﻿1
00:02:34,803 --> 00:02:38,803
(อาจารย์) อันนี้คือเราสามารถใช้ต่อได้เลย

2
00:03:35,646 --> 00:03:38,018
หนังสือมาแล้วนะลูก

3
00:03:38,018 --> 00:03:42,018
ไปสั่งได้เลย เล่มละ 100

4
00:06:05,290 --> 00:06:09,290
พี่ล่ามทางนี้เขาก็รอเราเหมืิอนกันใช่ไหม

5
00:09:24,427 --> 00:09:28,427
สมาชิกหายไปไหนหมด

6
00:09:49,666 --> 00:09:51,920
หัวหน้าใครนะคะ

7
00:09:51,920 --> 00:09:54,293
หัวหน้ามาหรือยัง

8
00:09:54,293 --> 00:09:57,315
ยัง

9
00:09:57,315 --> 00:10:01,315
ถ้าอย่างนั้นเช็กชื่อเลย

10
00:10:32,099 --> 00:10:36,099
ดาวค่ะ

11
00:10:36,122 --> 00:10:39,249
ด

12
00:10:39,249 --> 00:10:43,249
าว โอเค อ้นค่ะ

13
00:10:46,212 --> 00:10:48,475
ที่เหลือใครลูก จะได้ไม่ต้องเรียก

14
00:10:48,475 --> 00:10:52,082
เลย เฟิร์น

15
00:10:52,082 --> 00:10:55,980

16
00:10:55,980 --> 00:10:59,980
อริสรานะ

17
00:11:00,441 --> 00:11:04,441
ต่อไปลูก

18
00:11:04,537 --> 00:11:06,493
ดบ๊ท วัชฎาภรณ์สีขาว

19
00:11:06,493 --> 00:11:10,450
จะไปค่ะ

20
00:11:10,450 --> 00:11:14,450
บอล

21
00:11:17,796 --> 00:11:21,796
บอลแล้วก็เฟีย

22
00:11:30,774 --> 00:11:34,774
ส แค่นี้นะ

23
00:13:03,157 --> 00:13:05,126
ที่เหลือ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 อีก 3 คนนะ

24
00:13:05,126 --> 00:13:09,126
ถ้าอย่างนั้น

25
00:13:11,660 --> 00:13:15,660
ครูไม่รอแล้วนะ เริ่มเลยนะคะ จะได้ไม่เสียเวลาพี่ล่ามด้วย

26
00:13:16,356 --> 00:13:20,356
คราวนี้หนังสือได้แล้วนะคะ เดี๋ยวไปรับกับคุณ

27
00:13:22,603 --> 00:13:26,603
บอยได้เลย ร้านคุณบอยแล้วก็แจ้งวิชาวรรณกรรมกับการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์

28
00:13:27,771 --> 00:13:28,977
แล้วก็ไปรับหนังสือได้เลย เล่มละ 100 บาท แต่ว่า

29
00:13:28,977 --> 00:13:32,977
จะต้องจ่าย

30
00:13:34,717 --> 00:13:38,717
ช่วงกุมภาพันธ์ ปลายกุมภาพันธ์เลยนะคะ  อันนี้ไปเอาหนังสือมาก่อน เพราะว่าเราจะ

31
00:13:42,746 --> 00:13:46,746
ได้... ของครูด้วยนะคะ คราวนี้วิชานี้

32
00:13:48,568 --> 00:13:49,721
ก็จะเป็นวิชาคนละวิชากับที่เราเรียนครั้งที่แล้วนะ แต่ว่าเราน่ะ

33
00:13:49,721 --> 00:13:53,721
ต้องเจอกัน

34
00:13:54,918 --> 00:13:56,430
2 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วก็เนื้อหาบางส่วนมันจะใกล้เคียงกัน

35
00:13:56,430 --> 00:14:00,430
ดังนั้น

36
00:14:02,777 --> 00:14:06,777
ก็เลยอยากให้เราน่ะตั้งสติ แล้วก็มีหนังสือครบทั้ง 2 เล่ม เพราะว่าหนัง

37
00:14:08,197 --> 00:14:12,197
ใช้คนละเล่มนะคะ แต่ว่าบางอันที่ครูพูดไปแล้ว

38
00:14:16,446 --> 00:14:19,586
ในอีกวิชาหนึ่ง ้ถาพูดซ้ำก็ให้ถือว่าเป็นข้อดีของเราไปที่จะได้พบทวนเนื้อหาในเรื่องนั้น

39
00:14:19,586 --> 00:14:23,586
เนื้อหาในรายวิชาจะเป็น

40
00:14:26,566 --> 00:14:28,353
พัฒนาการ กับพัฒนาการวรรณคดีไทย วันพุธ ส่วนวิชานี้วรรณกรรม

41
00:14:28,353 --> 00:14:32,353
กับการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์

42
00:14:33,276 --> 00:14:37,276
มันก็เลยจะค่อนข้างคล้ายกัน ก็คือวรรณคดีกับวรรณกรรม

43
00:14:41,033 --> 00:14:44,106
โอเคนะคะ คราวนี้ครูจะทบทวนก่อน เพราะว่าตอนที่เราเรียนพัฒนาการวรรณคดีเรามี

44
00:14:44,106 --> 00:14:48,106
พูดถึงความหมายของวรรณคดีกับวรรณกรรม

45
00:14:50,027 --> 00:14:54,027
ไปบ้างแล้ว ก็เลยจะทบทวนอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าจะแบบผ่านไปแบบรวดเร็ว

46
00:14:54,279 --> 00:14:58,279
ทำไมเหรอคะ

47
00:15:00,332 --> 00:15:04,332
เดี๋ยวสักครู่นะคะ เหมือนสไลด์จะมีปัญหานิดหน่อย

48
00:15:11,738 --> 00:15:15,738
เหมือนกันกับ...

49
00:15:58,999 --> 00:16:02,999
โอเคค่ะ เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยว เดี๋ยวต่อเลยนะคะ

50
00:16:05,804 --> 00:16:09,804
ครูพูดค้างไว้ที่ว่าเดี๋ยวจะทบทวนวรรณคดีกับวรรณกรรมนะ

51
00:16:11,080 --> 00:16:15,080
จากที่ย้ำไปว่าตอนที่เราไปสอนภาษาไทยเด็ก

52
00:16:18,192 --> 00:16:19,280
นักศึกษาในอนาคตของเรานี่ เราก็ต้องพูดให้เด็กฟังให้ได้ว่าวรรณคดีคืออะไร วรรณกรรม

53
00:16:19,280 --> 00:16:23,280
คืออะไร

54
00:16:25,928 --> 00:16:29,928
วรรณกรรมคืออะไร ซึ่งจริง ๆ แล้วคำว่าวรรณคดีกับวรรณกรรมนี่ ปัจจุบันแทบจะไม่ค่อยใช้แบบ

55
00:16:33,753 --> 00:16:37,753
ต่างกันเท่าไร เพราะในอดีตนี่ วรรณคดีครูบอกแล้วว่าถ้าพูดถึงความหมาย

56
00:16:39,552 --> 00:16:43,552
เขาจะใช้เป็นความหมายเชิงคุณภาพ ที่บอกว่าวรรณคดี

57
00:16:45,067 --> 00:16:47,999
ก็คือวรรณกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งดี

58
00:16:47,999 --> 00:16:51,999
ก็เลยจะเรียกว่า "วรรณคดี"

59
00:16:55,573 --> 00:16:58,411
อันนี้คือความหมายที่เป็นในเชิงคุณภาพ และความหมายที่แบ่งตามความหมายตามคำ นั่นก็คือ

60
00:16:58,411 --> 00:17:00,246
คำว่า "วรรณะ" บวกคำว่า "คดี"

61
00:17:00,246 --> 00:17:03,496
ที่เอามาสมาสกัน

62
00:17:03,496 --> 00:17:07,496
มันก็จะแปลว่าแนวทางแห่งหนังสือ

63
00:17:09,751 --> 00:17:13,751
ซึ่งคำว่า "แนวทางแห่งหนังสือ" มันก็ไปตอบโจทย์กับเมื่อกี้แหละที่เป็นความหมายเชิงคุณภาพที่บอกว่า

64
00:17:15,231 --> 00:17:16,380
หนังสือเล่มไหน แต่งดี ก็จะได้เป็นแนวทางให้กับหนังสือเล่มอื่น

65
00:17:16,380 --> 00:17:20,380
ต่อไปได้

66
00:17:22,283 --> 00:17:26,283
นี่ก็คือความหมายของวรรณคดีนะคะ ส่วนวรรณกรรม ก็คือหนังสือทั่วไป

67
00:17:26,580 --> 00:17:30,580
หนังสือหรืองานเขียนต่าง ๆ ที่เขียนขึ้นมาเรียกว่า "วรรณกรรม" ทั้งหมด

68
00:17:32,299 --> 00:17:33,296
ส่วนอีกการแบ่งแยกหนึ่ง ก็คือในส่วนของเวลา

69
00:17:33,296 --> 00:17:37,296
ที่บอกว่า

70
00:17:40,568 --> 00:17:44,568
วรรณคดี มันเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ที่มีการจัดตั้งวรรณคดีสโมสรขึ้นมา

71
00:17:46,258 --> 00:17:49,603
โดยมีการคัดเลือกว่าหนังสือเล่มไหนดี เล่มไหนควรได้รับการยกย่อง เช่น

72
00:17:49,603 --> 00:17:51,089
ยอดแห่งลิลิต ก็คือลิลิตพระลอ

73
00:17:51,089 --> 00:17:55,089
ยอดแห่งกลอนเสภา

74
00:18:00,119 --> 00:18:04,119
ก็อย่างเช่น ขุนช้างขุนแผน เป็นต้น อันนี้เขาก็เลยนับย้อนหลัง แปลว่าดังนั้น หนังสือเล่ม

75
00:18:05,573 --> 00:18:07,122
ตามที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ถอยหลังกลับไปก็คือ 6

76
00:18:07,122 --> 00:18:10,133
6 5 4 3 2 1

77
00:18:10,133 --> 00:18:14,133
สามารถเรียกว่าวรรณคดีได้ทั้งหมด

78
00:18:16,770 --> 00:18:20,770
ถึงจะไม่ได้รับการยกย่องตามรางวัลอะไรก็ตาม อันนี้ก็คือในแง่ของเวลานะคะ

79
00:18:22,437 --> 00:18:25,402
นี่ก็คือความหมายของวรรณคดีกับวรรณกรรม จริง ๆ พูดไปแล้ว แต่ว่า

80
00:18:25,402 --> 00:18:29,402
ทบทวนให้เฉย ๆ นะคะ อันนี้ก็คือ

81
00:18:30,140 --> 00:18:34,140
คุณภาพกับเวลาที่แบ่งความหมายของวรรณคดีกับวรรณกรรม

82
00:18:35,937 --> 00:18:36,980
ต่อไปคราวนี้เข้าสู่เกี่ยวกับรายวิชาของเรา ก็คือการว

83
00:18:36,980 --> 00:18:40,980

84
00:18:42,883 --> 00:18:45,641
ิจารย์ การวิจารณ์นี่แตกต่างจากการอ่านทั่วไปแน่ ๆ เพราะว่าถ้าคุณอ่านโดยทั่ว

85
00:18:45,641 --> 00:18:49,641
เช่น พระอ่านนิยาย

86
00:18:50,601 --> 00:18:52,341
คุณชอบอ่านมากเลย อ่านนิยาย อ่านการ์ตูน อันนั้น เขาจะเรียกว่าอ่านเพื่อเสพ

87
00:18:52,341 --> 00:18:56,341
เสพ ก็คือ

88
00:18:56,458 --> 00:19:00,458
เพื่อความสนุกสนาน อันนั้นก็คืออ่านเพื่อเสพ

89
00:19:01,828 --> 00:19:05,828
หรืออ่านหนังสือเรียน เพื่อเอาไว้ใช้ในการสอบ เพื่อเป็นการอ่านแล้วจำ

90
00:19:07,242 --> 00:19:09,578
อ่านแล้วจำ ๆ อย่างเดียวนี่ อันนั้นก็เป็นอ่านอีกแบบหนึ่ง

91
00:19:09,578 --> 00:19:13,578
แต่ถ้าอ่านเพื่อวิจารณ์

92
00:19:17,038 --> 00:19:18,020
เขาจะต้องใช้ทั้งหมด 3 วิด้วยกัน ตามวิที่นี้ไม่ใช่วินาที แต่วินาทีนี้ก็คือวิธี

93
00:19:18,020 --> 00:19:22,020
ความหมาย

94
00:19:23,353 --> 00:19:27,353
วิ ที่ เป็นความหมายแรกที่จะแปลให้เป็นการวิจารณ์ได ้ก็คือ 1

95
00:19:27,944 --> 00:19:31,944
. วิจารณ์ที่แปลว่าการแสดงความคิดเห็น

96
00:19:33,944 --> 00:19:37,944
วิที่ 2 ก็คือพินิจวิเคราะห์ ก็คือการแยกแยะพิจารณาอย่างละเอียด

97
00:19:41,922 --> 00:19:43,332
แล้ววิธีที่ 3 ก็คือวิพากษ์ก็คือการตัดสินประเมินค่าว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร

98
00:19:43,332 --> 00:19:47,332
คำถาม

99
00:19:51,002 --> 00:19:53,984
นักศึกษาเห็นเพื่อนแต่งตัวมาวันนี้ นักศึกษามองว่าไม่สวย นักศึกษาก็เลยบอกเพื่อนว่าวันนี้

100
00:19:53,984 --> 00:19:57,493
เธอแต่งตัวไม่สวยเลย

101
00:19:57,493 --> 00:20:01,493
ใช้ครบ 3 วิหรือยัง

102
00:20:03,150 --> 00:20:07,150
ใช้ครบ 3 วิหรือยัง

103
00:20:07,693 --> 00:20:11,693
วันนี้เธอแต่งตัวมาไม่สวยเลย

104
00:20:12,628 --> 00:20:13,630
ใช้ครบ 3 วิ หรือยัง

105
00:20:13,630 --> 00:20:17,630
ยัง

106
00:20:20,252 --> 00:20:24,252
ใช้แค่วิจารณ์อย่างเดียว ก็คือแสดงความคิดเห็นใช่ไหมคะ

107
00:20:25,572 --> 00:20:29,092
จริงน่ะ ของเราน่ะใช้อีกวิหนึ่งด้วย ก็คือตัดสินตัดสินเขาว่าไม่สวย

108
00:20:29,092 --> 00:20:33,007
แต่ถึงแม้ว่าจะใช้ไปตั้ง 2 ก็ยังไม่ครบอยู่ดี

109
00:20:33,007 --> 00:20:37,007
โอเคไหม เพราะว่าเรายังขาดการวิเคราะห์

110
00:20:38,401 --> 00:20:42,401
ซึ่งถ้าเราจะเรียกว่าวิจารณ์เพื่อนได้แบบถูกต้องเราก็ต้องบอกเพื่อนว่า

111
00:20:45,000 --> 00:20:49,000
วันนี้เธอแต่งตัวไม่สวยเลย เพราะเสื้อสีนี้ไม่เหมาะกับเธอ เสื้อที่สวมเสื้อที่เหมาะกับ

112
00:20:49,660 --> 00:20:53,008
เธอ ควรจะใส่สีนี้มากกว่า นี่คือกระบวนการของการวิจารณ์

113
00:20:53,008 --> 00:20:57,008
คือการที่ต้องให้เหตุผลประกอบด้วย

114
00:20:58,558 --> 00:21:02,558
เพราะเราต้องเข้าใจว่าคำว่า "วิจารณ์" น่ะ ความหมายวิจารณ์มันไม่ได้เป็นความหมายเชิง

