03:22,376
ถ้าเราจะแต่งตัวเสร็จจะต้องใส่เสื้อก่อน

56
00:03:25,191 --> 00:03:28,030
แล้วค่อยใส่กางเกงตาม มีไหมที่ใส่เสื้อเสร็จแล้วเอาเสื้อถอดออกแล้วหยิบกางเกงมาใส่แล้วเดิน

57
00:03:28,030 --> 00:03:31,976
ออกไปเลย ไม่มีนะคะ ไม่มี

58
00:03:31,976 --> 00:03:33,913
เพราะฉะนั้น กระบวนการนี้มันจะต้องต่อเนื่องกัน มันถึงจะสมบูรณ์

59
00:03:33,913 --> 00:03:35,650
การแต่งตัวถึงจะครบ

60
00:03:35,650 --> 00:03:39,650
เสร็จเลยนะคะ

61
00:03:43,174 --> 00:03:45,813
และอีกตัวอย่างหนึ่ง อันนี้คือการแต่งตัวนี้คือกฎข้อที่ 1 นะคะ เพราะมีขั้นตอนการทำงานแค่ 2 อัน

62
00:03:45,813 --> 00:03:48,646
1. คือใส่เสื้อ 2. คือใส่กางเกง

63
00:03:48,646 --> 00:03:50,124
แต่ถ้าเมื่อไหร่มากฎข้อที่ 3 ปุ๊บ

64
00:03:50,124 --> 00:03:51,594
ตัวอย่างเช่นอะไร

65
00:03:51,594 --> 00:03:54,752
ตัวอย่างเช่น

66
00:03:54,752 --> 00:03:56,907
ถ้าแต่งตัวเสร็จมีข้อแม้ว่าเพิ่มเข้ามา

67
00:03:56,907 --> 00:03:59,753
จะต้องใส่รองเท้าด้วย

68
00:03:59,753 --> 00:04:02,251
กระบวนการขั้นตอนนั้นถึงจะเสร็จ

69
00:04:02,251 --> 00:04:04,178
มีใส่เสื้อปุ๊บ

70
00:04:04,178 --> 00:04:08,178
ใส่กางเกง

71
00:04:09,119 --> 00:04:13,119
รองเท้ามาใส่สุดท้าย เป็นขั้นตอนที่ 3 อันนี้คือ

72
00:04:15,841 --> 00:04:18,083
กฎข้อที่เท่าไรลูก  กฎข้อที่ 2 นั่นเองนะคะ เพราะว่ามันมากกว่า 2 แล้วขั้นตอน

73
00:04:18,083 --> 00:04:18,950
1 x 2 x 3

74
00:04:18,950 --> 00:04:20,624
นะคะ

75
00:04:20,624 --> 00:04:24,146
เข้าใจนะ

76
00:04:24,146 --> 00:04:28,146
โอเค ผ่านนะ อันนี้คือ

77
00:04:31,636 --> 00:04:33,884
2 กฎแรก ข้อ 2 ข้อแรกนะคะ เกี่ยวกับการคูณ ทีนี้มาดูที่เราเรียนไปข้อ 3 กับข้อ 4 คืออะไร

78
00:04:33,884 --> 00:04:36,654
ข้อ 3 กับข้อ 4 ก็คือการบวก

79
00:04:36,654 --> 00:04:40,654
การบวกนี่ง่ายมาก

80
00:04:41,915 --> 00:04:43,566
มีขั้นตอน มีกรณีกี่กรณีนะคะ ซึ่งจะต่างจาก

81
00:04:43,566 --> 00:04:45,867
วันนี้

82
00:04:45,867 --> 00:04:47,855
มีกี่กรณีที่จะได้ทำ

83
00:04:47,855 --> 00:04:51,178
แต่ละกรณีนี่

84
00:04:51,178 --> 00:04:54,478
มันมีกี่วิธีที่อยู่ในนั้นสามารถทำได้

85
00:04:54,478 --> 00:04:57,583
เอาจำนวนวิธีนั้นน่ะมาบวกกันเฉย ๆ

86
00:04:57,583 --> 00:04:59,043
ไม่ใช่

87
00:04:59,043 --> 00:05:01,438
คูณนะคะ

88
00:05:01,438 --> 00:05:04,700
ทำกรณีที่ 1 เ

89
00:05:04,700 --> 00:05:07,804
สร็จ เสร็จเลย ถ้าเราจะเลือกทำกรณีที่ 1

90
00:05:07,804 --> 00:05:11,778
ก็คือจบไปแล้วเสร็จไปแล้ว

91
00:05:11,778 --> 00:05:15,778
หรือถ้าเราไม่ทำกรณีที่ 1  เรามีทางเลือกกรณีที่ 2

92
00:05:16,183 --> 00:05:20,183
ก็เลือกกรณีที่ 2 ก็เสร็จเลยนะคะ ไม่จำเป็นจะต้องต่อเนื่องกัน

93
00:05:21,548 --> 00:05:23,353
ต่อเนื่องกันนะคะ อย่างเช่นอะไร อย่างเช่น

94
00:05:23,353 --> 00:05:25,002
การเลือก

95
00:05:25,002 --> 00:05:26,350
วิธี

96
00:05:26,350 --> 00:05:29,569
เลือกเดินทาง

97
00:05:29,569 --> 00:05:32,318
จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งนะคะ

98
00:05:32,318 --> 00:05:34,806
กรณีแรกอาจจะเดินทางโดยเครื่องบิน

99
00:05:34,806 --> 00:05:35,750
ตัวอย่างครั้งที่แล้วใช่ไหมลูก

100
00:05:35,750 --> 00:05:38,226
ที่เขาเลือก

101
00:05:38,226 --> 00:05:41,346
เครื่องบินจากอุดรฯ ไปกรุงเทพฯ

102
00:05:41,346 --> 00:05:45,346
มีบริษัททั้งหมด 5 บริษัท ที่ให้เลือกซื้อตั๋ว

103
00:05:48,592 --> 00:05:52,592
นั่งจากอุดรฯ ไปถึงกรุงเทพฯ หรือยัง ถึงแล้ว วิธีการมี 5 วิธี

104
00:05:54,512 --> 00:05:57,295
มี 5 วิธีเพราะว่ามี 5 บริษัท ที่ให้เราเลือกนะคะ สายการบิน

105
00:05:57,295 --> 00:05:59,542
หรือถ้ากรณีที่ 2

106
00:05:59,542 --> 00:06:01,677
ไม่ไปแล้วเครื่องบินมันแพง

107
00:06:01,677 --> 00:06:05,677
เราจะไปรถทัวร์ลูก

108
00:06:07,666 --> 00:06:09,470
เราไปรถทัวร์ พอไปรถทัวร์บริษัทรถทัวร์อุดรฯ ไปกรุงเทพฯ จะได้ไปหา

109
00:06:09,470 --> 00:06:12,410
มี 6 บริษัท

110
00:06:12,410 --> 00:06:16,410
มีอยู่ 6 บริษัท นั่นแสดงว่า

111
00:06:16,528 --> 00:06:20,528
มีอยู่ 6 วิธี ที่เราจะเลือกเดินทางไปกับบริษัทต่าง ๆ

112
00:06:22,949 --> 00:06:23,868
เพราะฉะนั้น วิธีทั้งหมดที่จะสามารถเลือกเดินทาง จากอุดรฯ ไปกรุงเทพฯ ได้

113
00:06:23,868 --> 00:06:27,311
ก็คือเอา

114
00:06:27,311 --> 00:06:31,311
ของเครื่องบิน มีกี่บริษัท ของ

115
00:06:33,323 --> 00:06:34,547
รถทัวร์มีกี่บริษัท  เอามารวมกัน เราสามารถเลือกได้เลยนะคะ ก็คือเอา 5 + 5

116
00:06:34,547 --> 00:06:37,813
เท่ากับ 1

117
00:06:37,813 --> 00:06:40,493
1 วิธีด้วยกัน อันนี้นะโอเคนะ

118
00:06:40,493 --> 00:06:42,201
เข้าใจนะคะ อันนี้คือกฎข้อที่ 3

119
00:06:42,201 --> 00:06:45,522
กฎข้อที่ 3

120
00:06:45,522 --> 00:06:49,522
มีแค่ 2 กรณี

121
00:06:52,039 --> 00:06:54,510
ทีนี้มาดูข้อที่ 4 บ้างคืออะไร ข้อที่ 4 คืออะไร ข้อที่ 4 คือ กรณีมันเพิ่มขึ้น

122
00:06:54,510 --> 00:06:57,706
ทางเลือกน่ะ มันมากขึ้น

123
00:06:57,706 --> 00:07:00,925
นะคะ ทางเลือกวิธีเลือกน่ะ มันมากขึ้น

124
00:07:00,925 --> 00:07:03,807
กรณีที่ 1 เสร็จ ไปกรณีที่ 2 กรณีที่ 3

125
00:07:03,807 --> 00:07:06,441
จำเอาไว้ว่าทำ

126
00:07:06,441 --> 00:07:09,376
กรณีที่ 1  ก็เสร็จเหมือนกันนะคะ

127
00:07:09,376 --> 00:07:09,990
กระบวนการสมบูรณ์เลย จบเลยในนี้เลย

128
00:07:09,990 --> 00:07:12,177
นะคะ

129
00:07:12,177 --> 00:07:16,177
โอเคนะ

130
00:07:19,187 --> 00:07:20,518
แค่ลูกดูโจทย์แล้วก็บอกให้ได้ว่ากระบวนการของโจทก์นี่ที่ลูกอ่านนี่

131
00:07:20,518 --> 00:07:24,518
มันจบ

132
00:07:24,814 --> 00:07:26,920
มันต่อเนื่องหรือเปล่า ถ้ามันต่อเนื่องลูกจะต้องเอามาคูณ แต่ถ้ามัน

133
00:07:26,920 --> 00:07:30,920
เลือกแล้วมันสามารถ

134
00:07:31,892 --> 00:07:35,205
จบได้ในกรณีนั้นเลย คือเอามาบวกแค่นั้นเองนะคะ  อันนี้คือกฎ

135
00:07:35,205 --> 00:07:36,735
การบวก การนับ หลักการคูณการบวก

136
00:07:36,735 --> 00:07:40,718
ถาม

137
00:07:40,718 --> 00:07:41,992
ไหม ไม่มีคำถามนะ เข้าใจหมดนะ

138
00:07:41,992 --> 00:07:45,992
เยี่ยมนะคะ

139
00:07:49,007 --> 00:07:50,252
วันนี้สิ่งที่เราจะมาเรียน เราจะเรียนเรื่องการสับเปลี่ยนนะคะ

140
00:07:50,252 --> 00:07:54,150
เชิงเส้น

141
00:07:54,150 --> 00:07:54,980
คำนี้ การเรียงสับเปลี่ยนลูก ทำอ

142
00:07:54,980 --> 00:07:58,980
ย่างไร เรียง

143
00:08:01,937 --> 00:08:04,413
เรียงสับเปลี่ยนนะคะ ตัวนี้คือเอามาวางเรียงกัน เขาบอกว่าเชิงเส้น

144
00:08:04,413 --> 00:08:06,000
หมายถึง วางเป็นเส้นตรง

145
00:08:06,000 --> 00:08:10,000
แนวเส้นตรง

146
00:08:11,706 --> 00:08:12,843
วางอย่างนี้เลยนะคะ เป็นแนวเส้นตรง กรณีที่ของที่เรามาเรียงนี่

147
00:08:12,843 --> 00:08:14,200
มันต่างกันนะ

148
00:08:14,200 --> 00:08:18,200
มันไม่เหมือนกัน

149
00:08:20,653 --> 00:08:21,678
ของมีกี่ชิ้น ของต่าง ๆ นี่ มันไม่เหมือนกันเลยนะคะ เราจะเอามาเลี้ยงอย่างไร

150
00:08:21,678 --> 00:08:23,293
เรียง

151
00:08:23,293 --> 00:08:27,293
โดยข้อแม้ ก็คือ

152
00:08:29,443 --> 00:08:31,980
ไม่ใช่กฎสิ เงื่อนไข ก็คือของนั้นน่ะ จะต้องแตกต่างกันและเอามาวางเป็นเส้น