115
00:21:05,360 --> 00:21:08,154
บวกอยู่แล้ว ถ้าคุณจะไปวิจารณ์อะไรสักอย่างหนึ่ง มันไม่สามารถที่จะทำให้คนที่รับการวิจารณ์

116
00:21:08,154 --> 00:21:10,771
ยอมรับได้เต็มที่ หรือแม้กระทั่ง

117
00:21:10,771 --> 00:21:12,244
คุณเขียนงานส่งอาจารย์

118
00:21:12,244 --> 00:21:14,832
แล้วอาจารย์บอกว่า

119
00:21:14,832 --> 00:21:16,512
งานชิ้นนี้ไม่ดี เอาไปเขียนมาใหม่

120
00:21:16,512 --> 00:21:20,512
นี่คุณยังไม่ได้ร

121
00:21:22,499 --> 00:21:26,499
ับ คุณยังไม่ได้รับการวิจารณ์ที่ถูกต้องจากอาจารย์นะคะ คุณรู้เอาไว้เลย แสดงว่าอาจารย์ยังไม่ได้ฉ

122
00:21:28,803 --> 00:21:31,533
แจ้งรายละเอียด ยังไม่ได้ให้เหตุผลกับคุณ เพราะฉะนั้น แน่นอนว่าความรู้สึกของคุณในตอนนั้น

123
00:21:31,533 --> 00:21:35,533
ไม่ดีแน่ ๆ ถ้าได้รับสิ่งนี้

124
00:21:38,149 --> 00:21:42,098
ฉะนั้น การวิจารณ์วรรณกรรมจึงต้องใช้การแสดงความคิดเห็น

125
00:21:42,098 --> 00:21:46,098
การพิจารณา แยกแยะ ให้เหตุผล

126
00:21:48,011 --> 00:21:50,368
รวมถึงการตัดสินให้ได้ด้วยว่างานชิ้นนั้นนี่ มันดีหรือไม่ดีอย่างไร

127
00:21:50,368 --> 00:21:54,368
คำถาม

128
00:21:57,046 --> 00:22:00,570
นักศึกษาอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง แล้วนักศึกษาเอาไปบอกเพื่อนว่า

129
00:22:00,570 --> 00:22:03,725
เอาไปอ่านสะ หนังสือเล่มนี้ดีมาก

130
00:22:03,725 --> 00:22:04,729
นักศึกษาใช้การวิจารณ์

131
00:22:04,729 --> 00:22:06,197
วิเคราะห์

132
00:22:06,197 --> 00:22:10,197
หรือวิพากษ์คะ

133
00:22:10,938 --> 00:22:14,938
ไปอ่านเสียหนังสือเล่มนี้ดีมาก

134
00:22:18,726 --> 00:22:22,726
สำหรับเด็กหู วิที่ 1 วิที่ 2 หรือวิที่ 3

135
00:22:23,241 --> 00:22:25,424
ทางนั้นเพื่อนตอบวิเคราะห์

136
00:22:25,424 --> 00:22:27,726
คนอื่นต่อ

137
00:22:27,726 --> 00:22:30,993
วิพากษ์ ภาค

138
00:22:30,993 --> 00:22:34,660
เพื่อนหนูอบอะไร

139
00:22:34,660 --> 00:22:38,660
1. วิเคราะห์

140
00:22:38,990 --> 00:22:40,462
วิอะไร

141
00:22:40,462 --> 00:22:42,711
1. เหมือนกัน

142
00:22:42,711 --> 00:22:46,711
3

143
00:22:49,352 --> 00:22:50,074
เหมือนกันโอเค ฉะนั้นคนที่ตอบ 1 ตอนนี้

144
00:22:50,074 --> 00:22:52,517
ผิด

145
00:22:52,517 --> 00:22:56,517
แต่คนที่ตอบ 3

146
00:22:58,181 --> 00:22:59,372
ถูกนะคะ เหตุผลที่ถูก เพราะวิพากษ์คือการตัด

147
00:22:59,372 --> 00:23:01,985
สินแล้ว

148
00:23:01,985 --> 00:23:03,658
ฉะนั้น มื่อกี้

149
00:23:03,658 --> 00:23:07,658
ครูบอกว่า

150
00:23:09,084 --> 00:23:10,076
เราน่ะเอาหนังสือให้เพื่อนพร้อมกับบอกว่าเอาไปอ่านเสีย หนังสือเล่มนี้

151
00:23:10,076 --> 00:23:11,832
มันดี

152
00:23:11,832 --> 00:23:15,206
แสดงว่าเราน

153
00:23:15,206 --> 00:23:16,939
่ะตัดสินแล้วเรียบร้อยผ่านการตัดสินแล้วเรียบร้อย

154
00:23:16,939 --> 00:23:19,551
อยู่ที่

155
00:23:19,551 --> 00:23:23,551
วิพากษ์ อีกคำถามหนึ่ง

156
00:23:24,556 --> 00:23:28,556
นักศึกษาอ่านนิยายเรื่องพรหมลิขิต

157
00:23:32,298 --> 00:23:33,072
อันนี้ก็คือเพิ่งจบไปนะ สมมุติว่าอ่านละกัน จะอ่านหรือไม่อ่านก็ไม่เป็นไร แต่สมมุติว่านักศึกษาอ่านนิยายเรื่อง

158
00:23:33,072 --> 00:23:36,858
พรหมลิขิต

159
00:23:36,858 --> 00:23:38,180
แล้วนักศึกษาก็เอาไปพูดกับเพื่อนว่า

160
00:23:38,180 --> 00:23:42,180
เธอ

161
00:23:44,101 --> 00:23:48,101
ตัวละครในเรื่องพรหมลิขิตนะ ไม่เห็นเหมือนกับตัวละครที่เขาเอาไปใช้

162
00:23:48,911 --> 00:23:52,911
ในการแสดงละครทีวีเลย อย่างเช่น พระเอก

163
00:23:53,130 --> 00:23:57,130
จริง ๆ พระเอกต้องนิสัยดีและมีเหตุผลมาก

164
00:23:57,478 --> 00:24:00,487
แต่ว่าในละครทีวีไม่มีเหตุผลเลย

165
00:24:00,487 --> 00:24:02,274
นักศึกษาใช้วิธีไหน

166
00:24:02,274 --> 00:24:04,193
ในการวิจารณ์คะ

167
00:24:04,193 --> 00:24:08,193
วิเคราะห์

168
00:24:08,404 --> 00:24:12,404
เพื่อนหูใช้วิไหนคะ

169
00:24:15,939 --> 00:24:17,894
เพื่อนหูใช้วิไหนเมื่อกี้

170
00:24:17,894 --> 00:24:20,552
อะไรนะคะ

171
00:24:20,552 --> 00:24:22,068
วิ 2 วิเคราะห์

172
00:24:22,068 --> 00:24:23,997
คนอื่น

173
00:24:23,997 --> 00:24:27,997
วิเคราะห์เหมือนกัน

174
00:24:31,628 --> 00:24:35,628
โอเค สรุปว่าส่วนใหญ่ต่อวิเคราะห์ ซึ่ง

175
00:24:38,610 --> 00:24:42,610
ถูกต้องนะคะ เพราะว่านักศึกษา ก็คือใช้การพิจารณาใช้การวิเคราะห์

176
00:24:43,833 --> 00:24:47,833
แยกแยะเป็นส่วน ๆ เรียบร้อยแล้ว แสดงว่าเราอ่านแล้วเราสามารถวิเคราะห์ได้แล้วว่า

177
00:24:49,464 --> 00:24:53,464
ตัวละครแต่ละตัวลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร เราสามารถที่จะเอามา

178
00:24:54,768 --> 00:24:58,768
เปรียบเทียบกับละครทีวีได้ด้วยซ้ำ แสดงว่าการวิจารณ์ของคุณน่ะ

179
00:25:00,745 --> 00:25:01,326
จริง ๆ คุณใช้ทั้ง 3 วิเลยด้วยซ้ำ เมื่อกี้น่ะ คุณวิเคราะห์อันดับแรก

180
00:25:01,326 --> 00:25:05,326
ถูกที่สุด

181
00:25:08,627 --> 00:25:12,627
แต่ว่าถ้ามองเป็นภาพรวมคุณสามารถใช้ได้ทั้ง 3 วิเลย เพราะคุณแสดงความคิดเห็นได้ด้วย แต่ว่าพอเอาไป

182
00:25:15,336 --> 00:25:19,336
เปรียบเทียบกับอีกละครทีวีมันแตกต่างกัน แล้วก็สุดท้ายคุณสามารถวิพากษ์ได้ด้วยว่า

183
00:25:19,868 --> 00:25:23,868
ตัวละครตัวนี้จริง ๆ มันดีด้วยซ้ำนะ แต่เอาไปแสดงปุ๊บ

184
00:25:25,091 --> 00:25:29,091
มันกลายเป็นไม่ดีเฉยเลย แต่แค่เราน่ะตอบวิเคราะห์เพราะว่าสุดท้ายมัน

185
00:25:29,675 --> 00:25:33,675
โดดเด่นที่สุด เพราะคุณได้ผ่านการวิเคราะห์แล้วเรียบร้อยนะคะ ฉะนั้น

186
00:25:34,923 --> 00:25:38,923
ลักษณะที่ยกตัวอย่างไปเมื่อกี้ คือลักษณะของการวิจารณ์วรรณกรรม

187
00:25:41,296 --> 00:25:43,128
ที่ไม่ว่าคุณน่ะจะอ่านหนังสือเล่มไหนก็ตาม แล้วคุณจะใช้การวิจารณ์วรรณกรรมได้

188
00:25:43,128 --> 00:25:47,128
คุณต้องบอกเหตุผล

189
00:25:48,911 --> 00:25:50,555
บอกรายละเอียด แล้วก็บอกให้ได้ว่ามันดีหรือไม่ดีอย่างไรนะคะ

190
00:25:50,555 --> 00:25:52,409
จากที่

191
00:25:52,409 --> 00:25:56,409
ครูยกตัวอย่างไป

192
00:25:58,002 --> 00:26:02,002
ครูจะให้ตามชื่อนี้เอาไว้จำไว้ว่าถ้าครูน่ะพูดถึงใคร

193
00:26:03,355 --> 00:26:05,543
พูดถึงอะไร และให้ดอกจันอะไร นักศึกษาดอกจันไว้เลย แสดงว่าต้องมีข้อสอบ

194
00:26:05,543 --> 00:26:09,543
แน่ ๆ นะคะ คนนี้

195
00:26:10,884 --> 00:26:12,452
ก็คือ ดร.วิทย์ศิวะ ศริยานนท์ อันนี้ให้ดอกจัน

196
00:26:12,452 --> 00:26:15,920
เหตุผล

197
00:26:15,920 --> 00:26:19,920
เพราะถ้าคุณเรียนวิชาวรรณกรรมวิจารณ์

198
00:26:21,312 --> 00:26:24,053
หรือคุณไปสอนวิชาวรรณกรรมวิจารณ์ ชื่อนี้จะต้องมี

199
00:26:24,053 --> 00:26:28,053
ปรากฏอยู่ในทุกหนังสือ

200
00:26:29,827 --> 00:26:30,773
เพราะคนนี้เป็นคนที่เขียนตำราวรรณกรรมวิจารณ์เล่มแรก

201
00:26:30,773 --> 00:26:34,773
ของไทย

202
00:26:38,662 --> 00:26:42,564
เขียนเมื่อไหร่นั้นไม่ต้องสืบ เรายังไม่ได้เกิดแน่นอน อันนี้ก็คือเป็นผู้เขียนตำราวรรณกรรมวิจารณ์เล่มแรกของไทยนะคะ ซึ่ง

203
00:26:42,564 --> 00:26:46,564
ถ้าพิจารณาข้อความ

204
00:26:47,062 --> 00:26:51,062
จะสังเกตว่าถึงเขาจะเขียนยาวแค่ไหนก็ตาม

205
00:26:52,821 --> 00:26:54,171
มันก็สามารถสรุปได้แบบที่ครูสรุปให้เมื่อกี้ ว่าแบ่งเป็น 3 วินั่นแหละ

206
00:26:54,171 --> 00:26:58,171
นั่นก็คือ

207
00:27:01,736 --> 00:27:02,873
การพิจารณาลักษณะคำประพันธ์ การแยกแยะส่วนประกอบ ยกออกมาแสดงว่าไพเราะและ

208
00:27:02,873 --> 00:27:06,873
และงดงามเ

209
00:27:08,334 --> 00:27:12,334
พียงไร วิเคราะห์ความหมายบทประพันธ์นั้นถ้าความหมายซ่อนเร้นอยู่ ก็ใช้ปัญญา

210
00:27:15,464 --> 00:27:19,464
อย่างให้เห็นทะลุปรุโปร่ง แสดงให้ผู้อ่านเห็นตาม ถ้าความหมายกระจัดกระจายก็พยายาม

211
00:27:20,673 --> 00:27:24,673
ประติดประต่อให้เป็นรูปเขาพอที่ผู้อ่านจะเข้าใจได้ไงก็คือ

212
00:27:26,306 --> 00:27:28,320
เขาจะเขียนยาวแค่ไหนก็ตาม ก็สรุปสั้น ๆ ได้ว่าการวิจารณ์วรรณกรรม ก็คือ

213
00:27:28,320 --> 00:27:32,320
การแสดงความคิดเห็น

214
00:27:34,105 --> 00:27:38,105
การพิจารณาแยกแยะ แล้วก็การตัดสินประเมินค่านั่นเองนะคะ

215
00:27:39,769 --> 00:27:43,769
อันนี้ก็คือสรุปการวิจารณ์วรรณกรรม

216
00:27:46,036 --> 00:27:49,642
ที่เราต้องได้เรียนในเทอมนี้ ที่เราต้องได้วิจารณ์ในเทอมนี้นะคะ คราวนี้

217
00:27:49,642 --> 00:27:53,642
ดูธรรมชาติของการวิจารณ์วรรณกรรม

218
00:27:56,023 --> 00:28:00,023
ธรรมชาติของการวิจารณ์วรรณกรรม ข้อไหนติ๊กถูกแสดงว่าใช่ ข้อไหนติ๊กผิด

219
00:28:01,645 --> 00:28:02,560
แสดงว่าไม่ใช่นะคะ ข้อแรกไม่ใช่งานเขียนที่แสดงความประทับใจ

220
00:28:02,560 --> 00:28:06,364
ฉะนั้น

221
00:28:06,364 --> 00:28:10,364
ถ้าเกิดว่าคุณจะเขียนชมอย่างเดียว

222
00:28:12,073 --> 00:28:12,762
นั่นไม่ใช่การวิจารณ์แล้ว คุณต้องยอมรับว่าไม่ได้มีใครเขียนดี

223
00:28:12,762 --> 00:28:16,762
ไปเสียทุกคน

224
00:28:18,297 --> 00:28:22,297
ฉะนั้น หนังสือที่คุณหยิบมาวิจารณ์ก็ไม่จำเป็นต้องดีไปเสียทุกเล่มก็ได้

225
00:28:23,341 --> 00:28:25,058
นักศึกษาเริ่มจับกลุ่มแล้วก็หานิยายบ้างหรือยัง

226
00:28:25,058 --> 00:28:28,993
เริ่มหรือยัง

227
00:28:28,993 --> 00:28:32,993
มีกลุ่มไหนเริ่มหาบ้างแล้วคะ

228
00:28:35,214 --> 00:28:39,214
มีมองไว้อยู่ใช่ไหมคะ เรื่องอะไร

229
00:28:42,758 --> 00:28:46,136
โต๊ะ โตะจัง

230
00:28:46,136 --> 00:28:47,708
แปลเหรอ เป็นหนังสือแปลใช่ไหมคะ

231
00:28:47,708 --> 00:28:48,634
อัตรา

232
00:28:48,634 --> 00:28:52,018
เดี๋ยวลอง

233
00:28:52,018 --> 00:28:56,018
ให้เขาดูก็ได้ว่าใช่น้อนิยายไหม

234
00:28:58,312 --> 00:29:00,933
โอเคครู ให้ห้องนี้เป็นกลุ่มละกี่คนนะ

235
00:29:00,933 --> 00:29:04,130
3 ใช่ไหม

236
00:29:04,130 --> 00:29:08,045
3

237
00:29:08,045 --> 00:29:10,284
โอเค ทีนี้

238
00:29:10,284 --> 00:29:14,284
ก็ถ้าหาไว้

239
00:29:15,664 --> 00:29:19,664
ก็เหมือนที่ว่านั่นแหละ ว่าหนังสือที่เราหามา เราอ่านแล้วสนุก

240
00:29:21,274 --> 00:29:23,261
จริง แต่บางที่ลักษณะสิ่งที่เราจะวิจารณ์มันอาจจะไม่ได้ดีเสมอ

241
00:29:23,261 --> 00:29:24,818
ไปก็ได้ เช่น

242
00:29:24,818 --> 00:29:27,263
ตัวละคร

243
00:29:27,263 --> 00:29:29,760
มันสมเหตุสมผลไหม

244
00:29:29,760 --> 00:29:31,213
นี่ 2

245
00:29:31,213 --> 00:29:35,213
ถ้าเกิดว่า

246
00:29:35,750 --> 00:29:39,750
ในนวนิยายที่คุณอ่านนี่ เขากำลังบรรยายว่า

247
00:29:39,798 --> 00:29:41,923
พระเอกมีฐานะยากจนมาก

248
00:29:41,923 --> 00:29:44,396
บ้านหลังเล็ก

249
00:29:44,396 --> 00:29:46,608
หลังคามุงกระเบื้อง

250
00:29:46,608 --> 00:29:50,608
นักศึกษาคิดว่าสมเหตุสมผลไหม

251
00:29:50,763 --> 00:29:54,763
ยากจนแต่บ้านหลังคามุงกระเบื้อง

252
00:29:56,541 --> 00:30:00,541
ไม่สมเหตุสมผลแน่ ๆ ใช่ไหม ถ้ามันยากจนขนาดนั้นก็ต้องหลังคามุงอ

253
00:30:01,218 --> 00:30:05,218
ะไร มุงสังกะสี มุงจากอะไรก็ว่าไป นี่ก็คือ

254
00:30:06,743 --> 00:30:08,984
การวิเคราะห์วิจารณ์แล้ว ฉะนั้น เราสามารถที่จะหาได้ตั้งแต่แบบนี้เลย

255
00:30:08,984 --> 00:30:12,984
นี่ก็คือไม่ใช่การเขียน

256
00:30:14,454 --> 00:30:18,454
ประทับใจ แต่ถามว่าเออถ้ามันดีจริงเขียนชมได้ไหม ก็ได้แหละ ก็เขียน

257
00:30:20,203 --> 00:30:24,203
ชมขาไป หมายถึงก็ไม่ได้ชมแบบอวยไส้แตกอย่างเดียวนะคะ แล้วก็ 2

258
00:30:24,879 --> 00:30:28,879
ไม่ใช่การศึกษาตามอำเภอใจ ตามอำเภอใจก็คือ

259
00:30:30,289 --> 00:30:31,138
จะเอาไปวิจารณ์อะไรก็ได้โดยที่เราไม่มีความรู้เลย มันก็เลยเป็น

260
00:30:31,138 --> 00:30:35,138
สิ่งที่

261
00:30:38,161 --> 00:30:40,372
เรานี่ต้องมาเรียนอยู่ในขณะนี้ว่าเราต้องหาความรู้เกี่ยวกับการวิจารณ์ เพื่อที่จะเอาไปใช้

262
00:30:40,372 --> 00:30:44,372
ในการวิจารณ์ของเราจริง ๆ

263
00:30:46,343 --> 00:30:48,765
เช่นถ้าเป็นเมื่อก่อน ถ้าเราไม่ได้เรียนการวิจารณ์วรรณกรรม เราก็จะบอกแค่ว่าหนังสือ

264
00:30:48,765 --> 00:30:49,705
ดี เหมาะสมให้ผู้อ่านนำไปอ่าน

265
00:30:49,705 --> 00:30:53,705
จบ

266
00:30:55,603 --> 00:30:58,819
นี่ไม่ใช่การวิจารณ์วรรณกรรม แต่ถ้าคุณเรียนการวิจารณ์วรรณกรรม แบบคนมีความรู้ควรต้องก็บอกว่า

267
00:30:58,819 --> 00:31:01,811
หนังสือเล่มนี้ดี ดีอย่างไร

268
00:31:01,811 --> 00:31:05,410
เหมาะกับเพศไหน วัยไหน

269
00:31:05,410 --> 00:31:09,410
เป็นต้นนะคะ อันนี้ก็คือยกตัวอย่างนะ

270
00:31:11,092 --> 00:31:12,420
ทีนี้การวิจารณ์วรรณกรรมต้องมีกระบวนการวิเคราะห์ ตีความ ประเมินค่า

271
00:31:12,420 --> 00:31:16,420
ชิ้นนั้นด้วย ก็

272
00:31:17,811 --> 00:31:20,734
ที่ครูพูดไปเมื่อกี้แหละว่าก็ในเมื่อมันไม่ใช่งานเขียนตามอำเภอใจไง มันต้องผ่านการคิด

273
00:31:20,734 --> 00:31:24,734
วิเคราะห์ ตีความ ประเมินค่านะคะ

274
00:31:25,376 --> 00:31:29,376
ซึ่งจากสิ่งที่พูดถึงเมื่อกี้ก็เลยทำให้เรารู้ว่า

275
00:31:29,710 --> 00:31:32,483
การอ่านเพื่อวิจารณ์ไม่ได้เหมือนกับการอ่านทั่วไป เพราะว่า

276
00:31:32,483 --> 00:31:34,540
การอ่านเพื่อวิเคราะห์ สารควรต้องใช้การวิเคราะห์

277
00:31:34,540 --> 00:31:38,082
พิจารณาอย่างละเอียด

278
00:31:38,082 --> 00:31:42,082
แต่อ่านทั่วไป เช่น อ่านหนังสือสอบ

279
00:31:43,837 --> 00:31:47,837
เน้นจำอย่างเดียว บางคนเน้นจำอย่างเดียว จำได้ทำได้ บางคนบอกว่า

280
00:31:50,244 --> 00:31:54,208
ไม่ค่ะหนูน่ะเน้นวิเคราะห์ ถ้าวิเคราะห์ได้หนูถึงจะทำได้ ก็

281
00:31:54,208 --> 00:31:58,208
ใช่ แต่ก็มีบางคนอีกเหมือนกัน ที่เน้นอ่านแบบ

282
00:31:59,631 --> 00:32:01,084
ท่องจำนะคะ  หรือแม้กระทั่งหนูไม่ชอบอ่านหนังสือเรียนค่ะ  หนูชอบอ่าน

283
00:32:01,084 --> 00:32:03,170
การ์ตูน อ่านนวนิยาย

284
00:32:03,170 --> 00:32:06,172
นั่นแหละก็คือคุณอ่านเพื่อเส

285
00:32:06,172 --> 00:32:08,180
พ เพื่อยึดอ่านนะคะ

286
00:32:08,180 --> 00:32:10,577

287
00:32:10,577 --> 00:32:14,472
ทีนี้หลักในการอ่านวิจารณ์

288
00:32:14,472 --> 00:32:18,472
1. เลย ต้องอ่านซ้ำหลายครั้ง

289
00:32:19,094 --> 00:32:22,691
เพื่อคร่ำครวญ คร่ำครวญหรือใคร่ครวญนะคะ

290
00:32:22,691 --> 00:32:24,018
เป็นการอ่านเพื่อที่จะให้เราหา

291
00:32:24,018 --> 00:32:27,449
จุดให้ได้

292
00:32:27,449 --> 00:32:28,612
ถ้าอ่านรอบเดียวมันก็แค่เพื่อเสพ

293
00:32:28,612 --> 00:32:32,612
เช่น

294
00:32:34,148 --> 00:32:38,148
คุณอ่านแล้วคุณร้องไห้ตามพระเอก เพราะพระเอกตายตอนจบ

295
00:32:38,757 --> 00:32:42,757
นี่ก็คือคุณอ่านแบบตกหลุมพรางแห่งเวทนา

296
00:32:43,236 --> 00:32:44,147
เพราะว่ามันอินไง มันอินแสดงว่าเสพอยู่

297
00:32:44,147 --> 00:32:48,147
คไหม

298
00:32:49,382 --> 00:32:52,593
แต่ถ้าคุณอ่านเพื่อวิจารณ์นั่นแสดงว่าคุณต้องไม่ใช่การเสพแบบเนี้ย

299
00:32:52,593 --> 00:32:56,593
คุณก็คืออ่านแล้ว ทำไมพระเอกถึงตาย

300
00:32:58,512 --> 00:33:02,512
เราต้องหาเหตุผลให้ได้ อ๋อ เพราะว่าเป็นแบบนี้พระเอกถึงตาย หรือแม้กระทั่ง

301
00:33:02,845 --> 00:33:06,845
อ่านนวนิยายเก่า ถ้าใครที่เคยอ่านแบบ

302
00:33:07,096 --> 00:33:08,415
... หรือใครที่เคยดูละครพีเรียดหน่อย นางร้ายจะร้าย

303
00:33:08,415 --> 00:33:11,768
ร้ายสุด

304
00:33:11,768 --> 00:33:14,623
ๆ  ซึ่งความร้ายสุดของนางร้ายนี่

305
00:33:14,623 --> 00:33:18,328
บางเรื่องก็จะมีที่มาว่า

306
00:33:18,328 --> 00:33:22,328
นางร้ายนี่ เคยเป็นแฟนของพระเอกมาก่อน

307
00:33:22,834 --> 00:33:26,834
เคยดูอะไรแบบนี้ไหม เคยเป็นแฟนของพระเอกมาก่อน

308
00:33:28,302 --> 00:33:30,171
แล้วก็วันหนึ่งพระเอกนี่ โดนจับแต่งงานกับนางเอก นางเอกเป็นใครก็ไม่รู้

309
00:33:30,171 --> 00:33:34,171
แล้วอยู่ดี ๆ

310
00:33:36,240 --> 00:33:38,191
พระเอกนี่ก็ต้องมาแต่งงานกับนางเอก นางร้ายก็เลยจำเป็นต้องร้ายและทำ

311
00:33:38,191 --> 00:33:39,160
ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้พระเอก

312
00:33:39,160 --> 00:33:41,600
กลับมา

313
00:33:41,600 --> 00:33:45,099
แต่ว่าสุดท้ายก็อย่างว่าแหละ

314
00:33:45,099 --> 00:33:48,577
เขาตั้งเอาไว้แล้วไงว่าใครเป็นพระเอก ใครเป็นนางเอก

315
00:33:48,577 --> 00:33:49,549
มันก็เลยทำให้สุดท้ายพระเอกกับนางเอกได้คู่กัน

316
00:33:49,549 --> 00:33:51,006

317
00:33:51,006 --> 00:33:55,006
ซึ่งถ้าเรามองแบบ

318
00:33:56,938 --> 00:33:57,533
เสพงานทั่วไป เราก็จะบอกว่า เออ ก็สมแล้วล่ะ ที่นางร้ายแบบที่ไม่ได้คู่

319
00:33:57,533 --> 00:34:01,151
พระเอก

320
00:34:01,151 --> 00:34:05,151
แต่ถ้าคนมองแบบนักวิจารณ์เขาก็จะมองว่า

321
00:34:06,397 --> 00:34:07,979
ที่มาของความร้ายน่ะเขามีเหตุผลของความร้ายนะ ก็เป็นเพราะว่า

322
00:34:07,979 --> 00:34:10,475
เขาโดนแย่งคนรัก

323
00:34:10,475 --> 00:34:13,823
เขาก็เลยทำให้

324
00:34:13,823 --> 00:34:17,823
ต้องมาทำร้ายนางเอก ประมาณนี้นะคะ

325
00:34:18,183 --> 00:34:22,183
ทีนี้พึงรู้เอาไว้

326
00:34:23,605 --> 00:34:26,071
รักการอ่านเพื่อวิจารณ์นี่ บางครั้งควรนำศาสตร์อื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

327
00:34:26,071 --> 00:34:29,825
แล้วก็เป็นสิ่งที่ไม่มีข้อยุติ

328
00:34:29,825 --> 00:34:32,496
สามารถที่จะวิจารณ์ได้แบบเต็มรูปแบบ

329
00:34:32,496 --> 00:34:36,496
นำศาสตร์อื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น

330
00:34:36,622 --> 00:34:40,622
คุณต้องการที่จะวิจารณ์

331
00:34:42,922 --> 00:34:44,957
วรรณคดีเก่า ซึ่งวรรณคดีที่เขียนขึ้นในสมัยนั้นนี่ ผู้หญิง

332
00:34:44,957 --> 00:34:48,957
กับผู้ชายมีความไม่เท่าเทียมกัน

333
00:34:49,302 --> 00:34:53,302
แล้วอยู่ดี ๆ คุณจะมาเขียนแล้วบอกว่าคุณจะวิจารณ์บอกว่า

334
00:34:53,677 --> 00:34:56,016
วรรณคดีเรื่องนี้ไม่เหมาะสม เพราะทำไม

335
00:34:56,016 --> 00:34:57,496
ผู้หญิงถึงต้องตกเป็น

336
00:34:57,496 --> 00:35:01,496
อะไรล่ะ

337
00:35:02,772 --> 00:35:06,772
ของเล่นของผู้ชาย ทำไมผู้หญิงจะต้องยอมทำตามผู้ชายทุกอย่าง

338
00:35:08,862 --> 00:35:10,574
ซึ่งถ้าคุณมองแบบนั้น ถ้าคุณตั้งคำถามแบบนั้น แสดงว่าคุณยังไม่เข้า

339
00:35:10,574 --> 00:35:14,574
สภาพสังคม

340
00:35:15,916 --> 00:35:19,667
ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น หรือเปลี่ยนแปลงไป หรือแม้กระทั่ง

341
00:35:19,667 --> 00:35:23,667
คุณวิจารณ์วรรณกรรมปัจจุบัน

342
00:35:23,834 --> 00:35:27,303
ที่ผู้หญิงสามารถแต่งงานได้หลายครั้ง

343
00:35:27,303 --> 00:35:29,484
ใครเคยดูละครสามีตีตราไหมคะ

344
00:35:29,484 --> 00:35:31,074
ที่พลอย เฌอมาลย์ เป็นนางเอก

345
00:35:31,074 --> 00:35:34,156
เคยดูใช่ไหม

346
00:35:34,156 --> 00:35:35,796
ซึ่งเป็น... เขาเรียกว่าอะไร

347
00:35:35,796 --> 00:35:39,796
ถือว่า

348
00:35:41,076 --> 00:35:43,107
เป็นละครยุคใหม่ที่ทำให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถแต่งงานได้หลายรอบใช่ไหม นางเอก