153
00:08:31,980 --> 00:08:35,980
แค่นั้นเองนะคะ วันนี้ที่เราจะเรียน

154
00:08:36,655 --> 00:08:40,655
วัตถุประสงค์วันนี้นักเรียนจะต้องสามารถใช้วิธีการเรียงส

155
00:08:41,903 --> 00:08:42,960
ับเปลี่ยนนะคะ เชิงเส้นนี่ กรณีที่สิ่งของแตกต่างกันทั้งหมดในการ

156
00:08:42,960 --> 00:08:46,960
แก้ปัญหา

157
00:08:48,282 --> 00:08:49,703
มาดูนะ นักเรียนชอบถ่ายรูปไหมลูก

158
00:08:49,703 --> 00:08:53,703
ชอบถ่ายภาพไหม

159
00:08:57,660 --> 00:08:58,796
ชอบไหม  ถ่ายภาพเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ ชอบนะคะ ยิ่งตอนเมื่อกี้นี้กีฬาสี ครูเห็นนะ

160
00:08:58,796 --> 00:09:01,995
แต่ละคนนี่แบบ

161
00:09:01,995 --> 00:09:05,995
มาอยากให้คุณครูทรงเดชนะคะ คุณครู

162
00:09:07,035 --> 00:09:08,318
ทรงเด็จถ่ายภาพสวยใช่ไหม อยากให้ครูถ่ายภาพให้พากันออกมา

163
00:09:08,318 --> 00:09:12,318
จับกลุ่มกันแล้วก็

164
00:09:13,630 --> 00:09:17,350
รอคิวนะคะ ถ่ายภาพ อันนี้ก็เป็นกรณีหนึ่งนะคะ อย่างเช่นตัวนี้

165
00:09:17,350 --> 00:09:21,350
ตัวอย่าง

166
00:09:22,888 --> 00:09:24,726
สมมติมีนักเรียนนะคะ สมมติว่ามีนักเรียนมีเด็กนี่มีอยู่ 3 คน

167
00:09:24,726 --> 00:09:28,726
ก็คือกิ่ง

168
00:09:30,518 --> 00:09:33,499
นี่นะ คนนี้ชื่อกิ่ง คนนี้ชื่อแก้ว อันที่ 2 นะคะ และผู้ชายคนนี้ชื่อกานต์

169
00:09:33,499 --> 00:09:35,825
เขาจะมายืนเรียงแถวหน้ากระดานนะลูก

170
00:09:35,825 --> 00:09:37,590
เขาจะมายืนเรียงแถวหน้ากระดานเลย

171
00:09:37,590 --> 00:09:41,207
เพื่อที่จะถ่ายภาพ

172
00:09:41,207 --> 00:09:45,207
พร้อมกันนะ ถ่ายพร้อมกันเลย 3 คน

173
00:09:46,710 --> 00:09:48,682
ไม่ใช่ถ่ายทีละคน ถ่ายพร้อมกัน และวิธีการยืนของเขา เขาจะยืน

174
00:09:48,682 --> 00:09:51,640
แนวเส้นตรงนะคะ

175
00:09:51,640 --> 00:09:55,640
เป็นแนวเส้นตรงนะ

176
00:09:58,387 --> 00:10:02,387
ถาม ครูถามว่ามันเข้ามันเข้าสู่ที่เขาบอกหรือยังว่าสิ่งของที่เอามาเรียงนั้น

177
00:10:02,450 --> 00:10:04,579
แตกต่างกัน ครูถามว่ากิ่งแก้ว กิ่งแก้ว กานต์เนี้ย

178
00:10:04,579 --> 00:10:06,810
เหมือนกันไหมคนเดียวกันไหม

179
00:10:06,810 --> 00:10:08,347
คนเดียวกันหรือต่างกันลูก

180
00:10:08,347 --> 00:10:09,189
คนละคน

181
00:10:09,189 --> 00:10:13,189
ใช่

182
00:10:13,749 --> 00:10:15,028
3 คนนี่มันต่างกันเลยนะคะ คนละคนแล้วมายืน

183
00:10:15,028 --> 00:10:16,087
เป็นแนวเส้นตรง

184
00:10:16,087 --> 00:10:19,539
เข้าเลย

185
00:10:19,539 --> 00:10:23,539
เข้าตามวิธีการเรียงสับเปลี่ยนนะคะ

186
00:10:24,461 --> 00:10:28,147
เชิงเส้นเลยนะคะ ทีนี้ครูดูครูแล

187
00:10:28,147 --> 00:10:29,872
้ว ครูเฉลยให้ลูกเลยว่าพิธีทั้งหมดมันมีอยู่ 6 วิธีลูก

188
00:10:29,872 --> 00:10:31,483
มันมีอยู่ 6 วิธี

189
00:10:31,483 --> 00:10:35,483
ที่เขาจะยืน

190
00:10:37,639 --> 00:10:39,705
สลับกันสลับกันไปสลับกันมาสลับกันไปสลับกันมาทีละ 3 คน ตำแหน่งสลับกัน

191
00:10:39,705 --> 00:10:41,074
ตำแหน่งเขาจะไม่ซ้ำกันเลย

192
00:10:41,074 --> 00:10:44,893
มีอยู่ 6 วิธี

193
00:10:44,893 --> 00:10:48,883
ครูรู้ แล้วว่ามันมีอยู่ 6 วิธีนะ

194
00:10:48,883 --> 00:10:50,696
แต่ครูจะให้ลูกนะคะ ลูกออกมาหยิบ

195
00:10:50,696 --> 00:10:52,559
ภาพ

196
00:10:52,559 --> 00:10:54,348
ครูตัดไว้นี่นะ

197
00:10:54,348 --> 00:10:55,761
จัดไว้เนี่

198
00:10:55,761 --> 00:10:58,396
ข้างหน้าเนี่ย

199
00:10:58,396 --> 00:11:01,276
หน้ากระดาษที่ครุติดไว้แล้วนะ

200
00:11:01,276 --> 00:11:02,415
ให้ลูกมาหาวิธีทั้งหมด

201
00:11:02,415 --> 00:11:04,479
ที่เอามา

202
00:11:04,479 --> 00:11:06,161
วางเรียงกันนะคะ

203
00:11:06,161 --> 00:11:09,528
เอาภาพนี่มาติด

204
00:11:09,528 --> 00:11:10,688
ห้ามเหมือนกันนะ

205
00:11:10,688 --> 00:11:14,688
3 คน

206
00:11:15,554 --> 00:11:17,413
ติดทีละ 3 คน  แต่ตำแหน่งจะต้องไม่เหมือนกันทั้งหมด 6 วิธี

207
00:11:17,413 --> 00:11:19,202
คนแรกใครก่อนดี

208
00:11:19,202 --> 00:11:23,202
ใครจะมาก่อน

209
00:11:24,477 --> 00:11:27,712
มันมีอยู่ 6 วิธี เพราะฉะนั้น จะต้องมีหนึ่งคน ที่ได้ทำ 2 ครั้ง

210
00:11:27,712 --> 00:11:29,541
ไม่เอา เอาให้ครูด้วยดีกว่า

211
00:11:29,541 --> 00:11:32,536
ครูจะเป็นวิธีแรก

212
00:11:32,536 --> 00:11:36,536
ครูปิ๊ก ครูปิ๊ก ครูปิ๊กคนแรก

213
00:11:38,160 --> 00:11:40,226
ครูเองนะคะ จะเป็นคนแรกคนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ 4  5 และ 6

214
00:11:40,226 --> 00:11:44,226
มันจะมีปัญหาอะไรรู้ไหม

215
00:11:46,033 --> 00:11:50,033
คนสุดท้ายนี่จะเริ่มแบบตำแหน่งมันจะไปซ้ำเพื่อหรือเปล่านะคะ เพราะฉะนั้น

216
00:11:51,387 --> 00:11:52,385
คนให้ท้าย ๆ จะต้องสังเกตดี ๆ ครูนี่สบายเลย ครูสามารถหยิบใครมาก็ได้ เพราะว่า

217
00:11:52,385 --> 00:11:55,709
คนแรก

218
00:11:55,709 --> 00:11:57,391
ครูจะเป็นคนแรก ครูจะหยิบให้ มาตัมาห็ได้ดให้

219
00:11:57,391 --> 00:11:58,411
โอเคนะคนแรก

220
00:11:58,411 --> 00:12:02,411
นะคะ

221
00:12:04,203 --> 00:12:08,203
ตำแหน่งแรกให้ปิ่นนะ ตำแหน่งที่ 2 ครูให้เป็นแก้ว

222
00:12:09,366 --> 00:12:11,687
ตำแหน่งที่ 3 นะคะ ครูให้เป็น

223
00:12:11,687 --> 00:12:15,687
กานต์ เรียบร้อย

224
00:12:18,365 --> 00:12:20,317
วิธีแรกของครูไม่มีไม่มีซ้ำใครเลย ใช่ไหม เพราะว่าครูคนแรกนะคะ คนแรกไม่เหมือนใคร

225
00:12:20,317 --> 00:12:24,317
ต่อไป

226
00:12:24,735 --> 00:12:28,735
ใครจะเป็นคนที่ 2 นะคะ ใครจะเป็นคนที่ 2

227
00:12:29,291 --> 00:12:32,366

228
00:12:32,366 --> 00:12:36,366
ใครเป็นคนที่ 2 จะเรียงอย่างนี้ไหม

229
00:12:39,662 --> 00:12:43,421
ลุ้นไหม หรืออย่างไร มาโอน้อยออกดีกว่า

230
00:12:43,421 --> 00:12:46,342
เพราะว่าจะได้รู้ ถ้าเรียงมาแบบนี้ไม่เวิร์ก

231
00:12:46,342 --> 00:12:48,470
ยังเหลืออีก 5 วิธีลูก

232
00:12:48,470 --> 00:12:51,340
เพราะว่าวิธีแรกครูทำไปแล้ว

233
00:12:51,340 --> 00:12:55,340
ใครจะได้ง่าย ใครจะได้ที่ 2

234
00:12:56,281 --> 00:13:00,281
ยัง ๆ ๆ โอเค

235
00:13:04,748 --> 00:13:07,237
ได้เลย ได้คนนี้นะคะ น้องบิวน้องบิว ออกมาข้าง ๆ

236
00:13:07,237 --> 00:13:11,237
ไม่มั่วหรอก เพราะอย่างไรมันก็ถูก

237
00:13:11,496 --> 00:13:13,749
เรารู้อยู่แล้วน่ะ สามารถที่จะเได้เพราะว่ามัน

238
00:13:13,749 --> 00:13:17,749
วิธีที่ 2 มันง่ายนะลูก

239
00:13:21,905 --> 00:13:23,103
คนแรกนะคะ ก็คือกิ่งนะคะ คนที่ 2 แก้ว

240
00:13:23,103 --> 00:13:27,103
คนที่ 3

241
00:13:30,325 --> 00:13:34,325
คนที่ 3 เป็นใคร โอเค เขาสลับแล้ว เมื่อกี้เขาเหมือนจะลอกครูเลยใช่ไหม

242
00:13:34,974 --> 00:13:36,651
เรียงสลับเหมือนกัน ตกใจมากเลย นึกว่าจะลอกกันนะคะ

243
00:13:36,651 --> 00:13:40,255
เหมือนไหม ครูถาม

244
00:13:40,255 --> 00:13:42,524
ครูถามวิธีที่ 1 กับวิธีที่ 2 ตำแหน่งเหมือนไหม

245
00:13:42,524 --> 00:13:44,749
เหมือนกันไหมลูก

246
00:13:44,749 --> 00:13:48,749
เหมือนหรือต่างกัน

247
00:13:50,130 --> 00:13:52,560
มันต่างกัน เพราะว่าตำแหน่งของคนที่ยืนอยู่ มันต่างกันแล้วนะ โอเค

248
00:13:52,560 --> 00:13:56,560
โอน้อยออกใครจะได้ออกมา

249
00:14:04,365 --> 00:14:05,878
เจ็ตนะคะ เจ็ตก็ง่าย

250
00:14:05,878 --> 00:14:09,878
วิธีที่ 3

251
00:14:11,117 --> 00:14:13,318
แต่ห้ามเหมือนเดิมนะเพื่อน ๆ เพื่อน ๆ ดูด้วยนะคะ

252
00:14:13,318 --> 00:14:14,922
เพื่อนช่วยดูด้วยว่า

253
00:14:14,922 --> 00:14:16,487
ตำแหน่ง

254
00:14:16,487 --> 00:14:17,953
ต้องต่างกันนะคะ

255
00:14:17,953 --> 00:14:21,953
ห้ามเหมือนเลยนะ

256
00:14:26,231 --> 00:14:27,788
เหมือนไหมได้ไหมลูก ได้ไหม

257
00:14:27,788 --> 00:14:29,676
ได้นะคะ

258
00:14:29,676 --> 00:14:31,976
เหลืออีก 3 คนใคร

259
00:14:31,976 --> 00:14:33,694
โอเคมา

260
00:14:33,694 --> 00:14:37,694
วิธีที่ 4

261
00:14:38,256 --> 00:14:40,692
คนสุดท้ายด้วย ใครจะเป็นคนสุดท้ายนี่ ยากเริ่มยาก เข้ามาแล้ว

262
00:14:40,692 --> 00:14:44,692
หน้าเหมือนกันนะลูก

263
00:14:45,113 --> 00:14:49,113
เริ่มมอง

264
00:14:53,622 --> 00:14:57,604
ทำไมมันเต็มแล้ว จริง ๆ มันยังไม่เต็มลูก

265
00:14:57,604 --> 00:15:01,604
มันยังมีอีก 3 วิธีนะคะ สังเกตดี ๆ

266
00:15:21,546 --> 00:15:25,465
เห็นไหม ครูบอกแล้วคนแรกนี่จะง่าย พอมีวิธีที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 นี่มันจะเริ่ม

267
00:15:25,465 --> 00:15:27,834
เริ่มงงแล้ว ทั้ง ๆ ที่มีคนแค่ 3 คนเองลูก

268
00:15:27,834 --> 00:15:31,143
คนมีนิดเดียว มี 3 คน แต่

269
00:15:31,143 --> 00:15:33,019
วิธีมีเยอะนะคะ 6 วิธี ในการที่จะเรียง

270
00:15:33,019 --> 00:15:35,629
ถ่ายภาพตำแหน่งต่างกัน

271
00:15:35,629 --> 00:15:38,809
เหมือนเลย

272
00:15:38,809 --> 00:15:42,809
ยังเหมือนอยู่ไหม เห็นไหม

273
00:15:44,553 --> 00:15:48,497
วิธีที่ 1 เหมือนกับของครูเลย เพราะฉะนั้นอันนี้ใช้ได้ไหมลูก ใช้ไม่ได้ ตำแหน่ง...

274
00:15:48,497 --> 00:15:49,561
เมื่อกี้ได้ห

275
00:15:49,561 --> 00:15:51,485
รือเปล่า เมื่อกี้ได้ไหม

276
00:15:51,485 --> 00:15:53,722
ตัวนี้กับตัวนี้เหมือนกัน

277
00:15:53,722 --> 00:15:55,876
ตัวนี้เหมือนไหม

278
00:15:55,876 --> 00:15:57,553
ได้ไหม

279
00:15:57,553 --> 00:15:58,771
ได้

280
00:15:58,771 --> 00:16:00,935
ได้แล้ว

281
00:16:00,935 --> 00:16:04,935
ไม่เหมือนนะคะ

282
00:16:08,141 --> 00:16:12,141
อันนี้ถูกแล้ว ถูกแล้ว เห็นไหมเริ่มจะใช้เวลาแล้ว เริ่มจะใช้เวลาในการวางนะคะ

283
00:16:14,292 --> 00:16:18,292
ไออุ่นดูสิ

284
00:16:24,089 --> 00:16:28,089
คนสุดท้ายนะพันพัน

285
00:16:47,462 --> 00:16:51,462
วิธีที่ 5 นะคะ เพื่อนดูด้วยนะ เพื่อนช่วยเช็กด้วย

286
00:16:51,749 --> 00:16:55,749
ลุ้น

287
00:16:56,511 --> 00:16:57,717
ถูกไหม เหมือนไหม เหมือน

288
00:16:57,717 --> 00:17:00,391
วิธีแรก

289
00:17:00,391 --> 00:17:04,391
ตัวนี้นะคะ

290
00:17:05,708 --> 00:17:09,708
ไม่เหมือนใช่ไหม ต่างกัน ถูกแล้ว เก่งมากนะคะ เก่งมาก

291
00:17:11,269 --> 00:17:15,269
สุดท้ายพันพัน เหลืออยู่อีกวิธีสุดท้าย ห้ามเหมือนกัน

292
00:17:23,195 --> 00:17:24,610
มาจับวางเลยนะคะนี่ ครูนึกว่าเขาไม่มองที่ไหนได้ถูกไหม

293
00:17:24,610 --> 00:17:28,610
ถูกไหม

294
00:17:30,531 --> 00:17:31,714
เก่งมากเพื่อน ๆ ปรบมือให้เพื่อนหน่อย

295
00:17:31,714 --> 00:17:35,714
พันพันทำไมรู้

296
00:17:36,643 --> 00:17:39,431
พันพันทำไมรู้ ทำไมรู้มาออกมาแล้วรีบวางเลยตำแหน่งน่ะ

297
00:17:39,431 --> 00:17:42,235
มีวิธีดูอย่างไรลูก สังเกตอย่างไรคะ

298
00:17:42,235 --> 00:17:44,158
เขาบอกว่าง่าย

299
00:17:44,158 --> 00:17:46,512
ง่ายใช่ไหม

300
00:17:46,512 --> 00:17:48,700
บอกวิธีสังเกตหน่อยส

301
00:17:48,700 --> 00:17:52,587
ิ ทำไมน่ะ ทำไม

302
00:17:52,587 --> 00:17:56,587
สังเกตแบบไหน หลักการหลักการของพันพันคืออะไร

303
00:17:58,605 --> 00:18:02,605
จริง ๆ มันง่ายนะลูก ถ้าเรามีกระบวนการคิดนะคะ

304
00:18:04,053 --> 00:18:04,882
ถ้าเรามาหยิบแล้วมาวางเลยนี่มันก็จะยาก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรามีวิธี

305
00:18:04,882 --> 00:18:07,096
หลักการคิดนี่

306
00:18:07,096 --> 00:18:09,004
มันก็จะง่ายขึ้น

307
00:18:09,004 --> 00:18:12,839
นักเรียนสังเกตส

308
00:18:12,839 --> 00:18:14,648
ิ วิธีทั้งหมดมีอยู่ 6 วิธี 6 วิธีนี้

309
00:18:14,648 --> 00:18:17,595
สิ่งที่เหมือนกัน

310
00:18:17,595 --> 00:18:19,446
สิ่งที่เหมือนกัน ตำแหน่งแรก

311
00:18:19,446 --> 00:18:23,446
คนแรก

312
00:18:25,131 --> 00:18:29,131
นะคะ เดี๋ยวครูเฉลยตัวนี้นะ ดูบน 2 อันนี้ดีกว่านะคะ

313
00:18:30,387 --> 00:18:32,451
วิธีทั้งหมดเมื่อกี้ ที่นักเรียนเอาออกมา ออกมาติดบนกระดานนะคะ ที่

314
00:18:32,451 --> 00:18:34,135
เรียงเข้าแถวนี่

315
00:18:34,135 --> 00:18:38,135
ครูสามารถเอามา

316
00:18:39,022 --> 00:18:39,964
จัดเป็นวิธีทั้งหมด 6 วิธีได้ แต่หลักการคิดของครูปิ๊กนะทำอย่างไร

317
00:18:39,964 --> 00:18:41,301
อันแรก

318
00:18:41,301 --> 00:18:43,317
คนแรกครู

319
00:18:43,317 --> 00:18:45,225
วิธีที่ 1 กับวิธีที่ 2

320
00:18:45,225 --> 00:18:47,882
คนแรกเหมือนกันไหมคะ

321
00:18:47,882 --> 00:18:50,195
เอากิ่งมายืนเลย ยืนรอเหมือนกัน

322
00:18:50,195 --> 00:18:51,820
แล้วก็สลับตำแหน่งแค่

323
00:18:51,820 --> 00:18:53,050
แก้วกับกาญจน์เท่านั้น

324
00:18:53,050 --> 00:18:57,050
วิธีแรก

325
00:18:59,246 --> 00:19:02,710
วิธีที่ 2 แค่สลับตำแหน่งใช่ไหม แค่สลับตำแหน่งก็เป็นวิธีที่ 1 วิธีที่ 2

326
00:19:02,710 --> 00:19:03,623
เสร็จแล้วใช่ไหมคะ ไม่เหมือนกันแล้ว นี่ 2 วิธี

327
00:19:03,623 --> 00:19:07,152
ต่อไป

328
00:19:07,152 --> 00:19:08,775
แล้วเราจะมาสลับโดยเปลี่ยนนะคะ

329
00:19:08,775 --> 00:19:10,847
คนแรกที่ยืน

330
00:19:10,847 --> 00:19:13,341
คนแรกที่ยืนเอาแก้วมายืน

331
00:19:13,341 --> 00:19:16,391
เห็นไหมวิธีที่ 3 กับที่ 4

332
00:19:16,391 --> 00:19:19,040
เอาแก้วมายืน แล้วเอา 2 คนนี้มาต่อ

333
00:19:19,040 --> 00:19:22,367
ตำแหน่งที่ 2 กับตำแหน่งที่ 3

334
00:19:22,367 --> 00:19:26,367
โอเคนะนี่ แล้วก็แค่สลับ

335
00:19:26,412 --> 00:19:27,556
สลับตำแหน่ง ก็จะได้เพิ่มมาอีก 2 วิธี

336
00:19:27,556 --> 00:19:31,556
นะคะ

337
00:19:31,824 --> 00:19:33,707
ตอนสุดท้ายวิธีที่ 5 กับวิธีที่ 6 คนสุดท้ายคือกาญจน์

338
00:19:33,707 --> 00:19:36,518
กาญจน์มายืนคนแรก

339
00:19:36,518 --> 00:19:37,597
นะคะ กาญจน์มายืนคนแรก ที่เป็นผู้ชาย

340
00:19:37,597 --> 00:19:39,280
เสร็จแล้ว

341
00:19:39,280 --> 00:19:39,837
แค่สลับ 2 คน

342
00:19:39,837 --> 00:19:43,734
หลัง

343
00:19:43,734 --> 00:19:45,221
ก้จะเพิ่มเข้ามาอันนี้เป็นวิธีการคิดนะคะ

344
00:19:45,221 --> 00:19:49,221
มันก็จะง่ายขึ้น

345
00:19:50,436 --> 00:19:54,436
แต่นอกเหนือจากนี้ ลูกรู้ไหมว่ามีวิธีการที่ง่ายกว่านี้อีก

346
00:19:58,667 --> 00:20:02,667
ถ้าจะหาจำนวนนะคะ ในกรณีที่มีแค่ 3 คน ถ้าสมมติมี 4 คนล่ะ

347
00:20:05,184 --> 00:20:07,283
ถ้าสมมติมี 4 คน เพิ่มเข้ามาอีก 4 คน วิธีการมันจะเยอะขึ้นนะลูก

348
00:20:07,283 --> 00:20:08,953
วิธีการที่จะมายืน

349
00:20:08,953 --> 00:20:10,283
ตำแหน่งเรียงกันนี

350
00:20:10,283 --> 00:20:13,509
่ จะมากขึ้น

351
00:20:13,509 --> 00:20:14,572
วิธีการทำอย่างไร ถ้าเขาถามอย่างนี้

352
00:20:14,572 --> 00:20:18,572
ง่ายมาก

353
00:20:19,366 --> 00:20:21,613
เราต้องตีโจทย์ให้แตก

354
00:20:21,613 --> 00:20:23,339
เขาบอกว่ามายืน

355
00:20:23,339 --> 00:20:25,023
เส้นตรงถูกไหม

356
00:20:25,023 --> 00:20:29,023
ยืน

357
00:20:32,501 --> 00:20:34,040
เป็นแถวเป็นแนวเส้นตรงนะคะ เพราะฉะนั้น ตำแหน่งมันจะมีอยู่ 3 ตำแหน่งที่ยืน เพราะว่ามันมีอยู่ 3 คนลูก