349
00:35:43,107 --> 00:35:47,107
แต่งงานหลายครั้งมาก

350
00:35:47,618 --> 00:35:49,261
จนสุดท้ายก็ได้มาพบรักที่แท้จริงกับพระเอกเลยอ

351
00:35:49,261 --> 00:35:51,499
ยา่งนี้ โดยถ้าคนที่

352
00:35:51,499 --> 00:35:52,852
เอาความคิดแบบโบราณ

353
00:35:52,852 --> 00:35:55,039
ไปวิจารณ์

354
00:35:55,039 --> 00:35:59,039
ละครเรื่องนี้ ก็จะมองว่า

355
00:36:00,234 --> 00:36:03,895
นางเอกเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ที่ไม่เหมาะสม ที่จะได้รับความรักที่แท้จริง

356
00:36:03,895 --> 00:36:07,895
เหตุผลเพราะว่าเขาแต่งงานแล้วหลายรอบอะไรอย่างน

357
00:36:08,460 --> 00:36:12,460
ี้ เพราะค่านิยมไทยผู้หญิงควรที่จะมีผัวเดียวก็ว่าไป

358
00:36:13,889 --> 00:36:14,772
แต่พอมีคนอื่นมาอ่านงานของคุณ คุณอาจจะโดนวิจารณ์ต่อไปอีก

359
00:36:14,772 --> 00:36:18,772
ได้ว่า

360
00:36:19,968 --> 00:36:23,347
โถ ทำไมคุณไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

361
00:36:23,347 --> 00:36:27,347
เพราะยุคสมัยปัจจุบันนี่ ผู้หญิ ง

362
00:36:30,072 --> 00:36:32,350
ผู้ชายมีความเท่าเทียมกัน เปิดกว้างแล้ว ฉะนั้น ผู้ชายแต่งงานได้หลายครั้ง

363
00:36:32,350 --> 00:36:36,350
ผู้หญิงก็มีโอกาส

364
00:36:38,951 --> 00:36:42,951
จะแต่งงานได้หลายครั้ง เพื่อที่เขาจะมีรักที่แท้จริง มีครอบครัวที่สุขสมหวังที่แท้จริงบ้าง

365
00:36:44,504 --> 00:36:48,504
เหมือนกันนะคะ อันนี้ก็คือเป็นเหมือนกับว่าถ้าคุณจะวิจารณ์ คุณต้องรู้จัก

366
00:36:53,158 --> 00:36:55,770
การวิเคราะห์หรือการนำศาสตร์อื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และอีกอย่างหนึ่งที่บอกว่าการวิจารณ์วรรณกรรมไม่มีข้อยุติ

367
00:36:55,770 --> 00:36:59,262
ไม่มีข้อยุติหมายถึง

368
00:36:59,262 --> 00:37:02,996
สิ่งที่คุณคิดว่าวิจารณ์ว่าดีแล้ว

369
00:37:02,996 --> 00:37:06,996
มันอาจจะมีสิ่งที่ดีกว่าก็ได้

370
00:37:08,647 --> 00:37:12,117
ดังนั้น ในรายวิชาของครู ถ้างานไหน คะแนน

371
00:37:12,117 --> 00:37:14,836
เต็มเท่าไร เกี่ยวกับการวิจารณ์วรรณกรรม

372
00:37:14,836 --> 00:37:18,836
ครูจะลดลงมา 1 คะแนน

373
00:37:20,118 --> 00:37:24,118
เช่น ถ้าคะแนนเต็ม 10 สูงสุดที่ครูจะให้ คือ 9

374
00:37:25,775 --> 00:37:29,775
9 ในที่นี้ก็คือดีที่สุดของครูแล้ว แต่มันอาจจะดีได้กว่านี้อีก เพราะ

375
00:37:32,706 --> 00:37:35,576
งานวรรณกรรมมันยังไม่มีข้อยุติ มันอาจจะดีมากกว่านี้อีกแต่เผอิญว่าครูเป็นผู้ให้คะแนนในรายวิชานี้

376
00:37:35,576 --> 00:37:36,571
ครูก็เลยจะให้สูงสุดแค่ 9

377
00:37:36,571 --> 00:37:39,589
แต่เราไม่ต้อง

378
00:37:39,589 --> 00:37:43,589
ตกใจ แต่ว่าอาจารย์ถ้าได้ 9

379
00:37:47,187 --> 00:37:51,187
ถ้าเกิดว่าอีกคะแนนเดียวคงหนูจะได้ A จะทำอย่างไร ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าเกิดว่าได้ 9 ขนาดนั้นคุณก็ต้องได้ A อยู่แล้วแหละ

380
00:37:52,948 --> 00:37:56,948
ซีเรียสว่าคะแนนหายไป 1 คะแนนจะไม่ได้นะคะ อันนี้ก็คือ

381
00:37:57,070 --> 00:37:59,970
เป็นเรื่องของการวิจารณ์วรรณกรรม

382
00:37:59,970 --> 00:38:01,813
นะ คราวนี้ครูจะยกตัวอย่างนิดหนึ่งว่า

383
00:38:01,813 --> 00:38:03,277
การวิจารณ์วรรณกรรมนี่

384
00:38:03,277 --> 00:38:07,277
มันจะมี

385
00:38:10,024 --> 00:38:12,397
บางอันที่เราก็มองแล้วเราก็สามารถวิเคราะห์วิจารณ์ได้ มีใครได้ไปดูนาคี

386
00:38:12,397 --> 00:38:15,711
นาคี 2 ในโรงไหมคะ

387
00:38:15,711 --> 00:38:17,827
นาคี 2 ที่ ณเดช

388
00:38:17,827 --> 00:38:19,875
ญาญ่าแสดง

389
00:38:19,875 --> 00:38:23,875
ไม่ได้ดูใช่ไหม

390
00:38:24,618 --> 00:38:28,618
ห้องนี้คือชอบดูหนังโรงไหมนี่ ต้องถามกับมันฝรั่งลงไหม

391
00:38:31,577 --> 00:38:35,459
เอาแบบอื่น ๆ ใช่ไหม โอเค muouhครูจะ

392
00:38:35,459 --> 00:38:39,459
วิจารณ์ฉากให้เราฟัง

393
00:38:40,747 --> 00:38:44,214
แล้วเราลองพิจารณาดูสิว่ามันสมเหตุสมผลไหม คำถามแรกเลย

394
00:38:44,214 --> 00:38:45,507
คุณคิดว่าบ้านเมืองที่มี

395
00:38:45,507 --> 00:38:48,889
พญานาคนี่

396
00:38:48,889 --> 00:38:52,889
ภูมิประเทศควรเป็นแบบไหน

397
00:38:54,586 --> 00:38:55,487
อยู่ใกล้น้ำใช่ไหม 1. เลยอยู่ใกล้น้ำ

398
00:38:55,487 --> 00:38:59,487
2

399
00:38:59,601 --> 00:39:03,601
. ด้วยความที่ว่าตามเรื่องเดิมนะ

400
00:39:05,048 --> 00:39:06,836
เขาจะพูดถึงว่าพระเอกกับนางเอกนี่ อยู่หมู่บ้านที่อยู่แถบจังหวัด

401
00:39:06,836 --> 00:39:08,505
ที่มีปราสาท

402
00:39:08,505 --> 00:39:12,024
ที่มีปราสาทหิน

403
00:39:12,024 --> 00:39:13,703
เราก็เลยอาจจะเดาได้ว่า

404
00:39:13,703 --> 00:39:14,846
เออ มันอาจจะอยู่แถบ

405
00:39:14,846 --> 00:39:17,724
บุรีรัมย์

406
00:39:17,724 --> 00:39:21,724
สุรินทร์หรือ

407
00:39:23,625 --> 00:39:24,903
อะไรสักอย่างหนึ่ง ถูกไหม มันมีแบบแนวปราสาทหินโบราณ

408
00:39:24,903 --> 00:39:28,555
อะไรอย่างนี้

409
00:39:28,555 --> 00:39:30,087
คราวนี้ฉากเริ่มต้นเปิดมาที่พระเอก

410
00:39:30,087 --> 00:39:33,388
ได้ไป

411
00:39:33,388 --> 00:39:37,388
... ได้ไปบรรจุทำงานอยู่ที่จังหวัดหนึ่ง

412
00:39:39,182 --> 00:39:42,904
ซึ่งจังหวัดนะนี่เริ่มต้นด้วยการที่มีขบวนผีตาโขนขึ้นมา

413
00:39:42,904 --> 00:39:46,491
นักศึกษาคิดว่าขบวนผีตาโขนคือจังหวัดอะไร

414
00:39:46,491 --> 00:39:48,127
เลย คือมันมีที่เดียวจริง ๆ ในภาคอีสาน ที่ไม่ต้อง

415
00:39:48,127 --> 00:39:52,127
สืบ ซึ่งครูก็ได้

416
00:39:55,193 --> 00:39:58,458
อีหยังวะ คือจากที่เราเคยดูละครทีวีใช่ไหม ไม่ได้อยู่เลยนี่นาแต่ทำไม

417
00:39:58,458 --> 00:40:00,200
ฉากแรกพระเอกถึงไปเปิดตัวที่

418
00:40:00,200 --> 00:40:03,835
จังหวัดเลย เพราะ

419
00:40:03,835 --> 00:40:05,204
มันเดาเป็นอื่นไปไม่ได้หรอก มันเป็นได้แค่เลยทีเดียว คำว่า

420
00:40:05,204 --> 00:40:09,204
"ผีตาโขน" อะไรอย่างนี ้

421
00:40:11,471 --> 00:40:15,471
แล้วก็เพราะหากต่อมาหนังเรื่องนี้หนังเรื่องนี้คือพยายามที่จะบอก

422
00:40:16,685 --> 00:40:18,197
ว่าที่นี่คือภาคอีสาน แล้วจะพยายามใส่ความเชื่อทุกอย่างของภาคอีสานเข้าไป

423
00:40:18,197 --> 00:40:21,348
ด้วยการที่

424
00:40:21,348 --> 00:40:24,423
เชื่อว่ามีพญานาค มีผี

425
00:40:24,423 --> 00:40:28,024
สิ่งที่เขาใช้ในการแบ่ง

426
00:40:28,024 --> 00:40:30,367
ป้องกันพญานาคหรือกันผี คือ 1

427
00:40:30,367 --> 00:40:34,056
. ผู้ชายทาเล็บสีแดง

428
00:40:34,056 --> 00:40:36,444
ผู้ชายทาเล็บสีแดง ความเชื่อของเราภาคอีสานคืออะไร

429
00:40:36,444 --> 00:40:40,306
ผีอะไร

430
00:40:40,306 --> 00:40:44,306
ผีแม่ม่าย

431
00:40:46,164 --> 00:40:47,656
ถ้าผู้ชายทาเล็บสีแดงจะกันผีแม่หม้าย แล้วอีกอันหนึ่ง

432
00:40:47,656 --> 00:40:50,739
เอาเสื้อ

433
00:40:50,739 --> 00:40:54,692
สีแดงห้อยอยู่หน้าบ้าน คือกันผีอะไร

434
00:40:54,692 --> 00:40:58,692
เอาเสื้อสีแดงห้อยอยู่หน้าบ้าน

435
00:41:00,750 --> 00:41:04,750
ผีแม่หม้ายเหมือนกันใช่ไหม แถวบ้านครูผีปอบด้วยน

436
00:41:06,498 --> 00:41:08,953
่ะ ผีปอบด้วยที่แม่หม้ายด้วย อะไรอย่างนี้ แล้วก็มีลวดหนาม

437
00:41:08,953 --> 00:41:12,953
เอาไว้ตรงรั้ว คือกันผีอะไร

438
00:41:13,177 --> 00:41:17,177
ผีกระสือ ครูก็เลยรู้สึกว่า

439
00:41:18,580 --> 00:41:20,084
อิหยังวะ อิหยังวะ ทั้งเรื่องบอกมาด้วยความที่ว่าเราเลียนแบบ

440
00:41:20,084 --> 00:41:24,084
การวิจารณ์น่ะ

441
00:41:25,767 --> 00:41:29,767
เราก็จะใช้พยายามดูอะไรแล้ว เราก็จะพยายามดู ๆ ว่าเออมันมี

442
00:41:30,475 --> 00:41:33,095
เหมาะสมไหม มันสมเหตุสมผลไหม มันก็แปลกตั้งแต่ที่

443
00:41:33,095 --> 00:41:37,095
เริ่มต้นที่พระเอก

444
00:41:40,245 --> 00:41:40,782
ไปบรรจุแล้ว มีขบวนผีตาโขน และต่อมานางเอกก็อยู่ในสถานที่ที่เป็นป

445
00:41:40,782 --> 00:41:44,782
ราสาทหิน

446
00:41:46,418 --> 00:41:50,398
ปราสาทหินแถวจังหวัดเลยมีไหมนะ ครูก็แอบสงสัย

447
00:41:50,398 --> 00:41:54,398
แล้วยังมีความเชื่อต่าง ๆ ที่แทรกเข้าไป ที่ครูพูดนั่นแหละว่า

448
00:41:55,577 --> 00:41:59,577
ผู้ชายทาเล็บสีแดง มีเสื้อสีแดงห้อยอยู่หน้าบ้าน มีลวดหนาม

449
00:42:00,750 --> 00:42:04,750
อยู่ตรงลวด เพื่อที่จะแบบคือกันภูตผีต่าง ๆ ซึ่งครูก็มองว่า

450
00:42:06,431 --> 00:42:08,859
ไอ้ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับพญานาคใด ๆ ทั้งสิ้นเลย ซึ่งพญานาคไม่ได้มีความ

451
00:42:08,859 --> 00:42:12,859
เชื่อที่ต้องทำอะไรพวกนี้นะคะ ฉะนั้น

452
00:42:14,691 --> 00:42:18,257
ถ้าเอาหนังเรื่องนี้มาวิจารณ์นี่ มันสามารถวิจารณ์ได้แบบเต็มที่มากเลยว่าความไม่

453
00:42:18,257 --> 00:42:19,868
เหตุสมผลของอะไรหลาย ๆ อย่างนะ หรือ

454
00:42:19,868 --> 00:42:23,868
บางคนที่บอกว่า

455
00:42:25,393 --> 00:42:29,393
เคยอ่านบทวิจารณ์หนังเรื่องนี้ แล้วมันสนุกมากเลยนะคะ เขาบอกว่า

456
00:42:31,474 --> 00:42:35,474
CG ดีมาก ๆ เลย CG สมจริงมาก ๆ คือ CG ที่เป็นรูปพญานาค

457
00:42:37,535 --> 00:42:41,535
ครูก็ไปดู ครูก็พยายามหาความสมจริงของ CG เหมือนกัน

458
00:42:42,370 --> 00:42:45,846
CH ในที่นี้คือ CG พญานาคนะ ให้เราคิดแบบ

459
00:42:45,846 --> 00:42:49,787
คนที่ความรู้ไม่สูงเลย ครูใช้ความคิดนี้นะ

460
00:42:49,787 --> 00:42:53,677
คิดแบบคนที่ความรู้ไม่สูง นักศึกษาคิดว่า

461
00:42:53,677 --> 00:42:57,677
พญานาค พญานาค ก็คือนาคที่

462
00:42:57,712 --> 00:43:01,712
เป็นเจ้า เขาจะเรียกว่า "พญานาค" คิดออกใช่ไหม

463
00:43:02,709 --> 00:43:05,875
คล้ายกับคนน่ะ ถ้าคนที่เป็นระดับเจ้า เขาก็จะมี

464
00:43:05,875 --> 00:43:07,320
คำนำหน้านะ นาคที่เป็น

465
00:43:07,320 --> 00:43:11,320
งูใหญ่

466
00:43:12,952 --> 00:43:16,952
ที่มันเป็นชนชั้นเจ้า เขาก็จะเรียกว่าพญานาคกับนาคเฉย ๆ ที่ไม่มีโชว์