358
00:20:34,040 --> 00:20:37,895
มันมีอยู่ 3 คน

359
00:20:37,895 --> 00:20:39,241
เพราะฉะนั้น ตำแหน่งการยืนถ่ายภาพมีแค่ 3 ตำแหน่งเท่านั้น

360
00:20:39,241 --> 00:20:42,524
คือ ตำแหน่งที่ 1

361
00:20:42,524 --> 00:20:46,524
ตำแหน่งที่ 2 ตำแหน่งที่ 3

362
00:20:49,468 --> 00:20:53,468
เหมือนเลย นำหลักการคูณนะคะ วิธีการหลักการคูณเข้ามา เข้ามาใช้

363
00:20:55,965 --> 00:20:57,049
ใช้กฎเกณฑ์เบื้องต้น เกี่ยวกับการคูณนะคะ เพราะอะไร

364
00:20:57,049 --> 00:21:01,049
เพราะว่า

365
00:21:01,698 --> 00:21:02,483
การทำงานนี้ จะต้องมีอยู่ 3 ขั้นตอนใช่ไหม ขั้นตอนแรก

366
00:21:02,483 --> 00:21:05,666
จะต้อง

367
00:21:05,666 --> 00:21:09,666
ใครคนใดคนหนึ่ง มายืนในตำแหน่งที่ 1

368
00:21:12,066 --> 00:21:16,066
วิธีการเลือก คนน่ะทั้งหมดมีให้เลือกอยู่ 3 คน เพราะฉะนั้น

369
00:21:17,755 --> 00:21:21,537
คนที่จะมายืนในตำแหน่งนี้สามารถมาได้ทั้ง 3 คนเลย ใครก็ได้ถูกไหม

370
00:21:21,537 --> 00:21:23,008
ใครก็ได้ที่จะมายืนในตำแหน่งที่ 1 ลูก หยิบมาเลย

371
00:21:23,008 --> 00:21:25,240
เลือกมาเลย ตำแหน่งที่ 1

372
00:21:25,240 --> 00:21:26,885
เพราะฉะนั้น วิธีตรงนี้

373
00:21:26,885 --> 00:21:30,885
ขั้นตอนที่ 1

374
00:21:32,689 --> 00:21:34,193
ถ้าเรามองดี ๆ ก็คือ n1 นั่นเอง n1 ก็คือเลือกคนมายืนในตำแหน่งที่ 1

375
00:21:34,193 --> 00:21:38,147
ได้ทั้งหมดกี่วิธีคะ

376
00:21:38,147 --> 00:21:41,084
ได้ทั้งหมดกี่วิธี ในตำแหน่งที่ 1 จะเลือกได้มากี่คน

377
00:21:41,084 --> 00:21:43,486
เลือกได้กี่วิธี

378
00:21:43,486 --> 00:21:46,497
ใช่

379
00:21:46,497 --> 00:21:50,497
ไม่ใช่ ไม่ใช่ คนนี้

380
00:21:50,663 --> 00:21:54,145
ไม่ใช่แค่เรื่องแค่คนนี้นะ มาคนเดียวไม่ได้

381
00:21:54,145 --> 00:21:58,145
จำนวนวิธีที่สามารถเลือกได้ในตำแหน่งที่ 1

382
00:22:00,558 --> 00:22:02,625
คนนี้ยังไม่ได้ เอ้ย ยังไม่ได้เลือกเลยใช่ไหมลูก ยังไม่ได้เลือกเลย เพราะฉะนั้น คนนี้ก็ได้

383
00:22:02,625 --> 00:22:05,070
กิ่งก็เลือกได้

384
00:22:05,070 --> 00:22:07,219
แก้วก็เลือกได้

385
00:22:07,219 --> 00:22:08,468
กาญจน์ก็เลือกได้

386
00:22:08,468 --> 00:22:12,468
ใช่ไหม

387
00:22:15,461 --> 00:22:17,458
สามารถเลือกได้ทั้งหมดอยู่ 3 คน ตำแหน่งที่ 1

388
00:22:17,458 --> 00:22:19,690
ตำแหน่งที่ 1 คือ 3 คน

389
00:22:19,690 --> 00:22:23,690
โอเคนะ

390
00:22:25,659 --> 00:22:28,214
ดูดี ๆ นะ ไออุ่นดู ไออุ่นไม่ต้องมองเพื่อนนอกห้องเลยอุ่น

391
00:22:28,214 --> 00:22:32,214
ตำแหน่งที่ 1

392
00:22:32,519 --> 00:22:35,086
ดูนี่ดูหน้าจอลูก ใครเพื่อนมา

393
00:22:35,086 --> 00:22:37,872
ชวนกันไปซ้อมเต้น

394
00:22:37,872 --> 00:22:40,380
ใช่ไหมนี่ โอเค ตำแหน่งที่ 1

395
00:22:40,380 --> 00:22:44,380
ตำแหน่งที่ 1 เลือกได้อยู่ 3 คน

396
00:22:47,211 --> 00:22:48,730
เพราะว่ายังไม่มีใครไปเลยใช่ไหมคะ มีคนทั้งหมด 3 คน เพราะฉะนั้น เลือกใครก็ได้ตามสบายเลย วิธีการ

397
00:22:48,730 --> 00:22:50,119
มีอยู่ 3 วิธี

398
00:22:50,119 --> 00:22:53,048
มีอยู่ 3 วิธี

399
00:22:53,048 --> 00:22:55,697
ในตำแหน่งที่ 1 คือ n1 นะคะ มีอยู่ 3

400
00:22:55,697 --> 00:22:59,697
เราเลือกใครก็ได้เสร็จแล้ว

401
00:23:00,822 --> 00:23:04,043
อันไหนที่ 1 มี 1 คน ที่จะมายืน ถูกไหมคะ ยืน 3 คนไม่ได้

402
00:23:04,043 --> 00:23:08,043
แต่เราเลือกได้ทั้งหมดอยู่ 3 3 วิธี

403
00:23:08,724 --> 00:23:12,683
เสร็จแล้วพอเลือกคนมายืนในตำแหน่งที่ 1 เสร็จ

404
00:23:12,683 --> 00:23:13,731
ปุ๊บ โอเค ต่อมาตำแหน่งที่ 2 ใครจะมายืน

405
00:23:13,731 --> 00:23:16,243
สมมติ

406
00:23:16,243 --> 00:23:18,451
ใครคนหนึ่งมายืนตำแหน่งที่ 1

407
00:23:18,451 --> 00:23:20,125
แล้วตำแหน่งที่ 2 เหลือกี่คนลูก

408
00:23:20,125 --> 00:23:22,159
ตำแหน่งที่ 2 เหลืออีกกี่คน

409
00:23:22,159 --> 00:23:25,101
เหลืออีกกี่คนคะ

410
00:23:25,101 --> 00:23:28,559
เหลือกี่คน

411
00:23:28,559 --> 00:23:30,218
เพราะว่าเขาไปแล้วหายไปแล้ว 1 คน

412
00:23:30,218 --> 00:23:31,823
มาใส่ตำแหน่งที่ 1

413
00:23:31,823 --> 00:23:33,683
มันก็เลยอยู่ 2 คน

414
00:23:33,683 --> 00:23:36,841
2 วิธี

415
00:23:36,841 --> 00:23:39,749
เลือกได้ มีอยู่ 2 วิธี

416
00:23:39,749 --> 00:23:40,919
พอตำแหน่งที่ 2 เลือกคนมาได้ปุ๊บ

417
00:23:40,919 --> 00:23:42,327
ตำแหน่งที่ 3

418
00:23:42,327 --> 00:23:45,591
เลือกได้ไหม ทีนี้

419
00:23:45,591 --> 00:23:48,695
ก็เหลืออยู่แค่คนเดียวนะคะ

420
00:23:48,695 --> 00:23:49,636
ก็เหลืออยู่แค่คนเดียว เพราะฉะนั้น วิธี

421
00:23:49,636 --> 00:23:53,636
ที่จ

422
00:23:54,193 --> 00:23:58,193
ะ... นี่ในตำแหน่งที่ 3 n3 มีแค่วิธีเดียว

423
00:23:58,403 --> 00:24:02,290
เพราะฉะนั้น กฎการคูณคืออะไร

424
00:24:02,290 --> 00:24:06,070
เป็น n1 x n2 x n 3 ใช่ไหม

425
00:24:06,070 --> 00:24:06,983
n1 มีเท่าไร

426
00:24:06,983 --> 00:24:08,413
เท่าไร

427
00:24:08,413 --> 00:24:12,413
คือ 3

428
00:24:13,463 --> 00:24:17,463
n2 มีเท่าไร คือ 2

429
00:24:20,133 --> 00:24:21,554
และสุดท้าย n3 n3 ลูก n ตัวสุดท้ายคือ 1

430
00:24:21,554 --> 00:24:24,478
อยากรู้ถาม

431
00:24:24,478 --> 00:24:28,478
3 x 2 x 1 ได้เท่าไหร่คะ

432
00:24:32,463 --> 00:24:34,408
3 x 2 เป็น 6  6 x 1 ได้เท่าไหร่

433
00:24:34,408 --> 00:24:38,408
6 x 1 ได้เท่าไหร่ลูก

434
00:24:39,386 --> 00:24:41,595
6 x 1 ได้เท่าไรพันพัน

435
00:24:41,595 --> 00:24:45,595
ไม่ใช่ 6 คูณ

436
00:24:46,991 --> 00:24:49,317
... ไม่ใช่ และไม่ใช่แล้ว ลูกอะไรก็ตามคูณกับ 1 จะเท่ากับตัวมันเองเพราะฉะนั้น

437
00:24:49,317 --> 00:24:52,731
1 ใช่

438
00:24:52,731 --> 00:24:54,194
คือ 6 เท่ากันนะคะ

439
00:24:54,194 --> 00:24:58,194

440
00:25:00,695 --> 00:25:02,889
คูณ 1  100 x 1 ก็เท่ากับร้อยอะไรก็ตามที่คุณหนึ่ง

441
00:25:02,889 --> 00:25:06,889
เท่ากับตัวมันเอง เข้าใจนะ

442
00:25:08,895 --> 00:25:12,895
เหมือนกันตัวนี้ 6 คูณ 1 ก็เท่ากับ 6 จำนวนพิธีเหมือนกันไหม เท่ากันไหมลูก

443
00:25:14,311 --> 00:25:16,631
เท่ากันเลยนะคะ ก็คือ 6 วิธีนั่นเอง อันนี้คือวิธีการคิดง่ายมาก

444
00:25:16,631 --> 00:25:20,598
สิ่งที่เราจะต้องมาดู ก็คือ 1

445
00:25:20,598 --> 00:25:21,354
. เขาสั่งให้ทำแถวเป็นแนวเชิงเส้นตรงหรือเปล่า

446
00:25:21,354 --> 00:25:25,354
2.

447
00:25:26,445 --> 00:25:27,671
สิ่งของที่จะเอามาวางเรียงนั้นจะต้องแตกต่างกันทั้งหมด ไม่เหมือนกัน

448
00:25:27,671 --> 00:25:30,974
นะคะ ไม่เหมือนกัน

449
00:25:30,974 --> 00:25:34,974
โอเคนะ นั่นหมายถึง

450
00:25:37,539 --> 00:25:38,591
เอาจำนวนทั้งหมด มาคูณกัน โดยลดลงไปทีละ 1 ทีละ 1 นะคะ

451
00:25:38,591 --> 00:25:40,911
เพราะว่าตำแหน่ง

452
00:25:40,911 --> 00:25:44,911
ขั้นตอนที่ 1 มันจะ

453
00:25:46,812 --> 00:25:47,929
ถูกเลือกไปแล้ว 1 มันก็จะลดลงเรื่อย ๆ จนถึงสุดท้าย ก็คือ

454
00:25:47,929 --> 00:25:51,929
นะคะ

455
00:25:55,580 --> 00:25:59,580
ถึงแบบฝึกหัดแล้ว อันนี้

456
00:26:00,834 --> 00:26:03,921
วันนี้ครูทำแบบฝึกหัดให้นักเรียนอยู่ 2 แบบฝึกนะคะ ในเรื่องนี้

457
00:26:03,921 --> 00:26:07,277
เหมือนกันเลย อันนี้นักเรียนมีกี่คน

458
00:26:07,277 --> 00:26:10,264
มีกี่คนมองแล้วง่ายเลยใช่ไหม

459
00:26:10,264 --> 00:26:14,264
ปรบมือเลย ง่ายมากเลยเหรอ

460
00:26:20,496 --> 00:26:24,496
ดูนะ ดูนะ นี่ 7 คน 7 คนตำแหน่งที่ 1 สามารถเลือกได้มาทั้งหมด 7 คนเลยใช่ไหม

461
00:26:26,372 --> 00:26:28,390
เลือกใครก็ได้ ตำแหน่งที่ 2 ปุ๊บ มันไปยืนตำแหน่งที่ 1 แล้ว 1

462
00:26:28,390 --> 00:26:32,390
เหลือเท่าไรลูก

463
00:26:33,955 --> 00:26:37,955
อันนี้ล่ะ

464
00:26:39,008 --> 00:26:41,650
ง่ายมากเลยใช่ไหม ง่ายมากเลย

465
00:26:41,650 --> 00:26:44,405
เพราะฉะนั้น ตัวนี้ลูกต้องทำเอง

466
00:26:44,405 --> 00:26:45,482
เสร็จหาวิธี เริ่มยากแล้ว

467
00:26:45,482 --> 00:26:49,482
ถามหน่อย

468
00:26:50,411 --> 00:26:51,653
7 x 6 x 5 x 4 x 3 x 2 x 1 ได้เท่าไร

469
00:26:51,653 --> 00:26:55,653

470
00:26:59,137 --> 00:27:03,137
ตายแล้ว เริ่มยากเลย เป็นพันน่าจะเป็นพันนะลูก อันนี้แหละที่ลูกจะต้องมาเสียเวลาในการคำนวณนะ

471
00:27:04,679 --> 00:27:08,559
ลูกจะต้องรู้วิธีการคูณนะคะ คูณไปทีละคู่

472
00:27:08,559 --> 00:27:11,413
ไม่ใช่คูณ 6  7 กับ 6 ก่อน

473
00:27:11,413 --> 00:27:14,030
7 6 คูณกันเป็นเท่าไร

474
00:27:14,030 --> 00:27:18,030
คำตอบนั้นเอามาคูณด้วยค่ะ

475
00:27:19,801 --> 00:27:23,801
คำตอบได้เท่าไร เอาไปคูณด้วย ไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายที่ไปคูณกับ 1 นะคะ

476
00:27:23,991 --> 00:27:27,991
ข้อที่ 2

477
00:27:29,907 --> 00:27:33,907
อันนี้ ๆ ๆ อันนี้เป็นแนวเส้นตรงเหมือนกัน แต่ครูจะ

478
00:27:34,994 --> 00:27:37,052
พ่อนะคะ พ่อเขาอยากปลูกต้นไม้ ไม้ผลนี่แหละเอาไว้กิน

479
00:27:37,052 --> 00:27:39,904
ทีนี้เพื่อความสวยงาม

480
00:27:39,904 --> 00:27:42,703
เขาก็เลยจะปลูกเป็นแนวเส้นตรงนะคะ

481
00:27:42,703 --> 00:27:45,643
เขาจะปลูกเป็นแนวเส้นตรง

482
00:27:45,643 --> 00:27:47,544
เขาปลูกเป็นแนวเส้นตรงแล้วลูก

483
00:27:47,544 --> 00:27:48,953
เหมือนกันเลย ตำแหน่ง

484
00:27:48,953 --> 00:27:50,889
เลือกได้

485
00:27:50,889 --> 00:27:53,849
นะคะ หลุมที่  1

486
00:27:53,849 --> 00:27:56,064
คือต้นที่ 1 นะ ที่จะขุดนี่

487
00:27:56,064 --> 00:27:57,594
สามารถเลือกปลูกต้นอะไร

488
00:27:57,594 --> 00:27:58,764
ปลูกต้นอะไร

489
00:27:58,764 --> 00:28:00,692
เลือกได้เท่าไร

490
00:28:00,692 --> 00:28:04,692
ง่ายไหม

491
00:28:07,870 --> 00:28:09,941
เพราะมีอยู่ 3 ชนิดที่แตกต่างกัน มีมะม่ว งมะนาว มีมะยม มี 3 ชนิดที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น

492
00:28:09,941 --> 00:28:13,140
หลุมที่ 1 เลือกได้ 3 วิธี

493
00:28:13,140 --> 00:28:15,848
หลุมที่ 2 ล่ะเรื่องเท่าไร

494
00:28:15,848 --> 00:28:17,541
ก็เหลือ 2 หลุมที่ 3 เหลือ 1

495
00:28:17,541 --> 00:28:18,710
คำตอบง่ายไหม

496
00:28:18,710 --> 00:28:20,500
ได้ไหม ลูก

497
00:28:20,500 --> 00:28:22,152
พร้อมทำหรือยัง

498
00:28:22,152 --> 00:28:26,152
ทำนะ

499
00:28:27,186 --> 00:28:31,186
โอเคครูจะให้เริ่มทำแบบฝึกที่ 1 กับแบบที่ 2 นะคะ

500
00:28:31,447 --> 00:28:33,161
รวมเท่าไรล่ะ อันนี้น่ะ

501
00:28:33,161 --> 00:28:36,365
อันนี้เท่าไร

502
00:28:36,365 --> 00:28:38,037
ไม่ใช่ละ 3

503
00:28:38,037 --> 00:28:41,307
2 และ 1

504
00:28:41,307 --> 00:28:42,628
เป็นเท่าไรล่ะ

505
00:28:42,628 --> 00:28:44,448
3

506
00:28:44,448 --> 00:28:47,385
3 x 2

507
00:28:47,385 --> 00:28:49,243
มาดูพี่เขา 3 x 2 เป็นเท่าไหร่

508
00:28:49,243 --> 00:28:51,417
3 x 2

509
00:28:51,417 --> 00:28:55,417
ใช่

510
00:28:57,734 --> 00:29:00,918
3 x 2 = 6 6 x 1 = 6 เหมือนเดิมนะคะ คำตอบคืออะไร

511
00:29:00,918 --> 00:29:02,785
ก็เหมือนเดิม ง่ายไหม ข้อนี้ง่าย ๆ

512
00:29:02,785 --> 00:29:05,677
คำถามปราบเซียนก็คือ

513
00:29:05,677 --> 00:29:07,009
ข้อ 1 ลูก ลูกจะต้องไปโอนมาให้ถูกนะคะ

514
00:29:07,009 --> 00:29:08,278
ข้อ 1 นี่เยอะ

515
00:29:08,278 --> 00:29:09,674
มันมีตั้ง 7

516
00:29:09,674 --> 00:29:11,352
7 6 5

517
00:29:11,352 --> 00:29:12,518
คูณไปเรื่อย ๆ นะน่าจะ

518
00:29:12,518 --> 00:29:13,856
จำนวนเยอะ

519
00:29:13,856 --> 00:29:14,986
รูปจะต้องทำ

520
00:29:14,986 --> 00:29:15,626
แล้วก็คิด

521
00:29:15,626 --> 00:29:19,626
นะคะ

522
00:29:21,037 --> 00:29:22,647
อันนี้ตอนที่ครูน่ะ ครูอนุญาตให้ดูตารางแม่สูตรคูณข้างหลังสมุดได้นะคะ

523
00:29:22,647 --> 00:29:23,445
แต่วิธีการคูณลูก

524
00:29:23,445 --> 00:29:25,646
คิดเอง

525
00:29:25,646 --> 00:29:27,526
โอเคนะ พร้อมนะ

526
00:29:27,526 --> 00:29:31,526
เริ่มทำเลยนะคะ

527
00:55:45,057 --> 00:55:49,057
ลูก ๆ คะ ทำแบบฝึกเสร็จแล้วนะคะ 2 ข้อ

528
00:55:50,792 --> 00:55:54,792
เป็นอย่างไร เข้าใจ เข้าใจกระจ่างเลยไหม

529
00:55:56,870 --> 00:56:00,146
เข้าใจแล้วนะคะ โอเค อันนี้คือหลักการง่าย ๆ นะคะ

530
00:56:00,146 --> 00:56:03,802
ของการหาวิธี วิธีทั้งหมดนะคะ

531
00:56:03,802 --> 00:56:07,802
ในการเรียงสับเปลี่ยนนะคะ

532
00:56:09,150 --> 00:56:13,150
แต่มีข้อแม้จะต้องเป็นแนวเส้นตรงนะคะ เป็นเชิงเส้น เป็นเส้นตรงเลยนะคะ

533
00:56:13,732 --> 00:56:14,616
จากแบบฝึกที่เราทำมา แล้วก็ตัวอย่างที่ครู

534
00:56:14,616 --> 00:56:15,954
ให้

535
00:56:15,954 --> 00:56:19,427
สิ่งที่นักเรียนเห็น

536
00:56:19,427 --> 00:56:23,427
มันคล้าย ๆ กับอะไรลูก มันคล้าย ๆ กับ

537
00:56:24,108 --> 00:56:26,203
... มันจะอยู่ในรูปการคูณ แล้วก็จำนวนวิธีทั้งหมด

538
00:56:26,203 --> 00:56:30,203
อันแรกก็คือ

539
00:56:32,872 --> 00:56:33,954
มาคูณ ก็คือถ้าสมมติมีอยู่ 4  4 สิ่งของที่แตกต่างกัน 4 ชนิด ที่จะมาเรียงกัน

540
00:56:33,954 --> 00:56:37,954
เพราะฉะนั้น

541
00:56:39,747 --> 00:56:43,519
มันจะเริ่มจาก 4 4 แล้วไปคูณอะไร ลดไปทีละ 1 ลูกเห็นไหม 4

542
00:56:43,519 --> 00:56:46,337
ยกตัวอย่างนะคะ ในรูปของการคูณ

543
00:56:46,337 --> 00:56:50,337
ที่ติด ๆ กันนะ 4 ลดไป 1

544
00:56:50,556 --> 00:56:54,556
ก็เหลือ 3 ลดไป 1 เหลือ 2

545
00:56:55,190 --> 00:56:59,190
อันสุดท้ายตลอดเลยก็คือ 1 นั่นเองนะคะ หรือ

546
00:57:01,370 --> 00:57:03,744
หลักการครูลูก สลับกันก็ได้ จะเอา 4 เริ่มก่อนก็ได้ หรือว่าจะเอา 1 มาอยู่ข้างหน้า

547
00:57:03,744 --> 00:57:07,744
1 x 2 x 3 x 4

548
00:57:10,157 --> 00:57:10,952
4 ตัวสุดท้ายคือจำนวนทั้งหมด ที่มันแตกต่างกัน สิ่งของที่มีที่เราจะเอามาเรียง

549
00:57:10,952 --> 00:57:13,993
นะคะ

550
00:57:13,993 --> 00:57:17,525
บทนิยาม

551
00:57:17,525 --> 00:57:18,629
สัญลักษณ์ที่นักเรียนจะได้ดู

552
00:57:18,629 --> 00:57:21,501
ตอน ม.ต้น

553
00:57:21,501 --> 00:57:23,730
เคยเห็นไหมคะ คำว่า "factorial

554
00:57:23,730 --> 00:57:27,730
" เคยไหม

555
00:57:28,587 --> 00:57:31,791
ม. ต้น มีไหมคะ คำนี้ Factorial สัญลักษณ์คืออะไร

556
00:57:31,791 --> 00:57:33,164
เหมือนขีดลงมาเยอะนะคะ แล้วก็มีจุดอยู่ข้างล่าง

557
00:57:33,164 --> 00:57:37,164
นี่ ๆ สัญลักษณ์ตรงนี้

558
00:57:39,258 --> 00:57:41,856
เห็นไหม คำของเขานะคะ f

559
00:57:41,856 --> 00:57:45,856
actorail สะกดนะคะ

560
00:57:53,518 --> 00:57:56,943
ต

561
00:57:56,943 --> 00:57:58,219
ัวนี้ ขีดตรงมาตรง ๆ เลย แล้วมีจุดอยู่ข้างล่าง

562
00:57:58,219 --> 00:58:01,143
จุดอยู่ข้างล่าง

563
00:58:01,143 --> 00:58:03,148
ถ้าลูกเขียนบนสมุดนะคะ

564
00:58:03,148 --> 00:58:04,167
ให้เขียนอย่างนี้ n

565
00:58:04,167 --> 00:58:08,167
นะคะ

566
00:58:09,789 --> 00:58:10,495
ขึ้นบรรทัดนะคะ เสร็จแล้วเครื่องหมาย factorial ลากลงมา