467
00:43:18,023 --> 00:43:22,023
นักศึกษาคิดว่านาคกับพญานาคอะไรตัวใหญ่กว่ากัน

468
00:43:22,530 --> 00:43:26,530
พญานาค คือ คิดแบบที่ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรเลย

469
00:43:26,530 --> 00:43:30,530
โอเคไหม แต่คราวนี้พอไปดูหนังในโรง

470
00:43:32,103 --> 00:43:32,894
ปุ๊บ นางร้าย นางร้ายนี่เคยเป็นคนมาก่อน เดี๋ยวต้องท้าวความว่านางเอก

471
00:43:32,894 --> 00:43:36,538
ที่เป็น

472
00:43:36,538 --> 00:43:40,538
พญานาค เพราะว่าเขาเป็นธิดาของ

473
00:43:43,167 --> 00:43:45,559
เจ้าอีกทีน่ะ คือเป็นหนังที่มีเชื้อเจ้าว่าอย่างนั้นเถอะ กับนางร้ายพี่เป็นคนธรรมดาแล้วแค้นนางเอก

474
00:43:45,559 --> 00:43:48,685
ก็เลยพยายามว่า

475
00:43:48,685 --> 00:43:51,028
ถ้าฉันตายไป ขอให้ฉันไปเป็นนาค ฉันจะไปตัด

476
00:43:51,028 --> 00:43:51,903
นางเอกให้ได้ อันนี้ก็คือ

477
00:43:51,903 --> 00:43:55,903
ความเป็น

478
00:43:58,761 --> 00:44:02,389
หนังน่ะนะ คราวนี้นางร้ายได้เป็นนาคจริง ๆ สมใจ แล้วก็จะมีฉากที่ตัดออก

479
00:44:02,389 --> 00:44:05,504
สู้กันระหว่างนาคนางร้ายกับพญานาคที่เป็นนางเอก

480
00:44:05,504 --> 00:44:09,213
แล้วพอภาพที่เห็นของครู ก็คืออี

481
00:44:09,213 --> 00:44:13,144
นางร้ายใหญ่กว่านางเอกนะคะ ครูก็เลยแบบ

482
00:44:13,144 --> 00:44:17,144
อิหยังวะ ทั้งเรื่องอีกแล้วคืออิหยังวะ จนถึงใน

483
00:44:20,177 --> 00:44:23,226
เกือบจะสุดท้ายของเรื่องนี่ ที่ทำไมนางร้ายถึงจะมาใหญ่กว่านางเอกได้ เล่นอย่างนี้

484
00:44:23,226 --> 00:44:27,226
มันก็ทำให้เราแบบฉุกคิดได้แล้วว่า

485
00:44:28,198 --> 00:44:29,280
บางทีน่ะ ถ้าเราพอมีความรู้อยู่บ้าง เมื่อกี้ถ้าพูดแบบพี่ไม่มีความรู้

486
00:44:29,280 --> 00:44:31,880
เราก็จะบอกว่า

487
00:44:31,880 --> 00:44:35,880
พญามันต้องใหญ่กว่าเฉย ๆ สิ

488
00:44:37,354 --> 00:44:38,161
แต่ถ้าเรามีความรู้เราก็จะใส่เพิ่มเข้าไปอีกว่าคำว่า "พญานาค" ความหมายหมายถึง

489
00:44:38,161 --> 00:44:42,161
อะไร

490
00:44:44,344 --> 00:44:48,344
ส่วนนาคเฉย ๆ นี่หมายถึงอะไร ฉะนั้น ขนาดตัวมันก็อาจจะมีส่วนที่ทำให้เรานี่

491
00:44:48,685 --> 00:44:52,359
แยกแยะได้ว่าอะไรคือพญานาคอะไร คือนาคแล้วก็สุดท้าย

492
00:44:52,359 --> 00:44:53,991
ก็แสดงให้เห็นว่าหนังเรื่องนี้มันไม่มีความสมจริง

493
00:44:53,991 --> 00:44:55,270
เป็นต้นนะคะ

494
00:44:55,270 --> 00:44:59,270
ก็เหมือนกัน

495
00:45:00,600 --> 00:45:04,600
ถ้าเราอ่านหนังสือ แล้วเราน่ะมีความรู้เกี่ยวกับ

496
00:45:05,811 --> 00:45:08,286
เรื่องนั้น ๆ คุณก็จะสามารถเอาไปวิเคราะห์วิจารณ์ได้

497
00:45:08,286 --> 00:45:12,286
นะคะ ทีนี้

498
00:45:15,920 --> 00:45:17,840
มาดูความสำคัญและบทบาทของการวิจารณ์วรรณกรรมความสำคัญและบทบาทของการวิจารณ์วรรณกรรม

499
00:45:17,840 --> 00:45:20,634
ถ้าใค

500
00:45:20,634 --> 00:45:21,906
รที่เคยอ่านบทวิจารณ์

501
00:45:21,906 --> 00:45:25,906
บางคน

502
00:45:27,407 --> 00:45:31,407
จะเป็นสไตล์ว่ายังไม่กล้าหยิบหนังสือเล่มนี้ ขึ้นมาอ่าน

503
00:45:31,623 --> 00:45:33,460
อยากอ่านรีวิวก่อน คือการวิจารณ์การรีวิวนะ

504
00:45:33,460 --> 00:45:37,460
อยากอ่านรีวิวก่อน

505
00:45:39,077 --> 00:45:43,077
ฉะนั้นคนที่รีวิว หรือนักวิจารณ์คนนั้นนี่ผลกระทบแรก

506
00:45:44,189 --> 00:45:48,189
ก็คือสามารถเป็นสื่อกลางสำหรับผู้อ่านกับผู้เขียนได้

507
00:45:49,871 --> 00:45:52,539
ผู้อ่านก็คือเราไง ที่กำลังจะหยิบหนังสือเรื่องนี้ขึ้นมาอ่าน ผู้เขียน

508
00:45:52,539 --> 00:45:55,812
ก็คือคนที่เขียนหนังสือเล่มนั้น

509
00:45:55,812 --> 00:45:59,812
ฉะนั้น พอมีคนวิจารณ์

510
00:46:01,213 --> 00:46:05,213
ก็จะสามารถทำให้เรานี่ อยากที่จะอ่านหนังสือเล่มนั้น

511
00:46:06,400 --> 00:46:07,573
มากขึ้น หรือน้อยลงก็ได้ นี่ก็คือเป็นสื่อกลางนะคะ

512
00:46:07,573 --> 00:46:09,578
2

513
00:46:09,578 --> 00:46:13,578
. ช่วยสร้างให้ผู้อ่าน

514
00:46:14,669 --> 00:46:18,669
เกิดปัญญา ความคิดประสบการณ์ในด้านวรรณกรรม

515
00:46:19,965 --> 00:46:23,965
เช่น บางคนอ่านบุพเพสันนิวาส

516
00:46:25,621 --> 00:46:26,567
แล้วรู้สึกว่ามีประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะจังเลย ฉันไม่ค่อยเข้า

517
00:46:26,567 --> 00:46:30,567
ใส่เท่าไร

518
00:46:31,880 --> 00:46:35,880
แล้วก็มีนักวิจารณ์ที่เขาเอาหนังสือเรื่องบุพเพสันนิวาสนี่

519
00:46:37,399 --> 00:46:38,690
ไปวิจารณ์ โดยกล่าวถึงประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัย

520
00:46:38,690 --> 00:46:42,690
อย่างเช่น

521
00:46:45,156 --> 00:46:49,156
พ่อของพระเอก อันนี้คือสมมตินะ พ่อของพระเอกนี่ ที่เป็นพระโหราธิบดี

522
00:46:50,601 --> 00:46:51,564
แล้วก็เขียนหนังสือจินดามณี ที่เป็นตำราแบบเรียนเล่มแรก

523
00:46:51,564 --> 00:46:54,449
ข

524
00:46:54,449 --> 00:46:55,903
องไทยนี่ ก็อาจจะมีคนวิจารณ์ว่านี่

525
00:46:55,903 --> 00:46:59,094
ท่านได้

526
00:46:59,094 --> 00:47:03,094
เขียนหนังสือตำราแบบเรียน

527
00:47:05,981 --> 00:47:09,271
ภาษาไทยเล่มแรก แล้วก็เป็นแนวทางให้กับหนังสือภาษาไทยในปัจจุบัน ในเรื่องน่ะเขาไม่ได้บอก

528
00:47:09,271 --> 00:47:13,271
พระโหราธิบดีทำอะไรบ้าง แต่นักวิจารณ์

529
00:47:14,493 --> 00:47:16,537
เขาอาจจะสามารถเขียนเพิ่มเติม วิเคราะห์ตัวละครตัวนั้นได้ดี

530
00:47:16,537 --> 00:47:20,537
ยิ่งขึ้นก็ได้ ดังนั้น

531
00:47:22,148 --> 00:47:26,148
จึงทำให้การวิจารณ์ในบางครั้ง อาจทำให้ผู้อ่านเกิดสติปัญญาความรู้

532
00:47:27,493 --> 00:47:28,564
ก็ได้นะคะ หรือแม้กระทั่งช่วยให้มองเห็นทัศนแนวคิด หรือ

533
00:47:28,564 --> 00:47:32,564
ผู้เขียน

534
00:47:34,648 --> 00:47:38,648
ที่มีต่อสภาพแวดล้อมนั้น ๆ ก็ได้นะคะ บางทีผู้เขียนเขาอาจจะต้อง

535
00:47:41,028 --> 00:47:44,559
การระบายอะไรบางอย่างลงไปในงาน คือ พูดออกมาตรง ๆ ไม่ได้ ก็เลยอยากจะระบาย

536
00:47:44,559 --> 00:47:48,559
ก็สามารถเขียนผ่านงานได้นะคะ

537
00:47:49,526 --> 00:47:53,526
คราวนี้ผลกระทบต่อผู้เขียน

538
00:47:57,856 --> 00:48:00,081
เราต้องมองภาพว่าคนเราน่ะ ธรรมชาติไม่ชอบการวิจารณ์

539
00:48:00,081 --> 00:48:04,081
โดยเฉพาะในอดีต

540
00:48:05,787 --> 00:48:09,787
คนที่อ่านออกเขียนได้ มีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้น ฉะนั้น ชนชั้นสูง

541
00:48:10,534 --> 00:48:13,687
นี่ จะยอมรับไม่ได้เลย ถ้ามีคนมาวิจารณ์งานของตัวเอง

542
00:48:13,687 --> 00:48:17,687
มันก็เลยกลายเป็นว่าผลกระทบ

543
00:48:19,313 --> 00:48:20,894
ต่อผู้เขียน มีตั้งแต่ข้อแรกเลย เชิงลบ เชิงลบ ก็คือไม่ยอมรับ

544
00:48:20,894 --> 00:48:24,894
การติติงของผู้อื่น

545
00:48:24,951 --> 00:48:28,951
อันนี้คือครูใช้คำว่า "ในอดีต" นะคะ ย้ำ

546
00:48:30,341 --> 00:48:34,341
เพราะในปัจจุบันงานวิจารณ์ค่อนข้างเป็นเชิงบวกมากขึ้น

547
00:48:35,988 --> 00:48:36,663
เชิงบวก ก็คือเขาเปรียบเทียบว่างานเขียนที่ไม่มีการวิจารณ์

548
00:48:36,663 --> 00:48:38,325
ก็เหมือนกั

549
00:48:38,325 --> 00:48:42,325
บต้นไม้ที่ไม่มีปุ๋ย

550
00:48:43,922 --> 00:48:45,880
แปลว่าอะไรคะ อันนี้ใครสามารถตีความได้ บวกเพิ่ม

551
00:48:45,880 --> 00:48:49,880
1 คะแนน

552
00:48:51,432 --> 00:48:55,432
งานเขียนที่ไม่มีการวิจารณ์ เหมือนกับต้นไม้ที่ไม่มีป๋ย

553
00:48:57,550 --> 00:49:00,256
ใครสามารถ

554
00:49:00,256 --> 00:49:02,279
ตีความได้ บวกเพิ่ม

555
00:49:02,279 --> 00:49:06,279
1 คะแนน

556
00:49:12,805 --> 00:49:14,528
มีไหมคะ

557
00:49:14,528 --> 00:49:18,528

558
00:49:31,362 --> 00:49:33,894
ซึ่งถ้าเกิดว่ามีคนวิจารณ์ เราก็จะได้รู้ว่าข้อผิดพลาดนั้น

559
00:49:33,894 --> 00:49:37,283
จะเอาไปพัฒนาอย่างไรใช่ไหมคะ

560
00:49:37,283 --> 00:49:39,895
พิมพ์ชื่อเข้า LINE ได้เลยค่ะ

561
00:49:39,895 --> 00:49:41,185
พิมพ์ชื่อแล้วก็รหัส 3 ตัวท้ายเข้า LINE

562
00:49:41,185 --> 00:49:43,657
+1

563
00:49:43,657 --> 00:49:47,657
แล้วก็เลี้ยวขวา + 1

564
00:49:49,960 --> 00:49:53,960
ดังนั้น ปัจจุบันนักศึกษาเห็นว่านักเขียนส่วนใหญ่แทบจะวิ่งหาo

565
00:49:54,405 --> 00:49:55,272
นักวิจจารรแทบจะบอกเลยว่าช่วยวิจารณ์งานฉันให้หน่อยสิ

566
00:49:55,272 --> 00:49:59,272
แถม

567
00:50:00,886 --> 00:50:03,028
ถ้าถ้าเราคิดไม่ออกว่าเฮ้ยฃฃมันนานวิตามันเป็นผลดีได้ยังไง

568
00:50:03,028 --> 00:50:04,303
อย่าพูดถึงแค่งานเขียนเลย

569
00:50:04,303 --> 00:50:08,303
ปัจจุบันนี่

570
00:50:08,784 --> 00:50:09,879
พวกดารานักร้องหรือใครก็ตาม ถ้ายิ่งโดนวิจารณ์เยอะเป็นอย่างไรคะ

571
00:50:09,879 --> 00:50:13,299
ดังไหม

572
00:50:13,299 --> 00:50:15,448
ดัง ตอนนี้ก็มีใครคะ

573
00:50:15,448 --> 00:50:19,448
ที่กำลังโดนวิพากษ์วิจารณ์อยู่

574
00:50:21,339 --> 00:50:23,689
ตอนนี้ก็ทีแรกซบเซาไปแล้ว 1 นะคะ แต่พอมีชื่อปุ๊บ

575
00:50:23,689 --> 00:50:27,689
ขึ้นเทรนทวิตเตอร์ 1 แล้ว

576
00:50:30,367 --> 00:50:31,806
เทร็นด์ ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง แล้วเรียบร้อยแบบนี้ เป็นต้นนี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า

577
00:50:31,806 --> 00:50:35,806
การวิจารณ์

578
00:50:37,797 --> 00:50:39,151
มันไม่ได้มีแต่ทางลบอย่างเดียวนะ ทางบวกก็มีเหมือนกัน หรือบางคนบอกว่าเอาแล้ว

579
00:50:39,151 --> 00:50:40,717
มันเกี่ยวอะไรกับหนังสือ

580
00:50:40,717 --> 00:50:44,717
หนังสือบางเล่ม

581
00:50:46,478 --> 00:50:49,855
น่ะ บางครั้งโดนวิจารณ์ในทางลบเยอะ คนก็อยากอ่านเหมือนกัน อยากอ่านว่า

582
00:50:49,855 --> 00:50:53,431
มันจะแย่ขนาดไหนเชียว มาอ่านดูส

583
00:50:53,431 --> 00:50:56,121
ิ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ท

584
00:50:56,121 --> 00:50:58,624
ีนี้สิ่งที่เรากำลังจะเป็น

585
00:50:58,624 --> 00:51:02,624
ก็คือจะเป็นนักวิจารณ์

586
00:51:04,225 --> 00:51:08,225
ดังนั้น จึงต้องรู้จักว่านักวิจารณ์ที่ดี ควรเป็น

587
00:51:09,529 --> 00:51:13,529
อย่างไรนะคะ  ข้อแรกเลย ก็คือต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ตัวเองจะวิจารณ์

588
00:51:14,276 --> 00:51:16,252
ฉะนั้น หนังสือนวนิยาย ที่เราอาจจะหามาวิจารณ์นี่

589
00:51:16,252 --> 00:51:20,252
เราก็ควรที่จะเอา

590
00:51:23,617 --> 00:51:24,826
ที่ตัวเองชอบ ก็คือเอาควรที่ตัวเองชอบ เพราะถ้าเราชอบปุ๊บ มันก็จะทำให้เรามีความรู้กับเรื่องนั้น

591
00:51:24,826 --> 00:51:28,826
ในระดับหนึ่ง

592
00:51:30,348 --> 00:51:33,822
แล้วก็เราจะสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้อีกในระดับหนึ่งด้วยนะคะ

593
00:51:33,822 --> 00:51:37,822
2 ต้องใช้ธรรมะติเพื่อก่อ

594
00:51:40,036 --> 00:51:43,557
แล้วก็วิจารณ์ด้วยความเห็นใจ ติเพื่อก่อ วิจารณ์ด้วยความเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์

595
00:51:43,557 --> 00:51:47,557
หนังสือเล่มนี้ เราอ่านแล้วมันไม่ดี

596
00:51:49,012 --> 00:51:53,012
ถ้าเราบอกว่าติเพื่อทำลายนี่ เราก็จะบอกว่าหนังสือเล่มนี้ไม่สนุก

597
00:51:54,829 --> 00:51:58,829
ห้ามอ่านเป็นอันขาด เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับมวลมนุษยชาติก็ว่าไป

598
00:51:59,146 --> 00:52:03,146
อันนี้คือติเพื่อทำลายเลยนะคะ แต่ถ้าติเพื่อก่อ

599
00:52:04,694 --> 00:52:08,694
เราก็อาจเช่น หนังสือเล่มนี้ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง เช่น

600
00:52:10,130 --> 00:52:14,130
การแนะนำตัวละคร ควรแนะนำอย่างไร

601
00:52:15,389 --> 00:52:19,389
ติเพื่อก่อ คุณก็ให้เหตุผลไปว่า มันไม่ดีนะ แต่ถ้าจะให้ดี

602
00:52:23,628 --> 00:52:25,138
ควรเป็นอย่างไรนะคะ แล้วก็ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ เส้นที่ครูยกตัวอย่างไปนั่นแหละว่า

603
00:52:25,138 --> 00:52:29,116
ถ้าคุณจะมาวิจารณ์

604
00:52:29,116 --> 00:52:30,182
นวนิยายบางเล่มที่มันไม่โอเคว่า

605
00:52:30,182 --> 00:52:32,373
ทำไม

606
00:52:32,373 --> 00:52:36,373
ผู้หญิงมีสามีหลายคนได้

607
00:52:37,492 --> 00:52:40,054
แสดงว่าคุณไปเกิดในยุค... คุณเกิดผิดยุคแล้วแหละ เพราะยุคในปัจจุบัน

608
00:52:40,054 --> 00:52:42,155
ไม่เหมือนเดิมนะ หรือแม้กระทั่ง

609
00:52:42,155 --> 00:52:46,155
บางคน

610
00:52:48,784 --> 00:52:50,915
เคยวิจารณ์ทองเนื้อเก้า ทองเนื้อเก้าที่เป็นเรื่องลำยองนะ ที่ครูเคยยกตัวอย่างไป ที่บอกว่า

611
00:52:50,915 --> 00:52:51,947
ผู้หญิงกินเหล้าไม่ดี

612
00:52:51,947 --> 00:52:55,947

613
00:52:56,248 --> 00:52:58,307
ซึ่งคนที่วิจารณ์แบบนี้ แสดงว่าเขายังอ่านไม่จบเรื่อง

614
00:52:58,307 --> 00:53:02,307
ซึ่งถ้าคนอ่านที่จบเรื่อง

615
00:53:03,476 --> 00:53:07,476
ก็จะเห็นว่าถ้ากินเหล้าเยอะ ผลของการกระทำมันจะเป็นอย่างไร

616
00:53:08,896 --> 00:53:12,457
กลายเป็นว่าจริง ๆ หนังสือเล่มนี้มันดีนะ มันมีคุณค่ามันมีประโยชน์ แล้วก็

617
00:53:12,457 --> 00:53:15,467
เป็นตัวอย่างให้กับเยาวชนได้นะคะ

618
00:53:15,467 --> 00:53:19,467
แล้วก็ควรใช้ภาษาที่สุภาพ

619
00:53:23,122 --> 00:53:25,453
และวิจารณ์ให้เป็นไปในเชิงความจริงเท่านั้น ไม่ควรวิจารณ์ไปในแค่ความคิด

620
00:53:25,453 --> 00:53:29,062
ของตัวเองอย่างเดียว เอาความจริง

621
00:53:29,062 --> 00:53:33,062
มาใช้ในการวิจารณ์นะคะ คราวนี้

622
00:53:34,767 --> 00:53:38,400
เนื้อหาของบทที่ 1 ที่เป็นความรู้เกี่ยวกับการวิจารณ์

623
00:53:38,400 --> 00:53:42,400
แต่ครูจะให้นักศึกษาลองฝึก

624
00:53:43,603 --> 00:53:47,603
วิจารณ์แบบเบื้องต้นจริง ๆ ก่อน สัก 1 อันนะคะ อันนี้

625
00:53:48,273 --> 00:53:50,886
จะเป็นบทประพันธ์กวีนิพนธ์ กวีซีไรต์

626
00:53:50,886 --> 00:53:54,886
บทประพันธ์นี้

627
00:53:56,303 --> 00:54:00,303
เป็นกวีซีไรต์ ปี 2535 พวกหนูเกิดหรือยัง

628
00:54:02,593 --> 00:54:04,616
ยังนะคะ บทกวีนี้พวกหนูยังไม่เกิด แล้วก็เป็นบทกวี

629
00:54:04,616 --> 00:54:08,616
ที่ได้รับรางวัลด้วย

630
00:54:10,760 --> 00:54:13,124
ถึงจะยังไม่เกิดครูก็อยากให้อ่านเพราะว่าครูอยากจะรู้ว่า

631
00:54:13,124 --> 00:54:16,725
งานเขียน

632
00:54:16,725 --> 00:54:20,725
ที่พวกหนูยังไม่เกิด กับสังคมที่พวกหนู

633
00:54:22,112 --> 00:54:25,884
เกิดแล้วอยู่แล้วในปัจจุบันนี่ มันมีความแตกต่างกันไหม

634
00:54:25,884 --> 00:54:29,325
เดี๋ยวให้นักศึกษาอ่านในใจ

635
00:54:29,325 --> 00:54:30,360
แล้วครูจะมีคำถาม 3 ข้อนะคะ

636
00:54:30,360 --> 00:54:33,685
ข้อแรก

637
00:54:33,685 --> 00:54:37,685
เดี๋ยวเตรียมไว้ก่อนนะ ข้อแรก

638
00:54:38,372 --> 00:54:42,143
งานนี้ลักษณะของการใช้ภาษา

639
00:54:42,143 --> 00:54:43,462
เป็นอย่างไร เห็นภาพหรือไม่

640
00:54:43,462 --> 00:54:47,462
1

641
00:54:48,037 --> 00:54:50,022
. ลักษณะการใช้ภาษาเป็นอย่างไร

642
00:54:50,022 --> 00:54:51,807
เห็นภาพหรือไม่

643
00:54:51,807 --> 00:54:53,793
2

644
00:54:53,793 --> 00:54:57,793
. งานนี้

645
00:54:59,339 --> 00:55:03,339
มีเรื่องราวอย่างไร ซึ่งมันก็จะต่อเนื่องกัน ถ้าเกิด

646
00:55:04,662 --> 00:55:08,662
ว่าข้อ 1 คุณเห็นภาพใช่ไหม เพราะ 2 คน ก็จะต้องสามารถเล่าเรื่องราวได้

647
00:55:10,501 --> 00:55:14,501
แต่นักศึกษาไม่ต้องตอบทุกข้อนะ ครูจะให้ตอบคนละข้อ ก็คือให้เลือกเอาว่าอยาก

648
00:55:16,704 --> 00:55:17,388
เอาข้อไหนนะคะ ถ้าข้อแรกตอบว่ามันเห็นภาพมันเห็นภาพอย่างไร คุณก็แค่ยกตัวอย่างภาษา

649
00:55:17,388 --> 00:55:18,806
เฉย

650
00:55:18,806 --> 00:55:22,806
ๆ ข้อ 2

651
00:55:23,146 --> 00:55:24,062
เล่าเรื่องราวโดยย่อว่าเรื่องนี่มันน่าจะเป็นอย่างไร

652
00:55:24,062 --> 00:55:27,623
ข้อ 3

653
00:55:27,623 --> 00:55:28,903
เรื่องนี้สะท้อนสังคม

654
00:55:28,903 --> 00:55:31,806
อย่างไร

655
00:55:31,806 --> 00:55:35,806
เรื่องนี้สะท้อนสังคม

656
00:55:36,801 --> 00:55:40,801
อย่างไร เดี๋ยวครูจะสุ่มเรียกนะคะ เรียก

657
00:55:42,592 --> 00:55:45,884
เพื่อนหูด้วยนะคะ เพื่อนหนูก็เตรียมตัวด้วย 3 ข้อ เลือกเอา 1 ข้อ

658
00:55:45,884 --> 00:55:49,884
ตอบ อ่าน พิจารณา

659
00:56:17,993 --> 00:56:20,036
ให้เวลาถึง 10 โมงนะคะ ตอนนี้

660
00:56:20,036 --> 00:56:24,036
9 โมง 57

661
00:59:49,924 --> 00:59:53,924
10 โมงแล้ว ถึงเวลาแล้ว

662
00:59:54,185 --> 00:59:54,833
เดี๋ยวจะ

663
00:59:54,833 --> 00:59:58,833
เรียก...

664
01:00:01,376 --> 01:00:03,561
ถามภาพรวมก่อนดีกว่า ถ้าใครอยากตอบข้อไหน แต่ถ้าไม่มีคนตอบเลยสักข้อ

665
01:00:03,561 --> 01:00:04,950
จะเรียกตอบนะคะ

666
01:00:04,950 --> 01:00:08,950
คือ เอาเป็นว่า

667
01:00:10,365 --> 01:00:12,582
ใครตอบข้อไหน ได้ มี 3 ข้อ 3 ข้อใครตอบ

668
01:00:12,582 --> 01:00:13,870
ข้อไหนได้ ให้เลือกตอบ

669
01:00:13,870 --> 01:00:17,870
1 ข้อค่ะ

670
01:00:19,466 --> 01:00:22,203
ถ้าใครตอบเอง เป็นคะแนนพิศวาส

671
01:00:22,203 --> 01:00:24,292
แต่ถ้าใครที่ครูเรียกตอบ

672
01:00:24,292 --> 01:00:28,292
ไม่ได้ให้คะแนนนะคะ

673
01:00:28,356 --> 01:00:29,784
ถ้าตอบเอง ก็จะบวกเหมือนกับ

674
01:00:29,784 --> 01:00:33,784
โบ๊ทใช่ไหม

675
01:00:36,623 --> 01:00:38,804
ของโบ๊ทก็ตอบเพิ่มได้นะ อย่างที่บอกว่าคะแนนของครูน่ะคะแนนเต็มมันไม่ได้

676
01:00:38,804 --> 01:00:42,804
เต็มใช่ไหมครูลดไป 1 คะแนน

677
01:00:43,786 --> 01:00:47,786
มันก็มีสัดส่วนพวกนี้แหละ ที่สามารถไปเติมเต็มของเราได้นะคะ

678
01:00:47,821 --> 01:00:48,837
มี 3 ข้อ ทวนคำถามอีกรอบหนึ่ง

679
01:00:48,837 --> 01:00:52,605
1

680
01:00:52,605 --> 01:00:54,539
. ลักษณะภาษาที่ใช้

681
01:00:54,539 --> 01:00:55,799
เป็นอย่างไร

682
01:00:55,799 --> 01:00:59,597
2

683
01:00:59,597 --> 01:01:01,528
. เรื่องราวในบทประพันธ์

684
01:01:01,528 --> 01:01:03,057
เป็นอย่างไร

685
01:01:03,057 --> 01:01:06,083
แล้วก็ 3

686
01:01:06,083 --> 01:01:07,610
. เรื่องนี้สะท้อนสังคม

687
01:01:07,610 --> 01:01:09,926
อย่างไร

688
01:01:09,926 --> 01:01:11,445
ใครตอบข้อไหนได้

689
01:01:11,445 --> 01:01:15,445
เลือกแค่ข้อเดียว ตอบค่ะ

690
01:01:26,109 --> 01:01:30,109
คือ เฟิร์นมองหน้าเหมือนจะตอบหลายรอบ แล้ว

691
01:01:30,946 --> 01:01:34,946
มันจะตอบไหมนี่ คือมันมองหน้าเหมือนจะตอบหลายรอบแล้วนี่

692
01:01:42,587 --> 01:01:43,600
คือข้างหลังด้วยไหม

693
01:01:43,600 --> 01:01:45,829
ค่ะ

694
01:01:45,829 --> 01:01:49,829
เอาข้อไหน

695
01:01:51,259 --> 01:01:55,259
เอาข้อ 2 เล่าเรื่อง เรื่องเป็นอย่างไรคะ

696
01:02:25,315 --> 01:02:29,263
แม่กำลังจะตายจริง ๆ ใช่ไหมคะ บวกหนึ่งพิมพ์เพิ่มเข้าไปเลยค่ะ

697
01:02:29,263 --> 01:02:31,891
ถูกต้องหมดทุกอย่างเลยค่ะ เก่งมากได้แล้ว 1

698
01:02:31,891 --> 01:02:35,891
กล้าพูดก็ถูกแล้วนี่ คือ

699
01:02:37,788 --> 01:02:40,192
หมดเลย ก็คือเล่าเรื่องถูกหมดเลย ก็คือพระสงฆ์ขี่มอเตอร์ไซค์มากับเพื่อน

700
01:02:40,192 --> 01:02:44,192
ใช่ไหม แล้วก็มีชาวบ้านตะโกนด่า

701
01:02:45,317 --> 01:02:49,317
แม่มันตายห่าหรืออย่างไร แล้วคราวนี้ก็ตัดผ้าไปที่

702
01:02:51,082 --> 01:02:51,958
บ้านของเขาที่มีแม่กำลังนอนป่วยอยู่ แล้วพ่อก็กำลังไหว้ อันนี้ก็คือจบแล้ว