567
00:58:10,495 --> 00:58:12,365
เขียนอย่างนี้

568
00:58:12,365 --> 00:58:15,130
สัญลักษณ์อย่างนี้

569
00:58:15,130 --> 00:58:18,319
อันนี้คือวิธีการเขียนที่ถูกต้อง

570
00:58:18,319 --> 00:58:20,361
อย่าไปเขียนเลขอย่างนี้นะลูก แค่นี้ไม่เอา

571
00:58:20,361 --> 00:58:22,328
ให้ดึงลากอย่างนี้ให้เต็มบรรทัด

572
00:58:22,328 --> 00:58:26,328
นะคะ

573
00:58:27,319 --> 00:58:31,319
วิธีการเขียนในสมุดนะคะ

574
00:58:33,256 --> 00:58:34,358
สัญลักษณ์ตัวนี้มันหมายถึงอะไร

575
00:58:34,358 --> 00:58:38,358
n ตัวนี้

576
00:58:38,695 --> 00:58:41,274
n ตัวนี้หมายถึงจำนวนสิ่งของที่มีแตกต่างกันทั้งหมด

577
00:58:41,274 --> 00:58:44,469
สมมุติ

578
00:58:44,469 --> 00:58:47,060
นักเรียนทั้งหมดมีอยู่ 3 คน ที่จะมาแถว

579
00:58:47,060 --> 00:58:48,936
แถวถ่ายภาพ เพราะฉะนั้น

580
00:58:48,936 --> 00:58:52,656
n ก็คือ 3

581
00:58:52,656 --> 00:58:56,656
n คือ 3 นะคะ

582
00:58:58,849 --> 00:59:01,325
เมื่อ n เป็น 3 ปุ๊บใส่อย่างนี้เลยสัญลักษณ์ n Factorial N ก็คือ 3 ก็คือเลข 3

583
00:59:01,325 --> 00:59:02,599
แล้วก็ใส่เครื่องหมาย Factorial ลงไป

584
00:59:02,599 --> 00:59:04,622
ว่าจะเป็น

585
00:59:04,622 --> 00:59:08,622
3 อย่างนี้

586
00:59:10,133 --> 00:59:14,133
ความหมายมันคืออะไร

587
00:59:14,979 --> 00:59:18,429
ความหมายมัน ก็คือเท่ากับ เราเริ่มต้นn = 3 ใช่ไหมลูก

588
00:59:18,429 --> 00:59:20,906
ก็คือเอา 3 x 2 x 1 นั่นเอง

589
00:59:20,906 --> 00:59:24,351
เข้าใจนะ

590
00:59:24,351 --> 00:59:28,351
มาดูกระดานที่ครูเขียนให้ดูนะคะ

591
00:59:28,818 --> 00:59:30,846
เมื่อกี้ตัวอย่างมีอยู่ 3 คนใช่ไหม ที่แตกต่างกัน

592
00:59:30,846 --> 00:59:33,133
ที่เข้าแถวถ่ายภาพ

593
00:59:33,133 --> 00:59:37,133
ใช่ไหม เพราะฉะนั้น

594
00:59:37,385 --> 00:59:41,385
3 Factorial ความหมายมันก็คือ 3 x 2 x 1 นั่นเอง

595
00:59:44,056 --> 00:59:45,280
เราจะเขียนสลับกันก็ได้นะคะ เรียงจากน้อยไปหามาก ก็คือ 1 x 2

596
00:59:45,280 --> 00:59:49,280
x

597
00:59:50,570 --> 00:59:51,906
3 คำตอบให้ได้เหมือนกัน เท่ากันเลย คำตอบเท่ากัน อีกตัวอย่างหนึ่ง

598
00:59:51,906 --> 00:59:55,906
ที่บอกว่าอะไรคะ

599
00:59:57,872 --> 01:00:00,240
7 คนใช่ไหม เด็ก 7 คน เพราะฉะนั้น แตกต่างก็คือ

600
01:00:00,240 --> 01:00:01,727
7 factorial เวลาเราเอามาเขียนนะคะ

601
01:00:01,727 --> 01:00:05,249
เท่ากับอะไร

602
01:00:05,249 --> 01:00:07,627
ก็คือ 7 ถูกต้อง

603
01:00:07,627 --> 01:00:11,627
7 x 6

604
01:00:12,932 --> 01:00:16,932
x 5 x 4 x 3 x 2 x 1

605
01:00:18,952 --> 01:00:19,983
หรือเราจะสลับจากน้อยไปหามาก 1 x 2 x 3 x 4 x 5

606
01:00:19,983 --> 01:00:22,813
จนถึง 7

607
01:00:22,813 --> 01:00:23,678
ตัวสุดท้ายจำนวนที่มากที่สุด

608
01:00:23,678 --> 01:00:27,342
ก็คือ

609
01:00:27,342 --> 01:00:31,061
จำนวนสิ่งของที่แตกต่างกันที่อยู่ในโจทย์เรานั่นเอง

610
01:00:31,061 --> 01:00:35,061
เข้าใจนะ โอเคเข้าใจ

611
01:00:37,119 --> 01:00:39,786
ทีนี้ลูกสังเกตดู มันจะมีคำว่า "n factorial

612
01:00:39,786 --> 01:00:41,613
" อันนี้คือจำนวนอย่างนี้นะ คำตอบ

613
01:00:41,613 --> 01:00:42,911
เท่ากับ

614
01:00:42,911 --> 01:00:44,836
เอามาคูณกัน

615
01:00:44,836 --> 01:00:48,836
แต่มันมีเ

616
01:00:49,065 --> 01:00:50,213
งื่อนไขลูก เขากำหนดไว้เลยถ้าเป็น 0 factorial อันนี้ลูกต้องจำ

617
01:00:50,213 --> 01:00:51,354
0

618
01:00:51,354 --> 01:00:52,586

619
01:00:52,586 --> 01:00:56,586
factorial ก็คือ 0

620
01:00:56,825 --> 01:01:00,825
แต่คำตอบมันได้อะไร

621
01:01:03,621 --> 01:01:06,415
คำตอบมันไม่ใช่ 0 นะลูก ต้องจำเอาไว้ว่าคำตอบ 0 factorial เท่ากับ 1 เสมอ

622
01:01:06,415 --> 01:01:08,598
เท่ากับ 1 เสมอนะคะ

623
01:01:08,598 --> 01:01:11,318
อันนี้คือสิ่งที่ลูกจะต้อง

624
01:01:11,318 --> 01:01:12,826
รู้นะคะ ทำความเข้าใจแล้วก็จำให้ได้

625
01:01:12,826 --> 01:01:15,885
เท่ากับ 1

626
01:01:15,885 --> 01:01:16,920
มันจะไม่ใช่เท่ากับ 0 นะคะ

627
01:01:16,920 --> 01:01:19,882
ไม่ใช่

628
01:01:19,882 --> 01:01:21,585
เท่ากับ 0 โอเคนะ

629
01:01:21,585 --> 01:01:25,585
ให้จำ

630
01:01:25,707 --> 01:01:29,707
จำแค่ว่า 0 factorial เท่ากับ 1 เสมอนะคะ

631
01:01:35,587 --> 01:01:39,587
อย่าแกล้งกัน 2 คนนี้ เดี๋ยวครูจะให้ย้ายตำแหน่งไปนั่งสลับ ไม่ให้นั่งชิดกันเลย

632
01:01:42,311 --> 01:01:44,781
อย่างเช่นอะไร

633
01:01:44,781 --> 01:01:48,015
อย่างเช่นอะไรลูก นี่

634
01:01:48,015 --> 01:01:50,321
1 factorial ก็คือ 1

635
01:01:50,321 --> 01:01:53,200
1 คือ n ใช่ไหม

636
01:01:53,200 --> 01:01:55,775
มีตัวเดียวก็คือเอา 1 มา ก็เท่ากับ 1

637
01:01:55,775 --> 01:01:58,700
ถ้า 2 factorial คืออะไร

638
01:01:58,700 --> 01:02:02,700
2 x 1 = 2

639
01:02:11,257 --> 01:02:13,937
2 factorial 2 ขึ้นต้นคูณกับ 1 ถ้า 3 factorial ล่ะ

640
01:02:13,937 --> 01:02:16,653
3 ใส่เท่ากับ 3 x 2 x 1

641
01:02:16,653 --> 01:02:20,001
ทีนี้ลูกสังเกตดี ๆ นะ

642
01:02:20,001 --> 01:02:21,249
ตัวอย่างนี่ครูเพิ่มขึ้นมาทีละ

643
01:02:21,249 --> 01:02:25,249
1 1 ใช่ไหม

644
01:02:26,341 --> 01:02:28,090
เนื่องจาก

645
01:02:28,090 --> 01:02:31,246
คำตอบของมันนะคะ

646
01:02:31,246 --> 01:02:35,246
ถ้าห

647
01:02:36,320 --> 01:02:40,083
าถ้าหา 3 factorial ดูนะ ใส่เขาเรียกว่ามันเหมือนกันไหม

648
01:02:40,083 --> 01:02:42,502
ก็คือเอา 3 ไปคูณกับข้างบน 2 คูณ

649
01:02:42,502 --> 01:02:43,724
สองคนหนึ่งเนี่ยมันเป็นค่าเดียวกันถูกไหมคะ

650
01:02:43,724 --> 01:02:47,006
รู้ไหม

651
01:02:47,006 --> 01:02:51,006
ตัวนี้นะ 2 factorial ข้างบนนี่

652
01:02:51,159 --> 01:02:52,740
ก็คือ 2 x 1 คำตอบคือ 2 ถ้า 3  ทอเรียล

653
01:02:52,740 --> 01:02:56,740
เอา 3 คูณเพิ่ม

654
01:03:00,169 --> 01:03:04,169
ข้างบนตัวเดียวกันเลยเหมือนกันเลย 2 งไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องไปเสียเวลาในการคุณใหม่ลูก

655
01:03:04,263 --> 01:03:08,035
เราไม่ต้องไปเสียเวลาในการคูณใหม่ เพราะคำตอบเรารู้อยู่แล้วว่าคือ 2

656
01:03:08,035 --> 01:03:11,792
2 x 1 เท่ากับ 2  ตัวนี้คือ 2

657
01:03:11,792 --> 01:03:13,400
แล้วก็เอา 3 เข้ามาคูณเลย 3 x 2

658
01:03:13,400 --> 01:03:16,714
3x 2 = 6

659
01:03:16,714 --> 01:03:20,714
โอเคนะ

660
01:03:22,037 --> 01:03:24,517
เหมือนกันเมื่อเป็น 4 factorial เพิ่มเข้ามาคือ 4 ใช่ไหม

661
01:03:24,517 --> 01:03:27,008
3 x 2 x 1 เหมือนไหม

662
01:03:27,008 --> 01:03:31,008
คือ ยก3 factorial นี่มาเลย

663
01:03:37,336 --> 01:03:40,343
นี่นะ 3 x 2 x 1 อยู่ตรงนี้ เอา 4 เข้ามา

664
01:03:40,343 --> 01:03:42,566
คูณ นั่นหมายถึง 4 คูณด้วย 6 นั่นเอง

665
01:03:42,566 --> 01:03:46,566
4 x 6 เท่ากับ 2 4

666
01:03:48,294 --> 01:03:52,294
ตาม

667
01:03:54,073 --> 01:03:57,185
ไหมลูก ครูจะบอกแค่ว่า

668
01:03:57,185 --> 01:04:00,005
factorial คือ การคูณเพิ่มเข้ามา

669
01:04:00,005 --> 01:04:03,923
นะ ดูนะ ถ้าเราเรียงแบบนี้

670
01:04:03,923 --> 01:04:06,388
1 factorial ก็คือ 1 ใช่ไหม 2 factorial ก็คือ

671
01:04:06,388 --> 01:04:10,388
2 x 3 x 8 * 3 * 2 * 1

672
01:04:12,148 --> 01:04:15,793
ปีนี้ให้ลูกเชื่อมโยงนะคะ  ลูกดูแล้วลูกเชื่อมโยงจากข้างบนนี่ 300