703
01:02:51,958 --> 01:02:53,053
ทุกอย่าง

704
01:02:53,053 --> 01:02:55,168
นี่คือ

705
01:02:55,168 --> 01:02:59,168
ตามเนื้อหาเป๊ะ ๆ เลยค่ะ

706
01:03:00,142 --> 01:03:04,142
มีใครมีใครอยากตอบข้อ 2 เหมือนกัน แต่ขอเพิ่มเติมอะไรอย่างนี้ไหมคะ

707
01:03:23,288 --> 01:03:27,163
พี่ล่ามเห็นไหม

708
01:03:27,163 --> 01:03:28,207
พี่ล่ามไม่เห็น

709
01:03:28,207 --> 01:03:29,282
ให้ให้ให้

710
01:03:29,282 --> 01:03:33,282
กีฬา

711
01:03:48,175 --> 01:03:48,911
โอเคค่ะ บวกหนึ่ง พิมพ์ชื่อตัวเองเข้าไปในกลุ่ม LINE

712
01:03:48,911 --> 01:03:52,911
L

713
01:03:53,188 --> 01:03:55,830
INE พิมพ์เข้าไปเลยค่ะ

714
01:03:55,830 --> 01:03:59,830
มีใครตอบข้ออื่นอีกไหมคะ

715
01:04:01,221 --> 01:04:05,221
ลักษณะเป็นข้อ 1 นะ ภาษาที่ใช้ค่ะ

716
01:04:13,887 --> 01:04:17,887
เช่น เช่น

717
01:04:30,256 --> 01:04:34,256
โอเคค่ะ ถูกต้องเป๊ะทุกอย่างนะคะ เก่งมาก พิมพ์ชื่อเข้าไป นี่

718
01:04:37,683 --> 01:04:41,683
โอเคมากแล้วนะ เพราะว่านี่ที่พูดมาไม่มีผิดเลย คือ ถูกหมดเลย ก็คือภาษาที่ใช้

719
01:04:43,539 --> 01:04:47,339
ค่อนข้างเห็น ภาพแล้วก็เหมือนกับเล่นทั้งเสียงวรรณยุกต์

720
01:04:47,339 --> 01:04:48,487
เสียงพยัญชนะใช่ไหม

721
01:04:48,487 --> 01:04:52,487
หิว หิว

722
01:04:52,814 --> 01:04:54,706
ผ่านหน้าคิวไหวไหวได้หมดเลย

723
01:04:54,706 --> 01:04:58,174
Superman

724
01:04:58,174 --> 01:05:01,209
ตอบตอบเราเนี่ย

725
01:05:01,209 --> 01:05:02,710
เหลือเรานี่ดูท่าทางเหมือนจะตอบเนี่ย

726
01:05:02,710 --> 01:05:03,802
เมื่อกี้พิมพ์ชื่อ

727
01:05:03,802 --> 01:05:07,802
เข้าไปด้วยนะลูก

728
01:05:08,400 --> 01:05:12,400
ค่ะ มีใครจะเพิ่มไหมคะ

729
01:05:13,196 --> 01:05:16,013
เอาเพิ่มข้อเดียวกันก็ได้ หรือว่าจะเป็นข้อ 3 ก็ได้ค่ะ

730
01:05:16,013 --> 01:05:18,077
ข้อ 3

731
01:05:18,077 --> 01:05:22,077
สะท้อนภาพสังคมอย่างไร

732
01:05:28,065 --> 01:05:32,065
เอาไหมคะ

733
01:06:00,325 --> 01:06:04,325
แล้วเขา... เป็นพระ ไม่สมควรที่จะมาขับมอเตอร์ไซค์ จริง ๆ ได้แหละ

734
01:06:06,510 --> 01:06:08,057
แต่ว่ามันได้อีกน่ะ คือให้และ  ให้ให้คะแนนไปข้าง ๆ

735
01:06:08,057 --> 01:06:12,057
อยากต่อเพิ่ม

736
01:06:13,779 --> 01:06:17,779
เพิ่มข้อไหนคะ

737
01:06:32,405 --> 01:06:36,405
ให

738
01:06:36,633 --> 01:06:39,749
้ ๆ ได้อีกเอาแบบสรุปสั้น ๆ ด้วยก็ได้ เอาแบบว่า

739
01:06:39,749 --> 01:06:43,749
สรุปนะคะ สังคมเรา

740
01:06:44,281 --> 01:06:48,281
ควรทำอย่างไร หรือไม่ควรทำอย่างไร อะไรประมาณนี้

741
01:06:56,227 --> 01:06:57,688
โ

742
01:06:57,688 --> 01:07:01,688
อเค จากภายนอก

743
01:07:03,537 --> 01:07:07,537
โอเคค่ะ นี่แหละคือสิ่งที่ต้องการนะคะ สั้น ๆ จบ ๆ ง่าย ๆ พิมพ์เข้าไปได้เลยอันนี้

744
01:07:09,060 --> 01:07:13,055
คะแนนพิศวาสบวกเพิ่ม ศึกษาไม่ต้องกลัวว่าครูจะไม่ให้จริงนะคะ ครูก็คือ

745
01:07:13,055 --> 01:07:14,279
เอาคะแนนอยากให้จริงนั่นแหละ เพราะว่าก็อย่างที่ครูบอกไป

746
01:07:14,279 --> 01:07:18,279
ว่าคะแนนน่ะ

747
01:07:19,846 --> 01:07:23,846
เวลาที่เขียนงานวิจารณ์ส่ง บางครั้งถ้าเป็นงานวิจารณ์นะ

748
01:07:26,694 --> 01:07:29,356
มันอาจจะไม่ได้เต็ม 10 แต่ถ้าเป็นงานนำเสนอหน้าห้อง  พวกประวัติการวิจารณ์วรรณกรรม

749
01:07:29,356 --> 01:07:33,356
ให้เต็มได้ แต่ถ้าเป็นงานวิจารณ์

750
01:07:35,121 --> 01:07:39,121
ดูอาจจะมีลด 1 คะแนน คือ แค่ 1 คะแนนเท่านั้น แต่คำว่า "1 คะแนน" ในที่นี้

751
01:07:40,428 --> 01:07:42,557
นักศึกษาก็สามารถหาเพิ่มได้จากที่ตอบคำถามนี้แหละนะคะ เพราะว่าครูก็บวกเพิ่ม

752
01:07:42,557 --> 01:07:44,799
ให้อยู่แล้ว ดังนั้น

753
01:07:44,799 --> 01:07:47,155
บทประพันธ์นี้

754
01:07:47,155 --> 01:07:51,155
ถ้าเกิดว่าเราน่ะ

755
01:07:51,607 --> 01:07:55,150
มองเป็นภาพว่ามันเป็นงานเขียนในอดีต

756
01:07:55,150 --> 01:07:58,639
ปี 2535

757
01:07:58,639 --> 01:08:02,639
เราก็จะมองแค่ว่ามันเป็นงานเก่ามาก

758
01:08:02,973 --> 01:08:06,973
แต่ถ้าเรามองภาพเปรียบเทียบกับยุคปัจจุบัน

759
01:08:08,491 --> 01:08:12,491
คุณว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันยังใช้ในปัจจุบันได้ไหมคะ

760
01:08:14,504 --> 01:08:15,417
ใช้ได้ คือ ปี 2535 ได้รับรางวัลกับปี 2

761
01:08:15,417 --> 01:08:19,417
560

762
01:08:19,752 --> 01:08:23,752
ในปัจจุบันที่กำลังเขียน กำลังอ่านอยู่นี่ย

763
01:08:25,160 --> 01:08:28,520
ครูอ่านแล้วครูรู้สึกว่ามันไม่ได้ต่างกันเลย ทุกวันนี้ก็ยังมีพระสงฆ์ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่

764
01:08:28,520 --> 01:08:32,512
หรือแม้กระทั่งขับรถยนต์ไปชนคนก็ยังมีอยู่

765
01:08:32,512 --> 01:08:36,512
หรือแม้กระทั่งที่เป็นข่าวบอกว่าพระสงฆ์ขับรถเมา แล้วก็ไปชนเขา

766
01:08:38,093 --> 01:08:42,093
ก็ยังมีอยู่เหมือนกัน ทุกอย่างมันมีอยู่หมดเลย แต่สิ่งที่มีเหมือน

767
01:08:43,059 --> 01:08:45,120
กัน ที่คู่ขนานกันก็คือสังคมเราน่ะก็ยังมองคนที่ภายนอก

768
01:08:45,120 --> 01:08:49,120
อยู่ เช่น

769
01:08:50,262 --> 01:08:51,399
ในเรื่องนี่พระสงฆ์ขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อน 2 ไวมากก็จริง

770
01:08:51,399 --> 01:08:55,399
แต่เผอิญ

771
01:08:56,989 --> 01:09:00,989
ไอ้ที่ชาวบ้านตะโกนด่าว่าแม่มันจะตายห่าหรืออย่างไรมันดันเป็นเรื่อง

772
01:09:02,614 --> 01:09:06,614
จริงเสียด้วยสิ คือแม่เขาน่ะ กำลังจะตายจริง ๆ เสียด้วยสิแต่สิ่งที่

773
01:09:08,070 --> 01:09:10,351
เราอาจจะวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ เมื่อกี้เราวิเคราะห์ในมุมที่ว่าพระสงฆ์

774
01:09:10,351 --> 01:09:14,351
ไม่ควรขี่มอเตอร์ไซค์เพราะมันผิด

775
01:09:15,726 --> 01:09:19,726
มันก็ถูก ไม่ผิดนะคะ อันนี้ก็ถูกเหมือนกัน กับอีกอันหนึ่งที่วิเคราะห์ว่า

776
01:09:21,681 --> 01:09:24,379
เราอย่ามองคนที่ภายนอกก็ถูกอีกเหมือนกัน นี่ก็คือเป็นทั้ง 2 อย่างที่เกิด

777
01:09:24,379 --> 01:09:28,379
เรื่องนี้ กับอีกอย่างหนึ่ง

778
01:09:29,824 --> 01:09:31,249
มีบางรุ่นเขาตั้งคำถามเพิ่มเติมจากที่เราพูดเมื่อกี้ ว่าอาจารย์

779
01:09:31,249 --> 01:09:32,725
แล้วตกลงนี่

780
01:09:32,725 --> 01:09:36,272
คำว่า

781
01:09:36,272 --> 01:09:40,272
"สงฆ์หนุ่มมินิมาร์ทข่มสะท้านใจ

782
01:09:40,476 --> 01:09:44,008
และกอดแม่ร่ำไห้สงฆ์เกลือกหน้ากลิ้ง

783
01:09:44,008 --> 01:09:45,867
กกโยมหญิงแม่เลยนี่

784
01:09:45,867 --> 01:09:49,218
มันทำได้ด้วยเหรอ

785
01:09:49,218 --> 01:09:51,316
ห้องนี้มีใครเคยบวชไหม ผู้ชายเคยบวชหรือยัง

786
01:09:51,316 --> 01:09:53,559
เคยบวชแล้ว

787
01:09:53,559 --> 01:09:57,559
เป็นอย่างไรคะ ทำได้ไหม

788
01:10:01,276 --> 01:10:04,595
บวชจูงให้เฉย ๆ

789
01:10:04,595 --> 01:10:08,595
แล้วของเราเคยบวชหรือยัง ของโบ๊ทเคยบวชยัง

790
01:10:10,196 --> 01:10:14,196
เหมือนกัน บวชจูงเหมือนกันอันนี้ก็เลยยังไม่รู้ลึกใช่ไหม

791
01:10:14,334 --> 01:10:18,334
รุ่นพี่บางรุ่น ที่เขาที่เขาเหมือนกับว่า

792
01:10:19,633 --> 01:10:23,633
อยู่กับพระกับเจ้านะ พวกภาษาไทยจะเป็นพวกสายผี

793
01:10:23,874 --> 01:10:27,874
สายปอบ ก็จะเป็นแบบแนวอยู่กับพระกับเจ้า เขาก็บอกว่าอาจารย์

794
01:10:30,060 --> 01:10:34,060
จริง ๆ แล้วน่ะ มันทำได้คืออันนี้ครูพูดในฐานะที่ครูเป็นผู้ไม่รู้แล้วก็รับ

795
01:10:35,216 --> 01:10:36,919
อีกทีหนึ่งนะ มันอาจจะถูกหรือไม่ถูกก็ได้ครูต้องขอออกตัวไว้ก่อน เผอิญว่า

796
01:10:36,919 --> 01:10:38,596
เด็กนักศึกษาคนนั้น

797
01:10:38,596 --> 01:10:42,596
เขาพูดเหมือน

798
01:10:43,028 --> 01:10:44,222
รู้แหละ เขาก็อยู่กับพระมา เขาก็เลยบอกครูว่า

799
01:10:44,222 --> 01:10:48,222
จริง ๆ

800
01:10:50,140 --> 01:10:54,140
ทำได้ ทำได้ ก็คือถ้าเกิดว่ามันเป็นขั้นวิกฤตจริง ๆ

801
01:10:56,100 --> 01:10:57,997
ประมาณนี้นะคะ แต่อีกคนหนึ่งที่อยู่กับพระกับเจ้าเหมือนกัน ก็แย้ง

802
01:10:57,997 --> 01:11:01,997
เพื่อนมาอีกว่า

803
01:11:02,242 --> 01:11:06,242
แต่เป็นพระมันต้องตัดทางโลกทุกทางไง

804
01:11:07,168 --> 01:11:10,353
ถึงคุณจะบอกว่ามันวิกฤตจริง ๆ เพราะแม่กำลังจะตายแล้ว

805
01:11:10,353 --> 01:11:12,152
แต่ในเมื่อคุณเป็นพระ คุณก็ต้องตัดทางโลก

806
01:11:12,152 --> 01:11:14,796
มันก็ไม่ถูกอยู่ดี

807
01:11:14,796 --> 01:11:15,986
นี่ก็คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่า

808
01:11:15,986 --> 01:11:19,986
นี่

809
01:11:21,726 --> 01:11:25,726
การวิจารณ์มันก็ยังมีข้อโต้แย้งอยู่เรื่อย ๆ จริง ๆ นะคะ ไม่ใช่ว่า

810
01:11:26,066 --> 01:11:28,174
เราน่ะเขียนงานวิจารณ์ไปแล้ว อาจารย์คะ หนูคิดว่าหนูเขียนดีที่สุดแล้ว

811
01:11:28,174 --> 01:11:29,398
ทำไมหนูถึงได้แค่นี้คะ

812
01:11:29,398 --> 01:11:32,212
ก็ในเมื่อ

813
01:11:32,212 --> 01:11:36,212
คนที่อ่านแล้ว อาจจะมองว่า

814
01:11:37,513 --> 01:11:41,513
มันอาจจะมีอะไรมากกว่านี้ก็ได้ นั่นเองนะคะ  เราก็ต้องยอมรับในจุดนี้

815
01:11:43,059 --> 01:11:47,059
ฉะนั้น สิ่งที่เราทำได้ ก็คือเราน่ะ เขียนให้มันดีเขียนเหตุผล

816
01:11:48,054 --> 01:11:51,767
ให้สมเหตุสมผลเท่านั้น แต่ครูดูภาพรวมแล้ว ก็

817
01:11:51,767 --> 01:11:54,566
จากที่ตอบคำถามครูก็ค่อนข้างสบายใจในระดับหนึ่งว่า

818
01:11:54,566 --> 01:11:58,566
เหตุผลที่เราให้มามันก็เป็นเหตุผลที่

819
01:12:00,692 --> 01:12:04,692
เอาไปเขียนได้จริงนะคะ เดี๋ยวค่อยเก็บความรู้ของเราวันนี้ค่อย ๆ เก็บไป