673
01:04:15,793 --> 01:04:19,793
เห็นไหมว่า 3 ก็คือ 3 * 2 * 1

674
01:04:20,761 --> 01:04:22,497
2 x 1 ตัวนี้น่ะมันเหมือนกัน มันก็คือ 2

675
01:04:22,497 --> 01:04:26,497
factorial ความหมายเดียวกัน

676
01:04:30,594 --> 01:04:34,594
3 factorial เท่ากับ 3 คูณด้วย 2 factorial

677
01:04:37,952 --> 01:04:41,784
เพราะมันเป็นตัวเดียวกัน

678
01:04:41,784 --> 01:04:45,069
นี่ตัวนี้กับตัวนี้มันเท่ากัน มันเหมือนกัน ใส่

679
01:04:45,069 --> 01:04:47,114
แทนกันได้ คำตอบว่าคือ 2 เหมือนกัน

680
01:04:47,114 --> 01:04:51,114
โอเคไหม

681
01:04:56,198 --> 01:04:58,707
โอเคนะ ดูนะ

682
01:04:58,707 --> 01:04:59,728
6 เหมือนกันดู

683
01:04:59,728 --> 01:05:01,341
6factorial 5

684
01:05:01,341 --> 01:05:02,560
4 3 2 1

685
01:05:02,560 --> 01:05:05,826
เหมือนข้างบนเลย

686
01:05:05,826 --> 01:05:07,614
ข้างบนเลย เราไม่จำเป็นจะต้องมาคูณใหม่

687
01:05:07,614 --> 01:05:10,047
เพราะเรารู้อยู่แล้ว

688
01:05:10,047 --> 01:05:14,047
เราก็แค่เอา

689
01:05:14,109 --> 01:05:16,732
ตัวนี้ 5 5 factorial คำตอบมันก็คือ 120

690
01:05:16,732 --> 01:05:20,512
แล้วก็เอา 6 ไปคูณ 120 เลยลูก

691
01:05:20,512 --> 01:05:24,512
นี่เอา 6 6 นี่

692
01:05:24,965 --> 01:05:28,616
ไปคูณด้วย 120 คำตอบก็คือ 720

693
01:05:28,616 --> 01:05:30,676
ถ้าครูบอกว่าหา 7 factorial

694
01:05:30,676 --> 01:05:33,505
7 factorial คืออะไร

695
01:05:33,505 --> 01:05:37,505
7 factorial ก็คือ

696
01:05:37,571 --> 01:05:38,623
7 คูณด้วย 6 factorial

697
01:05:38,623 --> 01:05:42,623
ก็คือตัวนี้

698
01:05:45,269 --> 01:05:48,497
ในเมื่อ 6 factorial มันเท่ากับ 720 ใช่ไหมคะ แล้วก็เอา 7 มาคูณเลย

699
01:05:48,497 --> 01:05:52,497
คำตอบมันก็จะได้ง่ายขึ้น หาง่ายขึ้น

700
01:05:53,605 --> 01:05:57,250
งงไหม

701
01:05:57,250 --> 01:06:01,250
เมื่อกี้

702
01:06:03,377 --> 01:06:04,330
ตัวอย่างแรก อันนั้นคือวิธีการให้เด็กได้เชื่อมโยงนะคะ ทีนี้เราจะมาใช้สัญลักษณ์

703
01:06:04,330 --> 01:06:05,711
factorial

704
01:06:05,711 --> 01:06:08,653
แล้ว ตัวอย่างที่ 2

705
01:06:08,653 --> 01:06:11,926
นักเรียนดูนะ มีร้านขายกระเป๋า

706
01:06:11,926 --> 01:06:14,941
ลูก มีร้านหนึ่งเขาอยากเขามีกระเป๋ามาใหม่อยู่ 6 ใบ

707
01:06:14,941 --> 01:06:15,918
กระเป๋าเขามีมาใหม่ 6 ใบ เขาจะ

708
01:06:15,918 --> 01:06:19,476
จัดโชว์

709
01:06:19,476 --> 01:06:20,886
ทำอย่างไร จัดโชว์เป็นแนวเส้นตรงที่

710
01:06:20,886 --> 01:06:24,886
ไม่เหมือนกัน

711
01:06:26,551 --> 01:06:30,551
สับเปลี่ยนได้กี่วิธี มีแค่ 6 ใบ ลูกรู้วิธีการเรียงสับเปลี่ยนของเขาสิ

712
01:06:30,627 --> 01:06:34,627
6 ใบแตกต่างกัน

713
01:06:35,011 --> 01:06:35,988
วางเป็นแนวเส้นตรง เพราะฉะนั้น เข้าเลยเข้าตามล็อกเลย ก็คือ

714
01:06:35,988 --> 01:06:39,988
6

715
01:06:41,697 --> 01:06:45,697
หลักการคูณใช่ไหมคะ 6 x 5 x 4 x 3 x 2 x 1

716
01:06:47,324 --> 01:06:49,794
เหมือนเลย factorial เท่ากับ 6 factorial

717
01:06:49,794 --> 01:06:53,121
เท่ากับ 720 วิธี

718
01:06:53,121 --> 01:06:57,121
โอเคนะ

719
01:07:04,247 --> 01:07:04,776
แค่นั้นเองวันนี้ ครูจะสอนแค่เชื่อมโยงนะคะ ในเรื่องของการเ

720
01:07:04,776 --> 01:07:07,794
รียงสับเปลี่ยน

721
01:07:07,794 --> 01:07:09,396
ถึงเส้นมาสู่ factorial

722
01:07:09,396 --> 01:07:13,330
ต่อไปสัปดาห์หน้า

723
01:07:13,330 --> 01:07:15,115
เวลาเราพบกันนะคะ ครูจะสอนเรื่องของ factorial นี่แหละ

724
01:07:15,115 --> 01:07:18,505
โอเคนะ

725
01:07:18,505 --> 01:07:22,505
ทีนี้ลูกจะได้รู้ว่าสมบัติของเขาน่ะ

726
01:07:24,044 --> 01:07:24,802
ที่ให้จำวันนี้ ก็คือเอามาคูณกันนะคะ คูณกันโดยลดลงไปเรื่อย ๆ ถ้า

727
01:07:24,802 --> 01:07:28,802
6 factorial ก็คือ

728
01:07:28,962 --> 01:07:32,867
6 x 5 x 4 x 3 x 2 x 1 แต่ถ้าเป็น

729
01:07:32,867 --> 01:07:33,994
10 factorial ล่ะ เขาเรียกคืออะไร

730
01:07:33,994 --> 01:07:36,000
10

731
01:07:36,000 --> 01:07:40,000
คูณเท่าไรคะ ถ้า 18

732
01:07:40,950 --> 01:07:43,571
ลดลงมาเรื่อย ๆ ทีละ 1 ก็คือ 10 x 9 x 8 * 7

733
01:07:43,571 --> 01:07:46,615
จนถึงคุณหนึ่งกัน

734
01:07:46,615 --> 01:07:48,613
โอเคนะ ผ่านนะคะ

735
01:07:48,613 --> 01:07:52,151
ทีนี้ที่ครูบอก

736
01:07:52,151 --> 01:07:54,671
เราจะต้องจำ 0 factorial

737
01:07:54,671 --> 01:07:56,296
0 factorial

738
01:07:56,296 --> 01:07:57,694
เท่ากับ 1 เสมอ

739
01:07:57,694 --> 01:08:00,189
จำเอาไว้นะ

740
01:08:00,189 --> 01:08:04,189
ครูจะออกข้อสอบด้วย

741
01:08:04,667 --> 01:08:08,667
จริง ๆ ครูจะออกข้อสอบบอกเลข ครูจะออกข้อสอบ

742
01:08:11,342 --> 01:08:12,868
ถ้าใครถ้าใครบอกว่า 0 factorial  = 0  อันนี้คือผิดนะ

743
01:08:12,868 --> 01:08:15,524
เพราะมัน

744
01:08:15,524 --> 01:08:19,524
บอกไว้แล้ว ระบุเอาไว้แล้วนะคะ

745
01:08:27,554 --> 01:08:28,588
โอเคนะ เดี๋ยวให้นักเรียนเอาสมุดขึ้นมานะคะ แล้วก็บันทึกนิยาม

746
01:08:28,588 --> 01:08:32,424
ตัวนี้เอาไว้

747
01:08:32,424 --> 01:08:36,424
บันทึก factorial หน้านี้เอามาให้ลงไปในสมุดนะคะ

748
01:08:36,578 --> 01:08:37,678
มีใครสงสัยไหมวันนี้

749
01:08:37,678 --> 01:08:39,397
ที่เรียน

750
01:08:39,397 --> 01:08:40,676
สงสัยไหมคะ

751
01:08:40,676 --> 01:08:44,676
เข้าใจไหม

752
01:08:52,186 --> 01:08:56,186
โอเค มีเจ็ทคนเดียวบอกว่าเข้าใจค่ะ เพื่อนคนอื่นเข้าใจไหม ฮานอยเข้าใจไหม

753
01:09:00,057 --> 01:09:03,689
โอเค ทุกคน ครู ครูสมมุติว่าเข้าใจนะ เพราะว่าทำแบบฝึกนี่ถูกกันหมดทุกคนเลยนะคะ

754
01:09:03,689 --> 01:09:07,689
เดี๋ยวบันทึกตัวนี้ลงไปในสมุดนะคะ

755
01:09:09,606 --> 01:09:10,393
คำที่เราจะต้องไฮไลต์ คำว่า "factorial" เห็นไหม มันเป็นตัวหนานะคะ

756
01:09:10,393 --> 01:09:12,769
สัญลักษณ์

757
01:09:12,769 --> 01:09:16,769
ตัวนี้

758
01:09:17,796 --> 01:09:21,796
เวลาก็อ่านถ้าหูดีเขาอ่านเขาจะอ่านว่า "n factorial"

759
01:09:22,935 --> 01:09:23,596
สัญลักษณ์คือ n แล้วก็สัญลักษณ์ตัวนี้ลูก ขีดลงมาแล้วก็จุดข้างล่าง

760
01:09:23,596 --> 01:09:27,596
นะคะ

761
01:09:38,382 --> 01:09:39,690
แค่บันทึกแค่นี้เอง ไม่ยากเลยนะคะ เวลาวิธีการเขียนของลูก ลูกอย่าไปเขียน

762
01:09:39,690 --> 01:09:43,211
เขาเรียกว่าอะไรล่ะ

763
01:09:43,211 --> 01:09:45,647
อักษร ไม่เอา

764
01:09:45,647 --> 01:09:48,047
ดูจำนวนวิธี

765
01:09:48,047 --> 01:09:50,704
เอาแค่นี้ จำนวนวิธี

766
01:09:50,704 --> 01:09:53,972
แล้วก็เขียน

767
01:09:53,972 --> 01:09:57,972
มันถึงจะเร็ว

768
01:09:58,637 --> 01:10:00,766
อันนี้คือง่าย ๆ แล้วนะ ดูทีเดียว จำนวนวิธีเสร็จปุ๊บ

769
01:10:00,766 --> 01:10:03,936
การเรียงสับเปลี่ยน

770
01:10:03,936 --> 01:10:04,792
นี่ไปทีละประโยค ไปทีละ

771
01:10:04,792 --> 01:10:05,678
ค

772
01:10:05,678 --> 01:10:07,082
ำนะคะ

773
01:10:07,082 --> 01:10:11,082
มันก็จะเร็วขึ้น

774
01:10:15,089 --> 01:10:19,089
บันทึกเลยนะคะ

775
01:26:37,669 --> 01:26:39,341
ใครเสร็จแล้ว

776
01:26:39,341 --> 01:26:43,341
มองจอนะลูก

777
01:26:43,938 --> 01:26:47,938
ใครยังไม่เสร็จบันทึกใหม่ ครูจะประชาสัมพันธ์นิดหนึ่งนะคะ