820
01:12:04,755 --> 01:12:06,033
การเรื่อย ๆ ไปเขียนงานของตัวเองนะคะ

821
01:12:06,033 --> 01:12:08,398
จบ

822
01:12:08,398 --> 01:12:11,678
วันนี้

823
01:12:11,678 --> 01:12:13,527
ยังไม่จบเสียทีเดียว เดี๋ยวลืมอีก

824
01:12:13,527 --> 01:12:17,527
มีอีกบทหนึ่ง

825
01:12:19,219 --> 01:12:20,760
บทนี้คือเมื่อสักครู่เป็นบทที่สะท้อนภาพสังคม

826
01:12:20,760 --> 01:12:23,969
บทนี้

827
01:12:23,969 --> 01:12:27,969
ครูอยากให้เราสังเกตชื่อผู้แต่ง

828
01:12:29,059 --> 01:12:32,376
กับเนื้อหาที่เขาใช้ เดี๋ยวจะอ่านให้ฟัง

829
01:12:32,376 --> 01:12:35,982
ฉันไปตลาดมืดซื้อ

830
01:12:35,982 --> 01:12:39,358
... เดี๋ยวขอโทษนะคะ ฉันไปตลาดมืดค้าอาวุธ

831
01:12:39,358 --> 01:12:43,358
เพื่อซื้อนิวเคลียร์มาฝากเธอที่รัก

832
01:12:44,544 --> 01:12:46,580
ฉันไปตลาดค้าไม้ เพื่อซื้อโลงศพ

833
01:12:46,580 --> 01:12:50,580
มาฝากเธอที่รัก

834
01:12:52,738 --> 01:12:53,356
ฉันไปตลาดขายดอกไม้ เพื่อซื้อดอกไม้มาฝากเธอ

835
01:12:53,356 --> 01:12:55,226
ที่รัก

836
01:12:55,226 --> 01:12:59,226

837
01:13:00,508 --> 01:13:01,237

838
01:13:01,237 --> 01:13:03,544
ฉันไปตลาดค้าอิสรภาพมาฝากเธอที่รัก

839
01:13:03,544 --> 01:13:07,544
แต่มันไม่มีขาย

840
01:13:09,072 --> 01:13:13,072
ผู้แต่งคือซาการียา อมตยา

841
01:13:13,220 --> 01:13:17,220
โดยบทกวีนี้

842
01:13:19,599 --> 01:13:22,314
เป็นบทกวีซีไรต์เหมือนกัน แต่เป็นบทกวีซีไรต์ที่รวบรวม เอาไว้

843
01:13:22,314 --> 01:13:25,529
ในเล่มที่ชื่อว่า

844
01:13:25,529 --> 01:13:29,529
ไม่มีหญิงสาวในบทกวี

845
01:13:31,636 --> 01:13:33,916
ทวนอีกครั้งหนึ่งนะคะ เมื่อกี้ปี 2535 นะ ปีนี้

846
01:13:33,916 --> 01:13:37,916
ปี 2553

847
01:13:40,363 --> 01:13:44,363
ฉันไปตลาดมืดค้าอาวุธ เพื่อซื้อนิวเคลียร์มาฝากเธอที่รัก

848
01:13:44,872 --> 01:13:48,872
ฉันไปตลาดค้าไม้ เพื่อซื้อโลงศพมาฝากเธอที่รัก

849
01:13:49,429 --> 01:13:53,429
ฉันไปตลาดขายดอกไม้ เพื่อซื้อดอกไม้มาฝากเธอที่รัก

850
01:13:54,959 --> 01:13:56,839
ฉันไปตลาดค้าอิสรภาพ เพื่อซื้อสันติภาพมาฝากเธอที่รัก

851
01:13:56,839 --> 01:14:00,839
แต่มันไม่มีขาย

852
01:14:01,496 --> 01:14:04,106
นักศึกษาคิดว่าในบทนี้ คำว่า "ที่รัก

853
01:14:04,106 --> 01:14:08,106
" เขาต้องการพูดถึง

854
01:14:10,165 --> 01:14:14,165
ชู้สาวจริงไหม พูดถึงความรักในทางชู้สาวจริงไหมคะ

855
01:14:20,263 --> 01:14:22,143
จริงไหม ไม่ คนนั้นไม่ อันนี้

856
01:14:22,143 --> 01:14:26,143
คืออะไรนะคะพี่ล่าม

857
01:14:32,818 --> 01:14:34,142
คิดว่าไม่ใช่ แล้ว

858
01:14:34,142 --> 01:14:36,137
คิดว่าอะไร

859
01:14:36,137 --> 01:14:38,456
เดี๋ยวขอถามเพื่อน

860
01:14:38,456 --> 01:14:42,456
หูก่อนนะคะ แป๊บหนึ่ง

861
01:15:05,270 --> 01:15:09,270
เป็นคนในครอบครัว อ๋อ น่าจะเป็นคนในครอบครัว ของเรา

862
01:15:11,996 --> 01:15:13,796
เหมือนเป็นผู้ตลาดเสรี

863
01:15:13,796 --> 01:15:17,796
ที่เกี่ยวกับ

864
01:15:28,584 --> 01:15:32,584
แล้วเขาอยากจะพูดถึงอะไร

865
01:15:57,117 --> 01:15:59,358
โอเค มันเป็นแบบคือ

866
01:15:59,358 --> 01:16:01,479
พอไปซื้อตลาด

867
01:16:01,479 --> 01:16:04,259
เพื่อไปใช่ไหม

868
01:16:04,259 --> 01:16:08,259
มีใครอยากจะเพิ่มอะไรอีกไหมคะ

869
01:16:12,207 --> 01:16:14,588
ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

870
01:16:14,588 --> 01:16:17,146
ทำไมถึงคิดว่าเป็นอย่างนั้น

871
01:16:17,146 --> 01:16:19,972
จะรอดูว่า

872
01:16:19,972 --> 01:16:20,857
ใครจะมีเค้าถูกนะคะ

873
01:16:20,857 --> 01:16:24,857
ทำไม

874
01:16:39,510 --> 01:16:41,708
มีความขัดแย้งระหว่างประเทศ

875
01:16:41,708 --> 01:16:45,708
มีการสู้รบไหม

876
01:16:50,244 --> 01:16:51,440
แต่ยังไม่มีการสู้รบ คนละแบบเลยนะ คือ 2 คนมาคนละแนวเลยนะ

877
01:16:51,440 --> 01:16:53,640
มีใคร

878
01:16:53,640 --> 01:16:57,640
จะเข้าข้างฝ่ายไหนไหมคะ

879
01:16:58,542 --> 01:17:02,542
ประชดประชันอะไรคะ

880
01:17:09,362 --> 01:17:12,434
ประชดประชันอย่างไร

881
01:17:12,434 --> 01:17:16,434
ว่าจะซื้อของพวกนี้ให้เธออย่างนี้เหรอ

882
01:17:20,585 --> 01:17:23,134
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เดี๋ยวถามเพื่อนหูอีกนิดหนึ่ง

883
01:17:23,134 --> 01:17:27,134
มีเพิ่มเติมไหม

884
01:17:37,798 --> 01:17:41,798
โอเคนะคะ ถ้า

885
01:17:41,839 --> 01:17:45,839
ไม่มีแล้ว ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติมนะคะ

886
01:17:46,901 --> 01:17:50,901
ครูจะให้นักศึกษาสังเกตกับสิ่งที่ครูย้ำไปนิดหนึ่งว่า

887
01:17:51,390 --> 01:17:55,390
ผู้แต่ง ก็คือซะการีย์ยา อมตยา

888
01:17:57,584 --> 01:18:00,557
ซึ่งแค่ชื่อนี่เราก็น่าจะพอเดาได้ว่าคนไทยหรือเปล่า คือ คำถามแรกก็คือ

889
01:18:00,557 --> 01:18:02,527
คนไทยหรือเปล่า แล้วก็พอมาอ่านปุ๊บ

890
01:18:02,527 --> 01:18:06,527
มันก็จะเหมือนกับว่า

891
01:18:09,007 --> 01:18:11,996
เอ๊ะ มันน่าจะเป็นความขัดแย้งไหม เพราะว่าทำไมมันดูมีอาวุธ ทำไมมันดูมีโลงศพ

892
01:18:11,996 --> 01:18:15,753
ก็น่าจะเข้าเขาของโบ๊ท

893
01:18:15,753 --> 01:18:19,753
ที่พูดถึงความขัดแย้งใช่ไหมแต่คราวนี้

894
01:18:21,895 --> 01:18:25,895
พอเรารู้อันนี้แค่ผิวเผินมันมีโลงศพ มันมีความตายเนื้อหานี่ มันก็จะไปเข้าเขากับเพื่อน

895
01:18:27,521 --> 01:18:29,921
อย่างที่บอกว่าเนื้อหามันน่าจะเป็นแนวประชดประชันไหมคะ อาจารย์ ใช่ เ

896
01:18:29,921 --> 01:18:33,921
นื้อหามันแนวประชดประชันจริง ๆ

897
01:18:35,416 --> 01:18:39,416
แต่ความหมายที่แท้จริงของบทประพันธ์นี้นะคะ บทประพันธ์นี้

898
01:18:39,880 --> 01:18:43,880
เอามาจากความคิดความรู้สึก

899
01:18:45,194 --> 01:18:49,194
ของผู้แต่งที่เกิดอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

900
01:18:49,814 --> 01:18:53,814
เขาไม่ใช่คนที่เป็นคนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน

901
01:18:55,339 --> 01:18:59,339
ไม่ใช่ภาคใต้ธรรมดาด้วย แต่เป็นคนที่เกิดอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

902
01:19:01,049 --> 01:19:02,102
ที่มีการสู้รบกันอยู่เนือง ๆ ในประเทศไทย คือ ไม่ค่อยสงบ

903
01:19:02,102 --> 01:19:03,764
สุขเท่าไร

904
01:19:03,764 --> 01:19:07,764
น่ะ เขาก็เลย

905
01:19:07,883 --> 01:19:11,883
เหมือนกับระบายความในใจของเขาผ่านบทกวี

906
01:19:12,838 --> 01:19:15,228
ว่านี่ฉันไปตลาดมืดค้าอาวุธ เพื่อซื้อนิวเคลียร์มาฝากเธอที่รัก

907
01:19:15,228 --> 01:19:17,361
มันเป็นสิ่งที่หายากมากเลย

908
01:19:17,361 --> 01:19:18,449
แถวเขา... แต่แถวที่เขาอยู่น

909
01:19:18,449 --> 01:19:22,449
่ะ หาได้

910
01:19:22,781 --> 01:19:26,578
2. พอมีอาวุธนิวเคลียร์ปุ๊บ เราก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็น

911
01:19:26,578 --> 01:19:30,578
การทำลายล้างมั นก็นำไปสู่ว่าพี 2 เอ้ย

912
01:19:31,870 --> 01:19:33,834
วรรคที่ 2 6 ว่าฉันไปตลาดค้าไม้เพื่อซื้อโลงศพมาฝากเธอที่รักในเมื่อมันมีเอา

913
01:19:33,834 --> 01:19:37,455
สงคราม มันก็นำไปสู่

914
01:19:37,455 --> 01:19:41,455
ความตาย พอนำไปสู่ความตาย ก็นำไปสู่

915
01:19:43,331 --> 01:19:44,201
วรรคที่ 3 ฉันไปตลาดขายดอกไม้เพื่อซื้อดอกไม้มาฝากเธอที่รัก มันใช่ดอกกุหลาบ

916
01:19:44,201 --> 01:19:48,201
ทั่วไปไหม

917
01:19:48,940 --> 01:19:52,940
ไม่ใช่แน่ ๆ เพราะว่ามันต่อเนื่องจากโลงศพ อันนี้ก็น่าจะเป็น

918
01:19:56,134 --> 01:19:57,699
ดอกไม้ไว้อาลัยในประมาณนี้นะคะ แล้วก็สุดท้าย ฉันไปตลาดพระอิสรภาพ เพื่อซื้อ

919
01:19:57,699 --> 01:20:00,860
สันติภาพมาฝากเธอที่รัก

920
01:20:00,860 --> 01:20:04,860
แต่มันไม่มีขาย นั่นก็คือเขาจะบอกว่า

921
01:20:07,150 --> 01:20:09,766
แถวที่เขาอยู่น่ะ มันมีทุกอย่างเลย อาวุธสงครามก็หาได้ ความตายก็หาได้

922
01:20:09,766 --> 01:20:13,766
สิ่งที่เขาหาไม่ได้เลย ก็คือ

923
01:20:15,622 --> 01:20:19,622
สันติภาพ ความสุข อิสรภาพ ที่เขาอยู่นั่นเองนะคะ ฉะนั้น

924
01:20:20,929 --> 01:20:24,154
บทประพันธ์ทั้ง 2 บทนี่ มันจะแตกต่างกันตรงที่ว่าอันหนึ่งสะท้อนส

925
01:20:24,154 --> 01:20:28,154
ังคมจ๋าไปเลย ไม่ต้องดูผู้แต่งก็ได้

926
01:20:30,266 --> 01:20:34,266
แต่อีกอันหนึ่ง อันที่ 2 บางครั้งเราต้องใช้การศึกษา

927
01:20:35,543 --> 01:20:37,873
ผู้แต่งด้วย ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน เราจะได้เข้าใจบทประพันธ์

928
01:20:37,873 --> 01:20:41,873
มากขึ้นนะคะ นี่ก็คือ

929
01:20:44,239 --> 01:20:48,239
เป็นที่มา ว่าทำไมการวิจารณ์ต้องใช้การศึกษาความรู้

930
01:20:48,910 --> 01:20:52,176
ด้วยถึงจะสามารถวิเคราะห์วิจารณ์ได้นะคะ

931
01:20:52,176 --> 01:20:56,176
จบบทที่ 1 ยากไหม

932
01:20:59,796 --> 01:21:03,796
พอได้ไหม พอได้อยู่ ทำไมยิ้มแหย่

933
01:21:04,918 --> 01:21:08,918
ๆ พอได้อยู่นะคะ เดี๋ยวค่อย ๆ เพิ่มสเต็ปไป เดี๋ยว

934
01:21:10,319 --> 01:21:12,027
สัปดาห์ถัดไปจะเป็นประวัติการวิจารณ์วรรณกรรมนะคะ ประวัติการวิจารณ์

935
01:21:12,027 --> 01:21:15,039
วรรณกรรมเสร็จแล้ว

936
01:21:15,039 --> 01:21:16,834
จะให้นักศึกษามานำเสนอประวัติ

937
01:21:16,834 --> 01:21:20,834
ของประเทศไทย

938
01:21:21,574 --> 01:21:25,092
เดี๋ยวจะสั่งงานเป็นรายสัปดาห์ไปอีกทีหนึ่ง แต่ที่แน่ ๆ หนังสือ

939
01:21:25,092 --> 01:21:28,622
ไปรับได้แล้วนะคะ ไปรับได้เลยนะคะ

940
01:21:28,622 --> 01:21:31,244
จบ วันนี้มีใครมีคำถามอะไรไหมคะ

941
01:21:31,244 --> 01:21:35,244
ไม่มีนะ

942
01:21:35,863 --> 01:21:39,863
ไม่มีแหละนะคะ โอเค ถ้าอย่างนั้นหัวหน้า

943
01:21:42,449 --> 01:21:46,449
หัวหน้าค่ะ ค่ะ

944
01:21:47,967 --> 01:21:51,967
โอเคค่ะ เจอกันวันพุธ เป็นตอน...

945
01:23:01,595 --> 01:23:05,595
สัปดาห์หน้าวันพุธออนไซด์นะคะ สัปดาห์หน้า