778
01:26:50,720 --> 01:26:51,452
น้องบิวดูนะ ครูได้รับโทรศัพท์มานะคะ จากหน่วยงาน

779
01:26:51,452 --> 01:26:53,111
หนึ่ง เขาจะ

780
01:26:53,111 --> 01:26:54,188
มาอบรมให้

781
01:26:54,188 --> 01:26:55,693
ให้

782
01:26:55,693 --> 01:26:59,693
นักเรียนนี่แหละ

783
01:27:01,595 --> 01:27:03,777
ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปนะคะ ก็จะเป็นกลุ่มเป้าหมายก็จะเป็น ม. 3 ม. 4 ม. 5 ม. 6

784
01:27:03,777 --> 01:27:05,034
นะลูก เขาจะจัดอบรม

785
01:27:05,034 --> 01:27:05,954
เกี่ยวกับอะไร

786
01:27:05,954 --> 01:27:07,015

787
01:27:07,015 --> 01:27:11,015
การสร้าง

788
01:27:12,439 --> 01:27:16,439
เขาเรียกอะไรนะ เพจสินค้าออนไลน์นะลูก เกี่ยวกับสินค้าเวลาเราจะขายนะคะ

789
01:27:21,808 --> 01:27:24,776
อันนี้คือ 1 หลักสูตรนะคะ อีกหลักสูตรหนึ่ง ก็คือหลักสูตรบาริสตา ที่ชงกาแฟนะลูก

790
01:27:24,776 --> 01:27:28,776
หลักสูตรนี้แล้วการอบรมนี้นะคะ

791
01:27:29,438 --> 01:27:33,438
มันจะมีช่วงปลายสัปดาห์สุดท้าย ของเดือนกุมภาพันธ์

792
01:27:34,841 --> 01:27:37,869
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์นะคะ ใช้เวลาในการอบรมอยู่ 5 วัน

793
01:27:37,869 --> 01:27:40,653
นะ เขาจะมาอบรมให้ที่โรงเรียนเรา

794
01:27:40,653 --> 01:27:44,653
ทีนี้ครูให้ลูกเลือกนะคะ

795
01:27:46,798 --> 01:27:50,798
มันมีอยู่ 2 หลักสูตร ใครสนใจ

796
01:27:52,599 --> 01:27:55,401
ที่มีโทรศัพท์แล้วอยากสนใจแบบสร้างรายได้ออนไลน์ ก็ให้มาสมัครตรงกลุ่ม

797
01:27:55,401 --> 01:27:57,324
ออนไลน์นะคะ หรือใครอยากจะ

798
01:27:57,324 --> 01:28:01,324
ทำอาชีพ

799
01:28:01,472 --> 01:28:02,813
ไป... เขาเรียกอะไรล่ะ อยู่ร้านกาแฟนะคะ ไปชงกาแฟ

800
01:28:02,813 --> 01:28:04,761
ลูกก็มาสมัคร

801
01:28:04,761 --> 01:28:06,408
อยู่หลักสูตรร้านกาแฟ

802
01:28:06,408 --> 01:28:10,408
บาริสตาได้

803
01:28:12,291 --> 01:28:13,659
อันนี้นะ ครูประชาสัมพันธ์เอาไว้ก่อน ให้ลูกตัดสินใจนะคะ เดี๋ยวครูจะให้มาสมัคร

804
01:28:13,659 --> 01:28:17,659
กับคุณครูนะคะ แล้วก็

805
01:28:19,377 --> 01:28:23,377
ให้เลือกได้หลักสูตรเดียวนะคะ พอเราเรียนเสร็จแล้วก็จะมีใบประกาศให้

806
01:28:24,678 --> 01:28:28,250
มีใบประกาศสมรรถนะให้ ตัวนี้ซึ่งสำคัญมากเลย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

807
01:28:28,250 --> 01:28:31,665
เห็นไหมตอนนี้น่ะ

808
01:28:31,665 --> 01:28:35,665
ใน YouTube นะลูก ที่เขาขายของออนไลน์

809
01:28:35,962 --> 01:28:38,306
บางทีเขาอยู่ที่บ้านอยู่ที่ห้อง เขาก็สามารถมีรายได้เลยใช่ไหม

810
01:28:38,306 --> 01:28:42,306
เราสามารถทำได้อยู่นะ

811
01:28:42,606 --> 01:28:46,606
ถ้าลูกมีความคิดนะคะ มีความคิดที่อยากจะ

812
01:28:47,095 --> 01:28:49,595
ขาย ขายอะไรก็ได้ที่มันจะต้องมีจุดเด่นนะอันนี้

813
01:28:49,595 --> 01:28:51,567
เดี๋ยวเขาจะสอนว่าวิธีการคิด

814
01:28:51,567 --> 01:28:53,621
หรือว่าสินค้าที่จะนำมาขาย

815
01:28:53,621 --> 01:28:55,607
ขั้นตอนของการทำวิดีโอ การ

816
01:28:55,607 --> 01:28:56,950
จำหน่ายอย่างนี้มันเป็นอย่างไร

817
01:28:56,950 --> 01:28:59,259
สนใจ

818
01:28:59,259 --> 01:29:02,918
ก็สามารถเลือกตัวนี้ได้

819
01:29:02,918 --> 01:29:05,599
มันไม่ใช่ มันเป็น

820
01:29:05,599 --> 01:29:08,568
... เหมือนลักษณะเป็นหน่วยงาน

821
01:29:08,568 --> 01:29:12,568
ไม่ใช่มหาวิทยาลัยลูก ไม่ใช่มหาวิทยาลัย

822
01:29:14,281 --> 01:29:18,281
เขาประสานมาแล้วเขาประสานมาแล้ว ก็ขอ

823
01:29:20,676 --> 01:29:22,428
ผอ. มาแล้วนะคะ ผอ. อนุญาต ก็คือจะให้จัดอบรมอยู่หลักสูตรนี้มีอยู่ 5 วัน

824
01:29:22,428 --> 01:29:26,428
ก็เลย Fix ไปเป็น

825
01:29:28,582 --> 01:29:32,582
ช่วงกุมภาพันธ์นะคะ สัปดาห์สุดท้าย กลุ่มเป้าหมาย ก็คือจะเป็นเด็ก ม. 3 จนถึง ม. 6

826
01:29:32,958 --> 01:29:36,958
เพราะว่าอายุ 15 ปีขึ้นไปนะคะ ถึงจะสมัครได้

827
01:29:37,765 --> 01:29:41,765
อบรมที่ไหน อบรมที่โรงเรียนของเรานะคะ อบรมที่โรงเรียนเรานี่แหละ

828
01:29:44,428 --> 01:29:48,428
ถ้าสนใจเดี๋ยวประชาสัมพันธ์ ไปบอกเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ

829
01:29:48,912 --> 01:29:52,363
บอกเพื่อน ๆ ด้วย ก็คือ ม. 4 ม. 5 ม. 6 เดี๋ยว ม. 3 ครูจะประสานกับ

830
01:29:52,363 --> 01:29:56,363
ครูประจำชั้นของ ม. 3 อีกทีหนึ่งนะคะ ว่าใครสนใจ

831
01:29:56,414 --> 01:29:58,836
เขาจะเอาแค่ 50 คน

832
01:29:58,836 --> 01:30:02,836
นะ 50 คน

833
01:30:03,402 --> 01:30:06,368
ออนไลน์ ออนไลน์เอา 30 คน แล้วก็

834
01:30:06,368 --> 01:30:10,368
บาริสตาเอา 20 คนนะคะ

835
01:30:16,669 --> 01:30:20,669
ในการในการอบรมครั้งนี้นะลูกจะต้องตั้งใจนะ เพราะมันเป็นสมรรถนะ มันเป็นหลักสูตรอาชีพ

836
01:30:21,393 --> 01:30:25,393
ที่ลูกสามารถที่จะนำไปใช้ได้ในอนาคตนะคะ อันนี้ฝากเอาไว้

837
01:30:26,674 --> 01:30:30,488
ถ้าใครสนใจมาจองก่อนได้เลยนะคะ มาจองกับครูก่อนได้เลย เพราะว่าบาริสตาเดี๋ยวมันเต็ม เพราะว่า

838
01:30:30,488 --> 01:30:34,488
ถ้าใครสนใจก็มานะคะ  20 ค

839
01:30:35,808 --> 01:30:37,702
น 20 คนเท่านั้นถ้าเกิน 20 คน ครูจะตัดเลยนะ ใครมาก่อนได้ก่อนใคร

840
01:30:37,702 --> 01:30:41,127
ใครที่มาทีหลังก็

841
01:30:41,127 --> 01:30:45,127
ให้สิทธิ์คนแรกก่อนนะคะ ถือว่ามีความสนใจมากกว่า

842
01:30:47,311 --> 01:30:51,311
โอเคนะ มีอยู่ 2 หลักสูตรเดี๋ยวครูจะทำทะเบียนเอาไว้ ถ้าใครสนใจให้ไปลงชื่อกับคุณครูนะคะ

843
01:30:52,198 --> 01:30:55,518
วันนี้เรียน

844
01:30:55,518 --> 01:30:56,670
หมดแล้วนะคะ หมดเวลาแล้ว

845
01:30:56,670 --> 01:31:00,670
ทุกคน

846
01:31:02,704 --> 01:31:06,704
มีคำถามอะไรไหมคะ ที่เกี่ยวกับการเรียนวันนี้ เข้าใจนะคะ เข้าใจ โอเค

847
01:31:07,406 --> 01:31:11,406
เราเรียนใกล้จบในเรื่องของกฎเกณฑ์เบื้องต้น เกี่ยวกับการนับแล้วนะลูก

848
01:31:15,236 --> 01:31:18,368
ต่อไปสัปดาห์หน้า ครูจะสอนเรื่อง factorial นะคะ ให้โจทย์ แล้วก็มีวิธี

849
01:31:18,368 --> 01:31:19,527
การหาคำตอบของ factorial

850
01:31:19,527 --> 01:31:23,527
นี่ให้ลูก ๆ ได้ฝึก

851
01:31:25,071 --> 01:31:25,947
นะคะ สัปดาห์ต่อไปก็จะขึ้นหน่วยใหม่ก็คือเรื่องของความน่าจะเป็นนะคะ เรื่องของความน่าจะ

852
01:31:25,947 --> 01:31:28,884
เป็นแล้ว

853
01:31:28,884 --> 01:31:32,884
เรื่องกฎเกณฑ์เบื้องต้นนี่ก็ถือว่าจบในสัปดาห์

854
01:31:33,584 --> 01:31:36,141
และอีก 2 สัปดาห์นะคะ แล้วก็ครูก็จะทำการสอบ สอบอะไร

855
01:31:36,141 --> 01:31:37,284
สอบเก็บคะแนนนะคะ เก็บคะแนน

856
01:31:37,284 --> 01:31:41,284
หน่วยนี้

857
01:31:43,474 --> 01:31:47,474
ที่ลูก ๆ ดูนะ ที่ทำนะคะ ไปอ่านทำความเข้าใจให้ดี ตอนที่สอบได้ ครู

858
01:31:48,117 --> 01:31:50,891
โอกาสให้เปิดสมุดได้เลยนะคะ ถ้าใครบันทึกให้ทำแบบฝึกนี่

859
01:31:50,891 --> 01:31:54,891
ลงในสมุดนะคะ เขียนเรียบร้อยนี่

860
01:31:56,448 --> 01:31:59,092
ครูก็จะเอาตรงนั้นแหละมาออกข้อสอบ ง่ายมากนะคะ เพราะฉะนั้น ฝากให้ไปเคลียร์

861
01:31:59,092 --> 01:32:00,816
สมุดของตัวเองนะคะ ถ้าของใครยังไม่เสร็จก็

862
01:32:00,816 --> 01:32:02,726
เอาของเพื่อนมา

863
01:32:02,726 --> 01:32:05,046
บันทึกลงไป โอเคนะ

864
01:32:05,046 --> 01:32:09,046
โอเควันนี้

865
01:32:09,742 --> 01:32:13,742
จบแล้วนะ เดี๋ยวไปเรียนคาบต่อไปนะคะ สวัสดีค่ะ

866
01:32:16,188 --> 01:32:20,188
ขอบคุณมากค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

